Home Blog Page 74

GWM (Thailand) จับมือ HUAWEI Services (Hong Kong) ลงนาม MOU ปฏิวัติการเดินทางด้วย Petal Maps นำร่องใน ALL NEW GWM HAVAL H6

0

GWM (Thailand) หนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยที่มีเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก ล่าสุดลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ HUAWEI Services (Hong Kong) ยกระดับประสบการณ์ด้านการขับขี่ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น นำโดย เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ และ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (ประเทศไทย) พร้อมด้วย อีริค ทัน ประธานฝ่ายธุรกิจและโซลูชันบริการคลาวด์สำหรับผู้บริโภค HUAWEI และ เรเชล โจว ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและดำเนินงานระบบนิเวศบริการคลาวด์สำหรับผู้บริโภค HUAWEI ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ นำไปสู่การติดตั้งระบบนำทางอัจฉริยะ Petal Maps ครั้งแรกใน ALL NEW GWM HAVAL H6 รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่นไฮบริด และปลั๊กอิน-ไฮบริด มอบระบบนำทางสุดล้ำที่แสดงภาพเสมือนจริงแบบสามมิติ คมชัดทุกมุมมอง พร้อมความแม่นยำระดับเลนต่อเลน ช่วยให้การขับขี่คล่องตัว ปลอดภัย และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ในทุกด้าน สะท้อนการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด “GWM Go With More” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติแก่ผู้ใช้งานชาวไทยทั่วประเทศ

ALL NEW GWM HAVAL H6 ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วย Petal Maps ระบบนำทางอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ ช่วยให้การเดินทางแม่นยำและปลอดภัยยิ่งกว่า รองรับการนำทางทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ด้วย 3 ไฮไลท์ฟีเจอร์ ได้แก่ 1.) การนำทางแบบสมจริงระดับเลน (Immersive Lane-Level Navigation Experience) ที่ให้ข้อมูลเส้นทางแบบละเอียดระดับเลน พร้อมมุมมองสามมิติและภาพขยายทางแยกแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจในทุกการขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นแม้ในเส้นทางที่ซับซ้อน เสริมประสิทธิภาพด้วย 2.) การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์สุดอัจฉริยะ (Real-Time Online & Smart Reminders) ระบบอัปเดตข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนจุดสำคัญในทุกท้องถนน อาทิ การจำกัดความเร็ว พื้นที่ที่การจราจรติดขัด จุดพักรถ ที่จอดรถ และเส้นทางลัดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อม 3.) การค้นหาที่รวดเร็วและชัดเจน (Quick Search and View) ฟังก์ชันค้นหาสถานที่สำคัญได้อย่างแม่นยำ พร้อมแสดงข้อมูลได้อย่างชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย สู่ประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายยิ่งกว่าในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยทั้ง 3 ฟีเจอร์นี้ ใน Petal Maps ของ ALL NEW GWM HAVAL H6 นี้ สามารถนำทางได้อย่างแม่นยำ ราบรื่น และปลอดภัยยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการระบุตำแหน่งช่องทางจราจรได้อย่างแม่นยำจากการตรวจจับเครื่องหมายบนพื้นถนนทั้งเส้นทึบและเส้นประ ร่วมกับการอัปเดตแผนที่แบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้การขับขี่ผ่านทางแยกที่ซับซ้อนเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้ง เมื่อรถยนต์เข้าใกล้ทางแยก มุมมองทางแยกในระบบนำทางจะถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นผนวกกับแผนที่ความละเอียดสูงระดับ 4K ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีทัศนวิสัยจำกัด ลดข้อผิดพลาดในการนำทาง และเมื่อรถยนต์เข้าสู่ถนนคู่ขนาน ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเส้นทางนำทางระหว่างถนนหลักและถนนคู่ขนานตามความต้องการได้ด้วยตนเอง เพื่อเพิ่มความแม่นยำของระบบนำทางในสภาพเส้นทางที่มีความซับซ้อน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “GWM ในฐานะแบรนด์ผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการเดินทางระดับโลก มีความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Huawei บริษัทนวัตกรรมอัจฉริยะชั้นนำระดับโลก โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญจากทั้งสองอุตสาหกรรมชั้นนำที่มีความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม Petal Maps มาช่วยยกระดับระบบนำทางให้กับรถยนต์พลังงานใหม่ใน ALL NEW GWM HAVAL H6 เป็นครั้งแรก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำหน้า สะดวกสบายยิ่งกว่า ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยทั่วประเทศ โดยในอนาคต ทั้ง GWM และ HUAWEI HMS for Car จะขับเคลื่อนและสานต่อความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อการเดินทางและเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและมั่นคง โดยทุกท่านสามารถเข้ามาสัมผัส ALL NEW GWM HAVAL H6 ร่วมกับระบบนำทาง Petal Maps ได้แล้วในงาน Motor Show 2025 นี้”

ทั้ง GWM และ HUAWEI ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาวต่างได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในหลากหลายด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ และการพัฒนาระบบนิเวศอัจฉริยะ สู่การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของยานยนต์อันล้ำสมัย โดยในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา GWM และ HUAWEI ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านระบบนิเวศอัจฉริยะ ผ่านการติดตั้ง Petal Maps ในรถยนต์พลังงานใหม่ของ GWM ที่จะทยอยเปิดตัวในประเทศบราซิล ไทย และตลาดอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว ALL NEW GWM HAVAL H6 พร้อมระบบนำทาง Petal Maps อย่างเป็นทางการ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ขณะนี้

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนให้ก้าวเข้าสู่ตลาดโลก HUAWEI ได้ยกระดับโซลูชัน HMS for Car MAAN 3.0 ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับยานยนต์โดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้น 4 นวัตกรรมอันเหนือระดับ ได้แก่ Map Box, AI Box, App Box และ Net Box ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดยระบบ AI Box ได้มีการผสานโมเดลปัญญาประดิษฐ์  (AI) ด้านเสียงขั้นสูง ช่วยให้การสั่งงานด้วยเสียงทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เสริมประสิทธิภาพของระบบโต้ตอบระหว่างมนุษย์และเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ App Box ได้ร่วมมือกับแอปพลิเคชันชั้นนำในประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ในแต่ละประเทศได้อย่างตรงจุด ในอนาคต GWM และ HUAWEI เตรียมขยายความร่วมมือผ่านการนำแอปพลิเคชันใหม่ ๆ มาใช้งานมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ พร้อมยกระดับรถยนต์พลังงานใหม่ของ GWM ให้ตอบโจทย์ตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ อีกทั้ง HMS for Car ของ HUAWEI จะยังคงเดินหน้าสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันให้กับผู้ผลิตรถยนต์ พร้อมขับเคลื่อนความสำเร็จในเวทีระดับโลก

ในอนาคต GWM และ HUAWEI HMS for Car เตรียมขยายความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องผ่านการนำแอปพลิเคชันอัจฉริยะใหม่ ๆ มาเสริมในระบบนิเวศ พร้อมขยายขีดความสามารถของรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานของ GWM สู่ประสบการณ์การเดินทางเพื่ออนาคตที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน  สัมผัสระบบนำทางสุดล้ำจาก HUAWEI ใน ALL NEW GWM HAVAL H6 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้ที่บูธ GWM A10 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 และ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทGWM Thai

NEW MAZDA CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีเพื่อครอบครัวยุคใหม่ คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2568

0

มาสด้าสุดปลื้มเมื่อรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี NEW MAZDA CX-5 คว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025 ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้วยยนตรกรรมล้ำสมัยและการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกบริบท ตามแนวทางการเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในการดำเนินธุรกิจ โดยมี นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับมอบรางวัลอันทรงเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี พร้อมด้วย นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และ รศ. ดร. ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดี วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้มีเกียรติจากบริษัทชั้นนำที่ให้เกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

NEW MAZDA CX-5 เป็นรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์มาสด้า ที่ได้รับการปรับโฉมและเปิดตัวสู่ตลาดเมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา โดยเป็นครอสโอเวอร์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ มาพร้อมทางเลือกของ 2 เครื่องยนต์ ทั้งสกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร และสกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มอบสมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมันอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะมาสด้า ครบครันทั้งดีไซน์สง่างามและความสะดวกสบายมากมาย มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยระดับโลก รวมถึงดีไซน์การออกแบบที่สง่างาม ตามแนวคิด Kodo design – Soul of Motion เรียบง่ายแต่งดงาม ตอบโจทย์ทุกการเดินทางและการใช้ชีวิตของครอบครัวในยุคปัจจุบัน โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,219,000 บาท

นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ยนตรกรรม NEW MAZDA CX-5 ได้รับลงคะแนนเสียงจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริโภคให้เป็นสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568 ซึ่งมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายให้กับลูกค้า ปัจจุบันมาสด้าได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีนานยนต์ตามแนวทาง Multi-solution Technology ในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีเอกลักษณ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และนำมาซึ่งความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อให้รถยนต์มาสด้าสามารถมอบความสุขในการขับขี่ และมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนความสุขในการใช้ชีวิตของลูกค้า ตามปรัชญา  Joy Drives Lives เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์จะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุขที่แท้จริง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เสริมความแข็งแกร่ง แต่งตั้ง 2 ผู้บริหารระดับสูง

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรอย่างแข็งแกร่ง เสริมทัพคณะผู้บริหารสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยประกาศแต่งตั้ง 2 ผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ มร. มิโนะรุ คิโนะชิตะ ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริษัท ต่อจาก มร. โนโบรุ สึจิ – และ มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ ดำรงตำแหน่ง กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ผู้แทนโรงงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ต่อจาก มร. เออิจิ โอกาวะ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

มร. มิโนะรุ คิโนะชิตะ เริ่มต้นทำงานกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในปี 2533 และสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจยานยนต์ในตลาดต่างประเทศมาอย่างยาวนาน อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ ไทย รวมถึงได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบตลาดในหลากหลายประเทศ ในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย (ASEAN & Oceania) ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ (Assistant Executive Vice President) มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในปี 2567 ในสายงานกลยุทธ์การตลาดสากล (Global Market Strategy) และ กลยุทธ์การขาย (Sales Strategy) ก่อนเดินทางมารับตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริษัท (Chairman of the Board) มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

ขณะที่ มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ผู้แทนโรงงาน (Executive Vice President, LCB Representative) มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เริ่มต้นทำงานกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่ปี 2534  และได้ทำงานอยู่ในสายงานผลิตจนเชี่ยวชาญ โดยมีประสบการณ์การทำงานในสายงานผลิต ในโรงงานที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองนาโงยะ (Nagoya) และเมืองโอกาซากิ (Okazaki) รวมถึงในประเทศไทยด้วย จนในปี 2568 ด้วยความเชี่ยวชาญในสายงานผลิตในระดับสูง จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส (Senior Vice President) สายงานผลิต ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในเดือนมีนาคม ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้มารับตำแหน่ง กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ผู้แทนโรงงาน ในเดือนเมษายนนี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในฐานะตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ การเสริมทัพผู้บริหารในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญสู่ยุทธศาสตร์แห่งการเติบโตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น โดยมีโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่ง โรงงานผลิตเครื่องยนต์ 1 แห่ง พร้อมด้วย
สนามทดสอบรถยนต์แห่งแรกที่ตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น การที่ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงส่งผลให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลาง
การปฏิบัติงานที่สำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกจากไทยไปยังกว่า
120 ประเทศทั่วโลก

ครึ่งทาง “บางกอก มอเตอร์โชว์” ผู้บริโภคแห่ตอบรับรถ xEV ดันยอดจองโต 29%

0

สัปดาห์แรกของการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ค่ายรถที่เข้าร่วมงานกวาดยอดจองไปแล้วมากกว่า 2.4 หมื่นคัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 29.1 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่ม xEV รุ่นใหม่ๆ ของค่ายรถ

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ขณะนี้งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้ผ่านมาถึงครึ่งทางของการจัดงาน โดยยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคเข้ามาร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก เหตุผลสำคัญมาจากการที่ภายในงานปีนี้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม xEV ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันในตลาดกันค่อนข้างสูงในปัจจุบัน

สัปดาห์แรกของการจัดงาน มีรายงานตัวเลขจากค่ายรถที่นำรถ เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน พบว่ามีตัวเลขยอดจองรถยนต์ 24,744 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 29.1 เปอร์เซ็นต์ (ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมยอดจองจากบางแบรนด์ที่ของส่งยอดในวันสุดท้าย)

ทั้งนี้ ตัวเลขยอดจองรถยนต์ภายในงานเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ทางคณะผู้จัดงานฯ คาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งเพราะในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ปีนี้ มีผู้จำหน่ายรถยนต์ xEV เข้ามาร่วมงานหลายแบรนด์ และยังมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกหลายรุ่น แต่คงต้องรอดูตัวเลขยอดจองหลังจบงานอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของการจัดงาน อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ามาเลือกชม เลือกซื้อรถภายในงาน เพราะนอกจากเป็นการรวมรถยนต์ทุกค่ายไว้ในงานเดียวแล้ว ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและประสิทธิภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่แห่งอนาคต นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัลต่างๆ มากมายอีกด้วย

มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมแห่งยานยนต์ AI ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตใหม่ของทุกคนได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี

“เอ็มจี” เผยยอดจอง NEW MG S5 EV และ NEW MG IM6 ในงานมอเตอร์โชว์กว่า 1,200 คัน พร้อมทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าในเดือนเมษายน

0
MG S5 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้าสองรุ่นล่าสุด โดย NEW MG S5 EV มียอดจองกว่า 700 คันทั่วประเทศ และ NEW MG IM6 มียอดจองกว่า 500 คัน เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังการเปิดตัวในงาน มอเตอร์โชว์ 2025 สะท้อนถึงกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเตรียมทยอยส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าในช่วงต้นเดือน เมษายนนี้ เป็นต้นไป

MG S5 5

 

 

หลังจากการเปิดตัว NEW MG IM6 และ NEW MG S5 EV อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสความสนใจจากลูกค้าและผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า 100% ในกลุ่ม SUV พุ่งสูงเกินความคาดหมาย โดย NEW MG S5 EV รถพลังงานไฟฟ้า 100% ในกลุ่ม B-SUV โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม Lifetime Warranty” ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการรถอเนกประสงค์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว และใช้งานได้อย่างครอบคลุมในชีวิตประจำวัน โดยมียอดจองรวมกว่า 700 คัน ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือน เมษายน เป็นต้นไป

MG S5 3

ในขณะเดียวกัน NEW MG IM6 รถพรีเมียมอีวีอัจฉริยะ (Premium Intelligent e-SUV) ที่ได้รับการยอมรับในฐานะ “The First-ever Premium Intelligent e-SUV” โดดเด่นด้วยความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และพื้นที่ภายใน ที่กว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า ทำให้ NEW MG IM6 มียอดจองรวมกว่า 500 คัน โดยการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรกจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือน เมษายน และคาดว่าจะสามารถส่งมอบรถได้ทั้งหมดภายในเดือน พฤษภาคมนี้

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ความสำเร็จที่ NEW MG S5 EV และ NEW MG IM6 มียอดจองที่ดีภายในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ เอ็มจี และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับ NEW MG S5 EV บริษัทฯ มีแผนการผลิตจำนวนกว่า 1,000 คัน ภายในช่วงสามเดือนแรก เพื่อให้สามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ตามปริมาณความต้องการ ในส่วนของ NEW MG IM6 บริษัทฯ ได้เตรียมแผนนำเข้ารถเพิ่ม เพื่อให้สามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องภายในเดือนพฤษภาคมนี้ นอกจากนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เอ็มจี ยังสามารถครองตำแหน่งยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นอันดับที่ 3 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทฯ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจและไว้วางใจในแบรนด์ เอ็มจี เราพร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัย และมุ่งมั่นเดินหน้าสู่อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมั่นคง”

MG S5 2

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมทุกรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษของ เอ็มจี ได้ที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 เมษายน นี้ ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 140 แห่งทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

Primus Group จับมือ 2 พันธมิตร “ททท.-ส.ยานยนต์ไฟฟ้าไทย” เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรักษ์โลก ในงาน “Eco-Exploration Trip”

0

เมื่อเร็วๆ นี้ นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป พร้อม นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ให้เกียรติร่วมกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Eco-Exploration Trip ครั้งที่ 2  เส้นทางกรุงเทพฯ – จังหวัดจันทบุรี อย่างเป็นทางการ ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ สาขาเลียบด่วน-เอกมัยรามอินทรา

สำหรับโครงการ Eco-Exploration Trip เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างการตระหนักถึงประโยชน์ของเทคโนโลยียานยนต์สะอาด ทั้งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย ที่สำคัญ เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่และส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวรักษ์โลก ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ลูกค้ารถยนต์ ในเครือไพรม์มัส กรุ๊ป โดยกิจกรรมครั้งนี้ มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าร่วมกว่า 40 คัน

ในวันแรก เริ่มต้นด้วยการนัดสมาชิกรวมพลกันที่โชว์รูม “เบนซ์ไพรม์มัส”  สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อลงทะเบียนรับ Snack Box เติมพลังก่อนเดินทางสู่จังหวัดจันทบุรี พร้อมเริ่มเข้าสู่พิธีการ ด้วยการเชิญผู้บริหารจาก ไพรม์มัส กรุ๊ป, ททท. และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า กล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ ต่อด้วยการชี้แจงเส้นทางและรายละเอียดของกิจกรรม จากนั้นผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ร่วมพิธีเปิดโครงการ และตีธงปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

จุดแรก มุ่งหน้าสู่อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ชมเรือรบหลวงและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของราชนาวีไทยในการเข้าร่วมสงครามเกาหลี พร้อมสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามโดยรอบของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้  นอกจากเพลินเพลินกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังได้ร่วมทานอาหารในแบบบุฟเฟ่ต์กับร้านอาหารทะเล “ริมเล” ร้านอาหารชื่อดังของปากน้ำประแส จัดเต็มด้วยเมนูอาหารทะเลที่คัดสรรวัตถุดิบ กุ้ง หอย ปู ปลา มาจากชาวประมงโดยตรง มาพร้อมรสชาดอาหารจัดจานชนิดที่ต้องยกนิ้วให้กันทีเดียว

หลังจากอิ่มหน่ำสำราญกันเรียบร้อย เราได้ออกเดินทางอีกครั้งกับเส้นทางสายสั้นๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่ “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลน ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของเทศบาลและชาวบ้าน ในการฟื้นฟูต้นไม้และระบบนิเวศ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยอดนิยมของจังหวัดระยอง โดยเปลี่ยนจากขับรถมานั่งรถพวงข้าง เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือแสมผู้ นั่งเรือหางยาวล่องไปตามคลองแสมผู้ ที่มีความยากว่า 3 กม.สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมลอง ก่อนลัดเลาะไปตามป่าชายเลน ชมทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาของต้นโกงกาง ต้นแสม ต้นลำพู ที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาตีน ทั้งสัมผัสธรรมชาติของท้องทะเลอ่าวไทย

จากนั้น เรือได้แล่นวกกลับสู่ท่าเรือ แวะสักการะศาลเจ้าพ่อแสมผู้ และเดินลัดเลาะไปยังสะพานไม้ที่ทอดยาวกว่า 2 กม. พาดผ่านกลางทุ่งโปรง ที่มีสีทองอร่ามกว้างใหญ่แบบสุดลูกหูลูกตา และป่าโกงกาง ที่มีต้นโกงกาง ตะบูน ลำพู และแสม พร้อมเดินขึ้นไปที่หอชมวิว มีความสูงไม่มากนัก สามารถปีนขึ้นไปได้อย่างสบายๆ เมื่อขึ้นไปชั้นบนสุด จะได้เห็นภาพมุมสูงของคลองแสมผู้และป่าโกงกางที่สวยงามตระการตาในแบบพาโนรามา ก่อนมุ่งหน้าเดินทางสู่ที่พักริมทะเล “เป๊กกี้ โคฟ รีสอร์ท : Peggy’s Cove Resort” ที่ตกแต่งสไตล์หมู่บ้านชาวประมง บนหาดคุ้งวิมาน เพื่อเช็คอินน์ แยกย้ายสู่ห้องพัก เล่นน้ำและพักผ่อนตามอัธยาศัย

ในงานเลี้ยงยามค่ำคืน บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันสไตล์ Pool Party ทางทีมผู้บริหารของภาครัฐและเอกชน ได้พูดคุยและเสวนาเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าในไทย จากนั้นเข้าสู่โหมดความสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ตจาก 3 หนุ่มสาวเอเนอร์จีแรงส์ “ออน-เอ๊ะ-แมน” ของวงละอองฟอง ที่สร้างความครึกครื้น และเพลิดเพลินด้วยเพลงในสไตล์ต่างๆ พร้อมชวนผู้ร่วมทริปร้องเพลงและเต้นตามกันแบบไม่มีใครยอมใคร จนต้องยกกล้องขึ้นถ่ายรูปเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ก่อนที่จะปิดงานกันแบบมีความสุขและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

วันรุ่งขึ้น หลังจากเต็มอิ่มกับอาหารเช้าจาก เป๊กกี้ โคฟ รีสอร์ท ได้นัดรวมพลและเริ่มเดินทางกันอีกครั้ง สู่ “อู่ต่อเรือพระเจ้าตากสิน” บ้านเสม็ดงาม เพื่อกราบสักการะขอพรพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้าตากสิน และชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสันนิฐานว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการกอบกู้แผ่นดินกรุงศรีอยุธยา โดยหลังจากที่พระเจ้าตากสิน ตีเมืองจันทบุรีสำเร็จแล้ว ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นอู่ต่อเรือร่วม 100 ลำ เพื่อยกทัพไปตีพม่าและกอบกู้เอกราชของชาติไทย เมื่อ พ.ศ.2310

ทั้งยังเป็นย่านการค้าทางทะเลและเป็นแหล่งต่อเรือสำเภาที่สำคัญของไทยในอดีต เมื่อกรมศิลปากร ได้ขุดค้นพบไม้ตะเคียนทอง เรือสำเภาโบราณ ที่มีลักษณะคล้ายเรือสำเภาจีน “ฟูเจี้ยน” และเรือขุดโบราณ พร้อม

เศษภาชนะ ขวานเหล็ก ถ้วยชามจีนต่างๆ โดยนำมาเก็บรวบรวมและจัดแสดงไว้ที่ “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือพระเจ้าตาก”

จากนั้นได้ร่วมทานอาหาร ที่ “ร้านครัวเจ๊ต้อย” เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของจันทบุรี ที่มีเมนูให้เลือกหลากหลาย พร้อมคัดสรรแต่ละเมนูด้วยอาหารทะเลที่สดใหม่ และรสชาติอร่อยในสไตล์คนเมืองจันทร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่โปร่งสบาย ติดริมแม่น้ำจันทบุรี ก่อนเดินทางกลับและจบทริปการท่องเที่ยว Eco-Exploration Trip ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ – จันทบุรี ด้วยความประทับใจและสุขใจกับการท่องเที่ยวกับยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม…

แรงเกินต้าน! NEW GWM TANK 300 DIESEL ยอดจองทะลุเป้ากว่า 800 คันในเพียง 5 วัน พร้อมเอาใจแฟน ๆ ขยายระยะเวลาของราคาแนะนำจนจบงานมอเตอร์โชว์ฯ นี้เท่านั้น!

0

ล่าสุด GWM (Thailand) สร้างปรากฏการณ์ในเดือนมีนาคม จุดพลุฉลองปิดไตรมาสแรกของปี กับยอดจองทะลุเพดาน หลังเปิดตัวเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ GWM ทั่วประเทศ ด้วยยอดจองพุ่งเกินคาด หลังเปิดตัวและประกาศราคาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL ทำยอดจองได้ถล่มทลายเกินกว่า 800 คันเลยทีเดียว

ปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณจากใจสำหรับการตอบรับอย่างท่วมท้นต่อ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่นใหม่ และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่เราได้รับในงานมอเตอร์โชว์ 2025 การสนับสนุนของลูกค้าชาวไทยทุกท่านนั้นมีความหมายกับพวกเราเป็นอย่างมาก ทุก ๆ ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของท่านเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย ประสิทธิภาพสูง และความปลอดภัยเพื่อคนไทยทุกคน ขณะนี้ GWM TANK 300 DIESEL รุ่นใหม่ มียอดจองมากกว่า 800 คันภายในเวลาเพียง 5 วัน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อการสนับสนุนของทุกท่าน ผมขอประกาศขยายระยะเวลาโปรโมชันราคาพิเศษของทั้ง 2 รุ่น ไปจนถึงสิ้นสุดงานมอเตอร์ โชว์ หรือถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 นี้ ผมขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความไว้วางใจของท่านที่มีให้กับ GWM เราจะนำรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเราเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ GWM ขอขยายระยะเวลาของการใช้ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวสำหรับ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ตามคำเรียกร้องของผู้บริโภคชาวไทย ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 โดยแฟน ๆ ยังสามารถซื้อรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ได้ในราคาแนะนำสุดคุ้ม ดังต่อไปนี้

NEW GWM TANK 300 DIESEL มี 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอกให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเทา สีดำ สีขาว และสีส้ม ในราคา

  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T รุ่น PRO ราคา 999,000 บาท
  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T รุ่น ULTRA ราคา 1,149,000 บาท
  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T ULTRA 4WD ราคา 1,249,000 บาท

ALL NEW GWM HAVAL H6 รถยนต์เอสยูวีสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมกับสีภายนอกถึง 3 สี ได้แก่ สีเทา สีดำ และสีขาว ใน 3 รุ่นย่อย มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแท้จริง โดย

  • ALL NEW GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO ราคา 929,000 บาท
  • ALL NEW GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น PRO ราคา 1,049,000 บาท
  • ALL NEW GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น ULTRA ราคา 1,149,000 บาท

ด้วยความโดดเด่นของ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นล่าสุดในราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท มีจุดเด่นในด้านความแข็งแกร่งและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมด้วยการรับประกันความทนทานของเครื่องยนต์ดีเซลสูงสุดถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงและเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ครอบคลุมทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ทั้งแบบออนโรดและออฟโรดที่ทรงพลัง ในขณะเดียวกันก็ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่ง เงียบ นุ่มนวลกว่าเคย และประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดียิ่งขึ้น ตามเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้งานจริง

ขณะที่ ALL NEW GWM HAVAL H6 ซึ่งถือเป็น SUV ไฮบริดและปลั๊กอิน-ไฮบริด ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ก็ได้รับการแสตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม การปรับโฉมใหม่และอัปเกรดแบบเต็มพิกัดในราคาแนะนำที่ยากจะปฏิเสธถึงความคุ้มค่า ซึ่งเริ่มต้นที่ 929,000 บาท โดยทั้ง 2 เครื่องยนต์มีจุดเด่นที่น่าสนใจที่มุ่งเน้นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีกว่าในทุกมิติ ทั้งการปรับช่วงล่างใหม่ให้ตอบรับกับความนิยมของคนไทยที่มีต่อรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ในขณะเดียวกัน รุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด ยังมอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้มากถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) อีกด้วย พร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย

เชิญชวนผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่บูธ GWM A10 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 โดยเปิดให้เข้าชมในวันธรรมดาเวลา 12.00 – 22.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดราชการเวลา 11.00 – 22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888

“Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S.” ประเดิมพรี-อีเวนต์ 2 สนาม ในงานมอเตอร์โชว์ฯ

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานการผลิต สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการร่วมมือกับ R.C.S ประเทศญี่ปุ่น จัดการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการดังระดับโลก Runbike Championship Series (R.C.S) ประเทศญี่ปุ่น ในการนำกีฬาสำหรับเด็กด้วยรูปแบบการแข่งขันจักรยานเด็กในรายการ “Grandprix Runbike Championship Partnership With R.C.S.”  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติในการจัดงานแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้

Runbike หรือจักรยานทรงตัว เป็นจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กเล็กเรียนรู้การทรงตัวและพัฒนาทักษะ การขี่จักรยานก่อนที่จะเริ่มใช้จักรยานแบบมีบันไดปั่น (Pedal Bike) โดยทั่วไปจักรยานทรงตัวจะไม่มีบันได โซ่ หรือเบรก เพื่อให้เด็กใช้ขาในการถีบพื้นและดันตัวเองไปข้างหน้ารวมถึงช่วยการเบรกเมื่อต้องการหยุด เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1.5-13 ปี และนี่จึงเป็นหนึ่งในการสร้างพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างบุคลิก การเคลื่อนไหวที่สมดุลอย่างคล่องแคล่ว รวมถึงเป็นการปลูกฝังความมั่นใจ และใช้กีฬาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว”

ซึ่งหลังจากเราได้รวบรวมข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเกมกีฬาประเภทนี้จนเป็นที่แน่ใจแล้วว่า เราพร้อมที่จะนำกีฬา “Runbike” เข้ามาจัดในประเทศไทย และโดยปีนี้เราได้วางเป้าหมายในการจัดการแข่งขัน ภายใต้ความร่วมมือของ R.C.S. โปรโมเตอร์การแข่งขันจากประเทศญี่ปุ่น มาสนับสนุนและซัพพอร์ตเพื่อให้งานและการแข่งขันเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักสากล

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กล่าวว่า “ในส่วนของกรังด์ปรีซ์ เราจะมีการจัดพรี-อีเวนต์ ขึ้น 2 สนาม ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 โดยมีถ้วยรางวัลพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่องานนี้เฉพาะ มอบให้แก่ผู้ชนะที่แบ่งตามรุ่นการแข่งขัน อีกทั้งงานนี้ยังเป็นช่วยโปรโมตการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series ให้เด็กๆ และครอบครัวผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะมีการจัดการแข่งขันประจำซีซั่น 2025 เพื่อเก็บคะแนนสะสม “โดยผู้ชนะแต่ละรุ่นของการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series 2025 จะได้สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมแข่งขัน Runbike World Championship (R.W.C 2026) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยต้องผ่านเข้าสู่ Semi-Final โดยอัตโนมัติ” ซึ่งการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น สนามที่ 1 วันที่ 12-13 เมษายน ณ สวนกีฬากมล, สนามที่ 2 วันที่ 12-13 กรกฎาคม ณ บางกอก อารีนา, สนามที่ 3 วันที่ 4-5 ตุลาคม ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสนามสุดท้ายแข่งขันกันที่สวนกีฬากมล ในวันที่ 8-9 พฤศจิกายน

สำหรับการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series จะแบ่งรุ่นการแข่งขันออกเป็น รุ่นอายุ 2-3 ปี, รุ่นอายุ 3.1-3.6 ปี. รุ่น 3.7-4 ปี, รุ่น 4.1-4.6 ปี, รุ่น 4.7-5 ปี, รุ่น 3.1-5 ปี หญิง, รุ่น 5.1-5.6 ปี, รุ่น 5.7-6 ปี, รุ่น 6.1-6.6 ปี, รุ่น 6.7-7 ปี, รุ่น 5.1-7 ปีหญิง, รุ่น 7.1-8 ปี, รุ่น 8.1-9 ปี, รุ่น 7.1-9 ปี หญิง, รุ่นโอเพ่นจูเนียร์ 3.1-5 ปี, รุ่นโอเพ่นซีเนียร์ 5.1-7 ปี, รุ่นโอเพ่นโปร 7.1-13 ปี, แบบวิ่งผลัด (Relay Race), รุ่น Small 15 (อายุรวมไม่เกิน 15 ปี), รุ่น Big 20 (อายุรวมไม่เกิน 20 ปี), รุ่น Extra 25 (อายุรวมไม่เกิน 25 ปี) และสิ่งที่นักกีฬาเด็กๆ จะได้รับเมื่อสมัครเข้าแข่งขัน นั่นก็คือ 1.เสื้อนักแข่ง Limited Edition 2.เหรียญรางวัล Finisher 3.คู่มือการแข่งขัน 4.ของที่ระลึกจากสปอนเซอร์

นอกจากการแข่งขันที่เข้มข้นแล้ว ยังมีกิจกรมมต่างๆ สำหรับเด็กให้ร่วมสนุก อาทิ โซนกิจกรรม Face And Body Painting, โซนกิจกกรม Photo Booth ตู้ Kios และบูธสปอนเซอร์ และร้านขายของอีกมากมายภายในงาน ให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากเกมการแข่งขันในงาน

“ซึ่งซีรีส์การแข่งขันนี้ เราได้ตั้งใจที่จะนำเสนอให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการใช้เวลาร่วมกัน ผ่านการแข่งขันกีฬา Grandprix Runbike เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านร่างกาย ก่อนจะต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาในอนาคต และเราได้เป้าหมายว่าการแข่งขันรายนี้ จะสามารถดึงดูดผู้เข้าแข่งขันทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศได้มากกว่า 400 คน และผู้เข้าร่วมทั้งหมดมากกว่า 2,000 คน”

“การนำการแข่งขัน R.C.S. มาจัดในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างชื่อเสียงของไทยในเวทีระดับโลก พร้อมผลักดันวงการกีฬาเยาวชนและกีฬาเพื่อครอบครัวในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกระดับ เรามุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน โดยตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียให้ได้ในอนาคต”

การร่วมมือกับ R.C.S. ถือได้ว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการกีฬาบ้านเรา รวมถึงเป็นการเปิดโลกธุรกิจใหม่ที่นอกเหนือจากธุรกิจเดิมๆ ที่เคยทำมาของกรังด์ปรีซ์ฯ โดยคุณยูกิ ทากาฮิระ ประธานจัดการแข่งขันรายการ R.C.S กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างที่ได้ร่วมมือกับกรังด์ปรีซ์ฯ องค์กรที่มากด้วยประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการแข่งขันชั้นนำมาแล้วมากมาย ในการนำการแข่งขัน Runbike Championship Series มาสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่จัดงาน และการจัดงานในมาตรฐานระดับมืออาชีพ เราเชื่อว่าปี 2025 จะเป็นปีที่พิเศษและสร้างความตื่นเต้นให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วทุกมุมโลก”

“การแข่งขันรายการที่จัดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามประลองความเร็วสำหรับเด็กๆ แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาเยาวชน รวมถึงการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย เราหวังว่าซีรีส์การแข่งขันนี้ จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับวงการกีฬาและครอบครัวทั่วโลก โดยประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาและผู้ชมจากทุกมุมโลกสู่สนามแข่งขันที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความสนุกสนาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ GP Motorsport และช่องทางโซเชียลมีเดียในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ”

อีซูซุคว้า 2 รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดองค์กรแห่งปี” (Thailand Top Company Awards 2025) และรางวัล “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (2025 Thailand’s Most Admired Brand)

0

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดองค์กรแห่งปี 2025”  (Thailand Top Company Awards 2025) ต่อเนื่องมายาวนานเป็นปีที่ 11 จากนิตยสาร BUSINESS+ โดยอีซูซุได้รับรางวัลในฐานะองค์กรที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ ประเภท “อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์” ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

นอกจากนี้ คุณสมคิด แสงอารยะกุล กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ยังเป็นผู้แทนบริษัท รับรางวัล “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2568” (2025 Thailand’s Most Admired Brand) ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิจัยความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภค       ทั่วประเทศ โดยนิตยสาร BrandAge ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็น อันดับ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถกระบะบรรทุก 1 ตัน ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำที่เคียงคู่สังคมไทยมายาวนาน

ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com   หรือ LINE: @isuzuthai

วิริยะประกันภัย ร่วมคณะกรรมการกลางอิสลามฯ ลงนาม MOU ส่งเสริมประกันภัยตะกาฟุลในไทย

0

พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และ นายวิชัยยุทธ เหลืองสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายใต้ “โครงการความร่วมมือส่งเสริมประกันภัยตามหลักศาสนาอิสลาม (ตะกาฟุล) ให้กับกลุ่มพี่น้องมุสลิมและสนับสนุนกิจการด้านศาสนา” เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์วิริยะตะกาฟุล ให้กับพี่น้องมุสลิม และประชาชนทั่วไป ได้เข้าถึงประกันวินาศภัยที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ กองทุนตะกาฟุลส่วนหนึ่ง จะถูกนำไปสนับสนุนกิจการด้านศาสนา เพื่อพัฒนาสังคมต่อไป โดยพิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักจุฬาราชมนตรี ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

สำหรับ “วิริยะตะกาฟุล” เป็นผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย ที่ถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลาม ครอบคลุมการดูแลทั้งด้านตะกาฟุลรถยนต์ ตะกาฟุลสำหรับบ้านและทรัพย์สิน และตะกาฟุลสำหรับธุรกิจและความรับผิด โดยมี คณะกรรมการชะรีอะฮ์วิริยะตะกาฟุล ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารจัดการด้านการเงินและการลงทุน  ให้สอดคล้องกับหลักการศาสนาอย่างเคร่งครัด อีกทั้ง บริษัทฯ ยังได้จัดโครงการอบรมความรู้ให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์วิริยะตากาฟุลให้สามารถรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น รวมถึงส่งเสริมตะกาฟุลในประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า อันจะนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมระหว่างกลุ่มประเทศอิสลามต่อไปในอนาคต