Home Blog Page 8

“ยาเดีย” ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซน์หรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้

0

ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569

ยาเดีย 1

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น

ยาเดีย 2

นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย

ยาเดีย 3

นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”

ยาเดีย 4

สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดย

ด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

ยาเดีย 5

ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์

ยาเดีย 6

เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)

ยาเดีย 7

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว

ยาเดีย 6

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร

ยาเดีย 8

โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ – 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/

 

 

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ร่วมฉลอง 4 หมุดหมายสำคัญ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ และ ประกาศราคา BYD Sealion 5 DM-I รุ่น Standard

0
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 9

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ผ่าน 4 หมุดหมายสำคัญ เพื่อเขย่าวงการและตอกย้ำจุดยืนในการร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานสะอาดของไทยในระยะยาว ได้แก่ ความสำเร็จด้านยอดส่งมอบ: การสร้างยอดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่สะสมรวมมากกว่า 130,000 คันในประเทศไทย, ความสำเร็จด้านการผลิต: การดำเนินงานครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง, การเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรก: เปิดตัว “หลิงหลิง คอง” พรีเซนเตอร์คนแรกของรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i รุ่นล่าสุดจากบีวายดี และ การบุกตลาดรุ่นย่อยใหม่: การประกาศราคาคาดการณ์ของ BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด การประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคชาวไทยเท่านั้น แต่บีวายดียังร่วมเฉลิมฉลองด้วยการมอบสิทธิพิเศษและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย เพื่อแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า ภายในเดือนนี้

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 2

นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย และการสร้างยอดส่งมอบรถยนต์ BYD และ DENZA สะสมกว่า 130,000 คันในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเรา และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้กับบีวายดีตลอดมา ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าชาวไทยทุกท่าน ตลอดสองปีที่ผ่านมา บีวายดีมุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่ไปกับเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้างงานสร้างอาชีพให้แรงงานไทย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศ ในอนาคต บีวายดี จะยังคงเดินหน้านำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย”

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  3

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เผยว่า “ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมเดินทาง เราพร้อมสานต่อความสำเร็จด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยวันนี้ บีวายดี และ เรเว่ พร้อมขยายขีดจำกัดด้วยขุมพลัง BYD DM-i เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล่าสุดเราได้เปิดตัว BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ ‘รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้’ ซึ่งโดดเด่นด้วยความประหยัด สมรรถนะที่ทรงพลัง และความสะดวกสบายในการใช้งานจริง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างราบรื่น”

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 1

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เรเว่ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ BYD และ DENZA ให้ครอบคลุมกว่า 175 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะสามารถเข้าถึงบริการหลังการขายที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งกว่าที่เคย นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของรถยนต์รุ่นนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว คุณหลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i ซึ่งจะมาช่วยสื่อสารและสร้างความเชื่อมโยงอันดีกับผู้บริโภครุ่นใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเรเว่ในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์บีวายดีที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ”

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  4

รายละเอียดหมุดหมายความสำเร็จและไฮไลท์สำคัญ

  • รถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี คันที่ 130,000 ที่ส่งมอบในประเทศไทย

รถยนต์พลังงานใหม่ที่ บีวายดี และ เรเว่ ส่งมอบในประเทศไทยเป็นคันที่ 130,000 คือ BYD SEALION 5 DM-i โดยส่งมอบให้กับ ‘คุณอุษา เสมคำ’ นักแสดงชื่อดังผู้รับบทบาท ‘อาม่าเหม้งจู’ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าขุมพลัง BYD DM-i สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ในทุกช่วงวัย สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยในการเลือกซื้อรถยนต์ไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ระบบขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  5

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาที่ บีวายดี และ เรเว่ อยู่คู่สังคมไทยในฐานะผู้นำของวงการยานยนต์พลังงานใหม่ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค พิสูจน์จากยอดส่งมอบรถยนต์สะสม 130,000 คัน บีวายดี และ เรเว่ ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น ผ่านการนำรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรูปแบบ มาให้ชาวไทยได้สัมผัส ซึ่งจะนำไปสู่อากาศที่สะอาดกว่าสำหรับทุกคน ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการสร้างแรงบันดาลใจ ในการเชิญชวนให้ทุกคนหันมาเล่นกีฬาที่ตนชื่นชอบ ผ่านการร่วมสนับสนุนรายการกีฬาใหญ่หลายรายการรวมถึง ฟุตบอลทีมชาติไทย, การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก และ BYD HYROX Bangkok นอกจากนั้น ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือ ผ่านการมอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัยจากเหตุภัยพิบัติ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า บีวายดี และ เรเว่ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างชาวไทยในทุกสถานการณ์

  • โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ดำเนินงานครบ 2 ปี พร้อมผลิตยานยนต์คุณภาพสูง 5 รุ่น

นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จที่โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ได้ดำเนินงานครบ 2 ปี หลังเริ่มส่งมอบ BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการของโรงงาน และยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8,000,000 ของโลก ที่ บีวายดี ส่งมอบอีกด้วย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โรงงานแห่งนี้ยังเป็นโรงงานแห่งแรกของ บีวายดี ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน และมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้ลงทุนในประเทศไทยเป็นมูลค่ารวมประมาณ 34,814 ล้านบาท ปัจจุบัน โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง ดำเนินการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น ประกอบด้วย BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i

รถยนต์พลังงานใหม่ทั้ง 5 รุ่น ที่ผลิตโดยโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเติบโตให้กับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไทย ผ่านการสร้างอาชีพให้แรงงานไทยด้วยการจ้างงาน 5,234 อัตรา ซึ่งในจำนวนนี้เป็นพนักงานสัญชาติไทยราว 94% พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ ด้วยสัดส่วน Local Content ประมาณ 46-50% ที่สำคัญ โรงงานแห่งนี้ยังผลิตทั้งเพื่อการจำหน่ายในประเทศและเพื่อการส่งออก พร้อมตอกย้ำคุณภาพการผลิตของรถยนต์ระดับชั้นนำจากฝีมือคนไทย ให้นานาประเทศได้สัมผัสและเป็นที่ประจักษ์

  • ‘หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง’ พรีเซนเตอร์คนแรกของ BYD SEALION 5 DM-i

เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของยนตรกรรมที่สรรค์สร้างขึ้นสำหรับทุกคน บีวายดี และ เรเว่ จึงได้เปิดตัว ‘หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง’ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกให้กับรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพจำอันเด่นชัดให้กับรถยนต์รุ่นนี้ในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่นของตัวรถที่ตอบสนองอย่างกระฉับกระเฉง และพร้อมเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล เช่นเดียวกับคาแรคเตอร์ของคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมรับทุกความท้าทาย โดยที่ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  7

  • BYD SEALION 5 DM-i Standard นิยามใหม่แห่งความคุ้มค่า

ในโอกาสนี้ บีวายดี และ เรเว่ ขอเสนอนิยามใหม่แห่งความคุ้มค่ากับ BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยล่าสุดของรถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง BYD DM-i ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความประหยัด โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเป็นหลัก และผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน Xiao Yun ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 155 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ตอบสนองทันใจด้วยอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.4 วินาที แต่ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพถึงขีดสุด อีกทั้งยังมี BYD Blade Battery ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วโดยผู้ใช้ทั่วโลกถึงความปลอดภัย ขนาด 13.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุด 80 กิโลเมตร* และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,180 กิโลเมตร*

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 6

BYD SEALION 5 DM-i Standard ขับขี่นุ่มสบายด้วย ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-link เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ภายนอกมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ทั้งยังมีไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้ายเป็นแบบ LED และมีระบบไฟเลี้ยวด้านหลังแบบ Sequential เลือกสีที่ใช่กับทางเลือกสีภายนอก สีขาว Horizon White และ สีดำ Quantum Black ห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมเบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ ส่วนหน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่แบบ LCD มีขนาด 8.8 นิ้ว เพลิดเพลินไปกับหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ขนาด 10.1 นิ้ว ทำงานร่วมกับลำโพง 6 ตำแหน่ง ใช้งานสะดวกด้วย ระบบกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card) และ BYD Digital Key มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ รวมถึงระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และ ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC) ทั้งหมดนี้อยู่ใน BYD SEALION 5 DM-i Standard ซึ่งมีราคาคาดการณ์จำหน่าย 699,900 บาท

  • แคมเปญพิเศษฉลองความไว้วางใจ ‘130,000 of Trust, We reward you’

เพื่อเป็นการขอบคุณทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย บีวายดี และ เรเว่ ขอมอบแคมเปญ ‘130,000 of Trust, We reward you’ การันตีแคมเปญเดียวกับงาน Big Motor Sale ให้กับลูกค้าที่ออกรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ทุกรุ่น ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีข้อเสนอรวมมูลค่าสูงสุดมากกว่า 75,000 บาท** ซึ่งมีทั้ง

  • ฟรี แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty มูลค่า 50,000 บาท**
  • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท** หรือ

รับสิทธิ์ซื้อ โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง ในราคาพิเศษ 10,000 บาท**

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี**
  • ฟรี ฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง**

สอบถามข้อมูลแคมเปญเพิ่มเติม พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์พลังงานสะอาด ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 175 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ reverautomotive.com หรือ denzathailand.com และติดตามข่าวสารล่าสุดได้ทาง Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

* เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ

** เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.reverautomotive.com/news

 

 

“TAIA” นำทัพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมแสดงพลัง “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”

0
TAIA 1

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ในฐานะสถาบันเอกชนที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย  เข้าร่วมงาน “Thailand Character & Content Expo (TCEX 2026)” ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”

TAIA 2

กิจกรรมส่งเสริม รณรงค์และกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม

TAIA 3

โดยภายในบูธของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้จัดในคอนเซ็ปต์ “อะไหล่แท้รถเยี่ยม อะไหล่เทียมรถแย่” มีอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์จากผู้ประกอบการหลากหลายแบรนด์ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจัดแสดง พร้อมให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อชิ้นส่วนและอะไหล่ของแท้ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ตลอดจนสามารถประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากใช้สินค้าปลอม

TAIA 6

โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะมีมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อปราบปรามและลงโทษผู้กระทำผิด

TAIA 8

รวมถึงปกป้องความปลอดภัยของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และยังมีส่วนสร้างความเชื่อมั่นในด้านการค้า การลงทุนของไทยเชิงนวัตกรรมในอนาคต งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 9 – วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ ชั้น 5 พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และสยามสแควร์ บริเวณ Walking Street

TAIA 9

“Primus Exclusive Road Trip” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกเหนือระดับ

0
Primus Exclusive Road Trip 1

บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป จัดกิจกรรม Primus Exclusive Road Trip” เชิญลูกค้าคนพิเศษ 15 ครอบครัว ร่วมเปิดประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์ยนตรกรรมระดับตำนาน งานศิลปะ และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยม

Primus Exclusive Road Trip 2

กิจกรรมเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR House Primus ราชพฤกษ์ โดยทีมงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเชิญลงทะเบียน ถ่ายภาพที่ระลึก และร่วมทานอาหารกลางวัน ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และ “ไรวินทร์ เลิศเมธาวรรธน์” ผู้บริหาร ZEEKR Thailand กล่าวต้อนรับ พร้อมทีมงานชี้แจงกำหนดการเดินทาง ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่ บริเวณด้านหน้าโชว์รูม และออกเดินทางสู่อำเภอหัวหิน

Primus Exclusive Road Trip 3

เมื่อสมาชิกผู้ร่วมทริปเดินทางถึง “Meseo Auto Classica” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของหัวหิน ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ ได้รับการรับรองด้วยเครื่องดื่มและอาหารว่างสุดพิเศษ ก่อน ผู้บริหาร หัวหิน แอสเสท “วจี กลมเกลี้ยง” ให้เกียรติพาเยี่ยมชมคอลเลกชั่นรถยนต์คลาสสิก ในช่วงปี 1950-1990 ที่รวบรวมและนำมาจัดแสดงกว่า 40 คัน

Primus Exclusive Road Trip 5

รถไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ “Daimler DS420 Art Car” ผลงานศิลปะเพียงหนึ่งในโลกของ อ.วรรณวิมล เกษางาม จากบ้านศิลปินหัวหิน และยนตรกรรมระดับตำนาน อาทิ  Mercedes-Benz SL Legacy Collection, Ferrari Dino 246 GT, Bentley Continental GT Supersports  ตลอดจนรถยนต์จากภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลก อาทิ BMW Z8 รถคู่ใจ James Bond และ Cadillac Fleetwood ปี 1957 รถหรูคู่กาย Elvis Presley ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล

Primus Exclusive Road Trip 7

นอกจากนี้ ยังมีโซนจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และงานสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าจากศิลปินแห่งชาติ รวมถึงศิลปินชั้นนำทั้งชาวไทยและนานาชาติ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และความงดงามที่เชื่อมโยงระหว่างศิลป์กับยนตรกรรมได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดมุมมองให้สมาชิกได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของยนตรกรรมอันทรงคุณค่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Primus Exclusive Road Trip 8

จากนั้น ผู้ร่วมทริปเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน ซึ่งโดดเด่นด้วยวิวพาโนรามาของชายหาดเขาตะเกียบและทิวเขาโดยรอบ ก่อนร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล  สวนน้ำธีมป่าเมืองร้อนแห่งแรกในเอเซีย ที่มีเครื่องเล่นหลากหลายชนิด อาทิ The Abyss สไลเดอร์ยักษ์สุดตื่นเต้นเร้าใจ, Aqualoop เแคปซูลดิ่งความเร็วสูงหมุน 360 องศา รวมถึงโซนครอบครัวกับ Lazy River สระน้ำวน และ Vana Nava Falls น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ที่ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลินใจแก่ผู้ร่วมทริปทุกเพศทุกวัย

Primus Exclusive Road Trip 10

ช่วงค่ำ สมาชิกทยอยเข้าร่วมงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ห้องอาหาร The Sky: Rooftop Bar เปิดมุมมอง ทัศนียภาพเมืองและทะเลหัวหิน ยามค่ำคืนแบบ 360 องศา ผ่านจุดชมวิวพื้นกระจก  พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่ขับกล่อมตลอดทั้งงาน ก่อนปิดท้ายกิจกรรม Primus Exclusive Road Trip ด้วยค่ำคืนแห่งความประทับใจ และประสบการณ์ที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญของ Primus Group

“ฮุนได”ส่ง “Drive ASEAN as One” แคมเปญระดับภูมิภาค บทนำ ASEAN Hyundai Cup™ 2026

0
HYUNDAI 1

ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก เปิดตัวของภาพยนตร์แคมเปญ “Hyundai, Driving ASEAN as One” ตอกย้ำบทบาทสำคัญในฐานะผู้สนับสนุนหลักของศึก Hyundai Cup™ 2026 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับภูมิภาคที่มีกำหนดฟาดแข้งระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคม 2569 โดยฮุนไดถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการรวมพลังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นหนึ่งเดียว ผ่านเรื่องราวอันทรงพลังที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งเกมลูกหนัง พลังของการมีเป้าหมายร่วมกัน และการเดินทางที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วทั้งภูมิภาคให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของศึก Hyundai Cup™ 2026 ฮุนไดต่อยอดประสบการณ์ด้านกีฬาระดับโลกที่สั่งสมมายาวนานกว่า 27 ปี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนอันหลากหลายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยแคมเปญ “Hyundai, Driving ASEAN as One” ถือเป็นการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเครือข่ายระดับโลกของบริษัทฮุนได มอเตอร์ ภายใต้แนวคิด “Progress for Humanity” ซึ่งสะท้อนความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าที่มีความหมายเกิดขึ้นได้เมื่อผู้คนเดินหน้าไปด้วยกัน และการขับเคลื่อนมีพลังในการพาผู้คนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

“Hyundai Cup™ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเฉลิมฉลองคุณค่าที่อาเซียนยึดมั่น ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลาย ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่อาจแยกจากกัน ผ่านภาพยนตร์แคมเปญหลักและแคมเปญ ‘Driving ASEAN as One’ เราต้องการให้แฟนบอลทั่วทั้งภูมิภาครู้สึกว่า ฮุนไดอยู่เคียงข้างพวกเขาในทุกเส้นทางของการแข่งขันครั้งนี้ สำหรับฮุนได วิสัยทัศน์ Progress for Humanity ไม่ใช่เพียงถ้อยคำหรือสโลแกน แต่คือพันธสัญญาของเราในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย และสร้างการเชื่อมโยงในทุกตลาดที่เราดำเนินธุรกิจ โดย Hyundai Cup™ 2026 ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สุดที่จะทำให้พันธสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นจริงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายฟาราซ ชัมซี ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าว

หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือ Hyundai STARGAZER รถยนต์รุ่นฮีโร่ของ Hyundai Cup™ 2026 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเชื่อมโยง ความสะดวกสบาย และการเดินทางของครอบครัว โดย STARGAZER ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Driving ASEAN as One” ได้อย่างชัดเจน ในฐานะรถยนต์ที่พาผู้คนมารวมตัวกัน สร้างการเดินทางร่วมกัน และเติมเต็มช่วงเวลาอันมีความหมายที่สะท้อนตัวตนของชุมชนทั่วทั้งภูมิภาค ภายในเรื่องราวของแคมเปญ STARGAZER จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกัน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจและความมุ่งหวังของทั้งภูมิภาค

แคมเปญนี้ยังได้ ดิก้า (Dhika) หรือ “Aura Farming Boy” ไวรัลบอยที่สร้างกระแสบนโลกออนไลน์จากการแข่งขันเรือ Pacu Jalur มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว โดยดิก้าสะท้อนคุณค่าของความไว้วางใจ การทำงานเป็นทีม และการเคลื่อนไหวอย่างสอดประสาน จนกลายเป็นตัวแทนที่สร้างแรงบันดาลใจของการเดินหน้าไปด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับทีมพายเรือที่สมาชิกแต่ละคนมีบทบาทแตกต่างกัน แต่ทุกคนต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ฮุนไดเชื่อว่า ความก้าวหน้าที่มีความหมายจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้คนรวมพลังกันภายใต้เป้าหมายร่วมกัน โดยเรื่องราวฉบับเต็มของดิก้ากับฮุนไดจะถูกเปิดเผยผ่านคอนเทนต์แคมเปญพิเศษในเร็ว ๆ นี้

คอนเทนต์แคมเปญ “Hyundai, Driving ASEAN as One” เริ่มเผยแพร่แล้วบนช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของฮุนไดทั่วภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ศึก Hyundai Cup™ 2026 กำลังใกล้เข้ามา แฟนบอลจากทั้ง 11 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Hyundai Cup™ 2026 Trophy Tour กิจกรรมในสนามแข่งขันในวันแมตช์เดย์ ของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนบอล รวมถึงโอกาสในการทดลองขับรถยนต์ฮุนได โดยรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมในแต่ละประเทศจะประกาศโดยตลาดท้องถิ่นต่อไป

สำหรับประเทศไทย แฟนบอลชาวไทยสามารถรอติดตามบรรยากาศความคึกคักของ Hyundai Cup™ 2026 ได้อย่างใกล้ชิด โดยตามโปรแกรมรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยจะลงเล่นเกมเหย้า 2 นัด พบ มาเลเซีย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 และพบ เมียนมา ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569  ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ขณะที่กิจกรรมพิเศษของฮุนไดในประเทศไทย ทั้งกิจกรรมสำหรับแฟนบอล สิทธิพิเศษต่าง ๆ และโอกาสในการสัมผัสยนตรกรรมฮุนไดอย่างใกล้ชิด จะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของฮุนได ประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก Hyundai Thailand

 

 

“GWM WEY G9” คว้ายอดขายรวม อันดับ 1 ในกลุ่ม New Energy MPV ในประเทศจีน (มกราคม – พฤษภาคม) พร้อมเดินหน้ารุกตลาด MPV หรูในไทย ส่งข้อเสนอสุดพิเศษประจำเดือนกรกฎาคมนี้

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เผยความสำเร็จของ GWM WEY G9 รถยนต์ MPV ระดับพรีเมียม ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในประเทศจีน โดยมียอดขายรวมตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม สูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม New Energy MPV ของประเทศจีน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสยนตรกรรมระดับเวิลด์คลาส GWM ได้จัดทำข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าคนไทยผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ GWM WEY G9  ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ 

GWM Thailand 2

ตอกย้ำศักยภาพผู้นำ ด้วยยอดขายรวมอันดับ 1 ในกลุ่ม New Energy MPV ในประเทศจีน

GWM Thailand 3

GWM WEY G9 ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศจีน โดยมียอดขายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของปี 2569 อยู่ที่ 31,385 คัน ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ New Energy MPV  ซึ่งเป็นผลจากวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำสมัย ดีไซน์อันสะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหรา ตลอดจนระบบความปลอดภัยอัจฉริยะขั้นสูงที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ GWM WEY G9 เป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่ขยายตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในปัจจุบัน

นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหราเหนือระดับ

GWM Thailand 4

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM WEY G9 ได้รับความสนใจและไว้วางใจอย่างรวดเร็ว คือ การตอบโจทย์การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) ความสะดวกสบาย (Comfort) และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย (Convenience) โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริด 4 ล้ออัจฉริยะ นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับเรือธงเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบ ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดตามความต้องการและมีระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร (NEDC) อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกเส้นทางด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Quality Space เพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัวโดยเฉพาะเบาะแถวที่สองแบบ Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดและระบายอากาศ วัสดุหุ้มหนัง NAPPA คุณภาพสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะกว่า 28 รายการ ควบคู่กับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานในทุกมิติ

GWM Thailand 5

ข้อเสนอพิเศษประจำเดือนกรกฎาคม: สิทธิประโยชน์ที่เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์

เพื่อยกระดับประสบการณ์การครอบครอง GWM WEY G9 ในประเทศไทย GWM มอบข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 โดยสามารถเลือกแพ็กเกจที่ตรงกับความต้องการ ดังนี้:

  • ทางเลือกที่ 1 แพ็กเกจดอกเบี้ยพิเศษ: รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%) และฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ทางเลือกที่ 2 แพ็กเกจอุ่นใจกับการบำรุงรักษา GWM Pro Service Inclusive – GPSI: รับฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% (ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%)

พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับทุกแพ็กเกจ:

  • ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี GWM Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

เอกสิทธิ์เหนือระดับด้วย Exclusive Service นาน 5 ปี

ผู้เป็นเจ้าของ GWM WEY G9 จะได้รับบริการดูแลส่วนบุคคลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อมอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจตลอดช่วงเวลาการใช้งาน ประกอบด้วย:

  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการรถทดแทนรุ่นเดียวกัน กรณีรถมีปัญหาทางเทคนิคภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
  • บริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะ (Pick-up & Delivery)

GWM Thailand 6

ข้อเสนอพิเศษสำหรับ WEY G9 ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 มีผลสำหรับลูกค้าที่จองรถระหว่างวันที่ 1–31 กรกฎาคม 2569 และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ GWM Partner Store และ GWM (Thailand) กำหนด ผู้ที่สนใจสัมผัสยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาจำกัด สามารถจองสิทธิ์ ทดลองขับ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, เว็บไซต์ http://www.gwm.co.th และ https://www.gwm.co.th/th/deal/wey-g9 หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

*หมายเหตุ: ยอดขายอันดับ 1 อ้างอิงจากยอดจำหน่าย GWM WEY G9 ในตลาดประเทศจีน ระหว่างเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ รายละเอียดผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ของรถที่จำหน่ายในประเทศจีนและประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โดยข้อมูลสำหรับประเทศไทยให้เป็นไปตามที่ GWM (Thailand) กำหนด

 

 

“ปอร์เช่ ประเทศไทย” เฉลิมฉลอง 75 ปีแห่งมอเตอร์สปอร์ต พาเจ้าของรถร่วมเปิดประสบการณ์ Raceborn ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต

0
ปอร์เช่ ประเทศไทย 1

ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีแห่งปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต ในการแข่งขัน Porsche ARbox Carrera Cup Asia 2026 ณ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต โดยโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถปอร์เช่ของตนเองลงขับบนสนามแข่งระดับเวิลด์คลาส พร้อมสัมผัสประสบการณ์เบื้องหลังการแข่งขันผ่านกิจกรรม Pit Tour และ Grid Walk รวมถึงสามารถเข้าใช้บริการ PCCA Hospitality เพื่อรับชมการแข่งขันอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศสุดพิเศษ ตอกย้ำบทบาทของมอเตอร์สปอร์ตในฐานะรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมนวัตกรรม สมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยังคงส่งต่อสู่รถสปอร์ตปอร์เช่ทุกคันบนท้องถนนมาจนถึงปัจจุบัน

ปอร์เช่ ประเทศไทย 2

ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมมอบประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้าปอร์เช่กว่า 30 ท่าน โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับโลกอย่างใกล้ชิดในรายการปอร์เช่ เออาร์บ็อกซ์  คาร์เรร่า คัพ เอเชีย 2026 (Porsche ARbox Carrera Cup Asia 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ ศึกไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ (Thailand Super Series) ณ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทยในการส่งมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของปอร์เช่มาอย่างยาวนาน

ปอร์เช่ ประเทศไทย 3

ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดกว่า 75 ปีที่ผ่านมา มอเตอร์สปอร์ตเป็นหัวใจสำคัญของปอร์เช่ กิจกรรมในวันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับปอร์เช่ ผ่านประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมตอกย้ำว่าการเป็นเจ้าของปอร์เช่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มีความหลงใหลร่วมกัน และการเข้าถึงประสบการณ์สุดพิเศษที่สร้างความทรงจำอันน่าประทับใจ”

ร่วมสัมผัสสุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่

ปอร์เช่ ประเทศไทย 4

ปอร์เช่ ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตให้แก่ลูกค้าคนสำคัญผ่านกิจกรรมที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันอย่างใกล้ชิดตลอดสุดสัปดาห์แห่งการแข่งขัน โดยกิจกรรมเริ่มต้นด้วยการรวมตัวของขบวนรถปอร์เช่ ณ ร้านท่าช้าง บางแสน ก่อนเคลื่อนขบวนสู่สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต เพื่อร่วมกิจกรรมพาเหรดที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถปอร์เช่ส่วนตัวลงขับบนสนามแข่งขันจริง ซึ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศของสนามแข่งระดับนานาชาติ บนเส้นทางเดียวกับที่นักแข่งใช้ในการแข่งขัน ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของปอร์เช่ ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก

ปอร์เช่ ประเทศไทย 7

เพื่อเติมเต็มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นลูกค้ายังได้รับสิทธิ์เข้าชมพื้นที่เบื้องหลังการแข่งขัน (Pit Walk) และพื้นที่จุดสตาร์ทก่อนการแข่งขัน (Grid Walk) อย่างใกล้ชิด โดยได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานภายในพิท การเตรียมความพร้อมของรถแข่งและทีมงาน ตลอดจนช่วงเวลาแห่งความเข้มข้นก่อนการแข่งขันเริ่มต้น ซึ่งเปิดมุมมองสู่โลกเบื้องหลังการแข่งขันที่เป็นหัวใจสำคัญของมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องรับรอง PCCA Hospitality ริมทะเล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการต้อนรับในบรรยากาศระดับพรีเมียม เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับชมการแข่งขันตลอดทั้งวัน

75 ปีแห่งมอเตอร์สปอร์ต รากฐานแห่งความสำเร็จของปอร์เช่

ในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต (Porsche Motorsport) ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้นำคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) ในลวดลายพิเศษเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต มาจัดแสดงภายในงาน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่เป็นส่วนหนึ่งของปอร์เช่มาตั้งแต่ปี 1951 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก การจัดแสดงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรถสปอร์ตหรือสนามแข่งเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนายนตรกรรมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของปอร์เช่ ผ่านการผสานสมรรถนะ เทคโนโลยี และประสบการณ์การขับขี่ที่ได้รับการหล่อหลอมจากสนามแข่ง สู่การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6

ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดทศวรรษ ปอร์เช่ได้ใช้สนามแข่งเป็นพื้นที่ในการพัฒนาและพิสูจน์นวัตกรรม สมรรถนะ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นสู่รถยนต์สำหรับการใช้งานบนท้องถนน สะท้อนให้เห็นว่ามอเตอร์สปอร์ตไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ แต่ยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถยนต์ปอร์เช่ทุกคันมาจนถึงปัจจุบัน

ติดตามกิจกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษจากปอร์เช่ ประเทศไทย ได้ทางเฟซบุ๊ก: Porsche Thailand และ อินสตาแกรม: @porsche.thailand

 

 

“ซูซูกิ” แนะนำ “CARRY” สีใหม่ เพิ่มออฟชั่น ราคาพิเศษเพียง 375,000 บาท

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสนับสนุนทุกก้าวความสำเร็จของผู้บริโภคชาวไทย ประกาศแนะนำรถกระบะอเนกประสงค์ขนาดเล็ก SUZUKI CARRY รุ่นปรับปรุงอุปกรณ์ล่าสุด ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน รวมไปถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่ส่งผลให้ราคารถยนต์มีเกณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ซูซูกิจึงมุ่งเน้นการปรับปรุงรายละเอียดตัวรถเพื่อช่วยลดภาระต้นทุน และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรถกระบะอเนกประสงค์รุ่นนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับทุกการใช้งานทั้งในเชิงพาณิชย์และการใช้งานส่วนตัวในชีวิตประจำวัน โดยตัวรถยังคงรักษามาตรฐานระบบความปลอดภัยไว้อย่างครบครัน และแนะนำสีใหม่ที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์สะท้อนตัวตนของธุรกิจอย่างมีสไตล์ ในราคาพิเศษเพียง 375,000 บาทเท่านั้น

ซูซูกิ 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดเล็ก SUZUKI CARRY ยังคงเป็นอีกหนึ่งในรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการรายย่อยและเจ้าของธุรกิจทั่วประเทศ ด้วยจุดเด่นด้านความคล่องตัว ความคุ้มค่า และศักยภาพในการดัดแปลงรองรับธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งร้านอาหารเคลื่อนที่ ธุรกิจค้าปลีก บริการขนส่ง และธุรกิจบริการชุมชนต่างๆ ส่งผลให้ SUZUKI CARRY มียอดจำหน่ายสะสมในประเทศไทยมากกว่า 62,617 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 ตอกย้ำการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปนั่งในใจของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ภายใต้แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน”

ซูซูกิ 3

แม้ว่าในปัจจุบันผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน รวมถึงการปรับเปลี่ยนของโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อรถกระบะบรรทุกขนาดเล็ก ซูซูกิจึงตั้งใจให้ SUZUKI CARRY เป็นคำตอบของความคุ้มค่าที่สามารถจับต้องได้จริง โดยยังคงรักษามาตรฐานราคาและความคุ้มค่าที่ดีที่สุดไว้ เพื่อให้ SUZUKI CARRY เป็นพาร์ทเนอร์ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนและต่อยอดธุรกิจให้แก่ลูกค้าได้อย่างมั่นใจ

ซูซูกิ 2

สำหรับ SUZUKI CARRY รุ่นปรับปรุงอุปกรณ์ล่าสุด ได้รับการออกแบบรายละเอียดที่มุ่งเน้นการปรับรูปลักษณ์และองค์ประกอบบางส่วน เพื่อเปิดพื้นที่และมอบอิสระสูงสุดให้แก่ผู้ประกอบการในการนำรถไปตกแต่งหรือดัดแปลงตามดีไซน์ของแบรนด์ตนเองได้อย่างเต็มพิกัด โดยมีการปรับปรุงอุปกรณ์พร้อมดีไซน์ตัวรถให้เรียบง่ายและยืดหยุ่นต่อการตกแต่งยิ่งขึ้น ด้วยกันชนหน้าสีเดียวกับเนื้อวัสดุ ทนทานต่อการใช้งาน พร้อมรองรับการทำสีหรือตกแต่งเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย ไม่มีสติกเกอร์ CARRY บริเวณประตูหน้าและสติกเกอร์ SUZUKI บริเวณกระบะท้าย รวมถึงไม่ติดตั้งแผงกั้นเหล็กหลังห้องโดยสาร และเครื่องเล่นวิทยุ MP3 จากโรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ประกอบการยุคปัจจุบันที่นิยมนำรถไปดัดแปลงและติดตั้งอุปกรณ์ตามความต้องการ ตอบโจทย์รูปแบบการทำธุรกิจของผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด

ซูซูกิ 5

ทั้งนี้ ด้านสมรรถนะและการบรรทุกอันเป็นหัวใจหลักของ SUZUKI CARRY ยังคงเปี่ยมด้วยคุณภาพ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน K15B ความจุ 1,462 ซี.ซี. ให้พละกำลังสูงสุด 97 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 โดดเด่นด้วยกระบะบรรทุกแบบเรียบ ผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์ที่เพิ่มความแข็งแกร่งทนทาน มีคุณสมบัติป้องกันสนิมและลดการสึกกร่อนอย่างดี สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ช่วยให้การเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้น-ลงเป็นเรื่องง่าย อีกทั้งยังช่วยให้การขนถ่ายสัมภาระสะดวกมากขึ้น ด้วยระยะความสูงจากพื้นถึงท้ายกระบะ 750 มม. รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม มิติตัวรถมีความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. ความสูง 1,870 มม. และมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตร มอบความคล่องตัวสูงสุดในการขับขี่ในพื้นที่จำกัด

 

SUZUKI CARRY ยังคงให้ความคุ้มค่า และให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันการลื่นไถล ขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ Engine Drag Control ที่ช่วยรักษาความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุลกัน มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบคานแข็งพร้อมแหนบ 5 ชั้น รองรับการบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมล้อและยางขนาด 165/80R13

ซูซูกิ 6

ภายในห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบให้กว้างขวาง พร้อมระบบปรับอากาศ ช่องเก็บของอเนกประสงค์ช่วยให้เก็บของในห้องโดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้น เบาะนั่งคนขับรองรับสรีระในทุกองศาการขับขี่ สามารถปรับเลื่อนได้ถึง 105 มิลลิเมตร ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรงในการควบคุมรถ อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด จำนวน 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ป้องกันการโจรกรรมได้อย่างดีเยี่ยม

SUZUKI CARRY รุ่นปรับปรุงอุปกรณ์นี้ พร้อมส่งมอบโอกาสให้กับลูกค้า ในราคาพิเศษ 375,000 บาท มีสีให้เลือกตั้งแต่สีขาว Superior White พร้อม 2 สีใหม่ล่าสุด สีเทา Silky Silver Metallic และสีดำ Solid Real Black พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และรับประกันคุณภำพรถยนต์ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (เงื่อนไขตามระยะอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

การปรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ ตอกย้ำให้ SUZUKI CARRY เป็นต้นแบบของรถกระบะอเนกประสงค์ที่สามารถดัดแปลงใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการประกอบธุรกิจ ทั้งในรูปแบบ Goods Truck และ Service Truck พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จร่วมกับลูกค้าด้วยความจริงใจ และสะท้อนถึงปรัชญาการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ที่ซูซูกิมุ่งมั่นสื่อสารและพัฒนางานบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่างทันท่วงที มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พัฒนาธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเติบโตเคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

“ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง” คว้า 5 ถ้วย จากสนามสุดหินบางแสน สตรีท เซอร์กิต

0
ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 1

ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR สร้างผลงานสุดเร้าใจในรายการแข่งรถทางเรียบ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2026 สนาม 4-5 ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี ด้วยการคว้า 5 ถ้วยรางวัล จากสนามสุดหินที่เต็มไปด้วยโค้งสุดท้าทายเลียบหาด ท่ามกลางกองเชียร์เกือบ 300 คน ทั้งพนักงานฟอร์ด ลูกค้ารถฟอร์ด และพันธมิตร ที่มาแสดงพลังสีน้ำเงินร่วมเชียร์ทีม FTR อย่างคับคั่งติดขอบสนามในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 2

สำหรับการแข่งขันสนามที่ 4-5 ระหว่างวันเสาร์และอาทิตย์ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค ขับรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง ยืนโพเดียมทั้ง 2 วัน คว้าไป 4 รางวัล โดยในสนามที่ 4 แม้ต้องออกสตาร์ทจากอันดับรองสุดท้ายที่ 27 หลังจากพบปัญหาทางเทคนิคระหว่างรอบควอลิฟาย อย่างไรก็ดี สภาพพื้นถนนแข่งที่เปียกลื่นหลังฝนที่ตกหนักในช่วงเช้าก่อนเริ่มแข่งก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค ซึ่งแซนดี้อาศัยจังหวะแซงคู่แข่งได้อย่างมีกลยุทธ์ตลอดการแข่ง และโชว์สมรรถนะการเกาะถนนที่แน่นหนึบและเข้าโค้งอย่างเฉียบคมของรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ จนทำให้ทะยานจากอันดับท้าย แซงคู่แข่งขึ้นมาได้ 25 ลำดับ สู่การคว้ารางวัลชนะเลิศในคลาสเอ พร้อมรับรางวัลอันดับที่ 2 Overall สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก ในสนามที่ 5 แซนดี้โชว์ฟอร์มดีไม่มีตก หลังจากออกตัวในกริดที่ 4 แสดงทักษะการขับที่มากประสบการณ์ในการเข้าโค้งของสนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต คว้าไปอีก 2 รางวัล คือ รางวัลที่ 2 ในคลาสเอ และรางวัลที่ 2 Overall

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 3

ด้าน บูม-กันตธีร์ กุศิริ ที่ลงแข่งด้วยรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 18 ทำผลงานรอบควอลิฟายได้ดีที่สุด ออกตัวในสนามที่ 4 ตำแหน่งแรก โชว์ทักษะการขับรถแข่งที่สั่งสมจากสนามระดับโลกและประเทศไทย นำคู่แข่งทั้งตารางอย่างไม่มีหลุดแม้แต่โค้งเดียว แม้จะต้องถ่วงน้ำหนัก 90 กิโลกรัมตามข้อกำหนดของรายการ และทำเวลาได้เร็วที่สุดในสนาม (Best time) ที่ 2:05:483 สร้างเสียงฮือฮาแก่แฟนมอเตอร์สปอร์ตให้ประจักษ์ในความสามารถเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความผิดพลาดของระบบเผาไหม้ในสภาพอากาศเย็นชื้นของเช้าวันเสาร์ จึงถูกปรับเพิ่มเวลา ส่งผลให้ตกไปอยู่ในอันดับที่ 6 คลาสเอ และที่ 8 Overall สำหรับสนามที่ 5 หลังบูม-กันตธีร์ออกสตาร์ทจากกริดที่ 8 ก็พบกับอุบัติเหตุหลังประลองความเร็วในสนามแล้ว 8 รอบ และด้วยความท้าทายในการเตรียมความเรียบร้อยของสนาม การแข่งขันจึงจำเป็นต้องยุติลง ก่อนที่จะคว้ารางวัลอันดับที่ 4 ในคลาสเอ ไปครองได้สำเร็จ

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 4

สำหรับ เบสท์-ธณพล ชูเจริญผล ที่ลงแข่งด้วยรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 15 ออกตัวสนามที่ 4 จากตำแหน่งที่ 22 หลังพบอุบัติเหตุระหว่างรอบควอลิฟาย แต่ด้วยสปิริตของทีมพัฒนารถและทีมช่าง ทำให้สามารถปรับจูน พร้อมลงแข่งได้ทัน โดยหลังจากที่ เบสท์-ธณพล กดคันเร่ง โชว์สมรรถนะการเข้าโค้งที่น่าตื่นเต้น แซงคู่แข่งได้ถึง 10 คัน ระหว่างการแข่งเพียง 3 รอบสนาม พุ่งจากอันที่ 22 ไปอยู่ในอันดับที่ 12 ก่อนเสียหลักเล็กน้อยจากคันข้างหน้าและพื้นถนนที่ลื่น สไลด์ชนขอบกำแพงจนต้องขับเข้าพิทไม่สามารถจบการแข่งขันได้ และด้วยความร่วมมืออย่างไม่ย่อท้อของทีมองค์โด้ มอเตอร์สปอร์ต และทีม FTR เบสท์-ธณพล สามารถนำรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 15 กลับมาออกตัวในลำดับที่ 26 ในสนามที่ 5 พร้อมแสดงฝีมือการขับที่เร้าใจราวสายฟ้าฟาด ไต่อันดับแซงคู่แข่งถึง 15 คัน ก่อนที่การแข่งขันจำเป็นต้องสิ้นสุดลง โดยจบอันดับที่ 9 ในคลาส 10 Overall

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 6

“ฟอร์ด ประเทศไทย รู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับผลงานของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งรถ นักแข่ง และทีมงาน ด้วยความท้าทายของโค้งที่ซับซ้อนและสภาพพื้นถนนที่คาดการณ์ได้ยาก ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงสปิริตของการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่การปรับจูนรถอย่างลงตัว และทักษะการขับระดับสูงของนักแข่ง ซึ่งไม่เพียงเป็นชัยชนะของทีมแข่งเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำสมรรถนะของรถฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี6 ทรงพลัง ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอความแกร่งเดียวกับที่อยู่ในรถฟอร์ด ที่ลูกค้าใช้ในชีวิตประจำวัน” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ดประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 8

“นิสสัน” ส่งต่อสิทธิพิเศษ “Friend Get Friend” ชวนลูกค้าแนะนำเพื่อน รับสิทธิพิเศษรวมมูลค่า 10,000 บาท

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดี และคุ้มค่าให้กับลูกค้าคนสำคัญ ผ่านแคมเปญส่งต่อสิทธิพิเศษ “Friend Get Friend” ชวนลูกค้านิสสันร่วมแนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักให้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนิสสัน พร้อมรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มรวมมูลค่า 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1–31 กรกฎาคม 2569

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว ลูกค้านิสสันปัจจุบันที่แนะนำเพื่อนให้มาซื้อรถยนต์นิสสัน จะได้รับคูปองมูลค่า 5,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าหรือใช้เป็นส่วนลดค่าใช้จ่ายด้านบริการหลังการขาย (Aftersales) ณ โชว์รูม และศูนย์บริการนิสสันที่ร่วมรายการทั่วประเทศ อาทิ ค่าบำรุงรักษา อะไหล่ หรืออุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์

ขณะเดียวกัน เพื่อนผู้ได้รับการแนะนำจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท เมื่อจองและออกรถยนต์นิสสันที่ร่วมรายการ ครอบคลุมทั้งรถยนต์เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ นิสสัน         เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ตลอดจนรถยนต์นั่ง และรถกระบะนิสสัน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

แคมเปญส่งต่อสิทธิพิเศษ “Friend Get Friend” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการดูแลลูกค้าทั้งปัจจุบัน และลูกค้าใหม่ ผ่านการส่งมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ควบคู่กับการสร้างความประทับใจตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ และบริการหลังการขาย

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ลิงก์ : https://bit.ly/4elw7am