Home Blog Page 105

พร้อมแล้ว ! ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จีโน่’ และ ‘แพตตี้’ นำทัพนักกอล์ฟไทยและระดับโลก 72 คน ดวลวงสวิง 20-23 ก.พ.นี้

0

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แฟนกอล์ฟชาวไทยร่วมลุ้นแชมป์ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มืออันดับ 4 ของโลก และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 นำทัพนักกอล์ฟไทยดวลวงสวิงกับ นักกอล์ฟชั้นนำของโลกรวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พิเศษกับรางวัลโฮลอินวัน รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV RS ที่หลุม 16 และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โกล์ดวิง ที่หลุม 8 ซึ่งจะจัดแข่งขันวันที่  20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ทัวร์นาเมนต์นี้ได้สร้างความสุขให้กับแฟนกอล์ฟอย่างยาวนานเป็นครั้งที่ 18 ฮอนด้าในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ตั้งใจยกระดับและขับเคลื่อนความสนุกของการแข่งขันกอล์ฟ ไปพร้อมกับการสานต่อการพัฒนาวงการกอล์ฟสตรีไทย และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ”

“นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น รายการนี้ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาวงการกีฬาผ่านวิสัยทัศน์ ‘Honda Sport Challenge’ เราได้สนับสนุนนักกีฬาและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในการก้าวตามความฝันด้านกีฬาของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้ก็ได้เติบโตจนเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความสนใจในกีฬากอล์ฟไปยังกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายมากขึ้น”

“ฮอนด้าขอขอบคุณพันธมิตรและแฟนกีฬา ที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ และขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจที่มากกว่าการแข่งขันกอล์ฟในปีนี้”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จำนวน 72 คน มีสถิติคว้าแชมป์อาชีพรวมในแอลพีจีเอทัวร์ถึง 147 รายการ โดยเป็นแชมป์เมเจอร์ 27 รายการ นำโดยนักกอล์ฟชั้นนำ ท็อป 10 คะแนนสะสมโลกจำนวน 6 คน ได้แก่ รัว หนิง หยิน (มืออันดับ 3 จากจีน) ลิเลีย วู อดีตมือ 1 ของโลก (ปัจจุบันมืออันดับ 5 จากสหรัฐอเมริกา) แฮรัน ริว (มืออันดับ 7 จากเกาหลีใต้) และ ซีลีน บูติเยร์ (มืออันดับ 9 จากฝรั่งเศส) นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟ ชั้นนำจากญี่ปุ่น อาทิ อายากะ ฟูรูเอะ (มืออันดับ 8 แชมป์เมเจอร์ เอวิยอง แชมเปียนชิพ 2024) และ ยูกะ ซาโสะ (แชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2  สมัย ปี 2021 และ 2024) รวมถึง จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มืออันดับ 4 ของโลกที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอถึง 2 รายการ ในฤดูกาล 2024 ได้แก่ ดาว แชมเปียนชิพ และ ซีเอ็มอี กรุ๊ปทัวร์ แชมเปียนชิพ พร้อมรางวัล Aon Risk Reward Challenge และตำแหน่งผู้เล่นที่ทำเงินสูงสุดในทัวร์ประจำฤดูกาล

“จีนรู้สึกภูมิใจมากกับผลงานของตัวเองในฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพ สำหรับรายการนี้ หลังจากที่ปีที่แล้วไม่ได้ลงแข่งเพราะอาการบาดเจ็บซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับนักกีฬา ตอนนี้หายดีและพร้อมเต็มที่ค่ะ คิดถึงแฟนๆ และบรรยากาศที่อบอุ่นของประเทศไทย ปีนี้หวังว่าทุกคนจะสนุกและมีความสุขไปกับการแข่งขันของพวกเรานะคะ ขอฝากกำลังใจด้วยค่ะ”

นักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันปีนี้รวมทั้งสิ้น 12 คน นอกจาก จีโน่ ยังมี แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ คือ เอเอ็นเอ อินสไปเรชัน แชมเปียนชิพ 2021 (เมเจอร์) และฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ พร้อมด้วย เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 12 รายการ (รวมถึงฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021) พราว-ชเนตตี วรรณแสน แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ (พอร์ทแลนด์ คลาสสิก 2023 และ ดานา โอเพ่น 2024) เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ 2 รายการ   (ไอเอสพีเอส ฮันดะ เวิลด์ อินวิเทชันแนล 2021 และแบงค์ออฟโฮป แอลพีจีเอ แมทช์เพลย์ 2023) จัสมิน-ธิฎาภา สุวัณณะปุระ แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ (มาราธอน คลาสสิก 2018 ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเทชันแนล (ทีม) ปี 2019 และวอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอว์ แชมเปียนชิพ 2024) โม-โมรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ (ฮูเจล-เจทีบีซี แอลเอ โอเพ่น ปี 2018 ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเทชันแนล (ทีม) ปี 2021 และ พอร์ทแลนด์ คลาสสิก 2024) และ เปียโนอาภิชญา ยุบล พร้อมด้วยนักกอล์ฟรับเชิญชาวไทยอีก 4 คน ได้แก่ ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง ทีมชาติไทยมือสมัครเล่นวัย 18 ปี แชมป์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers  แจน-วิชาณี มีชัย  มาย-ตรีฉัฐ จีนกลับ และ ว่าน-จารวี บุญจันทร์

นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟรับเชิญจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ริโอะ ทาเคดะ อากิเอะ อิวาอิ ชิซาโตะ อิวาอิ และ มิยุ ซาโตะ พร้อมด้วย จอร์เจีย ฮอลล์ (อังกฤษ) แอนนา นอร์ดควิสต์ (สวีเดน) แอนนาเบล ดิมม็อค (อังกฤษ) และ จิอันนา เคลเมนเต (สหรัฐอเมริกา) รวมนักกอล์ฟรับเชิญทั้งหมด 12 คน

ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) กล่าวว่า “การแข่งขัน Honda LPGA Thailand สะท้อนถึงความสำเร็จของไทยในวงการกอล์ฟ เราภูมิใจที่มีนักกอล์ฟอย่าง เอรียา จุฑานุกาล และอาฒยา ฐิติกุล ซึ่งเคยครองอันดับหนึ่งของโลก เป็นแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ อีกทั้งการแข่งขันนี้และกิจกรรมนำร่องต่างๆ ยังสอดคล้องกับภารกิจของ กกท ในการพัฒนากีฬาในทุกระดับ ตั้งแต่การสนับสนุนการแข่งขันจนถึงการพัฒนาเยาวชนและบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสสู่ความสำเร็จในเวทีสากล”

มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่กีฬากอล์ฟหญิงเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ไอเอ็มจีและฮอนด้าได้ร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนและมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่มากกว่ากีฬา เราขอเชิญชวนทุกคนพาครอบครัวและเพื่อน ๆ มาร่วมสนุก พร้อมสัมผัสแรงบันดาลใจในงานฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ทั้งนี้  ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับการสนับสนุนกีฬา หรือ sport marketing ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมกีฬาและนักกีฬา ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ การดึงดูดนักลงทุน และการขยายฐานแฟนกีฬา รวมถึงสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยในเวทีสากล” 

นายสมชาย สืบบุญศรีพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สยามคันทรีคลับ กล่าวว่า “สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 54 ปี เป็นสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานของแอลพีจีเอทัวร์ ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านคุณภาพของสนามที่ท้าทาย ทัศนียภาพที่สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการระดับสากล เราพร้อมแล้วที่จะต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักกอล์ฟและผู้ชมทุกคนอีกครั้ง”

ขอเชิญชวนแฟนกีฬากอล์ฟร่วมชมร่วมเชียร์นักกอล์ฟที่ท่านชื่นชอบในการแข่งขันระดับโลกรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพีได้ทาง www.hondalpgathailand.com  สิทธิพิเศษสำหรับบัตรเครดิต และบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดทันทีสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางช่อง PPTV HD ในทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

“MOTIF” เปิดตัว “สเปรย์ทำความสะอาดเบรกและอะไหล่รถยนต์” มาตรฐานเยอรมัน ทำความสะอาดเหนือชั้น พร้อมลุยตลาดยานยนต์เต็มตัว!

0
Motif 1

MOTIF แบรนด์อะไหล่ยานยนต์ชั้นนำ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ด้วยการเปิดตัว “สเปรย์ทำความสะอาดเบรกและชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์” ที่ผลิตจากประเทศเยอรมนี การันตีมาตรฐานระดับโลก ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของช่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้รถที่ต้องการผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดประสิทธิภาพสูง

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
•ทำความสะอาดทรงพลัง: ขจัดคราบน้ำมัน จาระบี และสิ่งสกปรกที่สะสมบนระบบเบรกและอะไหล่รถยนต์ได้อย่างง่ายดาย
•ระเหยแห้งเร็ว: ไม่ทิ้งคราบหรือความชื้นที่อาจทำให้เกิดปัญหากับรถยนต์
•ปลอดภัยต่อชิ้นส่วนต่างๆ: ไม่กัดกร่อนหรือทำลายพื้นผิวชิ้นส่วนอะไหล่ และเครื่องยนต์อื่นๆ
•หัวฉีดแรงดันสูง: เข้าถึงทุกซอกทุกมุม 360 องศา ทำให้การทำความสะอาดง่ายและรวดเร็ว

ใช้งานง่ายใน 4 ขั้นตอน
1.เขย่ากระป๋อง เพื่อกระจายสารทำความสะอาดให้ทั่ว
2.ฉีดสเปรย์ลงบนบริเวณชิ้นส่วนที่ต้องการทำความสะอาด
3.ใช้ ผ้าสะอาดหรือแปรงขนอ่อน ขัดถูเพื่อขจัดคราบสกปรก
4.ปล่อยให้แห้ง หรือใช้ผ้าเช็ดออก

ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตและผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับสากลจากประเทศเยอรมนี การันตีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ทำให้คุณมั่นใจทุกครั้งที่ใช้งาน เหมาะสำหรับช่างมืออาชีพที่ต้องการตัวช่วยทำความสะอาดที่เชื่อถือได้ และผู้ใช้รถทั่วไปที่ต้องการดูแลชิ้นส่วนรถยนต์ให้สะอาดและปลอดภัย

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่าย MOTIF ทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan Page MOTIFThailandBrand ให้ MOTIF เป็นตัวช่วยใหม่ของคุณ แล้วคุณจะสัมผัสถึงความสะอาดที่เหนือระดับ!

 

รวมพลสาวกใบพัดฟ้าขาว! #BIMMERMEET7 เนรมิตเขาใหญ่ สู่ 7 โซนแห่งความสุขและความสนุก

0
Bimmermeet 1

บริษัท 2000 พับลิชชิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารและสื่อออนไลน์ #BIMMERMEET Magazine Thailand ได้จัดกิจกรรมใหญ่ประจำปี #BIMMERMEET7: 7 Wonders of Joy งานรวมพลคนรักบีเอ็มดับเบิลยูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ 8Speed เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่รายล้อม ด้วยธรรมชาติและเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,327 คน พร้อมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคู่ใจถึง 451 คัน

Bimmermeet  2

กิจกรรมใหญ่ประจำปี #BIMMERMEET1 เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2560 ภายใต้คอนเซปต์ “GIVE YOUR WINGS” โดยย้อนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นก่อนที่ บีเอ็มดับเบิลยู จะผลิตรถยนต์ ซึ่งการรวมพลครั้งแรกจัดขึ้นริมทะเลสาบเมืองทองธานี และได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจนกลายเป็นงานประจำปีที่ครองใจสาวกบีเอ็มดับเบิลยู มานานกว่า 8 ปี

Bimmermeet  3

สำหรับงานในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “7 Wonders of Joy” เพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับชาวบิมเมอร์ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การรวมตัวของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกว่า 400 คันจากหลากหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นคลาสสิกจนถึงรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ที่นำมาจัดแสดงครบทั้ง 7เจเนอเรชัน ได้แก่ E21, E30, E36, E46, E90, F10 และ G20 ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และวิวธรรมชาติที่งดงามของเขาใหญ่ ในงานยังมีกิจกรรมสร้างความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Gymkhana Challenge By Michelin”

Bimmermeet 4
การแข่งขันทักษะการขับขี่และท้าประลองความเร็ว รวมไปถึงกิจกรรมสนุกสนานสำหรับครอบครัว เช่น Putt Golf, Giant Jigsaw, Escape และ Spark พร้อมของที่ระลึกสุดน่ารักกับคอลเล็คชั่น ลิมิเต็ด ภายในงาน ยังเสริมความบันเทิงและความสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ตสุดมันส์จาก “โจอี้บอย” และการบรรเลงเพลงจาก “Mr.Saxbell fullband” พร้อมอิ่มอร่อยจากโซนอาหารและเครื่องดื่มจากขบวนฟู้ด ทรัค เสิร์ฟความอร่อยในบรรยากาศสุดชิลล์แบบงานเฟสติวัล

Bimmermeet  6

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ #BIMMERMEET7: 7 Wonders of Joy ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมผัสการขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นไฮไลต์ถึง 9 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู M440i xDrive M Sport Pro, บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive, บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู X3 M50 xDrive, บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60 xDrive, บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50 และบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport พร้อมเซอร์

Bimmermeet  7

“ฟอร์ด” เผย 10 ความลับการผลิตฟอร์ด เอเวอเรสต์

0
Ford 1

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบ และพัฒนามาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายสำหรับครอบครัว เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทั้งการขับบนถนนและแบบออฟโรด โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกคันถูกผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) และจัดจำหน่ายไปมากกว่า 110 ประเทศทั่วโลก

 

การเดินทางของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 1 คัน จากสายการผลิตไปจนถึงส่งมอบรถถึงมือลูกค้านั้นมีขั้นตอนที่น่าทึ่งมากมายที่ผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและความละเอียดแม่นยำ ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI เทคนิคการประกอบรถยนต์ที่พิถีพิถัน ไปจนถึงการทดสอบสมรรถนะที่เข้มข้น และนี่คือ 10 เรื่องราวเบื้องหลังการผลิตฟอร์ด เอเวเรสต์ ที่จะทำให้คุณรู้จักรถยนต์คันนี้ได้มากขึ้น

1.ทุกๆ 2 นาที จะมีรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ หนึ่งคันผลิตออกมาจากสายการผลิตที่โรงงานเอเอที

2.หุ่นยนต์ที่ใช้ มีทั้งแบบหุ่นยนต์ปฏิบัติงาน 320 ตัว และหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน 25 ตัว ทำงานในสายการผลิตและประกอบตัวถัง เพื่อรักษาปริมาณการผลิตให้คงที่อยู่เสมอ

Ford  3

3.การเคลือบป้องกันสนิม ตัวถังของฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคันมีจุดเชื่อมมากกว่า 3,600 จุด จึงต้องผ่านกระบวนการเคลือบกันสนิมด้วยการจุ่มตัวถังลงในอ่างสารเคมี 10 ครั้งก่อนเข้าสู่กระบวนการพ่นสี

4.กล้อง AI ในการผลิต มีมากกว่า 30 ตัว ทั้งในการผลิตตัวถังและกระบวนการประกอบชิ้นส่วนห้องโดยสาร การติดตั้งแชสซี และการตรวจเช็ครายละเอียดขั้นสุดท้ายก่อนออกจากสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรับรองคุณภาพในกระบวนการผลิตฃ

5.การทดสอบสมรรถนะ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคันจะต้องผ่านการทดสอบการขับขี่ผ่านอุปสรรคต่างๆ อาทิ การทดสอบเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน การทดสอบบนถนนขรุขระ โดยรถแต่ละคันจะต้องผ่านครบทุกการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบก่อนจึงจะได้รับการอนุมัติให้ส่งมอบรถออกไปทั่วโลกได้

6.ตรวจสอบการรั่วซึมของอากาศ รถฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่ออกจากสายการผลิตทุกวันจะถูกสุ่มตรวจสอบการรั่วซึมของอากาศ โดยจะสูบอากาศเข้าไปในห้องโดยสาร และใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้รอบตัวรถตรวจวัด เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะไม่มีการรั่วซึมเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด

7.การตั้งศูนย์ล้อและพวงมาลัย ฟอร์ด ทอสอบการตั้งศูนย์ล้อและพวงมาลัย รวมถึงตรวจเช็กให้ไฟหน้าส่องสว่างในทิศทางและระยะที่ต้องการ โดยจะสุ่มจากรถทุกรุ่นย่อยของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ออกจากสายการผลิตทุกวัน โดยใช้เลเซอร์และกล้องหลายตัวในการตรวจสอบการตั้งศูนย์ล้อและไฟหน้า ขณะเดียวกันการทดสอบการตั้งศูนย์พวงมาลัยจะแสดงให้เห็นว่าพวงมาลัยตรงกับล้อและรถเคลื่อนตัวตรงหรือไม่

8.การทดสอบด้วยน้ำ เป็นหนึ่งในขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพที่สำคัญ ซึ่งรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคันจะถูกฉีดน้ำแรงดันสูงทุกทิศทางนาน 5 นาที เพื่อจำลองสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ จากนั้น ทีมงานจะตรวจสอบทุกรายละเอียด ตั้งแต่ตรวจสอบไฟท้าย ไฟหน้า และไฟตัดหมอกด้วยสายตา เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีน้ำรั่วซึมผ่านเข้าไปรถ จากนั้นทีมงานจะเปิดประตูทุกบานเพื่อตรวจสอบขอบยางว่ามีการรั่วซึมของน้ำหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นห้องโดยสารยังคงแห้งสนิท โดยจะใช้หัววัดพิเศษที่สามารถส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความชื้น นอกจากนี้ น้ำที่ใช้ในการทดสอบไม่ได้ถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในการทดสอบครั้งถัดไป

Ford  6

9.การตรวจสอบคุณภาพขั้นสูง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกคันจะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานที่ใช้กล้องความละเอียดสูง และอัลกอริทึม AI เพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องทุกจุดอย่างละเอียด เช่น การตรวจสอบสติกเกอร์ ตราสัญลักษณ์ ชิ้นส่วนที่หายไป ชิ้นส่วนที่เกินมา ชิ้นส่วนที่ไม่ถูกต้อง ชิ้นส่วนที่ประกอบไม่เรียบร้อย หรือแม้แต่สีที่ไม่ตรงตามการควบคุมคุณภาพ

10.การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่โรงงานเอเอทีใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จากหลังคาโซลาร์เซลส์ และนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 นี้ ซึ่งถ้าแล้วเสร็จจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 14 เมกะวัตต์ และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10,236 ตันต่อปี ทำให้การผลิตรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อตอกย้ำ และต่อยอดความอลังการของงาน

0
Motor Expo 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ต้องการเน้นความอลังการของงาน โดยที่ผ่านมา “มหกรรมยานยนต์” เป็นงานแสดงที่มีความอลังการหลายด้าน

Motor Expo  2

เริ่มจาก อลังการด้านระยะเวลาดำเนินการจัดงาน ที่ยาวนานต่อเนื่องมากว่า 4 ทศวรรษ ยิ่งกว่านั้น ยังได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าระดับโลก โดย สมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลก (UFI)

อลังการด้านขนาดของงาน เราใช้พื้นที่ภายใน และภายนอกอาคาร IMPACT CHALLENGER 1-3 เมืองทองธานี รวมทั้งหมดถึง 80,000 ตารางเมตร จัดแสดงยานยนต์ทุกประเภท พร้อมอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง โดยมียานยนต์เข้าร่วมงานรวมแล้วกว่า 60 แบรนด์ แบ่งเป็นรถยนต์ กว่า 40 แบรนด์ และจักรยานยนต์ อีกกว่า 20 แบรนด์ มากที่สุดในบรรดางานแสดงยานยนต์ทั่วอาเซียน

อลังการด้านกิจกรรม ทั้งกิจกรรมนันทนาการของหน่วยงาน โครงการ และมูลนิธิต่างๆ รวมถึงกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ รถยนต์ 3 คัน และบิกไบค์ 1 คัน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

อลังการด้านยอดจองรถในงาน ทุกปีจะมีผู้ชมตัดสินใจจองรถยนต์ และจักรยานยนต์ภายในงานปีละหลายหมื่นคัน สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

อลังการด้านจำนวนผู้ชม แต่ละปีจะมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีผู้ชมงานผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM และ PLATFORM อื่นๆ ตลอดจนการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อีกนับล้านคนทั่วประเทศ

“ทั้งหมดนี้ คือองค์ประกอบของงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่ภาคภูมิใจ และมุ่งมั่นจะสร้างสรรค์งานปีนี้ ให้มีความอลังการยิ่งกว่าเดิมในทุกด้าน ดังนั้น เราจึงกำหนดแนวคิดเพื่อตอกย้ำเป้าหมาย พร้อมประกาศความยิ่งใหญ่ของงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ว่า “อลังการงานแสดง – The Magnificent Motor Expo”

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

 

“ซูซูกิ” รุกตลาดแรงต้นปี “SUZUKI SWIFT YOU UP” ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท พร้อมขยายแคมเปญ SWIFT 777 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568

0
Suzuki 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่า SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กคือ ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงยอดนิยมของซูซูกิที่มีส่วนในการผลักดันยอดขายให้เติบโตมาโดยตลอด ปัจจัยสำคัญของความนิยมอย่างยาวนาน คือ มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน บ่งบอกตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใครได้อย่างชัดเจน รวมถึงสมรรถนะมอบการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ มาพร้อมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัดคุ้มค่า ภายใต้ราคาที่สามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

Suzuki Swift 2

อีกทั้งในช่วงปีที่ผ่านมา จากการที่ซูซูกิได้ประกาศแคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE โปรแกรมดีโดนใจ มอบความมั่นใจให้คุณ” ออกสู่ตลาด นอกจากการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าซูซูกิจะยังคงปักหลักอยู่เคียงคู่คนไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพดี ที่มาพร้อมกับมาตรฐานด้านงานบริการ ยังเป็นการตอกย้ำถึงความใส่ใจที่เรามีต่อผู้บริโภคด้วยการมอบความคุ้มค่าครบครัน ตอบรับต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีผ่านแคมเปญดังกล่าว

ด้วยการตอบรับเป็นอย่างดี ซูซูกิจึงขอสานต่อความสำเร็จและตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้เสมอมา ด้วยการนำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT YOU UP ความคุ้มค่าแบบเต็มสปีด” มอบให้แก่ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ได้ง่ายและสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้น ด้วยโปรแกรมการผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,789 บาท เริ่มต้นเพียงเดือนละ 4,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และพิเศษสุดเฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท

Suzuki Swift 3

พิเศษ !สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT เรายังได้ขยายโปรโมชันพิเศษ SWIFT 777 ฟรี! ค่าบำรุงรักษารถรวมค่าแรง 7 ปี ฟรี !การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี และ ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี มูลค่ามากกว่า 50,000 บาท หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT มอบให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568

“SUZUKI SWIFT เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่น เครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร มอบทั้งความแรงเร้าใจและความประหยัดแก่ผู้บริโภค โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2555 รถยนต์ SUZUKI SWIFT สามารถสร้างยอดขายรวมทั้งสิ้น 154,099 คัน”

Suzuki Swift 5

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซูซูกิยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า ซึ่งมีรถยนต์หลายรุ่นที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยและยังได้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมานอกจาก SUZUKI SWIFT เรายังมอบโปรโมชันเพื่อเป็นการกระตุ้นการขายในช่วงต้นปีสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT
• รับสิทธิพิเศษฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี
หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT
พร้อม ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,789 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท
• เฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

Suzuki Swift 5

SUZUKI XL7 HYBRID
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท
• พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 8,146 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
• พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY
• รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
• หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI JIMNY OFFLOAD EDITION
• รับสิทธิพิเศษ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 5 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT YOU UP ความคุ้มค่าแบบเต็มสปีด” ยังคงอยู่ภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care–เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ด้วยการส่งมอบสินค้าที่มีแต่ความคุ้มค่า คุ้มราคา ตามปรัชญาของซูซูกิที่มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ฉลองความสำเร็จ 7 ผู้ชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 24 “เชื่อมต่อความเชี่ยวชาญ สู่ประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า”

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลผู้ชนะเลิศ 7 คน จากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 24 ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานผู้จำหน่าย ทั้งบริการด้านการขาย และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ามิตซูบิชิทุกท่าน โดยการแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อความเชี่ยวชาญ สู่ประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า” ด้วยหัวใจแห่งการบริการ 3 มิติ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญ (Expertise) การสร้างประสบการณ์ที่ดี (Experience) และบริการที่ยอดเยี่ยม (Excellence)

มิตซูบิชิ 2

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการเรียนรู้ การฝึกฝน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นที่สุด ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ช่วยให้เรามอบประสบการณ์ที่ประทับใจ จากการให้บริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพราะเราตระหนักดีว่า ทุกประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ คือโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในรถยนต์มิตซูบิชิ”

การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครอบคลุมทั้ง 7 ประเภทงานบริการลูกค้า เริ่มต้นจาก ที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant) ที่พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานในด้านต่าง ๆ รวมถึงจัดการทดลองขับสำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อรถยนต์ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relation Officer) จะติดต่อเพื่อนัดหมายและแจ้งกำหนดการ การให้บริการ โดย ที่ปรึกษางานบริการ (Service Advisor) จะให้การต้อนรับลูกค้า รับฟังความต้องการ และให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

มิตซูบิชิ 3

ในส่วนของการตรวจสอบรถยนต์ ช่างเทคนิคเช็กระยะ (Periodic Maintenance Technician) หรือ ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา (Diagnostic Technician) จะทำงานประสานกับลูกค้าที่ศูนย์บริการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อะไหล่ (Parts Officer) จะจัดเตรียมอะไหล่ให้พร้อมเพื่อสนับสนุนการซ่อมบำรุงที่มีคุณภาพและตรงเวลาตามความต้องการของลูกค้า ในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (Service Advisor (BP))จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับการซ่อมสีและตัวถังที่มีคุณภาพสูงสุด

กระบวนการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม 2567 โดยแบ่งเป็น 3 รอบ ในรอบแรก มีพนักงานของผู้จำหน่าย มากกว่า 2,400 คน จากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน โดยได้รับคัดเลือกให้ผ่านเข้าสู่รอบที่สองเป็นจำนวน 325 คน จากนั้นเลือกเฟ้นสุดยอดฝีมือเพียง 65 คน เข้าชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ

มิตซูบิชิ 6

ผู้ชนะเลิศ รางวัลที่ปรึกษาการขาย นายสิทธิชัย ภมรานนท์ จาก บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (สาขาแม่เหียะ) จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “สำหรับการแข่งขันในปีนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ทั้งโจทย์ที่ได้รับในการแข่งขันที่ค่อนข้างเข้มข้นและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในสายงานมาประยุกต์ใช้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นที่ปรึกษาการขาย คือการรับฟัง ทำความเข้าใจลูกค้า อีกทั้งต้องมีความเข้าใจในผลิตภัณฑ์รถยนต์มิตซูบิชิเป็นอย่างดี จึงจะสามารถนำเสนอสมรรถนะรถยนต์ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาศูนย์บริการของเรา ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นขวัญกำลังใจที่มีคุณค่า ในการส่งมอบความประทับใจให้กับลูกค้ามิตซูบิชิ ต่อไป”

มิตซูบิชิ 8

นายวัฒนา ดวงอบมา บริษัท มิตซูออโต้ซิตี้ จำกัด (สำนักงานใหญ่) กรุงเทพมหานคร ผู้ชนะเลิศรางวัลช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา บอกเล่าถึงความรู้สึกในการเข้าแข่งขันครั้งนี้ว่า “ผมทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อการแข่งขันในครั้งนี้ โจทย์ของการแข่งขันปีนี้ เป็นรถโมเดลใหม่คือ NEW MITSUBISHI XPANDER HEV ซึ่งมีระบบ HEV มาเกี่ยวข้อง ผมจึงอ่านหนังสือคู่มือและฝึกซ้อมค่อนข้างมากเพื่อให้วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ โดยผมเองได้นำประสบการณ์จริงมาประยุกต์ใช้ คือ เมื่อได้รับการแจ้งปัญหาจากลูกค้า เราจะดำเนินการสอบถามรายละเอียดต่างๆ ตามขั้นตอน และเมื่อได้รับการยืนยันปัญหาจึงนำมาวางแผน วิเคราะห์หาสาเหตุ และซ่อมบำรุงอย่างถูกขั้นตอนตรงตามมาตรฐาน รวมถึงควบคุมคุณภาพหลังงานซ่อม เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าประทับใจในบริการ และปัญหาได้รับการแก้ไข”

มิตซูบิชิ 9

มร. เรียวอิจิ อินาบะ (กลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมฉลองความสำเร็จร่วมกับ 7 ผู้ชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 24ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

มิตซูบิชิ 10

ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันทักษะรถยนต์ประจำปี ครั้งที่ 24 ทั้ง 7 สายงาน ได้แก่ (จากซ้ายไปขวา)
– นายอนุพงษ์ พินุวงค์ บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (สาขาแม่โจ้) จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศรางวัล ที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง
– นายธีระศักดิ์ โรจน์ประเสริฐสุด บริษัท มิตซูชัยพร จำกัด จ.สมุทรสาคร ผู้ชนะเลิศรางวัล ช่างเทคนิคเช็กระยะ
– นายวัฒนา ดวงอบมา บริษัท มิตซูออโต้ ซิตี้ จำกัด กรุงเทพมหานคร ผู้ชนะเลิศรางวัล ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา
– นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
– มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
– นายสิทธิชัย ภมรานนท์ บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (สาขาแม่เหียะ) จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศรางวัล ที่ปรึกษาการขาย
– นางสาวกาญจนา ปิติยะ บริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) จ.ตาก ผู้ชนะเลิศรางวัล ที่ปรึกษางานบริการ
– นางสาวสุนารี อักขระกิจ บริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) จ.ตาก ผู้ชนะเลิศรางวัล เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์
– นางสาวสุภาพร เหล่าลาด บริษัท มิตซูชลบุรี จำกัด (สาขาบ่อวิน) จ.ชลบุรี ผู้ชนะเลิศรางวัล เจ้าหน้าที่อะไหล่

เอ็มจี ตั้งเป้ายกระดับแบรนด์ ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ขึ้นแท่น Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย กำหนดทิศทางแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดในประเทศไทย ภายในงาน “MG DEALER CONFERENCE 2025” ตั้งเป้ายกระดับแบรนด์ทุกมิติทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพสูงครบทุกเซกเมนต์ ทั้งเครื่องยนต์ไฮบริด และไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย ในปีนี้ เตรียมพร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025 พร้อมปรับภาพลักษณ์ผู้แทนจำหน่ายดันมาตรฐานการขายและบริการ หลังการขายทุกโชว์รูมให้เทียบเท่ากับ MG EVolution Showroom ตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่ประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) พร้อมตั้งเป้าครองส่วนแบ่งทางการตลาด 5% และทะยานสู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2 ของแบรนด์  

ปี 2024 ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนับเป็นปีที่มีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น โดยมาพร้อมความโดดเด่นที่หลากหลายมิติทั้งดีไซน์ นวัตกรรม และกลยุทธ์ด้านราคา อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยมีประมาณการการผลิตรถยนต์ที่ 1.6 ล้านคัน แบ่งเป็นการส่งออก 1.05 ล้านคัน และจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจและมีนัยยะสำคัญต่อการเติบโตของตลาดยานยนต์ นั่นคือ “ปริมาณความต้องการรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังคงมีเพิ่มขึ้น” โดยที่ผ่านมามียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 70,000 คัน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายสนับสนุนด้านเงินอุดหนุนการซื้อรถไฟฟ้า ทั้งโครงการของรัฐ EV 3.0 และ EV 3.5 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตของตลาดยานยนต์ไทยในปีนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เหตุเพราะการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเอเชีย (EV hub) รวมถึงโมเดลธุรกิจและกระบวนการผลิตที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย และโอกาสการขยายตัวจากความนิยมรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

นาย ซู๋ว หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เผยว่า “ปีที่ผ่านมา นับเป็นปีที่มีความท้าทายมาก เอ็มจี ได้แนะนำรถยนต์ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ NEW MG MAXUS 7 รถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หรือ e-MPV และ ALL NEW MG3 HYBRID + รถแฮทช์แบ็ค ในกลุ่ม B-segment ที่ได้รับการโหวตจากผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ของไทยเป็น Thailand Car of The Year ปี 2024 รวมทั้งความทุ่มเทในการทำแคมเปญการตลาดและส่งเสริมการขาย และได้รับความร่วมมือที่ดีในการผลักดันการขายจากผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้ เอ็มจี สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 17,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3% โดยเป็นลำดับที่ 7 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปัจจุบัน เอ็มจี มียอดขายสะสมรวมมากกว่า 200,000 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่การเติบโตในอนาคต

MG 2

ทั้งนี้ ในปี 2024 เอ็มจี ได้กำหนดทิศทางและกลยุทธ์การตลาดที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพสูง ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบทุกเซกเมนต์ ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งสร้างรากฐานของระบบนิเวศของแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งโชว์รูมและบริการหลังการขายที่จะยกระดับเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่และการบริการเหนือระดับเพื่อสร้างความประทับใจใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า สำหรับในปี 2025 นี้ เราได้เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่ต่ำกว่า 2 รุ่น โดยเตรียมเปิดตัวภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025

พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญเพื่อให้คนไทยอุ่นใจและสบายใจในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี กับการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่ประกาศเพิ่มของการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) เอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์ เพื่อช่วยคลายความกังวลใจของลูกค้าเกี่ยวกับความทนทานของระบบไฟฟ้าและเพิ่มมูลค่าให้กับรถมือสองอีกด้วย ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันที่สองของ เอ็มจี ยังโดดเด่นในด้านความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ทรงพลัง ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและส่งเสริมการขายนำไปสู่การตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ ในด้านเครือข่าย เอ็มจี ได้มุ่งเน้นกลยุทธ์ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการนำเสนอให้มีความทันสมัย ทันต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผ่านการปรับภาพลักษณ์โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ให้มีรูปแบบเดียวกันกับ MG EVolution Showroom ซึ่งเป็นรูปแบบของโชว์รูมและศูนย์บริการ เอ็มจี ให้ดูทันสมัย เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับด้านบริการหลังการขาย เอ็มจี พร้อมรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าตลอดเวลา โดยได้มีการวางแผนเพื่อเร่งยกระดับคุณภาพบริการ ปรับปรุงนโยบายหลังการขาย และทำให้การบริการ หลังการขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีและพึงพอใจมากยิ่งขึ้น เสริมภาพลักษณ์ที่ดี ที่แข็งแกร่งนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นต่อกลุ่มเป้าหมายในอนาคต

MG 3

ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์ระบบนิเวศของแบรนด์ เอ็มจี ในปี 2025 นี้ เราได้วางเป้าหมายครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5% และวางหมุดหมายสำคัญในทศวรรษที่ 2 โดยการขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ Top 3 ของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยครบทุกเซกเมนต์ ทั้งในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์ไฟฟ้า

สำหรับภายในงาน “MG DEALER CONFERENCE 2025” จัดขึ้นเพื่อแถลงนโยบายและสร้างความมั่นใจ
ให้กับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ เอ็มจี ในประเทศไทย โดยในงานนี้ เอ็มจี ได้มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “MG DEALER AWARD 2024” ที่เป็นเครื่องการันตีในคุณภาพให้กับผู้แทนจำหน่ายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย

รางวัล Excellence Award มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่ผ่านการประเมินรอบด้านทั้งการขาย การบริการหลังการขาย และกิจกรรมทางการตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกในโชว์รูม 2 รางวัล
ในกลุ่มจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด

ในกลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดในประเทศ

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด ในกลุ่มจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 2 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท 824 จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด ในกลุ่มหัวเมืองและจังหวัด ขนาดใหญ่

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี จันทบุรี จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด ในกลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี แอล.เค.เอส. ลำนารายณ์ จำกัด

รางวัล Best Sales Volume (ICE) มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์สันดาปสูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี กรุงเทพ จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด

รางวัล Best Sales Volume (EV) มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี กรุงเทพ จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท 824 จำกัด

รางวัล Best Market Share มอบให้แก่ผู้ที่สามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดรายจังหวัดสูงสุดในประเทศ

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขาภูเก็ต)
อันดับที่ 1 : บริษัท ภูเก็ตปิยะเอ็มจี จำกัด
อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี ภูเก็ต จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท เอ็มจี เอ.เอส.กรุ๊ป จำกัด

รางวัล Best CSI มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านบริการหลังการขายสูงสุด 3 รางวัล

กลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรเกษม)
กลุ่มหัวเมือง และจังหวัดขนาดใหญ่ : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)
กลุ่มจังหวัดขนาดกลาง และขนาดเล็ก : บริษัท ซีเอ็นเอ็กซ์ ออโต้ จำกัด (ลำพูน)

รางวัล Best Part Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออะไหล่สูงสุด 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี-รังสิต)
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรเกษม)

รางวัล Best Accessory Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถสูงสุด 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรเกษม)
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)

MG 4

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“BIG Motor Sale x BANGKOK Auto Salon” สองบิ๊กสร้างความร่วมมือยิ่งใหญ่งานโชว์ยนตกรรม มิติใหม่ของเทศกาลยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง…สู่ที่สุดในอาเซียน

0
BIG Motor Sale x BANGKOK Auto Salon 1

ครั้งแรกกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ของวงการงานแสดงรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งระดับประเทศ ผนึกกำลังจัดงานใหญ่ของบริษัทผู้จัดงานแสดงรถยนต์ 2 ค่ายยักษ์ โดยผู้บริหาร จรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด กับ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ในเครือสยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์สุดยอดงานรถแต่งระดับโลก และ จตุพร ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอ็มเอฟ จำกัดพร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ BIG MOTOR SALE 2025 ร่วมกับ BANGKOK AUTO SALON 2025 นิยามใหม่แห่งงานแสดงรถยนต์ที่สุดในอาเซียน

งาน BIG MOTOR SALE 2025 เป็นเทศกาลแสดงยนตกรรมแบบครบครัน ทั้งรถบ้าน รถใช้งาน รถไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ ในสไตล์ “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” ให้ผู้ที่สนใจซื้อรถใหม่ได้เลือกชมเลือกซื้อได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนงาน BANGKOK AUTO SALON 2025 เป็นสุดยอดงานแสดงนวัตกรรมรถแต่งที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์โดยสำนักแต่งชื่อดังจากต่าง ประเทศและในประเทศไทยรวมถึงค่ายรถยนต์ โดยได้รับลิขสิทธิ์จากงานแสดงรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก Tokyo Auto Salon พร้อมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมการแต่งรถที่สามารถต่อยอดธุรกิจของคนไทยให้ก้าวไกลต่อไป

นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้เข้าชมและเลือกซื้อรถคันใหม่จากงานขายรถในสไตล์ “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” จะได้ตื่นตาตื่นใจกับอลังการงานแสดงนวัตกรรมรถแต่งที่ได้รางวัลจากเวทีระดับโลก รวมทั้งเลือกชมและเลือกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถโมดิฟายด์ระดับเวิลด์คลาสจากทั่วโลก พร้อมชมรถโมเดลต้นแบบที่น่าสนใจในงานเดียวแบบ “จัดเต็ม”

โปรดติดตามรายละเอียดที่น่าสนใจของงานแสดงรถยนต์ รถแต่งและอุปกรณ์แต่งรถ สุดยิ่งใหญ่ ในเดือนสิงหาคม ที่ไบเทค บางนา ได้ในโอกาสต่อไป

 

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศผล และมอบรางวัล จากการประกวดกิจกรรม 4 ประเภทประจำปี 2567

0
ลมหายใจไร้มลทิน 1

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” เผยว่า มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมการประกวดประจำปี 2567 รวม 4 ประเภท ได้แก่ เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพศิลปะ และวีดีโอคลิป ซึ่งปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 1,469 ชิ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 76% และทุกชิ้นมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาประกาศผลพร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดประเภทต่างๆ ดังนี้

ลมหายใจไร้มลทิน 2

ประกวดเรียงความหัวข้อ “คนรุ่นใหม่ใจซื่อมือสะอาด”

ลมหายใจไร้มลทิน 3
ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ดญ.ธัญญาภรณ์ ภาชี รร.วัดสุวรรณ กรุงเทพมหานคร

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ได้แก่ นส.ณัฐทิชา สีน้ำเงิน
รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดเพชรบุรี

ระดับอาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวส.) และอุดมศึกษา ได้แก่ นายพงศธร ประกฤติพงศ มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม

ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรีตามเพลง
เพลง “คิดดี ทำดี”

ลมหายใจไร้มลทิน 4

ระดับประถมศึกษา ประเภทเดี่ยว ได้แก่ ดช.สุทิวัส ยนปลัดยศ รร.นารีวิทยา จังหวัดราชบุรี

ระดับประถมศึกษา ประเภทหมู่ ได้แก่ ทีม TN.Junior Band รร.ไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพมหานคร
เพลง “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน”

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ประเภทเดี่ยว ได้แก่ นส.จันจิรา ศักดิ์สุวรรณ รร.นวมินทราชินูทิศ หอวัง จังหวัดนนทบุรี

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ประเภทหมู่ ได้แก่ ทีม BBL รร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา

ระดับอาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวส.) และอุดมศึกษา ประเภทเดี่ยว ได้แก่ นส.พิชาพร สถิตพรบรรพต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต

หัวข้อ “พลิกฟื้นลมหายใจของโลกในยุคหมอกควัน”

ลมหายใจไร้มลทิน 6

ระดับปฐมวัย ได้แก่ ดญ.ณัฐรดา จรดล รร.อนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม

ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ดช.ชวัลวิทย์ อ่างมัจฉา รร.บ้านม่วง จังหวัดหนองคาย

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ได้แก่ ดญ.เกศชฎาพร คุ้มบ้าน รร.สมคิดจิตต์วิทยา จังหวัดชลบุรี

ประกวดวีดีโอคลิปสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ซื่อสัตย์สุจริต ชีวิตติดโซเชียล”
ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ได้แก่ ทีม BC Studio รร.ปากคาดพิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ

ลมหายใจไร้มลทิน 7

สามารถติดตามผลการประกวด และกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation