[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=Eyx5j7DPJlc[/embedyt]
ทดสอบโกคาร์ทไฟฟ้า ที่สนาม Impact Speedpark
[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=M-qk5-7rUuk[/embedyt]
เปิดตัว Cullinan อัคร SUV คันแรกของ Rolls-Royce
Cullinan เป็นชื่อของเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลกก่อนที่จะถูกเจียรนัยนำมาประดับไว้ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรและเมื่อ Rolls-Royce นำมาใช้เป็นของอัครยนตรกรรมแบบ SUV โมเดลแรกนั่นย่อมหมายถึงความเป็นที่สุดของรถยนต์แบบ SUV เท่าที่มือมนุษย์, เทคโนโลยี, วัสดุที่ใช้สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ในห้วงเวลาปัจจุบัน เป็นสุดยอดของความหรูหราที่พร้อมจะเดินทางไปในทุกสภาพภูมิประเทศเท่าที่เศรษฐีพันล้านผู้เป็นเจ้าของต้องการที่จะเข้าไปสัมผัสไม่ว่าที่ที่ต้องการไปจะมีพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยก้อนหินฝุ่นกรวด, หิมะ, ทะเลทราย ฯลฯ โดยกลุ่มเป้าหมายที่ Rolls-Royce วางไว้เป็นพิเศษสำหรับ Cullinan คันนี้เป็นกลุ่มเศรษฐี, มหาเศรษฐีที่ยังอยู่ในวัยทำงานที่ชื่นชอบการค้นหาสิ่งแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากภาระหน้าที่ในแต่ละวันโดยไม่ปรารถนาที่จะละทิ้งความสะดวกสบายความหรูหราไปแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว

รูปลักษณ์ภายนอกของ Rolls-Royce Cullinan ไม่ได้เน้นไปที่ความเป็นรถยนต์ SUV สมรรถนะสูงแต่แสดงออกถึงความมีอำนาจบารมีบนความเรียบง่ายที่รัศมีของความหรูหราที่สุดเท่าที่รถยนต์แบบ SUV พึงมีที่แผ่กระจายออกมาให้สัมผัสได้จากทุกมุมมองโดยใช้แพล็ทฟอร์มอะลูมินั่มที่เรียกว่า Architecture of Luxury เช่นเดียวกับ Rolls-Royce Phantom ที่พิเศษเพิ่มเติมเข้ามาคือประตูท้ายที่เรียกว่า The Clasp ที่แบ่งเป็นสองส่วนพร้อมความสะดวกสบายในการนำสัมภาระเข้าจัดเก็บในพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่มีแผงกั้นแยกจากห้องโดยสารด้านหลัง โดยเมื่อจำเป็นพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังนี้สามารถปรับให้ราบเรียบเป็นระดับเดียวกับพนังพิงเบาะนั่งในห้องโดยสารด้านหลังที่ถูกพับลงได้ ซึ่งแน่นอนว่าการเปิด-ปิดประตูท้าย, การพับพนักพิงเบาะนั่งด้านหลังและการยกระดับพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังทั้งหมดล้วนแต่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าสั่งการทำงานจากปุ่มสั่งการทำงานบนกุญแจรถเท่านั้น

ในส่วนของห้องโดยสารด้านหลังนอกจากความหรูหราสะดวกสบายระดับเฟริ์สคลาสแล้ว Rolls-Royce ยังนำเสนอทางเลือกของเบาะที่นั่ง 2 แบบด้วยกันโดยแบบ Lounge Seat รองรับผู้โดยสารได้ 3 ตำแหน่งและแบบ Individual Seat เบาะนั่งแยกสองตำแหน่งด้วยคอนโซลกลางสำหรับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ระหว่างการเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง สำหรับห้องโดยสารด้านหน้าเบาะนั่งผู้ขับขี่ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่อย่างเต็มที่เพื่อความผ่อนคลายสูงสุดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเบาะนั่งที่มีระบบอุ่นเบาะที่นั่งและการระบายอากาศ ข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ขับขี่ต้องการรับรู้ขณะเดินทางถูกแสดงให้เห็นแผงหน้าปัดดิจิตอลขณะที่กึ่งกลางของคอนโซลหน้าเป็นจอดิสเพลย์ระบบอินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสสามารถเลือกแสดงโปรแกรมและสั่งการทำงานได้จากปุ่มคอนโทรลเลอร์ Spirit of Ecstosy บนคอนโซลกลาง ในส่วนของเทคโนโลยีที่นำมาซึ่งความสุขความสะดวกสบาย Cullinan จัดให้แบบเต็มอาทิการเปิด-ปิดประตูห้องโดยสารแบบสัมผัสทำงานโดยอัตโนมัติพร้อมการลดระดับความสูงห้องโดยสารเมื่อประตูเปิดเพื่อความสะดวกสบายในการเข้าสู่ห้องโดยสารและปรับสู่ความสูงเดิมเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์, การออกแบบด้านล่างของขอบประตูไม่ให้น้ำหรือโคลนกระเด็นมาถึงธรณีประตู

ระบบช่วงล่างที่ให้ผู้อยู่ภายในห้องโดยสารมีความรู้สึกเหมือนอยู่บนพรมวิเศษที่ล่องลอยอยู่เหนือทุกสภาพพื้นผิวรวมถึงระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการทำงานของผู้ขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ เทคโนโลยี ปัจจุบันจะทำให้เกิดขึ้นได้
เครื่องยนต์ V12 bi-turbo 6.75 ลิตร แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ความเร็วสูงสุดจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 15 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ราคาค่าตัวเริ่มต้นคิดเป็นเงินบาทประมาณ 10 ล้านกว่า (ไม่รวมภาษี)

ทดสอบ Eco Car 3 แบรนด์ดัง Mazda2, Toyota Yaris, All New Suzuki Swift
[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=lZZPrZjjQh8[/embedyt]
“OFF ROAD TROPHY 2018” สนามที่ 1 เปิดศึกใหญ่ใจกลางเมืองชาละวัน กับการแข่งขัน 1 เดียวของเมืองไทยที่วัดใจกันตัวต่อตัว
เริ่มแล้วกับความมันส์เร้าใจไร้ขีดจำกัด กับนัดเปิดฤดูกาลออฟโรด โทรฟี่ ชิงแชมป์ประเทศไทย 2018 หลังนักแข่งนับร้อยชีวิตซุ่มโมดิฟาย และซ้อมรถอย่างหนักก่อนลงชิงชัยในสนามสุดมันส์นัดเปิดฤดูกาล กลางเมืองพิจิตร 19-20 พฤษภาคมนี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน ออฟโรด โทรฟี่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ภายใต้การรับรองของ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (รยสท.) กล่าวว่า ปีนี้นัดเปิดฤดูกาลการแข่งขันระดับประเทศของวงการ MOTOR SPORT THAI กับศึกดวลวงล้อบนเส้นทางหฤโหด ในรายการ OFF ROAD TROPHY 2018 ที่เน้นการแข่งขันในรูปแบบการวัดใจกัน ชนิดตาต่อตา ฟันต่อวัน จนได้รับการยอมรับว่าเป็นรายการหนึ่งเดียวในวงการ OFF ROAD MOTOR SPORT ของเมืองไทยที่ผู้ชมทั่วประเทศรอคอยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในนัดเปิดฤดูกาลที่สนามกีฬากลาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 19-20 พฤษภาคม 2561 นี้ โดยสนามนัดเปิดฤดูกาลนี้จะเพิ่มความโหดไปที่เนินบินที่สูงชัน และลูกระนาดที่นักแข่งต้องใช้ทักษะมากขึ้น

นายจิรายุ กล่าวเพิ่มเติม “ สำหรับรูปแบบการแข่งในปี 2018 นี้ จะเพิ่มความโหดของสนามให้มันส์เร้าใจมากยิ่งขึ้นใน 4 รุ่น อาทิ รุ่นช่วงล่างแบบปีกนก ที่เน้นไปที่รถยนต์ยี่ห้อดังที่ขนกันมาลงชิงชัยอย่างคึกคัก, รุ่นเที่ยวป่า OPEN ที่เน้นไปที่รถที่ใช้ในการท่องเที่ยว และนำมาโมดิฟายเพื่อการแข่งขันกันอย่างสุดมันส์, ส่วนรุ่น SUPER OPEN เป็นรุ่นที่มากด้วยดีกรีของนักแข่งระดับแชมป์ที่วัดใจกันด้วยฝีมือล้วนๆ และปิดท้ายความสนุกเร้าใจในรุ่นหลุดโลกกับ OPEN UNLIMITED รถแข่งที่สามารถโมดิฟายได้อย่างเต็มที่ ชนิดไม่จำกัดขนาดเครื่องยนต์ แรงม้าและเทอร์โบ ซึ่งในรุ่นนี้ทำให้มีรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศลงชิงชัยกันเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปี”

ส่วนการแข่งขันจะเริ่มต้นจากการตรวจสภาพ และโชว์รถแข่งให้ผู้ชมได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดติดขอบสนาม ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป และการแข่งขันจะเริ่มต้นความมันส์ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป และชมการแข่งขันรอบรองและรอบชิงชนะเลิศในเวลา 13.30-17.30 น. นอกจากนี้ ยังสามารถชมบันทึกการแข่งขันทางช่อง 9 MCOT HD (ช่อง 30) ได้ทุกความมันส์ ในวันหยุดวิสาขบูชา วันอังคารที่ 29 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป


OFF ROAD TROPHY คือการแข่งขันรถยนต์ออฟโรดในเมืองไทยที่ได้รับความนิยม มีเรตติ้งเป็นอันดับ 1 มาตลอด 17 ปี และเป็น “EXTREME MOTOR SPORT” รายการเดียวที่มีผู้ชมมากที่สุดของประเทศ มีรุ่นการแข่งขันทั้งหมด 4 รุ่น นับตั้งแต่ รุ่น OPEN UNLIMITED, รุ่น SUPER OPEN, รุ่นเที่ยวป่า OPEN และรุ่นปีกนก โดยแต่ละปีจะทำการแข่งขันทั้งหมด 5 สนามทั่วไทย




โปรแกรมการแข่งขัน OFF ROAD TROPHY 2018
| สนาม | วันแข่ง เสาร์-อาทิตย์ | วันออกอากาศ | จังหวัด |
| 1 | วันเสาร์ที่ 19 วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 | วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2561 ( วันวิสาขบูชา ) | อ.เมือง จ.พิจิตร |
| 2 | วันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. -วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. 61 | วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561 ( วันอาสาฬหบูชา ) | อ.ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี |
| 3 | วันเสาร์ที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 61 | วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2561 (วันหยุดชดเชยวันแม่แห่งชาติ) | อ.แกลง จ.ระยอง |
| 4 | วันเสาร์ที่ 6 – วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 | วันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2561 (วันปิยมหาราช) | อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี |
| 5 | วันเสาร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย. 61 | วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม 2561 (วันรัฐธรรมนูญ) | อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว |
“จีเอ็ม” ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์น้ำหนักเบา
เจนเนอรัล มอเตอร์ส ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก และเป็นผู้ผลิตยานยนต์แบรนด์เชฟโรเลตได้นำเทคโนโลยีการออกแบบขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ใหม่ มาใช้ในการออกแบบยานยนต์รุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบา โดยเทคโนโลยีล้ำสมัยดังกล่าวเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนารถยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีน้ำหนักเบาขึ้น และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จีเอ็ม เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์รายแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ใหม่จากบริษัท ออโตเดสก์ ซึ่งเป็นบริษัทรับออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์จากเบย์ แอเรีย ซานฟรานซสโก โดยเทคโนโลยีล้ำสมัยดังกล่าวใช้ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และอัลกอริทึมในปัญญาประดิษฐ์ (AI)* ซึ่งสามารถจัดเรียงและสับเปลี่ยนแบบชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้ตัวเลือกแบบที่มีประสิทธิภาพสูง และมักจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตแบบออแกนิค แบบที่ได้จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายและการตั้งค่าของพารามิเตอร์ของผู้ใช้ โดยผู้ใช้จะต้องป้อนข้อมูลต่างๆ เช่น น้ำหนัก ความทนทาน ประเภทวัสดุ วิธีการผลิต และอื่นๆ จากนั้นผู้ใช้จะสามารถเลือกชิ้นส่วนที่เหมาะสมดีที่สุดเพื่อพิมพ์สามมิติ
มร.เคน เคลเซอร์ รองประธานกรรมการ ฝ่าย Global Vehicle Components and Subsystems บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) กล่าว “เทคโนโลยีขั้นสูงนี้ทำให้เราสามารถออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ในอนาคตของเราให้มีน้ำหนักเบาลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเรานำเทคโนโลยีการออกแบบมารวมกับความก้าวหน้าในการผลิต เช่น การพิมพ์สามมิติ ขั้นตอนการออกแบบและพัฒนายานยนต์ของเราจึงเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เราสามารถสร้างชิ้นงานโดยการออกแบบร่วมกับคอมพิวเตอร์ในแบบที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้”
จีเอ็ม กำลังนำอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันเข้าสู่ยุคของยานยนต์น้ำหนักเบา เทคโนโลยีการออกแบบใหม่นี้ช่วยลดมวลน้ำหนักรถยนต์ลงอย่างเห็นได้ชัด และเพิ่มโอกาสในการรวมชิ้นส่วนซึ่งไม่สามารถทำได้ผ่านการออกแบบและวิธีในรูปแบบเดิม
จีเอ็ม นำนวัตกรรมดังกล่าวมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต วิศวกรจีเอ็มและออโตเดสก์ใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ในการผลิตชิ้นส่วนของโครงสร้างเบาะที่นั่ง ซึ่งมีน้ำหนักเบาลง 40% และแข็งแรงขึ้น 20% เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนเดิม นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังรวบรวมส่วนประกอบที่แตกต่างกัน 8 ส่วน แล้วพิมพ์ออกมาเป็นชิ้นส่วนแบบสามมิติ 1 แบบอีกด้วย

จีเอ็ม และ ออโตเดสก์ เป็นพันธมิตรทางนวัตกรรมร่วมกันมาหลายปี ทั้งจีเอ็มและออโตเดสก์จึงเตรียมทำโครงการร่วมกันเกี่ยวกับแนวคิดการนำ AI มาใช้ออกแบบโครงสร้างเชิงวิศวกรรม (Generative Design) กระบวนการผลิตแบบ Additive Manufacturing ซึ่งคือการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการเติมเนื้อวัสดุเข้าไป และหลักการวัสดุศาสตร์ โดยผู้บริหารและวิศวกรจากทั้งสองบริษัทจะร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ภูมิปัญญา และความชำนาญ นอกจากนี้ จีเอ็มยังสามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ของออโตเดสก์ได้อย่างเต็มรูปแบบและสามารถติดต่อพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของออโตเดสก์ได้
มร. สก็อตต์ รีส รองประธานกรรมการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการผลิตและการก่อสร้าง จากบริษัท ออโตเดสก์ กล่าว “แนวคิดการนำ AI มาช่วยใช้ออกแบบโครงสร้างเชิงวิศวกรรมนับว่าเป็นอนาคตของวงการการผลิต และจีเอ็มถือเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในลดน้ำหนักรถยนต์ในอนาคตของจีเอ็ม การนำ AI มาใช้ในการออกแบบเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานทางวิศวกรรมอย่างสิ้นเชิง เพราะเราต้องคำนึงถึงขั้นตอนทางการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ และด้วยเทคโนโลยีนี้ วิศวกรจีเอ็มจะสามารถตรวจสอบตัวเลือกในการออกแบบที่พร้อมผลิตและมีประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยแบบ ได้เร็วกว่าการตรวจสอบการออกแบบทีละแบบตามวิถีเดิม”
จีเอ็ม คือผู้ริเริ่มการใช้กระบวนการผลิตแบบ Additive Manufacturing นับเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่จีเอ็มใช้การพิมพ์แบบสามมิติในการสร้างชิ้นส่วนโดยตรงจากข้อมูลดิจิตัลได้สำเร็จด้วยการเพิ่มชั้นของวัสดุ จีเอ็มเป็นที่แรกที่มีเครื่องพิมพ์สามมิติ ปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์สามมิติที่ครอบคลุมมากกว่า 50 เครื่องและสามารถสร้างชิ้นงานต้นแบบด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติได้มากกว่า 250,000 ชิ้น ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
ตั้งแต่ปี 2559 จีเอ็มได้เปิดตัวรถยนต์ใหม่ถึง 14 รุ่น ด้วยน้ำหนักมวลรวมที่ลดลงมากกว่า 5,000 ปอนด์ (2,268 กิโลกรัม) หรือลดลงมากกว่า 350 ปอนด์ (159 กิโลกรัม) ต่อรถยนต์ 1 คัน ซึ่งน้ำหนักที่ลดลงนั้นเกิดจากความก้าวหน้าทางวัสดุและเทคโนโลยี และมากกว่าครึ่งหนึ่งของรุ่นรถที่เปิดตัวไปแล้วมีน้ำหนักลดลงถึง 300 ปอนด์ (136 กิโลกรัม) หรือมากกว่านั้น
การลดมวลน้ำหนักของชิ้นส่วนต่างๆ ที่ผลิตจากวัสดุซึ่งไม่มีผลต่อสมรรถนะ ร่วมกับการรวบรวมชิ้นส่วน ถือเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถยนต์ เพราะรถยนต์จะมีพื้นที่ใช้สอยภายในมากขึ้น มีฟีเจอร์ต่างๆ มากขึ้น และมีประสิทธิภาพในการใช้งานเพิ่มขึ้น ประโยชน์ต่างๆ ที่ได้จากเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ นอกจากจะช่วยเปิดทางให้เกิดฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับลูกค้าแล้ว ยังเปรียบเสมือนกระดาษวาดรูปที่นักออกแบบรถยนต์สามารถวาดสิ่งใหม่ๆ และคิดค้นรูปลักษณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้อีกด้วย
“ทาทา อัลทรา” ขนาดใหม่ ระยะบรรทุก 5.4 เมตร เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ
ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ส่ง ทาทา อัลทรา 1014 ขนาดใหม่ ความยาวหลังหัวเก๋งถึงปลายสุดแชสซีส์ 5.4 เมตร ลงตลาด เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ที่ต้องการใช้งานรถบรรทุก 6 ล้อ ที่มีพร้อมทั้งดีไซน์ ความสะดวกสบาย สมรรถนะ ความปลอดภัย ให้ความคล่องตัวในทุกงานบรรทุกมากยิ่งขึ้น ตอบสนองทุกความคุ้มค่า ด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำเพียง 894,000 บาท เท่านั้น จากราคาปกติ 960,000 บาท
บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำรถเพื่อการพาณิชย์ “ทาทา อัลทรา 1014” (TATA Ultra 1014) รถบรรทุกแบบ 6 ล้อ ขนาดใหม่ ความยาวหลังหัวเก๋งถึงปลายสุดแชสซีส์ 5,401 มิลลิเมตร เพื่อเสริมมิติใหม่สำหรับลูกค้าในการเลือกรถสำหรับใช้งาน เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา ให้ความคล่องตัวสูงด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.4 เมตร

ทาทา อัลทรา 1014 ขนาดใหม่ ยังคงความสามารถบรรทุกน้ำหนักรวมที่ 10 ตัน ใช้เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล แบบ 4 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ปริมาตรกระบอกสูบ 2,956 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 140 แรงม้า ที่ 2,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 1,400-2,000 รอบ/นาที ทาทา อัลทรา ให้กำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่ให้ประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ ชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด G550 ของอัลทรา ทำงานด้วยสายเคเบิ้ล ที่ดูแลรักษาง่าย มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และให้จังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล

ทาทา อัลทรา มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่น จากไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์และไฟท้ายแบบ LED หัวเก๋งออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ลดแรงต้านอากาศ และเสียงรบกวน พร้อมให้เสถียรภาพในการขับขี่มากยิ่งขึ้น หัวเก๋งยังสามารถยกได้แบบ 45 องศา ด้วยระบบไฮดรอลิค เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการดูแลรักษา

ห้องโดยสารยังมีขนาดใหญ่ เป็นแบบ Walkthrough มีความกว้างขวางสะดวกสบายในการขับขี่ โดยสาร หรือการเข้า-ออกจากห้องโดยสาร เบาะนั่งของผู้ขับขี่ยังเป็นแบบ Suspended Driver Seat ที่มีระบบกันสะเทือน ปรับระดับตามน้ำหนักของผู้ขับได้ เพื่อความสบาย และลดอาการอ่อนล้าของผู้ขับขี่ แม้จะต้องเดินทางในระยะทางไกล แผงหน้าปัดมีการแสดงข้อมูลต่างๆ ทั้งอัตราสิ้นเปลือง และสัญญาณไฟแสดงสภาวะการใช้งานต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษารถ และภายในห้องโดยสารยังมีช่องเก็บสัมภาระต่างๆ หลายตำแหน่ง ที่พักแขน และที่วางแก้วอย่างครบครัน เพื่อให้ความสะดวกสบาย การผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทาทา อัลทรา ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารที่ผ่านมาตรฐาน ECE-R29 ของยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของห้องโดยสารจากการกระแทกด้านหน้าและการใช้น้ำหนักหล่นทับบนหลังคาห้องโดยสาร สามารถปกป้องผู้ขับขี่ และผู้โดยสารสูงสุด กระจกบังลมหน้าเป็นแบบพาโนรามิคให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนตลอดทุกเส้นทาง ขณะที่กระจกมองข้างมีขนาดใหญ่เพิ่มมุมมองที่ปลอดภัย ไฟหน้าเป็นแบบปรับระดับสูงต่ำได้ เพื่อให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนในยามค่ำคืนและช่วยหลีกเลี่ยงแสงไฟไปรบกวนรถคันข้างหน้า และยังติดตั้งระบบเบรก ABS เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาจากโรงงานทุกคัน

แชสซีส์ของ ทาทา อัลทรา ได้รับการออกแบบมาเป็นแบบตรง คุณภาพสูง มีความแข็งแกร่งในการใช้งาน และเหมาะสมสำหรับการติดตั้งตู้บรรทุก หรือการใช้งานประเภทต่างๆ ได้อย่างสะดวก ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแหนบแผ่นโค้ง และด้านหลังเป็นแบบแหนบโค้งกึ่งวงรี พร้อมแหนบแผ่นโค้งเสริม พร้อมช็อคอัพเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ และประสิทธิภาพในการบรรทุก
ทาทา อัลทรา มีโครงสร้างแชสซีส์ที่ทำจากเหล็กคุณภาพสูง แข็งแกร่ง เพิ่มศักยภาพในการบรรทุก ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้กับทุกธุรกิจขนส่ง และด้วยเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์ของอัลทรา ที่ให้แรงบิดสูงเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ยังมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ตัวรถยังดูแลรักษาง่าย ช่วยลดค่าใช้จ่าย และมีศูนย์บริการสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ที่ให้บริการได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งยังมีรถบริการให้ความช่วยเหลือนอกสถานที่ ทำให้ทุกงานขนส่งไม่สะดุด สามารถสร้างงานสร้างผลกำไรได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด

ทาทา มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งราคาจำหน่าย ทาทา อัลทรา ไว้ที่ 960,000 บาท แต่สำหรับช่วงแนะนำสินค้าใหม่ ราคาพิเศษเพียง 894,000 บาท เท่านั้น
ข้อมูลทางเทคนิค TATA Ultra1014 ขนาดใหม่ ระยะบรรทุก 5.4 เมตร
| เครื่องยนต์ | TATA NEW 3L Engine E3 |
| แบบเครื่องยนต์ | 4 สูบแถวเรียง ดีเซล คอมมอนเรล |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 2,956 ซีซี |
| ระบบอัดอากาศ | เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก | 97×100 มม. |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 17.5:1 |
| ระบบส่งกำลัง | เกียร์ธรรมดา 6 สปีด |
| กำลังสูงสุด | 140@2,600 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 390@1,400-2,000 รอบ/นาที |
| ความเร็วสูงสุด (เมื่อบรรทุกตามน้ำหนักที่กำหนด) | 94 กม./ชม. |
| ความสามารถในการขึ้นทางชัน (เมื่อบรรทุกตามน้ำหนักที่กำหนด) | 31.7% / 18.1 องศา |
| ระบบช่วงล่างหน้า | แหนบแผ่นโค้ง |
| ระบบช่วงล่างหลัง | แหนบแผ่นโค้งกึ่งวงรี แหนบแผ่นโค้งเสริม |
| ระบบเบรก | เบรกลม วงจรคู่ (S-Cam Brake) / ABS |
| ขนาดดรัมเบรก หน้า / หลัง | 325 มม. / 325 มม. |
| ระบบเบรกมือ | สปริงล็อกที่ล้อหลัง |
| ระบบเบรกไอเสีย | ทำงานร่วมกับเบรกหลัก |
| ขนาดยางหน้า | 235/75R17.5 ยางเรเดียลเส้นลวด ไม่ใช้ยางใน |
| ขนาดยางหลัง | 235/75R17.5 ยางเรเดียลเส้นลวด ไม่ใช้ยางใน |
| พวงมาลัย | ลูกปืนหมุนวน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง |
| เส้นผ่านศูนย์กลางพวงมาลัย | 420 มม. |
| รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด | 6.4 เมตร |
| น้ำหนักรถ | 3,205กก. |
| น้ำหนักบรรทุกสูงสุด | 7,195 กก. |
| น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุด | 10,400 กก. |
| ระยะฐานล้อสำหรับรุ่น 1014 | 3,920 มม. |
ทดสอบ New Mazda CX-8 ที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น
[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=A88gPQ6GRNA[/embedyt]
MMS-TUNAP ผนึก 8 พันธมิตรเปิดทีมแข่ง CARZANOVA TUNAP by MMS RACING TEAM สู้ศึกมอเตอร์สปอร์ต 2018
“เอ็มเอ็มเอส-ทูแนป” จับมือ บีอาร์จี–แครนชี่–คอนติเนนทอล ไทร์-ฟิล์มลามิน่า–Bosch-SACHS–Speedster-Carzanova เปิดตัวทีมแข่ง CarzanovaTunap by MMS Racing Team พร้อมนักแข่งตัวจี๊ด บก.เว็บไซต์ ‘Carzanova.com’ สู้ศึกทางเรียบ ‘โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2018’ ลั่นเก็บทุกโพเดียม

คุณสุดเขต จันทร์เฉลี่ย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (MMS Auto Service & Tires) ศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ในเครือบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทูแนป (TUNAP) เผยว่า “เอ็มเอ็มเอส เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร และทูแนป ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ น้ำยาบำรุงรักษาสภาพเครื่องยนต์ ช่วงล่างและอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์จากเยอรมนี พร้อมผนึก 8 พันธมิตร ประกอบด้วย บีอาร์จี ผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าชั้นนำจากต่างประเทศ, เรือยอชต์หรูแครนชี่ จากประเทศอิตาลี, ฟิล์มกรองแสง รถยนต์และอาคาร ลามิน่า, บ๊อช อะไหล่และอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์, ยางรถยนต์คอนติเนนทอล, น้ำมันเครื่อง Speedster, โช้กอัพ SACHS และเว็บไซต์ carzanova.com เปิดตัวทีมแข่ง ‘CarzanovaTunap by MMS Racing Team’ สู้ศึกมอเตอร์สปอร์ตการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ‘โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2018’ รุ่นอัลติส วันเมคเรซ (คลาส บี) โดยมี ‘แอมป์’ ปรม พวงงาม เจ้าของเว็บไซต์ carzanova.com เป็นผู้ขับรถแข่งหมายเลข 54”

คุณสุดเขต กล่าวเพิ่มเติม “การสนับสนุนทีมแข่งในครั้งนี้ เรามองว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์บริการของ เอ็มเอ็มเอส ออโต้ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษารถยนต์ รวมถึง ‘ทูแนป’ ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ที่เอ็มเอ็มเอสฯ นำเข้ามาจำหน่าย ว่ามีประสิทธิภาพสุดยอด สามารถใช้ได้กับรถแข่ง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้า ทั้งในส่วนของบริการจาก เอ็มเอ็มเอส ออโต้ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ รวมถึงสุดยอดผลิตภัณฑ์จากทูแนป”

ขณะที่นายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส ประธาน บีอาร์จี กรุ๊ป ผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าชั้นนำจากต่างประเทศ กล่าวว่า “บีอาร์จี ยังให้การสนับสนุนทีมแข่ง CarzanovaTunap by MMS Racing Team อย่างต่อเนื่อง เพราะกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นส่วนช่วยเติมเต็มและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบีอาร์จี ในฐานะผู้จำหน่ายชุดแต่งรถยนต์ระดับโลก Carlsson จากประเทศเยอรมนี และ MZ Speed จากญี่ปุ่น รวมถึงเป็นแรงผลักดันพัฒนากีฬาแข่งรถยนต์ทางเรียบ
ของไทย ให้มีความยิ่งใหญ่ทัดเทียมมาตรฐานสากล”

สำหรับการแข่งรุ่นอัลติส วันเมคเรซ จะใช้รถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี ลงทำการแข่งขัน โดยฤดูกาลนี้จัดแข่งทั้งหมด 5 สนามทั่วประเทศ ประเดิมสนามแรก 18-20 พฤษภาคม ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี 29 มิถุนายน-1 กรกฎาคม ณ ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ 11-16 กรกฎาคม ริมหาดบางแสนชลบุรี 21-23 กันยายน ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต และปิดท้าย 26-28 ตุลาคม ณ ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์

และเพื่อให้การบุกตลาดมอเตอร์สปอร์ตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางทีมแข่งฯ จึงได้จัดแคมเปญพิเศษเอาใจผู้เข้าชม และเชียร์การแข่งขันในทุกๆ สนาม ผ่านกิจกรรมเพียงกดถูกใจเฟสบุ๊คแฟนเพจของเว็บไซต์ carzanova.com ผ่านทาง www.facebook.com/carzanovathai แล้วถ่ายภาพเกี่ยวกับทีมแข่ง อาทิ รถแข่ง นักแข่ง พริตตี้ หรือแบนเนอร์ทีมแข่ง แล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊คของท่านพร้อม Tag ภาพถ่ายมาที่ #CarzanovaTunapByMmsRacingTeam เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากทีมแข่ง โดยสามารถติดตามการประกาศผลบนเฟสบุ๊คแฟนเพจ หลังจบการแข่งขัน
นอกจากนั้นก็ยังได้รับความร่วมมืออันดีจากสื่อพันธมิตร ในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ทีมแข่งสู่สาธารณะ อาทิ รายการ Z TV ททบ. 5, รายการ Hotline Thailand ททบ. 5, รายการ ขับซ่า 34 ทางช่องอัมรินทร์ ทีวี รวมถึงเว็บไซต์ Carzanova.com และสื่ออื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่ ‘แอมป์’ ปรม พวงงาม นักแข่งประจำทีม CarzanovaTunap by MMS Racing Team ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกราย พร้อมกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ปีนี้ได้ทีมเซอร์วิสซึ่งประสานงานกันอย่างลงตัว ทั้งเอ็มเอ็มเอสและบีอาร์จี เชื่อว่าประสบการณ์จากการแข่งขัน ที่ผ่านมา จะสามารถนำทีมไปสู่ชัยชนะได้อย่างแน่นอน ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะครับ”











