Home Blog Page 108

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้าโรงแรมสูงสุด เป็นประวัติการณ์ที่ 70% เสริมแกร่งด้วยความร่วมมือก้บโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ยกระดับไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางสุดหรูด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7

0
BMW 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้เข้าพักให้ได้สัมผัสกับความหรูหราและบริการส่วนบุคคลที่เหนือระดับด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ซึ่งรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740d M Sport ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดตัวของโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ อันนับเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว ยังเป็นการผสมผสานเทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัยของบีเอ็มดับเบิลยูเข้ากับการบริการอันเป็นเลิศของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนนับตั้งแต่ช่วงเวลาแรกที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ

BMW 2

โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในโครงการ วัน แบงค็อก พร้อมทิวทัศน์งดงามของสวนลุมพินี โรงแรมแห่งนี้มอบโอเอซิสแห่งความสงบใจกลางความมีชีวิตชีวาของเมือง ตั้งแต่ห้องพักที่มีให้เลือกเพื่อประสบการณ์การพักผ่อนสุดหรูอย่างมีเอกลักษณ์ การบริการที่เข้าใจผู้มาเยือนอย่างแท้จริง ไปจนถึงการนำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรมสุดพิเศษประจำวันที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้แขกที่เข้าพักได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย การเพิ่มบริการด้านการเดินทางด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ยิ่งช่วยยกระดับประสบการณ์อันน่าจดจำ ผ่านการเดินทางที่ราบรื่นและมีสไตล์ให้แก่แขกผู้เข้าพัก สะท้อนความเป็นเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แห่งแรกในกรุงเทพฯ

BMW 3

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปี 2567 บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้สร้างความสำเร็จในกลุ่มลูกค้าโรงแรมด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 70% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 27% ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สะท้อนความมั่นใจและความไว้วางใจจากพันธมิตรโรงแรมและผู้ประกอบการที่มีต่อรถยนต์และบริการของเรา ซึ่งผมอยากขอขอบคุณพันธมิตรของเราทุกท่านสำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ และที่สำคัญ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการบริการเหนือระดับ หรือการผสานความแตกต่างทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างลงตัว เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์คโรงแรมระดับโลกที่มอบความหรูหราและประสบการณ์อันน่าจดจำให้แก่แขกผู้เข้าพัก ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเดินทางระดับพรีเมียมในประเทศไทย และเรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ”

BMW 5

มิส ทีน่า ลิว ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู เพื่อยกระดับนิยามใหม่แห่งการเดินทางสุดหรูในกรุงเทพฯ ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถรังสรรค์ประสบการณ์การพักผ่อนอันหรูหราอย่างแท้จริงตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดการเดินทาง ด้วยการผสานบริการรถรับส่งสุดพรีเมียมเข้ากับทุกช่วงเวลาของการเข้าพัก รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 นำเสนอการเดินทางที่ราบรื่นไร้รอยต่อ สู่วัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ได้อย่างมีสไตล์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ในการมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ”

BMW 6

แขกผู้เข้าพักสามารถเลือกระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าสุดล้ำสมัย เหมาะสำหรับผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และบีเอ็มดับเบิลยู 740d M Sport ที่หรูหราทรงพลังสำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมสุดคลาสสิก รถยนต์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรู รวมถึง BMW Theatre Screen จอภาพพาโนรามาแบบสัมผัสขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นเสมือนโอเอซิสส่วนตัว ผสมผสานกับการบริการอันเป็นเลิศของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางที่เหนือกว่าในกรุงเทพฯ

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” โชว์นวัตกรรม Hi4-Z ด้วยเครื่องยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริดมอเตอร์คู่ พร้อมด้วยคาราวานรถยนต์ออฟโรดอีก 5 รุ่น พิสูจน์สมรรถนะขั้นสูง ในเทศกาล Ice and Snow 2025

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เร่งเครื่องเปิดศักราชใหม่ด้วยการโชว์สมรรถนะของนวัตกรรม Hi4-Z แพลตฟอร์มออฟโรดที่ออกแบบสถาปัตยกรรมไฮบริดแบบมอเตอร์คู่ตามแนวยาว (Longitudinal dual-motor hybrid architecture) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานนี้ โดยเพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์สามารถเพิ่มระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ถึง 200 กิโลเมตร ตอบโจทย์อย่างลงตัวได้ทั้งการขับขี่แบบในเมืองและการผจญภัยแบบออฟโรด และยังได้ท้าพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ตระกูลออฟโรดจาก GWM ทั้ง 5 รุ่น ใน 3 ตระกูลสุดแกร่งอย่าง GWM TANK, GWM HAVAL และ GWM POER ท่ามกลางธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ตระการตาและสภาพอากาศที่เย็นยะเยือกเกือบกว่า -30 องศา ณ ภูเขาฉางไป่ ประเทศจีน โดยรถยนต์ออฟโรดจาก GWM ทั้ง 5 รุ่นที่เข้าร่วมพิสูจน์สมรรถนะสุดแกร่งนี้ ล้วนได้รับการออกแบบมาเพื่อพิชิตทุกสภาพภูมิประเทศ ทุกภูมิอากาศ และทุกเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย ตั้งแต่ภูเขาหิมะจนถึงเส้นทางขรุขระกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ หรือป่าเขตร้อนชื้น ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อล้ำสมัย ระบบควบคุมการขับขี่แบบอัจฉริยะ และโหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ให้รับมือกับทุกสภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในทุกสภาวะ เพื่อพาผู้ขับขี่ให้พิชิตจุดสูงสุดอีกด้านของความต้องการชีวิต และเติมเต็มสุดยอดประสบการณ์สุดท้าทาย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

สานต่อแนวคิด “One Global Family” กับเทคโนโลยีอัจฉริยะสุดล้ำ Hi4-Z ขับเคลื่อนความฝันและเป้าหมายของนักผจญภัยทุกคนผ่านประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3หลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ในมหกรรมมอเตอร์สปอร์ตออฟโรดระดับโลกในปี 2567 ที่ผ่านมา ณ ทะเลทรายมองโกเลีย ในงาน Alxa Hero Festival 2024 ล่าสุด เปิดปี 2568 ด้วยความตื่นเต้นขั้นสุดผ่านการโชว์นวัตกรรม Hi4-Z แพลตฟอร์มออฟโรดที่มอบระยะทางการใช้งานที่ยาวนานด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร ระยะทางรวมน้ำมันวิ่งได้ไกลถึง 1,100 กิโลเมตร รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 163 กิโลวัตต์ และการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ของระดับการชาร์จ (SOC) ใช้เวลาเพียง 15 นาที ซึ่งแบตเตอรี่ 80% นี้ เพียงพอสำหรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนระยะทางสูงถึง 120 กิโลเมตร แพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์การขับขี่ออฟโรดทั้งในเมืองและเส้นทางธรรมชาติสุดท้าทาย โดยถือเป็นนวัตกรรมแรกของโลกในสถาปัตยกรรมปลั๊กอิน-ไฮบริดแบบมอเตอร์คู่ตามแนวยาว ที่ผสานกับเกียร์อัตโนมัตแบบ 3 สปีดและระบบเกียร์แปรผันต่อเนื่อง (CVT) ที่ล้ำสมัย พร้อมมอเตอร์กำลังสูงคู่หน้าและหลัง โดยมีระบบขับเคลื่อนให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ 2.0T และ 3.0T รวมถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ที่แข็งแกร่ง ที่ล้วนพัฒนาขึ้นสำหรับรองรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ เพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่า สนุกกว่า และท้าทายกว่าในทุกมิติ พร้อมกันนี้ ยังได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ออฟโรดทั้ง 5 รุ่น ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมท่ามกลางสายตาของผู้เข้าเยือนเทศกาล Ice and Snow 2025 จากทั่วโลกที่ต่างให้การยอมรับกับสมรรถนะแบบออฟโรดขับเคลื่อนสี่ล้อที่เหนือชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ความสะดวกสบายแบบเกินคาด จัดเต็มในทุกรุ่น แม้ว่าสถานการณ์การขับขี่นั้นจะท้าทายแค่ไหนก็ตาม

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

นำโดย GWM TANK 300 HEV ยานยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง ดีไซน์หล่อ เท่ ที่ผสานพลังงานไฮบริดเข้ากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0L พร้อมด้วยระบบการขับขี่อัจฉริยะ และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมากมาย ร่วมด้วยการทำงานกับระบบช่วงล่างที่เกาะพื้นถนนได้ดี ทั้งด้านหน้าและ Multi-link ด้านหลังช่วยเสริมความสามารถการลุยในเส้นทางออฟโรดที่ปกคลุมไปด้วยหิมะได้อย่างง่ายดาย มั่นใจ และโดดเด่นเด่นท่ามกลางหิมะที่ขาวโพลน ในขณะที่ GWM TANK 400 Hi4-T อีกหนึ่งเอสยูวีสายพันธุ์ออฟโรด ดีไซน์สมบุกสมบัน แกร่ง หล่อ และคมคาย ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 402 แรงม้า วิ่งในโหมดไฟฟ้าในระยะทาง 105 กิโลเมตร ได้ยาว ๆ และยังมีโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 12 รูปแบบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่พร้อมรับมือทุกสภาวะการขับขี่ ให้ลุยความหนาวฝ่าความสูงของหิมะได้สบายเกินคาด ด้วยระยะห่างจากพื้น (Ground clearance) ของ GWM TANK 400 Hi4-T ที่สูงถึง 224 มิลลิเมตร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

สำหรับ GWM TANK 500 Hi4-T รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ระดับพรีเมียมที่ยกระดับมาตรฐานรถยนต์เอสยูวีด้วยออปชั่นจัดเต็มทุกด้าน ทั้งโหมดการขับขี่ถึง 12 โหมด ซึ่งรวมถึงโหมดพื้นหิมะ (Snow) เหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนลื่น โดยระบบจะใช้เกียร์สูงเพื่อลดการฟรีของล้อ ซึ่งทำงานได้เป็นอย่างดี สามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ มั่นคง และปลอดภัย เมื่อผสานด้วยความอัจฉริยะทั้งการควบคุมรถที่ทำได้ง่ายดายด้วยระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยกว่า 17 ระบบที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ทำให้ยากที่จะปฏิเสธสมรรถนะขั้นสูงของ GWM TANK 500 Hi4-T หลังผ่านการพิสูจน์ท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้าทาย ด้าน GWM HAVAL H9 HEV และรุ่นเครื่องยนต์ Diesel 2024 รถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวสายลุยที่มีประสิทธิภาพด้านความเงียบที่สามารถลดเสียงจากภายนอกได้ท่ามกลางสภาพอากาศที่รุนแรงในฤดูหนาว พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้นักผจญภัยที่มีทักษะการขับขี่สูงได้สนุกกับการขับขี่ที่ง่ายดาย และรุ่นสุดท้ายกับ GWM POER Off-Road 2.4T รถกระบะที่มีพละกำลังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะออฟโรดในระดับเดียวกัน มีระบบขับเคลื่อน 9 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและท้าทายกลายเป็นเรื่องง่าย ลุยได้ดีในทุกสภาพถนนแม้จะเต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็งก็ตาม มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความมันในเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มพิกัด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

นอกจากนี้ ภายในเทศกาลนี้ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยและมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ผ่านการแสดงการเต้นมังกร การแสดงสิงโต การแสดงหยางเกอ ขบวนพาเหรดมังกร 5 ตัว พร้อมด้วยงานเลี้ยงรอบกองไฟที่มาพร้อมกับการแสดงดอกไม้ไฟ อีกทั้งยังได้เปิดตัว GWM Off-Road Alliance ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่รวมคนรักออฟโรดสไตล์ GWM จากหลากหลายประเทศเข้าไว้ด้วยกัน และการจัดแบ่งประเภทการขับขี่ออฟโรด โดยได้รับเกียรติจากแขกผู้ทรงเกียรติระดับนานาชาติที่เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ออฟโรดและการขับขี่แบบออฟโรดเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในวงสนทนาพิเศษ พร้อมด้วยการมอบรางวัลให้กับเจ้าของรถ GWM ที่มีเรื่องราวการใช้งานที่น่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชุมชนผู้ใช้รถ GWM ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 8

ในปี 2025 นี้ นอกเหนือจากการส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษในรูปแบบที่ตื่นตาตื่นใจมากมาย อาทิ GWM DAY ที่จะจัดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก, User Experience Day ที่จะให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ และ User Service Day ที่จะยกระดับมาตรฐานการบริการให้กับลูกค้าทั่วโลก และแผนขยายกิจกรรมสำหรับผู้รักการผจญภัยไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเตรียมเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ที่ครอบคลุมทุกพลังงานและยังอัดแน่นด้วยความอัจฉริยะด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรถยนต์ประเภทเอสยูวีและกระบะทั้งเพื่อการขับขี่ในเมืองและออฟโรด เตรียมยกระดับประสบการณ์การผจญภัยให้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น ตอกย้ำปณิธานในการขับเคลื่อนความฝันของนักผจญภัยทุกคน พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืนกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

สามารถรับชมไฮไลต์และบรรยากาศภายในงาน Ice and Snow 2025 ย้อนหลังได้ที่เฟซบุ๊ก GWM Thailand สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษกับยนตรกรรมออฟโรดจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) สามารถสัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

‘ฟอร์ด เรนเจอร์’ คว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ประจำทวีปอเมริกาเหนือ

0
Ford Ranger 1

ฟอร์ด เรนเจอร์ สร้างตำนานอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ประจำทวีปอเมริกาเหนือ หรือ North American Truck of the Year™ เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำ ขีดความสามารถ และนวัตกรรมอันโดดเด่นที่ฟอร์ดมีมาอย่างต่อเนื่องในตลาดรถกระบะ

Ford Ranger 2

“รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมงานฟอร์ดที่ร่วมกันยกระดับผลิตภัณฑ์รถกระบะขนาดกลางให้แก่ลูกค้าฟอร์ดมาอย่างต่อเนื่อง” จิม บอมบิค รองประธานฝ่ายวางแผน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า กล่าว “ฟอร์ด เรนเจอร์ ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมาแล้วทั่วโลก เพื่อให้ได้มาตรฐาน ‘เกิดมาแกร่ง’ ตามที่ลูกค้าต้องการ รางวัลนี้จึงเป็นการส่งมอบคำขอบคุณถึงลูกค้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราในทุกๆ วัน”

Ford Ranger 4

ทั้งนี้ รางวัลรถกระบะแห่งปี ประจำทวีปอเมริกาเหนือ เป็นรางวัลที่มอบให้กับรถรุ่นใหม่ หรือรถที่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดอย่างมีนัยยะสำคัญในปีนั้นๆ โดยผู้ชนะจะถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยผู้สื่อข่าวยานยนต์ 50 ราย จากสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยพิจารณาจากนวัตกรรม การออกแบบ ความปลอดภัย สมรรถนะ เทคโนโลยี ประสบการณ์การขับขี่ ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน และความคุ้มค่า

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เกิดมาแกร่ง’ เป็นรถกระบะที่ล้ำสมัยที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ ทั้งระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและสมรรถนะที่เหนือชั้น ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นในทุกสภาพถนน ตั้งแต่พื้นที่กันดารห่างไกลในออสเตรเลียไปจนถึงทางหลวงในอเมริกา ฟอร์ด เรนเจอร์ พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่พร้อมลุยทุกเส้นทางใน 6 ทวีปทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ ครองตำแหน่งรถที่มียอดขายอันดับ 1 ในออสเตรเลียได้อีกครั้งในปี 2567 ที่ผ่านมา และยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในนิวซีแลนด์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ตอกย้ำความสำเร็จของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ผสานความแข็งแกร่ง ทนทาน เทคโนโลยีล้ำสมัย และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด

สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นที่จำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ติดตั้งเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ ขนาด 2.7 ลิตร วี 6 ใหม่ ได้รับการปรับจูนระบบกันสะเทือนเพื่อสมรรถนะในการออฟโรดที่เหนือชั้น ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์เป็นรถกระบะขนาดกลางที่สมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการออกสำรวจในที่ที่ไม่เคยไป และท้าทายขีดจำกัดใหม่ๆ นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2024 ในทวีปอเมริกาเหนือ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยลากจูงที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา อาทิ ระบบ Pro Trailer Backup Assist ที่มีเฉพาะในรถรุ่นนี้เท่านั้น และยังมาพร้อมบันไดข้างกระบะท้ายเพื่อการใช้งานพื้นที่เก็บของท้ายกระบะได้อย่างสะดวกสบาย ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย และห้องโดยสารใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ที่ชาร์จไร้สาย และเบาะนั่งด้านหลังที่พับราบได้เพื่อพื้นที่เก็บของที่มากขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นปี 2024 คือรถกระบะที่ทรงพลัง มาพร้อมสมรรถนะออฟโรดเหนือชั้นที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูลเรนเจอร์ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการขับขี่ออฟโรดให้เหนือชั้นกว่ารถกระบะขนาดกลางทั้งหมด ด้วยสมรรถนะที่พิสูจน์แล้วในการแข่งขันบาฮา 1000 ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นปี 2024 มาพร้อมเครื่องยนต์ อีโคบู๊สต์ วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 405 แรงม้า* แรงบิด 583 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบกันสะเทือนแบบยืดหยุ่นสูง รวมถึงระบบกันสะเทือนหลังแบบวัตต์ลิงค์ และโช้คอัพ FOX™ Live Valve ขนาด 2.5 นิ้ว* ที่มีเฉพาะในรถรุ่นนี้เท่านั้น พร้อมให้คุณออกไปท้าทายทุกเส้นทางได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่จำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ประกอบขึ้นด้วยความภาคภูมิใจที่โรงงานประกอบรถยนต์มิชิแกน ในประเทศสหรัฐอเมริกา สานต่อตำนานของฟอร์ดในการผลิตรถกระบะที่แข็งแกร่งและทรงพลังเหมือนกับผู้ที่ขับขี่

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุมอบชุดอุปกรณ์การฝึกด้านยานยนต์ ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

0
อีซูซุ 1

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ โดยคุณโสภณ ตั้งฐานทรัพย์ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป มอบชุดอุปกรณ์การฝึกด้านยานยนต์ มูลค่ารวม 200,000 บาท ให้แก่ ศูนย์เทคโนโลยียานยนต์ โดยความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่ม อีซูซุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ

 

ล้างภาพจำเดิม ๆ กับ 5 ข้อ เลือกกระบะที่ใช่ เปลี่ยนทุก Pain Points ให้เป็นการเดินทางแบบเฟิร์สคลาส

0
GWM 1

ภาพจำเดิม ๆ ที่ติดตาและประสบการณ์ที่ฝังลึกในใจ ว่ารถกระบะเป็นพาหนะเน้นใช้งานเชิงพาณิยช์ ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนเปิดใจ ลบภาพจำเดิม ๆ แนะ 5 ข้อเลือกรถกระบะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหารถกระบะที่สามารถตอบความต้องการที่ครอบคลุมทั้งสมรรถนะที่เร็วแรง ดุดัน ในขณะเดียวกันกลับมอบการเดินทางที่นิ่มนวล สะดวกสบายแบบเฟิร์สคลาสภายใต้เครื่องยนต์ไฮบริด ด้านความอเนกประสงค์เพื่อคนสายลุย คือ อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกเพศได้เดินทางโดยปราศจากอุปสรรค ผู้หญิงก็ขับขี่ได้ง่าย ๆ และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงที่จะอำนวยความสะดวกในทุกสภาพถนน เหนือสิ่งอื่นใด คือ ราคาที่จับต้องได้ คุ้มค่าในทุกมิติ เพื่อประสบการณ์การเดินทางในทุกรูปแบบทั้งออนโรดและออฟโรดพร้อมกันในครอบครัว

 

ลืมความกระด้างในรถกระบะแบบเดิม ๆ มองหารถกระบะพลังงานใหม่ที่ให้สมรรถนะเร็วแรงแต่นิ่มนวล อาการปวดเมื่อย ล้า ชา มักเป็นอาการที่พบได้บ่อยของผู้ใช้งานรถกระบะทั่วไป ที่มาจากความกระด้างระหว่างการขับขี่และโดยสาร ปัจจุบัน มีรถกระบะพลังงานใหม่ออกมาให้เป็นตัวเลือกเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่มนวล แม้ว่าเส้นทางนั้นจะขรุขระหรือท้าทายแค่ไหน ทุกการเดินทางเพื่อทำงานหรือท่องเที่ยวจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยควรมองหากระบะที่มีระบบช่วงล่างที่คอยซับแรงกระแทก มอบความสบายขั้นสุด หรือแม้แต่ระบบเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดที่ฉีกกฏรถกระบะดีเซลแบบเดิม ที่สามารถทำให้ทุกการเร่งแซงมาพร้อมกับความเงียบ ความนุ่มนวล ลดเสียงและการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ในห้องโดยสาร ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทุกเพศ ทุกวัย ในทุกที่นั่งได้สัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นเสมือนการขับขี่และโดยสารในรถเอสยูวี

GWM 6

รถกระบะออปชั่นน้อยกำลังหมดไปจากตลาด เติมเต็มช่องว่างด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสู่ความสะดวกสบายขั้นสุด

แม้การเดินทางระยะไกล รถกระบะจะไม่ใช่ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์อีกต่อไป รถกระบะสามารถเป็นรถยนต์เพื่ออนาคต ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตกับทริปผจญภัยเพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่ยังมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับเสมือนเดินทางแบบเฟิร์สคลาสด้วยรถยนต์เอสยูวีหรู หนึ่งในจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ เบาะนั่ง ซึ่งควรได้รับการออกแบบมาให้รองรับการเดินทางไกลด้วยฟังก์ชันปรับเอนได้ เพิ่มความสบายสูงสุดสำหรับทุกผู้โดยสารอย่างแท้จริง ซึ่งรวมถึงเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้เพิ่มความสะดวกสบาย ปัจจุบันยังมีฟังก์ชั่นเบาะนวดสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อสร้างความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งและขับขี่ นอกจากนี้ระยะฐานล้อที่ยาวยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ลดข้อจำกัดของการเดินทางด้วยรถกระบะแบบเดิม ๆ ที่พื้นที่เล็กและแคบ โดยเฉพาะพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เปลี่ยนการเดินทางให้ผ่อนคลาย โล่งโปร่ง และไม่อึดอัด รวมถึงระบบความบันเทิงภายในรถกระบะที่ควรมาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพสูง ด้วยลำโพงรอบทิศทางขั้นต่ำที่ 10 จุด ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว สร้างบรรยากาศเพลิดเพลินตลอดเส้นทาง

GWM 9

 

ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

แม้ว่าผู้ขับขี่จะระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม อุบัติเหตุเกิดได้เสมอ ไม่เลือกคน ไม่เลือกสถานที่และเวลา ระบบความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อรถกระบะ เพราะชีวิตของผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัวมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณา คือ การเลือกกระบะที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือระดับโลกต่าง ๆ อาทิ Australasian New Car Assessment Program (ANCAP) ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีถึงความน่าเชื่อถือของโครงสร้างและระบบป้องกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ รถกระบะต้องมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ครบครัน เช่น กล้องแสดงภาพรอบทิศทางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทุกมุมของตัวรถ ลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุขณะเลี้ยวหรือจอดในพื้นที่แคบ ระบบเตือนการชน ระบบเบรกฉุกเฉินด้านหน้าและด้านหลังในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ระบบช่วยจอดและระบบช่วยถอยหลัง เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเครียดในการขับขี่โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัด ที่สำคัญ รถกระบะที่ดีควรมาพร้อมถุงลมนิรภัยรอบคัน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านหน้า แต่ยังรวมถึงด้านข้างและม่านถุงลม เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากรอบทิศทางในกรณีที่เกิดการชน ไม่เพียงช่วยปกป้องผู้ขับขี่ แต่ยังสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนในรถกระบะให้มั่นใจพร้อมได้ในทุกการเดินทาง

GWM 5

ฉีกกฎให้บรรทุกได้ทุกกิจกรรม สะดวก ง่าย เพศไหนก็ตอบโจทย์

ฝาท้ายกระบะแบบเปิดจากบน-ล่าง คือ อีกหนึ่งภาพจำในอดีตที่หนักอึ้ง เป็นอุปสรรค์ต่อการทำงานและท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้หญิงสายลุย ปัจจุบัน มีรถกระบะที่เล็งเห็นถึงการใช้งานที่นอกกรอบ เพื่อตอบโจทย์ทุกกิจกรรมผ่านฝาท้ายกระบะที่ใช้งานง่าย เปิด-ปิดได้ 2 รูปแบบเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งแบบเปิดจากบน-ล่าง และเปิดแบบซ้าย-ขวา สะดวกสบายไปอีกขั้นเพื่อรองรับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเดินทางไปช็อปปิง ท่องเที่ยวโรดทริปแบบสายลุย หรือแม้แต่ปิกนิกกับครอบครัวและเพื่อนฝูง การบรรทุกสัมภาระจะกลายเป็นเรื่องง่ายและไร้ปัญหาหากเลือกกระบะที่มาพร้อมฝาท้ายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ช่วยลดความยุ่งยากและแรงที่ต้องใช้ในการยกหรือปิดฝาท้าย ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็สามารถขนถ่ายได้อย่างง่ายดาย พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักได้สูงถึงหนึ่งตัน เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นฝาท้ายกระบะที่ดีไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังเสริมความมั่นใจและความคล่องตัวในทุกกิจกรรม ให้พร้อมเผชิญทุกเส้นทางและทุกความท้าทายได้อย่างราบรื่นและไร้กังวล

GWM 2

คุ้มค่าในทุกมิติ เพื่อการลงทุนระยะยาว เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ของชีวิต

นอกเหนือไปจากสมรรถนะและดีไซน์แล้ว งบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นอย่างมาก จากผลสำรวจในงาน Motor Expo 2024 พบว่า ผู้บริโภคกว่า 50% กำหนดงบประมาณสำหรับการซื้อรถกระบะไว้ในช่วง 850,000 – 1,149,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมสำหรับการได้รับความคุ้มค่าทั้งด้านราคาและการใช้งาน เพราะการซื้อรถกระบะสักคันคือการลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ ในการเลือกซื้อรถกระบะจึงควรพิจารณาคุณค่าด้านต่าง ๆ เปรียบเทียบสิ่งที่ได้กับราคาที่ต้องจ่ายออกไปอย่างถี่ถ้วน ทั้งคุณภาพ เทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก สมรรถนะการขับขี่ หรือแม้แต่ความสามารถในการตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้แน่ใจว่ารถกระบะคู่กายนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะที่เร็วแรงแต่นิ่มนวล เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด ระบบความปลอดภัยขั้นสูง นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า โดยการตั้งงบประมาณให้ชัดเจนและเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์การใช้งาน จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้ว่ารถกระบะที่เลือกจะมอบความคุ้มค่าและความพึงพอใจในระยะยาว

GWM 8

นี่คือ 5 ข้อ ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ แนะนำสำหรับการเลือกกระบะที่ใช่เพื่อไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ตอบโจทย์ทุกผู้ใช้งานสายลุยไม่ว่าจะเพศไหนก็ใช้งานง่าย มอบทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือระดับ รวมถึงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม หากกำลังมองหารถกระบะพลังงานใหม่ ลองเปิดใจกับ GWM POER SAHAR HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกของประเทศไทย ในราคา 1.189 – 1.389 ล้านบาท สัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 17 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดเงินสดมูลค่า 50,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

 

พิมพ์พิศา รับรอง ฉลองวันเกิดด้วยแชมป์ Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers คว้าสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟระดับโลกในศึกฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025

0
ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 1

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 7 – 8 มกราคม 2568 ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง คว้าตำแหน่งผู้ชนะ พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 2

ฝ้าย-พิมพ์พิศา นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทย วัย 18 ปี จากกรุงเทพมหานคร สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ จากผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 88 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขัน ด้วยผลงานยอดเยี่ยม 6 อันเดอร์พาร์ 138 (69-69) ทิ้งอันดับ 2 สรัลพร เกตุสุวรรณ ที่ทำสกอร์เข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 140 (69-71) ฝ้าย-พิมพ์พิศา ซึ่งคว้าแชมป์ฉลองวันเกิดอายุครบ 18 ปี ในวันที่ 9 มกราคมนี้ กล่าวถึงความรู้สึกในการแข่งขันครั้งนี้ว่า ภูมิใจและดีใจมาก ตนเองได้ลงแข่ง Honda LPGA Thailand National Qualifiers มา 2 ครั้ง ทำให้รู้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 3

ฝ้าย-พิมพ์พิศา ยังย้ำด้วยความมุ่งมั่นว่า จะตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันกับนักกอล์ฟชั้นนำของโลก โดยจะซ้อมให้มากขึ้นโดยเฉพาะที่สนามโอลด์คอร์ส และฝึกควบคุมสมาธิ ขอบคุณครอบครัวที่เป็นกำลังใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ และขอบคุณฮอนด้าที่จัดการแข่งขันนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันในระดับโลก

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 5

นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ การได้มาเห็นบรรยากาศการแข่งขัน National Qualifiers ในวันนี้ ก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของบรรดานักกอล์ฟไทยทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่ตั้งใจก้าวเดินตามความฝันของตนเองในเส้นทางกีฬากอล์ฟ ต้องขอแสดงความยินดีกับพิมพ์พิศา และขอเป็นกำลังใจให้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้”

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 6

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ในปีนี้ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี (ไทยแอลพีจีเอ) ผู้จัดการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรี ส่งเสริมและพัฒนากอล์ฟสตรีไทยก้าวสู่ระดับนานาชาติ ได้เข้าร่วมดำเนินการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยเวทีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของนักกอล์ฟหลายคน อาทิ พราว-ชเนตตี วรรณแสน แชมป์ National Qualifiers ระดับประเทศ 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 2021 และ 2022 ปัจจุบันได้สร้างผลงานยอดเยี่ยมและโลดแล่นในเวทีโลก ด้วยดีกรีแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 2 รายการ ได้แก่ Portland Classic 2023 และ Dana Open 2024 สำหรับนักกอล์ฟสาวไทยที่คว้าแชมป์รายการนี้ ได้แก่ กิฟท์ – เบญญาภา นิภัทร์โสภณ (แชมป์ 2019) รีน่า ทัตเทมัตซึ (แชมป์ 2020) พราว – ชเนตตี วรรณแสน (แชมป์ 2021 และ 2022) ซิม – ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ (แชมป์ 2023) ฮัท – สุวิชยา วินิจฉัยธรรม (แชมป์ 2024) และแชมป์คนล่าสุด ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 7

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่และความตื่นเต้นเร้าใจให้กับแฟนกอล์ฟอีกครั้งในวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี สำหรับนักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมแข่งขัน นำโดย จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล ที่คว้า 2 แชมป์แอลพีจีเอ ในปีที่ผ่านมา ทั้ง Dow Championship และ CME Group Tour Championship ก่อนจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของโลก ในฤดูกาล 2024 พร้อมด้วย แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ โดยรายชื่อทั้งหมดของนักกอล์ฟสตรีชั้นนำระดับโลกทั้งไทยและต่างชาติจำนวน 72 คน จะมีการเปิดเผยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 9

แฟนกอล์ฟสามารถติดตามชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ผ่านการถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 และทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports สำหรับบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพี เปิดจำหน่ายแล้ว ทาง hondalpgathailand.com ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

“มาสด้า” ประกาศสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เพื่อประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก

0
มาสด้า 1

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังต่อแผนงานการขยายการลงทุนเพื่อก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ สำหรับผลิตแบตเตอรี่ระดับโมดูล (Battery Module) และระดับแพ็ค (Battery Pack) ชนิดลิเธียม-ไอออน รูปทรงกระบอก เพื่อนำมาใช้สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ณ เมืองอิวาคุนิ จังหวัดยามากูชิ ประเทศญี่ปุ่น โดยความร่วมมือกันระหว่างมาสด้ากับพานาโซนิค เอเนอร์จี ซึ่งจะเป็นซัพพลายเออร์ในการผลิต และแบตเตอรี่ที่จะทำการผลิตขึ้นมาใหม่นี้จะถูกนำมาติดตั้งเข้าไปในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นแรกของมาสด้า ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถ EV โดยเฉพาะ โดยจะทำการผลิตขึ้นในโรงงานผลิตรถยนต์ของมาสด้า ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ คาดว่ากำลังการผลิตของโรงงานใหม่แห่งนี้จะอยู่ที่ 10 GWh ต่อปี

ภายใต้แผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง 2030 มาสด้าได้เตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าตามกลยุทธ์ Multi-solution เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดใหม่ เพื่อมีส่วนสนับสนุนและช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในการลดภาวะโลกร้อนในระยะยาว โดยเฉพาะแบตเตอรี่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า มาสด้าได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกับพานาโซนิค เอเนอร์จี เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2566 เพื่อจัดหาแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน รูปทรงกระบอก สำหรับใช้ในการประกอบในรถยนต์ ต่อมาในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา แผนการขยายการผลิตแบตเตอรี่และการพัฒนาเทคโนโลยีผ่านกระบวนการความร่วมมือในครั้งนี้ ก็ได้รับ

การรับรองจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (METI) กลายเป็น “แผนงานรับรองการจัดหาแบตเตอรี่” จากแผนงานดังกล่าว จะส่งผลทำให้มาสด้าสามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีลักษณะเฉพาะของมาสด้าให้กับลูกค้า โดยจะมาพร้อมกับการออกแบบที่เหนือระดับ ส่งมอบความสะดวกสบาย และการขับขี่ที่ให้ระยะทางไกลขึ้น นอกจากนั้น โรงงานใหม่แห่งนี้ ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างการจ้างงานในระดับท้องถิ่น รวมถึงช่วยพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

มาสด้าจะยังคงเดินหน้ายกระดับ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดมั่นในคุณค่าของ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ไปจนถึงปี 2030 และมุ่งมั่นที่จะมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าตื่นเต้นในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าทุกคน

 

บริดจสโตนส่งความสุขฉลองรับปีใหม่ มอบโปรโมชันสุดพิเศษแทนคำขอบคุณจากใจให้ลูกค้า “ปีใหม่เปลี่ยนยางใหม่ บริดจสโตนลดให้ทันที!”

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งความสุขฉลองปีใหม่ มอบของขวัญแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าเชื่อมั่นและวางใจให้เราดูแลตลอดการเดินทางเสมอมา ด้วยโปรโมชัน ปีใหม่เปลี่ยนยางใหม่ บริดจสโตนลดให้ทันที!” เมื่อซื้อยางบริดจสโตน หรือไฟร์สโตน รุ่นและขนาดที่ร่วมรายการ รับส่วนลดสุดพิเศษ 10%* ณ ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตนและไฟร์สโตน หรือศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT) ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568  – 28 กุมภาพันธ์ 2568

ยางบริดจสโตน รุ่นและขนาดที่ร่วมรายการ ได้แก่

  • TURANZA 6: 205/55R16, 215/55R16, 215/60R16, 215/55R17, 225/50R17
  • TURANZA T005A: 195/65R15, 205/65R16, 225/55R16, 225/60R16, 215/60R17, 225/40R18, 225/45R18, 235/45R18, 235/50R18
  • POTENZA Adrenalin RE004: 195/55R15, 205/50R17, 215/45R17, 215/50R17, 225/45R17, 225/40R18, 225/45R18, 235/40R18
  • ECOPIA EP150: 185/60R15, 185/65R15, 195/60R16
  • ECOPIA EP300: 185/60R15, 195/60R15, 195/65R15, 185/55R16, 205/60R16, 205/50R17, 215/50R17
  • ECOPIA H/L001: 245/70R16, 265/70R16, 215/60R17, 225/65R17, 265/65R17, 265/60R18, 265/50R20

ยางไฟร์สโตน รุ่นและขนาดที่ร่วมรายการ ได้แก่

  • F01: 185/65R15, 195/65R15, 215/55R17, 225/50R17
  • F01X: 195/55R15, 205/55R16

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3Dw2J0N แผนกลูกค้าสัมพันธ์บริดจสโตน โทร. 02-636-1555 หรือแผนกลูกค้าสัมพันธ์ค็อกพิท โทร.1369

*หมายเหตุ:

– ลูกค้าจะต้องทิ้งยางเก่าที่ติดมากับรถไว้ที่ร้านเท่านั้น

– ไม่สามารถรับสิทธิ์ร่วมกับโปรโมชันผ่อน 0%

– เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

– สงวนสิทธิ์ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น

– สิทธิ์ส่วนลดไม่สามารถแลกเปลี่ยน ทอนเป็นเงินสด หรือของรางวัลอื่นได้

“ซูซูกิ” เปิดแคมเปญพิเศษรับตลาดต้นปี SUZUKI ERTIGA SUPER FLASH DEAL ราคาพิเศษเริ่มต้น 555,000 บาท

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิเตรียมพร้อมในการรุกตลาดรถยนต์ปี 2568 อย่างเข้มข้น เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้อย่างกว้างขวางในราคาที่เหมาะสม ภายใต้ แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการยกระดับงานบริการในทุกด้าน เพื่อการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ ทำให้เราสามารถมอบคุณภาพของงานบริการที่ดีที่สุด รวมไปจนถึงการมอบโปรโมชันพิเศษให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ตอบแทนความไว้วางใจที่มอบให้แก่เราเสมอมา

ในปี 2568 นี้ ยังคงเป็นปีที่เราจะยังเดินหน้าในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดประเทศไทยในปีนี้อย่างแน่นอนแล้วนั้น เราจะยังนำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการหลากหลายเป็นอย่างมาก ซูซูกิในฐานะที่เป็นแบรนด์ผู้จำหน่ายรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายเซกเมนต์ไว้รองรับต่อความต้องการก็พร้อมจะนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบรับต่อความต้องการนั้น

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ซูซูกิ มีรถยนต์หลายรุ่นที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยและยังได้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมา โดยเฉพาะรถยนต์ในกลุ่มอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งหนึ่งในทางเลือกของรถยนต์สำหรับครอบครัวรุ่นหนึ่งของคนไทย คือ “SUZUKI ERTIGA HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” ที่มอบความคุ้มค่า ครบครันที่สุดให้แก่ผู้บริโภค

ในโอกาสนี้เพื่อเป็นการตอบรับต่อความไว้วางใจของลูกค้ารวมถึงเป็นการกระตุ้นตลาดที่กำลังแข่งขันอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี ซูซูกิ จึงเตรียมจัดแคมเปญ “SUZUKI ERTIGA SUPER FLASH DEAL” มอบให้แก่ลูกค้าที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI ERTIGA HYBRID ทุกท่าน

โดยแคมเปญ SUZUKI ERTIGA SUPER FLASH DEAL”  จะมาพร้อมกับการมอบราคาพิเศษสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ SUZUKI ERTIGA HYBRID ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2568- 28 กุมภาพันธ์ 2568 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)  ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 555,000 บาท นอกจากนั้นลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ SUZUKI ERTIGA HYBRID ได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง(ปีแรก)  และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ราคาจำหน่ายพิเศษ SUZUKI ERTIGA HYBRID

รุ่น ชนิดเกียร์ ราคาจำหน่ายเดิม (บาท) ราคาจำหน่ายพิเศษ (บาท)
ERTIGA HYBRID  GL อัตโนมัติ 783,000.- 555,000.-
ERTIGA HYBRID  GX อัตโนมัติ 839,000 599,000.-

 

ทั้งนี้ SUZUKI ERTIGA HYBRID มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มีขนาดมิติความยาว 4,395 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,735 และความสูง 1,690 มิลลิเมตร มาพร้อมเทคโนโลยี SHVS ระบบไฮบริดของซูซูกิ ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION นอกจากจะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ยังเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี

SUZUKI ERTIGA HYBRID โดดเด่นด้วยดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าโครเมียมผสมผสานด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน GuideMe (Automatic turn-on/off headlight with guide me functionality) ไฟท้ายแบบ LED แบบ Light Guides และสัญลักษณ์ Hybrid ที่บริเวณประตูด้านท้าย กระจกมองข้างพับอัตโนมัติ (Auto Retractable Outside Mirror) ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทน ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมฟังก์ชันการปรับพับเบาะที่เหมาะกับทุกการใช้งาน เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40 แถวที่สามแบบ 50:50 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร จัดสรรสัมภาระได้อย่างลงตัวกับพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์บริเวณใต้ห้องเก็บสัมภาระ เปิด-ปิด ได้อย่างอิสระ 50:50

แพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP และการปรับแต่ง module ยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ Idling Stop ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether, กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

ทั้งนี้ แม้ซูซูกิจะต้องเผชิญการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงสภาวะการหดตัวลงของตลาดและความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ แต่ในช่วงที่ผ่านมาเรายังคงรักษาระดับยอดขายรถยนต์ไว้ได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งนอกจากต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างสูงแล้วนั้น ต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทำงานอย่างหนัก จึงขอให้ลูกค้าซูซูกิทุกท่านเชื่อมั่นได้ว่า  เราจะยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยึดความสำคัญด้านการบริการทั้งก่อนและหลังการขายเป็นที่ตั้ง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ โดยซูซูกิสามารถสร้างยอดขายสะสมนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 312,748 คัน

อย่างไรก็ตาม ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกจากเป็นแนวทางในการยึดมั่นให้เราพัฒนางานบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าแล้ว ยังเป็นโครงการที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและคนไทยทุกท่าน ว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

NEW MG4 ELECTRIC เติมสปอยเลอร์ TWIN ARROW WING เสริมหล่อทุกรุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ 0% 60 เดือน

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดศักราชใหม่ด้วยการเสริมสปอยเลอร์หลังให้กับ NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นย่อย เพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับ NEW MG4 ELECTRIC พร้อมราคาเริ่มต้น 709,900 บาท ข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% 60 เดือน และการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน และไม่จำกัดระยะทาง

 

NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ เอ็มจี ที่เป็นโกลบอลโมเดล ส่งมอบให้กับลูกค้าแล้วมากกว่า 12,000 คัน โดยได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก ในเรื่องการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์รวมถึงการออกแบบที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน ได้รับการรับรอง “Made in Thailand (MiT)” ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ EV OF THE YEAR ปี 2023 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้ ทาง เอ็มจี ได้มีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย เพื่อให้หมดกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว พร้อมตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าชาวไทย โดยจะมีการเสริมสปอยเลอร์ TWIN ARROW WING เพิ่มในรุ่นเริ่มต้น

ณ ปัจจุบัน NEW MG4 ELECTRIC มี ทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น D ราคา 709,900 บาท
  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ราคา 809,900 บาท
  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น V (LONG RANGE) ราคา 889,900 บาท
  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X POWER ราคา 1,119,900 บาท

 

ข้อเสนอสุดพิเศษจาก NEW MG4 ELECTRIC ราคาเริ่มต้น 709,900 บาท

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนชำระนาน 60 เดือน
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand