Home Blog Page 69

“เอ็มจี” สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดตัว MG Cyber Family 3 รุ่นเด่น พร้อมเผยโฉม Smart Cabin ร่วมกับ OPPO ที่งาน Shanghai Auto Show 2025

0
MG 1

SAIC MOTOR CORPORATION หนึ่งในผู้ผลิต ยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน และบริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดตัว “MG Cyber Family” อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกสู่สายตาชาวโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 นำทัพโดยรถต้นแบบสุดล้ำ NEW MG Cyber X สไตล์ Boxy SUV สะท้อนแนวคิดยานยนต์แห่งอนาคตที่ทรงพลัง และต่อด้วยการเผยโฉม NEW MG CYBERSTER MY2026 ที่มาพร้อม 2 สีใหม่ และ NEW MG CYBERSTER Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปีของแบรนด์ เอ็มจี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของ เอ็มจี ในการนำเสนอยนตรกรรมยุคใหม่ แต่ยังแสดงถึงจุดยืนการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก หลังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของ เอ็มจี และ OPPO บริษัท ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนา “Smart Cabin” หรือห้องโดยสารอัจฉริยะที่หลอมรวมการขับขี่และการเชื่อมต่อเข้าไว้ในหนึ่งเดียว ที่พร้อมถ่ายทอดนิยามแห่งการเป็น “Third Space” ที่จะมอบประสบการณ์ การใช้งานภายในห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงการบริการอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ใช้งานเชิงลึก ยกระดับยานยนต์สู่พื้นที่ดิจิทัลเคลื่อนที่ โดยจะถูกนำมาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ของ เอ็มจี เป็นรุ่นแรก

MG Cyber Family 6

 

NEW MG Cyber X โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “การผสานมรดกนวัตกรรมยานยนต์ล้ำค่าสู่มิติใหม่แห่งอนาคต”

NEW MG Cyber X เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Global Urban Adventure Toy” ด้วยการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การผจญภัยของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาและออกแบบโดย Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ด้วยโครงสร้างสูงสง่า เส้นสายด้านหน้าและด้านท้ายสั้น สื่อถึงความมั่นใจ ตัวถังเคลือบด้วยสี “Stardust Gray” ที่เมื่อจอดนิ่งจะเป็นสีด้าน และเงาวาวเมื่อเคลื่อนไหว ไฟหน้าแบบป๊อปอัพสุดคลาสสิก ผสมผสานกับหลักอากาศพลศาสตร์ยุคใหม่เกิดเป็นความสง่างามที่ล้ำสมัย

MG Cyber Family 2

 

NEW MG Cyber X สะท้อนการพลิกบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ เอ็มจี จากแบรนด์ผู้ที่สร้างตำนานในสนามแข่งรถ สู่การเป็นผู้นำด้านการเดินทางหลากมิติ ไม่ว่าจะเป็น การลุยเส้นทางออฟโรด การขับขี่ในเมืองใหญ่ หรือการใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างมีสไตล์ พร้อมขยายตัวตนจากความสปอร์ตคลาสสิก สู่วิถีชีวิตที่เน้นความเฉพาะตัวและความอิสระ ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์เหนือความคาดหมาย

NEW MG CYBERSTER MY2026 อัปเกรดเต็มรูปแบบ เติมความเร้าใจแห่งการขับขี่

NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดเตอร์ระดับไอคอนิก ยนตรกรรมที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากรถสปอร์ต ในตำนานอย่าง MGB Roadster ไว้อย่างเต็มขั้น กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่กับ NEW MG CYBERSTER MY2026 พร้อมการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และสีภายนอกใหม่ 2 เฉด ได้แก่ สีฟ้า Iris Blue และ สีเทา Andes Gray ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบทูโทนที่มีให้เลือกทั้ง แดง/ดำ และ เทา/ขาว เพิ่มมิติความหรูหราและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีการปรับแต่งแผงตกแต่งให้เข้าชุดกับสีตัวถัง สร้างความกลมกลืนในอีกระดับ และแผงกันลมดีไซน์พิเศษ ที่ช่วยลดแรงลมในห้องโดยสารได้ถึง 90% ผสานความสง่างามกับความเร้าใจได้อย่างลงตัว

MG Cyber Family 4

นับตั้งแต่เปิดตัว NEW MG CYBERSTER ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้าในจีนจาก 0% เป็น 10% ภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมยอดส่งมอบกว่า 3,000 คันทั่วโลกภายใน 6 เดือน ส่งผลให้ NEW MG CYBERSTER ผงาดขึ้นเป็นโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดของโลก และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ NEW MG CYBERSTER เอ็มจี จึงเตรียมเปิดตัวรุ่นพิเศษ NEW MG CYBERSTER Black Edition ที่สะกดทุกสายตาด้วยสีดำเงาสุดหรู ตัดด้วยรายละเอียดโครเมียมที่เปล่งประกายอย่างมีชั้นเชิง นอกจากนี้ เอ็มจี ยังเตรียมเผยโฉม MG Cyber GTS หลังคาแข็ง สู่ตลาดในเร็ว ๆ นี้ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ เอ็มจี ในการนำเสนอความหลากหลายให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

MG × OPPO ผนึกกำลังเปิดตัว Smart Cabin ยกระดับห้องโดยสารสู่ “Third Space” แห่งอนาคต

ภายในงาน Shanghai Auto Show 2025 นอกจากการเผยโฉมยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สะกดทุกสายตาแล้ว บริษัทแม่ของ เอ็มจี อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ยังสร้างอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง OPPO ภายใต้แนวคิด “Ecosystem Without Borders” หรือ ระบบนิเวศแบบไร้พรมแดน ที่มุ่งหลอมรวมโลกของการขับเคลื่อนเข้ากับระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cabin) ที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์ เอ็มจี รุ่นใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยการผสานสมาร์ทโฟนและรถยนต์ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมข้ามอุปกรณ์ (Cross-device Control) การให้บริการที่ตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไปจนถึง AI อัจฉริยะที่เรียนรู้และปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ

 

ห้องโดยสารในคอนเซ็ปต์ “Smart Cabin” จึงเปรียบได้กับ “Cockpit in your pocket” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ในการเดินทาง แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง พลิกโฉมรถยนต์ให้กลายเป็น “พื้นที่ที่สาม” หรือ “Third Space” ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านและที่ทำงานได้อย่างลงตัว พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ

 

 

 

“GWM” ยกทัพทั้ง 6 แบรนด์ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ ร่วมโชว์ศักยภาพ ในงาน Auto Shanghai 2025 สะท้อนความแข็งแกร่งด้านยนตรกรรมแห่งอนาคตในเวทีระดับโลก

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เตรียมแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์สุดอัจฉริยะครบทุกมิติในงาน Auto Shanghai 2025 ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการขนทัพ 6 แบรนด์หลักในเครือ GWM ทั้ง GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน โดยไฮไลต์ในบูธ GWM คือการจัดแสดงนวัตกรรม 2 โซนหลักได้อย่างสร้างสรรค์ ได้แก่ “Tech Life” หรือไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และ “Off-Road” ที่สะท้อนความสมบุกสมบันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายลุย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความสนุกอีกมากมายภายในบูธให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์เพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกด้านให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พลังงานทางเลือก และระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ยานยนต์อัจฉริยะของ GWM ได้อย่างครบวงจร สอดคล้องแนวคิดระดับโลกอย่าง “GWM Go With More”

GWM 2

เปิดตัวทัพรถยนต์รุ่นใหม่สุดล้ำ เพื่อการเดินทางแห่งอนาคตผ่าน 2 โซน 2 สไตล์

สำหรับโซน “Tech Life” GWM จะเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์จาก GWM HAVAL, GWM WEY และ GWM ORA โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี Hi4, ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ สำหรับ GWM HAVAL มาพร้อมกับ 2 รุ่นใหม่ที่มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อน Hi4 ได้แก่ GWM HAVAL B07 เจเนอเรชันที่ 2 และ GWM HAVAL B26 สำหรับ GWM WEY มาพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ MPV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง GWM WEY 80 และสีใหม่ของรุ่น SUV อย่าง GWM WEY 07 และสำหรับ GWM ORA ชูจุดเด่นด้วยรุ่นพิเศษอย่าง “Lightning Cat Touring Edition” ที่ผสมผสานดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยแฟชั่น เทคโนโลยีและนวัตกรรม และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว ในขณะที่โซน “Off-Road” เป็นพื้นที่นำเสนอสมรรถนะของรถยนต์สายลุยอย่าง GWM TANK, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles โดย GWM TANK มาพร้อมกับการเปิดตัว GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ 3.0T พร้อมระบบกันสะเทือนแบบเพลาแข็ง (Solid Axle Suspension) สำหรับ GWM POER มาพร้อมกับการเผยโฉม GWM POER SAHAR Hi4-T ในระดับ Global Presale เพื่อทดลองวางจำหน่ายในตลาดโลก และเอาใจเหล่านักบิดสายทัวร์ริ่งผู้ชื่นชอบการเดินทางระยะไกลด้วยบิ๊กไบค์อย่าง GWM SOUO Motorcycles ที่จะจัดแสดง รุ่น Custom-Painted Editions ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์เฉพาะตัว ร่วมกับเครื่องยนต์ Flat-8 แบบวางนอน ที่ถูกพัฒนาโดย GWM เพื่อมอบประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัดให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

GWM 9

 

GWM 3

พบกับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะอย่าง Hi4 และ Coffee Pilot Ultra ขับเคลื่อนวงการยานยนต์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
GWM เดินหน้าพัฒนาและจัดแสดงนวัตกรรมอย่าง “Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD)” ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะที่สามารถปรับการทำงานระหว่างขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อได้อย่างชาญฉลาด ลดการใช้พลังงานและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานในทุกการขับขี่ นอกจากนี้ GWM ยังมาพร้อมกับการเปิดตัวระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับสูง “Coffee Pilot Ultra” กับไฮไลต์สำคัญอย่างการทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน และยังรองรับการนำทางแบบจุดต่อจุดได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ “NOA (Navigate on Autopilot)” ที่ผ่านการทดสอบบนถนนจริงมากว่า 9 ล้านกิโลเมตร ร่วมกับการจำลองเสมือนจริงกว่า 50 ล้านกิโลเมตร ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมการใช้งาน ตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงพื้นที่ในชนบท

GWM 6

โซน GWM Life เติมเต็มไลฟ์สไตล์เคลื่อนที่อัจฉริยะในทุกการใช้ชีวิต
นอกจากสองโซนหลักที่ GWM ได้มีการจัดขึ้นแล้ว ภายในบูธยังมีโซน “GWM Life” ที่นำเสนอแนวคิดการใช้ชีวิตแห่งอนาคตด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ยานยนต์ อาทิ รถยนต์ UTV ขนาดเล็กสำหรับออฟโรดรุ่นแรกที่พัฒนาโดย GWM ซึ่งเตรียมเข้าสู่สายการผลิตเพื่อการจำหน่ายอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงโต๊ะหมุนลอยตัวที่สามารถใช้งานภายในรถยนต์ อีกทั้งยังมีกล่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานภายในรถยนต์ได้อย่างชาญฉลาด ทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านยานยนต์ล้ำสมัยและการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

GWM 8

GWM ยังคงมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านกลยุทธ์แบบบูรณาการทั้งในด้านแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ตลาด และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ปัจจุบัน GWM มีช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่า 1,400 แห่งทั่วทุกมุมโลก โดยมียอดผู้ใช้งานสะสมทะลุ 15 ล้านราย และยอดขายสะสมในตลาดต่างประเทศสูงกว่า 1.9 ล้านคัน โดยสามารถทำยอดขายในต่างประเทศได้ถึง 454,100 คันภายในปีเดียว (ปี 2567) สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก และความแข็งแกร่งในทุกด้านของแบรนด์ GWM ในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

“อีซูซุ” จัดเต็มกับโปรโมชันสุดคุ้มในแคมเพจ์น “ยิ่งใช้นานยิ่งเฮ! อีซูซุเปย์ 4 ต่อ!” ทั้งประหยัด ทั้งมั่นใจทุกการเดินทาง!

0
อีซูซุ 1

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุใช้บริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุกับโปรโมชันสุดคุ้มเพื่อลูกค้าคนสำคัญในแคมเพจ์น “ยิ่งใช้นานยิ่งเฮ! อีซูซุเปย์ 4 ต่อ!” พร้อมรับสิทธิพิเศษความคุ้ม 4 ต่อ ที่คุณไม่ควรพลาด ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2568 – 31 สิงหาคม 2568

อีซูซุ 2

รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น
•ต่อที่ 1 เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 7 ลิตร เกรดมาตรฐาน ในราคาเพียง 1,199 บาท (รวมค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม)
•ต่อที่ 2 แพ็กเกจคืนความฟิต จะรถปีไหนก็ฟิตเหมือนใหม่ได้ คืนความมั่นใจให้รถคุณ
oแพ็กเกจเปลี่ยนแผ่นกันความร้อนฝากระโปรง เริ่มต้น 1,199 บาท
oแพ็กเกจเปลี่ยนยางแท่นเครื่องและแท่นเกียร์ เริ่มต้น 5,699 บาท
oแพ็กเกจเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ออโต้ พร้อมไส้กรองเกียร์และท่อยางน้ำมันเกียร์ออโต้ เริ่มต้น 5,999 บาท (รวมค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม)
•ต่อที่ 3 ยิ่งใช้นาน ยิ่งลดเยอะ!
oรถอายุ 7 ปีขึ้นไป รับส่วนลดอะไหล่สูงสุดถึง 20%
oรถอายุน้อยกว่า 7 ปี รับส่วนลด 5%
•ต่อที่ 4 ยิ่งซ่อม ยิ่งคุ้ม!
oคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้ในครั้งถัดไป (เฉพาะลูกค้ารถอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่มีค่าใช้จ่ายหลังหักส่วนลดและรวมภาษี 5,000 บาทขึ้นไป)

สิทธิพิเศษเพิ่มเติม ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ส่วนลดยางยี่ห้อบริดจสโตน สูงสุด 2,000 บาท

รถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น)
•ต่อที่ 1 แพ็กเกจเปลี่ยนจาระบีลูกปืนล้อ เริ่มต้นเพียง 3,500 (รวมจาระบี ซีลล้อ ค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม) เปลี่ยนจาระบีทันใจ ภายใน 4 ชั่วโมง
•ต่อที่ 2 ส่วนลดอะไหล่ สูงสุด 15% อาทิเช่น ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ อุปกรณ์ดักจับความชื้น อะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน
•ต่อที่ 3 ส่วนลดยางบริดจสโตน สำหรับรถบรรทุก รุ่น NLR และ NLR Lite เมื่อเปลี่ยนครบ 4 เส้น
oส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท
oฟรี! ค่าแรง
•ต่อที่ 4 ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ (ครอบคลุม 50 รายการ)

ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม.

กลับมาเติมความมั่นใจให้รถคู่ใจวันนี้ พร้อมรับความคุ้มที่มากกว่าเดิมจากอีซูซุ ให้รถของคุณได้รับการดูแลอย่างดีจากมืออาชีพที่คุณไว้ใจ ท่านสามารถรับสิทธิพิเศษทั้งหมดนี้ได้ที่แอพพลิเคชัน my-ISUZU (ดาวน์โหลดผ่าน Google play store และ App store)

เข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2568 – 31 สิงหาคม 2568 สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

#ศูนย์อีซูซุวางใจได้ #ศูนย์บริการอีซูซุวางใจได้ตลอดการใช้งาน

“ฮอนด้า” ประกาศแต่งตั้ง “โคจิ อิวานามิ” ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ตั้งเป้ามัดใจลูกค้าด้วยการส่งมอบประสบการณ์ขั้นกว่าที่เชื่อมโยง ในทุกทัชพอยต์ (Touchpoint) ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ พร้อมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

0
Honda 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นายโคจิ อิวานามิ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งอย่างรอบด้าน ทั้งการวิจัยและพัฒนายานยนต์ การพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ โดยการเข้ารับตำแหน่งฯ ของนายโคจิ อิวานามิ ในครั้งนี้ พร้อมที่จะผลักดันและขับเคลื่อนคุณค่าหลักของฮอนด้าไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สร้างความผูกพันกับลูกค้า โดยทำให้ฮอนด้ากลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าไว้วางใจด้วยบริการหลังการขายที่อุ่นใจไร้กังวลในทุกเส้นทาง

Honda 2

นายโคจิ อิวานามิ มีความหลงใหลในรถยนต์มาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนตร์สูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลาวัน (Formula One) ที่ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาศึกษาต่อด้านวิศวกรรมเครื่องกล ด้วยเป้าหมายที่แน่วแน่ในการร่วมงานกับฮอนด้า เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบที่เขาใฝ่ฝัน
ในปีพ.ศ. 2546 นายโคจิ อิวานามิ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับฮอนด้าในตำแหน่งวิศวกรออกแบบระบบปรับอากาศ ณ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เขาจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์รถยนต์ฮอนด้า รุ่นต่าง ๆ รวมถึงมีบทบาทเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า เอชอาร์-วี (พ.ศ.2557) ที่เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในระดับโลกและประเทศไทย จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างรอบด้าน จึงได้รับโอกาสก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนารถยนต์ โดยได้รับผิดชอบในกระบวนการพัฒนารถยนต์ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การวิจัยและพัฒนา การผลิต และการขาย

ผลงานที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นายโคจิ อิวานามิ จึงได้รับความไว้วางใจในการนำฮอนด้าไปสู่การเติบโตอีกขั้น โดยเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหน่วยธุรกิจ ส่วนงานยานยนต์ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และต่อมาได้รับโอกาสให้บริหารงานธุรกิจของฮอนด้าในต่างประเทศ โดยได้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ บริษัท อเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของฮอนด้า โดยดูแลทั้งด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนา และแผนการขายสำหรับรถยนต์รุ่นหลัก เริ่มจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ก่อนที่จะขยายไปดูแลเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (BEV) และvยังได้ขยายบทบาทการบริหารจัดการในการดูภาพรวมกลยุทธ์ทางธุรกิจตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ทั่วตลาดสหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ที่ครอบคลุมรอบด้านกว่า 20 ปี การเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของฮอนด้า โดยมีนายโคจิ อิวานามิ ที่พร้อมนำทัพฮอนด้าสู่การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า คือเพื่อนคู่ใจที่ไว้วางใจได้ในทุกเส้นทาง สร้างความผูกพันเชื่อมโยงกับลูกค้า ควบคู่ไปกับการส่งมอบยนตรกรรมอันยอดเยี่ยมที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจ เพื่อก้าวสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ แห่งการขับเคลื่อน โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าในทุกทัชพอยต์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมั่นและไว้วางใจได้ในผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายของเรา ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ยุคการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เป้าหมายของผมคือการยกระดับและตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าในประเทศไทย เพื่อที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์และเหนือความคาดหมายของลูกค้าไปอีกขั้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจตลอดการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า”

ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง นายโคจิ อิวานามิ พร้อมนำ ฮอนด้า ก้าวไปข้างหน้าโดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ บริการที่ไร้รอยต่อและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับตัวแทนเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน ฮอนด้า ตั้งเป้าที่จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตยานยนต์ในประเทศไทย พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างต่อเนื่อง และสานต่อพันธกิจในฐานะองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน

มาสด้ายกระดับการบริการหลังการขายปรับค่าแรงมาตรฐานใหม่ พร้อมเปิดตัวโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus

0

มาสด้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้านบริการหลังการขาย ด้วยนโยบายการปรับค่าแรงมาตรฐานใหม่ทั่วประเทศ เป็น 600 บาท/ชม. สำหรับต่างจังหวัด และ 680 บาท/ชม. สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อมอบความสบายใจไร้กังวลให้กับลูกค้า Mazda Family เมื่อนำรถมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus ต่อความคุ้มครอง เพื่อคนแคร์รถ ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่รถยนต์จาก 3 ปี เป็น 5 ปี* อันเป็นสิทธิพิเศษที่จัดขึ้นภายใต้โปรแกรม Mazda Family และตอกย้ำถึงการนำปรัชญาใหม่ Joy Drives Lives เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงแผนการดำเนินธุรกิจมาสด้าตามแนวทาง Customer-Centric โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าในทุก ๆ ประสบการณ์ เพื่อเป็นการคุ้มครองดูแลรถยนต์มาสด้าคันโปรดของลูกค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่นตลอดอายุการใช้งาน

นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นและเป็นไปอย่างครบวงจรให้กับลูกค้า เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention ตามความมุ่งมั่นของเรา โดยในงบประมาณ 2568 นี้ มาสด้าจะขับเคลื่อนงานบริการหลังการขายด้วยกลยุทธ์หลัก 4C ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการคำนึงถึงสิทธิประโยชน์สูงสุดของลูกค้าที่จะได้รับ อันประกอบด้วย

  • Credibility ความน่าเชื่อถือ เพื่อลดความกังวลใจให้กับลูกค้าในการครอบครองรถยนต์มาสด้า ด้วยการยกระดับความสามารถด้านการจ่ายอะไหล่ การซ่อมบำรุง และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์
  • Convenience ความสะดวกสบาย เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ารับบริการที่โชว์รูม
  • Customer Care การดูแลเอาใจใส่ เพื่อสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า
  • Cost of Ownership ลดภาระค่าใช้จ่ายในการครอบครองรถยนต์มาสด้าที่สมเหตุสมผล เพื่อช่วยลดความกังวลใจในเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า

เพื่อผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นและเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า มาสด้าจึงได้นำเอาข้อเสนอแนะของลูกค้ามาพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และได้ออกแบบนโยบายหลังการขายใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับลูกค้า Mazda Family เมื่อนำรถมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ ลูกค้าจะได้รับความสบายใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบำรุงรักษา ด้วยสิทธิพิเศษเหล่านี้

  • นโยบายการปรับค่าแรงใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ค่าแรง 600 บาท/ชม. สำหรับโชว์รูมต่างจังหวัด* และค่าแรง 680 บาท/ชม. สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล* โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถตามระยะ และเช็กพื้นที่ศูนย์บริการมาตรฐานมาสด้า และอัตราค่าแรงมาตรฐานใหม่ได้ที่เว็บไซต์มาสด้า https://www.mazda.co.th/th/maintenance
  • มอบความมั่นใจในทุกการดูแล โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอะไหล่แท้คุณภาพจากมาสด้า
  • เปิดตัวโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus ต่อความคุ้มครอง เพื่อคนแคร์รถ เมื่อนำรถเข้าเช็กระยะต่อเนื่องตามกำหนด*

 

“สำหรับโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus เป็นโปรแกรมที่มาสด้าริเริ่มขึ้นใหม่ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่รถยนต์จาก 3 ปี เป็น 5 ปี* สำหรับชิ้นส่วนเครื่องยนต์ท่อนตรง เกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา เทอร์โบชาร์จเจอร์ และคาปาซิเตอร์ โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเล็กน้อยคือเป็นรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และมีประวัติการเข้าเช็กตามระยะครบตามกำหนดทุก 6 เดือน หรือทุก 10,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ครบทุกระยะ ซึ่งลูกค้าสามารถลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ https://m.mazda.co.th/WarrantyPlusRegistrationนายศราวุฒิ กล่าว

มาสด้ายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนงานในการนำเสนอโปรแกรมเพื่อมอบสิทธิพิเศษดี ๆ เช่นนี้ให้กับลูกค้าต่อไป สำหรับลูกค้า Mazda Family ที่ต้องการรับข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้าก่อนใคร สามารถเพิ่มเพื่อนผ่านแพลตฟอร์มไลน์ Mazda Sky Journey (Line Official Account: @skyjourney) นอกจากจะสามารถเช็กสิทธิพิเศษนี้ได้ก่อนใครแล้ว ลูกค้ายังสามารถทำการจองนัดหมายล่วงหน้า เพื่อนำรถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้เช่นกัน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” และ “มิตซูคำวาลุย ออโต้ ไทยแลนด์” จับมือ “วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา (ช.พ.น.)” เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิ สนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

0
Mitsubishi Motor1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา (ช.พ.น.) จับมือเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิ อย่างเป็นทางการพร้อมมอบเครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการฝึกอบรมด้านเทคนิค ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ อีกทั้ง การเสริมสร้างทักษะและเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับการทำงานจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์

Mitsubishi Motor 2

ในโอกาสที่มีการเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิและการมอบเครื่องยนต์ ยังมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ มอบประสบการณ์ทำงานจริงให้นักเรียนได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส 4N16 รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัยซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนในนิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4N15 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A เฟืองท้าย และชุดแร็คพวงมาลัยเพาเวอร์

Mitsubishi Motor 4นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในสายงานยานยนต์ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเราในการมีส่วนร่วมส่งเสริมการศึกษาของไทยภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ โดยให้โอกาสนักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่ทันสมัยและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติงานจริง เป้าหมายของเราคือการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและสนับสนุนระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน”

Mitsubishi Motor 5

ผศ.ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ผู้จัดการ/ผู้ได้รับใบอนุญาต ช.พ.น. กล่าวแสดงความขอบคุณว่า “ความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อนักเรียนของเรา ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิ และเครื่องยนต์ที่เราได้รับมอบจะช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์จริง และทักษะทางเทคนิคที่จำเป็น เพื่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมยานยนต์ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยสร้างความพร้อมให้นักเรียนสามารถปรับตัวเข้ากับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพิ่มโอกาสและเส้นทางอาชีพของพวกเขา”

Mitsubishi Motor 6

นายจิระศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ ประธานกรรมการ บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะศูนย์บริการที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง การแข่งขันประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา จากการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลกประจำปี 2024 ที่ประเทศญี่ปุ่น บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้ความสำคัญกับการเพิ่มทักษะทั้งของช่างเทคนิคของเราและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการนี้ด้วยการจัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติและการแบ่งปันความรู้ เพื่อช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่มีคุณค่า การร่วมมือกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ไม่เพียงช่วยสนับสนุนภารกิจของวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การทำงานจริงให้กับนักเรียน พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของรถยนต์และเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส”

Mitsubishi Motor 8

บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ยังจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท ซึ่งรถยนต์ทุกรุ่นพร้อมให้ผู้สนใจทดลองขับและสัมผัสอย่างใกล้ชิด

โครงการมอบเครื่องยนต์ให้แก่สถาบันการศึกษา ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

 

“GEELY EX5” คว้าคะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากทั้ง Euro NCAP และ ANCAP พร้อมส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

0
Geely EX5 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี และ GEELY มีความยินดีอย่างยิ่งในการประกาศว่า GEELY EX5 รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับคะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากทั้ง Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) และ ANCAP (Australasian New Car Assessment Program) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จระดับสากลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GEELY ในการคิดค้นพัฒนายานยนต์ที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

GEELY EX5 2

ทั้ง Euro NCAP และ ANCAP ถือเป็นองค์กรระดับโลกด้านการประเมินความปลอดภัยของยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยดำเนินการทดสอบการชนและการประเมินด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ครอบคลุมตั้งแต่การปกป้องผู้โดยสารทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้ร่วมใช้ถนน และประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) โดย GEELY EX5 ได้รับคะแนนความปลอดภัยในระดับสูงสุด 5 ดาวจากทั้งสององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนระดับความปลอดภัย 5 ดาว ของ ANCAP ยังครอบคลุมทุกรุ่นย่อยที่วางจำหน่ายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกด้วย

GEELY EX5 ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (GEA) พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะระดับ 2 (L2 ADAS) ที่ติดตั้งฟังก์ชันความปลอดภัยที่ล้ำสมัย 16 รายการ อาทิ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC), และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA) โดยระบบความปลอดภัยเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อปกป้องความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ร่วมใช้ถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจสูงสุดในทุกการขับขี่

พร้อมกันนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังที่เสริมความแข็งแรงในระดับสูง ผสานกับเทคโนโลยีการกระจายแรงกระแทกแบบ “Cloverleaf” ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ GEELY โดยระบบดังกล่าวสามารถช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องห้องโดยสารและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมั่นใจ

GEELY EX5  3

ความสำเร็จในครั้งนี้ยังได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ GEELY ในฐานะผู้นำด้านระบบความปลอดภัยและนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เสมือนเป็นตัวแทนของแบรนด์ GEELY ในการสะท้อนศักยภาพและขีดความสามารถในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงสู่เวทีสากลที่เพียบพร้อมด้วยมาตรฐานระดับโลกในทุกมิติ

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand

 

“ซูซูกิ” เปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานเพิ่ม 3 แห่ง ยกระดับบริการแบบ S-SOLUTION ครบครัน มุ่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า พร้อมตั้งเป้าขยายครบ 50 แห่ง ในปี 2568

0
ซูซูกิ 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซูซูกิยังคงยึดมั่นในปรัชญา “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับงานบริการอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ซูซูกิก็ยังคงรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการไว้ได้อย่างมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคมาโดยตลอด

ซูซูกิ 2

ในช่วงปีที่ผ่านมา ซูซูกิได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศพัฒนาแนวทางการบริการแบบ S-Solution โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับประสบการณ์การบริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการ ทั้งในด้านการจัดการข้อมูลลูกค้าแบบ Real-Time ผ่านระบบ Dealer Management System (DMS) ซึ่งช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการและประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Hello Suzuki เพื่อเชื่อมต่อการบริการระหว่างลูกค้าและศูนย์บริการได้อย่างราบรื่น ครอบคลุมตั้งแต่การนัดหมายเข้ารับบริการ การติดตามสถานะ ไปจนถึงการตรวจสอบข้อมูลรถ พร้อมทั้งมอบสิทธิพิเศษผ่านระบบสะสมคะแนนจากการเข้ารับบริการที่ศูนย์ซูซูกิทั่วประเทศ

อีกหนึ่งความสำคัญคือการเดินหน้าขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ ซูซูกิเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ถึง 2 รุ่น และเพื่อรองรับความคาดหวังของลูกค้า จึงเร่งเพิ่มศักยภาพการบริการในทุกมิติ

ซูซูกิ 3

“ล่าสุดเราขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานเพิ่มอีก 3 แห่ง และมีแผนจะทยอยเปิดเพิ่มในปีนี้ เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่บริการทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของซูซูกิในการให้บริการที่ได้มาตรฐานสูงสุด และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างยั่งยืน” นายทาดาโอะมิ กล่าว

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิ ถือเป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เราเชื่อมั่นว่าความใส่ใจในงานบริการและการดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ ผ่านความร่วมมือกับผู้จำหน่ายซูซูกิทั่วประเทศ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงมาตรฐานการบริการที่ดีเยี่ยม

ซูซูกิ  4

เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในหลายจังหวัดได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซูซูกิได้จัดพิธีแต่งตั้งศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ได้แก่

ซูซูกิ 6

ลำดับชื่อบริษัทผู้จำหน่ายบริหารงานโดยจังหวัดภูมิภาค
1บริษัท ซูซูกิสุโขทัย ออโต้โมบิล จำกัด (สำนักงานใหญ่)คุณธนพร ซองเหลี่ยมสุโขทัยภาคเหนือ
2บริษัท ซูซูกิสุโขทัย ออโต้โมบิล จำกัด (สาขาสวรรคโลก)คุณธนพร ซองเหลี่ยมสุโขทัยภาคเหนือ
3บริษัท ซูซูกิเจียงอุดร จำกัดคุณกิตติพงษ์ สกุลคูอุดรธานีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายทั้ง 3 แห่งผ่านการรับรองมาตรฐานงานบริการจากบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งผลให้ปัจจุบันซูซูกิมีศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 44 แห่งทั่วประเทศ โดยทุกศูนย์ที่ผ่านมาตรฐานจะต้องมี 5 จุดแข็งสำคัญ ดังนี้

อะไหล่แท้ซูซูกิ – เชื่อมั่นในคุณภาพของอะไหล่แท้ที่ได้รับรองมาตรฐานของซูซูกิ

บริการอย่างมืออาชีพ : มั่นใจในบริการและการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเป็นมิตรและใส่ใจทุกรายละเอียดการซ่อมโดยช่างผู้มีความชำนาญที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการอบรมในการซ่อมรถยนต์ซูซูกิ

เครื่องมือมาตรฐานซูซูกิ : ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจากซูซูกิ ช่วยให้การซ่อมมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมั่นใจในคุณภาพงานซ่อม

สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับรองมาตรฐานซูซูกิ : ใช้สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของซูซูกิ ทำให้สีรถสวยงามและทนทาน เหมือนใหม่จากโรงงาน

ซูซูกิ 7

การรับประกันงานซ่อม : รับประกันงานซ่อมว่ามีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะรับประกันงานซ่อม 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และอะไหล่รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

นายวัลลภยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิมีแผนขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานให้ครบ 50 แห่งภายในปี 2568 เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยยึดถือคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งในด้านงานขายและหลังการขาย เพื่อขอบคุณและตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับซูซูกิอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ซูซูกิยังเดินหน้าสานต่อปรัชญา “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจว่าซูซูกิมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและชุมชนในทุกช่วงเวลาอีกด้วย

“ฟอร์ด” แนะ 5 จุดเช็กสำคัญหลังเดินทางไกล พร้อมโปรแกรมดูแลรถสุดคุ้ม เพื่อให้รถพร้อมลุยต่อทุกเส้นทาง

0
ฟอร์ด 1

เทศกาลสงกรานต์จบลงแล้ว แต่ภารกิจของคนรักรถยังไม่จบ หลังจากรถพาคุณ ครอบครัวและคนสนิทลุยเส้นทางไกล สร้างความทรงจำดีๆ มาแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะตอบแทนรถคันโปรดด้วยการดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อให้พร้อมใช้งานได้เต็มสมรรถนะในทุกการเดินทางครั้งต่อไป

ฟอร์ด 2

ฟอร์ด แนะนำ 5 จุดเช็กสำคัญที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้ามหลังเดินทางไกล พร้อมนวัตกรรมและแพ็กเกจบริการหลังการขายที่ช่วยมอบความอุ่นใจเรื่องค่าใช่จ่ายที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว

5 จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบหลังการเดินทางไกล ได้แก่
1.อย่ามองข้ามน้ำมันเครื่อง: สภาพอากาศร้อนและการเดินทางต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ระบบเครื่องยนต์ทำงานหนัก ควรตรวจสอบทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำมันเครื่อง เพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
2.ของเหลวต่างๆ ต้องพร้อม: ตรวจสอบและเติมน้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเบรก และน้ำฉีดกระจกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งหน้า
3.เช็กเบรกให้มั่นใจ: ตรวจสอบผ้าเบรกและน้ำมันเบรก โดยเฉพาะหากขับผ่านเส้นทางขึ้นเขาหรือการจราจรที่คับคั่ง ทั้งนี้การขับขี่ที่ใช้เบรกบ่อยหรือขับรถเร็ว อาจทำให้ผ้าเบรกหรือยางสึกหรอเร็วกว่าปกติ
4.ช่วงล่างต้องพร้อมลุย: ตรวจสอบโช้คอัพและชิ้นส่วนช่วงล่างหลังผ่านเส้นทางขรุขระหรือการบรรทุกสัมภาระหนัก
5.เช็กลมยางและดอกยาง: เช็คความดันลมยางและสภาพดอกยาง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และช่วยประหยัดเชื้อเพลิง

ฟอร์ด 4

เทคโนโลยีการตรวจสอบรถยนต์ฟอร์ดอัจฉริยะเพื่อให้ลูกค้าวางแผนเข้ารับบริการได้อย่างแม่นยำและเหมาะสม
การตรวจเช็ก 5 จุดข้างต้นหลังการเดินทางไกลจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องมือมาตรฐาน เจ้าของรถฟอร์ดสามารถมั่นใจในมาตรฐานการบริการจากศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานระดับโลก และอุปกรณ์วิเคราะห์ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำ โดยฟอร์ดมีระบบ Intelligent Oil-Life Monitor (IOLM) ที่คอยตรวจวัดคุณภาพน้ำมันเครื่องแบบเรียลไทม์ ซึ่งหากระบบแจ้งเตือนที่ระดับ 5% เจ้าของรถควรนำรถเข้าตรวจเช็กภายใน 2 สัปดาห์ หรือ 800 กิโลเมตร ช่วยให้ลูกค้ารถฟอร์ดวางแผนการเข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชัน FordPass ที่ให้ลูกค้าตรวจสอบสถานะของรถยนต์ได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายดาย

ฟอร์ด 5

คุ้มค่ากว่า ด้วยโปรแกรมดูแลรถที่คิดมาเพื่อเจ้าของรถตัวจริง
รถยนต์ฟอร์ดมีระยะการเข้าศูนย์บริการที่นานกว่ารถทั่วไป โดยกำหนดไว้ที่ทุก 15,000 กิโลเมตรหรือ 12 เดือน พร้อมโปรแกรม ‘น้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (Oil Save Pack – OSP)’ ที่ช่วยประหยัดเพิ่มขึ้นถึง 11% เมื่อซื้อเป็นแพ็กเกจสำหรับการเข้ารับบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับรถที่หมดระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่แล้ว ฟอร์ดยังมอบข้อเสนอสุดคุ้มด้วยโปรแกรม ‘ชุดน้ำมันเครื่องราคาประหยัด (Eco OSP)’ เพิ่มทางเลือกน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ แพ็กเกจ 3 ครั้ง เริ่มต้นเพียง 4,007 บาท พร้อมไส้กรองและค่าแรง

ฟอร์ด 6

พิเศษ! โปรแกรมเด็ดต้อนรับหน้าร้อน ฟอร์ดจัดแคมเปญส่วนลดชุดน้ำมันเครื่องสูงสุด 400 บาท และส่วนลดโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะสูงสุด 700 บาท พร้อมโปรโมชั่นยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ และสำหรับลูกค้าที่มีใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป รับฟรีเก้าอี้สนาม รุ่น ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ โปรโมชั่นพิเศษนี้ถึง 30 มิถุนายน 2568

Ford Care มั่นใจยิ่งขึ้นในระยะยาว
Ford Care คือ โปรแกรมขยายระยะการรับประกันคุณภาพรถยนต์ ที่ช่วยให้คุณวางแผนการถือครองรถในระยะยาวได้อย่างอุ่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหลังหมดระยะรับประกันจากโรงงาน มีระยะความคุ้มครองที่หลากหลาย ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้รถและความต้องการของลูกค้า โดยมีให้เลือก 2 แพ็กเกจ
•โกลด์ แพ็กเกจ (Gold Package) ครอบคลุมชิ้นส่วนอะไหล่ตัวรถกว่า 1,000 รายการ
•ไดร์ฟไลน์ แพ็กเกจ (Driveline Package) เน้นความคุ้มครองในส่วนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ฟอร์ดให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าในทุกช่วงเวลาการใช้งาน เรามุ่งมั่นสร้างความคุ้มค่าในการถือครองรถระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัยที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวก และวางแผนการดูแลรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยแพ็คเกจต่างๆ ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าอย่างแท้จริง ทำให้การเป็นเจ้าของรถฟอร์ดนั้นมีความคุ้มค่าและแข่งขันได้ในตลาด สะท้อนความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวและมอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน”

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด YouTube Ford Thailand TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand

“OMODA” & “JAECOO” ผนึกกำลังจัดทัพผู้บริหารระดับแนวหน้า พร้อมนำแบรนด์ “Chery” มุ่งสู่การแข่งขันในตลาดไทยอย่างเต็มตัว

0
Omada & Jaecco 1

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ประกาศความพร้อมเต็มร้อยในการนำทัพยนตรกรรมชั้นนำมาสู่ตลาดประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์จากผู้บริหารระดับแนวหน้า นำโดย นายฉี เจี๋ย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเปิดตัวทีมผู้บริหารใหม่อย่างเป็นทางการ เตรียมผลักดันแบรนด์ OMODA & JAECOO และ Chery สู่การแข่งขันอย่างเต็มตัว

หลังจากที่ได้ประกาศความพร้อมในการขยายเข้าสู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ที่ผ่านมา ล่าสุด OMODA & JAECOO และ Chery ได้ผนึกกำลังโดยทีมผู้บริหารระดับแนวหน้า ร่วมขับเคลื่อนแบรนด์สู่การแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ นำทัพโดย ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและประสบการณ์มากมายในการขยายตลาดยานยนต์ไปยังประเทศในภูมิภาคต่างๆ พร้อมด้วย พิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ขุนพลคู่ใจที่จะเข้ามาร่วมวางกลยุทธ์การตลาดและกำหนดทิศทางของแบรนด์ เสริมกำลังด้วย บิล จาง ผู้อำนวยการ แบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ผู้นำที่ได้สั่งสมประสบการณ์ในวงการยานยนต์ในประเทศจีนมาอย่างยาวนาน และ จิม ลี ผู้อำนวยการ แบรนด์ เชอรี ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ผู้เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์การทำงานกับ Chery International มาอย่างยาวนาน

Chery Automobile คือตัวอย่างที่แท้จริงของการพัฒนานวัตกรรมยนตกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด จากการก่อตั้งในปีค.ศ. 1997 จนกลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก บริษัทฯไม่เพียงแต่ผลิตรถยนต์ หากแต่สร้างสรรค์อนาคตด้วยปรัชญาที่มุ่งเน้นนวัตกรรม ความยั่งยืน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยพนักงานกว่า 25,000 คน กับการดำเนินงานใน 110 ประเทศ และผู้ใช้มากกว่า 15 ล้านคน Chery ได้พิสูจน์แล้วว่า รถยนต์สัญชาติจีนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างอิทธิพลในระดับสากลได้อย่างแท้จริง การันตีด้วยความสำเร็จจากการส่งมอบรถยนต์ 2.6 ล้านคันทั่วโลกในปีพ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยสำหรับประเทศไทย Chery Automobile ได้ส่งมอบนวัตกรรมผ่านแบรนด์ลูกอย่าง OMODA และ JAECOO เพื่อบุกเบิกตลาดเป็นการนำร่อง โดยเฉพาะการเปิดตัว OMODA C5 EV, JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างเกินความคาดหมาย ตลอดจน JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ที่เปิดตัวล่าสุดในงาน Motor Show 2025 นับเป็นยนตรกรรมที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งภูมิภาค ซึ่งในช่วงระหว่างงาน Bangkok Motor Show 2025 ที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้รับการสนับสนุนและไว้วางใจ ด้วยยอดจองถึง 2,568 คัน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จ ตามที่แบรนด์ได้รับยกย่องว่า OMODA & JAECOO เป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การเสริมทีมผู้บริหารระดับแนวหน้า

ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า การก้าวเข้าสู่ประเทศไทยของ OMODA & JAECOO ไม่เพียงแต่เป็นการขยายตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการกรุยทางให้ Chery กลับมาทำตลาดในไทยอีกครั้ง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสร้างอนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างล้ำสมัยและยั่งยืน

“วันนี้ เราไม่เพียงแค่รวมตัวกัน แต่เรากำลังปฏิวัติอนาคตแห่งยานยนต์ OMODA, JAECOO และ Chery เชื่อในพลังของการทำงานร่วมกัน จึงได้รวบรวมนักคิด นวัตกร และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนงจากทั่วโลกมาร่วมบุกเบิกอนาคต หลอมรวมความคิด พลังสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ เราเชื่อในพลังของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการท้าทายขีดจำกัดเดิมๆ เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราพร้อมที่จะสร้างประสบการณ์การเคลื่อนที่แห่งอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยความมุ่งมั่น นวัตกรรม และความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ เราพร้อมพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า OMODA, JAECOO และ Chery ไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่เป็นขุมพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง” ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าว

การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ OMODA & JAECOO และ Chery ในการขยายตลาดสู่ประเทศไทย พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก ด้วยความสำเร็จที่ผ่านมา บริษัทมุ่งหวังที่จะสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไทยอย่างแท้จริง