Home Blog Page 66

“เอ็มจี” วาง NEW MG IM6 LONG RANGE ลุยตลาดครึ่งปีหลัง ชูจุดเด่น “วิ่งไกลถึง 750 กิโลเมตร” พร้อมเปิดตัววันที่ 22 สิงหาคม นี้

0
NEW MG IM6 LONG RANGE

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยเตรียมเปิดตัว NEW MG IM6 LONG RANGE รุ่นย่อยล่าสุด ชูจุดเด่นเป็นหนึ่งในพรีเมียมอีวีรุ่นที่ “วิ่งได้ไกลและชาร์จได้ไวที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางวิ่งได้ไกลสูงถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จไวทันใจด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และลดความกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของคนไทยด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 10-80% เพียง 18 นาที  พร้อมเตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2025 วันที่ 22 สิงหาคมนี้

NEW MG IM6 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นล่าสุดจาก เอ็มจี โดดเด่นด้วยการเป็น The First ever Premium Intelligent e-SUV ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดเมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขับเคลื่อนตัวตน บนความเป็นตัวเอง” (I’M WHO I’M) เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ความปลอดภัยขั้นสูง และดีไซน์ที่ล้ำสมัย
ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ แชสซีดิจิทัล IM Digital Chassis มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ระบบ One Touch iAD ฟังก์ชัน Crab Mode ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาวจาก China NCAP และดีไซน์เพื่อรองรับ EURO-NCAP ให้ความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในตัวเลือกระดับแนวหน้าของกลุ่ม Premium Intelligent e-SUV  ในเมืองไทย โดยนำร่องเปิดตลาดไปเมื่อต้นปีด้วย 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น Premium 2WD และ รุ่น Performance AWD  เพื่อขยายทางเลือกให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เอ็มจี ได้เตรียมเปิดตัว NEW MG IM6 LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ ลงสู้ศึกสมรภูมิอีวี ชูจุดเด่น e-SUV ที่ “วิ่งไกลกว่าและชาร์จไวกว่า” กับ 3 ความเด็ดเฉพาะของรุ่นนี้ประกอบด้วย วิ่งไกลกว่า ด้วยระยะทาง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ Quick Charge สูงสุด 396 kW ถือเป็นยนตรกรรมที่ผสานจุดเด่น  “ชาร์จไวกว่า” และ “ขับได้ไกลกว่า” ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและระยะไกลได้อย่างมั่นใจ พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะอีกมากมาย โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2025 ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของรถไฟฟ้าที่มีระยะทางการขับขี่ที่ไกล และชาร์จได้ไวในตลาด

MG IM6 3-8-68 2

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
NEW MG IM6 LONG RANGE คืออีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่สะท้อนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าของเอ็มจีอย่างแท้จริง
เราเชื่อว่ารุ่นนี้จะเข้ามาเติมเต็มทางเลือกให้กับลูกค้าควบคู่ไปกับรุ่น Premium 2WD ซึ่งโดดเด่นด้วยระบบเลี้ยวสี่ล้อและระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย รวมถึงรุ่น Performance AWD
ที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาสมรรถนะสูงสุดด้วยพละกำลัง 778 แรงม้า และระบบช่วงล่างแบบถุงลม สำหรับรุ่น LONG RANGE นี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับขี่ได้ระยะไกล
ถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างเดินทาง พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของเอ็มจี
ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และเดินหน้าขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทยอย่างมั่นคง”

NEW MG IM6 LONG RANGE เปิดให้ลงทะเบียนความสนใจล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ผ่านช่องทาง https://www.mgcars.com/th/promotions/MG-IM6-Long-Range-Teaser

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ            เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” SPIRIT 4×4 ลุยน้ำท่วมให้กำลังใจผู้ประสบภัย จังหวัดน่าน

0
SPIRIT 4x4 1

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” เดินทางไปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม มอบสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร และน้ำดื่ม เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่ โรงเรียนสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน และประชาชนบริเวณใกล้เคียง เมื่อวันที่ 2-3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

SPIRIT 4x4  2

SPIRIT 4x4  3

SPIRIT 4x4 5

ซูซูกิ ชูจุดขายความคุ้มค่า เดินหน้าพัฒนาคุณภาพงานบริการ จัดแข่งขัน SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION รักษามาตรฐานคุณภาพงานบริการสู่ความเป็นเลิศระดับสากล เตรียมความพร้อมก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดการแข่งขันทักษะงานบริการประจำปี 2568 “SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025” เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรด้านบริการหลังการขายทั่วประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานสูงสุด โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

ซูซูกิ 2

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ซูซูกิยังคงยึดมั่นต่อการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง การจัดการแข่งขันทักษะงานบริการประจำปี 2568 (SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการบ่มเพาะทักษะฝีมือช่างเทคนิคและที่ปรึกษางานบริการ เพื่อสร้างมาตรฐานบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้ามอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เพราะเราห่วงใยลูกค้าในทุกช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังการขาย ซึ่งแนวคิดนี้จะสะท้อนอยู่ในทุกกิจกรรมที่เราทำ รวมถึงการแข่งขัน SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025 ในวันนี้เช่นกัน”

ซูซูกิ 3

 

การจัดการแข่งขันทักษะงานบริการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาสุดยอดพนักงานบริการหลังการขายที่มีความเป็นเลิศ 2 ประเภท คือ ช่างเทคนิค และที่ปรึกษางานบริการ โดยเป้าหมายของการแข่งขันไม่เพียงแค่การรักษามาตรฐานงานบริการให้มีความเท่าเทียมกันในทุกศูนย์บริการทั่วประเทศ แต่ยังต้องการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าด้วยทักษะบริการตามมาตรฐานสากล

ซูซูกิ 4

นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดการแข่งขันทักษะงานบริการในครั้งนี้ มีหลักคิดสำคัญคือ “Learning by Doing” หรือ การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ โดยมุ่งเน้นการทดสอบภาคปฏิบัติให้ช่างจดจำกระบวนการแก้ปัญหาได้แม่นยำ ซึ่งโจทย์ที่ใช้ในการแข่งขันเป็นการคัดสรรมาจากปัญหาจริงที่เกิดขึ้นจากศูนย์บริการ สิ่งสำคัญคือ การแข่งขันนี้ไม่เพียงยกระดับคุณภาพงานบริการให้เป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทั่วทั้งเครือข่ายบริการ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) และศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปิดตัวของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อีกด้วย”

ซูซูกิ 5

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการจัดการแข่งขันทักษะงานบริการประจำปี 2568 (SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION 2025) ได้ทำการจัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจากศูนย์บริการผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ และได้ผู้แข่งขันเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 16 ท่านจากศูนย์บริการ 8 แห่ง เพื่อมาแข่งขันชิงชนะเลิศระดับประเทศ ณ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ชนะเลิศในการแข่งขันแต่ละประเภท มีดังนี้

ซูซูกิ 6

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะงานบริการ ประจำปี 2568 ประเภททีมรวมยอดเยี่ยม คะแนนเต็ม 400 คะแนน

บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) จังหวัดนครราชสีมา

บริหารงานโดย คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา

ซูซูกิ 7

ผลคะแนนรวม 339 คะแนน

ประเภทที่แข่งขัน ชื่อผู้เข้าแข่งขัน ผลคะแนน
ช่างเทคนิค คุณไพรัช อรไทวรรณ 161
ที่ปรึกษางานบริการ คุณณัฐพล​ ญาณวุฒิวงศ์ 178

 

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะงานบริการ ประจำปี 2568 ประเภทช่างเทคนิคยอดเยี่ยม คะแนนเต็ม 200 คะแนน

อันดับที่ ชื่อบริษัทผู้จำหน่าย ชื่อผู้เข้าแข่งขัน ผลคะแนน
1 บริษัท นวซูซูกิ ปทุมธานี จำกัด คุณนพพล จำรัสศรี 169
2 บริษัท มาพรพาณิชย์ จำกัด คุณอนาวิล สุดใจดี 166
3 บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด คุณไพรัช อรไทวรรณ 161

 

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะงานบริการ ประจำปี 2568 ประเภทที่ปรึกษางานบริการยอดเยี่ยม คะแนนเต็ม 200 คะแนน

อันดับที่ ชื่อบริษัทผู้จำหน่าย ชื่อผู้เข้าแข่งขัน ผลคะแนน
1 บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด คุณณัฐพล​ ญาณวุฒิวงศ์ 178
2 บริษัท สุพรรณยนตการ เทรดดิ้ง จำกัด คุณสุวลัย จันทร์พราว 166
3 บริษัท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัด คุณลักษณ์นารา แซ่ลิ่ม 153

 

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เราเชื่อว่าการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการบริการลูกค้า ภายใต้แนวคิด “By Your Side” คืออยู่เคียงข้างลูกค้าเสมอ โดยเน้นให้บริการด้วยความใส่ใจและเข้าถึงความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง จุดเด่นของเราคือความรวดเร็ว สะดวกสบาย และความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากล ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบแนวคิด “Profit Square for Service Activity” ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • Workforce / Skill (การยกระดับความสามารถและทักษะของบุคลากร)

ซูซูกิ 8

“ซูซูกิให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับความสามารถและทักษะของบุคลากรฝ่ายบริการ ผ่านการฝึกอบรมที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุงและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ โดยช่างเทคนิคจะได้รับการรับรองตามมาตรฐานของซูซูกิทั่วโลกใน 3 ระดับ คือ Bronze, Silver และ Gold ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและคุณภาพงานบริการที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ การจัดแข่งขัน SUZUKI SERVICE SKILL COMPETITION ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการตอกย้ำและยกระดับความมุ่งมั่นนี้”

  • Work Efficiency (การปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย)

ซูซูกิ 9

“เรามุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าผ่านเทคโนโลยีอันทันสมัย อาทิ แอปพลิเคชัน “Hello Suzuki” ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการได้ง่าย เชื่อมต่อข้อมูลรถยนต์กับศูนย์บริการ อำนวยความสะดวกในการนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ และการติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ เรายัง เดินหน้าขยายเครือข่ายบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) และศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ทั่วประเทศ รวมถึงแผนงานที่จะเพิ่มศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการแล้วจำนวน 44 แห่ง พร้อมสนับสนุนให้ผู้จำหน่ายขยาย “Mobile Service” หรือบริการดูแลรถยนต์นอกสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้รับการดูแลรถยนต์โดยไม่ต้องเดินทางไปยังศูนย์บริการ”

  • Service Promotion Activity (การจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริการที่มอบคุณค่าเพิ่มให้ลูกค้า)

“ซูซูกิยังนำเสนอโปรแกรมและแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจและมอบความสบายใจให้กับลูกค้า อาทิ โปรแกรม “Worry Free” สำหรับรถยนต์ SUZUKI SWIFT ซึ่งมอบบริการดูแลรักษารถยนต์แบบครบวงจร การบำรุงรักษาฟรีตามระยะเวลา และการรับประกันที่ครอบคลุมระยะยาว นอกจากนี้ยังได้ ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพงานซ่อมเป็น 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับอะไหล่แท้ที่ติดตั้งโดยศูนย์บริการซูซูกิและงานซ่อมที่ดำเนินการโดยศูนย์บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในการใช้งานรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น”

ซูซูกิ 10

ทั้งหมดนี้ คือนโยบายที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ซึ่งเราสัญญาว่า เราจะส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ด้วยการพัฒนามาตรฐานบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถยนต์ซูซูกิให้เป็นเพื่อนคู่ใจในทุกการเดินทาง

 

 

“เอ็มจี” ผงาดยอดขายโตขึ้น 28% ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมร่วมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน กับงาน “Yuyuan Lantern Festival 2025” ภายใต้แนวคิดแห่งความร่วมมือ “Global Experiential Destination” ถ่ายทอดมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของสองประเทศผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จับต้องได้ พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นสำคัญเพื่อแสดงศักยภาพจีนสมัยใหม่ ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และอนาคตของยานยนต์อย่างกลมกลืน พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งสวนตลาดด้วยยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกกว่า 11,367 คัน เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

MG 3

เอ็มจี นับเป็นแบรนด์รถยนต์จากจีนแบรนด์แรกที่เข้ามาวางรากฐานในประเทศไทย โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้รับการจัดอันดับที่ 138 ใน Fortune Global 500 ปี 2025 ด้วยรายได้รวมมากกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 และติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 โดยใน 6 เดือนแรกของปี 2025 SAIC MOTOR CORPORATION มียอดขายรถยนต์แบบขายส่งเพิ่มขึ้น 12.4% และยอดส่งมอบถึงลูกค้าอยู่ที่ 2.21 ล้านคัน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย กับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 2 ด้วยแผนงานระยะยาวและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น โรงงานผลิตรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงพร้อมเดินหน้าเพิ่มความคล่องตัว เร่งพัฒนารถ รุ่นใหม่ให้เร็วขึ้น และล่าสุดกับ โรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก รวมถึงยังมีคลังอะไหล่ โชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมแทบทุกจังหวัด และยังมีแผนขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

MG 3

จากก้าวแรกในไทยสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำด้านยนตรกรรม
ตลอดระยะเวลาเกินกว่าทศวรรษ รถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ปรากฏบนท้องถนนเมืองไทยมากกว่า 2 แสนคัน ไม่เพียงแค่เติบโตด้วยยอดขายที่มั่นคง หรือการขยายเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ ที่สร้างผลงานสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตแห่งพลังงานทางเลือก อย่างแท้จริง ด้วยวิสัยทัศน์ที่กล้าท้าทาย มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ ผนวกกับความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ เอ็มจี ได้พัฒนายานยนต์อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมากกว่าแค่ “รถ” แต่คือตัวแทนของเทคโนโลยี ดีไซน์ และ วิถีชีวิตแห่งอนาคตไว้ในทุกรุ่นอย่างแท้จริง เอ็มจี จึงเดินหน้าพัฒนาอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สู่เป้าหมายในการสร้าง MG EV ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและครอบคลุม

MG 4

เอ็มจี สู่บทบาทที่ภาคภูมิใจ ในฐานะ “ตัวแทนแห่งนวัตกรรมจีนยุคใหม่”
การปรากฏตัวของ เอ็มจี ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการประกาศพลังของแบรนด์ในฐานะ “ตัวแทนแห่งนวัตกรรมจีนยุคใหม่” ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของ เอ็มจี ในฐานะ สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างสองแผ่นดินที่เติบโตเคียงข้างกันด้วย คุณค่าด้านความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายในงานนี้ เอ็มจี ยังนำทัพ ยนตรกรรมรุ่นไฮไลท์มาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด เริ่มจาก NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เสริมทัพด้วย e-SUV ระดับพรีเมียมอย่าง NEW MG IM6 รถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าซึ่งเป็น The First ever Premium Intelligent e-SUV ที่มาพร้อมสมรรถนะเหนือชั้นและเทคโนโลยีอัจฉริยะตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล และ NEW MG S5 EV รถอีวีมหาชนรุ่นล่าสุด ที่มอบทั้งระยะทางการขับขี่ที่ไกล ดีไซน์ที่โดดเด่น ภายในกว้างขวาง และเทคโนโลยีครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” ทั้งหมดนี้ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสจริง เพื่อพิสูจน์ว่า เอ็มจี ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือผู้นำด้านนวัตกรรมที่เข้าใจผู้คน และมุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่ทุกคนเข้าถึงได้

MG 5

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของ เอ็มจี ในประเทศไทย คือบทพิสูจน์ว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับนโยบาย แต่แสดงออกอย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์และเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเข้าร่วมงาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการประกาศบทบาทของ เอ็มจี ในฐานะตัวแทนของนวัตกรรมจีนยุคใหม่ ที่ไม่หยุดเพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างสองแผ่นดิน ที่ร่วมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของ เอ็มจี ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของแบรนด์ ด้วยยอดขายรวมกว่า 11,367 คัน เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าวมาจากโมเดลหลักที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC, NEW MG S5 EV, NEW MG IM6, ALL NEW MG3 HYBRID+ และ MG5 PRO ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง และสำหรับ ครึ่งปีหลังนี้ เอ็มจี ยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภคคนไทยต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งมิตรภาพไทย–จีน และชมยนตรกรรมรุ่นไฮไลท์จาก เอ็มจี ได้ที่ งาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วง 1 – 6 สิงหาคมนี้ ที่ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โซน River Park ชั้น G

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

“กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ผนึกกำลังผู้จำหน่ายฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน ใน 3 จังหวัด น่าน แพร่ และสุโขทัย ส่งมอบข้าวกล่องและส่งถุงยังชีพ รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30% ค่าแรง 15% สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่

0
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 1

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์และตัวแทนผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ เดินหน้าส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 3 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ น่าน แพร่ และสุโขทัย โดยได้มอบอาหารกล่องจำนวน 5,000 กล่อง ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ เทศบาลจังหวัดน่าน พร้อมเตรียมส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง ในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น รวมมูลค่างบประมาณความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 800,000 บาท

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 2

นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังขอมอบสิทธิ์สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30%* และส่วนลดค่าแรง 15%* โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ ฯ ได้แก่
•จังหวัดน่าน: ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า บริษัท น่าน ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด
•จังหวัดแพร่: ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า บริษัท แพร่มิตรประสาน ฮอนด้าคาร์ส จำกัด
•จังหวัดสุโขทัย: ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้า บริษัท สุโขทัย ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 3

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ขอส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่ทุกท่าน สามารถผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้และกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการเติบโตและเคียงข้างกับสังคมไทย ในฐานะองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป

 

“มาสด้า” จัดให้รับข้อเสนอใหญ่สุดแห่งปี “MAZDA MID-YEAR SURPRISE” ซื้อรถลุ้นรถ ออกรถมาสด้าทุกรุ่นลุ้นโชค 2 ต่อ มูลค่า 1.8 ล้านบาท

0
มาสด้า 1

มาสด้าเดินหน้ากระตุ้นตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลัง ครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบทศวรรษ อัดแคมเปญแรงต้อนรับลูกค้าใหม่เข้าสู่ครอบครัวมาสด้า กับ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ ออกรถมาสด้าทุกรุ่นในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2568 ลุ้นรับทันทีกับโชค 2 ต่อ* รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท ทั้งรางวัลประจำเดือน1 จำนวน 260 รางวัล และรางวัลใหญ่รถยนต์2 NEW MAZDA2 ESSENTIAL รุ่น 1.3 PRIME อีก 1 รางวัล นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมให้กับลูกค้าเมื่อออกรถยนต์มาสด้าคันใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* พร้อมเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว หรือ Mazda Family รับเพิ่มเติมอีกบัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* แคมเปญพิเศษนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 ลูกค้าที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th หรือสอบถามข้อมูลกับที่ปรึกษาการขายทุกโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

มาสด้า 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ เป็นหนึ่งในกิจกรรมครั้งสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจรถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจตลอดการเดินทาง และเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสุ่ครอบครัวมาสด้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขที่นอกเหนือจากการได้เป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าคันใหม่แล้ว ยังให้ลูกค้าได้รับสิทธิ์ลุ้นรับโชคใหญ่แห่งปีพร้อมของรางวัลสุดพิเศษมากมาย สะท้อนปรัชญาของแบรนด์ ภายใต้ Joy Drives Live หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) ดังนั้น มาสด้าจึงต้องการให้รถยนต์เป็นเสมือนตัวแทนที่ส่งมอบทุกประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับลูกค้า ตั้งแต่วันแรกที่ได้ครอบครองรถยนต์มาสด้าไปจนตลอดอายุการใช้งาน

มาสด้า 3

สำหรับแคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มาสด้าคันใหม่ในเดือนสิงหาคมและกันยายน ได้มีโอกาสลุ้นรับโชคถึง 2 ต่อ ทั้งรางวัลประจำเดือนที่จัดเตรียมไว้ถึง 260 รางวัล และรางวัลใหญ่กับรถยนต์มาสด้า2 อีกหนึ่งรางวัล ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ต่อที่ 1:รางวัลประจำเดือนสิงหาคมและกันยายน1 จำนวน 260 รางวัล (จับรางวัลเดือนละ 1 ครั้ง รวม 2 ครั้ง)
Apple iPhone 16e 128GB มูลค่า 20,000 บาท (ราคารวม VAT) จำนวน 20 รางวัล
Apple iPad A16 11-inch Wi-Fi 128GB มูลค่า 11,100 บาท (ราคารวม VAT) จำนวน 40 รางวัล
เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,247 บาท (ราคารวม VAT) จำนวน 200 รางวัล
ต่อที่ 2: รางวัลใหญ่รถยนต์2

NEW MAZDA2 ESSENTIAL รุ่น 1.3 PRIME สีแดง โซล เรด คริสตัล มูลค่า 541,000 บาท (ราคารวม VAT) จำนวน 1 รางวัล
แคมเปญและข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ นี้ นอกจากจะสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าจากการได้ลุ้นรับรางวัลถึง 2 ต่อ แล้ว ยังเป็นการมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่จองและออกรถอีกด้วย ซึ่งแคมเปญจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 นี้เท่านั้น ลูกค้าที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th หรือจากที่ปรึกษาการขายที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

“มาสด้าขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากลูกค้า และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างรอยยิ้มและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้มาสด้าได้ดูแลลูกค้าและคนที่ลูกค้ารักไปตลอดการเดินทาง” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

มาสด้า 4

หมายเหตุ:
•*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขได้จากที่ปรึกษาการขายมาสด้า ณ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
•ข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่ของและออกรถยนต์มาสด้ารุ่นใดก็ได้ (เฉพาะรถใหม่) ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 และชำระเงินจองเรียบร้อยตามกฎระเบียบที่บริษัทฯ กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับ รถยนต์มือสอง รถทดลองขับ และรถสำหรับผู้บริหาร
•1สิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำเดือน สำหรับผู้ที่จองและออกรถภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 จำนวน 130 รางวัล และภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 จำนวน 130 รางวัล
•2สิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ จะนำรายชื่อผู้ทีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำเดือนสิงหาคม 2568 และ กันยายน 2568 ทั้งหมดรวมจับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลประจำเดือนแล้ว ยังคงมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์

 

5 เหตุผลที่ “NEW GWM TANK 500 DIESEL” เป็นรถ PPV ระดับพรีเมียมที่ควรมีอยู่คู่บ้านคนไทย

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ส่งมอบบทสรุป 5 ไฮไลต์สำคัญที่สะท้อนความต่างของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่เป็นมากกว่ารถยนต์ PPV 7 ที่นั่ง แต่เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่มอบทั้งความพรีเมียม ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงความปลอดภัยที่จัดเต็ม พร้อมความคุ้มค่าในราคาแนะนำช่วงเปิดตัว เริ่มตั้งแต่ 1.399 – 1.629 ล้านบาท ที่ใครได้ครอบครองจะต้องตกหลุมรัก มอบคุณค่าอันทรงพลัง สำหรับผู้นำยุคใหม่ที่มองหาทั้งสมรรถนะ ความพรีเมียมเหนือระดับ และความยืดหยุ่นในทุกบทบาทของชีวิต ตอบโจทย์ทั้งเรื่องงาน ไลฟ์สไตล์ และครอบครัว โดยหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 ได้สร้างกระแสเป็นที่พูดถึงในวงกว้างและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในไทย และถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในรถกลุ่ม PPV ที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับผู้ใช้ชาวไทย จากเหตุผลหลัก 5 ข้อดังต่อไปนี้

GWM (Thailand) 2

 

1.)ดีไซน์ระดับ Flagship สะท้อนพลังผู้นำในทุกมิติของตัวตน: NEW GWM TANK 500 DIESEL ถ่ายทอดตัวตนของผู้นำผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยพลังและจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ เส้นสายที่เฉียบคม รูปทรงของตัวรถที่แข็งแกร่ง และความประณีตในรายละเอียด ล้วนสะท้อนความมั่นใจของผู้เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะจอดอยู่ในลานจอด หรือแล่นผ่านใจกลางเมือง รถคันนี้ไม่ใช่แค่สะดุดตา แต่ยังแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ ความหนักแน่น และภาวะผู้นำที่ชัดเจน โดยเฉพาะในรุ่นสี Black Warrior ที่มอบลุคพรีเมียม เข้มขรึม สะท้อนรสนิยมเหนือระดับและพลังอำนาจในสไตล์สุขุมนุ่มลึก ปลุกเร้าความรู้สึกมั่นใจในทุกวินาที พร้อมสื่อถึงความสงบนิ่งและเด็ดขาดในทุกการตัดสินใจ เป็นการส่งต่อข้อความที่บอกโลกว่า “นี่คือผู้นำตัวจริง”

GWM (Thailand) 4

2.)ห้องโดยสารเหนือระดับ ส่งมอบความพรีเมียมที่โอบรับทุกช่วงเวลา: ไม่ว่าชีวิตจะเร่งรีบเพียงใด การเดินทางกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL คือช่วงเวลาแห่งการได้หายใจลึก ๆ ยาว ๆ หลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นโอเอซิสแห่งความเงียบสงบในโลกที่หมุนเร็ว เบาะหนัง Nappa แท้ที่นุ่มแน่นรับกับสรีระ พร้อมฟังก์ชันปรับไฟฟ้าและระบบนวดในรุ่น Ultra กระจกสองชั้นและระบบ Active Noise Cancellationป้องกันเสียงรบกวน การปรับจูนระบบช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทย สร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียม พื้นที่ภายในกว้างขวางด้วยความจุสัมภาระสูงสุดถึง 795 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง เสริมด้วยระบบปรับอากาศแบบแยกโซนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และระบบฟอกอากาศ N95 ที่สามารถกรองเชื้อโรคและ PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนรู้สึกสดชื่นแม้การเดินทางยาวนาน หน้าจอแสดงผลคู่ขนาด 12.3 นิ้ว และ 14.6 นิ้ว พร้อมระบบ Smart Interaction มอบการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลและสะดวกสบาย พร้อมด้วย ambient light แบบปรับได้หลากสี ช่วยแต่งแต้มอารมณ์ให้กลมกลืนไปกับทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะกำลังขับผ่านแสงอาทิตย์ยามเช้า หรือลัดเลาะกลางค่ำคืนอันเงียบสงบ ทุกแสง สี เสียง และสัมผัสในห้องโดยสาร เพราะการเดินทางไม่ใช่แค่การพาไปถึงที่หมาย แต่คือการนำพาความรู้สึกที่ดีที่สุดในทุกโมเม้นต์คืนแก่ผู้เดินทาง

GWM (Thailand) 5

3.)ระบบช่วยขับ L2+ เพราะความปลอดภัยคือการส่งมอบความรัก: ในส่วนสำคัญของการเดินทาง ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณและคนที่คุณรัก NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ ที่มองเห็นสิ่งที่นักเดินทางมองไม่เห็น และคิดแทนในช่วงเวลาที่ผู้ขับขี่กำลังเหนื่อยล้า รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่นด้วยระบบ Adaptive Cruise Control ที่ควบคุมความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างนุ่มนวล ผสานกับ Lane Keeping Assist ที่ช่วยให้รถอยู่ในเลนอย่างแม่นยำ แม้ในทางโค้งหรือช่วงเร่งรีบ เหนือไปกว่านั้น ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินขณะถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Alert & Braking), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW – Forward Collision Warning) รวมถึงจุดเด่นด้านโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ที่ได้รับการออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ในตระกูล GWM TANK เพื่อรองรับภารกิจหนักหน่วงและเส้นทางที่ท้าทาย ด้วยเฟรมแชสซีขนาดใหญ่ที่แยกออกจากตัวถัง เสริมด้วยเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงในจุดสำคัญ ช่วยกระจายและดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องชิ้นส่วนสำคัญในทุกเส้นทาง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มาแทนที่การขับขี่ แต่เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกมั่นใจ ให้ทุกกิโลเมตรคือพื้นที่ที่ปลอดภัย และทุกเส้นทางคือโอกาสให้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง

GWM (Thailand) 6

4.)หนึ่งเดียวเพื่อทุกบทบาท: NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้นำองค์กรที่ต้องใช้ชีวิตในเมือง หรือนักเดินทางผู้แสวงหาความหมายใหม่ ๆ ในธรรมชาติ ด้วยดีไซน์หรูหราแต่ทรงพลัง เหมาะกับทั้งนักบริหาร เจ้าของกิจการ หรือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจ และความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง ภายในเงียบสงบ พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อที่ช่วยให้ทุกประชุมหรือสื่อสารระหว่างเดินทางได้อย่างราบรื่นและม่านบังแดดสำหรับด้านหลัง ขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมลุยได้ทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ป่าเขา หรือทางลูกรัง ไม่ว่าจะทำงาน พักผ่อน หรือผจญภัย GWM TANK 500 DIESEL คือรถคันเดียวที่ตอบโจทย์ทุกบทบาทในชีวิตคุณ

GWM (Thailand) 7

5.)ขุมพลังที่เชื่อมั่นได้ เพราะบางเส้นทางไม่อาจย้อนกลับ: ทุกการเดินทางคือการตัดสินใจ และ NEW GWM TANK 500 DIESEL คือคำตอบของผู้ที่ต้องการพลังที่มั่นใจได้ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ไกลแค่ไหน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ให้แรงบิดสูงถึง 480 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ การขับขี่จึงทรงพลังตั้งแต่ออกตัว ไม่ว่าจะเร่งแซง ลุยทางชัน ทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ที่ส่งผ่านกำลังได้อย่างลื่นไหล และช่วยประหยัดเชื้อเพลิงยิ่งกว่าเดิม และด้วยเทคโลยีเครื่องยนต์ดีเซลอันล้ำสมัย ที่ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญกับ NVH (Noise, vibration, harshness) แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยเสียงลมหรือถนนขรุขระ แต่การเดินทางก็ยังคงเงียบ นิ่ง และราบรื่น และเพื่อเติมเต็มความมั่นใจในระยะยาว GWM รับประกันเครื่องยนต์ดีเซลนานสูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เพราะบางเส้นทางในชีวิตไม่มีโอกาสให้ย้อนกลับอีกครั้ง รถที่ไว้ใจได้จึงไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือพลังใจตลอดทาง

GWM (Thailand) 10

นี่คือ 5 เหตุผลที่สะท้อนทั้งสมรรถนะ ความพรีเมียม และมุมมองการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย NEW GWM TANK 500 DIESEL ไม่เพียงเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ PPV ระดับ Flagship แต่ยังเป็นตัวแทนของไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้นำยุคใหม่ที่ต้องการมากกว่าการขับขี่ทั่วไป GWM มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้ใช้ และส่งมอบนวัตกรรมที่ผสานความปลอดภัย เทคโนโลยี และอารมณ์ในการขับขี่ไว้อย่างกลมกลืน พร้อมเดินเคียงข้างผู้ใช้ในทุกเส้นทางของชีวิต

GWM (Thailand) 10

NEW GWM TANK 500 DIESEL พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
•NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท
(*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์จริง ทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

“เอ็มจี” เปิดประสบการณ์ให้ลูกค้าผ่านกิจกรรม MG TRACK EXPERIENCE ทดสอบสมรรถนะ NEW MG S5 EV และ NEW MG IM 6 ในสนาม

0
MG Track Experience 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรม “MG TRACK EXPERIENCE” ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การทดลองขับ e-SUV 2 รุ่น 2 สไตล์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่กับ NEW MG S5 EV และ NEW MG IM 6 ในสนามเพื่อทดสอบสมรรถนะ และเทคโนโลยีแบบเต็มประสิทธิภาพ ณ สนามมอเตอร์สปอร์ตพาร์ค สุวรรณภูมิ

MG Track Experience 2

สำหรับ e-SUV ทั้ง 2 รุ่น นอกจากจะมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดีในอีกระดับ ยังครบครันด้วยเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ โดย NEW MG S5 EV เป็น B-SUV ได้รับการพัฒนาเพื่อการขับขี่เช่นเดียวกับ NEW MG 4 ELECTRIC ไม่ว่าจะเป็น NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ได้รับการขยายแพลตฟอร์มให้รองรับการขับขี่ในรูปแบบเอสยูวีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 จุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อการ เกาะถนนที่ดี และมีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ในขณะที่ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกตำแหน่งที่นั่ง เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปรอบคัน

MG Track Experience 3

อีกรุ่นกับ NEW MG IM6 อีวีพรีเมียมของ เอ็มจี ที่นอกเหนือจากขุมพลังสูงสุด 778 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร ยังเพียบพร้อมไปด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะที่ทำให้การขับขี่ง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้น อาทิ ระบบ One Touch iAD ที่ช่วยให้การถอยจอดง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ฟังก์ชัน Crab Mode ช่วยให้การเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัดทำได้จริง ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ ที่สามารถปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับ ชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 V รองรับการชาร์จ Quick Charge สูงสุด 396 kW ช่วยให้การชาร์จเร็วขึ้นจาก 10% – 80% ภายใน 18 นาที เท่านั้น* ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน เพิ่มความสบายใจให้กับผู้ใช้งาน

MG Track Experience 4

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือ และกำลังไฟของสถานีชาร์จ

MG TRACK EXPERIENCE เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ เอ็มจี เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อขยายไปสู่ MG EV Community และเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจ NEW MG S5 EV และ NEW MG IM 6 ได้รับประสบการณ์การขับขี่ในสนามที่จำลองสถานการณ์การขับขี่ที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน เพื่อเพิ่มทักษะ ความรู้ ความเข้าใจอาการของรถ และวิธีการรับมือ ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรถยนต์ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องเจอสิ่งกีดขวางด้วยสถานี LANE CHANGE ทดสอบความคล่องตัว และการควบคุมพวงมาลัยด้วยสถานี SLALOM ทดสอบการเบรกขณะเข้าโค้ง ทดสอบอัตราเร่งด้วยสถานี ACCELERATION อีกทั้งยังได้ทดลองใช้ฟังก์ชั่นสุดล้ำของรถเอสยูวีทั้ง 2 รุ่น ด้วยสถานีทดสอบประสิทธิภาพของกล้อง 3D Around View Monitor ในรุ่น NEW MG S5 EV สถานีทดลองระบบ One Touch iAD ของ NEW MG IM 6 ที่ช่วยให้การขับขี่รถ SUV ง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของและทดลองขับ NEW MG S5 EV และ NEW MG IM 6 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการเอ็มจีกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ

MG Track Experience 5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“ฮอนด้า” เตรียมเปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกของแบรนด์ในกรุงเทพฯปิดมุมมองใหม่สู่อนาคตแห่งการเดินทางผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

0
The M.O.V.E. by Honda 1

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด เตรียมเปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ โดยตั้งอยู่ที่โซน EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคตผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 พร้อมนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดจากฮอนด้า ทั้งในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์การขับเคลื่อนล้ำสมัยอย่าง eVTOL

ฮอนด้า ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ในฐานะผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ โดยประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางการจำหน่ายที่สำคัญของฮอนด้า อีกทั้งเป็นตลาดหลักของเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และนวัตกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้า ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้โกลบอลแบรนด์สโลแกน “The Power of Dreams – How we move you.”

The M.O.V.E. by Honda จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy” ที่สื่อถึงการผสานพลังระหว่างปรัชญาแห่งฮอนด้า และโลกยานยนต์แห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตผ่านทุกมิติของความรู้สึก พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของการเดินทางในอนาคตตามแบบฉบับของฮอนด้า

โซนจัดแสดงภายในศูนย์ฯ
นิทรรศการแบ่งออกเป็นโซนอินเทอร์แอกทีฟที่หลากหลาย สะท้อนแนวคิดของฮอนด้าที่ว่า “การเคลื่อนที่” ไม่เพียงแต่หมายถึงการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการ “ขับเคลื่อนหัวใจ” ของผู้คนผ่านองค์ประกอบอย่าง แสง เสียง กลิ่น สัมผัส และรสชาติ โดยมีหลากหลายนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ดังนี้:
▸รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
●EV Fun Concept* 1: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทรงพลัง เสียงเงียบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง
●EV Urban Concept* 1: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแสดงวิสัยทัศน์ของฮอนด้า ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การเดินทางในเมืองในอนาคตอันใกล้

▸รถยนต์ไฟฟ้า
●Honda 0 SALOON (Prototype)* 1: รถยนต์ซีดานไฟฟ้า Flagship Model ที่มอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูง
●Honda 0 SUV (Prototype)* 1: รถยนต์ SUV อเนกประสงค์ไฟฟ้า ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในชีวิตประจำวัน และกิจกรรมเอาท์ดอร์

▸เทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต
●eVTOL* 1: อากาศยานส่วนบุคคลที่จะพลิกโฉมการคมนาคมในเมือง
●Motocompacto: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด พับเก็บได้ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น
หมายเหตุ: รายการจัดแสดงอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติม
* 1: จัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

▸The M.O.V.E. Café – สัมผัสรสชาติแห่งความทันสมัย
เติมเต็มประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 กับ The M.O.V.E. Café คาเฟ่ที่ผู้เยี่ยมชมจะได้ลิ้มรสอนาคต
ที่สะท้อนผ่านอาหาร นำเสนอผ่านเมนูขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่รังสรรค์ขึ้นผ่านแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ของฮอนด้า ในการขยายขอบเขตการเดินทางทั้งทางบก น้ำ และอากาศ โดย เชฟเดช คิ้วคชา ผู้ได้รับรางวัล Asia’s Best Pastry Chef 2025 จากเวที Asia’s 50 Best Restaurants คาเฟ่แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่สำหรับการพักผ่อน
แต่เป็นจุดหมายปลายทางด้านประสาทสัมผัสที่ถ่ายทอดพลังแห่งการผสานรวมของการเดินทางในรูปแบบใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ในแบบฉบับของฮอนด้าอย่างแท้จริง
The M.O.V.E. by Honda ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮอนด้า ในการเดินหน้าสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและอนาคตของความยั่งยืน ฮอนด้าขอเชิญชวนลูกค้า ผู้หลงใหลในนวัตกรรม และประชาชนทั่วไปมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ศูนย์การค้า EMSPHERE กับอิมเมอร์ซีฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์แห่งแรกของฮอนด้าที่จะพาไปสัมผัสมิติใหม่ของการเดินทางอย่างที่ ไม่เคยมีมาก่อนผ่านนิทรรศการสุดล้ำ พร้อมเข้าถึงแนวคิด Sense the Synergy ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ

ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda
สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE
628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
วันเปิดให้เข้าชม: 15 สิงหาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569
เวลาเปิดให้เข้าชม:
●วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:00 – 22:00 น.
●ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda
จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด

มาสด้าเปิดตัว NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL จัดสรรอุปกรณ์ใหม่ เพิ่มรุ่นเริ่มต้น ปรับไลน์อัพใหม่ ใส่เทคโนโลยีสกายแอคทีฟเต็มคัน ราคาใหม่ 899,000 บาท

0

มาสด้าเผยโฉมอีกหนึ่งยนตรกรรมภายใต้ ESSENTIAL COLLECTION ครอสโอเวอร์เอสยูวีสปอร์ตพรีเมี่ยม NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL ภายใต้แนวคิด “LIVE A LIFE OF VALUE” เติมเต็มชีวิตให้คุ้มค่ากับเอสยูวีที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สง่างามด้วย โคโดะ ดีไซน์ ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบสนองดีที่สุดให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการควบคุมการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท  ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พิเศษสุด ลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.mazda.co.th

ทั้งนี้ New Mazda CX-30 Essential ได้มีการปรับเพิ่มออพชันและฟีเจอร์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกรุ่น ซึ่งปัจจุบัน Mazda CX-30 มีจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย

1. CX-30 Carbon Edition
2. CX-30 SP
3. CX-30 S
4. CX-30 C
ราคาจำหน่าย     1,211,000 บาท
ราคาจำหน่าย      1,199,000 บาท
ราคาจำหน่าย      1,099,000 บาท
ราคาจำหน่าย      989,000 บาท

 

สำหรับ New Mazda CX-30 Essential ได้มีปรับไลน์อัพใหม่ ประกอบด้วย

1. รุ่น PRIME
2. รุ่น ULTRA
3. รุ่น SIGNATURE
ราคาจำหน่าย 899,000 บาท
ราคาจำหน่าย 999,000 บาท
ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท
รุ่นเริ่มต้นใหม่ ที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ปรับอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น C
ปรับเพิ่มอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น S
ในราคาเท่าเดิม

 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร มีประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานมากกว่า 74 ปี ด้วยการเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสุขและเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้า ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้กับโลก ผู้คน และสังคม อันเป็นปณิธานสูงสุดของเรา ทั้งนี้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์มาสด้ายังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก คือ การคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของแบรนด์ในทุกยนตรกรรม ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตาม มาสด้ายังคงคุณค่าหลัก 5 ประการ หรือ 5 Common Values ในการพัฒนารถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ประกอบด้วย

  • Artful Design การออกแบบสร้างสรรค์ดุจงานศิลปะชิ้นเอก Car As Art ถ่ายทอดภายใต้คอนเซ็ป KODO: Soul of Motion จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว โดดเด่นด้วยความสวยงามต้องตาต้องใจผู้พบเห็น ทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน รวมถึงสีภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าที่ผลิตขึ้นด้วยแนวทาง “ทาคุมินูริ” ที่หมายถึงการเพ้นท์สีโดยช่างผู้ชำนาญการ
  • Japanese Mastery ความเชี่ยวชาญ พิถีพิถันในแบบฉบับของญี่ปุ่น คุณค่าระดับสูง สัมผัสได้จากคุณภาพอันประณีตพิถีพิถัน และมีเสน่ห์เฉพาะของชาวญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดลงในทุกองค์ประกอบของรถมาสด้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการตัดเย็บและการคัดสรรวัสดุภายในที่ประณีตดุจงานทำมือ แบบสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น
  • Human-Centricity การออกแบบโดยเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงการใช้งานตามหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์เป็นหลัก ทั้งในเรื่องตำแหน่งผู้ขับขี่ การจัดวางอุปกรณ์ความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงการจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งที่ช่วยรักษากระดูสันหลังให้มีรูปทรงตัว S ทำให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่
  • Effortless Joyful Driving ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและควบคุมง่ายดั่งใจ กับระบบการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล มั่นใจทุกการเข้าโค้ง พร้อมรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงระบบความปลอดภัย i-Activsense ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องและโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟช่วยลดการบาดเจ็บให้น้อยที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • Ingenious Solution นวัตกรรมอัจฉริยะขั้นสูง อาทิ เครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า SKYACTIV-G และเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE โดดเด่นด้วยการรวมทุกข้อดีของเกียร์อัตโนมัติจากทุกระบบเข้ามาไว้ด้วยกัน ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว

ครอสโอเวอร์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม New Mazda CX-30 Essential ได้รับการออกแบบตามสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้ KODO Design, Soul of Motion มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เน้นถึงความเรียบง่ายแต่งดงาม ถือเป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจของมาสด้าในการมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมขึ้นไปอีกขั้น เพราะปรัชญาการออกแบบมาสด้า คือรถยนต์เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก “Car As Art” ที่บรรจงสรรสร้างขึ้นด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ และยังคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเทคโนโลยี SKYACTIV และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย i-Activsense ที่ให้ทั้งสะดวกสบายและความปลอดภัยไปพร้อมกัน

Mazda CX-30 คือครอสโอเวอร์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์เหล่านี้ไว้อย่างลงตัวในทุกองค์ประกอบ ทั้งยังได้รับการการันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม Thailand Car of the year 2020 เป็นรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล World Car of the Year 2020, คว้ารางวัล Golden Steering Wheel Award 2019 ประเภท Compact SUV จากประเทศเยอรมนี, รางวัล RedDot Award 2020 ประเภท Product Design จากประเทศเยอรมนี, รางวัล Design Trophy 2020 ประเภท SUV และ ประเภท “Champion of all Classes” จากประเทศเยอรมนี และยังได้รับรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายจากหลายประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย รถรุ่นนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สร้างศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดให้กับแบรนด์มาสด้ามาจนถึงปัจจุบัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “Mazda CX-30 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งอยู่ในช่วเดียวกันกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ถึงแม้ว่าการเปิดตัวจะเจอกับวิกฤตที่หนักหนาสาหัส แต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมรถยนต์รุ่นนี้ลดลง กลับทำให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบันมีรถยนต์รุ่นนี้อยู่ในการครอบครองของลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 25,000 คัน และยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว New Mazda CX-30 Essential ภายใต้กลุ่ม ESSENTIAL COLLECTION ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนรุ่นย่อยใหม่ และปรับราคาใหม่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น โดยรุ่นเริ่มต้นใหม่ที่เพิ่มเข้ามามีราคาให้เข้าถึงได้ง่ายเพียง 899,000 บาท ทางมาสด้าได้พัฒนาและออกแบบรุ่นย่อยใหม่ โดยคัดสรรอุปกรณ์ให้เหมาะสมและจำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบ พร้อมราคาใหม่ที่ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่กำลังมองหารถเอสยูวีสไตล์ใหม่ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของชีวิตคู่ หรือเป็นครอบครัวเริ่มต้นขนาดเล็กที่ต้องการความอเนกประสงค์จากรถเอสยูวีที่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน และมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม”

นอกจากนั้น รถรุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus หนึ่งในเทคโนโลยี Skyactiv-Vehicle Dynamic ที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ GVC เพื่อช่วยควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะในขณะเข้าโค้งและในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของคนกับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น PRIME คุ้มสุด รุ่นเริ่มต้นใหม่ที่ออกแบบมาให้เป็นเจ้าของได้ง่าย มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน กับราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม เพียง 899,000 บาท

โดยรวบรวมทุกเอกลักษณ์ของดีเอ็นเอรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่มาไว้อย่างลงตัว กับสมรรถนะเหนือระดับของเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 13.0:1 ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร รองรับน้ำมัน E85 ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร* ให้อัตราเร่งและการตอบสนองดีเยี่ยม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดและปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ หน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM* และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า Windshield Active Driving Display ที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าปรับอัตโนมัติและที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย Burglar Alarm ระบบล็อกและปลดล็อกประตูอัตโนมัติ เบาะนั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทาง พนักพิงด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว พนักพิงเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 กล้องมองหลัง พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว

  • รุ่น ULTRA สบายสุด มอบความสบายในราคาคุ้มค่ากว่าเคย ราคาจำหน่าย 999,000 บาท

มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ลงตัวกับทุกมิติของชีวิต ทั้งระบบ Infotainment ครบครัน มอบความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด ผ่านระบบ Mazda Connect รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM* พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ที่ออกแบบตามแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางเอกลักษณ์ของมาสด้า ภายในตกแต่งอย่างประณีตมาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งได้ 2 ตำแหน่ง มอบความสะดวกสบายให้กับการใช้งานกับประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Keyless Entry ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว  พร้อมกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด มอบความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง

*สำหรับ Android เวอร์ชั่น 10 ขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อได้ทันที

  • รุ่น SIGNATURE ครบทั้งสไตล์และฟังก์ชั่นที่ใช่ วางราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท

โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความครบครันในทุกฟังก์ชั่น มาพร้อมล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ไฟท้ายแบบ LED Signature กระจังหน้าและวัสดุตกแต่งเสาประตูด้านนอกสีดำเปียโน ขับสนุกได้อย่างใจด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift และมอบความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense ครบครัน อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC, ระบบเตือนเมื่อมีรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS, ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC รบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS และระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะขณะถอยลัง ตอบรับความสุนทรีย์ได้ครบทุกจุดสัมผัสกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่พิถีพิถันเสมือนงานทำมือ เรียบหรูด้วยเบาะหนังสีดำ และเพิ่มอรรถรสให้การเดินทางด้วยระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

New Mazda CX-30 Essential มาพร้อมระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ ประกอบด้วย

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lamp) แบบ LED Signature
  • ไฟท้ายแบบ LED Signature
  • กระจังหน้าและวัสดุตกแต่งเสาประตูด้านนอกสีดำเปียโน
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sports Paddle Shift)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
  • ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS (Adaptive Front-lighting System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-Keep Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
  • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart Brake Support)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก 4W-ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC (Dynamic Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนเนิน HLA (Hill Launch Assist)
  • ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System)
  • ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC (High Beam Control)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • พวงมาลัยยุบตัวแปรผันตามการทำงานของถุงลมนิรภัย พร้อมแป้นเบรกยุบตัวได้
  • คานเหล็กเสริมกันกระแทกด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
  • หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า
  • ระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง
  • ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด
  • ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด
  • ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว

New Mazda CX-30 Essential มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz)
  • สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)

หมายเหตุ: สีแดง โซล เรด คริสตัล เพิ่ม 17,000 บาท สีเทา แมชชีน เกรย์ เพิ่ม 15,000 บาท และ สีขาว สโนเฟลค ไวท์เพิร์ล เพิ่ม 10,000 บาท

มาสด้าต้องการให้รถยนต์มาสด้าเข้ามาเติมเต็มวิถีการดำรงชีวิตของลูกค้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจในการเดินทาง ก่อเกิดเป็นความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครอสโอเวอร์เอสยูวี New Mazda CX-30 Essential จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยองค์ประกอบที่ใส่มาครบครัน พร้อมส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่และดีไซน์ที่สง่างาม ที่สำคัญมีการปรับราคาใหม่ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ลูกค้าที่สนใจสามารถแวะชมและสัมผัสคันจริงได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th

หมายเหตุ:

1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์  (4) บมจ. แอกซ่าประกันภัย

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE