Home Blog Page 7

ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของชาวแฟน ๆ สายสปอร์ตคนรัก Honda Civic Type R ในกิจกรรม Honda Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง พร้อมเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด

ฮอนด้าตั้งใจจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างแท้จริง  นับเป็นโอกาสพิเศษที่เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้นำรถคันโปรดมาจัดแสดง พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะ และเสน่ห์ DNA ความสปอร์ตของ Honda Civic Type R

พบกับหลากหลายกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ได้แก่

  • Photo Backdrop: เก็บภาพโมเมนต์คู่กับ Honda Civic Type R ที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตโดยเฉพาะ
  • Civic Type R Popular Vote: ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน
  • Shoot & Share: เก็บภาพสุดเท่ และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดียเพื่อรับของที่ระลึก (จำกัด 200 ท่านแรก) และลุ้นรับรางวัลใหญ่สำหรับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด
  • Tasteful Treats & Lucky Draw: อิ่มอร่อยไปกับเมนูคัดสรรจาก Food Truck และรับสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึก
    สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น
  • Sport Performance Experience: สัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance”  พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

  • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*  
  • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
    Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท** 

 

ลูกค้าที่สนใจกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสัมผัสรถสปอร์ตในตำนานและพิสูจน์นิยามแห่งความแรงของ Honda Civic Type R ไปด้วยกัน !

ธนบุรีนอยสเติน ฉลองส่งมอบ GEELY EX2 ครบ 2,000 คันแรก ร่งเครื่องเดินหน้าส่งมอบรถถึงลูกค้าต่อเนื่อง

0

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการส่งมอบ GEELY EX2 ครบ 2,000 คันแรกทั่วประเทศ ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ผลักดันยอดจองสะสมทะลุ 6,000 คัน พร้อมเดินหน้าการบริหารจัดสรรรถเพื่อเร่งส่งมอบให้แก่ลูกค้าโดยรวดเร็วที่สุด ตอกย้ำความพร้อมและศักยภาพด้านการบริการของกลุ่มธนบุรี ที่สั่งสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมายาวนานกว่า 85 ปี

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “บริษัทขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่นเกินความคาดหมาย จนทำให้มียอดจองสะสมมากกว่า 6,000 คันในปัจจุบัน เราได้ทยอยส่งมอบรถครบ 2,000 คันแรกให้แก่ลูกค้าที่จองภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมา โดยดำเนินการจัดสรรรถให้ผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ลูกค้าได้รับรถอย่างรวดเร็วที่สุด แม้ในช่วงแรกอาจมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตจากโรงงานในประเทศจีน ทั้งในส่วนของสีและรุ่นย่อย เนื่องจาก GEELY EX2 ได้รับความนิยมสูงทั้งในจีนและในทุกประเทศที่มีการเปิดตัว แต่บริษัทได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น เพื่อเร่งเพิ่มกำลังผลิตและจัดสรรรถเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มปริมาณการสั่งผลิตเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะจองภายในงานและหลังจากนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง”

ธนบุรีนอยสเติน ยังคงเดินหน้าวางรากฐานด้านการบริการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในระยะยาว ด้วยการยกระดับคุณภาพบริการหลังการขายและการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทบรรลุเป้าหมายการขยายดีลเลอร์ครบ 40 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 นี้ พร้อมเตรียมเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ที่ยอดเยี่ยม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพ เทคโนโลยีทันสมัย และบริการระดับพรีเมียม ต่อยอดจากประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ทั้งนี้ GEELY EX2 เป็นซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมือง อัดแน่นด้วยคุณภาพและความคุ้มค่าจนได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งลูกค้าคนไทยและทั่วโลก การันตีความสำเร็จด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกตลอดทั้งปี 2568 กว่า 530,000 คัน ทั้งยังครองตำแหน่งรถยนต์นั่งที่ขายดีที่สุดในจีน 9 เดือนติดต่อกัน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

GEELY EX2 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล คล่องตัวทุกเส้นทางด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.95 เมตร และขุมพลังแบตเตอรีลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อม 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท
  • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

“อีซูซุ” ตอกย้ำความเชื่อมั่น ยกระดับคุณภาพบุคลากร ด้วยการแข่งขันทักษะการขายและบริการต่อเนื่อง

0

อีซูซุสานต่อแนวคิด Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ยกระดับความเชื่อมั่นด้านการขายและบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าผู้ใช้รถทั่วประเทศ ตามมาตรฐานระดับสูงของญี่ปุ่นในการทำธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 69 ปี ผ่านการจัดกิจกรรม “การแข่งขันทักษะ  ด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ” ต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2,978,000 บาท พร้อมมอบรางวัลสนับสนุนแก่ทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยซึ่งคว้าแชมป์ “การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุระดับนานาชาติ 2025” (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025) กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว อีกทั้งมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” ให้แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านยานยนต์ สร้างบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษของการดำเนินธุรกิจในไทย หัวใจสำคัญที่ทำให้อีซูซุได้รับความไว้วางใจมาเสมอ คือ การมุ่งมั่นพัฒนาทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ ตามแนวคิด Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2568 เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อรักษามาตรฐานของแบรนด์คุณภาพที่วางใจได้ พร้อมอยู่เคียงข้าง และสนับสนุนลูกค้าและธุรกิจของลูกค้า รวมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 2,978,000 บาท…ยิ่งไปกว่านั้น ในปีที่ผ่านมาทีมช่างอีซูซุไทยสามารถคว้าแชมป์ “การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุระดับนานาชาติ” กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ประจำปี 2025 (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025, CV Division) ท่ามกลางคู่แข่งจาก 37 ประเทศ ความสำเร็จนี้คือการการันตี “ความเชื่อมั่นสูงสุด” และ “การยกระดับการให้บริการ” ที่อีซูซุพร้อมดูแลและส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า โดยผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ได้รับเงินสนันสนุนจากตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ท่านละ 100,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณ…นอกจากนี้อีซูซุยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานด้านการศึกษา จึงได้มอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอีซูซุที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน มูลค่ารวม 6,825,000 บาท”

 

การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ

การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ เน้นการทดสอบที่จำลองสถานการณ์จริง เพื่อเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขัน 108 คนสุดท้าย จากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศกว่า 12,000  คน โดยมีคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำร่วมตัดสินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรที่ผ่านเวทีนี้จะกลับไปส่งมอบการบริการที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าทั่วประเทศ โดยผลการแข่งขันทั้ง 6 ประเภท ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์

คุณสันติภาพ พิมพ์วงษ์ จากบริษัท ประชากิจมอเตอร์เซลส์ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่

คุณชินพรรธน์ ธีรธรรมวัฒน์ จากบริษัท จึงกงเฮงอีซูซุ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์

คุณกฤษดา ภู่เปี่ยม จากบริษัท อีซูซุเชียงใหม่เซลส์ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่

คุณพนิตชัย อุ่นเพ็ญ จากบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานมัลติฟังก์ชัน (ที่ปรึกษางานบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์)

คุณสุรศักดิ์ สุจริต จากบริษัท โค้วยู่ฮะอีซูซุเซลส์กรุงเทพ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานอะไหล่

คุณวรานนท์ เรืองสถาพรเจริญ จากบริษัท อีซูซุอึ้งง่วนไต๋นครปฐม จำกัด

คุณสันติภาพ พิมพ์วงษ์

คุณสันติภาพ พิมพ์วงษ์ จากบริษัท ประชากิจมอเตอร์เซลส์ จำกัด รางวัลชนะเลิศประเภทที่ปรึกษาการขาย ประเภทรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ เผยว่า “ผมเข้าการร่วมการแข่งขันนี้ 3 ปีแล้วครับ ปีที่ 1 ไม่ได้รางวัล ปีที่ 2 ได้ที่ 3 และปีนี้ได้รางวัลชนะเลิศ รู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่ผิดหวังเลยที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ความท้าทายคือผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนทั่วประเทศเก่งกันมาก แต่ผมได้ฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่กับทีมงานและครูฝึกที่เก่ง และผู้บริหารที่ให้การสนับสนุนอย่างดี เลยทำให้มีเวลาฝึกซ้อมเป็นพิเศษด้วย โดยใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 1 เดือน ซ้อมทุกอาทิตย์เลยครับ สำหรับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจซื้อรถอีซูซุลูกค้ามั่นใจได้เลยนะครับว่าคุ้มค่า คุ้มราคา และได้รับบริการที่ดีแน่นอนครับ”

คุณพนิตชัย อุ่นพ็ญ

คุณพนิตชัย อุ่นเพ็ญ จากบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด รางวัลชนะเลิศประเภทพนักงานช่าง ประเภทรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ เปิดใจถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การแข่งขันปีนี้เป็นปีแรกที่ผมประสบความสำเร็จ หลังจากเข้าแข่งขันมาแล้ว 3 ปี รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ตัวเองได้เป็นตัวแทนของดีลเลอร์ที่ได้เข้ามาร่วมแข่งขัน และได้เสริมทักษะของตัวเองด้วยว่าเราต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกแค่ไหน ความท้าทายที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ก็คือ การแข่งขันกับตัวเอง ว่าเรามีกำลังใจดีแค่ไหน และเราจะแก้ไขปัญหาตอนแข่งขันยังไง การเตรียมตัวในครั้งนี้ผมเริ่มจากการฝึกฝนจากตัวเองก่อน แล้วก็ให้ผู้รู้หรือครูฝึกประจำศูนย์ช่วยแนะนำอีกที อยากบอกลูกค้าอีซูซุว่าให้เชื่อมั่นในช่างอีซูซุเลยครับ โดยเฉพาะช่างพนักงานช่างรถใหญ่ “เรารู้จริง เราทำได้จริง” อะไหล่แท้ บริการแบบมาตรฐาน มั่นใจได้เลยครับ”

คุณสุรศักดิ์ สุจริต

คุณสุรศักดิ์ สุจริต จากบริษัท โค้วยู่ฮะอีซูซุเซลส์กรุงเทพ จำกัด รางวัลชนะเลิศประเภทพนักงานมัลติฟังก์ชัน (ที่ปรึกษางานบริการและลูกค้าสัมพันธ์) บอกเล่าความรู้สึกหลังคว้ารางวัล “ได้เข้าแข่งขันปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ แต่ปีนี้ได้รางวัลรู้สึกดีใจมากครับ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการแข่งกับตัวเอง ความแม่นยำของข้อมูล และคุณภาพงานบริการที่จะส่งมอบให้กับลูกค้า ใช้วิธีการเตรียมตัวผ่านการปฏิบัติงานจริงกับลูกค้าที่ศูนย์บริการควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมส่วนตัวเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ขอฝากบอก คุณลูกค้าอีซูซุทุกคนนะครับ มั่นใจศูนย์บริการอีซูซุทุกสาขาได้เลย พนักงานมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด วางใจได้ตลอดการใช้งานครับ”

 

การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุระดับนานาชาติ 2025 

การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุในระดับนานาชาติ (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025) เป็นเวทีที่ใช้ทดสอบความรู้และความสามารถของช่างเทคนิคของอีซูซุจากทั่วโลก โดยทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยคว้าแชมป์ ในกลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ครั้งที่ 20 ณ โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น โดยคุณธวัชชัย จันทร์หอม (หจก. ภาคอิสาณอุบล (ตังปัก)) และคุณจักรพันธุ์  รักบุรี (บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด) ได้รับเงินสนันสนุนผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ท่านละ 100,000 บาท  จากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

การมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” 

อีซูซุมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” ให้แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ มูลค่ารวม 6,825,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านยานยนต์ และเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติให้แก่นักเรียนและนักศึกษา อันเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นในการสร้างบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไปโดยมอบให้สถานศึกษา ดังนี้

  1. วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย
  2. วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง
  3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี
  4. วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา
  5. วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น
  6. วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม
  7. วิทยาลัยการอาชีพลำปลายมาศ
  8. วิทยาลัยการอาชีพอินทร์บุรี
  9. วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร
  10. วิทยาลัยเทคนิคระยอง
  11. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก
  12. วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี
  13. วิทยาลัยเทคนิคถลาง
  14. วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด
  15. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

0

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

สมาคมรถโบราณขอเชิญชวน นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย ไปเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569

เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2

0

บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม ตามหลักเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ ซึ่งโรงงานที่จะได้รับรางวัลต้องไม่มีข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการ และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีการหยุดประกอบกิจการในช่วงเวลาที่เข้ารับการประเมิน ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

 

มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มอบรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568ให้แก่ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน ตลอดจนความไว้วางใจจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นและสานต่อการดำเนินงานผ่านกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงานต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต”

 

บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับการยกย่องในการดำเนินงานและผลการประเมินใน ระดับดีเยี่ยม ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ การบริหารจัดการพื้นที่โรงงานและทัศนียภาพที่เรียบร้อยผ่านการให้ความสำคัญในการจัดสรรพื้นที่สีเขียว และการออกแบบระบบระบายน้ำที่แยกระหว่างน้ำฝนและน้ำเสียอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ต่อมา มิติเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตและมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ร้านค้าชุมชนได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และอาชีพ

 

ด้าน มิติสิ่งแวดล้อม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีพื้นที่สีเขียวรวม 4,858 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่โรงงานทั้งหมด และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โรงงานฯ ยังมีระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมาย และมีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบ (Zero Landfill) ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

 

สำหรับ มิติสังคม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการเพื่อสังคม อาทิ การมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนภายใต้โครงการ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมถึงการจ้างงานผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างรายได้ ตลอดจนการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

 

ปิดท้ายด้วย มิติการบริหารจัดการ โรงงานฯ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน และระบบการตรวจสอบที่ได้การรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 อีกทั้งยังได้รับ รางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) ต่อเนื่อง 6 ปี อีกด้วย

 

พิธีมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GREEN GOLD GROWTH for Sustainability” โดยมีโรงงานที่ได้รับ รางวัล “ธงขาวดาวเขียว” จำนวน 201 โรงงาน และรางวัล “ธงขาวดาวทอง” จำนวน 53 โรงงาน ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อนำนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่มาตรฐานสากล มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด และยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industries) อย่างยั่งยืน

 

ไฮไลต์สำคัญ: “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568

  • บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
  • บริษัทได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
  • บริษัทผ่านเกณฑ์การประเมิน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการ
  • สะท้อนความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เปิด 4 เหตุผลหลัก ที่คนไทยเลือก WEY G9 เป็นรถ MPV คันแรกของครอบครัว

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ได้เปิดเผยผลสำรวจจากกิจกรรมทดลองขับกับกลุ่มลูกค้าที่จอง WEY G9 หลังเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน Motor Expo 2025 และลูกค้าผู้ที่ให้ความสนใจภายหลังจากงาน พบว่า 62% ของลูกค้าที่จอง WEY G9 ไม่เคยเป็นเจ้าของรถ MPV มาก่อนและเลือก WEY G9 เป็นรถ MPV คันแรกของครอบครัว และอีก 38% คือลูกค้าที่ซื้อ WEY G9 เพื่อทดแทนรถคันเดิมที่ใช้อยู่ โดยเปลี่ยนจากรถ MPV หรูที่ใช้อย่างแพร่หลายในตลาดหรือรถ MPV ที่เป็นระบบไฟฟ้าล้วน มาเป็น WEY G9 ที่มอบทั้งความหรูหรา เหนือระดับ และเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัย ความสบายที่ครบครัน และความคุ้มค่าคุ้มราคา

4 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ WEY G9 กลายเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดของผู้ที่กำลังมองหา MPV คันแรก

จากผลการสำรวจพบว่า ลูกค้าที่ต้องการรถ MPV คันแรกนี้ ส่วนใหญ่เดิมใช้งานรถ SUV ขนาดใหญ่และรถ PPV มาก่อน และกำลังมองหารถที่มีพื้นที่มากขึ้นเพื่อรองรับครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น ธุรกิจการงานที่เติบโตขึ้นและต้องการความน่าเชื่อถือและความภูมิฐานที่มากขึ้น รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดย WEY G9 คือคำตอบที่ใช่ ตอบโจทย์ทั้งด้านพื้นที่ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและรองรับทุกช่วงเวลาสำคัญของการเดินทางได้อย่างแท้จริง โดยเหตุผล 4 ข้อหลักที่ลูกค้ากลุ่มนี้ชื่นชอบและไว้วางใจ WEY G9 คือ

1. ตอบโจทย์การใช้งานสูงสุดด้วยระบบขับเคลื่อนปลั๊กอิน-ไฮบริด ที่วิ่งได้ทั้งแบบไฟฟ้าและน้ำมัน ไปได้ไกลกว่า 1,000 กม. ไม่ต้องเสียเวลาแวะชาร์จแม้เดินทางไกล

สำหรับผู้ที่เคยชินกับการใช้รถน้ำมันมาตลอด การเปลี่ยนไปสู่ระบบการขับเคลื่อนที่เป็นไฟฟ้าล้วนอาจมาพร้อมกับความกังวล ทั้งเรื่องระยะทางในการใช้งาน ความสะดวกสบายในการใช้งาน การเสียเวลาแวะชาร์จเมื่อต้องเดินทางไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเดินทางพร้อมกับเด็กเล็กและผู้สูงอายุในช่วงเทศกาล ที่จุดชาร์จมีความหนาแน่นและต้องรอคิวยาว รวมถึงความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยความกังวลต่าง ๆ เหล่านี้ของผู้ใช้ชาวไทย WEY G9 จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่มีตัวเลือกอยู่น้อยในตลาดในขณะนี้ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ยังคงใช้งานได้อย่างคุ้นเคย สามารถเติมน้ำมันและออกเดินทางได้ทันทีเหมือนรถยนต์ทั่วไป ขณะเดียวกัน และขณะเดียวกันยังสามารถชาร์จไฟเพื่อให้ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร (NEDC) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางไปทำงาน หรือรับ–ส่งครอบครัว ช่วยลดการใช้น้ำมันและค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้อย่างชัดเจน และเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์และถังน้ำมันขนาด 58 ลิตร ยังให้ระยะทางการขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร รองรับการเดินทางไกลได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จไฟ ระบบ PHEV ของ WEY G9 จึงไม่เพียงช่วยให้เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานใหม่ได้อย่างมั่นใจ แต่ยังมอบความสะดวก ประหยัด และความคุ้มค่าในทุกกิโลเมตร โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีการใช้งานที่คุ้นเคย

 

2. เปลี่ยนเกม MPV ขนาดใหญ่! ขับง่ายด้วยระบบ Hi4 และเทคโนโลยีควบคุมขั้นสูง

คำถามสำคัญของผู้ที่ไม่เคยใช้งานรถ MPV มาก่อนคือ “รถขนาดใหญ่จะขับยากหรือไม่” WEY G9 จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดความกังวลนี้โดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยี Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสานการทำงานของ 3 แหล่งพลังงาน และ 9 รูปแบบการขับเคลื่อน สามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนนโดยอัตโนมัติ ทั้งการขับขี่ในเมือง การขับบนทางด่วน ทางชัน การเร่งแซง ถนนลื่น หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็ว พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTVC ที่กระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้า–หลังแบบเรียลไทม์ภายใน 0.01 วินาที ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและลดการลื่นไถล เสริมด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ปรับน้ำหนักตามความเร็ว ทำให้แม้ตัวรถจะเป็น MPV ขนาดใหญ่แต่ความรู้สึกหลังพวงมาลัยยังคง “นิ่ง มั่นคง และควบคุมง่าย” ใกล้เคียงกับรถ SUV หรือรถยนต์ทั่วไป ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง

3. ไม่ใช่แค่ใหญ่…แต่ให้ ‘พื้นที่คุณภาพ’—WEY G9 ยกระดับห้องโดยสารให้สบาย ใช้งานง่าย และหรูหราในทุกที่นั่ง

ผู้ที่กำลังมองหารถ MPV ไม่ได้ต้องการเพียงรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ต้องการ “พื้นที่คุณภาพ” ที่ใช้งานได้จริงสำหรับทุกคนในครอบครัว WEY G9 มาพร้อมห้องโดยสารที่โปร่งโล่งและช่องทางเดินกลางที่กว้าง ช่วยให้สามารถเดินผ่านจากเบาะแถวที่สองไปยังเบาะแถวที่สามได้สะดวกโดยไม่ต้องปีนหรือเลื่อนเบาะหลายขั้นตอน ลดความยุ่งยากในการใช้งานจริง โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ ทำให้ทุกที่นั่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกัน เบาะแถวที่สองแบบ Zero-Gravity Seat ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ใน “Golden Angle” ช่วยกระจายแรงกด ลดความเมื่อยล้า ช่วยเรื่องการไหลเวียนของโลหิต และเพิ่มความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง พร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศ มอบประสบการณ์ความสบายในระดับเดียวกับที่นั่งระดับลักชัวรี่ เสริมด้วยการตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุหนัง NAPPA คุณภาพสูง ให้สัมผัสนุ่มสบาย ทนทาน และยกระดับบรรยากาศภายในให้หรูหราในทุกตำแหน่งที่นั่ง ตอบโจทย์ครอบครัวระดับไฮเอนด์ นักธุรกิจ และเจ้าของกิจการที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการเดินทางไม่แพ้จุดหมายปลายทาง

4. เปลี่ยนนิยามรถครอบครัว ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยครบชุด และ Coffee OS 3.3 จัดเต็มด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย

หนึ่งในความกังวลของผู้ที่กำลังเปลี่ยนมาใช้รถ MPV คันแรกคือการขับขี่และจอดรถในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการขับในซอยแคบ การกลับรถ หรือการเข้าจอดในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย WEY G9 จึงมาพร้อมฟังก์ชันช่วยขับขี่และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ รวมถึงฟังก์ชัน Auto Reverse ที่สามารถจดจำเส้นทางที่เพิ่งขับผ่านมา และถอยรถกลับตามเส้นทางเดิมได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจในสถานการณ์ที่ต้องควบคุมรถอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ WEY G9 ยังเสริมความอุ่นใจด้วยระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 28 รายการ โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะรถได้อย่างสะดวกผ่านหน้าจอและคำสั่งเสียง เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ช่วยให้ WEY G9 ไม่เพียงเป็นรถ MPV ที่มอบความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และมั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่ง

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ผลสำรวจนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัว มอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกการขับขี่ เราเชื่อว่าการพัฒนายานยนต์ที่ดีต้องเริ่มต้นจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และผลสำรวจนี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่า GWM จะยังคงยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองการใช้งานจริง พร้อมนำเสนอทางเลือกขุมพลังที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain เพื่อส่งมอบยนตรกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ในอนาคตต่อไป”

ด้วยการผสานความสะดวกสบายระดับลักชัวรี่ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันที่รองรับการใช้งานอย่างครบครัน WEY G9 – The Crafted Masterpiece สามารถตอบโจทย์และคลายทุกข้อกังวลของผู้ที่เริ่มมองหารถ MPV ได้อย่างมั่นใจ พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพของการเดินทางในทุกวัน สัมผัสประสบการณ์จริงกับ WEY G9 ในราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 2.349 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

วอลโว่ เปิดตัวพอดแคสต์ For Life. ช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน

0

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว For Life. พอดแคสต์สายไลฟ์สไตล์ ที่ชวนทุกคนหันมาใส่ใจชีวิตทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจ (Wellness) ได้อย่างสมดุล ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านที่จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตและประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรวอลโว่สลับบทบาทมาทดลองเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตนเอง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวเอง และสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการพูดและการสื่อสาร เนื้อหาของแต่ละตอนยังเชื่อมโยงแนวคิดเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังได้เรียนรู้ เข้าใจตัวเอง และค่อย ๆ เติบโตสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตนเองอย่างปลอดภัย พอดแคสต์นี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

พอดแคสต์ For Life. 5 ตอนแรก เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญถึงสามท่าน ที่จะมาแบ่งปันมุมมองและคำแนะนำเพื่อดูแลชีวิตให้สมดุลในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • คุณก้อย อภิรดี ธรรมสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness ร่วมพูดคุยเรื่องการกินอย่างมีสุขภาพดีโดยไม่ต้องงดของโปรด พร้อมแบ่งปันแนวทางการดูแลจิตใจให้แข็งแรงด้วยการเช็กความรู้สึกตัวเองทุกวัน
  • คุณนิด ณัชชา เพชรสากล คุณครูสอนโยคะ ที่ก้าวผ่านความไม่แน่นอนในชีวิตมาได้ ร่วมแชร์มุมมองเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน การใช้ลมหายใจเพื่อลดความเครียดและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น รวมถึงแนวทางการรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต เพื่อสร้างกำลังใจในแต่ละวัน
  • คุณเดียร์ ทศพล เจริญจิตต์ นักกีฬา Hyrox ที่มีประสบการณ์การแข่งขันต่างประเทศ ร่วมพูดคุยเรื่องการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนการแข่งขัน พร้อมคำแนะนำการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย

สามารถรับชม teaser ทั้ง 5 ตอนแรกของ For Life. พอดแคสต์ได้ที่ลิงก์ https://drive.google.com/file/d/1vmWf6NWkBdVQPLeSUdoANGx1Lco3N-FJ/view?usp=sharing

สามารถรับชม For Life. พอดแคสต์ได้แล้ววันนี้ทางช่องทาง @VolvoCarTh YouTube หรือคลิก https://www.youtube.com/@VolvoCarTh เพื่อรับชม

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

Websitewww.volvocars.com/th

Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth

Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand

Linehttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

 

เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD

โปรคลั่งรัก SERENA e-POWER 8 วันเท่านั้น! – โอกาสเดียวที่พลาดไม่ได้!

0

ปล่อยให้หัวใจนำทาง…แล้วให้ SERENA e-POWER no. 1 mid-size MPV นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่พร้อมพาคุณ และครอบครัวไปได้ไกลกว่าเดิม!

โปรแรงเฉพาะ 8 วันเท่านั้น!* 21 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน) พร้อมส่วนลดพิเศษ 40,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง NPP 1 ปี

‘*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Defender Trophy Edition รุ่นพิเศษ เปิดตัวในไทย จำนวนจำกัดเพียง 10 คัน พร้อมเดินหน้าภารกิจอนุรักษ์ช้างไทย

0

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี แห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่และการบริการระดับพรีเมียมแก่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมสะท้อนบทบาทผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ระดับหรูในตลาดประเทศไทย โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการเฉลิมฉลองในปีนี้ คือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กร

ไฮไลท์สำคัญของการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ คือการเปิดตัว Defender 110 Trophy Edition อย่างเป็นทางการในประเทศไทย รถยนต์รุ่นพิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรำลึกและเฉลิมฉลองการกลับมาของแบรนด์ Land Rover สู่เวทีการแข่งขันผจญภัยระดับนานาชาติอันเลื่องชื่อ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะอันแท้จริงของ Defender ที่พร้อมลุยได้ในทุกสภาพเส้นทาง

การเปิดตัว Defender 110 Trophy Edition ในวาระครบรอบ 10 ปี ของอินช์เคป (ประเทศไทย) ในครั้งนี้   ไม่เพียงเป็นการนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษสู่ตลาดไทยเท่านั้น หากยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในการทำตลาดรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่สองด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยีและประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Defender 110 Trophy Edition ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมอุปกรณ์เสริมเพื่อการผจญภัย ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการเดินทาง โดยมีตัวเลือกสีตัวถัง 2 สีสุดพิเศษ ได้แก่

  • Deep Sandglow Yellow สีเหลืองอำพันที่ถูกตีความใหม่ในสไตล์โมเดิร์น ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของรถแข่ง Trophy ในอดีต
  • Keswick Green สีเขียวเข้ม สื่อถึงการเดินทางสำรวจชนบทของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของ Defender

ตัวถังภายนอกตกแต่งด้วยสีดำเงา (Gloss Black) ในจุดสำคัญ อาทิ ฝากระโปรงหน้า ชายตัวถังด้านล่าง และคาลิปเปอร์เบรก เพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดุดันและโดดเด่นยิ่งขึ้น รวมถึงห่วงลากด้านหลังสีดำเงา ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะ

และความพร้อมสำหรับการใช้งานในเส้นทางสมบุกสมบัน นอกจากนี้ ยังตกแต่งด้วยสติกเกอร์ดีคอล Trophy บนฝากระโปรงหน้า กราฟิกเสา C และตราสัญลักษณ์ Trophy บริเวณด้านหลัง ช่วยขับเน้นความเป็นรุ่นพิเศษได้อย่างชัดเจน เพื่อรองรับการขับขี่แบบออฟโรดที่ท้าทาย เสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้ว สีดำเงา จับคู่กับยางออลเทอร์เรน (All-Terrain Tires) ที่ให้การยึดเกาะถนนอย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมแผ่นกันรอยด้านท้ายรถสีเข้ม แผงป้องกันซุ้มล้อสีดำเงาและแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถด้านหน้าสีดำ

การตกแต่งภายนอกยังติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม อาทิ แร็คหลังคา Expedition Roof Rack บันไดหลังคาแบบพับได้สีดำ ที่วางสัมภาระด้านข้างสีดำเงา เหมาะสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ที่เปื้อนโคลน เปียกน้ำ หรือมีทรายติด รวมถึงบังโคลนหน้า–หลังแบบคลาสสิก และช่องรับอากาศแบบยกสูงสำหรับช่วยกรองฝุ่น ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีต ตอกย้ำเอกลักษณ์ความเป็นรุ่นพิเศษด้วยแผ่นกันรอยสลักคำว่า “Trophy” พร้อมระบบไฟส่องสว่างเพิ่มบรรยากาศพรีเมียม เบาะนั่งหุ้มหนังคุณภาพสูงโทนสี Ebony Windsor ให้สัมผัสนุ่มสบายและทนทานต่อการใช้งานหนัก เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศแบบแยก 3 โซน ระบบฟอกอากาศและเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ กระจกมองหลังดิจิทัล ClearSight, Head-up Display, พวงมาลัยปรับไฟฟ้า, หลังคาพาโนรามาเลื่อนเปิดได้, ช่องแช่เย็นบริเวณคอนโซลกลาง, ไฟหน้า Matrix LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights (DRL), ระบบแจ้งเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่และอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมล้อ เป็นต้น

Land Rover Defender 110 Trophy Edition เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยราคาจำหน่าย 7,799,000 บาท เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการครอบครองยนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนแห่งการผจญภัยอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง ผสานเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อขั้นสูง มอบความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพเส้นทางและภูมิประเทศ พร้อมแพ็กเกจ Defender Care ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งครอบคลุมการรับประกันคุณภาพ การบำรุงรักษาตามระยะและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ Defender 110 Trophy Edition จำนวนจำกัดเพียง 10 คันในประเทศไทย สำหรับผู้ที่พร้อมก้าวสู่ประสบการณ์การเดินทางอันทรงคุณค่าและการครอบครองยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการสำรวจอย่างแท้จริง

ด้วยจิตวิญญาณของแบรนด์ Defender ที่มุ่งมั่นในการปกป้องธรรมชาติ สนับสนุนการอนุรักษ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน แบรนด์ได้สานต่อพันธกิจดังกล่าวผ่านความร่วมมือกับ มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และดูแลสวัสดิภาพช้างไทยอย่างต่อเนื่อง โดยริเริ่มแคมเปญเพื่อการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งในทุกการจำหน่ายรถยนต์ Defender 110 Trophy Edition จำนวน 1 คัน จะร่วมบริจาคเงินจำนวน 50,000 บาท ในนามของผู้ซื้อรถยนต์ให้แก่มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในโครงการดูแลสุขภาพช้าง การจัดหาอาหารและยารักษาโรค ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษาและงานวิจัยด้านการอนุรักษ์ช้างไทยในระยะยาว สะท้อนแนวคิดของ Defender ที่เชื่อว่าการผจญภัยที่แท้จริงต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปกป้องโลกอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ The New Defender MY26 ได้เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดดเด่นด้วยเฉดสีภายนอกใหม่ล่าสุด ได้แก่ Borasco Grey สีเทาเมทัลลิกเปล่งประกาย ได้แรงบันดาลใจจากประกายแร่เงินในเหมืองโบราณของรัฐแคลิฟอร์เนีย สะท้อนพลังและความโดดเด่นในแบบ Defender และ Woolstone Greenสีเขียวเข้มอันทรงเสน่ห์ ถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติแห่งสหราชอาณาจักร ด้านการออกแบบภายนอกได้รับการปรับใหม่ในหลายรายละเอียด อาทิ แผงฝากระโปรงทรง “Squircles” ที่สื่อถึงความแข็งแกร่งในทุกรายละเอียด รูปทรงโคมไฟหน้าใหม่พร้อมวงแหวนเรืองแสง สัญลักษณ์ Land Rover Oval สีดำใหม่ กันชนล่างดีไซน์ใหม่ และไฟท้ายสีเข้ม เสริมภาพลักษณ์ความบึกบึนและร่วมสมัยอย่างลงตัว ขณะที่ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 13.1 นิ้ว พร้อมตำแหน่งเกียร์ใหม่ตามหลักสรีรศาสตร์ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Intelligent Safety อาทิ ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Attention Monitor) เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในปี พ.ศ. 2559 ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดโชว์รูมแห่งแรกบนถนนพระราม 4 บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ไม่เพียงมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น หากยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พรีเมียมในประเทศไทยอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสนับสนุนดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ช้างไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อให้ช้างไทยคงอยู่ในฐานะมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศไทยสืบไปในอนาคต

“ลามิน่าฟิล์ม” รับรางวัลเกียรติยศระดับภูมิภาคเอเชีย

0

“ลามิน่าฟิล์ม” คว้ารางวัลรับรางวัลเกียรติยศระดับภูมิภาคเอเชีย พิสูจน์ความสำเร็จของแบรนด์อันดับ 1 ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างแท้จริง

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา รับรางวัลผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ยอดเยี่ยมระดับเอเชีย Automotive Aftermarket Window Film Excellence Award ในงาน The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter เชิดชูสุดยอดยานยนต์เอเชียครั้งแรกในไทย

จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Asia Auto Venture SDN BHD (Motonation) ประเทศมาเลเซีย พร้อมการสนับสนุนจาก สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) ซึ่งพิธีการมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และบุคลากรสำคัญจากอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วภูมิภาคเอเชีย ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว สะท้อนบทบาทสำคัญของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค และเป็นเวทีแห่งเกียรติยศที่รวมสุดยอดผู้ประกอบการยานยนต์จากทั่วเอเชียไว้อย่างสมศักดิ์ศรี

 

“ลามิน่าฟิล์ม” ได้รับการพิจารณารางวัลผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ยอดเยี่ยมครั้งนี้ ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์จากหลากหลายสาขาในเอเชีย พิจารณาจาก 1. ความแข็งแกร่งของแบรนด์ 2. การยอมรับของผู้บริโภคในตลาด 3. นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 4. คุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ 5. โครงการ/กิจกรรมตอบแทนสังคม

กว่า 3 ทศวรรษ “ลามิน่าฟิล์ม” ในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 และผู้พัฒนาธุรกิจฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย เพียบพร้อมไปด้วยฟิล์มกรองแสงครบทุกประเภท ทั้งฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ อาคารบ้านเรือน และคอนโดมิเนียม ฟิล์มนิรภัย ฟิล์มตกแต่ง ฟิล์มกันสะเก็ดหิน (ฟิล์มปกป้องสีรถ) และฟิล์มชนิดพิเศษ เช่น ฟิล์มนิรภัยภายนอกอาคาร และฟิล์มเพื่อสัตว์เลี้ยง

อีกทั้งมุ่งพัฒนานวัตกรรมของฟิล์มกรองแสงเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยุคใหม่ ซึ่งยานยนต์มีการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง สมองกลอัจฉริยะที่มีความซับซ้อน และต้องการฟิล์มที่รองรับสัญญาณดิจิทัลได้เต็ม 100% เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึง “ลามิน่าฟิล์ม” ยังส่งออกไปจำหน่ายยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว และเมียนมา มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ยกเว้นเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา โรงงานผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงลามิน่า ได้แต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการไว้แล้ว

นอกจากนี้ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด www.laminafilms.com ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์ อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ ‘ธูเล่’  (Thule) จากสวีเดน และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจร ‘แอลลักซ์’ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย