Home Blog Page 99

ไทยฮอนด้าจัดเต็มส่งท้ายปี! เปิดโมเดลใหม่ 5 รุ่นรับมอเตอร์เอกซ์โป ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดย New Honda CBR600RR และ New Honda DAX KUBO Limited Edition

0

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ขนทัพโมเดลใหม่ล่าสุดเปิดตัวในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” Thailand International Motor Expo 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในงาน ไทยฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 5 รุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อมตอบโจทย์ความแตกต่างทุกไลฟ์สไตล์ นำทัพโดยฮอนด้าบิ๊กไบค์ ที่เปิดตัว ‘New Honda CBR600RR’ รถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตพร้อมปลุกความแรงทุกเส้นทาง รวมถึงแอดเวนเจอร์ไบค์อย่าง ‘New Honda CRF300L’ และ ‘New Honda CRF300 Rally’ สุดยอดตัวลุยที่กลับมาพร้อมการใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม อีกทั้งรุ่นลิมิเต็ด ‘New Honda CRF300L H2C Special Enduro Edition’ มาพร้อมชุดแต่งพิเศษ ในจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น ตามด้วย CUB House by Honda นำเสนอ ‘New Honda DAX KUBO Limited Edition’ รถที่สร้างสรรค์จากการคอลแลบระหว่างฮอนด้ากับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Pop Mart Thailand เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และ ‘Honda Monkey Retro Apes Custom Edition’ รถคัสตอมที่สะท้อนความเรโทรจากยุค 80 ที่มาเผยโฉมในงานนี้อีกด้วย

โดยไทยฮอนด้า พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง เริ่มจาก New Honda CBR600RR รถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตที่พัฒนาสำหรับชีวิตที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณนักแข่ง มาพร้อมดีไซน์กราฟิกโฉมใหม่ และไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความโฉบเฉี่ยว เร้าใจ ภายใต้คอนเซปต์ ‘AWAKEN THE RACE’ นอกจากนี้ยังอัปเกรดสมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบ Quick Shifter ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์และแกน IMU ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 6 แกน เพื่อการขับขี่ที่โฉบเฉี่ยวและมั่นใจในทุกโค้ง โดย New Honda CBR600RR วางจำหน่าย ‘สีแดง-น้ำเงิน-ขาว (Tri-Color)’ ราคาแนะนำที่ 549,000 บาท พิเศษ สำหรับผู้ที่จองในงาน Motor Expo 2024 รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์นักแข่ง ‘Honda Track Xperience’ จำนวน 4 ครั้ง ฟรี!

ตามด้วย New Honda CRF300Series ที่ตอบโจทย์สายแอดเวนเจอร์เต็มรูปแบบ ทั้ง New Honda CRF300L และ New Honda CRF300 Rally มาพร้อมระบบ On-Road ABS เปิด-ปิดได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งทางเรียบและออฟโรด รวมถึงตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย รองรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดย New Honda CRF300L มาพร้อมกับ 2 สีใหม่ สีแดง และสีเทา เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 155,900 บาท และ New Honda CRF300 Rally มาพร้อมกับสีใหม่ ‘สีแดง-น้ำเงิน-ขาว (Tri-Color)’ ราคาแนะนำที่ 179,900 บาท นอกจากนี้ยังมีรุ่นลิมิเต็ด New Honda CRF300L H2C Special Enduro Edition ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 164,400 บาท พิเศษ! รับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษ 4.75% เฉพาะที่งาน Motor Expo 2024  เท่านั้น พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ‘Honda Dirt Xperience’ เพื่อสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางสุดท้าทาย ฟรี!

นอกจากนี้ เพื่อส่งมอบความสุขและเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจให้กับผู้คนในแต่ละซับคัลเจอร์ CUB House by Honda ได้คอลแลบกับแบรนด์ที่ครองใจผู้คนเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษอย่าง New Honda DAX KUBO Limited Edition ผลงานคอลแลบระหว่างไทยฮอนด้าและ Pop Mart Thailand ครั้งแรกในประเทศไทย มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Join Me If You Dax ถ้า DAX พอก็มาดิ! ’ ตัวรถผสานความคราฟต์และความเป็นอาร์ตทอยของ KUBO โดดเด่นด้วยกราฟิกเรืองแสงในที่มืดเผยตัวตนความเป็น DAX และ KUBO ได้อย่างลงตัว พร้อมซีเรียลนัมเบอร์บนตัวรถไม่ซ้ำใคร เป็นที่สุดของความแรร์ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เท่านั้น ทั้งนี้ มาพร้อม Premium Set เอาใจผู้ชื่นชอบอาร์ตทอยซึ่งประกอบด้วยฟิกเกอร์ KUBO ดีไซน์พิเศษพร้อมซีเรียลนัมเบอร์เลขเดียวกับตัวรถ มาในไซส์สุดเอกซ์คลูซีฟ 35 CM. รวมถึงเสื้อฮู้ดดี้ DAX KUBO LIMITED HOODIE และหมวกกันน็อก DAX KUBO LIMITED HELMET โดย New Honda DAX KUBO Limited Edition เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 119,000 บาท และ Honda Monkey Retro Apes  Custom Edition ที่สะท้อนความเรโทรจากยุค 80 ด้วยดีไซน์ใหม่โดนใจ สีแดงตัดน้ำเงิน ให้กลิ่นอายไอคอนิคและความซนอันเป็นเอกลักษณ์ เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 109,900 บาท

พบกับรถจักรยานยนต์ใหม่ล่าสุดของไทยฮอนด้า พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” Thailand International Motor Expo 2024 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่

เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษ “ซื้อรถชิงรถ” ในงาน Motor Expo 2024 พร้อมยลโฉมรถยนต์คอนเซ็ปต์แห่งอนาคตจาก “Chery Automobile”

0

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์ภายใต้ Chery Automobile บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ OMODA & JAECOO เข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ที่มาพร้อมกับแนวคิดบูธจัดแสดงภายใต้แนวคิด “NEW ENERGY, NEW ECO, NEW ERA” สะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการร่วมสร้างระบบนิเวศพลังงานใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างยั่งยืน ด้วยโมเดลรถสุดล้ำที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ภายในงานโอโมดา แอนด์ เจคู ได้ส่งมอบข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจต้อนรับลูกค้าเข้ามาเป็นสมาชิก OJ Club กับโปรโมชัน “แคมเปญ Motor Expo Deal” ร่วมเป็นเจ้าของรถ OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ได้ง่าย ๆ ผ่อน OMODA C5 EV เริ่มต้นเพียง 5,000 กว่าบาทต่อเดือน(2) พร้อมรับส่วนลดสูงสุดมูลค่ากว่า 150,000 บาท** (เฉพาะรุ่น) และลุ้นรับสิทธิพิเศษอีกมากมายภายในงาน

นายฉี เจี๋ย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Chery Automobile ในฐานะบริษัทแม่ของโอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) มีประสบการณ์ด้านยานยนต์ระดับโลกมากว่า 27 ปี ที่ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไปยังกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดส่งออกกว่า 1 ล้านคัน เติบโต 24% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับโอโมดา แอนด์ เจคู ในปี 2567 ประสบความสำเร็จในการทำตลาดกว่า 32 พื้นที่ทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 360,000 คัน และได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก นอกจากนี้ ภายในปี 2568 จะเริ่มดำเนินการผลิตและประกอบรถยนต์ในประเทศไทย พร้อมทั้งดำเนินสายงานการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้าทั้งหมดของ  Chery Automobile และ OMODA & JAECOO อีกด้วย

นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ชั้นนำระดับโลก วันนี้ ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เราได้นำรถยนต์รุ่นเรือธง JAECOO 7 PHEV เวอร์ชันพวงมาลัยขวามาอวดโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยรถยนต์ JAECOO 7 PHEV ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ด้วยประสิทธิภาพประหยัดพลังงานสูงสุด มาพร้อมกับความปลอดภัยที่เหนือชั้น ที่มีระยะทางขับขี่ไฮบริดกว่า 1,000 กิโลเมตร และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญก็คือ การเผยโฉม OMODA C9 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย OMODA C9 เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง มีกำลังขับเคลื่อนรวมสูงสุด 618 แรงม้า ที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้านดีไซน์ความสวยงามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นสายของกระแสน้ำ มีขุมพลังการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนแบบ Continuous Damping Control รองรับขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน พร้อมระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ถึง 17 ฟังก์ชัน นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์แห่งอนาคตคอนเซ็ปต์ (Concept Car) สุดล้ำมาโชว์ในเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ รถ iCar X25 รถครอสโอเวอร์ในรูปแบบ One Box off-road MPV ออฟโรดสุดแข็งแกร่ง และรถยนต์คอนเซ็ปต์ Chery Fengyun E05 กับดีไซน์คูเป้สุดโฉบเฉี่ยวที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่สุดหรูหราผสมผสานกับความสะดวกสบายตลอดเส้นทาง”

สำหรับผู้ที่จอง JAECOO 6 EV รับข้อเสนอ “แคมเปญ Motor Expo Deal: JAECOO 6 EV พร้อมทุกสภาพถนนก่อนใคร” สำหรับผู้ที่จอง JAECOOO 6 EV รับข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo มูลค่ากว่า 100,000 บาท** กับข้อเสนอพิเศษ ประกอบด้วย

  1. ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 68 %(2)
  2. ฟรี! ค่าบำรุงรักษารถ ตลอดระยะเวลา 5 ปี(5) มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
  3. ฟรี! โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง(4) มูลค่า 25,000 บาท*
  4. ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (ซ่อมห้าง) เป็นระยะเวลา 1 ปี(3) มูลค่า 21,000 บาท*
  5. ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*
  6. ฟรี! Garmin รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ JAECOO x Garmin FORERUNNER 165 มูลค่า 9,990 บาท*
  7. ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
  8. ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ OMODA | Earthology Studio มูลค่า 1,400 บาท*
  9. ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

ข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จองและรับรถ JAECOO 6 EV ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 1,000 คันแรก(1)

  1. การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
  • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
  1. ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L)*
  2. ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*

และสำหรับผู้ที่จองรถ OMODA C5 EV โอโมดา แอนด์ เจคู มีแคมเปญ Motor Expo Deal รับข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo มูลค่ากว่า 150,000 บาท** กับข้อเสนอพิเศษ ประกอบด้วย

  1. เลือกรับ ดอกเบี้ย 0% หรือ ขับฟรี 3 เดือน และช่วยผ่อน 5,000 บาท เป็นเวลา 8 เดือน หรือ ดอกเบี้ย 0% และช่วยผ่อน 5,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน หรือ ดาวน์ต่ำ 10% และช่วยผ่อน 5,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน*
  2. ฟรี! โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง(4) มูลค่า 25,000 บาท*
  3. ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (ซ่อมห้าง) เป็นระยะเวลา 1 ปี(3) มูลค่า 19,000 บาท*
  4. ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง มูลค่า 10,000 บาท*
  5. ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
  6. ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ OMODA | Earthology Studio มูลค่า 1,400 บาท*
  7. ฟรี! พรม OMODA มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

ข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จองและรับรถ OMODA C5 EV ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 1,000 คันแรก(1)

  1. ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
  • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
  1. ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L) เฉพาะรุ่น OMODA C5 EV Long Range Ultimate*
  2. ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*

ฉลองโอกาสพิเศษส่งท้ายปี! ลูกค้า OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ที่จดทะเบียนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,539,000 บาท โดยจะจับรางวัลในวันที่ 23 มกราคม 2568 และประกาศผู้โชคดี 28 มกราคม 2568 ผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท ประกอบด้วยของรางวัลดังนี้

  • รถยนต์ OMODA C5 EV Long Rang Plus จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 899,000 บาท
  • สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 30 รางวัล มูลค่า 390,000 บาท
  • บัตรชาร์ตรถไฟฟ้า มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 100 รางวัล มูลค่า 250,000 บาท

และพิเศษสำหรับลูกค้า JAECOO 6 EV มีสิทธิ์ ซื้อชุดแต่งในราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ของมีจำนวนจำกัด

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ามาชมและสัมผัสรถคันจริงได้ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป บูธโอโมดา แอนด์ เจคู (A01) ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี หรือทดลองขับขี่และจองรถ OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศของ OMODA & JAECOO ทั้ง 22 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

(1) ข้อเสนอพิเศษนี้เฉพาะลูกค้าที่รับมอบรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567

(2) สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด และ โดยการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด

(3) เฉพาะบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการกับทางบริษัทฯ เท่านั้น ได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)

(4) ติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร (1 ครั้ง) จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ หากต้องการติดตั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

(5) ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุด 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) โดยลูกค้าต้องนำรถเข้ารับการบำรุงรักษาทุก 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตลอดระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น เพื่อรักษาสิทธิการบำรุงรักษาตามระยะทาง และเป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพรถใหม่

*ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้างต้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

**ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

หมายเหตุ:

โปรแกรมส่งเสริมการขายนี้สำหรับรถไฟฟ้า OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV เท่านั้น ทั้งนี้ไม่รวมรถฟลีทบางประเภท (กรุณาสอบถามรายละเอียดรุ่นรถฟลีทที่ร่วมรายการกับบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด)

RIDDARA เริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า100% ให้ลูกค้าคนไทย พร้อมจัดทำข้อเสนอสุดพิเศษ ในงาน Motor Expo 2024

0

RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศเริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 อย่างเป็นทางการให้ลูกค้าคนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบกระบะ : Drive like an SUV, Function like Pickup    พร้อมเชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ RIDDARA  ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Motor Expo 2024” พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท* และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อจอง RIDDARA RD6  ทุกรุ่นในงาน หรือที่ผู้จำหน่าย RIDDARA ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 นี้

ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน ประธานกรรมการบริหาร GEELY AUTO RIDDARA เปิดเผยว่า  RIDDARA ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบกระบะไฟฟ้า 100% สู่คนไทยพร้อมกับประกาศก่อตั้งกลุ่ม RIDDARA Owners Club อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างเจ้าของ RIDDARA ที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการจากแบรนด์ RIDDARA ในอนาคต

RIDDARA ต้องขอขอบคุณลูกค้าคนไทย หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ RIDDARA ในประเทศไทยเป็นอย่างดีและทำให้การเปิดตัว RIDDARA  RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและได้รับความสนใจรวมทั้งการชื่นชอบอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคชาวไทย  โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามอย่างเต็มที่ในการเร่งการผลิตและส่งมอบรถ รวมไปถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถสัมผัสประสิทธิภาพและการบริการอันยอดเยี่ยมของ RIDDARA RD6 ได้โดยเร็วที่สุด  

“ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้เราได้เริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 อย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าทั่วประเทศแล้ว เราพร้อมส่งมอบรถกระบะพลังงานไฟฟ้าออกสู่ผู้บริโภคเพื่อส่งต่อประสบการณ์ยานยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ และลุยไปกับทุกกิจกรรมของครอบครัว ” ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวปิดท้าย   

RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% จาก RIDDARA ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41

Drive like an SUV, Function like Pickup สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ”  

RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% ที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน Drive like an SUV, Function like Pickup สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ”  ด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาขึ้นด้วยการเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 โดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะ ประสบการณ์ในการขับขี่ และความอัจฉริยะในแบบฉบับของ SUV ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมความสามารถในการขับขี่บนสภาพถนนที่แตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม รวมไปถึงความสามารถในการลากจูงและการบรรทุกอันทรงพลังตามแบบฉบับของรถกระบะได้อย่างแท้จริง จึงรองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

  • EASY DRIVE TO WORK เปลี่ยนนิยามของกระบะให้เป็นได้มากกว่า

RIDDARA RD6 มีตัวถังที่รับน้ำหนักได้ดี ประกอบกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีระบบกันสะเทือนอิสระ และช่วงล่าง multi-link ให้สมรรถนะที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร กำลังสูงสุด 315 kW และความเร็วสูงสุดที่ 190 กม./ชม.  มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้ายพร้อมระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

  • LUXURIOUS COMFORT & INTELLIGENT COCKPIT FOR FAMILY มอบความสะดวกสบายและห้องโดยสารที่มาพร้อมนวัตกรรมทันสมัย

RIDDARA RD6 มอบความความสะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาสำหรับทุกคนในครอบครัว ให้ห้องโดยสารที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent  พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Carbit link พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W มีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter PM 2.5 เบาะหนังคุณภาพสูง ดีไซน์เอกลักษณ์ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนได้แบบ 180 องศา ปรับแต่งเพิ่มพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายเพื่อทุกคนในครอบครัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครันพร้อมมอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

  • ENJOY OUTDOOOR LIFESTYLE พร้อมตอบทุกโจทย์กิจกรรมของครอบครัว

RIDDARA RD6 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร และความสามารถในการไต่ทางชันสูงสุด 95% มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร มีความสามารถในการบรรทุก 1,030 กิโกรัม อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม พร้อมบันไดท้ายซ่อนภายในประตูท้ายกระบะ ให้การขึ้นลงท้ายกระบะเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย

  • SAFETY IS THE FOUNDATION OF EVERY ADVENTURE มั่นใจในทุกเส้นทาง ปกป้องทุกคนในครอบครัว

RIDDARA RD6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคัน ในแง่ของแบตเตอรี มีระบบป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68 พร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยหลัก 6 ระบบ 5 ฟังก์ชั่น และระบบมอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง โครงรถทั้งคันมีความแข็งแรงที่ 30,300 N·m/deg ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมี 4 รุ่นย่อย ด้วยราคาจำหน่ายดังนี้

  • RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา 899,000 บาท
  • RIDDARA RD6 2WD 73.9 kWh ราคา 999,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 73.9 kWh ราคา 1,149,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท

จอง RIDDARA RD6 วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ

RIDDARA ได้จัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA RD6 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2567 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือที่ผู้จำหน่าย RIDDARA อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด)
  • บัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท*
  • รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร
  • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ขับเคลื่อน เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
  • ฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 6 ครั้ง ภายใน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถขนาด 2GB ระยะเวลา 1 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 6 ปี
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน
  • ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

*เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ

สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของ RIDDARA RD6 ได้ที่งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Thailand International Motor Expo 2024 ที่ บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น. หรือที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

Millennium Auto Group จัดแคมเปญดีที่สุดส่งท้ายปี ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 มาครบทุกแบรนด์ ทั้ง BMW, MINI และ มอเตอร์ไซค์ BMW MOTORRAD

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA จัดแคมเปญดีที่สุดส่งท้ายปี ที่งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 จัดหนักแบบเกินคุ้มทุกแบรนด์ในเครือ ทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ กล่าวว่า “ปีนี้ มิลเลนเนียม ออโต้กรุ๊ป จัดเต็มความคุ้มค่าให้ลูกค้าส่งท้ายปี กับหลากหลายแคมเปญที่รับรองว่าคุ้มค่าที่สุด อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู 2 Series, 4 Series, All-new MINI Countryman, MINI Cooper SE ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน รวมถึงมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด หลากหลายรุ่น”

++ BMW Millennium Auto ‘YEAR END CELEBRATION’ 220i เริ่ม 1.79 ล้านบาท และ 420i เริ่มเพียง 2.949 ล้านบาท

พบกับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่เหนือระดับจาก บีเอ็มดับเบิลยู 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย นำโดย THE NEW X3 สปอร์ตเอสเอวี (SAV-Sport Activity Vehicle) ปลดล็อคความแรงไปกับ THE NEW M4 CS และ THE NEW M5 และพลาดไม่ได้กับสปอร์ตซีดานแห่งยุค THE NEW 320d M Sport นอกจากนี้ก็มีแคมเปญคุ้มค่าที่สุดส่งท้ายปี ‘YEAR END CELEBRATION’ จัดทำราคาไฮไลท์สุดพิเศษ 2 รุ่น จำนวนจำกัด พร้อมโปรโมชั่น on top อีกเพียบ

  • BMW 220i Gran Coupe M Sport เริ่มต้นราคา 1,790,000 บาท รวม BSI 3 ปี หรือเพิ่มความเร้าใจและใส่ความโดดเด่นให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์อีกระดับ กับรุ่นที่มาพร้อมชุดแต่ง M PERFORMANCE มูลค่า 99,999 บาท* ในราคาพิเศษ 1,990,000 บาท
  • BMW 420i Coupe M Sport เริ่มต้นราคา 2,949,000 บาท รวม BSI 3 ปี, warranty 3 ปี และคูปองเช่าขับรถฟรีจำนวน 3 ใบ จาก SIXT รถเช่า ประเทศไทย

พร้อมเงื่อนไขพิเศษ ดังนี้

  • ดอกเบี้ย 0%*
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,999 บาทต่อเดือน*
  • ฟรี อัปเกรด BSI Ultimate สูงสุด 6 ปี*
  • รับเทรด-อินมูลค่าสูงสุด 500,000 บาท* เมื่อนำรถคันเก่ามาเปลี่ยนเป็น BMW คันใหม่*
  • ฟรี Wall box สำหรับรถไฟฟ้า*
  • ประกันชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 2 ปี*

++ MINI Millennium Auto จัดแคมเปญ ‘BIG LOVE OUT ROUND’ พกความเซอร์ไพรส์แบบจัดเต็ม

มินิ มิลเลนเนีย ออโต้ ชวนลูกค้ามาสัมผัส All-new MINI Countryman S ALL4 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมความตื่นตาตื่นใจกับประสบการณ์โลกดิจิทัล ผ่าน All-Electric MINI Cooper SE และ All-Electric MINI Aceman ที่มากับเฉดสีใหม่ ICY SUNSHINE BLUE (MINI J01) และ Ocean Wave Green (MINI J05) รวมถึงบรรดา MINI Iconic Car หลากรุ่น พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

  • MINI Countryman Highlands Edition รหัสตัวถัง F60 ราคา 1,899,000 บาท พร้อม MSI 10 ปี*
  • รับเทรด-อิน สูงกว่าราคาตลาด 100,000 บาท*
  • สมาชิก MOBILIFE รับ MGC POINTS สูงสุดถึง 30,000 คะแนน*

++ BMW Motorrad Millennium Auto จัดเต็มทุกข้อเสนอ เพื่อแฟนๆ สองล้อโดยเฉพาะ

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ เอาใจชาวสองล้อกับโปรโมชั่นที่ทุ่มทุนให้ลูกค้าได้คุ้มค่าสุดๆ อาทิ

  • ส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี กล่องอะลูมิเนียม 3 ใบ*
  • BMSI 5 ปี*
  • เทิร์นรถเก่าให้ราคาพิเศษ*

สมาชิก MOBILIFE ทุกการใช้จ่าย รับเพิ่ม MGC POINTS คะแนนสะสมรวมกว่า 1,000,000 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย กับบริษัทในเครือ และแบรนด์พันธมิตรมากมาย

สิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้า AIS SERENADE เมื่อออกรถรับคะแนนเอไอเอสพอยท์
รวมกว่า 200,000 คะแนน ตบท้ายความคุ้มค่าเมื่อใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% จากการเมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต SCB CARD X และรับเพิ่มกระเป๋า Adidas Sport bag
มูลค่า 1,600 บาท เมื่อจองรถและชำระผ่านบัตรเครดิต KTC VISA ตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

BMW Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

https://www.millenniumauto.co.th

MINI Line Official: https://lin.ee/Cg7ysco

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ZEEKR เผยโฉมครั้งแรกในไทยด้วยสุดยอดนวัตกรรม ZEEKR 001 FR และ ZEEKR 7X ที่งาน Motor Expo 2024

0

ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัยครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2024 พบกับไฮไลท์สุดพิเศษของปีได้แก่ ZEEKR X รถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ZEEKR 009 รถเอ็มพีวีไฟฟ้าสุดหรูที่รองรับทุกการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเผยโฉม ZEEKR 001 FR ที่มาพร้อมพลังขับเคลื่อนเกินจินตนาการ และ ZEEKR 7X รถเอสยูวีรุ่นใหม่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันอัจฉริยะ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ และโปรโมชันสำหรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมตอกย้ำความสำเร็จในตลาดโลกด้วยยอดส่งมอบรวมกว่า 360,000 คัน และการเข้าสู่ตลาดกว่า 40 ประเทศทั่วโลก พบกับนวัตกรรมที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความปลอดภัยขั้นสูงระดับพรีเมียมที่จะมาสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคไทย แล้วร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนนี้ได้ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2567

ZEEKR ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมล่าสุดในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 โดยในปี 2567 นี้ เปิดตัวมาแล้ว 2 รุ่น ตั้งแต่ ZEEKR X โกลบอล พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี สำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ และ ZEEKR 009 รถเอ็มพีวี 6 ที่นั่ง เซกเมนต์ลักชูรีที่ผสานความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส และนวัตกรรมสุดล้ำอย่างลงตัว ชาร์จไฟวิ่งได้ไกล 686 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ล่าสุดทาง ZEEKR ได้เผยโฉมอีกสองรุ่นใหม่ครั้งแรกในไทยอย่าง ZEEKR 001 FR รถยนต์ Shooting Brake พร้อมขุมพลังความเร็ว แรง เป็นอีกหนึ่งขั้นของสมรรถนะ ที่จะมาเปลี่ยนทุกเส้นทางให้เต็มไปด้วยความเร้าใจ เพื่อผู้ที่ต้องการทั้งความเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยพละกำลังสูงถึง 1,300 แรงม้า จาก Silicon Carbide E-Motor 4 ชุด และ ZEEKR 7X รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียมสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันระบบความปลอดภัยขั้นสุดพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง โดยทั้ง 2 รุ่นใหม่นี้ถือเป็นการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุดจาก ZEEKR

นาย แฟรงค์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ซีเคอาร์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าว “ขณะเดียวกัน ZEEKR กำลังขยายตลาดสู่ระดับโลก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เรามีความมั่นใจว่าเทคโนโลยี และการออกแบบ
ของเราจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ZEEKR ภูมิใจที่ได้ขยายไปกว่า 40 ตลาดทั่วโลก และมียอดส่งมอบมากกว่า 360,000 คัน รวมทั้งการเปิดโชว์รูมแห่งที่ 500 ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันนี้ อีกทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานที่ Chengdu Motor Show 2024 อย่าง ZEEKR 7X ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศจีน โดย ZEEKR 7X ส่งมอบไปแล้วกว่า 25,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 60 วันหลังการเปิดตัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ ZEEKR”

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานในครั้งนี้คือ Z-Talk ซึ่งนำโดย นาย อเล็กซ์ เป่า ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี พร้อมตัวแทนจากผู้ใช้งานจริงของรถ ZEEKR อย่าง แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย และ ดิว – วีรวัฒน์ วลัยเสถียร ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่แท้จริงจากมุมมองของผู้ใช้งานรถยนต์ ZEEKR ในหัวข้อการพูดคุยที่ครอบคลุมถึงความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสกับแบรนด์ ปัจจัยที่ทำให้มั่นใจในคุณภาพของ ZEEKR รวมไปถึงประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจตลอดการใช้งาน

นาย อเล็กซ์ เป่า ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ZEEKR ยังได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค โดยยืนหยัดที่จะคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับพรีเมียม ประสบการณ์ที่เหนือชั้น และความสบายใจในการใช้งาน ZEEKR ให้ความสำคัญกับการ
รับฟังเสียงลูกค้าเพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตรงใจ ซึ่งถือว่าเป็นความพิเศษที่ ZEEKR เตรียมไว้ให้แก่ลูกค้า”

ภายในบูธของ ZEEKR ที่งาน Motor Expo 2024 ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย และสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยมีการจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่พร้อมให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม   อย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ZEEKR X รถยนต์ไฟฟ้าคอมแพคเอสยูวีสุดหรู ที่เหมาะสำหรับคนเมือง ในรุ่น Standard ที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยวระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังการขับขี่ 272 แรงม้า ระยะทางในการขับขี่ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
    ไกลถึง 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และรุ่น Flagship โดดเด่นด้าน Performance กับมอเตอร์คู่
    ขับเคลื่อน 4 ล้อให้กำลังสูงถึง 428 แรงม้า โดยรุ่น Flagship จะมาพร้อมกับ Forged Wheel ขนาด 20 นิ้ว
    AR HUD, ไฟ Ambient Light และระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 13 ตำแหน่ง
  • ZEEKR 009 รถเอ็มพีวีไฟฟ้าเซกเมนต์ลักชูรีที่ผสานความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส และนวัตกรรมสุดล้ำ
    อย่างลงตัว สามารถวิ่งได้ไกลถึง 686 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในการชาร์จเพียงครั้งเดียว ภายใน
    ห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน พิเศษด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ Sofaro First Class Airline Seats พร้อมโหมดการการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอน
    ได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ เบาะนั่งบุด้วยหนัง Nappa แบบนุ่ม เบาะนั่งคนขับ ผู้โดยสารด้านหน้าและผู้โดยสารแถวสองมาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า มีหน้าจอ OLED แบบทัชสกรีนขนาด 15.05 นิ้ว และหน้าจอเสมือนบนกระจก AR HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมหน้าจอเพดาน สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบ Touch Screen OLED ขนาด 17 นิ้ว ตกแต่งหรูหราพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ทั้งไฟ Ambient Light พร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 30 ตำแหน่ง ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบ CCD Electromagnetic Damping รองรับการเดินทางสำหรับครอบครัวหรือผู้บริหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • ZEEKR 001 FR, Hyper-Performing Electric Shooting Brake รถยนต์ซีดานทรงสปอร์ตที่จะมาทลาย
    ทุกข้อจำกัดของรถ Performance ด้วยพละกำลังสูงถึง 1,300 แรงม้า จาก Silicon Carbide E-Motor 4 ชุด     ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.02 วินาที พร้อมระบบช่วงล่าง
    แบบ High Performance และแบตเตอรี่ Qilin ขนาด 100 kWh เทคโนโลยี 800V รุ่นล่าสุดจาก CATL
  • ZEEKR 7X รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะ สะดวกสบายด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้าง นั่งสบาย พร้อมเบาะปรับไฟฟ้าทั้งผู้โดยสารหน้า และหลังพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยระบบขับเคลื่อน Silicon Carbide E-Motor 2 ชุด ช่วยให้ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.8 วินาที ระยะทางขับขี่สูงสุด 780 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC โดยรุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความสะดวกสบาย มอบประสบการณ์เหนือระดับทั้งการเดินทางใกล้และไกลไปกับครอบครัวอย่างไร้กังวล

 

นอกจากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แล้ว บูธของ ZEEKR ยังแบ่งพื้นที่พิเศษออกเป็นโซนต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้น
เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็น 009 Lounge ที่สะท้อนความหรูหราของรถเอ็มพีวีไฟฟ้า ZEEKR 009, ZEEKR Spirit Runway โซนจัดแสดงไดนามิกที่สะท้อนจิตวิญญาณ และเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อมุ่งเน้นแนวคิดแห่งจิตวิญญาณการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้มอบโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงาน ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 ธันวาคม 2567 สำหรับท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR 009 รับข้อเสนอเดียวกับ MOTOR EXPO หรือที่โชว์รูม ZEEKR House ทั่วประเทศ รวมมูลค่ากว่า 131,500 บาท*

  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
  • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
  • ค่าอะไหล่ และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ได้รับส่งมอบรถ 1,000 ท่านแรก* รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้งมูลค่า 70,000 บาท*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

และสำหรับทุกท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR X ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2024 รับข้อเสนอพิเศษดังนี้

  • ฟรี Wallbox ขนาด 7 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี
  • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • การรับประกันมอเตอร์ และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต และค้นพบแรงบันดาลใจในการเดินทางที่แตกต่าง พร้อมพบกับ
ZEEKR 001 FR และ ZEEKR 7X ได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2024 บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2567

ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่

Website: https://www.zeekrglobal.com/th/

Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศราคา “GWM POER SAHAR HEV” เริ่มต้น 1.189 – 1.389 ล้านบาท ส่งมอบได้ทันที มอบโปรฯ สุดเร้าใจกับรถยนต์ทุกรุ่นส่งท้ายปลายปี ในงาน Motor Expo 2024

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เดินหน้าตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะระดับโลกอย่างต่อเนื่องในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ไฮไลต์สำคัญกับการประกาศราคาขายพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GWM POER SAHAR HEV” รถกระบะขุมพลังงานไฮบริดคันแรกของเมืองไทย รวมไปถึงเซอร์ไพรส์พิเศษที่ส่งตรงจากประเทศจีนถึง 2 รุ่น จาก 2 เซกเมนต์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคชาวไทย อย่าง “GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition” รถยนต์เอ็มพีวีอเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพรีเมียมและการใช้สอยทางธุรกิจได้อย่างไร้ที่ติเพื่อเคียงข้างทุกความสำเร็จ และ “GWM TANK 700 Hi4-T” สุดยอดรถยนต์เอสยูวีออฟโรดขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดที่มาพร้อมสมรรถนะขั้นสุด ผสมผสานสุนทรียภาพและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว สู่การเดินทางอันไร้ซึ่งขีดจำกัด ร่วมด้วยทัพรถยนต์พลังงานใหม่รวมทั้งสิ้นกว่า 12 รุ่น และโปรโมชันสุดเร้าใจส่งท้ายปี ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A05 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 และที่ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ

GWM POER SAHAR HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกในประเทศไทย ประกาศราคาขายพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO ราคา 1,189,000 บาท และรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD ราคา 1,389,000 บาท พร้อมส่งมอบทันที โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร มอบพละกำลัง 244 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร ผสานขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 106 แรงม้า แรงบิด 268 นิวตันเมตร และโหมดการขับขี่ที่ให้ถึง 5 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมด 4L และโหมด 4H (3 โหมดแรกสำหรับรุ่น 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO และ 5 โหมดสำหรับรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD) ด้านมิติตัวรถมีความยาวถึง 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร นับว่ายาวที่สุดในตลาดรถกระบะในปัจจุบัน มอบห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบายดั่งรถยนต์เอสยูวี พร้อมกับความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร ช่วยให้สามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 800 มิลลิเมตร

GWM POER SAHAR HEV สร้างปรากฏการณ์ใหม่ กับ “ครั้งแรก” ของตลาดรถกระบะในเมืองไทย ได้แก่

  • “ครั้งแรก” ของเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด มอบพละกำลังและสมรรถนะการขับขี่แม้ในขณะเร่งแซง พร้อมความเงียบ นุ่มนวล ลดเสียงและการสั่นของเครื่องยนต์ในห้องโดยสาร
  • “ครั้งแรก” ที่เบาะด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา เพิ่มความสบายในการนั่งโดยสาร แม้จะเป็นการขับขี่ระยะทางไกล
  • “ครั้งแรก” ของฝาท้ายกระบะที่สามารถเปิด-ปิดได้ถึง 2 รูปแบบ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
  • “ครั้งแรก” ของรถกระบะที่มีระยะฐานล้อที่ยาวที่สุดในเซกเมนต์ มอบห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย เสมือนหนึ่งรถยนต์เอสยูวี

GWM POER SAHAR HEV กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำที่ให้มาแบบไม่มีกั๊ก สู่ความสะดวกสบาย ความบันเทิง และความปลอดภัยเต็มรูปแบบ

  • ไฟหน้าและไฟท้าย LED อัจฉริยะที่ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ ทั้งระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ ฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทาง หลังดับเครื่องยนต์
  • ส่วนการออกแบบภายใน โดดเด่นด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางเฉพาะเบาะคนขับ (สำหรับรุ่น 0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO) และเบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเฉพาะเบาะคนขับ (รุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD) มาพร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศในที่นั่งแถวหน้า และช่องปรับอากาศเฉพาะสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
  • หน้าจอมัลติมีเดียระบบสัมผัสขนาด 3” รองรับทุกการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, Bluetooth, MP5, online music, online radio, ระบบนำทาง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติขณะรถหยุด เกียร์แบบ Electronic Shifter กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start System กระจกมองหลังลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง (สำหรับรุ่น 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO) และลำโพง Infinity 10 ตำแหน่ง (สำหรับรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD)
  • ระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 29 รายการ อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 รวมถึงกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบตรวจสอบสถานะและควบคุมรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน
  • GWM POER SAHAR HEV มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ Sun Black, สีเทา Ayers Gray และ สีขาว Hamilton White

พิเศษสุด สำหรับผู้ที่จอง GWM POER SAHAR HEV ที่จองรถในช่วง Pre-sale และภายในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นี้ รับส่วนลดมูลค่า 50,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ผ่อน 48 เดือน ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี  พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service  

เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “GWM POER ถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือธงที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดผลิตภัณฑ์หนึ่งและมีประวัติอันยาวนาน เราเป็นแบรนด์ที่มียอดขายรถกระบะสูงที่สุดในประเทศจีนตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในปี 1997 ต่อเนื่องยาวนานถึง 26 ปีจวบจนถึงปัจจุบัน และมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจีนมากกว่า 50% มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 2.54 ล้านคันใน 50 ประเทศ บน 4 ทวีป ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เราต้องการที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทย เนื่องจากรถกระบะไม่ได้มีไว้แค่เพื่อการใช้งานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในด้านการพักผ่อนและการเดินทางอีกด้วย โดย GWM POER SAHAR HEV สามารถนำพาทุกคนในครอบครัวไปถึงจุดหมายด้วยความสะดวกสบายและปลอดภัยตลอดเส้นทาง ซึ่งความสะดวกสบายและความปลอดภัยนี้นับว่าเป็นจุดเด่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่แตกต่างจากรถกระบะอื่น ๆ ในตลาด มอบความสะดวกสบาย หรูหรา ประณีต เพื่อการใช้ชีวิตแบบ VIP เต็มขั้น ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่มีการผสมผสานความแข็งแกร่งและความหรูหราได้อย่างไร้ที่ติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ”

“และจากการขยายตัวของตลาดรถยนต์เอ็มพีวีและรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงได้นำรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 2 รุ่น 2 สไตล์ ส่งตรงจากประเทศจีนมาให้ชาวไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกกับ ‘GWM WEY 80 PHEV’ Executive Extended Edition รถยนต์เอ็มพีวีอเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ และ ‘GWM TANK 700 Hi4-T’ รถยนต์เอสยูวีออฟโรดขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดรุ่นเรือธง เพื่อเตรียมมอบประสบการณ์การเดินทางเพื่ออนาคตที่แตกต่าง อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำพันธกิจของเราในการเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ที่พร้อมผลักดันสังคมไทยและทั่วโลกให้ก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เจมส์ หยาง กล่าวเสริม

GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition สัมผัสประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาส เคียงข้างทุกความสำเร็จ

GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition จุดสูงสุดของยนตรกรรมที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิด “First-Class Travel” ผสมผสานทั้งด้านการเดินทางและการเจรจาทางธุรกิจได้อย่างลงตัว ทะยานขึ้นสู่การเป็นยานยนต์พลังงานใหม่อเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ครั้งแรกของโลก ยกระดับประสบการณ์สุดวีไอพีด้วยมิติตัวรถที่กว้างขวางที่สุด ด้วยมิติตัวรถ 5,405 x 1,960 x 1,890 มิลลิเมตร มอบความรู้สึกวีไอพีระดับเฟิร์สคลาสด้วยเบาะนั่งคู่เต็มตัวสไตล์กัปตัน (Double Full-Size Captain’s Seats) ทั้ง 3 แถว รองรับสรีระผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยระบบไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบระบายอากาศ ระบบเบาะนวดไฟฟ้า และระบบลอยตัวในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง รองรับสรีระทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี สู่ความสบายและความผ่อนคลายตลอดทั้งเส้นทาง นอกจากความสะดวกสบายแล้ว GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition ยังมาพร้อม “เพดานดวงดาว” ซึ่งตกแต่งด้วยจุดแสงดวงดาวมากถึง 830 จุด ที่มีทั้งรูปแบบคงที่และรูปแบบดาวตก ระบบกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่นำเสนอกลิ่นมาให้ถึง 3 รูปแบบ สู่การเติมเต็มความสุนทรีย์ในทุกการเดินทาง อีกทั้งยังมาพร้อมกับตู้เย็นขนาดใหญ่แบบสองประตูที่ถูกออกแบบมาได้อย่างมีเอกลักษณ์กับฝาเปิดแบบที่พักแขนสำหรับเบาะนั่งแถวหน้าและแบบลิ้นชักสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง อำนวยความสะดวกสำหรับการเข้าถึงได้ทุกที่นั่ง และยังเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยระบบเสียงสุดพรีเมียมจาก
Harman Kardon กับลำโพงจำนวน 20 ตำแหน่ง เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นประสบการณ์เสียงระดับมาสเตอร์พีซ ยิ่งไปกว่านั้น GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยีไฮบริดใหม่ล่าสุด 1.5T กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ “Hi4 Performance Edition” ทำงานร่วมกับมอเตอร์คู่ด้านหน้าและด้านหลังที่ให้พละกำลังสูงสุด 337 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 644 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที นอกจากนี้ยังมีอัตราการใช้น้ำมันรวมตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 0.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร รวมถึงยังประหยัดน้ำมันภายใต้สภาวะที่แบตเตอรี่หมด โดยมีอัตราการใช้น้ำมันอยู่ที่ 7.2 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบนำทางอัจฉริยะ Coffee Pilot ที่มาพร้อมกับระบบช่วยขับขี่หลายรูปแบบ ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวก รวดเร็ว ราบรื่น ปลอดภัยขั้นสุด สู่การเป็นยนตรกรรมล้ำหน้าที่เคียงข้างทุกความสำเร็จในทุกเส้นทางอย่างแท้จริง

GWM TANK 700 Hi4-T ที่สุดของรถยนต์เอสยูวีขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดระดับเรือธง แข็งแกร่งแต่งดงาม สู่ความแตกต่างที่ลงตัว กับการผจญภัยไร้ซึ่งอุปสรรค

GWM TANK 700 Hi4-T รถยนต์ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยและความสะดวกสบายสูงสุดในตระกูล GWM TANK ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของนักผจญภัยสายลุยที่มองหาการใช้ชีวิตที่ลงตัวทั้งในเมืองและนอกเมือง กับมิติตัวรถที่มีความกว้างขวางด้วยความยาว 5,110 มิลลิเมตร กว้าง 2,122 มิลลิเมตร และสูง 1,986 มิลลิเมตร สามารถลุยน้ำลึกได้สูงสุดถึง 970 มิลลิเมตร ลึกที่สุดในออฟโรดหรูระดับเดียวกัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด 3.0T V6 ซึ่งนับว่าเป็นโครงสร้างเครื่องยนต์ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมของจีน มีพละกำลังรวม 385 กิโลวัตต์ แรงบิด 800 นิวตันเมตร แรงบิดที่ล้อสูงสุด 13,000 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5 วินาที และฟังก์ชันการขับขี่ที่ให้มาถึง 12 โหมด อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบถอดเหล็กกันโคลงด้วยระบบไฟฟ้า (Disconnectable Stabilizer Bar) ควบคุมการเชื่อมต่อหรือถอดเหล็กกันโคลงได้เพียงการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวภายในห้องโดยสาร นับเป็นครั้งแรกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าวในรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคง ความสะดวกสบาย และความยืดหยุ่นในการเดินทางทุกอุปสรรค นอกจากนี้ยังมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตหรูและแบบแอคทีฟผ่านสปริงลมและโช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า (Air Springs and Electromagnetic Shock Absorbers) โดยแบบสปริงลมจะมีช่วงยุบตัวและยกตัวอยู่ที่ 50 และ 70 มิลลิเมตร ตามลำดับ และโช้คอัพแบบแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปรับการกันสะเทือนแบบเรียลไทม์ได้สูงสุดถึง 100 ครั้งต่อวินาที สามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อรองรับความต้องการด้านการลากจูงและไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวแบบคาราวาน GWM TANK 700 Hi4-T มาพร้อมกับอุปกรณ์ลากจูงแบบไฟฟ้า สามารถลากน้ำหนักได้สูงสุดถึง 2.5 ตัน ด้านห้องโดยสาร ยังอัดแน่นไปด้วยความหรูหราและสะดวกสบายจากเบาะนั่งทำจากหนังกลับพร้อมไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง โดยเบาะด้านหน้าสามารถปรับเอนได้ถึง 156 องศา ในขณะที่เบาะด้านหลังปรับได้ถึง 141 องศา ร่วมกับห้องโดยสารเงียบสงบจากวัสดุดูดซับเสียงคุณภาพสูงที่ให้ความเงียบระดับเดียวกับอวกาศ ผนวกกับระบบเสียง Harman Kardon มาพร้อมลำโพงถึง 16 ตำแหน่ง เพิ่มความหรูหราอย่างมีระดับด้วย “เพดานดวงดาว” มากกว่า 1,200 จุด ที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลสาบเทคาโป ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มีท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่สวยงามที่สุดในโลก ยกระดับประสบการณ์การเดินทางรูปแบบออฟโรดได้อย่างเหนือระดับทั้งด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยได้อย่างเป็นเอกลักษณ์

 

จัดหนักโปรโมชันสุดเร้าใจสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่น

รถยนต์ GWM HAVAL และ GWM TANK ทุกรุ่น พบข้อเสนอ 3 ทางเลือกสุดคุ้มค่า ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน 1. การนำรถยนต์คันเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่มเติม หรือ 2. เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือ 3. เลือกรับ ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปีเต็ม (เฉพาะรุ่น GWM HAVAL H6 และ GWM HAVAL JOLION รุ่น ULTRA) พร้อมแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ยกเว้น GWM HAVAL JOLION รุ่น Sport เลือกรับส่วนลดเงินสด 40,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือ การช่วยผ่อน 12 เดือน ๆ ละ 2,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดถึง 24,000 บาท พร้อม ฟรี ฟิล์มกรองแสง ลามิน่า รุ่น CM ONE และ ฟรี ชุดอุปกรณ์ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง สำหรับ GWM ORA Good Cat และ GWM ORA 07 เลือกรับส่วนลดเพิ่มเติมเมื่อนำรถยนต์คันเก่ามาแลก (ไม่รวมอุปกรณ์ชาร์จไฟและแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI)) หรือเลือกรับส่วนลดพร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (ไม่รวมอุปกรณ์ชาร์จไฟและแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI)) หรือ รับส่วนลด พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟ และแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ เว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือติดต่อ GWM Contact Center 02-668-8888

สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคต ได้ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A05 ภายในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ชวนเปิดประสบการณ์ “Own Your Star” สัมผัสยนตรกรรม 7 รุ่นไฮไลท์ พร้อมโอกาสเป็นเจ้าของดวงดาว ในงาน Motor Expo 2024

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เชิญชวนลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของดวงดาว ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 (Motor Expo 2024) พร้อมทะยานสู่โลกอนาคตผ่านคอนเซ็ปต์ Own Your Star” ที่จะมอบดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมใบประกาศนียบัตร Star Certificate และพิกัดของ ดวงดาว ให้กับผู้ที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงาน 100 ท่านแรก โดยขนทัพยนตรกรรม

รุ่นใหม่มาจัดแสดงกว่า 7 รุ่น นำโดย G 580 with EQ Technology, G 450 d, Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e Premium, E 350 e Exclusive, V 300 d Exclusive, Vito 119 CDI Tourer Pro และรุ่นอื่น ๆ รวมกว่า 20 รุ่น โดยรถยนต์ทุกรุ่น มาพร้อมราคาและข้อเสนอเดียวกันทั้งประเทศ ไม่ว่าจะซื้อรถในงานหรือที่ตัวแทนจำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2567

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บรหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จกัด กล่าวว่า “นอกจากสัญลักษณ์ดาวสามแฉกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ครอบคลุมทุกมิติแล้ว เราเปรียบยนตร กรรมแต่ละรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เสมือนดวงดาวที่รอให้คุณมาครอบครอง สำหรับงาน Motor Expo ในปีนี้ เราจึงมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Own Your Star” เมื่อคุณเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ นอกจากคุณจะได้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ใฝ่ฝันแล้ว เรายังได้มอบดวงดาวบนท้องฟ้า อีก 1 ดวง ที่สามารถตั้งชื่อดวงดาวได้เอง โดยเราได้นำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่กว่า 7 รุ่น เริ่มด้วย

G-Class ทั้งรุ่นพลังงานไฟฟ้า EQ Technology และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล, Mercedes-Maybach EQS SUV, Mercedes-Maybach S-Class, E-Class รุ่น Exclusive Line, V-Class, Vito และ

รถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษที่ทุกคนรอคอยตลอดช่วงเวลาของ การจัดงาน ทั้งที่งาน Motor Expo 2024 และที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ”

ความโดดเด่นของบูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Expo 2024 คือการจัดแสดงรถยนต์รุ่น ใหม่ที่เผยโฉมต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมกว่า 7 รุ่น ได้แก่

  • G 580 with EQ Technology เจ้าของฉายา “King of Off-Road” มาพร้อมระบบขับเคลื่อน พลังงานไฟฟ้า 100% และมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว สามารถทำแรงบิดได้สูงสุดถึง 1,164 นิวตัน เมตร โดยมาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น STANDARD ราคาเริ่มต้น 9,500,000 บาท และรุ่น EDITION ONE (จำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 6 คัน) ราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท
  • G 450 d ยนตรกรรม The new G-Class ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลตามคำเรียกร้อง ของกลุ่มลูกค้าชาวไทย จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท
  • Mercedes-Maybach EQS 680 SUV รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งเอสยูวีที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอันเหนือระดับ จำหน่ายใน ราคาเริ่มต้น 12,500,000 บาท
  • Mercedes-Maybach S 580 e Premium รถยนต์ซีดานระดับไฮเอนด์ลักชัวรีที่สะท้อน เอกลักษณ์ความสง่างามในแบบฉบับของ S-Class กลับมาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่ “High-tech Silver/Selenite Grey” จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท

  • E 350 e Exclusive ยนตรกรรมระดับไอคอนที่ผสานความเป็นเลิศในทุกด้าน พร้อมการ กลับมาอีกครั้งของการออกแบบระดับตำนานที่แสดงถึงความหรูหราและเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับโลโก้ดาวลอย (MB logo on bonnet) จำหน่ายในราคา 3,650,000 บาท
  • V 300 d Exclusive รถแวนระดับลักชัวรี่ 6 ที่นั่ง รุ่นนำเข้ามาตรฐานยุโรป ออกแบบมาเพื่อ รองรับทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานในทางธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและ ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส จำหน่ายในราคา 5,820,000 บาท
  • Vito 119 CDI Tourer Pro รถแวนอเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง ผสานความสมบูรณ์แบบของ ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยี ล้ำสมัยอันเป็นเอกลักษณ์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ จำหน่ายในราคา 3,100,000 บาท

ภายในบูธจัดแสดงรถยนต์ ลูกค้าสามารถทดลองใช้งานแอปฟลิเคชัน Mercedes-Benz ในการสั่งการ รถยนต์ที่จัดแสดงได้ อาทิเช่น การควบคุมรถยนต์จากระยะไกล การค้นหาตำแหน่งรถยนต์ ทั้งนี้ บริการเสริม Digital Extras บนแอปฯ Mercedes-Benz มีให้พร้อมกับรถยนต์ตั้งแต่แรกซื้อ และสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 36 เดือน โดยขึ้นอยู่กับรุ่นรถยนต์ อุปกรณ์ติดตั้งพิเศษที่เลือกปีการผลิต และประเทศที่จำหน่าย

และสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567 จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษ “Worry-Free Package” มอบความอุ่นใจและประสบการณ์แบบเหนือขีดจำกัดในทุกการเดินทาง ดังนี้

  • เงินชำระส่วนแรก 0% สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรุ่น เมื่อทำสัญญามายสตาร์*
  • รับฟรี ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (Unlimited DC Charging)
    เป็นระยะเวลา 1 ปี ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่กำหนดไว้ของผู้ให้บริการ SHARGE**
  • รับฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง**
  • รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือไม่เกินระยะทางสูงสุด 250,000 กิโลเมตร**

*เมื่อเริ่มต้นสัญญามายสตาร์กับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในรถรุ่นที่ร่วมรายการ โดยเงินชำระส่วนแรก หมายถึง เงินชำระงวดแรกตามที่ระบุในสัญญามายสตาร์ และค่าเช่าชำระข้างต้น อ้างอิงแคมเปญเงินชำระครั้งแรก 0% ที่ระยะเวลาของสัญญา 60 เดือน โดยกำหนดระยะทางการใช้งานรถยนต์ที่ 20,000 กิโลเมตร/ปี
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

นอกจากการจัดแสดงรถยนต์หลากหลายรุ่นแล้ว ในปีนี้ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดแสดงสินค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ คอลเลคชั่น และสินค้าประดับยนต์ ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ อาทิ หมวก, สินค้าสำหรับเด็ก, เสื้อและแจ็คเก็ต, แก้วและกระติกน้ำ และสินค้าประเภทกีฬา พร้อมข้อเสนอพิเศษ! ได้แก่

  • ซื้อสินค้าประดับยนต์หรือคอลเลคชั่น จำนวน 2 ชิ้น ยอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
    (ต่อใบเสร็จ) รับฟรี! สินค้าอีก 1 ชิ้น (ชิ้นที่มูลค่าต่ำที่สุดในใบเสร็จเดียวกัน)**
  • รับของขวัญพิเศษ! กระเป๋าเมอร์เซเดส-เบนซ์** (มูลค่า 12,250 บาท) สำหรับลูกค้าที่มียอดสูงสุดในการซื้อสินค้าประดับยนต์หรือคอลเลคชั่น ในวันที่ 29 พ.ย. 67, 30 พ.ย. 67, 1 ธ.ค. 67, 6 ธ.ค. 67, 7 ธ.ค. 67, 8 ธ.ค. 67 และ 10 ธ.ค. 67

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิกบัตรเครดิตยูโอบี เมอร์เซเดส (UOB Mercedes) ที่มีการชำระค่าจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ 50,000 บาท/เซลส์สลิป ภายในงาน Motor Expo 2024 รับสิทธิ์แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50%** เมื่อใช้คำแนนสะสมเท่ากับยอดจองรถยนต์ (จำกัด 1 สิทธิ์/ผู้ถือบัตร/ตลอดรายการ) รวมถึงบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่าสูงสุด 2,500 บาท** และคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 25 เท่า** (สำหรับทุกการใช้จ่าย 25 บาท)

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด


พบกับทัพยนตรกรรมกว่า 20 รุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 (Motor Expo 2024) ณ บูธหมายเลข A02 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

ฟอร์ดอวดโฉมรถแต่ง เรนเจอร์ MS-RT โดดเด่นกลางบูธ พร้อมจัดเต็มแคมเปญสุดคุ้มในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายฟอร์ดและอาร์เอ็มเอ พันธมิตรผู้ดัดแปลงที่ผ่านการรับรองจากฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถฟอร์ด เรนเจอร์ MS-RT โดยการนำชุดแต่งของ MS-RT สำนักแต่งรถชื่อดังจากประเทศอังกฤษมาติดตั้งบนรถกระบะยอดฮิต ฟอร์ด เรนเจอร์ ให้มีความแตกต่างอย่างโดดเด่น และมอบประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ เอาใจคนรักรถกระบะสไตล์เรซซิ่ง พร้อมจัดแสดงรถกระบะ 4 ประตูยกสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นปี 2024 ที่ปรับลุคใหม่ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยการตกแต่งสีดำรอบคัน พร้อมจัดข้อเสนอต่อเนื่องจากแคมเปญสุดคุ้มส่งท้ายปี ‘ฟอร์ด เอ็กซ์โป’ ให้กับลูกค้าในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป  2024 ที่บูธฟอร์ด (A04) อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567

Ford Ranger MS-RT

“ฟอร์ดรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายฟอร์ดและอาร์เอ็มเอในการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT เป็นครั้งแรก หลังจากเราได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากการจัดแสดงรถต้นแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ไทย ฟอร์ด ผู้จำหน่ายฟอร์ดและอาร์เอ็มเอ จึงนำนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์มานำเสนอให้กับลูกค้าชาวไทย โดยนำเสนอครั้งแรกเพียง 200 คัน เท่านั้น” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังจัดแสดงรถฟอร์ดรุ่นยอดนิยมอีกมากมาย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 นำโดย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง เจ้าของฉายา King of Tough จุดสูงสุดสำหรับนิยาม ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ของรถตระกูลเรนเจอร์ พร้อมด้วยตัวเลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี 6 มอบประสบการณ์การขับขี่แบบเต็มพิกัดให้กับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่ออฟโรด ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและโหมดการขับขี่ถึง 7 โหมด รวมถึงโหมดบาฮาที่เป็นเอกลักษณ์

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สำหรับลูกค้าที่แสวงหาสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งบนทางเรียบและออฟโรด ผสานกับความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ตอบสนองการใช้งานของผู้ขับขี่ทุกกลุ่มด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ และระบบความปลอดภัยเหนือระดับ 

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอสุดเร้าใจที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาจัดงาน ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมบูธฟอร์ดและรับข้อเสนอสุดคุ้มมากมายได้ ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ใหม่ รุ่นปี 2024 กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 799,000 บาท จากราคาปกติ 919,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรก0 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 999,000 จากราคาปกติ 1,089,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต เครื่องยนต์ 0 ลิตร เทอร์โบ 6AT ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค เครื่องยนต์ดีเซล 0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ 10AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 0 ลิตร V6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ ราคาพิเศษเพียง 1,699,000 บาท จากราคาปกติ 1,799,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ 0 ลิตร V6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ 4×2 ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,392,000 บาท
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ Sport 4×2 6AT ดอกเบี้ยพิเศษ 99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมชุดแต่ง Adventure Package ในราคาสุดพิเศษเพียง 9,900 บาท จากราคาปกติ 59,567 บาท
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×4 6AT ดอกเบี้ยพิเศษ 99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ดอกเบี้ยพิเศษ 99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • พิเศษ! เมื่อจองรถฟอร์ดรุ่นใดก็ได้ในงานนี้ รับฟรี กระเป๋าเดินทางฟอร์ดดีไซน์หรู มูลค่า 3,900

รถฟอร์ดทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care การรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีค่าแรงเช็กระยะ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

ตอกย้ำการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว

ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดที่ดีที่สุด พร้อมดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ผ่านกลยุทธ์ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ ด้วยบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบริการนัดหมายออนไลน์ (Online Service Booking) หน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service Vehicle) บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ (Pick Up & Delivery) และบริการตรวจเช็กตามระยะรวดเร็วภายในเวลา 60 นาที (Express Service 60 Minutes Guarantee) ซึ่งมียอดการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อบริการของฟอร์ด

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th  และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1383

“ลามิน่าฟิล์ม” ชี้ตลาดฟิล์มกรองแสงหดตัวรุนแรงตามอุตสาหกรรยานยนต์กว่า 25% กระทบยอดขายหดตัวในปีนี้ เดินหน้าจัดแคมเปญในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 41

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษคุณภาพสูง “ลูมาร์” ผลิตโดย อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากประเทศสวีเดน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

เปิดเผยว่า การหดตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยในปี 2567 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดฟิล์มกรองแสง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อเป้าหมายรายได้ของบริษัทในปีนี้ โดยได้ทำการปรับลดเป้าหมายการขายลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีการประเมินว่าอุตสาหกรรมยานยนต์น่าจะปิดตัวเลขการขายที่ไม่ถึง 6 แสนคันในปีนี้

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมีการหดตัวอย่างรุนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นสูง รวมถึงการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินก็มีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดรถปิกอัพ ทำให้ในช่วง 10 เดือนแรกที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายรถยนต์เพียง 478,341 คันเท่านั้น หดตัวไปกว่า 26.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

“หากดูจากตลาดรถยนต์แล้ว ตลาดฟิล์มกรองแสงโดยรวมก็น่าจะมีทิศทางที่ไม่แตกต่างกันมาก คาดว่าตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จะหดตัวไม่น้อยกว่า 25% ในขณะที่ตลาดฟิล์มอาคารคงที่ ซึ่งจะทำให้มูลค่าตลาดฟิล์มกรองแสงโดยรวมอยู่ที่ 1,000 – 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ถือว่ายากลำบากสำหรับผู้ประกอบการฟิล์มกรองแสงเช่นเดียวกัน”

ในส่วนของลามิน่าฟิล์มนั้น ในปีนี้ก็ยอมรับต้องมีการปรับเป้าหมายการขายลงเช่นเดียวกัน โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมียอดจำหน่ายรวม 600 ล้านบาท หรือลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ​ 19% ซึ่งเป็นการหดตัวที่น้อยกว่าตลาด และจะทำให้บริษัทสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดรวมไม่น้อยกว่า 33% เอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องในตลาดฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จากความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็จำเป็นที่จะต้องจับตาดูสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่รัฐบาลมีแนวโน้มจะออกมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงการปรับตัวของผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย ว่าจะช่วยกันผลักดันยอดขายรถยนต์ไปในทิศทางใดในปี 2568

นางสาวจันทร์นภากล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ลามิน่าฟิล์มได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน นอกเหนือจากการที่บริษัทได้อยู่คู่กับลูกค้าในประเทศไทยมายาวนานย่างเข้าปีที่ 30 ในปัจจุบัน และเป็นฟิล์มกรองแสงเพียงรายเดียวที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้รถสูงสุดมากกว่า 10 ล้านคันในประเทศไทย ที่ให้การยอมรับทั้งเรื่องสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีความหลากหลาย และการให้บริการที่โดดเด่น

ในปัจจุบัน ฟิล์มกรองแสงลามิน่าได้รับการแนะนำและบอกต่อจากทั้งในโลกออนไลน์ และผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์ติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่าอีกกว่า 770 แห่ง ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นฟิล์ม Voted By The People หรือฟิล์มกรองแสงที่ได้รับการโหวต แนะนำ และบอกต่อสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในเมืองไทย

ด้วยการโหวตจาก 4 ส่วนหลัก ประกอบไปด้วย

1. โหวต…จากอินฟลูเอนเซอร์แถวหน้าทั่วเมืองไทย

  1. โหวต…จากลูกค้าผู้ใช้รถจริงมากกว่า 10 ล้านรายจากฐานข้อมูลของบริษัท 3. โหวต…จากกว่า 40 คาร์คลับและโชว์รูมรถยนต์ทั่วไทย และ 4. โหวต…จากองค์กรชั้นนำทั่วเมืองไทยและทั่วโลก ที่เห็นได้จากรางวัลที่ได้รับมามากกว่า 75 รางวัลจาก 22 สถาบันตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

โดยรุ่นฟิล์มกรองแสงที่ได้รับการโหวตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 Lamina Ceramatrix ฟิล์มเซรามิคแท้ตัวจริง อันดับ 2 Lamina CM Series ทั้งรุ่น CM Icon และ CM1 และ อันดับ 3 Lamina Ceramic Iris และ Ceramic Onyx ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งทั้งหมดเป็นฟิล์มดิจิทัลกันร้อนคุณภาพสูง เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม สวยงามและล้ำสมัย จนได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถอย่างล้นหลาม

“ลามิน่าคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ทั้งเรื่องของคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนจากแสงแดด การป้องกันรังสียูวี ความทนทานในการใช้งาน การรองรับสัญญาณดิจิทัลยุคใหม่ หรือแม้แต่เรื่องของความสวยงามเมื่อนำมาติดตั้งให้กับรถ ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคำนึงถึงมาโดยตลอด และลามิน่าฟิล์ม ก็ได้เดินหน้าแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร”

ลามิน่าฟิล์ม ยังได้ต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมฟิล์มกรองแสงกันความร้อนสูง ฟิล์มนิรภัยและฟิล์มตกแต่ง เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างบ้าน คอนโดมิเนียม และอาคารพาณิชย์ รวมถึงฟิล์มเพื่อสัตว์เลี้ยงแบรนด์แรกในประเทศไทยกับ Lamina Buddy Series และฟิล์มเซรามิคเพื่อบ้านยุคใหม่ Lamina Ceramic Solar ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาปนิก และเจ้าของที่พักอาศัยทั่วเมืองไทยกว่า 1 หมื่นโครงการ

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะตอกย้ำในการเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มกรองแสงดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังมีการพัฒนาและอบรมช่างติดตั้งฟิล์มกรองแสงทั่วประเทศ รวมถึงการปรับในส่วนของผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการติดตั้งให้เหมาะสม ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้า พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นมากมายในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 41

สำหรับแคมเปญพิเศษในงานนี้ เพียงจองติดตั้งฟิล์มภายในงานกับ 3 รุ่นฟิล์มที่ได้รับการโหวตสูงสุด ทั้ง Lamina Digital Ceramatrix  ฟิล์มดิจิทัลเซรามิคแท้ 100% ตัวจริงคุณภาพอันดับ 1 Lamina Digital CM ICON  ฟิล์มดิจิทัลบูสต์ เพื่อยานยนต์อัจฉริยะยุค 5G และ Lamina Digital IRIS  ฟิล์มเซรามิคฟีลกู๊ด สบายทุกแดด สนุกทุกทริป มีสิทธิ์ร่วมสนุกหมุนวงล้อ ลุ้นรับรางวัลมากมาย มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท

ผู้ที่สนใจจะติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่า ห้ามพลาดการเข้าร่วมงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป  ครั้งที่ 41 ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม พ.ศ.2567 นี้ ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมแสดงสินค้าที่บูธหมายเลข H04 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งภายในงานจะมีการแสดงสินค้า โปรโมชั่นที่น่าสนใจต่าง ๆ  อย่างครบครัน ห้ามพลาดกันอย่างแน่นอน

ปอร์เช่ ประกาศเปิดตัว 4 รุ่นใหม่ ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 ประจำปี 2024

0

หลังจากประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นในงาน Porsche World Road Show Thailand ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมขนทัพจัดแสดงรถยนต์สุดหรูจากสนามแข่งสู่ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2024 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ในปีนี้ปอร์เช่จะเปิดตัวรถถึง 4 รุ่นใหม่ ได้แก่ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า มาคันน์ (Macan) ใหม่, ไทคานน์ (Taycan) ที่ได้รับการปรับปรุงรอบด้าน, พานาเมร่า (Panamera) ใหม่ และ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) รุ่นไอคอนิคที่มีการพัฒนาปรับปรุงอย่างโดดเด่น พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์นี้

มร.ทิม วอล์คโคเวียก (Tim Walkowiak) ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคปอร์เช่ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “งานมหกรรมยานยนต์หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีที่ปอร์เช่ได้บรรลุความสำเร็จหลายๆ อย่าง ตั้งแต่การประกอบ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne S E-Hybrid) รุ่นแรกในภูมิภาคที่ส่งตรงถึงประเทศไทย ไปจนถึงการประกาศเปิดตัว ปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ (Porsche Design Tower) แห่งแรกในเอเชียที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแท้จริงในปีนี้ สำหรับปอร์เช่ ในวันนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้จัดแสดงยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของแบรนด์ อันได้แก่ มาคันน์ (Macan) ใหม่ ที่มาในรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% และ ไทคานน์ (Taycan) ที่ได้รับพัฒนาใหม่อย่างรอบด้าน พร้อมด้วยรถสปอร์ตอีกหลายรุ่นที่โดดเด่นในบูธของเรา ที่งานมหกรรมยานยนต์ 2024 เพื่อปิดท้ายปีที่ยอดเยี่ยมนี้”

นายวินธร บุนนาค รักษาการกรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปอร์เช่ยังคงยึดมั่นในตำแหน่งผู้นำด้านนวัตกรรม ด้วย 911 รุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องของสมรรถนะ รูปลักษณ์ และเทคโนโลยีล่าสุด โดยมีรุ่นไฮไลต์อีก 3 รุ่นที่มาอวดโฉมร่วมกับ 911 ใหม่ ได้แก่ ไทคานน์ (Taycan), มาคันน์ (Macan), และ พานาเมร่า (Panamera) ยนตรกรรมเหล่านี้อาจมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนมี ดีเอ็นเอ ที่มาจากนวัตกรรม, มรดกจากการแข่งรถ, และความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในการสร้างสมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่เร้าใจและสมบูรณ์แบบ”

ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) ที่ทำลายสถิติในสนามแข่งถึง 3 แห่ง เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
หลังจากทำลายสถิติในสนามแข่งถึง 3 แห่งบน 3 ทวีป – ที่ Weathertech Raceway Laguna Seca ในอเมริกาเหนือ, Nürburgring Nordschleife ในยุโรป และ Shanghai International Circuit ในเอเชีย –

รถไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) กลับมาเป็นแชมป์แห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าอีกครั้งในงาน มหกรรมยานยนต์ 2024

ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) ใหม่ มาพร้อมกับอินเวอร์เตอร์ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีซิลิคอนคาร์ไบด์เป็นส่วนประกอบให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ในมอเตอร์หลัง ทั้ง 2 รุ่นมีพละกำลัง 1,034 แรงม้าเป็นมาตรฐาน แต่สามารถเพิ่มกำลังสูงสุดชั่วคราวผ่านโหมด ‘Attack Mode’ ที่ 120 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งสามารถทำให้มีกำลังพุ่งสูงกว่า 1,100 แรงม้า เพื่อการแซงที่รวดเร็วเป็นพิเศษ

ด้วยมาตรการผลิตยนตรกรรมที่เน้นน้ำหนักเบา ปอร์เช่ (Porsche) จึงสามารถลดน้ำหนักของ ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) ลงได้ถึง 75 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) ระบบกันสะเทือน Porsche Active Ride ที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับรุ่น GT ก็รวมอยู่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งใน 2 รุ่นนี้

ไทคานน์ (Taycan) รุ่นอื่นๆ จะถูกจัดแสดงที่บูธของปอร์เช่ (Porsche) ในงานมหกรรมยานยนต์ 2024 ด้วยเช่นกัน ปอร์เช่ (Porsche) ได้ปรับปรุง ไทคานน์ (Taycan) อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยพละกำลังที่มากขึ้น ระยะทางที่ไกลขึ้น การเร่งความเร็วที่เร็วขึ้น และชาร์จไฟได้เร็วและมีความเสถียรมากขึ้น นอกจากนี้ ปอร์เช่ (Porsche) ยังได้ปรับดีไซน์ให้คมชัด และสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในรุ่นเทอร์โบ (Turbo)

ไทคานน์ (Taycan) ทุกรุ่นมาพร้อมกับรายการอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และนำเสนอ Porsche Driver Experience รุ่นล่าสุด การแสดงผลดิจิทัลเต็มรูปแบบ, ความสามารถในการปรับแต่งที่หลากหลาย และการใช้งานที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้

การปรากฎโฉมอีกครั้งของมาคันน์ (Macan) ใหม่ ในรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% หลังจากการนำเสนอในบรรยากาศสุดพิเศษของมาคันน์ (Macan) ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย Museum of Contemporary Art (MOCA) กรุงเทพฯ รถ มาคันน์ (Macan) ใหม่ จะได้รับการเปิดตัวครั้งแรกต่อหน้าสาธารณชนที่งานมหกรรมยานยนต์ รถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) พลังงานไฟฟ้าล้วนคันแรกของปอร์เช่ (Porsche) มาพร้อมกับดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา สมรรถนะที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ (Porsche) ระยะทางการขับขี่ที่ยาวไกลขึ้น และความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าปอร์เช่ (Porsche) ที่ต้องการรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) ได้อย่างครบถ้วน

ตัวเลขเพียงอย่างเดียวก็บ่งบอกถึงสมรรถนะ E-Performance ระดับสูง มาคันน์ (Macan) สามารถผลิตพละกำลังได้เพิ่มถึง 265 กิโลวัตต์ (360 แรงม้า) ขณะที่มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) รุ่นท็อปมีพลังสูงสุดถึง 470 กิโลวัตต์ (639 แรงม้า) แรงบิดสูงสุดของทุกรุ่นมีค่าตั้งแต่ 563 นิวตันเมตร ไปจนถึง 1,130 นิวตันเมตร มาคันน์ (Macan) มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที ขณะที่ มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) ทำได้ในเวลาเพียง 3.3 วินาที

มาคันน์ (Macan) ใหม่ ที่มาในรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ถูกสรรสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Premium Platform Electric (PPE) ที่พัฒนาใหม่ของปอร์เช่ (Porsche) พร้อมพลังไฟฟ้า 800 โวลต์ การชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 270 กิโลวัตติ (kW) ซึ่งหมายความว่าในสภาวะที่เหมาะสม แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาประมาณ 21 นาที ส่วนการชาร์จไฟแบบกระแสสลับ (AC) ที่กำลังสูงสุด 11 กิโลวัตต์ (kW) สามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่กล่องชาร์จติดผนังในบ้าน

รถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) ใหม่สามารถสะกดสายตาได้ทันทีจากเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ (Porsche) ซึ่งเชื่อมต่อกับกระจกหลังที่แบนราบ การออกแบบร่วมกันของไฟหน้ารูปแบบใหม่ที่มีไฟเดย์ ไทม์ (Day time) กลางสี่จุด และโมดูลไฟหน้าหลักที่มาพร้อมเทคโนโลยี Matrix LED แบบเลือกติดตั้งได้นั้น ทำให้ได้ดีไซน์ที่เพรียวบางและมีลุคสปอร์ตมากขึ้น ปีกหน้าที่ยกสูงตามแบบฉบับของปอร์เช่ (Porsche) และลาดลงมาอย่างเด่นชัดทำให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังดูมีความแข็งแกร่งทรงพลัง ด้านหลังโลโก้ Porsche ถูกติดตั้งไว้ที่กลางแถบไฟ 3D

ผลจากการเป็นยนตรกรรมใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ จึงได้ระยะฐานล้อของมาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ที่ขยายมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าพื้นที่สำหรับผู้โดยสารจะกว้างขวางขึ้น และเพิ่มขนาดช่องเก็บสัมภาระในมาคันน์ (Macan) ขึ้นไปอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ความจุที่อยู่ด้านหลังเบาะที่นั่งหลังสามารถรองรับได้สูงสุดถึง 540 ลิตร นอกจากนี้ยังมี ‘frunk’ ซึ่งเป็นช่องเก็บสัมภาระที่ใต้ฝากระโปรงหน้ารถโดยมีความจุ 84 ลิตรอีกด้วย

ภายในห้องโดยสารมีความเป็นปอร์เช่ (Porsche) อย่างชัดเจน ความกว้างของห้องโดยสารถูกเน้นย้ำด้วยแผงสีดำที่ออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกัน นอกจากอินเตอร์เฟซดิจิทัลสมัยใหม่ เช่น จอแสดงผลการวัดผลโค้งขนาด 12.6 นิ้วแล้ว ยังมีองค์ประกอบการควบคุมแบบอนาล็อกบางส่วนสำหรับช่องระบายอากาศและการควบคุมเครื่องปรับอากาศอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแถบไฟ LED ที่ถูกรวมเข้าไปในห้องขับขี่และประตู ซึ่งทำหน้าที่ทั้งเป็นแสงเพื่อสร้างบรรยากาศและแสงเพื่อแสดงการสื่อสาร

911 รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย           

ปอร์เช่ (Porsche) ได้ทำการอัปเกรดรถสปอร์ตที่เป็นตำนานอย่าง 911 เริ่มต้นด้วยรุ่นพื้นฐานอย่าง 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) รุ่นใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบแบน 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งสามารถส่งมอบกำลังได้มากยิ่งขึ้น โดยได้รับการปรับปรุงด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ใหม่จากรุ่น 911 จีทีเอส (911 GTS) และระบบอินเตอร์คูลเลอร์ขั้นสูงจากรุ่น 911 เทอร์โบ (911 Turbo) ทำให้ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ใหม่สามารถผลิตพละกำลังได้ถึง 290 กิโลวัตต์ (394 แรงม้า) และแรงบิด 450 นิวตันเมตร

สิ่งนี้ทำให้ 911 คาร์เรร่า คูเป้ (911 Carrera Coupé) สามารถเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 4.1 วินาที (3.9 วินาที เมื่อใช้ชุดอุปกรณ์ Sport Chrono) ก่อนที่จะทำความเร็วสูงสุดที่ 294 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงทั้งในด้านความเร็วและสมรรถนะ

การอัปเกรดและการออกแบบขยายไปทั่วทั้งคัน เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ภายนอกก็ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมมากขึ้น โดยมีกระจังหน้าแบบใหม่ที่เฉพาะเจาะจงกับรุ่น พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ และยังมาพร้อมกับไฟหน้ารูปทรง LED Matrix แบบมาตรฐานที่รวมฟังก์ชันไฟทั้งหมดไว้ในดีไซน์สี่จุดที่เพรียวบาง

ภายใน 911 ยังคงรักษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ ในขณะเดียวกันก็ผสานเทคโนโลยีทันสมัยเข้าด้วยกัน ระบบ Porsche Driver Experience ใหม่จะนำฟังก์ชันที่สำคัญมาวางไว้ที่บริเวณพวงมาลัยหรือใกล้เคียงกับพวงมาลัย รวมถึงสวิตช์เลือกโหมดขับขี่ ปุ่มควบคุมที่ได้รับการอัปเดตสำหรับระบบช่วยเหลือ และเป็นครั้งแรกที่มีปุ่มสตาร์ทอยู่ทางด้านซ้ายของพวงมาลัย

รุ่นคูเป้ (Coupé) มาพร้อมกับที่นั่ง 2 ที่นั่งเป็นมาตรฐาน และสามารถเลือกเป็นการจัดที่นั่งแบบ 2+2 ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.6 นิ้วที่สามารถปรับแต่งได้ มีโหมดการแสดงผลถึง 7 แบบ รวมถึงแบบดีไซน์ห้าวงสุดคลาสสิก พร้อมมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง ซึ่งเพิ่มความรู้สึกย้อนยุคให้กับห้องขับขี่สมัยใหม่

ความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด: พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ใหม่ทั้งหมด

ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) ก้าวสู่เจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยการออกแบบภายนอกและภายในที่ได้รับการปรับปรุงอย่างครอลคลุม รวมถึงเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดและนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย

พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ที่แสดงในงานมหกรรมยานยนต์ 2024 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ที่ถูกรวมเข้าไปในระบบเกียร์ PDK คลัทช์คู่ 8 สปีดที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งช่วยให้มีสมรรถนะที่น่าประทับใจ ด้วยพละกำลังรวมของระบบที่ 346 กิโลวัตต์ (470 แรงม้า) และยังสามารถวิ่งได้ระยะทางไฟฟ้าเต็มที่ถึง 91 กิโลเมตร ในมาตรฐานการทดสอบแบบ WLTP ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางไปทำงานในเมืองทุกวัน

ปอร์เช่ (Porsche) ได้ติดตั้งช่วงล่างถุงลมแบบ 2 ชั้น และวาล์วควบคุมช่วงล่าง 2 วาล์ว พร้อมระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) เป็นพื้นฐานให้กับทุกรุ่นย่อย หรืออีกทางเลือกของช่วงล่าง ที่ชื่อว่า Porsche Active Ride ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มีให้เลือกสำหรับรุ่น อี-ไฮบริด (E-Hybrid) ซึ่งมอบความสามารถในการยึดเกาะและสมรรถนะในการเข้าโค้ง พร้อมกับความสะดวกสบายในระดับสูง

ทุกรุ่นของพานาเมร่า (Panamera) ใหม่มาพร้อมกับการออกแบบที่ดูคล่องตัว ปราดเปรียวและทันสมัย ที่ด้านหน้าดีไซน์โดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปทรงใหม่แบบ Matrix LED ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และช่องระบายอากาศแนวนอนเพิ่มเติมจากรุ่นก่อน ส่วนที่ด้านหลังของสปอร์ตซาลูน ไฟท้ายแบบต่อเนื่องและกระจกหลังไร้กรอบทำให้ พานาเมร่า (Panamera) ใหม่มีลักษณะที่แตกต่างและโดดเด่น

ภายในห้องโดยสารและห้องขับขี่ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.6 นิ้ว สวิตช์เกียร์ใหม่ที่อยู่ทางซ้ายของพวงมาลัย และจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารขนาด 10.6 นิ้วที่สามารถเลือกติดตั้งได้ เพื่อยกระดับประสบการณ์โดยรวมของผู้โดยสาร

ปอร์เช่ (Porsche) ในงานมหกรรมยานยนต์ 2024 

นอกจาก 4 รุ่นเด่นแล้ว ยังมีรถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche) จำนวน 13 คันที่ครบครันทุกโมเดล จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ 2024 โดยในบรรดารุ่นที่จัดแสดงมี 718 บ็อกซเตอร์ สไตล์ อิดิชั่น (718 Boxster Style Editions) และ เคย์แมน (Cayman), คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne S E-Hybrid) รุ่นที่ประกอบในภูมิภาค, และ 911 จีที3 (911 GT3) ที่ได้รับการปรับแต่งจาก Manthey Racing ชุดเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ รวมถึงรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย

งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2024 ที่ IMPACT Challenger Halls 1-3 เมืองทองธานี ปอร์เช่ ประเทศไทย ขอเชิญลูกค้าและแฟนๆ มาชมยนตรกรรมสปอร์ตอย่างใกล้ชิดได้ที่บูธ A3

 

ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Porsche Centre Bangkok : 02 552 6655

Porsche Centre Pattanakarn : 02 369 1111

Porsche Centre Bangna : 095 943 59999

Porsche Studio Bangkok (ICONSIAM) : 02 288 0911

Porsche Studio Siam Paragon : 02 610 9911