Home Blog Page 52

“ซูซูกิ” รุกธุรกิจภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ SUZUKI CARRY DRIVE YOUR DREAM จัดโปรหนักเจาะกลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 30,000 บาท พร้อมผ่อนเริ่มต้นเพียงวันละ 222 บาท

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กระตุ้นตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กอีกครั้ง ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “SUZUKI CARRY DRIVE YOUR DREAM เคียงคู่ทุกธุรกิจ” ชูจุดเด่นรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 30,000 บาท พร้อมผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,498 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ 222 บาทเท่านั้น พร้อมเจาะกลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ต้องการความคล่องตัวและคุ้มค่าสูงสุด

ซูซูกิ 3

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์เริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวหลังจากเผชิญกับความท้าทายมาอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายรวมในช่วงกลางปีเริ่มขยับตัวเป็นบวกเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งแม้ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จะยังไม่กลับมาเติบโตเท่ากับตลาดรถยนต์ในกลุ่มอื่น แต่แนวโน้มที่แข็งแกร่งของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์กลับเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม E-commerce และการขนส่งแบบ Last-mile (การขนส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคปลายทางโดยตรง) ที่มีการขยายตัวรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ทำให้ SUZUKI CARRY มีศักยภาพสูงในการตอบโจทย์และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ช่วยให้ผู้ประกอบการขยายกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซูซูกิ 3

SUZUKI CARRY รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2549 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME จนมาถึงการเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2562 ด้วยรูปโฉมทันสมัย คงไว้ซึ่งจุดเด่นในเรื่องความอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ส่งให้ปัจจุบันมียอดขายสะสมในประเทศจำนวน 62,130 คัน

SUZUKI CARRY คือ คำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ประกอบการด้านขนส่งและโลจิสติกส์ เพราะมีความคล่องตัวสูง ประหยัดน้ำมัน และราคาเข้าถึงง่าย ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ดังนี้

ซูซูกิ 4

ความคล่องตัวสูง: ด้วยวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตร ทำให้ CARRY สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตรอกซอกซอยในเมือง หรือพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย มอบความได้เปรียบในการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและตรงเวลา
พื้นที่บรรทุกที่ออกแบบมาเพื่องานขนส่ง: กระบะท้ายเรียบขนาดใหญ่ สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ช่วยให้การขนถ่ายสินค้าสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รองรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุดถึง 945 กิโลกรัม เหมาะสำหรับการขนส่งพัสดุ สินค้าอุปโภคบริโภค หรืออุปกรณ์ต่างๆ
ทนทาน พร้อมลุยทุกงานหนัก: โครงสร้างที่แข็งแกร่งและช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อการบรรทุกโดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ในความทนทานพร้อมรับมือทุกสภาพการใช้งานหนักในแต่ละวัน
ต้นทุนต่ำ กำไรสูงสุด: นอกจากราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายแล้ว เครื่องยนต์เบนซิน K15B ยังขึ้นชื่อเรื่องการประหยัดน้ำมันและค่าบำรุงรักษาต่ำ ช่วยให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
SUZUKI CARRY จำหน่ายในราคาเพียง 395,000 บาท (ราคารุ่นมาตรฐานไม่รวมอุปกรณ์ตกแต่ง) และเพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ ซูซูกิได้จัดแคมเปญพิเศษ “SUZUKI CARRY DRIVE YOUR DREAM เคียงคู่ทุกธุรกิจ” ให้ลูกค้าเลือกรับข้อเสนอพิเศษดังนี้
•ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,498 บาท/เดือน (หรือประมาณ 222 บาท/วัน)
•ส่วนลดพิเศษ: ลูกค้าองค์กร (นิติบุคคล) และผู้ประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์ รับส่วนลดสูงสุด 30,000 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

ซูซูกิ 6

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวสร้างเงื่อนไขการเป็นเจ้าของที่ง่ายที่สุด ด้วยข้อเสนอที่น่าสนใจ คำนวณจากเงินดาวน์ 25% และขยายระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 84 เดือน ที่สำคัญ ข้อเสนอนี้ได้ รวมมูลค่าการติดตั้งส่วนต่อเติม ไม่ว่าจะเป็นตู้ทึบหรือกระบะคาร์โก้ มูลค่ากว่า 150,000 บาทไว้แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการสามารถออกรถและนำไปต่อยอดธุรกิจได้ทันที ด้วยงบประมาณที่ควบคุมได้และชัดเจน สำหรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าองค์กร (นิติบุคคล) และผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์ รับส่วนลดสูงสุดถึง 30,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) นับเป็นการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการได้เติบโตอย่างตรงจุด

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า SUZUKI CARRY เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมและขับเคลื่อนธุรกิจขนาดย่อมในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน นอกเหนือจากความเหมาะสมกับธุรกิจขนส่งแล้ว รถรุ่นนี้ยังคงเป็นขวัญใจผู้ประกอบการ SME และ Food Truck ด้วยความอเนกประสงค์ในการดัดแปลงที่ไม่มีข้อจำกัด SUZUKI CARRY สามารถเปลี่ยนโฉมเป็นธุรกิจหรือร้านค้าเคลื่อนที่ได้หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไอเดียสร้างสรรค์ทางธุรกิจ และยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความเข้าใจในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ประกอบการ การตัดสินใจเลือกใช้ SUZUKI CARRY ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสามารถมอบความสะดวกสบายและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ในทุกพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายช่องทางการขาย สร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างชาญฉลาด ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่ายอย่างลงตัว นับเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมธุรกิจอย่างต่อเนื่องของภาคผู้ประกอบการไทย

ซูซูกิ 9

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหารถกระบะเพื่อการพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน ทั้งความคุ้มค่า ความทนทาน และความคล่องตัว แคมเปญสุดพิเศษนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นและขยายธุรกิจให้เติบโตไปอีกขั้น ซูซูกิไม่ได้เพียงแค่มอบรถยนต์ แต่ยังพร้อมเคียงข้างคุณในทุกก้าวสำคัญ ด้วยทีมที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและตกแต่ง SUZUKI CARRY ให้ตรงตามธุรกิจ นอกเหนือจากนั้น ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำเช่น ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และสถาบันการเงินอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายให้สามารถเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY ได้โดยง่ายอีกด้วย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมซูซูกิทั่วประเทศ

“JAECOO” ประกาศแต่งตั้ง “มาริโอ้ เมาเร่อ” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ในประเทศไทย

0
JAECOO 1

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ประกาศเปิดตัว “Mr. J” แต่งตั้ง มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ JAECOO ในประเทศไทย เพื่อสะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์และความทันสมัยของแบรนด์ JAECOO สู่ผู้บริโภคชาวไทย

OMODA & JAECOO 2

การเลือก มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นตัวแทนแบรนด์ครั้งนี้ สะท้อนถึงความลงตัวระหว่างบุคลิกภาพของพรีเซนเตอร์กับอัตลักษณ์ของ JAECOO ทั้งในด้านความทันสมัย ความมีสไตล์ และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการผจญภัย ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในวงการบันเทิงไทย มาริโอ้จึงเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบในการสื่อสารคุณค่าของแบรนด์สู่ผู้บริโภค

OMODA & JAECOO 3

คุณ ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “JAECOO มุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ด้วยการผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ชื่นชอบการผจญภัยและการเดินทางสุดพิเศษ เราเชื่อว่า มาริโอ้ เมาเร่อ จะเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าของเรา”

OMODA & JAECOO 4

JAECOO โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุด JAECOO กำลังจะเปิดตัว JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์พรีเมียม พร้อมราคาคาดการณ์สุดเร้าใจไม่เกิน 69x,xxx บาท สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่ด้วย JAECOO 5 EV ยานยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมขนาดตัวถังกว้าง 1,860 มิลลิเมตร ยาว 4,380 มิลลิเมตร และสูง 1,650 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยระยะฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร เพื่อการควบคุมที่มั่นคงเหนือระดับ พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถถึง 174 มิลลิเมตร ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพถนน นอกจากนี้ JAECOO 5 EV ยังมาพร้อมห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับพื้นที่เก็บสัมภาระตั้งแต่ 480 ลิตร ไปจนถึง 1,284 ลิตร เพื่อความยืดหยุ่นในการบรรทุกที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว

OMODA & JAECOO 7

ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ทางบริษัทได้จัดพิธีส่งมอบ JAECOO 7 SHS ให้กับลูกค้ารายแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและเหนือระดับให้กับผู้บริโภคชาวไทย

OMODA & JAECOO มุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง ด้วยการผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์ JAECOO เข้ากับเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ โดยมี มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นตัวแทนของแบรนด์จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความตื่นเต้นให้กับลูกค้าทุกคน พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ของ JAECOO ได้ทางเว็บไซต์ www.omodajaecoo.co.th/th และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของแบรนด์

“The all-new SANTA FE” เปิดตัวพร้อมจำหน่าย ชูไฮไลท์ Boxy Desigh และมาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่า ในราคาเริ่มต้น1.599 ล้านบาท

0
Hyundai SANTA FE 1

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เดินเกมรุกตลาดรถยนต์ต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวยานยนต์ D-SUV ใหม่ล่าสุด “The all-new SANTA FE” นับเป็นเจเนอเรชันที่ 5 ของ SANTA FE ภายใต้สโลแกน “Open for More Horizons เพราะมากกว่าเส้นขอบฟ้า คือคำว่าอิสระ” สะท้อนจิตวิญญาณ SUV ยุคใหม่ที่พร้อมพาคุณออกไปสู่จุดหมายใหม่ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ และขยายขอบเขตการใช้ชีวิตให้ไกลกว่าที่เคย เพราะ The all-new SANTA FE ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโฉม แต่เป็นการรีเซตภาพลักษณ์ SUV ยุคใหม่ ด้วยเส้นสายทรงพลังที่ผสานความหรูหราและอารมณ์แห่งการผจญภัยในหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดที่ให้สมรรถนะเหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงาน พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน พร้อมวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 1.599 ล้านบาท

Hyundai SANTA FE 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The all-new SANTA FE ไม่ได้เป็นเพียง SUV รุ่นใหม่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของฮุนไดในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ฮุนไดก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ลำดับ 3 ของโลก ด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 4 ล้านคันต่อปีในกว่า 190 ประเทศ ความสำเร็จนี้เกิดจากการสร้างนวัตกรรมและกำหนดทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ฮุนไดให้ความสำคัญอย่างมากในฐานะตลาดยุทธศาสตร์หลักในอาเซียน และพร้อมลงทุนอย่างจริงจังเพื่อสร้างความเติบโตระยะยาว พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด และส่งมอบรถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกมิติ ทั้งวันนี้และอนาคต”

Hyundai SANTA FE 3

ทุกรายละเอียดของ The all-new SANTA FE สะท้อนถึงความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอันลึกซึ้ง ทั้งในเรื่องของการออกแบบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยทำมาเมื่อเทียบกับ SANTA FE รุ่นเดิม ที่นั่งแบบ Captain Seats สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย เพราะแก่นแท้แห่งความงามต้องเริ่มต้นจากฟังก์ชันการใช้งานที่สมบูรณ์แบบและตอบสนองประโยชน์สูงสุดในชีวิตจริง นำเสนอผ่านรูปลักษณ์ทรงเหลี่ยม สไตล์ Boxy Design ที่เฉียบคม สะท้อนความแข็งแกร่งและความพรีเมียมแบบ SUV ยุโรป

Hyundai SANTA FE 4

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The all-new SANTA FE รุ่นใหม่นี้พัฒนาขึ้นจากการผสานดีไซน์แห่งอนาคต ด้วยรูปทรงเหลี่ยม สไตล์ Boxy Design เข้ากับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทุกมิติของรถถูกออกแบบอย่างมีเหตุผลและความหมาย ทุกเส้นสายและเหลี่ยมมุมสะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ห้องโดยสาร 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อม Captain Seat ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระท้าย ที่ขยายพื้นที่ได้กว้างขวางเสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ (Living Room-Like) มาพร้อมเทคโนโลยี Turbo Hybrid ของฮุนได ที่ทั้งแรงและประหยัด โดยสื่อสารผ่านคำว่า Open for More Horizons ซึ่งไม่ใช่เป็นแค่สโลแกน แต่คือแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบในทุกองค์ประกอบ และต้องการสื่อสารว่า “เพราะมากกว่าเส้นขอบฟ้า คือคำว่าอิสระ” ทำให้มั่นใจได้ว่านี่คือ SUV ที่ตอบโจทย์การเดินทางทุกไลฟ์สไตล์ ให้อิสระทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางพักผ่อน พร้อมพาทั้งผู้ขับและผู้โดยสารไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ และเปิดโลกแห่งการผจญภัย ให้คุณใช้ชีวิตได้เต็มที่และดื่มด่ำยิ่งกว่าเดิม”

Hyundai SANTA FE 5

ห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา และอเนกประสงค์เกินคลาส
ห้องโดยสาร SANTA FE ใหม่ ผสานความหรูหรา ความอเนกประสงค์ และเทคโนโลยีเหนือระดับ โดดเด่นด้วยเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับไฟฟ้า หนึ่งเดียวในคลาส มอบความสะดวกสบายเสมือนเลาจน์ส่วนตัว พร้อมจอคู่ Panoramic Curved Display ขนาด 12.3 นิ้ว + 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อจอมาตรวัดและอินโฟเทนเมนต์อย่างไร้รอยต่อ Bi-directional Multi-console ที่เก็บของคอนโซลกลางที่ใช้งานสะดวกทั้งผู้ขับและผู้โดยสารแถวสอง ขณะที่ Dual Wireless Charger มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน เพื่อชาร์จสมาร์ตโฟนได้รวดเร็วและปลอดภัย เสริมบรรยากาศพรีเมียมด้วย Ambient Light Colour ถึง 64 เฉดสี ในห้องโดยสาร

Hyundai SANTA FE 6

ขุมพลังไฮบริดที่จัดเต็มพลังและความประหยัด
The all-new SANTA FE Gen 5 ขับเคลื่อนด้วย 1.6 Turbo Parallel Hybrid Technology ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรีลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ขนาด 1.49 kWh ให้พลังสูงสุดถึง 232 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000–4,100 รอบ/นาที พร้อมมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 6 และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ที่เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ มอบอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงสุดที่ 19.6 กม./ลิตร ระบบบังคับเลี้ยวเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ให้ความแม่นยำและตอบสนองทันใจ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ มอบประสบการณ์ขับที่นุ่มนวลและมั่นคง ระบบเบรกทั้งหน้าและหลังเป็นดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน เสริมความมั่นใจในการเบรก พร้อมล้ออัลลอยหรู ขนาด 18 นิ้ว เติมเต็มความ พรีเมียมและสมรรถนะในทุกมิติ

Hyundai SANTA FE 8

มั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือชั้น
ความปลอดภัยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ The all-new SANTA FE ติดตั้งชุดเทคโนโลยีอัจฉริยะ Hyundai SmartSense ถึง 13 ระบบ ที่ครบครันที่สุดในคลาส มอบความมั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยขับอันชาญฉลาด ทั้ง Smart Cruise Control พร้อม Stop & Go ที่ควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า, Forward Collision-Avoidance Assist (FCA) ระบบเบรกอัตโนมัติหากเสี่ยงต่อการชนปะทะด้านหน้า, Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) ระบบเตือนและช่วยเบรกเมื่อเปลี่ยนเลน, Lane Following Assist และ Lane Keeping Assist ระบบรักษาตำแหน่งรถให้อยู่กลางเลน, Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อถอยหลังหรือมีรถวิ่งตัดหลัง, Safe Exit Assist ระบบเตือนและล็อกประตูอัตโนมัติหากมีรถแล่นผ่านขณะเปิดประตู, Surround View Monitor (เฉพาะรุ่น Prestige) กล้องรอบคันช่วยให้จอดได้อย่างมั่นใจ และ Reverse Parking Collision-Avoidance Assist ระบบช่วยเบรกเมื่อมีสิ่งกีดขวางขณะถอยจอด เพื่อทำให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัยและอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม

Hyundai SANTA FE 9

The all-new SANTA FE นำเสนอ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Exclusive ราคา 1.599 ล้านบาท และ Prestige ราคา 1.749 ล้านบาท มาพร้อม 3 เฉดสีภายนอกสุดพรีเมียม ได้แก่ Beach Sand, Pearl White และ Space Black เสริมความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และการรับประกันแบตเตอรีไฮบริด 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมดอกเบี้ยพิเศษช่วงเปิดตัว 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อออกรถภายใน 31 สิงหาคม 2568

Hyundai SANTA FE 10

เชิญมาสัมผัสและทดลองขับ The all-new SANTA FE ได้ด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ และในวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 พบกับงาน “The all-new SANTA FE: Meet The New Horizon” ณ ศูนย์การค้า เมกะบางนา แล้วมาร่วมเปิดประสบการณ์กับมาตรฐานใหม่ของ SUV ยุคใหม่ที่ทุกคนรอคอยไปด้วยกัน

“GWM” จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “GWM HAVAL H6” ฉลองความสำเร็จครบรอบ 4 ปี สู่การเป็น SUV ขวัญใจคนไทย มอบ 3 ข้อเสนอพิเศษ ลูกค้าเก่ารับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท

0
GWM Haval H6 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุดจัดแคมเปญเฉลิมฉลองของ GWM HAVAL H6 ที่ได้ร่วมเดินทางพร้อมกับชาวไทยครบ 4 ปี โดยรถยนต์เอสยูวีรุ่นนี้เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ GWM ได้นำมาให้ชาวไทยได้สัมผัสเมื่อครั้งเปิดตัวแบรนด์ GWM ในประเทศไทย โดยตลอดรระยะเวลาดังกล่าว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า GWM HAVAL H6 เป็นรถยนต์คุณภาพที่สามารถครองใจผู้ใช้งานชาวไทย และได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นเสมอมา ในโอกาสครบรอบ 4 ปีแห่งเส้นทางความสำเร็จครั้งใหญ่นี้ GWM ขอขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการมอบแคมเปญสุดพิเศษ “GWM HAVAL H6 4th Anniversary” ที่มาพร้อม โปรโมชันจัดเต็ม 3 ทางเลือก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยครอบคลุมทั้งรุ่น ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV และ ALL NEW GWM HAVAL H6 HEV ให้ผู้ที่สนใจได้เลือกข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจ ไม่ว่าจะสายชิล เน้นผ่อนเบา สบาย ๆ ทุกเดือน หรือสายอัปเกรดตัวจริง นำรถเก่ามาแลกใหม่ ให้จ่ายไม่พลาดทุกดีล และสายมองไกล ใช้ยาว คุ้มทุกระยะ พิเศษสุด! เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่ได้ให้ความไว้วางใจในแบรนด์และผลิตภัณฑ์ ลูกค้าเก่าของ GWM ทุกรุ่น รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาทอีกทันที โดยทั้งสามข้อเสนอนี้ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ตั้งแต่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 นี้เท่านั้น

GWM Thailand 2

เลือกข้อเสนอที่ใช่ ในสไตล์ที่เป็นตัวเองกับ ALL NEW GWM HAVAL H6 พร้อม 3 ทางเลือกสุดพิเศษ!*

•แพ็กเกจที่ 1 : สายชิล ผ่อนเบา เอาอยู่ทุกเดือน**
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ “ผ่อนสบาย แบบไร้กังวล” GWM พร้อมตอบโจทย์ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระรายเดือนท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน ด้วยโปรแกรมช่วยผ่อนรายเดือนเพียง 5,000 บาท มอบให้นานถึง 12 เดือน สำหรับผู้เลือก ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV รวมมูลค่าสูงถึง 60,000 บาท และ 10 เดือน สำหรับผู้เลือก ALL NEW GWM HAVAL H6 HEV รวมมูลค่า 50,000 บาท นอกจากนี้ยังได้รับความคุ้มค่าทวีคูณด้วยข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อย่าง ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.95% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมรับส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท สำหรับรุ่น PHEV และ 70,000 บาท สำหรับรุ่น HEV

GWM Thailand 3

•แพ็กเกจที่ 2 : สายอัปเกรดตัวจริง นำรถเก่ามาแลกใหม่ ให้จ่ายไม่พลาดทุกดีล**
สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในการอัปเกรดรถคันใหม่แบบไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ GWM ขอมอบทางเลือกที่ 2 “TRADE-IN รถเก่าแลกรถใหม่” พร้อมรับสิทธิประโยชน์เพิ่มสูงสุดถึง 60,000 บาท เมื่อซื้อ ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEVและรับสิทธิ 50,000 บาท เมื่อซื้อ ALL NEW GWM HAVAL H6 HEV โดยข้อเสนอสุดพิเศษนี้สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหลัก ทั้งส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท สำหรับรุ่น PHEV และ 70,000 บาท สำหรับรุ่น HEV พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.95% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ทำให้สามารถควบรวมข้อเสนอด้านราคา ดอกเบี้ย และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้อย่างลงตัว

GWM Thailand 4

•แพ็กเกจที่ 3 : สายมองไกล ใช้ยาว คุ้มทุกระยะ**
สำหรับผู้ที่มองหา “ความคุ้มค่าในระยะยาว” GWM จัดเต็มข้อเสนอเพื่อมอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน ไม่ว่าจะเลือก ALL NEW GWM HAVAL H6 HEV หรือ PHEV ก็รับสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาแบบครบครัน โดยมอบบริการ GWM Pro Service Inclusive (GPSI) ครอบคลุมค่าอะไหล่และค่าแรงในการบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดถึง 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมมูลค่าสูงสุด 43,820 บาท (ในรุ่น PHEV) และ 43,200 บาท (ในรุ่น HEV) พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรถได้อย่างเห็นผล สำหรับลูกค้าที่เลือกรุ่น PHEV ยังได้รับ GWM Home Charger พร้อมบริการติดตั้งฟรี 1 ครั้ง (ในระยะสายไฟไม่เกิน 15 เมตร) รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท พร้อมรับส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท สำหรับรุ่น PHEV และ 70,000 บาท สำหรับรุ่น HEV และดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.95% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบสบายใจในระยะยาว ทั้งสะดวก ประหยัด และคุ้มค่าตั้งแต่วันแรกที่รับรถจนถึงทุกการเดินทางในอนาคต

GWM Thailand 5

สำหรับลูกค้าเก่าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ GWM ทุกรุ่น รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาทจากข้อเสนอทั้ง 3 ทางเลือก** ยิ่งไปกว่านั้น ALL NEW GWM HAVAL H6 HEV และ PHEV ทุกรุ่นมาพร้อมกับการรับประกันภัยชั้น 1 นานถึง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟิล์มกรองแสง Lamina CM ONE มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท (รุ่น PHEV) และ 9,900 บาท (รุ่น HEV) บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท บริการระบบตรวจสอบและสั่งการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถนาน 3 ปีเต็ม มูลค่า 10,500 บาท รวมถึงการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร*** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และในรุ่น PHEV มีการรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร*** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับรุ่น HEV ไม่จำกัดระยะทาง***

GWM Thailand 7
* เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ ALL NEW GWM HAVAL H6 ได้ที่ แอปพลิเคชัน GWM และ www.gwm.co.th
** ทุกทางเลือก ได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเก่า GWM ทุกรุ่น
รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท จากโปรโมชันที่เลือก เพียงแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของรถ GWM รุ่นใดก็ได้
*** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

GWM Thailand 9

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา GWM HAVAL H6 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพระดับโลก ประสิทธิภาพขั้นสูง และความสามารถในการตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่า ความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เรารู้สึกซาบซึ้งในความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศที่เลือกให้ GWM เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเดินทาง และขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับที่มีค่าต่อการพัฒนาแบรนด์ของเราอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบ 4 ปีของ GWM HAVAL H6 ในประเทศไทย GWM จึงตั้งใจมอบแคมเปญสุดพิเศษนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนความเชื่อมั่นของลูกค้าทุกท่าน และออกแบบข้อเสนอที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งรุ่น HEV และ PHEV เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการและสไตล์การใช้ชีวิตของตนเองได้มากที่สุด สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ GWM ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งาน (All Users) และตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ (All Scenarios) อย่างแท้จริง”

“เอ็มจี” ประกาศแต่งตั้ง กรรมการผู้จัดการคนใหม่ “ต๋า เซินเซิน” นำ เอ็มจี ก้าวสู่การเป็นองค์กรระดับโกลบอล

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ มร. ต๋า เซินเซิน (Mr. Da ShenShen) ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568เป็นต้นไป โดยจะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานและการวางกลยุทธ์ทั้งหมดของ เอ็มจี ในประเทศไทย ร่วมกับ มร. ซู๋ว์ หยิ่น (Mr. Xu Yin) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เพื่อก้าวสู่การพัฒนาในยุคใหม่ พร้อมเดินหน้าแผนกลยุทธ์องค์กรระดับโลก ประกอบด้วยการเป็น “ฐานการผลิต เอ็มจี ในอาเซียน ศูนย์กลางการส่งออกสู่ตลาดโลก รวมถึงสานต่อแบรนด์ให้เป็นที่นิยมในประเทศไทย”

MG 2

การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ของ มร. ต๋า เซินเซิน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางใหม่ให้กับ เอ็มจี ประเทศไทย โดย มร. ต๋า จะนำวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และมุมมองระดับสากลมาขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ “Globalization to Localization” หรือ GLOCAL 3.0 ซึ่งให้ความสำคัญกับ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) มานำเสนอแก่ผู้บริโภคชาวไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (HEV) เทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกเข้ากับการปฏิบัติการในระดับประเทศอย่างกลมกลืน

ทั้งนี้ มร. ต๋า เซินเซิน ได้เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติมากกว่า 20 ปี เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ของ SAIC-GM สาขาอู่ฮั่น (Wuhan) และสามารถยกระดับศักยภาพการผลิตสูงถึง 700,000 คันต่อปี ด้วยการวางระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพและทัดเทียมโรงงานระดับโลก โดยยังสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผล ทั้งยังเคยมีผลงานด้านกลยุทธ์ในฐานะกรรมการผู้จัดการที่ Shanghai Valeo Automotive Electrical Systems Co., Ltd. โดยมีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมส่งมอบเทคโนโลยีให้กับแบรนด์พรีเมียมระดับโลก ทั้งนี้ มร.ต๋า ถือเป็นผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ การขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและการวางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

มร. ต๋า เชิน เชิน กล่าวว่า “ตลาดประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ระดับโลกของ เอ็มจี เราต้องการผสานมาตรฐานระดับสากลเข้ากับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดในท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตที่สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง เป้าหมายของ เอ็มจี คือการทำให้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ให้ทุกครอบครัวของลูกค้าคนไทยได้รับประสบการณ์การเดินทางที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายและความอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป เอ็มจี จะยังคงยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และพัฒนาเทคโนโลยีบนพื้นฐานของคุณภาพ เพื่อเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง”

MG 4

การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ เอ็มจี ในการยกระดับกลยุทธ์และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสำคัญระดับภูมิภาคและระดับโลก ภายใต้การนำของ มร. ต้า เซินเซิน เอ็มจี ประเทศไทยจะเร่งเดินหน้าตาม 3 แกนกลยุทธ์หลัก ได้แก่:
• เร่งยกระดับการผลิตในประเทศและพัฒนาเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งในไลน์การผลิตและการขนส่งอะไหล่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์อัจฉริยะและพลังงานใหม่
• นำเสนอยานยนต์และบริการที่เป็นนวัตกรรม เพื่อนำพาผู้บริโภคสู่ยุคการเดินทางอัจฉริยะ
• สร้างประสบการณ์แบรนด์ที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น และขยายอิทธิพลของแบรนด์ในตลาด

อนึ่ง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอ็มจี ดำเนินธุรกิจภายใต้การบริหารของ มร. จ้าว เฟิง ซึ่งได้วางรากฐานที่มั่นคงให้แก่แบรนด์ สร้างแนวทางใหม่ และวางระบบองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้ เอ็มจี เติบโตอย่างต่อเนื่อง และพร้อมต่อยอดสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

MG 3

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

“นิสสัน” ส่งมอบ “นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์” ให้ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล

0
นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ 1

นิสสัน ประเทศไทย โดย วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย สายงานฝ่ายวางแผนองค์กร สายงานประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ และ ฝ่ายวิจัยการตลาด ส่งมอบรถ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ จำนวน 10 คัน ให้กับ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล (Drive Car Rental) โดยมี ธนวัต ตียาภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป เป็นผู้รับมอบ  

Nissan Serena e-Power 2

ธนวัต ตียาภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล กล่าวว่า “ที่ผ่านมา ลูกค้าให้ความสนใจ และเลือกเช่ารถยนต์ นิสสัน เซเรน่า ใหม่ เป็นจำนวนมาก ทำให้ครั้งนี้ทาง ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล ตัดสินใจเลือก นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่มองหารถใช้งานสะดวกสบาย ขับสนุก และตอบสนองการขับขี่ได้ดีด้วยระบบส่งกำลังที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% อย่างเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านความคุ้มค่า และความอุ่นใจในทุกการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล (Drive Car Rental) เป็นแบรนด์รถเช่าที่ได้รับการยอมรับระดับสากล และมีประสบการณ์ในการให้บริการมากกว่า 20 ปี ซึ่งนำไปสู่การได้รับรางวัล Customer Favorite Award จาก Rentalcars.com ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล เปิดให้บริการรถเช่ารายวัน แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ และการเช่าระยะยาวครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งลูกค้าสามารถเช่ารถได้จากจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต เป็นต้น

Nissan Serena e-Power 3

สำหรับลูกค้าที่สนใจเช่ารถนิสสัน เซเรน่า ใหม่ เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย สามารถติดต่อ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล สาขาศรีนครินทร์ โทร.02-821-5992 หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/drivecarrental.th/

“ตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย นิสสัน เซเรน่า ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าทั่วประเทศ โดยตอนนี้ทางนิสสันพร้อมส่งมอบรถยนต์ นิสสัน เซเรน่า ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงความนิยมในสมรรถนะและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง สำหรับลูกค้าที่อยากสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตัวเอง สามารถเข้ามาทดลองขับรถยนต์ นิสสัน เซเรน่า และรถยนต์นิสสันทุกรุ่น ได้ที่โชว์รูม ผู้จำหน่ายนิสสัน ใกล้บ้าน” วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย นิสสัน ประเทศไทย กล่าวเสริม

นิสสัน เซเรน่า อีพาวเวอร์ มาพร้อมกับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสัน ให้ประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่ราบรื่น ตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ โดยเป็นรถยนต์ MPV ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun” ที่พร้อมมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” ให้แก่ครอบครัวนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์ประทับใจในทุกการเดินทาง Big ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย มีทางเดินตรงกลางให้ความสะดวกสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง กระจกบานใหญ่รอบคันให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด Easy ด้วยประตูสไลด์อัตโนมัติพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ช่วยให้เข้าออกจากรถได้สะดวกแม้ในขณะที่มือไม่ว่าง และ ยังเป็นรถ MPV รุ่นเดียวในตลาดที่มีฝาท้ายอเนกประสงค์ (Dual Back Door) น้ำหนักเบา จึงเปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน และ Fun สนุกได้เต็มที่กับอิสระในการปรับที่เบาะที่นั่งภายในรถได้ถึง 13 รูปแบบรองรับทุกการใช้งานและบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่

 

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “BMW The i7 xDrive 60 M Sport” ลักซูรี่ซีดานไฟฟ้า พละกำลังกว่า 700 แรงม้า แถมยังวื่งได้ไกลกว่า 620 กม. ที่สุดแห่งค่ายใบพัดที่มากับความพรีเมียมในทุกมิติ

0
BMW The i7 9

BMW The i7 xDrive 60 M Sport ออกโชว์ตัวในวาระสำคัญเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นพาหนะรับ-ส่ง ผู้นำชาติต่างๆที่เข้าร่วมประชุม APEC ซึ่งในครั้งนั้นถือเป้นลอตพิเศษ จำนวนไม่เกิน 40 คัน วันนี้มิลเลนเนียม ออโต้ ในฐานะหัวเรือใหญ่ที่ได้รับมอบหมายจาก BMW Thailand เพื่อดูแลและจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ รวมถึงเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ที่ มิลเลนเนียม ออโต้ ได้ดำเนินกิจการ จึงเกิดโปรเจคพิเศษสำหรับส่วนลดและของแถม โดยจะแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้ แต่สำหรับลักซูรี่ซีดานไฟฟ้าหรูคันนี้ จะมีความพรีเมียมในด้านใด รวมถึงมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้างที่ถือเป็นไฮไลท์ ติดตามได้จากรายงาน

BMW The i7 ลักชัวรีซีดานที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของสายพันธุ์ 7 Series ในครั้งนี้มีด้วยกันถึง 2 รุ่นได้แก่ BMW The i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ราคา 9,249,000 บาท และ BMW The i7 xDrive60 M Sport ราคา 8,149,000 บาท

BMW The i7 1

BMW The i7 มากับมิติตัวถังที่มีความยาว 5,391 มม. กว้าง1,950 มม. และสูง 1,544 มม. ไฟหน้าแบบแยกส่วน เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ประดับด้วยคริสตัล Swarovski ล้อในรุ่นมาตรฐานขนาด 21 นิ้ว ส่วนรุ่น Gran Russo ขนาด 22 นิ้ว สีตัวถังแบบทูโทน รวมถึงมีเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพพื้นถนน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างและทำให้ราคาสูงกว่ารุ่นปกติ ด้านหน้าออกแบบสะท้อนทิศทางการออกแบบรถยนต์กลุ่มลักชัวรีของ BMW ยุคใหม่

BMW The i7 2

BMW The i7 3

ห้องโดยสารอัลตราลักชัวรี หรูหราระดับเฟิร์สคลาส ตกแต่งด้วยหนังแท้ Merino, คริสตัล Swarovski และหลังคาพาโนรามิกสกายเลานจ์ เบาะหลังถือว่าเป็นทีเด็ดในสไตล์ Executive Lounge ปรับเอนได้ พร้อมฟังก์ชันนวด อุ่น และระบายอากาศ

BMW The i7 4

จอหลังแบบ Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว (8K) รองรับ Amazon Fire TV และ HDMI พร้อมระบบปรับเบาะ/ม่าน/ไฟห้องโดยสาร ผ่านทัชสกรีนบริเวณประตูหลังพร้อมระบบเสียง 4D Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System 36 ลำโพง

BMW The i7 5

คอนโซลหน้ามากับจอ Curved Display 14.9 นิ้ว + 12.3 นิ้ว พร้อมระบบปฎิบัติการ BMW iDrive 8.5 มากับฟังค์ชั่นสั่งงานด้วยเสียง ‘Hey BMW’

BMW The i7 6

BMW The i7 ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากมอเตอร์คู่ ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไออออนขนาด 105 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม./ชาร์จ (WLTP) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 195 kW (10–80% ใช้เวลาประมาณ 34 นาที) และ AC 22 kW ทำงานร่วมกับช่วงล่างถุงลมแบบอะแด๊ปทีฟ พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้ออัตโนมัติ

BMW The i7 7

เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี มิลเลนเนียม ออโต้ ได้จัดราคาพิเศษ พร้อมExclusive Program สุดพิเศษสำหรับ BMW The i7 มูลค่ากว่า 6 แสนบาท ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมลูกค้า High Tea Reception & Exclusive test drive ในวันที่ 18-20 กรกฎาคมนี้ที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

BMW The i7 9

Exclusive program สุดพิเศษมีดังนี้
• BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
• ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี
• Wallbox Charger
• บัตรโดยสารสายการบินไทย ไป-กลับญี่ปุ่น จำนวน 4 ที่นั่ง(2 BC และ 2 ECO)
• กล่องใส่กุญแจ
• คะแนนสะสม Mobilife Point
• BMW Advance car eye 3.0 pro
• บัตรเครดิต UOB รูดจองสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่อน 0% นาน 3 เดือน

“อีซูซุ” แจกจริง กับแคมเพจ์นสุดพิเศษ “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์”

0
อีซูซุ 7

อีซูซุจัดแคมเพจ์นพิเศษ “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถอีซูซุ ดีแมคซ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2568 ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท จับรางวัลทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 22 รางวัล จำนวน 9 สัปดาห์ รวม 198 รางวัล คิดเป็นมูลค่ารวม 5,158,175.17 บาท

อีซูซุ 1ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” รถปิกอัพคุณภาพ “ดีแมคซ์ ดีจริง” ปิกอัพที่รวมทุกความต้องการไว้ครบ ทั้งในเรื่องความแรง ความประหยัดน้ำมัน ความทนทาน การเกาะถนน และความคุ้มค่า จับสลากครั้งแรกโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้แทนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและผู้แทนสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

อีซูซุ 2

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม https://www.isuzu-tis.com/specialoffer/pup/dmdj

หมายเหตุ
– สิทธิ์ในการลุ้นรางวัลจะถูกแบ่งตามรอบการจับรางวัล ผู้ที่ซื้อและรับรถในช่วงเวลาของรอบใด จะมีสิทธิ์ ลุ้นรางวัลเฉพาะในรอบการจับรางวัลของสัปดาห์นั้นๆ เท่านั้น และสิทธิ์ดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป
– ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และลูกค้า 1 สิทธิ์ จะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลจับสลากได้เพียง 1 ครั้ง (1รอบ) เท่านั้น ลูกค้านิติบุคคลและลูกค้ารายใหญ่ (Fleet Customer) สามารถร่วมแคมเพจ์นได้ และได้รับ 1 สิทธิ์เท่านั้น
– ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่มีการจับสลาก เวลา 18.00 น. ผ่านเพจ FB : All-New ISUZU D-Max และทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ พร้อมรายละเอียดการรับรางวัล
– ใบอนุญาตจับสลากเลขที่ 1047-1055/2568

เติม “บางจากไฮพรีเมียม” รับฟรีน้ำแร่ธรรมชาติ Limited Collection 4 ลวดลายสวยงามน่าสะสม

0
บางจากไฮพรีเมียม 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสมนาคุณสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติมน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ได้แก่ บางจากไฮพรีเมียม 97 หรือ บางจากไฮพรีเมียมดีเซล S ครบทุก 1,200 บาท รับฟรี น้ำแร่ธรรมชาติ 100% บรรจุกระป๋องลิมิเต็ดคอลเลกชัน จำนวน 1 กระป๋อง มูลค่า 25 บาท มีทั้งหมด 4 ลวดลายน่าสะสม ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2568 ถึง 15 ตุลาคม 2568 ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ พิเศษ! รับเพิ่ม ส่วนลดลิตรละ 3 บาท ทุกวันจันทร์จนถึงวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

บางจากไฮพรีเมียม 2

น้ำแร่ธรรมชาติบรรจุกระป๋อง ลิมิเต็ดคอลเลกชัน เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำที่ดีที่สุดในจังหวัดระนอง ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ปราศจากกำมะถัน มีปริมาณแร่ธาตุที่เหมาะสมต่อร่างกาย บรรจุกระป๋องลวดลายสวยงาม มี 4 ลายให้เลือกสะสม ได้แก่ Performance Power Protection และ Pureness ซึ่งสื่อถึงประสิทธิภาพน้ำมันบางจากไฮพรีเมียม และยังใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ 100% เป็นผลดีต่อสภาพแวดล้อม

บางจากไฮพรีเมียม 3

บางจากฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมันบางจากจากกลุ่มไฮพรีเมียม เป็นพรีเมียมแก๊สโซฮอล์และพรีเมียมดีเซลสูตรที่ดีที่สุดของบางจาก ที่คัดสรรเนื้อน้ำมันและมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรที่พัฒนาและทดสอบจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ได้น้ำมันพรีเมียมที่มีค่าออกเทนและซีเทนสูงเหนือกว่ามาตรฐาน พร้อมทำความสะอาดหัวฉีดได้อย่างหมดจด เป็นพลังสะอาดที่ให้สมรรถนะทั้งความแรง และการปกป้องเครื่องยนต์ถึง 100% เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://hipremium.bangchakmarketplace.com/

 

Leapmotor สร้างประวัติศาสตร์ใหม่! ครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่มสตาร์ทอัพ NEV ในจีน

0
Leapmotor 1

Leapmotor ก้าวสู่จุดสูงสุดในสมรภูมิรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ด้วยการคว้า อันดับ 1 ด้านยอดขายรวม ในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ NEV ของจีน ประจำเดือนมิถุนายน 2025 พร้อมครองแชมป์ยอดขายรวม ตลอดครึ่งปีแรกของปี 2025 ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตแบบก้าวกระโดด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เดือนมิถุนายน 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Leapmotor กับยอดส่งมอบ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 48,006 คัน เติบโตถึง 138% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) และยังเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันที่ Leapmotor มีตัวเลขการส่งมอบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 25,170 คันในเดือนมกราคม สู่ 48,006 คันในเดือนมิถุนายน หรือเพิ่มขึ้นถึง 91% ในช่วงครึ่งปีแรก ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงการดำเนินงานที่เป็นระบบ ทั้งในด้าน การจัดการซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแบรนด์ Leapmotor ยอดขายสะสมของ Leapmotor ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 รวมกว่า 221,664 คัน ขึ้นแท่น อันดับ 1 ในกลุ่มสตาร์ทอัพ NEV ของจีนอย่างมั่นคง Leapmotor ยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จจากปี 2024 ซึ่งสามารถส่งมอบรถได้ถึง 293,724 คัน เติบโตเกือบเท่าตัวจากปี 2023 เปลี่ยนสถานะจาก ผู้ท้าชิง สู่ ผู้นำเบอร์หนึ่ง ของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่สตาร์ทอัพจีนอย่างเต็มภาคภูมิ

Leapmotor ไม่เพียงแค่เติบโต แต่กำลังขับเคลื่อนอนาคตใหม่ของวงการยานยนต์ไฟฟ้าในจีน