Home Blog Page 8

ลูกค้า “มาสด้า” รับส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 15% ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ

0
มาสด้า 1

มาสด้าดูแลแบ่งเบาภาระด้านค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า ออกแคมเปญมอบสิทธิพิเศษสำหรับ Mazda Family ที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยพรีเมี่ยมมาสด้า Mazda Premium Insurance (MPI) ด้วยส่วนลดพิเศษค่าอะไหล่ ประกอบด้วย ส่วนลด 15% สำหรับอะไหล่งานซ่อมทั่วไป* และส่วนลด 10% สำหรับอะไหล่เช็กระยะ* เมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานมาสด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 และสำหรับลูกค้ามาสด้าที่สนใจแคมเปญนี้ หรือลูกค้าที่สนใจสมัครประกันภัยพรีเมี่ยมมาสด้า Mazda Premium Insurance (MPI) สามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมหรือลงทะเบียนแสดงความสนใจกรมธรรม์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับที่ https://m.mazda.co.th/4d5senA

มาสด้า 2

นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตามที่มาสด้าได้ประกาศแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกระดับ เราจึงเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในทุกด้าน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ตามแบบฉบับมาสด้าอย่างครบวงจร ผ่านโครงการ Mazda Signature Experience ด้วยการดูแลที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุด โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินนโยบายบริหารจัดการค่าแรงและค่าบำรุงรักษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศไปแล้ว และในครั้งนี้มาสด้าเล็งเห็นว่าปัจจัยแวดล้อมด้านเศรษฐกิจมีความผันผวนเป็นอย่างมาก มาสด้าจึงต้องการช่วยแบ่งเบาลูกค้าด้านค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า ที่ต้องนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ  ด้วยการมอบส่วนลดพิเศษค่าอะไหล่ ประกอบด้วย

  • ส่วนลด 15% อะไหล่งานซ่อมทั่วไป ไม่รวมงานซ่อมจากอุบัติเหตุ*
  • ส่วนลด 10% อะไหล่งานเช็กระยะ ไม่รวมน้ำมันเครื่อง ผลิตภัณฑ์ของเหลว ยางรถยนต์ และแบตเตอรี่*

 

ซึ่งแคมเปญนี้ คือหนึ่งในสิทธิพิเศษที่มาสด้าจัดขึ้นให้กับลูกค้า Mazda Family ที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยพรีเมี่ยมมาสด้า Mazda Premium Insurance (MPI) เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถเข้ารับการดูแลจากทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุง ที่ได้การรับรองมาตรฐานจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วยความปลอดภัย

 

พิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการงานซ่อมทั่วไป ไม่รวมงานซ่อมจากอุบัติเหตุที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ สามารถเลือกผ่อนชำระค่าซ่อมทั่วไป 0% นานสูงสุด 10 เดือน** ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายน 2569

 

“ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นตัวแทนในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ ที่ต่อยอดไปถึงประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตให้กับลูกค้ามาสด้า ตลอดอายุการใช้งาน” นายศราวุฒิ กล่าว

หมายเหตุ:

Mazda Premium Insurance (MPI) หรือประกันภัยพรีเมี่ยมจากมาสด้า คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ด้านบริการภายใต้ Mazda Family Care ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้คุณในทุกเส้นทางและตลอดอายุการใช้งาน พร้อมมอบบริการความคุ้มครอง โดยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานมาสด้าด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือมาตรฐาน มั่นใจในคุณภาพอะไหล่แท้ 100%

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

  • รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวประกันภัยพรีเมี่ยมมาสด้า Mazda Premium Insurance (MPI) หรือลง ทะเบียนแสดงความสนใจกรมธรรม์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ: https://m.mazda.co.th/4d5senA
  • ศึกษาสิทธิพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mazda Family Care: https://m.mazda.co.th/48JfcuL

**เงื่อนไขของแคมเปญผ่อนชำระค่าซ่อมทั่วไป 0% เป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารที่ร่วมรายการกำหนด กรุณาสอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ และ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

“ฟอร์ด” รุกตลาดมอเตอร์สปอร์ต เปิดนิยามใหม่ ‘Racing DNA’ ตอกย้ำความเร้าใจตลอดฤดูกาล 2569

0
Ford 1

ในโลกของยานยนต์ สนามแข่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อคว้าชัยชนะ แต่เป็น ‘พื้นที่ทดลองที่มีชีวิต’ ที่เต็มไปด้วยสถานการณ์สุดท้าทายเพื่อทดสอบขีดจำกัดของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ การทำงานเป็นทีม รวมถึงทักษะชั้นยอดของนักขับ ภายใต้แคมเปญระดับโลกอย่าง ‘Ready Set Ford’ ความตื่นเต้น เร้าใจ (Thrill) เป็นหนึ่งในความตั้งใจหลักที่ฟอร์ดมุ่งตอกย้ำตัวตนของแบรนด์ผ่านประสบการณ์การแข่งรถที่อัดแน่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีขั้นสูงของรถฟอร์ด ล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทยได้เปิดตัวนิยามใหม่ในการแข่งขันทั้งทางเรียบและทางลุยสู่ ‘Racing DNA’ สะท้อนดีเอ็นเอของรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่พร้อมลงแข่งในรายการทางเรียบ และแสดงความดุดันในรายการออฟโรดสำหรับฤดูกาล 2569 นี้

Ford 2

ปีนี้ ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ยกระดับภารกิจให้สะท้อนจิตวิญญาณของมอเตอร์สปอร์ตยิ่งกว่าเดิม ด้วยนิยามใหม่ Racing DNA’ ที่ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านความเร็ว สมรรถนะ และความเร้าใจเต็มพิกัด ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนามแข่งเท่านั้น แต่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของรถฟอร์ดทุกคัน ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด เรนเจอร์ สำหรับการแข่งขันทางเรียบในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ หรือ TSS (Thailand Super Series) และ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่พร้อมแสดงศักยภาพในรายการออฟโรด ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ หรือ TRRC (Thailand Rally Raid Championship) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึง เอเชีย ครอส คันทรี แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) เป็นปีที่ 4 ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฟอร์ด ในการนำ เทคโนโลยี สมรรถนะ และความท้าทาย มาสร้างประสบการณ์ที่เร้าใจและเชื่อมโยงความหลงใหลของผู้ชมเข้ากับนวัตกรรมของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง

Ford 3

ฤดูกาลนี้ ฟอร์ดประเดิมความเร้าใจไปแล้วด้วยการแข่งออฟโรดรายการ TRRC สนามแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้ร่วมพัฒนารถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร สองคัน หมายเลข 8 และ 9  ร่วมกับ ทีมฟอร์ด-ฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ลงแข่งและคว้าชัยชนะอันดับ 1 และอันดับ 3 ในคลาส T2 มาครองได้สำเร็จ

Ford 4

ด้านรายการแข่งรถออฟโรดระดับนานาชาติอย่าง AXCR ในปีนี้ทีม FTR ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing) ทีมแข่งระดับโลกของฟอร์ดทั้งในด้านคำแนะนำ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิค และชิ้นส่วนสำคัญ เพื่อส่งรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ลงแข่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังจากปีที่ผ่านมา ฟอร์ด เรซซิ่ง สนับสนุนการส่ง เบลีย์ โคล นักแข่งอเมริกันมากประสบการณ์มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์อันดับ 1 รุ่น T2A หรือโปรดักชัน เอเชีย บนเส้นทางสุดโหดจากพัทยา-เขาใหญ่-ปราจีนบุรี-พัทยา ตอกย้ำสมรรถนะความแกร่งของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถโปรดักชันตามมาตรฐานโรงงาน

Ford 5

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วทางเรียบ เตรียมตัวพบกับความตื่นเต้น เร้าใจ ในศึกไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2569 ที่ทีม FTR เตรียมส่งรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สามคัน ลงสนามโชว์ทั้งความเร็ว ความทนทาน และจิตวิญญาณนักแข่ง โดยสนามแรกจะเปิดฉากระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ต่อด้วยความตื่นเต้นริมหาด ณ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคม สัมผัส ก่อนจะมีการแข่งขันสนามปิดฤดูกาลระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

Ford 6

เบื้องหลังทุกความสำเร็จของทีมพัฒนารถแข่ง ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR คือ ความภาคภูมิใจใน ‘คุณภาพจากโรงงานไทย’ รถแข่งทุกคันได้รับการพัฒนาอย่างใกล้ชิดจากข้อมูลเชิงลึก และการทำงานร่วมกันของวิศวกรโรงงานฟอร์ดและช่างเทคนิคชาวไทย สะท้อนการนำบทเรียนจากสนามแข่งกลับไปพัฒนารถที่ออกจากสายการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าฟอร์ดทุกคนจะสัมผัสได้ถึงสมรรถนะที่มั่นใจได้ในทุกเส้นทางการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

Ford 8

ฤดูกาล 2569 นี้ ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง พร้อมปลุกทุกความเร็วให้กลายเป็นความเร้าใจในแบบ ‘Racing DNA’ สำหรับสาวกมอเตอร์สปอร์ตทั้งทางเรียบและทางออฟโรด สามารถติดตามข้อมูลการแข่งขันของทีม FTR ได้อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาล ทางเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

Ford 9

“GWM” เปิดสายการผลิต ORA 5 อย่างเป็นทางการในไทย พร้อมเริ่มส่งมอบ ORA 5 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ประกาศเปิดสายการผลิต GWM ORA 5 รถยนต์ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม One Platform, Multi Powertrains แพลตฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มลูกค้าอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานอัจฉริยะ (GWM Smart Factory) จังหวัดระยอง พร้อมเริ่มส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ฝีมือคนไทยที่ได้มาตรฐานโลกสู่ลูกค้าคนไทยพฤษภาคมนี้

GWM Thailand 2

GWM ORA 5 ผลิตโดยฝีมือคนไทย มาตรฐานสากล

การเปิดสายการผลิต GWM ORA 5 จากโรงงาน GWM Smart Factory จังหวัดระยองอย่างเป็นทางการในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการดำเนินงานของ GWM ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฐานการผลิตในประเทศไทยที่สามารถผลิตรถยนต์พลังงานใหม่บนแพลตฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาค ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก มร. เหมิง เซียงจวิน  (Meng Xiangjun) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต (Chief Production Officer) ผู้บริหารระดับสูงที่ที่กำกับดูแลภาพรวมของโรงงานและการผลิตจาก GWM สำนักงานใหญ่ มาร่วมปล่อย GWM ORA 5 คันแรกออกจากสายการผลิตร่วมกับผู้บริหารและพนักงานในประเทศไทย รวมทั้งร่วมตรวจสอบคุณภาพการผลิตในทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่า GWM ORA 5 ที่ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทยทุกคันอยู่ภายใต้มาตรฐานการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดของบริษัทฯ ในระดับสากล  ลูกค้าจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและมาตรฐานที่สม่ำเสมอในทุกคัน

มร. เหมิง เซียงจวิน  (Meng Xiangjun) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต GWM กล่าวว่า “GWM มุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันการเดินทางที่อัจฉริยะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก  โดย GWM ORA 5 ที่ออกจากสายการผลิตในวันนี้เป็นรถที่พัฒนาขึ้นบน แพลตฟอร์ม GWM ONE Platform   แพลตฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย โดยแพลตฟอร์มนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านการใช้อะไหล่มาตรฐานเดียวกันในระดับสูง ซึ่งมาพร้อมคุณภาพที่เสถียรและความคุ้มค่า  สำหรับความสำเร็จในการเปิดสายการผลิต ORA 5 คันแรกในวันนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวของบริษัทฯ และความพยายามอย่างต่อเนื่องในการหยั่งรากลึกในประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเรา” มร. เหมิง  กล่าว

GWM Thailand 3

 

พร้อมส่งมอบ GWM ORA 5 ถึงมือลูกค้าคนไทย เริ่มพฤษภาคมนี้

GWM  ORA 5 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในฐานะ Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่เข้ากับระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบพลังงาน ได้แก่ GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้า 100% สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต และ GWM ORA 5 HEV ยานยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่ที่มอบความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการใช้งาน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวเน้นย้ำว่า “โรงงาน GWM Smart Factory ในจังหวัดระยอง คือฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวของ GWM ที่พร้อมเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว

 

การเริ่มเดินสายการผลิต GWM ORA 5 ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยที่มีความพร้อมอย่างยิ่ง ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ รวมทั้งยังเป็นการยืนยันความพร้อมของโรงงานอัจฉริยะที่สามารถรองรับการผลิตยานยนต์ได้หลากหลายประเภทพลังงานตามมาตรฐานสากล เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน

GWM Thailand 4

GWM มุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเมืองไทยมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมและสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคมไทย ทั้งนี้ สายการผลิต GWM ORA 5 จะเข้ามาเสริมทัพทดแทน GWM ORA Good Cat ที่ได้ยุติการผลิตไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารวมทั้งส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทาง GWM ได้เพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานในประเทศไทยภายหลังการเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5  พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งนำเข้า GWM ORA 5 จากประเทศจีนบางส่วนเพื่อช่วยลดระยะเวลาในการรอรับรถของลูกค้า โดยบริษัทฯ จะเริ่มดำเนินการส่งมอบ GWM ORA 5 ให้แก่ลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป เริ่มจากลูกค้าที่จองรถ GWM ORA 5 จำนวน 5,000 คันแรกภายในงาน Motor Show 2026 ที่ผ่านมาจะได้รับรถในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนปีนี้ ในขณะที่ลูกค้าที่จองหลังจากนั้นจะได้รับรถในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปขึ้นอยู่กับรุ่นและสีที่ลูกค้าเลือก”

GWM Smart Factory โรงงานอัจฉริยะเพื่อยานยนต์พลังงานใหม่โดยเฉพาะ

GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจรภายใต้แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และถือเป็นฐานการผลิตหลักของ GWM ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกสู่ตลาดโลก โรงงานแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนในสายการผลิตเดียวกัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และไฮบริด (HEV) รวมถึงเครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย  โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี และดำเนินการโดยพนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน ภายใต้มาตรฐานระดับโลกและใช้ชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 50%  ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่ายนตรกรรมทุกคันที่ออกจากโรงงานแห่งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ “Made in Thailand” ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพระดับโลก “ผลิตในไทย มาตรฐานสากล” อย่างแท้จริง

GWM Thailand 6

“GWM ขอขอบคุณชาวไทยอีกครั้งที่ให้การต้อนรับ GWM ORA 5 อย่างอบอุ่น ด้วยยอดจำหน่ายสะสมกว่า 5,000 คัน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัว GWM และเราพร้อมที่จะเริ่มส่งมอบรถยนต์คุณภาพจากโรงงานระยองถึงมือทุกท่านในเร็ว ๆ นี้ครับ” เวย์น โจว กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

“มาสด้า” เปิดรับเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม “JUNIOR GOLF CAMP 2026” โอกาสเรียนรู้เทคนิคกอล์ฟโดยโค้ชอาชีพจากสหรัฐฯ เพื่อต่อเติมฝันสู่เส้นทางอาชีพ

0
มาสด้า 1

มาสด้าส่งเสริมเยาวชนเดินหน้าคว้าโอกาสครั้งสำคัญสู่การก้าวเป็นนักกอล์ฟอาชีพ เปิดรับสมัครเยาวชนลูกค้า Mazda Family (รวมถึงเพื่อน และ เครือญาติ) ทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 9-18 ปี จำนวน 50 คน เข้าร่วมกิจกรรม Mazda U.S. College PREP Junior Golf Camp 2026 แบบฟรีค่าใช้จ่าย มูลค่า 15,000 บาท* พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นกอล์ฟแบบใกล้ชิดกับโค้ชมืออาชีพ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และอาจได้รับการเสนอทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการปูเส้นทางครั้งสำคัญในการก้าวสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพบนเวทีระดับโลก โดยกิจกรรมเตรียมจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ สนามกอล์ฟ Rancho Charnvee Resort and Country Club จังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th หัวข้อ อิเวนต์และกิจกรรม

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การผลักดันศักยภาพของผู้คนและร่วมสานต่อความฝันให้กลายเป็นจริง คือสิ่งที่มาสด้าเชื่อมั่นและให้ความสำคัญเสมอมา โดยสะท้อนผ่านแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับทั้งลูกค้าและสังคมไทยในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงได้จัดกิจกรรมในรูปแบบของ Sport Marketing ที่ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเยาวชนไทยให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกฝน เพิ่มขีดความสามารถ และการต่อยอดทักษะในกีฬาที่ตนเองรัก”

“กิจกรรมนี้จึงสะท้อนถึงแก่นแท้ของมาสด้าที่เชื่อในพลังของ “Challenger Spirit” เช่นเดียวกับปรัชญาในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้คน มาสด้ามุ่งหวังว่าการผสานระหว่าง Sport Marketing และกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ จะไม่เพียงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับสากล พร้อมทั้งร่วมสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรมในครั้งนี้ ยังเป็นการมอบสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Mazda Family เพื่อแทนคำขอบคุณ ที่ให้มาสด้าดูแลลูกค้าและครอบครัวไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์คันโปรดของคุณ” นายภพนิพิฐ กล่าว

กิจกรรม Mazda U.S. College PREP Junior Golf Camp 2026 ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship ที่ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยความร่วมมือระหว่าง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กับ The Agency College Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาสำหรับเยาวชนจากทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนที่รักในกีฬากอล์ฟได้มีโอกาสแสดงทักษะฝีมือ และมีโอกาสก้าวสู่เส้นทางความฝันในการเป็นนักกอล์ฟอาชีพในระดับโลก ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับความสนใจอย่างมากจากเยาวชนลูกค้ามาสด้าที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟจากทั่วโลก  สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นในรูปแบบ “แคมป์” เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะและเทคนิคดีๆ มากมายจากโค้ชอาชีพจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตรง ซึ่งจะเป็นโอกาสและสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับเยาวชนที่จะได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับโค้ชตลอดทั้งวัน

 

สำหรับโค้ชที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกาเพื่อมาให้ความรู้และเทคนิคเกี่ยวกับการเล่นกอล์ฟในครั้งนี้ ได้แก่

  • โค้ช Richard Church – Director of Golf / Men’s Golf Coach – Southern Utah University
  • โค้ช Jenna Wylie – Women’s Golf Head Coach – University of Arkansas at Little Rock

ยิ่งไปกว่านั้น เยาวชนที่เข้าร่วมแคมป์ในครั้งนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟ โดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก** ในรายการ Junior World Cup Invitation Kingsmill (Virginia) วันที่ 13–15 กรกฎาคม 2569 และ รายการ Junior World Cup Invitation Florida วันที่ 2–4 มกราคม 2570 อีกด้วย

มาสด้าเชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นอีกส่วนสำคัญด้านกิจกรรมเพื่อสังคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการส่งมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้แก่ลูกค้ามาสด้าและครอบครัว ผ่านกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะ วินัย และแรงบันดาลใจในกีฬากอล์ฟ นอกจากนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นต่อไป เพื่อสร้างแรงผลักดันให้เยาวชน ได้ก้าวตามความฝันของตนเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ และมีโอกาสก้าวสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในอนาคต

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม

การสมัครเข้าร่วมกิจกรรม

  • รับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 23:59 น. ผ่าน QR Code ในสื่อประชาสัมพันธ์นี้ หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ www.mazda.co.th หัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์

เกณฑ์การรับสมัคร

  • เยาวชนชายและหญิง ที่มีอายุระหว่าง 9 – 18 ปี
  • ผู้ปกครองของเยาวชนผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ต้องเป็นลูกค้ามาสด้า (รวมถึงเพื่อน และ เครือญาติ) โดยต้องสามารถแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้
  • ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมหรือผู้ปกครอง ต้องสมัครผ่าน QR Code ในสื่อประชาสัมพันธ์นี้ หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์ www.mazda.co.th หัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์
  • ผู้สมัครหรือผู้ปกครอง ต้องระบุข้อมูลและแสดงเอกสารให้ครบถ้วนตามเงื่อนไข ซึ่งบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการรับสมัคร หรือยกเลิกการรับสมัครสำหรับผู้ที่สมัครที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

การประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม

  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 50 คน ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 15:00 น. บนหน้าเว็บไซต์มาสด้า www.mazda.co.th ภายใต้หัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์ และรายชื่อสำรอง จำนวน 10 คน โดยทางมาสด้าจะติดต่อไปทางโทรศัพท์เพื่อยืนยันสิทธิ์ ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป

กำหนดการจัดกิจกรรม วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569

เวลา          09:00 – 09:30 น.        ลงทะเบียน ณ สนามกอล์ฟ Rancho Charnvee Resort and Country Club

จังหวัดนครราชสีมา

10:00 – 11:00 น.     สัมมนาโดยโค้ชกอล์ฟจากมหาวิทยาลัยจากสหรัฐฯ

11:00 – 12:00 น.     รับประทานอาหารกลางวัน

12:00 – 13:00 น.     คลินิกฝึกซ้อมกับโค้ช (Golf Clinic)

13:00 – 17:00 น.     ออกรอบเล่นกอล์ฟแบบ Shotgun Start (18 หลุม)

18:00 – 20:00 น.     รับประทานอาหารเย็นร่วมกับโค้ช

หมายเหตุ:

*ฟรีค่าสมัคร มูลค่า 15,000 บาท ครอบคลุมถึง ค่าเข้าร่วมงานสัมมนากับโค้ช, กิจกรรม กอล์ฟ คลินิก กับโค้ช, อาหารกลางวัน, อาหารเย็น และค่ากรีนฟีการออกรอบเล่นกอล์ฟ 18 หลุม (ไม่รวม รถกอล์ฟ แคดดี้ และทิป)

**สำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 12-18 ปี โดยผู้เข้าแข่งขันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

“เกีย” เปิดตัวแคมเปญเดือนพฤษภาคม มอบความคุ้มค่าเหนือระดับสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น

0
เกีย 1

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญพิเศษประจำเดือนพฤษภาคมอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ล้ำสมัย ผสานดีไซน์ระดับพรีเมียม พร้อมข้อเสนอที่คุ้มค่าเป็นพิเศษ ครอบคลุมรถยนต์รุ่นสำคัญของเกียทุกรุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยในทุกไลฟ์สไตล์

เกีย 2

แคมเปญนี้สะท้อนความมั่นใจของเกียในไลน์อัพผลิตภัณฑ์ ตอกย้ำการเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงยนตรกรรมระดับโลก พร้อมมอบความคุ้มค่า และประโยชน์ระยะยาวในการเป็นเจ้าของ

เกีย 3

ภายใต้แคมเปญเดือนพฤษภาคม เกียนำเสนอข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ดังนี้

  • The Kia EV5 รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 100% มาพร้อมเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารล้ำสมัย
    ราคาพิเศษเริ่มต้น 1.08 ล้านบาท (ในรุ่น Air หลังหักส่วนลดมูลค่า 319,000 บาท)
  • The Kia Sorento PHEV รถ SUV 3 แถว ที่นั่ง ผสานประสิทธิภาพของระบบปลั๊กอินไฮบริด เข้ากับความสะดวกสบายระดับพรีเมียม พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD
    ราคาพิเศษ 1.499 ล้านบาท (หลังหักส่วนลดมูลค่า 600,000 บาท)
  • The New Kia Carnival HEV มอบการขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่หรูหรา สะดวกสบาย เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร
    รับส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท
  • The Kia Carnival Diesel SXL เดินหน้าสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ในฐานะมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียม รับส่วนลดมูลค่า 595,000 บาท (สำหรับสี Astra Blue)

เกีย 25

นอกจากข้อเสนอด้านราคาที่คุ้มค่า เกียยังเสริมความมั่นใจในการเป็นเจ้าของด้วยแพ็กเกจดูแลแบบครบวงจร อาทิ การรับประกันคุณภาพตัวรถสูงสุด ปี การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง สูงสุด ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์เกียทุกรุ่นได้แล้ววันนี้ ที่ผู้แทนจำหน่ายเกียอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kia.com/th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้แทนจำหน่ายเกียใกล้บ้านคุณ

“MOTOR EXPO” ร่วมเสวนาในงาน “TMX 2026”

0
Motor Expo 1

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์ – Thailand International Motor Expo” ร่วมเสวนาในงาน Thailand MICE X-Change 2026 ภายใต้หัวข้อ Understanding Consumer Show Trends & Challenges in Thailand โดยแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจงานแสดงยานยนต์ ระหว่างงานในประเทศไทย ซึ่งจัดแบบ Business to Customer ต่างจากงานต่างประเทศ ซึ่งจัดแบบ Business to Business

Motor Expo 2

งาน “มหกรรมยานยนต์” เป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้ตอบสนองความต้องการผู้ชมงานได้ครบถ้วน หลากหลาย และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม การจัดงานแสดงยานยนต์ของไทยนั้น มีการปรับรูปแบบบางส่วนให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสของยานยนต์ไทย และยานยนต์โลก ซึ่งต้องจับตามองความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยการเสวนานี้จัดที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569

“ซูซูกิ” แนะนำ SUZUKI JIMNY พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัย พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ในราคาเริ่มต้น 1,590,000 บาท  จำกัดเพียง 50 คันแรกในประเทศไทย

0
SUZUKI 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัว SUZUKI JIMNY ในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “Nobody But Jimny” จนปลุกกระแสรถออฟโรดขนาดเล็กในประเทศไทยให้มีความคึกคัก และมีความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ออฟโรดในตำนานรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นรถยนต์ออฟโรดไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

SUZUKI 2

ล่าสุด เพื่อสานต่อความสำเร็จและตอกย้ำความแข็งแกร่งของยนตรกรรมสายลุยระดับตำนาน พร้อมตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจในรถรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง ซูซูกิ ขอแนะนำ SUZUKI JIMNY ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Suzuki Safety Support ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะขั้นสูงอย่างครบครัน เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ ถ่ายทอดสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ควบคู่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยได้อย่างลงตัว ซึ่งถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด นอกจากช่วยยกระดับการขับขี่ SUZUKI JIMNY ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย หรือแม้แต่เส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในทุกสภาพเส้นทาง

โดยระบบ Suzuki Safety Support ประกอบด้วยฟังก์ชันสำคัญ ดังนี้

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ / Dual Sensor Brake Support II (DSBSII) ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะเซนเซอร์คู่ ทำหน้าที่ตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าด้วยความแม่นยำ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติในสถานการณ์คับขัน เพื่อช่วยลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– Pedestrian and Bicycle Detection : ระบบตรวจจับคนเดินถนนและรถจักรยาน

– Motorcycle Detection : ระบบตรวจจับรถจักรยานยนต์

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน / Adaptive Cruise Control (ACC) ช่วยรักษาความเร็วรถให้คงที่โดยอัตโนมัติ ลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลได้ดียิ่งขึ้น
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน / Emergency Stop Signal (ESS) เพื่อแจ้งเตือนรถคันหลังให้ทราบถึงสถานการณ์คับขัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกชนท้าย
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน / Lane Departure Warning (LDW) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ โดยจะส่งสัญญาณเตือนทั้งภาพและเสียง เพื่อเพิ่มความระมัดระวังและรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในช่องทางที่ถูกต้อง
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน / Lane Departure Prevention (LDP) ระบบช่วยดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลน ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน โดยจะส่งแรงหน่วงที่พวงมาลัยเพื่อดึงรถกลับเข้าสู่ช่องทางโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่ารถกำลังเริ่มเบี่ยงออกจากเลน
  • ระบบเตือนเมื่อรถส่าย / Weaving Alert โดยจะวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ขับขี่เมื่อเกิดความง่วงหรือเหนื่อยล้า ระบบจะส่งสัญญาณเสียงและภาพแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่กลับมามีสมาธิในการขับขี่
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ / Auto High Beam ยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ยามค่ำคืน ด้วยระบบสลับไฟหน้าสูง-ต่ำโดยอัตโนมัติ ตามสภาวะแสงและยานพาหนะคันอื่น
  • เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน / Parking Sensor เพิ่มความสะดวกสบายและช่วยให้การจอดรถในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

SUZUKI 5

SUZUKI JIMNY ยังคงสืบทอด DNA ของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยาวนานกว่า 56 ปี โดยซูซูกิได้พัฒนาและต่อยอดยนตรกรรมรุ่นนี้อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการเดินทาง และเสริมความมั่นใจในทุกสถานการณ์ โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic Compact 4WD ที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทางและภูมิประเทศ รองรับการใช้งานได้อย่างมืออาชีพ ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และไลฟ์สไตล์สายออฟโรดได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบยนตรกรรมสายลุยของซูซูกิ

SUZUKI 6

SUZUKI JIMNY ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ  พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนสี่ล้อและสองล้อได้อย่างสะดวกและเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ และความคล่องตัวในการขับขี่ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.9 เมตร

SUZUKI 7

ดีไซน์ภายนอก ความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัวเข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด เสริมความดุดันไฟหน้า LED ทรงกลมทันสมัยสะดุดตา พร้อมระบบทำความสะอาดไฟหน้า พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ และไฟท้ายแบบ LED ซุ้มล้อสีดำรอบคัน  กระจกมองข้างปรับพับอัตโนมัติ

SUZUKI 9

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พวงมาลัย 3 ก้านแบบหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชัน ประกอบไปด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบสั่งการโทรศัพท์แบบไร้สาย รวมถึงฟังก์ชันปรับระดับสูง-ต่ำของพวงมาลัยเพื่อให้เข้ากับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ เพิ่มความสบายตลอดการเดินทาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น กระจกไฟฟ้าคู่หน้า ด้านคนขับพร้อมระบบปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ระบบเซ็นทรัลล็อกพร้อมรีโมทคอนโทรล ช่องเสียบ USB บริเวณคอนโซลกลาง และช่องจ่ายไฟสำรอง 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง บริเวณคอนโซลกลางและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง  เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Walk-in ที่เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งช่วยให้การเข้า-ออกของผู้โดยสารตอนหลังเป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเบาะนั่งด้านหลังแบบพับแยก 50:50 เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูงพร้อมช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์

SUZUKI 10

อีกทั้งเพื่อให้ทุกการเดินทางกับ SUZUKI JIMNY เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง เสริมด้วยจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กด้านหลัง 2 ตำแหน่ง และคานกันกระแทกด้านข้างที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP), ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน พร้อมกล้องมองหลัง เป็นต้น

SUZUKI 11

SUZUKI JIMNY มาพร้อมระบบ Suzuki Safety Support มีราคาจำหน่าย ดังนี้

  • รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี Mono Tone ราคาจำหน่าย        1,590,000 บาท
  • รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี Two Tone ราคาจำหน่าย        1,620,000 บาท

SUZUKI JIMNY มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี

  • สีโมโนโทน จำนวน 5 สี ได้แก่ สี Jungle Green สี White สี Bluish Black Pearl สี Medium Gray และสี Chiffon Ivory
  • สีทูโทน จำนวน 2 สี ได้แก่ สี Kinetic Yellow/Bluish Black Pearl และสี Chiffon Ivory/Bluish Black Pearl

SUZUKI JIMNY มีโปรโมชันพิเศษดังนี้

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,590,000 บาท สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าจำนวน 50 คันแรกเท่านั้น
  • ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่าสูงสุด 15,000 บาท
  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99%
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวใจสำคัญของซูซูกิคือการสร้างความสุขในทุกเส้นทางให้แก่ลูกค้าของเรา ซูซูกิยังคงยึดมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับงานบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม การตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็วและจริงใจ คือพันธกิจสำคัญที่เรายึดถือมาโดยตลอด เพราะความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทุกท่านมอบให้ คือแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความตั้งใจจริงนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจของซูซูกิในประเทศไทย ที่พร้อมจะเติบโตและอยู่เคียงข้างสังคมไทยในระยะยาวอย่างมั่นคง”

ปัจจุบันซูซูกิมีเครือข่ายโชว์รูมครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 44 แห่ง นอกจากนี้ ยังยกระดับความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วยบริการ Mobile Service ดูแลเช็กระยะและบำรุงรักษาพื้นฐานนอกสถานที่ รวมถึงการเร่งขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อทำงานควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้นในทุกภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของซูซูกิภายใต้แนวคิด ‘SUZUKI Cause We Care เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

 

 

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.ธนบุรีนอยสเติน ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

0
Geely 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด บริษัทในเครือ กลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอแจ้งให้ทราบว่า คุณณรงค์ สีตลายน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง คุณณรงค์ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ของ GEELY ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้าและเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ กลุ่มธนบุรี ขอขอบคุณ คุณณรงค์ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา

สำหรับการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ กลุ่มธนบุรี จะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการในโอกาสถัดไป โดยในระหว่างนี้บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ คุณกุลชาติ ชุติเชาวน์กุล ผู้จัดการทั่วไปสายงานขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ คุณกุลชาติ ได้ร่วมงานกับบริษัทฯ มาตั้งแต่ก่อตั้งและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย รวมถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย การวางแผนการขาย และการกำหนดราคาที่สอดคล้องกับสภาพตลาด ส่งผลให้ GEELY สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับจากตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กลุ่มธนบุรี ยังคงดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ และมุ่งหวังที่จะสานต่อความร่วมมือกับผู้จำหน่ายและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ประวัติการทำงานโดยย่อ คุณกุลชาติ ชุติเชาวน์กุล

บ.ธนบุรีนอยสเติน  1

คุณกุลชาติ ชุติเชาวน์กุล เป็นผู้บริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครือข่ายค้าปลีก ธุรกิจฟลีท และการพัฒนาบุคลากร ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ปัจจุบัน คุณกุลชาติ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปสายงานขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด โดยรับผิดชอบด้านการวางแผนการขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านยอดขายและการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ อย่างต่อเนื่อง

ตลอดเส้นทางการทำงาน คุณกุลชาติ ได้สั่งสมประสบการณ์จากหลากหลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับสากล ทั้งผู้ผลิตสัญชาติอเมริกัน ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย การเตรียมความพร้อมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในตลาด คุณกุลชาติ ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บริหารที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ และแบรนด์ GEELY อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

 

 

 

AAS Roadshow at ICONSIAM ยกระดับประสบการณ์ “Icon of Performance” ใจกลางกรุงเทพฯ

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย จัดงาน “AAS Roadshow at ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 1–10 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น M เจริญนคร ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้สนใจได้สัมผัสยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นกันเอง

ภายในงานนำเสนอยนตรกรรมปอร์เช่ที่สะท้อนตัวตนของการขับขี่ในหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

Cayenne S E-Hybrid Coupé เฉดสี Carrara White Metallic สปอร์ตเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานพละกำลังและความหรูหราได้อย่างลงตัว เหมาะทั้งสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะไกล

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

Panamera 4 E-Hybrid เฉดสี Volcano Grey Metallic สปอร์ตซีดานระดับลักชัวรี่ที่มอบทั้งสมรรถนะและความนุ่มนวลในการขับขี่ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูง

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 4

และ Macan เฉดสี Frozenblue Metallic เอสยูวีขนาดกะทัดรัดที่โดดเด่นด้วยความคล่องตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมถ่ายทอด DNA แห่งสมรรถนะของปอร์เช่ในทุกการขับขี่

ยนตรกรรมที่จัดแสดงในงานครั้งนี้ สะท้อนแนวทางของปอร์เช่ในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ผ่านระบบไฮบริดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ควบคู่กับการลดการปล่อยไอเสีย ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายการให้บริการของเอเอเอสฯ โดยเตรียมเปิดตัว Porsche Centre Kanlapaphruek ศูนย์บริการเต็มรูปแบบแห่งใหม่ในโซนฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ภายในช่วงปลายปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรและใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เอเอเอสฯ ขอเชิญร่วมสัมผัสยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และข้อเสนอพิเศษภายในงาน ตลอดระยะเวลาการจัดแสดง

 

 

“PTG”  พีที ประจวบ เอฟซี ยกพลเลี้ยงอาหารกลางวันผู้รับการสงเคราะห์ ณ บ้านประจวบโชค

0
PTG 1

นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้สนับสนุนหลักสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี  และ นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี พร้อมด้วยนักฟุตบอลรวมถึงสตาฟโค้ช และคณะสื่อมวลชน ร่วมทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้แก่ผู้รับการสงเคราะห์ภายในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ปัจจุบันมีผู้ป่วยผู้พักพิงภายในบ้านประจวบโชคทั้งสิ้น 450 คน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือและสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข” ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์