Home Blog Page 108

RIDDARA ชวนสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% พร้อมรับข้อเสนอพิเศษก่อนเปิดราคา วันนี้ถึง 23 ตุลาคม 2567ที่ เซ็นทรัล พระราม 2

0

RIDDARA เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมและสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ก่อนเผยโฉมจริงพร้อมราคาอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ RIDDARA วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น

RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้า ในเครือ GEELY Holding Group กลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ยกขบวนรถกระบะไฟฟ้า 100% มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมโชว์ศักยภาพของการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานรถกระบะรูปแบบใหม่และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มผู้รักการเดินทางและชื่นชอบการทำกิจกรรม Outdoor ได้อย่างลงตัว

(หมายเหตุ: รถที่จัดแสดงภายในงานเป็นรถต้นแบบภายใต้แบรนด์ RADAR ที่จำหน่ายในประเทศจีนเท่านั้น โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์พร้อมราคาจัดจำหน่ายของรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA รุ่นที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 29 ตุลาคมนี้)

RIDDARA มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าก่อนเปิดราคาอย่างเป็นทางการเฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนดก) และรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) โดยสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่งาน First Charge, First Meet RIDDARA หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.riddara.com/

พบกับ RIDDARA รถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

“Leapmotor International” ส่งมอบรถ “SUV C10” ล็อตแรก จากประเทศจีนไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

0
Leapmotor 1

Leapmotor International เป็นบริษัทที่มีการร่วมทุนโดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 51/49 ระหว่าง Stellantis และ Leapmotor เราได้จัดส่งรถไฟฟ้า Leapmotor SUV C10 ล็อตแรกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไปยังท่าเรือต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือครั้งนี้ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการนำเสนอการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี เพื่อเข้าสู่ตลาด EV ในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Leapmotor 2

รถไฟฟ้า SUV C10 ของ Leapmotor นั้น มาพร้อมกับเทคโนโลยี EV อันล้ำสมัย มีประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงานในการขับขี่อย่างดีที่สุด ซึ่ง Leapmotor เป็นแบรนด์ EV สตาร์ทอัพ อันดับ 3 ของประเทศจีน และยังที่มียอดจัดจำหน่ายมากถึง 460,000 คัน ในเดือนมกราคมจนถึงเดือนกันยายน ปี 2024 การจัดส่งรถไฟฟ้า SUV C10 ของแบรนด์ Leapmotor ในเดือนตุลาคมนี้นั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือแบบระยะยาวที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนตลาดรถไฟฟ้าในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเราวางแผนเอาไว้ว่าจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และพร้อมและจำหน่ายอย่างน้อยหนึ่งรุ่นในทุกๆ ปี และในอีก 3 ปีต่อไป

Leapmotor 3

 

“นิสสัน” เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในปี 2026

0
นิสสัน 1

นิสสัน” ประกาศเปิดตัวระบบชาร์จแบบสองทิศทางในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นในปี 2026 โครงการนี้สานต่อความมุ่งมั่นใน The Arc ซึ่งเป็นแผนธุรกิจของนิสสัน ที่จะส่งมอบนวัตกรรมที่แตกต่างอันจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งนำเสนอช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ นอกจากนี้ โครงการฯ ยังสนับสนุนวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทหรือ Ambition 2030 เพื่อสร้างโลกที่สะอาดมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นิสสัน 2

เทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้าหรือ Vehicle-to-grid (V2G) ช่วยให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้ไฟฟ้าที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อจ่ายไฟให้บ้านหรือขายกลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้

รถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งเทคโนโลยี V2G สามารถมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการ และเพิ่มการผสมผสานพลังงานที่สามารถหมุนเวียนได้ใหม่ให้เข้ากับแหล่งพลังงานโดยการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากลมหรือแสงอาทิตย์ และส่งพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าหรือ Grid เมื่อจำเป็น ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล

ฮิวจ์ เดสมาร์เชลิเยร์ รองประธานฝ่ายระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกของนิสสัน (Hugues Desmarchelier, vice president of Nissan’s global electrification ecosystem & EV programs) กล่าวว่า “เทคโนโลยีนี้ที่เราจะนำเสนอให้กับลูกค้าถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแนวคิดของเราเกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B เท่านั้น แต่ยังเป็นหน่วยจัดเก็บพลังงานเคลื่อนที่ ที่ช่วยประหยัดเงินให้กับผู้คน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้เราเข้าใกล้อนาคตที่ปลอดคาร์บอนมากยิ่งขึ้น”

นิสสัน 3

โครงการนี้เกิดจากประสบการณ์อันยาวนานของนิสสัน ในเทคโนโลยี V2G โดยมีโครงการนำร่องทั้งหมดประมาณ 40 โครงการที่ดำเนินการในตลาดต่างๆ ทั่วโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากการทดลองใช้ที่ประสบความสำเร็จเป็นเวลาหนึ่งปีที่มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม สหราชอาณาจักร นิสสันได้กลายเป็นบริษัทผลิตรถยนต์แห่งแรกที่ได้รับการรับรองรหัส G99 Grid* พร้อมโซลูชันที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ** ซึ่งใบรับรอง G99 ช่วยให้ผู้ที่ได้รับการรับรองสามารถจ่ายไฟฟ้ากลับให้กับแหล่งพลังงานแห่งชาติของสหราชอาณาจักรได้

การทดลองครั้งนี้ยังให้โอกาสอันมีค่าในการตรวจสอบระบบสองทิศทางที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับและไฟฟ้ากระแสตรงที่ปรับขนาดได้ และรวมถึงได้รับคำติชมจากลูกค้าเพื่อการปรับปรุงการบริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

นิสสัน 4

ภายใต้ชื่อบริษัท Nissan Energy บริษัทมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้าหรือ V2G ในสหราชอาณาจักรก่อน จากนั้นจึงตามด้วยตลาดอื่นๆ ในยุโรป โดยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้โซลูชัน V2G ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับหรือไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในแต่ท้องถิ่นได้

ในฐานะหนึ่งในระบบสองทิศทางที่นิสสัน วางแผนที่จะนำเสนอ ระบบสองทิศทางไฟฟ้ากระแสสลับที่ผ่านการรับรองในสหราชอาณาจักรนี้จะใช้เครื่องชาร์จในตัวเพื่อให้ต้นทุนในการเข้าถึงสามารถจับต้องได้ ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้มากขึ้น โดยนิสสันมีเป้าหมายที่จะนำเสนอเครื่องชาร์จไฟฟ้าสองทิศทางแบบกระแสสลับในราคาที่เทียบได้กับเครื่องชาร์จไฟฟ้าทิศทางเดียวที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน

ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนในการเข้าถึงแล้ว ระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้า (V2G) ของ นิสสันยังช่วยให้ลูกค้าควบคุม และมีความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ผ่านแอปพลิเคชันอีกด้วย

การเปิดตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของนิสสัน ในการสร้างระบบนิเวศพลังงานแบบบูรณาการอย่างสมบูรณ์ โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน นั้นให้การขนส่งที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ชาร์จด้วยพลังงานสะอาด และสามารถจ่ายไฟให้กับบ้านเรือน และโครงข่ายไฟฟ้าได้
* อ้างอิงตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2024
** ใบรับรอง AC จากรหัสกริด G99 ของสหราชอาณาจักรโดย TUV Rheinland
*** ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบในอนาคต
**** ราคาสำหรับฮาร์ดแวร์ ไม่รวมค่าติดตั้ง

 

“มาสด้า” มัดใจลูกค้าเก่าขับเกิน 100,000 รับคูปอง 1,000 บาท เมื่อนำรถเข้าเช็กครบทุกระยะที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ

0
มาสด้า 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ส่งแคมเปญพิเศษ “THANK YOU FOR 100,000 km OF TRUST ขอบคุณกว่าแสนกิโลเมตรที่ไว้ใจให้มาสด้าดูแล” มอบคูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท ให้กับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่ เพื่อแทนคำขอบคุณที่ไว้ใจเข้าเช็กระยะกับศูนย์บริการตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กม. ตอกย้ำถึงคำมั่นสัญญาจากมาสด้าที่ต้องการดูแลลูกค้าและรถยนต์ของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่ได้สิทธิ์จะได้รับ SMS แจ้งทางมือถือที่ลงทะเบียนไว้กับศูนย์บริการ

นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้จัดการทั่วไปแผนกบริการลูกค้า บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของมาสด้า ไม่ได้มีเพียงแค่การผลิตรถยนต์ที่มีสมรรถนะการขับขี่สูงเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการดูแลหลังการขายที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถไปตลอดอายุการใช้งาน (Ownership Experience) อันตอกย้ำถึงแนวทางปฏิบัติของมาสด้าในการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์ (Customer ExperienceManagement) ซึ่งเป็นปณิธานที่มาสด้ายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด ซึ่งแนวทางเหล่านี้ ยังคลอบคลุมถึงการช่วยดูแลรถยนต์ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอด้วยการให้บริการเช็กระยะรถเมื่อครบกำหนดตามรอบ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งมาสด้าได้วางมาตรฐานในเรื่องบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้ผ่านมาตรฐานการอบรมจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนอะไหล่ จะได้อะไหล่แท้ที่มีคุณภาพจากมาสด้า ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถทุกคันที่นำมาเข้าศูนย์บริการจะได้รับการตรวจสอบอย่างดีและสามารถนำกลับไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล

มาสด้า 3

มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้มาสด้าดูแลรถยนต์คู่ใจ ด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่ ที่นำรถเข้าเช็กระยะกับศูนย์บริการตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กม. ภายในเดือนกรกฎาคม 2567 ผ่านแคมเปญ “THANK YOU FOR 100,000 km OF TRUST ขอบคุณกว่าแสนกิโลเมตร ที่ไว้ใจให้มาสด้าดูแล” รับคูปองส่วนลดเงินสดมูลค่า 500 บาท จำนวน 2 ใบ (รวมมูลค่า 1,000 บาท) ให้กับลูกค้าเพื่อนำรถกลับไปเข้าเช็กระยะในรอบที่ 11 หรือ 100,001 กม. ขึ้นไป เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขการรับคูปองดังนี้
•ลูกค้ามาสด้าที่นำรถเข้าเช็กระยะครบทุกครั้งตามรอบการบำรุงรักษา (ทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม.) ตามอายุรถ เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี หรือ 100,000 กม. ขึ้นไป
•มีการนำรถเข้าเช็กระยะครั้งล่าสุดภายในเดือนกรกฎาคมปี 2567

เมื่อลูกค้าลงทะเบียนแล้วและต้องการเข้ารับบริการ ต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าและแสดงคูปองใน Line@ Official Mazda Sky Journey (LINE ID: @SkyJourney) เพื่อยืนยันสิทธิ์ คูปองสามารถใช้ได้ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 หรือ ตามวันที่ระบุในคูปอง ทั้งนี้ เมื่อนำรถเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการมาสด้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับการรองรับมาตรฐาน โดย มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพื่อช่วยดูแลรถของลูกค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด สามารถนำรถกลับไปใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวล

“ต่อจากนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการผลักดันแคมเปญพิเศษ ภายใต้ “Mazda Family” เพื่อดูแลรถยนต์และมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่อย่างต่อเนื่อง โปรดติดตามความเคลื่อนไหวได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางของมาสด้าในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แทนคำขอบคุณที่ไว้วางใจและให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการได้ครอบครองรถยนต์มาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน” นายศราวุฒิ กล่าวเสริม

สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับคูปองส่วนลดหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mazda.co.th/services-thank-you-campaign/ หรือ สอบถามรายละเอียดผ่านทาง Mazda Speed Line โทรศัพท์ 02-030-5666
หมายเหตุ:
•สำหรับลูกค้าที่ได้สิทธิ์จะได้รับ SMS แจ้งทางมือถือที่ลงทะเบียนไว้กับศูนย์บริการ
•สามารถใช้คูปองส่วนลดครั้งที่ 2 ได้ เมื่อใช้สิทธิ์ครั้งแรกไปแล้ว และครบกำหนดเข้ารับบริการเช็กระยะในครั้งถัดไปเท่านั้น
•คูปองส่วนลดนี้สามารถใช้ได้ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 หรือ ตามวันที่ระบุในคูปองเท่านั้น
•คูปองส่วนลดนี้ไม่สามารถโอน เปลี่ยน แลก หรือทอนเป็นเงินสดได้
•บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบคูปองส่วนลดให้กับรถยนต์มาสด้าที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

วิริยะประกันภัย ลุยพื้นที่มอบอุปกรณ์ดำรงชีพ ส่งมอบความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแม่สาย จ.เชียงราย

0

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รับมอบอุปกรณ์ดำรงชีพ ได้แก่ ชุดเครื่องครัวและที่นอนปิกนิก จำนวน 3,000 ชุด มูลค่า 2,500,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชัย) โดยมี นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนมอบ ร่วมกับ มูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น แก่ผู้ประสบอุทกภัยชุมชนบ้านเกาะทราย จำนวนกว่า 700 หลังคาเรือน รวมถึงชุมชนในตำบลแม่สายโดยรอบ ให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ โดยกลุ่มวิริยะจิตอาสา ได้ร่วมขนย้ายอุปกรณ์ดำรงชีพ เพื่อกระจายมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

สำหรับ พื้นที่บ้านเกาะทราย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้น ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยหลายระลอก ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถกลับเข้าไปยังที่อยู่อาศัย และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ กลุ่มวิริยะจิตอาสาจึงดำเนินการสนับสนุนการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนบ้านเกาะทรายและบริเวณใกล้เคียงได้รับการบรรเทาทุกข์โดยเร็ว ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป ด้วยความตระหนักถึงการดำเนินภารกิจเพื่อสังคมและการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ในทุกสถานการณ์

“อีซูซุ” ส่งปิกอัพทางเลือกใหม่ “Isuzu D-Max MHEV” ขุมพลังดีเซล 1.9 ไฮบริด ตั้งราคา 1.145 ล้านบาท เริ่มจำหน่าย 20 พ.ย.นี้

0
ISUZU 1

อีซูซุส่งรถปิกอัพ “Isuzu D-Max MHEV” ทางเลือกใหม่…เพื่อโลกที่ดีขึ้น กับเทคโนโลยี Mild Hybrid ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการออกตัว การประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น “Isuzu D-Max Hi-lander 1.9 Ddi MHEV” เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุก โดโลไมท์ ราคา 1,145,000 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 พร้อมสานต่อ “นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลกและระดับประเทศ” ผ่าน “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)

ISUZU 2

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากนโยบายส่งเสริม “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” หรือ Multi-pathways to Carbon Neutrality ที่อีซูซุประกาศไว้เมื่อเดือนมีนาคม ในครั้งนี้อีซูซุได้เดินหน้าผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ทางเลือกรูปแบบใหม่ กับ “Isuzu D-Max MHEV” เทคโนโลยี Mild Hybrid ทางเลือกใหม่… เพื่อโลกที่ดีขึ้น ซึ่งผ่านการทดสอบภายใต้สภาพการใช้งานจริงทั่วประเทศมาแล้ว เหมาะสำหรับกลุ่มคนในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ที่ใช้งานส่วนตัวหรือใช้งานในเมืองเป็นหลัก รวมถึงลูกค้าที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการออกตัว การประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น “Isuzu D-Max Hi-lander 1.9 Ddi MHEV” เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุก โดโลไมท์ ราคา 1,145,000 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 อีซูซุเชื่อมั่นว่ารถเพื่อการพาณิชย์ทางเลือกรูปแบบใหม่นี้ และโปรเจกต์ความเป็นกลางทางคาร์บอนต่าง ๆ ของเรา อาทิ การพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ โดยการทดสอบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสม HVO น้ำมันไบโอดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่สังเคราะห์จากน้ำมันพืชใช้แล้ว และการส่งเสริมการทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย จะช่วยให้อีซูซุสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ ควบคู่ไปกับการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนในการเข้าสู่สังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการรับมือกับโลกยานยนต์อนาคต”

ISUZU 5

Isuzu D-Max MHEV เทคโนโลยี Mild Hybrid ตอบโจทย์การขับขี่ในยุคปัจจุบัน และตอบรับกับโลกแห่งอนาคต ในรุ่น “Isuzu D-Max Hi-lander 1.9 Ddi MHEV” เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุก โดโลไมท์ ราคา 1,145,000 บาท มาพร้อมกับ

ใหม่! เครื่องยนต์ 1.9 Ddi MHEV มาตรฐาน EURO 5 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมการขับเคลื่อนรถยนต์ที่ช่วยในการออกตัวและขณะที่เร่งเครื่องและระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะถอนคันเร่งหรือเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า (REGENERATIVE BRAKING SYSTEM)

ISUZU 9

แบตเตอรี่ไฟฟ้า ขนาด 48 โวลต์ 8.4 แอมป์ ความจุ 370 วัตต์-ชั่วโมง เพื่อช่วยลดการปล่อยไอเสียและสามารถปั่นไฟเพื่อชาร์จพลังงานเมื่อถอนคันเร่ง (Engine Brake) ตามมาตรฐาน EURO 5

หน้าจอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว พร้อมสัญลักษณ์การชาร์จแบตเตอรี่ แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ปรับเปลี่ยนดีไซน์หน้าจอได้ 2 สไตล์ และเชื่อมต่อข้อมูลกับ Infotainment Display สะดวกยิ่งขึ้น

การรับประกัน
– เครื่องยนต์ 1.9 Ddi 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
– แบตเตอรี่ Mild Hybrid 10 ปี หรือ 350,000 กิโลเมตร
– ระบบ Mild Hybrid 5 ปี หรือ 175,000 กิโลเมตร

 

 

“ALL-NEW TOYOTA CAMRY” เปิดตัวพร้อมจำหน่าย 3 รุ่น ราคาเริ่มต้น 1.455 – 1.789 ล้านบาท

0
All New Camry 1

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฮบริด ด้วยแนวคิด “TOYOTA TRUSTED HYBRID” ที่สร้างชื่อเสียงและความไว้วางใจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมยกระดับความมั่นใจ เป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยในครั้งนี้ได้มีการแนะนำ ALL-NEW CAMRY รถยนต์ Hybrid Medium Size Sedan สมบูรณ์แบบด้วยความหรูหรา ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายครบครัน และมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานโตโยต้า พร้อมด้วยสมรรถนะและฟีเจอร์ที่เพิ่มมากขึ้น ในราคาพิเศษช่วงแนะนำที่น่าดึงดูดใจยิ่งกว่าเคย เริ่มต้นที่ 1,455,000 บาท – 1,789,000 บาท

All New Camry 2

ALL-NEW CAMRY มากับดีไซน์ภายนอกใช้ธีมการออกแบบ Energetic Beauty ด้านหน้าดีไซน์แบบ Hammerhead ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้าย Full LED ดีไซน์ทันสมัย พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว ให้ความรู้สึกสปอร์ต แต่ยังคงความหรูหรา

All New Camry  3

All New Camry 5

ห้องโดยสารออกแบบพิเศษ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง กว้างขวาง สบายตา Panoramic Roof แบบเปิดได้ พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า บริเวณที่นั่งฝั่งผู้ขับ ถูกออกแบบให้มีลักษณะแบบ Cockpit ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงในขณะขับ วัสดุภายในคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างประณีต เรียบง่ายแต่ทันสมัย เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ Smooth Leather และหนังสังเคราะห์ โทนสีภายในให้เลือก 2 โทนสี คือ Black Interior และ Yellow Brown Interior พิเศษเฉพาะรุ่น HEV PREMIUM LUXURY สีเงิน Precious Metal และสีขาว Platinum White Pearl

All New Camry  7

All New Camry 8

All New Camry 9

ทุกรุ่นย่อย ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 227 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้น้ำมัน 25 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO STICKER โดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ) มาพร้อมประโยชน์มากมายจาก TNGA เช่น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดอาการโคลงตัว ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone Suspension โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง รองรับแรงบิด เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน

All New Camry  10

All New Camry 11

อัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้ง มาตรวัด และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อม T-Connect, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger, ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB, ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH, พวงมาลัยปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจำและเลื่อนอัตโนมัติขณะเข้า-ออกจากตัวรถ, เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังแท้ Smooth Leather และหนังสังเคราะห์, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support แบบไฟฟ้าและ Seat Ventilator, เบาะนั่งผู้ขับพร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง, เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งด้านข้างพนักพิง, เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับพนักพิงไฟฟ้า, แผงควบคุมระบบสัมผัสแบบดิจิทัล Capacitive Touch Controller, ม่านบังแดดกระจกหลังปรับไฟฟ้า, ม่านบังแดดประตูหลัง, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 3 โซน ปรับอิสระแยกซ้าย ขวา และหลัง, ลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง

All New Camry 12

All New Camry 14

All New Camry  16

ติดตั้งระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE ในทุกรุ่นย่อย, กล้องมองรอบคันที่มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น, ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู Safe Exit Assist, ระบบช่วยเตือนขณะจอดรถ พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ PKSB และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย

All New Camry 16

เลือกเป็นเจ้าของ ALL-NEW CAMRY ได้ 3 รุ่นย่อย ด้วยสีภายนอก 4 สี และสีภายใน 2 สี
สีภายนอก
• สีเงิน Precious Metal ใหม่ • สีเทา Cement Gray Metallic ใหม่
• สีขาว Platinum White Pearl • สีดำ Attitude Black Mica
สีภายใน
• สีน้ำตาล Yellow Brown Interior* ใหม่ • สีดำ Black Interior
ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
HEV SMART ราคา 1,475,000 บาท**
HEV PREMIUM ราคา 1,659,000 บาท**
HEV PREMIUM LUXURY ราคา 1,809,000 บาท**
ตัดสินใจเป็นเจ้าของ ALL-NEW CAMRY วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ!***
ราคาพิเศษช่วงแนะนำ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
HEV SMART ราคา 1,455,000 บาท**
HEV PREMIUM ราคา 1,639,000 บาท**
HEV PREMIUM LUXURY ราคา 1,789,000 บาท**
All New Camry  18

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ ตั้งแต่วันที่ 10-31 ตุลาคม 2567***
-ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.59% (ดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน) หรือ
-ทางเลือกที่ 2: ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม
-รับข้อเสนอพิเศษขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+ มูลค่า 47,000 บาท

ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
-และขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
* เป็นตัวเลือกในรุ่น HEV PREMIUM LUXURY สีเงิน Precious Metal และสีขาว Platinum White Pearl
** สำหรับสี Platinum White Pearl, Precious Metal และ Cement Gray เพิ่ม 10,000 บาท
*** และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2567 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

และพบทางเลือกในการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน ในราคาเริ่มต้นเพียง 24,900 บาท ต่อเดือน พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พรบ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา

สัมผัสอีกระดับแห่งความสมบูรณ์แบบ กับ ALL-NEW CAMRY ณ Toyota ALIVE บางนา ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม เป็นต้นไปและงาน TOYOTA GOOD DAY GOOD DEAL ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดเดือนตุลาคม ศกนี้
•วันที่ 10-15 ตุลาคม ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 Central Ladprao
•วันที่ 17-21 ตุลาคม ณ ลานเซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น G Future Park Rangsit
•วันที่ 24-28 ตุลาคม ณ ลานกิจกรรม ชั้น G Central Westville

พบกับกิจกรรมเปิดตัว ALL-NEW CAMRY: Experience The Progress Day ในวันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ ณ โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศจองทดลองขับ ALL-NEW CAMRY และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบได้ที่ https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation

ไพรม์มัส กรุ๊ป ต่อยอดความสำเร็จ ทุ่มงบ 50 ล้าน ผุดโชว์รูม ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี มุ่งเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า

0

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” ต่อยอดความสำเร็จ เสริมความแกร่งกลุ่มธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ผุด “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” โชว์รูม-ศูนย์บริการครบวงจรใหญ่สุดในไทย รับเศรษฐกิจขยายตัวในอนาคต ชู 3 กลยุทธ์ มัดใจลูกค้าภาคตะวันออก มุ่งเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า และขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถ EV ประเดิมจัดโปร ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนาน 48 เดือน หมดเขต 31 ต.ค.นี้

 

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานกลุ่มบริษัท ไพรม์มัส กรุ๊ป และกลุ่มบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOAVH) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการพัฒนาเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดกว้างสำหรับรถยนต์แบรนด์ใหม่ ทำให้มีบริษัทรถยนต์เข้ามาเปิดตลาดในไทยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดตื่นตัวและมีการแข่งขันมากขึ้น

ในฐานะที่ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นกลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน ผนวกกับแนวคิดของ  “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่จะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อม จึงเลือกเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีศักยภาพครอบคลุมทุกด้าน โดยได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจาก  CHANGAN แบรนด์รถยนต์ชั้นนำ 1 ใน 4 ของจีน และ อีเทอร์นิตี้แอทวัน : Eternity At One บริษัทมืออาชีพด้านการดูแลธุรกิจกลุ่มผุ้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Deepal แต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal อย่างเป็นทางการ  ในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ขณะที่จังหวังชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงระดับประเทศ และเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ทำให้มีการลงทุนเมกกะโปรเจ็คจากภาครัฐ-เอกชนจำนวนมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตลาดรถยนต์โดยรวมของชลบุรีที่มีการขยายตัวมากขึ้น โดยเป็นตลาดใหญ่มียอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร

ประกอบกับ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” มีความชำนาญและประสบการณ์การทำตลาดรถยนต์ในเขตพื้นที่ชลบุรี ทั้งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของเรา ทำให้เชื่อมั่นว่า การลงทุนก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ด้วยเม็ดเงินกว่า 50 ล้าน บนพื้นที่เกือบ 4 ไร่ ที่มีบริการครบวงจร จะช่วยต่อยอดความสำเร็จในการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” และแบรนด์รถยนต์ Deepal ได้อย่างแน่นอน

“การพิธีเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ในการทำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการดูแลและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกมิติ เพราะสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของเรา ไม่ใช่เพียงการซื้อรถยนต์ แต่รวมถึงการดูแลอย่างจริงใจและดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”

คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า ที่มุ่งเน้นกลุยทธ์หลักในการบริหารงาน คือ 1.การบริการครบวงจรจบในที่เดียว 2.ทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ และ 3.การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ที่ผ่านบทพิสูจน์ความสำเร็จจากการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ทั้งสาขาเลียบด่วน และสาขาพัทยา ด้วยการเติบโตของยอดจำหน่ายและจำนวนรถยนต์ที่เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี และที่ภาคภูมิใจมากสุด คือ การได้คะแนน CSI สูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำกลยุทธ์แห่งความสำเร็จนี้ มาใช้ในการบริหารงานที่  “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” และสาขาต่างๆ ของ ไพรม์มัส กรุ๊ป

สำหรับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท-อ่างศิลา มีพื้นที่รวมทั้งหมด 6,290 ตร.ม.นับเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการดีพอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดไทย  โดยด้านหน้าเป็นโชว์รูมจัดแสดงรถยนต์ Deepal ทุกรุ่น ทุกแบบ ได้มากกถึง 10 คัน และโซนรับรองลูกค้าที่กว้างขวาง สะดวกสบาย สำหรับรองรับการเข้ารับบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มที่คัดสรรสำหรับลูกค้าคนสำคัญ พร้อมห้องรับรองลูกค้าแบบ Exclusive ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ และโซนส่งมอบรถยนต์ในแบบ Private ที่จะร่วมส่งมอบความประทับใจในการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

ส่วนอาคารด้านหลัง เป็นศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร มีพื้นที่ร่วม 1,000 ตร.ม. พร้อมช่องซ่อม 8 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากถึง 500 คัน/เดือน  โดยมีบริการซ่อมแซม การบำรุงรักษา และการดูแลรถยนต์ Deepal ทุกรุ่น ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ มากประสบการณ์ด้านการขายและบริการหลังการขาย ทั้งผ่านการอบรมทุกหลักสูตรตามมาตรฐานของ Changan นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมืออุปกรณ๋ที่ทันสมัยตามมาตรฐานของบริษัทแม่ เพื่อการรองรับงานบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว พร้อมมีบริการรับซ่อมจากบริษัทประกันชั้นนำมากมาย และบริการยกรถเข้าซ่อมฟรี กรณีเกิดอุบัติเหตุ

นายจิระพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี ” มีนโยบายที่จะสร้างศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานระดับสูง สำหรับให้บริการรถยนต์ Deepal บริเวณพื้นที่ด้านหลังศูนย์บริการ เพื่อรองรับความต้องการให้แก่ลูกค้าแบบครบวงจร คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการ ประมาณเดือนพฤศจิกายน ศกนี้

และเพื่อให้ลูกค้าได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์ที่โดดเด่น สวยงาม ทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ของ Deepal ทาง “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ได้จัดแสดงรถยนต์ Deepal ให้เลือกชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิดครบทุกรุ่น ได้แก่

1.Deepal S07 รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้า 100% โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Deepal S07 Standard Range ราคา 1,399,000 บาท และรุ่น Deepal S07 Long Range ราคาจำหน่าย 1,499,000 บาท

2.Deepal L07 รถสปอร์ต ฟาสต์แบ็ก ที่สวยงาม โฉบเฉี่ยว ทันสมัย การันตีด้วยรางวัลด้านดีไซน์ระดับโลก Red Dot Long Range ราคาจำหน่าย 1,329,000 บาท

3.Lumin EV City Car ยานยนต์ไฟฟ้าสุดคิวท์สำหรับคนในเมือง มีให้เลือกทั้งระบบชาร์จแบบ AC และ DC ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 479,000 บาท

พร้อมแคมเปญสุดพิเศษ “Deepal Big Deal” เมื่อจองรถยนต์ Deepal รุ่น S07 และรุ่น L07 รับฟรี! ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 + พ.ร.บ. นานสุด 2 ปี และทุกรุ่น รับ Deepal Premium Care มูลค่า 250,000 บาท พิเศษ! เฉพาะรุ่น L07 รับ Cashback มูลค่า 40,000 บาท

หรือเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Lumin รับข้อเสนอโปรแกรมช่วยผ่อนนาน 1 ปี มูลค่า 36,000 บาท รับฟรี! ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้น1 + พ.ร.บ. นานสุด 2 ปี พิเศษ! รับ Cashback มูลค่า 12,500 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อเครื่องชาร์จและค่าติดตั้ง ในราคาพิเศษเพียง 14,999 บาท  จากราคาเต็ม 24,999 บาท หมดเขต 31 ตุลาคมศกนี้

และยังมีเซอร์วิสแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้า Deepal ทุกรุ่น รับบริการตรวจเช็ครถฟรี 41 รายการ เฉพาะที่ศูนย์บริการ ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี และ รามคำแหงเท่านั้น ถึงวันที่ 31 ตุลาคม ศกนี้

ผู้ใดสนใจต้องการจองเป็นเจ้าของรถยนต์ Deepal สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายการเข้ารับบริการต่างๆ ได้ที่หมายเลข 038 288 555 หรือ Line : @primuschonburi

ZEEKR เปิดตัว “แจ๊คกี้ – จักริน” และ “เบ็คกี้ – รีเบคก้า” Friends of ZEEKR X ตอกย้ำภาพลักษณ์ยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี

0

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ประกาศแต่งตั้ง แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย และ เบ็คกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ในฐานะ Friends of ZEEKR X สะท้อนกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มคนเมืองยุคใหม่ที่ใส่ใจไลฟ์สไตล์ และย้ำจุดยืนการเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ นวัตกรรม และความหรูหรา โดย ZEEKR X เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะกับดีไซน์ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างลงตัว

แจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย และ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง คือภาพสะท้อนอันงดงามของคนรุ่นใหม่ผู้มีพรสวรรค์อันหลากหลายและอัตลักษณ์อันโดดเด่น แจ็คกี้ – ศิลปินผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือทั้งในด้านดนตรีและการแสดง ส่วนเบ็คกี้ – นักแสดงลูกครึ่งไทย-บริติช ผู้สร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าเป็นตัวของตัวเอง ทั้งสองคนต่างเป็นไอคอนแห่งยุคสมัยที่ไม่เพียงสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า แต่ยังปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ การที่พวกเขาได้เป็นตัวแทนของ ZEEKR X จึงเป็นการผสานวิสัยทัศน์อันก้าวล้ำ ที่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าการขับขี่ธรรมดา สู่การเดินทางที่เต็มเปี่ยมด้วยสุนทรียภาพและความหมาย

เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ZEEKR มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี ที่ไม่เพียงโดดเด่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างประณีต และเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ยกระดับไลฟ์สไตล์ทุกการเดินทาง ซึ่งการเปิดตัว Friends of ZEEKR X เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณแจ็คกี้และคุณเบ็คกี้ ซึ่งมีวิสัยทัศน์และสไตล์ที่สอดคล้องกับแบรนด์ของเรา ตอกย้ำให้เห็นว่า ZEEKR X คือยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ชื่นชอบนวัตกรรมและมองหารถยนต์ไฟฟ้าไฮเอนด์ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่น หรูหรา สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ZEEKR X โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียที่ผสานความหรูหราและความทันสมัยพร้อมหลังคากระจกพาโนรามา และมาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ รวมถึงความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรประดับ 5 ดาว โดยมีทั้งหมด 5 โทนสี ได้แก่ สีขาว Crystal White, สีครีม Palace Beige, สีเขียว Pine Green, สีเทาเข้ม Grid Grey และ สีเทาพิเศษ Mist Grey ซึ่ง ZEEKR X มาพร้อมสองรุ่นหลักได้แก่ รุ่น Standard ที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยว ระบบขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 272 แรงม้า ระยะทางขับขี่สูงสุด 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน เช่น ไฟหน้า Full LED, หลังคา Panoramic Glassroof และล้อขนาด 18 นิ้ว ในราคา 1,199,000 บาท และรุ่น Flagship โดดเด่นด้านสมรรถนะด้วยมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 428 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) มาพร้อม ล้อ Forged Wheel ขนาด 20 นิ้ว ระบบ AR HUD, ไฟ Ambient Light และระบบเสียง YAMAHA รอบทิศทาง 13 จุด ราคา 1,349,000 บาท

นอกจากนี้ ZEEKR พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ZEEKR X รับ VReMT Wallbox พร้อมแพ็คเกจติดตั้งมูลค่า 50,000 บาท*, ประกันภัยชั้น 1*, การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร  (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง  นาน 5 ปี

ลูกค้าสามารถจองและชมรถได้ที่ ZEEKR House และ Pop Up store ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999, ZEEKR Thailand Facebook และ LINE Official ZEEKR Thailand (@zeekrtha) หรือ คลิก https://lin.ee/3lJF6Jbo

*หมายเหตุ: เมื่อจองและรับรถภายใน 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ ZEEKR ได้ที่

Website: https://www.zeekrglobal.com/th/

Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

อีซูซุส่ง Isuzu King of Trucks Euro5 Max นำทัพค้นหา “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก จัดการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2567 “ศึกชิงแชมป์ Isuzu Euro5 Max” รอบชิงชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหา “สุดยอดนักขับรถบรรทุก” ที่สามารถผ่านบททดสอบสุดท้าทาย ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโล่เกียรติยศ ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “หนึ่งในพันธกิจที่อีซูซุมุ่งมั่นคือการสร้างสังคมผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยแนวคิด Isuzu Life Cycle Solutions ในปัจจุบันธุรกิจด้านโลจิสติกส์มีการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงจำเป็น ต้องมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อีซูซุพร้อมเคียงคู่ผู้ประกอบการ ด้วย Isuzu Life Cycle Solutions ตั้งแต่ขั้นตอนซื้อรถ เพื่อให้ได้รถบรรทุกที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งาน  เป็นส่วนหนึ่ง ของธุรกิจลูกค้าในการให้คำแนะนำ พร้อมหลักสูตรอบรมต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ วิเคราะห์ วางแผนในการลดต้นทุนได้อย่างดีเยี่ยมหมดกังวล ทุกปัญหาการซ่อมบํารุง ด้วยความพร้อมของบริการหลังการขาย โดยทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการซ่อมบำรุง ทำให้ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึง ความพร้อมของอะไหล่หลากหลายรายการ ครอบคลุมทุกความต้องการ คุณภาพมาตรฐาน ราคาประหยัด ทั้งหมดนี้เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุได้อย่างมั่นใจ และเติบโตอย่างยั่งยืน อีซูซุยอดนักขับมือทอง จึงถือเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้ขับขี่รถบรรทุกให้มี ประสิทธิภาพและปลอดภัย ช่วยยกระดับมาตรฐานอาชีพให้เป็นที่ยอมรับ และขับเคลื่อน วงการขนส่งเมืองไทยให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง ในปีนี้อีซูซุได้นำ Isuzu King of Trucks Euro5Max  ที่ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro5 โดยไม่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสีย เช่น AdBlue เพื่ออากาศที่สะอาดขึ้น แต่ยังคงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมันสุดมาใช้ในการแข่งขันปีนี้ โดยผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ จะต้องผ่านการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท”

การแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” รอบคัดเลือก แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทรถหัวลาก  และประเภทรถสิบล้อลากพ่วง โดยเปิดรับสมัครนักขับฝีมือดี เข้าคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 5 ภูมิภาค เริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่ 6 กรกฎาคม – 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านบททดสอบทั้งภาคทฤษฎีอันเข้มข้น ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านการขนส่งและจราจร จิตวิทยา ทักษะการตัดสินใจ รวมถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษารถประจำวัน และภาคปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันในสถานีทดสอบต่าง ๆ ที่มีความท้าทายเฉพาะทาง อาทิ การขับรูปตัว S และจอดให้ตรงจุด (S-Curve Driving & Precision Braking) การขับสลับช่องจอด (Docking Slot Swapping) การขับในพื้นที่จำกัด (Narrow Space Maneuvering) และการขับให้ประหยัดน้ำมัน และปลอดภัย (Fuel Economy and Safety Drive)  โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง

ชนะเลิศ คุณโยธิต แซ่ขวย จาก เมืองมาลีลานปาล์ม รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 1 สุรศักดิ์ ศิริสาร จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยาม เค สหขนส่ง รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณจำนง ต่างกลาง จาก คุณรัณย์นล ธัญทรัพย์มงคล รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ประเภทรถบรรทุกหัวลาก

ชนะเลิศ คุณนันทวิทย์ อินเขียว จาก บริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณศรัณย์ ถาวรสัง จาก บริษัท ปัญญาวัสดุก่อสร้าง จำกัด รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณสุรพงษ์ เกตุทอง จาก บริษัท ยูเซ็น ฟู้ด ซัพพลาย เชน (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

นอกจากนี้ เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท ยังได้รับรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาท อีกด้วย

ทั้งนี้ นายธนานันต์ เหลืองเรืองธนา จาก บริษัท กิตติ แสงชัยบริการ จำกัด หนึ่งใน เจ้าของกิจการผู้ให้การสนับสนุนพนักงานขับรถบรรทุกของบริษัทฯ เข้าร่วมการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง ยังได้เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ว่า “ในฐานะเจ้าของกิจการ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนพนักงานขับรถของบริษัทฯ ให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะคนขับให้ขับรถได้ถูกต้อง มีคุณภาพ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ส่งผลช่วยในการลดต้นทุนการของกิจการเราได้อีกด้วย นอกจากนี้อีซูซุยังให้คำแนะนำต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการ ตั้งแต่การเลือกใช้รถให้เหมาะสม การดูแลหลังการขาย มีศูนย์บริการครอบคลุมอย่างมาก มีความพร้อมเรื่องการบริการอะไหล่  และระบบช่วยเหลือฉุกเฉินโมบาย เซอร์วิส (Mobile Service) ที่ดีมาก ตลอดจนเรื่องรถมือสองก็มีระบบรองรับที่ทำให้ราคาขายต่อของรถอีซูซุได้ราคาดี”

เช่นเดียวกับ นายปัญญา คงปาน บริษัท ปัญญาวัสดุก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม อีซูซุยอดนักขับมือทอง เป็นกิจกรรมที่ดีช่วยส่งเสริมให้พนักงานขับรถอยากพัฒนาคุณภาพตัวเอง เพื่อมีสิทธิ์ร่วมแข่งขัน บริษัทก็ลดต้นทุน เพราะพนักงานขับรถได้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น และอีซูซุยังช่วยสนับสนุนกิจการหลายอย่าง ทั้ง บริการ ISUZU Care และยังมีพนักงานขายที่ดูแลดีสม่ำเสมอ อีกด้วย”