Home Blog Page 109

กรังด์ปรีซ์ฯ ประกาศแต่งตั้ง “พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา” ขึ้นตำแหน่ง CEO

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2567 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 โดยมีการแต่งตั้ง นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งมีผลในวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านนอกจากนี้ยังคงดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัทฯ กรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี   กรรมการบริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน  และกรรมการบริหาร เพื่อช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของบริษัทในทิศทางที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ  โดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ยังคงดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร เพื่อให้คำแนะนำ และสนับสนุนการบริหารจัดการของบริษัทฯ ต่อไป

การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการบริหารของ กรังด์ปรีซ์ ฯ โดยนายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา พร้อมสานต่อความสำเร็จ และจะนำประสบการณ์ วิสัยทัศน์ที่มีมา พัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต  และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและท้าทายใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และระดับสากลต่อไป ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สะท้อนถึงความพร้อมของบริษัทฯ ในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืนของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

มาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งคนไทยขึ้นเป็นประธานคนใหม่

0

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้ง นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (President & CEO) บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีบทบาทสำคัญในการบริหารองค์กรมาสด้ามายาวนาน สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนนับตั้งแต่ร่วมงานกับมาสด้า เมื่อปี พ.ศ. 2550 เริ่มจากการเป็นผู้ร่วมพัฒนารถยนต์มาสด้าในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด สั่งสมประสบการณ์กว่า 18 ปี บริหารงานครบทุกฟังก์ชั่น สร้างผลงานความสำเร็จมากมาย โดยเฉพาะการเปิดตัวมาสด้า2 ได้รับความนิยมสูงสุดจนสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์นั่งซิตี้คาร์ ครองแชมป์ทำสถิติยอดขายสูงสุด 3 ปีติดต่อกัน รวมทั้งประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่น ขยายการลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่ง โรงงานผลิตเครื่องยนต์ และเกียร์อัตโนมัตินอกประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในประเทศไทย ผลักดันโครงการขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจมาสด้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 18 ปี นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารองค์กรมาสด้า ทั้งส่วนงานวางแผนด้านผลิตภัณฑ์ การวางกลยุทธ์การตลาด ส่งเสริมการขาย การพัฒนาผู้จำหน่าย การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว และส่วนอื่นๆ อย่างรอบด้าน ถือเป็นผู้บริหารที่มีส่วนร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และอยู่ในทุกช่วงเวลา ทุกสถานการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านอุปสรรคมากมาย ร่วมมือปลุกปั้นแบรนด์มาสด้าจนได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย แรกเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2558 จากยอดขาย 11,000 คันต่อปี ก้าวสู่การสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายสูงสุดถึง 74,000 คันต่อปี

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของธุรกิจมาสด้า เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท้าทาย และมีคุณค่ายิ่ง ความผูกพันกับทีมงานคนไทย ผู้จำหน่ายมาสด้า สื่อมวลชน และพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับมาสด้า ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เชื่อมั่นในศักยภาพของทีมงานทุกคน การที่มาสด้าทำงานลงลึกในรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขาย การดูแลและการบริการ การมอบความประทับใจให้ลูกค้า ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกหล่อหลอมและส่งเสริมให้มาสด้าก้าวเดินและเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาถึงทุกวันนี้ ต่อจากนี้ อีกหนึ่งบทบาทใหม่จะมีความท้าทายยิ่งขึ้น มาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังและเข้มข้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจในทุกมิติ สร้างธุรกิจมาสด้าและผู้จำหน่ายให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ให้ลูกค้าตลอดไป

มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาสด้าเกิดความแข็งแกร่งจึงไม่ใช่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องสร้างความรัก ความผูกพัน ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดี จนเกิดเป็นความประทับใจ กลับมาซื้อซ้ำ และเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ทุกรุ่น ทุกช่วงเวลาของชีวิต กลายมาเป็น “มาสด้า แฟมิลี่” นั่นคือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ Retention Business คือการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้ดีที่สุด รวมถึงการแนะนำจุดเด่นของรถมาสด้าให้กับคนอื่นๆ ต่อไป มาสด้าเชื่อว่าแนวทางการทำธุรกิจด้วยวิถีนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างคุณค่าแบรนด์ โดยเฉพาะการบริการหลังการขายที่ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก และเป็นอันดับหนึ่งด้านการบริการ เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า รวมถึงผลประกอบการของผู้จำหน่ายต้องแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ถือเป็นประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนไทยคนแรกที่มาจากสายเลือดอันเข้มข้นของ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพียงคนเดียว เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในองค์กรระดับโลก และมีเพียงคนไทยไม่กี่คนที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคนานัปการมาได้ เป็นขุนศึกที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้บริหารระดับสูงมานับไม่ถ้วน โดยดำรงตำแหน่งล่าสุด คือ รองประธานกรรมการบริหาร  มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เมื่อช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา

มร. ทาดาชิ มิอุระ จะขยับขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาอาวุโส  กล่าวสั้นๆ แต่มากด้วยความหมายว่า “ผมเชื่อมั่นในพลังของการทำงานเป็นทีม ด้วยศักยภาพของพนักงานทุกคนใน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่ายมาสด้าทุกราย ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนได้ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างมาสด้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย แน่นอนที่สุดการสนับสนุนและให้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วยดีมาโดยตลอดนั้น คือสิ่งสำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผมภูมิใจและมีความสุขกับบทบาทใหม่ที่กำลังจะมาถึง อีกไม่นานจากนี้ไป มาสด้ากำลังเร่งมือเดินหน้าแนะนำยนตรกรรมใหม่และรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงการสร้างความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ผมมั่นใจว่าเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่นำพามาสด้าในประเทศไทยประสบความสำเร็จและยั่งยืน ทำให้มาสด้าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ลูกค้าภาคภูมิใจที่ได้ครอบครอง”

การปรับทัพผู้บริหารของมาสด้าในช่วงเวลาที่ตลาดรถยนต์ไทยมีการแข่งขันรุนแรงเช่นนี้ นับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง       ถือเป็นความท้าทายที่มาสด้าจะต้องก้าวผ่านเพื่อไปสู่ความสำเร็จในระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะการแนะนำรถมาสด้ารุ่นใหม่ที่กำลังจ่อคิวลงตลาดตามแผนพัฒนาธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะส่งผลให้มาสด้ากลับมาทวงแชมป์ความยิ่งใหญ่ และได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าชาวไทยในเร็วๆ นี้

“ฟอร์ด” ต่อโปรฯ แคมเปญสุดเร้าใจต้อนรับปีใหม่

0
Ford 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ต้อนรับปีใหม่ด้วยการต่อแคมเปญพิเศษสุดคุ้มจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมอบข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยราคาที่คุ้มค่าและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ครอบคลุมรถหลากหลายรุ่น ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ใหม่ รุ่นปี 2024 ราคาพิเศษ 799,000 บาท และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2568 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

Ford 2

“แคมเปญนี้เป็นการต่อยอดจากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม เราจึงตั้งใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้าฟอร์ดทุกท่าน ที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ เพื่อเริ่มต้นปีด้วยความมั่นใจและก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตลอดปี 2568 ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผสานสมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีทันสมัย อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน และอุ่นใจจากบริการหลังการขายที่มุ่งยกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฟอร์ดเป็นตัวเลือกอันดับแรกของลูกค้าทุกท่าน” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

Ford 3

ข้อเสนอสุดเร้าใจจากฟอร์ดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่น แค็บ XLS กระบะแค็บยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 699,000 บาท จากราคาปกติ 809,000 บาท
ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ใหม่ รุ่นปี 2024 กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 799,000 บาท จากราคาปกติ 919,000 บาท
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 2.0 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคาปกติ 1,089,000 บาท
ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 6AT ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ 10AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ ราคาพิเศษเพียง 1,699,000 บาท จากราคาปกติ 1,799,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ 4×2 ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,392,000 บาท
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ Sport 4×2 6AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×4 6AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
รถฟอร์ดทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีค่าแรงเช็กระยะ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

Ford 5

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเปิดรับจองรถฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT สุดยอดรถกระบะสไตล์เรซซิ่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากมอเตอร์สปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ ด้วยการนำเสนอครั้งแรกจำนวน 200 คันเท่านั้น ในราคา 1,749,000 บาท

Ford 5 Ford 6

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายได้ที่โชว์รูมฟอร์ดใกล้บ้านท่าน หรือเว็บไซต์ http://www.ford.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 1383

 

รถเก่า เราก็ดูแล! “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” มอบส่วนลด 20% สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ที่ร่วมรายการ พร้อมฟรีเช็กรถ 22 รายการ เฉพาะรถยนต์มิตซูบิชิที่อายุ 15 ปีขึ้นไป

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษ ‘รถเก่า เราก็ดูแล’สำหรับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้าตรวจเช็กที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิทั่วประเทศ ส่วนลดร้อยละ 20 สำหรับค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าเคมีภัณฑ์ ที่ร่วมรายการ พร้อมฟรี เช็กรถ 22 รายการ และตรวจเช็กด้วยเครื่อง MUT-III เฉพาะรถยนต์มิตซูบิชิที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ณ ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของแคมเปญได้ที่ https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/buy/promotion/reduce-pm2-5-campaign

เพื่อให้ลูกค้าใช้งานรถยนต์ได้อย่างเต็มสมรรถนะ และลดปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 จากการใช้งาน พร้อมสนับสนุนโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับกรุงเทพมหานครในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบส่วนลดร้อยละ 20 สำหรับค่าแรง รวมไปถึง ค่าอะไหล่ น้ำมันเครื่อง และเคมีภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ น้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง ชุดกรองน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำยาทำความสะอาดเครื่องยนต์มิตซูบิชิ น้ำยาทำความสะอาดระบบหัวฉีดมิตซูบิชิ พร้อมตรวจเช็กฟรี 22 รายการ และตรวจเช็กเครื่องยนต์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ MUT-III สำหรับรถยนต์ มิตซูบิชิที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป นับจากวันจดทะเบียนที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียนรถยนต์ที่ออกโดยกรมขนส่งทางบก หรือเป็นลูกค้าที่ออกรถก่อนปี 2553 โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิทั่วประเทศ เติมความอุ่นใจและมอบความสะดวกสบายให้กับทุกการเดินทาง ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายสูงสุดจากรถยนต์มิตซูบิชิ

เชื่อมั่นในทุกการเดินทาง สำหรับรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ กับการตรวจเช็กและดูแลบำรุงรักษารถยนต์ของคุณด้วยบริการที่ได้รับมาตรฐานโดยช่างผู้ชำนาญงานที่ได้รับการอบรม และอะไหล่แท้จากมิตซูบิชิ ภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล…คุณแค่ขับ’ ลูกค้าที่เข้ามาที่ศูนย์บริการของมิตซูบิชิ สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและใช้อะไหล่แท้ของมิตซูบิชิ สร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพระดับสูงสุด เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเข้ารับบริการที่สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ซึ่งสามารถเข้าถึงเครือข่ายศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

ตรวจสอบรายการอะไหล่ที่ร่วมรายการ และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด และ ติดต่อเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็กรถยนต์และบำรุงรักษา ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

 

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” มอบ 1 ล้านบาท สมทบทุน “ปรับปรุงห้องผ่าตัด รพ.ศิริราช”

0
ไพรม์มัส กรุ๊ป 1

ผู้บริหารระดับสูง บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (คนที่ 3 จากขวา) ประธาน, จิระพล รุจิวิพัฒน์ (คนที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ, ศราวิช ไชยมังกร (คนที่ 1 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมมอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมการกุศล ในปี 2567 เนื่องในโอกาสวาระครบรอบ 5 ปี ก้าวสู่ไปที่ 6 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุน “ปรับปรุงห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช” สำหรับรองรับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล (คนที่ 3 จากซ้าย) คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.นพ. ธวัชชัย

ไพรม์มัส กรุ๊ป 2

อัครวิพุธ (คนที่ 1 จากซ้าย) รองคณบดี คนที่ 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช และ ศ.ดร.นพ. ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร (คนที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช มหาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ ณ ห้องรับรองงานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช

ไพรม์มัส กรุ๊ป 3

“เรื่องรถ ให้ ไพรม์มัส ดูแล”

ฮุนได จัดโครงการ “Future Mobility School” ปีที่ 2 หนุนเยาวชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จุดประกายการเดินทางที่ยั่งยืน

0
ฮุนได 1

สำนักงานใหญ่ ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก ประกาศความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนเปิดตัวโครงการ Future Mobility School ปีที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมของเยาวชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับการเป็นผู้นำด้านการเดินทางซึ่งกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริง โครงการนี้จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ให้กับนักเรียนจำนวน 1,150 คน ใน 12 โรงเรียนจาก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขับเคลื่อนการเดินทางที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “ความก้าวหน้าเพื่อมวลมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) ของฮุนได

ฮุนได 2

โครงการ Future Mobility School สะท้อนถึงภารกิจของฮุนไดในการส่งเสริมโซลูชันการเดินทางให้เป็นพลังเพื่อการสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ผ่านการปลูกฝังให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโซลูชันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสอดรับกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม หลักสูตรในปีนี้นำทีมโดยครูผู้ทุ่มเทจำนวน 19 คน พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาผ่านการยกระดับการมีส่วนร่วมและส่งเสริมการคิดเชิงนวัตกรรมของเด็กนักเรียน ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมที่เข้มข้นด้วยตนเอง

ฮุนได 3

“ฮุนไดมุ่งมั่นพัฒนาการเดินทางให้เป็นพลังเพื่อการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน” มร.ซันนี่ คิม ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก สำนักงานใหญ่ กล่าว “โครงการ Future Mobility School มุ่งส่งเสริมทักษะแก่เยาวชนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการมอบทักษะและองค์ความรู้เพื่อให้พวกเขาเป็นผู้นำด้านการเดินทางที่ยั่งยืน และด้วยแนวทางการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการคิดค้นนวัตกรรมนี้ เรากำลังเตรียมคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคตที่เปี่ยมความหมายร่วมกัน กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงโครงการระดับโลกของเราในการพัฒนาผู้ที่มีความสามารถของแต่ละท้องถิ่น และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชุมชนต่าง ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

โครงการ Future Mobility School สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของฮุนไดที่เน้นย้ำว่า ความก้าวหน้าจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเต็มเปี่ยมไปด้วยมนุษยธรรม ซึ่งเอื้อให้คนรุ่นหลังสามารถใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยสันติภาพและความสะดวกสบาย โดยฮุนไดยังคงมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนเยาวชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการมอบองค์ความรู้ด้านการเดินทางที่ยั่งยืนและการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
ศูนย์การศึกษาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศแห่งเอเชียแปซิฟิก (APCEIU) ภายใต้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ตระหนักถึงการสนับสนุนของฮุนได โดย มร.ลิม วอนจิน หัวหน้าสำนักงานครูแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กล่าวว่า “เด็ก ๆ ในวันนี้ก็คือผู้นำในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องสนับสนุนให้พวกเขาร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โครงการ Future Mobility School ของฮุนไดเป็นการต่อยอดความพยายามเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นตัวอย่างของการสร้างแรงบันดาลใจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและความร่วมมือในระดับโลก”

ฮุนได  4

เสียงตอบรับจากโครงการ Future Mobility School
แนวทางการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติและมีประสบการณ์จริงของหลักสูตรช่วยบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์และวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียนเมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับประเด็นต่าง ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น การเดินทางที่ยั่งยืน การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม โดยเหล่านักศึกษาและนักเรียนได้มาร่วมแบ่งปันถึงผลลัพธ์ของโครงการนี้

ชาริฟาห์ นูร์ ฟาซิลาห์ ครูจากโรงเรียน SK Seri Budiman ในมาเลเซีย แสดงความคิดเกี่ยวกับหลักสูตรการสอนว่า “โครงการ Future Mobility School ช่วยกระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ และการตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ โดยนักเรียนได้รับการสอนให้รู้จักรีไซเคิลสิ่งของต่าง ๆ ในระหว่างการเรียนหลักสูตรนี้”

ฮุนได 7

ชาห์ซาดา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนประถม Muhammadiyah Sapen ในยอกยาการ์ตา อินโดนีเซีย กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากในตอนแรก แต่เมื่อผมเริ่มทำ มันก็สนุกมาก ผมได้ทำกระเป๋าเงินรีไซเคิลจากเบาะนั่งรถยนต์เก่าที่มีข้อความ ‘รักษ์โลก’ อยู่ด้านหลังด้วย” ประสบการณ์ของเขาเน้นย้ำถึงความสำเร็จของหลักสูตรในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่เด็กนักเรียน ในขณะที่ พจน์ วิเศษหอมดี อายุ 15 ปี นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมในประเทศไทย กล่าวแสดงความเห็นด้วยว่า “โปรแกรมนี้มอบประสบการณ์องค์ความรู้ใหม่ให้กับเรา ผมอยากให้โรงเรียนอื่น ๆ ได้มาร่วมโครงการนี้ด้วย”

โครงการ Future Mobility School ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเสนอหลักสูตรที่เน้นย้ำสาระสำคัญเดียวให้กับเด็กนักเรียนทุกคน นั่นคือการรักษ์โลกโดยให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ยั่งยืน ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้ฮุนไดวางแผนสานต่อและขยายโครงการนี้ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมพันธกิจระยะยาวในการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคตและสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมในแต่ละท้องถิ่น โครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านการเดินทางที่อย่างยั่งยืน และความมุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคนของฮุนได

“อีซูซุ” ร่วมกับ เอส เอฟ ต่อยอดความแรง…ล้ำอนาคตของเครื่องยนต์ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE สู่โรงภาพยนตร์ ใน Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด

0
อีซูซุ 1

“อีซูซุ” จับมือเอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำในธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ต่อยอดถ่ายทอดความแรง…ล้ำอนาคตของเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก สู่โรงภาพยนตร์ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE” ให้สัมผัสในทุกมิติของความแรง เร้าใจของนวัตกรรมแห่งโลกยานยนต์ใหม่ จากอีซูซุ ผ่านนวัตกรรมระบบภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ ตอกย้ำสมรรถนะอันยอดเยี่ยม แรงขึ้น เร็วขึ้น ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถรับชมในโรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม เป็นต้นไป

อีซูซุ 2

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “เครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก เป็นเทคโนโลยีดีเซลที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อกำหนดอนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง โดยศึกษาจากความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก และเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เป็นขุมพลังที่มีสมรรถนะสูงสุด ทั้งด้านแรงม้า แรงบิด ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือทำงานควบคู่กับพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ในอนาคต ดังนั้นอีซูซุจึงเลือกที่จะจัดทำภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE” เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมความแรง…ล้ำอนาคตของเครื่องยนต์ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE เพื่อมาเป็นขุมพลังใน “อีซูซุ ดีแมคซ์” และ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” ในปัจจุบัน ซึ่งประสบการณ์ของความสั่นสะเทือนของโลกรวมถึงความแรงสุดในทุกมิติจะสัมผัสได้ผ่านนวัตกรรมแห่งภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ของโรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟทั่วประเทศ”

อีซูซุ 3

คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอส เอฟ ในฐานะผู้นำในธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่เป็นช่องทางสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก ไปสู่กลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายด้าน ไลฟ์สไตล์ โดยมั่นใจว่าภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุดของอีซูซุ ที่มีการเติมเต็มอรรถรส ด้วยระบบภาพบนจอยักษ์ที่มีความละเอียดสูง ระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งเป็นระบบเสียงที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และสามารถรับชมได้ในโรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ ที่มีมากถึง 392 สาขาทั่วประเทศนั้นจะแสดงถึงจุดเด่นของขุมพลังใหม่ที่เป็นเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคตที่มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยม แรงขึ้น เร็วขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นตามแบบฉบับของอีซูซุได้อย่างเด่นชัดอีกด้วย”

อีซูซุ  4

นอกจากนี้ พิธีกรอารมณ์ดีของงาน เลโอ โซสเซย์ ยังได้ร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร นักแสดงดาวรุ่งหนุ่มหล่อ ซึ่งกล่าวถึงความประทับใจที่ได้สัมผัสสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่ด้วยตัวเองในงานเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมาว่า “เมื่อความเร็วและแรงแบบล้ำอนาคตถูกส่งต่อมาในรูปแบบของภาพยนตร์ Digital Sound check ผ่านภาพและเสียงที่ยิ่งใหญ่ในทุกมิติ ทำให้ผมคิดถึงความตื่นเต้นของการขับในสนามแข่งครั้งแรกของผมกับเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก ที่ช่วยให้ขับสนุกและมั่นใจในทุกรอบความเร็ว ผมขอแนะนำว่า อย่าหยุดแค่ความตื่นตาตื่นใจในโรงภาพยนตร์ แต่ควรไปสัมผัสสมรรถนะความแรงของจริงได้ที่โชว์รูมอีซูซุใกล้บ้านครับ”

อีซูซุ  5

อีซูซุ 7

พบกับความตื่นตาตื่นใจจากความแรงทะลุอนาคตของขุมพลัง ISUZU MAXFORCE ในทุกมิติของภาพและเสียงได้จาก ภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุดจากอีซูซุ ณ โรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ ทุกรอบ ทุกโรง ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 นี้ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : Isuzu Thailand

อีซูซุ 9

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ลงพื้นที่มอบกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมมอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท ให้กับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยและช่วยให้ชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว พร้อมเริ่มต้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วยขวัญและกำลังใจที่มากขึ้น สอดคล้องกับปณิธานในด้านการช่วยเหลือสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” โดยครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1 และโอกาสนี้ ได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของและให้กำลังใจกับนักเรียนและบุคคลากรของโรงเรียนวัดสระแก้ว เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยในเบื้องต้นอีกด้วย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  2

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  3

นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี! สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นซึ่งได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจเช็กด้วยเครื่อง MUT-III และมอบส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์* ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วประเทศ โดยติดต่อมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  3

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าผู้มีประกันภัยรถยนต์ จะสามารถรับส่วนลดตามรายการส่งเสริมการขายนี้ได้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยเท่านั้น

 

ปอร์เช่ (Porsche) และ ฟราวเชอร์ (Frauscher) เปิดตัวเรือสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่

0
PORSCHE 1

ความร่วมมือของปอร์เช่ (Porsche) กับ ฟราวเชอร์ ชิปยาร์ด (Frauscher Shipyard) จากออสเตรียได้ก้าวสู่อีกขั้น หลังจากที่เปิดตัวเรือครูซเซอร์แบบเปิด 850 Fantom Air ตอนนี้ Frauscher x Porsche 850 Fantom มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ในรูปแบบของเรือสปอร์ตคลาสสิกที่มีดาดฟ้าหน้าปิดและห้องโดยสาร เรือสปอร์ตคันใหม่ยังมาพร้อมกับชุดขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าทั้งหมดจากปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan Turbo)

PORSCHE 2

ปอร์เช่ (Porsche) มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อนยานยนต์อย่างยั่งยืน ที่ไม่ได้จำกัดแค่ในวงการรถแข่งและรถยนต์บนถนนเท่านั้น โดยร่วมมือกับ ฟราวเชอร์ ชิปยาร์ด (Frauscher Shipyard) ผู้ผลิตเรือสปอร์ตอันมีชื่อเสียงจากออสเตรีย กับบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตนี้ ได้พัฒนาเรือไฟฟ้าที่มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความประทับใจบนพื้นน้ำด้วย ปอร์เช่ อี-เพอร์ฟอร์มมานซ์ (Porsche E-Performance) อันเป็นเอกลักษณ์ – ซึ่งตอนนี้มีให้เลือกใน 2 เวอร์ชันที่แตกต่างกัน ในขณะที่รถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche) 2 ประตูมีจำหน่ายในรูปแบบทั้งคูเป้และคอนเวอร์ทิเบิล รวมถึงตัวเลือกอื่นๆ ดังนั้น ฟราวเชอร์ (Frauscher) ก็มีให้เลือกระหว่าง Runabout และ Air หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระหว่างดาดฟ้าหน้าปิด ลุคคลาสสิก ห้องโดยสารใต้หัวเรือ หรือเป็นแบบพวงมาลัยกลางลำเรือและที่นั่งเล่นอยู่บนหัวเรือก็มีมาให้เป็นตัวเลือก หลังจากที่ eFantom รุ่นเปิดตัวได้รับการยกย่องให้เป็นเรือไฟฟ้าที่ดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2024 จากรางวัล Best of Boats Award อันทรงเกียรติ ตอนนี้เวอร์ชัน Frauscher x Porsche 850 Fantom ก็พร้อมวางจำหน่ายแล้วใน First Edition ด้วยจำนวนเพียง 25 คัน

“เหมือนกับรถสปอร์ตของเรา eFantom มอบประสบการณ์สุดพิเศษและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ในฐานะเรือครูซเซอร์หรูสำหรับวันพักผ่อนพร้อมระบบขับเคลื่อนที่มีนวัตกรรมและทรงพลัง มันได้ตั้งมาตรฐานใหม่ในโลกแห่งการเดินเรือ เรากำลังเดินไปในเส้นทางนี้ร่วมกับ Frauscher และ 850 Fantom ใหม่” กล่าวโดย ลุทซ์ เมชเค (Lutz Meschke) รองประธานคณะกรรมการบริหารและสมาชิกคณะกรรมการด้านการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศของปอร์เช่ เอจี เยอรมนี (Porsche AG)

เรือไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นยาว 8.67 เมตร และกว้าง 2.49 เมตร มาพร้อมกับอัตราการเร่งความเร็วที่โดดเด่น สมรรถนะที่ทรงพลัง การออกแบบสุดคลาสสิก และอุปกรณ์ที่หรูหรา คุณสมบัติทั้งหมดนี้ยังใช้ได้กับปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ซึ่งได้รับการเปิดตัวด้วยเป้าหมายที่จะเป็นรุ่นที่สปอร์ตที่สุดในกลุ่ม และยังเป็นแหล่งที่มาของชุดขับเคลื่อนใน eFantom ด้วย

สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากถนนสู่ผืนน้ำ ปอร์เช่ (Porsche) ได้เลือกใช้เวอร์ชันที่ทรงพลังที่สุดของ SUV ไฟฟ้า เครื่องยนต์ที่เพลาขับหลังของ มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) มาใช้ในเรือลำนี้ มอเตอร์ซิงโครนัสที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถให้กำลังสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ติดตั้งอยู่ในตัวเรือและควบคุมโดยตรงผ่าน Z-drive หน่วยควบคุมต่าง ๆ ถูกเก็บในกล่องกันน้ำที่มีโลโก้ Porsche ประทับอยู่

ประสิทธิภาพของมอเตอร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมโดยอิเล็กทรอนิกส์พลังงานที่ทันสมัย และการใช้ซิลิคอนคาร์ไบด์ในตัวแปลงกระแสพัลส์ช่วยให้เกิดความถี่การสลับที่สูงโดยเฉพาะ แบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุรวม 100 กิโลวัต์ชั่วโมง ยังมาจากมาคันน์ (Macan) ระบบกันสะเทือนที่ยึดด้วยสายเคเบิลช่วยดูดซับแรงกระแทกอันมหาศาลที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในคลื่นและความเร็วสูง

ตัวเลือกเพื่อการออกแบบเฉพาะคุณเหมือนกับรถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche)
850 Fantom ใหม่ มีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 7 คน แพลตฟอร์มสำหรับลงว่ายน้ำที่ด้านหลัง ออกแบบให้เชื่อมไปสู่พื้นที่เลานจ์อันกว้างขวางพร้อมที่นอนอาบแดดที่สะดวกสบาย ซึ่งสตูดิโอ เอฟ.เอ. ปอร์เช่ (Studio F. A. Porsche) ที่เมืองเซล อัม ซี (Zell am See) และ สไตล์ ปอร์เช่ (Style Porsche) ที่ ไวซาค (Weissach) มีบทบาทสำคัญในการออกแบบห้องควบคุม ในบริเวณนี้คุณจะพบพวงมาลัยและที่นั่งในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ต รวมถึงสัญลักษณ์ Porsche Crest บนที่รองศีรษะที่นั่งในห้องโดยสาร มีพื้นที่นั่งอย่างกว้างขวางเชิญชวนให้ผู้มาเยือนใช้เวลาในส่วนนั้นได้อย่างยาวนาน เช่นเดียวกับรถสปอร์ตจากปอร์เช่ (Porsche) การปรับแต่งก็มีบทบาทสำคัญในเรือจากฟราวเชอร์ (Frauscher) ทั้งการหุ้มเบาะในห้องโดยสาร ตัวเรือและดาดฟ้าสามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนตัวอีกด้วย

Frauscher x Porsche 850 Fantom ลำแรกจะมาพร้อมสีพิเศษ สีเขียว Oakgreen Metallic Neo จาก Porsche และติดตั้งการหุ้มเบาะสีน้ำตาล Truffle Brown พร้อมชุดเย็บ Package 930 สีส้ม เรือลำนี้จะเปิดตัวในระดับโลกครั้งแรกในเดือนมกราคม 2025 ที่งาน “boot Düsseldorf” งานแสดงกีฬาทางน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก

eFantom มาพร้อมกับที่บังแดดแบบพับได้ ระบบเสียงคุณภาพสูงที่รองรับ Bluetooth และ WiFi ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถควบคุมผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12 นิ้ว ซึ่งรวมทั้งระบบค้นหาสัญญาณเสียง (echo sounder) และเครื่องมือวางแผนเส้นทาง (chart plotter) ไว้ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับมาคันน์ (Macan) และ eFantom ยังมีหน้าจอที่ 2 สำหรับผู้โดยสารข้างผู้ขับอีกด้วย นอกจากนี้ eFantom ยังมาพร้อมกับไฟ ambient LED และไฟใต้น้ำ LED ที่ด้านหลังเพิ่มความสวยงามและการมองเห็นในเวลากลางคืน

ฟราวเชอร์ x ปอร์เช่ 850 แฟนทอม (Frauscher x Porsche 850 Fantom) สนนราคาเริ่มต้นที่ 572,934 ยูโร (ไม่รวมภาษี) และผลิตที่อู่เรือฟราวเชอร์ (Frauscher) ในเมืองโอฮล์สดอร์ฟ รัฐออสเตรียตอนบน (Ohlsdorf, Austria) ในส่วนของปอร์เช่ (Porsche) รับหน้าที่จัดหาชุดแบตเตอรี่ HV และระบบขับเคลื่อน รวมถึงหน่วยควบคุมในรูปแบบโมดูลที่ประกอบไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับฟราวเซอร์ (Frauscher) รับผิดชอบการประกอบขั้นสุดท้าย การจัดการโลจิสติกส์ การขาย และการบริการหลังการขาย
ความสามารถในการขับขี่และการชาร์จ
• โหมดการขับขี่: Docking – Range – Sport – Sport Plus
• ความเร็วสูงสุดในโหมด Sport Plus: ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (49 น็อต)
• ระยะทางขับขี่เมื่อใช้ความเร็วต่ำ: ประมาณ 100 กิโลเมตร
• ระยะทางขับขี่ที่ความเร็วล่องเรือ (41 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 22 น็อต): ประมาณ 45 กิโลเมตร
• การชาร์จ DC: สูงสุด 270 กิโลวัตต์
• การชาร์จ AC: สูงสุด 11 กิโลวัตต์

ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์ วิดีโอ และภาพถ่าย ได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com

ยานพาหนะใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายโดยปอร์เช่ (Porsche) ได้รับการอนุมัติประเภทตามมาตรฐาน WLTP แล้ว ค่าที่ได้จาก NEDC อย่างเป็นทางการที่คำนวณจากค่า WLTP จะไม่สามารถใช้ได้สำหรับยานพาหนะใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2023 เป็นต้นไป และจึงไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิงอย่างเป็นทางการและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) อย่างเป็นทางการเฉพาะของรถยนต์โดยสารใหม่สามารถหาได้จากเอกสารที่ชื่อว่า “แนวทางการใช้เชื้อเพลิง การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และการใช้พลังงานของรถยนต์โดยสารใหม่” ซึ่งสามารถรับได้ฟรีจากทุกจุดจำหน่ายและจาก DAT ที่อยู่ Hellmuth-Hirth-Strasse 1, 73760 Ostfildern.

“อีซูซุ” ร่วมยินดี 3 แชมป์ THAI FIGHT 2024 มอบรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเงินสดมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท ใน THAI FIGHT พะเยา

0
THAI FIGHT 2024 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด แสดงความยินดีกับ 3 สุดยอดนักชกไทยผู้คว้าแชมป์ THAI FIGHT 2024 รอบชิงชนะเลิศในงาน “THAI FIGHT พะเยา” ได้ครองถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับรางวัลชนะเลิศรถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู” จำนวน 3 คัน พร้อมเงินสดมูลค่ารางวัลรวมกว่า 4 ล้านบาท ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง จังหวัดพะเยา

THAI FIGHT 2024 6

 

 

การแข่งขัน “THAI FIGHT 2024” รอบชิงชนะเลิศ จัดเต็มความสนุกสุดมันกับแสงสีเสียงสุดอลังการ พร้อมด้วยโชว์แสดงพลุสุดยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ท่ามกลางลมหนาวเอาใจชาวเหนือนับหมื่นคนที่ริมกว๊านพะเยา โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต1 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเปิดกรวยถวายราชสักการะและกล่าวเปิดงานในฐานะ ประธานจัดการแข่งขัน THAI FIGHT พะเยา

THAI FIGHT 2024 4

 

โดยคู่เด่นรอบชิงชนะเลิศเริ่มด้วย พิกัด 65 กิโลกรัม ระหว่าง “กล้าศึก อาวุธไฟท์เกียร์” แชมป์ Isuzu Thailand Championship 2024 กับ “โพย่า ไบรามี่” นักชกจากอิหร่าน เปิดเกมโพย่าเริ่มเดินเกมรุกก่อนทำให้เป็นต่อในช่วงแรก จากนั้นทั้งคู่ต่างออกอาวุธกันอย่างสูสี ส่งผลให้คะแนนออกมาเสมอ ทำให้ต้องตัดสินในยกที่ 4 กล้าศึกสาดเข่าและปล่อยหมัดฮุกกลางลำตัวโพย่าจนร่วงให้กรรมการนับ กล้าศึกจึงชนะน็อก คว้าแชมป์ THAI FIGHT 2024 ไปครอง รับถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู”

THAI FIGHT 2024 6

ต่อเนื่องความสนุกกับ พิกัด 67 กิโลกรัม ระหว่าง ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง แชมป์ Isuzu Thailand Championship 2024 กับ ดาวแพร่ แม็คเคมีภัณฑ์ เป็นคู่นักชกไทยที่เรียกเสียงเชียร์ได้กระหึ่มกว๊านพะเยา ทั้งคู่งัดลีลาแม่ไม้มวยไทยออกมาสู้กันได้อย่างสูสีและดุเดือดตลอดสองยกแรก ยกสุดท้าย ดาวแพร่เดินหน้ารัวปล่อยทั้งหมัด ศอกและลูกเตะได้เข้าเป้าและแม่นยำ ผลปรากฏว่า ยอดเทวินทร์แพ้คะแนนแบบเฉียดฉิว ส่งผลให้ดาวแพร่ได้รับถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ และ รถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู” ไปครอง

THAI FIGHT 2024 7

ส่วนคู่ชิงระหว่าง แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม และ อับบาส ทาคาลู นักชกจากอิหร่าน ในพิกัด 70 กิโลกรัม แสนชัยไม่เคยทำให้แฟนมวยไทยผิดหวัง โชว์ความเก๋าสาดแข้งซ้ายรัวแทงเข่าเข้าลำตัวอย่างจังตลอดทั้ง 3 ยก และคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ รับถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู”

THAI FIGHT 2024 7

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับทั้ง “กล้าศึก” และ “ดาวแพร่” ที่ได้รับตำแหน่งแชมป์ไทยไฟท์ 2024 จากทักษะและการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง การคว้าถ้วยพระราชทานในวันนี้ ถือเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจในเส้นทางอาชีพการชกมวยของทั้งสองและครอบครัวของพวกเขา ขอให้กล้าศึกและดาวแพร่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปในอนาคต และผมขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อท่านผู้ชมทุกท่านสำหรับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทั้งอีซูซุ และการแข่งขันมวยไทยไฟท์ ผมหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านอย่างต่อเนื่องสำหรับรถอีซูซุ การแข่งขัน Isuzu Thailand Championship ในไทยไฟท์ลีก และกิจกรรมอื่น ๆ ของเรานับจากนี้ เนื่องในโอกาสปีใหม่ที่จะมาถึง ผมขอ อวยพรให้เป็นปีแห่งความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จของชาวไทยทั่วประเทศด้วยครับ”

THAI FIGHT 2024 3

ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2024 รอบชิงชนะเลิศ
1.วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 3 อดัม เบนวาร์วาร์ (โมร็อกโก)
2.ไลอ้อน ว.ไพลิน (ไทย) ชนะคะแนน ไควาน โซไลมานี่ (อิหร่าน)
3.ป.ต.ท. อภิชาตฟาร์ม (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 2 อาหมัด มาซูมิเนีย (อิหร่าน)
4.กล้าศึก อาวุธไฟท์เกียร์ (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 4 โพย่า ไบรามี่ (อิหร่าน)
5.ฟ้าใส อ.ยุทธชัย (ไทย) ชนะคะแนน มาเรีย เอดู อาร์ดา (บราซิล)
6.ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (ไทย) แพ้คะแนน ดาวแพร่ แม็คเคมีภัณฑ์ (ไทย)
7.น้องโอ ช.ห้าพยัคฆ์ (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 1 แจ๊ค คูเปอร์ (อังกฤษ)
8.แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน อับบาส ทาคาลู (อิหร่าน)