Home Blog Page 500

The New Subaru Outback มากับจุดเด่นด้านตัวช่วยการขับขี่ เพื่อเสถียรภาพและปลอดภัยในทุกสภาพถนน

0

The New Subaru Outback รถยนต์อนเกประสงค์รุ่นล่าสุดที่  บริษัท มอเตอร์ อิมเมจ จำกัด นำเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมกับระบบ STABLEX-Ride เพื่อการขับขี่ที่มีเสถียรภาพ การบังคับพวงมาลัยที่ดี และการสั่นสะเทือนของตัวถังที่น้อยลง รวมถึงระบบ X-Mode และ ระบบ Symmetrical All-Wheel Drive (S-AWD) พร้อม ระบบเบรกทำให้การขับขี่ปลอดภัยในทุกสภาพถนน เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในราคา 2,512,000 บาท

The New Subaru Outback 01

ซูบารุ เอาท์แบ็คใหม่ มีการปรับโฉมกันชนด้านหน้า และกระจังหน้าแบบหกเหลี่ยม ที่นอกจากจะมีคุณภาพสูงและทนทานแล้ว ยังช่วยให้รถมีรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ล้อแม็กลายใหม่ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งส่งผลให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น

The New Subaru Outback 02

The New Subaru Outback 09

ในส่วนของฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ มาพร้อมกับ พอร์ต USB ในคอนโซลบริเวณที่พักแขนเบาะหลัง มีไมโครโฟนเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเสียง (Voice Recognition)

ซูบารุ เอาท์แบ็คใหม่ ยังมีระบบการเชื่อมต่อการสื่อสารในรถยนต์ (Infotainment) ระดับพรีเมี่ยมแบบใหม่ด้วยหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียดสูงสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และเข้าถึงแอพพลิเคชั่นยอดนิยมในปัจจุบันผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนี้ ความสามารถด้าน Voice Recognition จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแบบแฮนด์ฟรี ส่งผลให้ไม่รบกวนต่อการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคน

The New Subaru Outback 03

The New Subaru Outback 06

The New Subaru Outback 07

เครื่องยนต์บ็อกเซอร์สูบนอน ขนาด 2.5 ลิตร ของ ซูบารุ เอาท์แบ็ค (The New Subaru Outback) ยังได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยไดชาร์จรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีน้ำหนักเบาลงถึง 8%

ระบบเกียร์ CVT มีโหมดใช้งาน 7 สปีด และการตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อที่ไวขึ้นก็ช่วยให้อัตราการเร่งดีขึ้น ได้ความรู้สึกแบบรถสปอร์ต การเปลี่ยนโซ่สายพานส่งกำลังให้มีความละเอียดยิ่งขึ้นส่งผลให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์สู่ห้องโดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน

ความปลอดภัยยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญในรถยนต์ทุกรุ่นของซูบารุ ซูบารุ เอาท์แบ็ค (Subaru Outback) ยังมีระบบไฟหน้าแบบปรับทิศทางอัตโนมัติตามพวงมาลัย (Steering Responsive Headlights)ช่วยให้ลำแสงไฟหน้าเคลื่อนที่ไปตามทิศทางของการหักพวงมาลัยรถ เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในยามค่ำคืน ทัศนวิสัยในจุดบอดด้านหน้ายังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนล่างของกระจังหน้า และกระจกข้างซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบได้เมื่อขับขี่ในพื้นที่แคบ

The New Subaru Outback 04

ซูบารุ เอาท์แบ็คใหม่ ยังมีสีใหม่ให้เลือก ประกอบด้วย
• สีเขียวเมทัลลิก (Wilderness Green Metallic)
• สีแดงมุก (Crimson Red Pearl)
• สีน้ำตาลมุก (Oak Brown Pearl)

ซูบารุ เอาท์แบ็ค ใหม่ ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 2,512,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The new C-Class รุ่นประกอบในประเทศ

0

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวที่สุดแห่งยนตรกรรมซาลูนอัจฉริยะ  The new C-Class รุ่นประกอบในประเทศเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่อันโดดเด่น และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยครบครัน เทียบเท่ารถยนต์ตระกูล The S-Class โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอในสามรุ่นย่อย ได้แก่ The C 220 d Avantgarde ราคา 2,349,000 บาท The C 220 d Exclusive ราคา 2,690,000 บาท และ The C 220 d AMG Dynamic  ราคา 2,890,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้วที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ

มร .ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มีแนวทางการดำเนินงานภายใต้ ลยุทธ์ “เดอะ เบสท์” (THE BEST) เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ  “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ซึ่งจากความสำเร็จและการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาของ The new C-Class เจนเนอเรชั่นปัจจุบัน ทำให้ในปี 2560 ที่ผ่านมา The C-Class แบบซาลูนและเอสเตทมียอดขายทั่วโลกรวมกันสูงถึงกว่า 415,000 คัน  ซึ่งปัจจัยที่ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือการนำเสนอรุ่นย่อยที่หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกสรร ซึ่งรวมถึงรถยนต์แบบสปอร์ตคูเป้ และคาบริโอเลต์  องประตูที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2558 และ 2559 ตามลำดับด้วย”

“รถยนต์ The new C-Class รุ่นประกอบในประเทศที่ผลิตในปีนี้ ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน โดยจะเน้นที่รูปลักษณ์ด้านหน้า ไฟหน้า และไฟท้าย รวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ The C-Class รุ่นนี้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถยนต์ตระกูล The S-Class เพื่อยกระดับความปลอดภัยเชิงรุกของรถให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมความสามารถในการขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติได้ในบางสถานการณ์อีกด้วย โดยการเปิดตัว The new C-Class รุ่นประกอบในประเทศในวันนี้ ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอรถยนต์รุ่น The C 220 d ทั้งหมด 3 รุ่นย่อยด้วยกัน คือ รุ่นที่นำมาจัดแสดงในงานวันนี้ The C 220 d Avantgarde และ The C 220 d AMG Dynamic รวมถึงรุ่นที่จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ อย่างรุ่น The C 220 d Exclusive อีกด้วย” มร. ฟรังค์ กล่าวเพิ่มเติม

The new C-Class รุ่นประกอบในประเทศ

The new C-Class รุ่นประกอบในประเทศที่ปรับโฉมใหม่ เป็นการผสมผสานคุณสมบัติอัจฉริยะ และความเร้าใจเข้าด้วยกัน ซึ่งรูปลักษณ์ใหม่นี้ มีความโดดเด่นด้วย ดีไซน์ภายนอก ของรุ่น The C 220 d Avantgarde จะใช้กระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมี่ยม พร้อมตราสัญลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว รุ่น The C 220 d Exclusive จะเป็นกระจังหน้าแบบคลาสสิค พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์อยู่เหนือฝากระโปรงหน้า และล้ออัลลอยแบบ Multi-spoke ขนาด 18 นิ้ว ส่วนในรุ่น

The C 220 d AMG Dynamic จะติดตั้งกระจังหน้าแบบ diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ โดยมีกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างเป็นดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG Bodystyling โคมไฟหน้าและหลังแบบใหม่ได้รับการออกแบบโดยใช้เส้นโค้งเป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในแง่รูปลักษณ์ และความรู้สึก รวมถึงการใช้ไฟหน้าแบบ LED High Performance ในรุ่น The C 220 d Avantgarde และเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ในรุ่น The C 220 d Exclusive และ The C 220 d AMG Dynamic พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam

เป็นครั้งแรกในรถยนต์ The C-Class ซึ่งไฟหน้านี้ประกอบด้วยหลอดไฟ LED ที่ทำงานโดยอิสระจำนวน 84 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถปรับความเข้มแสง โดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจรโดยรอบได้ ซึ่งระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 19 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม) เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย ทั้งนี้ ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam  จะทำงานอัตโนมัติ หากระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีผู้สัญจรในทางรถสวน ถนนข้างหน้าเป็นทางตรง และผู้ขับขี่กำลังใช้ความเร็วตั้งแต่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam จะช่วยให้ไฟหน้าของรถมีความสว่างในระดับที่สูงขึ้นตามความเร็วของรถ โดยสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร นอกจากนี้ในรุ่น The C 220 d AMG Dynamic ยังมีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าอีกด้วย

ดีไซน์ภายใน และห้องโดยสาร ถูกออกแบบให้มีความหรูหราสไตล์สปอร์ต และมีโครงสร้างที่ดูต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว โดยรุ่น The C 220 d Avantgarde จะมาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control ในขณะที่ The C 220 d Exclusive และ The C 220 d AMG Dynamic จะใช้พวงมาลัยที่มาพร้อมระบบพาวเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าและ ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ซึ่งในรุ่น The C 220 d AMG Dynamic จะเพิ่มพวงมาลัยที่มา พร้อมกับระบบมัลติฟังก์ชัน ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control โดยรุ่น The C 220 d Avantgarde และ The C 220 d Exclusive ใช้เบาะหุ้มด้วยหนัง ARTICO และ The C 220 d AMG Dynamic ใช้เบาะหุ้มหนังแบบสปอร์ต โดยเบาะด้านหลังของทุกรุ่นสามารถพับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3 อีกด้วย ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start)

ในขณะที่รุ่น The C 220 d Exclusive และ The C 220 d AMG Dynamic จะมีระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO เสริมเข้ามาด้วย นอกจากนั้น The new C-Class ยังได้นำเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้งานมาจากรถยนต์ The S-Class โดยมีระบบ All-Digital instrument display ที่ทำให้หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลของรุ่น The C 200 d AMG Dynamic มีขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว และยังสามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ คือ Classic, Progressive และ Sport

 

โดยรถยนต์ The new C-Class ยังมาพร้อมกับหน้าจอมัลติมีเดียบริเวณกลางคอนโซลแบบ MB Audio 20 ขนาด 10.25 นิ้ว เพื่อใช้ในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยระบบ Touch pad ไม่ว่าจะเป็นระบบ Apple CarPlay™ ระบบถอยจอดแบบอัตโนมัติ หรือระบบแผนที่นำทาง 3 มิติรูปแบบใหม่ในรุ่น The C 220 d Exclusive และ The C 220 d AMG Dynamic เป็นต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี และในรุ่น The C 220 d Exclusive ยังได้ติดตั้งฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) ที่ช่วยฟอกอากาศ พร้อมปรับอากาศให้มีกลิ่นหอมด้วยน้ำหอมชนิดเดียวกับในรถยนต์  The S-Class เพื่อยกระดับความสบายในการโดยสารขั้นสูงสุด

ระบบเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นล่าสุดสำหรับตระกูล The C-Class ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบที่ใช้ในรถยนต์ The S-Class อาทิ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP®), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC),

ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ (Active Parking Assist), ระบบ DYNAMIC SELECT คือแบบ Sport, Sport+ และ Comfort, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto และระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth นอกจากนั้นยังมีระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround view camera) และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ที่เป็นฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น AMG Dynamic ระบบแผนที่นำทางที่ติดตั้งเฉพาะในรุ่น The C 220 d Exclusive และ The C 220 d AMG Dynamic และกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (Reversing camera) ที่มีเฉพาะในรุ่น The C 220 d Avantgarde และ The C 220 d Exclusive ด้วย

รุ่นเครื่องยนต์ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)แรงม้าสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที)แรงบิดสูงสุด

(นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที)

อัตราเร่ง 

0-100 กม./ชม.

(วินาที)

ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.)
C 220 d Avantgardeดีเซล 4 สูบ

แถวเรียง เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

1,950143 (194)  / 3,800400 / 1,600-2,8006.9240
C 220 d Exclusiveดีเซล 4 สูบ

แถวเรียง เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

1,950143 (194)  / 3,800400 / 1,600-2,8006.9240
C 220 d

AMG Dynamic

ดีเซล 4 สูบ

แถวเรียง เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

1,950143 (194)  / 3,800400 / 1,600-2,8006.9240

 

  • C 220 d Avantgarde ราคา 2,349,000 บาท
  • C 220 d Exclusive ราคา 2,690,000 บาท
  • C 220 d AMG Dynamic ราคา 2,890,000 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

PR Agency เวิรฟ                                                                                                                                 

มณฑ์รตี, พิมพิดา โทรศัพท์ 02-204-8218, 02-204-8234 มือถือ 089-172-2007, 081-300-9191

ท่านสามารถดาวน์โหลดข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ที่เว็บไซต์  www.mercedes-benz.co.th

หรือติดตามข้อมูลข่าวสารของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ที่  www.facebook.com/MercedesBenzThailand

เผยโฉม นิสสัน นาวารา ดาร์ค สกาย หอดูดาวเคลื่อนที่ในคราบรถกระบะอัจฉริยะ

0

นิสสัน เผยโฉม “นิสสัน นาวารา ดาร์ค สกาย คอนเซ็ปท์” รถยนต์ต้นแบบที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ที่งานฮันโนเวอร์ มอเตอร์โชว์ 2018 พิสูจน์ให้เห็น นวัตกรรมอัจริยะไร้ขีดจำกัด

Navara Dark Sky_01

นาวารา ดาร์ค สกาย คอนเซ็ปท์ได้รับการพัฒนาขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ด้วยความร่วมมือกับองค์การอวกาศยุโรป ภายใต้แนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ เพื่อสร้างศูนย์วิจัยดาราศาสตร์เคลื่อนที่ ด้วยกล้องโทรทรรศน์คุณภาพสูงที่ติดตั้งบนรถต่อพ่วงแบบออฟโรด ติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติอัจฉริยะ ProPILOT ที่รับการอัพเกรดเพื่อเพิ่มสมรรถนะความปลอดภัย และศักยภาพในขับขี่อัตโนมัติอัจฉริยะในขณะลากจูง

องค์การอวกาศยุโรปสำรวจดวงดาวด้วยความแม่นยำเป็นประวัติการณ์ด้วยดาวเทียมไกย่า และได้ทำการสำรวจดวงดาวไปแล้วกว่าพันล้านดวง รถยนต์ต้นแบบคันนี้จะทำหน้าที่สนับสนุนโครงการนี้โดยนำนักดาราศาสตร์ติดตามการสำรวจจักรวาลบนพื้นที่ที่เรียกว่า “ดาร์ค สกาย” หรือพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง เข้าถึงได้ยาก และทัศนวิสัยไม่ดี

รถยนต์ต้นแบบ “นาวารา ดาร์ค สกาย” เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมที่นิสสันได้เข้ามาเป็นพันธมิตร ด้วยแนวคิดที่ช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าของเราพร้อมเดินทางไปได้ทุกที่” กล่าวโดย นาย อัชวานี กุปต้า รองประธานอาวุโส ฝ่ายรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ (Ashwani Gupta, senior vice president of Nissan’s light commercial vehicle business) “เรากำลังสร้างโซลูชันที่ดีที่สุดเพื่อความท้าทายของธุรกิจไม่ว่าความต้องการเชิงพาณิชย์จะซับซ้อนเพียงใด ผ่านแนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติอัจฉริยะ ProPILOT”

Navara Dark Sky_03

รถยนต์ต้นแบบ “นิสสัน นาวารา ดาร์ค สกาย” มาพร้อมกับฟีเจอร์อันชาญฉลาดมากมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนี้

•เทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติอัจฉริยะ ProPILOT ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถผ่านการผสมผสานระหว่างเทคโนโลนีอินเทลลิเจนท์ ครูซ คอนโทรล Intelligent Cruise Control และ เทคโนโลยีช่วยหมุนพวงมาลัย หรือ Steering Assist Technologies เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยรักษาระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้า ในขณะที่รถยนต์ต้นแบบ “นาวารา ดาร์ค สกาย” และรถพ่วงเทรลเลอร์แบบออฟโรด ยังสามารถวิ่งอยู่ในเลน หรือแม้ในขณะเข้าโค้ง

•เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) ได้รับการอัพเกรดเพื่อช่วยการลากจูง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นรอบคันจากภาพมุมสูงหรือ bird-eye-view และยังทำให้สามารถจอดรถได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงรถต่อพ่วงด้านหลังด้วย

•เทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Warning) ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เห็นวัตถุในมุมอับที่อยู่ในรถต่อพ่วงด้านหลังด้วย

•เทคโนโลยี การควบคุมและการทรงตัวของรถต่อพ่วง (Intelligent Towing Hitch Alignment) ช่วยควบคุมการขับขี่ การเร่งความเร็ว การเบรคและการเปลี่ยนเกียร์ ทำให้สามารถควบคุมตัวรถและรถต่อพ่วงด้านหลังให้อยู่ในระดับเดียวกันเมื่อต้องลากจูงสิ่งของด้านหลังรถ

•แบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่ จากเทคโนโลยีของนิสสัน ลีฟ รถยนต์พลังไฟฟ้าไร้มลพิษ เพื่อให้มั่นใจว่ามีแหล่งไฟสำรอง แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

รถยนต์ต้นแบบ “นาวารา ดาร์ค สกาย” ได้บรรทุกอุปกรณ์สำคัญ อย่าง กล้องโทรทรรศน์คุณภาพสูงเพลนเวฟ เทเลสโคป (PlaneWave telescope) เพื่อขนส่งกล้องโทรทรรศน์นี้ไปยังพื้นที่ที่มีความมือมิดของท้องฟ้าที่ห่างไกลผู้คนได้ ด้วยเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility technologies)

Navara Dark Sky_04

“รถยนต์ต้นแบบคันนี้ทำให้เราสามารถสำรวจดวงดาวในพื้นที่ห่างไกล ด้วยการหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีแสงไฟของเมืองรบกวน ในขณะเดียวกันก็สามารถขนส่งกล้องดูดาวได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย” นาย เฟร็ด เจนเซ่น ผู้จัดการอาวุโส โครงการองค์การอวกาศยุโรปสำหรับกายา กล่าว “กล้องดูดาวอย่างที่อยู่ในเทรเลอร์นี้ มีความจำเป็นต่อการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดาวเคราะห์และดวงดาวในกาแล็กซี่ของเรา ทำให้พวกเราที่อยู่บนโลกสามารถติดตามข้อมูลของโครงการจากดาวเทียมกายาได้”

การออกแบบ “รถยนต์ต้นแบบ “นาวารา ดาร์ค สกาย” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้วงจักรวาล ภายนอกถูกออกแบบให้มีสีเข้ม พร้อมลวดลายสวยงามตามแบบของกลุ่มก๊าซ เนบิวลา ในลักษณะพาราเมทริค ภายในมีการตกแต่งอย่างลงตัว ผสมผสานระหว่างกลุ่มสีเข้มของท้องฟ้ายามกลางคืน กับสีส้มของพระอาทิตย์ตกดิน แนวเส้นสีส้มสะท้อนแสงบนเบาะที่นั่งยังช่วยให้สามารถมองเห็นภายในรถได้อย่างง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องใช้ไฟแสงขาว ที่จะมีผลกระทบต่อการดูดาวของนักดาราศาสตร์ในยามค่ำคืน

Navara Dark Sky_06

์Navara Dark Sky_07

ทั้งนี้ แสงสีแดงมีผลกระทบต่อการมองเห็นตอนกลางคืนของมนุษย์น้อยที่สุด โดยตัวรถ และรถต่อพ่วงจะใช้หลอดไฟสีแดง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแสงรบกวนระหว่างการดูดาว

นิสสันทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอวกาศยุโรป โดยรถต่อพ่วงรุ่นนี้มีระบบควบคุมอุณหภูมิแบบพิเศษ เพื่อช่วยให้กล้องดูดาวมีความเสถียร และสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อการขนส่งสู่พื้นที่ต่างๆ ได้อีกด้วย

ในกรณีที่เข้าถึงจุดหมายได้แล้ว หลังคารถต่อพ่วงก็จะถูกเปิดออกเพื่อให้กล้องโทรทรรศน์สามารถสำรวจท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ ด้วยหน้าเลนซ์กระจก ขนาด 40 เซ็นติเมตร กล้องโทรทรรศน์นี้สามารถให้ภาพที่มีรายละเอียดคมชัดได้จากระยะไกลกว่าวงแหวนของดาวเสาร์ สามารถมองเห็น กาแล็กซี่ กลุ่มก๊าซ และซุเปอร์โนว่า

รถยนต์ต้นแบบ นิสสัน นาวารา ดาร์ค สกาย เป็นรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังในเรื่องวิศวกรรมการออกแบบ อันทำให้นิสสันอยู่ในระดับแนวหน้าของรถกระบะ โดยตัวรถมีแชสซีเหล็กกล้าชิ้นเดียวที่แข็งแรง มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ทวิน เทอร์โบ ขนาด 2.3 ลิตร 190 แรงม้า ที่ให้แรงบิด 450 นิวตันเมตร ทำให้นาวาราสามารถขับเคลื่อนไปได้บนทุกเส้นทางแม้ในพื้นที่ห่างไกล ขณะบรรทุกกล้องดูดาวที่มีน้ำหนักอยู่ได้อีกด้วย

Nissan Navara Dark Sky_02

รถยนต์ต้นแบบ นิสสัน นาวารา ดาร์ค สกาย มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบ เอ็กซ์สตอเรจ โรม (xStorage ROAM) เป็นการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใช้งานแล้วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นิสสันเป็นผู้ผลิตมาใช้งาน โดยเมื่อใส่ลงในช่องใส่แบตเตอรี่ ชุดแบตเตอรี่จะอยู่ในโหมดชาร์จตลอดเวลาและพร้อมใช้งานเมื่อจำเป็น

Navara Dark Sky_05
นอกจากนี้ยังมี ฟีเจอร์อัจฉริยะอื่นๆ ได้แก่ สัญญาณ Wi-Fi แท่นวางแล็บท็อป และสัญญาณโทรทัศน์ย่านความถี่สูงแบบ UHF เพื่อส่งสัญญาณได้อย่างทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็ตาม มีการติดตั้งเรดาร์ 8 ตัวรอบคันรถรวมถึงรถต่อพ่วง ทำให้สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้ขับขี่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่รอบตัวรถได้ โดยผ่านหน้าจอระบบสัมผัสของ นิสสัน คอนเน็ค อินโฟเทนเม้น (Nissan Connect infotainment) บริเวณแผงควบคุมรถ

เทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ เหล่านี้ จะทำงานร่วมกันเพื่อทำให้ รถต้นแบบ นิสสัน ดาร์ค สกาย เป็นรถกระบะอัจฉริยะที่สุดเพื่อการลากจูง ภายใต้แนวคิดนี้ ทำให้นาวาราสามารถลากรถต่อพ่วงที่บรรทุกกล้องดูดาวสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องได้ ด้วยเซ็นเซอร์เรดาร์ และกล้องสแกนจะตรวจสอบภูมิประเทศโดยรอบเพื่อค้นหาตำแหน่งที่เรียบและเหมาะสมเพื่อจอดรถต่อพ่วง รถยนต์ต้นแบบ นิสสัน นาวารา ดาร์ค สกาย มีระยะความสูงใต้ท้องรถมากกว่ารถกระบะนาวาราในรุ่นมาตรฐาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการ “ไปได้ทุกที่”

โดยหลังจากงาน ฮันโนเวอร์ มอเตอร์ โชว์ นิสสันจะบริจาคกล้องดูดาวนี้ เพื่อส่งต่อจิตวิญญาณแห่งการสำรวจและการผจญภัย อันเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการศึกษาเพื่อคนรุ่นต่อๆไป

มาสด้าโดดร่วมสงครามปิกอัพส่งรุ่นพิเศษ 2018 คอลเลคชั่น บีที-50 โปร ธันเดอร์ จับตลาดบน

0

ตลาดรถปิกอัพเริ่มร้อนระอุ เมื่อค่ายมาสด้าหวนกลับมาทำตลาดรถปิกอัพอีกครั้ง หลังจากทุ่มเทอย่างหนักกับตลาดเก๋งจนประสบความสำเร็จทำให้รถยนต์นั่งก้าวขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และครองอันดับ 3 ของตลาดรถเก๋งอย่างถาวร ถึงเวลาที่มาสด้าต้องกลับมาทวงบัลลังก์ยอดขายรถปิกอัพ โดยที่หลังก่อนหน้านี้ปล่อยให้คู่แข่งขันเปิดสงครามแลกหมัดกันอย่างเมามัน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมามาสด้าไม่ได้นิ่งเฉย กลับซุ่มเงียบเพื่อการออกแบบดีไซน์ใหม่ แล้ววันนี้ มาสด้าเผยหมัดเด็ดด้วยการส่งรุ่นพิเศษลงสู้ศึก ภายใต้ชื่อ Mazda BT-50 PRO THUNDER พร้อมวางกลยุทธ์ที่ไม่ต้องต่อกรกับคู่แข่งโดยตรง แต่ฉีกหนีภาพลักษณ์แบบรถปิกอัพสไตล์เดิมๆ ที่เน้นแข็งแกร่งดุดัน มาสด้ามุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่ารถปิกอัพอเนกประสงค์ เน้นลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย

Mazda BT-50 PRO THUNDER

มาสด้าไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในส่วนของรถยนต์นั่งเท่านั้น แต่มาสด้ายังได้สร้างสรรค์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่มีความชื่นชอบในการใช้รถปิกอัพสไตล์รถเก๋ง ดังนั้นมาสด้าจึงมุ่งค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตน ทั้งในเรื่องการออกแบบที่สวยงาม ดีไซน์สปอร์ตหรู พร้อมกับห้องโดยสารกว้างขวาง เพราะรถปิกอัพนั้นไม่ใช่เพียงรถที่ไว้บรรทุกของ แต่ยังสามารถนำมาใช้เพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน รวมถึงเพื่อการท่องเที่ยวเดินทางไปยังที่สถานที่ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย และในวันนี้มาสด้าได้เผยโฉม มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่ ภายใต้แนวคิด “ให้ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้”

Mazda BT-50 PRO THUNDER

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถกระบะนั้นครองอันดับ 1 ครองยอดส่วนแบ่งตลาดสูงสุดมาโดยตลอด เนื่องจากประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเป็นประเทศเกษตรกรรม รถกระบะจึงเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมในการใช้งานรอบด้าน ซึ่งปัจจุบันรถปิกอัพโดยส่วนใหญ่ในตลาดนั้นจะเน้นคุณสมบัติของการบรรทุกเป็นหลัก ดังนั้น มาสด้าจึงฉีกแนวรูปลักษณ์ของรถกระบะแบบเดิมๆ ด้วยการเพิ่มในส่วนของการออกแบบที่สวยงามยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ผลลัพธ์ของการใช้งานที่หลากหลายเช่นเดียวกับรถอเนกประสงค์ และสัมผัสได้ในสไตล์รถยนต์นั่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับดีไซน์ใหม่ในครั้งนี้ มาสด้าได้เพิ่มสติ๊กเกอร์ลายกราฟฟิกด้านข้าง พร้อมดีไซน์กันชนหน้าใหม่ เพิ่มกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์ใหม่ ให้มุมมองความสปอร์ตและเพิ่มความหรูหรามากยิ่งขึ้น

Mazda BT-50 PRO THUNDER

การเปิดตัวรถกระบะ บีที-50 โปร THUNDER ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นกลุ่มผู้บริโภคในเรื่องของการสร้างการจดจำของแบรนด์ในส่วนของไลน์รถกระบะของมาสด้า ซึ่งในปีนี้มาสด้าวางเป้ายอดขายรถกระบะ บีที-50 โปร ในปีนี้ไว้ที่ 7,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 15% ตอบโจทย์กลุ่มกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่มีสมรรถนะสูง ให้ทั้งความแรงและประหยัด ด้วยช่วงล่างอัจฉริยะ ซูเปอร์ ดีอี (super DE-S) ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัย ทั้งยังนุ่มสบายและดูดซับแรงสะเทือนไม่ให้เข้าถึงห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี เสริมด้วยเหล็กกันโคลงหน้า ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว และมีประสิทธิภาพสูงในเรื่องยึดเกาะถนน พร้อมสมรรถนะการบังคับควบคุมที่ดีเยี่ยม

Mazda BT-50 PRO THUNDER

รถกระบะมาสด้า BT-50 PRO THUNDER รุ่นพิเศษ ปี 2018 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับดีไซน์ภายนอกให้ความสปอร์ตหรูหราไปอีกขั้น เน้นเอกลักษณ์การออกแบบเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งของมาสด้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถกระบะแบบอเนกประสงค์ แต่ให้ความสปอร์ตหรู ช่วงล่างดี ห้องโดยสารกว้าง สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของลูกค้าในปัจจุบัน มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่ารถปิกอัพทั่วไปที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยรุ่นพิเศษนี้มีให้เลือกทั้งตัวถังแบบฟรีสไตล์แคบ หรือบานแค็ปเปิดได้ FSC Hi-Race เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และรุ่น 4 ประตู DBL Hi-Racer ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ประกอบด้วย สีขาว คลูไวท์, สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิค, สีดำ เจ็ทแบล็ก และสีขาวมุก สโนว์เฟลก

Mazda BT-50 PRO THUNDER

ราคาจำหน่าย รวมอุปกรณ์ตกแต่ง

  • Mazda BT-50 PRO THUNDER FSC Hi-Racer 2.2L 6MT ราคา 701,000 บาท*
  • Mazda BT-50 PRO THUNDER DBL Hi-Racer 2.2L 6MT ราคา 792,000 บาท*
  • Mazda BT-50 PRO THUNDER DBL Hi-Racer 2.2L 6AT ราคา 952,000 บาท**

(*สีเมทัลลิค เพิ่ม 7,000 บาท และ **สีขาวมุก สโนว์เฟลก เพิ่ม 7,000 บาท)

Mazda BT-50 PRO THUNDER

มาสด้า บีที-50 โปร THUNDER มาพร้อมระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่มีในรถยนต์นั่งมาสด้าทุกรุ่น โดยรถรุ่นพิเศษนี้จะมีให้เลือกทั้งในรุ่นฟรีสไตล์แค็ป และรุ่นดับเบิ้ลแค็ป ทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ด้วยเครื่องยนต์ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 2.2 ลิตร สามารถเรียกกำลังได้ทั้งในรอบต่ำและรอบสูง

Mazda BT-50 PRO THUNDER

Mazda BT-50 PRO THUNDER

 

 

Mazda BT-50 PRO THUNDER

Mazda BT-50 PRO THUNDER

 

Mazda BT-50 PRO THUNDER

มาสด้าบีที-50 โปร ปลอดภัยเหนือระดับ…มั่นใจตลอดเส้นทาง

  • โครงสร้างตัวถังขึ้นรูปจากเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์
  • ระบบเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน EBA (Emergency Brake Assist) และระบบเบรกอัตโนมัติ BOS (Brake Override System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินกะพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น
  • เครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง Navigator
  • เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD)
  • กล้องมองหลัง

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th  และ MazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

New Volvo XC40 คอมแพกต์เอสยูวี ราคาน่าดีล

0

วอลโว่ เปิดตัว New Volvo XC40 ที่สุดของการดีไซน์ เพรียบพร้อมไปด้วยพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน 

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว New Volvo XC40 คอมแพกต์เอสยูวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Designed to Break the Norms” โดดเด่นทั้งการดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน นำเสนอทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ T5 AWD และ T4 เบนซิน

New Volvo XC 40 (01)

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวรุ่น XC60 ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์วอลโว่ในตลาดเมืองไทย วันนี้ วอลโว่ภูมิใจนำเสนอเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อมอบนิยามใหม่ของยานยนต์สำหรับคนเมืองด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยในสไตล์รถสวีเดน โดย New Volvo XC40 พร้อมรุกตลาดเอสยูวีระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว และถือเป็นยานยนต์ในตระกูล 40 รุ่นแรกของโลก นำเสนอความเป็นเลิศทั้งในด้านความปลอดภัย ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีอินโฟเทนเมนท์ ซึ่งนำมาจากยานยนต์ขนาดใหญ่ (SPA) เพื่อนำมาติดตั้งในระบบยานยนต์ขนาดเล็ก (Compact Modular Architecture : CMA) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้

New Volvo XC 40 (02)

New Volvo XC 40 (05)

New Volvo XC40 ออกแบบส่วนหน้ารถใหม่สไตล์สวีดิช แบบ Shark Nose และ Clamshell Hood มอบความเป็นเลิศในการออกแบบซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สามารถคว้ารางวัล Car of the Year 2018 จาก What Car? รวมถึงรางวัล Autocar Car of the Year 2018 และ Autocar Game Changer of the Year

New Volvo XC 40 (03)

New Volvo XC40 โดดเด่นด้วยไฟหน้าที่มีรูปทรงจำลองมาจากค้อนเทพเจ้าธอร์และฝากระโปรงทรงเปลือกหอย พร้อมเคลือบพื้นผิวอย่างสวยงามที่สอดรับกับกรอบตะแกรงทรงโค้งอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์ที่มีความโค้งเว้านี้ยังถูกนำไปใช้กับส่วนล่างของประตูหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ตัวรถด้านข้างได้เป็นอย่างดี

New Volvo XC 40 (05)

New Volvo XC 40 (04)

New Volvo XC40 มอบอัตลักษณ์ใหม่ของยานยนต์เอสยูวี ด้วยระยะใต้ท้องรถเพียง 21 ซม. และยกระดับความเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ไปอีกขั้น ซึ่งทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วมากมาย อีกทั้งยังมีการใช้ระบบจัดเก็บสัมภาระรุ่นใหม่ Ingenious Storage Solutions ทั่วทั้งห้องโดยสารไปจนถึงส่วนประตูท้าย นับเป็นการสร้างระบบจัดเก็บที่ชาญฉลาด

New Volvo XC 40 (07)

New Volvo XC40 ตกแต่งห้องโดยสารด้วยการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างรุ่นใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในรถให้รู้สึกอบอุ่นและสวยงามแบบร่วมสมัย โดยใช้ไฟแอลอีดีเพื่อขับความเงางามของ พร้อมตกแต่งด้วยอลูมิเนียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

New Volvo XC 40 (08)

New Volvo XC 40 (10)

วอลโว่ได้รับการยกย่องมาช้านานในเรื่องความสบายของเบาะที่นั่งที่สอดรับกับสรีระและการขับขี่ระยะไกลได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่ง New Volvo XC40 ก็มอบสิ่งนี้ให้เช่นกัน ด้วยการตกแต่งแบบ R-Design ในรุ่น XC40 R-Design โดดเด่นด้วยการบุหนัง Charcoal Nappa Leather และผ้าทอ Nubuck เสริมด้วยแนวตะเข็บและเดินแนวด้ายสีบรอนด์สวยงามสะดุดตา ในส่วนของเบาะผุ้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า เพื่อมอบทัศนวิสัยที่ชัดเจนและสัมผัสแห่งการควบคุมที่ดีเยี่ยมตลอดเวลา

New Volvo XC 40 (09)

หน้าจอทัชสกรีนส่วนกลางรุ่นที่เคยคว้ารางวัลมาแล้วได้ถูกนำมาติดตั้งใน XC40 เพียงแค่แตะและปัดเบา ๆ ก็สามารถใช้งานระบบนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายเหมือนคุณกำลังใช้แท็บเล็ต นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงยังทำให้คุณสามารถควบคุมการทำงานของรถได้ง่ายดายยิ่งกว่าในขณะขับขี่ พร้อมระบบ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไอทีของคุณได้อย่างราบรื่น สำหรับจอแสดงผลของนักขับก็มีความชัดเจนและดูข้อมูลได้ง่าย โดยนักขับยังสามารถควบคุมระบบเสียงและการทำงานของเครื่องยนต์ได้จากจอนี้เพื่อการควบคุมที่ง่ายดายและรวดเร็ว จอยังสามารถปรับความสว่างได้อย่างชาญฉลาดตามลักษณะแสงของสภาพแวดล้อม

New Volvo XC 40 (11)

พื้นที่ใต้เบาะนั่งยังมีช่องเก็บของสำหรับสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่วางสมาร์ทโฟนในขณะที่คุณกำลังชาร์จ แบตเตอรี่ ตะขอแขวนถุงอาหารที่ซื้อกลับบ้านหรือถุงช็อปปิ้งใบเล็ก ๆ และยังมี มีที่วางแก้วและที่ชาร์จไฟแบบ USB อีกหลายจุด พื้นที่ส่วนล่างภายในห้องโดยสารถูกจัดสรรเป็นช่องเก็บของทั้งหมด ซึ่งทำให้ New Volvo XC40 ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน โดยสามารถเก็บได้ทั้งขวดเครื่องดื่มขนาดใหญ่ เครื่องแล็บท็อป หรือแม้แต่กระเป๋าเดินทางใบเล็ก ๆ

New Volvo XC40 (12)

ด้านความบันเทิง New Volvo XC40 ใช้นวัตกรรมของเทคโนโลยี Air-Woofer เป็นครั้งแรกที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานทุกรุ่น โดยเฉพาะ รุ่น R-Design มาพร้อมระบบ Harman Kardon Premium Sound เพื่อมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เต็มอารมณ์และทรงพลัง พร้อมรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน โดยเฉพาะเสียงเบสรอบทิศทางที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม รวมถึงการติดตั้งระบบเครื่องเสียงที่แยกออกจากบนแผงประตู ทำให้เพิ่มบริเวณช่องเก็บของบานประตูให้กว้างยิ่งขึ้น

New Volvo XC40 (13)

ประสิทธิภาพการขับขี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้เปี่ยมพลังและประหยัดน้ำมันจากเครื่องยนต์ขั้นสูงซึ่ง New Volvo XC40 ในรุ่น T4 เป็นเครื่อวยนต์แบบเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะที่มีระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Geartronic จึงมอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. และกำลังรอบสูงสุด 4,700 รอบ/นาที โดยมีอัตรากินน้ำมัน 7.4 ลิตร/100 กม. (13.5 กม./ลิตร)

New Volvo XC40 (14)

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ T5 พร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน มอบแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800 – 4,800 รอบต่อนาที โดยลักษณะการบิดจะเป็นแบบ Flat torque curve ซึ่งมอบการทำงานที่ดีเยี่ยมไม่ว่าจะมีน้ำหนักบรรทุกแบบใด มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังประหยัดน้ำมันเป็นเลิศที่ 8.0 ลิตร/100 กม. (12.5 กม./ลิตร)

New Volvo XC40 (15)

New Volvo XC40 ถือเป็นรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้วยระบบ IntelliSafe ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและรองรับการใช้งานที่นำมาจากยานยนต์รุ่นพี่อย่างซีรี่ย์ XC90 และ XC60 ซึ่งหลายระบบที่ติดตั้งใน XC40 ถือเป็นการติดตั้งครั้งแรกในรถเอสยูวีเกรดพรีเมียมขนาดเล็ก ซึ่งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือในการขับขี่ที่สามารถระบุและหลีกเลี่ยงการชนปะทะที่อาจเกิดขึ้น ทำให้การขับขี่มีความผ่อนคลายและเพลิดเพลิน

ส่วนฟีเจอร์ที่ได้รับการยกระดับเพื่อการขับขี่ในเมือง ได้แก่ การปรับระดับเบาะนั่งด้านหน้าให้สูงขึ้นเพื่อวิสัยทัศน์บนท้องถนนที่ชัดเจน, ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำรุ่นล่าสุด (City Safety) ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด (Cross Traffic Alert with Break Support) พร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบการบังคับพวงมาลัยเพื่อหลบรถวิ่งสวน (Oncoming Lane Mitigation) และระบบช่วยเลี้ยว (Steer Assist) และ ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist) สำหรับรุ่น R-Design เพื่อการขับขี่ประจำวัน

ฟีเจอร์มาตรฐานที่ติดตั้งมาใน New XC40 Momentum มีดังนี้
• จอแสดงข้อมูลขนาด 12.3 นิ้ว
• ประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับ
• แท่นชาร์จอุปกรณ์แบบไร้สาย
• ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ (City Safety)
• ระบบแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา (Blind Spot Information)
• ระบบเตือนการชนด้านหลังพร้อมเบรกเมื่อรถหยุดนิ่ง (Rear Collision Warning with braking at standstill)
• ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้างขณะถอยจากที่จอดพร้อมระบบช่วยเบรก (Cross Traffic Alert with brake support)
• ระบบตรวจจับ: ยานพานะ คนเดินเท้า จักรยาน สัตว์ใหญ่
• ระบบป้องกันรถยนต์วิ่งออกนอกช่องทาง (Run-off Road Mitigation)
• ระบบการบังคับพวงมาลัยเพื่อหลบรถวิ่งสวน (Oncoming Lane Mitigation)
• ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information)
• ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันรถวิ่งออกนอกเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Aid)
• กล้องมองหลังสำหรับการจอดรถ (Rear parking camera)
• ระบบเซ็นเซอร์ช่วยในการจอดด้านหน้า-หลัง (Park assist front and rear)

New Volvo XC40 (16)

สำหรับรุ่นท็อปอย่าง R-Design มอบฟีเจอร์ใหม่เป็นมาตรฐาน อาทิ
• ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามสภาพถนนและระบบแจ้งเตือนป้ายความเร็ว (Adaptive Cruise Control – with speed sign assist)
• ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist)
• ระบบช่วยในการจอดรถกึ่งอัตโนมัติ (Park Assist Pilot)
• ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยม Harman Kardon Premium Sound System

New Volvo XC40 (17)

ราคาจำหน่ายของ New Volvo XC40

รุ่นราคา
XC40 T4 Momentum2.09 ล้านบาท
XC40 T4 Momentum with white roof2.09 ล้านบาท
XC40 T5 AWD R-DESIGN2.39 ล้านบาท

The New Volvo XC40 เสนอ เงื่อนไขพิเศษ เริ่มต้นผ่อนชำระ 19, xxx บาทต่อเดือน ดาวน์ 40% ระยะผ่อนชำระ 72 เดือน สำหรับรุ่น XC40 T4 Momentum (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

New Volvo XC40 (18)

Toyota Hilux Revo Rocco เพิ่มทางเลือกใหม่ มาพร้อมความประหยัด

0

Toyota Hilux Revo Rocco เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ รวมถึง ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ กับเกียร์ 6 จังหวะ ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมกับระบบ Sequential Shift

Toyota Hilux Revo Rocco 2

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi Purpose Vehicle” เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2558 มาพร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่งดุดัน เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจากขุมกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลระบบ คอมมอนเรล GD Efficient Boost และระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานระดับโลก และในวันนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้งานของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของการใช้งานเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

 เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะใหม่ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมระบบ Sequential Shift เจ้าเดียวในตลาด ให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ มอบสมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ

 เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะใหม่ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ (ยกเว้นรุ่นช่วงล้อสั้น) เพิ่มการประหยัดน้ำมัน แม้บรรทุกหนัก ด้วยขุมพลัง GD Efficient Boost

Toyota Hilux Revo Rocco 3

 ติดตั้งระบบ T-Connect Telematics ใน ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ รุ่น 2.8 G และ 2.8 ROCCO

 รองรับการติดตู้เย็นและตู้แห้งด้วยการติดตั้งพูเลย์เสริมหน้าเครื่องในรุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ เพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้า (Logistics ) ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Toyota Hilux Revo Rocco เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรใหม่ รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถกระบะที่มีดีไซน์ที่แตกต่างและโดดเด่นเหนือระดับเติมเต็มทุกรูปแบบการใช้งาน…ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่

♦ เพิ่มทางเลือก 4 รุ่นย่อยใหม่ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบ Sequential Shift เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เจ้าเดียวในประเทศไทย…. ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
► รุ่นมาตรฐาน 2.4 J แค็บและแชสซีส์ เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ
► รุ่นมาตรฐาน 2.4J เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ
► รุ่นสมาร์ทแค็บ 2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ
► รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ

♦ ใหม่…สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ
►ระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ… แรงเต็มสมรรถนะ ตอบสนองได้อย่างใจ ด้วยอัตราทดเกียร์ต่อเนื่อง พร้อมลดเสียงรบกวน ขับขี่นุ่มนวลทุกเส้นทาง ผสานกับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost 2.4 ลิตร แรงเต็มพลัง ประหยัดน้ำมันเต็มสมรรถนะ

Toyota Hilux Revo Rocco 5
♦ ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ รุ่น 2.8G และ 2.8 ROCCO พร้อม T-Connect Telematics… รองรับการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้า ไร้ขีดจำกัดด้วยระบบการทำงานอันล้ำสมัย เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย
► Find My Car ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ผ่าน Smartphone และ Apple watch
► Stolen Vehicle Tracking ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม พร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง
► SOS ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
► หน้าจอแสดงผลที่มากับ Navigator ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร และฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมายที่เชื่อมต่อรถและคุณให้เป็นหนึ่งเดียว

Toyota Hilux Revo Rocco 6

ใหม่…สำหรับรุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์
► รองรับการติดตู้เย็นและตู้แห้ง…ด้วยพูเลย์เสริมหน้าเครื่อง สนับสนุนกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้า (Logistics ) ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

เพิ่มทางเลือกแห่งความแกร่ง กับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์
► เครื่องยนต์ GD Efficient Boost 2.4 ลิตร เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด… ขีดสุดขุมพลัง เหนือชั้นกว่าด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่เงียบ ตอบรับทุกรูปแบบการขับขี่

รหัสเครื่องยนต์ 2GD-FTV(High)

ความจุกระบอกสูบ 2,393 ซีซี

แรงม้าสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบต่อนาที

► ภายนอกแกร่ง ดุดัน… ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าสีเทาและสีดำเงา กรอบไฟตัดหมอกสีดำเงาตกแต่งด้วยแถบสีเทา ชุดตกแต่งกันชนหน้าและซุ้มล้อ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเมทัลลิก มือเปิดประตูสีดำเมทัลลิก มือเปิดฝาท้ายสีดำ สปอร์ตบาร์พร้อมพื้นปูกระบะ บ่งบอกตัวตนด้วยสติ๊กเกอร์ ROCCO ด้านข้างกระบะ และโดดเด่นด้วย กันชนหลังสีเทาเมทัลลิกพร้อมชุดตกแต่ง

► ภายในสปอร์ต เร้าใจ… ด้วยมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ดีไซน์เฉพาะรุ่น พวงมาลัยหุ้มหนัง แผงข้างประตู ช่องปรับอากาศ ฐานเกียร์และหัวเกียร์หุ้มหนังที่ตกแต่งด้วยแถบสีดำเมทัลลิก สอดรับกับแผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยสีดำเมทัลลิกกรอบเสาประตูและแผงบุหลังคาสีดำ และช่องเก็บของด้านบนพร้อมสัญลักษณ์ HILUX

Toyota Hilux Revo Rocco 7

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ จะตอบสนองความต้องการและรูปแบบการใช้งานของลูกค้าที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี ทั้งเติมเต็มตลาดรถกระบะของโตโยต้าได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยมีแนวคิดในการสื่อสารที่ว่า “ไฮลักซ์ รีโว่…แรงจริง ประหยัดจริง” และในโอกาสครบรอบ 50 ปีของไฮลักซ์ เราขอแนะนำข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับทุกความเชื่อมั่นที่มีให้กับรถกระบะไฮลักซ์เสมอมา”

ราคาจำหน่ายของ ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 2.8G และ 2.8 ROCCO พร้อม T-Connect Telematics มีดังต่อไปนี้

ดับเบิ้ลแค็บ 2.8G เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 4 ล้อ                             1,083,000 บาท

ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ 2.8 ร็อคโค่ เกียร์ธรรมดา                            1,143,000 บาท

ดับเบิ้ลแค็บ 2.8G เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 4 ล้อ                             1,153,000 บาท

ดับเบิ้ลแค็บ 2.8 ร็อคโค่ เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 4 ล้อ                    1,203,000 บาท

ไฮลักซ์ 50 ปี ความเชื่อมั่นแห่งกระบะตัวจริงนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2511 ไฮลักซ์ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทั้งจากลูกค้าทั่วโลก รวมถึงลูกค้าชาวไทย ที่มอบความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับไฮลักซ์ด้วยดีตลอดมา และในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของไฮลักซ์ เราขอแสดงขอบคุณให้กับลูกค้าที่จองและรับรถไฮลักซ์ รีโว่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2561 ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษและชุดของขวัญ 50 ปีไฮลักซ์ ซึ่งประกอบด้วย

 โมเดลรถไฮลักซ์ รีโว่
 คะแนน T-MEx 2,000 คะแนน
 ชุดโปสการ์ดไฮลักซ์ รีโว่
 หนังสือ 50 ปีไฮลักซ์ รีโว่

ร่วมสัมผัสและทดลองขับ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ศูนย์ทดสอบขับรถ Toyota Driving Experience (บางนา กม.3)และโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 471 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปพร้อมรับข้อเสนอพิเศษ…..ดาวน์ต่ำผ่อนสบาย และชุดของขวัญสุดพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีไฮลักซ์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายนนี้ เท่านั้น

ทดสอบสมรรถนะ Chevrolet Corolado HighCountry Storm ในกิจกรรมขับไปปั่นกับ CoroladoXThule (ภาพ+คลิปวีดีโอ)

0

เชฟโลเรต เชิญสื่อเข้าร่วมกิจกรรมขับไปปั่นในทริพ CoroladoXThule ซึ่งเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของ Chevrolet Corolado HighCountry Storm ซึ่งได้รับการติดตั้งอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระจาก Thule เพื่อขนจักรยานไปปั่นที่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ โดยมีปลายทางอยู่ที่เนินนางพญา จังหวัดจันทบุรี

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 01
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่จากสวีเดน จัดกิจกรรมทดสอบผลิตภัณฑ์และปั่นจักรยาน เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ Chevrolet Corolado HighCountry Storm และการใช้งานอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระที่เหมาะสม เพื่อสนองการดำเนินชีวิตแบบแอคทีฟไลฟ์สไตล์

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 02
พาหนะสำหรับทริพนี้เป็นรถกระบะอเมริกันรุ่น Chevrolet Corolado HighCountry Storm ที่ได้รับการออกแบบให้แข็งแกร่งและความประณีต มาพร้อมลวดลายเส้นสายที่สวยงาม ชัดเจน เปี่ยมด้วยดีเอ็นเอของกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ ตัวถังรูปทรงบึกบึน เสริมภาพลักษณ์ความสมบุกสมบันพร้อมถ่ายทอดพละกำลังและความแข็งแกร่งผ่านการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่เน้นความสปอร์ตทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้า สะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแอลอีดีรูปทรงเรียวบาง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งอีกมากมายที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ อาทิ กระจังหน้าสีดำ สปอร์ตบาร์แบบพิเศษ บันไดข้าง และล้อแมกสีดำขนาด 18 นิ้ว

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 03

ห้องโดยสารดีไซน์หรู เน้นความเงียบจากการติดตั้งวัสดุซับเสียงแม้ขณะที่ใช้ความเร็วสูง เสียงที่เร็ดรอดเข้ามาในห้องโดยส่ารนั้นยังค่อนข้างเงียบ ทั้งยังได้รับความสะดวกสบาย กว้างขวาง เบาะนั่งเลือกใช้ผ้าที่มี่พื้นผิวสัมผัสนุ่มนวลพร้อมการตัดเย็บที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

 Chevrolet Corolado HighCountry Storm 04

 Chevrolet Corolado HighCountry Storm 05

แผงแดชบอร์ดและเบาะที่นั่งถูกยกระดับในสไตล์พรีเมียมเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารโดยเฉพาะ คอนโซลกลางปรับแต่งให้ใช้งานง่าย จัดวางตำแหน่งเน้นไปที่ความสะดวกสบาย มีหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์ ทั้งยังเป็นรถกระบะรุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ที่มากับฟังก์ชั่นสิริ อายส์ฟรี และซอฟต์แวร์สั่งงานด้วยเสียง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

 Chevrolet Corolado HighCountry Storm 07
ขุมพลังของ Chevrolet Corolado HighCountry Storm เป็นเครื่องยนต์ดีเซลดูราแม็กซ์ 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และ แรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ควบคุมโดยกล่องอีซียูซึ่งเจเนอรัล มอเตอร์ เป็นผุ้พัฒนา รวมถึงติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น

ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติที่ได้รับการปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน รวมถึงระบบกันสะเทือนชุดใหม่ซึ่งเป็นช็อกอัพแบบไดเกรสซีฟ ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบาย ควบคุมรถได้ง่าย และตอบสนองได้ทุกรูปแบบการใช้ง่าน

 Chevrolet Corolado HighCountry Storm 07
ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟจัดเต็ม อาทิ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

Chevrolet Corolado HighCountry Storm ยังอัดแน่นด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ได้แก่ ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง และเซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ และฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท รวมถึงระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยให้การขับขี่ในที่คับแคบมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น


รถทุกคันที่เข้าร่วมการเดินทางจะได้รับการติดตั้งชุดแร็ครถจักรยานของธูเล่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะผ่านการทดสอบความทนทานต่อความร้อน ความเย็น น้ำ การตกกระแทก และอุโมงค์ลม เพื่อทดสอบแรงดึง การสั่นสะเทือน และการชน โดยธูเล่ได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ต้นแบบต่างๆในสภาพแวดล้อมจริงร่วมกับนักกีฬาชั้นนำทั้งชายและหญิงจากทั่วโลก

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 09
เริ่มต้นก่ารเดินทางจากไบค์ เทอร์มินอล แอนด์ คาเฟ่ โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี โดยใช้เส้นทางหลวงสายมอเตอร์เวย์ ก่อนจะตัดออกไปทางจ.ระยอง แล้วจึงใช้เส้นทางหลวงสายเฉลิมบูรพาชลทิศเพื่อต่อไปยังอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ด้วยสภาพเส้นทางทีหลากหล่ายจึงได้สัมผัสสมทรรถนะของ Chevrolet Corolado HighCountry Storm หลากรูปแบบการเดินทาง แต่ล้วนเป็นการขับขี่บนถนนหลวง และใช้ความเร็วสูง สมรรถนะการยึดเกาะที่ถือเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ก็ยังทำงานได้อย่างประทับใจ แม้จะมีการติดตั้งอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระด้านบนหลังคาก็ตาม

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 10

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 11

3 ชั่วโมงโดยประมาณ จากจุดสตาร์ทบริเวณถนนลาดกระบัง ก็ได้เวลาที่เปลี่ยนจากการขับรถมาปั่นจักรยาน บนเส้นทางอันซีนแห่งภาคตะวันออก ที่เลาะเลียบชายทะเลโดยมีปลายทางอยู่บริเวณยอดเนินนางพญา ระยะทางรวมทั้งสิ้น 15 กิโลเมตร

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 12

ช่วงแรกของการปั่น ถนนค่อนข้างเรียบและเป็นการปั่นแบบลงเนินชิวๆ โดยมีจุดแวะพักทุกๆ 5 กม. โดยมีกิจกรรมซึ่งเป็นการหาสิ่งของที่ทางทีมงานได้ซ่อนไว้ ซึ่งจะต้องช่วยกันหาก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดต่อไป

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 13

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 13

ช่วงพีคของกิจกรรมการปั่นอยู่บริเวณก่อนถึงปลายทางบนยอดเนินนางพญา เนื่องจากสภาพเส้นทางที่ค่อนข้างชัน กำลังขาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงนี้ หากปั่นขึ้นไม่ไหว ก็ต้องลงจากจักรยานและเข็นรถขึ้นไปยังยอดเนิน แต่ทั้งหมดก็ผ่านพ้นไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 15
สำหรับกิจกรรมขับไปปั่นทริพ CoroladoXThule ในครั้งนี้ นอกจากจะได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ Chevrolet Corolado HighCountry Storm อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระของ Thule นั้นต้องบอกว่าเป็นตัวช่วยของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมแอคทีฟไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว เนื่องจากขั้นตอนการติดตั้ง-ถอดจักรยานก็ทำได้อย่างง่ายดาย จะมีปัญหาอย่างเดียวก็คือสมรรถนะของคนปั่น เนื่องจากไม่ได้สัมผัสการปั่นจักรยานทางไกลมากว่า 2 ปี สาเหตุจากการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า แต่ก็ยังมีทีมงานจาก ออพติม่า ธูเล่ ไซคลิง ซึ่งเป็นเยาวชนทีมชาติไทย คอยช่วยแนะนำเทคนิคการปั่นและการใช้เกียร์สำหรับขึ้นทางชัน รวมถึงมีนักกีฬาจักรยานทีมออพติม่า ธูเล่ ไซคลิง ขี่จักรยานนำขบวนและปิดท้ายขบวน ซึ่งเป้นทีมช่วยเหลือสำคัญที่ทำให้การเดินทางทริพนี้จบสิ้นไปด้วยดี

Chevrolet Corolado HighCountry Storm 16

ข้อมูลเทคนิค Chevrolet Colorado Highcountry Storm
เครื่องยนต์: เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ คอมมอนเรล เทอร์โบ ไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์
ความจุกระบอกสูบ(ซี.ซี.): 2499
กำลังสูงสุด (แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 180 / 3,600
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 440 / 2,000
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ
รัศมีวงเลี้ยว: 6.35 เมตร
เบรก (หน้า/หลัง): หน้าดิสก์เบรก 300 มม.แบบระบายความร้อน / หลังดรัมเบรก 295 มม.
ระบบกันสะเทือน: หน้าอิสระ ปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและช็อกอัพแก๊ส / หลังลิฟสปริง พร้อมแผ่นโลหะรูปครึ่งวงรี และช็อกอัพแก๊ส
ยาว/กว้าง/สูง (มม.): 5,408 / 2,132 / 1,858
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร): 76
ราคา: 1,098,000 บาท
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท เชฟโรเลต์ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Mercedes-Benz C 250 และ E 200 Coupe’ รถยนต์สไตล์คูเป้หรู ทั้ง 2 รุ่นนี้ แบบไหนเหมาะกับคุณ

0

ทดลองขับ Mercedes-Benz C 250 และ E 200 Coupe’ รถยนต์สไตล์คูเป้หรูทั้ง 2 รุ่นนี้ แบบไหนเหมาะกับคุณ

 

[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=nnmDPSAoXzM[/embedyt]

 

Social Problems Homelessness inside the Usa

0

Through company essays they’re teaching themselves about the matter. Crucial to your firm article is the utilization of appropriate language. The composition might function as the created form most consistently used within the domains of business. A superb business article doesn’t have to be very theoretical or specialized. Authorship of the excellent business composition desires students to get excellent writing and studying abilities. Critiquing the outline before creating assures you’re addressing all of the points you’d like to tackle in your composition. In the event you cannot pay attention to your project and definitely need aid composing an essay, just con Tact us. Rather, you may even go to the links furnished to view more info on our topic – specific composition writing solutions.

Follow the pain to be moved past by these steps and get on along with your lifestyle.

Regardless of what sort of papers you’ll need, you could be totally assured you will receive it for our law essay writing service. There’s zero need to set your educational profession in peril and get expert assistance and assistance with composition writing on the web essay on British and African history right away. Because of this, it truly is more favorable for the industry composition author to first, compose the human anatomy and also the decision and next make a solid connection by representing the same ideas within the dissertation assertion. It demands thorough studying and wide-ranging understanding of the issue, where plagiarism and before – created work don’t have an chance to survive. The aim of small business studies may be to groom newcomers to turn into powerful little enterprise supervisors, be it in their own small-scale business enterprises on in other’s little enterprise companies. Understanding your small business essay is among the essential elements of business career advancement. It really is at the heart of the majority of business types of communications now.

Under look, click on “styles” then click “install styles”.

Your firm article might be customised to extend the success story of any one among these businesses on the planet of company. The majority of the planet’s business conversation happens in writing. Our composition firms have the strictest hiring standards available. Should you be worried about dearth of human con Tact with our company reps and additionally a writer who’ll finish your company article, don’t be. So should you have ordered a business enterprise term paper, you’d locate it to be with the alternative demo than your organization composition. Writing essays on line around, you’re guaranteed to actually have a superb grade to your own document. That’s what you have to obtain a higher grade to your own composition.

Retailer the recorded info on paper or as being a softcopy on your computer.

Positively, PapersNetwork.co.uk can write an article from beginning to end for you personally, but that’s not all that we could do. PapersNetwork.co.uk is truly an expert essay writing service because we contain the warranties in addition to our authors hold the abilities required to handle the necessities of pupils within an efficient and powerful means. Factually, a substantial part of the students isn’t true or abundant authors. This suggests helping students at various periods and with the growth of an article. University students must complete several educational essays as section of the coursework. So purchase essays online here with no doubt your author knows the way to nail the paper! Every thing we do will help complete and improve your article to function as the most suitable function potential. If you’re searching for an expert essay writer, you’re in the proper spot!

The precise procedure where dtot eliminates warts is unfamiliar.

By placing your purchase here, you get a wonderful essay writer and also an excellent researcher rolled in to one. Most of all, you’ve got lengthy and dull documents to manage. In reference to essay creating, nobody does it better than Article – Writing – Providers.

Reference of Organization Terms and Definitions

0

The writer should select aside, and then research to detect instances that demonstrate her or his factors. Essay writing is truly an art and picking an especial but powerful article issue is truly a demanding thing. This essay gives a couple of unwanted fact about world versus how obesity is now tackled. Alternatively you might be typically directly focused on an article that’s due each evening. A lot more than just having the capability to affect one another, the corporeal and mental effects of chronic stress also can affect inter personal associations in various manners. The reversal of lifestyle ends in the change in people ingesting habit. Additionally, it may cause health troubles The issue can be part of your intro, or it will make an immense name. The 1st subject of probe was hereditary and organic facets, in the lack of environmental triggers.

Your perspective wills not just expand, nevertheless the feathers of visitors may ruffle as well.

There are a number of excellent issues for this type of composition. As you study each guidebook, underline pieces that offer you ideas you may utilize to support exceptional parts of your paper. Generally, the corporeal and mental discomfort of persistent stress may have the capacity to lead someone to require lengthy ill leave, nonetheless it could also lead to an inability to address everyday work and college states. It truly is a common subject in my life. It’s critical that stress is relieved before it’ll become long-term therefore it will not have drastic influences on some body’s wellbeing. So it’s very likely that persistent stress doesn’t simply change the individual initially struggling from it, and also lead to anxiety in the individual being confronted by it. There exists a number of illnesses that could be related to an overweight individual. Obesity is a significant issue in the united states. It truly is a condition that results in the accumulation of extra fat in the entire body.

By examining an example of the patientis body, this exam is done.

It plays a big enough factor to undermine or stagnate advancement as a whole. The reason behind obesity isn’t constantly as easy as simply eating too much and not working out. On the other hand, it really is the excess accumulation of fatty tissue. Locating an appropriate spouse, including buddy or relative to work out with you might be a great means to cure obesity. Two senior women say they don’t have a period for workout since they’ve to watch over their dwellings (Spurlock, 2004). In case a man encountering persistent tension loses occupation, the reversal of scenario in it self may be a mo Re trigger of anxiety. Several discourse what a suitable age to get a cellular telephone is. Kids naturally realize when they’re starving and if they may be full. They usually do not desire pop, thus simply don’t offer it actually.

One-of my biggest obstacles seems to be genuine students that sound critical isn’t desire to.

Thus, childhood abuse may possibly undoubtedly play an important part in the evolution and seriousness of melancholy. To defeat obesity is a demanding function for quite a few, and locating the most suitable support system for attaining and keeping up your fat reduction aim. There are several minuses of obesity that range from serious to really frightening. In addition, there are organic things that girls have that boys don’t In addition to that, people don’t get enough physical action since they’re made to generate everywhere they go. Environment can play a crucial component in someone else’s wellness. It’s one of the best topics all over the world.