Home Blog Page 108

“NEX” จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

0
NEX 1

บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Drive The Better Future Drive EV นำโดยนายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการบริษัท (กลาง) พร้อมคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารของบริษัท ได้เข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซึ่งจัดในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ซึ่งมีกรรมการบริษัทเข้าร่วมประชุมที่บริษัท จำนวน 7 ท่าน (ตามภาพ) และเข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 ท่าน โดยถ่ายทอดสดจากห้องประชุม Grand Ballroom สำนักงานใหญ่ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2567 รวมถึงอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการบริษัท การเพิ่มทุนจดทะเบียน การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) และการอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ตามกฎหมาย พร้อมทั้งตอบข้อซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อให้บริษัทพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดประชุมได้สำเร็จลุล่วงเป็นไปได้ด้วยดี

“GWM” สยายปีกสู่เวทีระดับโลก เปิด 3 กลยุทธ์สำคัญ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ทุ่ม 500 ล้านหยวน ตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยในงาน
Auto Shanghai 2025 ครั้งที่ 21 นอกจากจะได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงานทั่วโลกด้วยทัพยนตรกรรมกว่า 40 รุ่น จาก 6 แบรนด์หลัก GWM ยังได้ประกาศ 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในระดับโลกอีกด้วย ได้แก่ 1.) ยกระดับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ พร้อมตอบความต้องการในทุกตลาดด้วยนวัตกรรมที่หลากหลายและครอบคลุม 2.) พัฒนานวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้าและหลากหลายของตนเองเพื่อผู้ใช้ทั่วโลก 3.) สร้างระบบนิเวศร่วมกับชุมชนทั่วโลก พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านหยวน (2,300 ล้านบาทโดยประมาณ) เพื่อจัดตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งหมดนี้ คือการมุ่งสร้างการเติบโตในระดับสากลของ GWM เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง มอบประสบการณ์อัจฉริยะในการเดินทางเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมกว่าและเหนือกว่าในทุกมิติอย่างแท้จริง

เกรทวอลล์  2

 

มู่ เฟิง ประธาน GWM กล่าวว่า “ภารกิจของ GWM คือการก้าวข้ามขีดจำกัดในทุกมิติ เพื่อมอบยนตรกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยในครั้งนี้บริษัทฯ มาพร้อมกับ 3 กลยุทธ์สำคัญที่กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย การพัฒนาและผลิตเครื่องยนต์อย่างครบวงจร รวมทั้งการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุก ๆ ด้าน GWM จะยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้บุกเบิกทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมสร้างไลฟ์สไตล์ยานยนต์ที่สอดคล้องกับแนวคิด ‘เทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยความรัก และโลกที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต” (Tech With More Love. World With More Life) เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก”

3 กลยุทธ์สำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของ GWM ประกอบด้วย

Consistency & Diversity: ยกระดับมาตรฐานสากล “อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ” พร้อมย้ำ “ความปลอดภัย” คือหัวใจหลักของแบรนด์

GWM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในระดับโลกผ่านกลยุทธ์ “มาตรฐานระดับโลกควบคู่กับการปรับให้เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น” (Global Standards + Local Customization Strategy) โดยมุ่งยกระดับทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของรถยนต์ตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง ยืนยันความสำเร็จด้วยคะแนน 5 ดาวจากการทดสอบชั้นนำในหลากหลายเวทีทั่วโลก สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกได้อย่างแท้จริง มอบความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับกลยุทธ์ดังกล่าว ในปี 2568 นี้ GWM ได้มีการลงทุนกว่า 500 ล้านหยวน หรือกว่า 2,300 ล้านบาท ในการก่อตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ในเมืองเป่าติ้ง ประเทศจีน อีกทั้งยังได้มีการจัดแสดงแบบจำลองของศูนย์ทดสอบความปลอดภัยและห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลม ภายในงาน Auto Shanghai 2025 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นและความทุ่มเทด้านความปลอดภัยของยานยนต์พลังงานใหม่ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

เกรทวอลล์ 3

นอกจากด้านมาตรฐานระดับโลกแล้ว GWM ยังเสริมสร้างรากฐานของแบรนด์ให้แข็งแกร่งในทั้ง 3 มิติผ่าน “ตัวตน คุณภาพ และการบริการ” (Character, Quality, and Service) ร่วมกับการยกระดับเอกลักษณ์แบรนด์ในทั้ง 3 ด้าน “ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม” (Product, Technology, and Culture) ด้วยการพัฒนาและปรับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด เช่น GWM TANK 300 รุ่น Middle East Edition ที่มาพร้อมเพดานดวงดาวระยิบระยับเสมือนบรรยากาศท้องฟ้าในยามราตรี และ GWM ORA รุ่น Nordic Edition ที่แต่งแต้มบรรยากาศด้วยไฟหลากสีสันราวกับแสงเหนืออันตระการตา รวมถึงการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริงผนวกกับการสร้างการรับรู้และขยายชื่อเสียงของแบรนด์และการยอมรับในระดับนานาชาติได้อย่างแข็งแกร่ง

Powerful Powertrains for Globalization: พัฒนานวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้าของตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะ

เกรทวอลล์  5

ก่อนที่ GWM จะประสบความสำเร็จจนสามารถสร้างชื่อเสียงอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศจีนและระดับโลกในปัจจุบันนั้น GWM ก้าวสู่ความสำเร็จจากการเปิดตัวรถกระบะรุ่น “Deer” ในปี 2538 และเริ่มขยายไปยังตลาดต่างประเทศในปี 2540 หลังจากที่ แจ็ค เว่ย ผู้ก่อตั้ง GWM ได้รับแรงบันดาลใจจากการเติบโตของตลาดรถกระบะหลังจากที่ได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย จนนำไปสู่การริเริ่มและพัฒนาธุรกิจ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตเทคโนโลยีและนวัตกรรมของเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสำหรับรถกระบะเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศจีน และขึ้นครองตำแหน่งแบรนด์ที่มียอดขายรถกระบะสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 26 ปีซ้อนในที่สุด ในปี 2545 GWM รุกตลาดรถยนต์เอสยูวีผ่านรุ่น GWM Safe และ GWM HAVAL H6 จนพัฒนาจาก “ผู้นำในตลาดรถยนต์เอสยูวีของจีน” สู่การเป็น “เพื่อนร่วมทางสำหรับบรรดาครอบครัวทั่วทุกมุมโลก” GWM ยังได้มีการขยายแบรนด์ให้ครอบคลุมในหลากหลายทุกเซกเมนต์มากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา เช่น GWM WEY ที่ได้เปิดประตู GWM ให้ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม GWM ORA กับการเปิดตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ GWM TANK ที่ผงาดขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ในตลาดออฟโรดระดับโลกที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง แข็งแกร่ง และพรีเมียม

เกรทวอลล์ 7

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับโลก GWM มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี” (Technological Self-Reliance) กับการวิจัยและพัฒนา ผลิต ตลอดจนซ่อมบำรุง และการดูแลอย่างครบวงจรด้วยตนเอง เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมาพร้อมกับกลยุทธ์ “การพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างครอบคลุม” (Broad Internal Combustion) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบการขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง นำไปสู่การสร้างระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะหลากหลายรูปแบบ อาทิ Hi4, Hi4 Performance Edition, Hi4-Z, Hi4-T และ Hi4-G ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปจนถึงรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์การเดินทางและการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

เกรทวอลล์ 9

An Ecological Community: สร้างระบบนิเวศร่วมกับชุมชนทั่วทุกมุมโลก เพื่อบูรณาการในชุมชนทั่วโลกอย่างยั่งยืน

การพัฒนาและการปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภคอาจยังไม่เพียงพอ การร่วมมือกับท้องถิ่นจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้ GWM สามารถดำเนินและขยายธุรกิจไปสู่ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน นำไปสู่แนวคิด “อยู่ในท้องถิ่น เพื่อตลาดท้องถิ่น และบูรณาการกับชุมชนท้องถิ่น” (Being in the Local Market, For the Local Market, and Integrating into the Local Community) ด้วยการดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศ ครอบคลุมทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา โดย GWM มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของตลาดแต่ละแห่งด้วยความเข้าใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ในตลาดนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังได้มีการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติและพันธมิตรในอุตสาหกรรมไฮเทคชั้นนำกว่า 300 รายทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ GWM นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกลยุทธ์ “การขยายระบบนิเวศในต่างประเทศ” (Ecosystem Expansion Abroad) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการวิจัยและการพัฒนา การผลิต
ห่วงโซ่อุปทาน การขาย และการบริการหลังการขายในตลาดต่างประเทศอย่างไร้ขีดจำกัด ล่าสุด GWM ได้เปิดตัวโลโก้ใหม่
“GWM Beacon” ที่สื่อถึงพันธสัญญาอันแน่วแน่ในการขยายตัวสู่ระดับโลก สอดคล้องกับแนวคิด “One GWM” ที่สะท้อนให้เห็นว่า GWM เป็นแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงทั่วโลก อีกทั้งจะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งผ่าน
“การขยายระบบนิเวศควบคู่การเจาะลึกในตลาดท้องถิ่น” (Ecosystem Expansion + Deep Localization) สู่การส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก

เกรทวอลล์ 10

จากจุดเริ่มต้นในประเทศจีน GWM พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าขยายตัวสู่ตลาดโลกอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่เหนือระดับให้กับผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการขับเคลื่อนสุดอัจฉริยะและนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยโดยมีประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อผลิตและส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

 

ขับ SUZUKI CELERIO วันนี้ สบายกระเป๋า ผ่อนหนักทำไม จัดไปคนละครึ่ง ซูซูกิช่วยผ่อน 50% นานสูงสุด 20 เดือน หรือเริ่มต้นเบาๆ เดือนละ 3,302 บาท นาน 99 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

0
ซูซูกิ เซเรริโอ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดยานยนต์ในช่วงต้นปี 2568 แม้จะยังไม่ถือว่าคึกคักมากนัก เนื่องจากผู้บริโภคยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับตลาดได้ในระดับหนึ่ง โดยมียอดจองรถยนต์รวมภายในงานสูงถึง 77,379 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงมีความต้องการในการซื้อรถยนต์ใหม่อยู่ไม่น้อย

ซูซูกิ เซเรริโอ 2

“เรามองว่ารถยนต์ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพาหนะที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ของผู้บริโภค ทำให้ยังมีความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน ถึงแม้บางส่วนยังมีความกังวลในเรื่องภาวะเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี ความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคยังคงเน้นไปที่รถยนต์ที่มีคุณภาพดี ดูแลรักษาง่าย ประหยัดพลังงาน และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างคุ้มค่าในทุกด้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ซูซูกิให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง”

ซูซูกิเล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์คุณภาพดีที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย คุ้มค่า ประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แต่การมีรถยนต์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งในฐานะพาหนะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ซูซูกิจึงเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญสุดร้อนแรงแห่งปี “ผ่อนหนักทำไม จัดไปคนละครึ่ง” ซื้อ SUZUKI CELERIO ซูซูกิช่วยผ่อน 50% หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในทุกมิติของการใช้ชีวิต

Suzuki Celerio 1

สำหรับแคมเปญ “ผ่อนหนักทำไม จัดไปคนละครึ่ง” ซูซูกิช่วยผ่อน 50% หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน มอบให้กับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดเล็กคุณภาพเกินตัว ซึ่งเป็นความตั้งใจของซูซูกิในการเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ แต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการจัดแคมเปญช่วยผ่อนสูงถึง 50% ต่อเดือน นานสูงสุด 20 เดือน หรือสามารถเลือกอีกหนึ่งโปรโมชันยอดนิยม คือผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละ 3,302 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี ซูซูกิยังมุ่งมั่นที่จะคอยดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อรถยนต์จนถึงการให้บริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจในคุณภาพและความคุ้มค่าอย่างเต็มที่ โดยมีเงื่อนไขเฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อผ่านสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ซูซูกิ เซเรริโอ 3

สำหรับ SUZUKI CELERIO ตอบสนองการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบให้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัด ขนาดห้องโดยสารที่กว้างสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยพื้นที่บริเวณเหนือศีรษะและพื้นที่วางขาสบายทั้งที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง และมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ จัดวางสิ่งของได้มากเกินคาด ทั้งยังสามารถพับเบาะหลังได้ 60:40 (ในรุ่น GX) เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้หลากหลาย ตอบโจทย์ด้านประโยชน์ใช้สอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบรับทุกการใช้งานที่ครบครัน ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นวิทยุที่รองรับการเล่นไฟล์ MP3 และ WMA ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Apple Carplay และ Android Auto (ในรุ่น GX)

ซูซูกิ เซเรริโอ 6

ผู้ขับขี่ยังมั่นใจได้ในสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ K10B ขนาด 1.0 ลิตร คอมแพคคาร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มอบพละกำลังและความสามารถเกินตัว มีสมรรถนะการขับที่ดี คล่องตัว ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  รูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบให้ดูโดดเด่นสะดุดตา  เสริมความอุ่นใจด้วยระบบและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยมาตรฐาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถอีโคคาร์

ซูซูกิ เซเรริโอ 8

SUZUKI CELERIO ตอบสนองการใช้งานด้วย 4 รุ่นทางเลือก พร้อมให้ใช้ 4 สี ได้แก่ สีเทา สีดำ สีแดง และสีขาว พิเศษเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงราคาที่เหมาะสม ดังนี้

  • SUZUKI CELERIO GA/MT ราคาจำหน่าย 319,900 บาท
  • SUZUKI CELERIO GL/CVT ราคาจำหน่าย 379,900 บาท
  • SUZUKI CELERIO GL UP/CVTราคาจำหน่าย 391,900 บาท
  • SUZUKI CELERIO GX/CVT ราคาจำหน่าย 399,900 บาท

ทั้งนี้ โปรโมชันพิเศษดังกล่าว มอบให้สำหรับผู้ที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เท่านั้น โดยซูซูกิยังคงยึดมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มาพร้อมความคุ้มค่า ทั้งในด้านราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่เป็นมิตร เข้าถึงได้ง่าย เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า อีกทั้ง ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด และเดินหน้าสร้างแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยในทุกเส้นทาง

“Hyundai Staria” มาตรฐานใหม่แห่งวงการ MPV ไทย กับโฆษณา “Heritage Goes On”

0
Hyundai Staria 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของ Hyundai Staria ภายใต้สโลแกน “Heritage Goes On” ถ่ายทอดเรื่องราวสายใยความรักของครอบครัวผ่านเรื่องราวที่จริงใจและอบอุ่น สะท้อนเจตนารมณ์ในการส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมยกระดับ Hyundai Staria ให้เป็นมาตรฐานใหม่ของ MPV ที่ตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิต ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว และการใช้งานเชิงธุรกิจ

Hyundai Staria 3

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา Hyundai Staria คือเทรนด์ Multi-Generational Travel ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทยและทั่วโลก จากการปรับวิถีชีวิตของคนในสังคมที่เลือกจะอยู่รวมกันในบ้านหลังเดิมหรือขยายพื้นที่เดิมให้กว้างขึ้น มากกว่าการแยกออกไปลงทุนเพื่อซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ใหม่ ฮุนไดจึงออกแบบ Staria ให้ยืดหยุ่น เพียบพร้อมทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และพื้นที่ใช้สอยที่รองรับสมาชิกหลายช่วงวัยได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งเลือกถ่ายทอดแคมเปญผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่เน้นถ่ายทอดความรักและความผูกพันของครอบครัว ผ่านเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความจริงใจแทนการเล่าเรื่องด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว

Hyundai Staria 4

แม้ Hyundai H-1 จะครองใจตลาดด้วยความคุ้มค่า ความทนทาน และการใช้งานที่ตอบโจทย์ครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น Hyundai Staria จึงถูกพัฒนาเพื่อสานต่อความสำเร็จของ H-1 สู่การกำหนด “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์ MPV” ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อตอบสนองความพึงพอใจ

ฮุนได สตาเรีย 6

การออกแบบ : โดดเด่นด้วยตัวถังยาว 5,253 มม. รองรับ 11 ที่นั่งได้อย่างสบาย ภายในหรูหราด้วยเบาะหนัง แถวสามมอบความสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะแยกส่วนอิสระ มาพร้อม Apple CarPlay, Android Auto, USB Charger ถึง 7 จุด และระบบปรับอากาศ Dual-Zone ที่ดูแลผู้โดยสารทุกที่นั่งอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Doors ฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Smart พร้อมบันไดข้างไฟฟ้า (ในรุ่น Premium with Power Sidesteps)

ฮุนได สตาเรีย 7ด้านสมรรถนะ : Hyundai Staria มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิด 431 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่ล่าสุด ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลกว่า และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเกียร์ 5 สปีดของ H-1 เสริมด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ช่วยให้เกาะถนนได้แน่นขึ้น นั่งสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือเดินทางไกล

ฮุนได สตาเรีย 8

เทคโนโลยีความปลอดภัย : Hyundai Staria เสริมตัวเลือกเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยรอบด้านอย่าง Hyundai SmartSense 12 ฟังก์ชันที่ช่วยจัดการความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและระบบช่วยขับขี่ได้เป็นอย่างดี เช่น ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision-avoidance Assist (FCA), กล้องแสดงภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor (BVM), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA), ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic
Collision-avoidance Assist (RCCA), ระบบเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind-spot Collision-avoidance Assist (BCA), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control (SCC) และ ระบบป้องกันการเปิดประตูสไลด์เมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist (SEA)

ฮุนได สตาเรีย 9

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ตลาด MPV จะเติบโตขึ้นจากความต้องการใช้งานจริงที่หลากหลาย แต่ความท้าทายที่สำคัญคือ ‘ภาพจำ’ ว่า MPV ดูไม่เท่ Hyundai Staria จึงถูกออกแบบให้มีทั้งความทันสมัย ความหรูหรา และความยืดหยุ่นในการใช้งานในรถคันเดียว พร้อมสื่อสารด้วยแนวทางที่จริงใจและมีความหมาย เพื่อให้ Staria กลายเป็น MPV ที่เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่คือพื้นที่ที่เชื่อมโยงความรัก ความเข้าใจ และการเติบโตร่วมกันของครอบครัวไทยยุคใหม่”

Hyundai Staria ทลายกรอบ “รถตู้” แบบเดิม ๆ ที่เราคุ้นเคย สู่การเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวคนไทยและนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการสมรรถนะที่มั่นใจได้ทุกเส้นทาง เพียบพร้อมทั้งดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Hyundai Staria คือคำตอบที่ใช่ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.659 ล้านบาท พร้อมส่วนลดเงินสดสูงสุด 200,000 บาทและประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี เมื่อจองและรับรถ Staria ภายใน 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ศึกษาข้อเสนอเพิ่มเติมได้ที่ www.hyundai.com/th และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ

 

 

“ปอร์เช่” เดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ามียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในไตรมาสแรก

0
ปอร์เช่ 1

ปอร์เช่ มียอดส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรกของปี 2025 โดยมีการส่งมอบรถยนต์มากถึง 71,470 คันให้กับลูกค้าทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่ง 38.5% ของยอดขายนี้เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่วนแบ่งนี้ประกอบไปด้วยรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 25.9% และปลั๊กอินไฮบริด 12.6% พานาเมร่า (Panamera) มียอดการเติบโตสูงสุดในบรรดาทั้ง 6 รุ่นของปอร์เช่ โดยมียอดการส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่วนมาคันน์ (Macan) เพิ่มขึ้น 14% โดยส่วนใหญ่เป็นรุ่นไฟฟ้า ในแง่ของภูมิภาค อเมริกาเหนือ ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีการส่งมอบรถมากถึง 20,698 คัน เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่ายอดรวมทั่วโลกจะลดลง 8% เมื่อเทียบกับตัวเลขของปีที่แล้ว แต่ยอดขายในแต่ละภูมิภาคยังคงมีความสมดุล

แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) สมาชิกคณะกรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า “มาคันน์ (Macan) ทำผลงานได้ดีมากในไตรมาสแรก โดยรุ่นไฟฟ้ามีส่วนช่วยอย่างมากต่ออัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ ผลิตภัณฑ์รถพลังงานไฟฟ้าของเรา เรามีระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายและครอบคลุม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก และในอนาคตเราจะยังคงมีกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้ง 3 ประเภทการขับเคลื่อน ทั้งสปอร์ตคาร์ 2 ประตู ซีดาน และเอสยูวีไปจนถึงปี 2030″

การเติบโตในอเมริกาเหนือและตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
อเมริกาเหนือมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 37% จากปีที่แล้ว คิดเป็น 20,698 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการนำเข้าในปีก่อน ส่วนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็มียอดเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 15,789 คัน ในยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) ปอร์เช่ส่งมอบ 18,017 คัน ลดลง 10% ขณะที่ตลาดในเยอรมนีมียอดลดลง 34% อยู่ที่ 7,495 คัน โดยยอดตกในยุโรปเกิดจากยอดสูงผิดปกติในปีที่แล้ว และผลกระทบจากข้อกำหนดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของยุโรปที่ส่งผลต่อการจัดจำหน่ายรุ่น 718 และ มาคันน์ (Macan) เครื่องยนต์สันดาป จีนมียอดส่งมอบ 9,471 คัน ลดลง 42% เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และ ปอร์เช่เน้นกลยุทธ์ “มูลค่ามากกว่าปริมาณ” โดยควบคุมอุปทานให้สมดุลกับความต้องการ

มาคันน์ (Macan) เป็นรุ่นขายดีที่สุดในไตรมาสแรก
ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ได้มีการส่งมอบ มาคันน์ (Macan) จำนวน 23,555 คัน (+14%) โดยมากกว่า 60% ของตัวเลขนี้ หรือ 14,185 คัน เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในหลายประเทศนอกสหภาพยุโรป ปอร์เช่ ยังคงเสนอ มาคันน์ (Macan) รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปรุ่นก่อนควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีการส่งมอบ 9,370 คัน รุ่นใหม่ของ พานาเมร่า (Panamera) ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน โดยมียอดการส่งมอบ 7,769 คัน เพิ่มขึ้นถึง 27%

ในไตรมาสแรก มีการส่งมอบรถสปอร์ต 911 จำนวน 11,390 คัน การลดลง 12% สามารถอธิบายได้จากการขายรุ่นก่อนหน้าในปีที่แล้วที่มียอดขายสูง และการเปิดตัวรุ่นใหม่ ส่วน 718 บ็อกสเตอร์ (Boxster) และ 718 เคย์แมน (Cayman) มีการส่งมอบ 4,498 คัน ลดลง 22% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการจำกัดการวางจำหน่ายรุ่นในยุโรปเนื่องจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไทคานน์ (Taycan) มีการส่งมอบ 4,203 คันในช่วงระหว่างมกราคมถึงมีนาคม (-1%) ส่วนคาเยนน์ (Cayenne) ถูกส่งมอบให้ลูกค้าจำนวน 20,055 คัน ลดลง 28% ซึ่งเป็นผลจากยอดที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีก่อน

แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กล่าวทิ้งท้ายว่า: “ปอร์เช่มีผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่และน่าสนใจ ลูกค้ายังคงมีความต้องการในระดับแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ปอร์เช่ก็ยังคงลงทุนในแบรนด์และพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น เราจะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ ‘Value over Volume’ ของเรา”

“ฟอร์ด” ออกแคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ ข้อเสนอสุดยืดหยุ่นเพื่อเกษตรกร ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าเคียงข้างเกษตรกรไทย เปิดตัวแคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ ด้วยเงื่อนไขการชำระค่างวดที่ยืดหยุ่น ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับรอบฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรและการจัดการสภาพคล่องของครัวเรือนอย่างแท้จริง ลูกค้าเกษตรกรที่สนใจซื้อรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 สามารถร่วมแคมเปญสินเชื่อพิเศษ เลือกชำระค่างวดล่วงหน้าได้แบบ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ดเข้าใจดีว่ารูปแบบรายได้ของเกษตรกรไทยมีความเฉพาะตัว จึงได้ทำงานร่วมกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศในการศึกษาและรวบรวมข้อมูลช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และนำมาออกแบบโปรแกรมการจัดสินเชื่อที่ตอบโจทย์จริง มอบทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้การเป็นเจ้าของรถฟอร์ดเป็นเรื่องง่ายขึ้นและตอบสนองความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการดูแลลูกค้า เสมือนคนในครอบครัว” เมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

แคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ มอบข้อเสนอพิเศษด้านสินเชื่อ ดังนี้
•เลือกชำระค่างวดล่วงหน้าได้ 3 แบบ ตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน พร้อมรับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ ตามเงื่อนไขของธนาคารที่ร่วมรายการของฟอร์ด ลีสซิ่ง
•ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน
•ผู้เข้าร่วมแคมเปญต้องจองรถ และจัดไฟแนนซ์กับฟอร์ด ลีสซิ่ง

ข้อเสนอพิเศษแคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ ครอบคลุมรถฟอร์ดทุกรุ่นที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย และเทคโนโลยีชาญฉลาดตอบทุกโจทย์งานเกษตร อาทิ
•ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมพื้นที่กระบะบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรได้ปริมาณมากด้วยฐานล้อกว้าง และรองรับพาเลตสินค้าขนาดมาตรฐาน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้หลายรูปแบบ อาทิ บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย พื้นที่กระบะท้ายเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ได้ มีจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด พร้อมไม้บรรทัดวัดขนาดแบบบิลท์อิน กล้องมองหลังขณะถอยจอด ช่วยให้ผู้ขับขี่ถอยจอดแบบเข้าซองได้อย่างปลอดภัย ผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 10.1 นิ้ว บนคอนโซลกลาง
•ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 มาพร้อมสมรรถนะที่ให้พละกำลังและแรงบิดสูง เหมาะกับการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A 4WD และระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน ที่ช่วยให้เกษตรกรลุยงานในสวนหรือฟาร์มได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
•ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งสายลุยและการใช้งานในเมือง

รถฟอร์ดทุกรุ่นยังมาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรูมฟอร์ด ทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด (Ford Call Center) โทร. 1383

 

“บางจากฯ” จัดโปรแรงต่อเนื่อง “จันทร์สีม่วง” ลดราคาเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ทุกวันจันทร์ ระหว่างวันที่ 5 พ.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68 ทั่วประเทศ

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชันแรง “จันทร์สีม่วง” ลดราคาเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ลิตรละ 3 บาท ไม่มีขั้นต่ำ ทั้งบางจากไฮพรีเมียม 97 และบางจากไฮพรีเมียม ดีเซล S เฉพาะทุกวันจันทร์ ระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ เพื่อให้คนใช้รถได้ทดลองใช้น้ำมันคุณภาพสูง บางจากไฮพรีเมียม พลังสะอาด แรง พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ 100% ในทุกจังหวะการขับขี่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

บางจาก 2

น้ำมันบางจากกลุ่มไฮพรีเมียม ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์ บางจากไฮพรีเมียม 97 และน้ำมันดีเซล บางจากไฮพรีเมียม ดีเซล S เป็นน้ำมันคุณภาพสูงเหนือมาตรฐาน ด้วยการคัดเนื้อน้ำมันพิเศษ ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงกลั่นระดับโลก ทำให้ได้ค่า ออกเทนและซีเทนสูงกว่าน้ำมันพรีเมียมทั่วไป และมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษที่ผลิตและทดสอบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด เผาไหม้สมบูรณ์ เพิ่มสมรรถนะที่ดีเต็มประสิทธิภาพ เร่งแรง เดินลื่นไม่สะดุด พร้อมปกป้องชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ ให้ขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทาง

บางจาก 3

“ฮอนด้า” ชวนแฟนสายสปอร์ตออกทริป “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” ลงสนามจริงระดับโลกกับ “Honda Track Experience” พร้อมร่วม “Driving Clinic”

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนแฟนสายสปอร์ตขับรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจรุ่นใดก็ได้ ออกทริป 2 วัน 1 คืนกับ “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความมันสุดเร้าใจกับฤดูกาลแรกของการแข่งขัน “Honda One Make Race 2025” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นซัพพอร์ตเรซ (Support Race) ในการแข่งขัน “Fanatec GT World Challenge Asia 2025” การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก พร้อมเสริมทักษะและเรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างสนุกสนานและปลอดภัยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพกับกิจกรรม “Driving Clinic” ก่อนจับพวงมาลัยลงขับบนสนามแข่งระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับกิจกรรม “Honda Track Experience” พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม – วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 ร่วมกิจกรรมกับฮอนด้าฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม*

มาร่วมปลุกจิตวิญญาณความสปอร์ตของคุณไปพร้อมกับฮอนด้า! ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 11 พฤษภาคม 2568 เพียงแอด LINE Honda Thailand Official Account (Line ID: @honda-thailand) กรอกข้อมูล พร้อมแนบรูปถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้าที่จะนำมาใช้ในกิจกรรม “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” และบอกเล่าถึงความสปอร์ตของคุณและรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจ จำนวนจำกัดเพียง 30 สิทธิ์เท่านั้น (1 สิทธิ์ 2 ท่าน – ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้ 1 ท่าน) โดยจะประกาศผลผู้มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ทาง Honda Thailand Official Account

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/hondaonemakerace2025
หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร 02-341-7777

“GWM” ขนยนตรกรรมกว่า 40 รุ่น จาก 6 แบรนด์หลัก จัดแสดงในงาน Auto Shanghai 2025

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM สร้างความตื่นตาตื่นใจในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 21 (Auto Shanghai 2025) ด้วยการนำเสนอทัพยนตรกรรมกว่า 40 รุ่นจาก 6 แบรนด์หลัก ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Tech GWM, Off-Road GWM, Global GWM” ที่สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแบรนด์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พร้อมทั้งเปิดตัวโลโก้แบรนด์ใหม่ “GWM” เพื่อสื่อถึงแนวคิดระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” ซึ่งสะท้อนถึงการขยายการเติบโตในระดับโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ตอกย้ำภาพลักษณ์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พลังงานทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุม และระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ยานยนต์อัจฉริยะของ GWM ได้อย่างครบวงจร

เกรทวอลล์ 2

GWM ขนนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามากมายไปจัดแสดง โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Smart Living และกลุ่ม Off-Road Machines เพื่อนำเสนออนาคตแห่งการเดินทางที่ตอบความต้องการของผู้คนยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ สำหรับ Smart Living คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยยนตรกรรมจาก 3 ตระกูล ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY และ GWM ORA ซึ่งมีรุ่นไฮไลต์ ได้แก่ GWM HAVAL B26 รถเอสยูวีรูปทรง BOXY เครื่องยนต์ไฮบริด 1.5T เจเนอเรชันใหม่ พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อไฮบริดอัจฉริยะ Hi4 รุ่นล่าสุด มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 โหมด ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 และฟีเจอร์จอดรถอัตโนมัติที่รองรับการจอดที่ซับซ้อนกว่า 40 รูปแบบ และเทคโนโลยีภายในล้ำสมัยอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานกิจกรรมกลางแจ้งด้วยอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางอย่าง ไฟแคมป์ปิ้ง และม่านบังแดดท้ายรถ รวมถึงมีระบบจ่ายไฟภายนอก 3.3 กิโลวัตต์ ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและการผจญภัยออฟโรดอย่างแท้จริง ขณะที่ GWM ORA07 Touring Edition เป็นการผสมผสานแฟชั่น ความอัจฉริยะ และความกว้างขวาง มาพร้อมระบบ lidar และระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ NOA (Navigation on Autopilot) ทำให้ผู้ใช้งานขับขี่ได้อย่างมั่นใจทั้งบนทางด่วนและในเมือง นอกจากนี้เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้งานเพื่อการเดินทางแบบครอบครัวและนักธุรกิจ ALL NEW GWM WEY 80 ได้เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ GWM WEY80 7, GWM WEY80 8 และ GWM WEY80 9 ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Hi4 Performance version ระบบช่วยขับ Coffee Pilot Ultra และ Coffee OS 3.2 สมาร์ทค็อกพิตรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างส้นหลามด้วยยอดจองถล่มทลายไปกว่า 7,848 คัน ภายใน 24 ชั่วโมงแรก

เกรทวอลล์ 3

สำหรับกลุ่ม Off-Road Machines ครอบคลุมไปด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล GWM TANK, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles เอาใจสายลุยผู้ชื่นชอบการเดินทางเพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ผ่านยนตรกรรมออฟโรดด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ดุดัน และพลังอันเปี่ยมล้น โดยยนตรกรรมไฮไลต์ที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ GWM TANK 300 Hook Edition รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสมรรถนะสูง พัฒนาร่วมกับเส้นทางออฟโรดระดับโลก “Hook Route” เพื่อพิชิตภูมิประเทศที่ท้าทายที่สุด นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก รวมถึง GWM POER SAHAR Hi4-T รถกระบะพรีเมียมสายออฟโรดพลังงานใหม่ที่เผยโฉมทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Global Edition และรุ่น Performance Edition สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มออฟโรดซุปเปอร์ไฮบริด Hi4-T และ Shanhai POER Hi4-T ผสมผสานพลังที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพไฟฟ้าแรงกล้า และการประหยัดน้ำมันมากกว่าที่เคย และตื่นตาตื่นใจไปกับยนตรกรรมสองล้อหนึ่งเดียวของ GWM กับ GWM SOUO Motorcycles บิ๊กไบค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่านักบิดสายทัวร์ริ่งเปิดตัว GWM SOUO S2000GL “Tengyun Ruishi” Limited Edition ซึ่งมีเครื่องยนต์ Flat 8 แบบแนวนอน จับคู่กับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ Dual-Clutch 8 สปีด มาพร้อมกับคุณสมบัติล้ำสมัย เช่น ชิปเซ็ต 8155 และแผงหน้าปัดสมาร์ทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่ระดับไฮเอนด์ที่ทนทานเหนือระดับ

เกรทวอลล์ 6

มู่ เฟิง ประธาน GWM กล่าวว่า “ในปี 2025 GWM จะเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญด้วยการผลิตรถยนต์คันที่ 15 ล้าน นับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการพัฒนาแบรนด์สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันในปีนี้ยังถือเป็นปีแรกของการเดินหน้ากลยุทธ์ ‘One GWM’ อย่างเป็นทางการ โดยยึดแนวทางการเติบโตแบบระบบนิเวศควบคู่กับการขยายการเติบโตในระดับท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่สู่ตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงดีเอ็นเอสายลุยที่เป็นเอกลักษณ์ของ GWM ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะสร้างไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับผู้คนเพื่อช่วยให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น”

เกรทวอลล์ 7

ภายในงาน GWM ยังได้ร่วมมือกับ Cerence AI เปิดตัวประสบการณ์ค็อกพิตอัจฉริยะแบบใหม่ภายในรถยนต์ ด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์ม Cerence xUI™ ซึ่งเป็นระบบ AI แบบ agentic ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างชาญฉลาดและเป็นธรรมชาติ การสาธิตครั้งนี้จัดขึ้นภายในรถยนต์ของ GWM เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของประสบการณ์ภายในรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ซึ่งทำงานผสานกันอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในรถยนต์และระบบคลาวด์ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัย เชื่อมต่อ และเข้าใจผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ยังให้ความสำคัญกับการยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางอีกด้วย

เกรทวอลล์ 9

ปัจจุบัน GWM มีช่องทางการขายในต่างประเทศมากกว่า 1,400 แห่ง และมีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคน โดยในปี 2024 GWM มียอดขายรถใหม่รวม 1,233,292 คัน และมียอดขายในตลาดต่างประเทศถึง 453,141 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากถึง 43.39% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ GWM โดยแบรนด์จะยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “Ecological Globalization” ที่ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การผลิต ซัพพลายเชน การขาย และบริการไปยังตลาดต่างประเทศอย่างครบวงจร เพื่อสร้างระบบอุตสาหกรรมระดับโลกที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ตอกย้ำจุดยืนของ GWM ในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่มาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง

“อีซูซุ” เริ่มผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รุ่นใหม่ในไทย สำหรับประเทศหลักในยุโรป

0
อีซูซุ ดีแมคซ์ EV 1

มร. ชินสุเกะ มินามิ (Mr. Shinsuke Minami) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อีซูซุ  มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานใหญ่เมืองโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ) ประกาศเริ่มผลิต รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” ขนาด 1 ตัน รุ่นแรกของอีซูซุในประเทศไทย

ISUZU 3

รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” คันแรกของอีซูซุ ได้จัดโชว์ต่อสาธารณชนในฐานะรถต้นแบบ ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45 ในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว อีซูซุได้เริ่มการผลิตรถรุ่นพวงมาลัยซ้ายและส่งไปยังประเทศหลัก ๆ ในยุโรป เพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

การผลิตรถรุ่นพวงมาลัยขวาของ รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” กำหนดจะมีขึ้นช่วงปลายปีนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในปี 2569 และจะขยายไปยังประเทศและเขตอื่น ๆ ตามความต้องการของตลาด

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time ซึ่งมี e-Axles ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้มั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมบนพื้นที่ทุรกันดาร ระบบนี้ยังให้พลังเร่งแซงสูงแบบคงที่ตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็ลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ความสามารถในการลากจูงและน้ำหนักบรรทุกที่สูง จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังรวมถึงโครงสร้างและตัวถังที่แข็งแรง ทำให้รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” สามารถเทียบเคียงกับสมรรถนะของรุ่นดีเซลที่มีอยู่ปัจจุบันได้

กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการพัฒนายานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนหลากหลายประเภท ด้วยตระหนักดีว่าลูกค้าผู้ใช้รถปิกอัพมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้รถทั้งเพื่อการพาณิชย์และส่วนตัว โดยยังคงประสิทธิภาพที่ทนทานตามความคาดหวังของการใช้งานรถปิกอัพ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

รุ่นรถ: รุ่น 4 ประตู สำหรับตลาดยุโรป

น้ำหนัก น้ำหนักตัวรถ (กก.) 2,350
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด (กก.) 1,010
ความสามารถในการลากจูงสูงสุด (กก.) 3,500
มิติ ความยาวรวมกันชนหลัง (มม.) 5,280
ความกว้างรวม (มม.) 1,870
ความสูงรวมราวหลังคา (มม.) 1,810
ฐานล้อ (มม.) 3,125
ระยะห่างช่วงล้อ (หน้า/หลัง) (มม.) 1,570
รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุด (ม.) 6.1
สมรรถนะ ระบบขับเคลื่อน 4×4 แบบ Full Time
กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์) 140
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร) 325
ความเร็วสูงสุด (กม./ ชม.)

 

มากกว่า 130
ระยะทางวิ่งต่อชาร์จ (กม.) 263 (WLTP)

361 (WLTP City mode)

อัตราการสิ้นเปลืองไฟฟ้า

(วัตต์ชั่วโมง/ กม.)

255 (WLTP)
ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไออน
ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชม.) 66.9
ระยะเวลาในการชาร์จ กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 11 กิโลวัตต์

ใช้เวลา 10 ชม. (0-100%)

กระแสตรง DC รองรับสูงสุด 50 กิโลวัตต์

ใช้เวลา 1 ชม. (20-80%)