Home Blog Page 495

ดิ ออล นิว ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (The All New Subaru Forester) จากสายการผลิตของโรงงานแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมจองแล้ววันนี้

0

 
มร. เกลน ตัน รองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล ประธานในงานเปิดตัว ดิ ออล นิว ซูบารุ ฟอเรสเตอร์  (The All New Subaru Forester)                  เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่จะผลิตโดยโรงงานซูบารุแห่งแรกในประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งเป็นรถยนต์แบบ CKD ที่ผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานระดับสูงคุณภาพเทียบเท่าจากโรงในประเทศญี่ปุ่น อันเป็นที่กล่าวขานในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่มีให้กับผู้บริโภคเสมอมา

โดยรถยนต์รุ่นนี้จะถูกส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย ทั้งนี้ ดิ ออล นิว ซูบารุ                ฟอเรสเตอร์ รถยนต์ที่เปิดอิสระทางความคิด ความมั่นใจ  และความท้าทายให้กับทุกการเดินทางของคุณ เปิดให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่โชว์รูมซูบารุ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีแผนการเพิ่มจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานรวมกว่า 45 แห่งทั่วประเทศภายในปี 62 เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานรถยนต์ซูบารุที่มากขึ้นมาโดยตลอด
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-725-1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th

“Moto Guzzi V7 III Milano” สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในเมืองครั้งใหม่ บิ๊กไบค์ระดับตำนาน

0

 

บิ๊กไบค์แฮนด์เมดระดับตำนานจากอิตาลี เจ้าของต้นกำเนิดเครื่องสูบวีวางขวางอย่าง Moto Guzzi มอบความเร้าใจและสไตล์อันโดดเด่นในการขับขี่ครั้งใหม่ด้วยอีกหนึ่งรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปีของ Moto Guzzi ตระกูล V7 กับ Moto Guzzi V7 III Milano (โมโต กุซซี่ V7 III มิลาโน่)


โมโต กุซซี่ V7 III มิลาโน่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสูบ V-twin 90 องศา 4 จังหวะ 744 ซีซี ที่สร้างเสียงคำรามที่มีแต่โมโต กุซซี่เท่านั้นที่ทำได้ ระยะชักกระบอกสูบ 80×74 มม. ให้พลังแรงม้า 38 กิโลวัตต์ (52 แรงม้า) ที่ 6,200 รอบ/นาที เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ด้วยดิสก์เบรกล้อหน้าของ Brembo รวมไปถึงล้ออัลลอยดีไซน์ทันสมัยและบังโคลนอลูมิเนียมด้านหน้า



สะดุดทุกสายตากับตัวถังสีเทามันวาว ท่อไอเสียและราวจับสำหรับผู้ซ้อนท้ายที่มาในสีโครเมี่ยม ล้ออัลลอยดีไซน์ทันสมัย และโลโก้รุ่นรถบนฝาปิดสไลด์เครื่องด้านข้าง ให้บรรดาผู้ที่ได้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความล้ำสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกของตัวรถและประสบการณ์ผ่านความสง่างามของทุกขณะการขับขี่เปรียบดั่งได้ขับอยู่ ณ ใจกลางเมืองที่สอดแทรกอยู่ร่วมกับประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของโลกอย่างเมืองมิลาน (Milano) โดยโมโต กุซซี่ V7 III มิลาโน่ จัดจำหน่ายที่ราคา 675,000 บาท



ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของโมโต กุซซี่ ได้ที่เฟซบุ๊ก Moto Guzzi Thailand และอินสตาแกรม @Motoguzzi_thailand

ปิดฉาก “MOTOR EXPO 2018” รถหรู เก๋ง เอสยูวี ขายดี

0

 

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ปิดฉากสวยหรู ค่ายรถยิ้ม ยอดขายรถรวมเฉียด 45,000 คัน รถเก๋ง รถเอสยูวี รถหรู คึกคัก จักรยานยนต์เข้าเป้า เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5.6 หมื่นล้าน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” เปิดเผยว่า “งานปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนผู้เข้าชมงาน และสื่อมวลชนทุกแขนง”

สำหรับยอดขายรถยนต์จาก 36 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 44,189 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.9% โดย 5 อันดับสูงสุดได้แก่

  • อันดับ 1  HONDA  6,842 คัน
  • อันดับ 2  MAZDA  6,509 คัน
  • อันดับ 3  TOYOTA  5,907 คัน
  • อันดับ 4  ISUZU  4,437 คัน
  • อันดับ 5  MITSUBISHI  3,619 คัน

รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 38.9% ใกล้เคียงปีก่อน (38.7%) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 25.4% และแฮทช์แบค 13.5% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่

  • HONDA CIVIC
  • HONDA CITY
  • MAZDA 2
  • HONDA JAZZ
  • MG 3

ขณะที่รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) มีสัดส่วน 34.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย (33.9%) 5 อันดับแรก ได้แก่

  • MITSUBISHI PAJERO SPORT
  • MG ZS
  • HONDA CR-V
  • HONDA HR-V
  • FORD EVEREST

รถกระบะมีสัดส่วน 17.2% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (17.9%) 5 อันดับแรก ได้แก่

  • FORD RANGER
  • ISUZU D-MAX
  • MITSUBISHI TRITON
  • TOYOTA REVO
  • NISSAN NAVARA

ส่วนรถหรู มียอดขายรวม 4,213 คัน โดย 5 แบรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่

  • MERCEDES-BENZ
  • BMW
  • VOLVO
  • AUDI
  • PORSCHE

รถจักรยานยนต์จาก 23 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 9,169 คัน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ได้แก่

  • อันดับ 1  HONDA   1,531 คัน
  • อันดับ 2  YAMAHA  1,111 คัน
  • อันดับ 3  LAMBRETTA   1,012 คัน
  • อันดับ 4  KAWASAKI   775 คัน
  • อันดับ 5  VESPA   605 คัน

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงานเพิ่มขึ้นเป็น 1,286,898 บาท (ปีก่อน 1,271,837 บาท) เงินหมุนเวียนภายในงานราว 56,000 ล้านบาท ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,534,961 คน เพิ่มขึ้น 12.8%

 

ปอร์เช่ 911 ใหม่ (The new Porsche 911) ทรงพลังยิ่งขึ้น รวดเร็วยิ่งกว่า ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

0

 

ปรากฎการณ์ที่สะกดทุกประสาทสัมผัสเกิดขึ้นแล้วที่ Los Angeles ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนาน เดินทางผ่านกาลเวลาจนมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 8 ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของการเปิดตัวครั้งแรกในโลกสำหรับ 911 รุ่นล่าสุด (The new 911) จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดอลังการของมหกรรมยานยนต์ L.A. Auto Show นี่คือยนตรกรรมที่รับหน้าที่สืบสานความเกรียงไกร ผู้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดตลอดมา งานออกแบบที่ถ่ายทอด DNA ของปอร์เช่ คือสิ่งที่ได้รับการยึดถือปฏิบัติอย่างเหนียวแน่น ภาพลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารควบคุม การทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว

ปอร์เช่ 911 ใหม่ (The new Porsche 911) คือ ยานยนต์ที่ท้าทายทุกข้อจำกัดของกาลเวลา เปี่ยมล้นด้วยอัจฉริยภาพแห่งการบังคับควบคุมจากระบบช่วงล่างชั้นเลิศผสานการทำงานกับนวัตกรรมระบบช่วยเหลือการขับขี่ล้ำสมัย คล่องแคล่ว ปราดเปรียว มั่นใจทุกสถานการณ์ รักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ           ยนตรกรรมสปอร์ตเครื่องยนต์วางหลังสุดคลาสสิก รองรับทุกความต้องการและความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบ นอนเทอร์โบชาร์จ เจเนอเรชั่นล่าสุดพัฒนาขึ้นใหม่และให้พละกำลังมากกว่ารุ่นเดิมที่ 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์)

สำหรับรุ่น S สมรรถนะที่เหนือล้ำยิ่งขึ้น เกิดจากการปรับปรุงกระบวนการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับเปลี่ยนการวางตำแหน่งของระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์และระบบ charge air cooling ใหม่ พละกำลังมหาศาลจะถูกส่งต่อไปยังระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 8 จังหวะ เสริมด้วยนวัตกรรมระบบช่วยเหลือการขับขี่รุ่นล่าสุดมากมาย รวมทั้งโปรแกรมควบคุมการขับขี่ Porsche Wet เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งานบนเส้นทางเปียกลื่นและระบบเพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนหรือ Night Vision Assist พร้อมกล้องตรวจจับวัตถุด้วยอุณหภูมิ thermal imaging camera

ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (Porsche 911 Carrera S)

มาพร้อมด้วยพละกำลังกว่า 450 แรงม้า เครื่องยนต์ 6 สูบนอน พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จของปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (The new Porsche 911 Carrera S)* และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส ใหม่ (The new Porsche Carrera 4S) ให้กำลังสูงสุดที่ 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) เพิ่มขึ้นถึง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในเชิงของสมรรถนะการขับขี่ 911 ใหม่ทั้ง 2 รุ่น สามารถเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็วที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 4 วินาที: กล่าวคือในรุ่นตัวถังสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูขับเคลื่อนล้อหลังใช้เวลาเพียง 3.7 วินาที และสำหรับ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (911 Carrera 4S) ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ใช้เวลาที่รวดเร็วกว่าที่ 3.6 วินาทีเท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงอัตราเร่งที่เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 0.4 วินาที และจะสามารถลดระยะเวลาลงได้อีก 0.2 วินาที เมื่อได้รับการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package ในส่วนของความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับ 911 คาร์เรร่า เอส (911 Carrera S) และ 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับเวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น 4 เอส (4S) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย (ตามมาตรฐาน NEDC) ของ 911 คาร์เรร่า เอส (911 Carrera S) อยู่ที่ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 8.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในส่วนของ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (Porsche 911 Carrera 4S) ทำได้ที่ 11.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 9.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร

งานออกแบบที่เด่นชัดด้วยอัตลักษณ์ของยนตรกรรมแห่งตำนาน
งานออกแบบภายนอกใหม่ สมบูรณ์แบบด้วยรูปลักษณ์ที่เน้นสมรรถนะชั้นเลิศของปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รหัสตัวถัง 992 เริ่มจากซุ้มล้อที่ได้รับการขยายความกว้างยิ่งขึ้น เพื่อรองรับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่คู่หน้า และ 21 นิ้ว ที่คู่หลัง มุมมองด้านหน้ารถถูกปรับให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับสายพันธุ์ปอร์เช่รุ่นอื่นๆ เส้นสายที่พริ้วไหววางตัวตาม แนวยาวจากหน้าจรดหลังกันชนหน้ากว้างขึ้น 45 มิลลิเมตร ให้ความต่อเนื่องกลมกลืนมาถึงมือเปิดประตูแบบ electrical pop-out handles ก่อเกิดพื้นผิวด้านข้างรถที่ไหลลื่นเรียบเนียน โค้งมนราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด สิ่งที่วางตัวระหว่างโคมไฟหน้า LED แบบใหม่ คือฝากระโปรงที่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของงานออกแบบที่ถ่ายทอดมาจากปอร์เช่ 911 เจเนอเรชันแรก ตัวถังด้านท้ายขยายกว้าง เน้นย้ำถึงความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตยุคใหม่เฉกเช่นปอร์เช่ทุกรุ่นในปัจจุบัน เสริมความแข็งแกร่งดุดันด้วยชุดสปอยเลอร์หลังปรับระดับได้ สะกดทุกสายตาด้วยแถบไฟส่องสว่างคาดยาวทุกส่วน ประกอบของตัวถังภายนอกล้วนแล้วแต่ถูกผลิตขึ้นด้วยวัสดุอะลูมิเนียม

การตกแต่งภายในห้องโดยสารสมบูรณ์แบบด้วยบุคลิกที่เด่นชัด เป็นผลจากความปลอดโปร่งที่เกิดขึ้นด้วยแนวเส้นตรงของ แผงคอนโซลและแผงหน้าปัทม์ ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบได้รับอิทธิพลจากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รุ่นปี 1970 มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ติดตั้งบริเวณกึ่งกลางอันเป็นสไตล์ดั้งเดิมของปอร์เช่ ประกบด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งฝั่งซ้ายและขวาบริเวณคอนโซลกลางเป็นตำแหน่งหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงของระบบ Porsche Communication Management ขนาดใหญ่ถึง 10.9 นิ้ว ใช้สำหรับควบคุมและสั่งการทำงานของฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ต้องยกประโยชน์ดังกล่าวให้สถาปัตยกรรมการออกแบบยุคใหม่ นอกจากนี้ชุดสวิทช์ที่วางตัวอยู่ด้านล่างของหน้าจอทั้ง 5 นั้น ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในกรณีที่ผู้ขับขี่ต้องการเข้าถึงฟังก์ชันหลักของตัวรถโดยตรง

ปลอดภัยและสะดวกสบายเหนือระดับด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ
นับเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ Wet mode ในยนตรกรรมปอร์เช่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบดังกล่าวจะรับหน้าที่ตรวจจับปริมาณน้ำที่ขังอยู่บนพื้นผิวเส้นทาง ปรับแต่งระบบควบคุมอื่นๆ และส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ขับขี่ เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้แก่รถยนต์ทั้งคัน ตอบสนองต่อความปลอดภัยสูงสุดในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง เพียงกดปุ่มสั่งการทำงานหรือปรับตั้งผ่านชุดสวิทช์เลือกโปรแกรมการขับขี่บนพวงมาลัย (เมื่อติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package) นอกจากนี้ระบบ warning and brake assist ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐานเช่นเดียวกัน จะรับบทบาทในการตรวจสอบอัตราเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการเฉี่ยวชนจากวัตถุเคลื่อนไหวอื่นๆ และสั่งการเบรกฉุกเฉินล่วงหน้าในกรณีที่จำเป็น เติมเต็มความปลอดภัยด้วยระบบเพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืน Night Vision Assist พร้อมกล้องตรวจจับวัตถุด้วยอุณหภูมิ thermal imaging camera อุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม ที่สามารถเลือกได้เป็นครั้งแรกสำหรับปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ยิ่งไปกว่านั้นผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกติดตั้งระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างแบบแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control in-cludes automatic distance control ระบบหยุดและสตาร์ทการทำงานของเครื่องยนต์ stop-and-go ระบบ reversible occupant protection และนวัตกรรมล่าสุดระบบ autonomous Emergency Assist


ปอร์เช่ 911 ใหม่ (The new Porsche 911) เปิดรับคำสั่งซื้อแล้วตั้งแต่วันนี้ทั้งในรุ่น คาร์เรร่า เอส (Carrera S) และรุ่น คาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S) ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐานในแต่ละประเทศ สอบถามข้อมูลได้ที่ โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

ปอร์เช่ *911 คาร์เรร่า เอส (Porsche 911 Carrera S) :

  • อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 8.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 205 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (Porsche 911 Carrera 4 S) :

  • อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 9.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 206 กรัมต่อกิโลเมตร

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและ อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้า การทดสอบนี้


สำหรับข้อมูลอย่างเป็นทางการของผลทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในรถยนต์รุ่นใหม่อื่นๆ สามารถค้นหาได้จากเอกสาร “Guidelines on fuel consumption, CO2 emissions and pow-er consumption of new passenger cars” [Leitfaden über den Kraftstoffverbrauch, die CO2-Emissionen und den Stromverbrauch neuer Personenkraftwagen], ผ่านตัวแทนจำหน่ายและสถาบัน Deutsche Automobil Treu-hand GmbH (DAT) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911
Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 โทร. 02-288-0911

 

"อีซูซุ" ทะยานต่อเนื่องพาชมเสน่ห์เมืองลำพูนกับ"ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ สเทลธ์”

0

 
หลังจากที่ได้เผยโฉมยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุรุ่นล่าสุดไปไม่นาน อีซูซุจึงได้จัดทริปพาสื่อมวลชน จำนวน 2 กลุ่มขับ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา ชมแง่มุมความงามของเมืองเก่า “หริภุญชัย” หรือลำพูน  เพื่อสนับสนุนเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่เป็นรองใคร

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการพาคณะสื่อมวลชนบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนัดเปลี่ยนมือรับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” กับคณะสื่อมวลชนที่มาทริปกลุ่มแรกที่ร้านอาหาร “เฮือนใจ๋ยอง” หลังลิ้มรสอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยจึงได้เวลาแยกย้ายขับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ซึ่งมีให้เลือก 2 สี คือ สีขาว และสีดำ พร้อมเพิ่มเติมชุดแต่งดีไซน์พิเศษ STEALTH BLACK PACKAGE  ทั้งภายนอกและภายใน  สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ดุดันสมกับที่มีแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH มุ่งหน้าสู่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อไปยัง “บ้านหนองเงือก” แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนคนยอง ชาวพม่าที่มาตั้งถิ่นฐานในลำพูนตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน หรือที่เรียกแบบภาษาถิ่นว่า จาวยอง” 



เริ่มด้วยการต้อนรับด้วยน้ำลำไยสดใบเตยและขนมจ๊อกหรือขนมเทียนไส้หวาน การไปไหว้พระที่วัดหนองเงือก วัดเก่าแก่ในชุมชนที่มีไฮไลต์ คือ “คะตึก” หรือหอธัมม์  เป็นอาคารที่เก็บคัมภีร์โบราณเก่าแก่ภาษาล้านนา  ซึ่งชั้นล่างมีภาพเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ส่วนตรงข้ามกับคะตึกนั้น เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุบรรรจุพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุ 101 องค์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของวัดและของชุมชน


จากนั้นจึงไปแวะเวียนเรียนรู้ศิลปหัตถกรรมกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือที่สืบสานภูมิปัญญามากว่า 100 ปี ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทอผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 12 ขั้นตอน กลุ่มงานจักสานที่ทำจากไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยาก มีทั้ง ตาแหลวมงคล ตุงใจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังแวะอุดหนุน “รองเท้าจาวยอง” ที่นำยางรถยนต์มาผลิตเป็นรองเท้าดีไซน์เก๋ และมีความทนทาน จนกลายเป็นสินค้า OTOP คู่บ้านหนองเงือกมากว่า 40 ปี ปิดท้ายด้วยการแวะร้านปิ่นฝ้ายร้านค้าท้องถิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากการนำเศษผ้าฝ้ายทอมือที่เหลือจากการทอผ้าในชุมชนมาตัดเย็บเป็นกระเป๋ารูปนกฮูกสีสันสดใส ดังนั้นกว่าจะออกจากบ้านหนองเงือกไปยังร้านอาหารเย็นและเข้าที่พักในโรงแรมกลางตัวเมืองลำพูน แต่ละคนจึงมีของติดไม้ติดมือกันไปคนละหลายชิ้น


เช้าวันที่สองเป็นการเที่ยวเจาะลึกย่านเมืองเก่า โดยขับเป็นขบวนไปจอดหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยเพื่อต่อรถรางนำเที่ยวของชุมชน  ซึ่งกำลังมีงานเทศกาลถวายโคมแสนดวงถือเป็น 1 ใน 10 มหัศจรรย์ล้านนาที่ลำพูน จึงมีการแขวนโคมหลากสีสวยงามประดับประดาตามสถานที่ต่างๆ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และสักการะพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าการทำโคมเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าที่ประทับบนสรวงสวรรค์ และแสงประทีปจากโคมจะช่วยส่องประกายให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข


การนั่งรถรางนำเที่ยวเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเดิมเป็นคุ้มของเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ กับเจ้าหญิงส่องหล้า ซึ่งบอกเล่าประวัติความเป็นมาอันยาวนานของเมืองลำพูน ผ่านภาพถ่ายของบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ เครื่องใช้และของสะสม ซึ่งที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีชีวิตผ่าน คุ้มเจ้ายอด เรือน อาคารเก่าแก่ที่สุดหลังหนึ่งในเขตกำแพงเมืองลำพูน เป็นเรือนพักอาศัยที่เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้ายสร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่เจ้ายอดเรือน ชายาองค์สุดท้าย  ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงอาคารโครงสร้างบ้านเก่า สิ่งของ เครื่องใช้พื้นบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าผู้ครองนครลำพูน  จากนั้นได้แวะสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ซึ่งพระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถ และกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนหริภุญชัยนี้จนรุ่งเรือง  ต่อด้วยกิจกรรมไหว้พระทำบุญ ณ วัดจามเทวี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด

 

ซึ่งตามหลักฐานจากศิลาจารึกที่พบเชื่อว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิงพระนาง และบรรจุอัฐิในพระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ เจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทองตามแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย หากแต่ต่อมาสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด ยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่ากู่กุดพระเจดีย์ ซึ่งถือเป็นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสําคัญในศิลปกรรมสมัยหริภุญชัย  และที่ไม่ควรพลาด คือ วัดสันป่ายางหลวง  ที่ติด 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดมีการแกะสลักลวดลายปูนปั้นไว้อย่างวิจิตรงดงาม  โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย หรือพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง จบท้ายที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานมากกว่าพันปี และยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ซึ่งหากได้มากราบไหว้ขอพรก็จะเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต


หลังมื้อกลางวันที่ร้านขนมจีนหม้อดิน คณะสื่อได้จัดขบวนรถเดินทางลัดเลาะผ่านเส้นทางทุ่งที่คดเคี้ยว  ซึ่งเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ของ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ “สเทลธ์” ยังคงให้พลังแรงเต็มประสิทธิภาพ เพื่อไปร่วมทำ Workshop พิซซ่าเตาถ่านกลางไร่ ณ ทาปันรักษ์ Workshop & Farm Stay ของคุณกรรณิการ์ ตันเส้า หรือ ก้อย นักวิชาการที่มาใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการสร้างบ้านดินเพื่อเปิดเป็นที่พักแนวฟาร์มสเตย์ ปลูกและจำหน่ายผลผลิต ตลอดจนทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรอินทรีย์ โดยคณะสื่อมวลชนได้ร่วมสนุกทำพิซซ่าเตาถ่านท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ


อิ่มอร่อยกับพิซซ่าฝีมือตัวเองจนม่วนอกม่วนใจ๋กันถ้วนหน้า ถึงเวลาต้องอำลาลำพูนกันแล้ว โดยขับรถปิกอัพกลับเชียงใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง นับเป็นทริปส่งท้ายปีของอีซูซุที่ทำให้ความสุขทะยานต่อไม่รอใครด้วยขบวนรถ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” ที่ช่วยได้ค้นพบเสน่ห์และความประทับใจใหม่ ๆ จากการท่องเที่ยวทางรถยนต์ในเมืองลำพูนที่มีพระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวีศรีหริภุญชัย

“อีซูซุ” ทะยานต่อเนื่องพาชมเสน่ห์เมืองลำพูนกับ”ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ สเทลธ์”

0

 

หลังจากที่ได้เผยโฉมยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุรุ่นล่าสุดไปไม่นาน อีซูซุจึงได้จัดทริปพาสื่อมวลชน จำนวน 2 กลุ่มขับ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา ชมแง่มุมความงามของเมืองเก่า “หริภุญชัย” หรือลำพูน  เพื่อสนับสนุนเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่เป็นรองใคร

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการพาคณะสื่อมวลชนบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนัดเปลี่ยนมือรับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” กับคณะสื่อมวลชนที่มาทริปกลุ่มแรกที่ร้านอาหาร “เฮือนใจ๋ยอง” หลังลิ้มรสอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยจึงได้เวลาแยกย้ายขับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ซึ่งมีให้เลือก 2 สี คือ สีขาว และสีดำ พร้อมเพิ่มเติมชุดแต่งดีไซน์พิเศษ STEALTH BLACK PACKAGE  ทั้งภายนอกและภายใน  สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ดุดันสมกับที่มีแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH มุ่งหน้าสู่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อไปยัง “บ้านหนองเงือก” แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนคนยอง ชาวพม่าที่มาตั้งถิ่นฐานในลำพูนตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน หรือที่เรียกแบบภาษาถิ่นว่า จาวยอง” 

เริ่มด้วยการต้อนรับด้วยน้ำลำไยสดใบเตยและขนมจ๊อกหรือขนมเทียนไส้หวาน การไปไหว้พระที่วัดหนองเงือก วัดเก่าแก่ในชุมชนที่มีไฮไลต์ คือ “คะตึก” หรือหอธัมม์  เป็นอาคารที่เก็บคัมภีร์โบราณเก่าแก่ภาษาล้านนา  ซึ่งชั้นล่างมีภาพเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ส่วนตรงข้ามกับคะตึกนั้น เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุบรรรจุพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุ 101 องค์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของวัดและของชุมชน

จากนั้นจึงไปแวะเวียนเรียนรู้ศิลปหัตถกรรมกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือที่สืบสานภูมิปัญญามากว่า 100 ปี ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทอผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 12 ขั้นตอน กลุ่มงานจักสานที่ทำจากไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยาก มีทั้ง ตาแหลวมงคล ตุงใจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังแวะอุดหนุน “รองเท้าจาวยอง” ที่นำยางรถยนต์มาผลิตเป็นรองเท้าดีไซน์เก๋ และมีความทนทาน จนกลายเป็นสินค้า OTOP คู่บ้านหนองเงือกมากว่า 40 ปี ปิดท้ายด้วยการแวะร้านปิ่นฝ้ายร้านค้าท้องถิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากการนำเศษผ้าฝ้ายทอมือที่เหลือจากการทอผ้าในชุมชนมาตัดเย็บเป็นกระเป๋ารูปนกฮูกสีสันสดใส ดังนั้นกว่าจะออกจากบ้านหนองเงือกไปยังร้านอาหารเย็นและเข้าที่พักในโรงแรมกลางตัวเมืองลำพูน แต่ละคนจึงมีของติดไม้ติดมือกันไปคนละหลายชิ้น

เช้าวันที่สองเป็นการเที่ยวเจาะลึกย่านเมืองเก่า โดยขับเป็นขบวนไปจอดหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยเพื่อต่อรถรางนำเที่ยวของชุมชน  ซึ่งกำลังมีงานเทศกาลถวายโคมแสนดวงถือเป็น 1 ใน 10 มหัศจรรย์ล้านนาที่ลำพูน จึงมีการแขวนโคมหลากสีสวยงามประดับประดาตามสถานที่ต่างๆ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และสักการะพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าการทำโคมเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าที่ประทับบนสรวงสวรรค์ และแสงประทีปจากโคมจะช่วยส่องประกายให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข

การนั่งรถรางนำเที่ยวเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเดิมเป็นคุ้มของเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ กับเจ้าหญิงส่องหล้า ซึ่งบอกเล่าประวัติความเป็นมาอันยาวนานของเมืองลำพูน ผ่านภาพถ่ายของบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ เครื่องใช้และของสะสม ซึ่งที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีชีวิตผ่าน คุ้มเจ้ายอด เรือน อาคารเก่าแก่ที่สุดหลังหนึ่งในเขตกำแพงเมืองลำพูน เป็นเรือนพักอาศัยที่เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้ายสร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่เจ้ายอดเรือน ชายาองค์สุดท้าย  ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงอาคารโครงสร้างบ้านเก่า สิ่งของ เครื่องใช้พื้นบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าผู้ครองนครลำพูน  จากนั้นได้แวะสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ซึ่งพระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถ และกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนหริภุญชัยนี้จนรุ่งเรือง  ต่อด้วยกิจกรรมไหว้พระทำบุญ ณ วัดจามเทวี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด

 

ซึ่งตามหลักฐานจากศิลาจารึกที่พบเชื่อว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิงพระนาง และบรรจุอัฐิในพระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ เจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทองตามแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย หากแต่ต่อมาสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด ยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่ากู่กุดพระเจดีย์ ซึ่งถือเป็นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสําคัญในศิลปกรรมสมัยหริภุญชัย  และที่ไม่ควรพลาด คือ วัดสันป่ายางหลวง  ที่ติด 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดมีการแกะสลักลวดลายปูนปั้นไว้อย่างวิจิตรงดงาม  โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย หรือพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง จบท้ายที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานมากกว่าพันปี และยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ซึ่งหากได้มากราบไหว้ขอพรก็จะเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต

หลังมื้อกลางวันที่ร้านขนมจีนหม้อดิน คณะสื่อได้จัดขบวนรถเดินทางลัดเลาะผ่านเส้นทางทุ่งที่คดเคี้ยว  ซึ่งเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ของ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ “สเทลธ์” ยังคงให้พลังแรงเต็มประสิทธิภาพ เพื่อไปร่วมทำ Workshop พิซซ่าเตาถ่านกลางไร่ ณ ทาปันรักษ์ Workshop & Farm Stay ของคุณกรรณิการ์ ตันเส้า หรือ ก้อย นักวิชาการที่มาใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการสร้างบ้านดินเพื่อเปิดเป็นที่พักแนวฟาร์มสเตย์ ปลูกและจำหน่ายผลผลิต ตลอดจนทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรอินทรีย์ โดยคณะสื่อมวลชนได้ร่วมสนุกทำพิซซ่าเตาถ่านท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ

อิ่มอร่อยกับพิซซ่าฝีมือตัวเองจนม่วนอกม่วนใจ๋กันถ้วนหน้า ถึงเวลาต้องอำลาลำพูนกันแล้ว โดยขับรถปิกอัพกลับเชียงใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง นับเป็นทริปส่งท้ายปีของอีซูซุที่ทำให้ความสุขทะยานต่อไม่รอใครด้วยขบวนรถ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” ที่ช่วยได้ค้นพบเสน่ห์และความประทับใจใหม่ ๆ จากการท่องเที่ยวทางรถยนต์ในเมืองลำพูนที่มีพระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวีศรีหริภุญชัย

Motor Expo 2018 เจาะลึก รถเด่น แคมเปญเด็ด

0

เปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยกับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 หรือ Thailand International Motor Expo 2018 งานใหญ่ในช่วงปลายปีของวงการรถยนต์ ซึ่งมากับแนวคิด “ขับสนุก! ก่อนยุคไร้คนขับ-Enjoy Driving! Before Driverless Era โดยได้รวมผุ้ผลิตรถยนต์ 36 ค่าย และรถจักรยานยนต์ 23 ค่าย รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ยกทัพจัดแสดงยนตรกรรมและนวัตกรรมยานยนต์เต็มพื้นที่ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

งานนี้มีค่ายผุ้ผลิตได้นำ Concept Car ซึ่งขานรับแนวคิดของงานมาร่วมแสดงถึง 4 ค่าย ตามรายละเอียดดังนี้

Mercedes-Benz EQA Concept

ค่ายดาวสามแฉกส่งตรงรถต้นแบบ Mercedes-Benz EQA Concept มาจากประเทศเยอรมนี รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์แฮทช์แบ็คคันนี้ใช้เทคโนโลยีไฟส่องสว่างด้วยเลเซอร์ไฟเบอร์ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ทำงานร่วมกันซึ่งให้กำลังขับเคลื่อนมากกว่า 200 กิโลวัตต์

ตลอดจนระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ 4 ล้อตลอดเวลา มาพร้อมโหมดการขับขี่ 2 รูปแบบทั้งแบบ Sport และ Sport Plus ซึ่งเคลมตัวเลขจากการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำระยะทางได้ไกลกว่า 400 กม.

นอกจากรถต้นแบบ พลาดไม่ได้กับ AMG GT S ที่ปรับลุคส์ใหม่จากการเปลี่ยนกระจังหน้า และอัพเกรดเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ปรับแต่งขุมกำลังจาก 510 แรงม้า ให้เป็นเป็น 522 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ Mercedes-Benz ยังมีการจัดเต็มกับรายการส่งเสริมการขายดังต่อไปนี้

สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์ Mercedes-Benz 7 รุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่ CLA 200 Urban, CLA 250 AMG Dynamic, E 350e (3 รุ่นย่อย) , GLC 250 d ( 2 รุ่นย่อย) และแคมเปญนี้จะนับเฉพาะผู้ที่จองและรับรถในระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2018 ซึ่งจะได้รับสมาร์ทโฟน iPhone XS Max 256 GB มูลค่า 49,900 บาท

ผู้ที่สั่งซื้อ Mercedes-Benz ในช่วงงาน Motor Expo พร้อมรับรถและเริ่มทำสัญญาเช่าซื้อรถใหม่ และมายสตาร์ (mySTAR) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2018 รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 16,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อรถยนต์รุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2018 สามารถเลือกรับอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับสัญญาเช่าซื้อระยะเวลา 48 เดือน หรือส่วนลดเงินดาวน์

Mazda VISION Coupe


รถต้นแบบที่มาพร้อมความสง่างามรูปแบบใหม่จาก KODO Desigh นั่นคือ Mazda VISION Coupe ซึ่งวเป็นการสาน่อมาจากรถ 2 ประตู สไตล์คูเป้คันแรกของ Mazda นั่นคือ R 360 โดยเป็นการออกแบบที่เน้นย้ำในเรื่องของการรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว หรือ SUSTAINABLE ZOOM–ZOOM 2030 คือยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

นอกจากรถต้นแบบ โปรโมชั่นของ Mazda โปรโมชั่นของมาสด้าก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน

Mazda 2 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
Mazda 3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
CX-3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
CX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
BT-50 Pro เงินดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,900 บาท/ เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
เฉพาะลูกค้าที่จองภายในงาน Motor Expo รับลำโพง BOSE แต่อย่าลืมสอบถามกับผู้ขายให้ชัวร์ก่อนว่าของยังไม่หมด

MG E-Motion Concept

รถต้นแบบกระแสแรงที่ได้รับการส่งตรงมาจากเมืองจีน หลังจากอวดโฉมในงาน Shanghai Autoshow 2017 และรถต้นแบบ E-Motion Concept ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดตามสไตล์รถสปอร์ตขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า

ทั้งหมดถูกออกแบบบนโครงสร้างแพลตฟอร์มโมดูลาร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ของเอสเอไอซี ที่สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาไม่ถึง 4 วินาที และมีระยะทางขับเคลื่อนไกลกว่า 500 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

นอกจากรถต้นแบบ E-Motion Concept ยังมี MG3 Limited Edition ผลิตขึ้นเพียง 100 คัน โดยนำ MG3 1.5X สีขาว มาใส่หลังคาดำ ผลิตเพียง 100 คันเท่านั้น

โปรโมชั่น MG ในงาน Motor Expo 2018

สำหรับ MG ทุกรุ่นที่จองในงาน รับประกันภัยชั้น 1 ฟรีนาน 1 ปี
MG ทุกรุ่น ดาวน์ 15% ขึ้นไป สามารถเลื่อนระยะเวลาผ่อนชำระงวดแรกออกไป 90 วัน นับจากวันที่ออกรถ เงื่อนไขการพิจารณาภายใต้นโยบายของ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด (แคมเปญขับฟรี 90 วัน)
เฉพาะข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ดาวน์ 0 บาท และผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน
พนักงานที่มีรายได้ประจำ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10% โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน
นักศึกษาจบใหม่ รับส่วนลดมูลค่า 50,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์ MG 3 ใหม่ ทุกรุ่น
MG 3  เลือกดาวน์เริ่มต้น 5% เพียง 25,950 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 5,182 บาท หรือ รับฟรีชุดแต่งรอบคัน
MG ZS  ดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% เงื่อนไขดาวน์ 25% และผ่อนชำระ 48 เดือน
MG 5 เลือกรับดาวน์เริ่มต้น 5% เพียง 32,450 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 7,007 บาท
MG GS 2.0T ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 60 เดือน 1.5T เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.29% หรือ ผ่อนเพียงเดือนละ 9,443 บาท

MINI John Cooper Works GP Concept


รถต้นแบบ John Cooper Works GP ได้รับการตกแต่งเสมือนรถแข่งทางเรียบ โดยมีการเสริมชุดแอโรไดนามิครอบตันโดยใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบาพิเศษ ส่งผลให้รถมีน้ำหนักเบาและสมดุลที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงไฟท้ายที่มาในดีไซน์ธงยูเนียนแจ็คครึ่งผืน

อีกหนึ่งรุ่นใช้ชื่อว่า Oxford Edition เป็น MINI รุ่นพิเศษที่นำเข้ามาเพียง 60 คัน

ความโดดเด่นมาจากการทำสีตัวถังแบบทูโทนสีแดง Pure Burgundy หลังคาสีดำและกระจกมองข้างสี Melting Silver ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำลาย Cosmos Spoke คาดด้วยสติ๊กเกอร์ลายทางคู่รอบคัน มาพร้อมความโดดเด่นจากไฟ LED ลายธงยูเนียนแจ็ค MINI Oxford ใช้เครื่องยนต์ TwinPower Turbo 2.0 ลิตร 192 แรงม้า รุ่น 3 ประตู ราคา 2,819,999 บาท รุ่น 5 ประตูราคา 2,859,999 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า MINI
MINI ทุกรุ่น ยกระดับ MSI Standard ฟรี จากระยะเวลาบำรุงรักษา 3 ปี / 60,000 กิโลเมตร เป็น 10 ปี / 100,000 กิโลเมตร
รับฟรี หมวกแก๊ปจาก MINI John Cooper Works พิเศษเฉพาะผู้มาทดลองขับรถยนต์ MINI เท่านั้น

นอกจากคอนเซปต์คาร์ รถใหม่พาเพรดเข้าโขว์ตัวเพียบ ไปดุกันว่ามีอะไรบ้าง

AUDI
ค่ายสี่ห่วง เปิดตัว Audi A6 Avant 55 TFSI quattro S line สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 4.999 ล้านบาท

Audi A6 Avant ใหม่ มาพร้อมกับระบบไฟหน้าแบบ Matrix LED ช่วยให้การส่องสว่างสอดคล้องกับสภาพเส้นทาง ลดการรบกวนสายตาผู้ใช้รถคันอื่นอัตโนมัติ


ห้องโดยสารออกแบบตามแนวคิด “New Audi design language” โฉบเฉี่ยว สปอร์ต กว้างขวาง และยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น จอมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว มาพร้อมระบบ MMI Navigation Plus ส่วนจอขนาด 8.6 นิ้วด้านล่าง ใช้ควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระ 4 โซน เพิ่มสุนทรีย์ในการเดินทาง ด้วยระบบเสียง 3 มิติ คุณภาพสูงจากเครื่องเสียง Bang & Olufsen

A6 Avant 55TFSI ใช้กำลังจากเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า พร้อมระบบ Mild Hybrid และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 5.3 วินาที

Audi จัดรายการส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้า 100 ท่านแรกที่ออกรถ Audi ทุกรุ่นยกเว้น Q2 รับกล้อง Leica Q-P มูลค่า 180,000 บาท
แคมเปญพิเศษ “รูดแสนบาท ได้แสนพอยท์” โดยลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ยูโอบี กรุงเทพ และกรุงศรีอยุธยา รูดผ่านบัตร 100,000 บาท รับทันทีคะแนนสะสม 100,000 คะแนน มอบให้เป็นพิเศษในวันออกรถ

BMW

เปิดตัวครั้งแรกในไทยกับรถสปอร์ตรุ่นร้อนแรงอย่าง M850i xDrive Coupe สปอร์ตลักซูรี่คู่แข่งตัวจริงของ Mercedes S-Class Coupe

M850i xDrive Coupe ติดตั้งขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซิน ทวินเทอร์โบ แบบ วี 8 ขนาด 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 530 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 8 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0-100 ในเวลา 3.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดทะลุ 250 กม./ชม.

อีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กันนั่นคือ BMW M4 Convertible 30 Jahre (Edition 30 Years)

รถรุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษที่มีพื้นฐานมาจากรุ่น M4 Cabrio Competition ติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า พร้อมแรงบิด 550 นิวตันเมตร มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน รวมถึงล้อ M ขนาด 20 นิ้ว สีเทา มีป้าย 30 Jahre ในบ้านเราได้โควต้ามาจำหน่ายเพียง 2 คัน ได้แก่สีเหลืองและน้ำเงิน สนนราคาของรถคันนี้อยู่ที่ 8,999,000 บาท

BMW จัดข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงานและมีกำหนดรับส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้

การยกระดับโปรแกรมบำรุงรักษา BSI (BMW Service Inclusive) ยกเว้นรถรุ่น i3, i8
ลูกค้าที่ซื้อรถ BMW ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น i เมื่อซื้อโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Ultimate จะได้รับการยกระดับจากระยะเวลาบำรุงรักษา 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร เป็น 10 ปี / 100,000 กิโลเมตร การยกระดับโปรแกรมบำรุงรักษา MSI (MINI Service Inclusive)
สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ผ่านทาง BMW Financial Service รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม

Chevrolet
โดดเด่นสุดของค่ายรถอเมริกันอย่าง Chevrolet ตกเป็นของรถกระบะ Colorado ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Midnight Edition

อัศวินแห่งรัตติกาลคันนี้ตกแต่งด้วยสีดำรอบคันทั้ง กระจังหน้า กระจกมองข้าง โป่งล้อ และล้ออัลลอย รวมถึงมีความโดดเด่นพิเพิ่มเติมจากรุ่น High Country ในส่วนไฟท้ายที่เป็นแบบ LED ดีไซน์ใหม่ และกระจกรถ 3 บานหลังสีรมดำ

สำหรับ Chevrolet Colorado Midnight Edition ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1,028,000 บาทในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 1,098,000 บาทในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ

ส่วนคนผู้ที่มองหารถอเนกประสงค์อย่าง Chevrolet Tralblazer ซึ่งมีการปรับแต่งในรุ่น 4×2 LTZ ให้กลายมาเป็นรุ่น Perfect Edition โดยเพิ่มชุดแต่งกันชนหน้า/หลัง ซุ้มล้อสีด้าน สปอยเลอร์ และปลายท่อสแตนเลย ลดราคาจำหน่ายเหลือเพียง 1,189,000 บาท

Chevrolet จัดโปรโมชั่นในงาน Motor Expo 2018 ไว้ดังนี้

Trailblazer รุ่น 4×4 A/T LTZ  ลดจาก 1,479,000 บาท เหลือเพียง 1,289,000 บาท
นำรถเก่ามาแลก Colorado High Country Storm ข้อเสนอพิเศษ 1,028,000 บาท รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 60,000 บาท
Colorado High Country ข้อเสนอพิเศษ 998,000 บาท รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 60,000 บาท เมื่อนำรถเก่าแลกรถใหม่
Colorado C-Cab ข้อเสนอพิเศษ 699,000 บาท สำหรับรุ่น LT รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท

Colorado C-Cab รุ่น LTZ Z71 รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 100,000 บาทเมื่อนำรถเก่าแลกรถใหม่
Colorado X-Cab ราคาพิเศษ 599,000 บาท สำหรับรุ่น LT รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 60,000 บาท

โปรแกรมเช็คระยะฟรี 30,000 กิโลเมตร สำหรับรุ่น LT Z71 รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท และรุ่น LTZ Z71 รับมูลค่าเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท เมื่อนำรถเก่าแลกรถใหม่

FOMM
FOMM One เป็นหนึ่งในยานยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานรถยนต์ขนาดเล็ก L7e จากยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในหมวดรถยนต์ขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ห้องโดยสารออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกสะดวกสบายโดยมีคันเร่งติดอยู่ที่พวงมาลัยเพื่อ ช่วยลดความผิดพลาดขณะการเบรกรถฉุกเฉิน

การออกแบบเป็นการผสานประโยชน์การใช้สอยและความน่ารักสวยงามของเส้นสายภายนอกตัวรถได้อย่างกลมกลืน โดยมีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีขาว, สีส้ม, สีเหลือง, สีแดง, สีน้ำเงิน, สีชมพู และสีเขียว อีกหนึ่งไฮไลท์คือ FOMM One ได้ติดตั้งระบบป้องกันน้ำเข้าภายในห้องโดยสาร พร้อมทั้งสามารถลอยตัวในน้ำได้เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมสูงเกิน 70 ซม. (หมายเหตุ: FOMM One ไม่ใช่ยานยนต์สะเทินน้ำสะเทินบก) ซึ่งการออกแบบให้สามารถลอยตัวในน้ำได้นั้นเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ FOMM One มีขนาดเพียง 2,585 x 1,295 x 1,560 mm. และน้ำหนักตัวรถที่เบาถึง 445 กก. (ไม่รวมแบตเตอรี่) ซึ่งมีระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-Wheel ขนาด 5kWx2 แต่มีแรงบิดสูงถึง 560 Nm

และด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่นคือ In-Wheel Motor ทำให้การสูญเสียพลังงานของมอเตอร์น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมอเตอร์ทั่วไปในปัจจุบัน จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟฟ้าจากระบบภายในบ้านเพียง 6 ชั่วโมง (0-100%) คิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียง 36 บาท แต่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร

สำหรับราคาช่วงแนะนำ Fomm One ได้จัดแคมเปญลดราคาพิเศษ 64,100 บาท จาก 664,000 บาท เหลือเพียงราคา 599,900 บาท

Ford
เริ่มกันที่ม้าป่าในตำนานกับ ฟอร์ด มัสแตง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลัง และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ

โดดเด่นที่สุดในเรื่องของรูปลักษณ์ สำหรับในประเทศไทย มีวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack และ รุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

ต่อด้วยกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง เรนเจอร์ ที่มาพร้อมศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด ปัจจุบันในประเทศไทย มีทั้งหมด 20 รุ่น ตั้งแต่ รุ่นไวล์ดแทรค XLT XLS และ XL และรุ่นใหม่ ‘ลิมิเต็ด’ (LTD) และยังรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ผลิตจากโรงงานรุ่นแรกและรุ่นเดียวของเอเชีย แปซิฟิก

นอกจากนี้ รถเอสยูวีอย่าง เอเวอเรสต์ ใหม่ มาจัดแสดง ทั้ง 4 รุ่น รวมถึง รุ่นเทรนด์ ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นที่มีอุปกรณ์ครบครัน

รายการส่งเสริมการขายของ Ford ในงาน Motor Expo
โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ (Premium Extended Warranty) สำหรับลูกค้าที่ออก Ranger และ Everest ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2561 เป็นเวลา 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
Ford Ranger ใหม่ รุ่น Wildtrak และ Double Cab Limited ดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
Ford Ranger ใหม่ รุ่น Double Cab XLT ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
Ford Ranger ใหม่ รุ่น Open Cab XLT ดอกเบี้ย 89% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 84 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
Ford Ranger ใหม่ รุ่น Open Cab XL+ ดาวน์เพียง 9,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
Ford Ranger ใหม่ รุ่น Open Cab XL ส่วนลด 35,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
Ford Ranger ใหม่ รุ่น STD Cab & Open Cab XLS ส่วนลด 23,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
Ford Everest ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,299,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

HONDA

ยังไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายแต่ก็ได้นำรถจริงมาให้แฟนๆยลโฉมอย่างใกล้ชิดกับ Honda NSX

ซุเปอร์คาร์ทรงกำลังรุ่นนี้ มาพร้อมขุมพลัง V6 3.5 ลิตรเทอร์โบคู่พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงสุด 581 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 646 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที

ต่อด้วยการเผยตัวของ Honda Accord ที่มากับดีไซน์ภายนอกซึ่งผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว เสริมด้วย 2 ขุมพลังขับเคลื่อน ทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ และเครื่องยนต์ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ใหม่ ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 เหนือระดับด้วยอีกขั้นของ เทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น แฟนรถรุ่นนี้อดทนรออีนิด ต้นปี 2562 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแน่นอน

อีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นคือ Honda Civic ไมเนอร์เชนจ์ ที่มากับสีน้ำเงินใหม่ Brilliant Sporty Blue มีให้เลือกทั้งรุ่น 1.8 และ 1.5T ซึ่งเพิ่มราคาจากรุ่นเดิม 5,000 บาทในรุ่น 1.8E, 1.8EL และ 1.5 Turbo ส่วนรุ่น Turbo RS เพิ่ม 20,000 บาท พร้อมการติดตั้งระบบ Honda Sensing ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ มีทั้งระบบช่วยเตือนรถให้อยู่ในเลน ระบบ Adaptive Cruise Control ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ

Honda จัดแคมเปญส่งเสริมการขายในงาน Motor Expo ไว้ดังนี้

แคมเปญ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท
แคมเปญ “ฮอนด้าช่วยผ่อน” โดยฮอนด้าช่วยผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,000 บาท และสูงสุดเดือนละ 10,000 บาท นาน 12 เดือน
รถยนต์เก่าแลกซื้อรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เพียงนำรถยนต์รุ่นใดยี่ห้อใดก็ได้ มาเปลี่ยนเพื่อซื้อรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ทุกรุ่น รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เพียงจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่20 พฤศจิกายน 2561 – 28 กุมภาพันธ์ 2562 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562
ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษลดลง 15% จากลูกค้าทั่วไป

Hyundai

ค่ายรถเกาหลีได้นำรถไฟฟ้ามาจัดแสดงอีกหนึ่งรุ่น หลังจากกระแสตอบรับในรุ่น Ioniq ดีเกินคาด โดยนำ Kona Electric รถไฟฟ้าสไตล์คอมแพคเอสยูวีมาแสดงตัวต่อสาธารณชน

รถคันนี้โดดเด่นและแตกต่างที่กระจังหน้าแบบปิด เน้นความเรียบง่าย มีสไตล์ มาพร้อมไฟคอมโพสิท ที่ช่วยให้การมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

Kona Electric ใช้แบตเตอร์รี่ที่ให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้ระยะทางมากถึง 482 กิโลเมตร ให้พละกำลัง 204 แรงม้าต่อ 150 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 ใช้เวลาเพียง 7.6


นอกจากนี้รถเอมพีวีรุ่นธงอย่าง H-1 และ Grand Starex ใหม่ ก็ยังล่าแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรถทั้ง 2 รุ่นนี้มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยมากขึ้น โดดเด่นที่กระจังหน้าโครเมียม โคมไฟหน้าพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์เลนส์และไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 16 และ 17 นิ้ว ในขณะที่ห้องโดยสารภายในมอบความสะดวกสบายทุกการเดินทาง

Hyundai จัดโปรโมชั่นในงาน Motor Expo 2018 ไว้ดังนี้

จองรถยนต์ Hyundai ทุกรุ่นในงาน ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
สำหรับผู้จองรถ H-1 รุ่น Elite และ Touring ฟรีค่าบำรุงรักษา 30,000 กิโลเมตร

ISUZU
รถปิดอัพต้อง “อีซูซุ” เป็นสโลแกนที่ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ปีนี้มีรถใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไปก่อนงานเพียงไม่ถึงเดือนในชื่อรุ่นว่า D-Max Stealth

D-Max Stealth เป็นการปรับปรุงมาจากรถปิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงรุ่น Hi-Lander Cab4 เครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power พร้อมเปลี่ยนแปลงด้วยการเพิ่มเติมชุดแต่ง Stealth Black Package ซึ่งประกอบไปด้วยกระจังหน้าแบบใหม่, ไฟหน้า LED โคมรมสีดำ, กรอบไฟตัดหมอกรมดำ, สเกิร์ตหน้า, และล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว

ห้องโดยสารสองโทนเบจ/ดำ และเบาะนั่งเป็นหนังสีดำ ราคาเริ่มต้นในรุ่นเกียร์ธรรมดา 887,000 บาท รุ่น Z Prestige เกียร์ธรรมดา 957,000 บาท และรุ่น Z Prestige เกียร์อัตโนมัติ 999,000 บาท

โปรโมชั่น Isuzu ในงาน Motor Expo

จองรถภายในงาน และทำสัญญากับ Isuzu Leasing รับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 1,500 บาท
จองรถ D-Max 1.9/3.0 ภายในงาน และทำสัญญากับ Isuzu Leasing รับอัตราดอกเบี้ย 1.23% หรือดาวน์ต่ำ 29,000 บาท
จองรถ D-Max Hi-Lander 1.9  และทำสัญญากับ Isuzu Leasing รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.89% และบัตรกำนัล Isuzu มูลค่า 15,000 บาท หรือเลือกเงื่อนไขดาวน์ต่ำ 35,000 บาท พร้อมรับบัตรกำนัล Isuzu มูลค่า 30,000 บาท
MU-X รับเงื่อนไขพิเศษ Isuzu Leasing ดอกเบี้ย 0.99%
ผู้ที่ซื้อ Isuzu ในงานลุ้นโชครับทองคำได้ทุกวัน รวมมูลค่า 1,300,000บา

Land Rover

Land Rover Discovery Sport รถ SUV ขนาดกลางระดับพรีเมียมที่มีความอเนกประสงค์มากที่สุดในโลก กับการออกแบบที่นั่งแบบ 7 ที่นั่ง สมบูรณ์พร้อมทั้งในด้านการออกแบบและด้านวิศวกรรม

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมระบบ Terrain Response® ให้สมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยอย่างสูงสุดไม่ว่าสภาพของถนนจะเป็นเช่นไร สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ตามสภาพถนนได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับเลี้ยว การตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อ และระบบเบรก/ระบบควบคุมการทรงตัว โดยมีโหมดการควบคุมทั้งหมดสี่แบบได้แก่ พื้นผิวปกติ, พื้นผิวลื่น (หญ้า/ถนนลูกรัง/หิมะทั้งบนถนนและออฟโรด) พื้นผิวที่เป็นโคลนและร่อง และพื้นทราย

ราคาจำหน่ายของ Land Rover Discovery Sport เริ่มต้นเพียง 3.499 ล้านบาทพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เมื่อจองภายในงาน

อีกหนึ่งรุ่นคือ Range Rover Sport Plug-in Hybrid มาพร้อมการออกแบบภายในที่หรูหราสะดวกสบายครบครันด้วยเทคโนโลยียานยนต์อันทันสมัยใหม่ ภายนอกด้วยมุมมองด้านหน้าสะดุดตา กระจังหน้าที่กลมกลืนกับฝากระโปรงทรงเปลือกหอยที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงการออกแบบหลังคาลอย Floating Roof

ห้องโดยสาร ดีไซน์ด้วยการผสมผสานวัสดุที่หรูหราเข้ากับงานฝีมือเพื่อให้สร้างบรรยากาศในการขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวางซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการใช้งาน


Range Rover Sport Plug-in Hybrid ใช้ เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยได้พลังขับจากเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า บวกกับพลังของมอเตอร์ 116 แรงม้า เมื่อทั้ง 2 ขุมพลังทำงานร่วมกันจะได้พลังทั้งหมด 404 แรงม้า และมีแบตเตอรี่จุไฟ 13.1 kWh ทำให้การใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลถึง 51 กิโลเมตร ซึ่งรถรุ่นนี้จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท

โปรโมชั่นงาน Motor Expo สำหรับ Land Rover

ดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค (Range Rover Evoque), เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) และ แลนด์ โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่ (Land Rover Discovery)

ฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับ แลนด์ โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่ สปอร์ต (Land Rover Discovery Sport)
ฟรีวอชเชอร์ใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า EA Anywhere มูลค่า 10,000 บาท สำหรับ เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต ปลั๊กอิน ไฮบริด (Range Rover Sport Plug-in Hybrid) และ เรนจ์โรเวอร์ ปลั๊กอิน ไฮบริด (Range Rover Plug-in Hybrid)

LEXUS

สำหรับรถหรูในเครืออย่าง Lexus ก็ขนทัพมาเต็มเช่นกัน แต่ที่โดดเด่นและสะกดมายตาผู้ชมงานคือ RC300 Coupe สีส้มสดใส

ภายใน โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล Electric Multi Vision (EMV) ขนาด 10.3 นิ้ว ที่มาพร้อมกับนาฬิกาบอกเวลาแบบ จีพีเอส และเพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยชุดเครื่องเสียงจาก Mark Levinson Surround Sound System 17 ลำโพง

ขุมพลังที่ใช้ก็ยังเป็น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ แถวเรียง ที่มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ 8 จังหวะ เสริมความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Lexus Safety System Plus (LSS+) ซึ่งราคาจำหน่ายของ RC 300 รุ่น F-Sport อยู่ที่ 5,665,000 บาท
โปรโมชั่น Toyota/Lexus ในงาน Motor Expo

รายการส่งเสริมการขายของLexus

ลูกค้าที่จองรถเลกซัส จะได้รับบัตรกำนัลห้องพัก โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา ผู้ที่ทำการจองรถรุ่น LS หรือ LC สามารถเลือกรับประสบการณ์สุดพิเศษ Omakase course มิชลินสตาร์ จาก Ginza Sushi Ichi หรือ Wine Testing Course จาก เลอ กอร์ดอง เบลอ และผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จองรถยนต์รถเลกซัสทุกรุ่นภายในงาน ด้วยบัตรที่ร่วมรายการรับคะแนนสะสมสูงสุด 20 เท่า

Kia
อีกหนึ่งค่ายรถเกาหลีแบรนด์ เกีย งานใน ดาวเด่นในงานยกให้กับรถอเนกประสงค์รุ่น Grand carnival ที่มากับรูปลักษณ์ใหม่ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา โฉบเฉี่ยว รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 11 ที่นั่ง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

Grand Canival มากับขุมพลังดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้าพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ โดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลและยึดเกาะถนนได้ดี สำหรับรถรุ่นนี้ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1,622,000-2,292,000 บาท

โปรโมชั่นสำหรับผู้ที่จองรถเกียในงานมหกรรมยานยนต์ จะได้รับ Kia Care Plus Package พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

Lamboghini
เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ Lamboghini อย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัว Urus ซูเปอร์เอสยูวี คันแรกของโลก ที่คงคาแรกเตอร์ของ Lamboghini ทั้งภายนอกและภายในไว้อย่างชัดเจน

ดีไซน์ภายในสปอร์ตหรู มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวิน-เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 659 แรงม้า พร้อมแรงบิด 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 12.8 สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ยังสามารถควบคุมและขับขี่ได้ง่าย คล่องตัว ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทางบนทุกสภาพถนน ผ่าน Tamburo – Lamborghini driving dynamics control อูรุสจึงเป็นซูเปอร์เอสยูวีตัวจริงที่ก้าวข้ามขีดจำกัด และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

Lamboghini Urus ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 23,420,000 บาท

McLaren

Niche Cars ตัวแทนจำหน่าย Mclaren ในประเทศไทย ได้สั่งรถรุ่นพิเศษมาจำหน่ายในรุ่น 600LT ติดตั้งชุดแอโร่พาร์ทมาครบ ทั้งลิ้นหน้า ดิฟฟิวเซอร์หลัง และสปอยเลอร์แบบเฉพาะรุ่น

ทั้งยังได้รับการโมดิฟายเพิ่มพลังให้เครื่อง V8 ขนาด 3.8 ลิตรทวินเทอร์โบ ให้กำลังสุงสุด 600 แรงม้า จนความยาวของรถเพิ่มจาก 570S ไปอีก 73.7 มิลลิเมตร แต่น้ำหนักตัวกลับเบากว่า 570S ตั้ง 96 กิโลกรัม

Mclaren 600LT รุ่นนี้ Niche Cars ได้รับสิทธิมาจำหน่ายเพียง 6 คัน ในราคาเริ่มต้น 24,700,000 บาท

MITSUBISHI

เป็นอีกหนึ่งค่ายที่เปิดตัวกระบะรุ่นใหม่ครั้งแรกของโลกในเมืองไทยก่อนที่จะเปิดงานไม่ถึงเดือน และรถรุ่นที่จะพูดถึงนั่นคือ Mitsubishi Triton ซึ่งเป็นการปรับปรุงในรูปแบบของการไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่แห่งวาระฉลองครบรอบ 40 ปีกระบะมิตซูอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นอกจากในด้านรูปลักษณ์ ยังมีระบบเกียร์อัตโนมัติซึ่งเปลี่ยนจาก 5 เป็น 6 จังหวะ และเพิ่มกล้อง 360 องศา รวมถึงระบบช่วยชะลอความเร็วรถอัตโนมัติ พร้อมระบบเตือน เซนเซอร์กะระยะหน้า/หลัง ระบบช่วยเตือนเวลารถเบี่ยงออกนอกเลน และถุงลมนิรภัย 7 ใบ

สำหรับราคาของ Triton รุ่น 4 ประตูยกสูงเริ่มต้นที่รุ่น Plus GLX เกียร์ธรรมดาที่ 779,000 บาท ไปจนถึงรุ่นท้อป 4WD GT Premium 6AT ราคา 1,099,000 บาท

อีกรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กันนั่นคือ Mitsubishi Pajero Sport รุ่นพิเศษในชื่อ Elite Edition ซึ่งเป็นการยกระดับความหรูหรา ผสานสไตล์การออกแบบและความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น

โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในที่ตกแต่งพิเศษสร้างความแตกต่างอย่างมีระดับ กระจังหน้า หลังคา ชายกันชนหน้า/หลัง ล้ออัลลอยและสปอยเลอร์ แต่งใหม่โดยการใช้สีดำ และเพิ่มตัวอักษร PAJERO SPORT ที่ฝากระโปรงหน้า
ภายในเปลี่ยนเบาะหนัง และแผงข้างแบบใหม่เป็นสีน้ำตาล โดยหนังที่ใช้เป็นแบบสะท้อนความร้อนได้มากกว่าปกติ ราคารุ่นขับสองอยู่ที่ 1,459,000 บาท ส่วนขับสี่ จบที่ 1,574,000 บาท

โปรโมชั่น Mitsubishi

Pajero Sport จองในงาน รับฟรี Mitsubishi Dual Tumbler Set และ Cooler Backpack มูลค่า 3,197 บาท
รุ่นอื่นๆ ยกเว้น Pajero Sport เมื่อจองในงานรับ Dual Tumbler Set มูลค่า 1,598 บาท
Pajero Sport มีแคมเปญ ดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี+ชุดรับสัญญาณทีวีดิจิตอล
New Triton ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี รับชุดแต่งกันชนหน้ามูลค่า 10,900 บาท
Xpander, Mirage และ Attrage ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี
Triton รับส่วนลด 10% สำหรับชุดแต่งแพ็คเกจ Sporty หรือ Stylish หรือ Protection
Xpander รับส่วนลด 10% สำหรับชุดแต่งแพ็คเกจ Decor หรือ Aero
Pajero Sport สามารถเลือกแพคเกจชุดแต่งพิเศษ ประกอบด้วย คิ้วซุ้มล้อ ชุดป้องกันมุมตัวถังรถ ชุดแต่งใต้กันชนหลังและด้านข้าง หรือ อีกแพคเกจที่เพิ่มบันไดข้าง โดยชุดแต่งทั้ง 2 แพคเกจลด 40% จากราคาปกติ

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ใช้รถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น จะได้รับแคมเปญตรวจเช็ครถยนต์ก่อนเดินทาง จากวันนี้ถึงสิ้นปี ทั้งฟรีเช็คสภาพรถยนต์ 22 รายการ, ฟรีไส้กรองเมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้, ส่วนลด 10% สำหรับเคมีภัณฑ์ และมีส่วนลด 300 บาท เมื่อนำแบตเตอรี่เก่ามาเปลี่ยนใหม่

NISSAN
เป็นข่าวมาแล้วกว่า 2 ปี กับรถยนต์พลังไฟฟ้าในรุ่น Nissan Leaf ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ และยังเป็นการนำเสนอความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) โดยให้ระยะการขับขี่ 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลืองในการขับขี่ของยุโรป

ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ให้อัตราเร่งที่ดีด้วยกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที อีกหนึ่งเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะที่โดดเด่นของนิสสัน ลีฟ ใหม่ คือ e-Pedal ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เริ่มขับขี่ เร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว โดยการเหยียบหรือผ่อนคันเร่ง

ราคาค่าตัวของ Nissan Leaf อยู่ที่ 1,990,000 และมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือสีขาวหลังคาดำ Nissan รับประกันรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รับประกันระบบไฟฟ้ารถยนต์เป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร

รายการส่งเสริมการขายของ Nissan 
Nissan Terra ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 0.99% (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
Nissan Note รับทองคำหนัก 1 บาท, “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,590 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 33% (187,440 บาท), ดอกเบี้ย 3.21% และงวดที่ 61 (227,200), คำนวณจากรุ่น 1.2V CVT ราคา 568,000 บาท] + ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
Nissan Almera รับทองคำหนัก 50 สตางค์, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี หรือเลือกรับข้อเสนอพิเศษ*: “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,490 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 36% (193,320 บาท), ดอกเบี้ย 1.54% และงวดที่ 61 (161,100), คำนวณจากรุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท] หรือ ดาวน์ต่ำสุด 10,700 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 43,000 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท)** ผ่อนนาน 72 เดือน

PORSCHE 

Porsche ชูจุดเด่นในงานครั้งนี้ด้วย Macan ในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ เอสยูวีขนาดกะทัดรัดคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า

ในวาระฉลองครบรอบ 25 ปีของ Porsche ประเทศไทย ทาง AAS ได้จัดPremium Package ให้กับรถรุ่นนี้ซึ่งมีเครื่องเสียง BOSE Surround Sound System, ระบบสั่งการด้วยเสียง, Apple CarPlay เพิ่ม Ambient Lightingในห้องโดยสาร (ขนาด Cayenne E-Hybrid ยังไม่มี) ม่านบังแสงอัตโนมัติ และกระจกปรับลดแสงอัตโนมัติ, จอกลางขนาด 10.9 นิ้ว, เซ็นเซอร์หน้า/หลังพร้อมกล้องมองหลัง


สำหรับ Porsche Macan ตั้งราคาจำหน่ายเพียง 4,800,000 บาท

ในส่วนพี่ใหญ่ไซส์บิ๊กแบบเสียบปลั๊กอย่าง Cayenne E-Hybrid ก็นำมาจำหน่ายภายในงานด้วยเช่นกัน โดยมีความโดดเด่นมาจากเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า เมื่อนำมาผสมกับกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า จะได้กำลังสูงสุดรวม 462 แรงม้ากับแรงบิด 700 นิวตันเมตร

Cayenne E-Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น เริ่มต้นที่ 6.3 ล้านบาท และ 6,679,000 บาท ซึ่งมาพร้อมอุปกรณ์ Thailand Standard Package

ROLLS-ROYCE

ค่ายรถเจ้าสัวก็นำอัครสถานเคลื่อนที่เข้ามาแสดงพร้อมจำหน่ายภายในงานนี้เช่นกัน สำหรับรถเด่นต้องยกให้ Rolls-Royce Cullinan รถเอสยูวีรุ่นแรกที่ Rolls-Royce สร้างขึ้นมา รูปลักษณ์ภายนอกดูบึกบึน สง่างาม แต่ออกแบบความสูงของตัวถังให้ไม่ถึง 1.9 เมตร ทำให้ยังคงไว้ซึ่งความปราดเปรียว

ภายในยังคงเน้นความหรูหรา มาพร้อมห้องโดยสารที่โปร่งตา เบาะหนังและแผงข้างรอบคัน บรรจงตัดเย็บด้วยช่างเทคนิคของ Roll-Royce รวมถึงติดตั้งวัสดุซับเสียงที่หนาเพื่อให้ได้มาซึ่งความเงียบ ผนวกกับช่วงล่างแบบ Air Suspension ทำให้เป็นรถที่นั่งสบาย

เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นแบบ V12 เทอร์โบคู่ ความจุ 6.75 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 571 แรงม้า พร้อมแรงบิด 850 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ โดยราคาค่าตัวนั้นอยู่ที่ 32.9 ล้านบาท

SUBARU
แล้วก็ได้ฤกษ์เปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยภายใต้การบริหารของ ตันจง กรุ๊ป ซึ่งเป็นกฃลุ่มที่จำหน่ายรถยนต์ซูบารุในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกมากถึง 11 ประเทศ และการเปิดตัวในครั้งนี้ Subaru ได้เผยโฉม Forester รุ่นประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยขุมพลังนั้นมาจากเครื่องยนต์สูบนอนขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสุงสุด 156 แรงม้า

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาพร้อมกล้องมองหลัง Cruise Control ปุ่มสตาร์ท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 Zone มีจอกลางขนาด 8 นิ้ว และเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ล้อ 17 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีระบบ EyeSight ที่จะให้ความโดดเด่นด้านความปลอดภัย

Subaru Forester มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย พร้อมเปิดราคาที่ 1.33 ล้าน, 1.38 ล้าน และ 1.45 ล้านบาท

โปรโมชั่น Subaru Forester

บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง / 3 ปี และ ลูกค้า 99 ท่านแรกที่สั่งจอง จะได้สิทธิ์ในการทัวร์โรงงานลาดกระบังเมื่อรถของท่านผลิตเสร็จ

SUZUKI

ค่ายรถที่โด่งดังสุดกับรถยนต์ในเซกเมนต์อีโค่คาร์ในงานนี้ไม่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่หรือมีการสั่งตรงคอนเซปต์คาร์มาจัดแสดง แต่รถเด่นอย่าง Suzuki Swift Sport ซึ่งเป็นรถที่ทาง Suzuki Japan ตกแต่งสีสันนำไปโชว์ที่งาน Tokyo Auto Salon

นอกจากนี้ยังมีการโชว์รถ All New Suzuki Swift ที่ชนะการประกวด Swift Phenomenon โดยคัดรถยนต์จากเจ้าของที่ส่งเข้าประกวดมามากกว่า 300 ท่าน ให้เหลือเพียง 5 คัน เพื่อเป็นแนวทางการตกแต่งของรถอีโค่คาร์ขวัญใจมหาชน

โปรโมชั่น Suzuki
Suzuki Swift ทุกรุ่นย่อย เลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท หรือ พิเศษสุด ขับฟรี 90 วันพร้อมดอกเบี้ยต่ำ บัตรเงินสดเติมน้ำมัน ปตท. 5,000 บาท
Suzuki Ciaz ทุกรุ่นย่อย เลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 60,000 บาท หรือ ผ่อนค่างวดเพียงเดือนละ 999 บาท ระยะเวลา 6 เดือน หรือ พิเศษสุด ขับฟรี 90 วันพร้อมดอกเบี้ยต่ำ บัตรเงินสดเติมน้ำมัน ปตท. 5,000 บาท
Suzuki Celerio เลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท หรือ รับอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน หรือ พิเศษสุด ขับฟรี 90 วันพร้อมดอกเบี้ยต่ำ ยกเว้น Celerio GA M/T
Ertiga ทุกรุ่นย่อยเลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 70,000 บาท หรือ อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน หรือ พิเศษสุด ขับฟรี 90 วันพร้อมดอกเบี้ยต่ำ
Swift, Ciaz, Celerio และ Ertiga (ยกเว้น Celerio GA M/T) ประกันภัยชั้น 1 ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปีแรกและโปรแกรมช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistant Program) บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ฟรีเป็นระยะเวลา 3 ปี
Suzuki Carry ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และ ประกันภัยชั้น 1 ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปีแรก

THAIRUNG

ค่ายรถดัดแปลงแบรนด์ไทยทำ TR TRANSFORMER II ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ 3 สไตล์ 3 คอนเซ็ปต์

เริ่มที่ TR Transformer II X–Treme เครื่องยนต์ 2.8 MT ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 9 ที่นั่ง สีดำด้าน เสริมด้วยชุดช่วงล่างสไตล์ออฟโรด และติดตั้งโรลบาร์รอบคัน

TR Transformer II สีน้ำเงินเฉดใหม่ ‘Galactic Blue’ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ แบบ 5 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนัง Nappa หลังคาหุ้มด้วยหนัง Acantara พร้อมชุดเครื่องเสียง Kenwood

และรุ่นขับเคลื่อน 2ล้อ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรเกียร์อัตโนมัติ หลังคาทรงสูงแบบ 11 ที่นั่ง สีเหลืองเฉดใหม่ ‘Cyber Yellow’ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 150 แรงม้า พร้อมสติ๊กเกอร์ลายคาบอนที่ฝากระโปรง เบาะนั่งลายใหม่ทั้ง รวมถึงจอทัชสกรีนขนาด 6 นิ้ว

Thairung มอมแคมเปญสุดพิเศษฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.ดอกเบี้ย2.9 % ทุกรุ่น เฉพาะงานนี้เท่านั้น

TOYOTA และ Lexus

ค่ายแชมป์ยอดจำหน่ายรถยนต์ได้ใช้งานนี้เป็นเวทีโชว์ตัวให้กับ All New Toyota Camry ที่มากับรูปลักษณ์สปอร์ต พร้อมการออกแบบเส้นสายที่คมชัด โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นของโครงสร้าง TNGA ที่ทำให้ฟิลลิ่งการควบคุมรถนั้นต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน และยังคงรักษาพื้นที่ภายในที่ เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ง่ายต่อการใช้งานทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

และอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว สำหรับ Toyota C-HR รุ่นพิเศษ คือรุ่น ADIDAS Inspired Design ซึ่งเป้นสร้างสรรค์แคมเปญสุดพิเศษภายใต้แนวคิด“Disrupt to Create” ที่สื่อถึงดีไซน์และสมรรถนะอันสมบูรณ์แบบที่สุดของ Toyota C-HR และ ADIDAS โดยนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้ามาตกแต่งและออกแบบลวดลายลงบนตัวรถ

แคมเปญส่งเสริมการขายวของ TOYOTA

Yaris และ Yaris ATIV ดาวน์ต่ำเริ่มต้น 8,500 บาท และฟรีประกันภัยชั้น 1 (Toyota Care) พร้อมขับฟรี 90 วัน
Vios ผ่อนสบายเริ่มต้น 7,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้น 1 (Toyota Care) พร้อมขับฟรี 90 วัน
Altis เฉพาะรุ่น 1.8 ลิตร อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน หรือประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
Camry ใหม่ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน หรือ ผ่อนสบายเริ่มต้น 17,000 บาทพร้อมรับ Ultimate Ownership Package
C-HR ผ่อนสบายเริ่มต้น 8,500 บาท และรับฟรีของที่ระลึก C-HR | ADIDAS Set Japan Limited Edition พร้อมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพจาก 3 ปี เป็น 5 ปี พร้อมทั้งฟรีค่าแรงเช็คระยะจนถึง 100,000 กม. พิเศษ สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ ไฮบริด 10 ปี (ช่วงปีที่ 6-10) และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

VOLVO
ค่ายรถแดนไวกิ้งจัดให้นำ XC40 เป็นรถธงที่ใช้ล่ายอดจำหน่าย ด้วยรูปลักษณ์ที่กะทัดรัดในสไตล์รถ SUV รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 2,090,000 บาท ในรุ่น 190 แรงม้า และราคา 2,390,000 บาท ในรุ่น XC40 T5 R-Design

นอกจากเอสยูวีไซส์กะทัดรัด ยังมีรถซีดานหรูในรุ่น XC90 Excellence และ XC90 ในรูปแบบเอสยูวีไซส์บิ๊กรวมถึง XC60 และ S90 มาจัดแสดง


โปรโมชั่นของ Volvo

XC40 เริ่มต้นผ่อนที่ 19,xxx บาทต่อเดือน
XC60 เริ่มต้นผ่อนที่ 28,xxx บาทต่อเดือน
XC90 เริ่มต้นผ่อนที่ 36,xxx บาทต่อเดือน
S90 เริ่มต้อนผ่อนที่ 28,xxx บาทต่อเดือน
S90 สามารถเลือกได้ว่าจะรับส่วนลดเงินดาวน์ 300,000 บาท + Volvo Premium Service Program นาน 5 ปี หรือใช้สิทธิ์นำรถ Volvo คันเดิมมาแลกเพื่อรับส่วนลด 300,000 บาท สำหรับการซื้อรถยนต์ Volvo คันใหม่บวก Volvo Premium Service Program (รถที่นำมาแลกต้องไม่เก่ากว่าปี 2010)

สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 หรทอ Thailand International Motor Expo 2018 จะจัดถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี โดยจำหน่ายบัตรเข้าชมงานในราคา 100 บาท เท่านั้น ซึ่งใครที่มองหารถคันใหม่ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าทั้งด้านสมรรถนะ ราคา และ รายการส่งเสริมการขาย งานนี้เป็นอะไรที่ไม่ควรพลาด

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ครั้งแรกในอาเซียนทั้ง “เอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 และ ไออ้อน 1200” ในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018

0

 

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติอเมริกัน เตรียมจัดแสดงมอเตอร์ไซค์  2 รุ่นใหม่ล่าสุดทั้งเอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 (FXDR 114™) และ ไออ้อน 1200  (Iron 1200) เป็นครั้งแรกของภูมิภาคอาเซียน ภายในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี กรุงเทพฯ เพื่อบรรดาแฟนๆ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เมืองไทยผู้แสวงหาอิสรเสรีอันไร้ขีดจำกัด

เอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 (FXDR 114™)

เอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 ใหม่ นำเสนอสมรรถนะแห่งการพุ่งทะยานที่แรงสุดขั้ว เห็นได้จากการออกแบบรูปลักษณ์ที่มีแรงบันดาลใจมาจากสนามแข่งขันทางตรง ที่ซึ่งนักขี่สามารถสัมผัสถึงแรงบิดที่มีปฏิกิริยากับพื้นถนนได้อย่างเต็มกำลัง ในขณะที่อะดรีนาลีนผู้ขับขี่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย

  • ขุมพลังจากเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight V-twin engine 114 ci
  • แชสซีรุ่นซอฟเทล (Softail™) พร้อมสวิงอาร์มและล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบา
  • ผสมผสานองค์ประกอบต่างๆที่ช่วยลดน้ำหนักตัวรถได้อย่างมาก

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 ใหม่ มอบสมรรถนะที่แรงแบบรถแข่งแดร๊กแนวฮาร์ดคอร์ ที่เพียบพร้อมด้วยความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี นับเป็นมอเตอร์ไซค์แบบครุยเซอร์อันทรงพลังที่มอบมิติใหม่ของประสิทธิภาพการขับขี่ในกลุ่มรถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ผสานแรงบิดสุดพลังจากเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight114เข้ากับแนวคิดอิสระในการใช้ชิ้นส่วนอะลูมิเนียมและการผสมผสานส่วนประกอบอื่น ๆ เพื่อช่วยลดน้ำหนักของตัวรถ ผลลัพธ์ก็คือ การยกระดับสมรรถนะการขับขี่ในทุก ๆ ด้านอย่างชัดเจน

เอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 เป็นมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นที่ 10 ที่ใช้โครงรถรุ่นซอฟเทล (Softail™) ซึ่งเปิดตัวในปี 2018 และนับเป็นรุ่นล่าสุดจากที่บริษัทวางเป้าหมายในการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ทั้งหมด 100 รุ่นภายในปี 2027 โดยรุ่นออล-นิว เอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 มีราคาเริ่มต้นที่ 1,199,000 บาท

 

ไออ้อน 1200  (Iron 1200)

ไออ้อน 1200 ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ Evolution 1200 V-Twin engine มอบแรงบิดมากขึ้น 34% (เปรียบเทียบ 70 นิวตันเมตรกับ 94 นิวตันเมตร) เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ 883 Evolution engine ในรุ่นไออ้อน 883 (Iron 883) ซึ่งเป็นรุ่นต้นแบบมอเตอร์ไซค์สำหรับขับขี่ในเมืองในตระกูลสปอร์ตสเตอร์ (Sportster™)

แฮนด์บาร์สีดำในแบบมินิเอพ (Mini Ape) สีซาตินแบล็ก ที่ยกสูงโค้งขึ้นแบบชอปเปอร์ที่สร้างความโดดเด่นให้มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้อย่างชัดเจน การออกแบบแผงหน้าปัดสีดำเงาที่ล้อมกรอบไฟหน้าได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์ West Coast ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับแกนทรงสูงของตัวรถ ส่วนเบาะนั่งตอนเดียวแบบคาเฟ่ Café Solo Seat เอียงลาดไปยังส่วนบังโคลนหลังและถูกปรับรูปทรงให้ช่วยรองรับผู้ขี่ให้อยู่ในตำแหน่งอย่างมั่นคงในยามที่แรงบิดจากเครื่องยนต์ Evolution 1200 กระชากออกตัว

ถังน้ำมันขนาด 3.3 แกลลอนของรุ่นสปอร์ตสเตอร์แบบคลาสสิก มีการทำลวดลายกราฟิกแถบยาวหลากสีให้โอบตัวถังน้ำมันโดยรอบ ระบบส่งกำลังเครื่องทั้งหมดถูกตกแต่งด้วยสียอดนิยม อาทิ ส่วน rocker box ทั้งบนและล่างสีดำ, ท่อไอเสียและแผ่นกันความร้อนสีดำ, และตัวไทเมอร์ ฝาครอบ Primary และ Derby สีดำ สำหรับส่วนท่อก้านส่งลิ้นและฝาครอบลูกกระทุ้งชุบโครเมียมช่วยเพิ่มโทนสีสว่างและสร้างจุดเด่นให้กับส่วนเครื่องยนต์ V-Twin engine โดยไออ้อน 1200 ยังติดตั้งล้ออลูมิเนียมแบบ 9 ซี่ รวมถึงเบลท์การ์ดสีดำสนิทตั้งแต่ขอบล้อ โซ่ฟันเฟือง สำหรับรุ่นไออ้อน 1200 มีราคาเริ่มต้นที่ 619,000 บาท 

“เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับความต้องการที่มีต่อรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย” นายธนบดี กุลทล (มาร์ค) ผู้จัดการประจำประเทศ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับรถ 2 รุ่นใหม่นี้ ทั้งรุ่นที่เป็นสไตล์รถแข่งขันแนวแดร๊กและอีกรุ่นที่เป็นแนวย้อนยุค ถือเป็นตัวอย่างสุดคลาสสิกที่ทำให้ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ มีความพิเศษไม่เหมือนใคร โดยรุ่นเอฟเอ็กซ์ดีอาร์ 114 เป็นมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์อันทรงพลังที่มอบประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษและการควบคุมที่เป็นเยี่ยม ส่วนรุ่น ไออ้อน 1200 มอบความสมบูรณ์สำหรับผู้ที่ต้องการขับขี่บนท้องถนนและใช้กำลังเครื่องในระดับปานกลางเพื่อให้ขับขี่ผ่านพ้นการจราจรที่ขับคั่งไปได้อย่างง่ายดาย”

นอกเหนือจาก 2 รุ่นใหม่ งานไทยแลนด์มอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้มีโอกาสยลโฉมมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นปี 2019 ทั้ง 14 รุ่นทั้งตระกูลสปอร์ตสเตอร์ (Sportster™) และซอฟเทล (Softail™) พร้อมกันทั้งหมดในงานเดียว โดยนำเสนอในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 479,000 บาทสำหรับตระกูลสปอร์ตสเตอร์ (Sportster™) และราคาเริ่มต้น 849,000 บาทสำหรับตระกูลซอฟเทล (Softail™)

พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเพียง 3.29% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับผู้ซื้อมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ตระกูลทัวร์ริ่งรุ่นปี 2019 ทุกรุ่น และสำหรับเจ้าของฮาร์ลีย์รับดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0% เมื่อซื้อมอเตอร์ไซค์ตระกูลซอฟเทล (Softail™) และทัวร์ริ่งรุ่นปี 2018

นอกจากนี้ มอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันทุกรุ่นที่ซื้อภายในงาน ยังจะได้การรับประกันจากโรงงาน 2 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง และสิทธิการเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ขับขี่ฮาร์ลีย์ (HOG) ฟรี 1 ปี พร้อมการช่วยเหลือฉุกเฉินและชุด Welcome kit มูลค่า 6,000 บาทฟรี ซึ่งประกอบด้วยกระเป๋าเป้สะพายหลัง ที่ชาร์จแบตเตอรี่แบบกันน้ำและชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสีรถขนาดพกพา

“เวสปิอาริโอ” เรียกเสียงฮือฮาส่งท้ายปีเผยโฉมในไทยครั้งแรกกับ “Vespa Notte Special Edition”

0

 

“เวสปิอาริโอ” เรียกเสียงฮือฮาส่งท้ายปีเผยโฉมในไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ด้วย 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่พร้อมมอบความโดดเด่นสะกดทุกสายตา กับ “Vespa Notte Special Edition” และร่วมฉลองไปกับความสุขุมเปี่ยมเสน่ห์ในทุกเส้นทางด้วย “Moto Guzzi V7 III Milano” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี Moto Guzzi ตระกูล V7 พร้อมอัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ที่ทำให้เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมสร้างปรากฏการณ์การขับขี่สุดพิเศษส่งท้ายปีกับสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมและมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35

นำโดย เวสป้า นอตเต้ สเปเชียล อิดิชั่น (Vespa Notte Special Edition) 2 รุ่น ได้แก่

  • เวสป้า สปริ๊นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น (Vespa Sprint 150 i-Get ABS Notte Edition)

  • เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น (Vespa GTS Super 300 ABS Notte Edition)

  • รวมถึง โมโต กุซซี่ V7 III มิลาโน่ (Moto Guzzi V7 III Milano) มอเตอร์ไซค์สองล้อระดับตำนานสัญชาติอิตาเลี่ยนรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองรถตระกูล V7 ครบรอบ 50 ปี ให้บรรดาไบค์เกอร์ได้สัมผัสก่อนใคร พร้อมมอบโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษให้เป็นเจ้าของสองล้อสไตล์อิตาเลี่ยนได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม ณ บูธหมายเลข G01 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561

คุณพรนฎา เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดทั้งปี 2018 นี้ บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่แฟนๆ ผู้ที่หลงใหลในการขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศที่ยังคงเติบโต ทั้งในส่วนของสกู๊ตเตอร์และบิ๊กไบค์รวมถึงมีกิจกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ยึดถือความต้องการของลูกค้าในการดำเนินธุรกิจเสมอมา บริษัทฯ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับที่ดีกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายใต้การดำเนินงานของบริษัทฯ และเรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่ครบครัน รวมไปถึงการทำกิจกรรมทางการตลาดที่สร้างสรรค์เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและแตกต่างให้กับลูกค้า ซึ่งในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้เราได้นำรถใหม่รุ่นพิเศษมาโชว์ทั้งหมด 2 รุ่น รวมถึงรถรุ่นอื่นๆ รวมแล้วกว่า 18 รุ่น พร้อมเสนอโปรโมชั่นให้กับลูกค้าอีกมากมาย เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถสัญชาติอิตาเลี่ยนได้ง่ายดายยิ่งขึ้น”

สำหรับรถใหม่ที่บริษัทฯ นำมาจัดแสดงนั้น เริ่มที่เวสป้ารุ่นพิเศษ คือ เวสป้า นอตเต้ สเปเชียล อิดิชั่น สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมรุ่นพิเศษที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยสีดำด้าน (Nero Notte) รอบคัน ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Night Ride ที่พร้อมจะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในเมืองยามค่ำคืนของคุณให้น่าหลงใหลและโดดเด่นพิเศษกว่าใคร ตัวรถตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง สะท้อนความเรียบหรูบนความเท่สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคที่มอบความโฉบเฉี่ยวทุกขณะขับขี่กับ เวสป้า นอตเต้ สเปเชียล อิดิชั่น ประกอบด้วย 2 รุ่น 2 ขนาดเครื่องยนต์ ได้แก่ เวสป้า สปริ๊นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น (Vespa Sprint 150 iGet ABS Notte Edition) และเวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น (Vespa GTS Super 300 ABS Notte Edition)ด้วยเทคนิคและวิศวกรรมสุดพิถีพิถันของเวสป้าทั้งแบบเฟรมเล็กและเฟรมใหญ่ตามลำดับ สำหรับชื่อ นอตเต้ มาจากคุณลักษณะเด่นประจำเวสป้ารุ่นนี้ด้วยการใช้วัสดุสีดำตกแต่งรอบคัน มอบสัมผัสแห่งการขับขี่ยามค่ำคืนให้สนุกและท้าทาย เริ่มจากตัวถัง เนกไท บังโคลนหน้า คิ้วกันลม (Trim) และฝาครอบท่อไอเสียสีดำด้าน เพิ่มลูกเล่นด้วยสีดำเงาบริเวณกรอบกระจกมองข้างและล้อแม็กซ์ พิเศษเฉพาะในเวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ ได้แก่ ปลายของแฮนด์รถที่เพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถสีดำด้าน และที่พักเท้าแบบพับได้เพิ่มความสะดวกสบาย นอกเหนือจากนี้ เวสป้ายังได้ปรับแต่งเบาะให้เข้ากับรถโดยเฉพาะด้วยหนังปั้มลอนเพื่อรูปลักษณ์ที่หรูหราอย่างสมบูรณ์แบบ เสริมความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยชิลด์สั้นกันลมสีสโม้คและตะแกรงหลังสีดำด้าน ที่ทำให้ Vespa Notte Special Edition รุ่นนี้พิเศษยิ่งกว่าที่เคย

 

เวสป้า สปริ๊นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น

โดดเด่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีกับเครื่องยนต์ ไอ-เก็ต (iGet) 150 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ ที่ช่วยประหยัดน้ำมันพร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่เบา หัวฉีดระบบอิเล็กทรอนิกส์ 3 วาล์ว ทุกองค์ประกอบของเครื่องยนต์ตั้งแต่ท่อไอเสียไปจนถึงกล่องเกียร์ได้รับการออกแบบให้เรียบหรู ทำงานโดยไร้เสียงรบกวน และช่วยให้ขับขี่ได้อย่างราบรื่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้กำลัง 9.5 กิโลวัตต์ที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 12.8 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที สูงที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในขนาดเดียวกัน  เครื่องยนต์มีน้ำหนักเบาช่วยให้ขับขี่สนุกและทะยานไปข้างหน้าได้เร็วกว่าเดิม เสริมความปลอดภัยระหว่างการขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยระบบเบรก ABS มีวางจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 600 คันเท่านั้น ในราคาที่ 136,900 บาท

 

เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น

มาพร้อมสุดยอดเครื่องยนต์ ควอซาร์ (Quasar)ขนาด 300 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาดใหญ่ เร็ว แรง และทรงพลังที่สุดในทุกรุ่นของเวสป้า ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fuel Injection) ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง วาล์วให้กำลัง 15.6 กิโลวัตต์ (21.2 แรงม้า) ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 22 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 5,000 รอบต่อนาที ระบบระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ (Liquid Cooled) เพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น อากาศภายในเครื่องยนต์ไหลเวียนได้ดีเยี่ยม สำหรับระบบความปลอดภัยในรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น คันนี้ มาพร้อมกับระบบ ASR (AntiSlip Regulation) ป้องกันการลื่นไถลของรถแม้ต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวถนนไม่ปรกติ พร้อมด้วยระบบเบรก ABS สุดยอดสมรรถนะดังกล่าวผสานเข้ากับงานดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครของ เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส นอตเต้ อิดิชั่น การันตีการขับขี่ที่สนุกมากยิ่งขึ้นทั้งในเมืองและทางไกล วางจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 200 คันเท่านั้น ราคา 209,900 บาท

 

 นอกจากนี้ ผู้ที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของเวสป้า นอตเต้ สเปเชียล อิดิชั่น ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะได้รับของพรีเมี่ยมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเข้าชุดกันกับตัวรถเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการขับขี่ในเมือง ประกอบด้วย เป้สะพายหลังดีไซน์เท่, ผ้าบัฟฟ์สีดำลาย Vespa Notte, หมวกแก็ป, พวงกุญแจหนังแท้, กระบอกน้ำ        อลูมิเนียม, แบตเตอรี่สำรองสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน และหมวกกันน็อคสีดำด้าน

 

สำหรับบิ๊กไบค์ระดับตำนานเจ้าของต้นกำเนิดเครื่องสูบวีวางขวางอย่าง Moto Guzzi ขอมอบความตื่นเต้นกับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ครั้งใหม่ด้วยอีกหนึ่งรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปี Moto Guzzi ตระกูล V7 กับ Moto Guzzi V7 III Milano (โมโต กุซซี่ V7 III มิลาโน่) ที่จะมอบความโดดเด่นพร้อมการขับขี่สนุก เท่ เร้าใจ ให้แก่บรรดาเหล่าไบค์เกอร์ โดดเด่นสะดุดตากับตัวถังสีเทามันวาว ท่อไอเสียและราวจับสำหรับผู้ซ้อนท้ายที่มาในสีโครเมี่ยม ล้ออัลลอยดีไซน์ทันสมัย รวมถึงบังโคลนอลูมิเนียมด้านหน้า และโลโก้รุ่นรถบนฝาปิดสไลด์เครื่องด้านข้าง ให้บรรดาผู้ที่ได้ขับขี่ Moto Guzzi V7 III Milano สัมผัสถึงความล้ำสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิคของตัวรถและประสบการณ์ความสง่างามของทุกขณะการขับขี่ เปรียบดั่งได้ขับอยู่ ณ ใจกลางเมืองที่สอดแทรกอยู่ร่วมกับประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของโลกอย่างเมืองมิลาน (Milano) โดยโมโต กุซซี่ V7 III มิลาโน่ จัดจำหน่ายที่ราคา 675,000 บาท

สำหรับโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2018 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน –10 ธันวาคมนี้ บริษัทฯ พร้อมให้ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนได้เป็นเจ้าของรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมและรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากอิตาลีได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจองภายในงานหรือจองกับโชว์รูมเวสป้าทั่วประเทศ  สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่จะสร้างความแตกต่างบนทุกเส้นทางจากสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมและมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน พร้อมด้วยโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายจากอาพริเลีย และโมโต กุซซี่ ได้แล้ววันนี้ ที่บูธหมายเลข G01 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3         อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2561 นี้

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของทั้ง 4 แบรนด์ได้ที่เฟซบุ๊ก ดังนี้ Official Vespa Society Thailand, Piaggio Society Thailand,   Aprilia Thailand และ Moto Guzzi Thailand

ฮอนด้า จัดเต็มโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี เปิดตัว “ซีวิค ใหม่” ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018

0

 

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ พร้อมแนะนำ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ รุ่น 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และเผยโฉม ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่                   เจเนอเรชั่นที่ 10 ครั้งแรกในประเทศไทย อีกทั้งตอกย้ำดีเอ็นเอความสปอร์ต ด้วยการนำซูเปอร์คาร์ สปอร์ต ไฮบริด ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ มาจัดแสดงที่งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ บูทฮอนด้า (A14) อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปครั้งนี้ ยนตรกรรมไฮไลท์ของฮอนด้า ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสปอร์ตและความล้ำสมัย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหัวใจในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมฮอนด้าทุกรุ่น ความพิเศษในปีนี้ คือ การเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่พร้อมพาคุณก้าวข้ามขีดสุดทุกความท้าทาย สู่ความมั่นใจอีกระดับ มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) มาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดยฮอนด้า ซีวิค เป็นยนตรกรรมซีดานอันดับ 1 ที่อยู่ในใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน และวันนี้มาพร้อมกับดีไซน์และฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบครันและเหนือระดับไปอีกขั้น ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณความสปอร์ตของฮอนด้าในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตซีดานไอคอนของเมืองไทยได้อย่างชัดเจน”

  • เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยิ่งท้าทาย ยิ่งมั่นใจ

เพิ่มความเร้าใจไร้ขีดจำกัดกับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงความสปอร์ตมากกว่าที่เคย มาพร้อมขุมพลังแห่งนวัตกรรมทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนตัวตนของคุณให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

ทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda Sensing) ใน ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDM)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ผสานความสปอร์ตในทุกรายละเอียด มาพร้อมความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นที่เหนือระดับ อาทิ ระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น และครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท รุ่น TURBO ราคา 1,104,000 บาท รุ่น 1.8 EL ราคา 964,000 บาท และรุ่น 1.8 E ราคา 874,000 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด   5 สี ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) และสีขาวแพลทินัม (มุก) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และจองรถได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ภายในงานฯ หรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ และพบกับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2562 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.honda.co.th/civic

หมายเหตุ: สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

 

  • แนะนำ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ รุ่น 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียม อีกหนึ่งทางเลือกที่พร้อมเติมเต็มทุกพื้นที่จินตนาการในแบบคุณ นำเสนอเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น และยังคงไว้ซึ่งเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลอีกด้วย

 

  • เผยโฉม ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ครั้งแรกในประเทศ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นปี 2562

นับเป็นการพลิกโฉม ฮอนด้า แอคคอร์ด อย่างชัดเจน ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความความหรูหราและสปอร์ตมากกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมา เสริมด้วย 2 ขุมพลังขับเคลื่อนที่สปอร์ตเร้าใจ ทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ และเครื่องยนต์ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ใหม่ ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหนือระดับด้วยอีกขั้นของ เทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

  • จัดแสดง ซูเปอร์คาร์ สปอร์ต ไฮบริด ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์

ยนตรกรรมสปอร์ตซูเปอร์คาร์คันแรกของโลก ที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ด้วยระบบ Sport Hybrid SH-AWD® ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร DOHC Twin-Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวช่วยขับเคลื่อนที่ล้อหน้า และมอเตอร์ไฟฟ้าอีกหนึ่งตัวที่ล้อคู่หลัง พร้อมระบบเกียร์ 9 สปีดดูอัลคลัตซ์ ให้สมรรถนะการขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ ดีไซน์ภายนอกสปอร์ต โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 นิ้ว และล้ออัลลอยคู่หลังขนาด 20 นิ้ว และเป็นครั้งแรกของโลกที่ออกแบบตัวถังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีน้ำหนักเบาแต่คงความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก ให้ความสะดวกสบาย และทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่

ภายในบูทฮอนด้า ได้จัดแสดงยนตรกรรมทั้งหมดรวม 12 รุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษแห่งปี ออกรถวันนี้…ลุ้นฟรี อีกคัน เมื่อลูกค้าซื้อรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลรถยนต์ฮอนด้าเพิ่มอีกคัน เดือนละ 6 คัน 6 รุ่น นาน 4 เดือน รวม 24 คัน พร้อมด้วยแคมเปญสุดพิเศษและข้อเสนอที่แตกต่างกันเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่

  • แคมเปญ Double Smileดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท
  • แคมเปญ “ฮอนด้าช่วยผ่อน” โดยฮอนด้าช่วยผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,000 บาท และสูงสุดเดือนละ 10,000 บาท นาน 12 เดือน
  • รถยนต์เก่าแลกซื้อรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เพียงนำรถยนต์รุ่นใดยี่ห้อใดก็ได้ มาเปลี่ยนเพื่อซื้อรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ทุกรุ่น รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เพียงจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 – 28 กุมภาพันธ์ 2562 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562
  • ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษลดลง 0.15% จากลูกค้าทั่วไป