Home Blog Page 54

“GWM” ฉลองความสำเร็จ NEW GWM TANK 500 DIESEL ด้วยยอดจองทะลุกว่า 500 คัน ประกาศปรับราคารุ่น ULTRA และ ULTRA Black Warrior 50,000 บาท

0
GWM (Thailand) 11

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ได้สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในงาน “Go Beyond NEW GWM TANK 500 DIESEL Delivery Ceremony” เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่กวาดยอดจองเพื่อรอการส่งมอบกว่า 500 คันหลังเปิดตัวได้ไม่นาน พร้อมจัดพิธีส่งมอบรถล็อตพิเศษเพิ่มอีก 20 คันอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมสุโขทัย เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษแก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยความสำเร็จก้าวแรกในไทยครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวสู่การเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์เอสยูวีพรีเมียม 7 ที่นั่ง โดย NEW GWM TANK 500 DIESEL ผสานแนวคิด “Go Beyond” มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทั้ง 4 ด้านอย่างครอบคลุม ได้แก่ 1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน 2.) ความสบายเหนือระดับด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย 3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย และ 4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นสร้างความมั่นใจให้ในทุกเส้นทาง โดยหลังจากได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั่วประเทศหลังเปิดตัวด้วยราคาแนะนำ ล่าสุด GWM (Thailand) ประกาศปรับราคาใหม่เพิ่มขึ้น 50,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ ULTRA Black Warrior ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ขณะที่รุ่น PRO จะยังคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ราคาเดิม เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าชาวไทย และมอบโอกาสในการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

GWM Thailand 2

ภายในงาน Go Beyond NEW GWM TANK 500 DIESEL Delivery Ceremony ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบรถยนต์ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมสะท้อนการยกระดับคอมมูนิตี้ของเหล่า TANKER CLUB ไปอีกขั้น ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
•Go Beyond Ceremony — พิธีส่งมอบที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศสุดพรีเมียม เติมเต็มความประทับใจด้วยอาหารมื้อพิเศษ และงานเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเป็นการต้อนรับการเริ่มต้นไลฟ์สไตล์การขับขี่ทุกรูปแบบอย่างแท้จริง
•Go Beyond Experience — การส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ผ่านยนตรกรรมระดับแฟลกชิป อย่าง NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ผสานความแข็งแกร่งแบบออฟโรดเข้ากับความพรีเมียมได้อย่างลงตัว
•Go Beyond Community — การสานต่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในกลุ่ม TANKER CLUB ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็ง พร้อมการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดกิจกรรมในอนาคต ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL

GWM (Thailand) 3
สำหรับราคาใหม่อย่างเป็นทางการของ NEW GWM TANK 500 DIESEL มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (ยกเว้นรุ่น PRO) และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น 50,000 บาท พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นสีตกแต่งพิเศษ Black Warrior ดังนี้
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO 2WD ราคา 1,399,000 บาท (ราคาเดิม)
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 2WD ราคา 1,549,000 บาท (จากเดิม 1,499,000 บาท)
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 2WD Black Warrior ราคา 1,579,000 บาท (จากเดิม 1,529,000 บาท)
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD ราคา 1,649,000 บาท (จากเดิม 1,599,000 บาท)
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD Black Warrior ราคา 1,679,000 บาท (จากเดิม 1,629,000 บาท)

NEW GWM TANK 500 DIESEL 1

 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เผยว่า “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศที่ให้การต้อนรับ NEW GWM TANK 500 DIESEL อย่างอบอุ่นที่ทำให้เราสามารถมียอดจองสูงกว่า 500 คันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพอันดีเยี่ยมของรถยนต์ของเรา รวมไปถึงความมั่นใจที่มีต่อแบรนด์ GWM ในทุกๆ ด้าน เรายังคงเดินหน้าอย่างมั่นคงในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกๆ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ทุกนาทีของการบริการของเรา และทุกโมเมนต์กับคอมมูนิตี้ TANKER CLUB จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ Go Beyond ดีกว่าและเหนือกว่าอย่างคาดไม่ถึงให้กับลูกค้าคนสำคัญอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ”

GWM (Thailand) 6

GWM (Thailand) 6

GWM (Thailand) 10

 

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแบบ Go Beyond พร้อมความพรีเมียมที่แท้จริง สามารถทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

“Leapmotor Thailand” จับมือ AV Group และ AV Sales ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 Style จำนวน 10 คัน เสริมกลยุทธ์ธุรกิจรถเช่าและแท็กซี่สนามบิน ประเดิมสนามบินภูเก็ตเป็นแห่งแรก

0
Leapmotor C10 3

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำโดยคุณธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป Leapmotor Thailand (ที่ 3 จากขวา) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคุณอภิชัย อัศวโรจน์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AV Group (ที่ 3 จากซ้าย) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถเช่ารายใหญ่และผู้จำหน่ายรถยนต์ ลีปมอเตอร์ AV Sales ในเขตจังหวัดนนทบุรี

Leapmotor C10 2

ความร่วมมือครั้งนี้ ได้มีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 รุ่น Style จำนวน 10 คัน (สีขาว 5 คัน และสีดำ 5 คัน) เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านบริการเช่ารถ ทั้งในเชิงพาณิชย์ การใช้งานทั่วไป รวมถึงการเช่าเพื่อทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถกลุ่มดังกล่าวจะถูกนำไปให้บริการในรูปแบบ รถแท็กซี่สนามบิน โดยเริ่มต้นที่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เป็นแห่งแรก การส่งมอบครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำพันธกิจของ Leapmotor Thailand และพันธมิตร ในการผลักดันยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ระบบนิเวศด้านการเดินทางของประเทศไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยบริการที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้สนใจเช่ารถสามารถติดต่อได้ที่ Line: @av-carrent หรือ Facebook: AV Carrent

Leapmotor C10 3

รายชื่อบุคคลในภาพ เรียงจากซ้ายไปขวา
1.คุณพีรวิชญ์ พรหมมินทร์ General Manager, AV Group (เอวี กรุ๊ป)
2.คุณวรพัทธ์ กิติพัฒนาพงศ์ Fleet Manager, AV Group (เอวี กรุ๊ป)
3.คุณอภิชัย อัศวโรจน์พานิช CEO, AV Group (เอวี กรุ๊ป)
4.คุณธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป, Leapmotor Thailand (ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย)
5.คุณกิตติพงศ์ โชคดีอนันต์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ, Leapmotor Thailand (ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย)
6.คุณสมชาย เอกอภิชัย ผู้จัดการฝ่ายขาย, Leapmotor Thailand (ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย)

“อีซูซุ” รับรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025)

0
ISUZU 1

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025) จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีและประธานในพิธีให้เกียรติมอบรางวัล ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา โดย ปิกอัพอีซูซุ “ISUZU D-MAX 2.2 Ddi MAXFORCE” ได้รับเลือกให้รับรางวัลในฐานะที่เป็นสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปีกลุ่มยานยนต์ พลังงานและน้ำมัน ประเภทรถยนต์ปิกอัพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีความโดดเด่น และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จากการสำรวจเชิงปริมาณและการประเมินเชิงคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และได้รับการโหวตจากประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านกระบวนการพิจารณารางวัลที่ใช้เกณฑ์อย่างเข้มข้น โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อให้มั่นใจในความโปร่งใสและมาตรฐานของผลรางวัลในครั้งนี้

ISUZU  2

ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “Mercedes Benz C220 D AMG Line” ก่อนจะถึงยุครถไฟฟ้ารุ่นเล็ก ซีดานรุ่นประกอบในประเทศ ขุมพลังดีเซล เทอร์โบ พ่วง EQ Boost ที่จี๊ดจ๊าดแต่ประหบัด ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

0
Mercedes Benz C220 D AMG Line 1

หลังจากมีข่าวเขย่าวงการกับการที่เมอร์เซเดส เบนซ์ ไทยแลนด์ มีแผนจำหน่าย Mercedes Benz CLA รถซีดานไฟฟ้าไซส์เล็ก มาพร้อมทีเด็ดเรื่องของระยะทางการใช้งานที่ไกลกว่า 700 กม. ในราคาจำหน่ายที่ใครกำลังมองหารถไฟฟ้าสักคันต้องคิดหนัก แต่ตลาดในวันนี้ รถซีดานที่มากับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ ซึ่งให้ความประหยัด แถมยังมีสมรรถนะจี๊ดจ๊าด แต่งเติมเรื่องความสปอร์ตจากโรงงานผู้ผลิค อย่าง Mercedes Benz C220d AMG LINE ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ Auto Motor Thailand อาสาพาไปลองพร้อมรีวิว

Mercedes Benz C220d AMG LINE เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ประกอบในประเทสไทย มาพร้อมการตกแต่งรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งรอบคันจาก AMG Exterior Package ทั้งหน้ากระจัง สปอยเลอร์หน้า หลัง พร้อมสเกริ์ตรอบคัน รวมถึงดิฟฟิวเซอร์ด้านท้ายรถ

Mercedes Benz C220 D AMG Line 2

ไฟหน้าเป็นแบบ LED High Performance พร้อม Adaptive Highbeam ปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ ล้อขนาด 18 นิ้วที่มากับคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าขนาดใหญ่

ห้องโดยสารตกแต่งสไตล์ AMG Line เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต ปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ และระบบลมอุ่น ส่วนคู่หลังพับได้แบบ 60/40 พร้อมบรรยากาศภายในที่เลือกได้กับ Amblient Light 64 เฉดสี

Mercedes C220d AMG Line  11

 

มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงการทำงานตามโหมดการขับขี่ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ ส่วนจอหน้าจอกลาง Touchscreen แนวตั้ง ขนาด 11.9 นิ้ว ระบบปฎิบัติการ MBUX7 พร้อม mercedes me connect
ระบบนำทาง MBUX Navigation Premium รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger

Mercedes Benz C220 D AMG Line 3

Mercedes Benz C220 D AMG Line ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ คอมเมอนเรล อินเตอร์คูลเลอร์ แบบ4 สูบ 16 วาล์ว Diesel ขนาด 2.0 ลิตร 1,993 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก EQ Boost ช่วยในการออกตัว พละกำลัง 20 แรงม้า 200 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง

Mercedes Benz C220 D AMG Line 4

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Four-Link Axle และ ช่วงล่างหลัง แบบอิสระ Multi-Link Axle มาพร้อมกับระบบเบรคที่ติดตั้งด้านหน้าขนาดใหญ่ เพื่อการหยุดรถที่มั่นใจ

Mercedes Benz C220 D AMG Line 5

ในส่วนของระบบความปลอดภัยมีมาพอตัว ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, Blind Sport,ระบบเตือนการชน ระบบช่วยจอดและช่วยเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่แคบๆ พร้อมกล้องถอยหลังและเซ็นเซอร์อัลตราโซนิค

หลังจากได้ทดลองขับต้องบอกว่าการทำงานของขุมพลังดีเซลที่จี๊ดจ๊าดพอตัว พละกำลัง 200 แรงม้า เมื่อมี EQ Boost ที่เป้นมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยในเรื่องออกตัวได้เยอะ โหมดการขับขี่หากไปลองซิ่งใน Sport หลังติดเบาะได้เหมือนกัน เพราะ 0-100 เพียง 7.3 วินาที ซึ่งทีเด็ดเป็นเรื่องระบบเบรกที่ทำได้มั่นใจ ซึ่งในเรื่องความประหยัด การันตีจากอีโค่สตีกเกอร์อยู่ที่ 21 กม.2ลิตรเลยทีเดียว

Mercedes Benz C220 D AMG Line 7

ระบบช่วงล่างเซ็ทมานุ่ม แต่ไม่ถึงกับกระเด้งกระดอน มีการซับแรงสั่นสะเทือนที่ดี นั่งสบาย น้ำหนักพวงมาลัยปรับตจามโหมดการขับขี่รวมถึงการตอบสนองของคันเร่งที่แบ่งตามโหมดการใช้งานเช่นกัน

Mercedes Benz C220 D AMG Line 8

Mercedes Benz C220 D AMG Line ก้ยังถือเป้นซีดานหรู สมรรถนะสปอร์ต แถมประหยัด แต่อาจจะมีตัวช่วยเรื่องความปลอดภัยน้อยไปนิดในราคาค่าตัว 2.88 ล้านบาท แต่มาตรฐานและการรับประกันต่างๆรวมถึงความน่าเชื่อถือ สำหรับ Mercedes Benz คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ ส่วนเรื่องราวของรถไฟฟ้าที่จะกระตุ้นวงการรถยนต์อีกครั้งในช่วงปลายนี้ คงต้องรอให้ถึงเวลา แต่เวลานี้ มาตรฐานไทยประกอบกับรถซีดานระดับพรีเมี่ยมในรุ่น Mercedes C220d AMG Line ก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร

‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ เปิดตัว ‘New BMW The i7 eDrive50 M Sport’ ครั้งแรกในไทย พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมในเครือ 9-13 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

0

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ครบวงจร จัดงานใหญ่ประจำปี ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือ ครบทุกแบรนด์ จัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อม ‘The Ultimate Deals of the Year’ ข้อเสนอพิเศษแห่งปีที่ยากจะปฏิเสธ ระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถและลงทะเบียนภายในงาน

  • สมาชิกบัตรเครดิต Card X และ SCB, กรุงศรี, กรุงเทพ, ยูโอบี และทีทีบี ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% พร้อมรับเพิ่มสูงสุด 25,000 คะแนน*
  • รับสยามกิฟท์การ์ด รวมมูลค่าสูงสุด 170,000 บาท เมื่อจองและออกรถรุ่นที่กำหนด*
  • สมาชิก MGC-MOBILIFE รับความคุ้มค่าถึง 3 ต่อ
  • ต่อที่ 1 รับฟรี MOBILIFE PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท*
  • ต่อที่ 2 รับคะแนน MGC POINT รวมกว่า 1,000,000 คะแนน*
  • ต่อที่ 3 ร่วมเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘KUNJAE & CO – Customized To Your Taste’ สร้างสรรค์พวงกุญแจหนังสไตล์คุณ มูลค่า 1,290 บาท*
  • รับ E-Coupon ขับฟรีภายในประเทศ! 1 วัน กับ SIXT รถเช่า ประเทศไทย (จำนวนจำกัด)
    และรับ E-Coupon เช่ารถหรือลีมูซีน ทั้งไทยและต่างประเทศ มูลค่ารวม 4,000 บาท*
  • เรือแม่น้ำ คริส-คราฟต์ มอบส่วนลดบริการเช่าเหมาลำเรือ มูลค่า 10,000 บาท*
  • เอ็มจีซี เอวิเอชั่น ผู้แทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ มอบส่วนลดจองบัตรโดยสารสายการบิน มูลค่ารวม 3,000 บาท สำหรับการเดินทางในและต่างประเทศ*
  • ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนายหน้าประกันภัย มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ ด้วยข้อเสนอราคาพิเศษ! พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และสิทธิประโยชน์อีกมาก*

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดี ที่เราได้จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีขึ้นอีกครั้งกับ ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ โดยความพิเศษเหนือสิ่งอื่นใด คือ ความมั่นใจของลูกค้าที่จะต้องได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ทั้งในด้านสินค้าและการบริการ ทำให้ MGC-ASIA MOBILITY EXPO เป็นงานที่คนรักรถตั้งตารอ โดยใช้พื้นที่การจัดงานกว่า 2,500 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งชั้น M ชั้น 1, 2 และชั้น 3 นอกจากนั้นในทุกๆ วัน ยังมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวให้ได้รับชมกันอย่างเต็มอิ่ม อาทิ คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ‘ก้อง สหรัฐ Acoustic Show’  โชว์มายากลพิเศษ ‘Illusion Magic Show’ และการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย”

คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดี ที่ได้ร่วมมือกับ MGC-ASIA ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นและยาวนาน ในการจัดงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ และขอขอบคุณในความไว้วางใจในพื้นที่ของสยามพารากอน ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คสำคัญของนักช็อปจากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่ามางานนี้งานเดียว จะได้เก็บเกี่ยวความคุ้มค่าไปอย่างเต็มที่”

++ สัมผัส Rolls-Royce ที่แรงที่สุด กับ ‘Black Badge Spectre’

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก นำเสนอ ‘แบล็คแบจ สเปกเตอร์’ อัครยนตรกรรมที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จัดแสดงโชว์รูมบูทีคอัตลักษณ์ใหม่ภายใต้คอนเซปต์ ‘Galleria’ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน และรับรถภายในเดือนตุลาคม 2568 รับสิทธิพิเศษดังนี้

  • รับบัตรโดยสารสายการบินไทย ชั้นธุรกิจ ไป-กลับ ที่ใดก็ได้ในยุโรป 2 ที่นั่ง*
  • รับประสบการณ์สุดพิเศษ ‘A day in GoodWood, England’ เยี่ยมชม The Home of Rolls-Royce แบบเอ็กซ์คลูซีฟ*
  • รับ MGC Point 1,000,000 คะแนน*

พิเศษเฉพาะภายในงาน กับกิจกรรม ‘A Journey into Mind Balance’ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Vitallife โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ ที่จะมาบอกเล่ากลยุทธ์ การรักษาสมดุลแห่งใจ และเวิร์กช็อป ‘The Art of Mind Balance’ ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ สติ และการผ่อนคลาย ผ่านงานประดิษฐ์แบบดอกไม้มัณฑาลา (flower mandala art)

++ Aston Martin ตำนานแห่งรถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษ

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ MGC-ASIA Mobility Expo 2025 จัดแสดง 3 ยนตรกรรม
ไฮไลท์ คันแรกเป็น ดีบี12 โวลานเต้ (DB12 Volante) เวอร์ชันเปิดประทุนของซูเปอร์ทัวเรอร์ อย่าง ดีบี12 คูเป้ (DB12 Coupe) คันต่อมาเป็นรุ่น ‘แวนเทจ เอฟวัน อิดิชั่น’ (Vantage F1 Edition) ที่ได้แรงบัลดาลใจในการพัฒนาจากเซฟตี้คาร์ของการแข่งฟอร์มูลาวัน ปิดท้ายด้วยรุ่น ดีบีเอ็กซ์707 (DBX707) ผู้เคยครองตำแหน่งเอสยูวีทรงพลังที่สุดในโลก ทำได้ 707 แรงม้า (PS) ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และสามารถเลือกปรับแต่งแบบเฉพาะตัวผ่านโปรแกรม ‘Q by Aston Martin’

ภายในงานมีกิจกรรมจาก Global Partners อย่าง Glenfiddich ที่นำซิงเกิลมอลต์อายุ 16 ปี รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อฉลองความร่วมมือกับทีม Aston Martin Aramco Formula One™

ลูกค้าที่จองภายในงานและรับรถภายในเดือนธันวาคม 2568 เลือกรับ 1 ใน 2 สิทธิพิเศษดังนี้

  • MGC point 1,000,000 คะแนน และ Glenfiddich x Aston Martin Formula One 16 Years Old*

หรือทริปล่องเรือยอทช์ อะซิมุท พร้อมที่พัก 2 วัน 1 คืน ที่พัทยา*

++ Maserati Pure Energy, Pure Elegance, Pure Performance

มาเซราติ ประเทศไทย นำเสนอตัวตนของ ‘เอ็มซีเพียวร่า’ (MCPURA) ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นล่าสุดให้สัมผัสครั้งแรก ผ่านประสบการณ์ Immersive Showcase ที่สะท้อนการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น‘เอ็มซี20’ (MC20) พร้อมก้าวเข้าสู่ ‘Atelier of Passion’ – ห้องศิลป์แห่งความหลงใหล ที่ผสานศิลปะการออกแบบ และความประณีตในสไตล์ตาเลียน ภายใต้โปรแกรม ‘Fuoriserie’ ที่เปิดโอกาสให้รังสรรค์รายละเอียดการตกแต่งยนตรกรรมได้ในแบบ immersive 3D มาตรฐานเดียวกับโชว์รูมในอิตาลี

ลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับข้อเสนอพิเศษดังนี้

  • บัตรโดยสารสายการบิน ชั้นธุรกิจ ไป-กลับ กรุงเทพ–มิลาน 1 รางวัล พร้อมเยี่ยมชมโรงงานมาเซราติ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ*
  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%*
  • รับประกันคุณภาพ (Extended Warranty) นานสูงสุด 4 ปี*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) นาน 3 ปี*

++ Millennium Auto Group  เปิดตัว ‘New BMW i7 eDrive50 M Sport’ ครั้งแรกในไทย

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดแสดงยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู ครบทุกกลุ่ม ภายใต้คอนเซปต์ ‘Hall of The Iconic’ ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป, รถไฟฟ้า 100%, รถปลั๊กอินไฮบริด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ THE XM, THE X7, THE 5, THE 3 และเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พบกับการเปิดตัว NEW BMW The i7 eDrive50 M Sport ยนตรกรรมระดับแฟลกชิป ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ความจุแบตเตอรี่ 105.7 kWh ให้กำลัง 455 แรงม้า (HP) แรงบิด 650 นิวตันเมตร ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้ fine-grain Merino Leather พร้อมฟังก์ชั่น Executive Lounge มาพร้อมจอทัชสกรีน ‘BMW Theatre Screen’ ขนาด 31.3 นิ้ว ความคมชัดระดับ 8K รวมถึง Panorama Glass Roof with Sky Lounge เปิดราคาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน จากราคาปกติ 7,149,000 บาท จำนวนจำกัด เพียง 20 คันเท่านั้น

ลูกค้าที่จองและออกรถภายในเวลาที่กำหนด รับข้อเสนอพิเศษมากมาย

  • ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 1.99%*

หรือบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท สูงสุด 10 เดือน*

  • บัตรโดยสารสายการบินไปกลับ กรุงเทพ–ยุโรป ชั้นธุรกิจ จำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท

หรือสยามกิฟท์การ์ด มูลค่าสูงสุด 170,000 บาท

หรือ iPhone 17 Pro 256 GB*

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 3 ปี*
  • เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุดถึง 700,000 บาท*
  • ฟรี BMW Wallbox พร้อมติดตั้งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า*
  • ฟรี กล้องติดรถยนต์ BMW Advance Car Eye 3.0*
  • รับเพิ่มคะแนนสะสม MGC point 30,000 คะแนน*
  • บริการ SIXT Exclusive Limousine รับ-ส่งสนามบิน ด้วย BMW 5 Series หรือรถ MPV เทียบเท่า ฟรี 4 เที่ยว มูลค่าสูงสุด 26,000 บาท*
  • แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 30% จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ*

++ MINI ‘OCTOBER FIGHT’ การ Battle สุดมันส์ ทั้งรถใหม่ และ MINI NEXT แบบจัดเต็ม

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เปลี่ยนพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้เป็นเวทีแบทเทิล ภายใต้ธีมสุดมันส์ ‘October Fight: The Battle of 10 MINI Cars – Live from Bangkok’ ศึกดวลระหว่างรถใหม่ป้ายแดง และ MINI NEXT รถมือสองคุณภาพพรีเมียม พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มค่า

  • MINI NEXT เริ่มเพียง 1,150,000 บาท*
  • MINI รถใหม่ เริ่มเพียง 1,690,000 บาท*
  • ผ่อนสบาย เริ่มต้น 10,000 บาทต่อเดือน*
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 3 ปี*
  • ฟรี! กล้อง MINI Advanced Car Eye 3.0*
  • ลูกค้าที่จองรถ 10 ท่านแรก รับเก้าอี้พับสุดชิคจาก MINI Millennium Auto*

 

++ BMW Motorrad Millennium Auto จัดเต็มทุกแนว เพื่อชาวบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ

BMW Motorrad Millennium Auto ยกทัพบิ๊กไบค์ระดับตำนาน คัดสรรมาให้สัมผัสครบทุกแนว อาทิ
C 400 GT สกู๊ตเตอร์หรูสำหรับคนเมือง, CE 04 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแห่งอนาคต, S 1000 RR ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ถนน, R 1300 GS และ R 1300 GS Adventure แอดเวนเจอร์ไบค์สำหรับทุกเส้นทาง และ R 18 Roctane เอกลักษณ์สายครูสเซอร์ สะท้อนจิตวิญญาณ Heritage อย่างแท้จริง มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ฟรี! ดอกเบี้ย 0%*
  • ฟรี! ดาวน์*
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี! โปรแกรม BMSI (BMW Motorrad Service Inclusive)*

 

++ XPENG ขับเคลื่อนด้วย AI มาครบทั้ง New G6 และ X9

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย นำยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค รุ่นล่าสุด ‘NEW G6’
รุ่นปรับโฉม ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมสีใหม่ ‘Stellar Purple’ ขณะที่รุ่น X9 Luxury และ X9 Executive ตอบโจทย์การใช้งานในสไตล์ผู้บริหาร หรือการใช้งานแบบครอบครัว ที่ต้องการความอเนกประสงค์
ด้วยช่องทางเดินระหว่างเบาะแถว 2 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อดิจิทัลเต็มรูปแบบ

สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับสิทธิพิเศษดังนี้

  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี 1 ปี*
  • Wall Charger พร้อมติดตั้ง*
  • Portable Charger*
  • รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินระดับพรีเมียม 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

++ ZEEKR สัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นล่าสุด ‘ZEEKR 7X’

ซีเคอร์ ซี โมบิลิตี้ พลัส จัดแสดงยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี รุ่นล่าสุด ‘ZEEKR 7X’ เอสยูวี 5 ที่นั่ง ภายใต้แนวคิด Indulge Every Journey ที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V มาพร้อมความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัยแบบจัดเต็ม สมทบด้วย ZEEKR 009 7-Seater มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

สิทธิพิเศษ เมื่อจอง ZEEKR 7X และรับรถภายในเวลาที่กำหนด

  • รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง และมอเตอร์ขับเคลื่อน นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี*
  • Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
  • ลูกค้าเก่าซื้อเพิ่ม รับส่วนลดพิเศษ*

สิทธิพิเศษ เมื่อจอง ZEEKR 009 7-Seater และรับรถภายในเวลาที่กำหนด

  • รับประกันรถ 5 ปี / 150,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 180,000 กิโลเมตร*
  • โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร*
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 1 ปี*
  • ฟรี! Wall box พร้อมค่าติดตั้ง*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง*

 

++ PEUGEOT ‘Lucky Number 777’ ค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี

  • พบกับ ‘New Peugeot 408’ ภายใต้คอนเซปท์ ‘The Language of Attraction’ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 1,600 ซีซี ทำได้ 218 แรงม้า (PS) แรงบิด 300 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมร่วมสนุก
    กับกิจกรรม Lucky Egg Surprise ลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จิบกาแฟ และถ่ายรูปในคาเฟ่
    สไตล์ฝรั่งเศสสุดชิค

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568

  • ดอกเบี้ย 0%*

หรือ โปรโมชั่น 7771 ข้อเสนอจากทางแบรนด์สูงสุด 100,000 บาท และ iPhone 17 256 GB*

  • เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุด 100,000 บาท*

++ Jeep ‘Famous for freedom–การผจญภัย ไร้ขอบเขต’

สัมผัสยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่หาชมได้ยาก ‘Jeep Wrangler Rubicon Four Door Monster DNA Edition’ สีพิเศษ SILVER ZYNITH ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร 270 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ติดตั้งชุดแต่ง Mopar รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568

  • รับโปรโมชั่น 7771 และอุปกรณ์ตกแต่ง Mopar แท้ สูงสุดมูลค่า 1,000,000 บาท*

หรือดอกเบี้ย 0% พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม Jeep Matcha Experience Brew Your Freedom*

 

++ Summit Honda ปลุกความเร้าใจกับความเป็น R Racing DNA สไตล์ญี่ปุ่น

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จัดแสดง 3 ยนตรกรรมไฮบริด ที่ผ่านการตกแต่งเพิ่มความสปอร์ต ด้วยสติ๊กเกอร์ ‘R’ และชุดแต่ง Modulo รอบคัน คือ ACCORD e:HEV RS, CR-V e:HEV RS และ CIVIC e:HEV RS พร้อมชื่นชมความน่ารักสดใสของน้องๆ กับการประกวดความสามารถพิเศษในช่วงกิจกรรม ‘Rising Star’สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน และรับรถภายในเวลาที่กำหนด

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%*
  • ฟรีประกันภัย 1 ปี*
  • พิเศษ สมาชิก MOBILIFE รับฟรี! PAYSAVE 2 ระยะ, ส่วนลด 10% ชุดแต่ง MODULO,
    คูปองล้างแอร์ และร่ม MODULO ผ่าน MOBILIFE APP*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / เฉพาะแบรนด์รถยนต์ที่ร่วมรายการเท่านั้น

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “PORSCHE MACAN 4” สปอร์ตเอสยูวีพรีเมี่ยมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มากับเทคโนโลยีการขับขี่และความปลอดภัยแบบไร้ที่ติ

0
PORSCHE MACAN 4 1

Porsche Macan 4 สปอร์ตเอสยูวีพรีเมี่ยมกับครั้งแรกที่ได้ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลัง 400 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 กิโลวัตต์ ทำระยะทางไกลถึง 641 กิโลเมตร ระบบช่วงล่างถุงลมปรับความสูง-ต่ำของตัวรถตามโหมดการขับขี่ซึ่งพ่วงโหมด Off Road สำหรับลุยทางทุรกันดาน ในเรื่องความปลอดภัยเต็มพิกัดกับค่าตัว 6.865 ล้านบาท นำเข้าตรงจากประเทศเยอรมันทั้งคัน โอกาสที่ได้ทดลองรถคันนี้มาถึง คงไม่มีใครจะปฏิเสธเช่นเดียวกับ Auto motor Thailand ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไร ติดตามต่อจากรายงาน

เป้นครั้งแรกสำหรับ Porsche Macan ในเวอร์ชั่นรถไฟฟ้า วึ่งก่อนหน้านี้ไม่เครื่องยนตืสันดาปก็จะเป็นระบบไฮบริด รูปทรงยังคงไว้ซึ่งเส้นสายโค้งมน สไตล์สปอร์ต ผสมผสานความเป็นรถเอสยูวีที่พรีเมี่ยมไว้ได้อย่างลงตัวกับการลู่ลมที่ต่ำซึ่งมีค่าหลักอากาศพลศาสตร์เพียง 0.25 ไฟหน้า 2 ส่วน ด้านบนเป็นชุดไฟเดย์ไลท์แบบ 4 จุด ส่วนไฟหลักอยู่ต่ำลง มาพร้อมเทคโนโลยี Matrix LED

Porsche Macan 4

ออกแบบหลังคาสไตล์ Porsche Flyline ใช้กระจกเป็นวัสดุหลักในรูปแบบ Panoramic Glass นท้ายรถโดดเด่นด้วยเส้นสายที่แข็งแรง โลโก้ PORSCHE ถูกวางไว้ตรงกลางแถบไฟท้าย 3 มิติในตอนกลางคืนสว่างไสว ในส่วนของล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว ใช้ยางขนาดต่างกัน

Porsche Macan 4  3

ความพิเศษของระบบ Porsche Active Aerodynamics (PAA) ประกอบด้วย สปอยเลอร์หลัง และ ช่องดักอากาศด้านหน้าแบบปรับได้ ติดตั้งแผ่นปิดใต้ท้องรถเต็มพื้นที่ ส่วนด้านท้ายรถมีดิฟฟิวเซอร์แบบช่องลมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์

เบาะนั่งหุ้มวัสดุรีไซเคิล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแถมยังให้ความหร฿หรา เบาะนั่งด้านหลังออกแบบให้ต่ำลง 15 มม. นั่งสบายขึ้น

มีหน้าจอถึง 3 ชุด ประกอบด้วยจอโค้งขนาด 12.6 นิ้ว สำหรับมาตรวัดต่างๆ และหน้าจอกลางระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 10.9 นิ้ว เป็นครั้งแรกที่ผู้โดยสารสามารถดูข้อมูล หรือการสตรีมเนื้อหาวิดีโอขณะเดินทาง เพลิดเพลินผ่านหน้าจอขนาดเดียวกับจอกลาง และเป็นครั้งแรกที่ นำเสนอการแสดงผลภาพบนกระจกหน้ารถ (Head-up Display) ที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) แสดงข้อมูลเสมือนจริง เช่น ลูกศรนำทาง ซ้อนทับกับภาพจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยภาพจะปรากฏขึ้นที่ระยะห่าง 10 เมตรจากผู้ขับขี่

Porsche Macan 4  5

Porsche Macan 4  6

ระบบเสียงขับผ่านลำโพง Bose ชุดใหญ่ที่ซ่อน Sub Woofer ไว้ท้ายรถ ติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นใหม่ระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS โดย Porsche Communication Management (PCM) ที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูง เช่น ระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Porsche” สามารถแนะนำเส้นทาง รวมถึงสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว และผู้โดยสารสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Porsche App Center เพื่อใช้งานในรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน

PORSCHE MACAN 4 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM (Permanent Magnet Synchronous) เมื่อทำงานร่วมกับระบบ Launch Control ผลิตพละกำลังสูงสุด 300 กิโลวัตต์ (408 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียง 5.2 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Porsche Macan 4  6

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนติดตั้งอยู่ที่ตัวถังด้านล่าง ความจุ 100 KWh รองรับกำลังไฟฟ้าถึง 800 โวลต์ ชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงหรือ DC ได้สูงสุด 270 กิโลวัตต์ ชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 21 นาที ชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ ผ่าน Wallbox ที่บ้าน ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะไกลสูงสุดถึง 613 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

ช่วงล่างแบบถุงลมที่มาพร้อมกับระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) ซึ่งเป็นช่วงล่างที่สามารถปรับความนุ่มนวลได้ด้วยไฟฟ้าการออกแบบบนพื้นฐานของระบบช่วงล่างแบบ 2 Valve ที่มอบความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถมอบความนุ่มนวล รวมถึงการแสดงสมรรถนะในการยึดเกาะกับพื้นผิวถนน ระบบนี้จะทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสการตอบสนองของช่วงล่างในแต่ละโหมดการขับขี่ได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าเคย และเป็นครั้งแรกทีมีระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์เสริมให้สามารถเลือกได้ โดยมีมุมบังคับเลี้ยวสูงสุด 5 องศา ช่วยให้รถยนต์สามารถเลี้ยวกลับรถได้ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 11.1 เมตร ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความเสถียรในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

การทดสอบระยะสั้น แม้ขุมพลังจะไม่ดุดันเท่า Macan 4S ที่มาพร้อมมอเตอร์คู่ แต่เพียงเท่านี้ก็ห้าวหาญได้ทุกขณะ ระบบช่วงล่างปรับตามโหมดขับขุถือเป็นไฮไลท์ที่ช่วยให้ขับสนุก รวมถึง Off Road สำหรับช่วยลุย

Porsche Macan 4  9

ส่วนสูงของตัวรถที่ปรับตามโหมดขับขี่ รวมถึงการซับแรงสั่นสะเทือนจากระบบถุงลมยิ่วถ้าเป้น Sport Plus ทั้งความตึงของระบบช่วงล่าง ความสูงของตัวรถที่ปรับลด น้ำหนักพวงมาลัยที่ตึงมือ รวมถึงสปอยเลอร์หลังที่ซ่อนไว้เรียบกับตัวรถ กางออกเพื่อช่วยในเรื่องการยึดเกาะ ยิ่งไปใช้ในส่วนของ Max Boost พละกำลัง 400 แรงม้า ถุกปลดปล่อยประมาณ 10 วิ จะเรียกว่าโหมดถนนย่นก็ไม่ผิด

Porsche Macan 4  10

น่าเสียดายที่ได้ลองในระยะสั้น เพราะสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่อวคือระยะทางในการใช้งานที่ทำได้กว่า 600 กม. หากได้ลองทางไกลน่าจะดี

Porsche Macan 4  14

อีกเรื่องที่ควรพูดถึงคือ HUD ใหญ่ยักษ์ แบ่งการทำงานไว้ 3 ช่อง แสดงสัญลักษณ์จราจร ระดับความเร็ว รวมถึงแผนที่เส้นทาง อารมณ์ไม่ต่างไปจากการเล่นเกมส์

Porsche Macan 4  15

 

สำหรับแฟนปอร์เช่ พุดได้เลยว่าปฏิเสธยาก จากองค์รวมต่างๆของรถตันนี้ แถมมั่นใจได้เรื่องคุณภาพของเทคโนโลยี การันตีด้วยตัวเองกับแบรนด์ระดับตำนานในชื่อ “PORSCHE” รับรองไม่ผิดหวัง

 

“ฟอร์ด”เดินหน้าจัดแข่งขันทักษะช่างเทคนิค ปีที่ 19 ยกระดับมาตรฐานบริการและการสื่อสาร เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

0
ฟอร์ด ประเทศไทย 1

ฟอร์ด ประเทศไทย สานต่อพันธกิจ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ จัดการแข่งขันทักษะช่างเทคนิค ปีที่ 19 (19th TECHNICIAN SKILLS COMPETITION AND TECHNICIAN FORUM 2025) ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘การส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพในครั้งแรก พร้อมสร้างความสบายใจด้วยการสื่อสารที่โปร่งใสและเข้าใจง่าย’ โดยกิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดเวทีสัมมนาให้ช่างเทคนิคจากศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนาความรู้และทักษะ เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า 

ฟอร์ด ประเทศไทย 2

การแข่งขันจัดชึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรฟอร์ด ซึ่งทีมช่างเทคนิคจากฟอร์ด อยุธยา ได้แก่ นายโสภณ ศรีสวัสดิ์ และนายวรวุฒิ เหลือรักษ์ คว้ารางวัลชนะเลิศไปได้ด้วยการทำคะแนนรวมแบบทีมสูงสุดในเวลาที่กำหนด สะท้อนทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและความสามารถในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ฟอร์ด ประเทศไทย 3

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและทุกทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ซึ่งทุกคนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงทักษะ ประสบการณ์ และความทุ่มเทอย่างเต็มที่” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ดจัดการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่องถึง 19 ปี เพื่อยกระดับศักยภาพของบุคลากรของเรา เพราะช่างเทคนิคคือหัวใจสำคัญในการมอบประสบการณ์การบริการเป็นเลิศและสร้างความอุ่นใจในการใช้รถฟอร์ดให้แก่ลูกค้า การแข่งขันช่างเทคนิคในปีนี้ยังตอกย้ำการให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจทุกครั้งที่นำรถเข้าศูนย์บริการฟอร์ด”

ฟอร์ด ประเทศไทย 4

สำหรับปีนี้ ฟอร์ดออกแบบกระบวนการแข่งขันโดยเน้นการทำงานเป็นทีม (ทีมละ 2 คน) เพื่อสร้างการเรียนรู้และถ่ายทอดความสามารถร่วมกัน โดยมีทีมจากผู้จำหน่ายฟอร์ด 5 ทีม ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ ฟอร์ด ฑีฆเจริญ (บ้านจั่น) จังหวัดอุดรธานี ฟอร์ด แม่สอด จังหวัดตาก ฟอร์ด อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฟอร์ด อาร์เอ็มเอ หัวหมาก จังหวัดกรุงเทพฯ และฟอร์ด ดุสิตออโตโมบิล จังหวัดกระบี่

ฟอร์ด ประเทศไทย 7

ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมช่างเทคนิคที่เข้าแข่งขันต้องเผชิญโจทย์เสมือนเหตุการณ์จริง ตั้งแต่การรับฟังปัญหา การวางแผนร่วมกันทำงานในระยะเวลาที่กำหนด การตรวจเช็กและวิเคราะห์ระบบรถยนต์ด้วยเครื่องมือเทคนิคของฟอร์ดที่มีความแม่นยำสูงมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการ การเก็บและบันทึกข้อมูล ไปจนถึงการอธิบายขั้นตอนงานซ่อมให้เข้าใจได้อย่างชัดเจนและเกิดความสบายใจ ตามแนวทาง ‘การซ่อมรถยนต์ให้หายในครั้งแรก’ ของฟอร์ด โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญควบคุมการแข่งขันอย่างเข้มข้น และมีผู้บริหารและพนักงานของฟอร์ด ประเทศไทย และกลุ่มตลาดนานาชาติ ร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันตลอดกิจกรรม

ฟอร์ด ประเทศไทย 9

โดยผู้ชนะการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคฟอร์ด ประจำปี 2568 ได้แก่
รางวัลชนะเลิศ นายโสภณ ศรีสวัสดิ์ และนายวรวุฒิ เหลือรักษ์ จากฟอร์ด อยุธยา
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง นายบารมี บุญใสย และนายณัฐวุฒิ โคตะมี จากฟอร์ด ฑีฆเจริญ อุดรธานี (บ้านจั่น)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง นายลำภู ไกรเพชร และนายคชพฤษณ์ ปัญญาทา จากฟอร์ด แม่สอด
รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่
นายวัชรพล บุญแสง และนายธีระภัทร์ ชูภิรมย์ จากฟอร์ด กระบี่ ดุสิตออโตโมบิล
นายศราวุธ ละมูล และนายประณต ภู่พะเนียด จากฟอร์ด อาร์เอ็มเอ หัวหมาก

ฟอร์ดจัดการแข่งขันทักษะด้านบริการหลังการขายมาตั้งแต่ ปี 2543 เพื่อยกระดับบุคลากรในเครือข่ายผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ให้มีมาตรฐานเป็นเลิศทั้งด้านเทคนิคและการบริการ พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ในรถยนต์ฟอร์ด เพื่อส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งปัจจุบันและอนาคต ภายใต้แนวคิดบริการหลังการขาย ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” มอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ให้แก่ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี มุ่งยกระดับการศึกษาพร้อมพัฒนาทักษะเชิงช่างยนต์ หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท มิตซู แอลบีเอ็ม จำกัด มอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ให้แก่ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ การเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน และความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยภายในพิธีมี การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัท มิตซู แอลบีเอ็ม จำกัด และ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี เพื่อสนับสนุนพันธกิจทางการศึกษาของวิทยาลัยและมอบประสบการณ์การทำงานจริงให้กับนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน

Mitsubishi 2

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้า
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าจัดทำโครงการ
เพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพราะเราเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเสริมสร้างทักษะอย่างยั่งยืน การบริจาคเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะเชิงช่าง ผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยเครื่องยนต์จริง อันนำไปสู่การยกระดับองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต”

นายประสงค์ อุบลวัตร ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี กล่าวว่า “การได้รับมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักศึกษาของเรา เพราะจะช่วยเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติการและเพิ่มโอกาสการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท มิตซู แอลบีเอ็ม จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ จะช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ ผ่านการสนับสนุนพันธกิจทางการศึกษาของวิทยาลัย อีกทั้ง การได้ใช้ชุดเครื่องยนต์และเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นสื่อการเรียนการสอน นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่นักศึกษาอีกด้วย”

นายอภิวัฒน์ เผ่าไทยเจริญสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซู แอลบีเอ็ม จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาจะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการสร้างรากฐานในด้านทักษะความรู้ ให้แก่เยาวชน เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการนี้ การร่วมมือกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ไม่เพียงช่วยสนับสนุนภารกิจของวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การทำงานจริงให้กับนักศึกษา พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของรถยนต์และเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีกด้วย”

การบริจาคเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้แก่ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี ประกอบด้วย เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รหัส 4N16 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เป็นขุมพลังขับเคลื่อนใน นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน, เครื่องยนต์ 4N15, ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A, และ เฟืองท้าย อีกทั้ง ยังมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท มิตซู แอลบีเอ็ม จำกัด มาให้ความรู้และการทดลองปฏิบัติจริงภายในงานอีกด้วย

โครงการมอบเครื่องยนต์ให้แก่สถาบันการศึกษา ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากร ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน ตามปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ โดยมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญเพื่อการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“ALL NEW SUZUKI FRONX” สปอร์ต เอสยูวี เทคโนโลยีทันสมัย ราคาเริ่มต้น 689,000 บาท

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตแบบ SUV รุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมแนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ”

ALL NEW SUZUKI FRONX 2

ดีไซน์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว แฝงไว้ด้วยความทรงพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ผสานเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ มอบสมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมัน เติมเต็มความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT พร้อมมอบทุกความคุ้มค่า ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ในราคาเริ่มต้นเพียง 689,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ALL NEW SUZUKI FRONX 3

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวแนะนำ ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW SUZUKI FRONX สปอร์ต SUV ที่มาพร้อมดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เทคโนโลยีล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยภายใต้กลยุทธ์สำคัญอย่าง Global Model ตามที่เราได้เคยประกาศไว้

ALL NEW SUZUKI FRONX  4

ALL NEW SUZUKI FRONX เป็นรถยนต์คุณภาพ ที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานระดับโลก สร้างความสำเร็จและการตอบรับอย่างงดงามมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ่น และประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรถเอสยูวีดีไซน์สปอร์ตคันนี้ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะผู้ที่มองหารถยนต์ที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน ด้วยความสะดวกสบายในการขับขี่ ความคล่องตัวในการใช้งาน ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มอบทุกความมั่นใจในทุกเส้นทาง

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

ALL NEW SUZUKI FRONX จึงเป็นยนตรกรรมที่สะท้อนความตั้งใจของซูซูกิที่จะมอบความคุ้มค่า และดูแลลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เป็นเจ้าของไปจนถึงตลอดระยะเวลาการใช้งาน ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าคุณภาพและความคุ้มค่าของ ALL NEW SUZUKI FRONX รวมถึงบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายยอดขายรถยนต์ซูซูกิรวม 8,000 คัน ในปีนี้ หรือเติบโตขึ้น 41% ได้อย่างแน่นอน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตแบบ SUV ถูกนำเสนอภายใต้แนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ที่จะสะท้อนความเป็นตัวตนและตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ เพราะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค ด้วยจุดเด่นของสมรรถนะ ความคล่องตัวทุกการขับขี่ ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพและงานบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานส่งต่อถึงมือผู้บริโภคทุกท่าน

ALL NEW SUZUKI FRONX 7

โดยสิ่งที่ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี นับจากการจัดแคมเปญพิเศษก่อนการแนะนำ ALL NEW SUZUKI FRONX อย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิเป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX ผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 24 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา พร้อมรับบัตรเติมน้ำมัน 3,000 บาทฟรี สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจและตอบรับ ด้วยการลงทะเบียนจองสิทธิสูงถึง 5,364 คัน ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า และให้ความเชื่อมั่นว่าเราสามารถมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นเจ้าของรถอย่างแท้จริง

ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบเครื่องยนต์ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ K15C ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (DUALJET) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่เป็นการผสานพลังเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี Integrated Starter Generator (ISG) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมมอบสมรรถนะที่เร้าใจด้วยอัตราเร่งที่เฉียบคม และประหยัดน้ำมัน ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเงียบสบายอย่างลงตัว

ALL NEW SUZUKI FRONX 8

ALL NEW SUZUKI FRONX โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตาด้วยไฟหน้าพร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลังเสริมความพรีเมียมด้วยลายเส้นโครเมียม และไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนวโดดเด่นในทุกมุมมอง

ALL NEW SUZUKI FRONX 9

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีสไตล์และความสบายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมพวงมาลัย Multifunction ดีไซน์สปอร์ต Paddle Shift ขับสนุกตลอดทาง จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย ระบบ Keyless Push Start แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง พร้อม USB Charger

ALL NEW SUZUKI FRONX 9ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ที่มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย ทำให้มีความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร ทำให้การขับขี่และการจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจ ระบบ Idling Stop ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมัน โครงสร้างตัวถัง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ระบบ NVH ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control) จุดยึดเบาะที่นั่งสำหรับเด็ก พร้อมจุดรั้งตำแหน่งด้านบนของเบาะที่นั่งเด็ก (ISOFIX) และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP

ด้านความปลอดภัยของรถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX ในทุกรุ่น มอบความอุ่นใจด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง
และพิเศษเฉพาะสำหรับรุ่นท็อปที่ครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่สูงสุดในทุกเส้นทาง ประกอบไปด้วย
•ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
•จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
•ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
•ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
•ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
•ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
•ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
•กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
•เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ALL NEW SUZUKI FRONX 11

ราคารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX
•รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
•รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
•รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท

*หมายเหตุ สี Pearl Snow White เพิ่ม 5,000 บาท
สี Two-tone เพิ่ม 10,000 บาท

ALL NEW SUZUKI FRONX ในรุ่น GL, GLX และ GLX PLUS มาพร้อมหลากหลายเฉดสี ได้แก่
•Pearl Snow White
•Silky Silver Metallic
•Metallic Magma Gray
•Cool Black Metallic
•Savanna Ivory Metallic
ALL NEW SUZUKI FRONX ยังมีสีพิเศษในรุ่น GLX PLUS แบบ Two-tone อีก 3 สี ได้แก่
•Pearl Snow White / Cool Black Metallic
•Savanna Ivory Metallic / Cool Black Metallic
•Ice Grayish Blue Metallic / Cool Black Metallic

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX ซูซูกิจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
•ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
•ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

นอกจากนี้ ซูซูกิยังมอบทางเลือกที่คุ้มค่าตลอดการใช้งาน คลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ และเพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซูซูกิขอนำเสนอโปรแกรมพิเศษ SUZUKI FRONX Worry Free Maintenance Package ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถตามระยะทาง นานถึง 7 ปี ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และมีความมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว

ALL NEW SUZUKI FRONX คือ ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เราเชื่อมั่นว่า ผู้บริโภคชาวไทยจะให้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะนอกจากความนิยมของผู้บริโภคที่มีให้กับรถในกลุ่มเอสยูวีจะขยายตัวมากขึ้นแล้วนั้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ อุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ติดตั้งมาให้ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาความคุ้มค่า คุ้มราคา แต่ยังมาพร้อมคุณภาพของสมรรถนะการขับขี่ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพถนนของประเทศไทย ซึ่งจะถูกเสริมความมั่นใจด้วยบริการหลังการขายที่เรายกระดับคุณภาพขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำนวัตกรรม S-Solution มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและมั่นใจในการใช้บริการผ่านระบบ Dealer Management System (DMS) พร้อมด้วยแอปพลิเคชัน Hello Suzuki ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถนัดหมายศูนย์บริการล่วงหน้า ตรวจสอบข้อมูลการเข้ารับบริการ และขอรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปัจจุบันมีศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 47 แห่งทั่วประเทศ และยังมีบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของผู้จำหน่ายทุกรายตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้สามารถรองรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงยึดมั่นในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

ALL NEW SUZUKI FRONX 13

พิเศษ! ในวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ซูซูกิขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมเพื่อสัมผัส ALL NEW SUZUKI FRONX ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 86 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่าน

“SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR” ชวนเด็กๆ อบรมฟรี! ที่ฟิวเจอร์ พาร์ค และสเปลล์

0
SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR 2

กิจกรรม “โตไป…ขับเป็น” SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ส่วนหนึ่งของโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” ร่วมสร้างพื้นฐานให้เด็กๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ช่วงปิดภาคเรียน เรียนรู้กฎจราจร ฝึกขับขี่บนถนนจำลองที่ปลอดภัย และรับใบขับขี่จำลองเป็นที่ระลึก

โดยกิจกรรม แบ่งเป็นภาคทฤษฎี โดยมีวิทยากรจากกองบังคับการตำรวจจราจรมาให้ความรู้ ส่วนภาคปฏิบัติน้องๆ จะได้ฝึกขับขี่รถบังคับขนาดเล็กในสนามจำลอง เพื่อเรียนรู้เครื่องหมายจราจร ปลูกฝังการขับขี่ปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และช่วยลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR 3

ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานของท่านที่มีอายุ 3-8 ปี ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ไปเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ที่ลาน Zpotlight ฟิวเจอร์ พาร์ค และ สเปลล์ ชั้น G ระหว่างวันที่ 2-5 ตุลาคม 2568 และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/skilldriving