Home Blog Page 522

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (2 กรกฎาคม 2560)

0

AUTO WORLD TV

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2560
เวลา 11.00 – 11.30 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“เอ็มจีไลฟ์!” การรวมกลุ่มคาร์คลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

0

จบลงไปอย่างยิ่งใหญ่กับงานรวมพลคนรัก เอ็มจี ประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดขึ้นมาแล้วมากกว่า 80 ปี ณ สนามแข่งรถระดับตำนาน ซิลเวอร์สโตนในประเทศอังกฤษ โดยในปีนี้ เอ็มจี จัดแสดง รถเอ็มจีหลากหลายรุ่น ประชันโฉมเคียงข้างรถสุดคลาสสิกตลอดเกือบ 90 ปีของแบรนด์เอ็มจี

เทศกาลเอ็มจีไลฟ์! คืองานที่จัดขึ้นเพื่อคอรถยนต์และแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ เอ็มจี อย่างแท้จริง มีผู้สนใจ และสมาชิกเอ็มจีคาร์คลับจากทั่วโลกเข้าร่วมชมงานมากกว่าหนึ่งหมื่นคนตลอด 2 วัน พร้อมกับเป็นแหล่งรวมกิจกรรมมากมายที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงที่เกี่ยวกับยานยนต์ การแสดงดนตรี การทัวร์สนามแข่งซิลเวอร์สโตน การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่เกี่ยวกับยานยนต์ และของที่ระลึกต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ เอ็มจี รวมถึงการแข่งขันรถคลาสสิกที่มีนักแข่งมืออาชีพกว่า 300 คนเข้าร่วมประลองความเร็วตลอด 2 วัน เจ้าของรถ เอ็มจี ทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นคลาสสิกยังสามารถวัดฝีมือด้วยการร่วมแข่งขันจับเวลาในสนามแข่งเพื่อชิงรางวัล

ไฮไลท์ภายในงานเอ็มจีไลฟ์! ยังรวมถึงการจัดแสดงรถคลาสสิกของแบรนด์ เอ็มจี จากการรวมตัวของสมาชิกคาร์คลับจากในประเทศอังกฤษอย่างกลุ่ม MGCC หรือ เอ็มจีคาร์คลับ ซึ่งเป็นกลุ่มคาร์คลับของ เอ็มจี ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการอวดโฉมรถ เอ็มจี สุดคลาสสิกจากหลายช่วงทศวรรษ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 1930 มาจนถึง ค.ศ. 1980 รวมทั้งหมดหลายร้อยคัน ขณะที่ช่วงค่ำคืนยังมีการประกวดการจัดแสดงแสงไฟในรถ เอ็มจี อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดแสดง MG ZS รถเอสยูวีรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกในโลกเมื่อปลายปีที่แล้วที่งานกวางโจว ออโต้โชว์ และปรากฏตัวบนแผ่นดินยุโรปอีกครั้งที่งานเอ็มจีไลฟ์! ซึ่งได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้เข้าชมงาน เนื่องด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว เร้าอารมณ์ และล้ำสมัยซึ่งมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ อันเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงพัฒนาการด้านการออกแบบที่ไม่มีวันหยุดยั้งของแบรนด์ เอ็มจี

รถอินเตอร์เน็ตเอสยูวีรุ่นแรกของโลกรุ่นนี้ยังได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานด้วยเทคโนโลยีระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อให้ผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถล็อกอินเพื่อใช้งานการเชื่อมต่อได้อย่างเป็นอิสระ ระบบนี้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวรถได้หลายด้าน โดยเฉพาะระบบระบบความปลอดภัย การตรวจสอบสถานะต่างๆภายในรถยนต์ และยังสามารถช่วยวางแผนการเดินทางด้วยระบบนำทางที่มีประสิทธิภาพสูง

ภายในงานเอ็มจีไลฟ์! ยังมีการจัดแสดงรถยนต์ เอ็มจี อีกหลายรุ่น ทั้ง MG3 MG5 MG6 และ MG GS พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเพื่อเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานเอ็มจีไลฟ์! จึงดึงดูดผู้สนใจหลายช่วงอายุทั้งจากอังกฤษและหลายประเทศให้มาร่วมสัมผัสแบรนด์ เอ็มจี ซึ่งเปรียบเหมือนวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น

เลาะเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ East – West Economic Corridor ช่วงครึ่งทางของการเดินทาง จากพิษณุโลก สู่มะละแหม่ง ปลายทางย่างกุ้ง

0

นี่เป็นการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้ง ของฝูง MAZDA SKYACTIV ที่ใช้ชื่อการเดินทางครั้งนี้ว่า East – West Economic Corridor MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมการค้าจากฝั่งแปซิฟิก สู่มหาสมุทรอินเดีย โดยเริ่มจาก เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เข้าสู่สะหวันนะเขต ประเทศลาว ตัดผ่านประเทศไทย ด้วยทางหลวงหมายเลข 12 สู่เมืองเมียวดี และมะละแหม่ง ไปจบปลายทางที่ ย่างกุ้ง อ่าวเมาะตะมะ ประเทศเมียนม่า ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย

กลุ่มแรกที่เดินทางจากดานัง เวียดนาม  มากว่าข้อนทาง ตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายนี้ จนถึงเมืองพิษณุโลก จากนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของกลุ่ม 2 ที่จะสานต่อเส้นทางจากไทย ไปสู่อ่าวเมาะตะมะ ประเทศเมียนม่า ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งผมคือหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางในช่วงนี้

เดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12 จากพิษณุโลก 2 แคว สู่ด่านทางการค้าถาวร แม่สอด จังหวัดตาก ที่ติดต่อกับด่านเมียวดี เมืองเมียวดี ประเทศ

เช้าวันแรกในการเดินทางช่วงที่ 2 ของ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN จากเมืองพิษณุโลก 2 แคว สู่ด่านแม่สอด การเดินทาง เรายังยึดหลัก เส้นทางหลวง หมายเลข 12 เกือบ 250 กม. ผ่านสุโขทัย เข้าสู่จังหวัดตาก ไปยังอำเภอสอด ซึ่งเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามเชิงเขา และยังมีบางช่วงยังมีการก่อสร้างอยู่ ก็เลยทำให้ตะกุกตะกักบาง ถนนที่ลาดชัน และคดเคี้ยว ไม่ได้ก่อปัญหาสักนิด ให้กับฝูง MAZDA SKYACTIV แม้แต่น้อยเลย ในการเดินทางโดยรวมในเมืองไทย ยังให้ความสะดวกสบายอยู่ และการปรับปรุงถนนช่วงดังกล่าว ก็เพื่อทำให้ทางหลวงหมายเลข 12 ของไทย เป็นเส้นทาง ช่วงที่ความสะดวก สบายที่สุด ของเส้นทาง East – West Economic Corridor

ขบวน MAZDA DNA SKYACTIV ถึงด่านแม่สอด ด่านพรมแดนถาวร ที่มีมูลค้าทางการค้าระหว่างไทยกับเมียนม่า สูงเป็นอันดับต้นๆของระหว่าง 2 ชาติ เราหยุดพัก เพื่ออัดอาหารเข้าท้อง กันเมาโค้งทางลงเขาในเมียวดี และเติมน้ำมันก๊าดโซฮอล์เต็มถัง ก่อนที่ จะไปบริโภคน้ำมันเบนซินฝั่งเมียนม่า ในวันต่อๆไป เราใช้เวลาในการผ่านแดนไม่มากนัก เพราะมีการเตรียมเรื่องล้วงหน้ามากก่อนหน้านี้หลายสัปดาห์ ร่วมถึงเรื่องการนำรถฝ่ายเข้าแดนเมียนม่าด้วย ตกบ่าย ขบวนก็เรื่องเดินทางจากเมียวดี เข้าสู่รัฐกะเหลี่ยง

สบายๆ ได้แค่ 30 กว่ากิโลเมตร จากนั้นเหมือนย้อนเวลากลับไป 40 ปี 2 เลน สวน ไร้ไหล่ทาง…..!

                การอัดอาหารมาเต็มท้อง ทำให้การนั่งเป็นผู้โดยสาร ในสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามเนินเขา ก็สามารถที่จะช่วยได้ระดับหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยนั้นคือ ระบบ G Vectoring ที่มีใน MAZDA SKYACTIV ที่จะช่วยงลดแรงบิดของเครื่องยนต์ในขณะเข้าโค้ง ทำให้ค่า G ในการเข้าโค้งลดลง

เส้นทางจากด่านเมียวดี ที่เป็นทางลงเนินลาดชั้น และคดเคี้ยวไปตามภูเขา ในช่วงแรกนี้ เป็นถนนที่มีมาตรฐานที่ดีที่เดียว และสภาพ 2 ข้างทาง เป็นแบบเมืองเหนืออย่างแท้จริง มีต้นสน 3 ใบ ขึ้นปะปนกับไม้เบญจพันธุ์ แต่ความสบายก็จบสิ้นลงเมื่อเจอกับสภาพถนนอันแท้จริงของเมียนม่า

สภาพถนนในรัฐกะเหรี่ยงมันเหมือนกับถนนในชนบทของไทยเมื่อราว 40 ปี ที่แล้ว คือเป็น 2 เลน ไหล่ทางที่มีก็เหมือนไม่มี เพราะขอบถนนสูงกว่าไหล่ทางเกือบคืบ ยางมะตอยที่ลาดไว้บนผิวถนนก็ใกล้จะหมดสภาพแล้ว และการจราจรก็ค่อนข้างจะขวักไขว่เอาการ รถทุกประเภทของเมียนม่าใช้เส้นทางนี้ทั้งหมด และนี้คือทางหลักของการเดินทางของชนชาวเมียนม่า แต่สภาพถนนเช่นนี้ กลับทำให้เราได้เห็นชีวิตความเป็นจริงของมนุษย์

พักสักหน่อย ให้หายเครียดที่ “เก๊าะกะเร็ค” มุ่งสู่ “เมาะละแหม่ง ” ตัดออกสายลองที่ “ควนดอย์

            ช่วงบ่ายแก่ๆ กึ่งหนึ่งของทาง จาก “เมียวดี” สู่เมาะละแหม่ง ขบวนขอแวะถ่ายน้ำกันสักนิด และเติมกาแฟกันซะหน่อยที่เมือง “เก๊าะกะเร็ค” หรือที่คนพม่าเรียกว่า “เก๊าะกะหรุด” เราได้เห็นไมตรีของชนชาวกะเหรี่ยง มอญ และพม่า แบบบ้านๆกันครั้งแรก เขาพูดคุยกับเราผ่านไกด์กันอย่างสนุกสนาน ทางจุดหยุดพักที่เก๊าะกะเร็ค ถึงจุดหมายก็ราวเกือบๆ 200 กม.

เรายังยึดเส้นทางสายหลัก ทางหลวงของรัฐกะเหรี่ยงไปสักระยะ เลย “ควนดอย์” ไปไม่มาก เราก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู้ถนนสายลอง เพื่อตัดไปเข้า เมาะละแหม่ง โอ้มแม่เจ้า ทางสายลอง กับสายหลัก มันแทบไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นคือความเขียวชะอุ่มต้นไม้ที่หนาแน่นกว่า กับทุ่งนาที่มีต้นข้าว และดงตาล ทำให้นึกถึงถนนที่เมืองเพชรบุรีเมื่อกว่า 30 ปี ที่แล้ว ผมมีความสุขกับทิวทัศน์ 2 ข้างถนนแทบนี้ มากจริงๆ

จากนั้นเราก็เข้าสู่สายหลัก เมาะละแหม่ง – พะอาน เราตัดลงทางใต้เล็กน้อย ก็เข้าสู่รัฐมอญ เราถึงเมาะละแหม่ง หรือมะละแหม่ง หรือที่คนพม่าเรียกเมืองนี้ว่า “เมาะลามไยย” ส่วนในหนังสือวรรณคดีไทยจะเรียกว่า เมาะลำเลิง เมืองนี้เป็นเมืองท่า เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเมียนม่า เป็นเมืองปากแม่น้ำสาระวิน ที่จะออกไปสู่อ่าวเมาะตะมะ ถือว่าเป็นศูนย์กลางของรัฐมอญ และนี้คือปลายทางของ East – West Economic Corridor ที่จะส่งสินค้าออกไปสู่มหาสมุทรอินเดียได้อย่างง่ายได้ ย่ำค่ำวันนั้น เราชาวคณะ MAZDA DNA SKYACTIV ก็ได้ชมภาพพระอาทิตย์ตกแบบมีเมฆฝนบดบังทางฝั่งมหาสมุทรอินเดียเป็นครั้งแรก

 

ขึ้นเหนือ ข้ามสาระวิน เลาะเส้น R8 ทางเชื่อม เหนือ – ใต้ เมียนม่า ข้ามแม่น้ำสะโตง สู่ “พะโค” หงสาวดี

            รุ่นขึ้นวันที่ 2 ของการเดินทาง เราเดินทางขึ้นเหมือนไปตาม สานทางหลัง R8 เส้นทางที่เชื่อมเหนือ และใต้ ของประเทศเมียนม่า เช้านี้เราเจอฝนปลอยๆแต่เช้า เราออกจาก มะละแหม่ง ข้ามแม่น้ำสาระวิน ด้วยสะพานสาระวิน ที่ยาวที่สุดของประเทศเมียนม่า ที่มีความยาวกว่า 3 กม. ซึ่งสะพานนี้จะเป็นสะพานรถไฟด้วย แต่มีความยาวกว่าสะพานของรถยนต์ถึงเท่าตัว สภาพถนนเช่นเดิม เป็น 2 เลน ส่วนกัน สาย R8 ดูจะมีพื้นผิวถนนที่ดีกว่าเส้นทางที่ผ่านมาในรัฐกะเหรี่ยง แต่ตลอดเช้าวันนั้น น้ำฝนจากมหาสมุทรอินเดียก็โปรยปรายอย่างไม่หยุดยั้ง

เรามาถึงสะพานข้ามแม่น้ำ แน่นอนเรายืนดูความกว้างของแม่น้ำ และนึกย้อนกลับไปที่ “พระแสงปืนต้น” ที่สมเด็จพระนเรศร ใช้ยิงขุนพลทหารหงศาฯ สุระกำมา จนตาย จะว่าไม่แล้ว ถ้าจุดนี้คือจุดที่ยิง คงต้องมีพระกฤษฎาอภินิหารที่สูงส่งที่เดียว เพราะจุดตรงนี้ ขนาดใช้ ไรเฟิล กระสุน .338 Lapua Magnum ติดกล้อง Schmidt and Bender ยังยากเลย หรืออาจจะไม่ใช่จุดนี้ก็ได้

จากนั้นขบวนขับเลาะไปตามถนนสายเลียบคลอง ที่คนพม่ากล่าวว่า คลองเลียบถนนี้ เป็นเส้นทางลำเลียงพลของทหารหงสาวดี ออกสู่แม่น้ำสะโตง เพื่อยกพลไปเล่นศึกกับต่างอาณาจักร แน่นอนย่อมร่วมถึงอาณาจักรอโยธยา เมืองพิษณุโลก 2 แคว และกรุงศรีอยุธยาด้วย คลองสายนี้ยาวไปถึงเมื่อง “พะโค” หรือ “บาโก” หรืออาณาจักรหงสาวดีในอดีตนั้นเอง เราแวะพักท่านอาหารกลางวันที่พะโค และแน่นอนที่เราจะไม่พลาดที่จะแวะ พระราชวังบาเยงนอง หรือบุเรงนอง นั้นเอง แล้วบ่ายแก่ๆ แล้วก็เดินทาง ต่อไปยัง ย่างกุ้ง

จากพะโค ม้วนลงสู่ “ย่างกุ้ง” เมืองท่า เมืองใหญ่อันดับ 1 อดีตเมืองหลวงของเมียนม่า

            หลังจากที่เราออกจากพระราชวังบาเยงนอง ในพะโค ฝนก็กระหน่ำสุดๆ เราขับรถฝ่าสายฝนไปตลอดทาง นานนับชั่วโมง เพื่อไปยัง เมืองย่างกุ้ง หรือ “ยางโกง” เมืองท่า เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ของเมียนมา สภาพถนนเริ่มดีขึ้นมาก มีสภาะเป็น Hi – Way มากขึ้น ในบางช่วง สลับกับทาง 2 เลย สวน แต่กว้างขึ้น และมีไหล่ทางไม่สูงนัก

แม้ฝนจะกระหน่ำตกลงมา เราก็พอที่จะทำความเร็วขึ้นได้ แล้วสภาพจราจรที่แออัดแบบเมืองใหญ่ ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น ขบวน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN ช่วงที่ 2 ถึงที่พักไม่เย็นนัก พร้อมกับสายฝนที่ตกกระหน่ำก็ได้หยุดลง แน่นอนการมาถึงย่างกุ้ง สิ่งที่ขาดไม่ได้ นั้นก็คือ การเข้าไปสการะบูชา พระมหาเจดีย์ชเวดากอง หรือตามสำเนียงพม่าเรียกว่า ชะเวยางโกง “มหาเจดีย์ทองคำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และนี่คือการจบภารกิจในการเดินทางของขบวน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN East – West Economic Corridor ช่วงที่ 2 และเป็นการส่งต่อให้กับ กลุ่มที่ 3 ให้เดินทางต่อในช่วงที่ 3 จากย่างกุ้ง เมียนม่า กลับสู่ประเทศไทย

วินิจจัย ชลานุเคราะห์

 

   

“มิตซูบิชิ ไทรทัน ลิมิเต็ด เอดิชั่น” เพิ่มทางเลือกรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความสำเร็จของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ลิมิเต็ด เอดิชั่น ใหม่ พันธุ์เข้ม กล้าขีดสุด ด้วยการเพิ่มรุ่น Double Cab 4WD 2.4L MIVEC GLS-LTD NAVI 5AT Limited Edition อีก 1 รุ่นเป็นทางเลือกในการตอบโจทย์ลูกค้าที่มากขึ้น สำหรับรุ่น Mega Cab Plus 2.4L MIVEC GLS-LTD 6MT Limited Edition และรุ่น Double Cab Plus 2.4L MIVEC GLS-LTD 6MT/ 5AT Limited Edition ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดตั้งแต่เปิดตัวยังคงมีให้เลือกเช่นเคย มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ทุกคันแรงด้วยขุมพลังนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร MIVEC ที่ให้ทั้งสมรรถนะที่เหนือกว่าด้วยกำลังสูงสุด 181 แรงม้า พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ ซึ่งประหยัดกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20% นอกจากนี้ กระบะพันธุ์เข้มทุกคันยังได้รับการตกแต่งด้วยอุปกรณ์พิเศษสูงสุด 11 รายการ ทั้งภายนอกและภายใน จึงมั่นใจได้ว่าโดดเด่น แตกต่างไม่ซ้ำใคร

มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวเนื่องจากมีพละกำลังที่โดดเด่น และมีรูปลักษณ์ที่ดุดัน บริษัทฯ จึงตัดสินใจขยายตลาดด้วยการเพิ่มรุ่น Double Cab 4WD 2.4L MIVEC GLS-LTD NAVI 5AT Limited Edition เพื่อเสนอทางเลือกที่มากกว่า และพร้อมเติมเต็มทุกเป้าหมายการใช้งาน กระบะพันธุ์เข้มยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร MIVEC การันตีได้ถึงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ส่วนรูปลักษณ์เสริมความดุดันด้วยชิ้นส่วนตกแต่งพิเศษทั้งภายนอก และภายใน”

สัมผัสสมรรถนะแห่งการขับขี่อีกระดับไปพร้อมกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจด้วย เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร MIVEC เสื้อสูบและฝาสูบอลูมินัมอัลลอย เบาและแข็งแกร่ง พร้อมตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมี VG Turbo ช่วยรีดกำลังออกมาได้สูงสุด 181 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงถึง 430 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 15.2 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20%

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เฉพาะรุ่น Double Cab 4WD ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD II ใช้งานง่าย ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ถึง 4 รูปแบบ รับมือได้กับทุกสภาพถนนด้วยระบบล็อกเพลาหลัง Rear Diff Lock

อุ่นใจในความปลอดภัยเพราะ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เฉพาะรุ่น Double Cab 4WD มาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ประกอบไปด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, บริเวณเข่าคนขับ และม่านถุงลมนิรภัย ซึ่งทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยดึงกลับอัตโนมัติ 2 ทิศทาง เฉพาะด้านคนขับ สำหรับรุ่น Double Cab ทุกรุ่นมาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง

แตกต่างไม่เหมือนใครด้วยอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกสีดำรอบคัน ประกอบไปด้วย กระจังหน้าสีดำ, ขอบกันชนหน้าด้านบนสีดำ, ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 17 นิ้ว, โป่งซุ้มล้อสีดำ, บันไดข้างสีดำ, กันชนหลังสีดำ และฐานไฟหน้าสีดำ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ทุกคัน

ภายในตกแต่งเพิ่มด้วยกระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรุ่น Double Cab ทุกรุ่นมาพร้อมกับ กระจกกรองแสง (หน้าต่างแถวที่ 2 และบานหลัง) พร้อมเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พิเศษในรุ่น Double Cab Plus ที่ยังมาพร้อมกับจอเพดานหลังขนาด 10.2 นิ้ว

มั่นใจในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ที่ใดด้วยข้อเสนอที่มีแต่ มิตซูบิชิ เท่านั้นที่กล้าให้กับ แพคเกจ 35533ประกอบไปด้วย ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 3 ปี และฟรีการรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี พร้อมฟรีค่าแรงการเช็คระยะนาน 5 ปี ทั้งยังมีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลานาน 3 ปี สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ทุกรุ่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ผลิตจำนวนจำกัด ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยทางเลือก 4 รุ่นย่อย พร้อมทางเลือกสีตัวถัง 2 สี ทั้ง สีดำ และสีขาวมุก สำหรับรายละเอียดราคา มีดังต่อไปนี้

-Mega Cab Plus 2.4L MIVEC GLS-LTD 6MT Limited Edition
สีดำ ราคา 746,000 บาท และสีขาว ราคา 753,000 บาท
-Double Cab Plus 2.4L MIVEC GLS-LTD 6MT Limited Edition
สีดำ ราคา 869,000 บาท และสีขาว ราคา 876,000 บาท
-Double Cab Plus 2.4L MIVEC GLS-LTD 5AT Limited Edition
สีดำ ราคา 914,000 บาท และสีขาว ราคา 921,000 บาท
-Double Cab 4WD 2.4L MIVEC GLS-LTD NAVI 5AT Limited Edition
สีดำ ราคา 1,072,000 บาท และสีขาว ราคา 1,079,000 บาท

“โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2017” สนาม 2 ระเบิดความมันส์ ริมหาดบางแสน

0

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสนธยา คุณปลื้ม ประธานจัดการแข่งขัน Bangsaen Grandprix 2017 และ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมเปิดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2017” สนามที่ 2 ซึ่งเข้าร่วมรายการแข่งขันระดับประเทศ รายการ “บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2017” เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2560 ณ ริมหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะกล่าวว่า “นับเป็นเวลากว่า 1 ทศวรรษ ที่รายการแข่งขันรถยนต์ บางแสน กรังด์ปรีซ์ ไม่เพียงแต่ได้รับการยอมรับภายในประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับในเวทีระดับสากลอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาคเอเชียได้เป็นอย่างดี นับเป็นเกียรติอย่างสูง ที่โตโยต้าได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่นี้”

โดยในปีนี้ได้พัฒนาให้มีความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด FAST FUN FEST ‘LIVE EXPERIENCE’ เริ่มจากรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ วันเมคเรซ ทั้งในรุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด ประกอบด้วยการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบทั้งหมด 4 รุ่น ทั้งในรุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี พร้อมด้วยการแข่งขันรุ่นโคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ รุ่น วีออส วันเมคเรซ และรุ่นวีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ บนเส้นทางการแข่งขัน ริมหาดบางแสน-แหลมแท่น-เขาสามมุข ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร

สำหรับผลการแข่งขัน “Shohei Oda” โชว์ฟอร์มเยี่ยม คว้าแชมป์ในรุ่น “วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 1” โดยมี “Clement Leung” คว้าแชมป์ในรุ่น “วีออสวันเมคเรซ ดิวิชั่น 2” ในขณะที่ “วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ” “ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ” ยังสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ต่อเนื่องเป็นสนามที่สอง นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ “สุพงศ์ ขำต้นวงษ์” ที่สามารถคว้าแชมป์รายการ “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ” และ“นฤชิต เกียรติมณีศรี” ที่คว้าแชมป์ในรายการ “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” ไปครองได้สำเร็จ

“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 1 ”

“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น1” มีรถลงแข่งขันทั้งสิ้น 15 คัน กับการแข่งขัน 8 รอบสนาม โดยแชมป์สนามสองนี้ ตกเป็นของ “Shohei Oda” นักแข่งอิสระ โชว์ฟอร์มสุดเฉียบ ขึ้นนำตั้งแต่ออกสตาร์ทจนจบการแข่งขันในขณะที่อันดับ 2 เป็นของ “Kentaro Tsuchitori” จากทีม “Advics RacingTeam “ และอันดับที่ 3 เป็นของ “ไกรวุธ จันทะคำแพง” จากทีม “KYB SUPERCLUB RACING”

ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า วีออส ดิวิชั่น1

อันดับ

หมายเลขชื่อนักแข่งทีม
125Shohei Oda
222Kentaro TsuchitoriAdvics RacingTeam
331ไกรวุธ จันทะคำแพงKYB Superclub Racing
499Davide Dorigo
596พุทธมนต์ ธนะพาสุข

C Fon Racing Team

“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 2 ”

ในรุ่น “วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น2” มีรถลงแข่งขันทั้งสิ้น 10 คัน กับการแข่งขัน 8 รอบ โดย“Clement Leung” คว้าอันดับ 1 ในสนามที่สองได้สำเร็จ โดย ”กำพล จันทร์เพ็ญประสาน” จากทีม “GS Racing” คว้าอันดับ 2 ในขณะที่อันดับที่3 ตกเป็นของ “ชนาวุฒิ พรสุขสว่าง” จากทีม “Toyota Racing School Team”

ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า วีออส ดิวิชั่น2

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่งทีม
139Clement Leung
224กำพล จันทร์เพ็ญประสานGS Racing
397ชนาวุฒิ พรสุขสว่างToyota Racing School Team
469ณัฐ อิ่มจิตรปัญญา

“วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ”

การแข่งขันของนักแข่งสาวสวยทั้ง 11 คน กับ 8 รอบการแข่งขัน เริ่มต้นออกสตาร์ทโดย นักแข่งสาวชาวญี่ปุ่น “Rina Ito” ที่ทำคะแนนได้ดีในรอบคัดเลือก ได้ออกสตาร์ทในอันดับแรกแต่ไม่สามารถที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้ได้ตลอดการแข่งขัน จนถูก“ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ” เร่งแซงขึ้นนำไปได้สำเร็จ สุดท้ายตำแหน่งแชมป์อันดับ 1 ตกเป็นของ “ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ” ในขณะที่อันดับ2 เป็นของ “Rina Ito” ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของนักแข่งสาวชาวญี่ปุ่น “Michie Mimoto”

ผลการแข่งขัน “วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ” สนามที่ 2

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่งทีม
1139ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ
2124Rina Ito
3133Michie Mimoto
4138ทิพวรรณ ภู่ระยับ
5169นาตาลี เดวิส

“โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ”

การแข่งขัน “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ ” มีรถลงแข่งขันทั้งสิ้น 15 คัน แข่งขัน 8 รอบสนาม โดยแชมป์อันดับ 1 ตกเป็นของ “สุพงศ์ ขำต้นวงษ์” นักแข่งฝีมือดีจากทีม “SIRISHIN BLAZE RACING TEAM” ตามด้วย “Kentaro Chiba” จากทีม “ADVICS RACING TEAM TEAM” เข้าเส้นชัยในอันดับ 2 และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “ชัญญบุศย์ ธนะพาสุข” จากทีม “CFON Racing Team”

ผลการแข่งขัน “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ”

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่งทีม
136สุพงศ์ ขำต้นวงษ์SIRISHIN BLAZE RACING TEAM
23Kentaro ChibaADVICS RACING TEAM TEAM
37ชัญญบุศย์ ธนะพาสุขCFON Racing Team
487นิวัฒน์ กลิ่นจำปาKYB Superclub Racing
569โชคชัย จารุนงคราญ

“ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ”

ในขณะที่การแข่งขันรถกระบะทางเรียบ “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด ที่มีรถลงแข่งขันทั้งสิ้น 17 คัน กับ 8 รอบ โดย “นฤชิต เกียรติมณีศรี” สามารถยึดครองตำแหน่งผู้นำ พร้อมคว้าอันดับที่1 ไปได้ในที่สุด ตามมาด้วย “ธกร โชควนิช” จากทีม “SIRISHIN BLAZE RACING TEAM” ในอันดับที่ 2 และ “ชานนท์ รจนา” จากทีม “GT.RESIDENCE-PROSPEED-COMPACT TEAM” ในอันดับ 3

ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่งทีม
14นฤชิต เกียรติมณีศรี
298ธกร โชควนิชSIRISHIN BLAZE RACING TEAM
339ชานนท์ รจนาGT.RESIDENCE-PROSPEED-COMPACT TEAM
417นิพน คตศรี
523ชินวุฒิ เหล่าชินชาติ

นอกจากนี้ ในส่วนของรายการ Bangsaen Grandprix 2017 ยังได้นักแข่งทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่งทีม ไทยแลนด์ (Toyota Gazoo Racing Team Thailand) ประกอบด้วย นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ นายมานัต กุละปาลานนท์ ลงแข่งขันด้วยรถโตโยต้า 86 ในรายการ Thailand Super Car GTC พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และ นายณัฐพงษ์ ห่อทองคำ ลงแข่งขันในรายการ Thailand Super Car GTM ทั้งยังได้แชมป์จากรายการ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ ปี 2016 อย่าง นาโอกิ คาวามูระ มาร่วมลงแข่งขันในรายการ Thailand Super 2000 โดยมีผลการแข่งขันดังนี้

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super Car GTC (Race 3)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
337มานัต กุละปาลานนท์
1019สุทธิพงศ์ สมิตชาติ

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super Car GTC (Race 4)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
337มานัต กุละปาลานนท์
719สุทธิพงศ์ สมิตชาติ

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super Car GTM (Race 3)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
739ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ
1138ณัฐพงษ์  ห่อทองคำ

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super Car GTM (Race 4)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
1439ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ
DNF38ณัฐพงษ์  ห่อทองคำ

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super Car GTM (Race 5)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
1138ณัฐพงษ์  ห่อทองคำ
DNF39ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super 2000 (Race 3)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
270คาวามุระ นาโอกิ

ผลการแข่งขันรายการ Thailand Super 2000 (Race 4)

อันดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
370คาวามุระ นาโอกิ

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีดาราชื่อดังของเมืองไทยหลายคน อาทิเช่น “กวาง AB Normal” ศิริศิลป์ โชติวิจิตร “ซานิ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ และ “เติ้ล” ธนพล นิ่มทัยสุข ที่มาเพิ่มสีสันในรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ วันเมคเรซ รวมถึงมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต นิสิตนักศึกษา ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถ และบุคคลทั่วไปที่สนใจได้มีส่วนร่วมใน โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต มากยิ่งขึ้น อาทิ กิจกรรม Mini Toyota Driving Experience (Fun) Park ที่จะได้สัมผัสความสนุกจากการทดสอบรถหลากรุ่น และกิจกรรม Race to Japan ที่มอบสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีไปชมการแข่งขัน Netz Cup Vitz Race ณ สนามฟูจิสปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น

สนามถัดไปพบกับความมันส์เต็มรูปแบบอีกครั้งที่ “สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา” ระหว่างวันที่ 15- 17 กันยายน ศกนี้

“ไทยรุ่งฯ พาลุย” กิจกรรม “รักษ์ช้าง รักษ์ไทย กับไทยรุ่ง” ณ บ้าน ช.ช้างชรา จ.กาญจนบุรี

0

บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำการออกแบบและผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ของไทย เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของการก่อตั้งบริษัทฯ จึงจัดกิจกรรม “รักษ์ช้าง รักษ์ไทย กับไทยรุ่ง” ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี (บ้านช.ช้างชรา) เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก และเพื่อให้เห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ช้าง ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน

บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2510 โดยคุณวิเชียร เผอิญโชคโดยในช่วงแรกใช้ชื่อว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยรุ่งวิศวกรรมเพื่อผลิตชิ้นส่วนและตัวถังรถยนต์เป็นหลักได้ใช้ประสบการณ์ และความชำนาญออกแบบดัดแปลงตัวถังรถบรรทุกอีซูซุรุ่นต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้คนไทยโดยทำการออกแบบห้องโดยสารของรถบรรทุกให้มี ขนาดใหญ่กว้างและสูงโปร่งขึ้นจากเดิมพร้อมทั้งขยายขนาดกระบะบรรทุกให้กว้างกว่าเดิม ทำให้ สามารถบรรทุกของได้มากขึ้น

ปี 2516 ตั้งโรงงานประกอบ คือ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด รับจ้างต่อตัวถังรถกระบะและผลิตอะไหล่ จนในที่สุดจึงได้ดัดแปลงรถกระบะให้มีที่นั่งในห้องโดยสาร เพิ่มขึ้น ด้วยการตัดส่วนกระบะทำห้องโดยสารเพิ่มที่นั่งอีก 1 แถว กลายเป็นรถกระบะแบบ 2 ตอน 4 ประตู ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2522 โดยเรียกรถดัดแปลงรุ่นนี้ว่า “ดับเบิ้ล แค็บ” จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ส่งผลให้ไทยรุ่งได้มีโอกาสเป็นผู้ริเริ่มผลิตรถยนต์ดัดแปลง สเตชั่นวากอน เครื่องยนต์อีซูซุ ภายใต้เครื่องหมายการค้า TR ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 จนได้รับการยอมรับและให้ความไว้วางใจจากบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดในขณะนั้นให้เป็นผู้ประกอบรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งภายใต้ชื่อ TR Adventure จากนั้น พ.ศ. 2543 โดยความร่วมมือจากบริษัท สยามนิสสัน ได้ประกอบรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งภายใต้ชื่อ TR Xciter และปีพ.ศ.2550 ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เชฟโรเล็ต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ภายใต้ชื่อ TR Allroader จนปัจจุบัน ได้นำรถ Toyota มาประกอบเป็นรถ TR TRANSFORMER

ในโอกาสเฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 50 ของการก่อตั้งบริษัทฯ ทางบริษัท ไทยรุ่ง ยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดกิจกรรม CSR “ รักษ์ช้าง รักษ์ไทย กับไทยรุ่ง” ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้เดินทางโดยคาราวานรถยนต์ TR TRANSFORMER โดยเริ่มต้นออกเดินทางจากบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด(มหาชน) สำนักงานใหญ่ เขตหนองแขม มุ่งหน้าสู่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี (บ้าน ช.ช้างชรา) ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม เบี่ยงเข้าทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งสู่จังหวัดกาญจนบุรี แวะเติมพลังก่อนเริ่มกิจกรรมที่ “ร้านครัวผักหวานบ้าน” โดยมีเมนูแนะนำคือผัดผักหวานไฟแดง และแกงป่าปลาคังรสเด็ด เมื่ออิ่มท้องแล้ว จึงออกเดินทางเข้าสู่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี (บ้าน ช.ช้างชรา)

 

สำหรับความเป็นมาของศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี (บ้าน ช.ช้างชรา) ก่อตั้งโดยนายสัตวแพทย์สามารถ ประสิทธิ์ผล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้มองเห็นสภาพปัญหาของช้างที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาช้างบาดเจ็บ ช้างชราที่ประสบปัญหาในการดูแลสุขภาพ ช้างเร่ร่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช้างด้อยโอกาสไม่สามารถทำงานตามปางช้างได้

ศูนย์อนุรักษ์ช้างแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สำหรับเลี้ยงดูช้างวัยเกษียณและเป็นที่พักของช้างเร่ร่อน ซึ่งให้คนกับช้างได้ใกล้ชิดและเรียนรู้และเรียนรู้การใช้ชีวิตซึ่งกันและกัน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติที่งดงามของจังหวัดกาญจนบุรี โดยคณะสื่อมวลชนได้เข้าฟังบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมา การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของช้างใน บ้าน ช.ช้างชรา แห่งนี้ และร่วมทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ ป้อนข้าวเหนียวยัดยาให้กับช้างป่วย ป้อนอาหารและผลไม้ให้ช้าง รวมถึงร่วมกิจกรรมอาบน้ำช้าง เป็นต้น

เมื่อเสร็จกิจกรรมจากศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี (บ้าน ช.ช้างชรา) จึงเดินทางต่อเข้าสู่ที่พักคืนนี้ ครอสทู ริเวอร์แคว รีสอร์ท (X2 River Kwai Resort) รีสอร์ทริมแม่น้ำแควน้อย ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรีล ผสมผสานวัสดุระหว่างไม้และเหล็กได้อย่างลงตัว สามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำแควน้อยได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบัง คณะสื่อมวลชนจะได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย และเตรียมตัวสนุกสนานกับงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนในธีมผ้าขาวม้า ก่อนจะจบทริป และปิดกิจกรรม “รักษ์ช้าง รักษ์ไทย กับไทยรุ่ง”

อุ่นเครื่องรถแต่ง ในงาน “BANGKOK INTERNATIONAL AUTO SALON 2017”

0

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2017” ปีที่ 5 (The 5th BANGKOK INTERNATIONAL AUTO SALON 2017) โดย “บริษัท คอร์โนแอนด์แนช จำกัด” ในเครือ “บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)” งานจำหน่ายรถยนต์ตกแต่งพิเศษและอุปกรณ์โมดิฟายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2560 ณ ชาเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี จัดเต็มด้วยรถแต่งจากงานโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่น เสริมทัพด้วยสุดยอดรถแต่งจากประเทศอาเซียน พร้อมนำเอาบรรยากาศจากญี่ปุ่น ยกมาไว้ให้คนไทยได้ชมอย่างเต็มอิ่ม เพียงปีละครั้งเท่านั้น!!! ที่ผู้ชื่นชอบรถยนต์จะได้สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมจากงานรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก

ไฮไลท์เด็ดรถแต่งจากญี่ปุ่น ที่อิมพอร์ตมาโชว์ล้วนเป็นสุดยอดรถแต่งจากงานโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่น ที่มีดีกรีรางวัลจากสาขาต่างๆ ของโตเกียว คัสตอม คาร์ คอนเทส 2017

TOPSECRET VR32 GT-R

TOPSECRET เป็นสุดยอดสำนักแต่งที่มักเปิดตัวผลงานซึ่งทำให้วงการรถซิ่งสั่นสะเทือน ปีนี้นำผลงานใหม่ล่าสุด VR32 GT-R มาโชว์ในโตเกียวออโต้ซาลอน 2017

หากมองเผินๆ อาจคิดว่าเป็น BNR32 ที่รีสโตร์ให้รถกลับมาสมบูรณ์แบบ แต่ความจริง VR32 คันนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์จาก R35 GT-R ทั้งเครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง, แดชบอร์ด ฯลฯ ถ้าให้กล่าวง่ายๆ รถคันนี้ก็คือ R35 ในร่าง R32 นั่นเอง

เครื่องยนต์เป็น VR38DETT ให้พลังสูงสุด 700 แรงม้า ส่วนระบบส่งกำลังก็ยกเซ็ตของ R35 มาติดตั้งทั้งระบบ Atenza 4WD, เกียร์ ฯลฯ ภายในห้องโดยสารก็ยกชุดแพดเดิ้ลชิฟท์, ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย, ปุ่มสตาร์ท, แอร์ฯ, เนวิเกเตอร์ ฯลฯ มาใช้

สิ่งยากในการปรับแต่ง คือ Tranmission Axel เพราะของ R35 รวมเฟืองท้ายและเกียร์ไว้เป็นชุดเดียวกัน จึงต้องยกทั้งชุดมาติดตั้งใน VR32 GT-R เนื่องจากความกว้างฐานล้อที่แตกต่างกันระหว่าง R32 กับ R35 จึงต้องปรับตำแหน่งเพลากลาง และตัดพื้นตัวถังด้านหลังเบาะขวาออก เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับติดตั้งเกียร์ GR6

แม้ดัดแปลงหลายอย่าง แต่ตัวรถก็ผ่านการขอทะเบียนเพื่อใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังได้เปรียบ R35 เพราะน้ำหนักเบากว่าถึง 300 กก. คาดว่าอนาคตแนวทางนี้คงเป็นที่นิยม

KUHL&ROHAN: METAL VELLFIRE

ในการประกวด International Custom Car Contest มีรถเข้าร่วมมากกว่า 800 คัน ซึ่งปีนี้สำนัก KUHL RACING JAPAN ก็ได้รางวัลเช่นกัน ด้วยความปราณีตของผลงานคันนี้จึงเป็นรถอีกคันที่ผู้ชมงาน Tokyo Auto Salon 2017 สนใจมาก แม้ปีนี้ทางสำนักได้นำรถมาโชว์มากถึง 11 คัน แต่ VELLFIRE คันนี้นับว่าได้นับความสนใจมากสุด

ผลงานนี้ใช้เวลาวางแผนและสร้างสรรค์อย่างยาวนาน โดยเป็นงานเพ้นต์ในสไตล์ Engrave เพื่อให้ตัวถังเปี่ยมด้วยรายละเอียด ส่วนกระบวนการใช้เทปแปะบัง จากนั้นค่อยๆ ลงสีและสลัก เพื่อเพิ่มมิติให้ตัวรถ

สิ่งที่ดึงเสน่ห์ของรถ คือ ชุดแต่งรอบคัน, ล้อแม็กขนาด 21 นิ้ว, ไฟหน้า และพักปลายรุ่นพิเศษ ที่ช่วยแต่งเติมความพิเศษได้อย่างลงตัวเทคนิคที่ใช้ในการเพ้นต์ คือ Engrave และ Diamond Block ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้รถได้ดี ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ผลงาน 2-3 เดือน ซึ่งราคารถ+การเพ้นต์สูงถึง 30 ล้านเยน ช่วงล่างใช้ชุดโช้กอัพ Air Suspension รุ่น SuperPerformance ของ AIRFORCE จับคู่ล้อแม็ก VERZ-WHEELS KCV01 ขนาดหน้า 10.5×21 นิ้ว ออฟเซ็ต +5 มม. หลัง 10.5×21 นิ้ว ออฟเซ็ต -15 มม.

PANDORA HKS TECHNICAL FACTORY S660

PANDORA S660 เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ร่วมกับ HKS TECHNICAL FACTORY เพื่อให้เป็นรถซิ่งเซอร์กิต ซึ่งชุดแต่งรุ่นพิเศษนี้เป็นการสร้างสรรค์เพื่อใช้ในสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยบริเวณฝากระโปรงหน้าได้เสริมช่องดักอากาศด้านขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นให้หม้อน้ำ ส่วนด้านหลังเสริมปล่องดักอากาศเพื่อทำความเย็นให้อินเตอร์คูลเลอร์ เครื่องยนต์เสริมความแรงด้วยชุดเทอร์โบคิท GT100R

ปรับแต่งเครื่องยนต์โดย HKS TECHNICAL FACTORY พร้อมเสริมความจัดจ้านด้วยเทอร์โบคิท HKS GT100R เมื่อจูนกล่องอีซียูเสร็จพลังเพิ่มเป็น 100 แรงม้า ด้านประสิทธิภาพการทำความเย็นได้เสริมปล่องดักอากาศด้านหลังเพื่อรับลมเย็นเข้าสู่อินเตอร์คูลเลอร์ ส่วนกันชนหน้าและฝากระโปรงหน้าออกแบบโดยเน้นการทำความเย็นให้หม้อน้ำ

เนื่องจากยางหน้า-หลังไม่กว้างนัก จึงติดตั้งชุดโป่งเพื่อให้สามารถใส่ยางได้กว้างขึ้น จึงเพิ่มการยึดเกาะเมื่อซิ่งเซอร์กิต ส่วนสีส้มบนตัวถังสามารถลอกได้ ภายในห้องโดยสารเสริมความแข็งแรงด้วยโรลบาร์ และเปลี่ยนใช้เบาะหลังแข็งตามสไตล์รถแข่ง

NA MAOUKAI RE AMEMIYA KAKYUATSU-TSUIKA SUPER 8

สิ่งที่บ่งบอกว่าพื้นฐานเป็น RX-8 มีเพียง 2 จุด คือ หลังคา และเสา C รถคันนี้มีชื่อว่า NA MAOUKAI RE AMEMIYA KAKYUATSU-TSUIKA SUPER 8 ซึ่งพัฒนาชุดโป่งและไฟหน้าทรงกลมให้สวยงามตามสไตล์ RE AMEMIYA

ที่จริงทางลัดให้เครื่องแรงก็แค่เปลี่ยนใช้เครื่องยนต์ 13B-REW ของ FD3S ก็จบ แต่เงื่อนไขการทำครั้งนี้ คือ รถต้องวิ่งได้จริงตามกฎหมายกำหนด จึงใช้เครื่องยนต์ 13B-MFP ปรับอัตราส่วนการอัดให้ต่ำด้วยการเปลี่ยนโรเตอร์ และใช้เทอร์โบ GTW3884R รีดพลังเพิ่มเป็น 500 แรงม้า ควบคุมการทำงานด้วยการพ่วงกล่องอีซียูสแตนดาร์ดกับ F-Con V-Pro

จุดเด่นภายนอก คือ การปรับทรงรถให้เป็นสไตล์ 2 ประตู 2 ที่นั่ง ซึ่งในการขอรับรองจากกรมขนส่งต้องมีความแข็งแรงตัวถังที่ผ่านกฎระเบียบ จึงต้องมีโครงสร้างประตูหลังอยู่ แต่ทำการโป้วปิด ส่วนเบาะหลังถอดออกเพื่อเพิ่มความกว้างให้เก็บสัมภาระได้มากขึ้น

ส่วนยากสุดในการทำชุดแต่ง คือ โครงสร้างอันซับซ้อนที่จับคู่ดิฟฟิวเซอร์ไว้กับกันชนหลัง จึงต้องตัดบางส่วนออก สำหรับชุดคาลิเปอร์เบรกหน้าได้สลักโลโก้ AMEMIYA RACING โดยเป็นผลงานพัฒนาร่วมกับ ENDLESS ล้อแม็กเป็น ENKEI RS05RR หน้ากว้าง 10 หลัง 10.5 นิ้ว หุ้มด้วยยาง ADVAN SPORT V105

CORAZON SUBARU WRX-STI

WRX-STi แต่งสไตล์ Wide Body คันนี้โดดเด่นด้วยสไตล์ Engraving & Metal Painting ซึ่งเป็นเดโม่คาร์จากสำนัก CORAZON หากเทียบกับอดีต ผลงานของ CORAZON มักเน้นสไตล์เรียบๆ แต่ผลงานใหม่พัฒนาแบบก้าวกระโดด เพื่อแต่งเติมสไตล์ให้ซูบารุ โดยได้แรงบัลดาลใจจากรถโชว์ในงาน SEMA ซึ่งจัดก่อนงานโตเกียวออโต้ซาลอน

นอกจากตัวรถที่สวยงามด้วยสไตล์ Engraving & Metal Painting โดยนักเพนท์ตัวถังชื่อดัง คุณอิซาว่าชุดช่วงล่างก็เป็นแบบถุงลมของ AIRREX ส่วนชุดโป่งขยายในสไตล์ Neo Classic ก็ช่วยเพิ่มสความดุดันตามแบบฉบับของ CORAZON ยุคใหม่ได้ดี

ชุดโป่งนี้เพิ่มความกว้างหน้า-หลัง ข้างละ 60 มม. จึงสามารถใส่ล้อแม็กกว้าง 10 นิ้ว พร้อมช่วยดึงสไตล์ตามสมัยนิยม Wide&Low ได้อย่างลงตัว หากคุณต้องการแต่งเติมสไตล์สดใหม่ให้กับ WRX STi ผลงานชุดแต่งนี้จะช่วยให้รถสุดรักของท่านโดดเด่นมาก

YELLOW BULLET 2

เมื่อปี 2015 รถคันนี้อยู่ในสภาพโครงเหล็ก แต่โดดเด่นอย่างไม่น่าเชื่อด้วยเครื่องยนต์ SR20DET โดยเป็นเดโม่คาร์ของสำนักแต่ง KINOKUNI ที่อัดแน่นด้วยหลายอุปกรณ์ซิ่ง เช่น ชุดท่อสำหรับระบบน้ำมัน, ถังน้ำมัน, มาตรวัดแต่ง ฯลฯ

พื้นฐานของรถคันนี้คือ SUZUKI JIMNY JB23 ที่สร้างสรรค์เพื่อใช้ระห่ำในการดริฟท์ และเซอร์กิต ด้วยเครื่องยนต์ SR20DET และชุดช่วงล่างพิเศษ

สาเหตุที่ KINOKUNI โมดิฟายรถรุ่นนี้ เพราะเป็นสำนักแต่งที่ยังไม่โด่งดังนัก หากใช้รถรุ่นที่ไม่นิยมในการแข่งทั้งดริฟท์และเซอร์กิต จะส่งผลให้ชื่อเสียงมากขึ้น

ตัวรถสามารถถอดประกอบได้ เมื่อจอดโชว์จะถอดตัวถังบางส่วนออก หลังจากทดสอบที่สนาม Tsukuba ทำเวลาต่อรอบดีสุดได้ 1.06 นาที และเมื่อเปลี่ยนใช้คอม้าซิ่งของ SILVIA ก็จะสามารถใช้ดริฟท์ได้อย่างเร้าใจ ! นับเป็นผลงานปรับแต่งที่ดูน่าสนใจมาก

เครื่องยนต์ SR20DET สร้างพลังสูงสุดได้ 390 แรงม้า ส่วนคาลิเปอร์และจานเบรกเป็นของ ER34 ภายในห้องโดยสารใช้แดชบอร์ดสแตนดาร์ดเสริมด้วยมาตรวัดแต่ง ส่วนแผงควบคุมทำขึ้นพิเศษเพื่อติดตั้งปุ่มสตาร์ท, ตัวปรับแรงดันเบรก ฯลฯ

ด้านประเทศอาเซียนอย่าง “ประเทศมาเลเซีย” ก็ส่งทัพรถแต่งที่มากับชุดบอดี้พาร์ทสุดอลังการถึง 6 คัน

รถแต่งสวยๆ สุดหรูจาก “สปป. ลาว” อีก 6 คัน

รถแข่งดริฟท์จาก “ประเทศสิงค์โปร์” อีก 2 คัน ร่วมทัพเพิ่มความอลังการให้งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2017” ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนอีกครั้งเป็นปีที่ 5

แน่นอนทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับรถแต่งดังกล่าว และพบกิจกรรมมากมายในบรรยากาศแห่งเทศกาลยานยนต์ ที่ขนทัพโปรโมชั่นเด็ดทั้งจากค่ายรถยนต์, จักรยานยนต์, อุปกรณ์โมดิฟายชุดแต่งชั้นนำมากมาย , แคมเปญเด็ด 3 แคมเปญลุ้น!!! รถแต่ง TOYOTA TRD AUTO SALON EDITION, ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักไปกลับชมงานโตเกียว ออโต ซาลอน 2018 และของรางวัลมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ควบคู่กับความสนุกของกิจกรรมความบันเทิง ด้วยการแสดงจากประเทศญี่ปุ่น “เอโดะ วันเดอร์แลนด์” , พบสาวสวย “เอ คลาส เกิร์ล” จาก “โตเกียว ออ โตซาลอน, “เอ คลาส เกิร์ล” ไทยแลนด์ ,สาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่ FHM Girl Next Door, พบสุดยอดรถแต่งจาก “คาร์คลับ” ชื่อดังเมืองไทยที่จะมาระเบิดไอเดียการแต่งรถแบบไม่มีกั๊ก ฯลฯ

เพียงปีละครั้งเท่านั้น!!! ห้ามพลาด “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน” ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2560 ณ ชาเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี วันธรรมดา แสดงงานเวลา12.00 – 21.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ แสดงงานเวลา 11.00-21.30 น.บัตรเข้างานราคา 100 บาท สอบถามและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2508-8100 ต่อ 8173 หรือhttp://www.bangkokinternationalautosalon.com/Bangkok International Auto Salon

Mazda DNA Skyactiv Caravan เชื่อมโยงเศรษฐกิจ เชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดีย # 1 : เวียดนาม – ลาว – ไทย

0

Only the sky is the limit ผมชอบประโยคนี้ ที่ Mazda นำออกมาใช้หลายครั้ง รวมถึงเมื่อครั้งการเดินทางสุดขอบฟ้า กับ ฝูง Skyactiv จาก จีนถึงมอสโค รัสเซีย เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเดินทางที่เติมประสบการณ์การเดินทางของผมกับรถยนต์ Mazda ได้อย่างเต็มเปี่ยม ครบทุกรสชาติของการเดินทาง พิสูจน์ ให้เห็นมาแล้วว่าไปกับ Mazda ได้แบบถึงไหนถึงกัน ไม่มีที่สิ้นสุด กันทีเดียว และครั้งนั้น ทีมงาน Mazda บอกไว้ว่า การเดินทางกับ Mazda  ของเขายังไม่มีที่สิ้นสุดอย่างแน่นอน จนกระทั่งมาปีนี้ โครงการใหม่ก็ได้เริ่มต้นอีกครั้ง  Mazda DNA Skyactiv Caravan East – West Economic Corridor เส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดียเข้าด้วยกัน ตั้งต้นที่ ดานัง เว้ เวียดนาม ผ่าน แขวงสะหวันนะเขตของ สปป ลาว เข้าสู่ไทยทาง มุกดาหารข้ามประเทศไปออกจาก แม่สอด เข้าสู่เมียนมาร์ ไปจรดเมืองท่าอ่าวเมาะตะมะที่เมืองเมาะลำไยหรือมะละแหม่ง จาก East สู่ West สมบูรณ์แบบ ก่อนที่การเดินทางไปไปต่อจนถึงย่างกุ้งแล้วจึงกลับสู่ประเทศไทยเพื่อปักหมุดสิ้นสุดการเดินทางครั้งนี้ รวมเบ็ดเสร็จ 2,860 กม.

ทีมงาน Mazda เลือกเส้นทางนี้เพราะเป็นครั้งแรกของขบวนคาราวานรถยนต์ที่จะได้เดินทางสำรวจเส้นทางและสัมผัสวิถีชีวิตหลากวัฒนธรรมหลายสภาพเศรษฐกิจของทั้ง 4 ประเทศระหว่างทาง และเช่นเคยยังเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ Mazda ที่มี DNA ความเป็น Skyactiv เต็มเนื้อเต็มตัวทั้ง 10 คัน ประกอบไปด้วย Mazda2 ,  Mazda3 , Mazda CX3 และ Mazda CX5

ความสำคัญของเส้นทาง East – West Economic Corridor

ก่อนจะเริ่มเดินทางมีข้อมูลสนับสนุนเส้นทางนี้ที่น่าสนใจ กล่าวคือ  สืบเนื่องจากที่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนอุตสาหกรรม การเกษตร และบริการ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยสนับสนุนให้มีการติดต่อและการแข่งขันระหว่างกันนั้นรัฐบาลจากประเทศสมาชิก GMS จึงได้กำหนดแนวพื้นที่เศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำโขงจำนวน 9 เส้นทางหลัก ให้เป็นแนวพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของอนุภูมิภาค และหนึ่งในเส้นทางที่ขณะนี้กำลังเริ่มปรากฏผลเชิงรูปธรรมได้แก่ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก – ตะวันตก (East – West Economic Corridor : EWEC) หรือ เส้นทางหมายเลข 9 (R 9) ซึ่งจะมีการขนส่งจากท่าเทียบเรือทางทะเลฝั่งขวาไปยังฝั่งซ้าย

เส้นทางดังกล่าวเริ่มต้นที่ เมืองท่าดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว ผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตในประเทศ ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่ จังหวัดมุกดาหาร ผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลกสุดทางที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นเข้าไปยังประเทศ พม่าไปเรื่อยๆ ถึงอ่าวเมาะตะมะ ที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่อินเดีย

การพัฒนาเส้นทางดังกล่าว ส่งผลดีต่อไทย คือ การที่ไทยอยู่ตรงกลางและมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเส้นทางนี้ ทำให้สามารถส่งสินค้าไปยังท่าเรือขนาดใหญ่ทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตก นอกจากนั้น พม่ายังมี โครงการ “ทวาย” ที่เป็นศูนย์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งท่าเรือขนาดใหญ่ เป็นทางออกสู่ทะเลจุดใหม่ที่สำคัญมากต่ออาเซียน เพราะในอดีตทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียจำเป็นต้องใช้ท่าเรือของสิงคโปร์เท่านั้น

ขณะเดียวกันโครงการทวายนี้ยังเป็นต้นทางรับสินค้าจากฝั่งมหาสมุทรอินเดียหรือสินค้าที่มาจากฝั่งยุโรปและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพลังงานไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ซึ่งจะถูกนำเข้าและแปรรูปในโรงงานปิโตรเคมีภายในพื้นที่โครงการทวาย เพื่อส่งผ่านไทยเข้าไปยังประเทศกลุ่มอินโดจีนเช่น ลาว กัมพูชา และไปสิ้นสุดปลายทางยังท่าเรือดานังประเทศเวียดนาม และจะถูกส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและจีน

พอจะมองเห็นภาพความสำคัญของเส้นทาง East – West Economic Corridor กันพอสังเขปแล้วเรามาเข้าสู่ขบวนคาราวานกัน   ผมจับได้ไม้หนึ่งไปเริ่มต้นการเดินทางที่ ดานัง  รถยนต์ Mazda ทั้ง 10 คันเตรียมพร้อมไว้แล้วที่สนามบินใหม่เมืองดานังนั่นเอง หลังจากการเดินทางสั้นๆเพียงชั่วโมงเศษ ลงเครื่องมาก็แจกรถให้เดินทางกันเลย ผมจับคู่เดินทางกับ น้าติ่ง องอาจ จรุงศรี โปรในตำนานแห่งนักเลงรถ ความจริงผู้ร่วมคณะเราต้องมีรวม 4 ท่านด้วยกันแต่บังเอิญ2 ท่านไม่สามารถมาร่วมได้ Mazda CX5 ที่เตรียมไว้สำหรับทีมเราจึงหลวมๆไปทันทีเพราะนั่งกันสองคนนั่นเอง

จากดานังเข้าสู่เว้

ภารกิจแรกคณะของเรามีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานประกอบรถยนต์ Mazda  ของ Truong Hai Auto Complex ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ Mazda ในเวียดนาม ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม THACO เป็นโรงงานประกอบที่ใหม่มากเพิ่งเสร็จและเริ่มต้นประกอบรถได้เพียง 2 ปี ที่ผ่านมาประกอบ Mazda เพื่อจำหน่ายในเวียดนามเท่านั้น มีทั้งรุ่น Mazda 2 Mazda3 และ Mazda 6  มีปริมาณการผลิตและจำหน่ายถึง 30,000 คัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 60,000 คันภายในปีสองปีข้างหน้านี้ นับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่ Mazda ขยายตัวได้ค่อนข้างมากเห็นได้จากความนิยมบนท้องถนน มีรถ Mazda  จำนวนไม่น้อยทีเดียวในหลายๆเมือง

ดานังในวันนี้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต และ การท่องเที่ยว ภายในตัวเมืองซึ่งเป็นเมืองตากอากาศขึ้นชื่อ มีชายหาดยาวเหยียดโค้งเป็นวงพระจันทร์กว่า 14 กม. เรียกนักลงทุนด้านการท่องเที่ยวมาสร้างโรงแรมที่พักใหม่ๆมากมาย ร้านอาหารริมทางมากมายก็มีคนนั่งเต็ม เป็นคนท้องถิ่นส่วนมาก แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีไม่ใช่น้อย

เส้นทางในวันแรกนั้นใช้เส้นทางสายหลัก A1ซึ่งเป็นทางหลักที่ยาวที่สุดจากเหนือจรดใต้เกือบ 2,000 กม.ตามสภาพภูมิประเทศของเวียดนามที่มีลักษณะยาวแคบ เราวิ่งจากดานังลงทางใต้ไปยังนิคมอุตสาหกรรม THACO ซึ่งอยู่ทางใต้ลงไป จากนั้นวิ่งย้อนกลับขึ้นมาผ่านดานังขึ้นไปจบที่เมืองเว้  Mazda CX5 ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางเป็นอย่างดีมีเพียงบางช่วงที่พอจะทำความเร็วได้บางแต่ก็เพียง 110 กม./ชม.เป็นอย่างมาก สภาพจราจรโดยมากต้องระมัดระวังกับรถมอเตอร์ไซค์เพราะเขาเป็นเจ้าถนนอยู่และขับกันแบบตามอำเภอใจ รถยนต์ต้องระวังกันเอาเอง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นอุบัติเหตุมากนัก น่าจะเป็นเพราะเขาเคยชิน แต่เราต่างถิ่นนั่นเอง กับ Mazda CX5 ผมลงความเห็นมาโดยไม่ลังเลตลอดทุกครั้งที่ขับคือ ยังประทับใจในเรื่องของการควบคุมบังคับและการทรงตัวที่ดี มันช่วยให้เราไม่เครียดและเพลียจากการขับระยะทางไกล โดยเฉพาะต้องระวังเพื่อนร่วมถนนอยู่ตลอดเวลาด้วย

วันเดียว 3 ประเทศ เวียดนาม-ลาว-ไทย

วันที่สองของการเดินทางมาเริ่มต้นที่เมืองเว้ วันนี้ได้รถ Mazda 2 จากใหญ่สุดมาเป็นเล็กสุด ยังนึกอยู่ว่าถ้ามากันครบทีม 4 คนคงอึดอัดบ้าง เพราะวันนี้ต้องเดินทางจากเว้ไปถึงด่านลาวบาว ข้ามแดนสู่ สะหวันนะเขตของ ลาวประมาณ 150 กม. จากนั้นผ่านลาวมาจนถึงข้ามแดนไทยที่มุกดาหารอีกประมาณ 250 กม. แต่เมื่อเหลือ 2 คน ก็ไปกันได้แบบสบายๆ

การเดินทางในเวียดนามจากในเมืองออกไป ยังต้องใช้ความระวังอย่างสูง เพื่อฝ่ามอเตอร์ไซค์ท้องถิ่นจำนวนมากวันนี้เราได้ Mazda 2 มาใช้มีคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งนอกจากตัวรถที่มีความกะทัดรัด ควบคุมง่าย ขับสนุกแล้วคงมาจากความชินกับสภาพถนน สภาพจราจร นั่นเอง  คณะเราทั้งคาราวานก็เช่นกันไม่มีคันใดมีปัญหาหรืออุบัติเหตุแม้แต่น้อย ถนนสาย 1 A ซึ่งเป็นทางหลักนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคู่ขนานมีเกาะกลางถนนเป็นทางราบมาโดยตลอด จนกระทั้งมาแยกเข้าเส้น  AH16 จึงเริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นมาบ้าง เส้นทางช่วงนี้ก่อนจะผ่านไปสู่ด่านข้ามแดนลาวบาว ภูมิประเทศสวยงาม ผ่านเขา ผ่านเนิน ที่โดดเด่นที่สุดจะเป็นช่วงผ่านเขาที่เรียกว่า The Rockpile จุดยุทธศาสตร์สำคัญสมัยสงครามเวียดนามเหนือใต้ ที่มีสหรัฐอเมริกามาร่วมรบกับทางใต้ และเป็นจุดแตกหักที่ เวียดนามเหนือได้รับชัยชนะ สามารถลุกคืบเข้ายึดเมืองดานัง และ ไซง่อนในที่สุด แต่วันนี้ The Rockpile กลายเป็นจุดปักหมุดของนักท่องเที่ยวไปอีกแห่งหนึ่งแล้ว และเส้นทางช่วงนี้ก็ทำให้เราได้สนุกกับ Mazda2  อีกช่วงหนึ่งเรียกว่าทั้งเพลินกับทิวทัศน์และสนุกกับรถไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว

ไม่นานจากนั้นก็เข้าสู่ด่านลาวบาว ขั้นตอนการผ่านด่านที่ไม่ได้ยุ่งยากมากนักรวมทั้งการประสานงานอย่างดีของทีมงาน ทรานส์เอเชีย ที่มีประสบการณ์สูงในการนำคาราวานเดินทางในต่างประเทศ ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบลื่น ออกจากด่านเข้าสู่แขวงสะหวันนะเขต ถนนหลักแบบเลนสวน ยังดีที่มีไหล่ทางอยู่บ้าง ไม่มีอะไรเป็นพิเศษตรงๆยาวๆผ่านชุมชนเป็นระยะ ระวัง แพะ ระวังหมู หมาบ้าง ระหว่างเส้นทางในลาวนั้นยังคงมีสภาพไม่ต่างจากเมืองไทยในต่างจังหวัดมีทำเกษตรกรรม สลับพื้นที่รกร้าง เกือบจะตลอดระยะทางประมาณ 260 กม.จนเข้าถึงด่านไทยที่หน้าสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ช่วงนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก จนกระทั้งเข้าพักที่มุกดาหารนั่นเอง

ส่งต่อกลุ่มสองไปเมียนมาร์

วันที่สามของการเดินทางเป็นช่วงที่อยู่ในไทยตลอด วันนี้ได้ Mazda3 มาเติมความสปอร์ตส่งท้ายการเดินทาง ช่วงในไทยของเส้นทาง East-West Economic Corridor เป็นช่วงที่มีระยะทางยาวที่สุดคือประมาณ 950 กม.จากระยะทางรวมประมาณ 1,450 กม. โดยที่ทั้งหมดของเส้นทางนี้ใช้ชื่อเส้นทาง R9 บางช่วงจะทับซ้อนกับชื่อเส้นทางอื่นเช่น ในไทยคือ ทางหลวงหมายเลข  12 ที่ยึดจาก มุกดาหาร ไปถึงแม่สอด จ.ตาก

ประมาณ 70 %ของเส้นนี้ได้รับการปรับปรุงให้เป็นทางคู่ขนาน 4 เลน เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง และบอกได้ว่าถนนในไทยนั้นเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดทั้งสภาพผิวถนน และ การจัดระเบียบจราจร

สำหรับวันสุดท้ายเราจะเดินทางไปส่งให้กลุ่มสองมารับช่วงต่อที่ จ.พิษณุโลก ระยะทางประมาณ 550 กม. Mazda3 ทำให้การเดินทางของเรามีความสุขมาก หลายช่วงที่ต้องทำเวลา ก็ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมั่นใจ หลายช่วงที่อยากให้เราสนุก เช่นระหว่างทางขอนแก่น เพชรบูรณ์ผ่านน้ำหนาวนั้นก็ให้สนุกได้แบบเกาะหนึบทุกโค้ง แต่เส้นทางนี้ที่ผมชอบมาที่สุดคือ ช่วงผ่านหล่มสักไปผ่านเขาค้อ เพราะนอกจากวิวข้างทางจะสวยงามแล้วถนนที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เป็น 4 เลนนั้นสวยขับรถไปอย่างสบายใจมากๆ

ในที่สุดการเดินทางกับ Mazda  DNA Skyactiv ก็มาถึง พิษณุโลก ซึ่งเป็นจุดที่ถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจเชื่อมโยงการเดินทางจะทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ “4 แยกอินโดจีน” นั่นเอง

ขอบคุณ Mazda ที่เติมประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ ขอบคุณ Mazda  DNA Skyactiv ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความสุขกับการขับรถมากยิ่งขึ้น ขอบคุณ ทรานส์เอซีย ที่ทำให้การเดินทางปลอดภัย และ สะดวก มากๆ

ภูวนาถ เผ่าจินดา

 

“ทีมแข่งบีอาร์จี เอ็มเอ็มเอสฯ” พร้อมระเบิดศึก…บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2017

0

ทีมแข่ง “บีอาร์จี เอ็มเอ็มเอสฯ” พร้อมกดคันเร่งร่วมสร้างสีสรรค์เทศกาลความเร็วระดับเวิลด์คลาส “บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2017” ริมหาดบางแสน หลังตุนคะแนนสะสมสนามแรก

นายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส ประธานกรรมการบริหาร บีอาร์จี กรุ๊ป ผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าระดับชั้นแนวหน้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เปิดเผยว่า “ทีมแข่ง บีอาร์จี เอ็มเอ็มเอส บ็อช คาร์ เซอร์วิส บาย คาร์ซาโนวา (BRG MMS BOSCH CAR SERVICE BY CARZANOVA) พร้อมเต็มร้อยสำหรับลงประลองความเร็วสนามที่ 2 ในรายการ อัลติส วันเมคเรซ ที่จะเข้าร่วมเป็นซัพพอร์ตเรซ ให้กับรายการยักษ์ใหญ่ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2017 เทศกาลความเร็วระดับเวิลด์คลาส ริมชายหาด ในวันที่ 2 กรกฎคมที่จะถึงนี้”

นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม “ตอนนี้ทั้งนักแข่งและทีมเซอร์วิสให้น้ำหนักกับการเตรียมรถให้พร้อมกับการแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้น เพราะนักแข่งในรุ่นอัลติส วันเมคเรซ ทุกคนมีประสบการณ์สูง เวลาต่อรอบที่ต่างกันเป็นเพียงแค่เศษของเสี้ยววินาที ดังนั้นการเซ็ตรถให้พร้อมกับการแข่งขันจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งในส่วนของทีมเราที่เสียเปรียบเรื่องน้ำหนักนักแข่งที่มากกว่าทีมอื่น โดยกติกาการชั่งน้ำหนักรถแยกกับนักแข่งมีผลกับทีมเรามาก แต่เราก็ต้องหาจุดแข็งด้านอื่นๆ มาเสริมปัจจัยลบที่เราควบคุมไม่ได้”


นายสมศักดิ์ กล่าวเสริม “แม้สนามแรกที่ จ. ภูเก็ต เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผลงานจะอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้ขึ้นโพเดี้ยม และเก็บคะแนนสะสมได้เพียงแค่ 3 แต้ม แต่ก็เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ของนักแข่งและทีมเซอร์วิสที่ทำงานกันอย่างเป็นระบบ น่าจะทำให้ 4 สนามที่เหลือมีคะแนนสะสมเพียงพอสำหรับการคว้าตำแหน่งตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Netz Cup Vitz Race ที่ประเทศญี่ปุ่นได้”

ด้านนายสุดเขต จันทร์เฉลี่ย ผู้จัดการทั่วไป MMS-Bosch Car Service ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร กล่าวว่า “สำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบบางแสน กรังด์ปรีซ์ สนามนี้ถือว่าเป็นสนามแข่งในบ้านของ MMS-Bosch Car Service ซึ่งเรามีสาขาตั้งอยู่ที่บางแสนนี่ด้วย โดยสนามนี้เราถือความได้เปรียบตรงที่รถแข่งในทีมของเราได้ถูกนำเข้ามาเซอร์วิสก่อนการแข่งขันแบบเต็มระบบ ทั้งการเช็คเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบช่วงล่าง ถ่วงล้อ และตั้งศูนย์ เพื่อเตรียมสู้ศึกรายการอะเมซิ่ง บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2017 ในรุ่นอัลติส วันเมคเรซ อย่างเต็มที่ ซึ่งเราหวังว่าด้วยความสามารถและประสบการณ์ของนักแข่ง รวมถึงความพร้อมของรถแข่งในสนามนี้ ทีมแข่งฯ จะได้ขึ้นโพเดี้ยม เก็บคะแนนสะสมเพิ่มเพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น”

ขณะที่นักแข่งทีมทีมบีอาร์จี เอ็มเอ็มเอส ฯ ในรถแข่งโตโยต้าอัลติส หมายเลข 54 “แอมป์” ปรม พวงงาม บรรณาธิการบริหาร เว็บไซต์ คาร์ซาโนวา ดอทคอม กล่าวว่า “ตอนนี้พยายามฟิตซ้อมร่างกายให้เฟิร์มขึ้น ทั้งวิ่งและขี่จักรยาน พร้อมทั้งนำบทเรียนการขับในสนามแรกมาปรับปรุง เพื่อผลงานที่ดีขึ้น ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวถือเป็นเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะต้องแบกน้ำหนักมากกว่าคนอื่นเกือบ 50 กก. แต่ยังไงก็จะสู้ให้เต็มที่ครับ เพราะเป็นกติกาที่กำหนดไว้แล้ว

และสุดท้ายต้องขอขอบคุณพันธมิตรที่สนับสนุนอย่างเหนี่ยวแน่ ทั้ง บีอาร์จี กรุ๊ป, เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส, เรือยอชต์หรูแครนชี่ จากประเทศอิตาลี, ฟิล์มกรองแสงรถยนต์-อาคาร ลามิน่า, ยางรถยนต์คอนติเนนทอล, รายการ Hotline Thailand, รายการ Z TV, รายการ Auto World, รายการขับซ่า 34, www.carzanova.com เว็บไซต์วาไรตี้เรื่องยานยนต์ และน้ำมันหล่อลื่น Moty’s”

สำหรับ โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2017 สนามที่ 2 ริมชายหาดบางแสน ถูกบรรจุเป็นรายการแข่งขันร่วมกับ“บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2017” ระหว่าง 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคมนี้ 6 วันเต็มๆ ที่บางแสน สตรีท เซอร์กิต จ.ชลบุรี- 2 กรกฎาคม โดยในรุ่นอัลติส วันเมคเรซกำหนดแข่งช่วงเวลา 10.45 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2017


ส่วนสนามต่อไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กันยายน บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษ จังหวัด นครราชสีมา, สนามที่ 4 วันที่ 7-8 ตุลาคม สนามช้างเซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ และสนามสุดท้าย วันที่ 9-10 ธันวาคม สนามกีฬาสมโภช 700 ปี จังหวัด เชียงใหม่

ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรายการ “โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2017” และร่วมเชียร์ทีมแข่ง BRG MMS Bosch Service by Carzanava Racing ได้ทาง www.carzanova.com หรือ www.facebook.com/carzanovathai