Home Blog Page 531

รายละเอียดพร้อมราคาจำหน่าย “The New Isuzu MU-X” ก่อนเปิดตัว 4 มีนาคมนี้

0

“อีซูซุ” เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีในไทย ส่ง “The New Isuzu MU-X” ปรับโฉมครั้งใหญ่ จัดเต็มทั้งภายนอกและภายใน เน้นความสปอร์ตหรู งามสง่า ภายใต้นิยาม Signature of Privilege เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์ ตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้ใช้รถยุคใหม่ในทุกด้านด้วยความสะดวกสบายสมบูรณ์แบบ พร้อมเทคโนโลยีดีเซลยุคใหม่นวัตกรรมเปลี่ยนโลก เครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ให้พลังแรง ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด จำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท รวมถึงยังได้แนะนำรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่นพิเศษ” ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน ผลิตจำนวนจำกัดเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ชีวิตเมือง

มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีซูซุได้เผยแพร่โฆษณาก่อนออกจำหน่าย (Teaser) ในสื่อต่างๆ เพื่อแจ้งกำหนดการเปิดตัวโมเดลรุ่นล่าสุดของ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” จึงก่อให้เกิดกระแสการพูดถึงในโซเชียลมากมาย เนื่องจาก “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เป็นหนึ่งในรถธงที่นำความสำเร็จมาสู่กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย นับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ.2556 โดยในครั้งนั้นได้สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการรถยนต์เมืองไทยด้วยยอดจองที่สูงกว่า 5,000 คันในเวลาเพียง 10 วันแรก และได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ใช้รถอเนกประสงค์มาโดยตลอด

 

มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กล่าวเพิ่มเติม “ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” (ISUZU 1.9 Ddi Blue Power) ขุมพลังดีเซลแห่งอนาคต สามารถสร้างยอดขายท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ และยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดรถอเนกประสงค์ที่ผู้ใช้รถไว้วางใจ ท่ามกลางการแข่งขันและเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ในตลาดรถยนต์เมืองไทย พร้อมกันนี้ยังได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุดในด้านคุณภาพรถใหม่ ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดใหญ่ จากการสำรวจความคิดเห็นจากเจ้าของรถใหม่ ที่จัดทำโดย เจ.ดี.พาวเวอร์ อีกด้วย”

สำหรับวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อีซูซุ ประเดิมตลาดโดยส่ง “The New Isuzu MU-X” ภายใต้นิยาม Signature of Privilege เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์ ที่จะสร้างสีสันให้วงการรถยนต์ไทยอีกครั้ง ภายใต้การออกแบบและปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนที่แตกต่างและโดดเด่นยิ่งขึ้น

The New Isuzu MU-X มากับรูปโฉมสไตล์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ แบบ Sport 3D รวมถึงมีไฟหน้าดีไซน์ใหม่ แบบ Bi-LED ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมติดตั้งไฟ Daylight อยู่ในโคมเดียวกัน ในส่วนของกันชนหน้า/หลังออกแบบใหม่ เสริมลุคสปอร์ต พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลวดลายโฉบเฉี่ยว

The New Isuzu MU-X ยังเหนือระดับมากยิ่งขึ้นด้วยบรรยากาศห้องโดยสารที่กว้างขวาง และการออกแบบใหม่ให้หรูหรา สง่างาม นั่งสบายในแบบฉบับรถยนต์นั่งระดับหรู แต่งภายในตามแนวคิด Universal Design ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ และทุกความต้องการ ใช้สีทูโทน Sandstone Beige ตัดด้วยสีดำเข้ม สร้างสรรค์ทุกรายละเอียดแบบรถยนต์นั่งระดับหรู

เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ดีไซน์ใหม่แบบ Sport Cut โอบกระชับรับกับสรีระ นุ่มนวล นั่งสบาย เสริมหรูด้วยลายไม้ Fine Walnut ที่แผงข้างประตู หัวเกียร์ และคอนโซลหน้า แผงหน้าปัดเพิ่มความสปอร์ต หรูหราด้วยขอบโครเมี่ยม อ่านค่าง่าย พร้อมหน้าจอสีแสดงข้อมูลการขับขี่ Color Display MID

ติดตั้งระบบความบันเทิง iConnect พร้อม Built-in Navigator หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อม Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Smartphone พร้อมจุดเชื่อมต่อ USB รองรับทั้ง Smartphone เครื่องเล่น MP3 และ Flash Drive

จุดเด่นสำคัญคือ เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่ให้การตอบสนองการขับขี่ที่ดี โดยเน้นความประหยัดน้ำมันและรักษาสิ่งแวดล้อม ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ หรือ เกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด รวมถึงระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ หรือ 2 ล้อ พร้อมระบบ Genius Sport Shift พร้อม “อีซูซุอินไซท์” (Isuzu Insight) เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีอัจฉริยะของอีซูซุ

The New Isuzu MU-X มีให้เลือก 5 สี ได้แก่
น้ำตาลฮาวานา (Havana Brown)
เงินไอซ์เบิร์ก (Iceberg Silver)
บรอนซ์เงินอาร์กติก (Arctic Silver)
ขาวมุกเอเวอร์เรสต์ (Everest Pearl White)
ดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black)

พร้อมกันนี้ อีซูซุ ยังได้นำเสนอ รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่นพิเศษ” สปอร์ตทรงพลัง เติมเต็มอารมณ์สมาร์ท สะกดทุกสายตา เพิ่มความคุ้มค่าด้วยชุดแต่งรอบคัน อาทิ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม SILVER RING,กระจกมองข้างโครเมี่ยม,Engine Hood Garnish คิ้วขอบฝากระโปรงหน้า และกระจังหน้าโทนเทา,FRONT BUMPER GUARD สีทูโทน,ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษแบบ 6 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว เป็นต้น

The New Isuzu MU-X เริ่มต้นจำหน่ายที่ราคา 1,099,000 บาท ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 1.9Ddi CD สำหรับรุ่นท๊อพขับเคลื่อน 4 ล้อ 3.0Ddi DA DVD Navi จำหน่ายในราคา 1486000 บาท

เตรียมพบและสัมผัสรถรุ่นล่าสุดจาก อีซูซุ ในสัปดาห์แห่งการแนะนำ “The New Isuzu MU-X” ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม – 9 เมษายน ศกนี้ ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ล่าสุด!สำหรับลูกค้าอีซูซุมิว-เอ็กซ์ สามารถเข้าถึงเอกสิทธิ์พิเศษต่างๆ อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ วี.ไอ.พี. คลับ” ร่วมอัพเดทข่าวสาร พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม และของรางวัลมากมาย รวมทั้งแวะสัมผัสความเท่สะดุดตา “อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่นพิเศษ” และติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

Testdrive:The New Volvo S90 D4 Inscription ชูนวัตกรรมขับขี่อัจฉริยะ สะดวกและปลอดภัย ตามสไตล์รถแดนไวกิ้ง

0

ปีที่ผ่านมากลุ่มรถระดับพรีเมี่ยมของค่ายรถแดนสแกนดิเนเวียอาจจะดูเงียบไปสักนิด จนกระทั่งช่วงปลายปี บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำโปรดักส์ในหลายๆเซกเมนต์มาเปิดตัวพร้อมจำหน่ายบ้านเรา เริ่มจาก V 40 รถตรวจการณ์ขนาดกลาง ตามด้วย XC 90 เอสยูวีหรูที่มาพร้อมฟังค์ชั่นเพื่อความปลอดภัย และส่งท้ายปีด้วย S 90 ซีดานระดับพรีเมียมรูปโฉมใหม่ที่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะไปเมื่อไม่นานมานี้

สำหรับใครที่กำลังจับตามองรถยนต์หรูจากค่ายรถแดนไวกิ้ง ข้อมูลและผลการทดสอบได้รวบรวมไว้และพร้อมให้ทุกท่านนำไปประกอบการพิจารณา

The New Volvo S90 D4 Inscription เป็นรถซีดานเรือธงรุ่นล่าสุดที่ วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้ามาเจาะตลาดในกลุ่มรถหรูโดยมีมิติคาบเกี่ยวระหว่าง D และ E Segment อธิบายให้เข้าใจง่ายๆเล็กน้อยหากท่านผู้อ่านยังคิดภาพตามไม่ออก

เริ่มจากมิติตัวถังมีสัดส่วนอยู่ที่ความยาว 4,963 มม. กว้าง 1,879 มม. และสูง 1,443 มม. ในขณะที่ฐานล้อมีขนาด 2,941 มม. หากเทียบขนาดกับรถหรูค่ายคู่แข่งทางทวีปยุโรป The New Volvo S90 จะอยู่ตรงกลางระหว่าง บีเอมดับเบิลยู ซีรัย์ 5 และ ซีรีย์ 7

โครงสร้างตัวถังออกแบบโดย Scalable Product Architecture หรือเรียกสั้นๆได้ว่า “Spa Platform” ซึ่งเป็นการออกแบบทางวิศวกรรมที่ทันสมัย มีจุดเด่นในด้านความแข็งแกร่ง ใช้เหล็กกล้าโบรอน (Ultra-High Strength Boron Steel) ทนต่อการบิดและให้ตัวได้สูง นอกจากนี้ยังเพิ่มเนื้อที่ภายในห้องโดยสารมากขึ้นโดยไม่สูญเสียความแข็งแรงของโครงสร้างแต่อย่างใด

รูปลักษณ์ของ The New Volvo S90 D4 Inscription โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ กระจังหน้าออกแบบเลิศหรูพร้อมโลโก้ Iron Mark แบบใหม่ ไฟหน้าได้ต้นทางการดีไซน์มาจาก “ค้อนของเทพเจ้าธอร์ (Thor Hammer)” ติดตั้งไฟแอลอีดี ให้แสงหักเหตามพวงมาลัย และปรับระดับอัตโนมัติ หนึ่งในความปลอดภัยเชิงป้องกันซึ่งเป็นสโลแกนตามติดมาตั้งแต่อดีต

มุมมองด้านท้ายตามความคิดเห็นส่วนตัวยังดูไม่ค่อยแตะตาเท่าที่ควร ไฟท้ายรูปตัว C ขนาดใหญ่ โอบล้อมขอบด้านหลัง อาจจะดูเทอะทะไปสักนิด แต่มีหลายฟังค์ชั่นติดตั้งมาเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ในส่วนนี้ขอรวบยอดไปในช่วงของการทดสอบว่าการใช้งานระบบเกี่ยวเนื่องต่างๆจะยากง่ายเพียงใด ขณะที่ล้อแม็กมาในลวดลาย 10 ก้าน ขนาด 19 นิ้ว หุ้มยาง 255/40

ห้องโดยสารออกแบบหรู มีเบาะนั่งรูปทรงใหม่ดีไซน์สะดุดตาหุ้มด้วยหนังแท้ NAPPA นุ่มนวล นั่งสบายทุกที่นั่ง เบาะคู่หน้าได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี Run-off Road Protection ทำงานโดยใช้เข็มขัดนิรภัยรั้งร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้ติดเป็นส่วนเดียวกับเบาะนั่งทันทีเมื่อเซนเซอร์ตรวจจับได้ว่าอาจเกิดการชน

การตกแต่งภายได้นำไม้วอลนัทสไตล์สแกนดิเนเวียนมาติดตั้งในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น ยามค่ำคืนห้องโดยสารจะเรืองแสงบริเวณที่วางเท้า พร้อมติดตั้งระบบกรองอากาศ CleanZone เพื่ออากาศบริสุทธิ์สำหรับทุกลมหายใจ ซึ่งระบบนี้จะคัดกรอง ฝุ่นละออง เกสร และกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามาในห้องโดยสาร

 

ชุดหน้าปัดออกแบบใหม่มีขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว มีภาพกราฟฟิกพร้อมสีสันที่ปรับระดับแสงและให้ความคมชัดสูง สามารถแสดงผลข้อมูลสำคัญต่างๆสะท้อนไปยังกระจกหน้าในรูปแบบของ Head-up Display อาทิ ความเร็ว และช่องทางการเดินรถซึ่งทำงานร่วมกับระบบเนวิเกเตอร์

พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังค์ชั่นติดตั้งระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control และปุ่มควบคุมเครื่องเสียงซึ่งพิเศษด้วยระบบการสั่งงานด้วยเสียงในรูปแบบของเทคโนโลยี Sensus Connect ติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมสัญญาณสั่งการและสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งมีในรถยนต์วอลโว่รุ่นใหม่ทุกรุ่น

จุดเด่นอีกหนึ่งแห่งอยู่บริเวณคอนโซลกลางในรูปแบบของหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับควบคุมการทำงานของระบบ Sensus ทั้งในส่วนของการให้ความบันเทิง และระบบนำทางผ่านดาวเทียม รวมถึงระบบปรับอากาศ ใช้งานสะดวก

 

ระบบเครื่องเสียงถือเป็นจุดเด่นที่จะสร้างสุนทรียแห่งการเดินทางทั้งใกล้และไกล โดยได้รับการติดตั้งลำโพงคุณภาพระดับ Premium Sound จาก Bower & Wilkins ด้วยชุดลำโพง 19 ตัว พร้อมแอมพลิฟายเออร์กำลังขับ 1,400 วัตต์ 12 แชนแนล เลือกฟังเสียงคุณภาพได้ถึง 3 โหมด ในรูปแบบของ คอนเสิร์ต เสตจ และ สตูดิโอ

The New Volvo S90 D4 Inscription ขับเคลื่อนด้วยขุมกำลัง Volvo Drive-E Powertrain ในรูปแบบของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ทวินเทอร์โบ แบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาดความจุ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะ i-ART ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มีบวก/ลบ ที่คันเกียร์ ทั้งยังสามารถเลือกการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ในโหมด Comford,Eco,Dynamic และ Individual ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 230 กม./ชม. และเคลมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 19.6 กม./ลิตร

ระบบรองรับของรถคันนี้ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง หรือที่เรียกกันว่า Double Wishbone ในอดีตระบบนี้อาจจะมีจุดด้อยจึงทำให้หลายค่ายหันมาใช้แบบแมคเฟอร์สันสตรัท แต่วิศวกรผู้ออกแบบได้ใช้วัสดุอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา และแข็งแกร่งกว่าเดิมเข้ามาแทนที่ ด้านหลังเป็นแบบ Integral Link วางตามขวาง ทำหน้าที่แทนสปริง ส่งผลให้ใช้พื้นที่น้อยและมีพื้นที่ในห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายเพิ่มขึ้น

ระบบความปลอดภัยในสโลแกน “ทุกชีวิต ปลอดภัยในวอลโว่” เรียกว่า Intellisafe คือเป็นการรวมระบบความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและปกป้องเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งวอลโว่คาดหวังไว้ว่าในปี 2020 ระบบนี้จะช่วยลดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจะไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากการใช้รถแบรนด์นี้

สำหรับการทำงานของ Intellisafe ผมขอยกยอดไปอยู่ในช่วงของการทดสอบเนื่องจากทุกระบบล้วนมีความสำคัญต่อผู้ใช้งานรวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึง City Safety เจนเนอเรชั่นใหม่ และ Automatic Bending Light ปรับทิศทางไฟขณะเข้าโค้งแบบอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับระบบ Active High Beam ซึ่งเป็นการปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาของรถยนต์คันหน้าและรถที่ขับสวนทาง

กิจกรรมการทดสอบในครั้งนี้ วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ใช้เส้นทาง กรุงเทพ-เขาใหญ่ ระยะทางรวมประมาณ 600 กม. เพื่อให้สื่อมวลชนได้ทดลองระบบต่างๆ ชนิดที่เรียกว่าลงลึกไปทุกรายละเอียด ตามต่อกันทุกบทสรุปในแต่ละประเด็นได้เลยครับ

มาพูดถึงสมรรถนะและระบบการยึดเกาะเป็นอันดับแรก Volvo Drive-E Powertrain เทคโนโลยีของเครื่องยนต์ที่ติดตั้งในรถคันนี้เกิดจากเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบคู่ ถือว่ามีความจัดจ้านพอตัว เมื่อนำมาผนวกกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทำให้รถพุ่งทะยานไปได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเป็นรถหรูระดับพรีเมียม แต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะนำระบบเกียร์ซีวีทีมาใช้ ซึ่งไม่ถือเป็นใจความสำคัญ เพราะระบบเกียร์ที่ติดตั้งมาในรถคันนี้ แม้จะมีรอยต่อของแต่ละเกียร์จนรู้สึกได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสะดุดจนทำให้เสียอารมณ์ หากอยากเร่งแซง ฟังค์ชั่นอย่าง บวก/ลบ ที่คันเกียร์จะคอยสร้างอารมณ์ซิ่งให้ผู้ขับขี่ได้ดีในระดับหนึ่ง

ในส่วนของระบบรองรับ นอกจากผลพวงของการนำ Double Wishbone มาใช้ในล้อหน้าซึ่งช่วยให้ปรับมุมล้อได้มากขึ้น ส่งผลให้ได้การยึดเกาะที่ดี สำหรับระบบรองรับด้านหลังแบบ Integral Link ส่งผลดีในด้านพื้นที่ใช้สอย การยึดเกาะยังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อสปริงหายไป ช่วงล่างด้านหลังจึงให้อารมณ์กระด้างไปเล็กน้อย แทนที่จะนุ่มนวลตามสไตล์รถระดับพรีเมียม

ทีเด็ดของ The New Volvo S90 D4 Inscription ที่ถือเป็นตัวชูโรงคือเรื่องของนวัตกรรมการขับขี่อัจฉริยะ หรือระบบ Pilot Assist ซึ่งเซนเซอร์จะตรวจจับรถคันหน้าและสามารถสั่งการให้รักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าได้อีกด้วย ทั้งนี้ระบบจะช่วยรักษาทิศทางรถให้อยู่กลางเลน แต่ใช่ว่าระบบจะควบคุมรถได้ตลอดเวลา ฉะนั้นผู้ขับต้องคอยสัมผัสพวงมาลัยทุก 10 วินาที ถ้าเซนเซอร์ตรวจพบว่าไม่มีแรงต้านที่พวงมาลัย ก็จะตัดการทำงานทันที

อีกหนึ่งระบบที่ได้ทำการทดสอบคือ Adaptive Cruise Control ทำงานในรูปแบบใกล้เคียงกับ Pilot Assist โดยกำหนดความเร็วได้สูงสุดถึง 130 กม./ชม. ในกรณีที่มีรถช้าอยู่ด้านหน้า ระบบจะลดความเร็วลงด้วยการเบรก และรักษาระยะห่างตามที่ผู้ขับตั้งไว้ เมื่อไม่มีรถกีดขวาง หรือรถคันหน้าเร่งความเร็ว ระบบก็จะเร่งความเร็วไปตามคำสั่งที่ตั้งค่าไว้

ระบบ City Safety เจนเนอเรชั่นใหม่ ใช้เซนเชฮร์ในการตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน ผู้ชับชี่รถจักรยานรวมถึงสัตว์ขนาดใหญ่ทำงานโดยมีเซนเซอร์ตรวจจับ ช่วยให้ปลอดภัยในการเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน พูดง่ายๆว่าทำหน้าที่เสมือนตาทิพย์ หากตรวจพบคน สัตว์ หรือ วัตถุต้องสงสัย ระบบจะแจ้งเตือนด้วยสัญญาณเสียงและหากยังไม่มีการหยุดรถ ระบบจะหยุดรถให้อัตโนมัติเพื่อเลี่ยงการชน

ช่วงสุดท้ายของการทดสอบเป็นไปในรูปแบบ Night Ride สำหรับระบบ Automatic Bending Light ซึ่งออกแบบมาเพื่อปรับทิศทางไฟขณะเข้าโค้งอัตโนมัติ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน ทำงานร่วมกับระบบ Active High Beam ใช้ในการปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาของรถยนต์คันหน้าและรถที่ขับสวนทาง ทั้ง 2 ระบบจะมีเซนเซอร์และเรดาร์อยู่ที่ด้านหน้ารถเพื่อตรวจจับและประมวลผลโดยผุ้ขับขี่ไม่ต้องสั่งการใดใดทั้งสิ้น

กล่าวโดยสรูป ระบบทั้งหมดใน The New Volvo S90 D4 Inscription ไม่ใช่เป็นฟังค์ชั่นเสริม แต่ล้วนเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิต และ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งราคาจำหน่ายรถคันนี้ไว้ที่ 3,990,000 บาท ยังถือว่าเป็นอะไรที่น่าใช้ นอกจากนวัตกรรมความปลอดภัยในสไตล์ของรถจากค่ายแสกนดิเนเวีย สมรรถนะที่เร้าใจและประหยัด จากระยะทางประมาณ 600 กม.ในการทดสอบในครั้งนี้ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปครึ่งถัง ในยุคที่เชื้อเพลิงกำลังปรับตัวขึ้นอีกครั้ง คงเป็นประเด็นที่ทำให้หลายคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นจริงไหมครับ

Testdrive:New MAZDA 3 2017 สัมผัส และ ลองขับ Skyactiv รุ่นล่าสุด

0

ต้องขอประทานโทษครับ ที่เขียนความรู้สึก ที่ได้สัมผัสกับเจ้า New MAZDA 3 2017 ให้ท่านๆทั้งหลาย ได้รับรู้ช้าไปหน่อย คือว่างาน TV ของผม มันยุ่งเอาเรื่องอยู่ เอาเป็นว่าผมมาเล่า(เขียน) แล้วท่านมาฟัง(อ่าน) ในอารมณ์ ความรู้สึก ที่ได้สัมผัสกันเลยดีกว่า

การได้เห็น New MAZDA 3 2017 ในครั้งแรก ก็ถามตัวเองว่า “เอ๊ย มันเปลี่ยนตรงไหน” เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีตัวเก่าจอดเทียบ แทบจะบอกว่ า “ก็มันไม่เป็นเปลี่ยนอะไรนิหว่า” ก็ต้องยอมรับว่า ความรู้สึกของคนไทย มันต้องเปลี่ยนให้เห็นคาตา กระจังหน้า ไฟหน้า กันชน มันต้องเปลี่ยนทรงไปเลย “นะครับพี่”

New MAZDA 3 2017 อยู่บนหลักการออกแบบ ๆ KODO Design ทำให้รถคันนี้เปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก ภายนอกที่เห็นชัดเจนก็คงมี ไฟหน้า พร้อมกระจัง ดูเผินๆยังไงก็เหมือนเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงดวงไฟหน้า และกระจังหน้า ที่หักปลายแหลมๆ ส่วนปลาย V ออกรับกับไฟหน้าดวงใหม่ ทำให้รถกลับมีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมขึ้น

กระแสลมถูกจัดให้ออกไปด้านข้างของตัวรถมากขึ้น แล้วลดกระแสลมที่พุ่งขึ้นไปที่ฝากระโปรงหน้าให้น้อยลง ทำให้รถตัวนี้แหวกอากาศได้ดีขึ้น แรงกดที่ฝากระโปรงน้อยลง ก็ทำให้กำลังเครื่องยนต์ไม่ต้องไปต่อสู้กับแรงกดที่หน้ารถหนักเหมือนแต่ก่อน รถมันก็จะประหยัดเพิ่มขึ้น

ที่เห็นจะต่างก็มีชุดไฟตัดหมอกหน้า ที่ลดขนาดให้ดูน่ารัก แต่ทรงประสิทธิภาพในการส่องสว่างดีกว่าเดิมด้วยระบบ LED ถ้าปรับให้แสงมันเหลืองอีกสักนิด จะเยียมมาก มาดูด้านหลัง กันชนใหม่ ที่ดูจะมีความเป็น Sport กว่ารุ่นเดิม ไอ้เส้นสันที่เพิ่มขึ้น มันมีผลต่อระบบอากาศพลศาสตร์ทั้งนั้น สรุปง่ายๆ ภายนอกมองผ่านๆ คงด่าเอาว่า มันใหม่ตรงไหน แต่หากพิจารณาด้วยหลักอากาศพลศาสตร์ เฮ้ยมันดีขึ้นจริงๆ เพราะเสียงกระแสลมที่ปะทะตัวรถเบาลง

ในส่วนภายใน ค่อนข้างเปลี่ยนไปชัดเจน เพราะแค่เปิดประตู เข้าไป นี่มัน All New ชัดๆ อุปกรณ์ภายในปรับปรุงใหม่หมด ทั้งพวงมาลัย ที่ดู Sport มากขึ้น ขนาดกำลังพอดี ปุ่มสารพัดปุ่ม จัดวางลงตัว แต่ที่ชอบมากนั้นคือ คอนโซนกลาง ที่ตัดส่วนเท้าแขนออก แล้วใส่กรองเลียบๆที่มีฝาปิดแบบบานเลื่อนม้วน ทำให้ภายใน New MAZDA 3 2017 ดูกว้างขึ้น

วัสดุภายในดูดีขึ้นระบบ MZD Connect รู้สึกเชยๆ แม้จะเพิ่มขนาดจอ Display แต่จอใสบนคอนโซน หลังพวงมาลัย อันนี้ดี เพราะมันแสดงผลได้มากขึ้น นอกจากความเร็วรถแล้ว ยังมี Display ของระบบ Lane keeping ด้วย นอกจากนี้ยังบอกความเร็ว และระยะหางของรถ เมื่อใช้ระบบ MRCC หรือ Mazda Radar Cruise Control ซึ่งเดียวจะบอกว่ามันดีอย่างไร

อีกหนึ่งส่วนที่ชอบคือ Paddle Shift หลังพวงมาลัย ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายขึ้น เอาเป็นว่าสรุปภายในของ New MAZDA 3 ในครั้งนี้สุดยอดจริงๆ ทำดีกว่าการเปลี่ยนแปลงภายนอกแยะ และผมก็ชอบด้วย ที่ทำข้างในดีกว่าคู่แข่งบางค่าย

เครื่องยนต์ยังคงเป็นบล็อกเดิม PE-VPS ที่เป็นเทคโนโลยี SKYACTIV G ขนาด 2.0 ลิตร GDi ให้กำลังแรงม้า 165 ตัวแรงบิด 210 นิวตันเมตร แค่นี้ก็เหลือแล้ว ระบบเกียร์เป็น SKYACTIV Drive แบบอัตโนมัติ 6 Speed ที่อัตราทดของให้อารมณ์เป็นเกียร์ธรรมดามากๆ อัตราสิ้นเปลืองประมาณ 14-15 กม./ลิตร ความเร็วปลายทะลุ 200 กม./ชม. แน่นอน

ระบบที่พัฒนาเข้ามาใหม่และมีผลต่อเครื่องยนต์นั้นก็คือ GVC หรือ G-VECTORING Control ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพ แรงบิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพเส้นทาง หากเจอสภาพเส้นทางโค้งเยอะๆ ผู้นั่งจะไม่ต้องสู้กับแรงเหวี่ยง หนีศูนย์กลาง หรือแรง G แบบแต่ก่อน

ส่วนระบบ MRCC หรือ MAZDA Radar Cruise Control จะมีเฉพาะในรุ่น Top รุ่นล่างๆ เป็น Cruise Control สำหรับ MRCC มันดีไง ก็ขอตอบว่า มันทำให้การขับรถตามๆกันไป สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น รถคันนำขบวนวิ่ง 120 กม./ชม.รถที่ตามมา ก็ต้อง ปรับความเร็วให้เท่ากัน ถ้าค้นหน้าลดความเร็วเหลือ 100 กม./ชม. คันที่ตามมาก็จะเบาเครื่องลงเหลือ 100 แต่ถ้า 80 คันที่ตามมากก็จะเบาเครื่องยนต์ พร้อมเบรกความเร็วรถให้เท่าคันหน้าด้วย พอคันนำกลับไปที่ความเร็วเดิม เครื่องยนต์ก็จะเร่งตามคันหน้าไป แต่ก็ขอบอกว่า แม้รถจะจัดการระบบเบรกให้ แต่มันก็เป็นเพียงระบบช่วยในการเบรก มันไม่ได้เบรกเต็ม 100% อย่างไรก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังอยู่

ไม่ว่าจะเป็นการทดลองขับทั้งในสภาพถนนธรรมดา และเส้นทางที่ทาง Mazda จัดให้ ต้องขอบอกว่า ทุกสภาพสิ่งที่ดีที่สุดที่รู้สึกได้คือ ระบบพวงมาลัย และระบบรองรับ ซึ่ง 2 ประเด็นนี้เล่นเอาผมทึ่งเลย ว่ามันไม่ใช้รถญี่ปุ่นแล้วหรือ

พวงมาลัย ที่เป็นระบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า แต่อาการ และอัตราทด ไปทางรถเยอรมันเอามากๆ ทั้งแม่นยำ ทั้งฉับไว แต่อยู่ในการควบคุมได้ตลอดเวลา ถือเป็นจุดเด่นของ New MAZDA 3

ต่อมาก็เป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเช่นกัน และผมก็ชอบมาก นั่นคือ ระบบรองรับ และกันสะเทือน แม้ทาง MAZDA จะบอกว่าเปลี่ยนอัตรา และจังหวะการทำงานของช็อกอัพฯใหม่ เพียงอย่างเดียว แต่ผมมีความเชื่อว่า มีการปรับปรุงเรื่องของบูชยาง ในส่วนของระบบรองรับด้วย เพราะหนึบ แน่น ไม่ต่างจากรถยุโรป อาการเด้งแถมเวลากระโจนจากคอสะพาน มันแทบไม่เหลือเลย ผมว่านี่แหละคือ 2 จุดเด่นที่ผมชอบที่สุดในรถคันนี้

เอาเถอะครับ นี่มันคือความรู้สึกล้วนๆ ของนักทดสอบรถคนหนึ่ง ผมชอบรถที่มีสมรรถนะใว้วางใจได้ ผมไม่ได้ต้องการ APP ที่เอามาใส่รถจนดูไร้สาระ รถที่ขับแล้วไม่เหนื่อย รถที่ขับแล้วรู้สึกปลอดภัย เพราะผมซื้อรถมาขับ ไม่ได้ซื้อรถมาเล่น line และ fb หรือมาคุยโทรศัพท์

เรียบเรียงข้อมูลและทดสอบโดย วินิจจัย ชลานุเคราะห์

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จับมือ สยาม มอเตอร์ราด เผยโฉมโชว์รูมใหม่ เสริมความแข็งแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์สู่ภาคใต้ตอนล่าง

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ขยายความแข็งแกร่งในธุรกิจบิ๊กไบค์ ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เปิดตัวโชว์รูมสยาม มอเตอร์ราด แห่งแรกในภาคใต้ตอนล่าง ณ จังหวัดภูเก็ต พร้อมมอบบริการมาตรฐานระดับโลก ครบครันทั้งโชว์รูมจำหน่ายและทีมบริการหลังการขายมืออาชีพ

มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในประเทศไทย พร้อมแนวโน้มการเติบโตของตลาดบิ๊กไบค์ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จึงขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ สยาม มอเตอร์ราด ในการเข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา และเราเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในภาคใต้ตอนล่างนี้”

ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติม “การมอบประสบการณ์ในผลิตภัณฑ์ของเราให้แก่ลูกค้าเป็นสิ่งที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ให้ความสำคัญ และเพื่อตอกย้ำประสบการณ์ที่เหนือกว่าอีกขั้น เราจึงเตรียมนำเสนอบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ จากบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นแรกที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 500 ซีซี สู่ลูกค้าชาวไทย ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R จะสร้างคำจำกัดความใหม่ให้กับเซกเมนต์นี้ ในฐานะมอเตอร์ไซค์สำหรับคนรุ่นใหม่ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ และนักขับมอเตอร์ไซค์ทั้งหลาย ทั้งยังแสดงถึงศักยภาพการเติบโตของเราในอนาคต ต่อยอดความสำเร็จของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในประเทศไทย อีกด้วย”

นายกลด พิสิฐพิทย์ กรรมการผู้จัดการ สยาม มอเตอร์ราด กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ร่วมในเครือข่ายแห่งความแข็งแกร่งในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างเราและบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกของ สยาม มอเตอร์ราด ในจังหวัดภูเก็ต หนึ่งในจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเรายังให้บริการครอบคลุมในเขตภาคใต้ตอนล่างนี้ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่มีฐานลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ด้วยความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการที่จะได้รับ ทั้งผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดนี้ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ในระยะยาว”

โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรสยาม มอเตอร์ราด ภูเก็ต ครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 20 ล้านบาท จึงสามารถมอบบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายที่ตรงตามมาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในทุกด้าน โดยตัวอาคารและพื้นที่แสดงมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ให้กับลูกค้า สามารถจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ในขณะที่โซนจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และโซนรับรองลูกค้าได้รับการจัดวางและออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เป็นหัวใจสำคัญ

สยาม มอเตอร์ราด มีพนักงานให้คำปรึกษาทางด้านการขายและบริการหลังการขาย ซึ่งได้รับการอบรมจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตามมาตรฐานในระดับเดียวกันกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั่วโลก พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อมอบความประทับใจเหนือระดับให้กับลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทุกท่าน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ศูนย์บริการ และกิจกรรมต่างๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw-motorrad.co.th หรือที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/BMWMotorradTH

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (19 กุมภาพันธ์ 2560)

0

 

คลิปรายการ Auto World TV

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560
เวลา 14.30 – 15.00 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“Lenso Project D-1 SE” ล้อแมกดีไซน์เด่น เทคโนโลยีส่งตรงจากสนามแข่ง

0

ฉีกกฏทุกความเคลื่อนไหว กับสุดยอดความเร็วจากสนามแข่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ได้รับความนิยม ตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยสมรรถนะที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันอย่างแท้จริง กับ Project D-1 SE ล้อแม็กเพื่อคนพันธุ์ซิ่ง

Project D-1 SE ล้อแม็กที่ได้รับการออกแบบถ่ายทอด DNA จากตระกูล Project D Series ได้อย่างสมบูณร์ ด้วยหน้าลาย 5 ก้านที่เป็นเอกลักษณ์ระดับตำนาน เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ดุดัน โดดเด่นด้วยลูกเล่นโฉบเฉียวสะดุดตา เข้าถึงทุกสัมผัสอารมณ์ดุจดั่งสนามแข่งขัน

Project D-1 SE ล้อแม็กที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักแข่งรถยนต์ทางเรียบ กับการดีไซน์ล้อแม็กที่สามารถรองรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบได้อย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง น้ำหนักเบา เผยดีไซน์ความสปอร์ตด้วยหน้าลาย 5 ก้าน เพิ่มความโฉบเฉียวให้มีความสะดุดตามากยิ่งขึ้น ด้วยตัวอักษรยิงเลเซอร์ สะกดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นแบบมีสไตล์ในทุกการเคลื่อนไหว พร้อมทยานสู่ความสำเร็จ

สำหรับล้อแม็ก Project D-1 SE ออกแบบมาสำหรับนักรถยนต์นั่ง (เก๋ง) เพิ่มความสปอร์ตให้กับรถคุณได้อย่างลงตัว โดย Project D-1 SE มีแบบ 4×100 และ 5×114.3 ให้เลือกใช้งาน มีวางจำหน่ายในขนาด 15×7.5 // 17×7.5 // 18×8.5 และ18×9.5 นิ้ว มีให้เลือก 5 สี ด้วยกัน 1.สีน้ำเงินแก้ว กลึงขอบเงา(RBM) // 2.สีน้ำตาลทองผิวหยาบ กลึงขอบล้อ(CTEC) // 3. สีเงินขอบเงา(SM) // 4.สีทอง กลึงขอบเงา(GDM) และ 5.สีดำ กลึงเงากระจก ขอบล้อ(BKM)

ผู้ที่สนใจ LENSO WHEELS Project D-1 SE สามารถเป็นเจ้าของได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ ติดตามข่าวสารของทาง Lenso Wheel ได้ที่ http://www.lensowheel.co.th หรือที่ Facebook Fanpage Lenso Wheel

Mazda 2 MY 2017 น้องเล็กไซส์ซับคอมแพค ชูจุดเด่นเทคโนโลยี G-Vectoring Control

0

ปรับรูปลักษณ์ใหม่ในสไตล์คุ้นตา ทั้งภายนอกและภายใน ใส่เทคโนโลยีแบบเดียวกับรุ่นใหญ่ ขุมพลังเดิมมีให้เลือกทั้งแบบเบนซินขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า และ ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE ปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพียง 1,000 บาท ในรุ่น 1.3 Standard และ 10,000 บาทในรุ่น 1.5 XD High Plus L

เสียงตอบรับจากแฟนๆชาวไทยที่ไว้ใจเลือกซื้อรถจากค่ายซูม-ซูม ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ส่งโปรดักส์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง MAZDA 2 ถือเป็นรถยนต์รุ่นหลักของมาสด้าในประเทศไทยที่สร้างยอดจำหน่ายมากกว่า 165,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2552 ต่อมาในเจนเนอเรชั่นปัจจุบันที่ใช้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ เปิดตัวเมื่อปี 2558 มียอดขายสูงถึง 44,000 คัน และคาดหวังว่าหลังจากเปิดตัว MAZDA 2 MY 2017 จะกวาดยอดจำหน่ายจนถึงปลายปีด้วยการตั้งตัวเลขไว้ 27,000 คัน


การเปิดตัว MAZDA 2 MY 2017 ยังคงคอนเซปต์ของความสนุกและความปลอดภัยภายใต้ภายใต้เทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS มีให้เลือกทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ซึ่งยังคงชูจุดเด่นในเรื่องการออกแบบ ภายใต้ Kodo Design SOUL of MOTION หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงาม


สำหรับมิติตัวรถยังมีขนาดเท่าเดิมทั้งรุ่นแฮทช์แบค และ ซีดาน แต่รูปลักษณ์ได้รับการปรับแต่งในส่วนของไฟหน้า LED Projector และไฟ Day Time Running Light แบบ LED ดีไซน์ใหม่ รวมถึงไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมกรอบโครเมี่ยม และกระจกมองข้างที่มีการติดตั้งไฟเลี้ยวในตัว


รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือลวดลายของล้อกระทะล้อและอัลลอยที่มีทั้งขนาด 15 นิ้วหุ้มยาง 185/65 R15 และขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/60 R16

ภายในแต่งเติมให้แปลกตาด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบเดียวกับ Mazda 3 MY 2017 มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังแท้ จัดวางสวิทต์ควบคุมการใช้งานระบบต่างๆให้ใกล้มือและใช้งานง่ายตามหลัก HMIหรือ Human Machine Interface

ในรุ่นท๊อพของ MAZDA 2 MY 2017 ทั้ง 2 โมเดลเบาะนั่งเป็นแบบกึ่งหนังแท้สีดำเย็บด้ายสีแดง เบาะนั่งด้านหลังปรับพับได้แบบ 60/40 ติดตั้งจอแสดงความเร็ว Active Driving Displayแบบสี พร้อมตกแต่งภายในแบบ Two-tone Color Decoration

MAZDA 2 MY 2017 ยังคงใช้ขุมพลัง SKYACTIV มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน SKYACTIV-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที เคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 26.3 กม./ลิตร


อีกหนึ่งทางเลือกคือเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 93 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองจากค่ายผู้ผลิตระบุไว้ที่ 23.3 กม./ลิตร


เครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาดส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE พร้อมโหมด Activematic พิเศษสำหรับ รุ่นท๊อพ (XD High Plus และ XD Sports High Plus) จะได้รับการติดตั้งระบบแพดเดิล ชิฟท์ที่พวงมาลัย

ส่วนระบบช่วยการประหยัดเชื้อเพลิง i-Stop และ i-Eloop รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ (DSC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCS) ยังคงได้รับการติดตั้งใน MAZDA 2 MY 2017 ทุกรุ่น


ฟังค์ชั่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับสูงและได้ชูเป็นจุดเด่น คือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control (GVC) ทำหน้าที่ในการควบคุมแรงบิดเครื่องยนต์เพื่อความแม่นยำในการถ่ายทอดกำลังลงล้อ ส่งผลให้การขับขี่ทุกทางโค้งเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังมีส่วนช่วยลดอาการโคลงของตัวรถได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ความปลอดภัย i-Activsense ซึ่งถือเป็นจุดเด่น ประกอบไปด้วย ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ Adaptive LED Headlamps , ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติด้านหน้า (SCBS) , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Mazda Radar Cruise Control (MRCC) , ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติด้านหลัง (SCBS-R) , ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ ช่วยเบรก Smart Brake Support (SBS)
Mazda 2 MY2017 มาพร้อมสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

สีน้ำเงิน Eternal Blue (ใหม่)


สีเทา Meteor Gray (ใหม่)


สีดำ Jet Black (ใหม่)

สีแดง Soul Red


สีขาวมุก Snow Flake White Pearl


สีน้ำตาล Titanium Flash


สีเงิน Aluminum Metallic

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งราคาจำหน่าย MAZDA 2 เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ทั้งรูปแบบของซีดาน และ แฮทช์แบค เริ่มต้นที่รุ่น1.3 Standard ราคา 530,000 บาท (ปรับเพิ่มจากเดิม 1,000 บาท) รุ่น 1.3 High ราคา 590,000 บาท (ปรับเพิ่มจากเดิม 1,000 บาท) รุ่น 1.3 High Connect ราคา 620,000 บาท (ปรับเพิ่มจากเดิม 3,000 บาท) และรุ่น 1.3 High Plus ราคา 670,000 บาท (ปรับเพิ่มจากเดิม 28,000 บาท)

สำหรับราคาจำหน่าย MAZDA 2 เครื่องยนต์ดีเซลทั้งรูปแบบของ ซีดาน และ แฮทช์แบค ในรุ่น 1.5 XD High Plus L ราคา 789,000 บาท (ปรับราคาจากเดิม 10,000 บาท) รุ่น 1.5 XD High Connect ราคา 750,000 บาท (ปรับราคาจากเดิม 22,000 บาท) รุ่น 1.5 XD ราคา 680,000 บาท (ปรับราคาจากเดิม 26,000 บาท )

กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย เปิดตัว “อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3” ยางรถสปอร์ตระดับพรีเมียม มั่นใจด้วยระยะเบรกสั้นกว่า 2.6 เมตร

0
HiRes

กู๊ดเยียร์ เปิดตัวยาง “อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3” คุณภาพระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ซึ่งยางสำหรับรถสปอร์ตระดับหรูนี้ มาพร้อมประสิทธิภาพที่โดดเด่นด้านการลดระยะเบรกลงได้ทั้งบนถนนที่แห้งและเปียก รวมถึงเสริมการยึดเกาะถนน เพิ่มสมรรถนะในการควบคุมและการตอบสนอง เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดการเดินทาง ด้วยคุณสมบัติของยางรุ่นอีเกิ้ลเอฟวัน ที่ผ่านการทดสอบและการรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ รวมทั้งจากัวร์ เอ็กซ์เอฟ ซึ่งให้สมรรถนะการเบรกที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเสถียรภาพในการบังคับและควบคุมรถในทุกสภาพถนน

มร. ฟินบาร์ โอคอนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน กู๊ดเยียร์เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ด้วยความมุ่งมั่นผลิตและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะสูงให้กับกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยยางอีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการต่าง ๆ ของผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีด้านการยึดเกาะถนนและการพัฒนาประสิทธิภาพการเบรกที่ดียิ่งขึ้นนี้เอง จึงสามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ของแบรนด์กู๊ดเยียร์ ในการสร้างความปลอดภัยและอบอุ่นใจ ไปตลอดเส้นทางบนถนนได้อย่างดีเยี่ยม”

ในขณะที่ตลาดรถสปอร์ตระดับพรีเมียมเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีจะเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 6 จากปี 2557 ถึง 2563 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับแรงผลักดันจากการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศจีน (ร้อยละ 5.9%) ออสเตรเลีย (ร้อยละ 5.7) และประเทศในกลุ่มอาเซียน (ร้อยละ 9)

ทั้งนี้ “ยางอีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3” อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย Grip Booster Technology (เทคโนโลยีเสริมการยึดเกาะถนน) ประกอบด้วยยางเรซินเสริมความหนา ช่วยในการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น Active Braking Technology (เทคโนโลยีเพิ่มสมรรถนะในการเบรก) ลดระยะการเบรกเพราะยางออกแบบให้สามารถขยายตัวเมื่อสัมผัสกับพื้นถนน ทำให้เกิดการยึดเกาะมากขึ้น ทำให้ได้ระยะเบรกที่สั้นลง Reinforced Construction Technology (เทคโนโลยีเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมทิศทาง) ทำให้โครงสร้างของยางมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น และเสริมสมรรถนะในการควบคุมและบังคับรถ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ เสริมสมรรถนะในการเลี้ยว ต้านทานการสึกหรอของยาง และช่วยประหยัดน้ำมัน

อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 ได้รับการทดสอบและยืนยันจากสถาบัน DEKRA6 ว่าเป็นยางที่มีสมรรถนะดีเยี่ยมและทนทานต่อการสึกหรอของยาง เมื่อเปรียบเทียบกับยางในระดับเดียวกันของแบรนด์คู่แข่งชั้นนำอื่น ๆ ในตลาด ผลการทดสอบพบว่าย อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 ของ กู๊ดเยียร์ สามารถวิ่งในระยะทางเพิ่มขึ้นถึง 11,500 กม. เทียบกับ 3 แบรนด์คู่แข่ง

นอกจากนี้ การทดสอบ TÜV SÜD Benchmark Test ของ กู๊ดเยียร์ ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของ 3 แบรนด์คู่แข่งชั้นนำ มีระยะเบรกที่สั้นกว่า 2.6 เมตร (สมรรถนะสูงขึ้นถึงร้อยละ 9) บนถนนเปียก และระยะเบรกที่สั้นกว่า 1.3 เมตร (สมรรถนะสูงขึ้นถึงร้อยละ 4) บนถนนแห้ง ส่วนการควบคุมและบังคับรถดีขึ้นถึงร้อยละ 4 จากผลการทดสอบนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าอัตราแรงต้านทานการหมุนของล้อดีขึ้นถึงร้อยละ 10.9 ส่งผลให้แรงต้านทานการหมุนของล้อนั้นดีเยี่ยมเป็นอันดับสองของยางจากแบรนด์ที่ได้รับการทดสอบทั้งหมด

ยางอีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 มีด้วยกันถึง 32 ขนาด ตั้งแต่ขนาดความกว้างระหว่าง 17 – 20 นิ้ว และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกู๊ดเยียร์ ประเทศไทยหรือผลิตภัณฑ์และบริการ เข้าชมได้ที่ www.goodyear.co.th

“Isuzu Race Spirit 2016” งานแข่งรถยนต์ในรูปแบบควอเตอร์ไมล์เพื่อเฟ้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุดีแมคซ์” ที่แรงและเร็วที่สุดแห่งปี

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซูเซลส์ จำกัด จัดกิจกรรมมันทะลุไมล์สุดเร้าใจ “Isuzu Race Spirit 2016” รอบชิงชนะเลิศ นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากรอบคัดเลือกทั้ง 4 สนาม ท้าประลองความเร็วของปิกอัพดีเซล “อีซูซุดีแมคซ์” คันเก่งในการแข่งรถยนต์ทางเรียบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รวมถึงกิจกรรมสุดจี๊ดอีกมากมาย สำหรับผู้รักความแรงตัวจริง ณ สนามบางกอกแดรก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความโดดเด่นของรถปิกอัพอีซูซุ ทั้งในเรื่องของสมรรถนะ ช่วงล่าง และความแรง ทำให้รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ได้รับการยอมรับจากนักแข่งในวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นรถแข่งคู่ใจของนักแข่งรถชั้นแนวหน้าที่ได้รับรางวัลมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในรายการสำคัญทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบของประเทศไทย “Isuzu One Make Race” และการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบครอสคันทรีแรลลี่อันแสนหฤโหด ระดับนานาชาติ “Asia Cross Country Rally”

คุณวิชัย กล่าวเสริม “สำหรับกิจกรรม “Isuzu Race Spirit” ในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมา ไม่เพียงได้เห็นการพัฒนาศักยภาพของนักแข่งที่ทำเวลาในการแข่งขันได้ดีขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด แต่ยังได้สะท้อนความเป็นรถปิกอัพที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายในเรื่องความเร็ว และความแรงได้เป็นอย่างดี โดยการแข่งขันในปีนี้ ยังคงได้รับการตอบรับจากผู้รักเรซซิ่งตัวจริง โดยมีผู้ร่วมเข้าชมล้นสนามกว่า 8,000 คน”

การแข่งขัน Isuzu Race Spirit 2016 ได้จัดแข่งขันรอบคัดเลือกรวม 4 สนาม เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วในรอบชิงชนะเลิศ รวม 5 รุ่น ได้แก่ All-New Isuzu Turbo 44mm, All-New Isuzu F55 Pro, All-New Isuzu Pro Modify, All-New Isuzu Open Unlimited และ Isuzu D-Max 1.9 Ddi Blue Power โดยมีเงินรางวัลมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ อีซูซุยังได้รวบรวมกิจกรรมความแรงหลากหลายให้ผู้ใช้รถ “อีซูซุดีแมคซ์” ขาซิ่งที่รักในกีฬาความเร็ว และชื่นชอบการแต่งรถ ได้สัมผัสกับรถแข่งอีซูซุสุดแรงจากสนามแข่งจริง โดยนำ ISUZU Safety Car 1.9 Ddi Blue Power สำหรับนำขบวนในสนามแข่งขัน และรถแข่งอีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ตัวจริงจากสนามแข่งขัน “Isuzu One Make Race” อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ วี-ครอส 4×4 ที่คว้า 6 รางวัล ในรายการ “Asia Cross Country Rally 2016” และรถแต่งจากสำนักแต่งชื่อดัง ECU Shop

พร้อมรวบรวมสีสันแห่งความมัน อาทิ โชว์ Drift รถอีซูซุจากนักแข่งรถชื่อดัง ดีกรีแชมป์หลายรายการ โดยคุณณัฐพล อังฤทธานนท์ แชมป์ NITTO 3K KUMHO RACING CAR THAILAND และแชมป์ NITTO 3K KUMHO ISUZU FULL RACE สนุกสุดขั้วกับปาร์ตี้ EDM สุดมัน จาก “DJ Lemon Gee” ที่จะมาสร้างความบันเทิงเต็มรูปแบบ โชว์สุดเซ็กซี่จาก “One 9 Stand” เน็ทไอดอลสาวสุดเซ็กซี่ชื่อดังของเมืองไทย ร้อนแรงกับโคโยตี้โชว์ โดยทีม “เอวเด้ง” และพลาดไม่ได้กับบูธผลิตภัณฑ์คุณภาพชั้นนำที่มาร่วมสร้างสีสันในงานอย่างคับคั่งจัดเต็มเพื่อแฟนอีซูซุโดยเฉพาะ”

สรุปผลการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของ “อีซูซุดีแมคซ์” ทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้

All-New Isuzu Turbo 44mm
รางวัลชนะเลิศ โอ๊ต ฐาปกรณ์ ทีม โอ๊ตอู่ช่างขวัญ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ประภัทรพล เกตุแก้ว ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 มนศักดิ์ ธาระขวัญ ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ

All-New Isuzu F55 Pro
รางวัลชนะเลิศ เป็นเอก เพ็งวัน ทีม อู่มินนี่ เบิร์ดชิวชิว&เก๋เซอร์วิส
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ฐาปกรณ์ เข็มกลัด ทีม โอ๊ต อู่ช่างขวัญ นิสิตการช่าง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบ มนตรี

All-New Isuzu Pro Modify
รางวัลชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบ มนตรี
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ธนกร ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ

Isuzu D-Max 1.9 Ddi Blue Power
รางวัลชนะเลิศ  หมูหยอง ทีม เบิร์ดเหม่ง ช่างเปิ้ล Prospeed
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เบิร์ดเหม่ง ทีม เบิร์ดเหม่ง ช่างเปิ้ล Prospeed
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 อนุวัฒน์ มณีจันทร์ ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ

All-New Isuzu Open Unlimited
รางวัลชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีจันทร์ เวลา 8.185 วินาที
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ เวลา 8.227 วินาที
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ช่างเบิร์ด หลัก 5 เวลา 8.260 วินาที

โดยรางวัลรอบชิงชนะเลิศในแต่ละรุ่น มีดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมสุดมันสำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (12 กุมภาพันธ์ 2560)

0

คลิปรายการ Auto World TV

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560
เวลา 14.30 – 15.00 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์