Home Blog Page 73

ฟอร์ดเปิดตัว ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้’ ปฏิวัติวงการรถกระบะ พร้อมจำหน่ายในไทยปี 2569

0
Ford Bronco, Texas Photo: James Lipman / jameslipman.com

ฟอร์ดประกาศเสริมทัพรถกระบะอย่างเป็นทางการ ด้วยการเผยโฉม ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ครั้งแรกของโลก ในงานฉลองครบรอบ 100 ปี ฟอร์ด ออสเตรเลีย ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย นับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้นำชื่อ ‘ซูเปอร์ ดิวตี้’ มาใช้กับรถกระบะนอกเหนือจากตระกูล F-Series อันโด่งดังในสหรัฐอเมริกา

ฟอร์ดประกาศแผนเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย พร้อมทำการตลาดในปี 2569 และจะเปิดสายการผลิตที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ที่จังหวัดระยอง เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกทั่วโลก

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อเติมเต็มความต้องการในตลาดรถกระบะที่มีสมรรถนะสูงพร้อมลุยภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง

ด้วยการออกแบบที่สร้างมาตรฐานใหม่ในวงการรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นจากโรงงาน ทั้งความสามารถในการลากจูงและบรรทุกที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุย ที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก ซึ่งรถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้

เมื่อเทียบกับรถกระบะที่จำหน่ายในปัจจุบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้1 มอบความสามารถที่เหนือกว่าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ลากจูงได้มากขึ้น: รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม2
  • บรรทุกได้มากขึ้น: น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม3
  • ให้คุณ ‘ทำได้’ มากขึ้น: น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม3

“ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ คือการพลิกโฉมวงการรถกระบะ อันเกิดจากการรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้าจากหลากหลายประเทศ” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “รถรุ่นนี้พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะ ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นทั้งการใช้ลุยงานหนัก การผจญภัย รวมถึงการดัดแปลงพิเศษสำหรับภารกิจเฉพาะ และด้วยประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก เราภูมิใจอย่างยิ่งที่จะได้นำรถกระบะรุ่นพลิกโฉมวงการนี้มาให้กับลูกค้าชาวไทยในเร็วๆ นี้”

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกภารกิจหนัก ด้วยการผสานเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง ความอเนกประสงค์ การเชื่อมต่อ และความสะดวกสบายที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถที่มีสมรรถนะระดับนี้ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์อันดุดัน สะท้อนเอกลักษณ์และดีเอ็นเอความแกร่ง พร้อมรับมือทุกงานหนักที่แสนท้าทาย

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ จะผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอเอที และจะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีแผนวางจำหน่ายในตลาดอื่นๆ ผ่านโกลบอล ฟลีต โซลูชันส์ (Global Fleet Solutions) ซึ่งสามารถให้บริการดัดแปลงรถยนต์ได้อีกด้วย

สำหรับรายละเอียดและข้อมูลจำเพาะสำหรับตลาดประเทศไทย จะมีการประกาศในช่วงใกล้การเปิดตัว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Ranger Super Duty หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook YouTube TikTok และ LINE @FordThailand

 

หมายเหตุ

1 รายละเอียดรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย รายละเอียดรุ่นและข้อมูลจำเพาะที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง

2 ความสามารถในการลากจูงสูงสุดของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลียเมื่อใช้ระบบลากพ่วงแท้จากฟอร์ด และติดตั้งระบบเบรกแล้ว ไม่รวมหัวบอลลากพ่วง (จำหน่ายแยกต่างหาก) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้ น้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลากจูงรวม อาจต้องถูกจำกัดเพื่อเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

3 น้ำหนักรถรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass – GVM) คือน้ำหนักรวมสูงสุดของรถ น้ำหนักบรรทุก และหัวลากจูง ที่อนุญาตให้บรรทุกของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่รวมน้ำหนักของรถพ่วง น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass – GCM) คือน้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตของรถยนต์และรถพ่วงรวมกัน เป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังการบรรทุกใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM), น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) และพิกัดน้ำหนักเพลาสูงสุด (Gross Axle Weight Ratings – จะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมเมื่อใกล้วันวางจำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย) ไม่เกินค่าที่กำหนดตามกฎหมาย

กรังด์ปรีซ์ฯ จับมือ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันแบดมินตันอาวุโสชิงแชมป์โลก “Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025”

0

บริษัท จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ในเครือ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  โดยคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ สายการผลิต และ คุณพีระพงศ์  เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ กรรมการ บริษัท จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ได้รับสิทธิ์ให้เป็น ผู้จัดการแข่งขันแบดมินตันอาวุโสชิงแชมป์โลก “Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025″ ที่เมืองพัทยา ประเทศไทย

โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือการจัดการแข่งขัน และการสนับสนุนด้านเทคนิคต่างๆ  รวมถึงการให้การสนับสนุนอุปกรณ์การแข่งขันแบดมินตันและสนามแข่งขันจาก บริษัท วิคเตอร์ สปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด โดย Mr. Mingqing Zhang (Managing Director) ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์การแข่งขัน และสนามแข่งขันแบดมินตัน แบรนด์ VICTOR ตามมาตรฐาน BWF ตลอดการแข่งขัน ร่วมลงนามใน MOU กับทางบริษัทฯ อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นการลงนามร่วมลงทุน และร่วมมือกันของ บริษัท จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด กับบริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด โดยนายภวัต เรืองเดชวรชัย กรรมการผู้มีอำนาจ President & CEO Media Intelligence Group และคณะผู้จัดการแข่งขันแบดมินตัน Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025 โดยนายบุญศักดิ์ พลสนะ ในฐานะผู้แทนของคณะผู้จัดการแข่งขันฯ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU)

สำหรับการแข่งขันแบดมินตันอาวุโสชิงแชมป์โลก “Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025″ ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกจากสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งได้รับการผลักดันและสนับสนุนจากคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่มุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกมากยิ่งขึ้น

คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั้งในส่วน นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้ติดตามกว่า 3,000 คน จากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับสูงสุด Grade 1 ที่ควบคุมการแข่งขัน และรับรองมาตรฐานโดย BWF (Badminton World Federation) หรือสหพันธ์แบดมินตันโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ อาทิ เทศกาลอาหารนานาชาติ “International Food Festival” ที่จะนำเสนออาหารจากทั่วโลกตลอดสัปดาห์การแข่งขัน และการแสดงจากศิลปิน สถาบันการศึกษา และชุมชนท้องถิ่นในเมืองพัทยาที่พร้อมใจกันมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 7-14 กันยายน 2568 ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

 

การแบ่งรายละเอียดรุ่นอายุและประเภทของการแข่งขัน ดังนี้ 

  1. รุ่นอายุการแข่งขัน

มีการจัดการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 10 รุ่นอายุ ดังนี้

Age GroupsYear Born or earlierปี พ.ศ. เกิด หรือก่อนหน้า
35+19892532
40+19842527
45+19792522
50+19742517
55+19692512
60+19642507
65+19592502
70+19542497
75+19492492
80+19442487

 

  1. ประเภทการแข่งขัน

การแข่งขันมีเฉพาะประเภทบุคคล แบ่งการแข่งขันเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ชายคู่  หญิงคู่ และคู่ผสม โดยในแต่ละรุ่นอายุนั้น สามารถส่งรายชื่อนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ตามจำนวน ดังนี้

ประเภทชายเดี่ยวจำนวน 4 คน
ประเภทหญิงเดี่ยวจำนวน 4 คน
ประเภทชายคู่จำนวน 4 คู่
ประเภทหญิงคู่จำนวน 4 คู่
ประเภทคู่ผสมจำนวน 4 คู่

 

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารของการแข่งขันได้ที่  Facebook : BWF World Senior Championships 2025 website: www.wsc2025pattaya.com Line Official : @WSC2025   E:mail : serviceteamwsc2025@gmail.com

ท่าอากาศยานไทยเชื่อมั่นอีซูซุ เลือกรถ MU-X “THE NEXT PEAK” 90 คัน ให้บริการ AOT LIMOUSINE ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

0

มร. มิชิมาสะ โคโนะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ส่งมอบรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ ใหม่! Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด จำนวน 90 คัน ให้แก่คุณกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและคุณสุวิทัต วงศ์วิเชียร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ผู้ดำเนินการและจัดการท่าอากาศยาน ที่ดีระดับโลก รวมทั้งดำเนินการกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยาน

มั่นใจเลือก MU-X “THE NEXT PEAK” ผู้นำรถอเนกประสงค์ยอดนิยมของอีซูซุในเมืองไทยที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตลอดจนความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ เพื่อใช้สำหรับ AOT LIMOUSINE ซึ่งเป็นบริการขนส่งไป-กลับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีคุณภาพให้กับประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ พร้อมมาตรฐานระดับความปลอดภัยสูงสุด ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย

อย่าพลาด! โอกาสสุดท้ายในการเลือกเป็นเจ้าของรถกับ ไพรม์มัส กรุ๊ป พิเศษ! เฉพาะในช่วงงาน Motor Show 2025 เท่านั้น

0

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำระดับแนวหน้า 7 ยี่ห้อ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, ZEEKR, MG, DEEPAL, OMODA&JAECOO, AION และ SUZUKI ในประเทศไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2025 ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 และที่สาขาโชว์รูมรถยนต์ของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ทั้ง 7 แบรนด์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งหมด 16 สาขา เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับด้านการขาย โดยทีมที่ปรึกษาการขายที่มีความรู้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและชัดเจน

พร้อมบริการหลังการขายที่เพียบพร้อมและครบถ้วนด้านต่างๆ ตั้งแต่การเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ การดูแลรักษา จวบจนหมดอายุการใช้งานของรถยนต์ ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพและมากประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ที่สำคัญ คือ การดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกมิติ เพื่อมอบประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกระดับชั้น

ในช่วงงาน Motor Show 2025 ทาง “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้ง 7 แบรนด์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

MERCEDESBENZ

“เบนซ์ ไพรม์มัส” มอบโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่สุด 3 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ Mercedes-Benz SL 55 4MATIC+  ที่สุดแห่งความหรูหราและสมรรถนะในแบบสปอร์ตเปิดประทุน  ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังสไตล์ AMG ให้พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 298 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ All Wheel drive รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบทั้งบนถนนและในสนามแข่ง จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท

มาพร้อมพี่ใหญ่แห่งเส้นทาง Off-Road ในรุ่น Mercedes-Benz G 63 ที่ผสานความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมเกียร์แบบใหม่ AMG SPEEDSHIFT TCT 9 SPEED SPORTS

TRANSMISSIOM ให้พละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยระบบ Mild Hybrid เข้ากับพื้นฐานเครื่องยนต์ เสริมพลังในการออกตัวและตอบสนองการขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว วางจำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 18,800,000 บาท

ตามด้วย Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ยนตกรรมตระกูล GT เจเนอเรชั่น 2 ขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อม Bi-Turbo ติดตั้งในตำแหน่งที่เป็นเอกลักษณ์ hot inside “V” ให้พละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมลายเซ็นของผู้ประกอบที่ฝาครอบเครื่องยนต์ เอกลักษณ์เฉพาะของ AMG จำหน่ายเริ่มต้นที่ 15,900,000 บาท

พร้อมนำเสนอโปรแกรม  “MANUFAKTUR Exclusive” โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด สำหรับโมเดลไลน์อัพระดับ Flagship ในกลุ่ม Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach

พิเศษ! สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รับข้อเสนอ ฟรี! เงินชำระครั้งแรก ค่างวดเริ่มต้นที่ 45,000 บาท/เดือน พร้อมติดตั้ง Wall box และสิทธิ์ชาร์จไฟฟ้า นาน 1 ปี ไม่จำกัดครั้ง ส่วนรถยนต์ในกลุ่ม Commercial Van รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ค่างวดเริ่มต้น 29,000 บาท/เดือน หรือเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz หลากหลายรุ่น รับฟรี! เงินดาวน์ และประกันภัยชั้น 1 MP Protection นาน 1 ปี หรือเลือกรับส่วนลดสูงสุด 330,000 บาท, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MP Protection นาน 3 ปี และ MBSP Easy Car และ MBSP Extra Guarantee นาน 8 ปี (เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด) สอบถามได้ละเอียดได้ที่ เบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร.02 095 5555 และสาขาพัทยา โทร.038 051 5555

ZEEKR

“ซีเคอร์ ไพรม์มัส” เปิดจองสิทธิ์ ครั้งแรก! ในรุ่น  ZEEKR 7X รถเอสยูวีลักชัวรี่ไฟฟ้า 100% กลุ่ม C เซกเมนต์ ขนาด 5 ที่นั่ง ผสานความหรูหราและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตที่หลากหลายสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีให้เลือก 2 รุ่น  ได้แก่  รุ่น มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง วิ่งไกลมากกว่า 600 กม. พร้อมล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว และรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนแบบ AWD วิ่งไกลมากกว่า 500 กม. พร้อมล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว และช่วงล่างแบบถุงลม คาดว่าราคาจำหน่ายไม่เกิน 2.2 ล้านบาท

พร้อมเติมเต็มความต้องการสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถเอ็มพีวีระดับลักชูรี่ สำหรับ ZEEKR 009 ในรุ่น 7 ที่นั่ง ที่มีให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์เดี่ยว และมอเตอร์คู่ ควบคู่กับรุ่น 6 ที่นั่ง ที่มอบความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมสุดล้ำ และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว

พิเศษ! เฉพาะในงาน MOTOR SHOW 2025 รับจองสิทธิ์ 2 รุ่น ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 7-SEATER SINGLE พร้อมข้อเสนอพิเศษ รุ่น ZEEKR X รับฟรี! ดอกเบี้ย นาน 60 เดือน, รุ่น ZEEKR 009  รุ่นมอเตอร์คู่ 7 ที่นั่ง ฟรี! ค่าอะไหล่-ค่าแรงบำรุงรักษาสูงสุดไม่เกิน 3 ครั้ง ใน 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กม. ส่วนรุ่น ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง ค่าอะไหล่-ค่าแรงบำรุงรักษาสูงสุดไม่เกิน 6 ครั้ง ใน 6 ปี หรือระยะทาง 120,000 กม. ทุกรุ่น ฟรี! WALL BOX พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง, สายชาร์จฉุกเฉิน, ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี และค่าประกันตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 บาท (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ซีเคอร์ ไพรม์มัส ราชพฤกษ์ โทร 02-935-1555 , 085-959-9605

MG

เอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ by ไพรม์มัส กรุ๊ป นำเสนอรถยนต์ไฮไลท์ ในรุ่น MG IM6 เอสยูวีคูเป้ไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์ของนวัตกรรมที่ทันสมัย เรียบหรู พร้อมความสะดวกสบายครบครัน มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ New MG IM6 รุ่น PREMIUM  2WD มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง ราคาพิเศษ 1,299,900 บาท (ราคาปกติ 1,399,900 บาท) และรุ่น  PREFORMANCE 4WD มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาพิเศษ 1,699,900 บาท (ราคาปกติ 1,799,900 บาท) รับดอกเบี้ยพิเศษ! 1.99% นาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.นาน 1 ปี, ฟรี! HOME CHARGER   พร้อมติดตั้ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระดับพรีเมี่ยม นาน 5 ปี พร้อมรับประกันแบตเตอรี่-มอเตอร์ ตลอดอายุการใช้งาน

New MG S5 EV รถ B-SUV ไฟฟ้าล้วน 100% ใหม่ล่าสุด ที่จะสร้างประสบการณ์แตกต่างจากเดิม ให้ความสนุกสนานทุกการขับขี่ พร้อมเดินทางไกลสุดถึง 550 กม./ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตอบสนองทุกการใช้งานได้ทุกมิติ เป็นเจ้าของ New MG S5 EV รุ่น D ราคาพิเศษ 719,900 บาท (ราคาปกติ 739,900 บาท) และรุ่น X ราคาพิเศษ 779,900 บาท (ราคาปกติ 829,900 บาท) และรุ่น V ราคาพิเศษ 899,900 บาท (ราคาปกติ 949,900 บาท) พร้อมรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% นาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.นาน 1 ปี พิเศษ! เฉพาะรุ่น X และรุ่น V ฟรี! HOME CHARGER   พร้อมติดตั้ง  หมดเขต 30 เมษายน 2568 เท่านั้น

ทั้งเพิ่มความพรีเมี่ยมกับสีสันใหม่ SOL BLUE ในรุ่น NEW MG4 ELECTRIC  แฮทช์แบคไฟฟ้า 100% มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น STANDARD RANGE (D) ราคาพิศษ 559,900 บาท จากปกติ 709,900 บาท และรุ่น LONG RANGE (D) ราคาพิเศษ 664,900 บาท จากปกติ 769,900 บาท กับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.19% ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนนาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น1 + พรบ.นาน 1 ปี, HOME CHARGER   พร้อมติดตั้ง, กรอบป้ายทะเบียน-ชุดพรมปูพื้น, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 4 ปี

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ MG รุ่นต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนาน 60 เดือน, ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน หรือเลือก MG ช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 20เดือน หรือเลือกรับบัตรน้ำมัน 5,000 บาท นาน  20 เดือน เป็นต้น  พิเศษ! เฉพาะในช่วงงาน MOTOR SHOW 2025 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูม เอ็มจี เบส ออโต้ เซลส์ by ไพรม์มัส กรุ๊ป ทั้ง 7 สาขา กรุงเทพฯ : สาขาเพชรเกษม 65 โทร. 02 444 2333 และสาขาบางนา กม.5 โทร. 02 745 9190 / ชลบุรี : สาขาบายพาส ชลบุรี โทร. 038 111 555, สาขาศรีราชา โทร. 038 196 966 และสาขาพัทยา นาจอมเทียน โทร. 038 195 666 / เชียงใหม่ : สาขาแม่โจ้ โทร. 053 333 222 และสาขาหางดง โทร. 053 447 999

DEEPAL

“ดีพอล ไพรม์มัส” เชิญชวนสัมผัสยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด DEEPAL S05 รถเอสยูวีขนาดกลาง ด้วยเส้นสายการออกแบบที่สะท้อนความหรูหรา โฉบเฉี่ยว ดุดัน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต มีให้เลือกในแบบ BEV ไฟฟ้า 100% สำหรับ DEEPAL S 05 รุ่น LITE  ราคา 799,000 บาท, รุ่น  PLUS ราคา 849,000 บาท และ รุ่น  MAX ราคา 899,000 บาท กับแบบ Hybrid ในรุ่น DEEPAL S 05  REEV ในราคาคาดการณ์ที่ 949,000 บาท กับ รุ่น MAX REEV ราคาคาดการณ์ที่ 999,000 บาท

มาพร้อมกับรถกระบะไฟฟ้าสายพันธุ์ใหม่ ในรุ่น DEEPAL HUNTER K50 ที่ผสานความแข็งแกร่งและสมรรถนะ ด้วยเทคโนโลยี REEV ทำให้ทุกการเดินทางไร้ขีดจำกัด ด้วยระยะทางวิ่งไกลกว่า 900 กม. ในราคาแนะนำที่ 1,099,000 บาท

ด้าน CHANGAN LUMIN น้องง่วงสุดคิ้ว ด้วยไซส์ขนาดมินิในแบบ CITY EV ให้ความขับขี่ที่คล่องตัว สนุกสนาน ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ในใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มพิกัด รุ่น LUMIN L DC ราคา 499,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ! ฟรี ดอกเบี้ย เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน, ช่วยผ่อนสูงสุด 36,000 บาท และรับเงินคืนสูงสุด 12,500 บาท รับสิทธิพิเศษเพิ่มจาก LUMIN BUDDY CARE มูลค่า 40,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมี DEEPAL L07 ซีดานไฟฟ้าสุดพรีเมี่ยม และ DEEPAL S07 รถเอสยูวีสำหรับคนยุคใหม่ มอบข้อเสนอ ดาวน์เริ่มต้น 99,000 บาท หรือเลือกเป็นเจ้าของ DEEPAL E07 รถเอสยูวีไฟฟ้า ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนและตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ในราคาเริ่มต้น 1,599,000 – 1,999,000 บาท ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด 500 คันแรก! เป็นเจ้าของวันนี้ รับฟรี! LIFESTYLE PACKAGE มูลค่า 60,000 บาท และรับประกันสูงสุดช่วงล่างถุงลม 10 ปี

พิเศษ! เฉพาะ DEEPAL L07, S07 และ E07 รับเพิ่มแพ็คเกจ DEEPAL PREMIUM CARE มูลค่า 250,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดีพอล ไพรม์มัส สาขารามคำแหง โทร.02 374 1555 และสาขาชลบุรี โทร.038 288555

OMODA&JAECOO

“โอเจ ไพรม์มัส พระราม 9” เปิดรับจอง JAECOO 7 SHS  เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำ ที่ให้ความประหยัด คุ้มค่า และยอดเยี่ยมด้วยสมรรถนะกับพละกำลังที่ 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที  วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น JAECOO 7 SHS DYNAMIC  ราคาคาดการณ์ 899,000 บาท และรุ่น JAECOO 7 SHS MAXราคา 999,000 บาท มาพร้อมกับข้อเสนอ ECO BOUNUS* รับส่วนลด ON TOP 10,000 บาท ฟรี! ค่าบำรุงรักษา นาน 2 ปี, ประกันภัย ชั้น 1 นาน 1 ปี พร้อมรับประกัน นาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร

ด้าน JAECOO 6 EV รถไฟฟ้าออฟโรดในแบบ ONE BOX STYLE  ที่ทรงพลัง ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ที่ท้าทาย มอบส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากปกติ 1,099,000 บาท และรุ่น JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD ราคาพิเศษ 1,149,000 บาท* (ราคาเต็ม 1,249,000 บาท) พร้อมมอบฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, HOME CHARGER  พร้อมติดตั้ง

พิเศษ! OMODA C5 EV ทุกสี รับส่วนลดสูงสุด 220,000 บาท ทันที สำหรับรุ่น OMODA C5 EV LONG RANGE ULTIMATE ราคาพิเศษ 729,000 บาท จากปกติ 949,000 บาท รุ่น  OMODA C5 EV LONG RANGE PLUS   พิเศษ 679,000 บาท (จากปกติ 899,000 บาท) พร้อมรับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 และ HOME CHARGER  ฟรี! เมื่อจองรถภายในวันที่ 6 เมษายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โอโมด้า แอนด์ เจคู ไพรม์มัส พระราม 9 Tel: 02-934-9555 , 093-226-6926

AION

“ไอออน ไพรม์มัส” เปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด  AION UT รถยนต์ไฟฟ้าแฮทแบค์ 5 ที่นั่ง ใหม่ล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบโจทย์การเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมความหรูหราและสะดวกสบายในทุกการเดินทาง มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น STANDARD  ระยะทางขับ 400 กม. ความเร็ว 0-100 กม. ภายใน 12 วินาที  กับรุ่น PREMIUM ระยะทางขับ 500 กม. ความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.3 วินาที ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า และรองรับการชาร์จเร็วจาก 30%-80% ภายใน 24 นาที พร้อมเติมเต็มการออกแบบด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว โดยเปิดจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ในราคาพิเศษเพียง 49X,XXX บาท (ราคาปกติ 51X,XXX บาท)

พร้อมรุ่นใหม่ M8 PHEV ยนตรกรรม MPV ระดับพรีเมี่ยม ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ PLUG-IN-HYBRID ที่ทรงพลังและประหยัดสูงสุด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 170กม./ชม. วิ่งไกลสูงสุดกว่า 1,000 กม. ระบบชาร์จ DC จาก 30-80% ภายใน 8 วินาที

พร้อมดีไซน์หรูหราระดับลักชัวรี่ที่มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ รับเปิดจองสิทธิ์ในราคาไม่เกิน 2,5XX,XXX บาท พร้อมรับ EXCLUSIVE PACKAGE   รวมกว่า 200,000 บาท

พิเศษ! รับฟรี! ทองคำหนัก 1 บาท เมื่อจองและเป็นเจ้าของรถยนต์ AION V ในราคา999,900  บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% หรือดาวน์ เริ่มต้น 10% ฟรี! HOME CHARGER   พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่จองรถ ในช่วงวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไอออน ไพรม์มัส อมตะนคร ชลบุรี ศรีราชา โทร.038 185 456

SUZUKI

“ซูซูกิ ไพรม์มัส ศรีราชา” ต้อนรับ MOTOR SHOW 2025   อวดโฉม SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็ก โฉบเฉี่ยว สวยงาม เติมเต็มความสนุกทุกการขับขี่ ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ในราคาเริ่มต้น 567,000 บาท เฉพาะรุ่น GL รับข้อเสนอ ออกรถ 0 บาท หรือ ฟรี! ดอกเบี้ย พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

SUZUKI CARRY   ยานยนต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า ด้วยกระบะพื้นเรียบขนาดใหญ่ เปิด 3 ด้าน ให้ความสะดวกสบายทุกการขนถ่ายสัมภาระ รองรับการบรรทุกมากถึง 945 กิโลกรัม ช่วงล่างแข็งแกร่ง ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์ที่สร้างความเพลิดเพลินทุกการเดินทาง ในราคา 395,000 บาท พร้อมข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเพียง 222 บาทต่อวัน หรือดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 60 เดือน หรือรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง สูงสุด 20,000 บาท หรือเลือกผ่อนสบายๆ นานสุด 99 เดือน

SUZUKI XL7 HUBIRD รถเอ็มพีวี ยกสูง 7 ที่นั่ง มอบข้อเสนอในรุ่น GLX เป็นเจ้าของในราคาพิศษ 799,999 บาท จากปกติ 825,000 บาท พร้อมผ่อนสบายๆ เพียง 7,888 บาท เช่นเดียวกับ SUZUKI CELERIO รับราคาพิเศษ 319,900 บาท จากปกติ 338,000 บาท เฉพาะรุ่น SUZUKI CELERIO GA ใช้เงินออกรถ 9,500 บาท ผ่อน 4,830 บาท/เดือน นาน 84 งวด พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

สุดพิเศษ! เฉพาะลูกค้าและครอบครัวรถยนต์ซูซูกิ, ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร และสมาชิกหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่มอีก 150,000 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ ซูซูกิ ไอทีโอเอ ศรีราชา ชลบุรี ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป โทร. 033 124 388

GWM (Thailand) เร่งขยายการเติบโตในปี 2025 พร้อมเดินหน้าตอบความต้องการลูกค้าทั่วโลก ด้วยแนวคิด “All Scenarios, All Powertrains, All Users”

0

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ผ่าน 4 กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ  GWM เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ตลอดปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์และการบริการหลังการขายที่ “เหนือกว่า” ในทุกด้านให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียนเพื่อดำเนินธุรกิจส่งออกรถยนต์คุณภาพของ GWM ไปยังกลุ่มตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ด้วย 4 กลยุทธ์ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) เพื่อมอบโซลูชันด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและมีความหลากหลายทั้งด้านพลังงาน (Multi Powertrain) ประเภท (Multi Category) และเซกเมนต์ (Multi Segment) ดังเช่น 2 นวัตกรรมล่าสุดที่เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่ได้รับยอดจองและการตอบรับอย่างล้นหลามในงาน

คุณปาร์กเกอร์ ฉี ประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ ระบุว่า “GWM ยึดมั่นในจุดยืนของแบรนด์ภายใต้แนวคิด ‘ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)’ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ ที่ว่า GWM Go With More ซึ่งเรามุ่งหวังให้ผู้ใช้ได้มีประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมและเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างผ่านยนตรกรรมที่หลากหลาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกและความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับในประเทศไทย เราเพิ่งเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของเราเพื่อรองรับความต้องการของคนไทย ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ผมขอขอบคุณจากใจสำหรับกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากงาน Motor Show 2025 ต่อรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ การสนับสนุนและความคิดเห็นที่ยอดเยี่ยมจากแฟน ๆ ชาวไทยมีความหมายกับเราเป็นอย่างมาก และเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะยอดเยี่ยม และที่สำคัญที่สุด คือ มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคันของ GWM เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาและนำเทคโนโลยียานยนต์ที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งขยายการส่งออกไปยังประเทศในอาเซียนและตลาดโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทย สื่อมวลชนไทย พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และตลาดในประเทศไทยทุกภาคส่วน สำหรับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งต่อ GWM ขอบคุณจากใจครับ”

NEW GWM TANK 300 DIESEL

สำหรับกระแสตอบรับที่ท่วมท้นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นั้น ปัจจัยความสำเร็จมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้านของ GWM ซึ่งล้วนพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ถึงความสำเร็จขั้นต้นผ่านกลยุทธ์ดังกล่าว ประกอบด้วย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดไทย ผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีความหลากหลาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในกลุ่มผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิด “ONE GWM” และ “GWM Go With More” สู่การมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) โดย GWM จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ทุกรายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างความรู้ด้านการขายและการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตและมั่นคงไปพร้อมกัน และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) มุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิค ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจรภายใต้หลักการ SMART ประกอบไปด้วย Simple (สะดวก), Modern (ทันสมัย), Attention (ใส่ใจ), Reliable (เชื่อถือได้) และ Timeliness (ตรงเวลา) รวมถึงการทยอยเปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานของ GWM สู่การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับชาวไทย

ALL NEW GWM HAVAL H6

สำหรับการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน ณ โรงงานอัจฉริยะ ในจังหวัดระยอง ก็พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังในการรองรับความต้องการของลูกค้าด้วยการผลิตรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานทั้งรถยนต์ไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ดีเซล รวมถึงการหาโอกาสทางการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตอกย้ำการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศยุทธ์ศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและประกอบรถยนต์ที่มีความหลากหลายทั้งด้านพลังงาน (Multi Powertrain) ประเภท (Multi Category) และเซกเมนต์ (Multi Segment)

นอกจากที่ GWM จะมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตขึ้นผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ แล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตและเดินหน้าเคียงข้างชาวไทยดังที่ได้ให้คำมั่นสัญญาตั้งแต่ที่ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ล่าสุด จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ GWM ได้เร่งออกโปรแกรมความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวฟรี ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมมอบส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% (ยกเว้นแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และประดับยนต์) สำหรับการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับบริการและขอคำแนะนำเพิ่มเติม

GWM จะยังคงมุ่งมั่นด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหนือกว่าในทุกมิติ

มาสด้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แน่นบูธอัดโปรโมชั่นคุ้มสุดในงานมอเตอร์โชว์ รถต้นแบบ Mazda Iconic SP และรถไฟฟ้า Mazda6e คว้ารางวัล

0

สุดยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต พัฒนาขึ้นตามแนวทาง Multi-solution ที่มาสด้านำมาจัดแสดงให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก คว้ารางวัลอันแห่งเกียรติยศจากคณะผู้จัดงานฯ โดยรุ่นแรก คว้ารางวัล The Best Concept Car Award คือ Mazda Iconic SP ยานยนต์ต้นแบบสปอร์ตคอมแพ็คคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ และอีกหนึ่งรางวัล The Best Sedan EV Award คือ Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า BEV 100% รุ่นแรกจากมาสด้า รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้โดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจากคณะผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ นำโดย ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา, นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ และนายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นอกจากนี้ มาสด้ายังจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นพิเศษแน่นบูธ โดยเฉพาะการเปิดตัวแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยม New Mazda2 Essential โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เริ่มต้นเพียง 529,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญ Mazda Super Offer สุดยอดข้อเสนอใหญ่ โดนใจทุกคน รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท หรือดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ ถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 นี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 วันสุดท้ายเท่านั้น  ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าชมและสัมผัสยนตรกรรรมจากมาสด้า สามารถแวะไปได้ที่บูธรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ 2025 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย เมื่อจองซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกคัน อาทิ

  • รถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ New Mazda2 Essential ดีไซน์บ่งบอกความเป็นตัวตนที่ชัดเจน พร้อมฟังก์ชั่นที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ ตอบโจทย์ความคุ้มค่าการใช้งาน ด้วย สกายแอคทีฟเบนซิน 3 ลิตร ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร มีให้เลือกถึง 3 เกรด คือ รุ่น Prime, Ultra และ Signature ราคาเริ่มต้นเพียง 529,000 บาท ดาวน์เริ่มต้นเพียง 26,450 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 7,993 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัว รับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

  • รถยนต์นั่งสปอร์ตคอมแพคคาร์ Mazda3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition ปลุกสัญชาตญาณความสปอร์ตในแบบคุณให้มีชีวิต ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมี่ยมที่เติมเต็มเอกลักษณ์ โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ดีไซน์สะกดสายตา ราคาเริ่มต้น 979,000 บาท เลือกรับส่วนลด 120,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 10,179 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

  • Mazda CX-3 ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้น พร้อมพาคุณออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ไม่สิ้นสุด เติมเต็มชีวิตที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำ ราคาเริ่มต้น 770,000 บาท เลือกรับส่วนลด 120,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 7,862 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

  • Mazda CX-30 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition ที่สุดแห่งยนตรกรรม Crossover SUV พร้อมเติมเต็มความหมายให้กับทุกด้านของชีวิตอย่างมีสไตล์ ต้นแบบของความสง่างาม ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด เรียบง่าย แต่งดงาม ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท เลือกรับส่วนลด 150,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • New Mazda CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ดีที่สุด กำหนดนิยามความหมายของครอบครัวได้ตามต้องการ พร้อมแชร์ทุกประสบการณ์และช่วงเวลาความสุขร่วมกัน โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายใน คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพพรีเมียม หรูหรา เหนือระดับ ราคาเริ่มต้น 1,219,000 บาท เลือกรับส่วนลด 70,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 89% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • Mazda CX-8 ยนตรกรรมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐานและความสมบูรณ์แบบ ให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่าร่วมกัน ราคาเริ่มต้น 1,549,000 บาท เลือกรับส่วนลด 120,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 19% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • New Mazda BT-50 ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่หมดทั้งคัน ใส่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แกร่ง ดุดัน หรูหรา สง่างามทุกมุมมอง ฉีกกฏภาพลักษณ์ปิกอัพแบบเดิม ๆ เติมความหรูหรา สง่างาม พรีเมี่ยมทุกจุดสัมผัส จาก โคโดะ ดีไซน์ เรียบง่าย…แต่งดงาม ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทุกไลฟ์สไตล์ ให้คุณสนุกกับทุกกิจกรรม ราคาเริ่มต้น 769,000 บาท เลือกรับส่วนลด 55,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 8,620 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • New Mazda MX-5 35th Anniversary Editon รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 35 ปี และ New Mazda MX-5 สปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนเจ้าของตำนานความสนุกในทุกการขับขี่ ราคา 3,029,000 บาท เลือกรับส่วนลด 40,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี

  • Mazda6 20th Anniversary Edition รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี สปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ ตอกย้ำความหรูหรา สง่างาม ผสานความสปอร์ต ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด สมบูรณ์แบบทั้งภาพลักษณ์ คุณภาพ และสมรรถนะ ยกระดับสู่ความพรีเมียม ราคา 2,499,000 บาท รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท และดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 7 ปี และฟรีลำโพงบลูทูธ Bose Soundlink Color II มูลค่า 5,900 บาท

พิเศษสุดสำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์มาสด้าภายในงานฯ รับฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 3,990 บาท

หมายเหตุ: เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขาย ณ งาน มอเตอร์โชว์ หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรง พร้อมวอนรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

0

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA) ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Journalists Association : TAJA) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน (TAIA Meets the Press) ในหัวข้อ “ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยมองแนวโน้มตลาดยานยนต์ปี   พ.ศ. 2568 มีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยอาจจะดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า “ในปี พ.ศ. 2568 คาดการณ์การผลิตรถยนต์ของไทยโดยรวมที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2.1% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5 แสนคัน และผลิตเพื่อส่งออก 1 ล้านคัน และสำหรับตัวเลขรถจักรยานยนต์ คาดการณ์ยอดผลิตที่ 2.1 ล้านคัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 11.2%

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2568 แบ่งเป็น 2 ด้าน

  1. ปัจจัยสนับสนุน
  • การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนด้านการเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญต่างๆ เช่น การก่อสร้างสาธารณูปโภค การก่อสร้างรถไฟสายต่างๆ โดยจะทำให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านล้านบาท
  • การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ที่ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ในขณะที่ภาครัฐจัดกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
  1. ปัจจัยเสี่ยง
  • สถานการณ์หนี้ครัวเรือนและหนี้เสียยังอยู่ในระดับน่ากังวล โดยหนี้ครัวเรือน ถึงแม้จะปรับตัวลดลงเหลือระดับ 89% ต่อ GDP แต่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อทั้งหมดมากถึง 22% ส่งผลให้อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง
  • อัตราส่วนหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือนของสินเชื่อรถยนต์ยังอยู่ในระดับสูงมาก ส่งผลให้สถาบันการเงินยังคงนโยบายเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการกลายเป็นเป็นหนี้เสีย
  • นโยบายกีดกันการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ที่เน้นการลดการเสียเปรียบด้านการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยการเพิ่มภาษีสินค้าที่นำเข้าไปในสหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนได้รับผลกระทบ เช่น รถยนต์นั่ง ยางรถยนต์ อะไหล่และอุปกรณ์ยานยนต์ต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงทางอ้อมที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งระบายสินค้าจากประเทศที่ถูกกีดกันการค้าสูงกว่ามากขึ้น นำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากภาวะอุปทานเกินขนาด

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ได้แก่

  • โครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้ารถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ต่ำกว่าปัจจุบัน เพื่อให้ได้อัตราภาษีในอัตราต่ำลง รวมถึงสนับสนุนยานยนต์สมัยใหม่ เช่น PHEV กำหนดให้มีการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS และกำหนดเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
  • การบังคับใช้มาตรฐานมลพิษจากรถยนต์ ระดับยูโร 6 โดยรถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน  เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ส่วนรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของภาครัฐ
  • ข้อตกลง FTA ในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 17 ฉบับ 24 ประเทศคู่ค้า และอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 4 ฉบับ โดยมีฉบับสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต เช่น การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป
  • มาตรฐานประสิทธิภาพการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับรถยนต์ใหม่ (New Vehicle Efficiency Standard : NVES) ของประเทศออสเตรเลีย โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รถยนต์ที่นำเข้าไปยังประเทศออสเตรเลีย ทั้งรถยนต์นั่งและรถกระบะ ที่จะเริ่มบังคับใช้พร้อมบทลงโทษตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

จากสถานการณ์ยอดขายรถยนต์ที่ซบเซาในปัจจุบัน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เสนอมาตรการต่อภาครัฐ ดังนี้

มาตรการกระตุ้นยอดขายในประเทศระยะสั้น

  • มาตรการด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือค่าบำรุงรักษารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • มาตรการด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล การนำค่าใช้จ่ายในการซื้อ หรือเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศมาลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ รวมถึงขยายเพดานค่าใช้จ่ายที่หักได้ให้เพิ่มมากขึ้น
  • มาตรการด้านสินเชื่อ การผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อสำหรับกู้ซื้อรถ โดยอนุญาตให้สามารถกู้ร่วมและพิจารณารายได้รวมของทั้งครอบครัวในการประเมินการปล่อยสินเชื่อได้ รวมถึงมาตรการค้ำประกันสินเชื่อในการซื้อรถยนต์
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายงบประมาณประจำปีของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

มาตรการกระตุ้นยอดขายและส่งออกในระยะกลาง – ยาว

  • รักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ ICE ที่สำคัญของโลก และส่งเสริมการผลิต Future ICE เพื่อรักษา Economy of Scale ให้สามารถแข่งขันได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้วยการเร่งเจรจา FTA กับกลุ่มประเทศที่ยังมีความต้องการรถยนต์สันดาปภายในอยู่ รวมถึงหามาตรการส่งเสริมการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในกลุ่ม Future ICE เช่น Product Champion, HEV หรือ PHEV เป็นต้น
  • ยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยานยนต์สมัยใหม่ผ่านกลไกการ Matching บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกับต่างชาติ เพื่อเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ และต่อยอดสู่ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (Power Electric Parts) รวมทั้งฝึกอบรมแรงงาน เพื่อเข้าสู่ยานยนต์สมัยใหม่เพื่อเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ต่างๆ
  • ขยายการส่งออกยานยนต์ประเภท ZEV (Zero Emission Vehicle) ไปยังประเทศที่มีศักยภาพ พร้อมเร่งรัดการเจรจาข้อตกลง FTA โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อมีสิ่งแวดล้อม

โดยคาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้ และปีต่อๆไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติ และดียิ่งขึ้นต่อไป”

บางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 เปิดโครงการ ACT Shuttle Bus ลดปัญหาการจราจร

0

สถานีบริการน้ำมันบางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 สนับสนุนโครงการรถโดยสารกึ่งสาธารณะ ACT Shuttle Bus เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณรอบโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี เปิดโครงการอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนในพื้นที่

โครงการ ACT Shuttle Bus บริการรับ – ส่งนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ให้บริการผู้ปกครองส่งนักเรียนบริเวณใกล้เคียง โดยไม่ต้องเข้าเขตพื้นที่ที่เป็นปัญหาจราจร ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือในการใช้พื้นที่ของสถานีบริการน้ำมันบางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 ด้วยรถตู้บริการที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามที่โรงเรียนกำหนด มีตารางเวลาเดินรถ และมาตรการดูแลความปลอดภัยครบถ้วน

ภารดา ดร.ศักดา สกนธวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการ เพื่อลดจำนวนรถที่เข้าสู่โรงเรียนในช่วงเวลาเร่งด่วน ก่อนและหลังเลิกเรียน รวมถึงเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปกครอง ประหยัดทั้งเวลา พลังงานและค่าใช้จ่าย สุดท้ายเพื่อลดปัญหาจราจรอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

นางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการบริหาร บริษัท บลูมมิ่ง เทลส์​ จำกัด เปิดเผยว่า ทางสถานีได้ให้ความร่วมมือด้วยการเปิดให้มีการตั้งสถานีบริการสำหรับรถโดยสารในโครงการ ACT Shuttle Bus ขึ้นภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงบางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 ซึ่งเป็นโครงการที่มีการทำงานร่วมกันมาสักระยะหนึ่ง

“ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี สถานีตำรวจและชุมชนที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นรอบโรงเรียน จากการที่โรงเรียนเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนมากกว่า 5,500 คน ซึ่งสถานีบริการน้ำมันบางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่ร่วมกันในครั้งนี้”

โครงการ ACT Shuttle Bus เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือของ ภราดา ดร.ศักดา สกนธวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี นายส่องแสง ปทะวานิช นายกสมาคมผู้ปกครองและครู รวมถึงผู้บริหารบางจาก บลูมมิ่ง เทลส์  นำโดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการบริหาร และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นำมาซึ่งการเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในที่สุด

และภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเสรี อนุพันธนันท์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด นำทีมผู้บริหารบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน พร้อมทั้งผู้แทนคณะทำงานจากสถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงโรงพยาบาล กลุ่มชุมชนโดยรอบ และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน

สถานีบริการน้ำมันบางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 บนเนื้อที่กว่า 6 ไร่ติดถนน 6 เลนบนถนนพุทธมณฑลสาย 3 เชื่อมต่อเพชรเกษม-บรมราชชนนี และถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ใจกลางแหล่งที่อยู่อาศัยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่ง นอกจากให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังพรั่งพร้อมด้วยร้านค้า ร้านอาหารอร่อย และบริการอื่นๆ มากมายครบครัน อำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริการ รวมถึงห้องน้ำสะอาด Blooming Toilet ได้รับป้ายมาตรฐาน  HAPPY TOILET   จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

“อินฟินิท ออโตโมบิล” ปฏิวัติวงการยานยนต์ไทยด้วย DEEPAL S05 ยกทัพยานยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมล้ำสมัย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025

0
อินฟินิท ออโตโมบิล 1

อินฟินิท ออโตโมบิล ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานสะอาด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแบรนด์ DEEPAL และ AVATR ร่วมกับ ฉางอาน ออโต้ เซลส์ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัว DEEPAL S05 อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 โดดเด่นด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์สปอร์ตหรูหรา พร้อมระบบขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

อินฟินิท ออโตโมบิล 2

ภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบจากแบรนด์ DEEPAL ประกอบด้วย DEEPAL E07 เอสยูวีไฟฟ้าสมรรถนะสูง, DEEPAL S07 และ L07 ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ, LUMIN รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับการเดินทางในเมือง, DEEPAL Hunter K50 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า REEV และ AVATR 11 ที่เปิดตัวสีใหม่ Liquid Caramel เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า

อินฟินิท ออโตโมบิล 3

DEEPAL S05 นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับทุกการเดินทาง

DEEPAL S05 ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานเทคโนโลยีทันสมัยกับการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว มาพร้อมทางเลือก 2 รูปแบบ ทั้งรุ่น BEV ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรุ่น REEV ที่ตอบโจทย์การเดินทางไกลโดยไร้ความกังวล

อินฟินิท ออโตโมบิล 4

สำหรับรุ่น REEV โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าพร้อมตัวช่วยขยายระยะทาง มอบอิสระในการเดินทางด้วยแบตเตอรี่ขนาด 27.28 kWh ที่ให้ระยะทางวิ่งไฟฟ้า 170 กิโลเมตร เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง และเมื่อต้องการเดินทางไกล เครื่องยนต์ Range Extender ขนาด 1,497 ซีซี จะทำงานเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ช่วยให้วิ่งได้รวมกว่า 1,000 กิโลเมตรจากการเติมน้ำมันเพียง 44.9 ลิตร

DEEPAL S05 จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การเดินทาง

นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร อินฟินิท ออโตโมบิล เปิดเผยว่า “ในงานนี้เรายังได้ประกาศราคา DEEPAL S05 ที่เริ่มต้นเพียง 799,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและคุณภาพที่ลูกค้าจะได้รับ นอกจากนี้ ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 เรายังได้เปิดตัว DEEPAL Hunter K50 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าของเรา”

DEEPAL Hunter K50 กระบะไฟฟ้าพันธุ์ใหม่หัวใจ REEV

รถกระบะไฟฟ้าที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะอันแข็งแกร่ง มาพร้อมเทคโนโลยี REEV ที่มอบระยะทางให้เดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และน้ำมัน 1 ถังสามารถวิ่งไกล มากกว่า 900 กิโลเมตร

อินฟินิท ออโตโมบิล 6

รายละเอียดราคา DEEPAL Hunter K50

DEEPAL Hunter K50 REEV PLUS AWD: 1,099,000 บาท

เติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้โดดเด่นด้วย AVATR 11 สีใหม่ Liquid Caramel

รถยนต์ไฟฟ้า SUV สุดหรูหราที่โดดเด่นด้วยดีไซน์แนว Futuristic ที่ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะและความสะดวกสบายที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม Luxury อย่างแท้จริง ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณณิชา – ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ นักแสดง นางแบบ และไอคอนสายแฟชั่นชื่อดัง ร่วมงานเปิดตัวและถ่ายภาพแฟชั่นกับ AVATR 11 Liquid Caramel ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025

“เป็นรถที่ให้ฟังก์ชันมาเยอะมากๆ แล้วก็มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ออปชันเยอะสุดๆ ไปเลย รวมถึงดีไซน์ที่รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ใหม่และไม่ซ้ำใคร รู้สึกว่าคุ้มที่สุดเท่าที่จะคุ้มได้” คุณณิชากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Harper’s BAZAAR และเมื่อกล่าวถึงสีใหม่ Liquid Caramel ยังเสริมอีกว่า “รู้สึกว่าน่ารัก รู้สึกว่าเป็นสีที่ไม่ feminine เกินไป แล้วก็ไม่ masculine เกินไป คือรู้สึกว่าเป็น unisex มากๆ น่าจะใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ใครที่แมตช์กับสไตล์นี้ ณิชาว่าน่าสนใจเลย”

นอกจากนี้ นายอนุวัชรยังกล่าวถึงการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ DEEPAL และ LUMIN โดยคาดการณ์กระแสตอบรับ DEEPAL S05 ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกจะเป็นด้านบวก และเตรียมขยายศูนย์บริการพร้อมบุคลากรที่ได้รับการอบรมจากฉางอาน ออโต้ เซลส์ โดยตรงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูกค้ารถยนต์ DEEPAL, LUMIN และ AVATR ภายใต้เครือข่ายของอินฟินิท ออโตโมบิล

อินฟินิท ออโตโมบิล 5

ปัจจุบันบริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ได้จัดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำนวน 7 รุ่น ได้แก่

  1. AVATR 11 ผ่านโชว์รูม AVATR Siam Paragon และโชว์รูม AVATR พระราม 3
  2. DEEPAL E07
  3. DEEPAL S07
  4. DEEPAL L07
  5. DEEPAL S05
  6. DEEPAL Hunter K50
  7. LUMIN

โดย DEEPAL และ LUMIN จัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายในเครืออินฟินิท ออโตโมบิล ทั้ง 30 แห่งทั่วประเทศ

“SUZUKI CARRY” ตอบรับมาตรการรัฐ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” พร้อมอัดส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท ดอกเบี้ย 1.99% ผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท 

0
ซูซูกิ แครี่ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตามที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เดินหน้าสนับสนุนธุรกิจ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ “บสย. SMEs PICK-UP” ช่วยให้ผู้ที่ต้องการรถกระบะเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกร ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขนส่งสินค้า ค้าขาย หรือฟู้ดทรักมอบโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมตัวช่วยค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ

ซูซูกิ แครี่ 2

สำหรับซูซูกิ เรามีผลิตภัณฑ์ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ SMEs สอดรับกับมาตรการสนับสนุนดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำในตลาดรถบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อธุรกิจ SMEs ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานรวมถึงรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลง พัฒนาต่อยอดให้เข้ากับหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่การขนส่งสินค้า การให้บริการเคลื่อนที่ไปจนถึงการสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ๆ จนได้รับการขนานนามว่า Goods Truck และ Service Truck สามารถต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจอื่นๆ ได้อีกมากมาย ภายใต้แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน”  SUZUKI CARRY จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันยอดขายของซูซูกิได้เป็นอย่างดี โดยมียอดขายสะสมภายในประเทศกว่า 61,973 คัน (ปี 2553-มีนาคม 2568)

ซูซูกิ แครี่ 3

โครงการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน -30 ธันวาคม 2568 ครอบคลุมกลุ่ม SMEs ทั้งแบบนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่จะขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถกระบะใหม่เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ด้วยสิทธิประโยชน์ ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก โดยรัฐบาล กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ ส่วนปีที่ 4-7 คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันต่ำเพียง 1.5% ต่อปี  พร้อมค้ำประกันนานสูงสุด 7 ปี หรือ 84 งวด วงเงินค้ำประกันสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย ภายใต้วงเงินค้ำประกันในระยะแรกจำนวน 5,000 ล้านบาท

“มาตรการดังกล่าวของทางกระทรวงการคลัง และ บสย. เชื่อว่านอกจากจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังคงมีแนวโน้มทรงตัวให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้นแล้วนั้น จะยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกด้วย เพราะกลุ่มธุรกิจ SMEs และ ผู้ประกอบการรายย่อยเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยมาโดยตลอด ” นายวัลลภ กล่าว

ซูซูกิ แครี่ 4

โดยในช่วงเวลาของการดำเนินมาตรการดังกล่าว ซูซูกิได้ร่วมกับพันธมิตรทางสถาบันการเงินในการสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้า SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเป็นเจ้าของรถกระบะอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY เพื่อนำไปใช้ในการประกอบธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมอบข้อเสนอพิเศษส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท พิเศษมากยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจและเกษตรกรขึ้นทะเบียน รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดอีก 15,000 บาท หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน  หรือรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท และ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

โดยเรามีที่ปรึกษาการขายพร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่ง SUZUKI CARRY ในทุกโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ 90 แห่งทั่วประเทศ  นอกจากนั้น ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำเช่น ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และสถาบันการเงินอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายให้สามารถเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY ได้โดยง่ายอีกด้วย

ซูซูกิ แครี่ 6

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่มองหาแนวทางในการต่อยอดธุรกิจ ซูซูกิได้นำเสนอแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ผ่านการจัดแสดง SUZUKI CARRY ในรูปแบบพิเศษภายใต้แนวคิด “ซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่” นั่นคือการแปลงโฉม SUZUKI CARRY ให้กลายเป็น ร้านสะดวกซื้อเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนที่ห่างไกล หรือซอยเล็กๆ ในเมืองใหญ่ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว

SUZUKI CARRY ไม่เพียงแต่เป็นรถบรรทุกอเนกประสงค์ แต่ยังเป็น “พาหนะสร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและขยายตัวได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน

ซูซูกิ แครี่ 7

SUZUKI CARRY รถกระบะอเนกประสงค์ มาพร้อมเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มั่นใจทุกเส้นทางกับขุมกำลังเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันและให้พลังการขับเคลื่อนสูง มีพื้นที่กระบะบรรทุกแบบเรียบขนาดใหญ่ สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน เพิ่มความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระขึ้น-ลงเป็นเรื่องง่าย ด้วยระยะความสูงจากพื้นถึงท้ายกระบะ 750 มม. รองรับการบรรทุกสูงสุดมากถึง 945 กิโลกรัม ช่วงล่างแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสาร สะดวกสบายกับความกว้าง พร้อมระบบปรับอากาศ เครื่องเล่นวิทยุ และ MP เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง SUZUKI CARRY มีราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อาคาร อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 90 แห่ง

 

 

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th  

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900