Home Blog Page 52

“นิสสัน ประเทศไทย” ร่วมเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น

0
นิสสัน ประเทศไทย 1

นิสสัน ประเทศไทย มีความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในโอกาสอันสำคัญนี้     นิสสันได้นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ (Nissan X-TRAIL e-POWER) ซึ่งสะท้อนด้านคุณภาพแบบญี่ปุ่นและเทคโนโลยียานยนต์ขั้นสูงของแบรนด์ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางในชีวิตประจำวัน ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ การควบคุมที่เหนือชั้น และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ มอบประสบการณ์ขับขี่ที่มั่นใจและสนุกสนานให้แก่ลูกค้า

โทชิฮิโร ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โอกาสนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เราภูมิใจที่ได้นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ (Nissan X-TRAIL e-POWER) ซึ่งเป็นรุ่นที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและคุณภาพแบบญี่ปุ่นของนิสสัน ตลอดจนความมุ่งมั่นของเราที่จะส่งมอบโซลูชันด้านการขับเคลื่อนซึ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า และเป็นตัวแทนของค่านิยมร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ”

 

 

 

“คอนติเนนทอล ไทร์ส” ปล่อยเสียงเพลง Confidence Jingle ท่วงทำนอง ที่ได้แรงบันดาลใจจากยางรถยนต์ พร้อมจุดประกายให้ทุกคน GO ALL OUT อย่างมั่นใจ

0
คอนติเนนทอล ไทร์ส 1

คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลกจากประเทศเยอรมนี เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Make Way for Confidence” เปิดตัว ‘Confidence Jingle’ ในฐานะ Brand Jingle ที่ทำหน้าที่เป็นเสียงแทนตัวตนของคอนติเนนทอล ที่ถ่ายทอดพลังแห่งความมั่นใจผ่านจังหวะ และเสียงของการเคลื่อนไหว โดยถูกออกแบบให้เป็นองค์ประกอบทางเสียงของแบรนด์ และเป็นส่วนหนึ่ง ของการขับเคลื่อนแคมเปญ “GO ALL OUT” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับผู้คนในทุกการเดินทาง และทุกจังหวะของชีวิต

คอนติเนนทอล ไทร์ส 2

Confidence Jingle คือ Brand Jingle ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “ความมั่นใจ” ผ่านเสียง และจังหวะของการเคลื่อนไหว สะท้อนบทบาทของคอนติเนนทอล ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง ไม่เพียงมอบความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังเป็นแรงสนับสนุนที่ช่วยให้ผู้คนกล้าก้าวไปข้างหน้า
ค้นพบตัวตน และเติบโตผ่านประสบการณ์ทั้งบนท้องถนน และในชีวิตประจำวัน

แบรนด์จิงเกิลนี้ถูกสร้างสรรค์ร่วมกับ ร็อค เฉิน (ROC Chen) คีตกวี และนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงระดับสากล ที่มีความโดดเด่นด้านการผสมผสานดนตรีตะวันออกและตะวันตก
เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของ “
Confidence” ในรูปแบบที่ร่วมสมัย และทรงพลัง แนวคิดของงานชิ้นนี้ได้รับ
แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ “ม้า” ไอคอนสำคัญของแบรนด์คอนติเนนทอล ซึ่งสะท้อนพลัง ความแข็งแกร่ง
และการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ โดยใช้ยางรถยนต์เป็นเสมือนเครื่องดนตรี ถ่ายทอดผ่านจังหวะของการเคาะยาง
เพื่อเลียนเสียงฝีเท้าม้าที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง สื่อถึงการมุ่งไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ และหนักแน่น สอดคล้องกับแนวคิด “Year of the Horse” เพื่อต้อนรับปีม้า และเป็นจุดเชื่อมโยงของแคมเปญ “GO ALL OUT”
ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางซึ่งมากกว่าการขับขี่ แต่คือการเปิดทางให้ผู้คนได้เชื่อมต่อกับโลก รอบตัว และ
กับตัวเอง ผ่านการลงมือทำ ประสบการณ์ และการเติบโตในทุกเส้นทางของชีวิต ถ่ายทอดการเดินทางในทุกมิติ
โดยมี “ความมั่นใจ” เป็นแกนกลาง และหลอมรวมทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือการผจญภัยนอกเส้นทาง
ให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกันภายใต้ความเชื่อมั่นที่แบรนด์มอบให้แนวคิดของ Confidence Jingle ยังสอดคล้องกับผลการศึกษา Continental APAC Confidence Report 2026 ซึ่งจัดทำขึ้นใน 6 ตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพบว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าความมั่นใจเกิดจากการกระทำเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนอย่างเพียงพอ การดูแลสุขภาพ การเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือการรักษาความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การสร้างกิจวัตรประจำวัน การพัฒนาตนเอง และ
การเชื่อมต่อทางสังคม คือรากฐานสำคัญของความมั่นใจในทุกช่วงวัย

คอนติเนนทอล ไทร์ส 5

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษายังสะท้อนความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชัน โดยกลุ่ม Gen Z เผชิญแรงกดดันทางสังคมมากที่สุด ขณะที่ Millennials และ Gen X ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคทุกกลุ่มเห็นตรงกันว่า สุขภาพกายใจ และการดูแลตัวเอง คือหัวใจของการสร้างความมั่นใจ และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในชีวิตประจำวัน

ตลอดปี 2569 คอนติเนนทอล จะเดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ “GO ALL OUT” อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ Confidence Jingle เป็นสัญลักษณ์ของทิศทางแบรนด์ เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของผู้คน การเดินทาง และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล้าที่จะออกไปใช้ชีวิต และก้าวไปให้สุดในทุกเส้นทางของตนเองด้วยความมั่นใจ

 

 

 

 

“SPIRIT 4×4” นำขบวนคาราวานลุยเส้นทางโหด มอบสิ่งของให้กับโรงเรียนบ้านเสาหิน จ.แม่ฮ่องสอน

0
SPIRIT 4x4 1

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo”   นำขบวนนักเรียน Spirit เดินทางรูปแบบ Caravan 4×4 ได้พิสูจน์ฝีมือใช้ทักษะที่อบรมมาจริง มอบสิ่งของให้กับ รร.บ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

SPIRIT 4x4 2

โดยใช้เส้นทาง ตาก-แม่สอด-แม่สะเรียง-บ้านเสาหิน-โพซอ ผ่านเส้นทางท้าทาย ข้ามห้วยวัดใจลานหิน   ที่บ้านโพซอ เป็น รร.ที่ไม่มีไฟฟ้า  ต้องใช้ไฟฟ้าระบบโซล่าเซลล์  เดินทางลำบาก เส้นทางทุรกันดาร อยู่ห่างชายแดนพม่าเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงสกอ ไทใหญ่  เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 157 คน มีครู และบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 18 คน สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆ คุณครู  และผู้ร่วมคาราวานเป็นอย่างมาก

SPIRIT 4x4 4

ผจญภัยกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ฉลอง Love Your Pet Day ด้วย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม

0
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 1

เพราะคำว่าครอบครัว ไม่ได้หมายถึงแค่คนเสมอไป ในวันนี้สัตว์เลี้ยงจึงไม่ไช่แค่เพื่อนแก้เหงา แต่คือสมาชิกคนสำคัญที่มาเติมเต็มความสุขและได้รับความรักเสมือนครอบครัวอย่างแท้จริง สิ่งนี้สะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยจากการวิเคราะห์ของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี ที่คาดว่าจะขยายตัว 13.2% ในปี 2568 และทะลุ 100,000 ล้านบาทในปี 2569[1] ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็สังเกตเทรนด์ดังกล่าวเช่นกัน และระบุว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงมีการใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณร้อยละ 20[2] ทำให้เจ้าของจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมมากขึ้น เพื่อให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทุกคน

Ford Love Your Pet Day

“สิ่งแรกที่เจ้าของควรตรวจสอบก่อนพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางคือ สัตว์เลี้ยงควรมีอายุมากกว่าสามเดือน ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพทุกครั้งก่อนออกทริป” สัตวแพทย์หญิงศิริรัตน์ อัมหิรัญ ผู้เชี่ยวชาญที่สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทาง ร่วมกับสัตว์เลี้ยง พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวจะคุ้นเคยหรือชอบการออกนอกบ้าน “ก่อนพาออกทริปผจญภัย เจ้าของควรเริ่มฝึกน้องๆ ให้ลองนั่งรถล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณสามเดือน หรือเริ่มฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเริ่มจากการเดินทางระยะสั้นๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มระยะทาง เพื่อช่วยให้น้องปรับตัวและลดความเครียดระหว่างการเดินทาง”

นอกจากการเตรียมความพร้อมของสัตว์เลี้ยงแล้ว รถที่ใช้เดินทางก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเดินทางราบรื่น โดยควรเป็นรถที่สามารถรองรับการดูแลสัตว์เลี้ยงระหว่างทางได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการมีผ้าปูรองเพื่อความสะอาด ระบบระบายอากาศที่ดี และมีพื้นที่ภายในที่เพียงพอ สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างแมว ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับการขับถ่าย รวมถึงตะกร้าหรือกระบะทรายในตำแหน่งที่เหมาะสม รถเอสยูวีหรือรถนั่งอเนกประสงค์สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่มากกว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของรถอเนกประสงค์ที่มีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการพาสัตว์เลี้ยงแสนรักออกทริปได้อย่างสะดวกสบาย

Ford Love Your Pet Day3

การขับขี่ที่นุ่มนวล นั่งสบายทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

การนั่งรถมีผลกับสัตว์เลี้ยงมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะหากเส้นทางมีความสมบุกสมบัน การฝึกสัตว์เลี้ยงให้นั่งรถควบคู่ไปกับการใช้รถที่รองรับแรงกระแทกได้ดี จะช่วยลดความกังวลและความเครียดของสัตว์เลี้ยงเมื่อต้องเดินทางในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย

ไม่ว่าเส้นทางจะท้าทายแค่ไหน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ก็พร้อมมอบความนุ่มนวลให้ทุกคนในครอบครัว ด้วยระบบช่วงล่างหลังแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิ้งก์ ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับแรงสั่นสะเทือนจากทางขรุขระโดยเฉพาะ ช่วยให้รถนิ่ง นั่งสบาย ลดอาการเวียนหัวและเมารถได้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ให้ทุกการออกไปผจญภัยมีแต่รอยยิ้ม (และอย่าลืมพกยาแก้เมารถเผื่อไว้ให้เจ้าตัวเล็กเพื่อความมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยล่ะ!)

อากาศถ่ายเทดี น้องๆ ก็แฮปปี้ แถมปลอดภัยกว่าที่เคย

Ford Love Your Pet Day 4

ภาพน้องหมาโผล่หน้าออกมารับลมริมหน้าต่างอาจดูน่ารักและช่วยให้เขาหายเมารถได้ในวันเดินทางสบายๆ แต่เมื่อไรที่ต้องเปลี่ยนมาเป็นการเดินทางแบบออฟโรดฝุ่น หิน และกิ่งไม้ ที่ปลิวว่อนอาจจะเป็นอันตรายต่อสมาชิกสัตว์เลี้ยงของเราได้มากกว่าที่คิด

 

ทางเลือกที่ปลอดภัยและชาญฉลาดกว่าคือการใช้ระบบระบายอากาศที่ดีภายในตัวรถ เช่น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เราสามารถใช้ประโยชน์จาก Panoramic Moonroof เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทได้โดยไม่จำเป็นต้องให้น้องๆ ชะโงกศีรษะออกไปนอกรถ เพียงแค่เปิดแง้มหลังคาไว้ อากาศภายนอกก็สามารถหมุนเวียนเข้าสู่ห้องโดยสารให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงรู้สึกสดชื่นได้โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายนอกหน้าต่าง ให้ทุกการผจญภัยเต็มไปด้วยความสบาย พร้อมความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ การแง้มหลังคายังช่วยระบายความร้อนสะสมและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของสัตว์เลี้ยง รวมถึงช่วยระบายฝุ่นและขนสัตว์ออกจากห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและสุขอนามัยตลอดการเดินทาง แม้ต้องอยู่บนรถเป็นเวลานาน

ดูแลสัตว์เลี้ยงได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

 หลังจากวันแห่งการผจญภัย สุนัขอาจกลับมาพร้อมโคลน คราบน้ำ และกลิ่นที่บอกเล่าว่าวันนี้สนุกแค่ไหน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ การทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เข้าใจในจุดนี้ จึงติดตั้งช่องต่อปลั๊กไฟ 230V (400W) ไว้บริเวณเบาะนั่งแถวสอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสียบพัดลมเพื่อช่วยเป่าขนให้แห้งก่อนขึ้นรถ การเชื่อมต่อเครื่องอาบน้ำแบบพกพาเพื่อทำความสะอาดอย่างทั่วถึง หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นพกพาเพื่อจัดการคราบสกปรกภายในรถอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามควรเช็กจำนวนวัตต์การใช้ไฟของอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำไปด้วยทุกครั้ง

Ford Love Your Pet Day 5

สัตวแพทย์หญิงศิริรัตน์แบ่งปันเกร็ดความรู้เพิ่มเติมว่า อีกเรื่องสำคัญที่หลายคนอาจไม่รู้ สุนัขหน้าสั้นอย่างปั๊กและบูลด็อก หรือสุนัขเมืองหนาวอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ มีความเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกสูง หากวิ่งเล่นในอากาศร้อนนานเกินไป อาจมีอาการชักหรือหมดสติได้ การมีปลั๊กไฟบนรถอาจช่วยชีวิตน้องได้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อเสียบอุปกรณ์ช่วยหายใจหรือพัดลมระบายความร้อนได้ทันที

วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ให้ผจญภัยสนุกได้เต็มที่

ฟอร์ดรู้ดีว่าความเลอะเทอะคือส่วนหนึ่งของความสนุกสนานในการพาน้องๆ ไปผจญภัย จึงออกแบบห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุ้งเท้าที่เปื้อนโคลน หรือขนสัตว์ที่ร่วงหล่นตามเบาะ ด้วยเบาะหนังเกรดพรีเมียมที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย วัสดุภายในที่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหนัก ช่วยให้เจ้าของรถและสัตว์เลี้ยงจัดการกับความวุ่นวายหลังจบทริปได้ในพริบตา จะฝุ่น หรือโคลนเฉอะแฉะแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่เช็ดทำความสะอาดง่ายๆ ทุกอย่างก็กลับมาใหม่เอี่ยม พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไป

“GWM ORA 5” ขึ้นแท่นรถยนต์คันแรกของโลก คว้ารางวัลใหญ่จาก London Design Awards ด้วยแนวคิด “Natural Aesthetics” โดดเด่นในทุกมุมมอง คุณค่าเหนือระดับในทุกมิติ

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ORA 5 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการคว้ารางวัลสูงสุดในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ จากเวที London Design Awards 2025 รางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพลังของแนวคิด “Natural Aesthetics” ที่ถ่ายทอดความงามแห่งธรรมชาติผ่านเส้นสายอันพลิ้วไหวและสัดส่วนที่ลงตัวของ GWM ORA 5 ที่สร้างเอกลักษณ์โดดเด่นจนสามารถพิชิตใจคณะกรรมการจากทั่วโลก และทำให้เป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับการผลิตจริงและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดในสาขาดังกล่าวจากเวทีนี้ได้สำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพด้านการออกแบบของ GWM บนเวทีระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ

GWM (Thailand) 2

London Design Awards เป็นเวทีประกวดด้านการออกแบบระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดย International Awards Associate (IAA) องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและยกย่องผลงานสร้างสรรค์จากทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อยกย่องผลงานออกแบบและโครงการสร้างสรรค์อันโดดเด่นจากทั่วโลก รางวัลดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในรางวัลที่สะท้อนมาตรฐานความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมการออกแบบ เวทีนี้เปิดกว้างสำหรับนักออกแบบทุกแขนง สะท้อนบทบาทของรางวัลในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่ส่งเสริมศักยภาพและยกระดับวงการออกแบบสู่เวทีสากลอย่างแท้จริง

ปรัชญาการออกแบบ GWM ORA 5: ความงามที่นิยามกระแสใหม่

GWM (Thailand) 3

เบื้องหลังความสำเร็จบนเวทีระดับโลก GWM ORA 5 ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบภายใต้แนวคิด “Natural Aesthetics” หรือสุนทรียศาสตร์แห่งธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นภาษาสากลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน โดยทีมออกแบบของ GWM มุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เพียงสะท้อนความงามตามกระแส แต่เป็นความงามที่สามารถนิยามกระแสใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านแนวคิด “Full-Curved Surface” ที่ใช้เส้นสายโค้งมนทั่วทั้งคัน แทนที่เส้นตรงแข็งกระด้างแบบการออกแบบอุตสาหกรรมดั้งเดิม เส้นสายตัวถังได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นโค้ง Fibonacci หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Golden Ratio ที่สร้างความสมดุลและความงามในทุกมิติ ทั้งในขณะเคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง

GWM (Thailand) 5

พลิกโฉมการออกแบบยนตรกรรม สู่สุนทรียศาสตร์แห่งความลื่นไหลและสมดุล

การออกแบบภายนอกของรถได้ถ่ายทอดแนวคิด “Full-Surface Fluid Sculpture” ด้วยพื้นผิวที่ลื่นไหลเสมือนเมฆและสายน้ำ ไหลรวมสู่ด้านท้ายอย่างสง่างามคล้ายน้ำตก พร้อมรูปทรงตามหลักแอโรไดนามิก Aerodynamics ที่สร้างภาพลักษณ์ดุจโลหะเหลวเคลื่อนไหว พร้อมการนำเทคนิค Biomimetic มาออกแบบไฟหน้าให้มีทรงคล้ายหยดน้ำ และไฟท้ายที่ช่วยเสริมความต่อเนื่องของเส้นรอบตัวรถอย่างลงตัว สะท้อนแนวคิดการออกแบบจากธรรมชาติที่ลดความแข็งกระด้างของรถยนต์แบบเดิม ๆ และสร้างความรู้สึกเป็นมิตร กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในเมือง ภายใต้แนวคิดหลัก “Born from Nature, Thriving in the City”

GWM (Thailand) 6

ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั่วโลก สู่ผลงานออกแบบที่สมบูรณ์แบบสำหรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

GWM (Thailand) 6

รายละเอียดการออกแบบยังสะท้อนแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสีตัวถัง “Seine Grey” ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Claude Monet ที่ถ่ายทอดความงามของแสงและธรรมชาติผ่านโทนสีเทา-เงินอย่างมีมิติ หรือ “Aurora Green” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์แสงเหนือ ตอกย้ำแนวคิด Natural Aesthetics ที่ผสานศิลปะและธรรมชาติเข้ากับงานออกแบบรถยนต์อย่างลงตัว เสริมด้วยห้องโดยสารที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “Triple Moments of Time” ผ่านการจัดองค์ประกอบของแสง สี และพื้นที่ว่างอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนบรรยากาศแสงธรรมชาติตั้งแต่ยามเช้าจรดเที่ยงคืน เปลี่ยนพื้นที่ภายในให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สงบและผ่อนคลาย เบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของชาวเอเชีย พร้อมวัสดุผ้าตาข่าย 3D โฟมบริสุทธิ์ และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน การจัดพื้นที่เก็บของอย่างใส่ใจ รวมถึงกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟ LED ขนาดใหญ่ ยังสะท้อนความเข้าใจไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ในทุกมิติ องค์ประกอบทั้งหมดนี้ไม่เพียงตอกย้ำความพิถีพิถันด้านการออกแบบ แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ORA 5* คว้ารางวัลสูงสุดจาก London Design Awards

*สีและรายละเอียดของรถยนต์แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเทศ

GWM (Thailand) 7

ความสำเร็จบนเวทีการออกแบบระดับนานาชาติครั้งนี้ ที่ GWM ORA 5 ก้าวขึ้นเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับการผลิตจริงและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นถึงความโดดเด่นของ ORA 5 ในฐานะรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสานความงามจากธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว ไม่เพียงสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ยังยกระดับมาตรฐานการออกแบบยนตรกรรมให้ตอบโจทย์ทั้งด้านสุนทรียศาสตร์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และศักยภาพของ GWM ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจชาวไทยได้ร่วมสัมผัสดีไซน์อันโดดเด่นของ GWM ORA 5 อย่างใกล้ชิด และเตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

GWM (Thailand) 8

 

 

 

 

“ฮอนด้า ซีวิค” ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

0
ฮอนด้า ซีวิค 2

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบฟูลไฮบริด e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

โดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

  • ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

 

  • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท

ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท

ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569

  • ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**

Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย

– ฟรี ประกันภัย 1 ปี

– ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

– ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

  • ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
  • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
    รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*
  • สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
    ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

ฮอนด้า ซีวิค 4

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์:honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

“เอเอเอสฯ” ยกยนตรกรรมปอร์เช่จัดแสดง ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ พร้อมรังสรรค์ค่ำคืนแห่งสมรรถนะ

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านกิจกรรม AAS Roadshow at Central Chiangmai ระหว่างวันที่ 16–22 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการยกทัพยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่หลากหลายรุ่นสู่จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมแห่งภาคเหนือ เพื่อถ่ายทอดความเร้าใจในทุกมิติให้แก่ผู้หลงใหลในปอร์เช่ ผ่านกิจกรรมพิเศษ 3 รูปแบบ ได้แก่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 2

  • AAS Roadshow at Central Chiangmai

เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสตัวตนของยนตรกรรมปอร์เช่ผ่านการจัดแสดงรถหลากหลายรุ่นที่สะท้อนแนวคิด Performance ในแต่ละมิติ ตั้งแต่สปอร์ตคาร์ไอคอน ไปจนถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและสปอร์ตเอสยูวี พร้อมกิจกรรม Exclusive On-Road Test Drive ที่ออกแบบให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะจริงภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเอเอเอสฯ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

  • Porsche Service Excellence in Chiangmai

บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ปอร์เช่ตามมาตรฐานโรงงาน สำหรับสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ในภาคเหนือ ที่ทำการนัดหมายล่วงหน้า

  • An Exclusive High-Performance Gathering Presented by Central Chiangmai In Collaboration with Porsche AAS

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือค่ำคืนแห่งการรวมตัวของผู้หลงใหลยนตรกรรมสมรรถนะสูง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 4

AAS Roadshow at Central Chiangmai

กิจกรรมไฮไลต์ของการมาเยือนเมืองเหนือในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เปิดโอกาสให้ชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงได้สัมผัสเสน่ห์ของยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 5

ภายในงานยกขบวนปอร์เช่ทั้งสิ้น 5 รุ่น ที่ถ่ายทอดตัวตนของสมรรถนะและดีไซน์ในหลากหลายมิติ นำโดย ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ในสี Cartagena Yellow Metallic ไอคอนแห่งโลกสปอร์ตคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบเทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 394 PS เร่งจาก 0–100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.1 วินาที, ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) สี Black เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของปอร์เช่ บนแพลตฟอร์ม PPE ให้กำลังสูงสุด 360 PS วิ่งไกลกว่า 600 กม. ตามมาตรฐาน WLTP, ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส (Taycan 4S) สี Carmine Red สปอร์ตซาลูนไฟฟ้าโมเดล J1.II ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะ แรงบิด และระยะทางการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่สูงสุด 105 kWh, ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม (Taycan 4 Cross Turismo) สี Shade Green สปอร์ตไฟฟ้าที่ครอบครัวและยังคงความโฉบเฉี่ยวและ ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) สี Carrara White Metallic สปอร์ตเอสยูวีคูเป้พลังไฮบริด V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 519 PS พร้อมมีรถส่งมอบ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 6

พร้อมกันนี้ เอเอเอสฯ ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับของปอร์เช่ผ่านกิจกรรม Exclusive On-Road Test Drive กับปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) และ  ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากเอเอเอสฯ ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงของปอร์เช่ในทุกมิติ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 8

สิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับ Taycan J1 II, Macan H2 และปอร์เช่รุ่นอื่น ๆ โดยผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานทุกรุ่น จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมายจากเอเอเอสฯ และพันธมิตร ดังนี้ หมวก Porsche Thailand, ร่ม AAS-Porsche x Mobil1, กระเป๋า AAS-Porsche x Mobil1, Okawari Sasanishiki Japanese Rice ข้าวญี่ปุ่นพรีเมี่ยมสายพันธุ์ซาซานิชิกิ, ของที่ระลึก พร้อมประกัยภัยเงื่อนไขความคุ้มครองยาง และ แม็กซ์ 100% (ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี) จาก ERGO ประกันภัย, ฟิล์มเซรามิกรุ่น Black Porsche จากแบรนด์ Protektion By Midas* (จำนวนจำกัด)

Porsche Service Excellence in Chiangmai

บริการหลังการขายระดับมาตรฐานโรงงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บี-ควิก สาขา ดอนจั่น จังหวัด เชียงใหม่ สำหรับสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ในภาคเหนือ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ปอร์เช่สามารถนัดหมายล่วงหน้าเพื่อนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพ

An Exclusive High-Performance Gathering Presented by Central Chiangmai In Collaboration with Porsche AAS

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ คือค่ำคืนสำหรับผู้หลงใหลยนตรกรรมปอร์เช่ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมของ Porsche Community ผ่านบรรยากาศแบบใกล้ชิดและเป็นกันเอง ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสรถยนต์หลากหลายรุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมการปรากฏตัวของรถแข่ง Porsche 911 GT3 R (992) จากทีม AAS Motorsport by EBM แชมป์ประเทศไทย Thailand Super Series 2025 รุ่น Supercar GT3 ซึ่งสะท้อนรากฐานมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ ค่ำคืนถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานจัดแสดงรถยนต์ ผ่านกิจกรรม Photo Moment และ Live Painting Showcase ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากยนตรกรรมปอร์เช่ ผสานดนตรี อาหาร และวัฒนธรรมล้านนา เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมของลูกค้าและผู้หลงใหลในแบรนด์อย่างแท้จริงสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 091-191-1911

เอเอเอสฯ ยังคงมุ่งมั่นในการถ่ายทอดประสบการณ์ปอร์เช่ที่น่าจดจำสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ควบคู่กับการให้บริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัว  เอเอเอสฯ ในภาคเหนือ และสะท้อนถึงความใส่ใจในการให้บริการ

 

 

“Primus Group” เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

0
Primus Group 1

คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

Primus Group 2

ในการเข้าพบครั้งนี้ นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข (รูป2 ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, นายภูวสิษฐ์  ฐิติธนภานุพงศ์ (รูป2 ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา / บายพาส ชลบุรี”, นายวีรยุทธ หว่างวงษ์แก้ว (รูป2 ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา”, และ นายธีรภัทร์ เกตุแก้ว (รูป2 ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย  “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

Primus Group 3

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา

Primus Group 4

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

Primus Group 8

เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เมโทร กรุ๊ป” คว้าสิทธิ์จัดจำหน่าย “หงษ์ฉี : HONGQI” รถหรูชั้นผู้นำ เดินหน้าปักธงในตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีและพรีเมียม

0
เมโทร กรุ๊ป 1

เมโทร กรุ๊ป ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท China FAW Group Import & Export จำกัด รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่าย “HONGQI” (หงษ์ฉี) รถยนต์ระดับหรูที่เป็น “แบรนด์ประวัติศาสตร์” ของจีนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ เมืองฉางชุน สาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายในประเทศ การสร้างแบรนด์ การขาย การส่งเสริมการตลาด และบริการหลังการขาย นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของวงการยานยนต์ไทย เมื่อแบรนด์รถยนต์ที่เก่าแก่จนเป็นตำนาน และทรงเกียรติที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

เมโทร กรุ๊ป 2

นายบดินทร์ บุญวิสุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมโทร กรุ๊ป เผยว่า “หงษ์ฉี” (HONGQI) เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและภาพลักษณ์สุดหรู เป็นรถยนต์ระดับผู้นำของประเทศที่ผลิตโดย FAW Group (First Automotive Works) บริษัทรถยนต์บริษัทแรกของประเทศจีนที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลกลางของจีน ซึ่งจะเปิดตัวในตลาดรถยนต์เมืองไทยอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปีนี้ โดยมีเมโทร กรุ๊ปเป็นผู้จัดจำหน่าย และมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งเป็นพาร์ทเนอร์ที่ร่วมวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ “หงษ์ฉี” เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับหรูที่แข็งแกร่งในประเทศไทย นำเสนอศักยภาพความโดดเด่นทางด้านรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะ คุณภาพ และความเชื่อมั่นในความปลอดภัยระดับสากล โดยมีจุดแข็งของเมโทร กรุ๊ปที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจยานยนต์ไทยมากว่า 70 ปี บริหารงานสืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 3  มาช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องกิจกรรมด้านการตลาด การให้บริการที่ครบวงจร การบริการหลังการขาย และความพร้อมของอะไหล่ เพื่อให้แบรนด์ “หงษ์ฉี” แจ้งเกิดในประเทศไทยอย่างสมศักดิ์ศรี

เมโทร กรุ๊ป 3

“หงษ์ฉี” หรือ HONGQI มีความหมายว่า ธงแดง เป็นรถยนต์ที่ถูกใช้เป็นยานพาหนะผู้นำจีน จนกลายเป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของประเทศ รถยนต์ “หงษ์ฉี” ที่จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยจะเป็นรถยนต์ตั้งแต่ระดับอัลตร้าลักชัวรี (Ultra Luxury) จนถึงระดับพรีเมียม (Premium) เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ระดับหรู รวมทั้งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวต่อเนื่องจากกลุ่มแมสไปสู่การตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมอย่างจริงจังมากขึ้น

เมโทร กรุ๊ป 2

“ผมประทับใจในรถยนต์ “หงษ์ฉี” มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก  รู้จักในฐานะรถยนต์ประจำตัวของท่านผู้นำจีน ยิ่งได้เข้ามาทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนมากขึ้น ยิ่งรู้สึกว่า “หงษ์ฉี” เป็นรถยนต์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร จึงเข้าไปทำความรู้จักกับ FAW Group จนต่างฝ่ายต่างมั่นใจ และด้วยสัมพันธ์อันดีทางการทูตระหว่างไทยกับจีน ทำให้ “หงษ์ฉี” เลือกเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเป็นประเทศต้นๆ ในกลุ่มพวงมาลัยขวา  และเป็นสื่อกลางที่สะท้อนสัมพันธภาพระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ผมและเมโทร กรุ๊ปหวังว่าจะได้มีโอกาสนำเสนอรถยนต์ แบรนด์อื่นๆ ของ FAW Group ต่อไปในอนาคต” นายบดินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

เมโทร กรุ๊ป 2

ปัจจุบัน FAW Group ส่งออกรถยนต์ “หงษ์ฉี” ไปยัง 87 ประเทศ และหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศมากกว่า 120 ราย ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย  เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่จะมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในอนาคต

 

 

 

“นิสสัน” จับมือกระทรวง อว. พัฒนาหลักสูตรด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า พร้อมยกระดับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการผ่านเทคโนโลยี e‑POWER

0
นิสสัน 2

นิสสัน ประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้โครงการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการโดยใช้เทคโนโลยี e‑POWER ของนิสสันเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาไทยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าของ นิสสัน อย่างใกล้ชิด ทั้งสำหรับนักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา

“ยานยนต์ไฟฟ้า” ในโครงการนี้ครอบคลุมรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ e‑POWER ของนิสสัน โดยความร่วมมือระหว่างนิสสันกับกระทรวง อว. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการนำ e‑POWER ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน มาเป็นแกนหลักของการพัฒนาหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกด้านวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรม

เทคโนโลยี e‑POWER เป็นระบบขับเคลื่อนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยล้อรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน การเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม e‑POWER จะช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาองค์ประกอบสำคัญของระบบ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบจัดการพลังงาน ผ่านการสาธิตจริงและโมดูลการฝึกอบรมที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อเชื่อมโยงความรู้ด้านทฤษฎีกับการปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยี e‑POWER ถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางการพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าของนิสสัน ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้เราสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิศวกรรมด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ภาคการศึกษาไทยได้อย่างลึกซึ้งและจับต้องได้ ผ่านการส่งมอบเทคโนโลยีจริง สื่อการเรียนรู้ และข้อมูลเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของนิสสัน เรามุ่งหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้แก่ทั้งนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา”

ภายใต้ระยะเวลา 2 ปีของความร่วมมือ นิสสันจะทำงานร่วมกับกระทรวง อว. และสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสาธิตทางเทคนิค และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบ e‑POWER โดยมีสถาบันอุดมศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยียานยนต์เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในระยะแรก นอกจากนี้ วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของนิสสันจะลงพื้นที่เพื่อจัดการสาธิตเชิงเทคนิค การเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงาน และเวิร์กช็อป เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาไทยให้สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยีด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่กำลังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ โดยไม่ทดแทนหลักสูตรที่มีอยู่เดิม แต่เพิ่มประสบการณ์เรียนรู้จากเทคโนโลยีจริง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นโครงสร้างของระบบ ตรวจวิเคราะห์ และเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจริงได้อย่างครบถ้วน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการสนับสนุนชุมชนด้านการศึกษาของประเทศไทย และเสริมสร้างทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่สอดคล้องกับพัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและอนาคต