Home Blog Page 52

สนุก และสร้างสรรค์กับ MOTOR EXPO PHOTO SHOOTING X TAM:DA

0
_cuva

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” สร้างสรรค์มุม PHOTO SHOOTING โดย ธนวัต มณีนาวา หรือ “เป๋ TAM:DA” ศิลปิน นักประดิษฐ์ และนักออกแบบ ที่เปลี่ยนสิ่งธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ถ่ายทอดผ่านวัสดุเหลือใช้ และของที่ถูกทอดทิ้ง

ผลงาน “อลังการงานสร้างสรรค์” ของ “เป๋ TAM:DA” ณ มุม PHOTO SHOOTING เกิดจากไอเดียง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยนำถุงพลาสติคใช้แล้วมาหลอมรวมกันเป็นรูปรถ ตามแบบภาพสัญลักษณ์งานในสไตล์ของ TAM:DA ซึ่งมักจะมองสิ่งธรรมดาในมุมใหม่ และเปลี่ยนสิ่งที่ดูไร้ค่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

_cuva

เชิญผู้สนใจถ่ายภาพร่วมกับผลงานของ “เป๋ TAM:DA” ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทก #MotorExpoArt2025 และรับของที่ระลึกได้ที่มุม PHOTO SHOOTING ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568

เที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 จอดรถสะดวก ฝากหมวกปลอดภัย

0
_cuva

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อำนวยความสะดวกผู้ชม จัด Shuttle Bus รับ-ส่งระยะใกล้ พร้อมบริการรับฝากหมวกกันน็อคของผู้ใช้รถจักรยานยนต์

ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” แนะนำผู้ขับรถไปชมงานที่ไม่อยากเสียเวลาวนหาที่จอดในอาคาร ให้นำรถไปจอดที่ลานจอดริมทะเลสาบ พร้อมจัดบริการ Shuttle Bus รับ-ส่ง จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3

นอกจากนี้ สำหรับผู้ขี่รถจักรยานยนต์ไปชมงาน ยังมีบริการรับฝาก และทำความสะอาดหมวกกันน็อค ฟรี ! ที่ประตูทางเข้า อาคารชาลเลนเจอร์ 3

_cuva

เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงานประชุมพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Way to Win” เพื่ออัปเดตผลการดำเนินงานของ GWM (Thailand) ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประกาศแผนการเติบโตเชิงรุกในปี 2569 ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน รวมถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของงานบริการหลังการขาย เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับหนึ่งในประเทศไทยด้านบริการหลังการขาย และเป็นแบรนด์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด โดยภายในงานมีพาร์ทเนอร์กว่า 75 ราย รวม 142 ท่าน เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ GWM โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม GWM มียอดขายมากกว่า 1.06 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดรถพวงมาลัยขวาทำผลงานได้ดียิ่งกว่า มียอดขาย 102,000 คัน หรือเติบโต 41% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ในประเทศไทย GWM (Thailand) ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ด้วยการนำกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายพลังงานและเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ GWM ได้นำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ใน GWM TANK ทั้ง GWM TANK 300 DIESEL, GWM TANK 500 DIESEL และล่าสุด NEW GWM POER SAHAR DIESEL ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “GWM Diesel Family” พร้อมกับการสร้างสีสันให้กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วย NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition รวมถึง WEY G9 รถยนต์ Luxury MPV จากแบรนด์ GWM WEY รวม 3 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งรถยนต์ของ GWM ครอบคลุมเซกเมนต์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถึง 85% สร้างโอกาสทางการขายให้กับพาร์ทเนอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยอดขายสะสมรวมในทุกรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 อยู่ที่ 13,313 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 124% ซึ่งความสำเร็จนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินกลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย การร่วมแรงร่วมใจของเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานไทยที่มีต่อนวัตกรรมรถยนต์ที่ล้ำหน้ารวมถึงความแข็งแกร่งในแบรนด์ GWM อีกด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่าง GWM และพันธมิตรทั่วประเทศสำหรับงาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์และฤดูกาลขายที่สำคัญที่สุดช่วงปลายปี โดย GWM ได้เสริมความพร้อมด้านการตลาดและการขายผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร เพื่อมอบแคมเปญที่ดีที่สุดของ GWM แก่ลูกค้า นอกจากการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาและแผนการสร้างการเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี GWM ยังแสดงแผนงานของปี 2569 ที่ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมทัพรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นเข้าสู่ประเทศไทย การทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง GWM และพาร์ทเนอร์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด และการตั้งหมุดหมายครั้งสำคัญในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และมุ่งยกระดับบริการหลังการขายก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในประเทศไทย ผ่านการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาความรู้และทักษะของทีมช่าง การบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การเดินหน้าขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี และการรับฟังข้อกังวลใจและเอาใจใส่ดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับ GWM เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและร่วมเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา สุขภาพทางการเงินและผลประกอบการของพาร์ทเนอร์จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับ GWM (Thailand) ในปี 2569 เราจะยังคงเดินหน้าไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ พร้อมนำนวัตกรรมที่ครอบคลุมทุกพลังงานและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส สนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงร่วมกันการพัฒนาการบริการหลังการขายในทุกมิติ เราขอขอบคุณทุกความร่วมมือและความเชื่อมั่นที่พาร์ทเนอร์มีให้กับ GWM เราจะจับมือกันเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

“ลมหายใจไร้มลทิน” เปิดพื้นที่ “ฮีลใจ” ครอบครัว ในงาน MOTOR EXPO 2025

0

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เชิญชวนทุกครอบครัว “สร้างภูมิคุ้มกันใจ เด็กไทยเข้มแข็ง” ภายใต้แนวคิด “Inner Growth Playground: Smart Mind – Safe Heart – Nature Balance”

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เปิดพื้นที่ “ฮีลใจ” ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” พบกับ 4 กิจกรรมไฮไลท์ เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจลูกหลานแบบรอบด้าน และฟื้นฟูสมดุลใจทั้งครอบครัว ดังนี้

  1. Scan Me Smart Kid: คัดกรองเพื่อเข้าใจเด็ก บริการประเมินพัฒนาการครบวงจร (ปฐมวัย-วัยรุ่น) ทั้งพัฒนาการพื้นฐาน, M-CHAT, EQ, Self-esteem, ซึมเศร้า/ติดเกม เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นภาพรวมพัฒนาการลูก และนำข้อมูลไปต่อยอดที่บ้านได้ทันที
  2. Plug into Nature Kits: พื้นที่เชื่อมต่อพลังธรรมชาติ กิจกรรมเปิดประสาทสัมผัส ผ่อนคลาย สงบ มีสมาธิ ลดความฟุ้งซ่านจากโลกดิจิทอล เพื่อฟื้นฟูสมดุลทางอารมณ์ของเด็กยุคใหม่
  3. Smart Family Safe Zone: โซนครอบครัวปลอดภัย คิดเป็น เรียนรู้ร่วมกันผ่านบอร์ดเกม “8 ทักษะความปลอดภัย” และกิจกรรมสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงในบ้าน เพื่อฝึกทักษะการตัดสินใจ และสร้างคุณภาพเวลาร่วมกัน
  4. ชุดกิจกรรมเสริมทักษะสมอง EF และการตัดสินใจ เกม “คิดส่ะดี ธรรมได้” ฝึกยั้งคิด ควบคุมอารมณ์ และมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแปลผลคัดกรอง EF เพื่อให้เด็กมีทักษะคิดเป็น วางแผนเป็น และควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม

ภายในบูธ “ลมหายใจไร้มลทิน” ยังมีบริการพิเศษ ให้คำปรึกษาออนไลน์ฟรี ครอบคลุมเรื่องการเลี้ยงดู ปัญหาพฤติกรรม และพัฒนาการล่าช้า โดยนักจิตวิทยาคลินิก และนักพัฒนาการ ในช่วงเวลา 17.00–18.00 น.

_cuva

พร้อมกันนี้ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานมูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน บริจาคสนับสนุน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุนรากฐานปัญญาแผ่นดิน จำนวน 236,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568

เชิญทุกครอบครัวมา “ฮีลใจ” ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” บูธมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ -10 ธันวาคม 2568

“NEX ชูนวัตกรรม 6-in-1 เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าต้นแบบ ‘NEX VANTASTIC’ ระยะทาง 333 กม. ราคาเริ่ม 1,059,000 บาท พร้อมโชว์ครั้งแรก Motor Expo 2025”

0

NEX รุกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย เปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ที่มาพร้อมระยะวิ่งสูงสุดถึง 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแบบ 6-in-1 เตรียมอวดโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ และเตรียมส่งมอบรถได้ภายในช่วงต้นปีหน้า ทั้งยังจัดแสดงไลน์อัพรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ครบทุกเซ็กเมนต์ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรถทุกรุ่นภายในงานอีกด้วย

นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX กล่าวว่า “สำหรับการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ NEX มุ่งนำเสนอศักยภาพด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตลาดในประเทศอย่างครบวงจร ทั้งรถบัส รถหัวลากแทรกเตอร์ และรถสำหรับงานโลจิสติกส์ประเภทต่าง ๆ

ปีนี้เราเปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ขนาด  8 คิว สามารถวิ่งได้ประมาณ 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมระบบ 6-in-1 ที่รวมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่มีความปลอดภัยและระบบควบคุมเสถียรภาพระดับเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รุ่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ยังคงเป็น พวงมาลัยซ้าย และยังไม่ใช่รุ่นที่วางจำหน่ายจริง โดยบริษัทมีแผนปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม รถรุ่นต้นแบบยังคง โครงสร้างและมิติตัวถังตามแบบฉบับเดิม เพื่อสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วน พร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,059,000 บาท

“NEX VANTASTIC” CARGO VAN เปิดรับจองสิทธิ์ภายในงาน Motor Expo 2025 เพียงวางเงินจอง 9,000 บาท รับส่วนลดทันที 110,000 บาท เหลือเพียง 949,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ E-Voucher ชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และสามารถส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า

การเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของ NEX ภายหลังการปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับคุณภาพการให้บริการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของเราในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เราได้ขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากรถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน เรามีบริการจัดหารถทดแทนเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ”

ไฮไลท์ข้อมูล “VANTASTIC” CARGO VAN ขนาด 8.0 คิว

ตัวรถ “Vantastic” CARGO VAN ถูกออกแบบให้สมดุลทั้งความกว้าง ความสูง และระยะฐานล้อ ได้แก่ ความยาว 5,195 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร ความสูง 1,960 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,400 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบตเตอรี่ความจุ 66kWh ให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ และแรงบิด 245 นิวตันเมตร รองรับการชาร์จเร็วระดับ 2C โดยมีอัตราการชาร์จ (DC) 20-80% ภายใน 18 นาที ความจุแบตเตอรี่ขนาด 66 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 333 กิโลเมตร ตัวถังรถเป็นประตูบานเลื่อนด้านข้างเดี่ยว ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ มาพร้อมไฟ Daytime Running Light ไฟท้ายแบบฮาโลเจน ระบบช่วงล่างอิสระแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ดิสก์เบรกหน้าและหลัง ล้อขนาด 16 นิ้ว ยางขนาด 195/75R16

เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเป็นแบบผ้า ที่นั่งคนขับปรับได้ 4 ทิศทาง ที่นั่งผู้โดยสารปรับได้ 2 ทิศทาง มีพอร์ทชาร์ต USB Type A ขนาด 10w 1 จุด และ Type C ขนาด 30w 1 จุด ในส่วนของระบบความปลอดภัยยังมาพร้อมเรดาร์ถอยหลังและกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัยที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสาร สัญญาณแจ้งเตือนการเปิดประตู (ทุกประตู)

 

นอกจากนี้ภายในบูธยังมีรถที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่

 

  1. NEX EV Tractor 423 kWh

เป็นรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานสูงเพื่องานขนส่งขนาดใหญ่และบรรทุกหนักโดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel) น้ำหนักรถเปล่า (Curb weight) 11,010 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย/อุปกรณ์เสริม) น้ำหนักลากจูงสูงสุด (GCWR) 50,500 กิโลกรัม มิติโดยรวม (ยาว x กว้าง x สูง): ประมาณ 7,400 x 2,550 x 3,600 มม.

แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุแบตเตอรี่ 423 kWh กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 410 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด มีหัวชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัว ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ) ระบบเบรกลมแบบวงจรคู่ (Dual Circuit Air Braking System) ใช้ระบบเบรกที่เชื่อถือได้และเป็นมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถที่ดี ระบบเบรกเสริม (Regenerative Braking) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามีระบบช่วยเบรกด้วยการเปลี่ยนพลังงานจลน์กลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยชะลอความเร็วรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยลดการสึกหรอของเบรกหลักด้วย ระบบเบรกมือ (Parking Brake) เป็นแบบดรัมเบรกเพื่อการจอดรถที่มั่นคง ล้อขนาด 22.5 นิ้ว โดยเป็นขอบล้อที่ออกแบบมาให้ใช้กับยางขนาด 12R22.5 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกหนักในประเทศไทย

เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยและการจัดการ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกอย่างกะทันหัน และ ระบบ IVMS Tracking เป็นระบบติดตามและเฝ้าระวังตำแหน่งของรถแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความปลอดภัยในการติดตามทรัพย์สิน มีการใช้ระบบควบคุมทางไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำและเสถียรภาพในการขับขี่

  1. โปรโมชั่น Premium ราคา 3,890,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร
  2. โปรโมชั่น Platinum ราคา 4,290,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร

โดยมีการเช่าสุดพิเศษ 2 รูปแบบ

  1. เช่าซื้อ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถเพียงอย่างเดียว
  2. เช่าใช้ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถ หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา

 

2.กระบะไฟฟ้า NEX BEV PICKUP Single Cab ราคาพิเศษ 989,000 บาท (จำนวนจำกัด)

รถกระบะ 2 ประตู ปิกอัพตอนเดียวพลังงานไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับงานบรรทุกและขนส่งเชิงพาณิชย์  มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 65 kWh ชาร์จเต็มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R17

ภายในถูกออกแบบให้เน้นความเรียบง่ายแต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX, USB, และ Bluetooth พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง

กุญแจรีโมทแบบ Keyless Entry เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกรถ มาพร้อมปุ่ม Push Start พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก (EHPS) กระจกมองข้างสามารถปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า และระบบเซ็นทรัลล็อกเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวก

นอกจากนี้ NEX BEV PICKUP Single Cab ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยสำหรับการใช้งานรถกระบะเชิงพาณิชย์ อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกกะทันหัน ถุงลมนิรภัย (SRS Airbags) คู่หน้า สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบเซ็นทรัลล็อก (Central Locking System) เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการล็อกประตูรถทั้งหมดพร้อมกัน มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด และมีสัญญาณเตือนเมื่อไม่มีการคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัยเหล่านี้เน้นการใช้งานที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์พื้นฐานของรถกระบะที่เน้นงานบรรทุกเป็นหลัก

“อยากเชิญชวนผู้ประกอบการที่ใช้รถเชิงพาณิชย์เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเรา NEX มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะ “VANTASTIC” CARGO VAN ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ตลาดไทยยังขาดอยู่ และเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายธนพัชร์ กล่าวปิดท้าย

พบกับ “VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ และรุ่นอื่น ๆ พร้อมจองสิทธิ์และรับข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ที่ บูท เน็กซ์ พอยท์ (B07) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

กลุ่มสิทธิผล จัดกิจกรรม “Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra by Sittipol Group” เพื่อรวมพลังส่งให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เดินหน้าสู่ความสำเร็จบนเวทีการแข่งขันระดับโลก

0

กลุ่มสิทธิผล โดยคุณทนง ลี้อิสสระนุกูล นักธุรกิจผู้ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ต และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายของทั้งนักแข่ง ทีมแข่ง และเป็นผู้ให้การสนับสนุน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การแข่งขันในประเทศไทยจนก้าวขึ้นสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก อาทิ Moto2 และMotoGP

ด้วยความภาคภูมิใจนี้ กลุ่มสิทธิผล จึงได้จัดกิจกรรม “Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra” เพื่อให้แฟนคลับและคนไทยช่วยกันส่งแรงเชียร์ แรงใจ ส่งพลังให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก เพื่อเป็นศักดิ์ศรีให้แก่คนไทยต่อไป

และแน่นอนในปีหน้า 2569 กลุ่มสิทธิผล และคุณทนง ยังคงยืนหยัดให้การสนับสนุน พร้อมร่วมส่งพลังบวกให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งไทยคนแรกที่เดินทางสู่จุดสูงสุดของการแข่งรถ “Production” แบบเต็มฤดูกาลกับรายการเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 (WSBK) ภายใต้ทีมโรงงาน “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” (Honda HRC)

ชมภาพความประทับใจในงาน Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra By Sittipol Group เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Sittipol 1919

ไฮไลท์จากบีเอ็มดับเบิลยู ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

0

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่
ราคา: 5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู iX พร้อมออกเดินทางสู่การผจญภัยด้วยพลังงานไฟฟ้าครั้งใหม่ กับการเปิดตัวรุ่นย่อย iX xDrive45
M Sport ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดแบบรอบด้าน นับตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น ไปจนถึง
ระยะทางการขับขี่และสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูปราดเปรียวและน่าหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น ด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกรอบวาววับ ล้อมรอบเส้นสายที่จัดเรียงทั้งแบบแนวตั้งและทแยงมุม เสริมด้วยไฟขอบกระจังหน้าจากแพ็คเกจ BMW Iconic Glow ส่วนรูปทรงของตัวรถที่ดูภูมิฐานและแข็งแกร่ง ยกระดับไป
อีกขั้นด้วยชุดแต่ง M Sport ที่เสริมเส้นสายให้ดูทรงพลัง นับตั้งแต่ช่องดักอากาศด้านหน้าไปจนถึงแผงสะท้อนแสงแนวตั้งที่ด้านท้าย นอกจากนี้ iX รุ่นใหม่นี้ยังมีสีตัวถังให้เลือกเพิ่มเติมอีก 5 สี ได้แก่สีน้ำเงิน Arctic Race metallic, เทา Dune Grey metallic, ดำ Carbon Black metallic, เงิน Space Silver metallic และขาว Alpine White solid จับคู่อย่างลงตัวกับการตกแต่งที่หรูหราภายในห้องโดยสาร ด้วยเบาะหนังและผิวหน้าแผงคอนโซลในโทนสีน้ำตาลจากชุดแต่ง Design Suite Castanea หรือสีดำโฉบเฉี่ยวในชุดแต่ง Design Suite Amido

ความสปอร์ตจากชุดแต่ง M Sport ไม่ได้จบอยู่แค่ภายนอกตัวรถ แต่ยังสัมผัสได้จากภายในห้องโดยสารอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยพวงมาลัยหนังแบบ M และวัสดุตกแต่งภายในโทนสี M Dark Silver ตัดกับเพดานหลังคาสี Anthracite ให้บรรยากาศของความหรูหราและสง่างามในทุกมุมมอง และเมื่อเปิดประตูรถ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ ก็พร้อมต้อนรับคุณอย่างพิเศษสุดด้วยภาพแอนิเมชันแบบใหม่บนจอโค้ง BMW Curved Display และลวดลายกราฟฟิกจากระบบไฟ Welcome Light Carpet ส่วนความสะดวกสบายก็เหนือชั้นขึ้นเช่นกัน ด้วยการรองรับเทคโนโลยี BMW Digital Key Plus เต็มรูปแบบ เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นกุญแจรถอัจฉริยะ โดยตัวรถจะปลดล็อกโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเดินเข้ามาใกล้ พร้อมเปิดระบบไฟ Welcome Light อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งยังสามารถแชร์สิทธิ์การเข้าใช้งานรถกับคนที่คุณไว้ใจได้สูงสุดถึง 17 คนอีกด้วย

ภายใต้รูปลักษณ์ที่เหนือระดับแบบรอบด้านนี้ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมกับสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งพละกำลังเพิ่มขึ้นจาก 240 กิโลวัตต์ / 326 แรงม้า ในรุ่น iX xDrive40 เดิม เป็น 300 กิโลวัตต์ / 408 แรงม้า ขณะที่แรงบิดเพิ่มขึ้นจาก 630 นิวตันเมตร เป็น 700 นิวตันเมตร ดังนั้น iX รุ่นใหม่นี้จึงมีการตอบสนองที่ฉับไวยิ่งขึ้น โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที ขณะที่ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 76.6 kWh เป็น 100.4 kWh ส่งผลให้ระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP เพิ่มขึ้นจาก 425 กิโลเมตร เป็น 602 กิโลเมตร

บนท้องถนน บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ มอบความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความแม่นยำและความนุ่มนวล ระบบบังคับเลี้ยวแบบสี่ล้อ (Integral Active Steering) ที่ติดตั้งเพิ่มเข้ามาช่วยให้ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้ เสริมทั้งความคล่องตัวที่ความเร็วต่ำและความนิ่งของตัวรถขณะใช้ความเร็วสูง ช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive 2-axle air suspension สามารถปรับระดับความสูงของรถได้ตามโหมดการขับขี่ เพื่อความนุ่มนวลและสะดวกสบายสูงสุดใน
ทุกสถานการณ์ ภายในห้องโดยสารที่อยู่เหนือล้อขนาด 21 นิ้วแบบ M ส่วนระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant Plus และระบบช่วยจอด Parking Assistant Plus ยังช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ด้วยฟังก์ชันอย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เจ้าของรถยังสามารถเลือกอัปเกรดความสะดวกไปอีกขั้นผ่าน ConnectedDrive Upgrades ด้วยการเลือกซื้อแพ็คเกจ Parking Assistant Professional ที่เพิ่มฟังก์ชันการควบคุมรถเข้าช่องจอดจากทางไกลและระบบช่วยเหลือขณะขับเข้าช่องจอด

ในกรณีที่ยางรั่ว ชุดปะยางฉุกเฉิน BMW Tyre Repair Kit Plus ใหม่ จะช่วยให้คุณเดินทางต่อเพื่อเข้าซ่อมแซมที่ศูนย์บริการได้อย่างมั่นใจ ชุดปะยางแบบใช้ครั้งเดียวนี้จะอุดรอยรั่วและเติมลมยางให้กลับมาใช้งานได้ โดยสามารถขับขี่ต่อไปได้สูงสุด 200 กิโลเมตร ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนที่จะต้องเข้าศูนย์เพื่อทำการปะยางหรือเปลี่ยนยางใหม่

 

บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่

ราคา: 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ยกระดับการขับขี่สู่ระบบไฟฟ้าล้วน ด้วยดีไซน์ที่ได้รับการปรับแต่ง
ต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู X1 ในรุ่นมาตรฐาน และยังเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ด้วยตัวรถที่ยาวขึ้นเป็น 4,616 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,800 มิลลิเมตร หรือเท่ากับตัวรถยาวกว่า X1 รุ่นมาตรฐาน 116 มิลลิเมตร และ
ฐานล้อยาวขึ้น 110 มิลลิเมตร ขนาดตัวรถที่เพิ่มขึ้นนี้ ผสมผสานกับบุคลิกที่บึกบึนและแข็งแกร่งในแบบของ SAV ได้อย่างลงตัว ทั้งยังโดดเด่นเตะตากว่าที่เคยด้วยกระจังหน้าแบบปิดโฉมใหม่ในทรงสามมิติ เข้าชุดกับไฟหน้า Adaptive LED ที่ทอดยาวไปยังด้านข้างของตัวรถ ส่วนเส้นสายด้านข้างตัวถัง ให้อารมณ์ความสปอร์ตและดุดันตลอดคัน ก่อนเติมความหรูด้วยชุดแต่ง M Sport ที่รวมถึงส่วนกรอบหน้าต่าง high-gloss Shadowline ที่เงาวับ จับสายตาได้ไม่แพ้ราวหลังคาอลูมิเนียมผิวด้านที่ทอดยาวอยู่ด้านบน และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วในดีไซน์ Double-spoke Bicolour

ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ จึงมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ทั้งจากพื้นที่ที่กว้างขึ้น 81 มิลลิเมตรสำหรับการวางขา และ 107 มิลลิเมตรที่ระดับเข่า สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง รวมถึงตัวเบาะหลังที่บุโฟมนุ่มขึ้น พร้อมขยายความกว้างของตัวเบาะขึ้น 15 มิลลิเมตร ยกระดับความสบายในการนั่งได้ยิ่งขึ้น ขณะที่ระบบช่วงล่างก็ผ่านการปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายบนทุกเส้นทาง เบาะหลังของ iX1 รุ่นฐานล้อยาวนี้ ยังคงแบ่งสัดส่วนเป็น 3 ตอนแบบ 40:20:40 เช่นเดิม และสามารถพับลงได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 490 ลิตรเป็น 1,600 ลิตร ระบบ Comfort Access 2.0 ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมด้วยการปลดล็อกรถเมื่อเจ้าของรถเดินเข้ามาใกล้ และล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างตัวรถ เช่นเดียวกับระบบ BMW Digital Key Plus ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจรถ และปลดล็อกรถอัตโนมัติได้เพียงนำสมาร์ทโฟนเข้ามาใกล้ ส่วนหลังคากระจก Panorama Glass Roof ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์นี้ ก็เติมบรรยากาศให้ห้องโดยสารยิ่งรู้สึกโปร่งและโอ่อ่าขึ้นไปอีก

ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ เอาใจผู้ขับขี่ไม่แพ้ผู้โดยสารด้วยพวงมาลัยหนังสไตล์ M พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ครบครันจากแพ็คเกจ Driving Assistant Plus และ Parking Assistant Plus (รวมระบบกล้องมองรอบคัน Surround View) พร้อมรองรับการอัปเกรดสู่ Parking Assistant Professional ที่เพิ่มความสามารถในการควบคุมการจอดรถได้ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และสามารถจดจำรูปแบบการจอดรถอัตโนมัติได้ถึง 10 แบบ รวมระยะทาง 600 เมตร พร้อมด้วยฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถเลือกซื่อเพิ่มเติมได้ผ่าน BMW Connected Drive Store นอกจากนี้ iX1 eDrive20L M Sport ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 9 รุ่นล่าสุด ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานควบคุมได้ผ่านหน้าจอ Control Display ขนาด 10.7 นิ้ว พร้อมด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และ BMW Head-Up Display ป้อนข้อมูลสำคัญให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบโดยไม่ต้อง
ละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ส่วนชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์จาก Harman Kardon พร้อมเติมความรื่นรมย์ให้กับทุกขณะของการเดินทาง

ระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้าล้วน เทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 เป็นหัวใจที่ขับเคลื่อนบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ให้โลดแล่นบนท้องถนนด้วยการตอบสนองที่ฉับไวในทุกจังหวะ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลัง 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ช่วยให้ iX1 รุ่นฐานล้อยาวนี้ใช้เวลาเพียง
8.6 วินาทีในการเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยขณะขับขี่ ฟังก์ชัน BMW IconicSounds Electric สร้างเสียงเครื่องยนต์แบบจำลองที่ตอบสนองกับทุกการควบคุม
ส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 66.5 kWh มอบพลังงานไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการขับขี่เป็นระยะทางสูงสุด 402-433 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ทั้งยังรองรับการชาร์จระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 130 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 32 นาที และเมื่อชาร์จไฟในระบบกระแสสลับ (AC) iX1
รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี AC Charging Plus ที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก
0% ถึง 100% ได้ในเวลา 6 ชั่วโมง 45 นาที ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของบีเอ็มดับเบิลยู iX1 ใหม่ ยังสามารถเลือกชาร์จรถจากเครือข่ายสถานีชาร์จ BMW Charging Station ทั้งยังได้รับส่วนลด 20% เมื่อเติมเงินค่าชาร์จในแอป EVolt

บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ในสีดำ Carbon Black Metallic, ขาว Mineral White Metallic และสีใหม่ เทา Brooklyn Grey Metallic โดยทั้งสามสีมาพร้อมกับห้องโดยสารที่หุ้มเบาะด้วยวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศในสีน้ำตาล Castanea ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโทนสีใหม่เช่นกัน

 

 

ฟอร์ด เปิดตัวแคมเปญส่งท้ายปี ‘My Color, My Style’ และมอบแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี ในงาน Motor Expo 2025

0

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปี เปิดตัวแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘My Color, My Style’ ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกแร็ปฟิล์มสีกันรอยคุณภาพสูงผ่านการจองออนไลน์ที่ www.ford.co.th และมอบแคมเปญ ฟอร์ด ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า และสอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ พร้อมลุ้นทองคำแท่งรวมมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท สำหรับลูกค้าในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธฟอร์ด (A04) อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ แชมป์รายการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2025 รุ่น T2A-D หรือรุ่นโปรดักชันมาตรฐานโรงงาน คันจริง มาจัดแสดงภายในงาน

“My Color, My Style เป็นข้อเสนอพิเศษของมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะท้อนตัวตนผ่านการแร็ปฟิล์มสีกันรอย เกรดทีพียู1 คุณภาพสูง ที่มีทั้งรูปแบบสีและฟิล์มใสกันรอยแบบด้านและแบบเงา ซึ่งเป็นแร็ปฟิล์มกันรอยคุณภาพสูง เกรดพรีเมียม หรือ พีพีเอฟ2 จาก n-SHIELD โดย นิปปอนเพนต์ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 11 แบบ ด้วยราคาสุดพิเศษ เมื่อซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมระยะการรับประกันฟิล์มนานสูงสุดถึง 7 ปี เมื่อจองออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.ford.co.th ซึ่งฟอร์ดเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่นำเสนอฟิล์มกันรอยคุณภาพสูง เกรดทีพียู ซึ่งทนต่อการขีดข่วน และคราบสกปรก และช่วยป้องกันไม่ให้สีรถหมองลง นอกจากนี้ เรายังมอบแคมเปญ ‘ฟอร์ด ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี’ พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับทองคำ เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของรถฟอร์ดได้ง่ายขึ้น” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความภาคภูมิใจของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ที่คว้าชัยชนะทั้งในรายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ รุ่น T2A-D และไทยแลนด์​ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ สนามที่ 8 ซึ่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ลงแข่งเป็นรถสเปกเดียวกับที่ลูกค้าใช้งานจริงตอกย้ำความ ‘แกร่งตั้งแต่ออกจากโรงงาน’ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบทั้งเทคโนโลยีระดับแชมป์และข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้าทุกท่าน”

 

รถยนต์ฟอร์ดที่นำมาจัดแสดงในงาน

ฟอร์ดขนทัพรถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น

 

  • ฟอร์ด เรนเจอร์รถกระบะที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านการทำงาน การพักผ่อน และชีวิตครอบครัว ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รถกระบะเปี่ยมสมรรถนะเพื่อไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่ครบครัน มาพร้อมราคาพิเศษ 999,000 บาท ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ 4 ประตู ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งสายลุยและการใช้งานในเมือง รับดอกเบี้ยพิเศษ 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานรอบด้าน กับราคาพิเศษ 799,000
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘เกิดมาแกร่ง’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่พิเศษพร้อมลุยทุกเส้นทาง มาพร้อมราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,699,000 บาท สำหรับรุ่น 0 ลิตร

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวและคนรักการผจญภัย ครบครันด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง นำทัพโดย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม พร้อมขุมพลัง 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ที่พัฒนามาเพื่อลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิต ขณะที่ยังรักการผจญภัย โดดเด่นและแตกต่างด้วยความหรูหราเหนือระดับ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส ตอบโจทย์ลูกค้าที่ใส่ใจทั้งความหรูหราและสมรรถนะ พร้อมลุยได้ทุกการเดินทางอย่างมั่นใจ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ดีไซน์สปอร์ตดุดัน ครบครันด้วยระบบความปลอดภัย รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ ตัวเลือกสุดคุ้มค่าสำหรับผู้ต้องการรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มาพร้อมราคาพิเศษเพียง 1,249,000 บาท

 

แคมเปญสุดพิเศษ

ฟอร์ดยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาจัดงาน ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมบูธฟอร์ดและรับข้อเสนอสุดคุ้มมากมายได้ ดังนี้

  • ‘My Color, My Style’ แคมเปญใหม่ที่ให้ลูกค้าสะท้อนความเป็นตัวเองผ่านการแร็ปฟิล์มสีและฟิล์มใสกันรอยแบบด้านและแบบเงา สำหรับทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ มากถึง 11 ตัวเลือก ได้แก่ เคลียร์ แมตต์ (Clear Matte), เคลียร์ กลอส (Clear Gloss), แฟนทอม เกรย์ (Phantom Grey), ซาติน โรส โกลด์ (Satin Rose Gold), ทาลค์ เกรย์ (Talc Grey), มิดไนท์ เพอร์เพิล (Midnight Purple), เอเมอรัล กรีน (Emerald Green), โอลีฟ กรีน (Olive Green), บลู แซฟไฟร์ (Blue Sapphire), แมตต์ เมทัลลิก ซิลเวอร์ (Matte Matallic Silver) และคลาวด์ อควา (Cloud Aqua) เมื่อจองออนไลน์ ผ่าน ford.co.th เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างและกล้าที่จะแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง พร้อมราคาสุดพิเศษ ฟิล์มแบบใสด้าน และแบบใสเงา ราคา 25,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ และ 33,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ฟิล์มแบบสี ราคา 35,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ และ 40,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ พิเศษ! จองรถยนต์ ฟอร์ดทุกรุ่น (ยกเว้นฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Standard Cab XL และ SWB) พร้อมแร็ปฟิล์ม ผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2568 และออกรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับฟรี ห้องพักโรงแรม INTERCONTINENTAL PATTAYA RESORT 1 คืน มูลค่า 7,500 บาท สำหรับ 100 คันแรกเท่านั้น
  • ‘ฟอร์ด ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี’ โปรโมชันสุดพิเศษที่ส่งท้ายปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘คนละครึ่ง’ ของภาครัฐ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อและรับมอบรถยนต์ฟอร์ดรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568 จะได้รับการสนับสนุนช่วยผ่อนค่ารถครึ่งหนึ่งของยอดผ่อนชำระต่อเดือนเป็นระยะเวลานาน 1 ปี พร้อมลุ้นรับทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 1 รางวัล และทองคำแท่งหนัก 1 สลึง จำนวน 200 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท

รถฟอร์ดทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care การรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีค่าแรงเช็กระยะ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th  และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1383

หมายเหตุ:

1 ทีพียู คือ ฟิล์มกันรอยคุณภาพสูง เกรดเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (Thermoplastic Polyurethane)

2 พีพีเอฟหรือ Painted Protection Film คือ การแร็ปฟิล์มสีและฟิล์มใสกันรอย n-SHIELD ด้วยวัสดุคุณภาพสูง จากบริษัทเอ็นพี ออโต รีฟินิช จำกัดในเครือนิปปอนเพนต์ ป้องกันมูลนก ฝนกรด โคลน และน้ำสกปรก ทั้งยังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สีรถหมองลง (อ้างอิงจาก https://nippon-nshield.com/th/)

GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจาก GWM (Thailand) เรียกเสียงฮือฮาในงาน Motor Expo 2025 กับการเผยโฉมและเปิดราคา WEY G9 MPV หรูเพียงหนึ่งเดียวของ GWM ล่าสุด ได้สร้างกระแสต่อเนื่องด้วยการปฏิวัติวงการรถกระบะในประเทศไทย เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ในราคาพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวระหว่าง 799 – 999 แสนบาท เพียง 300 คันแรกที่ทำการส่งมอบเท่านั้น โดยการมาถึงของรถกระบะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทางอย่าง NEW GWM POER SAHAR DIESEL ได้เข้ามาเติมเต็มรถยนต์ตระกูล GWM DIESEL Family เพื่อเป็นทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวรถออฟโรดระดับไอคอนอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่ให้สายลุยได้รีบสะสมและเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 1.349 ล้านบาท

 

NEW GWM POER SAHAR DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ผสานระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ส่งกำลังได้ต่อเนื่องและตอบสนองฉับไว รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ ตัวรถมีมิติยาว 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ให้สมดุลทั้งความกว้างขวางและเสถียรภาพในการขับขี่ เสริมศักยภาพการลุยด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร และความสามารถลุยน้ำลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร ด้านดีไซน์ภายนอกเน้นความสปอร์ตดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคาและบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างโทนดำ ไฟหน้า–ไฟท้ายรมดำ จับคู่กับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ที่ช่วยขับให้บุคลิกภายนอกดูลงตัวและสะดุดตายิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในเรียบหรูพรีเมียมด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพดี พร้อมเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยสูงถึง 26 รายการ คุ้มค่าด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 4WD) ตามมาตรฐาน NEDC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรค 4 ล้อ และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนคู่ใจ” ที่พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ด้วยโครงสร้างและฟังก์ชันที่รองรับการปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ใช้งานได้ทั้งในวันทำงาน ทริปท่องเที่ยวระยะไกล ไปจนถึงทริปผจญภัยสุดท้าทาย ผสานความพรีเมียมเข้ากับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว

NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเทา ใน 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาพิเศษช่วงเปิดตัว กับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 300 คันแรก ดังนี้

  • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น PRO ราคา 799,000 บาท (จากราคา 849,000 บาท)
  • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น ULTRA ราคา 899,000 บาท (จากราคา 949,000 บาท)
  • NEW GWM POER SAHAR Diesel 4WD รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท (จากราคา 1,049,000 บาท)

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่เปิดตัวในไทยช่วงปลายเดือนมีนาคม และปัจจุบันมียอดส่งมอบสะสมทะลุ 6,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยกับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุด  GWM จัดเซอร์ไพรส์พิเศษในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีภายนอก Sand Beige สุดโดดเด่น ผสานกับกระจังหน้าโลโก้ TANK ขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ชุดแต่งฝากระโปรงหน้า คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้าง ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์เฉพาะ รวมถึงชุดสเกิร์ตกันชนหน้า–หลังที่ช่วยเพิ่มบุคลิกดุดันและสะท้อน DNA ออฟโรดของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้อย่างชัดเจน นักสะสมสายออฟโรดต้องไม่พลาดกับรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท

สัมผัส NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม และ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ได้ ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

ยามาฮ่าเปิดบูธ “YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ส่งบิ๊กไบค์ 3 รุ่นใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันแรงส่งท้ายปีในงาน MOTOR EXPO 2025

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยกทัพรถจักรยานยนต์ครบไลน์อัพทั้งสแตนดาร์ดไบค์และบิ๊กไบค์ร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42” (THE 42ND THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2025) ภายใต้คอนเซ็ปต์ YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล ในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมเผยโฉม และเปิดราคาบิ๊กไบค์ใหม่ 3 รุ่น 3 สไตล์ และ NEW YAMAHA NMAX TECH MAX สีใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันส่งท้ายปีภายในงาน

สำหรับบูธยามาฮ่าในปีนี้ออกแบบภายใต้แนวความคิด FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายสปอร์ต สายท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ หรือสายเนคเกดสตรีท ยามาฮ่าพร้อมตอบโจทย์ทุกสไตล์ด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นในแบบเฉพาะของยามาฮ่า

โดยในปีนี้มีไฮไลท์อยู่ที่การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ด้วยกันถึง 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ YAMAHA YZF-R9 สายพันธุ์ R-SERIES เจ้าแห่ง SUPERSPORT  รุ่นใหม่ล่าสุด, YAMAHA TENERE 700 – CHASE THE NEXT HORIZON รถแอดเวนเจอร์ตัวจริ และ MT-07 & MT-07 Y-AMT – DAWN OF A NEW DARKNESS ไฮเปอร์เนคเกค พร้อมการเปิดราคาสุดเร้าใจ

YAMAHA YZF-R9….SUPERSPORT R-WORLD รถซูเปอร์สปอร์ตดีกรีแชมป์โลก WSSP ล่าสุด ที่จะมาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตมิเดิลคลาส ด้วยสมรรถนะสูงสุดเพื่อคนที่หลงใหลในโลกของ SUPERSPORT อย่างแท้จริง ที่พร้อมเปิดราคาที่ 495,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

YAMAHA TENERE 700…CHASE THE NEXT HORIZON ที่สุดสไตล์แอดเวนเจอร์ รถอเนกประสงค์ตอบโจทย์สายลุยตัวจริง แรงบันดาลใจจากรถแข่งแรลลี่ มาพร้อมกับราคาเปิดตัวสุดพิเศษที่ 459,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

NEW YAMAHA MT-07 และ NEW YAMAHA MT-07 Y-AMT…. DAWN OF A NEW DARKNESS ที่สุดกับ HYPER NAKED ตัวจริง โดย NEW YAMAHA MT-07 พร้อมจำหน่ายในราคา 299,000 บาท ส่วน NEW MT-07 Y-AMT จำหน่ายในราคา 305,000 บาท พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1

นอกจากนี้ ยามาฮ่าได้ยกทัพรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์นำโดย NEW YAMAHA NMAX TECH MAX “THE MAX PRIDE BOOSTER” บูสต์ความเร้าใจให้เป็นหนึ่ง สีใหม่ PRESTIGE GRAY ที่เพิ่งได้รับรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สำหรับรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์รับโปรโมชันสุดพิเศษ รับฟรี! GIFT VOUCHER มูลค่าตั้งแต่ 2,000 –76,000 บาท ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 เท่านั้น

สำหรับโปรโมชันสุดพิเศษจากบูธ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 (เฉพาะลูกค้าที่จองในงาน MOTOR EXPO 2025 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 10 ธันวาคม 2568) ซื้อรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี รับ VOUCHER ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท พร้อมของแถม และดอกเบี้ยราคาพิเศษเฉพาะในงานนี้ ซื้อรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับ VOUCHER ส่วนลด 10,000 – 76,000 บาท  พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับเครืองแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE เครื่องแต่งกายลิขสิทธิ์แท้จากยามาฮ่า ลดสูงสุดถึง 68% อุปกรณ์ตกแต่ง และหมวกกันน็อก ลิขสิทธิ์แท้ยามาฮ่า ลดสูงสุด 20% ผลิตภัณฑ์ น้ำมันเครื่องแท้ YAMALUBE ลดสูงสุด 10%

นอกจากนั้นยังล้ำไปอีกขั้นด้วยการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากยามาฮ่า ผ่าน “ช้อปออนไลน์กับยามาฮ่าได้แล้ววันนี้” ที่ YAMAHA ONLINE SHOP สะดวก รวดเร็ว มั่นใจ ของแท้แน่นอน อยู่บ้านก็ช้อปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

สำหรับลูกค้ายามาฮ่าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสุดล้ำ YAMAHA SMART REWARD เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายจากยามาฮ่า สมาชิกใหม่รับฟรี 5,000 คะแนน พิเศษ! สมาชิกปัจจุบันสามารถใช้ 100 คะแนน เพื่อแลกเป็นส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่บูธ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมรับเงื่อนไขสุดพิเศษได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ YAMAHA CALL CENTER โทร. 02- 263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่