Home Blog Page 99

เตรียมรถให้พร้อมก่อนหยุดยาว ศูนย์บริการฮอนด้าชวนลูกค้าตรวจสภาพรถยนต์ ฟรี! 25 รายการ พร้อมรับแคมเปญดีๆ “Honda Summer Deal” ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2568 – 30 เม.ย. 2568

0
ฮอนด้า 1

ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ทั้งรถใหม่และรถมือสอง เตรียมเฮ! รับซัมเมอร์ กับบริการตรวจสภาพรถฟรี! 25 รายการ จัดแคมเปญ “Honda Summer Deal”* โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ชวนลูกค้าเตรียมความพร้อมให้รถยนต์ฮอนด้าของท่านก่อนการเดินทางช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ รับโปรโมชันพิเศษ ทั้งแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ ผ้าเบรก และส่วนลดอะไหล่อื่นๆ มากมาย พร้อมผ่อนเบาๆ สุดคุ้ม สูงสุด 10 เดือน** เพียงนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้านท่าน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568 โดยสามารถจองคิวรับบริการล่วงหน้า ทาง “Online Service Booking” ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Official Account (@Honda-Thailand) มาพร้อม 2 บริการพิเศษ*** ทั้ง “Honda Drop & Go” การนัดหมายเช็กระยะล่วงหน้า และ “Honda Quick Service” การนัดหมายเช็กระยะเร่งด่วน แบบรอรับรถได้ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าทุกท่านยิ่งขึ้น

สิทธิประโยชน์ในแคมเปญ “Honda Summer Deal”*
รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ**** (อาทิ ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์/ แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม)
รายการที่ 2 ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
รายการที่ 3 ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
รายการที่ 4 ส่วนลด 10% ผ้าเบรก
รายการที่ 5 ส่วนลด 150 บาท แบตเตอรี่ทางเลือกยี่ห้อ GS และยี่ห้อ PUMA
รายการที่ 6 โปรโมชันยางรถยนต์รุ่นที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
•ซื้อยาง 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี
เอชอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี
ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ซิตี้ และแจ๊ซ
•ซื้อยาง 4 เส้นตามรุ่นยางที่กำหนด รับส่วนลดพิเศษ บัตรโลตัส และบัตรน้ำมัน
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลด 1,280 – 3,200 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี แอคคอร์ด ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear)
oสำหรับขนาดล้อ 16 นิ้ว ซื้อครบ 4 เส้น รับบัตรโลตัส 200 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า บีอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ และแจ๊ซ
oสำหรับขนาดล้อ 17 และ 18 นิ้ว รับบัตรเติมน้ำมัน 500 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า
ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี แอคคอร์ด และซีวิค
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลด 600 – 2,800 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า
ซีอาร์-วี บีอาร์-วี ซีวิค และโมบิลิโอ
-ยางบริดจสโตน (Bridgestone) ซื้อครบ 4 เส้น รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี บีอาร์-วี แอคคอร์ด ซิตี้ แจ๊ซ และโมบิลิโอ
•โปรโมชันยางพิเศษอื่นๆ ตามรุ่นที่กำหนด
-ซื้อยางฮันกุก (Hankook) รับส่วนลดสูงสุด 300 บาท/เส้น ไม่จำกัดจำนวน สำหรับลูกค้า
รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค
โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายเบาๆ** ทั้งงานบริการ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สำหรับทุกธนาคารที่เข้าร่วมและสูงสุด 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ยอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป และค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน และสูงสุด 10 เดือน ยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป

นอกจากนี้ รับเพิ่ม! สิทธิประโยชน์พิเศษ สำหรับ
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่มีรถอายุ 5 ปีขึ้นไป รับส่วนลดเพิ่ม 200 บาท เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟแบบ 4 ระยะ
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง ทั้งลูกค้า ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์ (Honda Certified Used Car) และกลุ่มรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั่วไป เพียงเข้าไปที่ศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้านท่าน เพื่ออัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ รับสิทธิประโยชน์ “Welcome to Honda Family” ได้แก่ ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง 200 บาท และส่วนลด 20% น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ ในแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ”

ลูกค้าสามารถตรวจสภาพรถฟรีและรับโปรโมชันพิเศษในแคมเปญ “Honda Summer Deal” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568 โดยสามารถตรวจสอบศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/honda-summer-deal-campaign

หมายเหตุ
* เงื่อนไขของแคมเปญฯ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/honda-summer-deal-campaign

** เงื่อนไขการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการที่มียอดชำระขั้นต่ำ 5,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป
– ผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท (ยกเว้น BBL American Express / BBL China Union Pay /
บัตรบีเฟิสต์ –VISA ELECTRON) บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและในเครือ
(บัตรเครดิตโฮมโปร / บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตคาร์ด / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส)
– ผ่อนชำระ 0% นาน 8 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย

เงื่อนไขการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท (ยกเว้น BBL American Express / BBL China Union Pay / บัตรบีเฟิสต์ –VISA ELECTRON) บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย
บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและในเครือ (บัตรเครดิตกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ / บัตรเครดิตโฮมโปร / บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตคาร์ด / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส)

***“Honda Drop & Go” หรือ “Honda Quick Service” ให้บริการแตกต่างกันในแต่ละโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า ลูกค้าสามารถตรวจสอบล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ

**** รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ
1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์/ แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของแม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมกับธนาคารยูโอบี มอบรถมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ฉลอง 5 ปี UOB Mercedes พร้อมต่อยอดความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้ถือบัตรเครดิตที่เป็นลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์

0
Mercedes Benz 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดแคมเปญพิเศษร่วมกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี ของบัตรเครดิตยูโอบี วีซ่า เมอร์เซเดส (UOB Mercedes Credit Card) มอบรางวัลรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic มูลค่า 5,650,000 บาท แด่นายสหรัฐ เปาวรางกูล ผู้โชคดีจากแคมเปญนี้ (ที่ 4 จากซ้าย) โดยมีทีมผู้บริหาร พร้อมทั้งพันธมิตร นำโดย มร. คาย-อูเว่ ทริลเลนแบร์ก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย) นางสาวนพร อิงคตานุวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท วีซ่า (ประเทศไทย) (ซ้ายสุด) และนางสาวสุพรทิพย์ พงศาชำนาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) มาร่วมมอบรางวัลในครั้งนี้

Mercedes Benz 2
UOB Mercedes Credit Card เป็นบัตรเครดิตระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมการมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมาย อาทิ คะแนนสะสมยูโอบีรีวอร์ด ส่วนลดค่าบริการและอะไหล่ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ เครดิตเงินคืน 3% ที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ บริการล้างรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ฟรีทุกเดือนที่ Poli-Chem รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการเดินทางระดับพรีเมียม เช่น เลานจ์สนามบิน และบริการรถลีมูซีน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและยกระดับประสบการณ์การเดินทางในทุกเส้นทาง

Mercedes Benz 3

นอกจากเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะแล้ว UOB Mercedes Credit Card ยังมอบประสบการณ์การขับขี่และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย เช่น การทดลองขับในสนามแข่ง การฝึกทักษะการขับขี่ (Mercedes-Benz Driving Event) โดยผู้เชี่ยวชาญและนักแข่งระดับตำนานจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ถือบัตรที่ชื่นชอบรถยนต์หรูได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเครดิต UOB Mercedes Credit Card และสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ ได้ที่ UOB Mercedes Credit Card | เมอร์เซเดส-เบนซ์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th
หรือที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand, IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

PTG ร่วมกับกรมการค้าภายใน ให้ความมั่นใจ เติมน้ำมันเต็มลิตร ที่สถานีบริการน้ำมันพีที

0
PTG 1

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ พีที (PT) ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ประกาศเสริมสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนผู้บริโภค ในการเข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้บริโภคในการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที

PTG 3

 

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เผยว่า “การสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประชาชนผู้บริโภคได้รับเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันที่เติมเงินที่จ่ายไปนั้นถูกต้อง และครบถ้วน ดังนั้นพีทีจี จึงได้เข้าร่วม “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์พีทีทุกแห่งทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ โดยจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของหัวจ่ายเป็นประจำทุก 15 วัน ต่อเนื่องกัน 6 เดือน หลังจากนั้นจะเป็นการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้เราตั้งเป้าในการผลักดันให้สถานีบริการน้ำมันพีทีทุกแห่งในประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันพีทีที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายมาตรฐานแล้ว 1,680 สถานี เพราะเราตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้บริโภคที่จะได้รับน้ำมันมาตรฐานเต็มลิตร และเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพ รวมถึงมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับบริการที่ดีที่สุด ทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันพีที”

PTG 5

 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า “ตามที่ทางกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมฯ กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วม “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุน ส่งเสริม และกำกับดูแลมาตรวัดปริมาณเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมัน ให้มีความเที่ยงตรง ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกหัวจ่าย สำหรับสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์พีทีนั้น ให้ความร่วมมือในการผลักดัน และปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดอย่างเข้มงวด โดยสถานีบริการน้ำมันพีทีนั้นสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ ได้อย่างถูกต้องต่อเนื่องกัน 6 เดือน จึงได้รับการยกระดับป้ายสัญลักษณ์เป็นสีเงิน (Silver) ดังนั้นผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ในการเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับเครื่องหมายสัญลักษณ์ “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จะได้รับปริมาณน้ำมันที่ครบถ้วน ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด”

PTG 7

ทั้งนี้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) มุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หลักการเที่ยงธรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่เป็นเยี่ยมสู่ลูกค้าผู้ไว้วางใจ ทั่วประเทศ ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันพีทีมีมากถึง 2,062 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ครบครันด้วยบริการหลากรูปแบบ อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อ “Max Mart” “ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย” รวมทั้ง “Autobacs” ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร มาตรฐานจากญี่ปุ่น ซึ่งสอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของ PTG ในการพัฒนาสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข” ต่อไป

“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” คว้า 2 รางวัลในสนามเปิดฤดูกาล TRRC

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในสนามเปิดฤดูกาลรายการแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2568 (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) โดยสามารถคว้าชัยสองรางวัล ได้แก่ อันดับ 2 ในรุ่น T2 หรือโปรดักชัน และอันดับ 4 Overall ท่ามกลางบรรยากาศสุดเร้าใจ และเสียงเชียร์จากลูกค้ารวมถึงแฟนฟอร์ดที่มาร่วมกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience)’ ณ จังหวัดนครราชสีมา

Ford 2

ฟอร์ดตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต โดยมีนักแข่งมากฝีมืออย่าง ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมากประสบการณ์ นำรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 ลงประชันสนามในการแข่งรถกระบะครอสคันทรีชื่อดังของไทย พิสูจน์ความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ของรถกระบะที่ผลิตจากโรงงานที่ผสานเข้ากับทักษะการขับและการนำทาง บนระยะทางราว 132 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยความท้าทายสุดทรหด จบการแข่งขันด้วยการคว้าอันดับ 2 ของรุ่น T2 และอันดับ 4 Overall ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เมื่อวันที่ 1-2 มีนาคมที่ผ่านมา

Ford 3

ในปีนี้ ฟอร์ดยังจัดกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบประสบการณ์ออฟโรดสุดเร้าใจให้ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยมีกิจกรรมทดสอบสมรรถนะอันดุดันของรถยนต์ฟอร์ดหลายรุ่นบนเส้นทางที่ท้ายทาย ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะเอนกประสงค์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดเท่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต

Ford 4

ภายในงาน ลูกค้าและแฟนๆ รถฟอร์ด ได้สัมผัสบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในการปล่อยขบวนรถแข่งระหว่างพิธีเปิดงาน พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่งขัน นอกจากนี้ลูกค้าฟอร์ดยังสามารถนำรถของตนเองเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งจริงของรายการ TRRC สนามที่ 1 ระยะทาง 20 กิโลเมตร เพื่อแสดงศักยภาพของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ พร้อมร่วมกิจกรรมในบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง

Ford 5

สำหรับปี 2568 ฟอร์ดเตรียมจัดกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์’ ตลอดทั้งปีที่การแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) โดยสนามที่ 2-4 จะจัดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี และสระแก้ว ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถติดตามข่าวสารและการรับสมัครร่วมกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

“Isuzu Thailand Championship 2025” เฟ้นหาสุดยอดนักมวยไทยทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน พร้อมรางวัลรถปิกอัพอีซูซุ

0
อีซูซุ 1

อีซูซุเดินหน้าจัดการแข่งขัน “Isuzu Thailand Championship 2025” ต่อเนื่องหลังการปรับรูปแบบเมื่อปีที่แล้วจาก “ศึกอีซูซุคัพ” มวยไทยระดับตำนานถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุดของไทยมากกว่า 3 ทศวรรษ สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนมวยทั่วประเทศ ด้วยการค้นหานักมวยฝีมือดีจาก 6 ภูมิภาค เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรูปแบบทีม ผู้ชนะจะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก! ทั้งหมด 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 1,785,000 บาท พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนนักมวยจากประเทศไทยในการแข่งขันระดับโลก THAI FIGHT 2025

อีซูซุ 2
กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้จัดการแข่งขันมวยรอบถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุดของไทยมากกว่า 3 ทศวรรษ จนได้ชื่อว่า “มวยไทยทางทีวีระดับตำนาน” สำหรับ “Isuzu Thailand Championship” ในปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ด้วย TV Rating สูงมาก และในปีนี้เราก็ได้ 18 นักมวยที่มีความสามารถจากทั่วประเทศ เพื่อชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการสร้าง “เลือดใหม่” ให้แก่วงการมวยไทยอีกครั้งหนึ่ง ผมขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสำหรับการสนับสนุนอย่างดียิ่งมาโดยตลอด จนทำให้เกิดการแข่งขันในครั้งนี้”

อีซูซุ 3

การแข่งขันมวย Isuzu Thailand Championship เป็นการจัดแข่งขันมวยคาดเชือกโดยชกมวยแบบ “ยกทีมปะทะกัน” ซึ่งThai Fight International Boxing Association (TFIBA) หรือ สมาคมกีฬามวยไทยไฟท์นานาชาติ เป็นผู้รับรองการแข่งขัน ด้วยการนำนักมวยท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค จัดเป็นทีม ๆ ละ 3 คน เป็นตัวแทนของภูมิภาค โดยแบ่งเป็น 6 ภูมิภาค นักมวย 18 คน ดังนี้

อีซูซุ 4

1.ภาคเหนือ
พิกัด 61 กิโลกรัม : ขุนศึกเล็ก ศิษย์ผู้ใหญ่เทพ
พิกัด 63 กิโลกรัม : ธนูเงิน ภ.หลักบุญ
พิกัด 65 กิโลกรัม : เพชรลือชา ช.ห้าพยัคฆ์

2.ภาคอีสานเหนือ
พิกัด 61 กิโลกรัม : ขวัญ ส.เพลินจิตร
พิกัด 63 กิโลกรัม : ชัยบุรี ลูกสิงห์นําชัย
พิกัด 65 กิโลกรัม : เกียรติเพชร สวนอาหารปีกไม้

3.ภาคอีสานใต้
พิกัด 61 กิโลกรัม : จอมพล ส.กลิ่นมี
พิกัด 63 กิโลกรัม : พลอยพันล้าน กําปั้นมวยไทย
พิกัด 65 กิโลกรัม : สายน้ำเพชร มวยไทยแอคทีฟ

4.ภาคกลาง
พิกัด 61 กิโลกรัม : ฉัตรชัย ส.ตระกูลสิงห์
พิกัด 63 กิโลกรัม : ปราบปราม ส. สุวรรณารัณย์
พิกัด 65 กิโลกรัม : ดาวเหนือ เอ็นแอนด์พีบ๊อกซิ่งยิมส์

5.ภาคตะวันออก
พิกัด 61 กิโลกรัม : ปราบศึก ศิษย์แก้วประพล
พิกัด 63 กิโลกรัม : ซามูไร สีโอปอล
พิกัด 65 กิโลกรัม : ฟ้านิมิต ว. เทคโนหลวงปู่สรวง

6.ภาคใต้
พิกัด 61 กิโลกรัม : เบิกบาน ลูกเมืองเพชร
พิกัด 63 กิโลกรัม : ซุปเปอร์บอล น้องแพรลูกสาวกํานันกุ้ง
พิกัด 65 กิโลกรัม : พลเอก ภูตะลึงคาเฟ่

โดยในการแข่งขันรอบแรก วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2568 เป็นการพบกันระหว่างทีมภาคตะวันออกกับทีมภาคใต้ และทีมภาคเหนือกับทีมภาคอีสานใต้ โดยมีผลกรแข่งขันดังนี้

อีซูซุ 5

ผลการแข่งขันมวย Isuzu Thailand Championship 2025
•คู่ที่ 1 น้ำหนัก 61 กิโลกรัม รอบแรก
ปราบศึก ศิษย์แก้วประพล (ทีมภาคตะวันออก) เสมอ เบิกบาน ลูกเมืองเพชร (ทีมภาคใต้)
•คู่ที่ 2 น้ำหนัก 65 กิโลกรัม รอบแรก
ฟ้านิมิต ว.เทคโนหลวงปู่สรวง (ทีมภาคตะวันออก) แพ้น็อคยก 2 พลเอก ภูตะลึงคาเฟ่
(ทีมภาคใต้)
•คู่ที่ 3 น้ำหนัก 63 กิโลกรัม รอบแรก
ซามูไร สีโอปอล (ทีมภาคตะวันออก) ชนะคะแนน ซุปเปอร์บอล น้องแพรลูกสาวกำนันกุ้ง
(ทีมภาคใต้)
•คู่ที่ 4 น้ำหนัก 63 กิโลกรัม รอบแรก
ธนูเงิน ภ.หลักบุญ (ทีมภาคเหนือ) ชนะน็อคยก 2 พลอยพันล้าน กำปั้นมวยไทย
(ทีมภาคอีสานใต้)
•คู่ที่ 5 น้ำหนัก 65 กิโลกรัม รอบแรก
เพชรลือชา ช.ห้าพยัคฆ์ (ทีมภาคเหนือ) ชนะคะแนน สายน้ำเพชร มวยไทยแอคทีฟ
(ทีมภาคอีสานใต้)
•คู่ 5 น้ำหนัก 61 กิโลกรัม รอบแรก
ขุนศึกเล็ก ศิษย์ผู้ใหญ่เทพ (ทีมภาคเหนือ) ชนะคะแนน จอมพล ส.กลิ่นมี (ทีมภาคอีสานใต้)

อีซูซุ 7

 

สรุปรวมผลคะแนนรอบแรก
ภาคตะวันออก 3 คะแนน
ภาคใต้ 4 คะแนน
ภาคเหนือ 7 คะแนน
ภาคอีสานใต้ 0 คะแนน
รูปแบบการแข่งขัน
เป็นการแข่งขันชกในรูปแบบมวยคาดเชือก แข่งขันชกกัน 3 ยก จะมีทีมเข้าแข่งขัน 6 ทีม ตามภูมิภาคที่กำหนดไว้ และทำการแข่งขันแบบยกทีม ซึ่งนักมวยทั้ง 3 คน 3 รุ่นน้ำหนักของแต่ละทีม จะต้องแข่งขันชกเพื่อชัยชนะในการสะสมคะแนน ซึ่งทุกทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด ทั้ง 6 ทีม โดย ทุกทีมจะทำการแข่งขันในรอบแรก ทีมละ 5 ไฟท์ รวมการแข่งขันในรอบแรก และมีการเก็บคะแนนแบบระบบ League โดยกำหนดการให้คะแนน ดังนี้
•ชนะน็อค ได้ 3 แต้ม
•ชนะคะแนน ได้ 2 แต้ม
•เสมอ ได้ 1 แต้ม (เฉพาะการแข่งขันรอบแรก) (การแข่งขันรอบสอง ในกรณีแข่งขันชกครบ 3 ยก

ผลการตัดสินออกมา “เสมอ” จะทำการแข่งขันชกกันต่อในยกที่ 4 ซึ่งจะเป็นยกตัดสิน เพื่อหา ผู้ชนะ)
เมื่อทุกทีมแข่งขันครบทุกทีมแล้ว จะนำเอาทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 1 – 4 เข้ารอบสองต่อไป แล้วทำการแข่งขันกันต่อ เพื่อหาทีมที่ดีที่สุด

การแข่งขันรอบแรก จำนวน 6 ทีม นำมาแข่งขันแบบพบกันหมด โดยทุกทีมจะทำการแข่งขันในรอบแรก ทีมละ 5 ไฟท์ แล้วเอาทีมที่มีคะแนนเก็บมากที่สุด 4 อันดับแรก นำเข้าสู่รอบสอง (รอบ 4 ทีมสุดท้าย)

อีซูซุ 8

การแข่งขันรอบสอง จำนวน 4 ทีม นำมาแข่งขันแบบไขว้ทีม คือ ด้วยการนำเอาทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 1 มาแข่งขันกับทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 4 และนำทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 2 มาแข่งขันกับทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 3 ในกรณีที่ทีมมีคะแนนผลการแข่งขันรวมเท่ากัน ก็จะนำเอาผลการให้คะแนนย่อยในแต่ละยก ของแต่ละคู่ นำมารวมกันทั้ง 3 คู่ ออกมาเป็นคะแนนรวมตัดสิน ซึ่งจะทำการแข่งขันยกทีมเพียงแค่ 2 ไฟท์ ทีมใดแพ้จะตกรอบทันที และทีมที่ชนะจะได้เข้ารอบชิงชนะเลิศในสังเวียน THAI FIGHT และนักมวยทีมชนะเลิศ จะเป็นนักมวยในสังกัด THAI FIGHT

โดยทีมที่เป็นแชมป์จะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ รถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก! คนละ 1 คัน รวมทั้งหมด 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 1,785,000 บาท พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนนักชกไทยในสังเวียนมวยโลก THAI FIGHT 2024 แฟนมวยสามารถติดตามรายการ “Isuzu Thailand Championship” ทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง 8 และ YouTube ช่อง THAI FIGHT OFFICIAL ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.00 น. ถ่ายทอดสดจาก World Siam Stadium ตะวันนา บางกะปิ

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“ฮอนด้า” ประกาศก้าวสำคัญสู่เป้าหมายด้านความปลอดภัยตาม Honda Target 2050 ผสานความร่วมมือกับกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UNRSF) พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในโลก ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับสูงสุด 3 ดาว จากสหพันธ์ FIA

0
ฮอนด้า 1

ฮอนด้า ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ ของฮอนด้า พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ที่ประกอบด้วย 2 ทิศทางหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัย โดยในด้านความปลอดภัย ฮอนด้า มุ่งมั่นสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุสำหรับทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันให้เกิดขึ้น และลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องจากการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ (Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ฮอนด้าได้ประกาศความสำเร็จภายใต้ทิศทางดังกล่าวใน 2 ด้าน ประกอบด้วย
1)การร่วมมือครั้งสำคัญกับกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UNRSF: UN Road Safety Fund) โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ให้การสนับสนุนงบประมาณราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐ
เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก
2)การเป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในโลก ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับสูงสุด 3 ดาว จากการจัดอันดับค่าดัชนีความปลอดภัย จากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA)

สำหรับความร่วมมือกับกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UNRSF) ฮอนด้าถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ให้การสนับสนุนงบประมาณมูลค่าราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในกรอบระยะเวลา 5 ปี เพื่อช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก โดยแบ่งเป็น
•การมุ่งเน้นถึงการวิเคราะห์อุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละประเทศ เพื่อมุ่งสู่เจตนารมณ์ในการลด
การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฮอนด้าและกองทุนฯ UNRSF
จะร่วมกันออกแบบระบบเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์จริงและช่วยวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ
ต่าง ๆ อีกทั้งติดตามผลของมาตรการความปลอดภัยในแต่ละประเทศ โดยกองทุนฯ UNRSF จะเป็นผู้ส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ ผสานกับการนำประสบการณ์และเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ของฮอนด้าที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนาน มาประยุกต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันเหตุ
ที่อาจจะเกิดขึ้น
•การให้การสนับสนุนนโยบายด้านความปลอดภัยบนท้องถนนในแต่ละประเทศ โดยใช้ประสบการณ์
ที่ครอบคลุมของฮอนด้าในการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยและส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย ทั้งนี้ ฮอนด้าและกองทุนฯ จะให้การสนับสนุนแก่ประเทศเกิดใหม่ ประเทศที่กำลังพัฒนาโดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งรวมถึง
การผลักดันให้มีกฎจราจร กฎหมายจำกัดความเร็วที่เหมาะสม การสวมอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น
(การสวมหมวกนิรภัย การใช้เข็มขัดนิรภัย) และระบบการออกใบขับขี่ รวมถึงการช่วยเสริมสร้างการบังคับใช้กฎจราจร การเสนอการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มกิจกรรมการที่ช่วยสร้างการตระหนักรู้
ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน

สำหรับประเด็นที่ฮอนด้าได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับสูงสุด 3 ดาว จากการจัดอันดับค่าดัชนีความปลอดภัยจากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (The FIA Road Safety: FIA RS) ในงาน “Challenge 2030: Achieving the Global Road Safety Goals” ณ เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก ที่จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 นับเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฮอนด้า ในฐานะการเป็นผู้ผลิตรถยนต์
รายแรกในโลกที่ได้รับการรับรอง 3 ดาว* ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของฮอนด้า ในการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุบนท้องถนนและลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์(Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนภายในปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050)

ทั้งนี้ ดัชนีความปลอดภัย FIA RS ประกอบด้วยการจัดอันดับ 2 ประเภท ได้แก่ 1) การจัดอันดับห่วงโซ่อุปทาน
ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมองค์กรตั้งแต่การจัดหาชิ้นส่วน การพัฒนา และการผลิต รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า และ 2) การจัดอันดับผลิตภัณฑ์/บริการ ซึ่งประเมินด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์/บริการ

สำหรับการมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุภายในปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ของฮอนด้า ประกอบด้วยการดำเนินการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายใต้สโลแกน “ความปลอดภัยสำหรับทุกคน” (Safety for Everyone) โดยฮอนด้ามีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกลง 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2563 เพื่อมุ่งไปสู่การบรรลุเป้าหมายลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 รวมถึงเป็นผู้นำในการส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยทางถนนทั่วโลก

 

“ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน” เสริมความดุดันสไตล์สปอร์ต มาพร้อมเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ ในราคาคุ้มค่า

0
Ford Everest 1

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างสีสันให้ตลาดรถยนต์อีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน ในราคา 1,619,000 บาท ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เสริมความเข้มและดุดันยิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งโทนสีดำรอบคันสไตล์สปอร์ต พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูง ตอบโจทย์ผู้ที่มองหารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ผสานสไตล์และสมรรถนะได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดจองแล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ สัมผัสตัวจริงเป็นครั้งแรกได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 และโชว์รูมทั่วประเทศ พร้อมช่องทางการจองออนไลน์ผ่าน www.ford.co.th ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

Ford Everest 2

“ฟอร์ดมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นและรุ่นพิเศษต่างๆ เห็นได้จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของส่วนแบ่งทางการตลาด โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 21.6% และในปีนี้ เรายังคงสานต่อความสำเร็จของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน ที่ผสานดีไซน์สปอร์ตเข้มดุดัน สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัย ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ต้องการความคล่องตัว โฉบเฉี่ยวและมีสไตล์เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

Ford Everest 3

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดในตระกูลฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ขับสนุก ผสานสมรรถนะที่พร้อมลุย ให้ความสะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในสไตล์ที่แตกต่าง ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร

Ford Everest 4

ภายนอก ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ด้วยความเข้ม ดุดันที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งโทนสีดำรอบคันสไตล์สปอร์ต โดดเด่นด้วยหลังคาสีดำ สปอยเลอร์ท้ายสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ สีดำ แอสฟัลท์ แบล็ก พื้นผิวด้าน คู่กับก้านสีแดงหนึ่งก้านและก้านสีดำเงาอีก 5 ก้าน พร้อมยาง 255/55 R20 แบบเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ สตรอมแทรคและตัวอักษร EVEREST สีดำบนฝากระโปรงหน้า

Ford Everest 6
ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย ตกแต่งโทนสีดำสปอร์ต อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก อาทิ เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง แท่นชาร์จไร้สาย เพลิดเพลินกับระบบการเชื่อมต่อแบบไร้สายบนหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัสมัลติทัชขนาด 12 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android AutoTM ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ SYNC® 4A และยังมีบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส (FordPass™) ที่เชื่อมต่อกับฟีเจอร์อัจฉริยะต่างๆ ในรถ

Ford Everest 7

เพิ่มวิสัยทัศน์และความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยกล้องมองรอบคัน 360 องศา มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (Stop & Go) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด (BLIS with Cross Traffic Alert)

Ford Everest 8

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน มีสีภายนอกให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล และ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก จำหน่ายในราคา 1,619,000 บาท มาพร้อมการรับประกันจากโรงงาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรก

Ford Everest 9

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถฟอร์ดและเงื่อนไขแคมเปญพิเศษได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด YouTube Ford Thailand TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand

“ปอร์เช่ ประเทศไทย” และ “Das Treffen” เชิญสัมผัสเสน่ห์ของปอร์เช่เปิดประทุน ในงาน ‘Mini Das Treffen: Roofless’ ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ 9 มีนาคมนี้

0
ปอร์เช่ 1

เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของแฟนๆ ปอร์เช่ และคนรักรถสปอร์ตเปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับ Das Treffen จัดงานป๊อปอัพสุดพิเศษ “Mini Das Treffen: Roofless” ที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 9 มีนาคม 2025 เวลา 16.00-21.00 น.งานนี้จะเป็นการรวมตัวของรถปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุนระดับไอคอน ไม่ว่าจะเป็น คาบริโอเลต (Cabriolet), ทาร์ก้า (Targa), สไปเดอร์ (Spyder) และสปีดสเตอร์ (Speedster) ที่แต่ละรุ่นล้วนมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

หนึ่งในไฮไลท์ของงานนี้คือการจัดแสดงยนตรกรรมระดับตำนานของปอร์เช่ (Porsche) ไม่ว่าจะเป็น 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (911 Turbo S Cabriolet), 911 ทาร์ก้า 4เอส (911 Targa 4S), 911 สปีดสเตอร์ (911 Speedster) และ 718 บ็อกซเตอร์ จีทีเอส 4.0 (718 Boxster GTS 4.0) รวมถึงยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่างไทคานน์ (Taycan) และมาคันน์ (Macan) ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศให้กับผู้เข้าชม งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรวมตัวของรถสปอร์ตชั้นนำ แต่ยังเป็นโอกาสให้เหล่าผู้หลงใหลการขับขี่แบบเปิดประทุนได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสัมผัสจิตวิญญาณของปอร์เช่ (Porsche) อย่างแท้จริง

ภายในงานยังมี กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดนตรีสด อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าสุดพรีเมียมจาก Porsche Lifestyle ให้แฟน ๆ ได้เลือกซื้อ งานนี้คือโอกาสพิเศษสำหรับทุกคนที่หลงใหลในความเร็ว อิสระ และการขับขี่แบบ Roofless ที่ไม่ควรพลาด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุนในงาน “Mini Das Treffen: Roofless” วันที่ 9 มีนาคม 2025 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

 

“MOTOR EXPO” มอบรถให้ผู้โชคดี

0
MOTOR EXPO 1

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ดังนี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” THE KIA EV 5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ อิทธิชัย พรหมประเทือง จาก กรุงเทพฯ

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS มูลค่า 830,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ชมาพล ยิ้มน้อย จาก จ.ลพบุรี

วุฒิชัย ไทยวุฒิพงศ์ รองผู้อำนวยการกองพัฒนาธุรกิจ และการตลาด มอบรางวัลรายการ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ แพงจันทร์ เภาตะนะ จาก จ.ร้อยเอ็ด

วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” TRIUMPH รุ่น SCRAMBLER 1200 X มูลค่า 599,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ไกรสร หนูด้วง จาก กรุงเทพฯ

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
co.th

“อีซูซุ” จัดใหญ่ ชูกลยุทธ์ “Isuzu Trusted Buddy” ตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ เคียงข้างลูกค้า เคียงคู่สังคมไทย

0
อีซูซุ 1

ตลาดรถยนต์เมืองไทยได้รับผลกระทบจากการหดตัวอย่างรุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักเนื่องมาจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของบริษัทไฟแนนซ์ เพราะการเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย (NPL) และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง อีกทั้งยังมีผู้เล่นใหม่ ๆ ในตลาดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว อีซูซุ ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทยทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บริการหลังการขาย และกลยุทธ์การตลาดที่มัดใจลูกค้ามายาวนานเกือบ 7 ทศวรรษ มีวัตถุประสงค์จะรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้อย่างมั่น จึงขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดหลัก “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ขอเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนซื้อรถ ระหว่างการใช้รถ จนถึงการเปลี่ยนรถหรือซื้อซ้ำ โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความสุขแก่คนไทย และสร้างการรับรู้คุณค่าแบรนด์อีซูซุที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งได้เจริญเติบโตตลอดมาและพร้อมที่เคียงคู่ประเทศไทยต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “Isuzu Trusted Buddy” คือ การสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนของแบรนด์อีซูซุจากแบรนด์อื่น ๆ ด้วยแนวคิดในการยกระดับแบรนด์อีซูซุ ที่ไม่เพียงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจ แต่ยังเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าสูงต่อสังคมไทยด้วย เริ่มจากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มั่นใจได้ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริงของคนไทย นั่นคือ ประหยัดน้ำมัน ทนทาน คุ้มค่าเงินสูงสุด รวมทั้งการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านเครือข่ายการจำหน่ายและบริการที่ใหญ่และดีที่สุดแบรนด์หนึ่งของประเทศ โดยในปีนี้จะมีการยกระดับการดูแลลูกค้าใหม่ หรือ Isuzu Operation Standard (IOS) 4.0 หลังจากที่ได้ดำเนินการสำเร็จมาแล้ว 3 โปรเจกต์ คือ IOS1.0, Hearty Smile และ Omotenashi โดยจะสร้างมาตรฐานการดำเนินงานระดับสูงทั้งในด้านการขาย และบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามีความสุข วางใจแบรนด์อีซูซุตลอดการใช้งาน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ต่อสังคมไทยที่อีซูซุยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด คือ การถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี การส่งเสริมธุรกิจคนไทย การจ้างงาน ช่วยให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมประเทศไทยเจริญเติบโตมาด้วยกันตลอดเกือบ 70 ปี”

อีซูซุ 2

แคมเพจ์นการตลาด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” จะเริ่มสื่อสารผ่านการใช้ Music Marketing ด้วยเพลงและมิวสิควิดีโอ “อีซูซุคู่ไทย” ซึ่งมีคุณบอย ตรัย หนึ่งในนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย เป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนอง ขับร้องโดยคุณนภ พรชำนิ ศิลปินอบอุ่นเจ้าของเพลงรักมากมาย และ คุณมะปราง – อลิสา ขุนแขวง ดาราสาวดีกรีนักแข่งรถยนต์ทางเรียบ โดยสามารถรับชมมิวสิควิดีโอได้ที่ https://youtu.be/Vh6zSFoplC8 พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความผูกพันกับอีซูซุในกิจกรรม “ความทรงจำ ดี ๆ กับอีซูซุ” พร้อมติด #IsuzuTrustedStory ในแอปพลิเคชัน my-CIRCLE และ Facebook : All-New ISUZU D-Max, All-New ISUZU MU-X และ ISUZU Trucks Thailand

อีซูซุเริ่มธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ก่อตั้งโรงงานผลิตในปี 2506 และในปี 2545 อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก จวบจนปัจจุบันอีซูซุได้ผลิตรถในประเทศไทยแล้วมากกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกจำนวนกว่า 3 ล้านคัน ไปยัง 100 กว่าประเทศทั่วโลก ซึ่งการผลิตรถปิกอัพอีซูซุ ได้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยมากกว่า 90 % นับเป็น Thai-made Vehicle อย่างแท้จริง ด้วยนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลทำให้รถปิกอัพเป็น Product Champion ของไทย นอกจากจะสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างมากแล้ว ยังทำให้ประเทศไทยมีห่วงโซ่อุปทานทางด้านชิ้นส่วนยานยนต์ที่แข็งแกร่งระดับโลก โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีพนักงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน

อีซูซุจะทยอยแนะนำกิจกรรมดี ๆ ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อลูกค้าและสังคมไทยตลอดทั้งปี ท่านที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai หรือรอพบกับบูธอีซูซุ งาน “Thailand International Bangkok Motor Show 2025” ณ อาคารชาเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568