Home Blog Page 104

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เตรียมเปิดตัว “GWM POER SAHAR HEV” พร้อมนำทัพรถยนต์สุดล้ำ GWM TANK 700 Hi4-T และ GWM WEY 80 MPV อวดโฉมครั้งแรกในไทย ในงาน Motor Expo 2024

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ เชิญชวนชาวไทยร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่แห่งอนาคตจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่งาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 พบกับไฮไลต์สำคัญกับการประกาศราคาขายพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ “GWM POER SAHAR HEV” รถกระบะพลังงานไฮบริดทรงพลังคันแรกของเมืองไทย รวมไปถึงเซอร์ไพรส์พิเศษที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำนวัตกรรมใหม่ล่าสุดส่งตรงจากประเทศจีนถึง 2 รุ่น จาก 2 เซกเมนต์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคชาวไทย อย่าง “GWM WEY 80 PHEV” รถยนต์เอ็มพีวีอเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพรีเมียมและการใช้สอยทางธุรกิจได้อย่างไร้ที่ติ และ “GWM TANK 700 Hi4-T” สุดยอดรถยนต์เอสยูวีออฟโรดขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดที่มาพร้อมสมรรถนะขั้นสุด ผสมผสานสุนทรียภาพและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว สู่การเดินทางอันไร้ซึ่งขีดจำกัด และยังตระการตาไปกับขบวนพาเหรดรถยนต์พลังงานใหม่อีกหลากหลายรุ่น ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ GWM ORA, GWM HAVAL และ GWM TANK พร้อมร่วมทดลองขับและรับข้อเสนอสุดพิเศษรวมถึงสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ภายในงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าวเปิดบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผ่านทุกช่องทางของ GWM Thailand ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok ในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เวลา 12.45 น. เป็นต้นไป

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

พบกับไฮไลท์สำคัญภายในงาน อาทิ
•การประกาศราคาขายพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ “GWM POER SAHAR HEV” รถกระบะขุมพลังไฮบริดรุ่นแรกในประเทศไทย ที่จะเปลี่ยนนิยามของรถกระบะให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่มีความดุดัน แข็งแกร่งผสมผสานกับการตกแต่งภายในที่หรูหราและทันสมัยได้อย่างลงตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะสู่ความสะดวกสบายเหนือระดับ มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม TANK และระบบขับเคลื่อนขุมพลังไฮบริดอันทรงพลัง ร่วมกับข้อเสนอสุดพิเศษ พร้อมให้ชาวไทยได้จับจองและเป็นเจ้าของภายในงานและที่ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ พร้อมส่งมอบทันที

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

•สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับรถยนต์เอ็มพีวีโมเดลล่าสุดพร้อมให้ชาวไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกกับ “GWM WEY 80 PHEV” และ “GWM TANK 700 Hi4-T” รถยนต์เอสยูวีรุ่นเรือธงจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 3.0T Hi4-T แบบ Longitudinal parallel hybrid ที่มีความจุกระบอกสูบสูง มีระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สู่ประสบการณ์สุดพรีเมียมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัยร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะจัดเต็มทุกตารางนิ้ว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

•พบกับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายให้กับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในงาน และที่ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ พร้อมให้ชาวไทยได้สัมผัสและจับจองรถยนต์พลังงานใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพสู่ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับแตกต่างยิ่งกว่าใคร ร่วมกับราคาสุดคุ้มค่า ให้ชาวไทยได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

•ขบวนไลน์อัปรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นยอดนิยม ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย
นำทัพด้วยเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนไทย GWM ORA Good Cat รุ่น PRO, ULTRA, และ GT ยนตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซรถซีดานที่ผสานความสปอร์ตและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวอย่าง GWM ORA 07 รถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยม GWM HAVAL H6 HEV และเจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่ครบครันทุกฟังก์ชันการขับขี่อย่าง GWM HAVAL JOLION HEV ตามด้วยรถยนต์เอสยูวีออฟโรดสำหรับสายลุย แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหรูหราสง่างาม GWM TANK 500 HEV และ GWM TANK 300 HEV

สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคตที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A05 ภายในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

 

“NETA X” คว้าอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ SUV เดือนตุลาคม 2567

0
Neta X 1

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้วิสัยทัศน์ “Tech for All” สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า…เพื่อทุกคน” เดินหน้าสู่ความสำเร็จอีกขั้น โดย NETA X คว้าอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ประเภทรถอเนกประสงค์ (SUV) ในเดือนตุลาคม 2567 ด้วยยอดจดทะเบียนสูงถึง 570 คัน ตอกย้ำความสำเร็จในการวางตำแหน่งทางการตลาด NETA X เป็น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า สไตล์ SUV คันแรกของคุณ” ด้วยสโลแกน “เติมเต็มทุกโมเมนต์ กับนิยามใหม่ของความกว้าง”

มร. ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “การที่ NETA X ได้รับการตอบรับที่ดี นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ NETA ไม่หยุดยั้งในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เหนือกว่า เราเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ตั้งแต่ ปี 2565 และมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ NETA วิ่งอยู่บนถนนทั่วประเทศไทยจนถึงเดือนตุลาคม 2567 แล้วกว่า 20,000 คัน ครอบคลุมทั้ง NETA V, NETA V-II และ NETA X ควบคู่กับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 60 แห่ง รวมทั้งกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และการบริการหลังการขายด้วยความเข้าใจความต้องการ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จในระยะยาว และช่วยตอกย้ำแผนการดำเนินงานในประเทศไทย ภายใต้กลยุทธ์ ‘All in Thailand, All for Thailand’ จะสามารถยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่องที่ลดการปล่อยมลพิษ และส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่น่าอยู่ร่วมกัน”

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา NETA ได้ทุ่มเทงบประมาณกว่า 12,000 ล้านหยวน เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 2 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Shanhai และ Yunhe ซึ่งเน้นการออกแบบเชิงอัจฉริยะ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ถึง 9 รุ่น โดยตั้งแต่ปี 2561 NETA ยังเป็นผู้นำในการริเริ่มและเข้าร่วมโครงการวิจัยระดับชาติมากมาย ส่งผลให้ได้รับสิทธิบัตรกว่า 3,514 รายการ รวมถึงสิทธิบัตรระดับนานาชาติกว่า 100 รายการ ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ NETA ได้พัฒนาแพลตฟอร์มยานยนต์ 2 ประเภทหลัก คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) และ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (Electric Vehicle) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคยานยนต์ไฟฟ้า

ความสำเร็จของ NETA X รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ SUV เปิดตัวในประเทศไทย ด้วยการวางตำแหน่งทางการตลาดเป็น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ SUV คันแรกของคุณ” (Your First Electric SUV) ที่ออกแบบภายใต้แนวคิดและสโลแกน “เติมเต็มทุกโมเมนต์ กับนิยามใหม่ของความกว้าง” ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบัน NETA X เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ SUV ที่มียอดจดทะเบียนรถครั้งแรกเป็นอันดับ 1 ในเดือนตุลาคม 2567 โดยมียอดจดทะเบียนสูงถึง 570 คัน ด้วยความโดดเด่นของดีไซน์ทั้งภายนอกที่สวยงาม ทันสมัย และภายใน ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบโจทย์เรื่องความนั่งสบาย ตามสไตล์เอสยูวี โดยมีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,770 มม. มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระดับ 2.0 จอแสดงผลขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ช่วยควบคุมทุกฟังก์ชันได้ง่ายดายผ่านหน้าจอ และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ จุถึง 508 ลิตร เบาะสามารถพับได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 1,388 ลิตร อีกทั้งแบตเตอรี่ที่รองรับระยะทางการขับขี่ สูงสุด 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สามารถเป็นเจ้าของ NETA X ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ NETA X รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 และรับรถยนต์ภายในวันที่
1 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567
เริ่มต้นดาวน์ 8,888 บาท ผ่อนสูงสุดที่ 84 งวด
ฟรี! เครื่องชาร์จ NETA WALLBOX พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
ฟรี! ชุดสายชาร์จ
ฟรี! แพคเกจอินเตอร์เน็ตภายในรถยนต์ไม่จำกัดจำนวน (internet in vehicle) ระยะเวลา 3 ปี
ฟรี! รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ High Voltage 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ฟรี! รับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
ฟรี! ค่าแรงและค่าอะไหล่รถยนต์เมื่อเช็คระยะครั้งแรกที่ 5,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ฟรี! ชุดพรมปูพื้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.neta.co.th/th/promotion/promotion-NETA-X

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023-9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ NETA ได้ที่:
● Facebook : Neta Auto Thailand
● NETA Line Official : @netaautothailand
● Website : www.neta.co.th

ฮุนได เปิดตัว “Hyundai PALISADE” พรีเมียมเอสยูวีไซส์บิ๊ก ในราคาเริ่มต้น 2.299-2.499 ล้านบาท

0
Hyundai PALISADE 1
RATCHAYUT AIAMKLANG

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย (HMT) เปิดตัว “Hyundai PALISADE” สุดยอดพรีเมียมเอสยูวีแบบเบาะ 3 แถวรุ่นใหม่ล่าสุด พลิกโฉมมาตรฐานทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งาน สมรรถนะที่เหนือชั้น และการออกแบบหรูหราในฐานะยานยนต์พรีเมียมกลุ่ม D-segment เพียงรุ่นเดียวในตลาดเมืองไทย PALISADE พร้อมพาทุกคนก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ตอบโจทย์ทั้งกิจกรรมครอบครัวและการขับขี่ที่สนุกสนานของนักผจญภัยตัวจริง ชวนผู้โดยสารออกเดินทางภายใต้แนวคิด “ออกไปเปิดรับทุกประสบการณ์เพื่อสร้างสรรค์ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ทุกวัน” Hyundai PALISADE เป็นเอสยูวีพรีเมียมที่โดดเด่นและเป็นเจ้าของรางวัลระดับโลกมากมาย เพียบพร้อมทั้งในด้านความเป็นเลิศและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

Hyundai PALISADE 2

รถยนต์ D-SUV รุ่นใหม่ที่พร้อมปฏิวัติถนนเมืองไทย ด้วยมุมมองใหม่ทั้งในการขับขี่และการใช้ชีวิตด้วยวิศวกรรมการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย PALISADE สร้างสมดุลระหว่างยานยนต์ที่สวยสะดุดตา สะท้อนตัวตนที่ทันสมัย ไปกับรถยนต์พร้อมดูแลทุกคนในครอบครัวพร้อมกัน เพื่อปลุกเร้าให้ผู้ขับเปิดรับทุกความเป็นไปได้ในชีวิต

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิดตัว PALISADE ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยียานยนต์ครั้งสำคัญ ที่ผสานประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์การเดินทางและการสร้างช่วงเวลาพิเศษกับคนรอบตัว ประเทศไทยนับเป็นตลาดที่สำคัญของฮุนได เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านการยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ D-SUV พรีเมียมหนึ่งเดียวในภูมิภาค PALISADE ได้รับการออกแบบให้สร้างความประทับใจแก่ผู้ขับขี่ชาวไทยในทุกมิติ ด้วยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ระบบความปลอดภัยล้ำสมัย และดีไซน์ที่โดดเด่นทรงพลัง PALISADE จึงสะท้อนความตั้งใจของเราในการเป็นผู้นำตลาด SUV ด้วยการผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความอเนกประสงค์ที่ไร้คู่แข่ง”

Hyundai PALISADE 3

ดีไซน์พรีเมียมอันโดดเด่นและฟีเจอร์ล้ำสมัย

Hyundai PALISADE 5

 

Hyundai PALISADE ใช้โครงสร้าง Monocoque Structure ที่เพิ่มความปลอดภัย พร้อมยกระดับประสิทธิภาพแห่งการควบคุม ความสะดวกสบายในการขับขี่ และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ผ่านการลดน้ำหนักเครื่องยนต์และการสั่นสะเทือน การออกแบบนี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของโครงสร้างรถยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและเปี่ยมประสิทธิภาพ ในส่วนของดีไซน์ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Premium Parametric Shield เพิ่มความเข้มด้วยการตกแต่งแบบ Dark Metallic Chrome สอดรับกับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED เอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมไฟแบบ Full LED ทั้งด้านหน้าและหลังดีไซน์ไม่เหมือนรถยนต์รุ่นใด ให้ทั้งความสวยงามและปลอดภัย งามสง่าด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้ว

Hyundai PALISADE 4

ห้องโดยสารกว้างขวางพร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยด้วยกระจกมองหลังแบบไร้ขอบ Frameless พร้อมตัดแสงอัตโนมัติ เบาะแถวที่ 1 และแถวที่ 2 สามารถปรับอุณหภูมิได้ทั้งอุ่นและเย็น เบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งที่นั่ง สะดวกสบายกับพื้นที่ legroom กว้างขวาง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม จอแสดงผลเป็นแบบ Supervision Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว ส่วนคอนโซลกลางเป็นแบบ Bride-type ให้ทั้งอรรถประโยชน์และภาพลักษณ์เรียบหรู ดื่มด่ำไปกับดนตรีผ่านเครื่องเสียง Infinity Premium Sound System 12 ลำโพง ทั้งยังมีที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย

Hyundai PALISADE 5

สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น
PALISADE มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและ 2 ล้อ ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยขุมพลังประสิทธิภาพสูงกับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที รองรับทุกการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยรูปแบบการขับขี่ที่ปรับได้ตามความต้องการ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะและความอเนกประสงค์

Hyundai PALISADE 7

Hyundai PALISADE สุดยอดยานยนต์เจ้าของรางวัลระดับโลก

Hyundai PALISADE เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยในปี 2023 ได้รับการยกย่องเป็น Best 3-row SUV for the Money จาก U.S. News และคว้ารางวัล Best Large Utility ในงาน MotorWeek รวมถึงถูกยกย่องให้เป็น Family Vehicle of the Year จาก Midwest Automotive Media Association นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลอื่น ๆ มากมายทั้งรางวัล Car and Driver’s Mid-Size SUV Editor’s Choice, รางวัล Top Safety Pick+ จากสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวงแห่งสหรัฐฯ (IIHS) และรางวัล 10 Best Interiors & UX จาก Wards Auto โดยรางวัลเหล่านี้ได้เสริมสถานะอันแข็งแกร่งของยานยนต์ฮุนไดให้ยืนหนึ่งในงาน 2023 Best SUV Brands ซึ่งจัดโดย U.S. News & World Report และต่อมาในปี 2024 Hyundai PALISADE ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากการคว้ารางวัลในงาน Car and Driver’s Editors’ Choice Awards ในหมวด Mid-Size SUV และสามารถรักษาตำแหน่ง คว้ารางวัล TSP ของ IIHS มาได้ต่อเนื่องอีกปี

ฮุนไดมอบความปลอดภัยขั้นสูงสุด
Hyundai PALISADE ผ่านการจัดอันดับด้านความปลอดภัยโดย ANCAP 5 Star ในปี 2022 ถือเป็นรถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความปลอดภัยขั้นสูงสุด พร้อมปกป้องคุณด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย เสริมด้วยเทคโนโลยี Hyundai SmartSense™ ที่มีทั้งระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Forward Collision-Avoidance) ระบบเตือนและช่วยคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา (Blind-Spot Collision Avoidance), ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง (Safe Exit Assist), ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Lane Following Assist), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Smart Cruise Control) และระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา (Blind-Spot View Monitor) เพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

Hyundai PALISADE 9

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Hyundai PALISADE ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ด้วยชื่อเสียงอันโดดเด่นในตลาดเอสยูวี ฮุนไดได้ออกแบบรุ่นพรีเมียมนี้ให้ผสานความหรูหรา ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะได้อย่างลงตัว เรามั่นใจว่า PALISADE จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายที่มองหารถคุณภาพที่เปี่ยมนวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมปักหมุดสร้างมาตรฐานใหม่ให้รถในเซกเมนต์นี้ต่อไป”

Hyundai PALISADE 9

การเปิดตัว Hyundai PALISADE ยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเอสยูวีของฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ต่อยอดจากความสำเร็จในตลาดเอ็มพีวี ด้วยการเจาะกลุ่มตลาด D-SUV พรีเมียม PALISADE ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดในการรุกตลาดไทย พร้อมเดินหน้าขยายไลน์อัปเอสยูวีรุ่นพรีเมียมอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นสู่อนาคตอันมั่นคงที่สะท้อนความตั้งใจของฮุนไดอย่างชัดเจน

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ Hyundai PALISADE ได้แล้ววันนี้
Hyundai PALISADE มีให้เลือก 2 รุ่น: PALISADE Prestige ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 2,499,000 บาท และ PALISADE Exclusive ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 2,299,000 บาท พร้อมเฉดสีพรีเมียม 2 สี ได้แก่ Pearl White และ Space Black สัมผัส Hyundai PALISADE ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.99% ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และการรับประกันตัวรถนาน 7 ปี หรือสูงสุด 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบไม่จำกัดตลอด 7 ปี พิเศษสุด สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก รับฟรี แพ็กเกจบำรุงรักษานาน 4 ปี หรือสูงสุด 40,000 กิโลเมตร ให้คุณได้รับความคุ้มค่าและความอุ่นใจเสมือนมีทีมงานคอยให้ความช่วยเหลือในทุกเส้นทาง

Hyundai PALISADE 10

Hyundai PALISADE ไม่เป็นเพียงแค่รถเอสยูวีทั่วไป แต่เป็นยานยนต์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ความหรูหราที่เหนือระดับ และเทคโนโลยีล้ำสมัย PALISADE พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและความประทับใจในทุกเส้นทาง สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของฮุนไดในการสร้างมาตรฐานใหม่ของยานยนต์ระดับพรีเมียม

พบกับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Hyundai PALISADE ที่เอ็มสเฟียร์ วันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2567 ร่วมสัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยและความเหนือระดับของ Premium D-SUV หนึ่งเดียวของเมืองไทย พร้อมกิจกรรมพิเศษ Meet & Greet กับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ร่วมฟังประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการออกไปใช้ชีวิต ดังนี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567: คุณแดน – คุณแพทตี้, คุณภูริ – คุณแอน อลิชา – น้องริชา – น้องลิษา, ดีเจเผือก – คุณลูกจ๋า – น้องลูกครับ

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2567: คุณยอร์ช พร้อมด้วยเบต้าและนมกล่อง จากเพจ Gluta Story
ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” หรือดูข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ฉลองครบรอบ 80 ปีก่อตั้งแบรนด์เกีย มอบข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2024 ดีลเลอร์ทั่วประเทศ** ถึง 31 ธันวาคมนี้

0

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ฉลองครบรอบ 80 ปีก่อตั้งแบรนด์เกีย มอบข้อเสนอ Motor Expo สุดคุ้มครอบคลุมรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นหลัก ได้แก่ The Kia EV5 The Kia EV9 The Kia Carnival และ The Kia Sorento อาทิ ข้อเสนอราคาพิเศษสำหรับรถยนต์ The Kia Carnival ที่ 1,999,000 บาท มาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพยาวนาน 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 5 ปี และสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Air ผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,526 บาทต่อเดือนเท่านั้น* โดย The Kia EV5 ทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันคุณภาพยาวนาน 7 ปี ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 7 ปี พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี เป็นต้น โดยพร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้มค่าให้ผู้สนใจตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม 2567 ดีลเลอร์ทั่วประเทศ** และยังสามารถพบข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันนี้ที่งาน Motor Expo 2024 โดยเกียได้ยกขบวนรถเอสยูวีและเอ็มพีวีอีกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกไลน์อัปไปจัดแสดงที่งาน ไม่ว่าจะเป็น The Kia Carnival ทุกรุ่นย่อยที่มีให้เลือกทั้งแบบ 11 และ 7 ที่นั่ง The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมด้วย The Kia Sorento รุ่น Premium HEV และรุ่น Premium Plus PHEV ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตกรรมต่าง ๆ ได้ ณ บูธเกียหมายเลข A22 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ในวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ปีนี้แบรนด์เกียครบรอบ 80 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปีพ.ศ. 2487 โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ เกียมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2564 เกียได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ในระดับโกลบอลภายใต้จุดยืนใหม่ของแบรนด์ ‘Movement that inspires’ และปรัชญาในการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์แบรนด์อย่าง ‘Opposites United’ สำหรับในประเทศไทย นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม
ที่ผ่านมา เกียได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 4 รุ่น และเดินหน้าเร่งการทรานส์ฟอร์มแบรนด์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การเดินหน้ารุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังด้วยการเปิดตัว The Kia EV9 รถเอสยูวีขนาดใหญ่ 6 ที่นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของเรา และ The Kia EV5 รถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ให้ความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบที่มาพร้อมกับระยะทางวิ่งสูงสูดที่ 665 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยจัดงานเปิดตัวในรูปแบบ Immersive Exhibition จนถึงกิจกรรมล่าสุด มินิคอนเสิร์ต Make A Bold Move With The Kia EV5 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ Kia EV5 นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการมอบการรับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุดถึง 7 ปี และการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้เติบโตได้ถึง 21 แห่งภายในปี  และในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 80 ปีของเกียทั่วโลก เราจึงได้การมอบแพ็กเกจข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เกียทั้ง 4 รุ่น โดยเฉพาะข้อเสนอสำหรับ The Kia Carnival และ The Kia EV5 ที่พร้อมให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกเป็นเจ้าของยนตรกรรมเกียได้ง่ายมากยิ่งขึ้น”

โดยข้อเสนอที่เป็นไฮไลท์สำหรับ The Kia Carnival คือ การนำเสนอราคาพิเศษให้กับ Kia Carnival EX ในราคา 1,999,000 บาท และ The Kia Carnival SXL Luxury ที่มอบสิทธิประโยชน์สูงสุด 400,000 บาท โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับโปรโมชัน รับประกันคุณภาพยาวนาน 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 5 ปี และ The Kia EV5 Air ที่มอบสิทธิประโยชน์สูงสุด 200,000 บาท โดยสามารถเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,526 บาทต่อเดือน* หรือเลือกรับเป็น Trade-in 100,000 บาท และลูกค้า The Kia EV5 ทุกรุ่นจะได้รับการรับประกันคุณภาพยาวนาน 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 7 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery)
8 ปี ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี และฟรี Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมติดตั้ง และพิเศษเพิ่มเติมสำหรับ นอกจากนี้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์เกียได้ที่ผู้จำหน่ายเกียใกล้ท่าน** หรือในงาน Motor Expo 2024 ที่บูธเกียหมายเลข A22 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ด้วยโปรโมชันสุดพิเศษเดียวกัน นอกจากนี้ภายในงาน Motor Expo 2024 ยังได้จัดแสดงยานยนต์รุ่นอื่น ๆ อาทิ The Kia EV9 GT-Line AWD และ The Kia Sorento ทั้งรุ่น Premium HEV และ Premium Plus PHEV เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ความเหนือระดับของ
ยนตรกรรมเกียอย่างครบครันอีกด้วย”

* สำหรับ The Kia EV5 Air ผ่อนเริ่มต้น 15,526 บาท เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 72 เดือน, ดอกเบี้ย 1.09% (ต้นงวด) เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด

** กรุณาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการได้ที่เว็บไซต์ www.kia.com 

โปรโมชันสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เกียรุ่นต่าง ๆ ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Carnival 11 ที่นั่ง (LX, EX และ SXL)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร สำหรับรุ่น SXL เท่านั้น[3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • ส่วนลดมูลค่า 105,000 บาท สำหรับ LX และ EX เท่านั้น[8]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Carnival 7 ที่นั่ง (SXL Luxury)

๏ สิทธิประโยชน์สูงสุด มูลค่า 400,000 บาท ประกอบไปด้วย:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 3 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • สนับสนุนค่างวด งวดแรก[6]
  • บัตรกำนัล มูลค่า 6,000 บาท[7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน

เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดมูลค่า 130,000 บาท.

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น 11 ที่นั่ง และ 3 ปี สำหรับ 7 ที่นั่ง โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 5 ปีหรือ 50,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) สำหรับรถยนต์รุ่น SXL, SXL Luxury โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] บริษัทฯ สนับสนุนค่า งวด งวดแรก มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 46,719 บาท

[7]  บัตรกำนัล มูลค่า 6,000 บาท

[8] ส่วนลดมูลค่า 105,000 บาท สำหรับ LX และ EX เท่านั้น

[9] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 170,000 บาท สำหรับรุ่น SXL Luxury เท่านั้น สำหรับรุ่น LX, EX มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 44,700 บาท  และสำหรับรุ่น SXL มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 86,900 บาท  ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 (Earth Exclusive AWD)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 88% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี KIA Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง KIA Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์[7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 (Earth Long Range)

๏ สิทธิประโยชน์สูงสุด มูลค่า 220,000 บาท ประกอบไปด้วย:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี KIA Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง KIA Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์[7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 (Light, Air)

๏ สิทธิประโยชน์สูงสุด มูลค่า 200,000 บาท ประกอบไปด้วย:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี KIA Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง KIA Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์[7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% สำหรับรุ่น Light, Air, Earth Long Range พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดมูลค่า 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.88% สำหรับรุ่น Earth Exclusive AWD พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 65,000 บาท สำหรับรุ่นย่อย Earth Exclusive AWD, Earth Long Range มูลค่า 45,000 สำหรับรุ่นย่อย Air, Light และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] ชุดพรมปูพื้นรถยนต์

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [5] และ [7] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 104,000 บาท สำหรับรุ่น  Light และ Air และสำหรับรุ่น Earth Long Range และ Earth Exclusive AWD มูลค่ารวมทั้งสิ้น 124,000 บาท  ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV9:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 88% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี[2]
  • ฟรี KIA Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง KIA Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.88% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [4], [5], และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 176,000 บาท สำหรับรุ่น  EV9 ทุกรุ่น ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (Premium Plus PHEV):

๏ สิทธิประโยชน์สูงสุด มูลค่า 210,000 บาท ประกอบไปด้วย:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร[3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (Premium HEV):

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 88% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร[3]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน สำหรับรุ่นย่อย PHEV เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.88% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน สำหรับรุ่นย่อย HEV 1.88% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 70,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[7] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 96,000 บาท สำหรับรุ่น  PHEV และมูลค่า 89,000 สำหรับรุ่น HEV ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2567
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • เฉพาะผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการได้ที่
    เว็บไซต์ kia.com
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่ายเกียใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com

วิริยะประกันภัย จับมือพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ภายใต้ “Viriyah Privileges”

0

วิริยะประกันภัย มุ่งยกระดับการให้บริการลูกค้า จับมือ พันธมิตรแบรนด์ชั้นนำกว่า 60 แบรนด์ ร่วมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าคนพิเศษ ตอกย้ำแนวคิด “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” พร้อมคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ภายใต้โครงการ “Viriyah Privileges” เพื่อมอบความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุด แทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นไว้วางใจบริษัทฯ 

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดปี 2567 บริษัทฯ ได้มุ่งดำเนินงานตามแนวนโยบายดังที่ประกาศไว้ว่า “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในด้านของการบริการ และในด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย โดยยังคงยึดหลัก “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” (Customer Centric) เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจมาโดยตลอด ล่าสุด บริษัทฯ ยังได้พัฒนายกระดับการบริการลูกค้าขึ้นไปอีกขั้น โดยร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ พร้อมคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของลูกค้าทุกกลุ่ม

“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าความสำเร็จของธุรกิจเกิดจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าด้วยการใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขายที่เป็นเลิศ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีเพื่อส่งมอบความคุ้มค่าและความประทับใจให้กับลูกค้าวิริยะประกันภัยทุกท่าน โดยความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายธุรกิจมากกว่า 60 แบรนด์ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ Viriyah Privileges จะเป็นการนำเสนอโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทั้งในด้านการช้อปปิ้ง        การกิน-ดื่ม การดูแลสุขภาพ ความบันเทิง และการเดินทาง-ท่องเที่ยว” นางฐวิกาญจน์ กล่าว

โครงการ “Viriyah Privileges” ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายพันธมิตรมาร่วมส่งมอบประสบการณ์พิเศษเพื่อลูกค้าวิริยะประกันภัย ซึ่งครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็น ด้านการช้อปปิ้ง เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสร้างความสุขในชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คน โดยบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศอย่างเซ็นทรัลและโรบินสัน มอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ หรือของตกแต่งบ้าน ด้านการกิน-ดื่ม บริษัทฯ ได้คัดสรรโปรโมชั่นสุดพิเศษจากแบรนด์ดังให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยจากเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ อย่างมิสเตอร์ โดนัท อานตี้ แอนส์ โคล สโตน และคอฟฟี่ อะริกาโตะ เป็นต้น ด้านสุขภาพ โดยบริษัทฯ ร่วมมือกับพันธมิตรโรงพยาบาลชั้นนำอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลพญาไท 2  มอบส่วนลดแพ็กเกจตรวจสุขภาพให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังร่วมมือกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มอบส่วนลดค่าบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้ดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงที่รักอย่างครบวงจร และในด้านการเดินทางและท่องเที่ยว บริษัทฯ  ยังได้ผนึกกำลังกับแอปพลิเคชัน LINEMAN รวมไปถึงความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้า Evolt ที่มีจุดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ

บริษัทฯ ยังพร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ครอบคลุมไปถึงกลุ่มลูกค้าประกันภัยการเดินทาง สำหรับลูกค้าที่สมัครประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive ทุกแผนและทุกช่องทาง สามารถเข้ารับความคุ้มค่าจาก Viriyah Privileges ที่พร้อมดูแล ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ตลอดจนถึงหลังการเดินทาง ซึ่งเป็นความพิเศษที่แตกต่างจากในตลาด โดยรวมความคุ้มค่าส่วนลดประเภททัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยวจาก KKday, ตรวจเช็คสุขภาพราคาพิเศษที่โรงพยาบาลสมิติเวช, ส่วนลดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ส่วนลดรถรับส่งสนามบินจาก Lineman Ride และอิ่มอร่อยที่ มิสเตอร์ โดนัท อานตี้ แอนส์ โคล สโตน และจองร้านอาหารผ่าน Hungry Hub

นอกจากความพิเศษทางด้านสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive ยังถูกออกแบบมาให้คุ้มครองทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง มีผลประโยชน์วงเงินความคุ้มครองสูงถึง 5,000,000 บาท เพื่อให้สามารถดูแลค่ารักษาพยาบาลให้กับลูกค้ากรณีเกิดเหตุเจ็บป่วยที่ต่างประเทศ และสามารถกลับมารักษาต่อเนื่องได้เมื่อกลับถึงประเทศไทย คุ้มครองความล่าช้า เลื่อน บอกเลิกการเดินทางจากสายการบิน กระเป๋าเดินทางเสียหายหรือสูญหาย และขณะอยู่ต่างประเทศหากทรัพย์สินภายในบ้านสูญเสียหรือความเสียหายก็ได้รับความคุ้มครองด้วยเช่นเดียวกัน

นางฐวิกาญจน์ กล่าวเสริมว่า “เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าคนสำคัญ  บริษัทฯ จึงตั้งใจที่จะมอบบริการพิเศษนี้ให้กับลูกค้า อีกทั้งเชื่อว่านอกเหนือจากการดูแลให้ความคุ้มครองลูกค้าอย่างเหนือระดับดังเช่นที่ผ่านมา บริการ Viriyah Privileges นี้ จะสามารถสร้างความประทับใจและส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าพัฒนาคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวทันเทรนด์ใหม่ๆ และตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว”

ปัจจุบันโครงการ Viriyah Privileges ได้เปิดรับพันธมิตรผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านอาหาร  ร้านกาแฟ คลินิก สปา เป็นต้น เข้ามาสมัครร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ เพิ่มเติม เพื่อร่วมมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าวิริยะประกันภัย และบริษัทฯ ยังมุ่งหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจในโครงการฯ ได้ขยายฐานลูกค้าและเติบโตไปพร้อมกัน โดยสามารถสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/ViriyahPrivileges_Partner-Application

สัมผัสประสบการณ์สุดคุ้ม กับส่วนลดสูงสุดถึง 60% พร้อมบริการพิเศษอีกมากมาย  สามารถรับความคุ้มค่าสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง LINE Official วิริยะประกันภัย และติดตามสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ได้ที่ https://bit.ly/ViriyahPrivileges-Official

 

สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” สัมผัสตำนานรถโบราณ ริมเจ้าพระยา

0

สมาคมรถโบราณฯ เชิญชมงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” รวมที่สุดของตำนานรถโบราณหาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม วันที่ 8 -10 พฤศจิกายน 2567

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน ICONSIAM VINTAGE CAR SHOWภายใต้แนวคิด “ตำนานรถ…บริบทโลก – Car Legend…Global Contextเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยจัดแสดงรถโบราณ รถคลาสสิค ที่มีตำนานเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และบุคคลสำคัญในอดีต”

อนนต์ อัตถวิบูลย์ รักษาการผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “งาน ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยสองครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ สะท้อนถึงการเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก  และยังกระตุ้นการท่องเที่ยวและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับสากล พร้อมตอกย้ำแนวคิด “Collaboration to Win” ที่ไอคอนสยามยึดมั่นในการผนึกกำลังกับพันธมิตรในวงการต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ และมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าทุกคน”

ไฮไลต์ในงาน ได้แก่ รถ Lancia Artena ปี 1931 รถสัญชาติอิตาเลียน ที่ตั้งชื่อตามเมืองโบราณของชาว Volsci ยุคก่อนโรมัน และได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นปกครองของอิตาลี ภายใต้การนำของ Benito Mussolini

Mercedes-Benz 300SL Gullwing ปี 1955 หนึ่งในรถสปอร์ทที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์โลก โดดเด่นด้วยประตูเปิดแบบปีกนกนางนวล มีเสน่ห์ งดงาม น่าหลงใหล และมักถูกเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนดังในยุคนั้น เช่น Sophia Loren

Ford Thunderbird (Little Bird) ปี 1955 รถหรูหราสไตล์อเมริกันขนานแท้ ขับเคลื่อนได้อย่างคล่องแคล่ว จึงถูกขนานนามว่า “Little Bird” ซึ่งคนดังอย่าง Elvis Presley ราชารอคแอนด์โรลล์เคยปรากฏตัวพร้อมกับรถรุ่นนี้หลายครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจ พร้อมมินิคอนเสิร์ทจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK และงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41”

ร่วมชมตำนานรถโบราณ “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ระหว่างวันที่ 8 -10 พฤศจิกายน 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: Vintage Car Club of Thailand

“ฮอนด้า” เคาะราคา ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’พิเศษช่วงเปิดตัว เพียง 899,000 บาท

0
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นเอสยูวียอดนิยม ที่พร้อมตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น โดยราคาทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 2

•รุ่น e:HEV E ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 899,000 บาท* จำนวนจำกัด เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 ให้ลูกค้า
ได้สัมผัสกับไฮบริดเอสยูวีที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย (ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 949,000บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป)

•รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท ราคาเดิม! เพิ่มเติมฟังก์ชันที่เติมเต็มทุกการใช้งาน

•รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท ราคาเดิม! ที่อัปลุคดีไซน์แบบสปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ
พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ที่มอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ อาทิ
รุ่น e:HEV E เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 รับข้อเสนอ

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 3
•ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%* (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมงเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

•ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,328 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 รับข้อเสนอ

•ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%* (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ ประกอบด้วย
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
-รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,700 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 32,400 บาท
-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,495 บาท หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
-พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ รวมมูลค่า 157,000 บาท ประกอบด้วย
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ ‘Honda Happy Trade-in’ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ
รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568
ทุกรุ่น รับเพิ่มฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 10 กันยายน 2567 – 7 พฤศจิกายน 2567 พร้อมจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 หรือสำหรับลูกค้าใหม่ที่จองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 27 พฤศจิกายน 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 5

ไฮไลต์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่
ดีไซน์ภายนอก
•ทุกรุ่น ได้รับการออกแบบด้านหน้าดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะรุ่น โดยรุ่น e:HEV RS มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ตในดีไซน์ใหม่ และรุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E มาพร้อมกระจังหน้าใหม่ สีเดียวกับตัวรถ

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 6
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมไฟท้ายแบบ Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่ สี Smoke

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 8
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว กับสีใหม่ สีดำ Berlina Black แบบ Diamond Cut

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 7
•สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่! สีกากีแซนด์ (มุก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS) สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) พร้อมด้วยสีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก)

ดีไซน์ภายใน
•ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย โดยทุกรุ่นได้รับการออกแบบคอนโซลกลางใหม่ ด้วยการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งส่วนบนและส่วนล่าง โดยมาพร้อมช่องเก็บของพร้อมถาดอเนกประสงค์ มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการใช้งาน

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 9
•ใหม่! ทุกรุ่นมาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 10
•ใหม่! ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมการอัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็นทั้งหมด 4 ช่อง ได้แก่ ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง
•มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อม ใหม่! จอแสดงไฟเบรก
เทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยเพื่อความสะดวกสบาย ที่เพิ่มเติมในหลากรุ่น** ตอบโจทย์สมาร์ตไลฟ์สไตล์ มอบความคุ้มค่าในการใช้งาน

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 12
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL เพิ่มเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL เพิ่มอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E อัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็นทั้งหมด 4 ช่อง ได้แก่
ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด มาพร้อมไฟส่องสว่าง
•ใหม่! รุ่น e:HEV E เพิ่มช่องปรับอากาศตอนหลัง
•ใหม่! รุ่น e:HEV E เพิ่มจำนวนลำโพงเป็น 6 ตำแหน่ง
เทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำสมัย** มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง
•ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่เพิ่มเติมฟังก์ชันใหม่!
ในรุ่น e:HEV RS มาพร้อมระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB)
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด
•ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
•ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
•ระบบ Auto Brake Hold
•ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)
ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ทรงพลัง อัตราเร่งทันใจ แต่ให้อัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม
•ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มอบสมรรถนะทรงพลังจากการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจ มั่นใจในทุกการออกตัวด้วยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบต่อนาที
•ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร ให้คุณก้าวสู่ทุกจุดหมายได้อย่างอิสระ พาคุณไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง***
สมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่น ขับสนุกสไตล์เอสยูวี
•มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบ
ทอร์ชันบีม โดยพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยมและความคล่องตัวในการขับขี่
•รุ่น e:HEV RS มาพร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าพร้อมอัตราทดเกียร์แบบแปรผัน (VGR) ที่สามารถปรับอัตราทดพวงมาลัยได้แปรผันตามความเร็วและมุมเลี้ยวของพวงมาลัย มอบเสถียรภาพและความมั่นใจในการขับขี่ในทุกย่านความเร็ว อีกทั้งการบังคับเลี้ยวเข้าโค้งที่ควบคุมได้ดั่งใจ

อัปลุคสปอร์ตพรีเมียมอีกขั้นด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo
มาพร้อมแนวคิด “More Premium and Sporty SUV” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สเกิร์ตหน้า ราคา 11,000 บาท สเกิร์ตหลัง (แบบ 2 ชิ้น) ราคา 6,000 บาท ชุดตกแต่งประตูข้าง ราคา 11,000 บาท ที่มาพร้อมสี Shark Gray เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้น อีกทั้งกระจังหน้า ราคา 21,500 บาท ฟิล์มตกแต่งเสาประตูหลัง ราคา 2,500 บาท ชุดโลโก้สีดำ ราคา 1,300 บาท ชุดไฟส่องสว่างบริเวณฝาท้ายรถ ราคา 2,500 บาท หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่
•Modulo Urban Package (สี Shark Gray) ราคา 21,000 บาท ประกอบด้วยสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง
(แบบ 2 ชิ้น) และชุดตกแต่งประตูข้าง
•Utility Package ราคา 4,800 บาท ประกอบด้วยม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้ายรถ
ดูรายละเอียดชุดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/products/hrv

พิเศษ! ครั้งแรกกับชุดแต่ง MUGEN เอาใจสาวกฮอนด้า
อุปกรณ์ตกแต่งจาก MUGEN สำนักแต่งรถชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น
ยกระดับความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแนวคิด ‘Sporty Energize with Aggressive Styling’ กับอุปกรณ์ตกแต่งมูเกน (MUGEN) ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน และหลากหลายไอเท็มให้เลือกตกแต่งจัดเต็มความสปอร์ต อาทิ สปอยเลอร์หน้า สปอยเลอร์หลัง และสเกิร์ตข้าง โดยจะประกาศรายละเอียดการจำหน่ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567

สัมผัส ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ และพบกันที่บูทฮอนด้า (A08) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 (The 41st Thailand International Motor Expo 2024) ณ อาคาร IMPACT Challenger เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/hrvehev

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพบริการซ่อมสีและตัวถังรถ EV ผงาดสู่มาตรฐานระดับสูงสุด Mercedes-Benz

0

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพด้านบริการหลังการขาย เดินหน้ายกระดับงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้า สู่ความสมบูรณ์แบบสูงสุดของมาตรฐาน MercedesBenz พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรี! ค่า Excess เมื่อ “เคลมสีรอบคัน” หรือ ฟรี! แบตเตอรี่สำรอง เมื่อมียอดใช้จ่าย 20,000 บาทขึ้นไป หมดเขต 15 ธ.ค.67 เฉพาะที่ ไพรม์มัส พัทยา เท่านั้น

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่มุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการคัดสรรเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีอันสมัย เพื่อยกระดับการบริการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด “ไพรม์มัส พัทยา” ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการซ่อมสีและตัวถังของ Mercedes-Benz ด้วยการเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โดยเข้ารับการอบรมทักษะงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการฝึกทักษะความชำนาญการถอด ตัด เชื่อม ต่อ โครงสร้างตัวถังหลัก ทั้งแบบเหล็ก อลูมิเนียม และโลหะอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจวัสดุ โครงสร้างตัวถัง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน

พร้อมกันนี้ ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ได้เลือกสรรอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษมาตรฐานสูงสำหรับงานซ่อมสี-ตัวถัง โดยเฉพาะ อาทิ ชุดเครื่องมือ Car-O-Liner, ชุดตรวจวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์, ชุดแท่นดึงตัวถัง CELETTE X-ONE, ห้องอบ-พ่นสี NOVA VERTA และระบบอบสีแขนกลอินฟราเรด TECOPOINT  พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทุกชิ้นงานจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยเครื่องมือ

ตรวจวัดค่าสี ภายใต้อุโมงค์ไฟส่องสว่างสูงถึง 1,500 Lux ทำให้ทุกงานซ่อมมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบมากสุด ทั้งรองรับงานซ่อมหนัก-เบาของรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมได้ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์อีกด้วย

ปัจจุบัน ศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz ของ ไพรม์มัส พัทยา” ด้านงานซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่ที่พัทยา-นาจอมเทียน มีช่องซ่อมทั้งหมด 17 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากกว่า 200 คันต่อเดือน ด้วยบริการที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับรองรับรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ และรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมฉพาะสำหรับประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบริษัทประกันภัย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถัง ที่ ไพรม์มัส พัทยา” ทั้งมีบริการนัดหมายล่วงหน้า และติดตามสถานะการซ่อมในทุกขั้นตอนอีกด้วย

ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ขอเชิญชวนลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ความเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขาย ด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่า Excess เมื่อนำรถยนต์ Mercedes-Benz เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถังรอบคัน หรือเลือกรับแคมเปญ Power your Star เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการซ่อมบำรุงทั่วไป หรือซื้อสินค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์คอลเลคชัน (เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด) มียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป รับฟรี! แบตเตอรี่สำรอง มูลค่าสูงสุด 12,360 บาท หรือส่วนลด 50% สำหรับค่าแบตเตอรี่ มูลค่าสูงสุด 12,000 บาท  (ไม่รวมค่าแรง)

พิเศษ! เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต ยูโอบี เมอร์เซเดส รับเครดิตเงินคืน 15% เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 9,000 บาทขึ้นไป /คำสั่งซื้อ และรับคะแนนสะสมพิเศษ 20 เท่า (ทุกการใช้จ่าย 25 บาท)  ที่ “ไพรม์มัส พัทยา” เฟส 1 นาจอมเทียน และเฟส 2 พัทยาใต้ หมดเขต 15 ธันวาคม 2567  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ไพรม์มัส พัทยา” โทร.038 051 555 หรือ Line : @primuspattaya

บีวายดี และ เรเว่ มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ บีวายดี ร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ “Red One” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

0
BYD 1

บีวายดี บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้จับมือพันธมิตรอย่าง วอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์ เปิดตัวภาพยนตร์แอคชั่นผจญภัยฟอร์มยักษ์ Red One (เรด วัน) ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป การจับมือกันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพื่อมอบความบันเทิงที่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่ยังเป็นการนำเสนอนวัตกรรมและความยั่งยืนที่บีวายดีให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

BYD 2

นอกจากนี้ บีวายดีและเรเว่ ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ได้เข้าร่วมงานรอบปฐมทัศน์ของหนังฟอร์มยักษ์ จัดที่นั่งพิเศษกว่า 350 ที่นั่งสำหรับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ BYD รับชมภาพยนตร์ก่อนใคร พร้อมรับของที่ระลึกในธีมภาพยนตร์ อีกทั้งภายในงานยังมีการจัดบูธป๊อปอัพในธีม Red One ที่จัดเตรียมไว้ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เช่น การนำเสนอเบื้องหลังการถ่ายทำ และร่วมสนุกกับกิจกรรมในธีมภาพยนตร์อีกด้วย

นายเคอ ยู่ปิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การร่วมมือกับวอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์ ในการเปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Red One ถือเป็นโอกาสที่ดีที่บีวายดีจะได้สร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าและแฟนภาพยนตร์ ด้วยความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนและนวัตกรรม บีวายดีเชื่อว่า Red One จะเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงการสร้างสรรค์และความกล้าในการท้าทายเพื่อสิ่งใหม่ ๆ ที่มีคุณค่า”

บีวายดี เรเว่ และวอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์ ตั้งใจมอบความบันเทิงระดับบล็อกบัสเตอร์สู่ผู้ชมทั่วประเทศไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงความทุ่มเทของบีวายดีในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขอบคุณความไว้วางใจและการสนับสนุนจากลูกค้าซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโต นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงแนวคิดสร้างสรรค์และความกล้าท้าทายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบีวายดีในการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน

โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 9 ปี อัดแคมเปญดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ย 0% ทุกรุ่น* พร้อมดัน “The Kia Sorento PHEV” เป็นรถธง ตีตลาดรถไฮบริด SUV

0

โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป ดีลเลอร์ยอดขายและบริการ รถยนต์เกียสูงสุดที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจมาโดยตลอด ฉลองครบรอบ 9 ปี ทั้ง 2 สาขา คือ สาขารังสิต และ สาขาพระราม 2 อัดแคมเปญแรงรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ดอกเบี้ย 0% ทุกรุ่น* (ยกเว้น EV5 AWD และ EV9) พิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการ จะได้รับส่วนลดเป็นเงินสดจากการสะสมแต้ม ยิ่งไปกว่านั้น จะเสริมความแข็งแกร่งด้านยอดขายของThe Kia Carnival และ EV5 ด้วยการเป็นศูนย์กลางในการจำหน่าย SUV ขนาดใหญ่ The Kia Sorento PHEV” รถ SUV ยอดนิยมครองอันดับสูงสุดยอดขายเกียทั่วโลก

นายอภิเชต สีตกะลิน ประธานบริหาร โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป กล่าวว่า “โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป เกิดขึ้นจากการรวมตัวของผู้บริหารค่ายรถยนต์ ฝ่ายขาย และฝ่ายบริการที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี จึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของสินค้า และการบริการหลังการขาย แก้ไขปัญหาได้จบแน่นอน (Fixed It Right At First Time) จนเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์เกีย โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เราคือหนึ่งในผู้นำด้านยอดขายและบริการมาโดยตลอด และเป็นดีลเลอร์เกียเพียงรายเดียวที่มีถึง 2 สาขา ด้วยยอดขายรวมกว่า 1,900 คัน มีลูกค้าให้ความไว้วางใจเข้ารับการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ยเดือนละกว่า 500 คัน คาดการณ์รายได้รวมจนถึงสิ้นปี 2567 ทะลุ 3,900 ล้านบาท

ที่ผ่านมา รถธงที่สร้างยอดขายให้เกียคือ The Kia Carnival รถอเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง ที่ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ ยิ่งทางเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) รุกตลาดมากขึ้น มีรถยนต์ไฟฟ้า EV5 และ EV9 เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ถือเป็นโอกาสของดีลเลอร์ที่จะขยายฐานลูกค้าให้กว้างออกไปจากกลุ่มเดิมๆ

อย่างไรก็ตามในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างรถน้ำมัน กับรถยนต์ไฟฟ้า The Kia Sorento PHEV” SUV ไฮบริดถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่น “ความสุนทรีย์ในการขับขี่ทุกเส้นทาง” The Kia Sorento PHEV ปลั๊กอินไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน AWD มั่นใจในการขับขี่ทุกสภาพถนน ปลอดภัยเหนือระดับด้วยระบบช่วยการขับขี่ ADAS 6 ระบบรอบคัน ภายในกว้างขวาง เบาะ 3 แถว ขนาดใหญ่ ประหยัดเชื้อเพลิง และสามารถวิ่งด้วยระบบ EV ไฟฟ้าล้วนได้ถึง 66 กิโลเมตร ราคา 2.099ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกซื้อได้หลากหลาย

 

โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป พร้อมก้าวไปสู่ปีที่ 10 อย่างมั่นคง และดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด รักษามาตรฐานความเป็นมืออาชีพตัวจริง ตั้งแต่งานขายรถ ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ลูกค้าสะดวกที่สาขารังสิต หรือ สาขาพระราม 2 ก็สามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชม และทดสอบรถได้ทุกวัน มีบริการนำรถไปให้ทดสอบถึงหน้าบ้าน ที่สำคัญที่สุด “ถ้าจะซื้อรถเกีย ใช้รถเกีย ต้องนึกถึงโคเรียมอเตอร์กรุ๊ป เกีย รังสิต และ เกีย พระราม 2 เท่านั้น” นายอภิเชต กล่าวสรุป