Home Blog Page 106

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าหมดกังวล แม้หมดระยะเวลาการรับประกัน มอบส่วนลดร้อยละ 30 เพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวแคมเปญบริการหลังการขาย สุดพิเศษสำหรับเจ้าของรถมิตซูบิชิ ที่หมดระยะเวลาการรับประกัน ด้วยการมอบส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับกลุ่มอะไหล่ช่วงล่าง สายพานหน้าเครื่อง และสายพานไทม์มิ่งที่ร่วมรายการ ช่วยให้ลูกค้าอุ่นใจ คลายกังวลในการใช้งานรถยนต์ที่มีสมรรถนะและความปลอดภัยแม้หมดระยะเวลาการรับประกัน ลูกค้าสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยของรถยนต์ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในการซ่อมบำรุง คลายความกังวลใจให้กับลูกค้าที่มีรถยนต์แม้หมดระยะเวลาการรับประกัน โดยการตรวจเช็กสภาพช่วงล่างช่วยป้องกันและลดการสึกหรอของชิ้นส่วนที่สำคัญ ลดความเสี่ยงอันเกิดจากการที่ชิ้นส่วนเสื่อมสภาพ การเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ตามระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนและตัวรถยนต์ พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโดยลงมือแก้ไขปัญหาเล็กๆ ได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง ในการมอบบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ภายใต้สโลแกน “เราดูแล…คุณแค่ขับ” ลูกค้าที่เข้ามาที่ศูนย์บริการของมิตซูบิชิ สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและใช้อะไหล่แท้ของมิตซูบิชิ สร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพระดับสูงสุด เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเข้ารับบริการที่สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ซึ่งสามารถเข้าถึงเครือข่ายศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

ตรวจสอบรายการอะไหล่ที่ร่วมรายการ และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด และ ติดต่อเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็ครถยนต์และบำรุงรักษา ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

 

Deepal Primus คว้า 2 รางวัลความสำเร็จสูงสุด “การบริหารจัดการ-ดีลเลอร์ยอดเยี่ยม”

0

“ดีพอล ไพรม์มัส” คว้า 2 รางวัลแห่งความสำเร็จ ด้านความเป็นเลิศการบริหารจัดการ และผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal ยอดเยี่ยม ในงานประชุมดีลเลอร์ Changan ระดับ Global จัดโดย “ฉางอาน ออโต้โมบิล” ประเทศจีน พร้อมเชิญชวนลูกค้าสัมผัสยานยนต์อัจฉริยะ รับโปรสุดพรี เมี่ยม ฟรี! ดอกเบี้ย นาน 60 เดือน เงินคืนสูงสุด 34,000 บาท หมดเขต 28 ก.พ.ศกนี้ ที่ดีพอล ไพรม์มัส รามคำแหง และชลบุรี

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ รามคำแหง จำกัด ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ รามคำแหง จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal อย่างเป็นทางการ ได้รับรางวัลสาขาความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ : Excellent Management และรางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal ยอดเยี่ยม ระดับภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal และรถยนต์ในเครือ Changan Group ประจำปี 2025 : 2025 Changan Global Partner Conference จัดขึ้นโดยบริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด ณ เมืองฉงซิ่ง ประเทศจีน

การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและความสำเร็จอย่างสูงของ “ดีพอล ไพรม์มัส” ที่ก้าวสู่ระดับชั้นแนวหน้าของผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและคุณภาพการบริการที่มุ่งสร้างประสบการณ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์อัจฉริยะ และการบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ครอบคลุมและครบถ้วนในทุกมิติ

ทั้งเป็นการการันตีแนวคิดและกลยุทธ์โดยรวมของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารงาน ที่ให้บริการแบบครบวงจรทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ผ่านบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านยานยนต์ตามมาตรฐานของบริษัทแม่อย่างครบถ้วน โดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกด้าน ส่งผลทำให้ “ดีพอล ไพรม์มัส” ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทั้งในแง่ผลการดำเนินงานและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

“ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปี ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal เราได้มุ่งมั่นและทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการสร้างสรรค์บริการที่ดีเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างเหนือระดับและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี”

ดังนั้น เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ และขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง “ดีพอล ไพรม์มัส” จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Deepal ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Deepal รุ่น S07 และรุ่น S07 Long Range ได้แก่

1.ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 60 งวด
2.ประกันภัยชั้น 1 + พรบ เพิ่ม 1 ปี (รวมรับประกัน 2 ปี)
3. ฟิล์ม 3M รุ่น Ceramic Absolute Series มูลค่า 10,000 บาท
4. รับ Cashback สูงสุด 34,000 บาท

ส่วน Deepal รุ่น L07 รับข้อเสนอสุดพิเศษ!
1.ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 60 งวด
2.ประกันภัยชั้น 1 + พรบ เพิ่ม 1 ปี (รวมรับประกัน 2 ปี)
3. ฟิล์ม 3M รุ่น Ceramic Absolute Series มูลค่า 10,000 บาท
4. รับ Cashback สูงสุด 10,000 บาท

หมดเขตถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เฉพาะที่ดีพอล ไพรม์มัส สาขารามคำแหง โทร. 02 374 1555 หรือ Line: @primusramkhamhaeng และ ดีพอล ไพรม์มัส สาขาชลบุรี โทร.038 288 555 หรือ Line :  @primuschonburi

 

ห.เหมหงส์ ยกระดับขนส่งยุคใหม่ร่วมลดฝุ่น PM2.5 สั่งซื้อรถหัวลากยูดี ยูโร5 ฟลีท ใหญ่

0

บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการงานขนส่งรายใหญ่ ในเขตภาคกลาง เดินหน้าสั่งซื้อ ยูดี เควสเตอร์ จำนวน 14 คัน เพื่อรองรับแผนการขยายงานในปีนี้ และเป็นการตอกย้ำการเติบโตธุรกิจของบริษัทฯ ที่เติบโตทุกปี ตลอด 19 ปีที่ดำเนินธุรกิจ โดยปีนี้กำหนดเป้าการเติบโตด้วยการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มลูกค้ารายใหม่ ยักษ์ใหญ่วงการวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในต้นปี 2568

นายพิเชษฐ์ สมานไทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดซื้อรถหัวลากยูดี รุ่นเควสเตอร์ ยูโร 5 (350 แรงม้า) จำนวน 14 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟลีทรถในการรุกตลาดโลจิสติกส์ในปีนี้ โดยการซื้อครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของบริษัทฯ ที่เริ่มใช้รถจาก ยูดี ทรัคส์ “สาเหตุที่เราตัดสินใจทดลองใช้ยูดี ทรัคส์จำนวนมากถึง 14 คัน เพราะงานขนส่งที่เราได้รับมอบหมายลูกค้ามีความต้องการรถขนส่งที่มีสมรรถนะที่ดี และต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายสำคัญของลูกค้าที่มุ่งเน้นในเรื่องความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม รักษ์โลก ซึ่งยูดี ทรัคส์ ตอบโจทย์ของลูกค้าเราได้ทุกข้อ ทั้งในด้านคุณภาพสูงที่เน้นสมรรถนะ และความปลอดภัย เทคโนโลยีในระบบยูโร 5 ที่ใช้ระบบ SCR ที่ตอบโจทย์เรื่องการรักษา สิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงนโยบายในการบริหารฟลีทรถ โดยรวมทำให้ลูกค้ามั่นใจใช้บริการกับ บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ” นายพิเชษฐ์ กล่าว

บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2548 ด้วยรถบรรทุกเพียง 2 คัน ด้วยการเข้าร่วมโครงการรถร่วมขนส่งสินค้าประเภทเหล็กให้กับกลุ่มบริษัทสหวิริยา ต่อมาได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการรถร่วมขนส่งสินค้าให้กับกลุ่มบริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ ทำให้ บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจให้รับงานตรงจาก บริษัท เบฟเชน โลจิสติกส์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกลุ่มบุญรอดฯ ให้เส้นทางขนส่งในเส้นทางใหม่ๆ เพิ่มเติมจากงานปัจจุบัน

ปัจจุบัน บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด มีรถบรรทุกในฟลีทรวม 75 คัน และล่าสุดได้สังชื่อรถยูดี ทรัคส์ ยูโร 5 เพิ่มอีก 14 คัน ทำให้จำนวนรถบรรทุกในฟลีทรถเพิ่มขึ้นรวมกว่า 90 คัน โดยมีแผนขยายงานและพร้อมสั่งซื้อรถบรรทุกเพิ่มอีก คาดว่าในปี 2568 จำนวนรถจะทะลุระดับ 100 คัน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการขยายงานของบริษัท ฯ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายได้แก่วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตด้านการเกษตร และอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรกของปี 2568

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่าปัจจุบัน บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ให้บริการด้านโลจิสติกส์ให้กับลูกค้าหลัก ๆ 7 ราย ขนส่งสินค้าหลากหลายผลิตภัณฑ์ทั่วประเทศ และยังมีลูกค้าที่เป็นโครงการ อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจกิจที่เติบโตทุกปี “แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปี 2567 จะเป็นปีที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เราก็ยังเติบโตได้ แต่ตัวเลขอาจจะสู้ปีที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้ แต่เราเชื่อมั่นว่าปีหน้าเราจะต้องกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่งเพราะเรามีแผนการขยายงานที่ชัดเจนโดยมีลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ ๆ รองรับแผนเติบโตของเรา” นายพิเชษฐ์ กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวถึง สภาวะการแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะด้านราคาและคุณภาพการให้บริการ ทำให้ ห.เหมหงส์ จำเป็นต้องพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเลือกรถบรรทุกที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและรักษาสิ่งแวดล้อม “ที่สำคัญ เรามองหารถใหม่ ๆ ที่สามารถทำให้เราคำนวณต้นต้นทุนสุดท้ายที่ดีที่สุดเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า แม้ว่าราคาเริ่มต้นอาจจะไม่ได้ถูกที่สุด แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทุกรายการแล้ว ผมมั่นใจ ยูดี ทรัคส์ เพราะเราได้ราคาที่ดีที่สุดเสนอต่อลูกค้าภายใต้การรักษาสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าเราทั้งหมด”

บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด มีความเชื่อมั่นว่า ด้วยแผนการขยายงานที่ชัดเจน และการให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการและสิ่งแวดล้อม จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

ทดลองขับ “New MAZDA BT-50” หล่อแล้วชั่วโมงนี้ แต่งตัวใหม่ เครื่องใหม่ 2.2 ลิตร แรง ประหยัด

0
มาสด้า บีที50 1

ปี 2024 Mazda ในไทยไม่ได้ขยับตัวสำหรับการนำเสนอรถใหม่เลย จนกระทั่งปลายปีจึงได้ปล่อย Minorchange ออกมา 2 รุ่น คือ CX-5 และ BT-50 ไปยืนเป็นไฮไลท์ในบูธงาน MotorExpo 2024 ถึงแม้จะไม่ได้เปลี่ยนมากมายแต่ทั้งคู่ก็พยุงยอดขายให้ติดกลุ่ม Top10 ในงานได้ FC ที่ยังมีความเหนียวแน่นอยู่จำนวนไม่น้อยนั่นเอง

มาสด้า บีที50 2

สำหรับ CX-5 ได้รับการบันทึกในสื่อของเราไปแล้ว ทีนี้ก็มาถึง BT-50 กันบ้าง นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ทำความรู้จักกับ BT-50 ในเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตรด้วย

มาสด้า บีที50 3
อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า Mazda จับมือกับ Isuzu เป็นพันธมิตรในการพัฒนารถปิกอัพร่วมกัน (ความจริง Mazda ไปใช้เทคโนโลยี่ของ Isuzu ทั้งหมด มีเพียงการออกแบบโครงหน้า และปรับดีไซน์ภายในให้เป็นสไตล์ของMazda เท่านั้น เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ Mazda ทำงานร่วมกันกับ Ford) เมื่อพันธนิตรพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ BT-50 ก็ได้ของใหม่ไปด้วย เครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตรนี้เข้ามาแทนที่ เครื่องยนต์เดิม 1.9 ลิตร ใช้ชื่อทางการตลาด BOLD NEW MAZDA BT-50 ซึ่งก็คือการขยายเครื่องยนต์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยมาใส่ในรุ่น ดับเบิ้ลแค็บ แบบขับสองยกสูง หรือ DBL HI-RACER ทำงานกับเกียร์ใหม่ 8 สปีด และยังได้เปิดตัวในรุ่นฟรีสไตล์แค็บ (บานแค็บเปิดได้) แบบขับสองยกสูง หรือ FSC HI-RACER ทำงานกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งMazda เปิดตัวลงตลาดในประเทศไทยเป็นตลาดแรกในโลกด้วย และยังคงมีเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเดิมให้เลือกในรุ่นTop ทั้งแบบขับสองยกสูง HI-RACER และ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

มาสด้า บีที50 4
การตลาดของ Mazda ระบุชัดในครั้งนี้ว่า BT-50 จะนำเสนอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใช้รถแบบไลฟ์สไตล์ มากกว่าเพื่อการพาณิชย์ อย่างชัดเจนจึงนำเสนอเป็นแบบ HI-RACER ยกสูงทั้งหมดเท่านั้น ด้วยหน้าตาที่มีความหล่อเหลาเอาการตามแบบโคโดะดีไซน์ เป็นพื้นอยู่แล้วนั่นเอง ครั้งนี้ปรับไม่มาก เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ขยายขนาด Signature wing เปลี่ยน lookเดิมที่เป็นโครเมี่ยมมาเป็นดำทำให้ดูกรอบกระจังหน้าใหญ่ขึ้นทันที สำทับด้วยโลโก้ที่ขยายให้ใหญ่สะดุดตาขึ้น และไฟหน้า LED Signature เช่นเดียวกับที่ใช้มาแล้วใน CX-5 เท่านั้นก็ทำให้ดูแกร่งดุดันขึ้นมาทันที ได้ล้ออัลลอยลายใหม่ 17 นิ้ว เสริมเข้าไปยิ่งดูดียิ่งขึ้นไปอีก ในรุ่น 3.0 ลิตรใส่เป็น 18 นิ้ว เต็มซุ้มล้อเฉี่ยวๆกันไปเลยชั่วโมงนี้

มาสด้า บีที50 6
ภายในเน้นความสะดวกในการใช้งาน หน้าจอ MID แบบสี ขนาด 7 นิ้ว พร้อมด้วย Vehicle Tilt informationเชื่อมข้อมูลกับ หน้าจอ Center Display ขนาด 8” และ 9” ที่รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ผู้ขับไม่ต้องเหลือสายตาไปมองจอกลางโดยเฉพาะเมื่อใช้งาน Google Map จะเห็นลูกศรทำทางพร้อมระยะได้ชัดเจน ช่องเสียบ USB-C มาให้แล้วนะครับ ระบบช่วยเหลือต่างๆครบครันบันเทิงดูได้จากข้อมูลประชาสัมพันธ์ด้านล่าง

มาสด้า บีที50 7
มาว่ากันที่เรื่องการขับขี่ เครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตร กำลังสูงสุด 163 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที (เพิ่มขึ้นจากเดิมเครื่อง 1.9 ลิตร 150 แรงม้า) และมีแรงบิด 400 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้นจากเดิม 350 นิวตันเมตร) ในรุ่น DBL HI-RACER นั้นทำงานกับเกียร์ใหม่ 8 สปีดได้เป็นอย่างดี อันดับแรกคือ ความนุ่มนวลแบบไร้รอยต่อ สมองกลเลือกตำแหน่งเกียร์ได้ฉับไวทันต่อสถานการณ์การขับขี่มาก เครื่องยนต์ใหม่ขึ้นแบกน้ำหนักเท่าเดิม ก็ทำงานเบาขึ้น ที่ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 100 กม./ชม. จะเห็นเข็มวัดรอบอยู่ที่ใกล้แต่ขีด 1,500 รอบต่อนาทีเท่านั้น นั่นทำให้ประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี ถ้าจะปั้นกันแบบใช้งานจริง 17-18 กม./ลิตรจะทำได้อย่างสบายๆ

มาสด้า บีที50 8
การทดลองขับครั้งนี้ เราลองในหลายสถานการณ์ทั้งวิ่งให้ความเร็วเฉลี่ยคงที่ ลองอัตราเร่งซึ่งตอบสนองได้อย่างทันใจ มั่นใจได้ว่ามีกำลังเหลือเฟือพอที่จะไต่ระดับความเร็วสูงไปได้ไกลถึง 180 กม./ชม.ได้ในเวลาไม่นานนัก แต่นั่นก็ยังทำให้เห็นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่หน้าจอขึ้นอยู่ที่ 14 กม./ลิตร ยกเว้นกรณีที่ต้องการสนุกกับการใช้ Sports Paddle Shift จะได้อารมณ์การขับขี่ตามที่ต้องการ แต่จะกินน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก…เลือกเอา และถ้าจะให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นก็เติมน้ำมันแบบไฮดีเซล จะช่วยให้เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 ใหม่นี้ เดินเรียบตอบสนองดียิ่งขึ้น

มาสด้า บีที50 9
Mazda BT-50 ใหม่ หล่อแล้วในชั่วโมงนี้ โดยเฉพาะหน้าตา และเครื่องยนต์ใหม่ เทคโนโลยี่ช่วยขับ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้นมานั้น ทำให้ดูมีสไตล์ มีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างมีนัย ใครมีคำจำกัดความของตัวเองแบบติดการใช้รถปิกอัพแบบ เท่ๆ มีไลฟ์สไตล์ Mazda BT-50 เป็นคำตอบได้

 

ข้อมูลประชาสัมพันธ์

Bold New Mazda BT-50 ได้รับการปรับปรุงพละกำลังของเครื่องยนต์ให้มีความแรงยิ่งขึ้น กับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 2.2 ลิตร ทั้งในรุ่นฟรีสไตล์แค็บ (บานแค็บเปิดได้) แบบขับสองยกสูง หรือ FSC HI-RACER และดับเบิ้ลแค็บ แบบขับสองยกสูง หรือ DBL HI-RACER ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ให้พละกำลังแรงสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่ล่าสุด ให้อัตราทดต่อเนื่องทุกช่วงความเร็ว ตอบสนองฉับไว แม่นยำ ราบเรียบ นุ่มนวล ทำให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ DBL รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 รุ่น HI-RACER และรุ่นขับเคลื่อน 4×4 ให้พละกำลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร สามารถขับลุยได้ทุกสถานการณ์ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบอเนกประสงค์ มาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่แบบรถปิกอัพเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 ที่มาพร้อมเฟืองท้ายแบบ Diff-lock รวมถึงระบบการขับขี่แบบออฟโร้ด (Off-Road Mode) ในขณะที่ยังคงมอบความนุ่มสบายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารเสมือนรถยนต์นั่งตามแบบฉบับรถยนต์มาสด้า

Bold New Mazda BT-50 ดีไซน์ใหม่รอบคัน กระจังหน้าแบบใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED Signature ล้ออัลลอยขนาด 17” สีดำ และ 18” สีเงิน และ สีดำ (Matte Black) รวมถึงสีภายนอกใหม่อีกถึง 3 สี ได้แก่ สีขาว จีโอด ไวท์ เพิร์ล สีน้ำเงิน เซลลิ่ง บลู และ สีแดง เวอร์มิลเลี่ยน ลาโตซอล เรด ภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ เบาะผ้าสีดำ-หนังสีส้ม Terracotta

เทคโนโลยีความสะดวกสบาย มีหน้าจอ MID แบบสี ขนาด 7 นิ้ว พร้อมด้วย Vehicle Tilt information เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเสียบ USB-C หน้าจอ Center Display ขนาด 8” และ 9” ที่รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ

  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTB (Rear Cross Traffic Brake)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
  • ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driving Attention Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ จนถึงจุดหยุดนิ่ง ACC แบบ Stop & Go (Adaptive Cruise Control with Stop & Go)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation)
  • ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็ว MSL (Manual Speed Limiter)

Bold New Mazda BT-50 ราคาจำหน่าย ดังต่อไปนี้

รุ่น เครื่องยนต์ ราคาจำหน่าย (บาท)
Freestyle Cab 2 ประตู FSC 2.2 XS HI-RACER 6MT 762,000
Double Cab 4 ประตู DBL 2.2 XT HI-RACER 8AT 992,000
Double Cab 4 ประตู DBL 3.0 XTR HI-RACER 6AT 1,242,000
Double Cab 4 ประตู DBL 3.0 XTR 4×4 6AT 1,352,000

Bold New Mazda BT-50 มาพร้อมแคมเปญพิเศษตลอดเดือนมกราคม กับข้อเสนอดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* หรือ ส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท*

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bold New Mazda BT-50

อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า

อุปกรณ์มาตรฐาน Bold New Mazda BT-50
อัพเกรดระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ ·       หน้าจอ MID ขนาด 7 นิ้ว (เดิม 4.2 นิ้ว)

·       ระบบตรวจสอบการเอียงของรถและมุมองศาของล้อ (Vehicle tilt information)

อัพเกรด ADAS ·       AEB: ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ

·       DAA: ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่

·       RCTB: ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

อัพเกรด USB ·       อัพเกรดเป็น USB-C ทั้งคอนโซลหน้า-หลัง (ยกเว้นรุ่น FSC XS)

 

รายละเอียดการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้า

  ดีไซน์/ สเปค/ อุปกรณ์ FSC 2.2 XS HI-RACER 6MT DBL 2.2 XT HI-RACER 8AT DBL 3.0 XTR HI-RACER 6AT DBL 3.0 XTR 4×4 6AT
เครื่องยนต์ใหม่ เปลี่ยนจาก 1.9 ลิตร เป็น 2.2 ลิตร
เกียร์ใหม่ เปลี่ยนเป็น 8AT
ภายนอก ล้อขนาด 17” สีดำ
ล้อขนาด 18” สีเงิน
ล้อขนาด 18” สีดำ (Matte Black)
ดีไซน์ด้านหน้าและด้านท้ายแบบใหม่
ไฟท้ายแบบ LED
สปอร์ตบาร์

ชุดตกแต่งกันชนหน้า ชุดตกแต่งซุ้มล้อ

พื้นปูกระบะแบบไร้ขอบ

ภายใน เปลี่ยนสีเบาะหนังจากสีกากีเป็นสีดำ-ส้ม Terracotta
วัสดุตัดขอบเปลี่ยนจากสีกากีเป็นสีส้ม Terracotta
อัพเกรดอุปกรณ์ หน้าจอ MID เปลี่ยนเป็น 7”
เพิ่มระบบ Vehicle tilt information
เพิ่มระบบ RCTB
เพิ่มระบบ DAA
ขนาดหน้าจอ Center Display 8” 9” 9” 9”
เปลี่ยนจาก USB-A เป็น USB-C  

 

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐาน

  ขับเคลื่อน 2 ล้อ  ขับเคลื่อน 4 ล้อ
  ฟรีสไตล์ แค็บ
FSC 2.2 XS HI-RACER 6MT
ดับเบิ้ล แค็บ
DBL 2.2 XT HI-RACER 8AT
ดับเบิ้ล แค็บ
DBL 3.0 XTR HI-RACER 6AT
ดับเบิ้ล แค็บ
DBL 3.0 XTR 4×4 6AT
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
แบบเครื่องยนต์   RZ4F-TC DOHC แถวเรียง4 สูบ 16 วาล์ว VGS เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์  /
4JJ3-TCX DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว VGS เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ    ซีซี 2,164 2,999
อัตราส่วนกำลังอัด   15.9 : 1 16.3 : 1
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก  มม. 83.0 x 100.0 95.4 x 104.9
แรงม้าสูงสุด (EEC-NET) PS (กิโลวัตต์) / รอบต่อนาที   163 (120) / 3,600 190 (140) / 3,600
แรงบิดสูงสุด (EEC-NET) นิวตัน-เมตร / รอบต่อนาที   400 / 1,600-2,400 450 / 1,600-2,600
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง   คอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น (Common Rail Direct Injection) 
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง ลิตร  76  
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง    ดีเซล (สูงสุด B20)            
มาตรฐานไอเสีย    ยูโร ระดับ 5          
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย   กม./ ลิตร  14.9 15.4 14.3 13.5
เทคโนโลยีและระบบช่วงล่าง
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sports Paddle Shift)
ระบบเบรก                หน้า ดิสก์เบรก พร้อมระบบครีบระบายความร้อน
หลัง ดรัมเบรก
ระบบพวงมาลัย แร็คแอนด์พีเนียน  พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง แกนพวงมาลัยสามารถยุบตัวได้
ระบบกันสะเทือน หน้า อิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโครงพร้อมโช้กอัพ
หลัง แหนบแผ่นซ้อนพร้อมโช้กอัพ
ล้ออัลลอย 17 x 7J 18 x 7.5J 18 x 7.5j 18 x 7.5j
ขนาดยาง และยางอะไหล่ 255/65 R17 265/60 R18 265/60 R18 265/60 R18

 

 

ตรุษจีนปีนี้ ออกรถ BMW คันใหม่กับ มิลเลนเนียม ออโต้ มีแต่ เฮง เฮง เฮง กับแคมเปญ ‘JOYFUL PROSPERITY DEALS. START A NEW YEAR WITH A NEW DRIVE’ 25 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2568

0
มิลเลนเนียม ออโต้ 1

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน ผ่านหลากหลายแคมเปญสุดคุ้มค่า ที่มาพร้อมการแสดงวัฒนธรรมจีนอย่างยิ่งใหญ่ ให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจ ได้รับข้อเสนอดีที่สุดได้ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาในกรุงเทพฯ คือ พระราม 4 ลาดพร้าว พระราม 3, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม รวมถึงสาขาต่างจังหวัด คือ อุบลราชธานี, ภูเก็ต, หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, สุราษฎร์ธานี และที่โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เอกมัย ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2568

มิลเลนเนียม ออโต้ 2

ศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ กล่าวว่า “ตรุษจีนปีนี้ รับรองว่ามีแต่ เฮง เฮง เฮง เมื่อมาซื้อรถยนต์กับ มิลเลนเนียม ออโต้ เพราะเรามาแบบจัดเต็ม ทั้งรถยนต์ใหม่ และรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย ราคาพิเศษ ขอเชิญชวนลูกค้าและผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาร่วมเฉลิมฉลองไปกับเราในช่วงเทศกาลอันสำคัญนี้”

มิลเลนเนียม ออโต้ 3

++ ตรุษจีนปีนี้ ออกรถ BMW คันใหม่กับ มิลเลนเนียม ออโต้ มีแต่ เฮง เฮง เฮง
•ออกรถชิลๆ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,799 บาทต่อเดือน*
•ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%*
•ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสุด 3 ปี*
•อัปเกรด BSI สูงสุด 10 ปี*
•เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุด 400,000 บาท*

พิเศษรับความเฮงต่อเนื่อง เฉพาะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้
•รับอั่งเปา Central Gift Card มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
•รับอั่งเปา ต้อนรับปีมะเส็ง เมื่อนัดหมายทดลองขับ*

มิลเลนเนียม ออโต้ 4

++ ต้อนรับปีมะเส็ง ด้วยขบวนรถผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อย ราคาพิเศษ
มิลเลนเนียม ออโต้ ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีมะเส็ง ด้วยขบวนรถผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อย ราคาพิเศษ รับความเฮง 3 ต่อ กับยนตรกรรมไฮไลท์ อาทิ
•BMW 220i Gran Coupe M Sport / ราคาเพียง 1,590,000 บาท*
•BMW 420i Coupe M Sport / ราคาเพียง 2,989,000 บาท*
•BMW i5M60 xDrive / ราคาเพียง 3,990,000 บาท*

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ที่ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%*
•ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*
•เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุด 400,000 บาท*

พิเศษรับความเฮง 3 ต่อ เฉพาะลูกค้าที่จองภายในงานฯ
•เฮงที่ 1 รับฟรี บัตรสตาร์บัคส์ มูลค่า 1,000 บาท*
•เฮงที่ 2 รับฟรี อั่งเปา Central gift card มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
•เฮงที่ 3 รับฟรี ซองอั่งเปา ต้อนรับปีมะเส็ง เมื่อนัดหมายทดลองขับ*

พร้อมรับความสนุกไปกับกิจกรรมไฮไลต์ตรุษจีน ดังนี้
25-26 ม.ค. – พบกิจกรรมเชิดสิงโต / ระบำนางฟ้ามงคล / มหัศจรรย์เปลี่ยนหน้ากากจีน และโชว์ลั่นกลองเทศกาลมงคลสนั่นฟ้า ที่สาขาพระราม 3 และในส่วนของสาขาต่างจังหวัด
ทุกสาขาก็ไม่น้อยหน้า จัดทริปพาลูกค้าไหว้พระเสริมความเฮงรับปีมะเส็ง
1-2 ก.พ. – พบกิจกรรมเชิดสิงโต / กังฟูเส้าหลิน และโชว์ลั่นกลองเทศกาลมงคลสนั่นฟ้า ที่สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์ และในวันเดียวกัน ก็มีกิจกรรม D.I.Y. ถุงหอมมงคล ที่สาขาสยามพารากอน และสาขาไอคอนสยาม ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินตลอดงาน 2 สัปดาห์ติดกัน

+ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ พร้อมมอบข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่สุดพิเศษ
•The First-Ever MINI Aceman ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท*
•The New MINI Countryman S ALL4 ราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท*

มิลเลนเนียม ออโต้ 7

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ทำการจองภายในเดือนนี้ รับ Voucher ร้านอาหาร CQK มูลค่า 5,000 บาท* หรือ ใช้คะแนน MGC-MOBILIFE แลกรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับฮ่องกง* และเตรียมพบหลากหลายกิจกรรมสุดปัง ให้คุณเสริมทุกศาสตร์ต้อนรับความเฮงช่วงตรุษจีน
•25 ม.ค. – พบกิจกรรมเชิดสิงโต ที่สาขาเอกมัย
•25 ม.ค. – รับอักษรจีนเสริมความเฮง จาก ไต้ซือ ที่สาขาสยามพารากอน
•26 ม.ค. – รับอักษรจีนเสริมความเฮง จาก ไต้ซือ ที่ไอคอนสยาม
•25-26 ม.ค. – พบ อ.ชัญญ่า ทางโซเชียลมีเดีย ของ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ที่จะมาทำนายทายทัก ชะตา 12 ราศี ตลอดปี 2568

++ ‘Prosperity Deals’ เสริมดวง เพิ่มความมั่งคั่ง กับมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ ร่วมฉลองตรุษจีนด้วย 3 ข้อเสนอพิเศษ
•รับฟรี กล่องอะลูมิเนียม 3 ใบ*
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
•เทิร์นรถเก่าให้ราคาพิเศษ

พิเศษ! เมื่อออกรถกับ Millennium Auto สมัครสมาชิก MGC-MOBILIFE รับคะแนนสะสม (ทุก 100 บาท = 1 คะแนน) หรือรับบริการหลังการขาย (ทุก 25 บาท = 1 คะแนน) เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบิน , ที่พักโรงแรมหรู , ส่วนลดร้านอาหารชั้นนำ และอีกมาก

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)
https://www.millenniumauto.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

The new E-Class จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ คว้ารางวัล “Best Performer” โดย Euro NCAP ขึ้นแท่นรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดประจำปี 2024

0
The new E-Class 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านความปลอดภัยให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ส่งรถยนต์รุ่น The new E-Class คว้ารางวัล “Best Performer” ประจำปี 2024 จาก Euro NCAP พร้อมครองตำแหน่งรถยนต์ที่ได้รับคะแนนด้านความปลอดภัยสูงที่สุดจากผลการทดสอบในปีที่ผ่านมา

รางวัล “Best Performer” ของ The new E-Class เป็นหนึ่งในรางวัลในหมวด “Best in Class” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Euro NCAP ได้พิจารณาคะแนนเฉลี่ยจาก 4 หมวดหมู่หลัก โดยครอบคลุมถึงความปลอดภัยทั้ง Active Safety และ Passive Safety ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP) การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection: COP) การปกป้องผู้ใช้ถนน (Vulnerable Road User Protection) และเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยขั้นสูง (Safety Assist Technologies) ซึ่งจากการประเมินโดยรวม The new E-Class ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถทำคะแนนได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในทุกหมวดหมู่

Markus Schäfer คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานความปลอดภัย เพราะเราเป็นผู้บุกเบิกในด้านความปลอดภัยของยานยนต์อย่างแท้จริง พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล Best Performer จาก Euro NCAP ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพวกเรา ในการยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้คนบนท้องถนน”

Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) เป็นองค์กรที่เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงคมนาคมในสหภาพยุโรป สมาคมยานยนต์ และสมาคมประกันภัยในประเทศต่างๆ โดยมีหน้าที่ในการทดสอบการชน (Crash Test) และการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ที่ครอบคลุมในทุกมิติ

การได้รับรางวัลจาก Euro NCAP นับเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยผลการทดสอบในครั้งนี้ ยังตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญระดับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง

สายลุยไม่ต้องรอ 3 เส้นทาง ใน 3 เมืองรองสุด Unseen จะปลุกจิตวิญญาณที่ท้าทายพร้อมค้นพบสิ่งใหม่ไปกับ GWM TANK 300 HEV

0
GWM TANK 300 HEV 1

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 นี้ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้ให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ประกาศตั้งเป้าสร้างรายได้ไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท จากการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่คาดว่าจะเดินทางอยู่ที่ประมาณ 200-220 ล้านคน/ครั้ง ขณะที่กระแสการท่องเที่ยวท่ามกลางคนไทย มักนิยมแสวงหาการท่องเที่ยวในเมืองรองหรือเมืองที่มีขนาดเล็ก (Overtourism) ที่มองหาความสงบและต้องการสถานที่พิเศษที่มอบประสบการณ์เฉพาะตัว หรือเป็นสิ่งใหม่ วัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่ทำความรู้จักกับท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสอดคล้องไปกับการสนับสนุนการท่องเที่ยวในเมืองรองของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนสายออฟโรดผู้ชื่นชอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย สัมผัสกับความตื่นเต้นตลอดทั้งเส้นทาง และความตื่นตาตื่นใจจากสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen จากเหนือลงใต้ในสามจังหวัด ทั้งแม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร และนครศรีธรรมราช ที่เต็มไปด้วยเส้นทางอันท้าทายในหลากหลายรูปแบบเพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยตลอดทั้งเส้นทาง เพราะเสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือความงดงามระหว่างทางกับประสบการณ์ความสนุก ตื่นเต้น และท้าทาย  โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นเสมือนรางวัลแห่งการเดินทาง

GWM TANK 300 HEV 2

3 เส้นทางออฟโรดในเมืองรอง พร้อมปลุกทุกจิตวิญญานของการสำรวจเส้นทางผจญภัยที่อัดแน่นไปด้วยอุปสรรคที่ท้าทายของธรรมชาติอันงดงาม และเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่รอให้ได้สัมผัสและพิสูจน์ให้ได้เห็นกับตา  

GWM TANK 300 HEV 8

 

ประเดิมด้วย “หมู่บ้านกลอเซโล” จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดินแดนแห่งทะเลหมอกสองแผ่นดิน ที่เมื่อมองจากด้านบนลงมาด้านล่างจะเห็นประเทศเมียนมาร์ที่ถูกกั้นด้วยแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำที่มีเรื่องเล่าของคำสาปเพื่อนรักระหว่าง “ของ” (แม่น้ำโขง) และ “คง” (แม่น้ำสาละวิน) ที่กลายเป็นตำนานและความเชื่อที่สืบต่อกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยเส้นทางการไปหมู่บ้านกลอเซโลนี้นับเป็นความท้าทายอย่างมาก รถออฟโรดสมรรถนะสูงสามารถขึ้นไปได้หลากหลายเส้นทาง และถนนที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ท้าทายให้จิตวิญญานเลือดนักสู้ได้หลั่งอะดรีนาลีนตลอดทั้งเส้น ทั้งจากอุปสรรคอย่างน้ำขัง หรือการข้ามลำห้วยที่ไหลเอื่อยตามธรรมชาติ และโคลนร่องลึก เช่น เส้นทางจาก อบต.แม่สามแลบ-เส้นห้วยแห้ง-ปูคำน้อย-บุญเลอ-กลอเซโล-กอมูเดอ โดยเส้นทางนี้เหล่านักผจญภัยควรใช้รถยนต์ออฟโรดที่มีความพร้อมทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ในหลายด้าน อาทิ การข้ามลำห้วยหรือฝ่าโคลนร่องลึก รถยนต์ออฟโรดสมมรรถนะดีเยี่ยมเพื่อสายลุยอย่าง GWM TANK 300 HEV ที่มีระบบช่วยผู้ขับขี่สายผจญภัยได้สนุกไปกับความท้าทายได้อย่างง่ายดาย ทั้งความสามารถในการลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 700 มม. ทำให้มั่นใจเมื่อต้องขับข้ามน้ำขังหรือลำห้วยที่ไหลเอื่อยตามธรรมชาติ ในขณะที่เมื่อต้องเจอกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยร่องโคลนซึ่งเป็นอีกอุปสรรคท้าทายของสายลุยที่มีโอกาสที่รถจะลื่นไถล ด้วยระบบล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Electric Differential Lock for front and rear axles) ช่วยเพิ่มสมรรถภาพการขับขี่ด้วยกลไกการถ่ายโอนกำลัง ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลไกล็อกของกล่องถ่ายโอนกำลังทั้งล้อหน้าและล้อหลัง สร้างระบบขับเคลื่อนออฟโรดแบบ 3 Locks และโหมดการขับขี่เฉพาะสำหรับโคลน พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ให้เหมาะสม ช่วยให้ผ่านเส้นทางดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

GWM TANK 300 HEV 4

หมุดที่ 2 กับความท้าทายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความชุ่มฉ่ำจากน้ำตก อย่าง “น้ำตกเต่าดำ” จังหวัดกำแพงเพชร อัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก เป็นน้ำตกหินดินดานสีดำหาดูได้ยากในประเทศไทย ที่มาของชื่อน้ำตกเต่าดำมาจากเมื่อก่อนที่แห่งนี้มีเต่าดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และหากขึ้นไปจุดสูงสุดของน้ำตกและมองลงมาด้านล่างก็จะเห็นแอ่งน้ำตกนี้เป็นรูปเต่าสีดำ เส้นทางสู่น้ำตกแห่งนี้เต็มไปด้วยลักษณะเส้นทางที่ท้าทาย ทั้งทางชัน แคบ และลื่นเนื่องจากความชื้นจากละอองน้ำ พื้นผิวขรุขระจากโขดหินและรากไม้ ร่องน้ำและทางข้ามลำธาร การเดินทางไปน้ำตกเต่าดำ สามารถใช้เส้นทางจากอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า – บ้านโละโคะ – หมู่บ้านป่าคา – น้ำตกเต่าดำ – บ่อน้ำพุร้อน น้ำตกเต่าดำ ที่ล้วนเรียกร้องรถออฟโรดที่มีสมรรถนะระดับดีเยี่ยมอย่าง GWM TANK 300 HEV ที่มีทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Off-road Cruise Control) เหมาะสำหรับพื้นสภาพถนนออฟโรดที่มีความซับซ้อน โดยหลังจากเปิดฟังก์ชันแล้ว ระบบจะควบคุมเครื่องยนต์และระบบเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อให้รถวิ่งด้วยความเร็วที่ต่ำและคงที่ ระบบ 4WD แบบเรียลไทม์อัจฉริยะ สามารถสลับโหมดได้ 3 โหมด ได้แก่ ขับเคลื่อนสองล้อ (2H สอดคล้องกับโหมดประหยัด) ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (AWD) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (4L) พร้อมยกระดับการท้าทายด้วยระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ซึ่งระบบจะจดจำข้อมูลภาพจากกล้องระหว่างการขับขี่ รวบรวมกับข้อมูลภาพของพื้นดิน เพื่อแสดงภาพพื้นถนนแบบพาโนรามาด้านล่างและด้านหน้ารถ ช่วยให้เหล่านักผจญภัยทราบสภาพใต้ท้องรถและหน้ารถเสมือนมองทะลุใต้ท้องรถได้ ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางท้าทายนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น ในส่วนของเทคนิคการขับขี่ แนะนำให้ใช้เกียร์ต่ำเมื่อขึ้น-ลงเนินชัน การรักษาความเร็วต่ำและสม่ำเสมอบนทางขรุขระ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหันบนพื้นลื่น ทันทีที่สายลุยออฟโรดได้สัมผัสละอองน้ำจากน้ำตกเต่าดำที่สูงตระหง่านท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ คือการค้นพบที่สุดของประสบการณ์ที่คุ้มค่าแม้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคตลอดทั้งเส้นทาง

GWM TANK 300 HEV 5

ไต่ระดับความท้าทายยังจุดหมายสุดท้ายที่ “ยอดเขารามโรม” จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ด้วยสภาพป่าดงดิบที่สามารถพบเฟิร์นมหาสดำ เฟิร์นโบราณที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์และเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ หากจะไปยังยอดเขารามโรมนี้ไม่ควรพลาดแวะจุดเช็คอินอย่างการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่เศรษฐีที่วัดร่อนนา ตำนานพระคู่บ้านคู่เมือง อ.ร่อนพิบูลย์ โดยเส้นทางการไปเขารามโรมนี้มีถนนขึ้นถึงยอดเขา จำเป็นต้องใช้รถออฟโรดโดยเฉพาะ เพราะต้องอาศัยความชำนาญเนื่องด้วยเส้นทางชัน แต่ทุกการขับขี่ด้วย GWM TANK 300 HEV เปลี่ยนทุกความท้าทายของการขับขี่ให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยสมรรถนะที่เป็นเลิศและระบบช่วยขับขี่ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามุ่งเน้นความปลอดภัยและความสะดวกสบายตลอดทั้งเส้นทาง เช่น กล้อง 360° ช่วยให้มองเห็นรอบคันรถจากมุมสูง ใช้ระบบช่วยเริ่มออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) เมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการไหลของรถ และระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) ใช้เบรกเพื่อช่วยควบคุมความเร็วของรถขณะขับรถลงบนทางลาดชัน นอกจากนี้ ในการผจญภัยทุกรูปแบบอาจเกิดเหตุการณ์ที่การเดินทางต้องไปถึงทางตันหรือการไปผิดเส้นทาง แต่ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) ก็จะช่วยให้การกลับรถเป็นเรื่องง่ายดาย โดยหลังจากเปิดฟังก์ชัน เมื่อระบบตรวจพบความตั้งใจในการหักพวงมาลัยเพื่อบังคับเลี้ยวมากกว่าปกติ ระบบจะส่งแรงเบรกไปที่ล้อหลังด้านในเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยว เพื่อช่วยให้รถสามารถเลี้ยวในวงแคบได้ ทั้งนี้ ตลอดทั้งเส้นทางแห่งความท้าทายของเส้นทางที่ลาดชันนี้ GWM TANK 300 HEV ยังแนะนำเทคนิคการขับขี่ ให้รักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ จับพวงมาลัยให้มั่นคง พร้อมรับการกระแทกหรือตกหลุมบนเส้นทางขรุขระ แต่คุ้มค่ากับความงดงามของทะเลหมอกและวิวพาโนรามาของยอดเขารามโรมจนเรียกว่าแทบจะหยุดหายใจ

GWM TANK 300 HEV 3

เที่ยวเมืองรองเปิดประสบการณ์ความท้าทาย พร้อมปล่อยให้ตัวตนได้รู้จักสิ่งใหม่ ๆ สู่ความทรงจำที่ไม่อาจลืม ลองสัมผัสความสนุก ตื่นเต้น และท้าทายตลอดทั้งเส้นทาง แต่ยังคงได้รับประสบการณ์ความสะดวกสบายแบบพรีเมียมในทุกการเดินทางสไตล์ออฟโรดกับ GWM TANK 300 HEV รถยนต์ออฟโรดระดับพรีเมียมจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในราคา 1,299,000 บาท สัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 17 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดเงินสดมูลค่า 300,000 บาท ดอกเบี้ย 2.15% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

“OMODA & JAECOO” จัดทริป “OJ Wander & Wonder สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปกับ JAECOO 6 EV ยนตรกรรมไฟฟ้าดีไซน์ ONE BOX STYLE

0
OMODA & JAECOO 1

OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) แบรนด์รถยนต์ภายใต้ Chery Automobile บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดของจีน จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “OJ Wander & Wonder” ชวนเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สร้างความประทับใจไปกับ JAECOO 6 EV รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE การผสมผสานไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่มาพร้อมความสามารถออฟโรดและออนโรดได้อย่างมั่นใจ

OMODA & JAECOO 2

เส้นทางการเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ JAECOO 6 EV ผ่านระบบขับเคลื่อน 4WD ที่สามารถพิชิตได้ทั้งถนนทางเรียบและเส้นทางออฟโรด พร้อมสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอันงดงามริมอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก พักรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “แกลเลอรีแห่งคุณค่า” ที่สะท้อนวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง เป็นพื้นที่ที่สะท้อนปรัชญาการใส่ใจสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับยานยนต์ไฟฟ้า JAECOO 6 EV

OMODA & JAECOO 3

“JAECOO 6 EV ไม่เพียงเป็นรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูง แต่ยังเป็นรถที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง” สุชาดา ชูสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เราต้องการให้ลูกค้าทุกคนสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนทั่วไป การผจญภัยในเส้นทางออฟโรด ไปจนถึงการชาร์จไฟที่ทำได้อย่างง่ายดาย สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับทุกคน”

OMODA & JAECOO 4

ตลอดการเดินทาง JAECOO 6 EV ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสะดวกสบายที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับ ทุกเพศทุกวัยในการเดินทางไกล ด้วยระยะทางการขับขี่ที่ยาวนานถึง 426 กิโลเมตร (NEDC) ทำให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในเรื่องการชาร์จไฟที่สะดวกสบาย สามารถแวะพักชาร์จตามจุดต่างๆ ได้อย่างสบายใจ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกจุดชาร์จได้ตามความสะดวกผ่านแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลสถานีชาร์จครอบคลุมทั่วประเทศ เพียงแค่จอดรถและเสียบปลั๊ก ผู้ขับขี่สามารถใช้เวลาระหว่างรอชาร์จไฟในการพักผ่อน รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อเติมความสดชื่นก่อนออกเดินทางต่อได้อย่างมั่นใจ ซึ่งความสะดวกสบายในการขับขี่ได้ถูกแสดงออกผ่านการขับขี่ของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ นิวเจน ที่ขับขี่รถไฟฟ้าออกทริปเป็นครั้งแรก ตอบโจทย์ความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการให้ JAECOO 6 EV เป็นรถสำหรับทุกคน และตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์

OMODA & JAECOO 7

 

JAECOO 6 EV โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ฉีกกฎงานดีไซน์ทุกการเดินทาง พร้อมเติมเต็มสุทรียภาพในการขับขี่ มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ โดยมีคุณสมบัติเด่นมากมาย อาทิ
•โหมดการขับขี่ 9 โหมด สำหรับรุ่น Long Range 4WD
•ตัวถังอะลูมิเนียมทั้งคัน พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LFP)
•ไฟหน้าแบบ Headlamp Matrix Adaptive
•เบาะนั่ง Super Comfort พร้อมระบบนวด ช่วยผ่อนคลายขณะขับรถ
•ระบบเครื่องเสียง Infinity ลำโพง 12 ตำแหน่ง
•ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS 13 ระบบ

OMODA & JAECOO 5

JAECOO 6 EV มีให้เลือก 2 รุ่น
•รุ่น Long Range 4WD: สมรรถนะ 279 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 418 กม. (NEDC) พร้อม 9 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom, All road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) ราคา 1,249,000 บาท
•รุ่น Long Range 2WD: สมรรถนะ 184 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 426 กม. (NEDC) พร้อม 4 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom) ราคา 1,099,000 บาท

OMODA & JAECOO 7

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับขี่และจองรถ JAECOO 6 EV ได้ที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศของ OMODA & JAECOO ทั้ง 23 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย พร้อมรับเอกสิทธิ์ข้อเสนอพิเศษดังนี้
จอง JAECOO 6 EV วันนี้ รับข้อเสนอ “Your Choice, Your Deal” เลือกโปรได้ตามใจ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์2568 เลือกรับข้อเสนอพิเศษได้ดังนี้
Choice 1 เลือกโปร ฟรีชุดแต่ง Senior Package จัดเต็ม 16 ชิ้น* และ ฟรี ประกันภัย 2 ปี* สำหรับซื้อเงินสด
Choice 2 เลือกโปร ฟรีค่าบำรุงรักษารถ 5 ปี* และ ฟรี ประกันภัย 2 ปี*สำหรับซื้อเงินสด
Choice 3 เลือกโปร ดอกเบี้ย 0% นาน 4 ปี* และ ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
Choice 4 เลือกโปร ช่วยผ่อน 4,583 บาท/เดือน นาน 1 ปี* และฟรี ประกันภัย 1 ปี*

พร้อมรับข้อเสนออื่นๆมูลค่ากว่า 100,000 บาท**
-ฟรี! โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*
-ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*
-ฟรี! Garmin รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ JAECOO x Garmin FORERUNNER 165 มูลค่า 9,990 บาท* (สินค้ามีจำนวนจำกัด)
-ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
-ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*
-ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
(แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
●การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
●การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
●การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
-ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L)*
-ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*
*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://omodajaecoo.co.th/pdf/Jaecoo6_EV_Brochure_Th.pdf

 

 

 

 

Porsche ส่งมอบรถยนต์จำนวน 310,718 คันในปี 2024

0
PORSCHE 1

ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) ได้ปรับโฉมผลิตภัณฑ์อย่างครอบคลุม โดยมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่มากถึง 4 โมเดล ในทั้งหมด 6 โมเดล ได้แก่ พานาเมร่า (Panamera), ไทคานน์ (Taycan), 911 และ มาคันน์ (Macan) สำหรับปอร์เช่ (Porsche) การเติบโตใน 4 จาก 5 ภูมิภาคทั่วโลกได้ทำสถิติใหม่ครั้งสำคัญ สัดส่วนของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 22 เป็น 27 เปอร์เซ็นต์ และเกือบครึ่งหนึ่งของรถเหล่านี้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าล้วน

ผู้ผลิตรถสปอร์ตแสดงให้เห็นถึงการตั้งตัวที่มั่นคงในปี 2024 และส่งมอบรถยนต์จำนวน 310,718 คัน ซึ่งลดลงเล็กน้อยเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ข้อเท็จจริงที่น่ายินดีอีกประการหนึ่งคือ ลูกค้า ปอร์เช่ (Porsche) กำลังให้ความสนใจในการปรับแต่งรถยนต์ของพวกเขามากขึ้น โดยการเลือกอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมจากอุปกรณ์มาตรฐานตามความต้องการส่วนบุคคล

ปอร์เช่ (Porsche) เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในปี 2024 รุ่นที่สอง นั่นคือ
มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ เดทเลฟ วอน เพลเทน (Detlev von Platen) สมาชิกคณะกรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) กล่าวว่า “การเปิดตัวรถรุ่นนี้ทำให้เราตื่นเต้นมาก ผมจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการส่งมอบ มาคันน์ (Macan) รุ่นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดมากกว่า 18,000 คันให้กับลูกค้าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยรวมแล้วเราพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความแข็งแกร่งมากในปี 2024 แม้ในสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่ท้าทาย เราลงทุนอย่างมากในแบรนด์ของเราและยินดีที่เห็นยอดการจำหน่ายของเรายังคงมีความสมดุลในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก”

ปอร์เช่ (Porsche) เติบโตขึ้นใน 4 ภูมิภาคจาก 5 ภูมิภาคทั่วโลก
ในทวีปยุโรป (ยกเว้นประเทศเยอรมนี) ปอร์เช่ (Porsche) ส่งมอบรถยนต์เป็นจำนวน 75,899 คันในปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในตลาดบ้านเกิดอย่างประเทศเยอรมนี มีลูกค้าจำนวน 35,858 คนที่ได้รับรถของตนเองไปแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นมากถึง 11 เปอร์เซ็นต์ สำหรับทวีปอเมริกาเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการจำหน่ายปอร์เช่ (Porsche) สูงที่สุด โดยมียอดการส่งมอบ 86,541 คัน เพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในประเทศจีน มีการส่งมอบรถยนต์ 56,887 คัน (-28 เปอร์เซ็นต์) การลดลงนี้ส่วนใหญ่เกิดจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ (Porsche) ยังคงยึดมั่นในแนวทางการขายที่เน้นคุณค่า จุดมุ่งหมายคือการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการหรืออุปสงค์และปริมาณการขายหรืออุปทานนี้ ภูมิภาคต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโต 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีการส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 55,533 คันในภูมิภาคนี้

มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน
ต้นปีนี้ มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้เฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศสิงคโปร์ และได้มีการเปิดตัวในตลาดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน จนถึงสิ้นปี 2024 มีการส่งมอบรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้แล้วทั้งหมด 18,278 คัน ในหลายประเทศนอกสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ (Porsche) ยังคงนำเสนอ มาคันน์ (Macan) รุ่นที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปควบคู่ไปกับรุ่นพลังานไฟฟ้า โดยมีการส่งมอบรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์สันดาปไปทั้งหมด 64,517 คัน รวมแล้ว ปอร์เช่ (Porsche) ส่งมอบ มาคันน์ (Macan) ไปทั้งหมด 82,795 คันในปี 2024 ซึ่งลดลง 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสามารถอธิบายการลดลงนี้ได้จากการยกเลิกการผลิต มาคันน์ (Macan) รุ่นเครื่องยนต์สันดาปในยุโรปและการเปิดตัวรุ่นพลังงานไฟฟ้าในแต่ละประเทศทั่วโลกตามลำดับ

รถสปอร์ตไอคอนิก 911 ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2024 โดยมีการส่งมอบทั้งหมด 50,941 คัน เพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2023 ขณะที่รุ่น 718 บ็อกซเตอร์ (718 Boxster) และ 718 เคย์แมน (718 Cayman) มีการส่งมอบ 23,670 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยรวมแล้ว มีการส่งมอบรถยนต์ไทคานน์ (Taycan) ทั้งหมด 20,836 คันในปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลง 49 เปอร์เซ็นต์ การลดลงนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงรุ่น และการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าโดยทั่วไปดำเนินไปช้ากว่าที่วางแผนไว้ ส่วนรุ่นคาเยนน์ (Cayenne) ได้รับการพัฒนาปรับปรุงในปี 2023 และกลายเป็นรถที่มียอดจำหน่ายดีที่สุดในบรรดารุ่นทั้ง 6 ของปอร์เช่ (Porsche) ในปี 2024 โดยมีการส่งมอบ 102,889 คัน เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนรุ่นพานาเมร่า (Panamera) มียอดการส่งมอบ 29,587 คัน การลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ในรุ่นนี้สามารถอธิบายได้จากความต้องการที่ลดลงในตลาดจีน

สำหรับในปี 2025 เดทเลฟ วอน เพลเทน (Detlev von Platen กล่าวว่า “ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใหม่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ข้อเสนอของเราจึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าของแบรนด์ ในขณะเดียวกัน แน่นอนว่าเรารับรู้ว่าเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์จะมีความท้าทายมากกว่าเคยในปี นี้ แต่อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของเราคือการเสริมสร้างแบรนด์ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั่วโลกและดึงประโยชน์จากศักยภาพของตลาด เราจะทำเช่นนี้เพื่อสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้เราสามารถยึดมั่นในหลักการขายที่เน้นคุณค่าของเราต่อไป”

 

“AAS Motorsport” ฉลองชัย คว้าแชมป์ประจำปี B-Quik Thailand Super Series 2024 ในงาน “The Night of Champions 2024”

0
AAS Motorsport 1

ผลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “B-Quik Thailand Super Series 2024” กับการขับเคี่ยวชิงความเป็นหนึ่งกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงสนามสุดท้าย ในงาน The Night of Champions 2024 เพื่อมอบถ้วยรางวัลแชมป์ประจำปี 2024 ของทุกรุ่นการแข่งขัน ณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ , ริมทะเลสาบเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา

AAS Motorsport 2

โดย บูม กันตธีร์ กุศิริ นักแข่งมืออาชีพ และรถแข่ง Porsche 718 Cayman GT4RS Clubsport หมายเลข 18 จากทีมเอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต สร้างผลงานยอดเยี่ยมทวงบัลลังก์แชมป์ คว้ารางวัล Champion of the Year 2024 ในรุ่น Thailand Supercar GT4 – Overall และ Porsche Sprint Trophy Thailand GT4 มาครอง ด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 ของการแข่งขัน

AAS Motorsport 3

ด้าน มิกกี้ คมิก กรรณสูต อีกหนึ่งนักแข่งดีกรีแชมป์ของทีมฯ ซึ่งลงแข่งขันด้วยรถ Porsche 992 GT3 Cup หมายเลข 17 ทำผลงานได้ไม่น้อยหน้าหลังร้างวงการไปกว่า 5 ปี จบการแข่งขันไปด้วยคะแนนรวมอันดับที่ 3 ของรุ่น Thailand Supercar GTM – Overall และอันดับที่ 1 Porsche Sprint Trophy Thailand GTM

AAS Motorsport 6

สำหรับปี 2025 ทีมเอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต เตรียมเดินหน้าสู้ศึกความเร็วต่อในรายการ “B-Quik Thailand Super Series 2025” โดยมีตารางการแข่งขันดังนี้

Event 1: 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ จ.บุรีรัมย์
Event 2 : 2 – 6 มิถุนายน 2568 ณ สนามบางแสน สตรีทเซอร์กิต จ.ชลบุรี
Event 3 : 8 – 10 สิงหาคม 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
Event 4 : 9 – 21 กันยายน 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
Event 5: 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ จ.บุรีรัมย์

AAS Motorsport  5

แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารรายงานความมันส์ ได้ที่เพจ Facebook & Instagram : AAS Motorsport และทางเว็บไซต์หลัก https://www.aasautoservice.com/