Home Blog Page 7

GWM เปิดตัวทีมแข่ง GWM EK Group Racing Team พร้อมส่ง TANK 300 ลุยศึกแรลลีสุดโหด AXCR 2026 ประเดิมแบรนด์รถจีนรายแรกที่ทำตลาดในไทย ลงขับเคี่ยวศึกแรลลีระดับสากล

0
GWM EK Group 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ประกาศอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการผนึกกำลังกับ EK Group (เอก กรุ๊ป) พันธมิตรรายสำคัญในภาคตะวันออกของประเทศไทย จัดตั้งทีม GWM EK Group Racing Team พร้อมส่ง GWM TANK 300 เข้าสู่สนามทดสอบสมรรถนะ ความแข็งแกร่ง และความทนทานของรถในการแข่งขันรายการ Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) อย่างเป็นทางการ นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในฐานะแบรนด์รถยนต์จีนที่ทำตลาดในประเทศไทยแบรนด์แรกที่ก้าวเข้าสู่การแข่งขันครอสคันทรีระดับเอเชียรายการนี้

GWM EK Group 2

การเข้าร่วม AXCR 2026 ของ GWM คือการประกาศจุดยืนครั้งใหม่ของแบรนด์บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับภูมิภาคและระดับโลก โดย GWM มุ่งใช้การแข่งขันครั้งนี้เป็นสนามพิสูจน์เทคโนโลยี วิศวกรรม และคุณภาพการผลิตภายใต้สภาพการใช้งานจริงที่หนักหน่วงที่สุด ผ่านเส้นทางครอสคันทรีกว่า 2,000 กิโลเมตร ตลอด 6 วัน ระหว่างวันที่ 10–15 สิงหาคม 2569 จากพัทยา ผ่านปราจีนบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร สู่เส้นชัยที่พิษณุโลก ซึ่งเต็มไปด้วยโคลนลึก ร่องทางวิบาก กรวดหิน และสภาพภูมิประเทศที่ท้าทายในทุกมิติ

GWM EK Group 3

AXCR 2026 เวทีพิสูจน์ GWM TANK 300 และเทคโนโลยีดีเซลเจเนอเรชันใหม่ 

GWM EK Group 4
GWM เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแบรนด์ที่โดดเด่นด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ (xEV) ซึ่งการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ AXCR 2026 ครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านระบบส่งกำลังและเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงที่ GWM สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปี สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทุกสภาพการใช้งาน ทุกขุมพลัง และทุกกลุ่มผู้ใช้ ให้ครบมิติมากยิ่งขึ้น

โดยหัวใจสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือ GWM TANK 300 รถออฟโรดระดับโลกที่สะท้อนตัวตนด้านความแกร่งของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Boxy & Off-Road Iconic” และได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานจริงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดย GWM เลือกส่ง TANK 300 เครื่องยนต์ดีเซล เข้าร่วมการแข่งขันในประเภท T2 (Cross-Country Production Car) ซึ่งเป็นประเภทที่กำหนดให้รถแข่งยังคงใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นฐานวิศวกรรม โครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และความทนทานของรถที่ลูกค้าใช้งานจริง สามารถรับมือกับหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดของเอเชียได้อย่างมั่นใจ

GWM EK Group Racing Team การรวมพลังเทคโนโลยีระดับโลกกับความเชี่ยวชาญในพื้นที่       
การลงแข่งขันภายใต้ชื่อ GWM EK Group Racing Team สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง GWM (Thailand) และ EK Group โดยนำเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยของ GWM มาผสานกับความแข็งแกร่งของ EK Group ทั้งในด้านความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เครือข่ายในภาคตะวันออก ความพร้อมด้านการดำเนินงาน และแพสชันด้านกีฬาและมอเตอร์สปอร์ต ทั้งนี้ EK Group เป็นหนึ่งในพันธมิตรยานยนต์สำคัญในภาคตะวันออกของประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1997 และร่วมเป็นพันธมิตรกับ GWM ตั้งแต่ปี 2021 ปัจจุบันบริหารโชว์รูมและศูนย์บริการ 6 แห่ง ครอบคลุมระยอง จันทบุรี ชลบุรี และกรุงเทพฯ การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการรวมจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างทีมแข่งที่พร้อมพิสูจน์ศักยภาพของแบรนด์บนสนามจริง พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ของ GWM ในเวทีสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งและมอเตอร์สปอร์ตระดับภูมิภาค

เปิดตัวไลน์อัปนักแข่งระดับแชมป์ พร้อมส่ง GWM TANK 300 จำนวน 2 คันลงสนาม     
ในโอกาสนี้ GWM EK Group Racing Team ยังได้เปิดตัวไลน์อัปนักแข่งและผู้นำทางอย่างเป็นทางการ โดยจะส่ง GWM TANK 300 จำนวน 2 คัน เข้าร่วมการแข่งขัน AXCR 2026 พร้อมทีมที่ผสานประสบการณ์ ความแม่นยำ และความเข้าใจสนามครอสคันทรีไว้อย่างแข็งแกร่ง

รถแข่งคันที่ 1: GWM TANK 300 หมายเลข 114

  • โอฬาร สรสิริรัตน์ (นักแข่ง) นักแข่งครอสคันทรี และเอ็นดูรานซ์มากประสบการณ์กว่า 21 ปี พร้อมใบขับขี่สากล FIA Grade A และประสบการณ์ในสนามมาราธอนระดับโลก รวมถึงตำแหน่งแชมป์ T2 FIA จากรายการ China Grand Rally Desert 2016 และการผ่านศึก Dongchuan Debris Flow International Off-Road Rally 2019GWM EK Group 5
  • สมเกียรติ น้อยจาด (ผู้นำทาง) ผู้มีประสบการณ์สูงในวงการแรลลี เคยเป็นผู้จัดงานพรีแรลลี และอดีตแชมป์โอเวอร์ออลล์ AXCR ปี 2011 ซึ่งความเชี่ยวชาญด้านการอ่านเส้นทางที่คาดเดาไม่ได้จะเป็นจุดแข็งสำคัญของทีม

GWM EK Group 6

รถแข่งคันที่ 2: GWM TANK 300 หมายเลข 128

  • โทวัล ธรวรรณเสน (นักแข่ง) หนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตอาเซียน ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 37 ปี เคยเป็นนักแข่งทีมโรงงานให้กับแบรนด์แรลลีชั้นนำในยุค 90s และ 2000 และอดีตแชมป์โอเวอร์ออลล์ AXCR ปี 2000GWM EK Group 7
  • ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ (ผู้นำทาง) ผู้นำทางรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง เจ้าของตำแหน่ง Thailand Rally Raid Annual Champion 2025 และผลงานระดับแนวหน้าของประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวทางการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมและทันสมัย

GWM EK Group 8

ด้วยการผสานประสบการณ์ของนักแข่งรุ่นเก๋า ผู้นำทางระดับแชมป์ และทีมสนับสนุนที่เตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ GWM EK Group Racing Team พร้อมเข้าสู่การแข่งขันที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความแม่นยำ ความแข็งแกร่ง และการตัดสินใจภายใต้แรงกดดันตลอดเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตร

เปิดตัว GWM TANK 300 รถแข่งภายใต้กติกา T2     

GWM EK Group 9
นอกจากการเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการ GWM ยังเผยโฉม GWM TANK 300 เวอร์ชันรถแข่งดัดแปลงสำหรับ AXCR 2026 เป็นครั้งแรก โดยการปรับแต่งรถถูกดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA และกติกาประเภท T2 พร้อมรักษาพื้นฐานของรถผลิตจริงไว้ให้มากที่สุด ภายในรถมีการถอดชิ้นส่วนบางรายการตามที่กติกาอนุญาต เช่น พรม บุหลังคา และวัสดุที่ติดไฟง่าย พร้อมติดตั้งโรลบาร์และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับการแข่งขัน ขณะที่ชิ้นส่วนสำคัญหลายส่วนยังคงอยู่ในพื้นฐานมาตรฐาน เช่น ระบบส่งกำลัง ท่อ เทอร์โบชาร์จเจอร์ และระบบหล่อเย็น ส่วนช่วงล่างสามารถปรับได้เฉพาะโช้กอัพในตำแหน่งยึดเดิมจากโรงงาน และระบบเบรกต้องคงมาตรฐานเดิม ยกเว้นผ้าเบรกและสายเบรกที่สามารถปรับตามกติกาได้

GWM EK Group 10

นอกจากนี้ รถยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรับมือกับอุปสรรคบนสภาพเส้นทางอันท้าทายในสนาม เช่น ยาง Mud Terrain วินช์ ชุดอุปกรณ์กู้ภัย และอุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ โดยชิ้นส่วนส่วนใหญ่สามารถจัดหาได้จากผู้จัดจำหน่ายหรือร้านค้าในประเทศไทย และการปรับแต่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยช่างไทยและพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น สะท้อนศักยภาพของทีมเทคนิคไทยที่มีความเข้าใจโครงสร้างรถและประสบการณ์ด้านมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างยาวนาน       

GWM EK Group 11

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (Thailand) กล่าวว่า “สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ Asia Cross Country Rally 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ GWM ในฐานะแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่ทำการตลาดในประเทศไทย และก้าวเข้าสู่หนึ่งในสนามแรลลีครอสคันทรีที่ท้าทายที่สุดของภูมิภาคอย่างเป็นทางการ นี่คือบทเริ่มต้นที่สะท้อนความกล้า ความมุ่งมั่น และศักยภาพของ GWM ในการยกระดับจากการสร้างความมั่นใจบนท้องถนน สู่การพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริงในสนามแข่งระดับสากล เพราะเราตระหนักดีว่าสนามแข่งขันที่มีความท้าทายคือห้องทดลองที่ดีที่สุด ดังนั้นการส่ง GWM TANK 300 Diesel เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อการแข่งขันหรืออันดับเท่านั้น แต่คือการนำเทคโนโลยี วิศวกรรม และความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ของ GWM ไปทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมจริงที่สมบุกสมบัน คาดเดาไม่ได้ และพร้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยสูงสุดของรถยนต์ที่เราส่งมอบให้กับลูกค้า พร้อมทั้งนำข้อมูลและประสบการณ์จากสนามแข่ง กลับมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราในอนาคต”

GWM EK Group

AXCR 2026 จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันครั้งหนึ่งของ GWM (Thailand) แต่คือเวทีเริ่มต้นของการก้าวสู่บทบาทใหม่บนสนามระดับโลก เป็นการประกาศความพร้อมของแบรนด์ในการพิสูจน์ศักยภาพด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และความทนทาน ผ่านสนามจริงที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางมอเตอร์สปอร์ตที่ GWM ตั้งใจจะเดินหน้าต่อไปในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมเป็นกำลังใจให้ทีม GWM EK Group Racing Team ได้ที่ Official Facebook Page: GWM Thailand

 

 

เริ่มแล้ว “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ยลโฉม มรดกนวัตกรรมยานยนต์ ณ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

0
งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” แสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ละลานตาที่ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ วันนี้–19 กรกฎาคม 2569

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 จัดภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” โดยปีนี้มีผู้ส่งรถโบราณ รถคลาสสิคเข้าประกวด และจัดแสดงให้ชมกว่า 100 คัน ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 3

การประกวดแบ่งออกเป็น 7 รุ่น ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ รถรุ่นผ่านศึก รถโบราณ รถรุ่นก่อนสงคราม รถรุ่นหลังสงคราม รถคลาสสิค และรถคลาสสิคร่วมสมัย อีกทั้งยังมีการประกวด รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถเฟียต และรถญี่ปุ่นดั้งเดิม

รถเด่น ได้แก่ Austin 7 Saloon ปี 1933 รถทรงกล่องคันงาม ซึ่งเป็นแบบในโปสเตอร์งานปีนี้ / Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929 รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี / MG TB ปี 1939 รถสปอร์ทเปิดประทุน ยุคก่อนสงคราม / Nissan Skyline C110 Kenmeri ปี 1973 รถในฝันของนักสะสมรถญี่ปุ่น / Toyota Corolla Trueno ปี 1973 รถสปอร์ทคลาสสิคระดับตำนาน

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 5

กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า “ภายในงานยังมีกิจกรรมสุดพิเศษให้ร่วมสนุกตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานในรูปแบบที่สนุก และน่าประทับใจยิ่งขึ้น”

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 6

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 7

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 8

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 8

ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ เสวนาเกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ?” มีนีคอนเสิร์ทจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำหน่ายสินค้าวินเทจ เช่น รถโบราณจำลอง หนังสือ นิตยสาร ฯลฯ

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 10

เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ วันนี้-19 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

 

เบื้องหลังดีไซน์ความสปอร์ตของ Honda City ใหม่ จากฝีมือทีมวิศวกรไทย ที่ปลุกรถซิตี้คาร์ยอดนิยมให้กลับมาสั่นทุกสตรีท !

0
ฮอนด้า ซิตี้ 1

Honda City ไม่ได้เป็นเพียงซิตี้คาร์ยอดนิยมที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นรถยนต์ที่อยู่ในความทรงจำและเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางความสำเร็จของผู้คนหลากหลายเจเนอเรชัน การกลับมาของ Honda City ใหม่ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปรับโฉม แต่คือการปลุก DNA ความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ใหม่ที่เร้าใจกว่าที่เคย และฟังก์ชันที่ครบครัน พร้อมกลับมา “สั่นทุกสตรีท” อีกครั้ง เบื้องหลังการคัมแบ็กครั้งสำคัญนี้ คือความมุ่งมั่นของทีมวิศวกรผู้วิจัยและพัฒนาชาวไทยที่กล้าท้าทายทุกขีดจำกัด สร้างสรรค์ Honda City ใหม่ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว ด้วยมาตรฐานการพัฒนาระดับสากลที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าในหลายประเทศทั่วโลก พิสูจน์ให้เห็นว่าฝีมือคนไทยสามารถสร้างยนตรกรรมที่ไม่เพียงครองใจคนไทย แต่ยังพร้อมแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ

ฮอนด้า ซิตี้ 2

นายกมล เจียมจิตพลชัย หัวหน้าทีมวิศวกรผู้วิจัยและพัฒนา Honda City ใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย
แปซิฟิค จํากัด เปิดเผยว่า “การพัฒนา Honda City ใหม่ ครั้งนี้ เป็นการท้าทายตัวเองและทีมว่าจะทำอย่างไรให้รถที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอยู่แล้ว ก้าวข้ามขีดจำกัดและโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม ทีมวิจัยและพัฒนาจึงตั้งคำถามว่า ‘จะทำอย่างไรให้ Honda City ใหม่ สร้างความตื่นเต้นได้มากกว่าเดิม’ แนวคิด ‘Sharpen’ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาครั้งนี้ เพื่อทำให้ทุกองค์ประกอบเฉียบคมและสปอร์ตยิ่งขึ้นในทุกมิติ ตั้งแต่ดีไซน์ เทคโนโลยี ฟังก์ชันต่างๆ ไปจนถึงประสบการณ์การขับขี่ โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งความท้าทายและความสนุกในการขับขี่ หรือ Fun to Drive ซึ่งเป็น DNA สำคัญของรถยนต์ฮอนด้าไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ Honda City ใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงรถสำหรับการเดินทาง แต่เป็นรถที่พร้อมปลุกความท้าทายในตัวผู้ขับขี่ทุกครั้งที่อยู่บนท้องถนน”

ฮอนด้า ซิตี้ 3

Quake the Standard…เขย่าทุกมาตรฐาน ด้วยดีไซน์ระดับสากลจากทีมวิศวกรไทย

ฮอนด้า ซิตี้ 3

Honda City ใหม่ ไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์แค่ตลาดใดตลาดหนึ่งเท่านั้น แต่ตั้งเป้าหมายไปที่การสร้างบรรทัดฐานใหม่ในระดับสากล (Global Model) การก้าวข้ามขีดจำกัดในครั้งนี้ จึงเป็นการดึงเอา Honda Sport DNA หรือจิตวิญญาณความสปอร์ตอันเป็นไอคอนิกของฮอนด้าที่ทุกคนคุ้นเคย ออกมาตีความใหม่ให้เฉียบคม ทันสมัย และโดดเด่นในทุกมิติ เพื่อพิสูจน์ว่าฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างความน่าตื่นเต้นในระดับสากล

Quake the Expectation…ภาษาดีไซน์ใหม่ที่ก้าวล้ำ แต่ยังคงหัวใจความเป็นฮอนด้า

ฮอนด้า ซิตี้ 5

เพราะความประทับใจแรกเห็นคือสิ่งสำคัญ Honda City ใหม่ จึงสะท้อนอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ผ่านเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว
ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไป ทีมวิศวกรไทยยังคงคำนึงถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง โดยออกแบบพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวาง อเนกประสงค์ และสะดวกสบายขั้นสุด พร้อมขับเคลื่อนและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

Quake Everyday Driving…เมื่อความสปอร์ตหลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวัน

ฮอนด้า ซิตี้ 6

ฮอนด้าและทีมออกแบบชาวไทยร่วมกันทลายกำแพงความเชื่อเดิม ๆ ด้วยแนวคิดที่ว่า รถยนต์สปอร์ตไม่จำเป็นต้องนั่งยากหรือใช้งานยาก จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวรถภายใต้แนวคิด “Everyday Sport” ผ่านโครงสร้างองค์รวมแบบ Integrated Design ที่เพอร์เฟกต์และโฉบเฉี่ยวตั้งแต่เริ่มต้น หลอมรวมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจตามแบบฉบับฮอนด้า เข้ากับความคล่องตัวและความสะดวกสบายที่ใช้ได้จริงในทุกวัน ทำให้ทุกจังหวะในการขับขี่ กลายเป็นช่วงเวลาที่สนุก เร้าใจและการปลดล็อกอิสระในการใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณ

ฮอนด้า ซิตี้ 7

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังของการออกแบบ Honda City ใหม่ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ารถคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ใหม่ แต่คือผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนถึงพลังแห่งความฝัน ศักยภาพ และความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมวิศวกรผู้วิจัยและพัฒนาชาวไทยในการยกระดับยนตรกรรมสู่มาตรฐานโลก ที่กลับมาสร้างความตื่นเต้นและปลุกเร้าทุกโสตประสาทอีกครั้งกับนิยามความสปอร์ตครั้งใหม่ QUAKE ‘EM UP… สั่นทุกสตรีท”

ฮอนด้า ซิตี้ 8

สัมผัสกับ Honda City ใหม่ และ Honda City Hatchback ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city และ www.honda.co.th/cityhatchback และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขาย โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 และเตรียมพบกับกิจกรรมพิเศษจากฮอนด้า ที่จะเดินสายจัดแสดง Honda City ใหม่ ให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสทั่วประเทศ พร้อมกระทบไหล่อย่างใกล้ชิดกับพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาว ‘Milli (มิลลิ)’ ร่วมระเบิดความมันส์ QUAKE ‘EM UP… สั่นทุกสตรีท ทั่วไทยไปพร้อมกัน ตามรายละเอียดดังนี้

o   2 – 6 ก.ย. 2569         ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จ. สงขลา

o   14 – 18 ต.ค. 2569      ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี จ. ชลบุรี

o   4 – 10 พ.ย. 2569       ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จ. นครราชสีมา

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

เว็บไซต์: www.honda.co.th

Facebook Official Account: Honda Thailand

LINE Official Account: @honda-thailand

 

  “ฮุนได” ปล่อยรถดีเซลครอบครัว 11 ที่นั่ง ไซส์ยักษ์ ราคาใหม่ STARIA Diesel Premium ราคา 1.999 ล้านบาท สเปกจัดเต็ม…ราคาคุ้มกว่าเดิม รุ่น ELITE Plus และ Premium นำเข้าจากมาเลเซีย ราคาเริ่มต้นถูกลง 400,000 บาท

0
Hyundai 1

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย แนะนำ Hyundai STARIA Diesel รุ่นย่อย Premium (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ราคา 1,999,000 บาท ลดลงจากรุ่นนำเข้าจากเกาหลีใต้ถึง 400,000 บาท แต่ยังคงอุปกรณ์และสมรรถนะระดับพรีเมียมครบถ้วน ทั้งหลังคาซันรูฟไฟฟ้า 2 บาน บันไดข้างไฟฟ้า ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และระบบช่วยขับขี่ Hyundai SmartSense เท่ากับรุ่นเดิม สะท้อนแนวทางของฮุนไดในการส่งมอบความคุ้มค่าที่มากขึ้น โดยไม่ลดทอนประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม

Hyundai 4

ความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น พร้อมอุปกรณ์ระดับพรีเมียมครบครัน

แม้จะมาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ Hyundai STARIA Diesel รุ่นย่อย Premium (Euro 5) ยังคงอุปกรณ์สำคัญที่เป็นจุดเด่นของรุ่น Premium ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหลังคาซันรูฟควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า 2 บาน ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร บันไดข้างไฟฟ้า Power Side Step ที่อำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงรถสำหรับผู้โดยสารทุกวัย รวมถึงประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน และประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบช่วยขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัย SmartSense เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย

Hyundai 3

 

ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมบรรยากาศเหนือระดับ

Hyundai STARIA Diesel รุ่นย่อย Premium (Euro 5) โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนความเป็น Premium MPV ผ่านไฟหน้า LED แบบโปรเจกเตอร์ ไฟท้าย Parametric Pixel LED กระจังหน้าโครเมียม และล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ขณะที่ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง รองรับการจัดวางเบาะได้อย่างยืดหยุ่นตามรูปแบบการใช้งาน

ภายในเลือกใช้เบาะหนังแท้ และไฟ Ambient Mood Lighting เสริมบรรยากาศหรูหรา พร้อมเบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบดันหลัง 12 ทิศทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนหน้าและหลัง ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และระบบเครื่องเสียง BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและผ่อนคลายตลอดเส้นทาง

สมรรถนะทรงพลัง พร้อมเทคโนโลยีเพื่อทุกการเดินทาง

Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) ทั้งรุ่น Premium และ Elite Plus รองรับน้ำมันดีเซล B20 และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 431 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift มอบทั้งพละกำลัง ความนุ่มนวล และประสิทธิภาพในการเดินทางทั้งในเมืองและระยะไกล พร้อมด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์แบบปุ่มกด Shift-by-Wire เบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Hold ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ พร้อมออกแบบพื้นที่คอนโซลหน้าให้ใช้งานได้อย่างเป็นระเบียบและตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น

Hyundai SmartSense มาตรฐานความปลอดภัยที่ให้ความมั่นใจในทุกเส้นทาง

Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) ทั้งรุ่น Premium และ Elite Plus ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ครอบคลุมระบบ Smart Cruise Control, Forward Collision-avoidance Assist, Lane Keeping Assist, Lane Following Assist, Blind-spot Collision Warning, Blind-spot View Monitor, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Safe Exit Assist เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง

Hyundai 2

อีกหนึ่งทางเลือกของ MPV ระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้มากขึ้น

สำหรับลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่า Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ยังมีรุ่นย่อย Elite Plus ราคา 1,899,000 บาท พร้อมอุปกรณ์สำคัญสำหรับการใช้งานครบครัน ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน ประตูท้ายไฟฟ้า หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว กล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบปุ่มกด และแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในครอบครัวและเชิงธุรกิจ

Hyundai STARIA Diesel (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Jet Black, Snowflake White Pearl และ Meteor Grey พร้อมห้องโดยสารโทนสีดำ และมาพร้อมสิทธิประโยชน์ภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare ทั้งประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. 1 ปี การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดการเป็นเจ้าของ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสัมผัสและทดลองขับแล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ของ MPV ระดับพรีเมียมที่มอบทั้งความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่าที่มากขึ้นในทุกมิติ

หมายเหตุ:

(1) เงื่อนไขการรับประกันและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัท โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดจำหน่าย

 

“ซูซูกิ” เปิดกลยุทธ์ศูนย์บริการ 2S มาตรฐานเดียวทั่วไทย รับมือความต้องการลูกค้า มอบส่วนลดอะไหล่ 20% ผ่านแคมเปญ “Care 2Serve You” หวังเพิ่มความพึงพอใจสูงสุด

0
ซูซูกิ 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  หลังจากที่บริษัทฯ มีนโยบายในการเพิ่มศักยภาพการให้บริการหลังการขายผ่าน “ศูนย์บริการ 2S” (Service & Spare Parts) ในพื้นที่ที่ยังไม่มีโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค ให้สามารถเข้าถึงบริการมาตรฐานได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น และได้รับผลตอบรับในการเข้าใช้บริการเป็นอย่างดีจากลุ่มผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ซูซูกิ 2

“สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับซูซูกิ คือการมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ว่าเราพร้อมส่งมอบการบริการด้วยความจริงใจและใส่ใจในทุกรายละเอียด ศูนย์บริการ 2S จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ซ่อมบำรุง แต่คือฟันเฟืองสำคัญที่ซูซูกิตั้งใจให้เข้ามาช่วยดูแลและแบ่งเบาภาระของลูกค้า เพื่อยกระดับความอุ่นใจและตอกย้ำว่ารถยนต์ซูซูกิทุกคันจะได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศจากช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง” นายทาดาโอะมิ กล่าวเน้นย้ำ

ซูซูกิ 3

สำหรับศูนย์บริการ 2S จะให้บริการงานซ่อมบำรุงทั่วไป งานบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ ซึ่งจะดำเนินการโดยทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมจากบริษัทฯ พร้อมด้วยเครื่องมือมาตรฐานของซูซูกิ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพในการใช้งานรถยนต์ของลูกค้า เช่น การตรวจเช็กและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กระบบเบรก ผ้าเบรก และน้ำมันเบรก ตรวจเช็กและเปลี่ยนกรองอากาศ/กรองแอร์ ตรวจสอบระบบช่วงล่าง ยางรถ ระบบไฟ และแบตเตอรี่ เปลี่ยนหลอดไฟ/ใบปัดน้ำฝน/แบตเตอรี่ เป็นต้น

ซูซูกิ 4

นอกเหนือจากนั้น ศูนย์บริการ 2S มีการจัดจำหน่ายและติดตั้งอะไหล่แท้ของซูซูกิ ที่ผลิตตามมาตรฐานเดียวกับชิ้นส่วนที่ใช้ในสายการผลิตจากโรงงาน ซึ่งมีคุณภาพและความทนทานสูงผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ มีระบบสำรองอะไหล่และกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว

ซูซูกิ 5

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความใส่ใจที่ซูซูกิมอบให้แก่ลูกค้าด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จึงมอบแคมเปญพิเศษ “Care 2Serve You Campaign” สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการ Suzuki 2S ที่ร่วมรายการ โดยจะได้รับส่วนลดค่าอะไหล่ 20% ได้แก่ น้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง และแหวนรองนอตถ่ายน้ำมันเครื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 โดยศูนย์บริการ Suzuki 2S ที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 แห่ง ดังนี้

 

ชื่อศูนย์บริการ 2S พื้นที่ให้บริการ
บริษัท เอ.ซี.ออโตโมบิล (2002) จำกัด จังหวัดพัทลุง
บริษัท เอส ซี เอ็น ออโต กรุ๊ป จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี
บริษัท แพร่ยนตรการ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด จังหวัดแพร่
บริษัท มาพรพาณิชย์ จำกัด จังหวัดชลบุรี

นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิยึดมั่นต่อการพัฒนางานบริการอย่างเป็นระบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดต่อผู้บริโภคชาวไทย ด้วยแนวทางการบริการแบบ S-Solution ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการ ทั้งในด้านการจัดการข้อมูลลูกค้าแบบ Real-Time ผ่านระบบ Dealer Management System (DMS) ซึ่งช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการและประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

ซูซูกิ 7

อย่าางไรก็ตาม ซูซูกิพร้อมยึดมั่นในแนวทาง “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจว่า ซูซูกิมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและชุมชนในทุกช่วงเวลาอีกด้วย

 

 

 

ช่องทางการติดต่อ

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

“CHERY V23” ครองอันดับ 1 “Boxy EV” เดือนมิถุนายน พร้อมติด Top 10 รถไฟฟ้ายอดจดทะเบียนสะสมครึ่งปีแรก เตรียมส่งมอบจากโรงงานประกอบในไทย

0
Chery Thailand 1

เชอรี ประเทศไทย (CHERY Thailand) ตอกย้ำความสำเร็จของ Chery V23 รถไฟฟ้าทรงกล่องที่ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถไฟฟ้าทรงกล่องเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมมียอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 รวมกว่า 4,600 คัน ส่งผลให้ Chery V23 ก้าวขึ้นติด Top 10 รถไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดของประเทศไทยช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าในการใช้งาน

Chery Thailand 2

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “ยอดจดทะเบียนสะสมกว่า 4,634 คันในช่วงครึ่งปีแรกของ Chery V23 สะท้อนถึงกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกันยายน 2568 ด้วยเอกลักษณ์สไตล์ Boxy ที่แตกต่าง ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงทำให้ Chery V23 สามารถครองใจลูกค้าและสร้างฐานผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว”

Chery Thailand 3

เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง CHERY Thailand ได้เดินหน้ายกระดับศักยภาพ โดย Chery V23 ได้เริ่มการประกอบภายในประเทศ อย่างเป็นทางการ ณ โรงงานมาตรฐานในจังหวัดระยอง ซึ่งได้ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับโรงงาน CHERY ในประเทศจีน การผลิตภายในประเทศไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและการบริหารจัดการซัพพลายเชน แต่ยังทำให้บริษัทสามารถส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สั่งซื้อ Chery V23 สามารถรับมอบรถได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการนำเข้าจากต่างประเทศ

Chery Thailand 5

นอกเหนือจากการเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตแล้ว เชอรี ประเทศไทย ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับบริการหลังการขาย การบริหารจัดการอะไหล่ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” เปิดโซน Exclusive Parking ที่ The Mall Lifestore Bangkapi ชวนลูกค้าสัมผัสความสะดวกสบายขั้นสุดตลอด 1 ปีเต็ม พร้อมรับดีลพิเศษจาก 3 ร้านดัง

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นำเสนอประสบการณ์ระดับลักชัวรีสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ใช้ชีวิตและสัญจรในพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยโซนจอดรถสุดพิเศษ “Mercedes-Benz Exclusive Parking” ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ (The Mall Lifestore Bangkapi) โดยลูกค้าสามารถขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น เข้ามารับบริการได้ที่ชั้น M บริเวณเสา A02 – E02 รวมทั้งหมด 12 ช่องจอด ครอบคลุมตลอดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2570 พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเดอะมอลล์ กรุ๊ป

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 2

สำหรับเดือนกรกฎาคมนี้ ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เดินทางไปใช้บริการที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จะได้รับดีลสุดพิเศษจากร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง เพียงแสดงกุญแจรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เคาน์เตอร์แลกรับบัตร บริเวณชั้น 3 เพื่อรับคูปอง Dining Privileges โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขของร้านค้าที่ร่วมรายการ ดังนี้

  • Beans Coffee Roaster ชั้น 2: รับสิทธิ์ ซื้อ 1 แถม 1 ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569
    (จำนวนจำกัด 40 สิทธิ์)
  • Katei Shabu ชั้น 3: รับส่วนลดพิเศษเมื่อทานครบ 800 บาท จ่ายเพียง 400 บาท
    ในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 (จำนวนจำกัด 20 สิทธิ์)
  • Jarit Jakin ชั้น 3: รับส่วนลดพิเศษเมื่อทานครบ 800 บาท จ่ายเพียง 400 บาท
    ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 (จำนวนจำกัด 20 สิทธิ์)

นอกจากนี้ ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะได้รับโอกาสในการเป็นสมาชิก Platinum M Card และ Platinum VIP The Mall Lifestore เพื่อรับสิทธิพิเศษจากศูนย์การค้า 4 สาขาหลัก ในกรุงเทพฯ ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค รวมถึงการได้รับเชิญไปร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 3

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“เอ็มจี” เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบ 2 รุ่นใหม่ครั้งแรกของโลก ผสานความสปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ในงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026

0
เอ็มจี ไทยแลนด์ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยว่า เอ็มจี สหราชอาณาจักร ได้เข้าร่วมงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026 ฉลองอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์แห่งประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 2 รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกของโลก MG GO! และ MG CYBER CONCEPT สะท้อนวิสัยทัศน์ของยนตรกรรมแห่งอนาคตที่ผสานเอกลักษณ์ด้านความสปอร์ตอันเป็นรากฐานของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิดการหลอมรวมระหว่าง “มรดกแห่งแบรนด์” และ “นวัตกรรมแห่งอนาคต” พร้อมนำรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นร่วมจัดแสดงที่งานอย่างยิ่งใหญ่

เอ็มจี ไทยแลนด์ 2

ที่มาของ เทศกาล GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED

เทศกาล GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1993 โดย Charles Gordon-Lennox หรือ Duke of Richmond เพื่อรำลึกถึงอดีตสนามแข่งในที่ดิน Goodwood Estate ที่เคยรุ่งเรืองในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง งานจัดในรูปแบบการแข่ง “Hill Climbing” บนถนนยาว 1.16 ไมล์ (1.867 กิโลเมตร) หน้าคฤหาสน์ Goodwood House ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งรถแข่งคลาสสิก ซูเปอร์คาร์ และนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ได้ประชันความเร็วกันอย่างใกล้ชิด เป็นหนึ่งในงานมอเตอร์สปอร์ตกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นทุกเดือนกรกฎาคม

ภายในงานมีนักแข่งชื่อดัง อดีตนักแข่งระดับตำนาน ตลอดจนผู้หลงใหลในโลกแห่งความเร็วเข้าร่วมงานมากกว่าหนึ่งแสนคนต่อวัน โดยมีกิจกรรมไฮไลต์มากมาย อาทิ การจัดแสดงรถยนต์คลาสสิก การสาธิตรถแข่งและรถแรลลี่บนสนาม การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ตลอดจนการนำรถยนต์ต้นแบบมาวิ่งโชว์ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งความเร็ว แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนวิวัฒนาการ นวัตกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมของอุตสาหกรรมยานยนต์จากทุกยุคสมัย

MG GO! รถต้นแบบ Hot Hatch สุดเท่ล่าสุดจาก เอ็มจี

เอ็มจี ไทยแลนด์ 7

 

MG GO! คือรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า (BEV) ในกลุ่ม B-Segment Hatchback ที่หยิบยืมกลิ่นอายจากรถ เอ็มจีคลาสสิกยุคกลางศตวรรษที่ 20 มาตีความใหม่ผ่านแนวคิด “Retro Futuristic Design” เพื่อบอกใบ้ทิศทางของแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่จะเปิดตัวจริงในปี 2027 พร้อมสอดแทรกความเป็นอังกฤษอันเป็นรากเหง้าของแบรนด์ไว้ในทุกรายละเอียด ทั้งรถต้นแบบและรุ่นที่จะผลิตจริงออกแบบโดยทีม MG Design Centre London นำทีมโดย Carl Gotham, Design Director of Advanced Design, London ซึ่งตั้งเป้าสร้างรถที่ทันสมัยแต่ยังผูกพันกับผู้ขับขี่ได้ในระดับอารมณ์

เอ็มจี ไทยแลนด์ 3

ดีไซน์ของ MG GO! เน้นความเรียบง่ายเป็นหัวใจหลัก โดยดึงแรงบันดาลใจมาจาก MGB GT รถคลาสสิกที่เป็นตัวแทนของความสง่างาม ความสนุกสนาน และเสน่ห์เฉพาะตัวที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน แต่ทีมออกแบบก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรื้อฟื้นดีไซน์เก่า ๆ กลับมาใช้ใหม่ หากแต่ปั้นให้มันมีตัวตนของตัวเอง เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเกิดเป็นความผูกพันระหว่างรถกับคนขับ

เอ็มจี ไทยแลนด์ 4

นอกจาก MGB GT แล้ว รถต้นแบบคันนี้ยังได้แรงบันดาลใจจากรถสปอร์ต เอ็มจี ในตำนานอีกหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น MG Metro Turbo, MG ZR และ MG EX4 สะท้อนแนวคิดที่ว่า แม้แต่รถที่ใช้งานประจำวันก็ยังมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวและสร้างความประทับใจให้คนขับได้ไม่แพ้รถสปอร์ต

 

Carl Gotham, Design Director of Advanced Design, London กล่าวว่า “เราออกแบบ MG GO! ให้เป็นรถขนาดกะทัดรัดที่ทันสมัย อบอุ่น มีเสน่ห์ และเป็นมิตร รวมทุกอย่างที่เรารักใน เอ็มจี ไว้ในคันเดียว เราไม่ได้ต้องการย้อนอดีตเพื่อความคิดถึง แต่อยากถ่ายทอดความเรียบง่าย เสน่ห์ และตัวตนที่ทำให้ เอ็มจี เป็น เอ็มจี มาโดยตลอด แล้วตีความมันใหม่ให้เข้ากับยุคนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างรถที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนและมีเสน่ห์อย่างแท้จริง”

สามารถรับชมคลิปทีเซอร์เปิดตัว MG GO! ได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/19CNpoqAUz/

เผยโฉม MG CYBER CONCEPT รถต้นแบบ D-Segment SUV

เอ็มจี ไทยแลนด์ 6

เอ็มจี ยังเปิดตัว MG CYBER CONCEPT รถต้นแบบระดับแฟลกชิปในกลุ่ม D-Segment SUV ที่ได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์ ทั้งความมุ่งมั่นทำสถิติความเร็วของ MG EX181 และจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเอ็มจีมาตลอดประวัติศาสตร์

เอ็มจี ไทยแลนด์ 10

MG CYBER CONCEPT ต่อยอดแนวคิดนี้สู่ SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่รวมความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบายในการใช้งาน ความสนุกในการขับขี่ และบุคลิกแบบรถสปอร์ตเข้าไว้ในคันเดียว ภายใต้แนวคิดหลัก “Performance without Compromise” หรือขีดสุดแห่งสมรรถนะโดยไม่ลดทอนความเร้าใจ ไม่ว่าจะขับในเมือง เดินทางไกล หรือลุยเส้นทางท้าทาย เพราะ เอ็มจี เชื่อว่าความสนุกในการขับยังคงสำคัญ แม้จะอยู่ในยุครถยนต์ไฟฟ้าก็ตาม รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยสัดส่วนตัวถังที่ทรงพลัง ดูมั่นใจ และเส้นสายที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว ทุกรายละเอียดถูกออกแบบมาเพื่อสื่อถึงพลังแห่งการเคลื่อนไหว ไม่ว่ารถจะกำลังวิ่งอยู่หรือจอดนิ่งก็ตาม

เอ็มจี ไทยแลนด์ 12

Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN กล่าวว่า “การออกแบบรถที่ดีต้องเริ่มจากความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากตัวผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาจพัฒนาไปในทิศทางใกล้เคียงกันได้ แต่ตัวตนของ แบรนด์นั้นลอกเลียนแบบกันไม่ได้ อนาคตของการออกแบบยานยนต์คือการสร้างรถที่มีตัวตนชัดเจน จนคนจดจำและผูกพันได้ทันทีที่เห็น การออกแบบที่ดีต้องจุดประกายความอยากรู้ ความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจ ซึ่งรถต้นแบบทั้งสองคันของ เอ็มจี ก็สะท้อนวิสัยทัศน์นี้ได้ชัดเจน เพราะสำหรับเรา การออกแบบที่ดีไม่ได้เกี่ยวกับตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับผู้คน ประสบการณ์ และความฝันของพวกเขา หน้าที่ของเราคือสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เติมเต็มทุกการเดินทางในชีวิต”

เอ็มจี ยกทัพรถทุกรุ่นร่วมงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026

เอ็มจี ไทยแลนด์ 8
นอกจากรถต้นแบบทั้งสองคันแล้ว เอ็มจี ยังนำยนตรกรรมครบทุกไลน์อัพมาจัดแสดงในงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026 ได้แก่
• NEW MG URBAN แฮทช์แบ็กขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่นล่าสุด โดดเด่นด้านพื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยี และความคุ้มค่า
• MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กไฟฟ้ายอดนิยม ผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี ในตลาดยุโรป
• MG S5 EV เอสยูวีไฟฟ้ามหาชน ชูจุดเด่นดีไซน์ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีครบครัน
• MG IM5 และ MG IM6 รถยนต์ระดับพรีเมียมที่เน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย
• MG CYBERSTER โรดสเตอร์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ตของ เอ็มจี สำหรับคนรุ่นใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

(มีคลิปวีดีโอ) รีวิวพร้อมทดลองขับ “New Honda City MY 2026” รวมจุดเปลี่ยน เทียบจุดต่าง คันที่ใช่ของผม…จะโดนใจคุณไหม

0
New Honda City MY 2026 1

New Honda City MY 2026 ได้เปิดตัวก่อนหน้ากิจกรรมทดลองขับไปไม่นาน สำหรับการปรับรูปลักษณ์สไตล์ไมเนอร์เชนจ์ และยังคงไว้ในจุดเด่นที่เคยมีมา ทั้งสมรรถนะ จากขุมพลังทั้งแบบเทอร์โบ 122 แรงม้า 175 นิวตันเมตร และ ไฮบริด ในรูปแบบ e:HEV ที่ให้พละกำลัง 109 แรงม้า พร้อมแรงบิด 253 นิวตันเมตร ซึ่งโดดเด่นด้านการประหยัดเชื้อเพลิงถึง 27.3 กม./ลิตร  มีฟีเจอร์ใช้งาน ที่คล่่องตัวและสนุกสนานในการขับขี่ แต่ทั้งหมดที่กล่าวไว้นี้มาในราคาจำหน่ายที่ถูกลงรุ่นเกือบ 50.000 บาท ทั้ง ซีดาน และ แฮทแบค จุดปรับที่เปลี่ยนใหม่ ความต่างในแต่ละรุ่น รวมถึงผลทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นนี้จะเป็นเช่นไร ติดตามได้จากรายงาน

ยังคงอยู่ในเจนเนอเรชันที่ 5 กับ New Honda City MY 2026 ครั้งนี้ปรับรูปลักษณ์ในสไตล์ Big MoinorChange ทั้งภายนอกและภายใน ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ในสไตล์ Connecting Light คาดยาว กระจังหน้ากก็ได้รับการออกแบบใหม่ ในรุ่น RS จะมีความเงางาม ในสไตล์ Piano Black รวมถึงมุมกันชนที่ออกแบบพิเศษ พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ต และ โฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นอื่น

New Honda City MY 2026  2

ล้อเป็นอีก 1 จุดที่เห็นถึงความต่าง ในรุ่น V ขุมพลังเทอร์โบ และรุ่น V ขุมพลัง e:HEV เป็นสีบรอนซ์เงิน ส่วนรุ่น SV จะเป็นดำสลับโครเมี่ยม ส่วนในรุ่นท๊อป RS เป็นสีดำเงา ซึ่งทั้งหมดมาในขนาด 16 นิ้ว

New Honda City MY 2026  3

ลงลึกในความต่างอีกนิดจากกล้องด้านหน้า บริเวณก้นชน จะมีในรุ่น SV และ RS เท่านั้นซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของฟีเจอร์ Camera  360 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของภาพที่คมชัด และ มุมมอง Bird Eye View เดิมทีมีแค่ 3 มุมมอง ครั้งนี้มีมากถึง 6 มุมมอง

New Honda City MY 2026  4

ท้ายรถปรับปรุงในเรื่องกรอบไฟสีขาวในรุ่น SV และ RS สไตล์รถชิ่ง ลุคสปอร์ต ส่วนรุ่น V ยังเป็นแบบเดิมคือสีแดง

New Honda City MY 2026 5

ภายในมีสีให้เลือกด้วยนะ ปกติจะเป็นสีดำ แต่ที่ไม่ปกติจะเป็นภายในสีเทาแพลทตินั่ม และจะออเดอร์ได้เฉพาะสีภายนอกสีเทาใหม่ และ สีดำ เท่านั้น

New Honda City MY 2026 6

ไฟห้องโดยสารหรือ Amblient light มี 2 สี ในรุ่น SV สีน้ำเงิน ส่วน RS สีแดง และรุ่น V ไม่มีติดตั้งมาให้

New Honda City MY 2026  7

จอ 10 นิ้ว ติดตั้งใหม่แบบยกลอย  ในรุ่น SV และ RS มีการติดตั้งฟีเจอร์ใหม่ ติดตั้งในรุ่น ได้แก่ กล้องรอยคันเพิ่มมุมมอง Bird Eye Viewส่วนรุ่น V เป็น 8 นิ้วฝังในคอนโซล

New Honda City MY 2026 8

New Honda City MY 2026 9

ไวเลทชาร์จ 15 w แบบเดียวที่ใช้ใน CRV และ Accord มีเฉพาะในรุ่น RS แต่หากอยากเพิ่ม ทางฮอนด้ามีจำหน่ายเป็นออฟชั่นเสริม หาซื้อได้ที่โชว์รูม

New Honda City MY 2026 10

ขุมพลังเหมือนเดิม ไม่ได้ปรับเปลี่ยน แบบเทอร์โบ ขนาด 1.0 ลิตร  122 แรงม้า 173 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ซีวีที มีแพดเดิลชิฟท์มากับอัตราสิ้นเปลือง 22.7 กม./ลิตร

New Honda City MY 2026  11

ขุมพลังฟูลไฮบริด เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลัง 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร ที่มีอัตราสิ้นเปลืองที่โดดเด่นด้านความประหยัดสุงสุด 27.3 กม./ลิตร

New Honda City MY 2026  13

ระบบรองรับหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ระบบรองรับหลังเป้นแบบทอร์ชั่น บีม ทุกรุ่นติดตั้ง Honda Sensing เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สีมีมาให้เลือก 7 สี สีใหม่ 2 สี แดง Brazing Red Pearl และ เทา Urban Gray Pearl ซึ่งอย่างหลัง ยอดจองทะลุ 10,000 คัน และปิดรับจองชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อย ส่วนสีอื่นยังรับจองตามปกติ

New Honda City MY 2026 14

ราคาเริ่มต้น 569,000-739,000 บาท ในบอดี้ซีดาน 4 ประตู ส่วนแฮทแบคแพงกว่ารุ่นละ 10,000 บาท ราคาพิเศษนี้ถึง 30 ก.ย.เท่านั้น และยังมีเพิ่มการันตี จาก 5 ปี 100000 กม.เป็น 6 ปี 120000

 

 

 

 

“LEPAS” ส่งล็อตแรกกว่า 1,000 คันถึงไทย เปิดเกม Premium EV เลือกประเทศไทยเป็นตลาดแรกของโลก เตรียมเปิดตัว L6 EV 24 กรกฎาคมนี้

0
LEPAS 1

LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เอสยูวี พรีเมียมรุ่นล่าสุดในเครือ Chery Group ณ ท่าเรือหนานซา นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน (Nansha Port Area of Guangzhou Port) เมื่อขบวนยนตรกรรม LEPAS L6 EV รถไฟฟ้า 100% ล็อตแรกจำนวนกว่า 1,000 คัน ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย การนับถอยหลังสู่การเปิดตัว LEPAS L6 EV อย่างเป็นทางการจึงเริ่มต้นขึ้นแล้ว นับเป็นเกียรติของตลาดไทยที่ LEPAS มอบให้เป็นประเทศแรกของโลกในการส่งมอบ LEPAS L6 EV —ชาวไทยกลุ่มแรกจึงไม่เพียงครอบครองยนตรกรรม หากคือผู้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประสบการณ์การเดินทางอันสง่างาม (Elegant Mobility) ไปพร้อมกัน

LEPAS

ความพร้อมของเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขาย

ก่อนการมาถึงของยนตรกรรมล็อตแรก LEPAS ได้วางรากฐานธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นระบบและมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในระยะยาว ทั้งด้านการขาย เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขาย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 LEPAS ได้จัดการประชุมผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเรเนซองส์ (The Renaissance Hotel) เพื่อร่วมวางแผนกลยุทธ์และสร้างความเข้าใจในทิศทางธุรกิจร่วมกัน ปัจจุบัน LEPAS มีผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วในเฟสแรกจำนวน 36 ราย ซึ่งจะทยอยเปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่า ทุกการเป็นเจ้าของ LEPAS จะได้รับการดูแลอย่างประณีต

LEPAS 3

LEPAS L6 EV Version VPD

LEPAS L6 EV คือ SUV ไฟฟ้า 100% ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนความสง่างามในทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ “Leopard Aesthetics” เส้นสายพลิ้วไหวเปี่ยมพลังดุจเสือดาว ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว

และเพื่อสะท้อนแนวคิด Premium Mobility อย่างแท้จริง LEPAS L6 EV Version VPD มาพร้อมระบบ VPD (Valet Parking Driver) เทคโนโลยีจอดรถอัตโนมัติอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE Orin-Y หน่วยประมวลผล AI ระดับยานยนต์ (Automotive-grade) ประสิทธิภาพสูงถึง 200 TOPS ที่ทำหน้าที่เสมือน “สมองกล” ของรถ ผสานข้อมูลจากเซนเซอร์รอบคันแบบเรียลไทม์ (Sensor Fusion) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ระบุช่องจอด และตัดสินใจได้ในระดับเสี้ยววินาที ทำให้รถสามารถเข้าจอดในพื้นที่ที่กำหนดได้โดยอัตโนมัติอย่างแม่นยำและนุ่มนวล พร้อมเรียกรถกลับมารับได้ตามต้องการดุจมี Valet ส่วนตัวประจำคัน — ขุมพลังการประมวลผลระดับนี้คือมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในระบบขับขี่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก และคือความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ยกระดับความสะดวกสบายเหนือระดับให้แก่ผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จอดรถ ทั้งนี้ Version VPD คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาส 4 พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

แบรนด์และวิสัยทัศน์

ภายใต้ปรัชญาแบรนด์ “Drive Your Elegance — ขับเคลื่อนความสง่างามในแบบคุณ” LEPAS มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางอันสง่างาม (Preferred Brand for Elegant Mobility Life) และในอนาคต LEPAS จะยังคงยึดมั่นในปรัชญาการพัฒนาระดับโลกของ Chery Group “In somewhere, For somewhere, Be somewhere” เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานเชิงท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบไลฟ์สไตล์อันสง่างามแก่ผู้ใช้ชาวไทยทุกคน

พบกับการเปิดตัว LEPAS L6 EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นี้

ติดต่อเป็นตัวแทน คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร 091-5539969

สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลการตลาด คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร 098-7879291

ติดตามข้อมูลข่าวสาร Facebook: Lepas Thailand, Instragram: Lepas.Thailand https://lepasthailand.com/
LineOA: @lepasthailand