Home Blog Page 68

“GWM” ขนยนตรกรรมกว่า 40 รุ่น จาก 6 แบรนด์หลัก จัดแสดงในงาน Auto Shanghai 2025

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM สร้างความตื่นตาตื่นใจในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 21 (Auto Shanghai 2025) ด้วยการนำเสนอทัพยนตรกรรมกว่า 40 รุ่นจาก 6 แบรนด์หลัก ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Tech GWM, Off-Road GWM, Global GWM” ที่สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแบรนด์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พร้อมทั้งเปิดตัวโลโก้แบรนด์ใหม่ “GWM” เพื่อสื่อถึงแนวคิดระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” ซึ่งสะท้อนถึงการขยายการเติบโตในระดับโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ตอกย้ำภาพลักษณ์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พลังงานทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุม และระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ยานยนต์อัจฉริยะของ GWM ได้อย่างครบวงจร

เกรทวอลล์ 2

GWM ขนนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามากมายไปจัดแสดง โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Smart Living และกลุ่ม Off-Road Machines เพื่อนำเสนออนาคตแห่งการเดินทางที่ตอบความต้องการของผู้คนยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ สำหรับ Smart Living คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยยนตรกรรมจาก 3 ตระกูล ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY และ GWM ORA ซึ่งมีรุ่นไฮไลต์ ได้แก่ GWM HAVAL B26 รถเอสยูวีรูปทรง BOXY เครื่องยนต์ไฮบริด 1.5T เจเนอเรชันใหม่ พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อไฮบริดอัจฉริยะ Hi4 รุ่นล่าสุด มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 โหมด ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 และฟีเจอร์จอดรถอัตโนมัติที่รองรับการจอดที่ซับซ้อนกว่า 40 รูปแบบ และเทคโนโลยีภายในล้ำสมัยอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานกิจกรรมกลางแจ้งด้วยอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางอย่าง ไฟแคมป์ปิ้ง และม่านบังแดดท้ายรถ รวมถึงมีระบบจ่ายไฟภายนอก 3.3 กิโลวัตต์ ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและการผจญภัยออฟโรดอย่างแท้จริง ขณะที่ GWM ORA07 Touring Edition เป็นการผสมผสานแฟชั่น ความอัจฉริยะ และความกว้างขวาง มาพร้อมระบบ lidar และระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ NOA (Navigation on Autopilot) ทำให้ผู้ใช้งานขับขี่ได้อย่างมั่นใจทั้งบนทางด่วนและในเมือง นอกจากนี้เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้งานเพื่อการเดินทางแบบครอบครัวและนักธุรกิจ ALL NEW GWM WEY 80 ได้เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ GWM WEY80 7, GWM WEY80 8 และ GWM WEY80 9 ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Hi4 Performance version ระบบช่วยขับ Coffee Pilot Ultra และ Coffee OS 3.2 สมาร์ทค็อกพิตรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างส้นหลามด้วยยอดจองถล่มทลายไปกว่า 7,848 คัน ภายใน 24 ชั่วโมงแรก

เกรทวอลล์ 3

สำหรับกลุ่ม Off-Road Machines ครอบคลุมไปด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล GWM TANK, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles เอาใจสายลุยผู้ชื่นชอบการเดินทางเพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ผ่านยนตรกรรมออฟโรดด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ดุดัน และพลังอันเปี่ยมล้น โดยยนตรกรรมไฮไลต์ที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ GWM TANK 300 Hook Edition รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสมรรถนะสูง พัฒนาร่วมกับเส้นทางออฟโรดระดับโลก “Hook Route” เพื่อพิชิตภูมิประเทศที่ท้าทายที่สุด นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก รวมถึง GWM POER SAHAR Hi4-T รถกระบะพรีเมียมสายออฟโรดพลังงานใหม่ที่เผยโฉมทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Global Edition และรุ่น Performance Edition สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มออฟโรดซุปเปอร์ไฮบริด Hi4-T และ Shanhai POER Hi4-T ผสมผสานพลังที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพไฟฟ้าแรงกล้า และการประหยัดน้ำมันมากกว่าที่เคย และตื่นตาตื่นใจไปกับยนตรกรรมสองล้อหนึ่งเดียวของ GWM กับ GWM SOUO Motorcycles บิ๊กไบค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่านักบิดสายทัวร์ริ่งเปิดตัว GWM SOUO S2000GL “Tengyun Ruishi” Limited Edition ซึ่งมีเครื่องยนต์ Flat 8 แบบแนวนอน จับคู่กับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ Dual-Clutch 8 สปีด มาพร้อมกับคุณสมบัติล้ำสมัย เช่น ชิปเซ็ต 8155 และแผงหน้าปัดสมาร์ทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่ระดับไฮเอนด์ที่ทนทานเหนือระดับ

เกรทวอลล์ 6

มู่ เฟิง ประธาน GWM กล่าวว่า “ในปี 2025 GWM จะเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญด้วยการผลิตรถยนต์คันที่ 15 ล้าน นับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการพัฒนาแบรนด์สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันในปีนี้ยังถือเป็นปีแรกของการเดินหน้ากลยุทธ์ ‘One GWM’ อย่างเป็นทางการ โดยยึดแนวทางการเติบโตแบบระบบนิเวศควบคู่กับการขยายการเติบโตในระดับท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่สู่ตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงดีเอ็นเอสายลุยที่เป็นเอกลักษณ์ของ GWM ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะสร้างไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับผู้คนเพื่อช่วยให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น”

เกรทวอลล์ 7

ภายในงาน GWM ยังได้ร่วมมือกับ Cerence AI เปิดตัวประสบการณ์ค็อกพิตอัจฉริยะแบบใหม่ภายในรถยนต์ ด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์ม Cerence xUI™ ซึ่งเป็นระบบ AI แบบ agentic ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างชาญฉลาดและเป็นธรรมชาติ การสาธิตครั้งนี้จัดขึ้นภายในรถยนต์ของ GWM เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของประสบการณ์ภายในรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ซึ่งทำงานผสานกันอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในรถยนต์และระบบคลาวด์ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัย เชื่อมต่อ และเข้าใจผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ยังให้ความสำคัญกับการยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางอีกด้วย

เกรทวอลล์ 9

ปัจจุบัน GWM มีช่องทางการขายในต่างประเทศมากกว่า 1,400 แห่ง และมีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคน โดยในปี 2024 GWM มียอดขายรถใหม่รวม 1,233,292 คัน และมียอดขายในตลาดต่างประเทศถึง 453,141 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากถึง 43.39% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ GWM โดยแบรนด์จะยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “Ecological Globalization” ที่ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การผลิต ซัพพลายเชน การขาย และบริการไปยังตลาดต่างประเทศอย่างครบวงจร เพื่อสร้างระบบอุตสาหกรรมระดับโลกที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ตอกย้ำจุดยืนของ GWM ในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่มาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง

“อีซูซุ” เริ่มผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รุ่นใหม่ในไทย สำหรับประเทศหลักในยุโรป

0
อีซูซุ ดีแมคซ์ EV 1

มร. ชินสุเกะ มินามิ (Mr. Shinsuke Minami) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อีซูซุ  มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานใหญ่เมืองโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ) ประกาศเริ่มผลิต รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” ขนาด 1 ตัน รุ่นแรกของอีซูซุในประเทศไทย

ISUZU 3

รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” คันแรกของอีซูซุ ได้จัดโชว์ต่อสาธารณชนในฐานะรถต้นแบบ ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45 ในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว อีซูซุได้เริ่มการผลิตรถรุ่นพวงมาลัยซ้ายและส่งไปยังประเทศหลัก ๆ ในยุโรป เพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

การผลิตรถรุ่นพวงมาลัยขวาของ รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” กำหนดจะมีขึ้นช่วงปลายปีนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในปี 2569 และจะขยายไปยังประเทศและเขตอื่น ๆ ตามความต้องการของตลาด

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time ซึ่งมี e-Axles ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้มั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมบนพื้นที่ทุรกันดาร ระบบนี้ยังให้พลังเร่งแซงสูงแบบคงที่ตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็ลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ความสามารถในการลากจูงและน้ำหนักบรรทุกที่สูง จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังรวมถึงโครงสร้างและตัวถังที่แข็งแรง ทำให้รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” สามารถเทียบเคียงกับสมรรถนะของรุ่นดีเซลที่มีอยู่ปัจจุบันได้

กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการพัฒนายานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนหลากหลายประเภท ด้วยตระหนักดีว่าลูกค้าผู้ใช้รถปิกอัพมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้รถทั้งเพื่อการพาณิชย์และส่วนตัว โดยยังคงประสิทธิภาพที่ทนทานตามความคาดหวังของการใช้งานรถปิกอัพ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

รุ่นรถ: รุ่น 4 ประตู สำหรับตลาดยุโรป

น้ำหนักน้ำหนักตัวรถ (กก.)2,350
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด (กก.)1,010
ความสามารถในการลากจูงสูงสุด (กก.)3,500
มิติความยาวรวมกันชนหลัง (มม.)5,280
ความกว้างรวม (มม.)1,870
ความสูงรวมราวหลังคา (มม.)1,810
ฐานล้อ (มม.)3,125
ระยะห่างช่วงล้อ (หน้า/หลัง) (มม.)1,570
รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุด (ม.)6.1
สมรรถนะระบบขับเคลื่อน4×4 แบบ Full Time
กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์)140
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)325
ความเร็วสูงสุด (กม./ ชม.)

 

มากกว่า 130
ระยะทางวิ่งต่อชาร์จ (กม.)263 (WLTP)

361 (WLTP City mode)

อัตราการสิ้นเปลืองไฟฟ้า

(วัตต์ชั่วโมง/ กม.)

255 (WLTP)
ประเภทแบตเตอรี่ลิเธียมไออน
ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชม.)66.9
ระยะเวลาในการชาร์จกระแสสลับ ACรองรับสูงสุด 11 กิโลวัตต์

ใช้เวลา 10 ชม. (0-100%)

กระแสตรง DCรองรับสูงสุด 50 กิโลวัตต์

ใช้เวลา 1 ชม. (20-80%)

 

 

 

“มาสด้า” มอบรางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน เตรียมเดินทางไปแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา

0
มาสด้า 1

“มาสด้า” มอบรางวัลผู้ชนะเลิศกอล์ฟเยาวชน โครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ผลการแข่งขันปรากฏว่าเยาวชนที่ชนะเลิศอันดับหนึ่งในระดับ Middle School เป็นเยาวชนดาวรุ่งดวงใหม่จากประเทศไทยที่ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้ทั้งประเภทเยาวชนชายและหญิง คือ ด.ช. ภัคภาคิน เชษฐพงศ์พันธุ์ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนชาย และ ด.ญ. กิรณา บัตรพรรธนะ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนหญิง ในขณะที่เยาวชนผู้ชนะเลิศในระดับ High School ได้แก่ เควิน ไคชิน เซีย จากประเทศจีน คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนชาย และ แพสชั่น ซู จากประเทศสิงคโปร์ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนหญิง และที่สำคัญมีเยาวชนทั้งชายและหญิงจากประเทศไทยติดอันดับถึง 6 คน จากจำนวนทั้งหมด 16 คน พร้อมร่วมเดินทางไปแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้

มาสด้า 2

โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมเยาวชนที่มาสด้าร่วมกับ The Agency Recruiter ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านการกีฬาสำหรับเยาวชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยและนานาชาติ และมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา มีเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินทางไปร่วมการแข่งขันในประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว จำนวน 20 คน ส่วนในปีนี้เยาวชนที่ชนะเลิศในโครงการฯ ดังกล่าว นอกจากจะได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมของรางวัลแล้ว ยังจะได้รับเอกสิทธิ์พิเศษต่าง ๆ มากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างเอเชีย-สหรัฐอเมริกา รวมค่าที่พักระหว่างการแข่งขัน รวมถึงโอกาสที่จะได้รับสิทธิ์ในการคว้าทุนการศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดัง พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามกอล์ฟ Phoenix Gold Golf & Country Club จังหวัดชลบุรี

มาสด้า 3

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิตอล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าขอชื่นชมเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ชนะการแข่งขันคือตัวแทนประเทศไทยที่จะไปแสดงทักษะและฝีมือในเวทีระดับสากล มาสด้าเชื่อเสมอว่า เยาวชนคือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ ในฐานะที่มาสด้าเป็นบริษัทรถยนต์ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตทุกด้านให้กับทุกคน มาสด้าต้องการส่งมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกค้าและสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสเดินตามความฝัน นำความสำเร็จและความสุขมาสู่ประเทศไทยและผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นไปตามปรัชญาใหม่ของมาสด้า นั่นคือ “Joy Drives Lives” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ทั้งนี้ มาสด้าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้น และมีเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

มาสด้า 4

โครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา มีเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ทั้งเยาวชนไทยและเยาวชนจากนานาชาติ รวมถึงลูกค้า Mazda Family ที่มาสด้าได้มอบสิทธิพิเศษให้โดยเฉพาะ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีเยาวชนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกามาแล้ว 20 คน จากการเข้าร่วมการแข่งขันที่จัดขึ้นในประเทศไทย จำนวน 2 แม็ตซ์ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 300 คน สำหรับในปีนี้มาสด้าได้จัดการแข่งขันขึ้น จำนวน 2 แม็ตซ์ เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้เป็นแม็ตซ์แรก สำหรับเยาวชนที่ติดอันดับท็อป 50% แรกของแต่ละประเภทการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับรางวัลพิเศษมากมาย รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับแนวหน้าโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก ส่วนผู้ที่ทำอันดับดีที่สุด 12 อันดับแรก จากการแข่งขันในแต่ละประเภท ได้แก่ เยาวชนชาย 6 คน เยาวชนหญิง 6 คน จะได้รับรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จากประเทศต้นทางของทวีปเอเชียไปยังสหรัฐอเมริกา และยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน Junior World Cup Invitational Kingsmill ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. 68 ที่รัฐเวอร์จิเนียร์ สหรัฐอเมริกา

มาสด้า 5

“สำหรับรางวัลในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูก้าวแรกสู่ความสำเร็จ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความมานะและความพยายามที่เยาวชนทุกคน พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำมาซึ่งหนทางสู่ความสำเร็จในก้าวต่อไป และไม่ว่าเยาวชนจะได้รับรางวัลในครั้งนี้หรือไม่ แต่ทุกคนที่ได้มายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ถือเป็น “ผู้ชนะ” ทั้งนี้ มาสด้าพร้อมจัดกิจกรรมดี ๆ เพื่อส่งเสริมให้เยวชนได้มีโอกาสเดินตามความฝันของตนเอง โดยจะมีการอัปเดตกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางมาสด้าตั้งใจจัดขึ้นเพื่อลูกค้า Mazda Family ล้วนเป็นเอกสิทธิพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อมอบให้กับลูกค้า แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้เกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ซึ่งมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้การเอาใจใส่ดูแลลูกค้า รถยนต์ทุกคัน และสมาชิกทุกคนในครอบครัวของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน พร้อมให้การดูแลลูกค้าเช่นนี้ในโอกาสถัดไป” นายภพนิพิฐ กล่าว
ผลการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025

มาสด้า 6

ระดับ Middle School
ประเภทเยาวชนชาย
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ภัคภาคิน เชษฐพงศ์พันธุ์ (Pakpakin Chetphongphan) ประเทศไทย
•รองนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ยูบีน หยาง (Yubeen Yang) ประเทศจีน
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ประพัฒน์ แทนศิริไชยา (Paphat Tansirichaiya) ประเทศไทย
ประเภทเยาวชนหญิง
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ กิรณา บัตรพรรธนะ (Kirana Batraphuntara) ประเทศไทย
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน (Sirikarn Vichkovitten) ประเทศไทย
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ กฤษณ์พรรณรจน์ กฤตมโนรถ ( Kritpannarot Kritmanorot) ประเทศไทย

ระดับ High School
ประเภทเยาวชนชาย
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เควิน ไคซิน เซีย (Kevin Kaixin Xia) ประเทศจีน
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เดวิด ชารลส์ เซอร์เดเนีย (David Charies Serdenia) ประเทศฟิลิปปินส์
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ มิยอน คิม (Miyeon Kim) ประเทศเกาหลีใต้
•รองชนะเลิศอันดับสาม ได้แก่ อิโน ชังส์ (Ino Chung) ประเทศเกาหลีใต้
•รองชนะเลิศอันดับสี่ ได้แก่ เวด สาย มาชิราจู (Wed Sai Machiraju) ประเทศอินเดีย
ประเภทเยาวชนหญิง
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ แพสชั่น ซู (Passion Hsu) ประเทศสิงคโปร์
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ศิฮีร์ตรา แมนดาวา (Srihitra Mandava) ประเทศอินเดีย
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ วิชิตา พรมกัลป์ (Wichita Phromkan) ประเทศไทย
•รองชนะเลิศอันดับสาม ได้แก่ นิก เอลิเซีย มิเรียม คามิล (Nik Alicia Miriam Kamil) ประเทศมาเลเซีย
•รองชนะเลิศอันดับสี่ ได้แก่ จียู ลี (Jiyu Lee) ประเทศเกาหลีใต้

 

 

“เอช เซม” รับหน้าร้อนกับโปรฯ รถสามล้อราคาสบายๆ

0
เอซ เซม 1

เอช เซม รับหน้าร้อนด้วยราคาสุดพิเศษ รถสามล้อ ทั้งแบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ เริ่มต้นเพียง 29,000 บาท พร้อมรับประกัน 3 เดือนและจัดส่งฟรี! ทั่วประเทศ ตัดสินใจด่วน !! สินค้ามีจำนวนจำกัด

ประเดิมที่รถสามล้อไฟฟ้า BUDDY D COVER ราคาปรกติ 35,500 เหลือ 29,000 บาทเท่านั้น สำหรับแบบเครื่องยนต์มี 4 รุ่นให้เลือก ได้แก่ STC 110SP จาก 74,300 บาท เหลือ 56,500 บาท รุ่น STC 150SP PLUS จาก 91,420 บาท เหลือ 71,500 บาท และรุ่น STC 150SP PLUS COVER จาก 98,420 บาท เหลือ 78,500 บาท รุ่น STC 250SP จากราคา 137,020 บาทเหลือเพียง 80,000 บาท

โปรคุ้มๆ เริ่มแล้ว !! ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2568 สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-0805609 กด 1 / Line ID: @hsemmotor หรือ เข้าไปที่ www.hsemmotor.com/ หรือ www.facebook.com/hsemmotor.sev หรือ www.facebook.com/hsemmotor.stc

 

Chery และ OMODA & JAECOO ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night และเปิดตัว Open Source Initiative ประกาศความเป็นผู้นำระดับโลก ด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด

0
Chery และ OMODA & JAECOO 1

Chery Automobile บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีกว่า 20 ปี และเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด ได้ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ในธีม “China Hybrid, Leading the World” (ไฮบริดจากจีนพร้อมก้าวนำโลก) พร้อมประกาศเปิดตัว Chery and OMODA & JAECOOO Hybrid Technology Open-Source Initiative ที่เมืองอู่หู มณฑลอานฮุย ประเทศจีน

ภายใต้กลยุทธ์เทคโนโลยีไฮบริดของกลุ่มบริษัทฯ Chery Automobile พร้อมจะนำเสนอรถยนต์ไฮบริด 39 รุ่น โดยมี 3 รุ่น สำหรับ OMODA & JAECOO ได้แก่ OMODA C7 SHS, OMODA C5 SHS ที่ยังไม่เคยเปิดตัวและขายในไทยและ JAECOO 7 SHS ที่ได้เปิดตัวและพร้อมขายเมื่องานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ผ่านมาในเดือนมีนาคม และ 2 รุ่นสำหรับ Chery ได้แก่ Chery Tiggo 7 CHS และ Chery Tiggo 8 CHS ในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนี้ Chery ยังเตรียมจัดงานนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดในประเทศไทยในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยรายละเอียดของงานจะประกาศในโอกาสต่อไป

กลุ่มบริษัท Chery นำเสนอวิสัยทัศน์ระดับโลกด้วย “หลักการ 3 ประการ” เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีไฮบริด
ในงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ที่ผ่านมา หยิน ทงหยู ประธาน Chery Group กล่าวว่า
“ความตั้งใจเดิมของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดคือการพัฒนาตามแนวคิดด้านความยั่งยืน เราพยายามจะพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดให้มี ‘ขีดความสามารถ 4 ประการ’ ได้แก่ กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่เป็นมิตร ระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ และมอบระยะการขับขี่
ที่ไกล เป้าหมายของเราคือการพัฒนาโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ดีกว่าและหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับตลาดโลกที่มีความแตกต่าง มอบทางเลือกที่มากขึ้นให้แก่ผู้ใช้”

Chery และ OMODA & JAECOO 2

กู่ ชุนฉาน รองประธาน Chery Group กล่าวว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรฐานสากลของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีคุณภาพสูงจากการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกแบบเชิงลึก เราไม่ได้พัฒนาระบบการขับขี่เพียงเพื่อมอบสมรรถนะสำหรับทุกสถานการณ์ แต่เราพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งประหยัดพลังงาน มีสมรรถนะสูง อัจฉริยะ ปลอดภัย และรองรับการขับขี่แบบออฟโร้ดได้อย่างดีเยี่ยม”
ด้านการประหยัดพลังงานนั้น Chery ได้สร้างมาตรฐานใหม่เตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคที่ “เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
ให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น” จากการผสานเทคโนยีเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่กับระบบระบายความร้อน
ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 46.5% และระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าเดิม 93%

 

ด้านสมรรถนะ Chery นำเสนอเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0TGDI พร้อมทั้งระบบส่งกำลัง DHT230 และ DHT280 ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดที่สร้างนิยามระดับโลกบทใหม่ด้วยกำลัง 280 กิโลวัตต์ และความเร็วรอบการทำงานเครื่องยนต์ที่สูงถึง 24,000 รอบต่อนาที ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขระดับสูงสุดในอุตสาหกรรม

Chery และ OMODA & JAECOO 5

ด้านความอัจฉริยะ Chery ผสานระบบ Intelligent Control Platform ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการขับขี่ ระบบนี้ผสานการควบคุมการเคลื่อนที่อัจฉริยะและระบบการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ และปรับแต่งอัตราการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับทุกการเดินทางมากที่สุด

ด้านความปลอดภัย Chery ปฏิบัติตามแนวทางการวิจัยและพัฒนาตามมาตรฐานโลก และกระบวนการทดสอบที่เป็นสากล โดยเทคโนโลยี “Smart Cloud Fusion” เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยหลัก 10 ระบบ พัฒนาโดยอาศัยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล 5 แห่งทั่วโลก และรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า 800 รายการ ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ของพวกเขาปลอดภัยเสมอ

Chery และ OMODA & JAECOO 7

คำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริดสากลพร้อมการเริ่มโครงการ Open-Source Hybrid Initiative
โดยกลุ่มบริษัทฯเชอรี่ร่วมกับสถาบันวิจัยมาตรฐานรถยนต์แห่งประเทศจีน ภูมิใจเสนอคำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งถือเป็นโครงการที่เชอรี่ ในฐานะบริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO จะนำมาตรฐานทางเทคโนโลยีของตนมาเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการประยุกต์ใช้งานได้ทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างนิยามใหม่ด้านความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีที่สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก คำประกาศนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสมาคมด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดของประเทศจีน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฮบริดของประเทศจีนไปสู่มาตรฐานที่ดียิ่งกว่าเดิม

จากใจกลางกรุงสู่อนาคต เอเอเอสฯ ชวนสัมผัสปอร์เช่พลังงานไฟฟ้า สุดยอดนวัตกรรมแห่งความแรงและความล้ำสมัย ณ เอเอเอส-เฮาส์ เอ็มสเฟียร์

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย ถ่ายทอดอนาคตแห่งนวัตกรรมยานยนต์ผ่านการจัดแสดงยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้คอนเซปต์ “Electrified DNA” ที่ตอกย้ำจิตวิญญาณความสปอร์ตและสมรรถนะระดับตำนานของปอร์เช่อย่างอย่างแท้จริง เพื่อให้ชาว เอ็ม ดิสทริค ได้สัมผัสตัวตนอันทรงพลังของปอร์เช่ในยุคใหม่ อาทิ ปอร์เช่ มาคันน์ 4 (Macan 4), ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ครอส ทัวริสโม (Taycan 4S Cross Turismo) พร้อมต้อนรับผู้ที่หลงใหลและเหล่าสมาชิกครอบครัวปอร์เช่ ณ เอเอเอส-เฮาส์ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์) ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 2

นำขบวนสู่อนาคตด้วย มาคันน์ 4 (Macan 4) สปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ถ่ายทอดสมรรถนะในแบบ E-Performance ได้อย่างเหนือระดับ ผสานดีไซน์สปอร์ตและห้องโดยสารกว้างขวางที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกวัน พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยภายใต้แนวคิด ‘Keep Your Essence’ มาคันน์ 4 คันนี้ มาขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดแบบ PSM (Permanent Magnet Synchronous Motor) ที่ให้พละกำลังสูงสุด 408 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม. ภายใน 5.2 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 220 กม./ชม. อีกทั้งพิสัยการขับขี่สูงสุดถึง 612 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมสีตัวถังสุดสดใสอย่าง Frozen Blue Metallic

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

ตามมาด้วย ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 4 ประตู ที่ผสานดีไซน์ใหม่อันโดดเด่นและหรูหราเข้ากับเส้นสายที่เฉียบคมยิ่งขึ้น ในสีตัวถังสุดสุดหรูหราและทันสมัยอย่าง Shade Green อีกทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมถ่ายทอดอารมณ์แห่งการขับขี่ที่มากกว่าแค่ความรู้สึกแบบ ‘Overfeel’ สร้างความตื่นเต้นในทุกการขับขี่ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 410 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. อีกทั้งพิสัยการขับขี่สูงสุดถึง 559 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP พิเศษมากยิ่งขึ้นด้วย Performance Battery Plus ที่จะช่วยเพิ่มพละกำลังแรงม้าเป็น 435 แรงม้า พร้อมแรงบิด ขยับขึ้นเป็น 420 นิวตันเมตร

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 5

ปิดท้ายการขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วย ปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์ เอส ครอส ทัวริสโม (Taycan 4S Cross Turismo) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าดีไซน์โดดเด่นรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานความอเนกประสงค์เข้ากับความหรูหรา มาในสีตัวถังสุดโดดเด่นอย่าง Neptune Blue พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ไว้ใจได้ในทุกเส้นทาง ถ่ายทอดจิตวิญญาณในแบบ ‘Soul, Electrified’ มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 571 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.1 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 240 กม./ชม. อีกทั้งพิสัยการขับขี่สูงสุดถึง 488 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 6
ตลอดช่วงเวลาการจัดแสดง เอเอเอสฯ พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ ด้วยเซอร์ไพรส์ใหม่ ๆ ที่ได้รับการนำเสนออย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับเปลี่ยนคอนเซปต์ให้สดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศที่หรูหราทันสมัย พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยกาแฟและของว่างสูตรพิเศษจาก SHADE COMMUNE ร้านกาแฟแบบสเปเชียลตี้โดย เอเอเอส กรุ๊ป ที่พร้อมเติมเต็มทุกโมเมนต์ให้ล้ำค่าและน่าประทับใจยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกชมและเลือกซื้อสินค้า Porsche Lifestyle หลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือของสะสม ที่สะท้อนตัวตนของผู้หลงใหลในโลกแห่งปอร์เช่ได้อย่างมีสไตล์

เอเอเอส–เฮาส์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการเป็นมากกว่าศูนย์กลางสำหรับผู้ที่หลงใหลในยานยนต์ระดับลักซ์ชัวรี เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ และผู้ที่หลงใหลในโลกแห่งยานยนต์ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับโลกแห่งยนตรกรรม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่รักการขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้ที่ทำการจองรถยนต์ปอร์เช่ที่ เอเอเอส–เฮาส์ จะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษพร้อมของขวัญสุดพรีเมียมที่คัดสรรมาโดยเฉพาะอีกด้วย

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

SAIC MOTOR CORPORATION ผนึกกำลังแบรนด์ในเครือภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ร่วมโชว์เทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ระดับโลก ในงาน Shanghai Auto Show 2025

0
SAIC MOTOR 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ โดยในปีนี้มาพร้อมแนวคิด “ONE SAIC” ซึ่งเป็นการรวมพลังของแบรนด์ในเครือกว่า 10 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก นำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ “More than Auto – เหนือกว่าการเข้าใจรถ คือการเข้าใจผู้ใช้รถ” ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่ผู้ใช้รถในทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงโดยเท่าเทียมกัน และสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะร่วมกัน

SAIC MOTOR CORPORATION เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมให้ตอบโจทย์กับเทรนด์ตลาดโลกภายใต้ยุทธศาสตร์ “Globalization to Localization” (GLOCAL 3.0) มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบไฮบริด HEV เจเนอเรชันใหม่ และแบตเตอรี่โซลิดสเตต ฯลฯ
ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศที่ผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกกับการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ขณะเดียวกันมีการวางกลยุทธ์แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค พร้อมคำนึงถึงบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ในงาน Shanghai Auto Show 2025 ปีนี้ จึงนำเสนอยนตรกรรมที่แสดงถึงศักยภาพของ SAIC MOTOR CORPORATION ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้

1. นวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ และการยกระดับระบบนิเวศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
SAIC MOTOR CORPORATION สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเป็นเจ้าแรกที่นำเสนอ “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ 3.0 แบบเชิงปกป้อง และป้องกัน” ทั้งโครงสร้างตัวถัง ระบบช่วงล่าง และการควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ จากความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน AI ระดับแนวหน้าของจีนอย่าง Horizon Robotics, ZHUOYU, Harmony Intelligent Mobility Alliance และ Momenta เพื่อสร้างยนตรกรรมที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร อาทิ เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบช่วงล่างขั้นสูง

SAIC MOTOR 2
อีกทั้งยังร่วมมือกับ Huawei พัฒนาแบรนด์และยานยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ระดับไอคอนิค ในขณะเดียวกัน
ได้ยกระดับประสิทธิภาพของระบบเชื่อมต่อโดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง OPPO และ Volcano Engine เพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลในรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ และยกระดับความมั่นใจกับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่จาก เอ็มจี ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

2. เขย่าอุตสาหกรรมด้วยยนตรกรรมใหม่ สู่ความเป็น “ONE SAIC”
ปีที่ผ่านมา SAIC MOTOR CORPORATION กวาดยอดขายส่งสะสมรวม 4.013 ล้านคัน และมียอดส่งมอบ
สู่มือลูกค้าแล้ว 4.639 ล้านคัน โดยมียอดขายจากแบรนด์ในเครือสูงถึง 2.408 ล้านคัน หรือคิดเป็น 60%
ของยอดรวมทั้งหมด โดยรถยนต์พลังงานใหม่ทำสถิติยอดขายกว่า 1.234 ล้านคัน เติบโตขึ้น 9.9%
พร้อมความภาคภูมิใจในการขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก ด้วยยอดส่งออก 1.082 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.6%
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านนโยบายจากสหภาพยุโรป โดย ณ ปัจจุบัน SAIC MOTOR CORPORATION สามารถเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดสะสมกว่า 5.5 ล้านคันถึงสิ้นปี ค.ศ. 2024
และยังคงเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยโกลบอลโมเดลที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ
การขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง NEW MG S5 EV และ NEW MG4 ELECTRIC
รวมถึงรถยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันล่าสุดอย่าง ALL NEW MG3 HYBRID ทั้งยังสร้างความมั่นใจด้วยฐานการผลิตชิ้นส่วนในต่างประเทศกว่า 100 แห่ง ศูนย์บริการ และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกว่า 3,000 ราย มีศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์ (R&D Center) ในลอนดอน สหราชอาณาจักร ซิลิคอนแวลลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล รวมถึงการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และปากีสถาน ซึ่งถือ
เป็นการเติบโตที่โดดเด่นท่ามกลางกระแสตลาดที่ท้าทาย

SAIC MOTOR 3

ในปีนี้ SAIC MOTOR CORPORATION วางกลยุทธ์การตลาดสู่ความเป็นหนึ่งภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ที่นำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำหน้าเหนือจินตนาการ เริ่มต้นจาก
•แบรนด์ MG กับ “NEW MG CYBER X” ยนตรกรรมดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy SUV) มาพร้อมนวัตกรรมและการออกแบบสุดล้ำสมัย สะท้อนปรัชญา “เทคโนโลยีเพื่อทุกคน” ผ่านรูปลักษณ์เน้นความเป็นเหลี่ยมสันจากทุกมุมและสมรรถนะที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG CYBERSTER สีใหม่
และ รุ่น Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปี และ โกลบอลโมเดลรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG S5 EV
•แบรนด์ Roewe กับรถ SUV และซีดานหรูระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “PEARL OF CHINA” นำเสนอผลงานการออกแบบโดย Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ผู้สร้างสรรค์
ความหรูหราในแบบร่วมสมัย
•อีกครั้งกับการปฏิวัติวงการรถยนต์อัจฉริยะของแบรนด์ IM ด้วย “IM L6 หรือ IM5” ความสำเร็จ
ของรถยนต์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนร่วมกับ AI ส่งมอบนวัตกรรมให้กับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการเปิดตัวรถ Premium Intelligent e-SUV อย่าง IM6 เข้าสู่ตลาดโลก
•แบรนด์ MAXUS เน้นยนตรกรรมเพื่อการพาณิชย์ที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยการจัดแสดง Concept Car ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ออฟโรดภายในเมือง ซึ่งหลอมรวมดีไซน์พรีเมียมและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยได้อย่างกลมกลืน
•และแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ อาทิ SAIC GM Wuling, SAIC Volkswagen, SAIC General Motors
ที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

SAIC MOTOR 4

3. นวัตกรรมการโต้ตอบและปฏิสัมพันธ์ที่เสมือนจริงด้วย Smart Travel Experience
SAIC MOTOR CORPORATION ได้จัดแสดงนวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์เสมือนจริงเต็มรูปแบบ
โดยแปลงโฉมพื้นที่ให้เป็น “Smart Travel Experience Hall” นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านหลากหลายโซนไฮไลท์ ได้แก่ โซนทดลองขับด้วยเทคโนโลยี VR จำลองสถานการณ์การขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 โซนจัดแสดงการแยกชิ้นส่วนแบตเตอรี่โซลิดสเตต ตลอดจนโซนอุปกรณ์ปฏิสัมพันธ์ภายในห้องโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งภายในพื้นที่ได้รับการตกแต่งให้เป็น “เสมือนอยู่บ้าน” ที่ส่งผลต่อประสาทสัมผัสทั้งภาพ เสียง และกลิ่น เข้ากับบริการ
และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ได้อย่างชัดเจน

SAIC MOTOR 5

สำหรับการนำเสนอยนตรกรรมและนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ของ SAIC MOTOR CORPORATION ในงาน Shanghai Auto Show 2025 แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศในทั่วโลกอย่างเป็นรูปธรรม
และตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

 

 

รัฐเร่งวางเกณฑ์อนุญาตนำเข้ารถโบราณ เน้นส่งเสริมอนุรักษ์ สร้างงานซ่อมบำรุง หนุนซอฟท์พาวเวอร์ไทย

0
สมาคมรถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณฯ แจ้งความคืบหน้ามติ ครม. ไฟเขียวนำเข้ารถโบราณ หนุนงานช่างไทย สร้างซอฟท์พาวเวอร์ กระตุ้นเศรษฐกิจ

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 12 มีนาคม 2567 และ 22 เมษายน 2568 อนุมัติกฎหมายนำเข้ารถโบราณเพื่อการอนุรักษ์นั้น

สมาคมรถโบราณ 2

สมาคมฯ ต้องขอขอบคุณภาครัฐที่รับฟังข้อมูลด้วยดีมาตลอด โดยขอสรุปมติ ครม. และประเด็นที่เคยร่วมหารือกับหน่วยงานต่างๆ กรณี “การนำเข้ารถโบราณที่มีอายุเกิน 30 ปี” ซึ่งจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของ 6 หน่วยงานรัฐ ดังนี้
1 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์โบราณตามมติ ครม.
2 กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างปรับเกณฑ์ยกเว้นเรื่องการปล่อยไอเสียของรถโบราณ ซึ่งจะถูกจำกัดจำนวนวันใช้รถ
3 กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างยกร่างประกาศลดอัตราอากร และยกเว้นอากรศุลกากร สำหรับรถยนต์โบราณ สำหรับรถยนต์นั่งตามพิกัดอัตราศุลกากร ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปี แต่ไม่เกิน 100 ปี และพิกัดอัตราศุลกากรรถยนต์โบราณที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปี
4 กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างออกประกาศกำหนดภาษีสรรพสามิตที่จะใช้จัดเก็บภาษีรถยนต์โบราณอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ไม่รวมถึงรถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ โดยคิดคำนวณภาษีจากราคาประเมินสากลที่เป็นปัจจุบัน และถูกประกาศโดยกรมสรรพสามิต ทั้งนี้คาดว่าจะกำหนดอัตราขั้นต่ำที่ 2 ล้านบาท
5 กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มบทนิยามรถโบราณกำหนดขนาด ลักษณะ ของแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์โบราณเป็นป้ายสีดำ ตัวอักษรสีขาว
6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกกฎให้รถยนต์โบราณชุดนี้วิ่งได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่นำไปจัดแสดงตามกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจำนวนวันต้องรอประกาศเป็นทางการอีกครั้ง

“การอนุญาตนำเข้ารถโบราณช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์รถโบราณ และรถคลาสสิคให้คึกคักขึ้น เก็บภาษีได้เพิ่ม ช่วยสร้างงานซ่อมบูรณะให้ช่างไทย ส่งเสริมซอฟท์พาวเวอร์ เพิ่มมนต์เสน่ห์ให้การท่องเที่ยวได้อย่างดี สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยพร้อมขยายกิจกรรมประจำปีต่างๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม” ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวเพิ่มเติม

ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายนำเข้ารถโบราณ และกิจกรรมของสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

 

“CHANGAN” ชูนวัตกรรมสุดล้ำภายใต้แนวคิด “Together for a Smarter World” ในงาน “Auto Shanghai 2025”

0
CHANGAN Automobile 1

CHANGAN Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะคาร์บอนต่ำ ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมภายใต้ธีม Together for a Smarter World ในงาน Auto Shanghai 2025 สะท้อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Mission of Shangri-La สำหรับพลังงานทางเลือกใหม่, แผนพัฒนา Dubhe 2.0 และ Vast Ocean Plan สำหรับการขยายธุรกิจทั่วโลก มุ่งสู่ปฐมบทใหม่ของเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

CHANGAN 1

CHANGAN เดินหน้ายกระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง สร้างความสำเร็จด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดผ่าน
กลยุทธ์หลักทั้งสามประการ โดยภายใต้ Mission of Shangri-La บริษัทได้พัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตต Golden Shield และผลิตภัณฑ์พลังงานทางเลือกใหม่อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน BlueCore 3.0 และเทคโนโลยี PREV รายแรกของอุตสาหกรรมที่ผสานเทคโนโลยี PHEV และ REEV เข้าด้วยกัน ส่วนแผนพัฒนา Dubhe 2.0 ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบอัจฉริยะต่างๆ อาทิ ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ TS (Intelligent TS Drive), ห้องโดยสารอัจฉริยะ TY (Intelligent TY Cockpit) และแชสซีอัจฉริยะ TH (Intelligent TH Chassis) ขณะที่ Vast Ocean Plan ได้ช่วยให้ CHANGAN สามารถขยายธุรกิจไปทั่วโลกโดยเฉพาะทวีปยุโรป

ฉางอัน 5

CHANGAN Automobile ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านพลังงานทางเลือกใหม่และการขับขี่อันชาญฉลาด พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเปิดตัวยนตรกรรมอัจฉริยะรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในงาน Auto Shanghai 2025 ครั้งนี้ CHANGAN Automobile ได้เผยโฉมยานยนต์อัจฉริยะระดับเรือธง 3 รุ่น ได้แก่ CHANG-AN Q07, DEEPAL S09 และ AVATR 06 ซึ่งเป็นโซลูชันยานยนต์ล้ำสมัยรุ่นล่าสุดจาก 3 แบรนด์หลัก ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์อันชาญฉลาด รวมถึงความแข็งแกร่งด้านการพัฒนายานยนต์ดิจิทัลอัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์บินได้ (Flying Cars), หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots), หุ่นยนต์สุนัข (Robot Dogs), หุ่นยนต์ติดล้อ (Wheeled Robots) และหุ่นยนต์ฝึกเดินเสมือนจริงอัจฉริยะ (Smart Exoskeleton) สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านการคมนาคมขนส่งแห่งอนาคตและบทบาทของ CHANGAN ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ฉางอัน 6

ในงาน Auto Shanghai ครั้งนี้ CHANGAN ได้นำสื่อมวลชนกว่า 500 คนจากในประเทศและต่างประเทศรวมถึงพันธมิตรระดับโลกกว่า 600 ราย มาร่วมชมผลงานความสำเร็จด้านดิจิทัลอัจฉริยะของทั้ง 3 แบรนด์หลัก โดย CHANGAN ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมผ่านการนำเสนอประสบการณ์แบบ immersive ที่บูธของแต่ละแบรนด์, เทคโนโลยีล้ำสมัยที่นำมาจัดแสดง และงานแถลงข่าวสำหรับสื่อมวลชนจากทั่วโลก เปิดศักราชใหม่ของการดำเนินธุรกิจอย่างมีพลวัตด้วยขุมพลังของเทคโนโลยีที่สอดรับกับทิศทางของตลาดโลก

ฉางอัน 8

นายจู หัวหรง ประธานบริษัท CHANGAN Automobile กล่าวว่า “เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา CHANGAN Automobile ได้ดำเนินแผนธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ Mission of Shangri-La, แผนพัฒนา Dubhe 2.0 และ Vast Ocean Plan เพื่อยกระดับสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะคาร์บอนต่ำ นับจากนั้นเป็นต้นมา CHANGAN Automobile ยังคงยึดมั่นในนวัตกรรมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาระดับสูงที่อัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

ฉางอัน 11

ทั้งนี้ CHANGAN ยังคงมุ่งมั่นสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ สำหรับการเดินทางในอนาคตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมทั่วโลกโดยขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะขับเคลื่อนและจุดประกายยุคใหม่ของการเดินทางให้กับมนุษยชาติ

“ZEEKR 9X” เอสยูวีเรือธง และ “Lynk & Co 900” เปิดตัวครั้งแรกในงาน “Shanghai Auto Show 2025”

0
ZEEXR 9X 1

หลังจากการเปิดตัว ZEEKR 009 Grand Collector’s Edition รุ่นพิเศษที่ผสมผสานศิลปะจีนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้เพียงสามวัน ZEEKR Group กลับมาครองความสนใจอีกครั้งในงาน Shanghai Auto Show 2025 ด้วยการเปิดตัวระดับโลกของ ZEEKR 9X เอสยูวีหรูระดับเรือธงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ และระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า

ZEEXR 9X 2

ZEEKR 9X ถือเป็นยานยนต์ไฮบริดรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ ZEEKR โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่ผสานข้อดีของทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เข้าด้วยกัน และได้มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกมิติ ด้วยระยะทางวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนมากกว่า 380 กิโลเมตร — มากที่สุดในกลุ่มเอสยูวีไฮบริดทั่วโลก พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3 วินาที

จุดเด่นสำคัญของ ZEEKR 9X

•ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลังสูงสุดถึง 205 กิโลวัตต์ ส่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างฉับไว
•ระบบช่วงล่างแบบ Dual-Chamber และ ระบบกันโคลงแบบแอคทีฟ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้น ทั้งในด้านความนุ่มนวลและเสถียรภาพ
•โดดเด่นด้วยไฟหน้าดีไซน์ล้ำสมัย แกะสลักด้วยเลเซอร์จำนวน 42,242 จุด สร้างเอฟเฟกต์ “ท้องฟ้ายามค่ำคืน” อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความประณีตในทุกรายละเอียด
•ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ G-Pilot H9 (ระดับ L3) ขับเคลื่อนด้วย ชิป NVIDIA Drive Thor แบบคู่, เซนเซอร์ LiDAR จำนวน 5 ตัว, และพลังประมวลผลสูงถึง 1,400 TOPS รองรับการขับขี่อัจฉริยะอย่างมั่นใจ
•รองรับระบบชาร์จเร็ว V4 Ultra-Fast ที่ให้กำลังชาร์จสูงสุด 1.3 เมกะวัตต์ รองรับการใช้งานในอนาคต และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ZEEXR 9X 3

 

ZEEKR 9X มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

ในขณะเดียวกัน Lynk & Co กำลังสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องกับรถรุ่นใหม่ Lynk & Co 900 ซึ่งมียอดจองล่วงหน้าแล้วกว่า 40,000 คัน ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 เมษายนนี้

ZEEXR 9X 3

รถยนต์แบบ 6 ที่นั่งรุ่นนี้ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SPA Evo โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายในห้องโดยสารสูงถึง 88.2% และเบาะแถวที่สองที่สามารถหมุนได้ถึง 180 องศา เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าครอบครัวระดับพรีเมียมที่ต้องการความหลากหลายในการใช้งาน

ZEEXR 9X 8

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันและเปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งาน โดยติดตั้งจอแสดงผลความละเอียด 6K ขนาด 30 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมประสานการทำงานของ 8 หน้าจอ ผ่านระบบ LYNK Flyme Auto ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm 8295 คู่ ให้พลังการประมวลผลสูงถึง 60 TOPS

ขุมพลังของ Lynk & Co 900 มาจากเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ขนาด 2.0T ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัจฉริยะแบบ 3 สปีด DHT Pro และมอเตอร์คู่ที่เพลาหลัง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 650 กิโลวัตต์ พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.3 วินาที จัดอยู่ในกลุ่มเอสยูวีไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในเซกเมนต์

ZEEXR 9X 10

 

ด้วยนวัตกรรมอันล้ำอนาคตจาก ZEEKR 9X และ Lynk & Co 900 ZEEKR Group ยังคงมุ่งมั่นผลักดันขีดจำกัดของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยส่งมอบเทคโนโลยีที่ทันสมัย สมรรถนะเหนือระดับ และการออกแบบที่ประณีต เพื่อรองรับและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมออย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน