Home Blog Page 66

“GWM” ชูคุณภาพเครื่องยนต์ดีเซล ผ่านการวิจัยและพัฒนากว่า 30 ปี การันตีด้วยผู้ใช้งานเกือบ 2 ล้านคนทั่วโลก

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” มุ่งหน้าขับเคลื่อนทั้งตลาดในประเทศไทยและในระดับโลก ด้วยความสำเร็จในความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นขุมพลังที่ GWM ได้วิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 30 ปี โดยเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของความสำเร็จของแบรนด์ที่ถือกำเนิดในประเทศจีน สู่การได้รับการยอมรับจากนานาชาติถึงคุณภาพ สมรรถนะ และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซลในรถยนต์หลากหลายรุ่นของ GWM การันตีด้วยผู้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเกือบ 2 ล้านคน ใน 170 ประเทศและทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศแอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และรัสเซีย รวมถึงในประเทศไทยที่มีการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ และได้รับการตอบรับที่ล้นหลามจากผู้บริโภคคชาวไทย ซึ่งเป็นอีกบทพิสูจน์คุณภาพของเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ในเวทีระดับโลก ที่พร้อมจะยกระดับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเพื่อตอบโจทย์การเดินทางในทุกรูปแบบ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

ในฐานะผู้นำตลาดรถกระบะและรถเอสยูวีออฟโรดจากจีน GWM ที่เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 2527 และก้าวเข้าสู่วงการรถกระบะอย่างเต็มตัวในปี 2539 ด้วยการเปิดตัวรุ่น “Deer” ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ทำให้ GWM ครองแชมป์ยอดขายรถกระบะอันดับ 1 ในประเทศจีนมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนขยายสู่ตลาดต่างประเทศในปี 2540 ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งนำมาสู่การเปิดตัว “GWM POER” ในปี 2562 รถกระบะยุคใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายถล่มทลาย โดยเป็นรถกระบะเรือธงที่ครองความนิยมในประเทศจีนมาอย่างยาวนานถึง 26 ปี ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ความทนทานสูง และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายตลาดทั่วโลก ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในจีน และติด 1 ใน 3 แบรนด์รถกระบะยอดนิยมของโลก จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ สู่การเป็นผู้นำระดับโลก ความสำเร็จของ GWM สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองไกล และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้พัฒนาและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน สะท้อนแนวคิด “GWM Go With More” ที่ GWM ยึดถือ ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตรถยนต์คุณภาพ แต่คือส่งการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเชื่อมั่นในการเป็นแบรนด์ระดับโลก

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ความเชี่ยวชาญระดับโลกที่พิสูจน์แล้ว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ ของ GWM เป็นผลงานจากศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ลงทุนไปแล้วกว่า 500 ล้านหยวน (ประมาณ 2,300 ล้านบาท) ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ได้รับการพัฒนาโดยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด โดยมีคุณสมบัติเด่นที่พิสูจน์แล้วในตลาดจริง ซึ่งมีจุดเด่น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

•ด้านสมรรถนะเหนือระดับ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดที่สูงถึง 260 นิวตันเมตร ในรอบเครื่องต่ำ และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรแบบต่อเนื่องหรือแฟลตทอร์คที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ทำให้การออกตัวและการขับขี่ในพื้นที่ที่มีความท้าทายเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและออฟโรด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

•ด้านประหยัดพลังงาน เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ใหม่นี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้ที่ดีกว่า ทำให้การใช้พลังงานจากน้ำมันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยอัตราการบริโภคน้ำมันของ NEW GWM TANK 300 DIESEL อยู่ที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ Eco sticker ในประเทศไทย) สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งน้ำมันหนึ่งถัง (ดีเซล B7) สามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5
•ด้านความเงียบและนุ่มนวลเหนือชั้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์และการพัฒนาเทคโนโลยีในการลดเสียงรบกวน NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้ห้องโดยสารมีระดับเสียงต่ำกว่า 68 เดซิเบลในช่วง idle speed ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ นิ่ง ไม่สั่น เทียบเคียงได้กับเครื่องยนต์เบนซิน
•ด้านความทนทานรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 1 ล้านกิโลเมตร GWM มั่นใจในคุณภาพของเครื่องยนต์เซ็ตนี้ จึงกล้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งานด้วยการมอบการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ที่ยาวนานและครอบคลุมมากขึ้นถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) สำหรับรถยนต์รุ่น NEW GWM TANK 300 DIESEL ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในคุณภาพของเครื่องยนต์

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 8

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “จากความสำเร็จของการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL GWM (Thailand) ยังคงเดินหน้าส่งมอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้ให้กับแฟน ๆ ชาวไทย เราเชื่อมั่นว่าขุมพลังดีเซล 2.4T เจอเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ มอบการขับขี่ที่เงียบและนุ่ม พร้อมมสมรรถนะ การประหยัดพลังงาน และความทนทาน ฉีกกฏของเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม ๆ เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำเครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เข้ามาให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นประเทศแรก ๆ ในโลก ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของตลาดในประเทศไทยและการนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของคนไทยมาให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ และในปีนี้เราจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ของ GWM อีกหลากหลายรุ่นที่จะเข้าสร้างมาตรฐานใหม่แห่งสมรรถนะการขับขี่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความเอนกประสงค์ และความคุ้มค่าที่เหนือความคาดหมาย พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GWM ในการเป็นแบรนด์ระดับโลกที่พัฒนายานยนต์เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง”

Primus Group นำลูกค้าร่วมทริปรักษ์โลก ในงาน Eco-Exploration Trip เชียงใหม่-แพร่

0

เมื่อเร็วๆ นี้ “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ร่วมกับ 2 พันธมิตร นำโดย “อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ “สุโรจน์ แสงสนิท” นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จัดโครงการ EcoExploration Trip” ครั้งที่ 3 เส้นทาง จ.เชียงใหม่ – จ.แพร่ เพื่อเปิดประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างการตระหนักรู้ด้านประโยชน์ของเทคโนโลยียานยนต์สะอาด ที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งในงานนี้ มีลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าให้ความสนใจและเข้าร่วมกว่า 30 คัน

วันแรก เริ่มพิธีปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ไฟฟ้า ที่ “ช้างทอง เฮอริเทจ ปาร์ค” พิพิธภัณฑ์ต้นไม้โบราณแห่งแรกในเชียงใหม่ ที่รวมรวมพรรณไม้ดึกดำบรรพ์อายุกว่าร้อยปี ด้วยการกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการของผู้บริหาร ไพรม์มัส กรุ๊ป, ททท. และ EVAT พร้อมการชี้แจงรายละเอียดเส้นทางและกิจกรรมโดยรวมของทีมงาน ก่อนตีธงปล่อยคาราวานมุ่งหน้าสู่จังหวัดลำปาง แวะทานอาหารกลางวันที่ “ร้านแกงหอม” ร้านอาหารไทย-เหนือต้นตำรับสไตล์ฟิวชั่นในสวน ใจกลางเมืองลำปาง

ต่อด้วยการเดินทางสู่วัดพระธาตุช่อแฮ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ สักการะ “พระธาตุช่อแฮ” ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ และพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า ที่ชาวล้านนาเชื่อว่า เป็นพระธาตุของผู้ที่เกิดปีขาล จะต้องมากราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ภายในวัด ยังมี หลวงพ่อช่อแฮ, พระพุทธโลกนารถบพิตร, ธรรมาสน์โบราณ, กู่อัฐิครูบาศรีวิชัย แผ่นศิลาจารึกและภาพจิตรกรรมฝาหนังที่สวยงาม

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง “บ้านมัดใจ” บ้านเรือนไม้โอบล้อมด้วยพันธุ์ต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ใช้สอนย้อมฮ่อมและเป็นคาเฟ่สไตล์โฮมเมด โดยที่นี่เราได้ทำกิจกรรม Workshop ผ้ามัดย้อมฮ่อม หรือผ้ามัดย้อมคราว สไตล์เมืองแพร่  โดยรับฟังการอธิบายวิธีสร้างลายบนผ้าเบื้องต้น ด้วยการมัด หนีบ ด้วยหนังยาง และนำไปจุ่มในม่อฮ่อนสีน้ำเงิน

โดยเลือกสีอ่อน เข้มได้ ตามระยะเวลาในการจุ่มผ้า แม้เป็นกิจกรรมช่วงสั้นๆ แต่สร้างความสนุกสนานและตื่นเต้นกับการเห็นลวดลายบนผ้าในสไตล์ตัวเองที่มีผืนเดียวในโลก

ต่อด้วยการเดินทางสู่ที่พัก รร.คินโนเทล โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นใจกลางเมืองแพร่ เพื่อเช็คอินน์และพักผ่อนตามอัธยาศัย จากนั้นเข้าสู่โหมดงานเลี้ยงสรรค์ เริ่มด้วยการรับฟังการพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า จากผู้บริหารของภาครัฐและเอกชน พร้อมเพลินเพลินกับอาหาร และเสียงเพลงจากมินิคอนเสิร์ตของ “บิว” เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์

วันรุ่งขึ้น หลังทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย นัดรวมพลอีกครั้ง เพื่อเดินทางสู่ “บ้านวงศ์บุรี” หรือ “คุ้มวงศ์บุรี”

เรือนไม้สักทอง ขนาดใหญ่ 2 ชั้น ทรงยุโรปประยุกต์ สีชมพูอ่อน อายุกว่า 100 ปี สร้างขึ้นโดยดำริของเจ้าแม่บัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่ เพื่อเป็นเรือนหอของหลวงพงษ์พิบูลย์ ผู้สืบเชื้อสายอดีตเจ้าหลวงนครแพร่ กับเจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ธิดาพระยาบุรีรัตน์ โดยช่างชาวจีนกวางตุ้ง ที่ใช้เทคนิคการสร้างฐานอาคาร ด้วยวิธีเรียงท่อนไม้ซุงขนาดใหญ่ก่อนก่ออิฐเทปูนทับ และการเข้าลิ้นสลักไม้ ไม่ตอกตะปู เอกลักษณ์การสร้างเรือนแบบช่างไทยโบราณ มุงหลังคาด้วยไม้แป้นเกล็ด ภายในประดับตกแต่ง ด้วยลวดลายฉลุไม้ ที่เรียกว่า “ขนมปังขิง” เป็นลายพรรณพฤกษาและเครือเถาว์ จากสภาพที่สมบูรณ์ “คุ้มวงศ์บุรี” ทำให้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี 2536 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

พร้อมกันนี้ ได้ร่วมทานอาหารในแบบ “ขันโตก” ของชาวเหนือ ที่จัดเต็มกับเมนูอาหารที่หลากหลาย ควบคู่กับการรับฟังเสียงเพลงขับกล่อมในสไตล์ล้านนาอย่างแท้จริง จากนั้น ผู้บริหาร ไพรม์มัส กรุ๊ป, , ททท. และ EVAT ขึ้นกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมกิจกรรม และถ่ายภาพหมู่กันอีกครั้ง ก่อนจบทริป Eco-Exploration Trip ครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและสนุกกับการท่องเที่ยวในแบบรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยยานยนต์

Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2025 พร้อมระเบิดศึกออฟโรดยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน

0

Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน เป็นการแข่งขันรถยนต์ออฟโรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับการยอมรับว่าเป็นรายการที่มีเสน่ห์โดดเด่น จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนานถึง 23 ปี นับตั้งแต่จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ Grand Prix Motor Park ในเครือ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีจุดประสงค์ในการรวบรวมเหล่านักแข่งออฟโรดระดับแถวหน้าของประเทศจากทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงนักแข่งชาวต่างชาติ เพื่อเข้าร่วมประลองฝีมือในสนามเดียวกันเพื่อเฟ้นหา 10 อันดับเซียนออฟโรดของประเทศ โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–15 มิถุนายน 2568 ณ สนาม Grand Prix Motor Park อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี

default

Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน เดิมใช้ชื่อว่า “10 เซียนประจัญบาน” เมื่อได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการจากโตโยต้า จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “Toyota Hilux Vigo 10 เซียนประจัญบาน” ต่อมาเปลี่ยนชื่อรายการอีกครั้งเป็น “Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน” จนถึงปัจจุบัน  มีการพัฒนารูปแบบการแข่งขัน กฎ กติกา อย่างมีมาตรฐานสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนา และยกระดับการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่มาตรฐานในระดับสากล ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับอาเซียน มีนักแข่งเข้าร่วมในรายการมากกว่า 150 คน จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เมียนม่า กัมพูชา มาเลเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่

  1. Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2025
  2. Super Open 10 เซียนประจัญบาน 2025
  3. เที่ยวป่า Open 10 เซียนประจัญบาน 2025
  4. Off Road Club Team 10 เซียนประจัญบาน 2025

สนามสุดโหด ที่วัดใจทั้งนักแข่ง รถแข่ง ทีมเซอร์วิส  บอกเลยว่าศึกนี้ไม่ได้วัดแค่พละกำลัง ความพร้อม ความอึด แต่คือบทพิสูจน์ของ “จิตวิญญาณนักแข่งออฟโรดตัวจริง” ใครจะเป็นหนึ่งในตำนาน 10 เซียนประจัญบาน 2025 ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ไปพร้อมกัน วันที่  12–15 มิถุนายน 2568  ณ สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี  และคุณจะไม่พลาดทุกวินาทีของการแข่งขัน โดยชมการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีดิจิตอล และ Live Streaming กันสดๆ แบบเกาะติดขอบสนามจากกล้องหลากหลายมุมตลอดทั้ง 4 วันทาง Facebook : GRAND PRIX MOTOR PARK, Off Road Magazine รวมทั้งช่อง YouTube ของ GRAND PRIX MOTOR PARK  และสื่อพันธมิตรต่างๆ  

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG ROADSHOW 2025’ เชิญชวนสัมผัสอนาคตแห่ง AI MOBILITY ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ

0

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ อย่างเป็นทางการ จัดงานใหญ่ ‘XPENG ROADSHOW 2025’ ให้ผู้สนใจได้สัมผัสอนาคตแห่ง AI MOBILITY กับ เอ็กซ์เผิง G6 และ X9 พร้อมจัดหนักข้อเสนอสุดพิเศษ เพิ่มโอกาสเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ณ ศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2568

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “XPENG ROADSHOW ครั้งนี้ นับเป็นงานใหญ่ ที่ผู้สนใจนวัตกรรมแห่งอนาคต จะได้สัมผัส AI MOBILITY ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค รุ่นยอดนิยม อย่าง เอ็กซ์เผิง G6 เจ้าของรางวัล Car of the year, BEST EV SUV (RWD) และ เอ็กซ์เผิง X9 เจ้าของรางวัล 2025 The Most Exciting MPV EV Award จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุด พร้อมเพิ่มโอกาสเป็นเจ้าของรุ่นที่ใช่ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ที่จัดสรรให้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ”

งาน XPENG ROADSHOW 2025 จัดเต็มไฮไลท์ครบครัน ได้แก่ เอ็กซ์เผิง G6 รุ่น Standard Range และ Long Range พร้อมด้วย เอ็กซ์เผิง X9 รุ่น Luxury และ Premium โดดเด่นด้วยดีไซน์ ไฮเทคโนโลยีเปี่ยมสมรรถนะ

เริ่มจาก G6 ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Ultra Smart Coupe SUV ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากนักเขียนนิยายไซ-ไฟ (Sci-Fi) มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง แบ่ง 2 รุ่นย่อย คือ Standard Range ชาร์จไฟเต็ม ขับได้ไกลสุด 505 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 6.9 วินาที และ Long Range ชาร์จไฟเต็ม ขับได้ไกลสุด 625 กิโลเมตร (NEDC)

X9 Luxury เบาะหนังแท้แนปป้า (Nappa) ผสาน Zero-gravity Seat หรูหรามีระดับ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง พร้อม Wireless Charger 50W เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ NCM ขนาด 101 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 690 กิโลเมตร (NEDC)

X9 Premium รุ่นย่อยใหม่ของรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น กับ ‘Walkthrough Access’ ช่องทางเดินกลางห้องโดยสาร เบาะหนังพรีเมียม เบาะแถวสองปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 283 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ LFP ขนาด 84 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 580 กิโลเมตร (NEDC)

++ รับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้ม เมื่อจองและรับรถ เอ็กซ์เผิง ภายในเดือนพฤษภาคมนี้

XPENG G6, SMART DEAL, SMART DRIVE

  • ฟรี ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด60 เดือน* (ดาวน์ขั้นต่ำ 25%)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน3 ปี*
  • ฟรีWall Box Charger พร้อมติดตั้ง*

XPENG X9, ULTRA SMART COUPE MPV

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี*
  • ฟรีWall Box Charger พร้อมติดตั้ง*

ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง ทุกคัน มาพร้อมการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ HV และมอเตอร์ขับเคลื่อน นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*, รับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
, บริการช่วยเหลือ ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

++ มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำตลาดในประเทศไทย ด้วยการเดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์จัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดหลักในแต่ละภูมิภาค นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง โชว์รูมต้นแบบอัจฉริยะ พร้อมศูนย์บริการครบวงจรต่อด้วย สุขุมวิท, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะ, ราชพฤกษ์, พัทยา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต และที่จะเปิดดำเนินการในเร็วๆนี้ คือ วิภาวดี-รังสิต, ศรีนครินทร์ และ ตลิ่งชันรวมทั้งหมด 13 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐานผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ บริเวณถนนบางนา-ตราด ที่มีการจัดเก็บอะไหล่เพียบพร้อมและเป็นระบบ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการและความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อการดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง

เชิญสัมผัสยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ในงาน XPENG ROADSHOW 2025ระหว่างวันที่ 8-14 พฤษภาคม ชั้น 1 โซน C เช็นทรัล ลาดพร้าว, วันที่ 11-17 มิถุนายน ชั้น 1 โซน P1F เซ็นทรัล เวสต์เกต, วันที่ 19-25 มิถุนายน ชั้น 1 โซน Mega Plaza เมกา บางนา และวันที่ 16-23 กรกฎาคมนี้ ชั้น 1 โซน B เซ็นทรัล ลาดพร้าว

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ : เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย  โทร. 1526
Facebook: xpeng thailand
www.xpeng.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

นายก สรยท. ประกาศแผนงานปี 2568 รุกกิจกรรมเสริมแกร่งวิชาชีพ หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

0

สรยท.จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association : TAJA เป็นประธาน พร้อมเปิดแผนการทำงานของปีที่ 2 มุ่งยกระดับความเข้มข้นของทุกกิจกรรมขึ้นจากปีที่ผ่านมาให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ เดินหน้าจัดงานรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 โดยทุกกิจกรรมล้วนยึดผลประโยชน์ที่ทางสมาคมฯ และสมาชิกของสมาคมฯ จะได้รับผ่านทางกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ อันหลากหลายเพื่อเสริมแกร่งทักษะวิชาชีพสื่อมวลชนสายยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย พร้อมขอบคุณสมาชิกสมาคมที่เข้าร่วมประชุมคับคั่ง และให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมจัดขึ้นมาโดยตลอด

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. เปิดเผยว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสมาชิก ที่มองเห็นความสำคัญของการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของทางสมาคมฯ ซึ่งในปีนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมถึง 145 คน แน่นอนว่านอกเหนือจากการรายงานการทำงานของคณะกรรมการวาระปี 2567-2569 ในช่วงปีแรกแล้ว ในโอกาสเดียวกันสมาคมฯ ยังประกาศแผนในการทำงานของปีที่ 2 ออกมาอีกด้วย โดยยังยึดหลักในเรื่องที่ยึดผลประโยชน์ที่ทางสมาคมฯ และสมาชิกของสมาคมฯ จะได้รับผ่านทางกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งการสัมมนาเชิงวิชาการ และโปรเจกต์ฝึกอบรมต่างๆ ที่สมาคมฯ จะจัดขึ้นมาเพื่อเพิ่มพูนทักษะในหลายๆ ด้านให้กับสมาชิก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสื่อยุคปัจจุบัน” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นอกจากนั้น ในเรื่องของการจัดงาน THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR ปี 2025 นั้น ทางสมาคมฯ ได้เร่งกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้น พร้อมกับมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินขึ้นมาทำงานจำนวน 26 ท่าน ในการพิจารณาถึงกฎและกติกาที่จะใช้ในการคัดเลือกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งในปี 2025 นี้ ทางคณะอนุกรรมการมีความเห็นตรงกันในการพิจารณาถึงการปรับปรุงกฎระเบียบที่จะให้มีการครอบคลุมถึงรถที่ “ปรับโฉม” หรือ “Minor Change” ด้วย แต่จะต้องมีกรอบในการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

“ตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เราได้มองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ไทย จำนวนรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นโมเดลเชนจ์ (Model change) ซึ่งทางสมาคมใช้เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา

นั้นเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และบริษัทรถยนต์เริ่มขยายระยะเวลาในการทำตลาดรถยนต์รุ่นเดิมนานขึ้น ทำให้คณะอนุกรรมการทำงานในปีนี้มีความเห็นว่าน่าจะต้องนำหัวข้อนี้มาพิจารณาใหม่เพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงทั้งในปีนี้และในอนาคต”

วัตถุประสงค์ในการเปลี่ยนแปลงกติกาในปี 2025 คือ

๏ เพื่อสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในปัจจุบัน ซึ่งรถยนต์สันดาปภายใน และรถจักรยานยนต์มีรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นการเปลี่ยนโฉมหรือ Model Change มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ในแต่ละปี และมีแนวโน้มว่าบริษัทรถยนต์จะยืดอายุในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้นานขึ้น

๏ เพื่อให้รถยนต์ที่เป็นแค่การปรับโฉม หรือ Minor Change แต่มาพร้อมกับการเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือนวัตกรรมที่น่าสนใจได้มีโอกาสเข้าเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าเกณฑ์ของการตัดสินในแต่ละปี

๏ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์ได้นำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าสนใจและมีความทันสมัยมาใช้กับรถยนต์ที่จำหน่ายในเมืองไทย ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้บริโภคชาวไทยที่จะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้

“รถยนต์ใหม่ที่เป็นโมเดลเชนจ์ยังเข้าเกณฑ์เหมือนเดิม แต่เราคิดว่าจะต้องเพิ่มหัวข้อเพื่อเปิดโอกาสรถยนต์รุ่นปรับโฉมมีสิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณา แต่ทั้งนี้ในกรอบการพิจารณาจะมีความเข้มงวดกว่าด้วยการกำหนดให้รถยนต์รุ่นปรับโฉมจะต้องมีความเปลี่ยนแปลง 3 ใน 5 หัวข้อที่ทางอนุกรรมการตั้งเอาไว้ นั่นคือ ระบบขับเคลื่อน (Powertrain), ความเปลี่ยนแปลงภายนอกหรือภายใน (Exterior/Interior) ระบบความปลอดภัย (Safety System) นวัตกรรมที่น่าสนใจ (Innovation System) และระดับค่ามลพิษที่ลดลง-ความประหยัดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น (Emission/Fuel Consumption) ซึ่งเกณฑ์ในแต่ละหัวข้อ ทางอนุกรรมการปีนี้กำลังเร่งทำงานในการกำหนดเป็นกรอบในการพิจารณา และจะมีการประกาศอีกครั้งในเร็วๆ นี้” นายสุรศักดิ์ กล่าวสรุป

ด้านนายสุรมิส เจริญงาม อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย กล่าวว่า การจัดงานรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 หรือ THAILAND CAR EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 ในปีนี้ยังยึดหลักการเดิมในการพิจารณาคัดเลือกตามที่เคยถือปฏิบัติมา แต่ในปีนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้หยิบยกประเด็นพิจารณาถึงการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่จะให้มีการครอบคลุมถึงรถยนต์รุ่น “ปรับโฉม” (Minor Change) โดยเพิ่มหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกให้มีความเหมาะสมเป็นธรรมกับรถทุกรุ่น

“การคัดเลือกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ยังยึดระยะเวลารถที่เปิดตัวในช่วง 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 พร้อมเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสู่ตลาด นอกจากนี้ต้องเป็นไปตามกติกาที่คณะอนุกรรมการกำหนด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับแก้กติกาเงื่อนไขการคัดเลือก

รถที่จะเข้าร่วมรับรางวัลให้สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับตลาดรถยนต์ในบ้านเราเป็นอย่างมาก” นายสุรมิส กล่าวในที่สุด

ซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT วันนี้ รับฟรี! ทริปชมการแข่งรถ F1 ที่สิงคโปร์ สุดเร้าใจ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดเร้าใจสำหรับสาวกรถแข่งมอเตอร์สปอร์ต ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ทริปชมการแข่งรถฟอร์มูล่า วัน สิงคโปร์ กรังด์ ปรีซ์ หรือ F1 ณ มารีน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต ประเทศสิงคโปร์ เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เมื่อซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 จำนวนจำกัด!

“ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้า เราได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ดัดแปลงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์และสร้างความประทับใจสูงสุด สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT นี้ เราได้ปรับจูนช่วงล่างใหม่ ซึ่งยังคงให้สัมผัสการขับขี่ที่เร้าใจในแบบสปอร์ตและพร้อมรองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว” เมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบข้อเสนอเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดที่ร่วมรายการ รับฟรี! แพ็กเกจทริปเดินทางชมการแข่งรถฟอร์มูล่า วัน สิงคโปร์ กรังด์ ปรีซ์ หรือ F1 เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2568 ที่ประเทศสิงคโปร์ รวมมูลค่ากว่า 58,834 บาท ในแพ็กเกจประกอบด้วย

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับแบบฟูล เซอร์วิส พร้อมที่พัก 2 คืน
  • บัตรเข้าชมการแข่งขัน F1 สุดเร้าใจ ในวันที่ 4-5 ตุลาคม 2568
  • สิทธิ์เข้าชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังระดับโลกเอลตัน จอห์น

ฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT มาพร้อมตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา คอมมานด์ เกรย์ และสีดำ แอ็บโซลูท แบล็ก ราคา 1,754,000 บาท โดยฟอร์ดและอาร์เอ็มเอ กรุ๊ป พันธมิตรผู้ดัดแปลงรถยนต์ที่ได้รับการรับรอง Qualified Vehicle Modifier (QVM) จากฟอร์ด พร้อมมอบความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถฟอร์ด      เรนเจอร์ MS-RT ด้วยการรับประกันคุณภาพที่ครอบคลุมทั้งอะไหล่แท้จากฟอร์ดและชิ้นส่วนการดัดแปลงทั้งหมดจากอาร์เอ็มเอ ด้วยระยะเวลาการรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน  (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) และฟรีค่าแรงเช็กระยะ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ford.co.th/buying/fleet/

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 ต่อเนื่องเป็น ปีที่ 12

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมส่งตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นไทยสู่เวทีระดับโลก จัดการแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 ทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก รอบคัดเลือก ณ สนามกอล์ฟนิกันติ จังหวัดนครปฐม ในปีนี้ มีนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วประเทศกว่า 1,900 คนเข้าร่วมแข่งขันใน 16 ทัวร์นาเมนต์ทั่วประเทศ โดยจะมี 120 ท่านที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เพื่อเฟ้นหาสุดยอด นักกอล์ฟเพียง 3 ท่าน เป็นตัวแทน บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2026

BMW Golf Cup 2025 รอบคัดเลือก เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง อุบลราชธานี พิษณุโลก เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี และนครปฐม ไปจนถึงกรุงเทพฯ และจะสิ้นสุดในวันที่ 21 พฤษภาคม 2025 รวม 16 ทัวร์นาเมนต์ เสริมทัพความพิเศษสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงาน
พิชิตโฮล-อิน-วัน รับรางวัลพิเศษ ประกอบด้วย

  • ทริปสุดพิเศษสำหรับ 2 ท่าน สู่มิวนิค ประเทศเยอรมนี สนับสนุนโดยบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย
  • ลำโพง Bowers & Wilkins สนับสนุนโดย โบเวอร์ แอนด์ วิลกินส์ (Bowers & Wilkins) โดยมีผู้พิชิตรางวัลแล้วจากทัวร์นาเมนต์เชียงใหม่
  • GARMIN Golf Launch Monitor สนับสนุนโดยการ์มิน (GARMIN) แบรนด์นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ชั้นนำ
  • ชุดเหล็ก T-Series 1 ชุด สนับสนุนโดยไทเทิลลิสท์ (Titleist) แบรนด์ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กอล์ฟและอุปกรณ์เสริมระดับโลก โดยมีผู้พิชิตรางวัลแล้วจากทัวร์นาเมนต์ภูเก็ต

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังคงเชิญชวนนักกอล์ฟทุกท่านร่วมในการกุศลอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ ส่วนหนึ่งจากการแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อสนับสนุน การดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟสมัครเล่นไทยบนเส้นทางสู่การแข่งขันระดับโลก พร้อมรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 ได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

Porsche 911 Spirit 70: ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความอิสระและความสนุกแบบยุค 70s–80s

0

ปอร์เช่ (Porsche) เผยโฉม 911 Spirit 70 รุ่นเปิดประทุนลิมิเต็ด ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายและเสน่ห์จากยุค 1970s และต้นทศวรรษ 1980s อย่างเต็มเปี่ยม ผลิตเพียง 1,500 คันทั่วโลก ภายใต้แนวคิด Heritage Design ซึ่งเป็นกลยุทธ์การนำแรงบันดาลใจจากอดีตกลับมาสู่รถรุ่นใหม่ รุ่นนี้โดดเด่นด้วยสีพิเศษ “Olive Neo” และการตกแต่งภายในสุดคลาสสิกด้วยลวดลาย “Pasha” อันเป็นตำนาน สะท้อนถึงความหรูหราและเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตในยุคนั้น พื้นฐานของ 911 Spirit 70 คือ 911 Carrera GTS Cabriolet เจเนอเรชันล่าสุด ที่มาพร้อมระบบ Performance Hybrid รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งประกอบด้วยระบบไฟฟ้าแรงสูง, eTurbo และมอเตอร์ไฟฟ้าในชุดเกียร์ PDK โดยผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้พละกำลังรวมสูงสุดที่ 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า)  และแรงบิดสูงสุด 610 นิวตันเมตร 911 Spirit 70 พร้อมเปิดให้สั่งจองแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบในยุโรปตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป และจะทยอยวางจำหน่ายในตลาดอื่น ๆ ตามลำดับ 

สตุ๊ทการ์ท (Stuttgart). ไมเคิล เมาเออร์ (Michael Mauer) รองประธานฝ่ายออกแบบของปอร์เช่ (Vice President Style Porsche) กล่าวว่า “รถรุ่น Heritage Design มีบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดยเฉพาะในมุมของการออกแบบ ทุกเส้นสายของปอร์เช่ล้วนเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และรถลิมิเต็ดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เราสามารถนำองค์ประกอบจากอดีตมาตีความใหม่อย่างทันสมัยได้อย่างไร”

อเล็กซานเดอร์ ฟาบิก (Alexander Fabig) รองประธานฝ่ายการปรับแต่งเฉพาะบุคคลและรถคลาสสิก (Vice President Individualisation and Classic) กล่าว “รถลิมิเต็ดเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากลูกค้าทั่วโลก สองรุ่นก่อนในกลยุทธ์ Heritage Design สามารถถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของยุคสมัยในอดีตกลับมาได้อย่างสวยงาม และสร้างแรงตอบรับอันยอดเยี่ยม เรารู้สึกภูมิใจที่จะนำเสนอรุ่นที่สาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันที่เปี่ยมด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟอย่างแท้จริง”

รถรุ่นพิเศษภายใต้แนวคิด Heritage Design ไม่เพียงเป็นการยกย่องประวัติศาสตร์ของปอร์เช่เท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำมิติด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดหลักภายใต้กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของปอร์เช่ (Porsche Product Strategy) ที่มุ่งสร้างประสบการณ์และอารมณ์ร่วมให้กับผู้ขับขี่อย่างลึกซึ้ง รุ่นแรกของซีรีส์นี้คือ 911 ทาร์กา 4เอส เฮอริเทจ ดีไซน์ เอดิชัน (911 Targa 4S Heritage Design Edition) ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 1950s ถึงต้นทศวรรษ 1960s ต่อมาในปี 2022 ปอร์เช่ได้เปิดตัวรถสะสมรุ่นที่สองภายใต้แนวคิดเดียวกัน นั่นคือ 911 สปอร์ต คลาสสิก (911 Sport Classic) ซึ่งสะท้อนสไตล์แห่งยุค 1960s ถึงต้นยุค 70s ได้อย่างชัดเจน โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,250 คั

911 Spirit 70 รุ่นใหม่ คือบทต่อยอดครั้งสำคัญ ซึ่งไม่เพียงสืบสานดีเอ็นเอของรุ่นก่อนหน้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการขยายขอบเขตบริการปรับแต่งเฉพาะบุคคลของปอร์เช่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ผ่านแผนก Porsche Exclusive Manufaktur ที่มีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือกสรรได้มากกว่า 1,000 รายการ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งจาก Exclusive Manufaktur เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงสองเท่าต่อคัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านความเฉพาะตัวที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการอันหลากหลายในอนาคต ปอร์เช่มีแผนขยายศักยภาพของแผนก Exclusive Manufaktur อย่างมีนัยสำคัญ

สี Turbonite ยังเป็นโทนสีหลักของตราสัญลักษณ์ (Crest) ที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับรถยนต์ตระกูล Turbo โดยเฉพาะ ในเร็ว ๆ นี้ รถรุ่นสมรรถนะสูงระดับเรือธงทั้งหมดของปอร์เช่ จะได้รับการติดตั้งตราสัญลักษณ์พิเศษนี้ ทั้งที่ด้านหน้า ตัวรถ, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา (Light Alloy Wheels) และบนพวงมาลัย

Porsche Design ยังได้รังสรรค์นาฬิกาโครโนกราฟคุณภาพสูงแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับผู้ซื้อรถรุ่นนี้ ดีไซน์ของนาฬิกาเรือนนี้สะท้อนรายละเอียดจาก 911 Spirit 70 ได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะลวดลาย Pasha สีดำเงา บนหน้าปัด ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากลายเบาะกลางของรถรุ่นพิเศษคันนี้โดยตรง

Porsche Lifestyle Collection ที่ออกแบบมาให้เข้าชุดกับ 911 Spirit 70 เปิดโอกาสให้คุณได้ย้อนสู่ยุค 1970s อย่างมีสไตล์และเต็มไปด้วยความคลาสสิกที่แท้จริง กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับนักสะสมสุดพิเศษนี้ประกอบด้วยเสื้อผ้าแนว Daywear, Sportswear แอสเซสซอรี่ไลฟ์สไตล์ และโมเดลรถที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของยุคนั้นได้อย่างลงตัว

คอนเซ็ปต์สีพิเศษและตราสัญลักษณ์แบบย้อนยุค: ดีไซน์ภายนอก

ทีมนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านสีของปอร์เช่ได้รังสรรค์สี Olive Neo ขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับ 911 Spirit 70  เป็นเฉดเขียวเข้มที่หรูหรา ที่ให้กลิ่นอายของความคลาสสิกแต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัยอย่างมีรสนิยม เพื่อเพิ่มมิติและความโดดเด่นยิ่งขึ้น ปอร์เช่เลือกใช้สี Bronzite ซึ่งเป็นโทนเทา-ทอง (Grey-Gold) สำหรับการตกแต่งส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นส่วนล่างของกันชนท้าย ด้านหน้ารถ และล้อ Sport Classic ดีไซน์แบบ ‘Fuchs’ ที่เป็นซิกเนเจอร์อันโด่งดังของแบรนด์ หลังคาผ้าใบเป็นสีดำ เช่นเดียวกับกรอบกระจกบังลมหน้า รับกับรายละเอียดโดยรวม เพิ่มความเฉียบคมให้กับภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตเปิดประทุนรุ่นนี้อย่างลงตัว

บนฝากระโปรงหน้าของรถ ประดับด้วยแถบตกแต่งสามเส้นในสีดำแบบ Silk Gloss ซึ่งเป็นดีเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติ๊กเกอร์เพื่อความปลอดภัยในยุค 1970s ยุคนั้นนักขับรถสปอร์ตมักติดแถบลายยาวตามตัวถัง เพื่อให้รถสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากกระจกมองหลัง โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือในสนามแข่งที่ใช้ความเร็วสูง แถบตกแต่งนี้ถูกใช้ต่อเนื่องไปยังหลังคาผ้าใบแบบ Tone-on-Tone และยังมีกราฟิกด้านข้างตัวรถ พร้อมตัวอักษร Porsche และวงกลมหมายเลขสตาร์ท หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Lollipop’ ในสีดำแบบ Silk Gloss พร้อมหมายเลขเฉพาะสำหรับแต่ละคัน รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนถึงรากฐานแห่งความสปอร์ตของแบรนด์ปอร์เช่อย่างแท้จริง

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความลงตัวระหว่าง “ประเพณี” และ “นวัตกรรม” ได้อย่างชัดเจน คือบริเวณกลางฝากระโปรงหน้าของ 911 Spirit 70 ซึ่งประดับด้วย ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ (Porsche Crest) ที่แทบจะถอดแบบมาจากดีไซน์คลาสสิกของปี 1963 บริเวณแก้มข้างของตัวรถยังมีตรา “Porsche Exclusive Manufaktur” สีทอง ซึ่งบ่งบอกถึงความพิถีพิถันในการผลิตระดับงานคราฟต์ ด้านหลังของตัวรถ บนกระจังฝาท้าย ติดตั้งตรา Porsche Heritage ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตราสัญลักษณ์บนรถ ปอร์เช่ 356 (Porsche 356) ที่เคยมอบให้เมื่อรถผ่านระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ในช่วงทศวรรษ 1950 อีกหนึ่งรายละเอียดสุดพิเศษคือ ตัวอักษร Porsche และชื่อรุ่นที่ด้านท้าย ที่มาในโทนสีทองสะท้อนแสง โดยผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยทองชุบแบบกัลวาไนซ์ (Galvanised Gold-Plating) จนได้ความแวววาวงดงามอย่างเหนือระดับ

ห้องโดยสารที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากสนามแข่ง: ลวดลาย Pasha” และงานออกแบบภายในสุดประณีต

ไฮไลต์สำคัญภายในห้องโดยสารของ 911 Spirit 70 คือผ้าลวดลายคลาสสิก Pasha ในโทนสี ดำ/Olive Neo ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ลวดลายกราฟิกของผ้านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธงตราหมากรุกที่โบกสะบัดในสนามแข่ง สี่เหลี่ยมขนาดต่างกันที่จัดวางอย่างชาญฉลาดสร้างมิติความเคลื่อนไหวในลายผ้า แตกต่างจากการใช้ผ้า Jacquard Velour แบบดั้งเดิมในอดีต รุ่นนี้เลือกใช้สิ่งทอที่ผสานกับเส้นใยแบบ Flock Yarns ช่วยเสริมคาแรคเตอร์สปอร์ตให้เด่นชัดยิ่งขึ้น พร้อมมอบผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย และความสะดวกสบายที่เหนือกว่า โดยเฉพาะในการเดินทางไกล

ภายในห้องโดยสารของ 911 Spirit 70 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานความหรูหราเข้ากับกลิ่นอายแห่งความคลาสสิกอย่างสมบูรณ์แบบ เบาะนั่งแบบ Sports Seats Plus ปรับได้ถึง 18 ทิศทาง มาพร้อมแผงกลางที่หุ้มด้วยผ้าลวดลาย Pasha ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นเดียวกันกับที่ใช้ตกแต่งบนกระจกมองข้างด้านในประตู และแม้แต่ในกล่องเก็บของหน้ารถ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดเพิ่มเติม ด้วยการตกแต่งลวดลาย Pasha บริเวณด้านหลังพนักพิงเบาะ และบนแผงคอนโซลหน้า เป็นออปชันเสริมที่ช่วยยกระดับความพิเศษให้เหนือระดับขึ้นอีกขั้น ภายในตกแต่งด้วยหนังแท้ Club Leather สีดำบาซอลต์ (Basalt Black) เย็บตะเข็บด้วยด้ายสี Olive Neo เข้ากับธีมสีหลักของรถ โดย แพ็กเกจภายในหนังคลับนี้ถูกรวมไว้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน นอกจากนี้ พรมห้องสัมภาระด้านท้ายยังมาในแบบพลิกกลับได้ (Reversible Boot Mat) พร้อมลวดลาย Pasha เช่นกัน

ความพิเศษยังขยายไปถึงแผงหน้าปัดที่ออกแบบโดยผสานดีไซน์วินเทจเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด12.65 นิ้ว ออกแบบให้สื่อถึงความคลาสสิก มาพร้อมเข็มสีขาวและเส้นสเกลในรูปแบบอะนาล็อก ขณะที่ตัวเลขสีเขียวได้รับแรงบันดาลใจจากเรือนไมล์ของ Porsche 356 รุ่นในตำนาน สัญลักษณ์ชื่อรุ่นถูกบรรจงผสานอย่างประณีตลงในมาตรวัดรอบแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Fully Digital Rev Counter) ซึ่งเป็นฟีเจอร์เฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เช่นเดียวกับนาฬิกาจับเวลารุ่นพิเศษของระบบ Sport Chrono ก็มาพร้อมเข็มสีขาวและตัวเลขสีเขียว ซึ่งเป็นดีไซน์เฉพาะสำหรับ 911 Spirit 70

ย้อนเวลาอย่างมีสไตล์สู่ยุค 70s

ปอร์เช่เตรียมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ผ่าน แอปพลิเคชันสำหรับ Apple Vision Pro ที่จะพาผู้ใช้งานย้อนสู่บรรยากาศแห่งทศวรรษ 1970s และออกแบบรถในฝันของตนเองได้อย่างมีอิสระภายในแอป ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Porsche 911 Spirit 70 แบบทีละขั้นตอน พร้อมทั้งเรียนรู้แรงบันดาลใจและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของยุคนั้นไปพร้อมกัน แอปพลิเคชันนี้จะเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทาง App Store สำหรับ Apple Vision Pro ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 ซึ่งตรงกับช่วงเปิดตัว 911 Spirit 70

ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงภาพถ่ายและวิดีโอได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com

รถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายโดยปอร์เช่ (Porsche) ได้รับการรับรองประเภท (Type-approved) ตามมาตรฐาน WLTP แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2023 เป็นต้นมา ค่าทางเทคนิคตามมาตรฐาน NEDC ที่ได้จากการแปลงจากค่า WLTP จะไม่มีแสดงสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่อีกต่อไป

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อย่างเป็นทางการของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่ ได้จากสิ่งพิมพ์ชื่อ ‘แนวทางเกี่ยวกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การปล่อย CO₂ และการใช้พลังงานไฟฟ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่’ ซึ่งสามารถขอรับได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่โชว์รูมของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ หรือที่ DAT, Hellmuth-Hirth-Strasse 1, D-73760 Ostfildern

วิริยะประกันภัย จัดประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ มุ่งส่งเสริมงานบริการ ผ่านเครือข่ายตัวแทน – คู่ค้าพันธมิตร

0

นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธาน “การประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ” พร้อมนำคณะผู้บริหารระดับสูง และผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมวางแผนกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของตัวแทนประกันวินาศภัย และยกระดับมาตรฐานการดูแลคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ ให้มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสนับสนุนเครื่องมือทางการตลาด ที่ช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับเครือข่ายตัวแทน ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าผู้เอาประกันภัย ด้วยบริการประกันวินาศภัยที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้จัดการประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการงานสาขา ทั้ง 6 ภูมิภาค และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายตัวแทนและพันธมิตรทางธุรกิจ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และได้รับความคุ้มครองสูงสุด

“นิสสัน” ส่งมอบ นิสสัน นาวารา ให้ WWF “ทน พร้อม ลุย” พิชิตทุกภารกิจ

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย ส่งมอบรถ นิสสัน นาวารา รุ่น PRO-4X จำนวน 2 คัน ให้กับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย หรือ WWF ประเทศไทย ตามที่ได้สั่งซื้อ โดยมี วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย สายงานฝ่ายวางแผนองค์กร สายงานประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ และ ฝ่ายวิจัยการตลาด ร่วมกับ ชาตรี ชุดบุญธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันเซลส์ จำกัด เป็นส่งมอบให้กับ รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน WWF มีผู้สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคนจากทั่วโลกและเครือข่ายขององค์กรทำงานร่วมกันมากกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนโดยที่มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล

นิสสัน 2

เมื่อปีที่ผ่านมา นิสสันได้สนับสนุน นิสสัน นาวารา รุ่น PRO-4X จำนวน 2 คัน เพื่อสนับสนุนทาง WWF ประเทศไทย ใช้ในภารกิจศึกษา วิจัย ดูแล ฟื้นฟูพื้นที่ป่า และสัตว์ป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี และโครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ในภารกิจหลัก คือ การวิจัย เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผืนป่า และสัตว์ป่าสำคัญ เช่น เสือโคร่ง ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์-คลองลาน จ.กำแพงเพชร

นิสสัน นาวารา “ทน พร้อม ลุย” โดดเด่นในด้านสมรรถนะ ความทนทาน และการบรรทุกหนัก พร้อมทั้งความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และระบบความปลอดภัยที่ให้มาแบบครบครัน ด้วยโครงสร้างแชสซีทำจากเหล็กกล้า รองรับทุกการบรรทุกหนักได้อย่างจุใจ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร (Nm) เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนาน ควบคุมได้ดังใจ ให้ประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกเต็มพิกัดกับฝาท้ายที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิด และขนของที่กระบะได้สะดวก ตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก