Home Blog Page 520

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (6 สิงหาคม 2560)

0

AUTO WORLD TV

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560
เวลา 11.00 – 11.30 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 2017” เสริมความมั่นใจด้วยดิสเบรกหลัง เพิ่มรุ่น 2.4V Sigma4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมเพิ่ม รุ่น 2.4V Sigma 4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ มากับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารด้วยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า และเติมเต็มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยดิสก์เบรค 4 ล้อ

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 2017 มากับการเติมเต็มความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ตกแต่งเพิ่มเติมในส่วนบันไดข้าง กระจกไฟเลี้ยว และไฟเบรค รวมถึงได้รับการติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

ภายในแต่งหรูด้วยเบาะหนังสีน้ำตาลเข้ม รวมถึงเบาะคู่หน้าปรับได้ด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายการออกแบบด้วยความประณีต พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน

ขุมพลังมีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ รหัส 1 GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตรที่ 1,200-3,400 รอบ/นาที

รหัส 2 GD-FTV ขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงถึง 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที

 

ช้อยท์สุดท้ายเป็นเครื่องยนต์เบนซินรหัส 2TR-FE ขนาด 2.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5200 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 245 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลังมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนซิกม่าโฟร์ ซึ่งเลือกโหมดการขับขี่ได้ดั่งใจ ด้วยโหมด H2 H4 L4 ผสานการทำงานร่วมกับระบบ DAC และ A-TRC เพิ่มเติมความมั่นใจด้วยการติดตั้งดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ(ยกเว้นรุ่น 2.4G MT)

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 2017 ตั้งราคาจำหน่ายไว้ดังนี้
รุ่น 2.8V 4WD 1,649,000 บาท
รุ่น 2.8V 1,579,000 บาท
รุ่น 2.7V 1,569,000 บาท
รุ่น 2.4V 4WD ใหม่ 1,499,000 บาท
รุ่น 2.4V 1,419,000 บาท
รุ่น 2.4G เกียร์ธรรมดา 1,239,000 บาท

สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ TRD Sportivo จำหน่ายในราคา
รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD สี White Pearl CS / Black Top 1,779,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD 1,759,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD สี White Pearl CS / Black Top 1,709,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD 1,689,000 บาท

หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก White Pearl เพิ่มเงิน 12,000 บาท

สัมผัส “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่” ได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 467 แห่งทั่วประเทศ

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (30 กรกฎาคม 2560

0

AUTO WORLD TV

วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560
เวลา 11.00 – 11.30 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport รุ่นประกอบในประเทศ” มาพร้อมโปรแกรมหลังการขายแบบใหม่ล่าสุด

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยมุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรมแห่งอนาคตให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวอีกหนึ่งรุ่นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูเครื่องยนต์ดีเซลจากตระกูลซีรีส์ 5 กับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมประกาศโปรแกรมบริการหลังการขายของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิรูปแบบใหม่ล่าสุด

มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ให้ความสำคัญต่อความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าของเรา การประกาศหลายข่าวดีของเราในวันนี้ ไม่เพียงแสดงถึงพันธะ สัญญาที่บีเอ็มดับเบิลยูยึดมั่นและมีให้แก่ลูกค้าทุกคน แต่ยังตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกแห่งยนตรกรรม ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้าของเราด้วยรูปแบบบริการที่เหมาะสมกับแต่ละท่าน ไปจนถึงการสร้างระบบขับเคลื่อนอันสมบูรณ์แบบเพื่อสุนทรียภาพในการขับขี่ เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ในอุดมคติสำหรับเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทั้งในปัจจุบันและอนาคต ให้เป็นจริง”


มร. ทอยเชอร์ต กล่าวเพิ่มเติม “นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport ยังเป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ประกอบในประเทศไทยจากโรงงานซึ่งมีศักยภาพการผลิตไม่เป็นรองใครของเราในจังหวัดระยอง จึงทำให้ลูกค้าชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของยนตรกรรมแห่ง ‘ความปราดเปรียวอันภูมิฐาน’ จากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น”

รถยนต์รุ่นที่สี่จากตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ ที่พร้อมจำหน่ายสำหรับผู้ขับขี่ชาวไทย และเป็นรถยนต์รุ่นแรกในเจนเนอเรชั่นนี้ที่ประกอบในประเทศ มาพร้อมความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 และขุมพลังดีเซลอันปราดเปรียวเปี่ยมพละกำลัง พร้อมบุคลิกสไตล์รถยนต์สปอร์ตในทุกขณะขับขี่

บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport สะท้อนให้เห็นความสง่างามที่เป็นตัวตนของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โดยมาพร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วแบบ double-spoke ที่ส่งให้ BMW Individual high-gloss Shadow Line อวดโฉมเส้นสายที่ยกระดับความโฉบเฉี่ยวไปอีกขั้น ในขณะที่ไฟหน้า follow-me-home และไฟ welcome lighting ให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความใส่ใจและบุคลิกภาพของรถยนต์ ตั้งแต่เริ่มจนจบการเดินทาง

ภายในของรถยนต์ซีดานรุ่นนี้มาพร้อมกับห้องโดยสารที่เอื้อต่อผู้ขับขี่และการตกแต่งด้วย fine-wood trim ในสี poplar grain grey พร้อมด้วย highlight trim finisher สีโครเมียมมุก ที่เข้าคู่อย่างสมมบูรณ์แบบกับพวงมาลัยและเบาะหนัง ในขณะที่ระบบ Gesture Control ที่เปิดตัวไปพร้อมกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ก่อนหน้านี้ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คู่กับหน้าจอ แสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ที่ช่วยให้การควบคุมระบบความบันเทิงและฟังกชั่นโทรศัพท์แบบมาตรฐานเป็นไปอย่างง่ายดายและชาญฉลาด


บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุดที่ 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 เพียง 132 กรัมต่อกิโลเมตร

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตั้งราคาจำหน่าย บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport ไว้ที่ 3,439,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมแพกเกจ BSI Standard)

สำหรับโปรแกรม BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI) ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ในครั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำเสนอทางเลือกในการบริการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการคัดสรรแพ็คเกจการบริการดูแลบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับความต้องการในการขับขี่อันเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล โดยจากเดิมที่มีเพียงการให้บริการบำรุงรักษาสูงสุด 5 ปี หรือ 100,000 กม. และการรับประกันยาวนาน 5 ปี เพียงอย่างเดียว ขยายมาเป็นแพ็คเกจการบริการและการรับประกันรูปแบบใหม่ที่นำเสนอพร้อมทางเลือกของราคาสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิในแต่ละรุ่น ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความพึงพอใจ

แพ็คเกจ

การให้บริการ

ระยะการบำรุงรักษาการรับประกันราคาสำหรับซีรีส์ 1, 2, 3, 4 และ X1, X3, X4ราคาสำหรับซีรีส์ 5, 6, 7, M และ X5, X6, i8ราคาสำหรับ MINI
BSI / MSI Standard3 ปี / 60,000 กม.3 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง30,00040,00030,000
BSI Plus5 ปี / 100,000 กม.3 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง30,00040,00030,000
Warranty Plus3 ปี / 60,000 กม.5 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง40,00050,00040,000
BSI/ MSI Ultimate5 ปี / 100,000 กม.5 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง70,00090,00070,000

นอกเหนือจากแพ็คเกจการให้บริการที่มีให้เลือกหลายระดับแล้ว โปรแกรม BSI และ MSI ยังมอบสิทธิประโยชน์การดูแลบำรุงรักษารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างครอบคลุม เช่น การบริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การบริการเปลี่ยนกรองอากาศภายใน การบริการเปลี่ยนหัวเทียน การบริการเปลี่ยนผ้าเบรกและจานเบรก การบริการตรวจสอบรถยนต์ รวมไปถึงการซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์อะไหล่แท้จากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ทั้งนี้การให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ (Mobility Service) สำหรับทุกแพ็กเกจ ครอบคลุมการให้บริการตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งโปรแกรมรูปแบบใหม่จะเริ่มให้บริการโดยผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป

มร. ทอยเชอร์ตกล่าวปิดท้าย “โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ด้วยการบริการรูปแบบใหม่ที่มีให้เลือกหลายระดับ จึงทำให้ลูกค้าชาวไทยเข้าถึงรถยนต์ของเราที่มาพร้อมกับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ขั้นต้นได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ยังคงมอบสุนทรียภาพในการขับขี่อย่างไร้ข้อกังวล”

“ฟอร์ด ประเทศไทย” จัดทริปเปิดเส้นทางอันซีนที่จันทบุรี พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคม

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ด เอก จันทบุรี จัดทริป “ฟอร์ด…เกิดมาแกร่ง” เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ให้สื่อมวลชนท้องถิ่นได้ร่วมเดินทางไปกับกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ในเส้นทางท่องเที่ยวแบบอันซีนของจังหวัดจันทบุรี พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งการช่วยเหลือสัตว์ป่า และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของไทย ตลอดถึงการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุทางท้องถนน

ฟอร์ด ได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด เอก จันทบุรี มุ่งหน้าสู่อำเภอโป่งน้ำร้อน เขตจังหวัดจันทบุรี โดยจุดหมายแรก คือ วัดเขาชวัง โบสถ์ไม้แกะสลักทั้งหลังที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและวิถีชีวิตชาวบ้าน มีพระประธานสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวงดงาม ก่อนเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีความงดงาม เห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล วิวอ่างเก็บน้ำมีให้เห็นเป็นเกาะแก่งเหมาะกับการถ่ายรูปธรรมชาติ และชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นโดยมีเขาสอยดาวเป็นวิวด้านหลัง

จากนั้นคณะเดินทางได้มุ่งหน้าสู่น้ำตกหินดาด เพื่อมอบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาช้างป่าให้แก่กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 544 ฐานดงจิก พร้อมร่วมกันสร้างแหล่งอาหารในพื้นที่และปลูกกล้วยไม้เหลืองจันทบูร ราชินีกล้วยไม้แห่งจันทบุรี เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์

นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเส้นทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสวยงามของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งการเดินทางไปชมความงามในเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาตินั้น แน่นอนว่าเต็มไปด้วยความท้าทาย เราจึงได้นำรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ มาเป็นพาหนะในการเดินทางพิสูจน์ความแกร่งสำหรับการขับขี่ในทุกเส้นทาง ทั้งทางเรียบและออฟโรด ทั้งถนนลูกรังขรุขระ และทางบุกป่าฝ่าเขาที่สมบุกสมบัน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางและระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนามาเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด มอบความอุ่นใจบนทุกเส้นทาง”

นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม “ในฐานะบริษัทผลิตรถยนต์มาตรฐานระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับกิจกรรมจิตอาสาเพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในโครงการ ฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) หรือ “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ที่ฟอร์ดได้ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี โดยฟอร์ดมุ่งหวังผลลัพธ์ในการช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน”

สำหรับกิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) หรือ “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยในปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของโครงการดังกล่าวในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์อย่างถูกต้องทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งในการขับรถและวิธีการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง การควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉินและเกร็ดความรู้อื่นๆ เป็นต้น

“Lenso Raiden Diesel War 2017” ระเบิดความมันส์ พร้อมจัดอันดับรถดีเซลเร็วสุดในประเทศไทย 5-6 สิงหาคมนี้

0

Lenso Raiden Diesel War 2017 ศึกแห่งศักดิ์ศรีของชาวดีเซล เตรียมระเบิดความมันส์ พร้อมจัดอันดับรถดีเซลที่เร็วที่สุดในประเทศไทยอีกครั้ง ในรูปแบบ Quarter Mile 402 เมตร ณ สนาม Bangkok Drag Avenue คลอง 5 ในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2560 จัดโดย บริษัท เรซซิ่ง บ๊อกซ์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการเว็บไซต์ยานยนต์ BoxzaRacing.com

สำหรับ Lenso Raiden Diesel War 2017 ยังคงดำเนินการจัดการแข่งขันที่มีความปลอดภัย มาตรฐาน และกติกาที่ชัดเจน ภายใต้การควบคุมดูแลโดยผู้จัดการแข่งขันมืออาชีพ โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 13 รุ่น ได้แก่
1. King Of Diesel Dragster (รุ่นรถหน้ายาว)
2. King of Diesel Open Spaceframe By Hi-Kool
3. King Of Diesel Pro Max Modify (เทอร์โบใหญ่เกียร์ซิ่ง) By Omega
4. King Of F55 Pro H-Pattern
5. King Of F55 Pro H-Pattern (ยางเรเดียล+กล่องพ่วง)
6. King Of Van Open (รถตู้ open)
7. Raiden Wolverine X402 King Of Turbo 3000 ปาก 44
8. LENSO King Of Turbo 3000 standard
9. King Of Retro Truck ดีเซล ปั๊มสาย
10. Best of Isuzu 1.9 DDi Blue power (Street Battle ชิงไฟ)
11. Best of New Chevrolet (Street Battle ชิงไฟ)
12. Best of Toyota Vigo & Revo (Street Battle ชิงไฟ)
13. Best Of Van Turbo 3000 ปาก 44mm (Street Battle ชิงไฟ
**ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศบันทึกสถิติเวลาของผู้ชนะในแต่ละรุ่น

นอกจากนี้ภายในงาน Lenso Raiden Diesel War 2017 ยังมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ สาวสวยสุดเซ็กซี่ นำโดย นินิว เอวเด้ง เต้นโคโยตี้บนรถกระบะ, Giraff Selection By Lenso การประกวดรถกระบะแต่งสวย เพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท รวมถึงการแข่งขันคู่ไฮไลท์ระหว่างรถกระบะสายยกสูงสองทีมดังที่จะมา Battle กันเป็นครั้งแรกในเมืองไทย สนับสนุนโดย ผลิตภัณฑ์ล้อแม็ก Lenso, ยางรถยนต์ยี่ห้อ Raiden, บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ Hi-Kool, ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง OMEGA และกล่อง ECU จาก Prospeed

พบกันที่งาน Lenso Raiden Diesel War 2017 ในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2560 ณ สนาม Bangkok Drag Avenue คลอง 5 หากคุณคือนักซิ่งสายดีเซลตัวจริงต้องห้ามพลาด!! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน www.boxzaracing.com

“โตโยต้า” แนะนำ “ไฮลักซ์ รีโว่” รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการ ที่ต้องการยานพาหนะที่มีสมรรถนะสูง ทนทาน และสามารถใช้จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมจากเครื่องยนต์ GD Efficient Boost 2.4 ลิตร เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนอย่างดีเยี่ยมของระบบช่วงล่าง DCS รวมถึงระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้นด้วยระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) และระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution) ที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย 3 จุด ที่มีในรุ่นมาตรฐาน แค็บและแชสซีส์ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ขับขี่

ทั้งนี้ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทุกรุ่นภายใต้โครงการไอเอ็มวีได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย พิสูจน์ได้จากตัวเลขยอดขายสะสมภายในประเทศมากกว่า 1.9 ล้านคัน ทำให้โตโยต้ามั่นใจว่า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ จะสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานเอนกประสงค์ของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมรรถนะในการบรรทุกขนส่งสินค้า

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธุรกิจการขนส่งสินค้า (Logistic) มีบทบาทเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน จากการที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เน้นความสะดวกสบายโดยการเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และใช้บริการขนส่งมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี”

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ มากับเครื่องยนต์ GD Efficient Boost 2.4 ลิตร ติดตั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 – 2,800 รอบ/นาที

โดดเด่นด้วยระบบ DCS: Dynamic Control Suspension บรรทุกของหนักได้เต็มที่ มาพร้อม โช้คอัพใหญ่ขึ้น 8% และแหนบยาวขึ้น 100 มม. รวมถึงระยะห่างของแหนบ เพิ่มขึ้น 50 มม. ทั้งยังมีโครงสร้างแชสซีส์ใหญ่ขึ้น 20 มม. ทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบเบรก ABS/ EBD ทั้งยังมีถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง

ห้องโดยสารกว้างขวางรองรับทุกความบันเทิงด้วย ระบบเครื่องเสียง CD / MP3 / WMA พร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และช่องต่อ USB/AUX

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Super White) / สีเงิน (Silver Metallic) / สีเทาดำ (Dark Gray Mica Metallic) จำหน่ายในราคา 516,000 บาท

สอบถามรายละเอียดและสั่งจองได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 467 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (23 กรกฎาคม 2560)

0

AUTO WORLD TV

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560
เวลา 11.00 – 11.30 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“อีซูซุคาราวานสัญจร 2560” เส้นทางที่ 2 พาเที่ยวอีสานแซบนัว ที่ยโสธร – นครพนม

0

อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2560 “เที่ยวดี ทำดี…ฉลอง 60 ปีอีซูซุ” จัดต่อเนื่องเส้นทางที่ 2 ชวนลูกค้าเที่ยวอีสาน ดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสมาชิกประชาคมอีซูซุพร้อมพาหนะคู่ใจ ร่วมเดินทางจากจังหวัดยโสธร สู่จังหวัดนครพนม รวมระยะทางกว่า 260 กิโลเมตร

อีซูซุคาราวานสัญจร ประจำปี 2560 เส้นทางที่ 2 ยโสธร – นครพนม ได้รับเกียรติจากนายชนาส ชัชวาลวงศ์ ปลัดจังหวัดยโสธร นายธงชัย แสนทวีสุข รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี มร. ฮิโรกิ คาโต้ ผู้จัดการฝ่ายขาย ดีลเลอร์-บี บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมเป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน ณ โชว์รูมบริษัท อีซูซุตังปักยโสธร จำกัด

ขบวนคาราวานเริ่มออกเดินทางท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย สู่จุดหมายแรกที่โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลกุดแห่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เพื่อเยี่ยมชมโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 60 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกระแสให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาทำการพัฒนาที่ดินในรูปแบบการเกษตรแบบผสมผสาน ประกอบด้วยนาข้าว ไม้ผล ไม้ดอก และการปลูกยางพารา โดยเน้นการเพิ่มศักยภาพทางด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง เพื่อเป็นตัวอย่างและเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร รวมทั้งสร้างรายได้ให้เพียงพอสำหรับใช้หมุนเวียนในกิจการ โดยผู้แทนจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา อีกด้วย

ต่อจากเยี่ยมชมโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา สมาชิกผู้ร่วมคาราวานอีซูซุมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเยี่ยมชมประติมากรรมหินธรรมชาติ ประกอบไปด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันแบบลูกคลื่น ที่ล้วนเกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลมและแสงแดด ผ่านกาลเวลามาถึง 95-120 ล้านปีทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกันไป ดูคล้ายรูปเครื่องบินไอพ่น จานบิน เก๋งจีน มงกุฎ หัวจระเข้และหอยสังข์ ซึ่งความคงทนของชั้นหินมีความแตกต่างกัน นับเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชม ไม่ขาดสาย และสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านนัดพบริมโขง จังหวัดมุกดาหาร เรียบร้อยแล้ว ขบวนอีซูซุคาราวานสัญจร จึงเดินทางสู่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม เพื่อสักการะ “พระธาตุพนม” พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และอุรังธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่นๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือการได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว

จากนั้นจึงเคลื่อนทัพคาราวานต่อไปยังที่พัก ณ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ วิว ที่ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำโขง ท่ามกลางบรรยากาศเขียวขจีของฤดูฝน ให้ความรู้สึกที่สดชื่น เพื่อร่วมปาร์ตี้มื้อค่ำด้วยบรรยากาศที่แสนครึกครื้น สมาชิกได้ร่วมสนุกกับเกมชิงของรางวัลมากมายจากสปอนเซอร์ใจดี อิ่มอร่อยกับอาหารที่อีซูซุเลือกสรรสำหรับสมาชิกประชาคมอีซูซุโดยเฉพาะ ปิดท้ายคาราวานแสนอบอุ่นด้วยซูเปอร์พรีเซนเตอร์สุดฮอตของอีซูซุ “ก้อง – สหรัถ สังคปรีชา” ที่มามอบบทเพลงเพราะๆ ให้กับสมาชิกประชาคมอีซูซุให้มีความสุข ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

ความประทับใจของผู้ร่วมคาราวาน
รถหมายเลข 19: คุณเจริญ-คุณผกามาศ รอดเภา และ คุณนาวา แก้วผ่อง-คุณโชติกา จิตตะยะโสธร กล่าวว่า “เดินทางกับอีซูซุคาราวานสัญจรมาแล้วหลายครั้ง สนุกทุกครั้งที่ได้เดินทางไปเที่ยว และได้พบปะกับสมาชิกประชาคมอีซูซุ ประทับใจในการดูแลของทีมงานมากๆ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้มีฝนตกเป็นระยะ แต่ด้วยสมรรถนะและการยึดเกาะถนนของอีซูซุที่ดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น”

รถหมายเลข 20: คุณเสงี่ยม ท้าวแก้ว กล่าวว่า “ได้มาร่วมคาราวานกับอีซูซุคาราวานสัญจร สนุกทุกครั้งครับ ประทับใจทุกครั้ง การเดินทางแบบคาราวานของอีซูซุก็มีความปลอดภัยสูง ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวก็มีความน่าสนใจ ครั้งนี้ก็ได้เข้าเยี่ยมชมโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาที่เป็นแหล่งเรียนรู้การทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ได้ไปชมความงามจากธรรมชาติที่ภูผาเทิบ ปิดท้ายได้มีโอกาสสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วัดพระธาตุพนม แถมมีของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยครับ”

อีซูซุคาราวานสัญจร นับเป็นกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าอีซูซุทั่วประเทศไปพร้อมกับสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล รวมถึงการเดินทางโดยรถยนต์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าไม่อยากพลาด สามารถสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสื่อสารการตลาด-บี โทร.02-966-2127-9 โดยอีก 2 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 3 ไทย (จันทบุรี) – กัมพูชา (กำปอด – สีหนุวิลส์) วันที่ 10-13 สิงหาคม 2560
เส้นทางที่ 4 พิจิตร – พิษณุโลก วันที่ 23-24 กันยายน 2560

All-New Land Rover Discovery เอสยูวีรูปลักษณ์ภูมิฐาน มากับเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนใคร

0

อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ เปิดตัว All-New Land Rover Discovery ทายาทลำดับที่ 5 ในสายการผลิต Discovery คันนี้มากับเทคโนโลยีที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยการคิดค้นจากทีมผู้ออกแบบตลอด 27 ปีที่ผ่านมา พร้อมชูจุดเด่นในด้านการใช้งานเพื่อให้เหมาะสมกับทุกไลฟ์สไตล์

All-New Land Rover Discovery เอสยูวี แบบ 7 ที่นั่ง Full-Size 3 แถว รถยนต์อเนกประสงค์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วย ดิสคัฟเวอรี่ใหม่จึงเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงจากจุดเริ่มต้นไปสู่ลูกค้าจำนวนมากกว่า 1.2 ล้านคน


All-New Land Rover Discovery มากับตัวถังอะลูมิเนียมแบบไร้โครงที่ทนทานและน้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักลงถึง 480 กิโลกรัม มีระยะห่างจากพื้นดินอยู่ที่ 283 มิลลิเมตร (สูงขึ้น 43 มิลลิเมตร) ส่วนความลึกในการลุยน้ำสูงสุดที่ 900 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 200 มิลลิเมตร)

ประตูหลังดีไซน์ใหม่ช่วยมอบความอเนกประสงค์ โดยเมื่อแผงท้ายหลังปิดขึ้นจะทำหน้าที่ปิดกั้นสัมภาระ แต่เมื่อเปิดออกส่วนที่ยื่นออกมา 285 มม. จะทำหน้าที่เป็นม้านั่งที่ใช้ประโยชน์สำหรับนั่งเพื่อทำกิจกรรมหรือเพื่อเปลี่ยนรองเท้าที่เปื้อน ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้ประตูหลังใหม่แบบชิ้นเดียว

ความสมบูรณ์แบบทางวิศวกรรม ส่งผลถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนภายในห้องโดยสารได้ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน รองรับผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ขนาดตัวสูงใหญ่ได้ 7 คน ซึ่งแถวหลังสุดเป็นการออกแบบภายในได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่นั่งแถวที่สามประกอบด้วยจุดยึด ISOFIX สำหรับที่นั่งเด็ก (รวมห้าจุด) และด้วยเทคโนโลยี Auto Access Height ช่วยลดความสูงของระยะห่างจากพื้นได้มากถึงระดับ 40 มิลลิเมตร ทำให้การก้าวขึ้นหรือลงจากตัวรถเมื่อรถจอดทำได้สะดวก

กุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความอเนกประสงค์อย่างเหนือชั้นของรถคันนี้คือ ระบบความบันเทิง InControl Touch Pro ประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ในตำแหน่งแผงหน้าปัดกลาง ลดจำนวนสวิตช์บนแผงหน้าปัดลงได้ถึง 1 ใน 3 พร้อมภาพกราฟิกที่คมชัดและเมนูที่ใช้งานง่าย รวมเทคโนโลยีล่าสุดของการนำทางและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกัน การเชื่อมต่ออย่างไม่สะดุดกับ iOS และ Android ผสานกับ Meridian

ระบบเสียงรอบทิศทางมาจากการติดตั้งลำโพง 14 ตัว พร้อมด้วยซับวูฟเฟอร์ มอบประสบการณ์ในการรับฟังที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมเพลงออนไลน์หรือการเล่นเพลงโดยตรงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ จุดชาร์จไฟขนาด 12 โวลต์มากถึง 6 จุด ช่องเสียบสาย USB ที่มีถึง 7 จุด (หรือมากถึง 9 จุดเมื่อมีการติดตั้งชุดความบันเทิงสำหรับที่นั่งตอนหลัง) ทำให้ผู้โดยสารในแต่ละแถวสามารถใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ในเวลาเดียวกัน

คุณสมบัติด้านเทคโนโลยีเด่นอีกหนึ่งอย่าง คือ สายรัดข้อมือ Activity Key เทคโนโลยีอันทันสมัยของแลนด์โรเวอร์ที่ทำให้ลูกค้าสามารถไปเล่นกีฬา วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือทำงานอดิเรกต่าง ๆ โดยไม่ต้องถือกุญแจรถยนต์ไปด้วย สามารถเก็บกุญแจไว้ภายในรถได้อย่างปลอดภัย

All-New Land Rover Discovery ใช้เครื่องยนต์ดีเซล TD6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 255 แรงม้า พร้อมให้แรงบิด 600 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพอันทรงพลัง

ได้รับการติดตั้งระบบ Terrain Response เทคโนโลยีที่ครอบคลุมการขับขี่บนทางวิบากซึ่งใช้งานง่าย แม้ผู้ขับขี่จะไม่เคยมีประสบการณ์ ทั้งยังสามารถเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุดได้โดยอัตโนมัติหากผู้ขับขี่ไม่แน่ใจว่าตัวเลือกใดจะดีที่สุด และสามารถตั้งโปรแกรม All-Terrain Progress Control (ATPC) เพื่อให้รักษาความเร็วในการวิ่งที่เหมาะสมซึ่งผู้ขับขี่เลือกไว้โดยอิสระ

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ ตั้งราคาจำหน่าย All-New Land Rover Discovery รุ่น SE ไว้ที่ ราคา 6,499,000 บาท และ ราคา 6,999,000 บาท ในรุ่น HSE