Home Blog Page 53

“ALL NEW SUZUKI FRONX” เริ่มส่งมอบถึงมือลูกค้ากลุ่มแรก พร้อมเชิญชวนลูกค้าทดลองขับรถยนต์สไตล์สปอร์ตเอสยูวี สัมผัสสมรรถนะสุดเร้าใจและความปลอดภัยครบครัน

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากซูซูกิได้แนะนำ “ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตแบบ SUV ออกสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย พร้อมกับสร้างปรากฎการณ์ด้วยความสนใจจากกลุ่มลูกค้าทั้งที่เป็นลูกค้าปัจจุบันที่ใช้รถยนต์ซูซูกิ และลูกค้าใหม่ ในการลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 24 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา มีตัวเลขการลงทะเบียนจองสิทธิ์สูงถึง 5,364 คัน นับเป็นการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งยังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าว่าจะสามารถมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นเจ้าของรถอย่างแท้จริง

ALL NEW SUZUKI FRONX 2

ล่าสุด ซูซูกิ ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั้ง 86 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินการส่งมอบ ALL NEW SUZUKI FRONX แก่ลูกค้าที่ตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของทันที ซึ่งนับว่าเป็นการส่งมอบรถถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับต่อความต้องการในการใช้งานรถยนต์รุ่นใหม่จากซูซูกิ เพียงไม่กี่วันหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเชิญชวนลูกค้าให้ได้มาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ ด้วยการทดลองขับ ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตแบบ SUV ที่มอบให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ และมอบระบบความปลอดภัยให้คุณมั่นใจได้อย่างเหนือระดับ โดยเฉพาะกลุ่มที่จองสิทธิ์ล่วงหน้ายังแสดงความสนใจในคุณภาพและสมรรถนะของ ALL NEW SUZUKI FRONX ด้วยการเข้าร่วมทดลองขับเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง

ALL NEW SUZUKI FRONX 3

“ซูซูกิ ยังคงยึดมั่นต่อการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ที่มาพร้อมกับงานบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค การตอบรับต่อความต้องการอย่างรวดเร็วที่เรามอบให้แก่ลูกค้า จึงเป็นหนึ่งในความตั้งใจที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและจริงใจต่อลูกค้าทุกรายที่ยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจในสินค้าและบริการของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นดังเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า เรายังมีความมั่นคงต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมุ่งหวังจะให้บริการต่อคนไทยได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่า ALL NEW SUZUKI FRONX จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกคน ด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง” นายวัลลภ กล่าว

 

โดยบรรยากาศการส่งมอบรถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX นอกจากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหาความคุ้มค่าจากผลิตภัณฑ์และไว้วางใจได้ในเรื่องของงานบริการแล้วนั้น กลุ่มลูกค้าเดิมที่ใช้งานรถยนต์ซูซูกิมายาวนาน ยังคงเชื่อมั่นและตัดสินเปลี่ยนมาใช้ ALL NEW SUZUKI FRONX ให้สานต่อการเป็นยานพาหนะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจในยามเดินทางสำหรับครอบครัวอีกด้วย

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

คุณยัพ กล่าวว่า “ผมเป็นลูกค้าของซูซูกิมานาน เลือกใช้และไว้วางใจในคุณภาพของรถยนต์ซูซูกิมาหลายรุ่น นับตั้งแต่ SUZUKI VITARA, SUZUKI GRAND VITARA, SUZUKI CARIBIAN, SUZUKI SX4, SUZUKI SWIFT 1.5L, SUZUKI JIMNY ล่าสุดตัดสินใจเลือก ALL NEW SUZUKI FRONX รุ่น GL เข้ามาเป็นอีกหนึ่งสมาชิกของครอบครัว นอกจากจะตอบโจทย์ในการใช้งานสำหรับครอบครัวแล้ว ผมยังเชื่อมั่นว่า ซูซูกิเป็นรถที่มีความทนทาน ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่สูง อีกทั้งศูนย์บริการยังเป็นศูนย์บริการที่ผมมั่นใจในการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพอีกด้วย”

ALL NEW SUZUKI FRONX 6

คุณจูน กล่าวว่า “ครอบครัวเลือกใช้งาน SUZUKI SWIFT มาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน เลือกมาออกรถ ALL NEW SUZUKI FRONX GLX PLUS ที่ศูนย์บริการบ้านซูซูกิ สาขาพระราม 2 เพื่อไปใช้งานอีก 1 คัน เพราะมั่นใจในคุณภาพของตัวรถซูซูกิ ใช้งานง่าย ไม่จุกจิก และมอบความคุ้มค่าให้ครอบครัวในระยะยาว อีกทั้งยังอุ่นใจด้วยศูนย์บริการซูซูกิที่มีอยู่ทั่วประเทศไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็มั่นใจได้ว่ามีบริการดูแลใกล้ตัวเสมอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

ALL NEW SUZUKI FRONX 7

คุณนุและคุณอ๋อม “เราเป็นลูกค้า SUZUKI SWIFT มาตั้งแต่ปี 2018 ใช้งานแล้วประทับใจมาก ทั้งสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความสบายใจที่ได้จากแบรนด์นี้ พอถึงเวลาที่อยากเปลี่ยนรถ ก็ยังมั่นใจใน SUZUKI เหมือนเดิม ติดตามข่าวสารของ ALL NEW SUZUKI FRONX ตั้งแต่เปิดตัวในต่างประเทศ ตัดสินใจเลือกใช้รุ่น GLX เพราะมั่นใจในคุณภาพ และอยากเป็นเจ้าของตั้งแต่แรกเริ่ม”

ALL NEW SUZUKI FRONX 8

คุณพลอย กับคุณแพร “เราใช้ SUZUKI XL7 มาตั้งแต่ปี 2020 และมั่นใจในคุณภาพกับความทนทานของรถซูซูกิอยู่แล้ว พอได้เห็น ALL NEW SUZUKI FRONX ก็ตัดสินใจซื้อเพิ่มอีกคันทันทีเพื่อใช้ในครอบครัว สิ่งที่โดนใจที่สุดคือเรื่อง ดีไซน์ของ FRONX มีความสปอร์ต รูปทรงดูเป็น SUV ที่ทันสมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเข้ามาเติมเต็มการใช้งานของครอบครัวเราได้อย่างลงตัวที่สุด”

ทั้งนี้ ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมแนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค ด้วยจุดเด่นของสมรรถนะ ความคล่องตัวทุกการขับขี่ ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน

ALL NEW SUZUKI FRONX 4

ดีไซน์ภายนอก สะดุดตาด้วยไฟหน้าพร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลังเสริมความพรีเมียมด้วยลายเส้นโครเมียม และไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนวโดดเด่นในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์มอบความสบายในทุกตำแหน่งที่นั่งพวงมาลัย Multifunction ดีไซน์สปอร์ต Paddle Shift ขับสนุกตลอดทาง จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย ระบบ Keyless Push Start แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง พร้อม USB Charger

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบเครื่องยนต์ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ K15C ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (DUALJET) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย ทำให้มีความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร โครงสร้างตัวถัง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ

ALL NEW SUZUKI FRONX 8

ระบบความปลอดภัยครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT

•ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
•จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
•ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
•ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
•ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
•ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
•ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
•กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
•เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ALL NEW SUZUKI FRONX 9

ราคารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX
•รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
•รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
•รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท
*หมายเหตุ สี Pearl Snow White เพิ่ม 5,000 บาท และ สี Two-tone (รุ่น GLX PLUS) เพิ่ม 10,000 บาท

ALL NEW SUZUKI FRONX ในรุ่น GL, GLX และ GLX PLUS มาพร้อมหลากหลายเฉดสี ได้แก่
•Pearl Snow White
•Silky Silver Metallic
•Metallic Magma Gray
•Cool Black Metallic
•Savanna Ivory Metallic
ALL NEW SUZUKI FRONX ยังมีสีพิเศษในรุ่น GLX PLUS แบบ Two-tone อีก 3 สี ได้แก่
•Pearl Snow White / Cool Black Metallic (เพิ่มเงินจำนวน 15,000 บาท)
•Savanna Ivory Metallic / Cool Black Metallic
•Ice Grayish Blue Metallic / Cool Black Metallic

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX ซูซูกิจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
•ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
•ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

นอกจากนี้ ซูซูกิยังมอบทางเลือกที่คุ้มค่าตลอดการใช้งาน คลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ และเพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซูซูกิขอนำเสนอโปรแกรมพิเศษ SUZUKI FRONX Worry Free Maintenance Package ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนของการบำรุงรักษารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX ตามระยะทาง นานถึง 7 ปี ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และมีความมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว

ALL NEW SUZUKI FRONX 10

ทั้งนี้ ซูซูกิยังสร้างความเชื่อแก่ผู้บริโภคด้านงานบริการ ด้วยการมีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 86 แห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 47 แห่ง พร้อมบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของซูซูกิยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค เพราะนอกจากเป็นรถยนต์ที่มอบให้แต่ความคุ้มค่าและยังเป็นรถที่บำรุงรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่สูง ซึ่งเรายังมีความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน สอดคล้องกับในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต อีกทั้งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“สรยท.” เปิดกติกาใหม่ THAILAND CAR OF THE YEAR 2025 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

0
สรยท. 1

สรยท. เปิดกติกาคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 หรือ THAILAND CAR EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 โดยกติกาใหม่เปิดทางกลุ่มรถยนต์ปรับโฉม (Model Year) เข้าร่วมชิงชัย ภายใต้กฎเหล็กใหม่ 8 ข้อ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดรถในปัจจุบัน และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับการปรับกฎระเบียบการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปีใหม่ในครั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับบริบทของตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยวัตถุประสงค์ของการปรับกฎระเบียบในครั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทุกด้าน อาทิ คุณภาพ, สมรรถนะ, ประโยชน์ใช้สอย และมีความคุ้มค่าออกสู่ตลาด เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นเปลี่ยนโฉม (Model Change) หรือรุ่นปรับโฉม (Minor Change) ดังกล่าว

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) เปิดเผยว่า “ในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ 1 รุ่น ผู้ผลิตที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ จะขยายเวลาในการทำตลาดมากขึ้นกว่าปกติ จากเดิมที่มีการเปลี่ยนโฉมทุก 4-5 ปี แต่ปัจจุบันหลายรุ่นถูกขยายการทำตลาดนานขึ้น ส่วนรถจักรยานยนต์จะมีอายุการทำตลาดนานกว่ารถยนต์ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนโฉมออกสู่ตลาด”

สรยท. 2

“เพื่อเป็นการสนับสนุนในเรื่องของการนำนวัตกรรมและสิ่งที่ดีๆ ที่มีความคุ้มค่ามาสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยรุ่นปรับโฉมของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในบางรุ่นทำได้ดีมากไม่แพ้กับรถยนต์แบบโมเดลเชนจ์ อาทิ รูปลักษณ์ เครื่องยนต์ และเทคโนโลยี ทางสมาคมฯ จึงเล็งเห็นความตั้งใจในด้านการยกระดับในหลายๆ ด้านของผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จึงได้มีการประชุมกรรมการและทีมทำงานในการปรับกติกาเพื่อคัดเลือกรถที่เข้าเกณฑ์ทั้งในกลุ่มของรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 โดยให้ครอบคลุมกับรถที่มีการปรับโฉมซึ่งเปิดตัวในช่วงกรอบเวลาที่กำหนด และถูกผลิตจากโรงงานในประเทศไทยหรือนำเข้าจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการปรับโฉมนั้นจะมีเกณฑ์การพิจารณาแยกต่างหากผ่านทางการพิจารณาตามกรอบของอนุกรรมการที่ดูแล และการปรับเปลี่ยนนั้นจะต้องส่งผลดีต่อผู้บริโภคชาวไทย” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า “สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการคัดเลือก คือ การส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพียบพร้อมด้วยความยอดเยี่ยม

ในหลายๆ ด้าน มีคุณภาพ สมรรถนะ และมีความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในรุ่นเปลี่ยนโฉมและปรับโฉม”

ทางด้าน นายพุทธิ ผาสุข อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เผยว่า “สำหรับรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่มีคุณสมบัติในปีนี้ จะต้องเป็นรถรุ่นใหม่ (New Model) ที่เปิดตัวสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 แต่ปีนี้มีความพิเศษเป็นปีแรกในการนำรถที่มีการปรับโฉมตามอายุตลาด หรือ Minor Change เข้ามาพิจารณาชิงชัยรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เพิ่มเติม โดยเรียกว่าเป็น “รถโฉมใหม่” (Model year) ตรงนี้สมาคมฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบกฎกติกาใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากคณะอนุกรรมการที่มาจากสมาชิกสมาคมฯ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ให้เกียรติสมาคมฯ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการร่างกฎระเบียบกติกาใหม่ให้มีความโปร่งใส รัดกุม และเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด”

สรยท. 3

“การพิจารณารถรุ่นใหม่ (New Model) ยังคงยึดกติกาเดิม แต่เกณฑ์การพิจารณารถโฉมใหม่ (Model Year) ทั้งรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ จะมีหัวข้อในการพิจารณา 8 หัวข้อ แบ่งออกเป็น เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง, ช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยว, ความปลอดภัย Active Safety, ความปลอดภัย Passive Safety, ดีไซน์ภายนอก, ดีไซน์ภายใน, การส่งเสริมการผลิตในประเทศ และการเพิ่มความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกลุ่มรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 65% และรถจักรยานยนต์ ไม่น้อยกว่า 55% ตามตารางเกณฑ์สำหรับการพิจารณา จากนั้นจึงจะส่งรายชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดให้กับสมาชิก สรยท. เพื่อทำการโหวตคัดเลือกรอบแรกจำนวนกึ่งหนึ่ง เพื่อเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้าย ที่จะเป็นการทดลองขับภาคสนาม ณ สนามทดสอบของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) จ.ฉะเชิงเทรา ต่อไป

 

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater เปิดราคาเริ่มต้นที่ 2,499,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพ 7 ปี

0

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้คอนเซปต์ “Built for Every Move of Life” ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่ที่ผสานสไตล์ความเป็นรถ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกัน และการออกแบบภายในที่ให้ความสปอร์ตแบบพรีเมียม และยกระดับการนั่งโดยสารให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิตประจำวันและเคียงข้างช่วงเวลาสำคัญของทุกคนในครอบครัว สำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพนาน 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชม. 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง การรับประกันแบตเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) นาน 8 ปี และข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์เกียและครอบครัว (Kia Loyalty) รับสิทธิ์ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 ตุลาคม 2568 โดย เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) พร้อมส่งมอบรถ และเปิดให้
ทดลองขับ ณ โชว์รูมเกียทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

 

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “The Kia Carnival ไม่ใช่แค่รถยนต์ธรรมดา แต่เป็นรถ MPV สำหรับครอบครัวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และใน The new Kia Carnival HEV 7-seater เราได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับครอบครัวที่ได้เป็นเจ้าของ แคมเปญเปิดตัว “Built for Every Move of Life” จึงสะท้อนถึงสิ่งที่ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater แตกต่างและมีความหมายยิ่งกว่าใคร ด้วยการเป็น MPV สำหรับครอบครัวที่ทำให้เจ้าของรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อใช้งาน ด้วยดีไซน์อันทรงพลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SUV สู่การเป็นรถ MPV ที่ทำให้คุณสามารถสนุกกับการขับขี่ได้ทุกวัน ด้วยตำแหน่งการขับขี่ที่นั่งสบายแบบรถซีดาน ผสานกับขุมพลังไฮบริดที่ทั้งทรงพลัง ประหยัด และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวลเหนือระดับ ขณะเดียวกัน ยังเติมเต็มทุกช่วงเวลาแห่งครอบครัวด้วยฟีเจอร์ที่มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อาทิ ที่นั่งแบบ Relaxation Seat พร้อมระบบระบายอากาศ รวมถึงฟังก์ชันที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเช่น ทางเดินที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น และเบาะที่สามารถพับเก็บราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสูงสุดเมื่อต้องการ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ของไทย ทั้งครอบครัวที่มีลูก ครอบครัวขยายที่มีสมาชิก 5-7 คน หรือครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิก 3 เจเนอเรชันอาศัยอยู่ร่วมกัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งานประจำวันในเมือง การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด หรือการขนสิ่งของสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของครอบครัวจึงเรียกได้ว่า The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถอเนกประสงค์ที่สร้างมาเพื่อตอบทุกจังหวะของชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง”

ดีไซน์ภายนอกและภายใน – ความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมตอบทุกความต้องการของครอบครัว

The new Kia Carnival HEV 7-seater จำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมกับดีไซน์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สะท้อนทั้งความหรูหราและความแข็งแกร่งในสไตล์ SUV มาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กระจังหน้าแบบ ‘Tiger nose’ โคมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ดีไซน์ดวงไฟทรงลูกบาศก์ ชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Star Map Lighting ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกีย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแร็คหลังคาที่ไม่เพียงช่วยเสริมลุคความแข็งแกร่งแบบ SUV แต่ยังเป็นการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับการใช้งานจริง (แร็คหลังคาสามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 100  กิโลกรัม) ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดให้การเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันของครอบครัวให้สะดวกสบายกว่าที่เคย The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า (Smart Power Sliding Door) และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Power Tailgate) ที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถโดยที่มีกุญแจ Smart Key อยู่ด้วย สำหรับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury จะมี Dual Sunroof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร สำหรับตัวเลือกสีภายนอกของ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Snowflake White Pearl สีเทา Meteor Grey สีดำ Jet Black และสีน้ำเงิน Astra Blue

ห้องโดยสารของ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและร่วมสมัยด้วยดีไซน์ใหม่ ประกอบด้วยจอโค้งแบบพาโนรามิกที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มีระบบเชื่อมต่อ Android Auto™ และ Apple CarPlay® แบบไร้สายและฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียง มีระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิได้แบบแยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีสวิตช์สำหรับสลับการควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศที่ผสานการควบคุมทั้งระบบไว้บนอินเตอร์เฟซเดียวกัน เพียงแค่สัมผัสหนึ่งครั้งก็สามารถสลับการควบคุมไปมาระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์กับระบบปรับอากาศ ช่วยลดความซับซ้อนของเลย์เอาต์ในขณะที่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน และภายในห้องโดยสารยังได้ติดตั้งพอร์ต USB-C มาตรฐาน รวม 6 พอร์ตกระจายทั้งสามแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์ของตนได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดของตัวรถ

ในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการติดตั้งลำโพง BOSE รอบคัน 12 จุด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ให้แก่ผู้โดยสารทุกคน ไฟเรืองแสง Ambient Light สามารถแต่งสีไฟให้เข้ากับทุกบรรยากาศพร้อมสีให้เลือกถึง 64 เฉดสีครอบคลุมบริเวณคอนโซลและประตู ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในรถให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย เช่น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาด 11 นิ้ว ฉายข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญขึ้นบนหน้าจอกระจกหน้าในระดับสายของผู้ขับ และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ช่วยให้มองเห็นถนนด้านหลังได้อย่างชัดเจน แม้ว่ารถจะเต็มไปด้วยผู้โดยสารหรือสัมภาระขนาดใหญ่

สำหรับเบาะที่นั่งของคนขับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ติดตั้งระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งและระบบ Welcome Seat สำหรับผู้ขับ เบาะนั่งคู่หน้าและเบาะนั่งแถวที่สองมาพร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ สำหรับเบาะผู้โดยสารแถวสองเป็นแบบ Relaxation Seat ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสด้วยฟังก์ชันปรับเอนนอนที่สามารถปรับระดับได้เต็มรูปแบบ พร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า มีโหมด One-touch Relaxation ที่สั่งงานด้วยการกดเพียงครั้งเดียวมอบความสบายให้กับผู้นั่งได้อย่างง่ายดาย สำหรับรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium เบาะนั่งแถวสองเป็นเบาะแบบ Captain Seats ที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็นแบบนั่งหันหน้าเข้าหากันได้ ให้สมาชิกในครอบครัวได้มีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดทริป พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ทั้งสองรุ่นได้รับการปรับให้มีพื้นที่ทางเดิน (Walkthrough access) ที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ด้วยจุดยึดสําหรับติดตั้งเบาะนั่งสําหรับเด็ก (ISOFIX) ที่มีให้ในตำแหน่งที่นั่ง 4 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (2 จุดบนเบาะนั่งแถวสอง และอีก 2 จุดบนเบาะแถวสาม) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กในตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เสริมความปลอดภัยและความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้ดีที่สุด

The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังคงโดดเด่นในเรื่องความกว้างขวางสำหรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงที่นั่งผู้โดยสารที่มีความยืดหยุ่น โดยถือเป็นรถ MPV ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง พร้อมด้วยสัมภาระ ของทุกคนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถคันเดียว เบาะนั่งแถวสามมาพร้อมฟังก์ชันพับราบ ที่เป็นการสร้างพื้นที่บรรทุกแบบเรียบที่รวดเร็วและไม่ต้องใช้แรง ปรับเปลี่ยนได้ทันทีระหว่างความต้องการในการขนย้ายคนและขนส่งสินค้า

สมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ – เสริมความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

The new Kia Carnival HEV 7-seater ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ซึ่งไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะ
ที่ตอบสนองได้ดีและประหยัดน้ำมัน แต่ยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเป็นพิเศษ พร้อมความสามารถของโหมด
EV Drive และสามารถใช้งานระบบปรับอากาศแม้เครื่องยนต์หยุดทำงาน The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเฉพาะรุ่นที่มุ่งยกระดับสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ควบคู่กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น ในโหมด Eco/Smart ผู้ขับสามารถใช้ Paddle Shift เพื่อปรับระดับการชะลอความเร็วของระบบ Regenerative Braking ได้ถึง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งคืนพลังงาน และการประหยัดเชื้อเพลิงในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เฉพาะ
ของ The new Kia Carnival HEV 7-seater อาทิ

  • E-Handling ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของรถเมื่อเข้าและออกจากโค้ง
  • E-Ride ช่วยลดแรงสะเทือน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อต้องผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
  • E-Evasive Handling Assist ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน

และเมื่อผู้ขับต้องการการตอบสนองที่เฉียบคมและการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม โหมด Sport มอบอิสระในการควบคุมผ่าน Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ด้วยความสูงจากพื้น 172 มิลลิเมตร ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่เหนือระดับพร้อมศักยภาพการขับขี่ในแบบรถ SUV ในการรับมือกับถนนขรุขระ ลูกระนาด หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบ ได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีความคล่องตัวและง่ายต่อการควบคุมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถ MPV ระดับพรีเมียมที่ผสานความนุ่มสบายเข้ากับความมั่นใจในสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว

การจอดรถกับ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล ด้วยเทคโนโลยี Parking Aid Assist ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยกล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor) ที่ให้มุมมองเสมือนมองจากมุมสูง ทำให้ผู้ขับเห็นทุกมุมอย่างชัดเจนเมื่อต้องเข้าจอดในพื้นที่แคบ ขณะที่เซนเซอร์รอบคันด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ประเมินระยะห่างได้อย่างแม่นยำและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด (Rear Parking Collision-Avoidance Assist) ที่จะส่งสัญญาณเตือนและสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอยหลัง คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การจอดรถไร้ความกังวล และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นที่จอดที่ลงตัว นอกจากนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS – Advanced Driver-Assistance Systems) ที่ช่วยยกระดับความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง อาทิ:

  • Smart Cruise Control with Stop & Go
  • High Beam Assist
  • Forward Collision Avoidance Assist
  • Blind Spot Collision Avoidance Assist (BCA)
  • Blind-Spot View Monitor (BVM)
  • Rear Cross Traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)
  • Lane Following Assist and Lane Keeping Assist
  • Safe Exit Assist

พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 8 ตำแหน่ง ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ถุงลมม่านด้านข้าง ถุงลมนิรภัยปกป้องเข่าผู้ขับ และถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะผู้ขับ และผู้โดยสารด้านหน้า (Front Center Airbag) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มความสบายใจให้กับทุกคนในครอบครัว เพื่อความมั่นใจกับผู้โดยสารในทุกเส้นทาง

สำหรับผู้ที่สนใจ The new Kia Carnival HEV 7-seater สามารถทดลองขับ และสอบถามข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมเกียใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชม https://www.kia.com

โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
  • พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน สามารถให้สิทธิ์แคมเปญกับบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้ (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิ์เพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่ไม่ตรงกัน) ประกอบการใช้สิทธิ์ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

 

ฟอร์ดจัดโปรแรงส่งท้ายปลายปี ‘ฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี’ พร้อมฟรีโปรแกรม Ford Care

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดหนัก จัดเต็ม ส่งโปรโมชั่นเด็ดรับไตรมาสสุดท้าย หวังสร้างสีสันพร้อมกระตุ้นตลาดรถยนต์ผ่านแคมเปญ ‘ฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี’ สำหรับลูกค้าที่ซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่เข้าร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31  ตุลาคม 2568

ฟอร์ด ยังคงมองเห็นความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่สามารถพาคุณและครอบครัวลุยไปได้ทุกเส้นทางอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ ฟอร์ดจึงเสนอแคมเปญส่งเสริมการขาย ‘ฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน  1 ปี’ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อีกทั้งยังกระตุ้นการเคลื่อนตัวของตลาดในไตรมาสส่งท้ายปี 2568  สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฟอร์ดรุ่นต่อไปนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×2 6AT
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ (รุ่นธรรมดาและรุ่นพิเศษ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส 4×4
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์

 เงื่อนไขแคมเปญฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×2 6AT (เฉพาะรุ่นธรรมดา ยกเว้นฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×2 6AT รุ่นพิเศษ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค) เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 59%
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ (รุ่นธรรมดาและรุ่นพิเศษ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค) เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 89%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค เมื่อดาวน์ 35% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 09%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส 4×4 เมื่อดาวน์ 35% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 09%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 59%

หมายเหตุ: แคมเปญฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี มาพร้อมโปรแกรมขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ Ford Care แต่ไม่รวมประกันภัยชั้น 1 และเมื่อจัดเช่าซื้อผ่านฟอร์ดลีสซิ่ง โดยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

“เราใส่ใจและให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวฟอร์ด เราจึงเลือกนำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรถยนต์ฟอร์ดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระค่างวดในปีแรกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำรงชีวิต และช่วยให้ลูกค้าสบายใจในการนำรถยนต์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น” นายเมธัส ลิขิตสัจจกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด โทร 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ford.co.th/showroom/all-offers

“Benz BKK Group” ฉลองก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ครองแชมป์ยอดขายพร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนคำขอบคุณไม่สิ้นสุด “Benz BKK Group: The Endless Appreciation Concert”

0
Benz BKK Group 1

กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ แถลงผลการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2568 พร้อมประกาศความสำเร็จขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปด้วยยอดขายรวม 932 คัน ถือเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดจาก 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดย Benz BKK Bangna ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก

Benz BKK Group 2

สำหรับผลประกอบการธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึง 31 สิงหาคม 2568 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ลักชัวรี กลุ่ม Benz BKK Group ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรวม 932 คัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 621 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่ 15.62% และ Mercedes-Benz Certified รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง จำนวน 311 คัน ซึ่งมีอัตราการเติบโตเทียบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 32% ก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

 

โดยภาพรวมส่วนของรถยนต์ใหม่ (New Car) ยังคงตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มรถสปอร์ต รถอเนกประสงค์ (SUV) รวมถึงไลน์รถยนต์ไฟฟ้า (EQ) ที่นับเป็นกลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยขยายฐานลูกค้าและถือเป็นหัวใจของการเสริมพอร์ตสินค้าระยะยาว ในขณะเดียวกัน Mercedes-Benz Certified ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดด้วยเช่นกันด้วยข้อเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งพื้นที่โชว์รูมและขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยโชว์รูม Experience Center แบบครบวงจร มีรถให้เลือกครบทุกเซกเมนต์หมุนเวียนกว่า 150 คัน รวมถึงรถทุกคันผ่านการตรวจเช็กแบบ Multi-point มากกว่า 200 รายการ รองรับบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่มาพร้อมโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะบุคคล และบริการซื้อ-ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified กลายเป็น “ตัวเลือกที่คุ้มค่า และเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์พรีเมียมพร้อมใช้งานในงบประมาณที่คุ้มค่า ซึ่งการตอบรับเห็นได้จากงาน BIG Motor Sale 2025 และช่องทางขายอื่นๆ ที่ยืนยันถึงศักยภาพของไลน์ Mercedes-Benz Certified ในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ

BKK Group 4

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ทาง Benz BKK Group ยังคงเสริมทัพรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่สุด มอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์และการรองรับบริการที่เหนือระดับ เพราะลูกค้าคือคนพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Benz BKK Group ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ CRM (Customer Relationship Management) แบบ 360 องศา เพื่อเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความพึงพอใจอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Experience ผ่านกิจกรรม Lifestyle & Entertainment สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าในทุกมิติครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน Benz BKK Group จึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนความขอบคุณไม่สิ้นสุด

BKK Group 5

สำหรับกิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” แทนความขอบคุณที่ไม่สิ้นสุดบนการเดินทางแห่งเสียงดนตรีและความซาบซึ้งใจ คือการถ่ายทอดความผูกพันอันยาวนานระหว่าง Benz BKK Group และลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงามตลอดหลายทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญครั้งนี้จะเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของลูกค้าคนพิเศษของ Benz BKK กว่า 5,200 คน ของกลุ่ม Gen X และ Gen Y

Benz BKK Group 3

 

คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง”

คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน”

ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา

BKK Group  8

“MG IM6 Happy Journey to Khao Yai” ฮีลใจ เติมพลังรักษ์โลกกับ MG Primus

0
MG IM6 Happy Journey to Khao Yai 1

เอ็มจี ไพรม์มัส ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “MG IM6 Happy Journey to Khao Yai ทริปฮีลใจ กับไพรม์มัส” พาลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า MG IM6 รวม 14 ครอบครัว ร่วมเดินทางแบบคาราวานจากกรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผสานความสุขกับการรักษ์สิ่งแวดล้อม

MG IM6 Happy Journey to Khao Yai 2

กิจกรรมเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ MG EV Premium สาขาเพชรเกษม 65 ด้วยการกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย “จิระพล รุจิวิพัฒน์” พร้อมการชี้แจงเส้นทาง รายละเอียดกิจกรรม และจุดสถานีชาร์จไฟฟ้า ก่อนที่จะมีพิธีปล่อยขบวนคาราวานอย่างเป็นทางการ โดยร่วมกับ “ฐปนนท์ พฤกษ์ประมูล” ผู้อำนวยการ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ไพรม์มัส กรุ๊ป ตีธงปล่อยธงขบวนคาราวาน ออกเดินทางสู่ปากช่อง จ.นครราชสีมา

MG IM6 Happy Journey to Khao Yai 3

MG IM6 Happy Journey to Khao Yai  5

MG IM6 Happy Journey to Khao Yai 7

พร้อมเติมพลัง ด้วยการทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน ตาทำปลาเผา ร้านปลาเผาสูตรโบราณ ต้นฉบับปลาเผาไม่ทาเกลือแห่งแรกในอีสาน ด้วยบรรยากาศสบายๆ ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติระหว่างเส้นทาง ลูกค้าได้ร่วมเปิดประสบการณ์ด้านพลังงานแนวใหม่ ที่ EGAT Learning Center ลำตะคอง แหล่งเรียนรู้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแห่งอนาคต ผ่านโซนกิจกรรมเสมือนจริงทั้ง 7 โซน อาทิ การผจญภัยในโลกพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ ตลอดจนเรียนรู้ระบบ Wing Hydrogen Hybrid ที่เก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปแบบก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับเกมส์เก็บคะแนน และชมภาพยนตร์ในรูปแบบ 7 มิติ เรื่องพลังงานในแง่มุมต่างๆ

MG IM6 Happy Journey to Khao Yai 8

MG IM6 Happy Journey to Khao Yai 9

จากนั้น ขบวนคาราวานได้เดินทางต่อไปยัง จุดชมวิวกังหันลมเขายายเที่ยง จุดเช็คอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยว สัมผัสความงดงามของธรรมชาติกับกิจกรรมปั่นจักรยาน ชมทิวทัศน์รอบอ่างเก็บน้ำลอยฟ้า และวิวกังหันลมใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเต็มพื้นที่

“GWM” ปลดล็อกประสบการณ์ขับขี่ครบทุกมิติ ชวนเหล่า TANKER ร่วมกิจกรรมสุดเร้าใจใน “TANK OFF-ROAD ACADEMY”

0
TANK OFF-ROAD ACADEMY 1

ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงาน TANK OFF-ROAD ACADEMY เปิดสนามแชร์ความรู้และประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง กับ TANKER CLUB THAILAND ณ สนามเจ้าเงาะ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดย GWM และผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการขับขี่ที่ช่วยให้เหล่า TANKER เข้าใจพื้นฐานของตัวรถและยกระดับสกิลการขับขี่ครบทุกมิติ ตั้งแต่การขับบนทางเรียบและทางฝุ่น (On-Road) การฝ่าฟันในสนามออฟโรดสุดเร้าใจ (Off-Road) ไปจนถึงการนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติจริงในเส้นทางธรรมชาติ (Adventure) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยทั้งความมั่นใจและทักษะที่ถูกต้อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ GWM TANK ในฐานะ SUV สุดแกร่งที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปได้ทุกที่อย่างมั่นใจ

TANK OFF-ROAD ACADEMY 2

กิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่า TANKER กว่า 127 คน พร้อมด้วยคาราวาน GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและเครื่องยนต์ดีเซลกว่า 60 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ TANKER CLUB ที่ไม่เพียงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมกลุ่มคนที่มีความรักในการผจญภัย และต้องการปลดล็อกสมรรถนะที่แท้จริงของ GWM TANK 300 ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน รวมถึงการใช้ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมายที่อยู่ในตัวรถผ่านฐานต่าง ๆ ในสถานีทดสอบที่ได้จัดเตรียมไว้ รวมถึงพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็น การใช้โหมดการขับขี่ต่างๆ ทั้ง 4L โหมดทราย โหมดโคลน การกลับรถในที่แคบ TANK TURN ระบบล็อกเฟืองท้าย ระบบการตรวจจับระดับน้ำ การใช้ฟังก์ชั่น Offroad Cruise Control รวมถึงกล้อง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ เมื่อพบเจอกับพื้นที่ยากลำบาก เป็นต้น

TANK OFF-ROAD ACADEMY 3

ประสบการณ์การขับขี่จาก TANK OFF-ROAD ACADEMY
•On-Road Confidence: ไม่ใช่เพียงการขับบนถนนเรียบ แต่เป็นการเรียนรู้อาการของตัวรถในการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางซิกแซก บนถนนคอนกรีตและทางฝุ่น การบังคับควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน วิธีใช้โหมด Normal และ Sport เพื่อปรับการตอบสนองของคันเร่งให้เหมาะกับสถานการณ์จริง

TANK OFF-ROAD ACADEMY 4
•Off-Road Mastery: เปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบกับการใช้โหมดการขับขี่ออฟโรด ทั้งโหมด 4L ระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนและยึดเกาะบนเส้นทางโหด เช่น หล่มโคลน, เนินชัน, เนินโค้ง และบ่อหลุมสลับ พร้อมเรียนรู้การใช้ TANK TURN เมื่อเจอสถานการณ์จำเป็นต้องกลับรถในที่แคบ หรือแม้แต่การใช้ฟังก์ชั่น Off-Road Cruise Control ที่ควบคุมความเร็วให้อัตโนมัติบนทางอุปสรรค เพื่อให้ผู้ขับสามารถจดจ่อที่การควบคุมทิศทางพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเหยียบคันเร่ง

TANK OFF-ROAD ACADEMY 5
• Adventure Ready: การนำทักษะความรู้และการขับขี่จากการฝึกฝนในสนามจำลองไปปฏิบัติจริงบนเส้นทางที่ไม่เคยขับขี่มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เนินชัน แคบ ลื่น ทางน้ำ โคลน หลุมบ่อ โดยผู้ขับขี่จะใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของตัวรถให้เหมาะสมกับสถานการณ์และลักษณะพื้นที่ผจญภัย ยิ่งไปกว่านั้น การผจญภัยไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย กล้อง 540 องศาและระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) จะช่วยเพิ่มมุมมองและเป็นประโยชน์อย่างมากในการฝ่าฟันอุปสรรค รวมถึงการใช้ Wading Detection เพื่อตรวจสอบระดับน้ำเมื่อขับผ่านทางน้ำ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตัดสินใจอย่างมั่นใจในทุกจังหวะ

TANK OFF-ROAD ACADEMY 6

นอกจากฟังก์ชั่นการขับขี่ที่ล้ำสมัย GWM TANK 300 ทั้งรุ่น HEV และ Diesel มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่น โดยรุ่น HEVขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ มอบพละกำลังรวมสูงสุดกว่า 350 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 616 นิวตันเมตร ที่พร้อมตอบสนองทันใจในทุกสถานการณ์ ขณะที่รุ่นดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 2.4T พร้อมเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,500 – 2,500 รอบ/นาที ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและการลุยเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย

TANK OFF-ROAD ACADEMY 7

กิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY มิใช่แค่เวทีเพื่อการเรียนรู้และสอนเทคนิคการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เหล่า TANKER ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปจนถึงข้อมูล และประสบการณ์ระหว่างผู้ใช้งานจริง เพื่อสร้างความรู้ใหม่ ๆ และต่อยอดประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง สร้างความแข็งแกร่งของชุมชนผู้ใช้ TANK อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปทดลองขับ GWM TANK ทั้งรุ่น GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL ผ่านความร่วมมือกับ GWM เอก กรุ๊ป (ชลบุรีและพัทยา) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สนใจเข้าสู่ประสบการณ์จริงกับคอมมูนิตี้ของ TANKER CLUB งานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรธุรกิจด้านอุปกรณ์ยานยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Continental, Lamina & Thule, Lenso และ YSS ที่เข้ามาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และโปรโมชันพิเศษในงานนี้เท่านั้น

TANK OFF-ROAD ACADEMY 10

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เน้นย้ำถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “GWM มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าชาวไทย ไม่เพียงส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของ GWM TANK สู่มือลูกค้าชาวไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ความรู้ ฝึกทักษะให้ชาว TANKER ได้รับรู้ถึงสมรรถนะและความสามารถของตัวรถที่แท้จริง ผ่านกิจกรรม GWM TANK OFF-ROAD ACADEMY ที่ช่วยให้ชาว TANKER มั่นใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะบนถนนเมือง ออฟโรด หรือเส้นทางผจญภัยสุดท้าทาย อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ TANKER CLUB ในประเทศไทย ที่มีการเติบโตขึ้นทุกวันอย่างต่อเนื่อง สร้างคอมมูนิตี้ที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ ร่วมแบ่งปันมิตรภาพ ความสุข และประสบการณ์ที่ดีไปด้วยกัน”

 

สำหรับผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 Diesel และ GWM TANK 500 Diesel สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus!’ พลัสความสุขให้มากขึ้นกว่าเดิม มอบบริการที่ดูแลทั้งรถและคุณเหมือนคนในครอบครัว ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ สูงสุด 10 เดือน*

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้า ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ เสิร์ฟความคุ้มค่ามอบการดูแลรถแบบครบวงจร ตั้งแต่ ใจดูแลด้วยโปรผ่อนสบาย 0% นานสูงสุด 10 เดือน* ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท* สำหรับงานบริการทุกประเภท พิเศษสุด!!! ส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวฮอนด้า พร้อมตรวจสภาพรถยนต์ฟรีดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ** ส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้าทุกคน ทั้งรถใหม่ รถปีเก่า หรือรถยนต์มือสอง รวมถึงโปรโมชันผ่อนยางรถยนต์ 0% สูงสุด 10 เดือน** ไม่ว่าจะรถรุ่นไหนก็มั่นใจทุกการเดินทาง เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2568

พิเศษสุด!!!งานบริการทุกประเภทสามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน

  • ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน* เฉพาะบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีฯ ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี
  • ผ่อนชำระ 0% 8 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 3,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี

มอบส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

  • บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี*
  • ซื้อคู่คุ้มกว่า! รับส่วนลด 200 บาท สำหรับ Safety First Set (ซื้อยางปัดน้ำฝนคู่กับผ้าเบรก)

มอบของที่ระลึกสำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

  • ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้างคุณภาพพรีเมียม
    • ซื้อคู่คุ้มกว่า! ซื้อแบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS* พร้อมผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คุณภาพพรีเมียมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
    • ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 1 ปี

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุด 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากปกติ 15% เป็น 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป

  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*
  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*
  • รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

โปรโมชันยางรถยนต์ยอดนิยมตามเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

  • ยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับบัตรน้ำมัน 500 บาท
  • ยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท*
  • ยาง Yokohama ซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท*
  • ยาง Hankook รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 300 บาท*
  • ยาง Bridgestone รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 250 บาท*

 โปรโมชันพิเศษ ผ่อนชำระสำหรับการซื้อยางรถยนต์

  • ยางรถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยต้องมียอดใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป*

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง*** เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของใหม่ที่ศูนย์บริการ พิเศษ!!! รับทันที ส่วนลดสุดคุ้ม ‘Welcome to Honda Family’ ดังนี้

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ 100% เริ่มต้นเพียง 899 บาท* รวมค่าแรง
  • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
  • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
  • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

ตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568  – 30 พฤศจิกายน 2568 เชิญลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าเข้ารับบริการและรับความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ ที่พร้อมดูแลให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความอุ่นใจ ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

CHERY เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย! ในงาน “CHERY THAILAND GRAND PREMIERE LAUNCH”

0

CHERY (เชอรี) แบรนด์ชั้นนำภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ก้าวสู่การเดินทางอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ “CHERY THAILAND GRAND PREMIERE LAUNCH” พร้อมประกาศราคา V23 รถยนต์ไฟฟ้า EV ดีไซน์เท่สำหรับคนเมือง และเปิดตัว TIGGO8 CSH พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นสุดเร้าใจ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ ที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ UOB Live ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ในวันอังคารที่ 30 กันยายนนี้

บรรยากาศในงานจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์From Global Presence to a Lifelong Journey with Thailand” สะท้อนความยิ่งใหญ่และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ผ่านเทคโนโลยีแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดยักษ์กว่า 40 เมตร รวมถึงนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ตั้งแต่ปี คศ.1997 ถึงปัจจุบัน สู่คำมั่นสัญญาที่จะเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน

มร. ชุย จวิ้นหยวน ประธาน เชอรี (ประเทศไทย) กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความสำคัญของตลาดประเทศไทยว่า “ประเทศไทยคือหัวใจสำคัญของภูมิภาคอาเซียน สำหรับ CHERY การเปิดตัวในวันนี้ไม่ใช่เพียงการนำรถยนต์เข้ามาจำหน่าย แต่คือการแสดงความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของเราที่จะนำเทคโนโลยีระดับโลกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดและพร้อมที่จะเติบโตเคียงข้างไปกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

ด้าน มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ว่า
“วันนี้เป็นก้าวที่สำคัญที่สุดอีกก้าวหนึ่งของเรา ผมขอขอบคุณคนไทยสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น CHERY พร้อมแล้วในการเปิดตัวยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมทั้ง 2 รุ่น พร้อมราคาที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทยทุกคน”

พร้อมกันนี้ CHERY ได้การประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์ V23 ทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • V23: เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องสไตล์เรโทร (Boxy Design) ที่สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน โดย CHERY V23 มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
    • CHERY V23 2WD PLAY และ CHERY V23 2WD PLUS ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 93 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 360 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 11 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.

ราคา V23 2WD PLAY: 699,900 บาท / V23 2 WD PLUS: 759,900 บาท

  • CHERY V23 4WD PEAK ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 76 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 430 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ให้ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 7.5 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.

ราคา V23 4WD PEAK: 889,900 บาท

พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ

🧡 รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท*

🧡 อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%*

🧡 ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง*

และข้อเสนอสุดคุ้มอื่นๆ

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี*

ฟรี! สายชาร์จฉุกเฉิน*

ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*

ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*

รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ระยะเวลาโปรโมชัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 68

สีที่วางจำหน่าย: Dynamic Green, Vibe Orange, Sporty White, Ignite Black และ Sparkle Silver
รวมถึงการเปิดตัว TIGGO8 CSH โดยประกาศราคาเริ่มต้นที่ 9XX,XXX บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

  • TIGGO8 CSH: พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง CSH (Chery Super Hybrid) แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางและเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน CHERY TIGGO8 CSH มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
    • CHERY TIGGO8 CSH PHEV 2WD ESTEEM ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ระยะการขับทั้งระบบสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
    • CHERY TIGGO8 CSH PHEV 4WD ELITE ให้กำลังสูงสุด 358 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ระยะการขับทั้งระบบสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 8 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ CHERY TIGGO8 CSH ขยายระยะเวลาแคมเปญจองสิทธิ์ล่วงหน้า พร้อมมอบส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท* และพิเศษยิ่งขึ้นด้วยของขวัญมูลค่า 5,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2568  *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สีที่วางจำหน่าย: Aura Green, Crystal Black, Emerald Gray และ Ivory White

นอกจากนี้ในงานยังมีโซน Special Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและทดลองนั่งรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและรับโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถภายในงานอีกด้วย

ผู้สนใจเป็นเจ้าของ CHERY พร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุด ที่โชว์รูมทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศใกล้บ้าน  ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

มาสด้าส่งเสริมเยาวชนไทยก้าวไกลสู่ระดับโลกหลังคว้ารางวัลชนะเลิศกอล์ฟ โครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025

0

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ พร้อมด้วย นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกอล์ฟและมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ซึ่งเป็นโครงการกีฬาที่มาสด้าจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี เพื่อสานฝันและผลักดันศักยภาพเยาวชนให้ไปไกลสู่ระดับโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับวงการกอล์ฟประเทศไทย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ สนาม กอล์ฟ Siam Country Club Rolling Hills พัทยา ชลบุรี โดยมีเยาวชนจาก 20 ประเทศ รวม 107 คน เข้าร่วมการแข่งขัน ที่สำคัญเยาวชนลูกค้ามาสด้า Mazda Family จากประเทศไทย คว้าอันดับหนึ่งไปครอง ได้แก่ .ญ. ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทเยาวชนหญิงในระดับ Middle School และ .ช. ณัฏฐนันท์ ตั้งสุณาวรรณ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทชายในระดับ Middle School ส่วนในระดับ High School ประเภทชาย นายธีรวุฒิ บุญสีออ คว้าอันดับสองร่วม และประเภทหญิง นางสาวธัญจิรา อิสสระพล คว้ารางวัลรองชนะเลิศ

สำหรับผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ประเภทเยาวชนชายและหญิงในระดับ High School จากการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ พาร์ค แจ มิน จากประเทศเกาหลีใต้ และ ซู่ หนิงเหยา จากประเทศจีน ส่วนในระดับ Middle School ได้แก่ ดุ๊ก คัง โด จากประเทศเวียดนาม และ ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน จากประเทศไทย โดยเยาวชนที่ชนะเลิศทั้ง 4 คน จะได้รับเอกสิทธิ์พิเศษ อาทิ ตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างเอเชีย-สหรัฐอเมริกา และโอกาสที่จะได้รับสิทธิ์ในการคว้าทุนการศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดัง พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันรายการ Junior World Cup Invitational 2026 ที่เมืองฟลอริดา ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4 มกราคม 2569 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

นอกจากนั้น เยาวชนที่ได้อันดับท็อป 50% แรกของการแข่งขัน ยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันรายการ Junior World Cup Invitational 2026 ที่ฟลอริดา และเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จากการสมัครผ่าน Mazda Family จำนวน 24 คน ยังได้รับมอบของสมนาคุณพิเศษเป็นที่ระลึกสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้จากมาสด้าอีกด้วย

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแข่งขันกอล์ฟเยาวชน MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2025 ถือเป็นแมตช์ที่ 2 ของปี 2568 นับเป็นครั้งที่ 4 ที่มาสด้าได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวไกลผ่านกีฬากอล์ฟในระดับนานาชาติ โดยความร่วมมือกับ The Agency College Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาสำหรับเยาวชน เพื่อส่งเสริมเยาวชนและมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า Mazda Family นอกจากจะเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมองเห็นเส้นทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาตนเอง ทั้งด้านการศึกษาและอาชีพในอนาคต พร้อมทั้งมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าคนสำคัญ ตอกย้ำปณิธานของมาสด้าที่ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อมั่นเสมอว่า “รถยนต์” ไม่ใช่แค่ยานพาหนะในการเดินทาง แต่คือแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนชีวิตให้ไปไกลกว่าที่เคย

ไม่เพียงเท่านั้น มาสด้ายังตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะใช้เวทีการแข่งขันกอล์ฟในระดับเยาวชนนี้ให้กลายเป็นส่วนสำคัญในการปลูกฝัง จิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่น การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หรือ “Challenger Spirit” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาสด้า ที่ไม่เพียงแต่แสดงออกผ่านยนตรกรรมอันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดผ่านทุกกิจกรรมที่มาสด้าได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อส่งเสริมเติมความฝันของเยาวชนรุ่นใหม่ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ซึ่งมาสด้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่โครงการที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้นยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีเยาวชนจาก 20 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน รวม 107 คน

“โครงการฯ ไม่ได้จัดขึ้นเพียงเพื่อการแข่งขันกอล์ฟหรือการคว้าชัยชนะในสนามเท่านั้น แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตในระดับสากล เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง กำหนดเป้าหมายในชีวิต และกล้าก้าวออกไปคว้าโอกาสที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น ทุนการศึกษา หรือการได้เข้าร่วมแข่งขันในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ๆ ในสหรัฐอเมริกา สิ่งเหล่านี้ คือ Challenger Spirit หรือ สปริตแห่งความไม่ย่อท้อ ที่เยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีร่วมกัน เพราะเยาวชนทุกคนคือตัวแทนของความฝัน ความพยายาม และความกล้าหาญ ที่จะไม่หยุดอยู่แค่ในกรอบเดิม ๆ มาสด้าเชื่อว่าด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้จะนำพาให้ทุกคนก้าวไปได้ไกลในเส้นทางที่เลือก และประสบความสำเร็จในเส้นทางข้างหน้า” นายภพนิพิฐ กล่าว

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จากมาสด้าได้ทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th โดยมาสด้ามุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบสิทธิพิเศษแทนคำขอบคุณสมาชิก Mazda Family ที่ให้ความไว้วางใจและเลือกรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพราะนี่คือคำมั่นสัญญาของมาสด้า ที่จะดูแลเอาใจใส่ทั้งรถยนต์และสมาชิกทุกคนในครอบครัวของคุณไปตลอดอายุการใช้งาน

ผลการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025

ระดับ Middle School (ป.5–ม.2 )

ประเภทชาย

  1. ดุ๊ก คัง โด (เวียดนาม) อีเว่นพาร์ 216 (69-70-77)
  2. โคลเท่น ทราน บัตเลอร์ (สิงคโปร์) 5 โอเวอร์พาร์ 221 (75-72-74)
  3. ณัฏฐนันท์ ตั้งสุณาวรรณ(ไทย) 6 โอเวอร์พาร์ 222 (72-69-81)

ประเภทหญิง
1. ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน (ไทย) อีเว่นพาร์ 216 (70-70-76)
2. เอมี่ ซัน (สหรัฐฯ) 8 โอเวอร์พาร์ 224 (78-70-76)
3. แพรววนิต วรอภิญญาภรณ์ (ไทย) 10 โอเวอร์พาร์ 226 (73-78-75)

ระดับ High School (ม.3–ม.6 )
ประเภทชาย
1. พาร์ค แจ มิน (เกาหลีใต้) 10 อันเดอร์พาร์ 206 (65-68-73)
อันดับสองร่วม ธีรวุฒิ บุญสีออ (ไทย) 9 อันเดอร์พาร์ 207 (66-70-71) และ เซีย ไคเฉิน (จีน) 9 อันเดอร์พาร์ 207 (70-67-70)

ประเภทหญิง
1. ซู่ หนิงเหยา (จีน) 5 อันเดอร์พาร์ 211 (70-71-70)
2. ธัญจิรา อิสสระพล (ไทย) 4 อันเดอร์พาร์ 212 (73-70-69)
อันดับสามร่วม ไอริส เมห์รี มัสลู (ไทย) 1 โอเวอร์พาร์ 217 (70-73-74) และ ขวัญชนก บุญจันทร์ (ไทย) 1 โอเวอร์พาร์ 217 (75-69-73)