Home Blog Page 8

“เอพริล-ชนกนันท์ และ ปริม ปราชญ์นคร” สองสวิงสาวดาวรุ่งไทย พร้อมพิสูจน์พลังแห่งความฝันในสนาม Honda LPGA Thailand พื้นที่แห่งโอกาสที่มากกว่าการแข่งขัน

0
Honda LPGA Thailand 1

กว่า 2 ทศวรรษที่ชื่อของ Honda LPGA Thailand ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่ยกระดับมาตรฐานกีฬากอล์ฟไทยสู่เวทีระดับโลก แต่เบื้องหลังความสำเร็จของทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่ใช่เพียงการจัดการแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คือความมุ่งมั่นของฮอนด้าในฐานะผู้สนับสนุนหลักมาอย่างต่อเนื่อง ที่ต้องการขับเคลื่อนความฝันโดยการสร้างพื้นที่แห่งโอกาสส่งต่อแรงบันดาลใจและเจียระไนนักกอล์ฟสตรีไทยจากรุ่นสู่รุ่น ด้วย “The Power of Dreams” และจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย “Challenging Spirit” ที่เชื่อว่าพลังแห่งความฝันและการไม่หยุดท้าทายขีดจำกัด คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ

Honda LPGA Thailand 2

ในปีนี้ แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้เห็นบทพิสูจน์ของเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตอย่างสง่างามผ่านสองดาวรุ่งไทย เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี และ ปริม ปราชญ์นคร ตัวแทนของความมุ่งมั่นที่เติบโตมาจากความฝันเล็ก ๆ สู่วันที่ได้ก้าวลงสนามจริง ในฐานะผู้เล่นที่ได้ร่วมดวลวงสวิงกับโปรกอล์ฟสาวระดับโลก ซึ่งสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจถึงเส้นทางของการเป็นนักกอล์ฟอาชีพนั้นมีองค์ประกอบที่คล้ายกับการสร้างรถยนต์หนึ่งคัน เพราะความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการวางรากฐานที่แข็งแรงและการกล้าก้าวข้ามขีดจำกัด เช่นเดียวกับความตั้งใจของฮอนด้าที่ใส่ใจรายละเอียดในการพัฒนารถยนต์ ตลอดจนกล้าที่จะท้าทายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบทั้งในโลกแห่งการแข่งขันและการใช้รถจริงบนท้องถนน

เอพริล-ชนกนันท์: บทพิสูจน์ของจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 7

 

สำหรับ เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี เส้นทางสู่ Honda LPGA Thailand 2026 คือบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ หลังต้องผ่านการลงแข่งขันใน Honda LPGA รอบ National Qualifiers ถึง 4 ครั้ง จนกระทั่งล่าสุดปีนี้สามารถคว้าสิทธิ์มาครองได้สำเร็จ สิ่งที่ทำให้เธอเดินหน้าต่อคือ Challenging Spirit ที่พร้อมท้าทายทุกบททดสอบ การพัฒนาตัวเองในทุกวันเพื่อให้เก่งขึ้นกว่าเมื่อวาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวินัยในการซ้อมหรือการจัดการอารมณ์ในสนาม ความใจเย็นและความอดทนคือจุดแข็งที่ทำให้สามารถก้าวข้ามผ่านความกดดัน จนก้าวสู่เวทีที่ใฝ่ฝันได้สำเร็จ

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 3

เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี กล่าวว่า “การเดินทางสู่เป้าหมายอาจไม่ได้สำเร็จในครั้งเดียว ความสำเร็จของเอพริลในครั้งนี้มาจากการพยายามถึง 4 ครั้ง ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่า หากมีความฝันและกล้าที่จะลงมือทำ วันหนึ่งความสำเร็จนั้นจะเป็นของเราแน่นอนค่ะ”

ปริม ปราชญ์นคร: จากแรงบันดาลใจและความฝัน สู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 5

ในขณะที่ ปริม ปราชญ์นคร หนึ่งในสวิงสาวดาวรุ่งที่น่าจับตามอง เจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ 2025 ได้เริ่มต้นเส้นทางสู่ Honda LPGA Thailand จากการเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เป็นผู้ชมในสนาม บรรยากาศการแข่งขันระดับโลกในวันนั้นได้จุดประกายความฝันและแรงบันดาลใจให้กลายเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต สำหรับปริม การได้ก้าวลงสู่สนามในฐานะนักกีฬา ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่คือการที่มีโอกาสได้เรียนรู้จากมืออาชีพระดับโลกและการได้ทำสิ่งที่รักอย่างมีความสุข โดยมุ่งโฟกัสที่ตัวเองและเก็บรับแรงใจจากคนรอบข้างมาเป็นพลังขับเคลื่อน

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 4

ปริม ปราชญ์นคร กล่าวว่า “สำหรับปริม ความฝันเป็นเหมือนเข็มทิศที่คอยกำหนดทิศทางว่าเราต้องเดินไปทางไหน ต้องผ่านบททดสอบอะไรบ้าง และต้องฝึกฝนตัวเองอย่างไร เพื่อไปให้ถึงวันที่ความฝันกลายเป็นความจริง แม้เส้นทางจะยากลำบากแต่ถ้าเราไม่หยุดฝัน ไม่ย่อท้อ พลังของความฝันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่พาเราไปถึงจุดหมายได้เสมอค่ะ” 

ฮอนด้ากับการสร้างพื้นที่ส่งต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่น

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 8

บทพิสูจน์ตลอดกว่า 2 ทศวรรษของ Honda LPGA Thailand ได้แสดงให้เห็นว่า ชัยชนะบนสกอร์บอร์ดอาจเป็นเพียงเป้าหมายระยะสั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงของฮอนด้าคือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่วงการกอล์ฟสตรีไทยในระยะยาว ความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง “จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล” “เม–เอรียา จุฑานุกาล” “โม-โมรียา จุฑานุกาล” มาจนถึงดาวรุ่งอย่าง “เอพริล และ ปริม” คือผลผลิตที่ได้จากการบ่มเพาะความฝันและจิตวิญญาณแห่งความท้าทายอย่างไม่ลดละ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเป็นลมใต้ปีกที่คอยสนับสนุนและช่วยขับเคลื่อนทุกความมุ่งมั่น เพื่อยกระดับศักยภาพของนักกอล์ฟไทยให้เติบโตอย่างสง่างามและยั่งยืนบนเวทีระดับสากลต่อไป

 

“นิสสัน ประเทศไทย” ร่วมเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น

0
นิสสัน ประเทศไทย 1

นิสสัน ประเทศไทย มีความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในโอกาสอันสำคัญนี้     นิสสันได้นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ (Nissan X-TRAIL e-POWER) ซึ่งสะท้อนด้านคุณภาพแบบญี่ปุ่นและเทคโนโลยียานยนต์ขั้นสูงของแบรนด์ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางในชีวิตประจำวัน ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ การควบคุมที่เหนือชั้น และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ มอบประสบการณ์ขับขี่ที่มั่นใจและสนุกสนานให้แก่ลูกค้า

โทชิฮิโร ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โอกาสนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เราภูมิใจที่ได้นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ (Nissan X-TRAIL e-POWER) ซึ่งเป็นรุ่นที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและคุณภาพแบบญี่ปุ่นของนิสสัน ตลอดจนความมุ่งมั่นของเราที่จะส่งมอบโซลูชันด้านการขับเคลื่อนซึ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า และเป็นตัวแทนของค่านิยมร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ”

 

 

 

“คอนติเนนทอล ไทร์ส” ปล่อยเสียงเพลง Confidence Jingle ท่วงทำนอง ที่ได้แรงบันดาลใจจากยางรถยนต์ พร้อมจุดประกายให้ทุกคน GO ALL OUT อย่างมั่นใจ

0
คอนติเนนทอล ไทร์ส 1

คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลกจากประเทศเยอรมนี เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Make Way for Confidence” เปิดตัว ‘Confidence Jingle’ ในฐานะ Brand Jingle ที่ทำหน้าที่เป็นเสียงแทนตัวตนของคอนติเนนทอล ที่ถ่ายทอดพลังแห่งความมั่นใจผ่านจังหวะ และเสียงของการเคลื่อนไหว โดยถูกออกแบบให้เป็นองค์ประกอบทางเสียงของแบรนด์ และเป็นส่วนหนึ่ง ของการขับเคลื่อนแคมเปญ “GO ALL OUT” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับผู้คนในทุกการเดินทาง และทุกจังหวะของชีวิต

คอนติเนนทอล ไทร์ส 2

Confidence Jingle คือ Brand Jingle ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “ความมั่นใจ” ผ่านเสียง และจังหวะของการเคลื่อนไหว สะท้อนบทบาทของคอนติเนนทอล ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง ไม่เพียงมอบความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังเป็นแรงสนับสนุนที่ช่วยให้ผู้คนกล้าก้าวไปข้างหน้า
ค้นพบตัวตน และเติบโตผ่านประสบการณ์ทั้งบนท้องถนน และในชีวิตประจำวัน

แบรนด์จิงเกิลนี้ถูกสร้างสรรค์ร่วมกับ ร็อค เฉิน (ROC Chen) คีตกวี และนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงระดับสากล ที่มีความโดดเด่นด้านการผสมผสานดนตรีตะวันออกและตะวันตก
เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของ “
Confidence” ในรูปแบบที่ร่วมสมัย และทรงพลัง แนวคิดของงานชิ้นนี้ได้รับ
แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ “ม้า” ไอคอนสำคัญของแบรนด์คอนติเนนทอล ซึ่งสะท้อนพลัง ความแข็งแกร่ง
และการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ โดยใช้ยางรถยนต์เป็นเสมือนเครื่องดนตรี ถ่ายทอดผ่านจังหวะของการเคาะยาง
เพื่อเลียนเสียงฝีเท้าม้าที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง สื่อถึงการมุ่งไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ และหนักแน่น สอดคล้องกับแนวคิด “Year of the Horse” เพื่อต้อนรับปีม้า และเป็นจุดเชื่อมโยงของแคมเปญ “GO ALL OUT”
ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางซึ่งมากกว่าการขับขี่ แต่คือการเปิดทางให้ผู้คนได้เชื่อมต่อกับโลก รอบตัว และ
กับตัวเอง ผ่านการลงมือทำ ประสบการณ์ และการเติบโตในทุกเส้นทางของชีวิต ถ่ายทอดการเดินทางในทุกมิติ
โดยมี “ความมั่นใจ” เป็นแกนกลาง และหลอมรวมทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือการผจญภัยนอกเส้นทาง
ให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกันภายใต้ความเชื่อมั่นที่แบรนด์มอบให้แนวคิดของ Confidence Jingle ยังสอดคล้องกับผลการศึกษา Continental APAC Confidence Report 2026 ซึ่งจัดทำขึ้นใน 6 ตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพบว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าความมั่นใจเกิดจากการกระทำเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนอย่างเพียงพอ การดูแลสุขภาพ การเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือการรักษาความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การสร้างกิจวัตรประจำวัน การพัฒนาตนเอง และ
การเชื่อมต่อทางสังคม คือรากฐานสำคัญของความมั่นใจในทุกช่วงวัย

คอนติเนนทอล ไทร์ส 5

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษายังสะท้อนความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชัน โดยกลุ่ม Gen Z เผชิญแรงกดดันทางสังคมมากที่สุด ขณะที่ Millennials และ Gen X ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคทุกกลุ่มเห็นตรงกันว่า สุขภาพกายใจ และการดูแลตัวเอง คือหัวใจของการสร้างความมั่นใจ และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในชีวิตประจำวัน

ตลอดปี 2569 คอนติเนนทอล จะเดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ “GO ALL OUT” อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ Confidence Jingle เป็นสัญลักษณ์ของทิศทางแบรนด์ เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของผู้คน การเดินทาง และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล้าที่จะออกไปใช้ชีวิต และก้าวไปให้สุดในทุกเส้นทางของตนเองด้วยความมั่นใจ

 

 

 

 

“SPIRIT 4×4” นำขบวนคาราวานลุยเส้นทางโหด มอบสิ่งของให้กับโรงเรียนบ้านเสาหิน จ.แม่ฮ่องสอน

0
SPIRIT 4x4 1

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo”   นำขบวนนักเรียน Spirit เดินทางรูปแบบ Caravan 4×4 ได้พิสูจน์ฝีมือใช้ทักษะที่อบรมมาจริง มอบสิ่งของให้กับ รร.บ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

SPIRIT 4x4 2

โดยใช้เส้นทาง ตาก-แม่สอด-แม่สะเรียง-บ้านเสาหิน-โพซอ ผ่านเส้นทางท้าทาย ข้ามห้วยวัดใจลานหิน   ที่บ้านโพซอ เป็น รร.ที่ไม่มีไฟฟ้า  ต้องใช้ไฟฟ้าระบบโซล่าเซลล์  เดินทางลำบาก เส้นทางทุรกันดาร อยู่ห่างชายแดนพม่าเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงสกอ ไทใหญ่  เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 157 คน มีครู และบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 18 คน สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆ คุณครู  และผู้ร่วมคาราวานเป็นอย่างมาก

SPIRIT 4x4 4

ผจญภัยกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ฉลอง Love Your Pet Day ด้วย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม

0
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 1

เพราะคำว่าครอบครัว ไม่ได้หมายถึงแค่คนเสมอไป ในวันนี้สัตว์เลี้ยงจึงไม่ไช่แค่เพื่อนแก้เหงา แต่คือสมาชิกคนสำคัญที่มาเติมเต็มความสุขและได้รับความรักเสมือนครอบครัวอย่างแท้จริง สิ่งนี้สะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยจากการวิเคราะห์ของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี ที่คาดว่าจะขยายตัว 13.2% ในปี 2568 และทะลุ 100,000 ล้านบาทในปี 2569[1] ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็สังเกตเทรนด์ดังกล่าวเช่นกัน และระบุว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงมีการใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณร้อยละ 20[2] ทำให้เจ้าของจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมมากขึ้น เพื่อให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทุกคน

Ford Love Your Pet Day

“สิ่งแรกที่เจ้าของควรตรวจสอบก่อนพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางคือ สัตว์เลี้ยงควรมีอายุมากกว่าสามเดือน ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพทุกครั้งก่อนออกทริป” สัตวแพทย์หญิงศิริรัตน์ อัมหิรัญ ผู้เชี่ยวชาญที่สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทาง ร่วมกับสัตว์เลี้ยง พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวจะคุ้นเคยหรือชอบการออกนอกบ้าน “ก่อนพาออกทริปผจญภัย เจ้าของควรเริ่มฝึกน้องๆ ให้ลองนั่งรถล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณสามเดือน หรือเริ่มฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเริ่มจากการเดินทางระยะสั้นๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มระยะทาง เพื่อช่วยให้น้องปรับตัวและลดความเครียดระหว่างการเดินทาง”

นอกจากการเตรียมความพร้อมของสัตว์เลี้ยงแล้ว รถที่ใช้เดินทางก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเดินทางราบรื่น โดยควรเป็นรถที่สามารถรองรับการดูแลสัตว์เลี้ยงระหว่างทางได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการมีผ้าปูรองเพื่อความสะอาด ระบบระบายอากาศที่ดี และมีพื้นที่ภายในที่เพียงพอ สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างแมว ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับการขับถ่าย รวมถึงตะกร้าหรือกระบะทรายในตำแหน่งที่เหมาะสม รถเอสยูวีหรือรถนั่งอเนกประสงค์สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่มากกว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของรถอเนกประสงค์ที่มีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการพาสัตว์เลี้ยงแสนรักออกทริปได้อย่างสะดวกสบาย

Ford Love Your Pet Day3

การขับขี่ที่นุ่มนวล นั่งสบายทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

การนั่งรถมีผลกับสัตว์เลี้ยงมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะหากเส้นทางมีความสมบุกสมบัน การฝึกสัตว์เลี้ยงให้นั่งรถควบคู่ไปกับการใช้รถที่รองรับแรงกระแทกได้ดี จะช่วยลดความกังวลและความเครียดของสัตว์เลี้ยงเมื่อต้องเดินทางในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย

ไม่ว่าเส้นทางจะท้าทายแค่ไหน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ก็พร้อมมอบความนุ่มนวลให้ทุกคนในครอบครัว ด้วยระบบช่วงล่างหลังแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิ้งก์ ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับแรงสั่นสะเทือนจากทางขรุขระโดยเฉพาะ ช่วยให้รถนิ่ง นั่งสบาย ลดอาการเวียนหัวและเมารถได้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ให้ทุกการออกไปผจญภัยมีแต่รอยยิ้ม (และอย่าลืมพกยาแก้เมารถเผื่อไว้ให้เจ้าตัวเล็กเพื่อความมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยล่ะ!)

อากาศถ่ายเทดี น้องๆ ก็แฮปปี้ แถมปลอดภัยกว่าที่เคย

Ford Love Your Pet Day 4

ภาพน้องหมาโผล่หน้าออกมารับลมริมหน้าต่างอาจดูน่ารักและช่วยให้เขาหายเมารถได้ในวันเดินทางสบายๆ แต่เมื่อไรที่ต้องเปลี่ยนมาเป็นการเดินทางแบบออฟโรดฝุ่น หิน และกิ่งไม้ ที่ปลิวว่อนอาจจะเป็นอันตรายต่อสมาชิกสัตว์เลี้ยงของเราได้มากกว่าที่คิด

 

ทางเลือกที่ปลอดภัยและชาญฉลาดกว่าคือการใช้ระบบระบายอากาศที่ดีภายในตัวรถ เช่น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เราสามารถใช้ประโยชน์จาก Panoramic Moonroof เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทได้โดยไม่จำเป็นต้องให้น้องๆ ชะโงกศีรษะออกไปนอกรถ เพียงแค่เปิดแง้มหลังคาไว้ อากาศภายนอกก็สามารถหมุนเวียนเข้าสู่ห้องโดยสารให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงรู้สึกสดชื่นได้โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายนอกหน้าต่าง ให้ทุกการผจญภัยเต็มไปด้วยความสบาย พร้อมความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ การแง้มหลังคายังช่วยระบายความร้อนสะสมและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของสัตว์เลี้ยง รวมถึงช่วยระบายฝุ่นและขนสัตว์ออกจากห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและสุขอนามัยตลอดการเดินทาง แม้ต้องอยู่บนรถเป็นเวลานาน

ดูแลสัตว์เลี้ยงได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

 หลังจากวันแห่งการผจญภัย สุนัขอาจกลับมาพร้อมโคลน คราบน้ำ และกลิ่นที่บอกเล่าว่าวันนี้สนุกแค่ไหน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ การทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เข้าใจในจุดนี้ จึงติดตั้งช่องต่อปลั๊กไฟ 230V (400W) ไว้บริเวณเบาะนั่งแถวสอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสียบพัดลมเพื่อช่วยเป่าขนให้แห้งก่อนขึ้นรถ การเชื่อมต่อเครื่องอาบน้ำแบบพกพาเพื่อทำความสะอาดอย่างทั่วถึง หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นพกพาเพื่อจัดการคราบสกปรกภายในรถอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามควรเช็กจำนวนวัตต์การใช้ไฟของอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำไปด้วยทุกครั้ง

Ford Love Your Pet Day 5

สัตวแพทย์หญิงศิริรัตน์แบ่งปันเกร็ดความรู้เพิ่มเติมว่า อีกเรื่องสำคัญที่หลายคนอาจไม่รู้ สุนัขหน้าสั้นอย่างปั๊กและบูลด็อก หรือสุนัขเมืองหนาวอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ มีความเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกสูง หากวิ่งเล่นในอากาศร้อนนานเกินไป อาจมีอาการชักหรือหมดสติได้ การมีปลั๊กไฟบนรถอาจช่วยชีวิตน้องได้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อเสียบอุปกรณ์ช่วยหายใจหรือพัดลมระบายความร้อนได้ทันที

วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ให้ผจญภัยสนุกได้เต็มที่

ฟอร์ดรู้ดีว่าความเลอะเทอะคือส่วนหนึ่งของความสนุกสนานในการพาน้องๆ ไปผจญภัย จึงออกแบบห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุ้งเท้าที่เปื้อนโคลน หรือขนสัตว์ที่ร่วงหล่นตามเบาะ ด้วยเบาะหนังเกรดพรีเมียมที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย วัสดุภายในที่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหนัก ช่วยให้เจ้าของรถและสัตว์เลี้ยงจัดการกับความวุ่นวายหลังจบทริปได้ในพริบตา จะฝุ่น หรือโคลนเฉอะแฉะแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่เช็ดทำความสะอาดง่ายๆ ทุกอย่างก็กลับมาใหม่เอี่ยม พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไป

“GWM ORA 5” ขึ้นแท่นรถยนต์คันแรกของโลก คว้ารางวัลใหญ่จาก London Design Awards ด้วยแนวคิด “Natural Aesthetics” โดดเด่นในทุกมุมมอง คุณค่าเหนือระดับในทุกมิติ

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ORA 5 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการคว้ารางวัลสูงสุดในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ จากเวที London Design Awards 2025 รางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพลังของแนวคิด “Natural Aesthetics” ที่ถ่ายทอดความงามแห่งธรรมชาติผ่านเส้นสายอันพลิ้วไหวและสัดส่วนที่ลงตัวของ GWM ORA 5 ที่สร้างเอกลักษณ์โดดเด่นจนสามารถพิชิตใจคณะกรรมการจากทั่วโลก และทำให้เป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับการผลิตจริงและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดในสาขาดังกล่าวจากเวทีนี้ได้สำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพด้านการออกแบบของ GWM บนเวทีระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ

GWM (Thailand) 2

London Design Awards เป็นเวทีประกวดด้านการออกแบบระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดย International Awards Associate (IAA) องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและยกย่องผลงานสร้างสรรค์จากทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อยกย่องผลงานออกแบบและโครงการสร้างสรรค์อันโดดเด่นจากทั่วโลก รางวัลดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในรางวัลที่สะท้อนมาตรฐานความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมการออกแบบ เวทีนี้เปิดกว้างสำหรับนักออกแบบทุกแขนง สะท้อนบทบาทของรางวัลในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่ส่งเสริมศักยภาพและยกระดับวงการออกแบบสู่เวทีสากลอย่างแท้จริง

ปรัชญาการออกแบบ GWM ORA 5: ความงามที่นิยามกระแสใหม่

GWM (Thailand) 3

เบื้องหลังความสำเร็จบนเวทีระดับโลก GWM ORA 5 ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบภายใต้แนวคิด “Natural Aesthetics” หรือสุนทรียศาสตร์แห่งธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นภาษาสากลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน โดยทีมออกแบบของ GWM มุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เพียงสะท้อนความงามตามกระแส แต่เป็นความงามที่สามารถนิยามกระแสใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านแนวคิด “Full-Curved Surface” ที่ใช้เส้นสายโค้งมนทั่วทั้งคัน แทนที่เส้นตรงแข็งกระด้างแบบการออกแบบอุตสาหกรรมดั้งเดิม เส้นสายตัวถังได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นโค้ง Fibonacci หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Golden Ratio ที่สร้างความสมดุลและความงามในทุกมิติ ทั้งในขณะเคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง

GWM (Thailand) 5

พลิกโฉมการออกแบบยนตรกรรม สู่สุนทรียศาสตร์แห่งความลื่นไหลและสมดุล

การออกแบบภายนอกของรถได้ถ่ายทอดแนวคิด “Full-Surface Fluid Sculpture” ด้วยพื้นผิวที่ลื่นไหลเสมือนเมฆและสายน้ำ ไหลรวมสู่ด้านท้ายอย่างสง่างามคล้ายน้ำตก พร้อมรูปทรงตามหลักแอโรไดนามิก Aerodynamics ที่สร้างภาพลักษณ์ดุจโลหะเหลวเคลื่อนไหว พร้อมการนำเทคนิค Biomimetic มาออกแบบไฟหน้าให้มีทรงคล้ายหยดน้ำ และไฟท้ายที่ช่วยเสริมความต่อเนื่องของเส้นรอบตัวรถอย่างลงตัว สะท้อนแนวคิดการออกแบบจากธรรมชาติที่ลดความแข็งกระด้างของรถยนต์แบบเดิม ๆ และสร้างความรู้สึกเป็นมิตร กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในเมือง ภายใต้แนวคิดหลัก “Born from Nature, Thriving in the City”

GWM (Thailand) 6

ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั่วโลก สู่ผลงานออกแบบที่สมบูรณ์แบบสำหรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

GWM (Thailand) 6

รายละเอียดการออกแบบยังสะท้อนแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสีตัวถัง “Seine Grey” ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Claude Monet ที่ถ่ายทอดความงามของแสงและธรรมชาติผ่านโทนสีเทา-เงินอย่างมีมิติ หรือ “Aurora Green” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์แสงเหนือ ตอกย้ำแนวคิด Natural Aesthetics ที่ผสานศิลปะและธรรมชาติเข้ากับงานออกแบบรถยนต์อย่างลงตัว เสริมด้วยห้องโดยสารที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “Triple Moments of Time” ผ่านการจัดองค์ประกอบของแสง สี และพื้นที่ว่างอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนบรรยากาศแสงธรรมชาติตั้งแต่ยามเช้าจรดเที่ยงคืน เปลี่ยนพื้นที่ภายในให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สงบและผ่อนคลาย เบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของชาวเอเชีย พร้อมวัสดุผ้าตาข่าย 3D โฟมบริสุทธิ์ และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน การจัดพื้นที่เก็บของอย่างใส่ใจ รวมถึงกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟ LED ขนาดใหญ่ ยังสะท้อนความเข้าใจไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ในทุกมิติ องค์ประกอบทั้งหมดนี้ไม่เพียงตอกย้ำความพิถีพิถันด้านการออกแบบ แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ORA 5* คว้ารางวัลสูงสุดจาก London Design Awards

*สีและรายละเอียดของรถยนต์แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเทศ

GWM (Thailand) 7

ความสำเร็จบนเวทีการออกแบบระดับนานาชาติครั้งนี้ ที่ GWM ORA 5 ก้าวขึ้นเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ได้รับการผลิตจริงและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นถึงความโดดเด่นของ ORA 5 ในฐานะรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสานความงามจากธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว ไม่เพียงสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ยังยกระดับมาตรฐานการออกแบบยนตรกรรมให้ตอบโจทย์ทั้งด้านสุนทรียศาสตร์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และศักยภาพของ GWM ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจชาวไทยได้ร่วมสัมผัสดีไซน์อันโดดเด่นของ GWM ORA 5 อย่างใกล้ชิด และเตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

GWM (Thailand) 8

 

 

 

 

“ฮอนด้า ซีวิค” ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

0
ฮอนด้า ซีวิค 2

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบฟูลไฮบริด e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

โดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

  • ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

 

  • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท

ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท

ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569

  • ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**

Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย

– ฟรี ประกันภัย 1 ปี

– ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

– ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

  • ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
  • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
    รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*
  • สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
    ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

ฮอนด้า ซีวิค 4

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์:honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

“เอเอเอสฯ” ยกยนตรกรรมปอร์เช่จัดแสดง ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ พร้อมรังสรรค์ค่ำคืนแห่งสมรรถนะ

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านกิจกรรม AAS Roadshow at Central Chiangmai ระหว่างวันที่ 16–22 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการยกทัพยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่หลากหลายรุ่นสู่จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมแห่งภาคเหนือ เพื่อถ่ายทอดความเร้าใจในทุกมิติให้แก่ผู้หลงใหลในปอร์เช่ ผ่านกิจกรรมพิเศษ 3 รูปแบบ ได้แก่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 2

  • AAS Roadshow at Central Chiangmai

เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสตัวตนของยนตรกรรมปอร์เช่ผ่านการจัดแสดงรถหลากหลายรุ่นที่สะท้อนแนวคิด Performance ในแต่ละมิติ ตั้งแต่สปอร์ตคาร์ไอคอน ไปจนถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและสปอร์ตเอสยูวี พร้อมกิจกรรม Exclusive On-Road Test Drive ที่ออกแบบให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะจริงภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเอเอเอสฯ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

  • Porsche Service Excellence in Chiangmai

บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ปอร์เช่ตามมาตรฐานโรงงาน สำหรับสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ในภาคเหนือ ที่ทำการนัดหมายล่วงหน้า

  • An Exclusive High-Performance Gathering Presented by Central Chiangmai In Collaboration with Porsche AAS

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือค่ำคืนแห่งการรวมตัวของผู้หลงใหลยนตรกรรมสมรรถนะสูง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 4

AAS Roadshow at Central Chiangmai

กิจกรรมไฮไลต์ของการมาเยือนเมืองเหนือในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เปิดโอกาสให้ชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงได้สัมผัสเสน่ห์ของยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 5

ภายในงานยกขบวนปอร์เช่ทั้งสิ้น 5 รุ่น ที่ถ่ายทอดตัวตนของสมรรถนะและดีไซน์ในหลากหลายมิติ นำโดย ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ในสี Cartagena Yellow Metallic ไอคอนแห่งโลกสปอร์ตคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบเทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 394 PS เร่งจาก 0–100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.1 วินาที, ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) สี Black เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของปอร์เช่ บนแพลตฟอร์ม PPE ให้กำลังสูงสุด 360 PS วิ่งไกลกว่า 600 กม. ตามมาตรฐาน WLTP, ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส (Taycan 4S) สี Carmine Red สปอร์ตซาลูนไฟฟ้าโมเดล J1.II ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะ แรงบิด และระยะทางการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่สูงสุด 105 kWh, ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม (Taycan 4 Cross Turismo) สี Shade Green สปอร์ตไฟฟ้าที่ครอบครัวและยังคงความโฉบเฉี่ยวและ ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) สี Carrara White Metallic สปอร์ตเอสยูวีคูเป้พลังไฮบริด V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 519 PS พร้อมมีรถส่งมอบ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 6

พร้อมกันนี้ เอเอเอสฯ ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับของปอร์เช่ผ่านกิจกรรม Exclusive On-Road Test Drive กับปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) และ  ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากเอเอเอสฯ ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงของปอร์เช่ในทุกมิติ

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 8

สิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับ Taycan J1 II, Macan H2 และปอร์เช่รุ่นอื่น ๆ โดยผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานทุกรุ่น จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมายจากเอเอเอสฯ และพันธมิตร ดังนี้ หมวก Porsche Thailand, ร่ม AAS-Porsche x Mobil1, กระเป๋า AAS-Porsche x Mobil1, Okawari Sasanishiki Japanese Rice ข้าวญี่ปุ่นพรีเมี่ยมสายพันธุ์ซาซานิชิกิ, ของที่ระลึก พร้อมประกัยภัยเงื่อนไขความคุ้มครองยาง และ แม็กซ์ 100% (ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี) จาก ERGO ประกันภัย, ฟิล์มเซรามิกรุ่น Black Porsche จากแบรนด์ Protektion By Midas* (จำนวนจำกัด)

Porsche Service Excellence in Chiangmai

บริการหลังการขายระดับมาตรฐานโรงงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บี-ควิก สาขา ดอนจั่น จังหวัด เชียงใหม่ สำหรับสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ในภาคเหนือ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ปอร์เช่สามารถนัดหมายล่วงหน้าเพื่อนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพ

An Exclusive High-Performance Gathering Presented by Central Chiangmai In Collaboration with Porsche AAS

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ คือค่ำคืนสำหรับผู้หลงใหลยนตรกรรมปอร์เช่ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมของ Porsche Community ผ่านบรรยากาศแบบใกล้ชิดและเป็นกันเอง ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสรถยนต์หลากหลายรุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมการปรากฏตัวของรถแข่ง Porsche 911 GT3 R (992) จากทีม AAS Motorsport by EBM แชมป์ประเทศไทย Thailand Super Series 2025 รุ่น Supercar GT3 ซึ่งสะท้อนรากฐานมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ ค่ำคืนถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานจัดแสดงรถยนต์ ผ่านกิจกรรม Photo Moment และ Live Painting Showcase ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากยนตรกรรมปอร์เช่ ผสานดนตรี อาหาร และวัฒนธรรมล้านนา เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมของลูกค้าและผู้หลงใหลในแบรนด์อย่างแท้จริงสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 091-191-1911

เอเอเอสฯ ยังคงมุ่งมั่นในการถ่ายทอดประสบการณ์ปอร์เช่ที่น่าจดจำสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ควบคู่กับการให้บริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัว  เอเอเอสฯ ในภาคเหนือ และสะท้อนถึงความใส่ใจในการให้บริการ

 

 

“Primus Group” เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

0
Primus Group 1

คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

Primus Group 2

ในการเข้าพบครั้งนี้ นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข (รูป2 ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, นายภูวสิษฐ์  ฐิติธนภานุพงศ์ (รูป2 ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา / บายพาส ชลบุรี”, นายวีรยุทธ หว่างวงษ์แก้ว (รูป2 ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา”, และ นายธีรภัทร์ เกตุแก้ว (รูป2 ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย  “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

Primus Group 3

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา

Primus Group 4

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

Primus Group 8

เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เมโทร กรุ๊ป” คว้าสิทธิ์จัดจำหน่าย “หงษ์ฉี : HONGQI” รถหรูชั้นผู้นำ เดินหน้าปักธงในตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีและพรีเมียม

0
เมโทร กรุ๊ป 1

เมโทร กรุ๊ป ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท China FAW Group Import & Export จำกัด รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่าย “HONGQI” (หงษ์ฉี) รถยนต์ระดับหรูที่เป็น “แบรนด์ประวัติศาสตร์” ของจีนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ เมืองฉางชุน สาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายในประเทศ การสร้างแบรนด์ การขาย การส่งเสริมการตลาด และบริการหลังการขาย นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของวงการยานยนต์ไทย เมื่อแบรนด์รถยนต์ที่เก่าแก่จนเป็นตำนาน และทรงเกียรติที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

เมโทร กรุ๊ป 2

นายบดินทร์ บุญวิสุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมโทร กรุ๊ป เผยว่า “หงษ์ฉี” (HONGQI) เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและภาพลักษณ์สุดหรู เป็นรถยนต์ระดับผู้นำของประเทศที่ผลิตโดย FAW Group (First Automotive Works) บริษัทรถยนต์บริษัทแรกของประเทศจีนที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลกลางของจีน ซึ่งจะเปิดตัวในตลาดรถยนต์เมืองไทยอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปีนี้ โดยมีเมโทร กรุ๊ปเป็นผู้จัดจำหน่าย และมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งเป็นพาร์ทเนอร์ที่ร่วมวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ “หงษ์ฉี” เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับหรูที่แข็งแกร่งในประเทศไทย นำเสนอศักยภาพความโดดเด่นทางด้านรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะ คุณภาพ และความเชื่อมั่นในความปลอดภัยระดับสากล โดยมีจุดแข็งของเมโทร กรุ๊ปที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจยานยนต์ไทยมากว่า 70 ปี บริหารงานสืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 3  มาช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องกิจกรรมด้านการตลาด การให้บริการที่ครบวงจร การบริการหลังการขาย และความพร้อมของอะไหล่ เพื่อให้แบรนด์ “หงษ์ฉี” แจ้งเกิดในประเทศไทยอย่างสมศักดิ์ศรี

เมโทร กรุ๊ป 3

“หงษ์ฉี” หรือ HONGQI มีความหมายว่า ธงแดง เป็นรถยนต์ที่ถูกใช้เป็นยานพาหนะผู้นำจีน จนกลายเป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของประเทศ รถยนต์ “หงษ์ฉี” ที่จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยจะเป็นรถยนต์ตั้งแต่ระดับอัลตร้าลักชัวรี (Ultra Luxury) จนถึงระดับพรีเมียม (Premium) เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ระดับหรู รวมทั้งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวต่อเนื่องจากกลุ่มแมสไปสู่การตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมอย่างจริงจังมากขึ้น

เมโทร กรุ๊ป 2

“ผมประทับใจในรถยนต์ “หงษ์ฉี” มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก  รู้จักในฐานะรถยนต์ประจำตัวของท่านผู้นำจีน ยิ่งได้เข้ามาทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนมากขึ้น ยิ่งรู้สึกว่า “หงษ์ฉี” เป็นรถยนต์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร จึงเข้าไปทำความรู้จักกับ FAW Group จนต่างฝ่ายต่างมั่นใจ และด้วยสัมพันธ์อันดีทางการทูตระหว่างไทยกับจีน ทำให้ “หงษ์ฉี” เลือกเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเป็นประเทศต้นๆ ในกลุ่มพวงมาลัยขวา  และเป็นสื่อกลางที่สะท้อนสัมพันธภาพระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ผมและเมโทร กรุ๊ปหวังว่าจะได้มีโอกาสนำเสนอรถยนต์ แบรนด์อื่นๆ ของ FAW Group ต่อไปในอนาคต” นายบดินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

เมโทร กรุ๊ป 2

ปัจจุบัน FAW Group ส่งออกรถยนต์ “หงษ์ฉี” ไปยัง 87 ประเทศ และหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศมากกว่า 120 ราย ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย  เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่จะมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในอนาคต