Home Blog Page 55

“GWM (Thailand)” เปิดสเปก “WEY G9” New-Generation Luxury MPV ยกระดับความล้ำสมัย ด้วย Hi4 ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของไทย

0
WEY G9 Hi4 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เปิดสเปกรถ MPV ลักชัวรี่ระดับไฮเอนด์ ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะในชีวิตประจำวัน แต่คือเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าจากแบรนด์ WEY (เวย์) ซึ่งเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ของ GWM โดย WEY G9 (เวย์ จีไนน์) ได้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตมากมายเพื่อยกระดับทุกการเดินทางได้แบบไร้ที่ติอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะ ผสานพลังเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เพื่อการขับขี่ที่มั่นคงและทรงพลัง พร้อม Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ AI เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันอย่างล้ำสมัย เพิ่มความสบายเหนือระดับด้วยเบาะแถวสอง Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบายอากาศ มอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกการเดินทางมากกว่า 1,000 กิโลเมตรแบบไร้กังวล โดย WEY G9 คือยนตรกรรมที่เป็น New-Generation Luxury MPV อย่างแท้จริง โดยในเดือนตุลาคม 2568 WEY MPV มียอดขายกว่า 10,000 คัน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของเซกเมนต์ MPV ในประเทศจีน แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ คุณภาพ ความสะดวกสบาย และความน่าเชื่อถือของ WEY ในตลาดรถยนต์กลุ่มลักชัวรี่ไฮเอนด์

WEY G9 Hi4 2

WEY G9 รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่หนึ่งเดียวของ GWM ที่ผสานสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างครบครัน สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ MPV ในประเทศไทย ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ฟังก์ชันล้ำสมัย และระบบขับเคลื่อนอันทรงพลังด้วย Hi4 Technology ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฮบริดอัจฉริยะครั้งแรกของโลกที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ของรถยนต์พลังงานใหม่ โดย Hi4 หรือ Hybrid Intelligent 4WD เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ผสาน “3 แหล่งพลังงาน + 9 โหมดการทำงาน” อันประกอบด้วย มอเตอร์คู่ที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง และเครื่องยนต์ที่อยู่ด้านหน้า ครอบคลุมทั้ง EV Mode, Series Range-Extending Mode, Parallel Hybrid Mode, Direct Engine Drive Mode และโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ iTVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ที่สามารถเปลี่ยนแรงบิดของล้อหน้าและหลังตามสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น เช่น น้ำ ทราย หรือกรวด ในแง่ของการใช้งาน โดย Hi4 ให้สมรรถนะของการขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ใช้พลังงานในระดับรถขับเคลื่อน 2 ล้อ

WEY G9 Hi4 3

 นอกจากระบบขับเคลื่อน Hi4 แล้ว WEY G9 ให้สมรรถนะอันทรงพลังที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ Permanent-Magnet Synchronous ทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะ DHT ให้กำลังสูงสุด 325 kW หรือ 442 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 642 นิวตัน–เมตร ตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็ว และยังรองรับการขับด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ไกลถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) โดยมีแบตเตอรี่ Lithium Ternary ความจุ 44.28 kWh ชาร์จไวด้วย DC Fast Charging 60 kW และรองรับชาร์จ AC Slow Charging สูงสุด 6.6 kW พร้อมถังน้ำมันขนาด 58 ลิตร เดินทางได้ระยะไกลสูงสุดมากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเสียเวลาแวะชาร์จไฟ สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่และระบบส่งกำลังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนนและทุกสไตล์การใช้งานใน 2 ส่วนหลักคือ 1.) โหมดพลังงาน ประกอบด้วยโหมด EV, โหมดเน้น EV (EV Priority) และโหมด HEV และ 2.) โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, Snow และ AWD Mode ยิ่งไปกว่านั้น ยังมอบความมั่นใจและความนุ่มนวลในการขับขี่ด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ผสานเทคโนโลยีปรับน้ำหนักตามความเร็ว ช่วยให้ควบคุมง่ายทั้งในเมืองและทางไกล พร้อมการปรับพวงมาลัยได้ 4 ทิศทางและโหมดช่วยผ่อนแรง 3 แบบ ได้แก่ เบา สบาย และสปอร์ต เพื่อรองรับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย เสริมความปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกสี่ล้อพร้อมครีบระบายความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการหยุดรถและความมั่นใจในทุกสภาพถนน

WEY G9 Hi4 4

WEY G9 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามธรรมชาติแบบตะวันออก ทั้งน้ำตก ขุนเขา และต้นไผ่ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย เน้นเส้นสายเรียบหรู สงบนิ่ง และสมดุลอย่างไร้ที่ติ มีขนาดมิติตัวรถด้วยความยาว 5,050 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,985 มิลลิเมตร ความสูง 1,900 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,085 มิลลิเมตร รองรับการใช้งานแบบ 7 ที่นั่ง (2+2+3) ได้อย่างลงตัว ส่วนความสูงใต้ท้องรถ 155 มิลลิเมตร พร้อมบันได 2 ระดับเพื่อก้าวขึ้นรถ พร้อมรองรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กและคนสูงอายุ ทำให้รถเหมาะกับการใช้งานจริงในทุกวันสำหรับทุกเพศทุกวัย ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ WEY G9 มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 สีที่สะท้อนความหรูหราและทันสมัยในคราวเดียวกัน ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของรถให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในทุกมุมมอง ได้แก่ Nebula Black ที่นิ่งสงบและสง่างาม, Superior Gold หรูหราและโดดเด่นอย่างมีระดับ, Aurora White สีขาวละเอียดที่แตกต่างอย่างมีออร่า และ Wisdom Grey เทาเรียบหรูผสานความคลาสสิก

WEY G9 Hi4 5

ด้านการออกแบบภายในเน้นความโปร่งโล่ง เดินได้สะดวกสบายด้วยความสูงภายใน 1,277 มม. ขณะที่ช่องทางเดินกลางกว้างถึง 170 มม. หรูหราด้วยวัสดุหนัง NAPPA สัมผัสนุ่ม หรูหรา ทนทาน ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดง่าย เบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA โดยสามารถปรับองศาเบาะให้อยู่ใน “Golden Angle” ซึ่งเป็นมุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสรีระมนุษย์ โดยมีมุมลำตัวที่ 127° และมุมต้นขา-น่องที่ 132° พร้อมจัดตำแหน่งหัวใจและหัวเข่าให้อยู่ในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยกระจายแรงกดทั่วเบาะอย่างสมดุล โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ ลดความเมื่อยล้า และเพิ่มความผ่อนคลายในการโดยสาร ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ Luxury MPV อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง ในขณะที่เบาะแถวที่ 1 เป็นเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งและระบบ Welcome Seat รวมถึงระบบดันหลังไฟฟ้าและระบบนวดไฟฟ้า 10 จุดที่ช่วยลดความเมื่อยล้า เบาะผู้โดยสารตอนหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และมีระบบระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง และเบาะแถวที่ 3 พับได้แบบ 4:6 ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระเมื่อจำเป็น สะดวกสบายไปกับตู้เย็นภายในรถ (Car Refrigerator) ความจุ 12.5 ลิตร พร้อมดีไซน์ Double-Opening เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C ระบบไฟสร้างบรรยากาศ 64 สี หน้าจอ HUD และจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ รวมถึงการจัดวางพื้นที่ที่เอื้อต่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกแถว เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับทั้งความหรูหราและฟังก์ชันล้ำสมัย

WEY G9 Hi4 6

WEY G9 มาพร้อม Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถอย่างไร้รอยต่อ รองรับคำสั่งเสียง 21 ภาษา แสดงสถานะรถแบบ 3 มิติเรียลไทม์ พร้อมระบบนำทาง Petal Maps Global Navigation และการดาวน์โหลดแอปฯ ผ่าน GWM App Store ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมและตรวจสอบรถจากระยะไกลผ่านแอป GWM ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ตเครื่องยนต์ ล็อก–ปลดล็อกประตู เปิด–ปิดซันรูฟ ตั้งเวลาชาร์จ หรือเช็กสถานะพลังงานและแรงดันลมยางได้อย่างสะดวก นอกจากเทคโนโลยีล้ำสมัย WEY G9 ยังใช้วัสดุที่รักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ ใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่นและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ WEY G9 ถือเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรอง “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และ “China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับห้าดาว”

WEY G9 Hi4 7

WEY G9 มาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการขับขี่ให้มั่นใจและปลอดภัยสูงสุด ระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ทั้งแถวสองและแถวสาม เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในรถ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและธุรกิจ ทำให้ WEY G9 เป็นมากกว่ารถ MPV แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้านโครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กกล้าเปอร์เซ็นต์สูงถึง 83.01% ถุงลมนิรภัย 6 จุด โดยมีถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมจากที่นั่งแถวหนึ่งถึงแถวสาม พร้อมปกป้องคุณและคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ แบตเตอรี่แรงดันสูงมีการปกป้องด้านข้างถึง 4 ชั้น ด้านล่างถึง 6 ชั้น มอบความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์

WEY G9 Hi4 8 WEY G9 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อเป็นรถ MPV แต่เพื่อยกระดับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เหนือระดับไปอีกขั้น ไม่ว่าในฐานะผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ หรือข้าราชการระดับสูง ที่ต้องเดินทางเพื่อเจรจาทางธุรกิจ ต้องอาศัยภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ และสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล โดยยังได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเหนือระดับ โดยไม่ต้องกังวลกับการแวะชาร์จหรือแวะเติมน้ำมัน เพราะสามารถขับขี่ได้ไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ต่อน้ำมันหนึ่งถังและการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ รถยนต์คันนี้ยังเหมาะกับครอบครัวระดับไฮเอนด์ ที่ต้องการใช้รถในการเดินทางท่องเที่ยว รับส่งลูกหลานไปโรงเรียน หรือมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล โดยสามารถเปิดระบบปรับอากาศได้ในระหว่างที่อยู่ในรถ โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย

WEY G9 Hi4 9

ตั้งแต่การเดินทางในเมืองที่ต้องการความนิ่ง เงียบสงบ หรูหรา ไปจนถึงทริปทางไกลที่ต้องการความผ่อนคลายขั้นสุด ทุกฟังก์ชันในรถถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง ผสานความลักชัวรี่กับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว ใช้ได้ทั้งวันทำงาน วันพักผ่อน หรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความสมบูรณ์แบบเป็นพิเศษ พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นและสง่างามในทุกมุมมอง GWM (Thailand) พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานเพื่อยกระดับตลาด MPV ลักชัวรี่ไปอีกขั้น ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความสบายที่เหนือชั้น โดย WEY G9 พร้อมแล้วที่จะให้คนไทยได้สัมผัสอย่างเป็นทางการภายในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ บูธ GWM หมายเลข A05 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

“บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ฉลองครบรอบ 55 ปี แห่งพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้ง “UNSTOPPABLE 55: 55 Years of Endless Drive” พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตของวงการยานยนต์ไทย

0
บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 1

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน Bangkok International Motor Show งานแสดงยานยนต์นานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย และผู้นำด้านสื่อยานยนต์ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ นำโดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายกิจกรรมพิเศษ คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายการผลิต และ คุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้า/ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปี แห่งพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้ง UNSTOPPABLE 55: 55 Years of Endless Drive” การดำเนินธุรกิจอย่างภาคภูมิ ท่ามกลางความไว้วางใจและการสนับสนุนอันยาวนานจากพันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ และสื่อมวลชน ซึ่งมีส่วนสำคัญผลักดันให้กรังด์ปรีซ์ฯ เติบโตและยืนหยัดอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน งานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2

บรรยากาศภายในงานอบอุ่นและเป็นกันเอง เริ่มตั้งแต่แขกผู้ทรงเกียรติทยอยมาลงทะเบียน โดยมีคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ก่อนเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยง ทุกท่านได้ชมนิทรรศการ “GRANDPRIX Unstoppable 55th” ซึ่งบอกเล่าเส้นทางความมุ่งมั่นของกรังด์ปรีซ์ฯ จากจุดเริ่มต้นในอดีตสู่การเติบโตและเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน ภายในงานยังมี THE SOCIAL LOUNGE “Connect & Celebrate”, งานเลี้ยงอาหารค่ำพร้อมการแสดงสดชุด “Symphony of Motion” และการแสดงแสงสีเสียง “Drive Beyond Time” ก่อนเข้าสู่การนำเสนอ VTR ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ

บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 3

หลังจากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัล “Grand Prix 55th  Excellence in Automotive Manufacturing Awards” เพื่อเชิดชูผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และช่วงสำคัญของงาน “The Journey Continues – CEO Transition” การส่งต่อมรดกสู่ผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมการบรรยายพิเศษ “CEO Talk” โดย คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร   และคณะผู้บริหารทุกท่านร่วมกันกล่าวขอบคุณพันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ และสื่อมวลชนทุกท่านที่อยู่เคียงข้างบริษัทฯ มาโดยตลอด

บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 4

บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 8

สำหรับงานฉลองครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นความปลาบปลื้มและเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหารและพนักงานของบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อีกทั้งยังตอกย้ำพันธกิจขององค์กรในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรม ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และมุ่งสู่ความเป็นเลิศในอนาคต ด้วยพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้งต่อไป

“เอ็มจี” สร้างประวัติศาสตร์ รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม 3 ปีต่อเนื่อง NEW MG S5 EV รับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทยสะท้อนความมุ่งมั่นในยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์เป็นแบรนด์รถยนต์แบรนด์แรกในไทยที่ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีบนเวทีระดับประเทศได้ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน  โดยล่าสุด NEW MG S5 EV รถอีวีมหาชน ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ THAILAND EV OF THE YEAR 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (EV LIFETIME WARRANTY) ตลอดอายุการใช้งาน จนสามารถ คว้ารางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี จากสมาคมฯ เพื่อส่งมอบความมั่นใจในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้คนไทย

MG 2

NEW MG S5 EV เป็นรถ e-SUV ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM รองรับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) พร้อม 4 จุดเด่นสำคัญ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ” ด้วยห้องโดยสารขนาดกว้างขวาง มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์เต็มรูปแบบบนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและเพิ่มความเย็นสบายมากยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคู่หน้าระบบเป่าลม ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทางทั้งวิ่งไกลและชาร์จไว พร้อม EV LIFETIME WARRANTY และเป็นรถ e-SUV ที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์
ทั้งความคุ้มค่า สมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้งานชาวไทย โดยรถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่น
ที่ผลิตในประเทศไทย จาก บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด

MG 3

นอกเหนือจากรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมในปีนี้ แล้ว เอ็มจี ยังเคยได้รับรางวัลเช่นเดียวกันในปี 2023 กับ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ของ เอ็มจี ในระดับโลก และ ปี 2024
ยังได้รับ THAILAND CAR OF THE YEAR กับรุ่น ALL NEW MG3 HYBRID+ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ ในนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในคุณภาพ โดยในปีนี้ เอ็มจี ยังได้รับรางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี จาก EV LIFETIME WARRANTY ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่กล้ารับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานโดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ถือครองรถ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนถึงประสบการณ์และการสร้างความเชื่อมั่น
ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ของ เอ็มจี ไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังมีความมุ่งมั่นในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ด้วยการเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ และได้รับรางวัลผู้บุกเบิกนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (The Innovative EV Pioneer Award) อันทรงเกียรติ จาก บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

MG 4

นายต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสเอไอซี มอเตอร์– ซีพี จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นผลงานที่สะท้อนความทุ่มเท และถือเป็นความภาคภูมิใจของผู้บริหารและทีมงาน กับผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี โดย เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์แบรนด์แรกที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์การรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีติดต่อกัน 3 ปี จากความสำเร็จแรกกับ NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2023 ต่อด้วย ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่ได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 สู่รางวัลล่าสุดกับ NEW MG S5 EV ที่ได้รับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 ทั้งหมดนี้ เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ที่ได้รับการยอมรับและการันตีคุณภาพ ด้วยผลคะแนนที่น่าเชื่อถือจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) เอ็มจี ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจจากสื่อมวลชนทุกท่านที่มีต่อยนตรกรรมของ เอ็มจี รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่จะส่งต่อความมั่นใจในแบรนด์และผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคชาวไทย ความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ เอ็มจี เดินหน้าในการนำเสนอยนตรกรรมที่มาพร้อมนวัตกรรมและคุณภาพ เพื่อให้คนไทยได้เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น”

MG 5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ”เอ็มจี” ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 “ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี คว้ารางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car of The Year 2025) จาก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.)

0
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชูความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี คว้า 2 รางวัลใหญ่ จากเวทีอันทรงเกียรติได้แก่ รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car of The Year 2025) จากรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ รางวัลผู้บุกเบิกและวางรากฐานด้านการส่งออกยานยนต์ไทย จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) โดยทั้ง 2 รางวัล ผ่านการพิจารณาและตัดสินโดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2568 ซึ่งประกอบไปด้วยสื่อมวลชนอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยทุกคน

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี 2

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “รางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 2 รางวัลนี้ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่า และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีการขับขี่ ความปลอดภัย การออกแบบ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2568 และได้รับรางวัล Thailand Car of The Year 2025 เป็นรถยนต์         คอมแพกต์เอสยูวีฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุด ภายใต้แนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยี อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ เราใช้เวลาหลายเดือน ในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย เพื่อประเมินความทนทาน และสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูล และความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่างๆ และได้นำไปใช้ในการพัฒนารถรุ่นนี้ ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการทดสอบความทนทานของรถ และปรับแต่งระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขอขอบคุณสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ที่ให้เกียรติมอบรางวัลอันทรงคุณค่า และเล็งเห็นความมุ่งมั่นในการพัฒนายนตรกรรมอย่างไม่หยุดยั้งของเรา รางวัลในครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่จะทำให้เราเดินหน้าพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้นเพื่อลูกค้าชาวไทยต่อไป”

สำหรับ 2 รางวัลที่ทางมิตซูบิชิ ได้รับจากพิธีประกาศรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ได้แก่

  • รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี2568 (Thailand Car of The Year 2025)

ถือเป็นรางวัลใหญ่แห่งปีของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่เพิ่งเปิดตัวช่วงต้นปี 2568 โดยในปีนี้
ทางสมาคมฯ และคณะอนุกรรมการคัดเลือกจากรถยนต์ที่เปิดตัวสู่ตลาด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 –
30 กันยายน 2568 ทั้งสิ้น 20 รุ่น จาก 15 แบรนด์ โดยมีเกณฑ์การพิจารณารถรุ่นใหม่ (New Model) ประกอบไปด้วย 8 หัวข้อหลัก แบ่งออกเป็น เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง, ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว,
ความปลอดภัย
Active Safety, ความปลอดภัย Passive Safety, ดีไซน์ภายนอก, ดีไซน์ภายใน,
การส่งเสริมการผลิตในประเทศ และการเพิ่มความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์

โดย ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เป็นรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีไฮบริดรุ่นล่าสุดจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบประสบการณ์แบบ “Xperience the Force” ที่เปี่ยมไปด้วยพลังในทุกการขับขี่ มาพร้อมกับ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 DRIVE MODE) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังแต่ยังคงความนุ่มนวลเหนือระดับ พร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งสไตล์และฟังก์ชันที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริด

  • รางวัลผู้บุกเบิกและวางรากฐานด้านการส่งออกยานยนต์ไทย (Pioneer of Thai Auto Export)

นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจและเชิดชูเกียรติในฐานะที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นบริษัทรถยนต์รายแรกของไทยที่ส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดยคนไทยส่งออกสู่ต่างประเทศ โดยรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นแรกที่ส่งออกคือ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ แชมป์ ซึ่งส่งไปยังประเทศแคนาดา เมื่อปี พ.ศ. 2531 จากนั้นได้ขยายการผลิตและ
การส่งออกไปยัง 120 ประเทศทั่วโลก โดยปัจจุบันมียอดส่งออกสะสมมากกว่า 5.7 ล้านคัน

เร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตอกย้ำศักยภาพของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์ และการส่งออกของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนา ยนตรกรรม เทคโนโลยีการขับขี่ และความปลอดภัย รวมถึงยานยนต์พลังงานทางเลือกให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นคง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

 

“กลุ่มธนบุรี” ขยายธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างมาตรฐานสูงสุด พร้อมความร่วมมือ เชิงกลยุทธ์ระดับโลกทั้ง Mercedes-Benz และ GEELY พร้อมต่อยอดธุรกิจด้วย NIO

0
กลุ่มธนบุรี 1

กลุ่มธนบุรี ประกาศเดินหน้าแผนงานธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลกกับ Mercedes-Benz และ GEELY อย่างมั่นคง พร้อมต่อยอดธุรกิจด้วยการเพิ่ม NIO เข้าสู่กลุ่มธุรกิจยานยนต์ของกลุ่ม เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ครบวงจร และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์อย่างแท้จริง สำหรับธุรกิจ Mercedes-Benz กลุ่มธนบุรียังคงขยายและต่อยอดแผนงานผ่าน บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด หนึ่งในโรงงานประกอบรถยนต์ Mercedes-Benz ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งด้านคุณภาพ กระบวนการผลิต และเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐาน Mercedes-Benz AG ประเทศเยอรมนี อีกทั้ง บริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านยานยนต์ไฟฟ้าด้วยความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์และการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และ บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ตำนานผู้นำเข้าและจำหน่าย Mercedes-Benz แห่งแรกของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ยังคงเดินหน้ามอบประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรของ Mercedes-Benz มากถึง 4 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และได้มาตรฐานสูงสุด

กลุ่มธนบุรี 2

สำหรับ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่ยังคงความมุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการทั่วประเทศจากเดิม 15 แห่งเป็น 40 แห่งภายในปี 2568 และเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับคนรุ่นใหม่ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 โดย GEELY EX2 ถือเป็น สมาร์ทซิตี้คาร์ ที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกับดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัวภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษมากกว่าเดิม”

กลุ่มธนบุรี ยังคงให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงขั้นตอนการทดสอบคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ทุกคันที่ผลิตขึ้นภายใต้ กลุ่มธนบุรี จะพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าด้วยคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการหลังการขายด้วยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมดูแลรถยนต์ของลูกค้าทั้งแบรนด์ Mercedes-Benz และ GEELY อย่างครบวงจรด้วยมาตรฐานระดับสากล

กลุ่มธนบุรี 3

พร้อมกันนี้ กลุ่มธนบุรี ยังได้ต่อยอดธุรกิจด้วยการเซ็นสัญญาร่วมเป็นพันธมิตรกับ NIO แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยยุคใหม่ พร้อมด้วยแบรนด์ในเครืออย่าง ONVO และ FIREFLY ที่ช่วยเสริมความหลากหลายและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่กลุ่มธุรกิจยานยนต์ของ กลุ่มธนบุรี

Geely 4

ด้วยวิสัยทัศน์ของ กลุ่มธนบุรี ที่มุ่งมั่นเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต การจำหน่าย ตลอดจนการบริการหลังการขาย กลุ่มธนบุรี จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนามาตรฐานใหม่ทั้งในด้านคุณภาพ และนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

 

“ฟอร์ด” ยืนยันเปิดตัว ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้’ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และรุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซีในไทย ปี 2569

0
ฟอร์ด ประเทศไทย 1

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับให้กับวงการรถกระบะไทย ประกาศยืนยันการเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 2 รุ่นย่อยได้แก่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี สุดยอดรถกระบะสำหรับภารกิจหนักตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก อย่างที่รถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้มาก่อน มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ความอเนกประสงค์และมอบความสะดวกสบาย พร้อมเป็นรถคู่ใจสำหรับงานหนักทุกภารกิจ ทั้งในเมือง นอกเมือง

ฟอร์ด ประเทศไทย 2

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เป็นรถกระบะที่ผสานความสามารถในการทำงานหนัก (Heavy Duty) เข้ากับความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมสมรรถนะรองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม1 น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม2 โดยมีน้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) ถึง 8,000 กิโลกรัม2 พร้อมการออกแบบช่วงล่างที่พัฒนาให้มีความแข็งแรงขึ้นไปอีกขั้น กำหนดนิยามใหม่ของความแกร่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบและการพัฒนา

ฟอร์ด ประเทศไทย 3

“ฟอร์ดมุ่งมั่นขับเคลื่อนไปพร้อมกับสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถกระบะไทยมาโดยตลอด พร้อมยกระดับสมรรถนะผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “จากการศึกษาตลาด เรามองเห็นช่องว่างในเซ็กเมนต์รถกระบะขนาดกลางที่ลูกค้าต้องการรถที่ ‘พร้อมลุยภารกิจหนัก’ ฟอร์ดจึงขอนำเสนอทางเลือกที่เติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยผสานความแข็งแกร่งแบบที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อนเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเพื่อการผจญภัยที่ลูกค้าต้องการ ผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราออกจากสายการผลิตด้วยมาตรฐานโรงงาน เพื่อให้ลูกค้าได้รถที่พร้อมสำหรับทุกหน้าที่จริงๆ”

ฟอร์ด ประเทศไทย 4

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างในตลาดรถกระบะไทย ระหว่างรถกระบะทั่วไปที่อาจมีข้อจำกัดด้านการบรรทุก กับรถบรรทุกสำหรับงานหนักที่มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับการใช้งานในพื้นที่สมบุกสมบัน ทีมออกแบบและวิศวกรของฟอร์ดในออสเตรเลียได้ทุ่มเทเวลามากกว่า 100 ชั่วโมงในการลงพื้นที่และใช้ชีวิตร่วมกับผู้ใช้รถกระบะจริงทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของรถที่สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องมือทำงานที่แข็งแกร่งและเพื่อนร่วมทางในการผจญภัย

ฟอร์ด ประเทศไทย 5

สำหรับลูกค้าชาวไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อผู้ที่มีจิตวิญญาณนักบุกเบิก ผู้ที่มุ่งมั่นสร้างความสำเร็จ รักการผจญภัย และพร้อมท้าทายทุกขีดจำกัดในทุกมิติของชีวิต ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถสมรรถนะสูงสุด ด้วยอุปกรณ์ติดตั้งพร้อมจากโรงงานเพื่อรับมือทุกภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหนักที่มองหารถสำหรับงานสมบุกสมบัน พร้อมความทนทานและคุณภาพที่เชื่อถือได้ หรือผู้ที่รักการพึ่งพาตนเองและต้องการรถกระบะอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้ทั้งในธุรกิจส่วนตัวและชีวิตประจำวัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ คือคำตอบสำหรับผู้ที่เชื่อว่ารถกระบะคือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจในตัวตน พร้อมลุยไปทุกที่ ตอบโจทย์การใช้งานอันหลากหลาย และฝ่าฟันทุกอุปสรรค

ฟอร์ด ประเทศไทย 6

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ผลิตจากโรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลก การเปิดตัวในปี 2569 จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะไทยด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐานจากโรงงานระดับโลกที่พร้อมใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งเพิ่มเติม

ฟอร์ด ประเทศไทย 7

สำหรับรายละเอียดและข้อมูลจำเพาะสำหรับตลาดประเทศไทย จะมีการประกาศในช่วงใกล้การเปิดตัว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Ranger Super Duty หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook YouTube TikTok และ LINE @FordThailand

“เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล” เปิดโชว์รูม ‘เอ็กซ์เผิง เกษตร-นวมินทร์’ คอนเซปต์ ‘Intelligent Mobility Experience’ เดินหน้าขยายเครือข่าย ทั่วประเทศ มุ่งยกระดับประสบการณ์ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งอนาคต

0
เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล 1

ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเต็มรูปแบบทั่วประเทศ เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร สาขาใหม่ ‘เอ็กซ์เผิง เกษตร-นวมินทร์’ภายใต้แนวคิด ‘Intelligent Mobility Experience’ อย่างเป็นทางการ รองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ในเขตกรุงเทพมหานคร ตอนเหนือ พร้อมยกระดับประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะสำหรับชาวไทย

เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล 2

ภูยส  มังกรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า “จากความนิยมในแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง ในเมืองไทย ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โชว์รูม เอ็กซ์เผิง เกษตร-นวมินทร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่าย เพื่อให้ลูกค้าทุกภูมิภาค สามารถเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในบริการหลังการขาย ตามมาตรฐานระดับสากล พร้อมมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน”

เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล 3

โชว์รูม เอ็กซ์เผิง เกษตร-นวมินทร์ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Intelligent Mobility Experience’
เน้นความทันสมัย โปร่ง โล่ง และครบครัน จัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งรถยนต์ใหม่ รถทดลองขับ และศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากแบรนด์ เอ็กซ์เผิง โดยปัจจุบัน เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรในเครือ รวม 5 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่

  • XPENG สุขุมวิท (กรุงเทพฯ) – โชว์รูมหลักใจกลางเมืองพร้อมศูนย์บริการครบวงจร
  • XPENG เกษตร–นวมินทร์ (กรุงเทพฯ) – โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด รองรับลูกค้าโซนตอนเหนือของกรุงเทพฯ
  • XPENG อุบลราชธานี – ให้บริการครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • XPENG ภูเก็ต – ให้บริการครอบคลุมภาคใต้ตอนบน รองรับตลาดท่องเที่ยวและลูกค้าต่างชาติ
  • XPENG สุราษฎร์ธานี – ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมบริการมาตรฐานระดับประเทศ

เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล 4

ภายในงานเปิดโชว์รูมใหม่ ยังได้รับเกียรติจาก วิวัฒน์ กิจเครือ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการหลังการขาย
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง พร้อมจัดแสดง
ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด อาทิ XPENG G6 Standard Range, XPENG G6 Long Range, XPENG G6 AWD Performance และ XPENG X9 Luxury Spacial Color Edition มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัจฉริยะ และระบบผู้ช่วยอัตโนมัติสุดล้ำ

เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล 5

การเปิดโชว์รูม เอ็กซ์เผิง เกษตร-นวมินทร์ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ยุคแห่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่มุ่งสร้างสรรค์และตอบโจทย์การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ดีไซน์ล้ำสมัย และความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้าพร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของ เอ็กซ์เผิง ในฐานะยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค เจ้าแรกของประเทศไทย ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาพร้อมความมั่นใจด้านบริการที่ครอบคลุมในทุกมิติ

เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล 6

โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ‘เอ็กซ์เผิง เกษตร-นวมินทร์’ ตั้งอยู่บนถนนเกษตร-นวมินทร์ (ติดกับศูนย์การค้า นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว) เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 -19.00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00–18.00 น.

“GWM” เตรียมเปิดตัวและประกาศราคา WEY G9 Hi4 และ NEW POER SAHAR DIESEL อย่างเป็นทางการ พร้อมส่ง “Secret Model” สร้างเซอร์ไพรส์สุดเร้าใจในงาน Motor Expo 2025

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” สำหรับ Motor Expo 2025 ครั้งนี้ GWM (Thailand) สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้งกับไฮไลต์ด้วยการเปิดตัวของแบรนด์ใหม่และการเผยโฉมพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการของยนตรกรรมล้ำหน้าทั้ง 3 รุ่น 3 เซกเมนต์ ตั้งแต่ GWM WEY แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ ที่นำโดย WEY G9 Hi4 (เวย์ จีไนน์ ไฮโฟร์) ยนตรกรรม MPV ลักชัวรี่รุ่นใหม่ล่าสุด (New-Generation Luxury MPV) ที่ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อการเดินทางที่เหนือระดับและสะดวกสบายขั้นสุด พร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการออกแบบที่หรูหรา สร้างการจดจำและตอบทุกเป้าหมายของการเดินทาง ตามมาด้วยการเผยโฉมพร้อมประกาศราคาของ NEW POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมกับสมรรถนะพร้อมลุยด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T รุ่นใหม่ล่าสุดของ GWM และปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึงที่พร้อมจะหยุดทุกสายตากับยนตรกรรม Top Secret ที่จะเข้ามาสร้างสีสันบนท้องถนนในไทยเพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

GWM Thailand 2

3 ไฮไลต์สำคัญภายในบูธ GWM งาน Motor Expo 2025

ไฮไลต์ที่ 1: การเปิดตัวแบรนด์ GWM WEY และประกาศราคา WEY G9 Hi4  (เวย์ จีไนน์ ไฮโฟร์) เตรียมพบกับ GWM WEY แบรนด์ระดับ Luxury ของ GWM พร้อมกันครั้งแรกในประเทศไทย GWM WEY เป็นแบรนด์ระดับลักชัวรี่ที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของ แจ็ค เวย์ ประธานและผู้ก่อตั้ง GWM สะท้อนถึง “เกียรติยศ ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่น” ของ แจ็ค เวย์ ที่มีต่อแบรนด์นี้ พร้อมกันนี้ในงาน Motor Expo 2025 GWM จะประเดิมนำรถยนต์ MPV หรูระดับไฮเอนด์ WEY G9 Hi4 เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นรุ่นแรก ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ MPV ในประเทศไทย ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมลักชัวรี่อัจฉริยะได้ครบถ้วน ทั้งความปลอดภัย เทคโนโลยี และความสะดวกสบายเหนือระดับ ขับเคลื่อนด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะที่ล้ำสมัยที่สุดของ GWM ผสานพลังเครื่องยนต์และ 2 มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว เพื่อการขับขี่ที่มั่นคง นุ่มนวล และทรงพลังในทุกสภาพถนน มอบความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-Gravity Seat) ที่ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ WEY G9 Hi4 มาพร้อมระบบ Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่ทำงานร่วมกับ AI เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย และล้ำสมัย รวมถึงระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด WEY G9 Hi4 จึงเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของรถ MPV ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิส

GWM Thailand 3

 

ไฮไลต์ที่ 2: การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงระดับพรีเมียม ที่จะมาเป็นเพื่อนรู้ใจที่จะช่วยยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ไปอีกขั้น หรือเรียกว่า “The Next Level of Lifestyle Partner” พร้อมรองรับการตกแต่งได้อย่างหลากหลาย ฉีกกฎรถกระบะเดิม ๆ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) และเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ถ่ายทอดพลังต่อเนื่อง ตอบสนองฉับไว สมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมัน พร้อมลุยทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมมิติตัวรถใหญ่ที่สุดในรถเซกเมนต์เดียวกัน พร้อมดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน เร้าใจกว่าที่เคย มอบความมั่นใจในการขับขี่ด้วยกล้อง 360° พร้อมฟังก์ชัน Body Transparent ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ มอบความพรีเมียมเหนือชั้นด้วยห้องโดยสารกว้าง เบาะหลังปรับเอนได้ หน้าจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จไร้สาย มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีและความปลอดภัยล้ำสมัยรวมถึงระบบช่วยขับขี่มากกว่า 26 รายการ พร้อมความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด แฟน ๆ สายผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และสายออฟโรดต้องจับตามอง

GWM Thailand 7

 

ไฮไลต์ที่ 3: พบกับ “Secret Model” รถยนต์รุ่นลับที่ GWM ตั้งใจรังสรรค์มาเพื่องาน Motor Expo โดยเฉพาะ และจะมาเป็นเซอร์ไพร์สที่เหนือความคาดหมาย ที่สำคัญยังมี “เอกลักษณ์ที่โดดเด่นจนทำให้ทุกสายตาต้องหยุดมอง” รับรองว่าจะกลายเป็นจุดสนใจและสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟน ๆ ขาวไทย เผยโฉมพร้อมกันภายในงาน อีกไม่นานเกินรอ รับรองว่าถูกใจใช่เลย!

พบกับงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ GWM WEY และการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ WEY G9 Hi4 ได้ในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.25–13.35 น. และงานเปิดตัวและประกาศราคาของ NEW POER SAHAR DIESEL และ Secret Model ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00–14.20 น. ห้ามพลาด! กับ 3 ไฮไลต์สำคัญภายในงาน Motor Expo 2025 และทัพยานยนต์อีกหลากหลายรุ่นที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดในงาน Motor Expo 2025 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

“ฮุนได” เปิดคอนเซ็ปต์ “Hyundai: Sense of SEOUL” จับจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมเกาหลี จัดแสดงในงาน Motor Expo 2025 พร้อมโชว์รถต้นแบบ The SANTA FE XRT Concept

0
ฮุนได 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมจัดทัพยนตรกรรมครบทุกไลน์อัป เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำยนตรกรรมจากเกาหลีใต้ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Hyundai: Sense of SEOUL” ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเกาหลี สะท้อนวัฒนธรรม นวัตกรรม และแรงบันดาลใจ ผ่านการออกแบบบูธที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เข้ากับศิลปะและอารมณ์ในสไตล์เกาหลีได้อย่างกลมกลืน การจัดแสดงในครั้งนี้ สะท้อนพลังความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงผู้คนอย่างสร้างสรรค์ และ ยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ของฮุนได “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity)

ฮุนได 2

รถยนต์ไฮไลต์ในปีนี้ของฮุนได คือ การจัดแสดง รถต้นแบบ Hyundai SANTA FE XRT Concept  ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมบุกสมบัน สามารถรับมือกับภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจและง่ายดาย ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความอเนกประสงค์ในสไตล์ SUV ผสานสมรรถนะที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกกับดีไซน์ที่เสริมความโดดเด่นให้ผู้ขับขี่  ภายใต้แนวคิด “Open for More Inspiration”  การตีความใหม่ของจิตวิญญาณแห่งอิสระ แรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่ต้องการดีไซน์อันแข็งแกร่ง และเทคโนโลยีสำหรับทุกเส้นทางเฉกเช่นเดียวกับที่ถูกถ่ายทอดลงใน Hyundai all-new SANTA FE Hybrid พร้อมทัพรถยนต์ฮุนไดครบทุกไลน์อัปตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นรถอเนกประสงค์ SUV หรือรถครอบครัว MPV พร้อมทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมข้อเสนอ “Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี ข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์ เอ็กซ์โป ผ่อนเริ่มต้น 5,024 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% และส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาทจากแคมเปญแต่ละรุ่น สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ*

ภายในบูธปีนี้ ฮุนไดได้นำเสน่ห์ของเกาหลีมาให้ทุกท่านได้สัมผัส ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิด “Hyundai: Sense of SEOUL” ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมอันมีสีสันของเกาหลีใต้ ผสานเข้ากับการแสดงยนตรกรรมที่ล้ำสมัยของฮุนไดได้อย่างลงตัว ความพิเศษในปีนี้ ฮุนไดได้ร่วมมือกับแบรนด์ Korean Luxury Skincare ระดับโลกอย่าง Sulwhasoo ในการสร้างประสบการณ์ Scent of Hyundai x Sulwhasoo กลิ่นหอมสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้น เพื่อมอบความผ่อนคลายดุจยกสปาของโซลวาซูมาไว้ในงาน ที่ตั้งใจสื่อถึงการมอบคุณภาพและความประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดให้กับผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปสุดพิเศษ ร่วมกับ Sulwhasoo ที่บูธฮุนไดอีกมากมาย

ปิดท้ายด้วยโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite เกมแข่งรถเสมือนจริงสุดเร้าใจ ที่ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะและพลังแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า IONIQ 5 N เติมเต็มอารมณ์แห่งความตื่นเต้นในสไตล์มอเตอร์สปอร์ตแบบเต็มสูบ ภายในบูธฮุนได

ฮุนได 3

ข้อเสนอส่งท้ายปี “Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี

  • Hyundai STARIA เปิดตัวรุ่นย่อย Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กร รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,4990,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท
  • Hyundai STARGAZER X7 รับราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% นาน 60 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,024 บาท
  • Hyundai PALISADE รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,990,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% นาน 48 เดือน
  • Hyundai all-new SANTA FE Hybrid รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,599,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99% นานสูงสุด 48 เดือน
  • Hyundai Creta รับราคาพิเศษเริ่มต้น 779,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 72 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,731 บาท
  • IONIQ 5 รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,239,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 84 เดือน หรือเลือกผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นเพียง 15,170 บาท
  • IONIQ 6 รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,729,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นเพียง 18,926 บาท

เตรียมพบกับประสบการณ์ “Hyundai: Sense of SEOUL” ได้ที่บูธฮุนได ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี สัมผัสยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,024 บาท/เดือน และ ส่วนลดในรุ่นที่ร่วมรายการเพิ่มอีก 20,000 บาท* ให้คุณเป็นเจ้าของยนตรกรรมฮุนไดได้ง่ายยิ่งกว่าที่เคย เพราะสำหรับฮุนได “การเดินทางไม่ได้จบที่ปลายทาง แต่คือแรงบันดาลใจใหม่ในทุกก้าว

สัมผัส “BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005”  ยางสมรรถนะสปอร์ต มาพร้อม ENLITENTM เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อความเร้าใจที่เหนือกว่า

0
บริดจสโตน 1

บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดเชิญสื่อมวลชนปล่อยพลังความสปอร์ตแบบเต็มสปีด ร่วมทดสอบสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด “BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005” ในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Licence To Thrill Test Drive”                      บริดจสโตน 4

นอกจากจะได้สัมผัสสมรรถนะสุดเร้าใจของ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 ยังได้เปิดประสบการณ์ความสปอร์ตจากยางรถยนต์ในตระกูล BRIDGESTONE POTENZA อีก 3 รุ่นแฟลกชิป ได้แก่ BRIDGESTONE POTENZA RE-71RS และ BRIDGESTONE POTENZA RACE ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถสปอร์ตพรีเมียมสมรรถนะสูง ตอบโจทย์การใช้งานอย่างลงตัวทั้งในสนามแข่งและชีวิตประจำวัน ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ รวมถึง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นยางมาตรฐานติดรถซูเปอร์คาร์และสปอร์ตพรีเมียมชั้นนำ อาทิ Lamborghini Huracan STO, Maserati MC20 และ BMW ซีรีส์ 8 เป็นต้น

บริดจสโตน 5

เปิดสนามทดสอบกันแบบสุดมันส์ หลังรับฟังคำแนะนำคุณสมบัติเด่น ของ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 พร้อมอัปเดตข้อมูลและรายละเอียดของสถานีทดสอบก่อนเตรียมลงสนามจริง บรรยากาศในงานเร้าใจยิ่งขึ้นเมื่อได้ คุณมะปราง อลิสา ขุนแขวง นักแสดงสาวชื่อดังดีกรีนักแข่งรถ มาร่วมโชว์ลีลาการขับขี่ถ่ายทอดความสนุกแบบสปอร์ตเต็มพิกัดด้วย BRIDGESTONE POTENZA RE-71RS ปลุกทุกสายตาทั่วสนาม จากนั้นสื่อมวลชนได้สัมผัสถึงคุณสมบัติเด่นทั้ง 3 ด้านของ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 ผ่านสถานีทดสอบบนสภาพถนนที่ใช้งานจริง ดังนี้

บริดจสโตน  6

บริดจสโตน  7

  • สถานีทดสอบ Dry Handling สื่อมวลชนสัมผัสได้ถึงการตอบสนองต่อพวงมาลัยได้อย่างรวดเร็วและการควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน รวมถึงการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมีประสิทธิภาพในทุกจังหวะการขับขี่บนพื้นถนนแห้ง มอบความรู้สึกสนุกในการขับขี่แบบสปอร์ตได้ดีเยี่ยม

บริดจสโตน 9

บริดจสโตน 10

  • สถานีทดสอบ Wet Handling สื่อมวลชนสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพในการเบรกและควบคุมรถ
    ได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาพถนนเปียก

บริดจสโตน 11

BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 พัฒนาขึ้นสำหรับนักขับสายสปอร์ตตัวจริงและผู้หลงใหล
ในความเร็วได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่ สนุก เร้าใจ และมั่นใจยิ่งขึ้น มาพร้อม ENLITENTM เทคโนโลยีขั้นสูงของบริดจสโตน ยกระดับสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น คงประสิทธิภาพการใช้งานยาวนาน ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสานความสปอร์ตเร้าใจเข้ากับความยั่งยืนอย่างลงตัว เหมาะสำหรับรถยนต์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถสปอร์ต รถยนต์สมรรถนะสูง และรถยนต์ไฟฟ้าให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยพลัง ความมั่นใจ และอารมณ์สปอร์ตขั้นสุด

บริดจสโตน 12

 

ด้วยคุณสมบัติเด่น ร่องยางรูปตัว “A” ดีไซน์พิเศษ Adrenalin DNA เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ แม้ในโค้ง
ที่แคบ บล็อกดอกยางด้านในแบบกว้าง ตอบสนองทุกการขับขี่ได้ฉับไว แม่นยำเหนือระดับเพิ่มความเร้าใจในทุกการขับขี่ ร่องรีดน้ำแบบ Advance Rain Pulse ช่วยระบายน้ำได้ดีขึ้น ป้องกันการลื่นไถลบนถนนเปียก ผสานอีกขั้นของนวัตกรรมยางพร้อมเทคโนโลยี NanoPro-Tech™ เงียบ ยึดเกาะบนถนนเปียก และถนนแห้ง ลดแรงต้านทานการหมุน เข้าโค้งแม่นยำยิ่งขึ้น และบล็อกดอกยางทรงมน Multi-Round Block [MRB] ช่วยปรับแรงกดบริเวณขอบบล็อกดอกยางให้ทนทานต่อการสึกหรอได้ยาวนาน

บริดจสโตน 13

 

คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “BRIDGESTONE POTENZA ไม่ใช่เพียงแค่ยางรถยนต์แต่คือตำนานความสปอร์ตที่ถ่ายทอด DNA
จากสนามแข่งระดับโลกสู่สมรรถนะสูงสุดบนถนนจริง เราได้ต่อยอดความสำเร็จจากนวัตกรรมยางรถยนต์
สปอร์ตพรีเมียมรุ่นยอดนิยมอย่าง BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE004 สู่การวิจัยและพัฒนาBRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 รุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นโดยผสานสมรรถนะที่เหนือชั้นและ
ความพรีเมียมเข้าด้วยกัน ส่งมอบความมั่นใจทุกการควบคุมบนถนนเปียกและคงประสิทธิภาพการใช้งาน
ได้ยาวนาน เติมเต็มความสนุกในการขับขี่ให้ลูกค้าได้ปลดล็อกสู่ความเร้าใจที่เหนือกว่า”

บริดจสโตน 14

สำหรับ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 วางจำหน่ายแล้ว มีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว รวม 41 ขนาด เริ่มต้นที่ราคา 3,350 บาท ถึงราคา 14,850 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์)
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์บริดจสโตน ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT) ทั่วประเทศ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่าน COCKPIT Official Store บน Shopee
ที่ https://th.shp.ee/SotwCRA เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

บริดจสโตน 14

และดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bridgestone.co.th/th/tire/potenza-adrenalin-re005 และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1369