Home Blog Page 68

เมโทร กรุ๊ป” เปิด ZEEKR Metro Flagship บางนา กม.5 ชูประสบการณ์กว่า 70 ปี เติมเต็มความเชื่อมั่นตลาดรถอีวีไทย

0

“บดินทร์ บุญวิสุทธิ์” ผู้บริหาร “เมโทร กรุ๊ป” ต่อยอดธุรกิจรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม เป็นตัวแทนจำหน่าย ZEEKR เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาบางนา ปักหมุดเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ลูกค้า ตั้งเป้ายอดขาย 60 คันต่อเดือน

นายบดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมโทร กรุ๊ป จำกัด เผยว่าภายใต้หลักการ Win Win Win ความซื่อสัตย์และจริงใจกับคู่ค้าทางธุรกิจและลูกค้าที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้เมโทร กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงทางธุรกิจยานยนต์มากว่า 70 ปี สามารถสร้างเป็นเครือข่ายยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานลูกค้ามากกว่า 200,000 ราย”

“นวัตกรรมพลังงานสะอาดของรถยนต์ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมของเราและเป็นแรงบันดาลใจให้เลือก ZEEKR รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยเหตุผลที่ว่า ZEEKR เป็นบริษัทในเครือ Geely Automobile ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่จากประเทศจีนที่มีความมั่นคง มีความหลากหลายของยานยนต์ที่อยู่ในความดูแล และ ZEEKR มีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีต่างๆ ในลักษณะของการผสานกันระหว่างยานยนต์ตะวันออกและตะวันตก (East Meet West) และการจับมือกับ ZEEKR ในครั้งนี้ส่งให้ เมโทร กรุ๊ป ก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจยานยนต์ครบวงจร ประเดิมเปิด ZEEKR Metro Flagship โชว์รูมและศูนย์บริการ ที่บางนา กม. 5 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 60 คันต่อเดือน”

“ZEEKR Metro Flagship” มีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกกระบวนการของการซื้อ และบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “Customer-first Experience” เชื่อมต่อนวัตกรรมล้ำสมัย ความพรีเมียม และไลฟ์สไตล์ ไว้ในที่เดียวกัน ผ่าน 3 หลักการคือ Hardware มีโชว์รูม  ที่กว้างขวาง สวยงาม สะดวกสบาย ด้วยพื้นที่จัดแสดงรถขนาดหน้ากว้าง 92 เมตร พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คาเฟ่เต็มรูปแบบ และ Share Working Space ที่สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย

หลักการที่สอง Software ระบบการทำงานและการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ที่จะเป็นผู้ช่วยที่ดีให้กับลูกค้าในการมารับบริการ และหลักการสุดท้าย Peopleware เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ในทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบการบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อาทิ โปรแกรม “Metro Lux” ที่ให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกสามารถสะสมคะแนน และรับสิทธิพิเศษมากมาย”

นอกจากนี้ เรามีบริการ “ใกล้ไกล เรา ใกล้คุณ” เป็นการบริการส่งรถทดลองขับถึงบ้านลูกค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย บริการรับ-ส่งรถเมื่อถึงกำหนดเข้ารับบริการ โดยการนัดหมายล่วงหน้า บริการรถสำรองให้ลูกค้า บริการรถสไลด์ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นต้น

ซึ่งเมื่อผนวกแนวคิดการทำงานแบบ “มาด้วยกัน ไปได้ไกล – Together We Can” ของเมโทร กรุ๊ป เข้ากับวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของ ZEEKR แล้ว เรามั่นใจว่าลูกค้าจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน”

โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR Metro Flagship บางนา ก.ม.5 พร้อมให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. ติดตามข่าวสารของ ZEEKR Metro เพิ่มเติมได้ที่ https://zeekrmetro.com หรือ Facebook : ZEEKR Metro หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-0123-999

“BIG MOTOR SALE 2025” เดินหน้าทุกฝ่าย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ

0
BIG MOTOR SALE 2025 1

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2025 วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ พร้อมคณะทำงานจาก ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป, บริษัท เอ็น.ซี.ซี. อิมเมจ จำกัด และไบเทค ประชุมแถลงความพร้อมการจัดงาน ร่วมกับตัวแทนผู้แสดงงานทุกแบรนด์ ทุกประเภทยานยนต์ เริ่ม 22 – 31 สิงหาคม 2568 ที่ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

BIG MOTOR SALE 2025 3

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “Mercedes EQE 300 Sedan” ลักซูรี่ซีดานไฟฟ้าสุดเนี๊ยบ ชาร์จเต็มวิ่งทางไกลสบาย พละกำลังเหลือๆ เสี่ยสายสะสม ไม่ควรพลาด

0
Mercedes EQE 300 Sedan 1

Mercedes EQE 300 Sedan ยนตรกรรมระดับลักซูรี่ซีดาน จะว่าไปมันคือ EQS ย่อส่วนก็ว่าได้ แถมยังเป็นรุ่นสุดท้ายในกลุ่มของรถในตระกูล EQ ก่อนจะกลับไปเป็นหนึ่งเซกเมนต์ของ Mercedes Benz ที่จะเป็นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ แต่ในส่วนของ Mercedes AMG สายพันธุ์แรงรุ่นต่างๆยังคงอยู่ รูปลักษณ์ที่งดงามพร้อมกับฟีเจอร์ที่ล้นคันกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าตัดตั้งที่ล้อหลัง พละกำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาทีพร้อมความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. และทีเด็ดจากแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 89 kWh ซึ่งทำระยะทางได้ไกลถึง 651 กม.

ไฮไลท์คร่าวๆก็ว๊าวไม่น้อย ซึ่งราคาค่าตัวของรถคันนี้อยู่ที่ 3.97 ล้านบาท แต่หากต้องการในรูปแบบเช่าซื้อ ราคาจะลดลงจากเดิมแถมไม่ต้องดุแลหรือบำรุงรักษาใดๆ ออกตัวไว้อีกนิดสำหรับอนาคต ลักซูรีซีดานไฟฟ้าแรร์ไอเท็มคันนี้ เสี่ยสายสะสมห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

Mercedes EQE 300 Sedan   2

Mercedes EQE 300 Sedan หรือ จะเรียกว่าเบบี๋ EQS ก็ไม่น่าจะผิดแปลกสักเท่าไหร่ เพียงแต่มีมิติตัวรถที่เล็กลง หากนึกไม่ออก ลองนึกถึงโครงสร้างของ S Class กับ E Class ซึ่งมีความต่างในมิติตามสัดส่วนความยาว  4,964 มิลลิเมตร กว้าง  1,906 มิลลิเมตร สูง  1,492 มิลลิเมตร ในขณะที่ระยะฐานล้อยาวได้ถึง 3,120 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารใหญ่โตตามไปด้วยนั่นเอง

Mercedes EQE 300 Sedan   3

รถคันนี้ประดับประดาไปด้วยดวงดาวรอบคัน หน้ากระจังมีดาวดวงใหญ่ที่ซ่อนเซ็นเซอร์ระบบความปลอดภัยไว้อย่างเนี๊ยบ รวมถึงที่กันชน กระจกหน้า และรอบๆคัน นอกจากดาวดวงใหญ่ ดาวดวงน้อยที่ประดับประดาอยู่ในล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว ก็ถือเป็นงานฝีมือที่ผู้สร้างไม่มองข้าม

Mercedes EQE 300 Sedan   4

ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวพร้อมลำแสงที่พุ่งไกลตามสไตล์ LED High Performance การตกแต่งโดยรวมเรียกว่าสไตล์ Electric Art Package มากับชุดแต่งรอบคัน Night Package ออกแบบให้มือเปิดประตูซึ่งซ่อนไว้ดูกลมกลืน  มีระบบกุญแจ KEYLESS-GO ที่เพียงเดินเข้าใกล้ตัวรถ ประตูก็จะเปิดและปิดอัตโนมัติ

ภายในจะต่างจาก EQS เล็กน้อย ตัดหน้าจอในส่วนผู้โดยสารตอนหน้าออกจาก 3 เหลือเพียง 2 จอ บังคงไว้ในส่วนของมาตรวัด Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอกลาง OLED ขนาด 12.8 นิ้ว พร้อมระบบปฎิบัติการ MBUX 7 และ ระบบ Online Music Streaming รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ติดตั้งที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger

Mercedes EQE 300 Sedan   5

สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้หลากหลายจาก Ambient Light 64 สี ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ THERMATIC แยกอิสระ 2-Zones

เบาะนั่งแบบ Comfort Seats คู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจํา และระบบดันหลัง 4 ทิศทาง แบบ Lumbar support รวมถึงฟังก์ชันอุ่นเบาะสําหรับที่นั่งคู่หน้า ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง พับได้แบบ 1/3 และ 2/3 สำหรับช่องเสียบ USB Type–C มีให้ 6 ตําแหน่ง

Mercedes EQE 300 Sedan   9

ด้านขุมพลังติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 89 kWh รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 170 kW จาก 10 – 80% ใช้เวลา 32 นาที ทำระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จเต็มที่ 651 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

Mercedes EQE 300 Sedan   7

ระบบช่วงล่างแบบ Comfort Suspension ติดตั้งช็อคอัพแบบ Passive Selective Damping ทำงานตามโหมดการขับขี่ร่วมกับระบบ Dynamic Select ซึ่งมีโหมด Individual ปรับแต่งได้ตามสไตล์ส่วนตัว

ระบบความปลอดภัยเต็มพิกัดมาตรฐานนำเข้าทั้งคันจากเยอรมัน ได้แก่

ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตําแหน่ง สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตําแหน่ง สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตําแหน่ง สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่

ถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง

สัญญาณเตือนเข็มขัดนิรภัยบนหน้าจอ สําหรับผู้โดยสารด้านหลัง

โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program)

ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Adaptive brake light

ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร

ระบบสร้างเสียงจําลอง สําหรับเตือนผู้ใช้ถนน Acoustic presence indicator

ระบบช่วยการนํารถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist

ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist

ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist

ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST

ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้า และควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Distance Assist DISTRONIC

กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด

ระบบป้องกันก่อนเหตุ PRE–SAFE® system

ระบบเตือนแรงดันลมยาง

อุปกรณ์ปะยางแบบฉุกเฉิน TIREFIT

Mercedes EQE 300 Sedan   10

การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ได้ทดลองหลากหลายรูปแบบ ที่เด็ดคือฟิลิล่งช่วงล่างที่ให้อารมณ์ต่างจากรถไฟฟ้าจีนอย่างชัดเจน ทั้งควบคุมง่าย มั่นใจ และให้การยึดเกาะถนนพร้อมซับแรงสั่นสะเทือนที่มาตรฐานสูง นั่งสบาย

ด้านความเร็วอาจจะไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าด บ้าพลังเหมือนกระแสที่ว่า 0-100 กม./ชม.ในเวลาไม่ถึง 4 วินาที จากรถไฟฟ้าฝั่งแผ่นดินใหญ่ แต่สำหรับ Mercedes EQE 300 Sedan ที่ทำได้ในเวลา 7.3 วินาที ซึ่งถ้าลองใช้งานโหมด Sport อาการหลังติดเบาะที่สัมผัสได้ก็รุนแรงไม่น้อย ยิ่งความเร็วปลายทะลุ 200 กม./ชม. ในการควบคุมที่ง่ายและมั่นใจ แค่นี้ก็เพียงพอ

Mercedes EQE 300 Sedan   11

ตัวช่วยการขับขี่มีให้มากมานและปรับให้ทำงานได้ราบลื่นและนุ่มนวลกว่าที่ผ่านมา ยิ่งไหมดจดจำเส้นทางในกรณีถอยจอด จะยิ่งช่วยให้จอดรถได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะมีความจำเส้นทางได้มากถึง 100 ม.

ปุ่มควบคุมต่างๆยังไม่ได้ถูกย้ายเข้าไปสั่งการผ่านหน้าจอสีมผัส เพราะฉะนั้นการใช้งานทำได้ง่ายดายและคุ้นชิน ไม่ต้องเสียเวลาต้นหาตำแหน่งที่อยู่ของฟีเจอร์นั้นๆให้วุ่นวาย

สุดท้ายด้วยเงื่อนไขกรณีเช่าชื้อกับโปรแกรม My Star กับ MBLT ดาวน์ 0% ผ่อน 58,000 บาท x 60 เดือน  พร้อมฟรี MBSP Extra Guatantee 5ปี และ MBSP Easy Care 5 ปี พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 (MB Protection) 3 ปี และฟรี UnlimitedDC Charging ระยะเวลา 1 เต็ม

 

 

 

 

 

 

วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” ตอกย้ำผู้นำตลาดประกันภัยรถยนต์ ที่ครองใจผู้บริโภคผู้บริโภค 2 ปีซ้อน

0
วิริยะประกันภัย 1

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” หมวดประกันภัยรถยนต์ (Car Insurance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่ง Marketeer Group สื่อการตลาดระดับประเทศร่วมกับ Marketing Moves องค์กรวิจัยการตลาดชั้นนำ ได้พิจารณามอบให้บริษัทฯ ในฐานะแบรนด์ประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ทั้งในด้านการรับรู้ของผู้คน ความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนความคุ้มค่าและความเป็นมืออาชีพในทุกกระบวนการ จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคกว่า 6,500 คน ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดประกันภัยรถยนต์อย่างแท้จริง โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพ

วิริยะประกันภัย 2

วิริยะประกันภัย 3

วิริยะประกันภัย 4

สำหรับ รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” เป็นเครื่องสะท้อนความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัย ที่สามารถครองใจผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาคุณภาพงานบริการให้เข้าถึงง่าย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ผ่านบุคลากรของบริษัทฯ ที่มีอยู่เกือบ 7,000 คน รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานงานประกันวินาศภัยให้ทันสมัยและเป็นที่พึ่งของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาวะโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิริยะประกันภัยขอยืนยันเจตนารมณ์ในการ “เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มั่นคง โปร่งใส จริงใจ และเป็นธรรม” เพื่อทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงให้กับผู้เอาประกันภัยทุกคนอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับสังคมไทยตลอดไป

“ฟอร์ด” ส่งข้อเสนอแรง! ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูง ราคาพิเศษหรือผ่อนต่ำนานถึง 84 เดือน

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบข้อเสนอเร้าใจต่อเนื่องในช่วงฉลองครบรอบ 29 ปี สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อรถกระบะแบบตอนครึ่งเพื่อการเดินทางและใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยแคมเปญสุดเร้าใจสำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูงใหม่ เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 649,000 บาท หรือเลือกผ่อนต่ำ 7,777 บาท นานถึง 84 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและโปรแกรม ฟอร์ด แคร์ สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2568 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ 

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูง เกียร์อัตโนมัติ เป็นอีกตัวเลือกที่ครบเครื่องด้วยสมรรถนะและความเอนกประสงค์ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัฉริยะ เหมาะสำหรับทุกภารกิจ ช่วยให้การเดินทางทั้งเพื่อการทำงานหรือพักผ่อนเป็นเรื่องสนุก สะดวกสบาย และปลอดภัย” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว พร้อมเสริมว่า “จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาด พบว่ามีผู้ใช้งานรถที่ต้องการรถกระบะแบบตอนครึ่ง สมรรถนะดีเยี่ยม และมีฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับการทำงานแบบครบครัน ฟอร์ดจึงเพิ่มโปรโมชั่นสำหรับรถกระบะฟอร์ด XLS มอบความคุ้มค่าด้วยส่วนลดพิเศษ หรือเลือกผ่อนต่ำเริ่มต้นเพียง 7,777 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญพิเศษฉลองครบรอบ 29 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ผ่านมา”

ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะตอนครึ่งยกสูงใหม่ เกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ มาในสองข้อเสนอสุดเร้าให้ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการ ได้แก่ ราคาพิเศษ 649,000 บาท จากราคาปกติ 814,000 บาท เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง (ไม่รวมประกันภัย) หรือเลือกผ่อนชำระต่ำเพียง 7,777 บาท นานถึง 84 เดือน เมื่อดาวน์ 30% จากราคาปกติ 814,000 บาท ดอกเบี้ย 2.09% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และฟอร์ด แคร์ หรือการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

ฟอร์ด 3

รถฟอร์ด เรนเจอร์ XLS เป็นรถกระบะอเนกประสงค์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อำนวยความสะดวกในการใช้งานด้วยฟีเจอร์ที่ทันสมัย และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบครบถ้วน อาทิ
•เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร
•พวงมาลัยไฟฟ้า เทคโนโลยีที่ช่วยผ่อนแรงและเพิ่มการควบคุมที่แม่นยำในการขับขี่ มอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งเส้นทางปกติและออฟโรด
•บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะปีนขึ้น-ลง
•จอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 10.1 นิ้ว มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบ สั่งการง่ายเพียงปลายนิ้ว
•กล้องมองหลังขณะถอยจอด ช่วยให้การถอยจอดในที่แคบกลายเป็นเรื่องง่าย
•พื้นที่กระบะ ที่มีขนาดกว้างถึง 1,420 เซนติเมตร และยาว 1,862 เซนติเมตร ช่วยให้บรรทุกของได้มากขึ้น
•ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีทูโทน ให้ความโฉบเฉี่ยว โดดเด่นบนท้องถนน

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายได้ที่โชว์รูมฟอร์ดใกล้บ้านท่าน หรือเว็บไซต์ http://www.ford.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 1383

“ทีมนิสสัน ฟอร์มูลา อี” คว้าแชมป์โลกฟอร์มูล่า อี ในการแข่งขัน “Berlin E-Prix”

0
ทีมนิสสัน ฟอร์มูลา อี 1

โอลิเวอร์ โรว์แลนด์ (Oliver Rowland) จากทีม นิสสัน ฟอร์มูล่า อี คว้าตำแหน่งแชมป์โลกในประเภทนักแข่งของการแข่งขัน ABB FIA Formula E ประจำฤดูกาล 2024/25 แม้ว่าจะยังเหลือการแข่งขันอีก 2 รายการ ก่อนสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขัน

ทีมนิสสัน ฟอร์มูลา อี 2

นักขับชาวอังกฤษมีความสำเร็จในฤดูกาลแข่งขันปัจจุบันที่โดดเด่น โดยขึ้นโพเดียมได้ 7 ครั้ง ซึ่งรวมการคว้าตำแหน่งขนะเลิศ 4 ครั้ง และต่อสู้อย่างเข้มแข็งตลอดฤดูกาลแข่งขันจนคว้าแชมป์มาครองเมื่อจบการแข่งขันในเบอร์ลิน

ทีมนิสสัน ฟอร์มูลา อี 3

โรว์แลนด์ลงแข่งขันโดยมี 69 คะแนนนำในตารางคะแนนสะสมสำหรับนักแข่ง ต้องรักษาระยะห่างให้อยู่ที่ 58 คะแนน หรือมากกว่า เพื่อคว้าแชมป์ที่สนามในเยอรมนี อย่างไรก็ตาม การแข่งขันสนามที่ 13 ทั้งโรว์แลนด์ และเซร์คิโอ เซตเต้ คามารา (Sérgio Sette Câmara) เริ่มต้นการแข่งได้ไม่ดีมาก โดยนักแข่งชาวบราซิลได้ลงแข่งขันให้กับทีมเป็นครั้งแรกแทนนอร์แมน นาโต (Norman Nato) ซึ่งไม่ได้ลงแข่งขันเนื่องจากติดภารกิจชิงแชมป์โลกเอ็นดูแรนซ์ ซึ่งหลังจากการแข่งขันรอบที่ 2 ถูกยกเลิก และการแข่งขันรอบคัดเลือกถูกปรับเวลาลงเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โอลิเวอร์ โรว์แลนด์ออกสตาร์ทเป็นอันดับ 3 แต่มีเหตุจนต้องออกจากการแข่งขันในช่วงท้าย และยังถูกลงโทษลดตำแหน่งการออกสตาร์ท 5 อันดับ ขณะเดียวกัน เซร์คิโอ เซตเต้ คามารา ที่ลงแข่งในอันดับที่ 19 และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันครั้งแรกให้กับทีมจากญี่ปุ่น แม้จะต้องเผชิญกับสภาพสนามที่ยากลำบาก เขาฟื้นตัวจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และขยับขึ้นมา 4 อันดับ จบการแข่งขันในอันดับที่ 15

ทีมนิสสัน ฟอร์มูลา อี 4

ในการแข่งขันสนามที่ 14 โรว์แลนด์ซึ่งต้องออกตัวได้อันดับที่ 3 ในตารางควอลิฟาย แต่ออกสตาร์ทในอันดับที่ 8 เนื่องจากถูกลงโทษ นักแข่งชาวอังกฤษรายนี้สามารถบริหารจัดการการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม พุ่งทะยานขึ้นนำ และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ขณะที่คู่แข่งสำคัญหลุดจาก 10 อันดับแรก โรว์แลนด์จบการแข่งขันด้วยคะแนนนำ 59 คะแนน ยืนยันตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024/25 ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เซตเต้ คามารา เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 21 หลังจากการแข่งขันรอบควอลิฟายที่โชคร้ายซึ่งมีธงแดงในช่วงต้นรอบ แต่นักแข่งชาวบราซิลก็แสดงผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยขยับขึ้นมา 12 อันดับ จบการแข่งขันในอันดับที่ 9 และทำคะแนนแรกให้กับทีมได้สำเร็จ

ทีมนิสสัน ฟอร์มูลา อี 5

การแข่งขันฟอร์มูล่าอี ซีซั่นที่ 11 กำลังจะสิ้นสุดลงที่สนามเหย้าบ้านเกิดของโรว์แลนด์ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยจะแข่งขันกันที่สนาม ExCeL London ซึ่งเป็นสนามกึ่งในร่มแห่งพิเศษ ระหว่างวันที่  25-27 กรกฎาคม 2568

 

 

 

“มาสด้า” สานฝันเยาวชนไทยสู่เส้นทางกอล์ฟอาชีพและการศึกษาระดับโลก

0
Mazda 1

มาสด้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าสานต่อโครงการกอล์ฟสำหรับเยาวชน ครั้งที่ 4 เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าและเยาวชนที่รักในกีฬากอล์ฟ กับโครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2025 ประกาศเชิญชวนเยาวชนทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 12-19 ปี สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อคว้าโอกาสรับทุนการศึกษาและก้าวสู่การแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงคว้าสิทธิพิเศษอีกมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก รวมถึงส่วนลดค่าสมัคร 30% มูลค่า 125 USD (หรือประมาณ 4,000 บาท) เป็นต้น ซึ่งการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ สนามกอล์ฟ Siam Country Club Rolling Hills พัทยา สำหรับเยาวชนที่สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์ และลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางเว็บไซต์มาสด้า www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์ หรือกดสมัครตามลิงค์ที่แนบมานี้ https://m.mazda.co.th/3TRHyLp

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP เกิดขึ้นจากการนำปรัชญา Joy Drives Lives…ความสุขขับเคลื่อนชีวิต มาต่อยอดให้เป็นรูปธรรม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้า โดยเปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยและทั่วโลกได้รับการศึกษาระดับนานาชาติพร้อมโอกาสก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ด้วยความเชื่อมั่นว่าความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้เมื่อลงมือทำในสิ่งที่รักและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตามแนวคิดของมาสด้าที่เชื่อเสมอว่า “ความสุข” คือพลังที่สามารถขับเคลื่อนชีวิตได้อย่างแท้จริง การได้เห็นเยาวชนได้เรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จในสิ่งที่รัก คือหนึ่งในรูปแบบของความสุขที่มีความหมายมากที่สุด ดังนั้น โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีในการค้นหา และผลักดันนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่มีฝีมือได้มีโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตที่สดใสทั้งบนเส้นทางการเป็นนักกีฬาควบคู่กับด้านวิชาการ

โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยความร่วมมือระหว่าง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กับ The Agency Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาสำหรับเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนที่รักในกีฬากอล์ฟได้มีโอกาสคว้าทุนการศึกษา และเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับนักกอล์ฟเยาวชนจากนานาชาติ ตลอดจนก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟอาชีพ โดยครั้งนี้ มาสด้าจะทำการรับสมัครและคัดเลือกเยาวชน จำนวน 24 คน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับเยาวชนอีก 120 คน รวมเยาวชนกอล์ฟที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 144 คน ซึ่งเตรียมจัดการแข่งขันขึ้นในระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ สนามกอล์ฟ Siam Country Club Rolling Hills Pattaya จังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

เกณฑ์การรับสมัคร
•เยาวชนชายและเยาวชนหญิง อายุระหว่าง 12-19 ปี
•ผู้ปกครองของผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นลูกค้ามาสด้าเท่านั้น
•ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันหรือผู้ปกครอง ต้องสมัครผ่านเว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์
•ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 24 คน ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 15:00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์ และรายชื่อสำรอง จำนวน 10 คน ผู้ที่มีรายชื่อสำรองจะต้องทำการยืนยันสิทธิ์ ภายในวันพุธที่ 23 กันยายน 2568
•สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 08:00 น. จนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 23:59 น. ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ใน

หัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์
•กิจกรรมเปิดงานและงานเลี้ยงต้อนรับเยาวชนกอล์ฟ จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568
•เยาวชนที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ต้องสามารถร่วมการแข่งขันได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568
หมายเหตุ: เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิ์เจ้าของรถ ลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่านระบบไลน์ MAZDA SKY JOURNEY

Mazda 2

รางวัลและสิทธิพิเศษสำหรับเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน
•เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 24 คน จะได้รับของสมนาคุณพิเศษจากมาสด้า
•ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 50% อันดับแรกของแต่ละประเภทการแข่งขัน จะได้รับรางวัลและสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับสูง รวมถึงตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา
•ผู้ชนะการแข่งขัน จำนวน 12 คน จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Junior World Cup Invitational Kingsmill ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2569 ที่รัฐเวอร์จิเนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

“มาสด้าขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เยาวชนและคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมโอกาสด้านการศึกษา การกีฬา และการพัฒนาศักยภาพในทุกมิติ ผ่านกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย เพราะมาสด้าเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า เมื่อผู้คนได้ลงมือทำในสิ่งที่ตนรัก ได้รับแรงบันดาลใจ และมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความสุขจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือพลังที่สามารถขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า ตามปรัชญา Joy Drives Lives…ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้ายึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและเติบโตไปพร้อมกับความสุขอย่างยั่งยืน” นายภพนิพิฐ กล่าว

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ สานต่อแคมเปญ “Welcome Back Stars” ปีที่ 2 ชวนลูกค้ากลับมารับสิทธิประกันคุณภาพ High-Voltage Battery จนถึงอายุรถปีที่ 10* ครอบคลุมไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดกว่า 22 รุ่น

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดแคมเปญบริการหลังการขาย “Welcome Back Stars” ปีที่ 2
ชวนลูกค้ารถยนต์กลุ่ม Hybrid และ Plug-in Hybrid ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี ให้กลับมารับสิทธิการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery) เป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 10 ปี* นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบรถ สำหรับลูกค้าที่เคยหลุดจากเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพเดิม โดยครอบคลุมรถยนต์กว่า 22 รุ่น ตามรุ่นรถยนต์และรหัสตัวถังที่กำหนด สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการและตรวจสอบสิทธิการรับประกันของรถยนต์ในแต่ละกลุ่ม ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

เงื่อนไขการคืนสิทธิการรับประกันคุณภาพเดิมของ High-Voltage Battery สำหรับรถยนต์กลุ่ม Hybrid และ Plug-in Hybrid มีดังนี้

  1. เข้ารับบริการ Service A หรือ B ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ
  2. มีค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ มากกว่าหรือเท่ากับ 40,000 บาท* (ค่าแรงและค่าอะไหล่ หลังหักส่วนลดและก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  3. เข้ารับการตรวจสอบคุณภาพปัจจุบันของ High-Voltage Battery โดยศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และมีผลทดสอบคุณภาพผ่านเกณฑ์โดยแบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้ (แบตเตอรี่เสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ) ตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสิทธิ*
  4. เฉพาะรถยนต์รุ่นที่กำหนดในแคมเปญ “Welcome Back Stars” และมีเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ High-Voltage Battery ตามรายละเอียดที่ระบุในตารางด้านล่างนี้

 

รุ่นรถยนต์และเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพเดิมของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery)
ลูกค้ารถยนต์กลุ่มที่ 1 ลูกค้ารถยนต์กลุ่มที่ 2
การรับประกัน High-Voltage Battery

·         รับประกัน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ภายใน 5 ปีแรก และ

จำกัดระยะทาง โดยหน้าจอแสดงผลของรถยนต์ต้องมีระยะทาง

ไม่เกิน 150,000 กม. ในระหว่างปีที่ 6-10 ปี นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า

 

รุ่นรถยนต์

GLE (W166) 166063 GLE 500 e 4MATIC
C-Class (W205) 205012 C 300 BlueTEC HYBRID
C-Class Estate (S205) 205212 C 300 BlueTEC HYBRID Estate
C-Class (W205) 205047 C 350 e
C-Class Estate (S205) 205247 C 350 e Estate
C-Class (W205) 205053 C 300 e
E-Class (W212) 212098 E 300 BlueTEC HYBRID
E-Class Estate (S212) 212298 E 300 BlueTEC HYBRID Estate
E-Class (W213) 213050 E 350 e
S-Class (V222) 222157 S 400 HYBRID
S-Class (V222) 222104 S 300 BlueTEC HYBRID
S-Class (V222) 222163 S 500 e
S-Class (V222) 222173 S 560 e
การรับประกัน High-Voltage Battery

·         รับประกัน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า

 

 

 

รุ่นรถยนต์

C-Class (W206) 206054 C 350 e
E-Class (W213) 213053 E 300 e
GLC Coupé (C253) 253353 GLC 300 e 4MATIC Coupé
GLC (X253) 253953 GLC 300 e 4MATIC
GLC Coupé (C254) 254356 GLC 350 e 4MATIC  Coupé
GLC (X254) 254656 GLC 350 e 4MATIC
GLE (V167) 167117 GLE 350 de 4MATIC
S-Class (V223) 223168 S 580 e
Mercedes-Maybach S-Class (Z223) 223968 Mercedes-Maybach S 580 e Premium

และรุ่นรถยนต์อื่นๆ ในปี 2568 ที่ทางบริษัทฯ กำหนด

 

สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ประสงค์เข้าร่วมแคมเปญเพื่อรับสิทธิ ดังนี้

  1. ส่วนลด 20% จากราคาขายแนะนำสำหรับอะไหล่ High-Voltage Battery
  • สำหรับลูกค้าที่รถยนต์ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบคุณภาพ High-Voltage Battery ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าอะไหล่ 20%* จากราคาขายแนะนำ เมื่อทำการเปลี่ยน High-Voltage Battery (โดยได้รับส่วนลดข้างต้น) จะได้รับการรับประกันคุณภาพ 2 ปี ตามมาตรฐานอะไหล่แท้เมอร์เซเดส-เบนซ์
  • เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสิทธิ และเข้ารับบริการ Service A หรือ B จะได้รับคืนสิทธิการรับประกันคุณภาพ High-Voltage Battery จนถึงอายุรถปีที่ 10* นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพจำกัดระยะทางขึ้นอยู่กับรุ่นรถยนต์ ที่ระบุในตารางด้านบน
  1. ราคาพิเศษ! แพ็กเกจ Extended HV battery การขยายการรับประกัน High-Voltage Battery 10 ปี เป็นแบบไม่จำกัดระยะทาง ในราคา 50,000 บาท (สำหรับกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับการรับประกัน 10 ปี แบบจำกัดระยะทาง 150,000 กม.)

สำหรับลูกค้ารถยนต์กลุ่มที่ 1 ที่ได้รับการประกัน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทางภายใน 5 ปีแรก และ จำกัดระยะทางโดยหน้าจอแสดงผลของรถยนต์ต้องมีระยะทางไม่เกิน 150,000 กม. ระหว่างปีที่ 6-10 ปี
(นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า)
สามารถขยายการรับประกันคุณภาพเดิม High-Voltage Battery 10 ปี เป็นแบบไม่จำกัดระยะทาง เมื่อซื้อแพ็กเกจ Extended HV battery นี้

เงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสิทธิ*

  1. สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ Service A หรือ B ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่วันที่
    15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
  2. มียอดค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ มากกว่าหรือเท่ากับ 40,000 บาท คำนวณเฉพาะค่าสินค้าและบริการตามประเภทที่กำหนด โดยสามารถรวมค่าบริการ Service A/B, งานซ่อมบำรุงตามมาตรฐาน
    เมอร์เซเดส-เบนซ์, Accessories & Collections, MB Tire, Digital Extras, MBSP แพ็กเกจ Extra Guarantee Lite, รวมค่าอะไหล่และค่าแรงหลังหักส่วนลดใดๆ (ถ้ามี) โดยเป็นมูลค่าก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
  3. สงวนสิทธิรถยนต์เพื่อการพาณิชย์, งานบริการ Internal, งานรับประกัน Warranty และงานซ่อมสีตัวถัง ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญได้
  4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ ในกรณีมีการเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ จะต้องทำการเปลี่ยนอะไหล่ในศูนย์บริการฯ เท่านั้น ไม่สามารถนำอะไหล่ออกไปนอกศูนย์บริการฯ ได้
  5. โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญ รุ่นรถยนต์ที่เข้าร่วม และเงื่อนไขแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการ
    เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของฟุตบอลทีมชาติไทย และ การแข่งขันไทยลีก

0
บีวายดี 1

 

บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ร่วมประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ของฟุตบอลทีมชาติไทย และ การแข่งขัน ‘ไทยลีก’ ภายใต้แนวคิด “BYD ชาร์จพลังบอลไทย” พร้อมชาร์จพลังให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่นักฟุตบอลไทย, โค้ช และกองเชียร์ มาร่วมกับขับเคลื่อนวงการบอลไทยสู่ยุคใหม่ไปด้วยกัน โดยในพิธีแถลงข่าวประกาศเป็นผู้สนับสนุน มีผู้บริหารจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมพิธี ดังรายนามต่อไปนี้

•นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด

บีวายดี 3
•นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่

บีวายดี 4

•นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์

บีวายดี 6

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การตัดสินใจเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของวงการฟุตบอลไทย เป็นคำมั่นจาก บีวายดี ว่าเรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งดีๆ ให้กับประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่การลดมลพิษ ผ่านการนำรถยนต์พลังงานใหม่มาทำตลาดเท่านั้น แต่ยังร่วมขับเคลื่อนวงการกีฬาไทย ไปพร้อมกับการเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ ให้กับแฟนบอลชาวไทยทุกคน”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยสู่ยุคใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทฯ ในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม ซึ่งนั่นไม่ได้จำกัดเพียงแต่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังหมายถึงแง่อื่นของสังคมไทยอีกด้วย โดยในส่วนของการสนับสนุนฟุตบอลไทยในครั้งนี้ เรามุ่งหวังที่จะร่วมส่งเสริมวงการกีฬาไทย ให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ เดินหน้าทำตลาดแบบ Sports Marketing อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายมุ่งหวังเพื่อจุดประกายให้คนไทย หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งยังเสริมสร้างความสุขให้กับแฟนกีฬาทุกคน ในการร่วมลุ้นผลและส่งใจให้กับนักกีฬาคว้าชัยจากการแข่งขัน”

บีวายดี 7

•‘BYD ชาร์จพลังบอลไทย’ ร่วมขับเคลื่อนวงการบอลไทย สู่ยุคใหม่ไปด้วยกัน
แนวคิด “BYD ชาร์จพลังบอลไทย” ไม่ใช่แค่การติดนำโลโก้ไปติดในสนาม หรือบนเสื้อนักกีฬาดังที่เคยเป็นมา แต่ บีวายดี และ เรเว่ จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ทุกภาคส่วนของวงการลูกหนัง ผ่านการจัดกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั้งกิจกรรมสร้างสีสันภายในสนาม, กิจกรรมพบปะนักเตะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และ กิจกรรมเพื่อสังคมรวมถึงการส่งต่ออุปกรณ์กีฬา นับเป็นการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทย ด้วยพลังใหม่สู่ยุคใหม่ในทุกมิติ

•อีกก้าวของ การแข่งขันฟุตบอลอาชีพในประเทศ ‘ไทยลีก’
นอกจากฟุตบอลทีมชาติไทย บีวายดี และ เรเว่ ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ‘ไทยลีก’ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนชื่อการแข่งขันใหม่ โดยตั้งชื่อการแข่งขันแต่ละลีก ตามชื่อของรถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD สะท้อนให้เห็นฝีมือของนักเตะ รวมถึงระดับของการแข่งขัน ผ่านจุดแข็งของรถยนต์ BYD ที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) ในแต่ละรุ่นดังนี้

บีวายดี 8

o‘ไทยลีก 1’ ใช้ชื่อใหม่ ‘BYD SEALION 6 LEAGUE ONE’
BYD SEALION 6 DM-i เป็นรถยนต์ SUV พรีเมียม พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงสุดจากขุมพลัง DM-i Super Hybrid สะท้อนถึงลีกฟุตบอลอาชีพ ระดับสูงสุดของไทย

o‘ไทยลีก 2’ ใช้ชื่อใหม่ ‘BYD SEAL 5 LEAGUE TWO’
BYD SEAL 5 DM-i นับเป็นรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment ที่มาพร้อมขุมพลัง Super Hybrid แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นครั้งแรกของไทย เต็มเปี่ยมด้วยพลังงานจากเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ที่จะขับเคลื่อนสู่อีกระดับ เช่นเดียวกับนักบอลใน ‘ไทยลีก 2’

o‘ไทยลีก 3’ ใช้ชื่อใหม่ ‘BYD DOLPHIN LEAGUE THREE’
BYD DOLPHIN คือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นของค่าย สื่อถึง ‘พลังของการเริ่มต้น’ เฉกเช่นเดียวกับการแข่งขันระดับ ‘ไทยลีก 3’ ซึ่งเป็นก้าวแรก ของการเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ

ร่วมส่งแรงใจให้ฟุตบอลทีมชาติไทย คว้าชัยจากทุกการแข่งขัน ไปพร้อมกับการร่วมลุ้นผลการแข่งขัน ‘ไทยลีก’ ทั้ง 3 ลีกอย่าง ‘BYD SEALION 6 LEAGUE ONE’, ‘BYD SEAL 5 LEAGUE TWO’ และ ‘BYD DOLPHIN LEAGUE THREE’ ตลอดฤดูการแข่งขันนี้ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ BYD หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ DENZA พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้า 4 รางวัลระดับโลกจากเวที Eventex Awards 2025 และ Event Marketing Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม!

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า ด้วยการคว้า 4 รางวัล อันทรงเกียรติจากสองเวทีการประกวดด้านการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้แก่ Eventex Awards 2025 และ Event Marketing Awards 2025

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กอริล่า จำกัด Brand Experience เอเจนซี่ชั้นนำของประเทศไทย สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ สร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับลูกค้า ผ่าน 2 กิจกรรมสุดเร้าใจ ประกอบไปด้วย กิจกรรม ‘Mitsubishi e:MOTION VERSE เปิดมิติการขับขี่สุด
ท้าทาย‘ และ ‘Dare to Disrupt ท้าคนกล้า พิชิตทุกเส้นทางโหด‘ โดยทั้ง 2 กิจกรรม สามารถคว้า 4 รางวัล อันทรงเกียรติจากสองเวทีการประกวดด้านการตลาดระดับโลก ได้แก่ ‘Eventex Awards 2025’ และ ‘Event Marketing Awards 2025’ ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการถ่ายทอดสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของผลิตภัณฑ์ผ่านกิจกรรมสุดท้าทายที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสเทคโนโลยี และสมรรถนะของรถยนต์มิตซูบิชิอย่างแท้จริง

สำหรับรางวัลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับจาก 2 เวทีระดับโลก มีทั้งหมด 4 รางวัล แบ่งตามประเภทดังนี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 2

รางวัลจากเวที Eventex Awards 2025 – หนึ่งในเวทีรางวัลระดับนานาชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอีเวนต์และการตลาดเชิงประสบการณ์ โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 1,200 รายการ จาก 59 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและการยอมรับในระดับสากล โดยรางวัลนี้มอบให้แก่ผลงานที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ กลยุทธ์ และประสบการณ์ที่สามารถสร้างอิมแพกต์ต่อแบรนด์ได้อย่างแท้จริง

1.รางวัลเหรียญทอง ประเภท Brand Activation จากกิจกรรม ‘Mitsubishi e:MOTION VERSE เปิดมิติการขับขี่สุดท้าทาย’ – มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี

กิจกรรม ‘Mitsubishi e:MOTION VERSE เปิดมิติการขับขี่สุดท้าทาย’ ได้สร้างปรากฏการณ์และคว้ารางวัลสูงสุดในประเภท Brand Activation มาครอง กิจกรรมนี้ได้เชิญชวนลูกค้าเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตกับ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ และ ‘เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี’ รถยนต์ Full Hybrid รุ่นแรกจากมิตซูบิชิ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดลองขับและพิสูจน์เทคโนโลยี ที่เป็นหัวใจสำคัญ 3 แกนหลัก ได้แก่

•ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full HEV System) สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ และตอบสนองได้ดั่งใจแบบรถยนต์ไฟฟ้า ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เพื่อพละกำลังสูงสุดและความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ
•โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ครอบคลุมทุกสภาพถนนและการใช้งาน ตั้งแต่ Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, EV และ Charge เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสมรรถนะที่ดีที่สุดในแต่ละเส้นทางได้อย่างมั่นใจ
•ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยี DNA จากสนามแข่งแรลลี่ระดับโลก ช่วยควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกของล้อซ้ายและขวา เพื่อสร้างสมดุลและเสถียรภาพการเข้าโค้งที่แม่นยำ ปลอดภัย มอบความมั่นใจในทุกการขับขี่

2.รางวัลเหรียญเงิน ประเภท Asian Event จากกิจกรรม ‘Dare to Disrupt ท้าคนกล้า พิชิตทุกเส้นทางโหด’ – มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท

3.รางวัลเหรียญทองแดง ประเภท Brand Experience Automotive จากกิจกรรม ‘Dare to Disrupt ท้าคนกล้า พิชิตทุกเส้นทางโหด’ – มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท

โดยกิจกรรม ‘Dare to Disrupt ท้าคนกล้า พิชิตทุกเส้นทางโหด’ ประสบความสำเร็จ สามารถคว้าได้ถึง 2 รางวัล จากแนวคิดของกิจกรรมที่ต้องการเปิดโอกาสให้ลูกค้า อินฟลูเอนเซอร์ และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ได้ร่วมทดสอบสมรรถนะของ ‘มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท’ ในเส้นทางสุดโหดและสุดแสนท้าทาย ซึ่งเป็นสนามที่จำลองเส้นทางจาก
ทั่วประเทศมาไว้ในแห่งเดียว เพื่อพิสูจน์ความเป็นที่สุดของรถปิกอัพสไตล์สปอร์ต ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีชั้นสูงรอบคัน ดังนี้
•เครื่องยนต์ Hyper Power X2 ขุมพลังดีเซลเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองฉับไวทุกอัตราเร่ง พร้อมให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม
•เทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์อันเป็นเอกลักษณ์ สามารถเปลี่ยนโหมดจาก 2H เป็น 4H ได้แม้ในขณะรถกำลังเคลื่อนที่ (Shift-on-the-Fly) เพิ่มความปลอดภัยในการยึดเกาะถนน และพร้อมลุยในทุกเส้นทาง
•ช่วงล่างใหม่และแชสซีส์เมกาเฟรมใหม่ที่ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มสบายเหนือระดับ คล่องตัวทั้งในเมืองและขณะเดินทางไกล

รางวัลจากเวที Event Marketing Awards 2025 – เป็นรางวัลที่คัดสรรผลงานจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ส่งเข้าร่วมประกวด จัดขึ้นโดย Campaign Asia-Pacific สื่อชั้นนำด้านการตลาดของเอเชีย เพื่อมอบรางวัลให้กับผลงาน
ที่โดนเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์และสามารถมอบประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ในการนำเสนอธุรกิจของแบรนด์ รวมถึงเชิดชูความเป็นเลิศ ตั้งแต่กระบวนการริเริ่มการวางกลยุทธ์ การดำเนินการ ตลอดจนความสำเร็จ
ในการจัดงาน

1.รางวัลเหรียญทองแดง ประเภท Best Outdoor Event จากกิจกรรม ‘Dare to Disrupt ท้าคนกล้า พิชิตทุกเส้นทางโหด’ – มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการคว้าทั้ง 4 รางวัล อันทรงเกียรติเหล่านี้ ถือเป็นเครื่องแสดงความสำเร็จของกิจกรรม ‘Mitsubishi e:MOTION VERSE เปิดมิติการขับขี่สุดท้าทาย‘ และ ‘Dare to Disrupt ท้าคนกล้า พิชิตทุกเส้นทางโหด’ อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทของบริษัท ที่ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะอันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ลูกค้า ได้สัมผัสถึงศักยภาพการใช้งานจริงผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และน่าประทับใจ