Home Blog Page 100

ฮอนด้า ส่งท้ายปี! ชูไฮไลต์ ‘เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’ และ ‘ซิตี้’ ไลน์อัป พร้อมรถทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2024

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี ขนทัพรถยนต์หลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกไลน์อัปจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 (The 41st Thailand International Motor Expo 2024) นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ และฮอนด้า ซีวิค ใหม่ พร้อมด้วยไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV ไลน์อัปเทอร์โบ อีกทั้งจัดแสดง อี:เอ็นวัน เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% และฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ รวมทั้งรุ่นอื่น ๆ รวมกว่า 10 รุ่น ณ บูทฮอนด้า A08 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 พร้อมไฮไลต์แคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี กับ ‘ฮอนด้า โปรแรงทุกรุ่น จัดเลย ไม่ต้องรอ’ ให้ลูกค้าออกรถได้ง่ายด้วยหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ทั้งภายในงานฯ และรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ อาทิ

  • ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมโปรที่มอบความคุ้มค่า อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.69%** ในทุกรุ่น สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty)

สำหรับรุ่น e:HEV E ข้อเสนอพิเศษ ‘ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส’ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,611 บาท** หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี Honda Ultimate Care อีกทั้งฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

สำหรับรุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS ข้อเสนอพิเศษ ‘ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส’ ที่มาพร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,700 บาท จำนวน 12 เดือน** รวมมูลค่า 32,400 บาท ค่างวดเริ่มต้นในปีแรกเพียง 8,495 บาท** หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

  • ฮอนด้า ซิตี้ และ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก มาพร้อมโปรแรงให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่าย รับรถได้
    ไม่ต้องรอ
    อาทิ ข้อเสนอ ‘ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส’ ที่มาพร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท จำนวน 12 เดือน** รวมมูลค่า 36,000 บาท ค่างวดเริ่มต้นในปีแรกเพียง 2,858 บาท** สำหรับซิตี้ เทอร์โบ และฟรี Honda Exclusive Care หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นเพียง 10% หรือเลือกรับดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care

  • รถยนต์ฮอนด้ารุ่นอื่น ๆ เลือกรับโปรที่ใช่ ออกรถง่าย กับหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ให้เลือกตามความต้องการในแคมเปญ ‘ฮอนด้า โปรแรง!! ทุกรุ่น จัดเลยไม่ต้องรอ’ อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ ประกอบไปด้วย ฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี Honda Ultimate Care และฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. อีกทั้งรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 หรือเลือกรับข้อเสนอ ‘ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส’ ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้
    ตามสไตล์ที่คุณชอบ ด้วยค่างวดเบา ๆ หรือดาวน์ต่ำเริ่มต้นเพียง 10% สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567

  • อีกทั้งข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ (Honda Happy Trade-in) เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่ม บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท* หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่ม บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท* ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 (เฉพาะ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568)

พร้อมด้วยกิจกรรมพิเศษ ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป กับกิจกรรม “Honda Peak You Up with Kongthap Peak” เชิญชวนลูกค้าและผู้ที่สนใจร่วมพบปะกับพระเอกหนุ่มมากความสามารถ “กองทัพ พีค” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันพร้อมโชว์เสียงนุ่ม ๆ ผ่านมินิคอนเสิร์ต พร้อมลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมเล่นกิจกรรมและรับของที่ระลึกพร้อมลายเซ็น อีกทั้งกระทบไหล่แชะรูปคู่สุดเอกซ์คลูซีฟที่บูทฮอนด้า

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในฮอนด้ามาโดยตลอด ในปีนี้ ทุกท่านจะได้สัมผัสกับ SUV ยอดนิยม ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่จัดแสดงครบทุกรุ่นย่อย พร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัว เริ่มต้นเพียง 899,000 บาท* ในรุ่น e:HEV E จำนวนจำกัด เพื่อให้ทุกท่านเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น และรีบจองภายในสิ้นปีนี้ พร้อมอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์พิเศษกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่มาพร้อมชุดแต่ง MUGEN รอบคัน ที่จัดแสดงในงาน และพร้อมจำหน่ายผ่านโชว์รูมทั่วประเทศ และอีกหนึ่งไฮไลต์ คือ ซิตี้ ซีรีส์ รถยนต์ซิตี้คาร์ยอดนิยม ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ นอกจากนี้ยังมาพร้อมโปรส่งท้ายปี ครอบคลุมรถทุกไลน์อัป ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย มอบความสบายใจก่อนการเป็นเจ้าของ และอุ่นใจด้วยการดูแลและการบริการหลังการขายตลอดการใช้งาน”

 

สำหรับยนตรกรรมไฮไลต์ที่จัดแสดงภายในงาน ได้แก่

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่พร้อมให้สัมผัสคันจริงครบทุกรุ่นย่อยภายในงาน

โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่สปอร์ตพรีเมียมอีกขั้น ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ ที่มาพร้อมกระจังหน้าใหม่สะท้อนเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะรุ่น ยกระดับความสปอร์ตเต็มขั้นในรุ่น e:HEV RS ที่มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ตดีไซน์ใหม่ ไฟท้าย Full LED ดีไซน์ใหม่ สีล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว
สีใหม่ พร้อมด้วยสีภายนอกใหม่ กากีแซนด์ (มุก) พร้อมหลังคาสีดำทูโทน ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมเพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบาย*** อาทิ
ทุกรุ่นย่อยมาพร้อม ใหม่! ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ใหม่! อัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็น 4 ตำแหน่ง (USB-C 3 ตำแหน่ง และ USB-A 1 ตำแหน่ง) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมใหม่! จอแสดงไฟเบรก ช่องปรับอากาศตอนหลังในทุกรุ่นย่อย ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร มอบอัตราเร่งทันใจด้วยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร อีกทั้งประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ** อาทิ ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว เซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด ระบบเบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Brake Hold

คุ้มค่าน่าใช้งานด้วยราคาแนะนำช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 899,000 บาท* สำหรับรุ่น e:HEV E จำนวนจำกัด (ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 949,000 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป) โดยคงราคาเดิม สำหรับรุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท และรุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ

  • รุ่น e:HEV E เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 รับข้อเสนอ
    • ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 69%** (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมงเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
      • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,611 บาท** หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
        (ค่างวดคำนวณจากฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ เกรด e:HEV E เงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อน 7 ปี)
      • ฟรีประกันภัย 1 ปี
      • ฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
      • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 รับข้อเสนอ
      • ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 69%** (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ ประกอบด้วย
      • ฟรีประกันภัย 1 ปี
      • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
      • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
      • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
      • ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
        • รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,700 บาท จำนวน 12 เดือน** รวมมูลค่า 32,400 บาท
        • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,495 บาท** หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
          ค่างวดงวดที่ 1-12 : เริ่มต้น 8,495 บาท ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว
          ค่างวดงวดที่ 13-84 : เริ่มต้น 11,195 บาท ซึ่งเป็นค่างวดปกติ

(ค่างวดคำนวณจากฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ เกรด e:HEV EL โดยเลือกเงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี)

  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Honda Happy Trade-in’ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568

เสริมลุคสปอร์ตพรีเมียมอีกขั้นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่ตอบโจทย์ทั้งสายแต่งรถ และ
ตอบรับการใช้งานด้วยไอเท็มเพื่อความอเนกประสงค์ มีให้เลือกทั้งรูปแบบไอเท็มและแพ็กเกจรอบคันสุดคุ้มค่า พิเศษ! ครั้งแรกกับชุดแต่ง MUGEN เอาใจสาวกฮอนด้า
ให้สาวกได้สัมผัสกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมูเกน (MUGEN) รอบคัน ยกระดับความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแนวคิด ‘Sporty Energize with Aggressive Styling’ กับหลากหลายไอเท็มให้เลือกตกแต่งจัดเต็มความสปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน อาทิ สปอยเลอร์หน้า ราคา 22,400 บาท สเกิร์ตข้าง ราคา 32,000 บาท สปอยเลอร์หลัง ราคา 22,600 บาท สปอยเลอร์วิงหลัง ราคา 34,000 บาท และสปอยเลอร์วิงหลัง (ตรงกลาง) ราคา 34,000 บาท โดยจัดจำหน่ายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อม รับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร กรณีติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมรถยนต์ใหม่

ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง MUGEN เพิ่มเติมได้ที่ www.kineteqgroup.com/hrv-sales-manual

ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ซิตี้คาร์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่ ขับสนุก แรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม

ซิตี้ และ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก พร้อมตอบรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในการใช้งาน ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย คุ้มค่าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ครบครัน มีให้เลือกทั้งรูปแบบตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็กที่คงความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์จากฮอนด้า มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมตอบโจทย์ทุกการขับขี่ด้วย 2 ขุมพลังทางเลือก ทั้งระบบฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ตอบสนองทันใจในทุกอัตราเร่งด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร มีอัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท (ซิตี้ อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV SV และซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV SV) และขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ VTEC TURBO 1.0 ลิตร ขับสนุกอัตราเร่งเร้าใจสไตล์สปอร์ต กับกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับซิตี้คาร์ขับสนุก สมรรถนะดี ด้วยราคาเริ่มต้น 599,000 บาท ในรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ (ซิตี้ รุ่น S และซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น S+) มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ อาทิ

  • ‘ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส’ ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
  • รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท จำนวน 12 เดือน** รวมมูลค่า 36,000 บาท
  • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 2,858 บาท** สำหรับซิตี้ เทอร์โบ หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
    ค่างวดงวดที่ 1-12 : เริ่มต้น 2,858 บาท ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว

ค่างวดงวดที่ 13-84 : เริ่มต้น 5,858 บาท ซึ่งเป็นค่างวดปกติ

(ค่างวดคำนวณจากฮอนด้า ซิตี้ เกรด S และ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ เกรด S+ โดยเลือกเงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี)

  • รับฟรี Honda Exclusive Care
  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care ประกอบด้วย
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี
    • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Honda Happy Trade-in’ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ
    รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ และ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน

สปอร์ตโดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และไฟท้าย LED รมดำ ภายในห้องโดยสารกว้างสบาย
ให้ความรู้สึกเท่ สปอร์ต แต่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคล่องตัว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย โดยมาพร้อม 2 ทางเลือกขุมพลังการขับเคลื่อน ทั้งระบบ
ฟูลไฮบริด
e:HEV เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25 กิโลเมตร/ลิตร กับราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท (รุ่น e:HEV EL+) และขุมพลังเทอร์โบ มาพร้อมเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร แรงเร้าใจด้วยกำลังสูงสุด 178 แรงม้า และมีอัตราการประหยัดน้ำมัน 17.2 กิโลเมตร/ลิตร โดยรุ่น EL+ ราคา 1,039,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ อาทิ

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 69%** ในรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ Honda Exclusive Care ประกอบด้วย
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี
    • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ‘ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส’ ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
  • รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 5,600 บาท จำนวน 12 เดือน** รวมมูลค่า 67,200 บาท
  • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 5,180 บาท** สำหรับซีวิค รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ
    ค่างวดงวดที่ 1-12 : เริ่มต้น 5,180 บาท ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว
    ค่างวดงวดที่ 13-84 : เริ่มต้น 10,780 บาท ซึ่งเป็นค่างวดปกติ
    (ค่างวดคำนวณจากฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เกรด EL+ โดยเลือกเงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี)
  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Honda Happy Trade-in’ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ
    รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ นำโดย

  • ไลน์อัปเอสยูวี พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยยนตรกรรมรุ่นเบาะโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ได้แก่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ทั้งรุ่นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ ฮอนด้า
    บีอาร์
    -วี และฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี
  • ฮอนด้า อี:เอ็น1 (Honda e:N1) เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% โดยสามารถสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ด้วยการเช่าใช้ผ่านบริษัทรถเช่าชั้นนำ
  • ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Honda Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ตระดับตำนานของฮอนด้า ที่นำมาจัดแสดงพร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ทั้งในงานและผ่านทาง honda.co.th/civictyper

 

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 หรือ The 41st Thailand International Motor Expo 2024 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

ฮุนได ยกขบวนทัพยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมโปรโมชันที่สุดแห่งปี ในงาน Motor Expo 2024

0

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยขบวนนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมเต็มรูปแบบใน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 ประจำปี 2567” (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024) ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ บูธ A17 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี สัมผัสยานยนต์รุ่นใหม่และสุดยอดยนตกรรมเจ้าของรางวัลระดับโลกอีกมากมาย พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น!

ตื่นตากับรุ่นไฮไลต์ Hyundai PALISADE ที่พร้อมจะมาครองใจลูกค้าในฐานะ D-SUV ระดับพรีเมียมรุ่นแรกและรุ่นเดียวในประเทศไทย รถยนต์รุ่นนี้ไม่เพียงตอกย้ำความสำเร็จในระดับโลกของฮุนได แต่ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียมที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แตกต่างได้อย่างครอบคลุม เพราะฮุนไดเล็งเห็นความสำคัญของตลาดรถยนต์ไทยและมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของแบรนด์ในระยะยาว

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับ
ฮุนได ตลาดเมืองไทยมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์อย่างมาก และความสำเร็จของเราที่นี่ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงกระแสตอบรับและการสนับสนุนที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นในงาน Motor Expo 2024 ทั้งเอสยูวีพรีเมียมอย่าง Hyundai PALISADE และรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย รวมถึงรถยนต์แบบ MPV และ SUV อื่น ๆ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมทาง และช่วยคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น คือแรงผลักดันให้ฮุนไดมุ่งมั่นดำเนินงานและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง”

Hyundai PALISADE: นิยามใหม่ของ พรีเมียม เอสยูวี

Hyundai PALISADE พร้อมเปลี่ยนทัศนียภาพบนท้องถนนด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา ทรงพลัง และฟีเจอร์อเนกประสงค์มากมาย เอสยูวีแฟล็กชิปรุ่นนี้จะพาผู้ขับขี่ออกสำรวจโลกใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของครอบครัวและการผจญภัยส่วนตัวที่ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้  ด้วยโครงสร้างแบบ Monocoque ซึ่งมอบทั้งความปลอดภัย สมรรถนะ และประสิทธิภาพการขับขี่ PALISADE มอบทั้งความแข็งแกร่งและดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นจากกระจังหน้าแบบ Premium Parametric Shield เสริมด้วยการตกแต่ง Dark Metallic Chrome และไฟ LED เต็มรูปแบบ ภายในมอบความสะดวกสบายที่หรูหราด้วยเบาะนั่งที่กว้าง วัสดุเบาะหนัง จอแสดงผล Supervision Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบปรับความร้อนและความเย็นของที่นั่ง 2 แถวแรก ติดตั้งระบบเครื่องเสียง Infinity Premium Sound System พร้อมลำโพง 12 ตัว ขับเคลื่อนระบบส่งกำลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 197 แรงม้าและแรงบิด 440 นิวตันเมตร โดย PALISADE เปิดจำหน่ายในรุ่น AWD Prestige ในราคา 2,499,000 บาท และ FWD Exclusive ที่ 2,299,000 บาท

โปรโมชันพิเศษ ในงานรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี พร้อมรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนแบบไม่จำกัดระยะทาง 7 ปี และสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกจะได้รับแพ็กเกจการดูแลรักษารถนาน 4 ปี และเฉพาะรุ่น AWD Prestige รับเพิ่ม ฟรี กุญแจรถ Digital และ พรีเมียม ฟลอร์ แมทสำหรับปูพื้นรถยนต์

สัมผัสรถยนต์ กลุ่มเอสยูวี: CRETA Alpha และ SANTA FE

นอกจากนี้ ฮุนไดยังนำเสนอรถยนต์ กลุ่มเอสยูวีหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่แตกต่างกัน โดยหนึ่งในรุ่นไฮไลต์คือ Hyundai CRETA Alpha เปิดตัวในสีใหม่  Optic White Matte ลิมิเต็ดเอดิชัน ด้วยรูปลักษณ์ที่เข้ม ดุดัน มีสไตล์ พร้อมด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก BOSE และชุดระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม Hyundai SmartSense ในราคา 929,000 บาท

โปรโมชันพิเศษ พร้อมมอบความคุ้มค่าที่เหนือระดับด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% เมื่อดาวน์ 25% พร้อมผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน ลูกค้ายังจะได้รับบริการประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี 1 ปี ค่าแรงเช็กระยะ ฟรี 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร การบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไม่จำกัดระยะทาง 5 ปี ให้คุณอุ่นใจได้ในทุกการเดินทาง

ด้วยความมุ่งมั่นในการผสานขุมพลังและสไตล์ที่เหนือระดับ ฮุนไดภูมิใจนำเสนอรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า รุ่นใหม่ล่าสุด Hyundai SANTA FE Premium รถยนต์เอสยูวี  7 ที่นั่ง ซึ่งผสมผสานพลังและสไตล์ที่หรูหราได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อกิจกรรมครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบชาร์จ 1.6 ลิตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 227 แรงม้า จึงช่วยประหยัดน้ำมัน แต่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่
ดีเยี่ยม Hyundai SANTA FE โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Chrome Cascade ล้ออัลลอย Aero ดีไซน์โฉบเฉี่ยวขนาด 19 นิ้ว พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของที่ราคา 1,699,000 บาท

ส่วนในรุ่น Exclusive ขับเคลื่อนด้วยระบบ AWD เพิ่มความหรูหราด้วยหลังคาพาโนรามิค ซันรูฟ ที่รองน่องฝั่งคนขับและและระบบเครื่องเสียง Harman Kardon™ ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพให้กับทุกการเดินทาง พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาที่คุ้มค่า 1,849,000 บาท

โปรโมชันพิเศษ มอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุด 378,900 บาท ทั้งอัตราดอกเบี้ย 0% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุดถึง 84 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง

 

ทัพรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าของรางวัล: นวัตกรรมที่สร้างสรรค์มาเพื่อความยั่งยืน

เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน ฮุนไดได้นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า IONIQ ที่ผสานนวัตกรรมเข้ากับความยั่งยืนในงาน Motor Expo 2024  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า  IONIQ สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม E-GMP ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ที่ไม่เพียงจะเอื้อประโยชน์สำหรับพื้นที่ห้องโดยสาร แต่ยังช่วยในด้านสมรรถนะและขีดความสามารถของระยะเวลาการชาร์จไฟให้เร็ว
มากขึ้น

IONIQ 5 เจ้าของรางวัล Car of the Year และอีกหลายรางวัลจากหลากหลายเวทีชั้นนำทั่วโลก ออกแบบจากการผสมผสานความสวยงามแบบเรโทร ที่มีเอกลักษณ์ วิ่งได้ไกลถึง 481 กิโลเมตร พร้อมการชาร์จเร็วทั้งแบบ 400V และ 800V และระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับยานยนต์ไฟฟ้าในราคาเริ่มต้นที่คุ้มค่า 1,699,000 บาท IONIQ 5 คือบทพิสูจน์แห่งความมุ่งมั่นของฮุนไดในด้านการออกแบบและวิศวกรรมที่ล้ำสมัยเพื่อผู้คน

รุ่นถัดมาคือ IONIQ 6 ซีดานสุดโฉบเฉี่ยวที่วิ่งได้ไกลถึง 545 กิโลเมตร มาพร้อมกับระบบชาร์จทั้งแบบ 400V และ 800V ที่สามารถชาร์จเร็วถึง 80 % ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที พร้อมให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของในราคา 1,899,000 บาท มอบรูปทรงที่สะท้อนถึงความสง่างามและเทคโนโลยี

และเมื่อไม่นานมานี้ ฮุนไดยังได้เปิดตัว IONIQ 5 N ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูงด้วยกำลังขนาด 601 แรงม้า ซึ่งได้รับการยกระดับประสิทธิภาพด้วยโหมด N Grin Boost โดยออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แห่งขุมพลังการขับขี่ในระดับสนามแข่งแต่เหนือชั้นด้วยพลังงานไฟฟ้า ในราคาที่จับต้องได้ที่ 3,790,000 บาท

โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้า IONIQ 5  ทุกรุ่น รับดอกเบี้ย 0 % ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน ส่วน IONIQ 6 รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนานสูงสุด 36 เดือน ทั้งสองรุ่น รับประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 1 ปี พร้อมฟรีแท่นชาร์จในบ้านพร้อมรับประกัน 3 ปี ฟรีบริการติดตั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และฟรีค่าแรงตรวจเช็กบำรุงรักษาสูงสุด 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 10 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมรับเครดิตชาร์จไฟมูลค่า 10,000 เฉพาะรุ่น IONIQ 5 (รุ่น First Edition) และ 5,000 บาทสำหรับ IONIQ 5 รุ่น Premium และ Exclusive และ IONIQ 6 รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไม่จำกัดระยะทาง 5 ปี

กลุ่ม MPV เพื่อทุกการใช้งานของครอบครัว: Hyundai STARIA และ STARGAZER

สำหรับกลุ่มรถ MPV ในงานนี้ฮุนไดนำเสนอทั้งรุ่น Hyundai STARIAและ Hyundai STARGAZER ซึ่งเหมาะสำหรับรถครอบครัวที่ต้องการการใช้งานที่หลากหลายและมองหาความคุ้มค่า โดย Hyundai STARIA มาพร้อมฟีเจอร์บันไดข้างไฟฟ้า (Power Side Step) ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีเฉพาะในรุ่น STARIA Premium และ STARIA Premium Sunroof เท่านั้น ช่วยให้เข้าออกห้องโดยสารได้อย่างง่ายดาย

Hyundai STARIA ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล CRDi 2.2 ลิตร ให้กำลัง 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยมาตรฐานยูโร 5 และใช้กับน้ำมันดีเซล B20 คุณภาพสูงที่ช่วยด้านสิ่งแวดล้อม โดย Hyundai STARIA Euro 5 Premium พร้อม Power Side Step นำเสนอ 2 รุ่นในราคาที่น่าจับจอง ทั้งรุ่น STARIA Premium with Sunroof ราคา 2,449,000 บาท และ STARIA Premium ราคา 2,379,000 บาท 

โปรโมชัน ราคาพิเศษสำหรับ STARIA with Power Side Step เมื่อจองตั้งแต่วันนี้และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 รุ่น Premium with Sunroof ราคาพิเศษที่  2,419,000 บาท และ รุ่น  Premium ราคาพิเศษที่ 2,349,000 บาท และข้อเสนออื่น ๆ ดอกเบี้ย 0% (ยกเว้นรุ่น อิลีท) เมื่อดาวน์ 25% นานสูงสุด 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนไม่จำกัดระยะทางนาน 5 ปี

Hyundai STARGAZER รถยนต์ MPV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวและการใช้งานที่หลากหลาย มีทั้งในแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง มีให้ทั้งรุ่น STARGAZER X6, X7, Style 6 และ Smart 6 ทุกรุ่น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5  ลิตร มอบสมรรถนะการขับขี่และประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม มั่นใจด้านความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense ภายในห้องโดยสารสามารถปรับการใช้งานได้หลากหลาย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับสมาร์ทโฟน แท่นชาร์จไร้สาย และระบบปรับอากาศอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bose (เฉพาะรุ่น  X7 และ X6) ราคาเริ่มต้นที่ราคา 849,000 บาท

โปรโมชันพิเศษ รับดอกเบี้ย 0% เมื่อดาวน์ 25% นาน 60 เดือน ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Hyundai PALISADE เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับรุ่นเสริมออปชั่นและอัปเกรดใหม่อีก 3 รุ่นในงาน Motor Expo 2024 ครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Hyundai CRETA ในสี Optic White Matte หรือ Hyundai SANTA FE ระบบขับเคลื่อนสองล้อ และรุ่น Hyundai STARIA พร้อมบันไดข้างไฟฟ้า (Power Side Step) ตามคำเรียกร้องของลูกค้า และที่สำคัญในงานนี้เราได้เปิดแคมเปญ ‘Welcome to Hyundai’ เพื่อเป็นการมอบความคุ้มค่าและเพื่อช่วยให้ทุกท่านเป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดได้ง่ายยิ่งขึ้น เราจึงมอบส่วนลดเพิ่มจำนวน 30,000 บาท ให้ลูกค้าที่จองรถฮุนได ทุกรุ่น (ยกเว้น CRETA Alpha) และรับรถภายในสิ้นปีนี้ เพียงโชว์สมุดจดทะเบียนรถยนต์ที่คุณครอบครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดหรือแบรนด์ใด ก็สามารถรับสิทธิพิเศษนี้ได้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 ลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ”

สัมผัสอนาคตแห่งการเดินทางและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมได้ที่บูธฮุนได A17 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี นักขับตัวจริงห้ามพลาดโอกาสทดสอบนวัตกรรมใหม่ของฮุนได พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี และมาค้นพบแนวทางแห่งอนาคตการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่หรูหราเหนือใคร และสมรรถนะที่ยากจะต้านทาน 

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” หรือดูข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th

เรเว่ ยกทัพ NEV บุคคลและพาณิชย์จากบีวายดี และรถหรูจากเดนซ่า ตอบโจทย์ตลาดทุกกลุ่ม พร้อมเปิดตัว BYD SEALION 7 และเผยโฉม BYD SHARK 6 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41

0

กลุ่มธุรกิจเรเว่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ จัดทัพรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยานยนต์เชิงพาณิชย์สุดล้ำจากบีวายดี และยนตรกรรมระดับลักชัวรีจากเดนซ่า ร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 เดินหน้าเขย่าวงการส่งท้ายปีกับไฮไลต์สุดพิเศษมากมาย โดยในครั้งนี้ได้นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่พร้อมราคาขายปลีกแนะนำดังนี้

  • BYD SEALION 7 รถยนต์ C-SUV Sport พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น Premium ราคาขายปลีกแนะนำ 1,249,900 บาท และรุ่น AWD Performance ราคาขายปลีกแนะนำ 1,399,900 บาท และพิเศษสุดกับ Early Bird 2024 Motor Expo Campaign! สามารถเป็นเจ้าของ BYD SEALION 7 รุ่น Premium ได้ในราคา 1,149,900 บาท และรุ่น AWD Performance ในราคา 1,249,900 บาท
  • BYD ATTO 3 ผลิตในประเทศ รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 759,900 บาท และรุ่น Extended ราคาขายปลีกแนะนำ 899,900 บาท
  • BYD DOLPHIN รุ่น Standard Range ราคาขายปลีกแนะนำ 569,900 และรุ่น Extended Range ราคาขายปลีกแนะนำ 709,900 บาท
  • BYD SEAL รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 999,900 บาท, รุ่น Premium ราคาขายปลีกแนะนำ 1,099,900 บาท และรุ่น AWD Performance ราคาขายปลีกแนะนำ 1,199, 900 บาท
  • BYD SEALION 6 DM-i รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 969,900 บาท และรุ่น Premium ราคาขายปลีกแนะนำ 1,069,900 บาท
  • BYD M6 7 ที่นั่ง รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 799,900 บาท และรุ่น Extended ราคาขายปลีกแนะนำ 899,900 บาท

พร้อมทั้งเผยโฉม BYD SHARK 6 กระบะขุมพลัง Plug-in Hybrid อย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย ร่วมด้วยการจัดแสดงยานยนต์สมรรถนะเหนือชั้นรวมทั้งสิ้น 27 คัน ใน 3 บูธ ให้ชาวไทยได้สัมผัสความล้ำสมัยของนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมทั้งจัดเต็มข้อเสนอและของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 เท่านั้น!

สำหรับบูธ “บีวายดี” จัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ 7 รุ่น ประกอบด้วย BYD ATTO 3, BYD DOLPHIN, BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 6, BYD SEALION 7 และ BYD SHARK 6 ขณะที่บูธ “เดนซ่า” นำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี 3 รุ่น คือ DENZA D9, DENZA N7 และ DENZA Z9 GT ส่วนบูธ “เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์” นำยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์บีวายดีมาอวดโฉม 4 รุ่น ได้แก่ BYD Q3B, BYD eMIXER, BYD T3 และ BYD eBUS

นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต บีวายดีมีความยินดีที่ได้ผนึกพลังอีกครั้งกับพันธมิตรระยะยาวอย่างเรเว่ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมากับการรังสรรค์พื้นที่จัดแสดงถึง 3 บูธ เพื่อนำเสนอยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่จากทั้ง
บีวายดี เดนซ่า และคอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ยลโฉมและพิจารณาเลือกซื้ออย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งฉายภาพระบบนิเวศยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ของเราที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยานพาหนะเชิงพาณิชย์ให้เป็นที่ประจักษ์อีกด้วย”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ปี 2567 เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญสำหรับกลุ่มธุรกิจเรเว่ที่ได้สานต่อวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW ENERGY FOR ALL’ ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation ผ่านการนำเสนอยานยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่นให้แก่ผู้บริโภค โดยมีบีวายดีเป็นแบรนด์เรือธงที่ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องสวนทางตลาด การันตีด้วยอัตราการเติบโต 7% ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่แบรนด์เดนซ่าซึ่งเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนก็ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการกวาดยอดจองโมเดลแรกคือ DENZA D9 ถึง 823 คันหลังเปิดตัวเพียง 3 วัน สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคและตอกย้ำความเป็นผู้นำของเรเว่ในตลาดประเทศไทย เราเชื่อว่าการเปิดตัวและประกาศราคา BYD SEALION 7 รวมถึงการเผยโฉม BYD SHARK 6 ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 นี้ จะสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมและมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพในทั้ง 3 บูธของเราจะมอบความประทับใจให้กับผู้มาเยี่ยมชมทุกท่าน โดยนอกเหนือจากการนำเสนอยานยนต์คุณภาพภายใต้แบรนด์บีวายดีและเดนซ่า ให้กับผู้บริโภคชาวไทยตามแผนการขยายธุรกิจอย่างรอบด้านที่ได้เคยประกาศไว้ เรเว่จะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์บริการทั้งด้านการขายและหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มความพร้อมให้กับระบบนิเวศและช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยรู้สึกมั่นใจที่จะพิจารณาเลือกใช้ยานยนต์พลังงานใหม่มากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่อนาคตที่สะอาดและยั่งยืนสำหรับทุกคน”

 

สัมผัสยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่เพื่อโลกยั่งยืนที่บูธ “บีวายดี”

บูธ “บีวายดี” ภายใต้แนวคิด “Futuristic Green Mobility” โลกแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดเต็มไฮไลต์สุดพิเศษในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 กับการเปิดตัว BYD SEALION 7 และการเผยโฉม BYD SHARK 6 อย่างเป็นทางการ

  • BYD SEALION 7 ที่สุดของประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตรักษ์โลก

BYD SEALION 7 สร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์กลุ่ม C-SUV ด้วยการผสานดีไซน์สปอร์ตเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยรูปทรงแบบ Fastback และฐานล้อต่ำให้ภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยว มอบประสบการณ์เหนือชั้นด้วยระบบส่งกำลังอัจฉริยะ 8 in 1 พร้อมเทคโนโลยีการประกอบแบตเตอรี่แบบ Cell-to-Body และระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ BYD Intelligent Cockpit

  • ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมหาสมุทร

รูปโฉมภายนอกของ BYD SEALION 7 ได้รับแรงบันดาลใจจากความพลิ้วไหวของสายน้ำและมวลอากาศ โดยด้านหน้ารถโดดเด่นด้วยดีไซน์ “Ocean X” กับรูปทรงตัว “X” ที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและทรงพลัง ไฟหน้าดีไซน์ “Double U” อันเป็นเอกลักษณ์ เสา A-pillar ที่ลาดเอียงเชื่อมต่อกับหลังคาแบบ Fastback อย่างไร้รอยต่อ พร้อมสปอยเลอร์หลังที่ผสานเข้ากับตัวรถอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกสปอร์ตแบบรถ SUV Coupe ฝากระโปรงท้ายรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูเสริมความดุดัน ไฟท้ายทรงหยดน้ำแบบไดนามิกวางตัวในแนวนอนช่วยเพิ่มมิติความกว้างให้กับตัวรถ พร้อมไฟเบรกดวงที่สาม และการตกแต่งด้วยโครเมียม เสริมความหรูหราด้วยรายละเอียดไฟ Dot-Matrix ภายในไฟหน้าและไฟท้ายให้ความสะดุดตาเมื่อส่องสว่างบนท้องถนน

  • หรูหรา สะดวกสบาย ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว

ภายในห้องโดยสารของ BYD SEALION 7 ตกแต่งด้วยวัสดุสัมผัสนุ่มระดับพรีเมียมกว่า 80% ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และแผงประตู เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ Nappa ระบบกันเสียงรบกวนที่เหนือชั้นด้วยกระจกอะคูสติกสองชั้น พร้อมฟิล์ม PVB Resin ในกระจกบังลมหน้า พรมปูพื้นอะคูสติกแบบไร้รอยต่อ วัสดุฉนวนกันเสียงรอบคัน ซุ้มล้อบุวัสดุกันเสียง และฉนวนกันเสียงรอบมอเตอร์ ทั้งยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมาย อาทิ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางและที่พักขาปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง พร้อมปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง และ Welcome Seat เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้า กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระดับ CN95 พร้อมระบบ IONIZER หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่แบบ LCD 3 มิติ ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว ระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ระบบเครื่องเสียง DYNAUDIO ลำโพง 12 ตำแหน่ง หลังคา Panoramic Glass Roof ช่วยลดความร้อนและกรองแสง UV กระจกบังลมหน้าและกระจกหน้าต่างด้านหน้าแบบเก็บเสียง กระจกส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ไฟ Ambient Light ภายในห้องโดยสาร 128 สี ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร

  • ทรงพลัง แต่ยังคงความนุ่มนวล

BYD SEALION 7 มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมดุลทั้งความแม่นยำและความนุ่มนวลขณะขับขี่ มาพร้อมขุมพลัง Blade Battery ความจุ 82.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 390 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร และระยะทางวิ่งสูงสุด 542กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ Double Wishbone และด้านหลังแบบ Multi-link ทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนปรับอัตโนมัติตามความเร็วแบบ FSD (Frequency Selective Damping) ที่ปรับระดับความหนืดของโช้คอัพอัตโนมัติตามสภาพถนน

  • BYD SHARK 6 รถปิคอัพสมรรถนสูง พร้อมอวดโฉมแล้ววันนี้

BYD SHARK 6 ยกระดับรถกระบะแบบ Double Cab 5 ที่นั่งให้พร้อมรับมือทุกความท้าทาย ด้วยการผสานความสะดวกสบายเข้ากับความอเนกประสงค์ที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การบรรทุกสัมภาระ การลากจูง และการผจญภัยแบบออฟโรด

  • โครงสร้างแข็งแกร่ง ปลอดภัย ไม่เป็นรอง

โครงสร้างตัวถังของ BYD SHARK 6 ผลิตจากเหล็กความแข็งแก่รงสูงมากถึง 78% มอบความแข็งแกร่งและความทนทานที่เหนือกว่าพร้อมลดน้ำหนักตัวรถ ส่งผลให้มีเสถียรภาพการทรงตัวและการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ขนาดยาง 265/65 R18 ระบบช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลัง แบบปีกนกคู่ท และดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความอากาศ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคง

  • ห้องโดยสารที่ทั้งอัจฉริยะและสะดวกสบาย

ห้องโดยสารของ BYD SHARK 6 มาพร้อม หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่แบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว และระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบพนักพิงดันหลัง 4 ทิศทาง กระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบกันเสียงและกระจกส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย จัดเต็มกับระบบเสียง DYNAUDIO ซึ่งเป็นระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม ลำโพง 12 ตำแหน่ง ให้ประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบ

  • ขุมพลังเหนือชั้น รองรับการใช้งานได้หลากหลาย

BYD SHARK 6 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม DM-O ที่ล้ำสมัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดอันทรงพลัง เครื่องยนต์ 1.5L ทำงานร่วมกับระบบ EHS และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 in 1 ที่ติดตั้งด้านหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 321 กิโลวัตต์ และแรงบิดรวมสูงสุด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียง 5.7 วินาที และใช้ BYD Blade Battery ความปลอดภัยสูง ความจุแบตเตอรี 29.58 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด 100 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ มั่นใจได้ถึงการส่งกำลังที่เหมาะสมและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนน สามารถลากจูงได้สูงสุด 2,500 กิโลกรัม และรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 790 กิโลกรัม ทั้งยังตอบโจทย์สายออฟโรดด้วยศักยภาพการปีนไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 60% มุมปะทะ 31 องศา และลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 700 มิลลิเมตร

 

ยลโฉมยนตรกรรมแห่งความหรูหราเหนือระดับที่บูธ “เดนซ่า”

บูธ “เดนซ่า” เสนอแนวคิด “Luxury Oasis” ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ระดับไฮเอนด์และสุนทรียะแห่งความสง่างาม โดยจัดแสดงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับลักชัวรี่ที่ถึง 3 รุ่น ได้่แก่

  • DENZA N7

รถครอสโอเวอร์ (Crossover) พลังงานไฟฟ้าดีไซน์ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบ Fastback Coupe พัฒนาบน e-Platform 3.0 พร้อมเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ ทั้งระบบแบตเตอรี่แบบ CTB (cell-to-body) และระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTAC (Intelligence Torque Adaptation Control System) มาพร้อมดีไซน์หรูหรา กระจังหน้าแบบปิด ไฟหน้าดีไซน์แยกส่วน พร้อมไฟ DRL รูปแบบ Diamond Arrow และเซ็นเซอร์ LiDAR บริเวณกันชนหน้า ด้านข้างโดดเด่นด้วยมือจับประตูแบบซ่อนและเส้นโครเมียมรอบกรอบกระจก ยิ่งไปกว่านั้น N7 ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ Dual-gun ที่สามารถชาร์จพร้อมกันสองพอร์ตด้วยเครื่องชาร์จเดียวด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 230 kW เพื่อการชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยแบตเตอรี่มีความจุ 91.392 กิโลวัตต์ ให้ระยะทางการวิ่งที่ไกลสูงสุดถึง 702 ตามมาตรฐาน CLTC

  • DENZA Z9 GT

รถแฮทช์แบ็กทรงสปอร์ตระดับพรีเมียมและเป็นเรือธงรุ่นล่าสุดจากแบรนด์เดนซ่า โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ดุดัน เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ มีให้เลือกทั้งแบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% บนแพลตฟอร์ม Intelligent e3 platform มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ที่ขับเคลื่อนล้อหลังอิสระซ้ายและขวาที่สามารถปรับทิศทางของล้อหลังที่ช่วยให้การบังคับรถได้อิสระมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ  พร้อม Blade Battery 800V แบบปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,100 กม. ตามมาตรฐาน CLTC เสริมด้วยระบบช่วงล่างแพลตฟอร์ม DiSus-A ช่วงล่างถุงลมไฟฟ้าอัจฉริยระที่สามารถปรับระดับความนุ่มนวลและความสปอร์ตของช่วงล่างได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบความสบายภายในห้องโดยสารและระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะอีกมากมาย อาทิ เช่น ระบบปรับเบาะให้รองรับสรีระเมื่อเข้าโค้ง ระบบตู้เย็นที่สามารถทำความเย็นจนถึง 0 องศา ภายใน 4.5 นาที AR-HUD หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียเฉพาะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า ฯลฯ

  • DENZA D9

รถตู้อเนกประสงค์ (MPV) ที่มาพร้อมดีไซน์ซึ่งสะท้อนความโมเดิร์นและความหรูหรา เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์และความมั่นใจให้กับทุกการเดินทาง มาพร้อมกับสมรรถนะอันเป็นเลิศจากมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลังที่ให้กำลังสูงสุดถึง 275 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจาก BYD Blade Battery ขนาด 103.36 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 580 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC โดยเรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ได้เปิดตัว DENZA D9 อย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศราคาจำหน่ายแนะนำสำหรับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ DENZA D9 Performance AWD ราคา 2,699,900 บาท และ DENZA D9 Premium ราคา 1,999,900 บาท ซึ่งเป็นราคาพิเศษเฉพาะผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เท่านั้น

 

ชมนวัตกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์และร่วมกิจกรรมพิเศษที่บูธ “เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์”

ครั้งแรกของเรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ที่มาร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ โดยนำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ 4 รุ่น ประกอบด้วย

  • BYD Q3B

รถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมเทอร์มินอลไฟฟ้าแทรคเตอร์สูงสุด 50,500 กก. GCW MAXให้ระยะทางสูงสุด 200 กม. ต่อหนึ่งรอบการชาร์จ แรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร และช่วงล่างกันสะเทือน

  • BYD eMIXER

รถผสมคอนกรีตไฟฟ้าที่มาพร้อมกับห้องโดยสารซึ่งสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้าและไฮดรอลิก กระจกไฟฟ้าและเบาะคนขับสามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฮดรอลิก โช้คอัพ แผงหลังคาสามารถปรับได้ พวงมาลัยปรับระดับได้ ระบบกันสะเทือนและเหล็กกันโคลง ครบที่สุด สำหรับ BYD eMixer

  • BYD T3

รถตู้ไฟฟ้าสำหรับงานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ตอบโจทย์การขนส่งในเมืองด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัด คล่องตัว รองรับน้ำหนักของสินค้าได้กว่า 799 กิโลกรัมบนพื้นที่ความจุ 3,800 ลิตร เสริมด้วยแผ่นรองพื้นอลูมิเนียมอัลลอย ที่มีลักษณะพื้นผิวกันลื่น เพื่อความทนทานและความปลอดภัย ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 180 นิวตัน-เมตร มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปราศจากมลพิษและเสียงรบกวน มาพร้อม Blade Battery ความจุ 44.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด 280 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTC

  • BYD eBUS

รถบัสไฟฟ้า 100% สำหรับการขนส่งสาธารณะ ภายในกว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ถึง 42 คน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 80 กม./ชม. และสามารถขึ้นทางลาดชันได้ถึง 25% มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟตขนาด 348 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางมากกว่า 250 กม. ที่ความเร็วคงที่ 40 กม./ชม. และรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จเพียง 3-3.5 ชั่วโมง

กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอเชิญชวนผู้บริโภคร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 โดยผู้ที่จองรถบีวายดี เดนซ่า และยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ทุกรุ่น พบกับบีวายดีและเดนซ่าได้ที่บูธ A06 และเรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ที่บูธ R03 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

เอ็มจี นำ NEW MG IM6 พวงมาลัยขวาโชว์ตัวจริงครั้งแรกในโลก พร้อมยกขบวนยนตรกรรมครบทุกรุ่นเข้างาน Motor Expo 2024

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดเต็มส่งท้ายปี เผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มในกลุ่มอีวีพรีเมี่ยม ด้วยจุดเด่นของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์ใหม่ไม่ซ้ำใคร ครั้งแรกของโลกกับ NEW MG IM6 รุ่นพวงมาลัยขวา และ NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า สีใหม่ โมเดิร์น เบจ ที่นำเสนอดีเอ็นเอแห่งความสปอร์ตคลาสสิก พร้อมยกขบวนยนตรกรรมครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อนด้วยหลากหลายข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% นานสูงสุดถึง 5 ปี เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์ เอ็มจี ได้ง่ายขึ้น ในงาน Motor Expo 2024 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2567 ที่บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

สำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ในครั้งนี้ ถือเป็น
อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์ เอ็มจี ในการเดินหน้าสร้างแรงขับเคลื่อนครั้งใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกรูปแบบการขับเคลื่อน เพื่อให้ลูกค้าได้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งงานในครั้งนี้ เอ็มจี ได้เผยโฉม NEW MG IM6 รุ่นพวงมาลัยขวาเป็นครั้งแรกของโลก ชูจุดเด่นด้วยการเป็น “The First Ever Intelligent e-SUV” รถไฟฟ้าสุดล้ำที่เข้ามาเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์อีวีพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ เอ็มจี ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์การออกแบบล้ำสมัยที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ระบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันที่ครบครัน ที่มาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานให้สมบูรณ์แบบ NEW MG IM6 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกโค้งมน และพลิ้วไหว มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ และระบบเครื่องเสียงพร้อมลําโพง 20 จุด สมรรถนะทรงพลังด้วยขุมพลังมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุดที่ 787 แรงม้า (579 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.48 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh สามารถชาร์จแบบเร็วสูงสุด 800 V (Quick Charge) จาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 18 นาที และให้ระยะทางมากกว่า 600 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทั้งนี้ NEW MG IM6 ถือเป็นโมเดลแรกและหนึ่งเดียวในคลาสที่มีระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ทำให้การเปลี่ยนเลนมีเสถียรภาพแม้ในช่วงความเร็วสูง รวมถึงทำให้การกลับรถในที่แคบได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบอัจฉริยะแสดงผลบนหน้าจอในขณะสภาพทัศนวิสัยมืดและฝนตก (Intelligent Rainy Night Mode)  ที่จะแสดงผลบนหน้าจอขนาดใหญ่ ช่วยเสริมความปลอดภัยขณะขับขี่ โดย เอ็มจี ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลงทะเบียนแสดงความสนใจล่วงหน้า ได้ที่ http://www.im6.mgcars.com/ ทั้งนี้ NEW MG IM6 มีกำหนดเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในครึ่งปีแรกของปี 2568

และอีกหนึ่งไฮไลท์กับ NEW MG CYBERSTER สัญลักษณ์ยนตรกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นคลาสสิกที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี อย่าง MGB Roadster สู่ตำนาน “สปอร์ตคลาสสิกบทใหม่” ด้วยการเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกและเป็นรุ่นเรือธงของ เอ็มจี ที่ถ่ายทอดสปอร์ต ดีเอ็นเอไว้ในงานออกแบบอย่างเต็มขั้น มาพร้อมกับสีใหม่ โมเดิร์น เบจ (MODERN BEIGE) ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอและจิตวิญญาณความสปอร์ตสุดคลาสสิก และยังคงความโดดเด่นในทุก ๆ ด้านไว้อย่างครบถ้วนทั้งด้านการออกแบบที่สะกดทุกสายด้วยประตูปีกนกแบบปุ่มสัมผัสเปิด-ปิดอัตโนมัติ หลังคาซอฟต์ท็อปสีแดง อัดแน่นด้วยขุมพลังมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุดที่ 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.2 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubik’s Cube ความจุ 77 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 503 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

นาย ซู๋ว หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “งาน Motor Expo 2024 ครั้งนี้ เอ็มจี มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Empower the Future” ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนายานยนต์ที่มีคุณภาพหลากรูปแบบการขับเคลื่อนเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมที่สุด รวมถึงการทำการตลาดในมุมมองใหม่ เพื่อขยายฐานและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องไปกับแนวทาง และทิศทางของแบรนด์ เอ็มจี ที่ครบรอบหนึ่งศตวรรษในระดับสากล และก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดย เอ็มจี ได้เดินหน้าแผนงานยานยนต์สีเขียว หรือ Green Mobility ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีไฮบริดมาทดแทนเครื่องยนต์สันดาปภายใน ควบคู่ไปกับการเดินหน้านำเสนอยนตรกรรมพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ เอ็มจี กับความสำเร็จของ ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่คว้ารางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 และ เอ็มจี ยังได้รับรางวัล THAILAND CAR & MOTORCYCLE MARKETING AWARD 2024 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ในฐานะแบรนด์ผู้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการรับประกันให้กับตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้า ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรก และแบรนด์เดียวที่มอบการรับประกัน “ตลอดอายุการใช้งาน” (Lifetime Warranty) ของแบตเตอรี่ แรงเคลื่อนสูงของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ที่ครอบคลุมกลุ่มรถไฟฟ้าในหลากหลายรุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ควบคู่กับการยกระดับการบริการหลังการขาย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

นอกจากยนตรกรรมไฮไลท์ที่นำมาจัดแสดงแล้ว เอ็มจี ยังได้สร้างสรรค์แคมเปญพิเศษ NEW YEAR’S SUPER DEAL ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพแบรนด์ เอ็มจี ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยหลากข้อเสนอสำหรับยนตรกรรมหลากรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้นพิเศษ 0% ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี รวมถึงข้อเสนอช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท นานสูงสุด 20 เดือน ฯลฯ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

พบกับ ขบวนยนตรกรรมคุณภาพครบทุกรุ่นทุกรูปแบบการขับเคลื่อนของ เอ็มจี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2024 ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567 รวมทั้งที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของเอ็มจีกว่า 141 แห่งทั่วประเทศ หรือคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://onlinebooking.mgcars.com/booking

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

มาสด้า เปิดตัวปิกอัพใหม่ BOLD NEW MAZDA BT-50 ที่แรกของโลก ดีไซน์แกร่งดุดันสไตล์ญี่ปุ่น สง่างามทุกมุมมอง เครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ใหม่

0

มหกรรทั้ง ครอสโอเวอร์เอสยูวี New Mazda CX-5 และปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด Bold New Mazda BT-50 ที่แรกของโลก ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ใส่เทคโนโลยีแห่งอนาคต มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Dignity into Power พลังแกร่ง สะท้อนตัวตน” ฉีกกฎภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ เติมความแกร่ง ดุดัน หรูหรา สง่างาม พรีเมี่ยมทุกจุดสัมผัส ตามแนวทางการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่ายแต่งดงามและทรงพลัง

สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นกับเครื่องยนต์ขุมพลังใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ให้พละกำลังแรงสุด 163 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สมรรถนะแรงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้พละกำลังแรงสุด 190 แรงม้า สมรรถนะแรงทรงพลังสมบุกสมบันพร้อมลุยไปได้ทุกที่ ออปชั่นเต็มคันในสไตล์ที่คนขับปิกอัพยุคใหม่ต้องการ เพิ่มเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัยใส่มาแบบครบครัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 7 แสนกว่าบาท ในรุ่นขับ 2 แบบยกสูง หรือ FSC 2.2 XS HI-RACER 6MT จองวันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษช่วงเปิดตัว ดอกเบี้ย 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี2 หรือ ส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท3 และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท4 พิเศษสำหรับลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมัน 30,000 บาท4 ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่โชว์รูมมาตรฐานมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Bold New Mazda BT-50 ในประเทศไทยครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญยิ่ง เนื่องจาก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญต่อฐานการผลิตและส่งออกในประเทศไทย เลือกประเทศไทยเพื่อแนะนำและวางจำหน่ายที่แรกของโลก มาพร้อมความสดใหม่หลากหลายด้าน โดยเฉพาะการออกแบบที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างอย่างพิถีพิถัน สวยสง่างามจาก โคโดะ ดีไซน์ ภายในเพิ่มความหรูหราพรีเมี่ยมอีกระดับ ภายนอกแข็งแกร่งดุดันในสไตล์ญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ล่าสุด ขนาด 2.2 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้พละกำลังแรงขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น รวมถึงการใส่อุปกรณ์เพิ่มมากขึ้น ใส่ระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มาให้อย่างครบครัน โดยรวมเอาจุดเด่นสำคัญ ๆ ของรถมาสด้า มาผนวกเข้ากับจุดแข็งที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตร ทำให้กลายเป็นรถปิกอัพที่มีความสมดุลในทุก ๆ ด้านอย่างลงตัว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหารถกระบะที่ให้ทั้งสมรรถนะสูงแรงและดีไซน์ที่โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะ  สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง หรือการเดินทางไปทำกิจกรรม Outdoor ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและความอเนกประสงค์ของรถปิกอัพเพื่อตอบสนองการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

แม้มาสด้าจะมีรถยนต์หลากหลายรุ่นวางจำหน่ายในตลาด แต่รถปิกอัพเป็นหนึ่งในโมเดลสำคัญ ถือกำเนิดขึ้นจากเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น มาตั้งแต่ปี 1961 คือ มาสด้า B1500 บี-ซีรีส์ ซึ่งรุ่นนี้เปรียบเสมือนจุดกำเนิดของยานพาหนะที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ช่วยให้ทุกช่วงเวลาบนท้องถนนเต็มไปด้วยความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญสูงสุดกับตลาดประเทศไทย และประเทศไทยคือฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์และรถปิกอัพที่ใหญ่สุดของมาสด้า ดังนั้น การเปิดตัว Bold New Mazda BT-50 แห่งแรกของโลก โดยเฉพาะคนไทยจะได้เป็นเจ้าของคนแรก การเปิดตัวปิกอัพ Bold New Mazda BT-50 “Dignity into Power” จะเป็นการกลับมาอีกครั้งแบบ Revolutionary Change เพื่อสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้ตลาดรถปิกอัพเมืองไทย ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่น ด้วยสไตล์ที่แตกต่าง สง่างามทรงพลังทุกมุมมอง จากการออกแบบของ โคโดะ ดีไซน์ จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นจากการผนวกคุณสมบัติที่ดีที่สุดของรถปิกอัพ ด้วยจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า ผสานอย่างลงลงตัวกับจุดเด่นที่ดีที่สุดจากความร่วมมือกับพันธมิตร

Bold New Mazda BT-50 มาพร้อมแนวคิด “Dignity into Power พลังแกร่ง สะท้อนตัวตน” ดึงเอาความแข็งแกร่ง ความเป็นตัวตนที่แท้จริง ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวคุณให้ออกมาโลดแล่นบนเส้นทางของการใช้ชีวิตที่ไร้ลิมิต เป็นการนำเสนอรถปิกอัพที่มีภาพลักษณ์ แกร่ง เข้ม ดุดัน เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มองหาปิกอัพที่มาพร้อมอรรถประโยชน์การใช้งานด้วยปิกอัพที่มีสมรรถนะสูง แต่ก็ยังต้องการปิกอัพที่มีดีไซน์สง่างามสไตล์ญี่ปุ่น โดยที่ไม่ซ้ำแบบใคร เพื่อสะท้อนถึงบุคลิกอันโดดเด่นเป็นตัวของตนเอง Bold New Mazda BT-50 จะมาเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ มาพร้อมความใหม่ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ดีไซน์ใหม่ แกร่งในแบบสง่างาม เรียบง่ายแต่ทรงพลังตามแบบฉบับรถปิกอัพของมาสด้า พร้อมสีภายนอกใหม่ถึง 3 สี และการออกแบบที่ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่ดีขึ้น

เอกลักษณ์ที่สำคัญของ Bold New Mazda BT-50 คือ การออกแบบอันสง่างามตามแนวทาง Kodo design – Soul of Motion ทำให้ปิกอัพมาสด้ามีความแตกต่างโดดเด่น เป็นปิกอัพที่มีสไตล์เฉกเช่นเดียวกับรถเอสยูวีที่ถ่ายทอดความสง่างามหรูหราพรีเมี่ยม ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความแข็งแกร่งที่รถปิกอัพพึงมี โดยมาพร้อมดีไซน์ภายนอกใหม่รอบคัน ถ่ายทอดภาพลักษณ์ แกร่ง ดุดัน สไตล์ญี่ปุ่น ด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED Signature ล้ออัลลอยขนาด 17” สีดำ และ 18” สีเงิน และ สีดำ (Matte Black) ทั้งยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่อีกถึง 3 สี ได้แก่ สีขาว จีโอด ไวท์ เพิร์ล สีน้ำเงิน เซลลิ่ง บลู และ สีแดง เวอร์มิลเลี่ยน ลาโตซอล เรด สีใหม่ที่เปิดตัวในรถรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ภายในยังคงเน้นความหรูหรา ประณีต คัดสรรเฉพาะวัสดุคุณภาพสูงตามแบบฉบับรถมาสด้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ การออกแบบของตัวรถเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้กับปิกอัพรุ่นนี้ ทำให้ได้สมรรถนะที่ดีขึ้น ช่วงล่างเกาะถนนดียิ่งขึ้น นุ่นนวลขึ้น และช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นในทุกการเดินทาง

สีภายนอกของ Bold New Mazda BT-50 มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี

ลำดับรายละเอียดหมายเหตุ
1สีขาว ไอซ์ ไวท์ (Ice White)
2สีเทา คอนกรีต เกรย์ (Concrete Gray)
3สีน้ำเงิน เซลลิ่ง บลู (Sailing Blue)สีใหม่
4สีขาว จีโอด ไวท์ เพิร์ล (Geode White Pearl)สีใหม่
5สีแดง เวอร์มิลเลี่ยน ลาโตซอล เรด (Vermilion Latosol Red)สีใหม่
  • ยกระดับเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่างครบครัน

มาพร้อมหน้าจอ MID แบบสี ขนาด 7 นิ้ว พร้อมด้วย Vehicle Tilt information เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเสียบ USB-C หน้าจอ Center Display ขนาด 8” และ 9” ที่รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ตอบรับทุกความต้องการของคนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเพิ่มเติม เพื่อมอบความปลอดภัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA) และระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)

  • ใช้งานสมบุกสมบันแบบรถปิกอัพ แต่นุ่มสบายเหมือนรถยนต์นั่ง

มาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่แบบรถปิกอัพเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 ที่มาพร้อมเฟืองท้ายแบบ Diff-lock รวมถึงระบบการขับขี่แบบออฟโร้ด (Off-Road Mode) ในขณะที่ยังคงมอบความนุ่มสบายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารเสมือนรถยนต์นั่งตามแบบฉบับรถยนต์มาสด้า

  • เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ล่าสุด ขนาด 2 ลิตร และเครื่องยนต์ทรงพลังขนาด 3.0 ลิตร

Bold New Mazda BT-50 ได้รับการปรับปรุงพละกำลังของเครื่องยนต์ให้มีความแรงยิ่งขึ้น กับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 2.2 ลิตร ทั้งในรุ่นฟรีสไตล์แค็บ (บานแค็บเปิดได้) แบบขับสองยกสูง หรือ FSC HI-RACER และดับเบิ้ลแค็บ แบบขับสองยกสูง หรือ DBL HI-RACER ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ให้พละกำลังแรงสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่ล่าสุด ให้อัตราทดต่อเนื่องทุกช่วงความเร็ว ตอบสนองฉับไว แม่นยำ ราบเรียบ นุ่มนวล ทำให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ DBL รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 รุ่น HI-RACER และรุ่นขับเคลื่อน 4×4 ให้พละกำลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร สามารถขับลุยได้ทุกสถานการณ์ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบอเนกประสงค์

  • ดูแลด้วยบริการหลังการขายแบบพรีเมี่ยม พร้อมเป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยข้อเสนอสุดคุ้ม

ไร้ความกังวลกับบริการหลังการขาย ด้วยการบริการที่เป็นไปตามมาตรฐานมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย พร้อมการดูแลอย่างพรีเมี่ยมที่ครบครันในทุกด้าน มอบข้อเสนอ ดอกเบี้ย 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี2 หรือ ส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท3 และสำหรับช่วงเปิดตัวแนะนำ มาสด้ามอบฟรี บัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท4 และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท4 สำหรับ Mazda Family

นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยที่เพิ่มเติมเข้ามาแล้ว Bold New Mazda BT-50 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงมากมายหลายระบบ อาทิ

  • AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ
  • ACC แบบ Stop & Go (Adaptive Cruise Control with Stop & Go) ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ จนถึงจุดหยุดนิ่ง
  • LDW (Lane Departure Warning) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
  • FCW (Forward Collision Warning) ระบบเตือนการชนด้านหน้า
  • PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
  • MSL (Manual Speed Limiter) ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็ว
  • AHB (Auto High Beam) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
  • DAA (Driving Attention Assist) ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่
  • RCTB (Rear Cross Traffic Brake) ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

Bold Mazda BT-50 มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย โดยมีราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้

รุ่นเครื่องยนต์ราคาจำหน่าย (บาท)
Freestyle Cab 2 ประตูFSC 2.2 XS HI-RACER 6MT762,000
Double Cab 4 ประตูDBL 2.2 XT HI-RACER 8AT992,000
Double Cab 4 ประตูDBL 3.0 XTR HI-RACER 6AT1,242,000
Double Cab 4 ประตูDBL 3.0 XTR 4×4 6AT1,352,000

หมายเหตุ: สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท และสีขาวมุก เพิ่ม 14,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าและสัมผัสคันจริงของรถปิกอัพ Bold New Mazda BT-50 สามารถยลโฉมได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 67 – 10 ธ.ค.  67 หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษในช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธ.ค. 67

หมายเหตุ:

1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์  (4) บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย (5) บมจ. แอกซ่าประกันภัย

3 ทุกรุ่น

4 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เงื่อนไขเพิ่มเติม:

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น
  • ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bold New Mazda BT-50

อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า

อุปกรณ์มาตรฐานBold New Mazda BT-50
อัพเกรดระบบแสดงข้อมูลการขับขี่·        หน้าจอ MID ขนาด 7 นิ้ว (เดิม 4.2 นิ้ว)

·        ระบบตรวจสอบการเอียงของรถและมุมองศาของล้อ (Vehicle tilt information)

อัพเกรด ADAS·        AEB: ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ

·        DAA: ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่

·        RCTB: ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

อัพเกรด USB·        อัพเกรดเป็น USB-C ทั้งคอนโซลหน้า-หลัง (ยกเว้นรุ่น FSC XS)

 

รายละเอียดการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้า

 ดีไซน์/ สเปค/ อุปกรณ์FSC 2.2 XS HI-RACER 6MTDBL 2.2 XT HI-RACER 8ATDBL 3.0 XTR HI-RACER 6ATDBL 3.0 XTR 4×4 6AT
เครื่องยนต์ใหม่เปลี่ยนจาก 1.9 ลิตร เป็น 2.2 ลิตร
เกียร์ใหม่เปลี่ยนเป็น 8AT
ภายนอกล้อขนาด 17” สีดำ
ล้อขนาด 18” สีเงิน
ล้อขนาด 18” สีดำ (Matte Black)
ดีไซน์ด้านหน้าและด้านท้ายแบบใหม่
ไฟท้ายแบบ LED
สปอร์ตบาร์

ชุดตกแต่งกันชนหน้า ชุดตกแต่งซุ้มล้อ

พื้นปูกระบะแบบไร้ขอบ

Sภายในเปลี่ยนสีเบาะหนังจากสีกากีเป็นสีดำ-ส้ม Terracotta
วัสดุตัดขอบเปลี่ยนจากสีกากีเป็นสีส้ม Terracotta
อัพเกรดอุปกรณ์หน้าจอ MID เปลี่ยนเป็น 7”
เพิ่มระบบ Vehicle tilt information
เพิ่มระบบ RCTB
เพิ่มระบบ DAA
ขนาดหน้าจอ Center Display8”9”9”9”
เปลี่ยนจาก USB-A เป็น USB-C 

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

เปิดตัวแล้ว NEW MAZDA CX-5 Togetherness Redefined ครอสโอเวอร์เอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ราคาเพียง 1 ล้านต้น

0

มาสด้า เปิดตัว New Mazda CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่ครบครันสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ในราคาสุดคุ้มสำหรับผู้ที่มองหารถเอสยูวีเพื่อครอบครัว โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่รอบคัน กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ชุดตกแต่งคิ้วข้างประตูใหม่ ล้ออัลลอยและท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ และสีภายนอกใหม่มีให้เลือกเพิ่มถึง 2 สี ในขณะที่ภายในหรูหราพรีเมี่ยม ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีความสะดวกสบายมาให้อย่างครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น อาทิ Sports Paddle Shift และ Wireless Apple CarPlay ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี ขับนุ่มสบายขึ้นกับช่วงล่างใหม่ ลดการสั่นสะเทือน ทรงตัวดีเยี่ยม วางจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นเพียง 1,219,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 2.49%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถ 5 ปี* หรือ ส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท* ลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท พบกันได้แล้ววันนี้ ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าทันที

New Mazda CX-5 มาพร้อมแนวคิด “Togetherness Redefined นิยามใหม่ของความสุขในแบบคุณ” ครอสโอเวอร์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ (New Gen Family) ที่นิยามความหมายของคำว่าครอบครัวได้ตามต้องการ เน้นการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์รูปแบบต่างๆ ร่วมกันบนความหลากหลาย เพื่อให้ตนเองและครอบครัวได้แชร์ประสบการณ์และช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกัน รวมถึงนิยามความสำเร็จในการใช้ชีวิตในแบบของตนเอง ดังนั้น New Mazda CX-5 จึงเป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์ที่ครบครันทั้งดีไซน์สง่างามและความสะดวกสบายมากมาย มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกการเดินทางและการใช้ชีวิตของครอบครัวในยุคปัจจุบัน การเปิดตัว New Mazda CX-5 ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่กำลังมองหาครอสโอเวอร์เอสยูวีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวได้อย่างลงตัว

New Mazda CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มาพร้อมความครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานในทุกมิติของการใช้ชีวิต เติมเต็มความสุขในทุกการเดินทางของสมาชิกทุกคนในครอบครัว สัมผัสความสมบูรณ์แบบที่ถูกพัฒนาอย่างปราณีต ดีไซน์ภายนอกใหม่ให้ความสปอร์ตพรีเมี่ยม สะท้อนเอกลักษณ์แห่งตัวตนผ่านสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น จากแนวคิด Kodo: Soul of Motion เรียบง่าย ทรงพลัง ลงตัวเป็นหนึ่งเดียว โดดเด่นอย่างมีรสนิยมด้วยดีไซน์ใหม่รอบคัน

ภายในห้องโดยสาร มาสด้าให้การเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปด้วยกัน ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเสมือนงานทำมือ คัดสรรเฉพาะวัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น จัดวางอุปกรณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานในตำแหน่งที่เหมาะสมตามปรัชญา Human-Machine Interface เชื่อมต่อโลกการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ผ่านระบบ Mazda connect

New Mazda CX-5 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย และมีราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้

รุ่นเครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตราประหยัดน้ำมันราคาจำหน่าย
2.0 SSkyactiv-G 2.02WD13.9 กม./ลิตร1,219,000 บาท
2.0 SPSkyactiv-G 2.02WD13.9 กม./ลิตร1,299,000 บาท
XDLSkyactiv-D 2.2AWD15.9 กม./ลิตร1,669,000 บาท

 

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้นำยนตรกรรมครบทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ทั้งรถยนต์นั่ง รถสปอร์ตโรดสเตอร์ รถครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series รถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวแนะนำในงานนี้ มาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ ฟรีประกันชั้น 1 Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถ 5 ปี ส่วนลดเงินสด และมอบฟรีข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Mazda Family โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • New Mazda2*: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) หรือ รับส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท และลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท
  • Mazda3/ Carbon Edition*: ดอกเบี้ย 0.49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) หรือ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี หรือ รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท
  • New Mazda CX-3*: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)³ หรือ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี หรือ รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท
  • Mazda CX-30 ดอกเบี้ย 0.49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปีฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) หรือ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี หรือ ส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท
  • Mazda CX-30 Carbon Edition*: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปีฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) หรือ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี หรือ ส่วนลด 150,000 บาท และลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท
  • New Mazda CX-5*: ดอกเบี้ย 2.49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) หรือ รับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท พิเศษสุดลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท
  • Mazda CX-8*: ดอกเบี้ย 1.19% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) หรือ ส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท
  • New Mazda BT-50*: ดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี หรือ ส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท พร้อมบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท พิเศษสุดลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท
  • New Mazda MX-5*: ดอกเบี้ย 2.49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)
  • Mazda6 20th Anniversary Edition*: ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 7 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) และรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมมาสด้ารุ่นใหม่ New Mazda CX-5 และยนตรกรรมทุกรุ่น ได้ที่บูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 67 – 10 ธ.ค. 67 และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขแคมเปญของรถยนต์ทุกรุ่นเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติมจากที่ปรึกษาการขายรถยนต์มาสด้าที่บูธรถยนต์มาสด้าหรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

เงื่อนไขเพิ่มเติม ;

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น

ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์พิเศษ MITSUBISHI e:MOTION พร้อมมอบแคมเปญ ‘MEGA DEAL จัดเต็ม ส่งท้ายปี’ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ MITSUBISHI e:MOTION พร้อมขนทัพสุดยอดยนตรกรรมล้ำสมัย นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ร่วมด้วย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ อีลีท เอดิชัน มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท   มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน   มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท  และ มิตซูบิชิ มิราจ สมาร์ท ด้วยข้อเสนอพิเศษกับแคมเปญ ‘MEGA DEAL’  โปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่จัดเต็มส่งท้ายปี รับข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุด 160,000 บาท ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่ก่อตั้งในประเทศไทยมากว่า 63 ปี เราได้มุ่งมั่นพัฒนารถยนต์คุณภาพสูง พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่เป็นจุดเด่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ในงานนี้ ลูกค้าทุกท่านสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ MITSUBISHI e:MOTION ได้ที่โซนพิเศษ ซึ่งจะนำเสนอระบบการทำงาน พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้ข้อมูล”

ไฮไลท์ของการจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมล้ำสมัย นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี รถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ขนาดเล็ก พร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วย MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เพื่อการขับขี่ที่ตอบสนองยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมัน โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ให้ความปลอดภัย ลุยได้ในทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในขณะเข้าโค้ง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ จัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ รองรับได้ทุกกิจกรรม มอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง และมั่นใจได้ในคุณภาพรถยนต์ที่ผลิตและประกอบในประเทศไทย  โดนใจครอบครัวยุคใหม่ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 60 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก

“นอกจากนี้ เรายังได้จัดแสดงรถยนต์รุ่นยอดนิยมของมิตซูบิชิครบทุกรุ่น ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากแคมเปญ MEGA DEAL โปรโมชั่นจัดเต็มส่งท้ายปี ทั้งบริการหลังการขายที่มั่นใจได้ และสิทธิประโยชน์มากมาย” มร. อินาบะ กล่าวเสริม

อีกหนึ่งรถยนต์รุ่นเด่นภายในงาน ได้แก่  มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ อีลีท เอดิชัน มาพร้อมเครื่องยนต์ “ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power)” ให้พละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 13% ทรงพลัง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 5 (Euro 5) มาพร้อมระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) เพิ่มความปลอดภัยบนทุกเส้นทางด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) ทั้งยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’ และโหมดการขับขี่แบบออฟโรด 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดขับขี่บนทางฝุ่น (Gravel) โหมดขับขี่บนผิวทางที่ปกคลุมด้วยโคลนหรือหิมะ (Mud/Snow) โหมดขับขี่บนพื้นผิวทราย (Sand) และโหมดขับขี่บนผิวทางที่ขรุขระหรือพื้นผิวหิน (Rock)

มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นมีสไตล์ สะกดทุกสายตา ห้องโดยสารสะดวกสบายทุกจุด ผสานดีไซน์ภายในสีทูโทน เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’ พร้อมระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) และระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) ทั้งยังสามารถขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนนทุกรูปแบบด้วย 7 โหมดการขับขี่ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสีดำสุดเท่ ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว บันไดข้างและกันชนท้ายตกแต่งสีไทเทเนียมรมดำ ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์ คลีนดีเซลเทอร์โบ กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’

มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท  และ มิตซูบิชิ มิราจ สมาร์ท รถซิตี้คาร์ยอดนิยม ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ให้การขับขี่ที่สะดวกสบายคล่องตัว ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ได้แก่ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range: FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-FORWARD: RMS-FORWARD) และระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control)

ด้วยความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเติมเต็มความสนุกเร้าใจให้การขับขี่ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง พร้อมปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ภายในบูธ ยังได้จัดแสดงรถยนต์ตกแต่งพิเศษรุ่นต่างๆ ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี  และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ที่มาพร้อมการตกแต่งแบบออฟโรด ประกอบด้วย ล้อและยางสไตล์ออฟโรด และที่วางสัมภาระบนหลังคา เพื่อสร้างแรงบัลดาลใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการเดินทางและกิจกรรมเอาท์ดอร์ ร่วมด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ โปร รุ่นตัวเตี้ย ที่ได้รับการตกแต่งภายใต้แนวคิดรถกระบะแห่งอนาคต (Futuristic Pick-Up Truck) ด้วยคิ้วซุ้มล้อ อุปกรณ์ตกแต่งกันชนหน้า การตกแต่งด้วยเคฟล่าร์สีขาว ฝาปิดกระบะท้ายแบบไฟฟ้า และล้อแบบแอโรไดนามิกส์

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในด้านบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล…คุณแค่ขับ’ ด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วม 200 สาขา ทั่วประเทศ ที่พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานสูงสุด โดยช่างผู้ชำนาญงานที่ได้รับการฝึกอบรม และอะไหล่แท้จากมิตซูบิชิ ทั้งยังต่อยอดสู่รถบริการนอกสถานที่ ‘มิตซูบิชิ โมบายเซอร์วิส’ รุ่นใหม่ ที่สามารถให้บริการบำรุงรักษาตามกำหนดและตรวจเช็กระยะได้ถึง 100,000 กิโลเมตร โดยได้รับการติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมืออันทันสมัยเพิ่มเติมกว่า 60 รายการ จึงสามารถรองรับงานบริการได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าองค์กรที่มีรถหลายคัน ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

“และเพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมิตซูบิชิตลอดมา เราจึงขอมอบสิทธิพิเศษให้กับครอบครัวมิตซูบิชิ โดยเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นที่เป็นสมาชิก M-Care ระดับ Gold+ และ Platinum+ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาทผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive เมื่อซื้อรถยนต์มิตซูบิชิคันใหม่” มร. อินาบะ กล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจสามารถชมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย A15 ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41  หรือ MOTOR EXPO 2024  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

สุดยอดยนตรกรรมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จัดแสดง ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41

รุ่นรถยนต์ฟีเจอร์เด่นข้อเสนอพิเศษ *
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี

 

 

 

 

 

 

 

  MITSUBISHI e:MOTION ได้แก่

  • ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด
    (HEV System)
  • โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
    (7 Drive Mode)
  • ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

 

 

·       เลือกรับอัตราดอกเบี้ย 0%*

·       เลือกรับแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

·       รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*

·       รับฟรี รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี
พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*

·       รับฟรี MITSUBISHI XTRA CARE ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี และ ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี
ไม่จำกัดระยะทาง*

·       ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่าน M-Drive*

·       มูลค่ารวมกว่า 160,000 บาท*

รุ่นรถยนต์ฟีเจอร์เด่นข้อเสนอพิเศษ *

 

 

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ อีลีท เอดิชัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  • เครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ (184 แรงม้า)
  • ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู
    (Super Select 4WD II)
  • โหมดการขับขี่แบบออฟโรด 4 รูปแบบ
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.09%*

·        เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี
หรือ 100,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

·        รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*

·        รับฟรี รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี
พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*

·        ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่าน M-Drive*

·        มูลค่ารวมกว่า 160,000 บาท*

มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท

 

 

  • เครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู

(204 แรงม้า)

  • ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS)
  • ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู

(Super Select 4WD II)

  • โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’
  • ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

 

·       เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.89%*

·       เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี
หรือ 100,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

·       รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*

·       รับฟรี รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี
พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*

·       ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่าน M-Drive*

·       มูลค่ารวมกว่า 140,000 บาท*

มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน

 

 

·       เครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ (184 แรงม้า)

  • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’

 

·       เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.89%*

·       เลือกรับแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี
หรือ 100,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

·       รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*

·       รับฟรี รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี

พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*

·       ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่าน M-Drive*

·       มูลค่ารวมกว่า 130,000 บาท*

มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท
มิตซูบิชิ มิราจ สมาร์ท

 

 

·       ระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) หรือ Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range: FCM-LS

·       ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ
เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) หรือ Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-FORWARD: RMS-FORWARD

·       ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย
(Cruise Control)

·       เลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ย 0%*

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*

·       รับฟรี รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี

พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี*

·       ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่าน M-Drive*

·       มูลค่ารวมกว่า 116,0000 บาท*

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

นิสสัน เปิดตัว “นิสสัน เซเรน่า ใหม่” ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024 กับคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun.” สร้างความประทับใจทุกเส้นทาง

0

นิสสัน เปิดตัว “นิสสัน เซเรน่า ใหม่” รถยนต์อเนกประสงค์ MPV พรีเมียม 7 ที่นั่ง ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 (Motor Expo 2024)  ในคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun” ที่พร้อมมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” ให้แก่ครอบครัวนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์ประทับใจในทุกการเดินทาง ด้วยดีไซน์สะดุดตา ห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีสุดล้ำ สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 1,469,000 บาท

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ S-Hybrid เปิดให้จองแล้ววันนี้ และพร้อมส่งมอบในเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป  นอกจากนี้ นิสสัน ยังมีแผนที่จะเพิ่มรุ่น อี-พาวเวอร์ เร็วๆ นี้

 โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “ประเทศไทยนับว่าเป็นตลาดสำคัญของนิสสันในภูมิภาคอาเซียน การเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ในวันนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อประเทศไทย และพร้อมที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าด้วยประสบการณ์ในการเดินทางที่น่าตื่นเต้น และประทับใจ  นิสสัน เซเรน่า ใหม่ มีจุดเด่นในเรื่องห้องโดยสารที่กว้างขวาง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ นิสสันจึงเชื่อมั่นว่า นิสสัน เซเรน่า ใหม่ พร้อมที่จะสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สนุกสนาน น่าประทับใจในทุกเส้นทาง และช่วยให้ทุกคนได้ใช้เวลาอย่างมีค่า และมีความสุขกับครอบครัว และเพื่อนฝูง”

การเปิดตัวนิสสัน เซเรน่า ใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจที่นิสสันจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า  ทั้งนี้ นิสสันตระหนักดีว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการใช้เวลากับครอบครัว และเพื่อนฝูง ซึ่งทำให้ตลาดมีความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์หรือ MPV เพิ่มขึ้น นิสสัน เซเรน่า ใหม่  ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์อันดับหนึ่งในญี่ปุ่น และได้รับความนิยมสูงในหลายๆ ประเทศ เนื่องจากเป็นรถที่นั่งสบาย มากประโยชน์ใช้สอย และใช้งานได้จริง จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี


“BIG”: ห้องโดยสารกว้างขวาง หน้าต่างบานใหญ่ให้ทัศนวิสัยยอดเยี่ยม 

นิสสัน เซเรน่า เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2534 ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมอย่างมากเพราะห้องโดยสารที่กว้างขวาง นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ที่เปิดตัวในประเทศไทยในวันนี้ ยังคงรักษาคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์นี้ โดยมีห้องโดยสารที่กว้างขวางมากที่สุดในกลุ่มรถแบบเดียวกัน มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารทุกคนในที่นั่งทั้ง 3 แถว

การออกแบบที่โดดเด่น ทำให้นิสสัน เซเรน่า ใหม่ มีพื้นที่มากพอสำหรับเก็บกระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระขนาดใหญ่ทางด้านหลังโดยยังคงมีพื้นที่กว้างขวางนั่งสบายในเบาะที่นั่งแถว 3

กระจกบานใหญ่รอบคันทั้งกระจกหน้า และหน้าต่างด้านข้าง ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม รวมทั้งให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง ช่วยลดอาการเมารถได้ รวมทั้งสร้างความประทับใจกับทิวทัศน์ด้านนอกได้เต็มที่

“EASY” ใช้งานง่าย

นิสสันเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความต้องการของลูกค้าในการเดินทางเป็นกลุ่ม จึงได้ออกแบบให้ นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคน

ประตูสไลด์อัตโนมัติพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ช่วยให้เข้าออกจากรถได้สะดวกแม้ในขณะที่มือไม่ว่าง นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ยังเป็นรถ MPV รุ่นเดียวในตลาดที่มีฝาท้ายอเนกประสงค์ (Dual Back Door) น้ำหนักเบา จึงเปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน เพิ่มความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และผู้ขับขี่ให้สามารถเปิดฝาท้ายได้แม้จอดชิดด้านหลัง สัมภาระจึงไม่หล่นลงจากท้ายรถขณะเปิดปิด

ภายในรถ เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับได้อิสระและแยกออกจากกันได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก แต่ยังคงมีความเป็นส่วนตัวสูง  ส่วนที่นั่งแถว 3 สามารถปรับเอนได้เพิ่มความสบายในการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ ยังมีที่เก็บของหลายจุด ที่วางแก้ว 14 จุด ช่องเสียบ USB 6 ช่อง (ที่นั่งแถวละ 2 จุด) ระบบแอร์แยกส่วนที่ผู้โดยสารสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความต้องการเฉพาะตัว  โต๊ะเล็กอเนกประสงค์ในแถวที่ 2 สำหรับวางสิ่งของ เช่น แท็บเล็ตสำหรับชมภาพยนตร์เพิ่มความบันเทิงระหว่างการเดินทาง นับได้ว่า นิสสัน เซเรน่า ใหม่ มอบความสะดวกสบายในทุกรายละเอียด

นอกจากนี้ จอทัชสกรีน HD ขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบไร้สาย และด้วยสาย สำหรับ Apple CarPlay และ Android Auto เพิ่มความบันเทิงในทุกรูปแบบ จอนี้ยังรองรับเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitoring (IAVM) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพรอบตัวรถครบทุกทิศทาง เพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย

“FUN” สนุกกับการปรับที่นั่งได้มากถึง  13 รูปแบบ

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ พร้อมสร้างประสบการณ์ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” ในทุกการเดินทางกับครอบครัว ด้วยอิสระในการปรับที่เบาะที่นั่งภายในรถได้ถึง 13 รูปแบบ เช่น โหมดขนกระเป๋า หรือสัมภาระชิ้นยาวอย่างถุงกอล์ฟ  โหมดเพิ่มพื้นที่ช่วงขา โดยปรับเลื่อนที่นั่งแถว 2 และ 3 ไปด้านหลัง เพิ่มพื้นที่ขา  โหมด travel-to-the-sea ที่เที่ยวทะเลได้อย่างจุใจ ด้วยการเลื่อนเบาะแถว 2 และ 3 เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟบอร์ด อุปกรณ์ดำน้ำ และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของครอบครัว  โหมด “Fun-at-the-back” ที่ปรับเบาะที่นั่งแถว 2 และ 3 ราบ ให้กลายเป็นที่นั่งราบเหมือนห้องนั่งเล่นที่สมาชิกในครอบครัวจะนอนเล่นพักผ่อนกันได้ตามสบาย เป็นต้น  อิสระในการปรับรูปแบบที่นั่งที่หลากหลายช่วยตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัวได้อย่างตรงใจ

ขับสนุกกับเครื่องยนต์ที่ตอบสนองทันใจ ประหยัดเชื้อเพลิง

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ที่ให้พลังแรง 150 แรงม้า (PS) และแรงบิด 200 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ให้การขับขี่ที่ราบรื่น เครื่องยนต์แบบ S-Hybrid (mild hybrid) จะทำงานร่วมกับ ECO Motor ที่ให้ทั้งความสนุกจากการตอบสนองทันใจ และประหยัดเชื้อเพลิง

ความปลอดภัยเต็มพิกัด เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง

เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Nissan Safety Shield  พร้อมระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ให้ความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะเต็มพิกัด อาทิ กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor (IAVM) พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว Moving Object Detection (MOD) ที่ให้มุมมองจากด้านบน เห็นสภาพถนน และการจราจรรอบคัน และเตือนผู้ขับขี่เมื่อตรวจพบวัตถุเคลื่อนที่รอบคัน ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าหรือ Intelligent Forward Collision Warning (IFW) และระบบเบรกฉุกเฉินหรือ Intelligent Forward Emergency Braking (IEB) ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนด้านหน้า ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ Lane Departure Warning (LDW) จะส่งเสียงเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว

ระบบป้องกันเพื่อความปลอดภัย Active Safety ยังครบครันด้วยระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอื่นเข้ามาในจุดอับสายตา ขณะที่ เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ช่วยปกป้องให้ความปลอดภัยเมื่อถอยหลังออกจากช่องจอด และยังมีระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้า (Intelligent Driver Alertness – IDA) ที่ติดตามและคอยเตือนให้ผู้ขับขี่หยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อยหรือล้า ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brakeforce Distribution – EBD) ระบบช่วยเบรก (Brake Assist – BA)  ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System – TCS) เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) และระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาด (Hill Start Assist – HSA)

พร้อมกันนี้ นิสสัน เซเราน่า ใหม่ ยังพร้อมปกป้องผู้โดยสารด้วยระบบความปลอดภัย Passive Safety อาทิ ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ระบบติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก ISOFIX และเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับเพื่อลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ เป็นต้น

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ รุ่น ไฮเวย์ สตาร์ มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ Diamond Black และสีขาว White Solid 

รถยนต์ไฮไลต์และโปรโมชั่นพิเศษ “SAY YES!”

นอกจากการเปิดตัวนิสสัน เซเรน่า ใหม่ แล้ว ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งนี้ นิสสันยังคงนำรถยนต์รุ่นหลักมาโชว์ในงาน ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์  “คันนี้ ใช่เลย” นิสสัน นาวารา “ทน พร้อม ลุย” นิสสัน อัลเมร่า “แรงจริง จัดให้” และ นิสสัน เทอร์ร่า “คันเดียวจบ ครบเกินคุ้ม”

นิสสัน ยังได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพเยี่ยมได้ง่ายขึ้นกับแคมเปญ SAY YES! ที่มีความหลากหลายสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นให้ลูกค้าเลือกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง ตั้งแต่ดอกเบี้ยต่ำ 0% ไปจนถึงผ่อนนาน 96 เดือน

ผู้ที่สนใจ สามารถแวะมาเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานมหกรรมยานยนต์ ได้ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

SUZUKI SWIFT นำทัพขบวนรถเข้างาน Motor Expo 2024 เปิดตัว JIMNY OFFROAD EDITION ภายใต้แนวคิด BORN TO BE LEGEND อัดแคมเปญ DEAL OF THE YEAR เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย เตรียมเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน -10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี โดยนำรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมไปจัดแสดงพร้อมกับการนำเสนอแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปีมอบให้แก่ผู้เข้าชมงานที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิ

การนำผลิตภัณฑ์เข้าไปร่วมจัดแสดงภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมชมงานทุกท่าน ด้วยการรังสรรค์บรรยากาศของบูธด้วยแนวคิด “EMOLUTION Playground” สนามแห่งการสร้างสรรค์จินตนาการเพื่อความก้าวหน้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการจัดบูธให้เปรียบเสมือนกับนิทรรศการขนาดย่อมในรูปแบบที่มีชีวิตชีวา สะท้อนถึงความสุขและความสนุกของผู้ใช้รถยนต์ของซูซูกิ ผ่านการนำเสนอให้ได้เห็นถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ซูซูกิที่มีสามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดแสดงรถเป็น 2 ส่วน คือรถยนต์รุ่นมาตรฐานของซูซูกิ และรถยนต์รุ่นตกแต่งเพื่อนำเสนอแนวทางให้ลูกค้านำไปตกแต่งรถได้ในสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังคงอยู่ในสภาวะซบเซา แต่การเข้ามาทำตลาดของแบรนด์รถยนต์ใหม่ๆ กลับทำให้ตลาดมีการแข่งขันที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งในเรื่องของการนำเสนอราคาและโปรโมชัน ซึ่งในภาพรวมจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่สามารถเลือกรับสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเองได้

ซูซูกิจึงมีความเชื่อมั่นว่า งานมหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นงานที่มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศให้เกิดการซื้อขาย และกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงท้ายของปีได้เป็นอย่างดี เรามีความมุ่งหวังว่าการเข้าร่วมงานในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายรถยนต์ซูซูกิให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 การจัดแสดงบูธภายใต้แนวคิด “EMOLUTION Playground” สนามแห่งจินตนาการ จะดึงดูดผู้เข้าชมงานให้เข้ามาสัมผัสถึงความเป็นเอกลักษณ์รถยนต์ซูซูกิได้เป็นอย่างดี

ไฮไลท์ของรถที่ตกแต่งในปีนี้ นำโดย SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กยอดนิยมของคนไทย สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของซูซูกิมาอย่างต่อเนื่อง ห้องโดยสารสีดำตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินสไตล์สปอร์ต จอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว  พร้อมฟังก์ชันเอนเตอร์เทนเมนท์ครบครัน รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เติมเต็มความบันเทิงในการขับขี่ ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อตลอดการเดินทาง มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมันถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร ในราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท

นอกจากนั้น ซูซูกิขอแนะนำ SUZUKI JIMNY  จากรุ่นสู่รุ่นถึงเจเนเรชั่นที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Authentic compact 4WD รถยนต์ออฟโรดขนาดคอมแพ็คกับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิ ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของดีไซน์และสมรรถนะเกินตัวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD   พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมืออาชีพ เติมเต็มประสบการณ์ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสไตล์ออฟโรด   ในครั้งนี้ SUZUKI JIMNY  ถูกนำมาตกแต่งในแบบ OFFROAD EDITION เป็นรถออฟโรดที่ดูดุดันและแข็งแกร่งมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “BORN TO BE LEGEND” ด้วยการตกแต่งชุดกระจังหน้าดีไซน์ดุดัน มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งกันชนด้านหน้า ชุดสเกิร์ตด้านข้าง ชุดฝาครอบล้อพร้อมสติกเกอร์ตกแต่ง แผ่นกันโคลน กรอบรองมือจับประตู สติกเกอร์ตกแต่งฝาครอบถังน้ำมันและ Jimny Offroad Emblem โดยมีสีโมโนโทนให้เลือกเป็นสีเขียว /Solid Jungle Green สีดำ/Pearl Bluish Black สีเทา/Solid Medium Gray และสีขาว /Superior White และสีขาว/Metallic Chiffon Ivory ในราคาเดิมที่ 1,760,000 บาท และ สีทูโทน เป็นสีเหลืองกับหลังคาสีดำ/Solid Kinetic Yellow with Pearl Bluish Black และสีขาวกับหลังคาสีดำ/ Metallic Chiffon Ivory with Pearl Bluish Black ในราคาเดิมที่ 1,790,000 บาท

SUZUKI CELERIO รุ่นที่เคยสร้างกระแสความคุ้มค่า ที่มาพร้อมความโดดเด่นทุกด้าน ในสไตล์ CITY CAR ราคาเริ่มต้นที่ 319,900 บาท ตอกย้ำความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ด้วยชุดแต่งพิเศษ GL UP เติมเต็มความสปอร์ต ด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน พร้อมด้วยสปอยเลอร์หลัง และชุดสติกเกอร์ GL UP ในราคาจำหน่ายที่ 391,900 บาท และ SUZUKI CELERIO GX  มาพร้อมกับการปรับปรุงเพื่อตอบรับทุกการใช้งานที่ครบครัน ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อม Apple CarPlay และ Android Auto รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ USB ราคาจำหน่าย 399,900 บาท

SUZUKI XL7 HYBRID  ดีไซน์กระจังหน้าโครเมียมมาพร้อมกับไฟหน้า LED รีเฟล็กเตอร์ และ Daytime Running Light  ลงตัวกับไฟท้าย LED แบบ Light Guides  ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง กับเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมด้วยเทคโนโลยี Smart Hybrid จากซูซูกิ  ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และเสริมประสิทธิภาพการออกตัวได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็วด้วยกำลังส่งจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า อีกทั้งยังบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินสามารถใช้งานได้อย่างไร้กังวล พร้อมตอกย้ำความมั่นใจด้วยการรับประกันแบตเตอรี่นาน 5 ปีเต็ม ราคา 799,000 บาท

SUZUKI ERTIGA HYBRID รถอเนกประสงค์ MPV เต็มที่ทุกฟังก์ชัน ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ชาร์จไฟในตัวขณะขับขี่ลดความยุ่งยากในการหาสถานีชาร์จไฟ เสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน รับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี ราคา 699,000 บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต จนถูกเรียกว่า Goods Truck และ Service Truck สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจอื่นๆ เสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่งสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

สำหรับในงานนี้ ซูซูกิมีแนวคิดที่ต้องการเปิดโอกาสและส่งเสริมการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน ให้คนไทยที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ไม่ต้องการสร้างหน้าร้าน หรือต้องหาเช่าพื้นที่ เนื่องจากมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง การทำร้านแบบรถขายของเคลื่อนที่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ซูซูกิจึงได้นำ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์มาออกแบบและตกแต่งให้เป็นร้านขายกาแฟเคลื่อนที่ มุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของร้านกาแฟโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงมาก ซึ่งนอกจากจะเป็นการนำเสนอไอเดียเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจที่แตกต่าง จุดประกายแนวทางใหม่ให้ผู้ประกอบการ ตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง”

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ซูซูกิยังได้นำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” ให้ลูกค้าเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่ายจ่ายสบาย โดยสามารถเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งทุกรุ่น พร้อมด้วย สิทธิพิเศษฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2567 โดยขอเชิญชวนลูกค้าติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษของรถแต่ละรุ่นได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ หรือที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

อีซูซุ ยกขบวนยนตรกรรมโชว์ขุมพลังดีเซลแห่งอนาคต “ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก” ครั้งแรก! ในงาน Motor Expo 2024

0

อีซูซุจำลองบรรยากาศสนามแข่งรถ ยกขบวนยนตรกรรมสุดยอดสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก โดยนำ อีซูซุ ดีแมคซ์ และ มิว-เอ็กซ์ ใหม่! ภายใต้ชื่อเครื่องยนต์  MAXFORCE ร่วมโชว์งานแรกใน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 (The 41st Thailand International Motor Expo 2024) ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์  เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก ซึ่งเป็นขุมพลังที่แรงขึ้น เร็วขึ้น ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม และมีค่า CO2 ต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน สามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือทำงานควบคู่กับพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ในอนาคต พร้อม ใหม่! ISUZU 3.0 Ddi MAXFORCE ที่มี ใหม่! ECM แบบ MULTI-CORE โดยมีให้เลือกทั้งในอีซูซุ ดีแมคซ์ และ มิว-เอ็กซ์ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายวันแรกในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 และได้นำรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE และ ใหม่! 3.0 Ddi MAXFORCE The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก ร่วมโชว์ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2024 โดยจำลองบรรยากาศของสนามแข่งรถ พร้อม ISUZU SAFETY CAR และกิจกรรม MAXFORCE 360° XPERIENCE ผ่าน VR มุมมอง 360 องศา เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความแรงและเร็วเสมือนนั่งกับนักแข่งรถในสนามจริง นอกจากนี้ยังได้นำอีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 1.9 Ddi Blue Power ไลฟ์สไตล์ปิกอัพสายพันธุ์สปอร์ต และรถแต่งหลากหลายสไตล์มาร่วมโชว์ รวมทั้งสิ้น 15 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลของโลก และตอบโจทย์ครบครันด้านความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่าทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์”

ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้เป็นเครื่องยนต์แห่งอนาคต ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยพละกำลังสูงขึ้นแรงสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบ/นาที  ออกตัว เร่งแซงเร็วขึ้น กับแรงบิดช่วงออกตัวสูงขึ้นถึง 56%  แต่ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิมสูงสุด 10% และมีค่า CO2  ต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน  ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอีซูซุเป็นระยะทางเทียบเท่า 2.2 ล้านกิโลเมตร จนมั่นใจว่าเครื่องยนต์นี้มีความแรง ทนทาน และประหยัดน้ำมันเหมาะสมกับตลาดรถยนต์เมืองไทยมากที่สุด พร้อมที่จะถ่ายทอดสมรรถนะอันยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้าน ถือเป็นเทคโนโลยีดีเซลที่จะกำหนดอนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง

* ใหม่! หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูงถึง 250 MPa. และใหม่! ECM แบบ MULTI-CORE ประสิทธิภาพสูง

* ใหม่! E-VGS เทอร์โบแปรผันควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

* ใหม่! ห้องเผาไหม้แบบ HIGH SWIRL เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้สมบูรณ์แบบ มาพร้อมกับลูกสูบใหม่  ULTRA-LOW FRICTION ที่ให้แรงเสียดทานต่ำพิเศษ และเสื้อสูบแบบขึ้นรูปแกร่งพิเศษ แบบ EXTREME STRENGTH พร้อมระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ใหม่แบบ HI-FLOW

* ระบบส่งกำลังใหม่  ครั้งแรกของอีซูซุ! กับ ใหม่! เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic  ให้อัตราทดต่อเนื่องทุกช่วงความเร็ว ตอบสนองไว แม่นยำ นุ่มนวล ขับขี่สนุกเร้าใจ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดใหม่ แบบ Genius Sport Shift ที่มีการปรับเปลี่ยนอัตราทดให้เหมาะสมกับการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE

พร้อมกันนี้  อีซูซุยังได้ปรับปรุงเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 3.0 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน แรงจัดตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทนทาน และประหยัดน้ำมัน ให้พลังแรงสุดถึง 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และ แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที ด้วย ECM ใหม่ แบบ MULTI-CORE ประสิทธิภาพสูง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการใช้งานที่ต้องการกำลังสูงเป็นพิเศษ  อีกทั้งยังเพิ่มไลน์อัพใหม่กับ ใหม่! มิว-เอ็กซ์ “เดอะ เน็คซ์พีค” รุ่น RS  2.2 Ddi MAXFORCE อีซูซุ วี-ครอส 4×4 รุ่น 4 ประตู เกรด ZP เกียร์อัตโนมัติ 3.0 Ddi MAXFORCE และ อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4 เกียร์อัตโนมัติ 3.0 Ddi MAXFORCE  รวมทั้งยังมาพร้อมสีใหม่ “เทาเอลบรุส โอเพค” (Elbrus Grey Opaque)  ในอีซูซุ ดีแมคซ์ทุกรุ่น

ขบวนรถอีซูซุจำนวน 15 คันที่นำมาจัดแสดง ในงาน MOTOR EXPO 2024 ประกอบด้วย

รถอีซูซุรุ่นมาตรฐานยอดนิยม จำนวน 9 คัน 

* NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4×2 ไลน์อัพใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมการออกแบบที่โดดเด่น และสปอร์ต เอกลักษณ์เฉพาะ THE PEAK OF RS DESIGN  พร้อมชุดแต่ง RS Design ครั้งแรกใน MU-X กับพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) กล้อง 360 องศา (360° Surround View Camera) มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ พร้อมอัพเกรดระบบความปลอดภัยให้เหนือไปอีกขั้นกับ ADAS Generation ล่าสุด! ทรงพลังด้วยกระจังหน้า Black Diamond Grille วัสดุ Black Chrome พร้อมสัญลักษณ์ RS โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้าย Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line เท่เร้าใจอารมณ์สปอร์ตด้วยหลังคาดำ Gloss Black Roof ล้ออัลลอย RS Design ขนาด 20 นิ้ว เสริมลุคสปอร์ตด้วย Fender Garnish สีดำ และ Side Garnish สัญลักษณ์ RS ยกระดับภายในห้องโดยสารให้พีคกว่าเดิม ด้วยโทนสีดำ พร้อมตกแต่งด้วย Matte Silver Garnish  โดยนำมาโชว์ทั้งสิ้น 2 คัน ได้แก่ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) จัดแสดงเป็นไฮไลท์บนเวที  และสีขาวมุก โดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) จัดแสดงด้านล่าง

*  NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ULTIMATE 4×2  สีขาวมุก โดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พลิกโฉมสู่ความพรีเมี่ยม THE PEAK OF ULTIMATE DESIGN  ผ่านเส้นสายภายนอกที่มีความ Dynamic สู่ภายในที่หรูล้ำให้ความรู้สึก Modern Luxe พร้อมโทนสี Truffle Brown ครั้งแรกกับพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) พร้อมอัปเกรดระบบความปลอดภัยให้เหนือไปอีกขั้นกับ ADAS Generation ล่าสุด กระจังหน้าดีไซน์ Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide ไฟหน้าและไฟท้าย Dynamic Blade โฉบเฉี่ยว พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line  ล้ออัลลอยดีไซน์ Dynamic Turbine ขนาด 20 นิ้ว สี Magnetite II พร้อมดีเทลก้านแม็กแบบ 3D ยกระดับความหรูในห้องโดยสาร ด้วยโทนสี Truffle Brown – Black อบอุ่นดู High Class

* NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ELEGANT 4×2 สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) 3.0 Ddi MAXFORCE กระจังหน้าดีไซน์ Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide  โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้าย Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line และล้ออัลลอยดีไซน์ขนาด 1.8 นิ้ว ยกระดับห้องโดยสารหรู Modern Luxe  กว่าเดิมด้วยโทนสี Truffle Brown – Black ให้ความรู้สึกอบอุ่น High Class  เบาะนั่งดีไซน์ สี Truffle Brown นั่งสบายโอบรับสรีระ ทำด้วยวัสดุ Cool Max ลดการสะสมความร้อน  คอนโซลดีไซน์ สี Truffle Brown พรีเมี่ยมด้วยวัสดุ Piano Black – Satin Silver  พร้อม Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แบบสัมผัส รองรับ Wireless Android Auto & Wireless Apple CarPlay

* NEW! ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู  2.2 Ddi MAXFORCE M และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ที่ผสมผสานความหรูหราอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวก้าวล้ำไปสู่เทคโนโลยีอนาคตแฝงด้วยศาสตร์แห่งวิศวกรรมการขับเคลื่อน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์แบบ Turbine Spiral ห้องโดยสารพรีเมี่ยมด้วยแนวคิด High-Class & Sophisticated โดดเด่นด้วย Miura Design พร้อมการออกแบบตามหลัก Usability Design เบาะนั่งเทคโนโลยี COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมระบบปรับเบาะไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ  และเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น  เข้าร่วมโชว์ทั้งสิ้น 2 คัน โดยสีใหม่ เทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Grey Opaque จัดแสดงเป็นไฮไลท์บนเวที และยังมีรุ่นเดียวกัน สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) จัดแสดงด้านล่าง

* NEW! ISUZU D-MAX CAB4 2.2 Ddi MAXFORCE Z สีใหม่ เทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Grey Opaque) เกียร์ธรรมดา 6 สปีดอัตราทดใหม่ ภายนอกภูมิฐาน ไฟหน้าดีไซน์เน้นความโฉบเฉี่ยว ISUZU Vision Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight กระจังหน้าแบบ 3-Dimension สี Silky Silver และ Dark Grey พร้อม Air Curtain ที่กันชนหน้า นวัตกรรม Aerodynamic ลดแรงต้านอากาศ แบบฉบับรถสปอร์ตหรู ไฟท้ายแบบ Triple-Armour LED สัญลักษณ์แห่งความโดดเด่น  และล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว โฉบเฉี่ยวทันสมัย  ห้องโดยสารใช้งานได้หลากหลายออกแบบตามหลัก Usability Design โดดเด่นด้วย Miura Design  พร้อมเบาะผ้าพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 8 นิ้ว ใช้รองรับการใช้งานทั้งระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay

* ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER 4 ประตู 1.9 Ddi Blue Power AT  สีดำบาวาเรียน (Bavarian Black Mica) ปิกอัพสปอร์ตยกสูง มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว สี Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-เทา คอนโซลดีไซน์แบบ Iron Structure เพิ่มความเท่อย่างมีสไตล์  เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยม ด้วยเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมโลโก้ X และหน้าจอแสดงข้อมูล Integrated MID 7 นิ้ว โทนแดงให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมพร้อมโลโก้ X อีกทั้งมี Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ขับสนุกเร้าใจ โดยมีเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อม Rev Tronic และ Sequential Paddle Shift ให้เลือก

* ISUZU X-SERIES รุ่น SPEED 4 ประตู 1.9 Ddi Blue Power สีขาวไซบีเรียน (Siberian White) ปิกอัพสปอร์ตแนวสตรีทเรซ ล้ออัลลอย 16 นิ้ว สี Gloss Black ให้อารมณ์สปอร์ต หน้าปัดแสดงข้อมูลสไตล์เรซซิ่ง สะท้อนตัวตนผ่านโลโก้ X คอนโซลดีไซน์แบบ Flaming Wing เพิ่มความเร้าใจ เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X เกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift

รถอีซูซุตกแต่งพิเศษหลากสไตล์ 6 คัน

      * NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4WD สีเทาไอเกอร์ โอเพค (Eiger Grey Opaque) มาพร้อมความแรงแบบฉบับอนาคต กับเครื่องยนต์ดีเซลเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด 3.0 Ddi MAXFORCE ตอบโจทย์อรรถรสการขับขี่ ด้วยสมรรถนะดีที่สุดรอบด้าน  แต่งสไตล์สปอร์ตลุย ด้วยล้อ Lenso รุ่น Jager Zeta ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone รุ่น Dueler AT002 ขนาด 265/50R20 เสริมสมรรถนะด้วยชุดโหลดช่วงล่างจาก Profender รุ่น Tune Series

      * NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ACTIVE 4×2 2.2 Ddi MAXFORCE AT สีขาวมุก โดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ชูแนวคิด Sport Luxury PPV ด้วยชุดแต่งที่เน้นเส้นสายเข้ากับตัวรถ ผสานเอกลักษณ์โดยแบรนด์ AKC พร้อมล้อ Lenso 20 นิ้ว และ ยาง Bridgestone รุ่น ECOPIA H/L100 ขนาด 265/50R20 ชุดโหลดช่วงล่างจาก Profender รุ่น Tune Series คาลิปเปอร์เบรคสีแดงขนาดใหญ่ 6 pot จาก Run Stop จานเบรกขนาด 380 มม.

      *  NEW! ISUZU V-Cross 4 ประตู 3.0 Ddi MAXFORCE M AT สีส้มนามิบู ไมก้า (Orange Namibu Mica) ตกแต่งสไตล์ลุยจาก Hamer แรงบันดาลใจมาจากความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์และเสริมประสิทธิภาพให้กับรถที่ขับในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงมีความแข็งแกร่งและทนทานแบบออฟโรด

      *  NEW! ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู 3.0 Ddi MAXFORCE M AT สีขาวมุก โดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) มาพร้อมชุดแต่งจาก WILD โดดเด่นในสไตล์ Rally Master แบบรถแข่งแรลลี่ ที่ต้องทั้งลุย ทั้งเร็ว พร้อม ล้อ MK Sports 20 นิ้ว และยาง Toyo รุ่น R/T ขนาด 305/55R20 ยกสูง 2 นิ้ว ด้วยชุดช่วงล่าง Profender พร้อมชุดปีกนกบนเพื่อรถยกสูง

* ISUZU SAFETY CAR 2.2 Ddi MAXFORCE มาดใหม่ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปรับแต่งความแรงด้วยคันเร่งไฟฟ้าและกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้าจาก ECU Shop โดยปรับเน้นให้แรงแบบไร้ควัน ได้แรงม้าสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 515 นิวตันเมตร ใส่แต่งช่วงล่างใหม่ด้วยโช๊คอัพ Explorar สเปกเดียวกับรถแข่งในสนาม ดิสก์เบรกสี่ล้อขนาด 6 pot จานเบรกขนาด 355 มม.จาก Run Stop ล้อ VEGAS จาก MK Sport  พร้อมยาง Toyo Proxes Sport ขนาดยางหน้า 245/45R18  และขนาดยางหลัง 275/40R18 ไล่เบาด้วยชุดคาร์บอนคอมโพสิตที่ฝากระโปรงหน้าและฝาท้ายจาก Akana Carbon เสริมความปลอดภัยด้วยชุด Roll Cage เบาะนั่งรถแข่ง Sparco พร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดจาก Sabelt พร้อมชุดสัญญาณไฟไซเรน

* NEW! ISUZU D-MAX SPARK 4×4 3.0 Ddi MAXFORCE S AT สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) ไลน์อัพใหม่ของอีซูซุ ดีแมคซ์ มาพร้อมชุดแต่งจาก Outlander กันชนหน้าเมทริกซ์ คอกกระบะฮันเตอร์ บันไดข้างฮันเตอร์ กันชนท้ายฮันเตอร์ แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่องสีแดง 3 ชิ้น แผ่นบังโคลนสลิง ด้วยล้อ Fuel ขนาด 18 นิ้ว และยาง BF Goodrich A/T ขนาด 265/65R18

นอกจากนี้ภายในบูธอีซูซุยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล อาทิ เปิดประสบการณ์ใหม่กับสถานการณ์เสมือนจริง ปะทะความเร็วและแรงบนสนามแข่งรถราวกับการนั่งคู่กับนักแข่งขาซิ่งในสนามจริง ผ่านกิจกรรม MAXFORCE 360°XPERIENCE แว่น VR ในมุมมอง 360 องศา พร้อมแชร์ความแรงผ่าน “AI Snap MAXFORCE” Photo Booth และทดลองขับสัมผัสประสบการณ์ความแรงและเร็วของ อีซูซุ ดีแมคซ์ และมิว-เอ็กซ์ ในงาน MOTOR EXPO 2024  ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ อาคารอิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี  ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai