Home Blog Page 51

GWM จุดกระแสดีเซลอีกครั้ง เตรียมเผยโฉม NEW GWM POER SAHAR DIESEL ครั้งแรกในไทย!

0

ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ สายลุยและสายปรับแต่งรถ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะพรีเมียมทางเลือกใหม่ด้วยขุมพลังดีเซล 2.4T กับการเผยโฉม “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมแนวทางการตกแต่งใน 3 สไตล์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พลิกโฉมวงการกระบะในไทยด้วยการมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม และความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่เกินคาด พร้อมเผยให้คนไทยได้ยลโฉมและสัมผัสตัวจริงในงาน TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD ระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2568 นี้ ที่ ESC PARK รังสิต จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

การปรากฏตัวครั้งแรกของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ในงาน TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD ครั้งนี้ GWM เตรียมขนความเร้าใจพร้อมท้าทายความเชื่อเดิม ๆ ทั้งรุ่นมาตรฐาน และรถที่มีการปรับแต่งใน 3 สไตล์ที่แตกต่าง เพื่อตอบโจทย์การเป็นรถสายลุยในฝันตัวจริงที่ให้ทั้งพละกำลัง ความสนุก เท่ ความสะดวกสบาย และที่สำคัญสามารถใช้งานได้จริง ตอบสนองความต้องการของคนไทยที่ต้องการรถกระบะพรีเมียมทางเลือกใหม่ที่มีความโดดเด่นแบบรอบด้านอย่างแท้จริง ทั้งขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่คิดค้นโดย GWM ที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังด้วยแรงม้าแรงบิดที่เร้าใจ แต่ยังคงความนิ่ง เงียบ และนุ่มนวล และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายระดับพรีเมียม รวมถึงนวัตกรรมอัจฉริยะด้านความปลอดภัยเพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่า

 

GWM ผู้นำตลาดรถกระบะระดับโลก

GWM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะด้วยสถิติยอดขายอันดับ 1 ในประเทศจีนยาวนานถึง 27 ปีติดต่อกันด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50% หรือในทุก ๆ  การขายรถกระบะ 2 คันในประเทศจีน หนึ่งในนั้นจะเป็นแบรนด์ GWM พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในฐานะแบรนด์รถกระบะระดับพรีเมียมสัญชาติจีนรายแรกที่มียอดขายทะลุ 500,000 คัน ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่หลากหลายและแพลตฟอร์มออฟโรดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน GWM ขยายตลาดครอบคลุมกว่า 60 ประเทศใน 6 ทวีป มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 2.78 ล้านคัน และคว้ารางวัล “Pickup of the Year” จากหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อเมริกาใต้ หรือแอฟริกาใต้ ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ความน่าเชื่อถือ และขีดความสามารถในการแข่งขันของยานยนต์ “Made in China” บนเวทีโลกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในงาน TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD ท่านจะได้พบกับมหกรรมสำหรับแฟนพันธุ์แท้ GWM TANK เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงาน เต็มไปด้วยกิจกรรมสุดเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการประกวดและจัดแสดงรถแต่งสุดครีเอทีฟ การแข่งขันขับขี่ออฟโรดสุดมันส์ สนามทดสอบสมรรถนะ กิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัย โซนสตรีทฟู้ด และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ซึ่งผู้เข้าร่วมงานทุกคนสามารถเข้าชมได้ฟรีตลอดงาน แฟน ๆ GWM TANK และผู้ที่รักการผจญภัย ห้ามพลาด!

เตรียมพบกับ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่และพลิกโฉมวงการรถกระบะในไทย รับประสบการณ์ใหม่กับรถกระบะหนึ่งเดียวของ GWM ที่ผสมผสานความต่างที่สุดขั้วแต่ลงตัว และความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดในการปรับแต่งเพื่อคนสายลุย ปักหมุดวันที่ 18–19 ตุลาคมนี้ มาร่วมสัมผัสบรรยากาศงานสุดยิ่งใหญ่ที่ ESC Park รังสิต แล้วพบกัน!

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยกระดับมาตรฐานและทักษะด้านการบริการหลังการขายให้กับบุคลากรไทย ในงาน Graduation Day และ National Customer Services Skill Contest ประจำปี 2025

0

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานวันสำเร็จการศึกษาและมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักศึกษาช่างฝึกหัดจำนวน 25 คน ที่สำเร็จการศึกษาโครงการฝึกงานนักเรียนช่างฝึกหัดแบบทวิภาคี ในสาขาวิชาช่างเทคนิคยานยนต์เมคคาทรอนิกส์

ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นที่ 34 และ 35 โดยโครงการฝึกงานระยะเวลา 2 ปีนี้ได้รับการรับรองจากหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมัน (DIHK) ตามมาตรฐานการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (GTDEE) ในสาขาเมคคาทรอนิกส์ยานยนต์

ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการฝ่ายบริการลูกค้า

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคุณเอ็บบา ชอลล์ รองหัวหน้าคณะผู้แทน ฝ่ายเศรษฐกิจและการพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย และ มร. อเล็กซานเดอร์ โดนัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหอการค้าเยอรมัน-ไทย รวมถึงผู้บริหารจากวิทยาลัยพันธมิตรเข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังได้มอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานให้แก่เจ้าหน้าที่ของตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ กว่า 100 ท่านที่สอบผ่านและได้รับการรับรองมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์  ในตำแหน่งงานที่ปรึกษางานขาย (Certified Sales Consultant) ที่ปรึกษางานบริการ (Certified Service Advisor) เจ้าหน้าที่ช่างวิเคราะห์ (Certified Diagnosis Technician) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบแรงดันไฟฟ้าแรงสูง (Expert High Voltage Systems) เพื่อรองรับการทำงานเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ผ่านการรับรองในปีนี้ทั่วทั้งเครือข่ายบริการทั่วประเทศ และศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังอย่างเป็นทางการอีก
4 แห่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ได้แก่ บริษัท ออโตโพลิส จำกัด, บริษัท เค้งหงษ์ทอง จำกัด, บริษัท พรีเมจ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พัทยา จำกัด

สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย งานวันสำเร็จการศึกษาไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจร่วมกันระหว่างผู้สำเร็จการศึกษา ครอบครัว และเพื่อนๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและแรงบันดาลใจให้ผู้รับประกาศนียบัตรทุกท่าน ให้สามารถก้าวหน้าในสายอาชีพกับแบรนด์และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายฯ อีกด้วย

ในวันเดียวกันนั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้จัดรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าระดับประเทศสำหรับปี 2568 โดยทุกศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันทักษะความเป็นเลิศของตำแหน่งงาน (CS Job profile) และการแข่งขันวางแผนธุรกิจและแคมเปญ (CS Campaign business plan) ผ่านการแข่งขันที่เข้มข้นและท้าทายหลายด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งการประเมินทางทฤษฎี การสอบภาคปฏิบัติผ่านการจำลองบทบาทสมมติ การแข่งขันตอบคำถามแบบเกมโชว์เสริมความรู้ในรอบชิงชนะเลิศ และการนำเสนอแผนธุรกิจ ซึ่งการแข่งขันนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและการทำงานร่วมกันในทีม เพื่อให้เราก้าวหน้าในการรักษาความพึงพอใจของลูกค้า โดยผู้ชนะเลิศสำหรับปี 2568 มีรายชื่อดังนี้

การแข่งขันวางแผนธุรกิจและแคมเปญ (CS Campaign business plan Shark Tank)

รางวัล ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ
รางวัลชนะเลิศ บริษัท เบนซ์ ตลิ่งชัน จำกัด
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท วีซีบีคาร์เซอร์วิส จากัด
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จำกัด
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 บริษัท บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก จำกัด

 

การแข่งขันทักษะความเป็นเลิศของตำแหน่งงาน (CS Job profile) – ประเภทบุคคล

เจ้าหน้าที่ช่างวิเคราะห์ ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ชื่อนามสกุล
รางวัลชนะเลิศ บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด นฤพนธ์ แซ่แต้
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กรกช เหมือนพร้อม
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด สุเมธ  อารีย์ญาติ

 

เจ้าหน้าที่ช่างระบบ ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ชื่อนามสกุล
รางวัลชนะเลิศ บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด ณัฐวุฒิ เลิศธนาผล
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท เอ็มบี เอ็มไพร์ จำกัด อนุวัฒน์ อิบรอเฮม
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด เดชดำรงค์  โนกูล

 

เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษางานบริการ ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ชื่อนามสกุล
รางวัลชนะเลิศ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี จำกัด ถิรเดช กุลเขมะรังสี
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท เอ็มบี โคราช ออโตเฮาส์ จำกัด กิตติพงษ์ กางนอก
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท วีซีบีคาร์เซอร์วิส จากัด สมวุฒิ รอดคลองตัน

 

เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญด้านอะไหล่ ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ชื่อนามสกุล
รางวัลชนะเลิศ บริษัท เอ็มบี เจพี มอเตอร์ จำกัด สุรินทร์  แซ่อึ้ง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด วีรากร ชัยเกียรติธรรม
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี จำกัด โกษม กุลเขมะรังสี

 


การแข่งขันทักษะความเป็นเลิศของตำแหน่งงาน (CS Job profile) –
ประเภททีม

ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ

รางวัล ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ชื่อนามสกุล
รางวัลชนะเลิศ บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด ณัฐวุฒิ อยู่ไสว

มานะชัย สุขเกษม

ก้องภัค พลเรือง

วีรากร ชัยเกียรติธรรม

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด นฤพนธ์ แซ่แต้

ณัฐวุฒิ เลิศธนาผล

อภิวัฒน์ ศิริพันธุ์

ภัทรวุธ ดิษสมาน

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ปรีชา พูลสวัสดิ์

กิจจาภิสิทธิ์ แสงทับ

จักรกฤษณ์ มะตูม

พรชัย แซ่ลี้

 

ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในต่างจังหวัด

รางวัล ชื่อศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ชื่อนามสกุล
รางวัลชนะเลิศ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พัทยา จำกัด ภูพิชญะ อานนท์

สหภาพ อรุณประเสริฐ

อภิญญา  คงโต

สมรัก  ศักดิ์ภูเขียว

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 บริษัท เจริญมอเตอร์ เชียงราย จำกัด สุจินต์ มูลประนันท์

นุติ ภูรีรัศมี

พงศ์​จักรี​ ศุข​สวัสดิ​ ณ​ อยุธยา

รักธิปไตย ชัยอุปละ

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี จำกัด อภิสิทธิ์ พึ่งสว่าง

มานะ เหลาเคน

ถิรเดช กุลเขมะรังสี

โกษม กุลเขมะรังสี

 

นิสสันร่วมแสดงความเป็นญี่ปุ่นผ่านบูทธีมมังงะในงาน JMS 2025

0

นิสสันเผยรายละเอียดของบูธในงาน Japan Mobility Show 2025 (JMS 2025) ด้วยตัวอย่างการออกแบบก่อนวันแถลงข่าวเปิดงานในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

บูธของปีนี้เป็นการแสดงออกทางศิลปะที่สะท้อนถึงธีมของงาน JMS ในภาพรวมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ และอนาคต และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ และทางเลือกของการเดินทางอันล้ำสมัย

บูธได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมมังงะอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ด้วยโทนสีขาวดำอันโดดเด่น สะท้อนถึงแนวคิดที่หล่อหลอมจินตนาการระดับโลก ไม่ใช่แค่การเลือกสรรดีไซน์ แต่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงมรดกของนิสสันเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต สุนทรียศาสตร์ของมังงะกลายเป็นผืนผ้าใบสำหรับการเล่าเรื่อง และเชื้อเชิญให้ผู้เข้าชมสำรวจเส้นทางที่บรรจบกันระหว่างประเพณี และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการเปิดตัว Elgrand รุ่นใหม่ล่าสุด และผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายที่จะมาฟื้นคืนตลาดในประเทศของนิสสันแล้ว การออกแบบยังผสมผสานการแสดงออกของศิลปะให้เข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อนำเสนอนวัตกรรม และบริการล่าสุดของนิสสัน ในรูปแบบที่น่าดึงดูดและน่าจดจำ

การออกแบบที่สนุกสนานแต่ซับซ้อนมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดผู้เยี่ยมชมเข้าสู่ภาพเมืองที่มีชีวิตชีวาซึ่งพวกเขาสามารถสำรวจ โต้ตอบ และสัมผัสประสบการณ์ทางเลือกของการสัญจรล่าสุดของนิสสันได้โดยตรง

อัลฟอนโซ อัลบายซ่า รองประธานอาวุโสด้านการออกแบบระดับโลกของนิสสัน(Alfonso Albaisa, Corporate Executive of Global Design, Nissan Motor) กล่าวว่า “ในฐานะนักออกแบบ เราค้นพบแรงบันดาลใจอันลึกซึ้งจากวัฒนธรรมสร้างสรรค์อันมีชีวิตชีวาของญี่ปุ่น บูธในปีนี้คือการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณนั้น ผสมผสานศิลปะ และนวัตกรรม เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับอนาคตแห่งการขับเคลื่อน แม้แนวคิดด้านภาพจะเป็นตัวกำหนดฉาก แต่แก่นแท้ที่แท้จริงจะมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อผู้เข้าชมก้าวเข้ามาภายใน พร้อมนำสีสัน และพลังของตนเองมาสร้างสรรค์ความแตกต่างอันทรงพลังบนฉากหลัง”

นิสสันกำหนดจัดงานแถลงข่าวในวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 10:40 น. ตามเวลา JST

“NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL” ครอสโอเวอร์เอสยูวีขวัญใจมหาชน คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2568

0
New Mazda CX-30 Essential 1

ครอสโอเวอร์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม New Mazda CX-30 Essential คว้ารางวัล Product of the Year Awards 2025 หรือรางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี จากนิตยสาร Business+ ที่จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีความโดดเด่น และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ตอกย้ำถึงแนวทางของบริษัทฯ ต่อการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย และส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยพิธีมอบรางวัลครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล โดยมี นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบฯ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล รัชดา กรุงเทพฯ

New Mazda CX-30 Essential 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า New Mazda CX-30 Essential เปิดตัวสู่ตลาดในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา พร้อมแนวคิด “LIVE A LIFE OF VALUE” เติมเต็มชีวิตให้คุ้มค่ากับเอสยูวีที่ใช่ ด้วยการปรับรุ่นย่อยใหม่และปรับราคาให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของมาสด้าที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบที่สง่างาม ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่ายแต่งดงาม ความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ภายในออกแบบอย่างประณีตดุจงานทำมือ ออกแบบโดยมุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบเอกลักษณ์ประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ตามสไตล์มาสด้า มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะขั้นสูง เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ดีเอ็นเอของมาสด้าที่ถ่ายทอดลงในทุกผลิตภัณฑ์ และได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาแล้วทั่วโลก

New Mazda CX-30 Essential 3

New Mazda CX-30 Essential มาพร้อมรุ่นเริ่มต้นใหม่ และได้รับการออกแบบรุ่นย่อยใหม่ โดยคัดสรรอุปกรณ์ให้เหมาะสมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบ พร้อมราคาใหม่ที่ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นเพียง 899,000 บาท สง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอกจาก โคโดะ ดีไซน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง พร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า พร้อมการควบคุมการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน และฟังก์ชั่นความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน ที่พร้อมตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

New Mazda CX-30 Essential 5

“มาสด้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ New Mazda CX-30 Essential ได้รับการยอมรับจากมหาชน จนได้รับรางวัล Business+ Product of the Year Awards 2025 ในครั้งนี้ ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอมา ทุกการสนับสนุนล้วนเป็นแรงผลักดันให้มาสด้ามุ่งมั่นพัฒนายกระดับยนตรกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการหลังการขาย เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นตัวแทนส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าในประเทศไทยตลอดไป” นายภพนิพิฐ กล่าว

New Mazda CX-30 Essential 6

อีซูซุชวน Gen Z แชร์ไอเดียแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจตอกย้ำคุณค่าแบรนด์อีซูซุ ในโครงการ “Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2025”

0
อีซูซุ 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ชวนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมแชร์ไอเดียใหม่ ๆ เพื่อสร้างการจดจำคุณค่าของแบรนด์อีซูซุ ผ่านแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจในโครงการ Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2025 ภายใต้หัวข้อ ISUZU: Your Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ชิงเงินรางวัล    รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

อีซูซุ  2

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2025 ในปีนี้ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อที่สอดคล้องกับแนวทางของอีซูซุ คือ ISUZU: Your Trusted Buddy  อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาไอเดียใหม่ ๆ จากน้อง ๆ Gen Z ที่จะช่วยตอกย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของอีซูซุ ซึ่งอยู่เคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน เราขอเปิดโอกาสให้นิสิตและนักศึกษาทั่วประเทศ ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ทั้งในรูปแบบรายบุคคล หรือแบบทีม ทีมละไม่เกิน 5 คน โดยไม่จำกัดสถาบัน คณะ หรือชั้นปี และสำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้รับโอกาสสุดพิเศษเข้าร่วม Workshop กับ       บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเพิ่มพูนทั้งความรู้และประสบการณ์ ก่อนนำเสนอแผนการตลาดต่อคณะกรรมการในรอบสุดท้าย พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท” 

สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ศึกษาข้อมูลสนับสนุนแผนการตลาดและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Linktree : TPG Awakens Your Challenge หรือ Facebook: Tri Petch Isuzu Sales Career

รายละเอียดเพิ่มเติม

https://linktr.ee/TPGAwakensYourChallenge

 

 

“นิสสัน” เตรียมจัดแสดงยานยนต์อัจฉริยะแห่งอนาคตในงาน Japan Mobility Show 2025

0
นิสสัน 1

นิสสันกำลังกำหนดทิศทางอนาคตของการเดินทางด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความยั่งยืน และวิถีทางที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในงาน Japan Mobility Show 2025 ที่จะถึงนี้ บริษัทจะจัดแสดงรถยนต์และเทคโนโลยีนวัตกรรม ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น ภายใต้แผนกลยุทธ์ Re:Nissan นิสสันยังคงมุ่งมั่นในพันธกิจที่จะกำหนดนิยามใหม่ของการเดินทาง ขณะที่ญี่ปุ่นในฐานะตลาดในบ้านเกิดของนิสสัน จะมีบทบาทสำคัญในวิสัยทัศน์นี้ ซึ่งในงานจะเน้นถึงวิธีการที่ นิสสันกำลังฟื้นฟูกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ ควบคู่ไปกับข้อเสนอสุดพิเศษที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อตอบสนองต่อความชื่นชอบ และความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นถิ่น   

นิสสัน 2

การเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่น่าตื่นเต้นที่มาพร้อมประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ
ในวันที่ 29 ตุลาคม บูธนิสสันจะจัดแสดงรถยนต์นิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่ (all-new Nissan Elgrand) และรถยนต์ครอสโอเวอร์ อีวี Nissan Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์หลากหลายรุ่นจัดแสดง ตั้งแต่รถยนต์ kei-car ขนาดกะทัดรัด Roox รุ่นใหม่ ไปจนถึงรถยนต์ Patrol เอสยูวี อเนกประสงค์ สุดแกร่งที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนที่ครบครันของนิสสัน ผู้นำยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

นิสสัน 3

นิสสันจะจัดแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ Nissan Leaf เจเนอเรชั่นที่ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในระดับโลก อาทิ Micra ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตลาดในยุโรป และรถยนต์ซีดาน N7 สุดโฉบเฉี่ยวจากจีน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของนิสสันในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ที่พร้อมตอบโจทย์ความชื่นชอบและความต้องการเฉพาะของแต่ละภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น
มรดกและนวัตกรรมสำหรับรถรุ่นต่างๆ ในญี่ปุ่น

นิสสัน 4

Nissan Elgrand เจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถรุ่นหลักของนิสสันที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมาเกือบ 30 ปี เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนเทคโนโลยี e-POWER เจเนอเรชั่นที่ 3 ล่าสุดของนิสสัน เอ็มพีวีขนาดใหญ่คันนี้พร้อมมอบประสิทธิภาพและความเพลิดเพลินของการขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นในปีหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหราและทรงพลังมากยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ สำหรับทุกการเดินทางของครอบครัว

นอกจากนี้ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งจะวางขายที่ญี่ปุ่นในปลายปีนี้ จะเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ซึ่งครอสโอเวอร์อีวีรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ประณีตยิ่งขึ้น มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์จาก Google และฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) และการอัพเกรดช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
การแข่งขันและความยั่งยืน

สำหรับนิสสัน ความตื่นเต้นและความเป็นไปได้ของการใช้พลังงานไฟฟ้านั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องถนนเท่านั้น นิสสันจะจัดแสดงรถแข่งฟอร์มูล่าอี แชมป์เปี้ยนประเภทนักแข่ง ซึ่งคว้าชัยชนะในการแข่งขันจากฤดูกาลที่ 11 (2024/2025) เพื่อตอกย้ำศักยภาพด้านการแข่งขัน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของแบรนด์

ภายในบูธยังจะนำเสนอประสบการณ์ Nissan Energy แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าในการจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด ผู้เข้าชมสามารถสำรวจโซลูชันต่างๆ เช่น ระบบ Vehicle-to-Home (V2H) และ Vehicle-to-Load (V2L) ซึ่งแสดงให้เห็นว่านิสสันนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง และลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากโครงข่ายไฟฟ้าอย่างไร

นวัตกรรมการขับเคลื่อนเพื่อสังคม
นิสสันจะนำเสนอรถยนต์ต้นแบบสำหรับบริการการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งพัฒนาจากรถมินิแวน Nissan Serena รถคันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องที่จะเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของนิสสันในเมืองโยโกฮามา โดยมีเป้าหมายที่การแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งสำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น

นิสสัน 9

ไฮไลท์นิสสันในงาน Japan Mobility Show 2025
สำหรับรอบบุลคลทั่วไปจะเปิดให้เข้าชมในวันที่ 31 ตุลาคม ทั้งนี้บูธนิสสันจะได้รับการออกแบบใหม่เพื่อจัดแสดงรถยนต์รุ่นเฉพาะสำหรับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึง Skyline 400R Limited Edition ปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง, X-Trail รุ่น Rock Creek และ รถยนต์สปอร์ต Fairlady Z ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสประสบการณ์อันล้ำลึกของนวัตกรรมล่าสุดของนิสสัน

รายละเอียดงาน

•สถานที่: โตเกียวบิ๊กไซต์

•บูธนิสสัน: อาคารด้านตะวันตก (West hall 1)

•รอบสื่อมวลชน: 29-30 ตุลาคม

•รอบบุคคลทั่วไป: 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน

•งานแถลงข่าวนิสสัน: 29 ตุลาคม เวลา 10:40 น. ตามเวลาญี่ปุ่น / 1:40 น. ตามเวลา GMT

•ผู้ชมสามารถรับชมการถ่ายทอดสดงานแถลงข่าวของนิสสันได้ที่นี่

 

คาราวาน “BYD SEALION 6 DM-i” เส้นทางไทย – จีน ออกเดินทางแล้วจากกรุงเทพฯ สู่การเดินทางไกลกว่า 5,000 ก.ม.

0
BYD SEALION 6 DM-i 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วยสื่อมวลชนและตัวแทนจากหลายภาคส่วน ร่วมพิธีปล่อยตัว ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ซึ่งประกอบด้วย BYD SEALION 6 DM-i จำนวน 13 คัน (From Bangkok to Beijing by BYD) และมีกำหนดการออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 โดยในพิธี มีผู้บริหารจาก บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ เข้าร่วมพิธี  ดังรายนามต่อไปนี้

บีวายดี  2

  • นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด
  • นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล ประธานบริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด

บีวายดี  3

‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ มีกำหนดการเดินทาง ระหว่างวันที่ 10 – 25 ตุลาคม 2568 บนเส้นทางกรุงเทพฯ – ปักกิ่ง โดยคณะเดินทางจะแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว ระดับประวัติศาสตร์ตลอดเส้นทาง พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ BYD SEALION 6 DM-i ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i SUPER HYBRID รองรับทั้งการชาร์จไฟและเติมน้ำมัน เน้นขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จึงตอบสนองเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บีวายดี  6

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวในประเทศไทย คณะฯ จะมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนเดินทางสู่กว๊านพะเยา จากนั้น จะแวะชมความงามของริมแม่น้ำโขงฝั่งไทย ณ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และข้ามแดนสู่ประเทศลาว ในวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ร่วมติดตามการเดินทางของ BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ใน ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ในข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นถัดไปจาก เรเว่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official FB Page: BYD RÊVER Thailand

บีวายดี 9

 

 

เผยโฉม “Leapmotor B10” รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในอาเซียน ราคาเริ่มต้นที่ 698,000 บาท 1,000 คันแรก ลดเพิ่ม 10.000 บาท

0
Leapmotor B10 1

Leapmotor Thailand ประกาศความพร้อมเดินหน้าบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า กลุ่ม C-Segment ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leapmotor B10 ทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น Life, Style และ Design มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 56.2 kWh และขนาด 67.1 kWh ระยะทางในการขับขี่ 442 km. และ 516 km. ตามมาตรฐาน NEDC สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับจูนโดยทีมวิศวกรของ Stellantis และเทคโนโลยี Cell-To-Chassis 2.0 และระบบปฏิบัติการ LEAP3.5 รองรับ Apple Carplay และ Android Auto และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ใหม่ล่าสุด

Leapmotor B10 2

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าว่า “การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่ม C-Segment ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Leapmotor Thailand ที่ต้องการมอบทางเลือกและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่ลูกค้าคนไทย หลังจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก Leapmotor C10 ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะดีและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทั้งในเรื่องของระบบความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และความคุ้มค่า พร้อมยกระดับมาตรฐานการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในอนาคต ทำให้ปีนี้การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดรถ EV ในไทยเพิ่มมากขึ้น ด้วยราคาที่เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงได้”

Leapmotor B10 3

สำหรับแคมเปญ PRE Booking ที่เริ่มให้ลูกค้าจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ Leapmotor B10 เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าที่สนใจจองสิทธิ์เข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เราต้องขยายเวลาเปิดจองสิทธิ์จนถึงวันที่ 10 ตุลาคมนี้ โดยผู้ที่สนใจจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ Leapmotor B10 ได้ง่ายๆ เพียง 1,010 บาท พร้อมรับส่วนลด 10,000 บาท สำหรับกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรกที่จองสิทธิ์เข้ามาทั้งหมด จะได้สัมผัส Leapmotor B10 คันจริงได้ที่งานนี้ และที่โชว์รูม Leapmotor Thailand ทั้ง 15 สาขาทั่วประเทศ โดยเรามีรถพร้อมส่งให้ถึงมือลูกค้าทันที

Leapmotor B10 4

รายละเอียดข้อมูลรถ Leapmotor B10
•ขนาดตัวถัง: ยาว 4,515 มม., กว้าง 1,885 มม., สูง 1,655 มม., ระยะฐานล้อ 2,735 มม.
•น้ำหนักรถ: 1,780 กก. (รุ่น Life) / 1,845 กก. (รุ่น Style, Design)
•กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 240 นิวตัน/เมตร
•อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที
•ทำความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
•ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ
•รุ่น Life ขนาดแบตเตอรี่ 56.2 kWh ระยะทาง 442 กม. (NEDC)
•รุ่น Style & Design ขนาดแบตเตอรี่ 67.1 kWh ระยะทาง 516 กม. (NEDC)
•รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 168 kW / จาก 30% – 80% ในเวลาเพียง 20 นาที

ดีไซน์และความสะดวกสบาย (Design & Comfortable)
ตัวรถออกแบบทันสมัย ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 420 ลิตร และแบบพับเบาะสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 1,300 ลิตร
•รุ่น Life / รุ่น Style: เบาะเป็นผ้า ฝั่งคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน
•รุ่น Design: เบาะหนังสังเคราะห์ ได้รับมาตรฐาน OEKO-TEX Certification, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะคู่หน้ามีระบบระบายอากาศ, กระจกหลังแบบ Privacy Glass, กระจกมองข้างพับอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

Leapmotor B10 5

ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS)
•ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2, ด้านข้าง 2, ม่านนิรภัย 2 และถุงลมนิรภัยกลาง 1)
•ระบบ ADAS 17 ฟังก์ชันขั้นสูง เช่น:
– ACC (Adaptive Cruise Control)
– LCC (Lane Centering Control)
– ISA (Intelligent Speed Assistance)
– LKA (Lane Keep Assist)
– ELKA (Emergency Lane Keeping Assist)
– FCW (Front Collision Warning)
– RCW (Rear Collision Warning)
– AEBS (Autonomous Emergency Braking System)
– BSD (Blind Spot Detection)
– DOW (Door Open Warning)
– LDW (Lane Departure Warning)
– HOD (Hands-Off Detection)
– RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
– RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
– DDAW (Driver Drowsiness and Attention Warning)
– ADDW (Advanced Driver Distraction Warning)
– TJA (Traffic Jam Assist)

•ระบบกล้องรอบคัน 360°
•การกระจายน้ำหนักสมดุล 50:50
•ระบบกันสะเทือนหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ได้รับการร่วมพัฒนากับทีม Stellantis Chassis Master

Leapmotor B10 7

เทคโนโลยีและความบันเทิงภายในรถ
•หน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว, หน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว
•รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto สั่งงานด้วยเสียง ระบบนำทางแบบเรียลไทม์
•การเชื่อมต่อ 4G, WiFi Hotspot, ช่อง USB และแท่นชาร์จไร้สาย
•ระบบเสียงพรีเมียม: 12 ลำโพง (รุ่น Design) / 6 ลำโพง (รุ่น Life, Style)
•ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก
•หลังคากระจกพาโนรามาขนาด 1.8 ตร.ม. พร้อมม่านไฟฟ้า (รุ่น Life, Style และ Design)
•ไฟ Ambient Light 64 สี (รุ่น Design)

Leapmotor B10 9

สีตัวถังและห้องโดยสาร
•สีตัวถังภายนอก 7 สี:
– Morning Dew Purple
– Starry Night Blue
– Tundra Grey
– Lightning White
– Skyfall Grey
– Metallic Black
– Galaxy Silver

Leapmotor B10 10

•สีห้องโดยสาร:
– Dark Feather Black (Fabric) รุ่น Life และรุ่น Style
– Dark Feather Black ECO Leather รุ่น Design
– Bamboo Shadow Grey ECO Leather รุ่น Design

ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
•รุ่น Life ราคาขายอยู่ที่ 698,000 บาท
•รุ่น Style ราคาขายอยู่ที่ 758,000 บาท
•รุ่น Design ราคาขายอยู่ที่ 798,000 บาท

Leapmotor B10 11

แคมเปญพิเศษ
“ฟรีประกันภัยชั้น 1” สำหรับลูกค้า ที่จองรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่น Style และ รุ่น Design ทั้งลูกค้า Pre-Booking และลูกค้าที่จองรถ หลังวันที่ 10 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้

ลูกค้า Pre-Booking ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2568 จนถึง วันที่ 10 ตุลาคม 2568
-รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
-ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.

ลูกค้าที่จองรถยนต์รุ่น B10 หลังวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
-รับสิทธิ์ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.

เงื่อนไข: ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.นี้ จะสิ้นสุดในวันที่ 31 เดือนตุลาคม 2568 และลูกค้าจะต้องรับรถ ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้เท่านั้น และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินส่วนลดใดๆ ได้
#####

ความสำเร็จระดับโลกของ Leapmotor
ในเดือนกันยายน 2568 Leapmotor มียอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมมากกว่า 66,657 คันในประเทศจีน (รวมยอดขายในประเทศและส่งออก) ทะลุกว่า 60,000 คันต่อเดือนเป็นครั้งแรก และมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ติดต่อกันนานถึง 7 เดือนที่ผ่านมา โดยในไตรมาส 3 ปี 2568 มียอดส่งมอบรวม 173,852 คัน เพิ่มขึ้นถึง 102% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมียอดส่งมอบสะสมตั้งแต่ต้นปีถึง 395,516 คัน คิดเป็นการเติบโต 129%

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นับว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าคันที่หนึ่งล้านถูกผลิตขึ้นอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ Leapmotor ก้าวเข้าสู่ “Million Club” ได้สำเร็จ ซึ่งใช้เวลาเพียง 343 วัน ในการผลิตจากคันที่ 500,000 สู่คันที่ 1 ล้าน สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตที่มั่นคงและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเราอีกด้วย

 

“ฮอนด้า” จัดหนัก จัดเต็มส่งท้ายปี แกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ จัดใหญ่เต็ม MAX พร้อมสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 85,000 บาท สำหรับรถฮอนด้าทุกรุ่น ใ ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 11 ธ.ค. 2568

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เสิร์ฟความสุขครั้งใหญ่ส่งท้ายปี ! ยกขบวนความคุ้มแบบ พลัส พลัส กับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย “ตรงใจ เลือกได้เอง” สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นในทุกเซกเมนต์ ทั้งขุมพลัง TURBO และขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่าสูงสุดถึง 85,000 บาท* เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 2

รุ่นรถฮอนด้าที่สามารถเลือกข้อเสนอเพื่อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ได้แก่
oHonda Civic รุ่น TURBO รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 85,000 บาท
oHonda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท
oHonda City และ Honda City Hatchback รุ่น e:HEV รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท
oHonda City Hatchback DRIVAL Limited Edition รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท

ฮอนด้า 3

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท สำหรับรุ่น TURBO พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 69,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ (ค่าแรง ค่าอะไหล่) 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oสำหรับ Honda City Hatchback (เกรด S+) ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 104,400 บาท*
oผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,281 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ใน Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ที่ให้ทั้งความแรง ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ สมูททุกจังหวะขับขี่ และให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

ฮอนด้า 6

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition ราคา 829,000 บาท
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติม 20,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,108 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda City ทั้งขุมพลัง TURBO และ e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oใหม่ นักเรียน/นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ รวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี เพียงแสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษา (ที่วันหมดอายุไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่บัตรหมดอายุ) หรือ บัตรประชาชน ให้กับที่ปรึกษาการขายในวันจองรถยนต์ โดยชื่อบนบัตรจะต้องตรงกับชื่อเจ้าของรถยนต์ รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ซิตี้ อี:เอชอีวี ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 4

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic ราคา 1,039,000 บาท
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 85,000 บาท พร้อมประกันภัย 1 ปี และฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda Civic ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 82,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี แพ็คเกจเช็คระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 10,780 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oฟรีประกันภัย 1 ปี
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ Honda Civic
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
เพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 5

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท
สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ต เท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 11,403 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda Civic e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 20,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 7

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท
ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda HR-V e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,847 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda HR-V e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 20,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%*จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 9

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda CR-V รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้น 1,419,000 บาท
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda CR-V รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 92,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท* ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 8,300 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 99,600 บาท*
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 6,423 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อมรับ Honda Exclusive Care*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ Honda CR-V รุ่น TURBO
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 8

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda CR-V รุ่น e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท
รถ Flagship SUV คันจบของครอบครัว ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 213,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 16,487 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 66,990 บาท* สำหรับ Honda CR-V รุ่น e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 60,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 10

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท
รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
oดอกเบี้ยพิเศษ 0.84%* ฟรีประกันภัย 1 ปี เมื่อออกรถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่
oหรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.84%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี
สำหรับลูกค้าทั่วไป เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
oดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี*
oหรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.99% พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี
โดย Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 15,346 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ New Honda Accord e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda e:N1 ราคา 1,199,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากฮอนด้า ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย สมูทในทุกจังหวะ เชื่อมั่นตลอดการใช้งานด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมให้บริการและดูแลผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ด้วยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอ ดังนี้
สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี และโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา
สำหรับลูกค้าทั่วไป รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี และโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา
โดย Honda Exclusive Care 5 ปี ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร *
oรับประกันแบตเตอรี่ EV เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อม Honda Exclusive Care
oฟรีโฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 156,900 บาท* สำหรับ Honda e:N1
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า อี:เอ็นวัน ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 100,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น) และใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท*
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda BR-V ราคาเริ่มต้น 915,000 บาท
SUV 7 ที่นั่ง มาพร้อมสมรรถนะที่ดีเยี่ยม พร้อมลุยทั้ง Weekday และ Weekend ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกการเดินทาง และมีความสุขไปทุกที่ ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 6,200 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 74,400 บาท*
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,294 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oฟรีประกันภัย 1 ปี*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ Honda BR-V
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

อย่ารอช้า! มาคว้าความคุ้มค่าส่งท้ายปีกับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
•เว็บไซต์: www.honda.co.th
•Facebook Official Account: Honda Thailand
•LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติม
•ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
สำหรับแบบ 5 ปี ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

“GWM ORA Good Cat” สีใหม่ จากความคิวต์สู่ความคูล! ฮิตแรงในหมู่ผู้ชาย

0
GWM ORA Good Cat 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยอิน-ไซต์ล่าสุดสะท้อนความนิยมของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ที่นอกเหนือจากจะเป็นรถไฟฟ้าขวัญใจกลุ่มผู้หญิงยุคใหม่ในไทยแล้ว ยังพบว่ามีกลุ่มผู้ใช้งานผู้ชายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่มีการแนะนำสีใหม่ 2 สีเข้ามาในปีนี้ โดยความสำเร็จในภาพรวมของ GWM ORA Good Cat สามารถทำยอดขายสะสม 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปี 2568 ได้กว่า 4,449 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ถึง 140% ซึ่งการเติบโตดังกล่าว ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการนำเสนอรุ่นย่อยที่มีความคูลและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ที่นอกเหนือจากสีพาสเทลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง ทำให้ในปัจจุบัน GWM ORA Good Cat กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มลูกค้าเพศชาย โดยตั้งแต่มีการเปิดตัวสี So Blue ในเดือนมีนาคม 2568 และล่าสุดสีขาวหลังคาสีดำที่มาพร้อมชุดตกแต่งดำ (Black Package) ในเดือนมิถุนายน สัดส่วนของยอดขายของ 2 สีใหม่นี้ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2568 สัดส่วนยอดขายของสีใหม่ทั้ง 2 สี เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50% ของยอดขายรายเดือนของ GWM ORA Good Cat และสัดส่วนของลูกค้าที่เป็นเพศชายก็เพิ่มสูงขึ้นเป็น 40% ด้วยเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นความนิยมและความเชื่อมั่นต่อเอกลักษณ์ในด้านการออกแบบที่เป็นโดนใจและเข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย และคุณภาพของ GWM ORA Good Cat โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ความปลอดภัยที่เหนือกว่า และความคุ้มค่าในทุกด้านอย่างแท้จริง

GWM Thailand 2

GWM ORA Good Cat โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Retro Futuristic ที่เป็นเอกลักษณ์ ขนาดกะทัดรัด ขับง่าย เหมาะกับชีวิตเมืองยุคใหม่ ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความงามแบบวินเทจและนวัตกรรมล้ำสมัย GWM ORA Good Cat จึงสะท้อนให้เห็นถึงดีไซน์เหนือกาลเวลาที่ไม่เคยตกเทรนด์ และยังคงความโดดเด่นในทุกยุคสมัย ล่าสุดกับสองสีใหม่ปี 2025 สีขาวหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof) และสีฟ้า So Blue ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ชาย โดยสี Hamilton White with Black Roof สะท้อนบุคลิกเท่ สุขุม และมั่นใจในตัวเอง ด้วยการผสมผสานของสีขาวที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และเปิดกว้าง กับสีดำที่แสดงถึงพลังและความลุ่มลึก ชุดสีโมโนโทนนี้จึงตอบโจทย์ผู้ชายที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ พร้อมชุดตกแต่งโทนดำรอบคันที่เสริมความพรีเมียมอย่างลงตัว ขณะที่สี So Blue ถ่ายทอดความสดใส มีชีวิตชีวา และพลังบวกในแบบที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้ชายยุคใหม่ที่มองหารถคู่ใจสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหมายและความคิดบวก สีนี้ยังช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในทุกการขับขี่

GWM Thailand 3

GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น (*ราคาหลังหักส่วนลด) ดังต่อไปนี้

  • GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*

GWM Thailand 4

GWM ORA Good Cat มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย คุ้มค่ากับ 3 ทางเลือก ได้แก่

  • ทางเลือกที่ 1: รับส่วนลดสูงสุด พร้อมรับสิทธิ์แลกรถเก่าสุดคุ้ม

รับทันทีส่วนลด 230,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 300,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมรับเพิ่มอีก 30,000 บาท เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ Trade-In รถเก่ารุ่นใดก็ได้แลกรถใหม่ ORA Good Cat ข้อเสนอนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถยนต์คันเก่ามาเปลี่ยนเป็นเจ้าเหมียวไฟฟ้าสุดล้ำในราคาที่คุ้มค่าที่สุด โดยไม่รวม GWM Home Charger และ แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ (GPSI) ซึ่งสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

  • ทางเลือกที่ 2: ผ่อนสบาย คล่องตัวทุกจังหวะ

รับส่วนลดทันที 200,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 270,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.95% ผ่อนสบาย 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% พร้อมโปรแกรม GWM ช่วยผ่อน 12 เดือน เดือนละ 5,000 บาท มูลค่าสูงสุดกว่า 60,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยข้อเสนอนี้ไม่รวม GWM Home Charger และ GPSI เช่นเดียวกัน

  • ทางเลือกที่ 3: ครบเครื่องเรื่องความสะดวกสบาย อุ่นใจไร้กังวล

รับทันทีส่วนลด 230,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 300,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมรับฟรี GWM Home Charger มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท และแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) มูลค่าสูงสุดกว่า 11,000 บาท ครอบคลุมค่าแรงและอะไหล่ตามระยะสูงสุด 5 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความครบครันทั้งด้านการใช้งาน การชาร์จ และการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างแท้จริง

GWM Thailand 5

ทั้งสามข้อเสนอข้างต้นมาพร้อมสิทธิพิเศษมาตรฐานจาก GWM ได้แก่ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท, ฟรีฟิล์มกรองแสงลามิน่า รุ่น CM ONE, ฟรีค่าจดทะเบียน, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี, การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่ EV 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร รวมถึงบริการ Telematic Service และ Internet in Vehicle ฟรี 3 ปีเต็ม เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

GWM Thailand 6

พิเศษสำหรับนิสิตและนักศึกษากับแคมเปญ Good Cat Good Start

รับส่วนลดพิเศษ 10%* จากราคาจำหน่าย พร้อมสิทธิประโยชน์มาตรฐานข้างต้นครบทุกข้อ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งคุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง

GWM Thailand 7

สำหรับผู้ที่สนใจ GWM ORA Good Cat สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888