Home Blog Page 109

“เติ้น-ทัศนพล” เดินหน้าทำตามฝัน จับมือ Campos Racing ลุยสู้ศึก FIA Formula 3 ปีที่ 2

0

“เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” นักแข่งดาวรุ่งอนาคตไกล จาก AAS Motorsport ประกาศอย่างเป็นทางการ ยืนยันเดินหน้าทำตามความฝันลุยสู้ศึกระดับเวิด์ลคลาสต่อเป็นปีที่ 2 กับการแข่งขันรายการฟอร์มูล่าทรี 2025 (FIA Formula 3 Championship) โดยในฤดูกาลนี้ เติ้น – ทัศนพล จะย้ายมาเข้าร่วมทีมดังอย่าง คัมโปส เรซซิ่ง (Campos Racing) หนึ่งในทีมแข่งรถมืออาชีพแถวหน้าของวงการ Motorsport

“อาทิตย์นี้จะเริ่มซ้อม (post season) กับทีมใหม่ครับ ซึ่งเติ้นและทีม ก็จะมีโอกาสเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งในปีหน้าให้ได้มากที่สุดครับ

เติ้นฝากแฟนๆ ทุกคนติดตามเชียร์ด้วยนะครับ การแข่งในปี 2025 อยู่สังกัดทีม Campos Racing รถหมายเลข 11 ซึ่งจะทำการเปิดฤดูกาลที่สนาม Melbourne Australia เป็นสนามแรกในเดือนมีนาคมปีหน้าครับ” เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ กล่าว 

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร , รายงานความมันส์ และภาพบรรยากาศการแข่งขันแบบชิดติดขอบสนาม ได้ที่เพจ Facebook & Instagram : AAS Motorsport

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คว้าแชมป์รุ่นโปรดักชัน TRRC สนามที่ 3

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ประกาศความสำเร็จคว้าชัยสองรางวัล จากการแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2567 (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) สนามที่ 3 ด้วยรางวัล อันดับ 1 ในรุ่น T2.1 หรือโปรดักชัน และ อันดับ 3 Overall ท่ามกลางเสียงเชียร์จากลูกค้าและแฟนฟอร์ดที่มาร่วมกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience)’ ณ จังหวัดนครราชสีมา

Ford Ranger Raptor 2

ฟอร์ดตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง พิสูจน์ความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ อีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต โดยมีไมเคิล ฟรีแมน นักแข่งมากประสบการณ์ และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทาง นำรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 8 โชว์สมรรถนะของรถกระบะที่ผลิตจากโรงงาน ร่วมกับทักษะการขับและการนำทาง ฝ่าความท้าทายบนเส้นทางสุดทรหดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทำผลงานได้ดีเยี่ยม จบการแข่งขันโดยคว้าอันดับ 1 ของรุ่น T2.1 และอันดับ 3 Overall ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เมื่อวันที่ 5-6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังจัดกิจกรรม แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience) ครั้งที่ 2 มอบประสบการณ์ออฟโรดสุดเร้าใจให้กับลูกค้าและผู้ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ กว่า 50 ท่าน ได้ทดสอบสมรรถนะอันดุดันของรถยนต์ฟอร์ดหลายรุ่นทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูงดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ รถฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค รถกระบะอเนกประสงค์สุดชาญฉลาด และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดเท่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ผ่าน 3 จุดทดสอบท้าทายของสนามแกรนด์แคนยอนโคราช เพื่อพิสูจน์ความชาญฉลาด และความสะดวกสบายในการขับขี่รถฟอร์ดจากการใช้โหมดขับขี่ต่างๆ ที่ตอบโจทย์การเดินทางทั้งบนทางเรียบและทางลุย โดยสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีการเน้นฟีเจอร์เด่นๆ เช่น

  • โหมดปกติ (Normal Mode) และโหมดสปอร์ต (Sport Mode): สำหรับการขับขี่บนถนนดำ
  • โหมดหิน (Rock Crawl Mode) และโหมดทราย (Sand Mode): กับการขับขี่ในแกรนด์แคนยอนโคราช ซึ่งมีลักษณะเป็นเนิน ร่องหิน ดินลูกรังผสมหินทราย รวมถึงได้ใช้ฟีเจอร์กล้อง 360 องศา
  • โหมดถนนลื่น (Slippery Mode) และโหมดโคลน (Mud Mode): สำหรับการขับในพื้นที่โคลน/แอ่งน้ำ

ลูกค้าฟอร์ดที่นำรถของตนเองเดินทางมาร่วมงานยังมีโอกาสขับรถลงทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งจริงของรายการ TRRC สนามที่ 3 ของปีนี้ เป็นระยะทางกว่า 22 กิโลเมตร พร้อมสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันแบบใกล้ชิดตลอดเส้นทางและได้พิสูจน์สมรรถนะอันทรงพลังของรถฟอร์ด ควบคู่กับความสนุกสนานจากการชมขบวนรถแข่ง พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่งรถกระบะครอสคันทรีชื่อดังของไทย

Ford Ranger Raptor 6

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัลอันดับ 1 แบรนด์ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากที่สุดในโลกออนไลน์ในกลุ่มรถ MPV

0

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด คว้าผู้นำอันดับ 1 การจัดอันดับแบรนด์ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากที่สุดในโลกออนไลน์ จากเวที “2024 Thailand’s Social Power Brand” ในหมวดหมู่ธุรกิจกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ตอกย้ำความสำเร็จในการสร้างสรรค์แคมเปญทางการตลาดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในแคมเปญที่มีส่วนสำคัญที่ส่งให้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) สามารถสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างน่าสนใจ คือ แคมเปญเทสต์ไดรฟ์สุดสร้างสรรค์อย่าง “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” และล่าสุด เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องกับกิจกรรมKia Wonder FamFest เติมสุขให้วันหยุดสนุกกว่าที่เคย!” ชวนลูกค้าเกีย คาร์นิวัล ร่วมกิจกรรมความสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเตรียมยกทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่นให้ได้สัมผัสและทดลองขับอย่างเต็มอิ่มกับกิจกรรม The Kia eXperience Roadshow และร่วมสร้างสีสันในช่วงเทศกาลฮาโลวีนด้วยกิจกรรม The Kia EV5 Halloween Showcase ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตลอดช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2567 นี้

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้เดินหน้ารุกตลาด เพื่อสร้างการรับรู้และยกระดับการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคชาวไทยในหลากหลายมิติอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวยนตรกรรมล้ำสมัยหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนไทย อาทิ รถเอสยูวีไฟฟ้าอย่าง The Kia EV9 และ The Kia EV5 รวมถึงรถยนต์ MPV อย่าง The Kia Carnival SXL Luxury รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแคมเปญเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกับแบรนด์อย่างใกล้ชิดมากมาย โดยหนึ่งในแคมเปญที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากจากกลุ่มเป้าหมาย คือ แคมเปญทดลองขับรถแนวใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับเจาะกลุ่มผู้ที่สนใจ The Kia Carnival ที่เป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคุณแม่รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกและต้องการใช้เวลาคุณภาพที่ดีกับลูก ๆ ในชื่อแคมเปญ ‘The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่’ พร้อมดึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวอีกกว่า 50 คน ร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับการตอบรับและการพูดถึงแคมเปญเป็นอย่างดี จากการเดินหน้าสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างสรรค์แคมเปญ ‘The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่’ ที่มาพร้อมการสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายด้วยแนวทางที่แปลกใหม่ ทำให้เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัลอันดับหนึ่ง 2024 Thailand’s Social Power Brand ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ซึ่งนับเป็นรางวัลที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสื่อสารของแบรนด์และกลยุทธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเกีย”

รางวัล Thailand’s Social Power Brand เป็นความร่วมมือระหว่าง BrandAge และบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด เทคสตาร์ทอัปสัญชาติไทย นับเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จที่โดดเด่นในโลกดิจิทัล โดยเป็นการจัดอันดับ Brand Engagement หรือแบรนด์ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกออนไลน์ประจำปี ผ่านกระบวนการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ในส่วนของ Social Listening เพื่อรับฟังเสียงของผู้บริโภคและแนวโน้มที่มีต่อแบรนด์ โดยปีนี้ได้จัดอันดับครอบคลุม 35 กลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย

“ล่าสุด เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์และมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าเกียอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรม ‘Kia Wonder FamFest’  ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในครั้งนี้เป็นกิจกรรมขอบคุณลูกค้า The Kia Carnival ที่เราได้เชิญครอบครัวที่เป็นเจ้าของรถยนต์ The Kia Carnival มาร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเทศกาล Carnival ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะงานที่รวบรวมความสนุกและความยิ่งใหญ่สำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งสะท้อนแนวคิดเช่นเดียวกันกับรถยนต์ The Kia Carnival ที่มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายในทุกการเดินทางของครอบครัวให้สนุกกว่าที่เคย งาน Kia Wonder FamFest จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ       เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ที่ต้องการยกระดับการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยเกียจะยังเดินหน้าจัดกิจกรรมรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างสร้างสรรค์” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวเสริม

 

บรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจของผู้เข้าร่วมงานด้วยไฮไลต์กิจกรรมและความเพลิดเพลินมากมายกับ 4 โซน ได้แก่ โซน Super Family ที่ให้สมาชิกทุกครอบครัวได้ร่วมเล่นสนุกกับเกมที่ผสมผสานคุณสมบัติของรถยนต์เกียเข้าไว้อย่างน่าสนใจ โซนเวิร์คชอป ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกันในกิจกรรม DIY ที่ผ่อนคลาย โซน Memorable Moment จุดถ่ายภาพสุดน่ารักให้ทุกครอบครัวได้นำช่วงเวลาที่น่าจดจำกลับบ้าน และโซน Adventure ที่จัดไว้ในสถานที่ซึ่งมอบความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคนตลอดทั้งงาน นอกจากนี้เกียยังเปิดโอกาสให้แต่ละครอบครัวได้ทดลองขับรถเกียภายในงานนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ยังได้เตรียมยกทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่นให้ได้สัมผัสและทดลองขับอย่างเต็มอิ่มกับกิจกรรม The Kia eXperience Roadshow ที่จะจัดขึ้น 2 ช่วง คือ ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2567 และวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2567 และร่วมสร้างสีสันในช่วงเทศกาลฮาโลวีนด้วยกิจกรรม The Kia EV5 Halloween Showcase ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดกิจกรรม “GWM Alxa Hero Festival 2024” นำ GWM TANK, GWM POER และ GWM HAVAL พิชิตประสบการณ์สุดท้าทายบนทะเลทรายมองโกเลีย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ ตอกย้ำความเป็นผู้นำกับความสำเร็จระดับโลกในตลาดรถยนต์ออฟโรดทั้งเอสยูวีฮาร์ดคอร์และเอสยูวีออฟโรดฮาร์ดคอร์ การันตีด้วยยอดขายอันดับหนึ่งในตลาดจีนมากว่า 2 ทศวรรษ ยกทัพสื่อมวลชนไทย เหล่าผู้ใช้รถจริง และพาร์ทเนอร์ร่วมสัมผัสความน่าตื่นเต้นของการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีในเทศกาล Alxa Hero Festival 2024 มหกรรมมอเตอร์สปอร์ตออฟโรด ณ ทะเลทรายมองโกเลียทางตอนเหนือของประเทศจีน บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางกิโลเมตร ที่รวบรวมบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยสายลุย รวมถึงแฟน ๆ ออฟโรดจากทั่วทุกมุมโลก ในปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขนทัพรถยนต์ออฟโรดที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดทรงพลังจากทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ GWM TANK, GWM POER และ GWM HAVAL เพื่อร่วมท้าพิสูจน์สมรรถนะความทนทานและแข็งแกร่งผ่านการแข่งขันรถออฟโรด การแข่งรถ การทดสอบการขับขี่ในเส้นทางทะเลทราย พร้อมการเข้าร่วมชมเทศกาลดนตรีและการตั้งแคมป์ รวมถึงได้สัมผัสอารยธรรมจีนที่งดงามอันเป็นเอกลักษณ์ ในช่วงวันที่ 30 กันยายน – 4 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา

ภายในงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมอันทรงพลัง และถ่ายทอดผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบกิจกรรมออฟโรดมาร่วมจัดแสดงภายในบูธที่จัดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 7 โซนหลักให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมออฟโรดสุดอัจฉริยะอย่างใกล้ชิด นำโดย โซนเวทีหลัก โซนจัดแสดงวัฒนธรรมออฟโรด เช่น รถยนต์ในการแข่งขันดาการ์แรลลี (Dakar Rally) และกำแพงที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมออฟโรด โซนจัดแสดงรถเอสยูวีออฟโรดสุดลักซ์ชัวรี่ GWM TANK 700 และรถจักรยานยนต์ทัวริ่งสุดหรู Great Wall SOUO โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เช่น GWM HAVAL H9, GWM POER 2.4T Off-Road และ GWM TANK 400 โซนจัดแสดงรถออฟโรดดัดแปลงจากบรรดาสำนักแต่งรถชื่อดังในประเทศจีนที่นำรถแต่งในแบรนด์ GWM มาประชันโฉมกัน รวมถึงแบรนด์และร้านค้าที่จัดจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถออฟโรดโดยเฉพาะ โซนจัดแสดงรถที่ถูกตกแต่งจากทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ เอง และโซนกิจกรรมด้านความบันเทิง เพื่อมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ไม่อาจหาจากที่ไหนได้อีก นับว่าเป็นการสะท้อนกลยุทธ์สำคัญ อย่าง ‘GO WITH MORE’ ในการหยั่งรากลึกเข้าไปในตลาดระดับท้องถิ่น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายและความตื่นเต้นในการขับขี่ออฟโรด จนกลายเป็นพื้นที่ที่แสดงอัตลักษณ์และเป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ระดับโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ท้าพิสูจน์สมรรถนะรถยนต์ออฟโรดพลังงานใหม่หลากหลายรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดแข็งแกร่งระดับโลก ผ่าน 6 รุ่นตัวท็อปสายโหด นำโดยแบรนด์ GWM TANK อย่าง GWM TANK 300 รถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร และกำลังสูงสุด 220 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อรองรับ 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมดพื้นหิมะ โหมดพื้นโคลน โหมดพื้นทราย และโหมด 4L ให้ผู้ขับเลือกใช้ได้ตามอัธยาศัย อีกทั้งยังมีระบบช่วงล่างที่เกาะพื้นถนนได้ดี ส่วนด้านหน้าและ Multi-link ด้านหลังช่วยเสริมความสามารถการลุยในเส้นทางออฟโรด นอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบกันสะเทือนที่แข็งแกร่งและความสามารถในการเข้าโค้งที่เป็นเลิศ โดยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และยาง H/T ทำให้เหมาะกับการขับขี่ในทุกสภาพถนนแม้จะเป็นทะเลทราย เพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่ที่ดุดันยิ่งกว่าด้วย GWM TANK 400 Hi-4T และ GWM TANK 500 Hi-4T ที่ให้โหมดการขับขี่สูงสุดถึง 12 รูปแบบ เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและแบบออฟโรด โดยเพิ่มโหมดการขับขี่ให้อีก 5 โหมดเพิ่มเติม ได้แก่ โหมดพื้นหิน โหมดตะลุยน้ำ โหมดขับขี่อัตโนมัติ โหมดขับขี่ระดับเชี่ยวชาญ และโหมด 4H เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ซับซ้อนได้อย่างไม่มีสะดุดในทุกเส้นทาง

ต่อด้วยแบรนด์ GWM POER รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงระดับโลกอย่าง GWM POER 2.4T Off-Road โดยรถยนต์รุ่นนี้นับว่าเป็นรถกระบะที่มีพละกำลังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะออฟโรดในระดับเดียวกัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 183 แรงม้า และระบบขับเคลื่อน 9 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและท้าทายกลายเป็นเรื่องง่าย ขนาดตัวถังยาว 5,462 มม. กว้าง 1,992 มม. และสูง 1,960 มม. ล้อขนาด 18 นิ้ว และยาง A/T ที่ออกแบบมาให้ลุยได้ดีในทุกสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความมันส์ในเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มพิกัด มาพร้อมกับ GWM POER Shanghai Performance ที่ถูกออกแบบมาพร้อมสมรรถนะขั้นสูงที่มีระยะทางการวิ่งยาวนาน ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 352 แรงม้า และมีความสามารถในการลากจูงถึง 3.3 ตัน ระบบกันสะเทือน Multi-link และระบบขับเคลื่อน 9 โหมดเช่นเดียวกับ GWM POER 2.4T Off-Road ช่วยให้ขับขี่ราบรื่นในสภาพถนนที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ แบรนด์ GWM HAVAL ส่งรถยนต์ออฟโรดรุ่นเรือธงอย่าง GWM HAVAL H9 ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่พร้อมขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์และทุกสภาพถนนสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 217 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 7 โหมดเช่นเดียวกับ GWM TANK 300  

ภายในงาน นอกจากจะได้ทดสอบสมรรถนะสุดทรงพลังของ GWM TANK, GWM POER และ GWM HAVAL จากทั้ง 3 แบรนด์แล้ว ตัวแทนของสื่อมวลชนไทยยังได้ร่วมกิจกรรมไฮไลต์สุดพิเศษในงาน Alxa Hero Festival 2024 อย่าง T3 Competition กิจกรรมการแข่งขันออฟโรดบนเส้นทางทะเลทรายที่น่าจับตามองมากที่สุด โดยจะต้องแข่งกันแบบทีม ประกอบด้วยยานพาหนะ 3 คันที่แข่งพร้อมกัน ซึ่งรถยนต์ที่ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ GWM TANK 300, GWM TANK 400 Hi-4T และ GWM TANK 500 Hi-4T ทีมที่ทำเวลาเข้าเส้นชัยทั้ง 3 คันได้เร็วที่สุดจะเป็นทีมที่คว้าชัยชนะ ในงานนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชนอย่างล้มหลาม เรียกเสียงฮือฮาได้จากทุกรุ่นที่นำมาจัดแสดงและร่วมทดสอบสมรรถนะสุดท้าทาย ซึ่งสะท้อนความเป็นเลิศของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในด้านการขับขี่ของออฟโรดและการใช้งานได้อย่างครบวงจร พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่สู่การเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) พร้อมตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดของรถเอสยูวีออฟโรดระดับโลกอย่างแท้จริง

สำหรับชาวไทย สามารถเป็นเจ้าของ ALL NEW GWM TANK 300 HEV และ ALL NEW GWM TANK 500 HEV ได้แล้ววันนี้ร่วมกับข้อเสนอสุดคุ้มเดือนตุลาคม โดย ALL NEW GWM TANK 300 HEV มาพร้อมกับส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO ในราคา 1,349,000 บาท (จากราคา 1,649,000 บาท) และรุ่น ULTRA ในราคา 1,499,000 บาท (จากราคา 1,799,000 บาท) โดยมีเฉดสีรถภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีส้ม สีดำ สีเทา และสีขาว สำหรับ ALL NEW GWM TANK 500 HEV มาพร้อมกับส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท ให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO ในราคา 1,849,000 บาท (จากราคา 2,049,000 บาท) และรุ่น ULTRA ในราคา 2,069,000 บาท (จากราคา 2,269,000 บาท) โดยมีเฉดสีรถภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเทา และสีเทาคริสตัล สำหรับลูกค้าที่สนใจ 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งจองได้ที่ GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือติดต่อ GWM contact center โทร. 02-688-8888 

สำหรับโปรโมชันล่าสุดเดือนตุลาคมสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/386-release.html

“SUZUKI” เปิดแคมเปญผลักดันเศรษฐกิจหนุนกลุ่มองค์กรธุรกิจ สมาชิกหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนิติบุคคลซื้อ SUZUKI CARRY รับส่วนลดพิเศษเพิ่มสูงสุด 15,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 60 เดือน

0
SuzukiI Carry 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI CARRY รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก เป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยจุดเด่นที่สำคัญ คือ เรื่องความอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องของรูปทรงและสมรรถนะการใช้งาน รวมถึงงานบริการหลังการขายที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในทุกระดับ ทั้งในบทบาทของการขนส่ง หรือแปลงโฉมเป็นร้านค้าเคลื่อนที่รองรับธุรกิจในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ทำให้ SUZUKI CARRY มียอดขายสะสมในประเทศไปมากกว่า 61,663 คัน

SuzukiI Carry 2

โดยเพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จึงจัดแคมเปญพิเศษเพื่อสนับสนุนกลุ่มองค์กรธุรกิจให้สามารถแข่งขันและขยับขยายธุรกิจขององค์กรให้มีความคล่องตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังคงชะลอการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต่างได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ซูซูกิมีความพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจที่ต้องการใช้งานรถยนต์ที่มอบความคุ้มค่า คุ้มราคา เพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจขององค์กรในอนาคต โดยเมื่อลูกค้ากลุ่มองค์ธุรกิจที่ซื้อและรับรถ SUZUKI CARRY ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2567 สามารถรับส่วนลดอีก 10,000 บาท หรือกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สามารถรับส่วนลดได้ 15,000 บาท เพิ่มเติมจากแคมเปญ “SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” มอบให้แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY และสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก ซึ่งนับเป็นแคมเปญที่ได้การตอบรับจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างดี

SuzukiI Carry 4

SUZUKI CARRY นับเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กที่อยู่คู่กับผู้ประกอบการไทยมายาวนาน ด้วยแนวคิดของซูซูกิ นอกจากคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีความคุ้มค่าในทุกด้าน มิติตัวรถที่มีความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. มาพร้อมความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 160 มม. เติมเต็มสมรรถนะการใช้งานด้วยกระบะบรรทุกแบบเรียบผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์ ป้องกันสนิมและการสึกกร่อน สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้านช่วยให้การขนถ่ายสัมภาระทำได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม โดย SUZUKI CARRY มีสีจำหน่ายเป็นสีขาว ในราคาเพียง 395,000 บาท

SuzukiI Carry 5

รายละเอียดแคมเปญซื้อรถและรับรถ SUZUKI CARRY ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2567
•รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
•หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
•ลูกค้าองค์กรธุรกิจประเภทนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ เช่น สมาคม สหกรณ์ เป็นต้น รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท หรือ ลูกค้าองค์ธุรกิจที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท

SuzukiI Carry 7

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราตอกย้ำเสมอถึงแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY ไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์โดยผ่านในหลากหลายอาชีพ อาทิเช่น กลุ่มธุรกิจรถ Food Truck รถบ้าน (Motor Home) รถให้บริการอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงเคลื่อนที่ (Pet Spa) รถตัดผมเคลื่อนที่ (Barber Truck) ร้านทำเล็บเคลื่อนที่ รถสุขาเคลื่อนที่ให้เช่า เป็นต้น ด้วยการพัฒนารูปแบบให้สามารถรองรับการดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย ตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ เปรียบเสมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต อีกทั้งเรายังมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

เจาะลึกความอเนกประสงค์ของ BYD M6 รถไฟฟ้าน้องใหม่จากค่ายบีวายดี ที่มีดีมากกว่าที่คิด

0
BYD M6 1

ในยุคสมัยที่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้นและมีตัวเลือกมากมายในท้องตลาด ผู้บริโภคจึงมองหายานพาหนะคู่ใจที่สามารถใช้งานได้ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกล เรียกได้ว่าต้องครบจบในคันเดียวทั้ง ดีไซน์ สมรรถนะ อุกปรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ โดยหนึ่งในโมเดลที่น่าจับตาที่สุดในช่วงนี้คือน้องใหม่จากแบรนด์บีวายดีที่พกความอเนกประสงค์มามอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทางแบบไม่มีกั๊กอย่าง BYD M6 นั่นเอง วันนี้ เรเว่ ออโตโมทีฟ อยากชวนมาสำรวจความรอบด้านของ MPV คันนี้ว่าจะอเนกประสงค์สมคำร่ำลือขนาดไหน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานแบบใดกันบ้าง มาติดตามกันได้เลย

เดินทางอุ่นใจไปด้วยกันทั้งบ้าน ไม่ว่าจะครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวใหญ่ หรือสายสัตว์เลี้ยง

การเดินทางกับสมาชิกในครอบครัวถือเป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสถานการณ์เร่งรีบ จะครอบครัวขนาดเล็กที่มีเพียงพ่อ-แม่-ลูก ครอบครัวใหญ่ที่มีคนหลายเจนเนอเรชันอยู่ร่วมกัน หรือแม้แต่ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง ก็สามารถไปไหนมาไหนด้วยกันได้อย่างสบายๆ จุคนได้ถึง 6 ที่นั่ง แถมยังมีฟังก์ชันการพับเบาะแถวที่ 3 ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 580 ลิตร เพียงพอสำหรับข้าวของเครื่องใช้จำนวนมาก หรือจะจัดเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ไม่ยาก นอกจากนี้ หลังคากระจกแบบพาโนรามิกขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้าป้องกันรังสียูวี มอบความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสารอยู่เสมอ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่มีตัวกรองฝุ่น PM 2.5 ช่วยให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยอากาศที่สะอาด สดชื่น มั่นใจได้ว่าทุกคนในบ้านจะได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ทั้งประทับใจและปลอดภัยบนท้องถนน

BYD M6 2

คู่รักนักธุรกิจ สร้างอนาคตด้วยพื้นที่และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ได้ลงตัว

สำหรับคู่ชีวิตที่ลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน การมีรถยนต์อเนกประสงค์ที่ไม่เพียงใช้สำหรับการใช้สัญจรไปมาแต่ยังตอบโจทย์ชีวิตของวัยรุ่นสร้างตัวแบบ 2-in-1 ถือเป็นกำไรอย่างหนึ่ง  มาพร้อมพื้นที่เก็บของท้ายรถที่ปรับได้ตามความต้องการ และระบบ VtoL (Vehicle to Load) ที่สามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการทำธุรกิจแบบ On The Go อย่างการเปิดท้ายขายของ หรือบริการเสริมความงามอย่างการทำเล็บ พร้อมสนับสนุนการสร้างอนาคตและทำให้การทำตามความฝันเป็นไปได้อย่างอิสระและเต็มที่

BYD M6 4

รวมตัวเพื่อนซี้ โร้ดทริปต่างจังหวัดแบบยกแก๊ง

มนุษย์วัยทำงานอย่างเราๆ นานทีปีหนจะมีโอกาสได้นัดเพื่อนเก่าสมัยเรียนจัดทริปท่องเที่ยวรำลึกความหลัง แน่นอนว่าเมื่อมีโอกาสได้กลับมาเจอกัน ทุกคนก็อยากใช้เวลาที่มีร่วมกันให้ได้มากที่สุดตั้งแต่อยู่บนรถ บอกเลยว่าจะทริปใกล้หรือไกลก็หายห่วงพร้อมพาทั้งแก๊งไปสนุกทุกที่ โดยรุ่น Dynamic วิ่งได้ไกล 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และรุ่น Extended จัดเต็มวิ่งไกลสูงสุดถึง 530 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ขับกันยาวๆ พร้อมเอนจอยตลอดเส้นทางด้วยระบบมัลติมีเดียที่ให้ความบันเทิงเต็มรูปแบบ หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ปรับหมุนด้วยไฟฟ้า รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto กับลำโพงรอบคันถึง 6 จุดการันตีว่าทุกการเดินทางจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความทรงจำดีๆ จนอยากวางแผนทริปครั้งต่อไปอีกเรื่อยๆ

BYD M6 6

หนุ่มสาวชาวออฟฟิศสายติดรถ ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน

ทุกวันนี้ มีผู้ใช้รถใช้ถนนในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเหล่ามนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเดินทางมายังออฟฟิศมักจะชวนเพื่อนร่วมงานให้โดยสารไปด้วยกัน ไม่ว่าจะขาไป ขากลับ ออกไปประชุม หรือแม้แต่การไปหามื้อกลางวันรับประทานข้างนอก สำหรับใครที่เป็นคนเฟรนด์ลีมีเพื่อนเยอะในที่ทำงาน ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้หลายคน ทั้งยังมาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนรถ อาทิ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ช่วยในการมองเห็นทุกมุม ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน และถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่งที่ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างทั่วถึง

BYD M6 เป็นมากกว่ารถ MPV ทั่วไป เพราะไม่เพียงแต่เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลภาวะและประหยัดพลังงาน แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างหลากหลายและลงตัวสำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดย BYD M6 พร้อมให้ทุกคนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าแล้ววันนี้ ผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับและเป็นเจ้าของได้แล้วที่โชว์รูม BYD ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Facebook BYD RÊVER Thailand

 

 

บิ๊กบอส “ลามิน่า” คว้ารางวัลจากสหประชาชาติ

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” รับรางวัล HER AWARDS, UNFPA THAILAND 2024  ประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ ณ ห้องประชุม ESCAP Hall องค์การสหประชาชาติ (UN) ราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร

HER AWARDS, UNFPA THAILAND 2024 ประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ เป็นรางวัลสำหรับผู้ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและพัฒนากลุ่มคนเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ เพื่อให้หลุดพ้นจากบริบทปัญหาด้านต่างๆ รวมทั้งสร้างโอกาสให้ต่อยอดพัฒนาสู่การพึ่งตนเองและการยกระดับคุณภาพชีวิต จัดขึ้นโดย 3 องค์กรภาคีหลัก ได้แก่ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด และบริษัท นินจา เพอร์เฟคชั่น จำกัด

ทั้งนี้เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลทุกเพศ ทุกวัย และองค์กรต่างๆ ที่อุทิศตนทำงานขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพประชากรทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศและการเสริมพลังของผู้หญิงและเด็ก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยในทุกมิติ โดยสรรหาบุคคลหรือองค์กรที่มีผลงานเป็นเชิงประจักษ์

HER AWARDS, UNFPA THAILAND 2024 เกิดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ICPD เวทีการประชุมพัฒนาประชากรเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และวาระครบรอบ 45 ปี CEDAW อนุสัญญาระหว่างประเทศที่ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ เพื่อเป็นรางวัลเกียรติยศมอบแก่บุคคลหรือองค์กรจากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่สร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 110 รางวัล แบ่งเป็น 77 รางวัลจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ, 23 รางวัลจากส่วนกลาง โดยการตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ 10 รางวัล จากการโหวตโดยคนไทยทั้งประเทศผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่

การคัดเลือกตัดสินผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัลทั่วประเทศ ได้ผ่านการคัดเลือกในรอบอนุกรรมการอย่างเข้มข้น เพื่อสู่กระบวนการตัดสินรอบสุดท้ายโดยคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ ทั้งจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ตัวแทนเด็กและเยาวชน ตัวแทนภาคประชาสังคม และภาคีความร่วมมือในโครงการทั้ง 3 ภาคี

นางสาวจันทร์นภา สายสมร หนึ่งในผู้รับรางวัลประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ จากส่วนกลาง 23 รางวัล ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองและลงคะแนนคุณสมบัติด้านการขับเคลื่อนงาน รวมถึงผลลัพธ์การทำงาน ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพประชากรในแต่ละมิติ จากโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่พร้อมสาธารณูปโภคต่อเนื่องมาตลอด 24 ปี

อีกทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ อาทิ โครงการลามิน่ามินิสานฝัน ต่อเนื่อง 10 ปี โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ต่อเนื่อง 12 ปี ร่วมคืนผืนป่าให้ประเทศไทยกว่า 550 ไร่ โครงการสร้างฝันปันรอยยิ้ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553

รวมถึงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ ตั้งแต่ พ.ศ.2556 และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อส่งมอบความสุขคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

เอเอเอส กรุ๊ป ลงทุน 120 ล้านบาท จำหน่ายรถ EV ระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ AVATR พร้อมเปิดโชว์รูมใหม่ 2 สาขาที่สยามพารากอน และพระราม 3

0

นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอเอเอส กรุ๊ป ได้เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท ฉางอาน เซาท์อีสเอเชีย ประเทศไทย จำกัด ให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยมแบรนด์ AVATR โดยบริษัทได้เตรียมงบลงทุนจำนวน 120 ล้านบาท พร้อมแผนการเปิดโชว์รูม 2 สาขาในปีแรก

โชว์รูมแห่งแรกตั้งอยู่ที่สยามพารากอน ชั้น 2 ขนาดพื้นที่ 150 ตารางเมตร ซึ่งจะพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการในกลางเดือนตุลาคมนี้ ส่วนโชว์รูมที่สองจะตั้งอยู่ที่พระราม 3 ขนาดพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายปี 2568 โดยจะเปิดเป็นโชว์รูมชั่วคราวก่อน ในกลางเดือนตุลาคมนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าภายใต้แบรนด์ AVATR โดยมีแผนที่จะขยายโชว์รูมและบริการไปทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการที่ครอบคลุมและสอดคล้องกับรถรุ่นต่างๆ ที่จะนำเข้ามาและผลิตในประเทศในอนาคต ทั้งในรูปแบบของการลงทุนเอง และการแต่งตั้งตัวแทน โดยบริษัทตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2 สาขาต่อปี

สำหรับเป้ายอดขายของรถยนต์ AVATR 11 ที่เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 500 คันในปีแรก โดยในเดือนแรกที่เปิดจำหน่าย บริษัทได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มียอดจองมากกว่า 100 คันภายในเวลาเพียง 15 วัน และรถยนต์รุ่นนี้จะมาถึงและทยอยส่งมอบให้ลูกค้าตามลำดับการจองตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อชมความหรูหราและทดลองขับ AVATR 11 ได้แล้ววันนี้ที่บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด โทร 065-839-9888 หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.avatrthailand.com , Line Official: @avatr และ Facebook/Instagram/Tiktok: AVATR by Infinite Automobile

MOTOR EXPO รวมใจสานสายสัมพันธ์สื่อมวลชน

0

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป และชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จัดกิจกรรม “รวมใจสานสายสัมพันธ์สื่อมวลชน – MOTOR EXPO ครั้งที่ 14” ภายใต้แนวคิด “รวมกันสรรค์สร้างสังคมยานยนต์”  เพื่อกระชับสัมพันธ์ และขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ณ ร้านอาหาร Waterside เมื่อเร็วๆ นี้

แจกจริง! “ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” มอบรางวัลมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV ให้แก่ผู้โชคดี

0

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” งานแสดงและซื้อ-ขายรถยนต์ครบวงจร ร่วมส่งมอบรางวัลใหญ่ “รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV” จำนวน 2 รางวัล พร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่ารวมกว่า 177,490 บาท ให้แก่ผู้โชคดีที่ได้สิทธิ์ “ซื้อรถลุ้นรถ” จากการจองหรือซื้อรถ ทั้งรถใหม่ป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วภายในงาน  “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3-7 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมี นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใหม่ นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว และ นายพีระพงศ์
เอี่ยมลำเนา
รองประธานจัดงานฝ่ายรถตกแต่ง โมดิฟาย และกิจกรรม อีสปอร์ต มาร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรางวัลใหญ่ให้แก่ผู้โชคดีทั้ง 2 ท่าน  ได้แก่

รางวัลรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV  รุ่น Saber Tiger มูลค่า 95,900 บาท จํานวน 1 คัน พร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่า 3,845 บาท

  • นางนนลณีย์ สุวรรณพงษ์

รางวัลรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV  รุ่น Mine Plus มูลค่า 73,900 บาท จํานวน 1 คัน พร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่า 3,845 บาท

  • นางทักษิณา เกษมสันต์ ณ อยุธยา

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” (FAST Auto Show Thailand) จัดโดย บริษัท คิง ออฟ ออโต้
โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ความร่วมมือทางธุรกิจของ 3 ค่ายใหญ่ ในวงการสื่อรถยนต์เมืองไทย โดยนำจุดแข็งของ “กรังด์ปรีซ์” ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่-รถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ “สื่อสากล” ผู้จัดงาน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่ รถนำเข้าและกลุ่มผู้นำเข้าอิสระ และ “วี.เอ แอนด์ ซันส์” ที่เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการรถยนต์ใช้แล้วมากว่า 15 ปี เพื่อต่อยอดธุรกิจอีเวนต์โชว์รถครบวงจรที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในช่วงกลางปี

** หมายเหตุ “ซื้อรถลุ้นรถ” ผู้จองรถหรือซื้อรถทุกกลุ่มภายในงานจะได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV รุ่น Saber Tiger มูลค่า 95,900บาท จํานวน 1 คัน และรุ่น Mine Plus มูลค่า 73,900 บาท จํานวน 1 คัน รวม 2 รางวัลพร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่า 3,845 บาท จับรางวัลหลังจบงาน