Home Blog Page 111

“GWM (Thailand) “ เริ่มส่งมอบ “NEW GWM TANK 300 DIESEL” และ “ALL NEW GWM HAVAL H6” ให้ลูกค้าชาวไทยกลุ่มแรกทั่วประเทศแล้ววันนี้

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users) หลังกวาดยอดจองสูงถึง 4,959 คัน ภายในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ชาวไทย ล่าสุด จัดกิจกรรมส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL รถเอสยูวีขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนฯ ใหม่ที่มีความโดดเด่นเหนือใคร และ ALL NEW GWM HAVAL H6 รถเอสยูวีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครบครัน ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้ง 69 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการส่งมอบที่รวดเร็วและใช้เวลาเพียง 15 วันหลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของทั้ง “นวัตกรรมอัจฉริยะและเปี่ยมด้วยคุณภาพเพื่อการเดินทางแห่งอนาคต” ที่ตอบรับกับความต้องการของคนไทยได้อย่างแท้จริง และ “ความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทย” ที่มีต่อ GWM แสดงถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความพร้อมในการส่งมอบและยกระดับประสบการณ์ที่ “เหนือกว่า” ในทุกด้าน ผ่านกลยุทธ์ระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” โดยบรรยากาศของกิจกรรมส่งมอบ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของลูกค้าและพนักงาน GWM

GWM Thailand 2

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้กับ GWM และขอต้อนรับลูกค้าทุกท่านที่ได้รับการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 เข้าสู่ครอบครัว GWM เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารถยนต์เอสยูวีของเราทั้งสองรุ่นนี้ จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกท่านด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง สืบเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้งานทั่วประเทศ จนนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโทจย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ NEW GWM TANK 300 DIESEL รวมถึงรุ่นอื่น ๆ จะได้รับรถและการบริการหลังการขายที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเปี่ยมด้วยมาตรฐานระดับสากล ในขณะเดียวกัน เรากำลังเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่มีเข้ามาอย่างล้นหลามและเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มียอดจองสูงถึง 2,786 คัน โดยในเดือนเมษายนนี้ เราจะทำการส่งมอบรถยนต์ได้ประมาณ 300 คัน และในเดือนพฤษภาคมนี้อีกมากกว่า 1,000 คัน”

GWM Thailand 3

นอกจากนี้ GWM (Thailand) ยังจัดให้มีกิจกรรมพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าร่วมแชร์ประสบการณ์และการเดินทางกับ GWM TANK 300 รถเอสยูวีสไตล์ Premium Boxy คู่ใจ ทั้งรุ่นไฮบริดและดีเซล ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขง่าย ๆ ตามนี้ เพียงแชร์ภาพความประทับใจขณะใช้รถ GWM TANK 300 ในการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ เป็นโมเมนต์แห่งความสุขที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคุณและรถคู่ใจ หรือเป็นภาพที่มีรถ GWM TANK 300 พร้อมผู้คนในโมเมนต์แห่งความสุข ลุ้นรับรางวัล บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 1,000 บาท ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 นี้ โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันที่ 11 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568

GWM Thailand 6

GWM (Thailand) พร้อมด้วยยนตรกรรมเพื่อการเดินทางแห่งอนาคตที่ครอบคลุมทุกพลังงาน ทุกเซกเมนต์ ทุกความต้องการ ทั้ง GWM TANK, GWM HAVAL, GWM ORA และ GWM POER รอต้อนรับผู้ขับขี่ชาวไทยทุกท่าน ให้ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมายได้แล้ววันนี้! ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้ง 69 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน” เริ่มจัดส่ง ‘ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี’ ในประเทศไทย กวาดยอดจองกว่า 1,800 คัน ภายใน 3 สัปดาห์

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน (ต่อไปนี้เรียกว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ได้เริ่มจัดส่ง รถคอมแพ็กต์เอสยูวี ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี แบบไฮบริด (HEV) เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา โดยรถรุ่นดังกล่าวผลิตที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) รุ่นที่สองของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ถัดจากรุ่น มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์  ที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด ด้วยยอดจองกว่า 1,800 คัน ภายหลังจากการเปิดตัวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

ลูกค้าของมิตซูบิชิที่สั่งจองรถรุ่นนี้ ต่างประทับใจในการออกแบบของตัวรถที่ดูทันสมัยและทรงพลัง ตอบโจทย์การใช้งานของรถเอสยูวีได้อย่างเต็มรูปแบบ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คนอย่างสะดวกสบายแม้จะเป็นรถคอมแพ็กต์เอสยูวี พร้อมด้วยสมรรถนะของรถที่ให้อัตราเร่งที่ทรงพลังและทำงานเงียบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) และโดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมในรถยนต์ระดับเดียวกันอีกด้วย โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะทยอยส่งมอบ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวในภาคกลางของประเทศเมียนมาเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า  “ผมขอแสดงความเคารพต่อผู้ที่เสียชีวิตในภัยพิบัติครั้งนี้ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยครับ”

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปีแล้ว ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ทำให้เราได้มีส่วนร่วมในการสร้างความก้าวหน้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ และเราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยต่อไป พร้อมเดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยอย่างจริงจังครับ” มร. คาโตะ กล่าว

 

 

 

“บางจากฯ” จัดโปรพิเศษเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ลดลิตรละ 5 บาท ทั่วประเทศ รับการเดินทางช่วงสงกรานต์ 11 – 13 เม.ย. 68 นี้ เท่านั้น !

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชันพิเศษเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ลดลิตรละ 5 บาท ทั้งไฮพรีเมียม 97 และไฮพรีเมียม ดีเซล S ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 11 – วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2568 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยน้ำมันคุณภาพสูง ช่วยเพิ่มสมรรถนะที่ดีเต็มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ให้เครื่องยนต์สะอาด ขับขี่มั่นใจ ปลอดภัยทุกเส้นทาง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

บางจาก 2

น้ำมันบางจากกลุ่มไฮพรีเมียม ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไฮพรีเมียม 97 และน้ำมันดีเซล ไฮพรีเมียมดีเซล S เป็นน้ำมันพรีเมียมคุณภาพสูงเหนือมาตรฐาน ด้วยการคัดเนื้อน้ำมันพิเศษ ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงกลั่นระดับโลก ทำให้ได้ค่าออกเทนและซีเทนสูงกว่าน้ำมันพรีเมียมทั่วไป และมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษที่ผลิตและทดสอบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มสมรรถนะ เร่งแรง เดินลื่นไม่สะดุด พร้อมทั้งช่วยทำความสะอาดหัวฉีดได้อย่างหมดจด และปกป้องการสึกหรอชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ เป็นพลังสะอาด แรง พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ 100% ในทุกจังหวะการขับขี่

บางจาก 3

“ลามิน่าฟิล์ม” แบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุดในประเทศไทย

0

“ลามิน่าฟิล์ม”  ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารอันดับ 1 รับรางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand แบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุดในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11  จากผลวิจัยด้านแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากนักการตลาดและผู้บริโภค จัดโดยนิตยสารแบรนด์เอจ

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา โดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand ด้วยคะแนนโหวตสูงสุดอันดับ 1 ในหมวดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ และเป็นฟิล์มกรองแสงเพียงยี่ห้อเดียวที่ได้รับรางวัลนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากรักษาตำแหน่งฟิล์มกรองแสงรถยนต์คุณภาพระดับพรีเมียมที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นแบรนด์แรก

งานวิจัย 2025 Thailand’s Most Admired Brand ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำวิจัยให้สอดคล้องกับการสื่อสารปัจจุบัน เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด อีกทั้งสอดคล้องกับพฤติกรรมจริงในการบริโภคปัจจุบันที่มีความหลากหลาย ด้วยการพัฒนาแบบสอบถามสำหรับจัดเก็บข้อมูลวิจัยร่วมกับคณาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ รวมถึงนำหลักการ ESG เข้าไปทุกแพลตฟอร์ม โดยยังคงเน้นเรื่องความถูกต้องแม่นยำตามหลักวิชาการ

การจัดเก็บข้อมูลวิจัยดังกล่าวเริ่มดำเนินการจากการทำ Pre-Test ในพื้นที่วิจัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง กรุงเทพและปริมณฑล และเก็บตัวอย่างจริงในแต่ละพื้นที่จำนวน 1,600 ชุด ซึ่งใช้เวลาในการจัดเก็บข้อมูลประมาณ 1 – 2 เดือน สำหรับ 12 หมวดสินค้า รวม 95 ผลิตภัณฑ์ และทีมวิจัยยังได้เพิ่มหมวดสินค้าบริการเพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจและสถานการณ์ทางการตลาดปัจจุบันอีกด้วย

สำหรับ “ลามิน่าฟิล์ม” ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญฟิล์มกรองแสงตัวจริงมาตลอด 3 ทศวรรษ ให้น้ำหนักการสื่อสารทางออนไลน์ให้เข้าถึงง่าย โดนใจ ตรงจุด รวดเร็ว และเป็นฟิล์มกรองแสงหนึ่งเดียวที่ยืนยันค่า TSER FACT ซึ่งได้รับการรับรองจาก 8 สถาบันระดับโลก เป็นค่าวัดประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนจากแสงแดดรวมที่ถูกต้อง  ไม่โอเวอร์สเปคเกินจริง หรือตบตาใช้ค่าอินฟราเรด (IR) ซึ่งลามิน่าได้สร้างให้ TSER FACT เป็นบรรทัดฐานแสดงถึงฟิล์มคุณภาพตัวจริง ที่พร้อมมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้รถและผู้บริโภคชาวไทยมาตลอด 30 ปี

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

อีกทั้ง นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ยังได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2566 จากผลงานและความสำเร็จในการประกอบสัมมาชีพอันเป็นที่ประจักษ์

“เอ็มจี” ร่วมกับ UNEX EV ผลักดันรถอีวีสู่ภาคขนส่งสาธารณะ  พร้อมชูนวัตกรรมสลับแบตเตอรี่

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมกับ UNEX EV ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้ก้าวล้ำอีกขั้น หลังเผยแผนส่งรถยนต์ไฟฟ้าเอ็มจีที่รองรับแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาเพียง 3 นาที โลดแล่นบนถนนเมืองไทยปลายเดือนเมษายนนี้ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานรถไฟฟ้าให้สอดรับต่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ นำร่องโดยโมเดลยอดนิยมในกลุ่มรถยนต์เพื่อการขนส่งสาธารณะอย่าง NEW MG EP PLUS และ NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV แบบ 7 ที่นั่ง

เอ็มจี 2

เทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping Technology) เป็นอีกหนึ่งแนวทางการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสู่การขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและทำให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นในกลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรม ซึ่งเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถกลับมาพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาสลับแบตเตอรี่ที่สถานีเพียง 3 นาที เท่านั้น ขณะที่ระยะทางการขับขี่ยังคงเท่าเดิม โดย NEW MG EP PLUS วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 380 กิโลเมตร และ NEW MG MAXUS 7 วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 570 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อีกทั้งเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ลดเวลาในการจอดชาร์จ แต่ยังคงให้สมรรถนะการขับขี่ดีเช่นเดิม

เอ็มจี 3

นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า “แผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่รองรับแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะ เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ UNEX EV ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายเดียวกันในการผลักดันประเทศไทย เข้าสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ ลดทอนข้อจำกัดให้น้อยลง จึงได้เริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ในรุ่น NEW MG EP PLUS เป็นรุ่นแรก เนื่องจากเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในภาคการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันถูกใช้เป็นรถรับ-ส่งสาธารณะแล้วกว่า 1,000 คัน ด้วยจุดเด่นในเรื่องความสะดวกสบายของห้องโดยสารตามแบบฉบับของรถสไตล์ STATION WAGON และอีกรุ่นที่อยู่ระหว่างการพัฒนากับ NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV แบบ 7 ที่นั่ง ที่ทั้งกว้างขวาง และสะดวกสบาย รองรับการเดินทางแบบหมู่คณะได้เป็นอย่างดี โดยรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี ที่มีเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่จะเริ่มให้บริการในช่วงปลายเดือนเมษายน 2568 และปักหมุดเริ่มที่ภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก”

 

“ปอร์เช่” เผยโฉมโปรเจกต์สุดล้ำ “Speed of Light” ณ Dubai Solar Park โชว์สุดเร้าใจแห่งความเร็วและเสียงโดย David Guetta: “Electrifying Spectacle of Speed and Sound”

0
ปอร์เช่ 1

เดวิด เก็ตต้า (David Guetta) ร่วมแสดงในแคมเปญสุดเร้าใจล่าสุดจาก Porsche Middle East and Africa ดีเจและโปรดิวเซอร์ชื่อดังระดับโลกชาวฝรั่งเศส David Guetta รับบทนำในแคมเปญใหม่สุดล้ำจาก Porsche Middle East and Africa ซึ่งจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแห่งอนาคต ณ สวนพลังงานแสงอาทิตย์ Mohammed bin Rashid Al Maktoum Solar Park ใกล้ดูไบ Guetta เปิดแสดงพร้อมกับ Future Rave Remix ของเพลงฮิตระดับตำนาน ‘Titanium’ โดยมีเอฟเฟกต์แสงเลเซอร์สุดตระการตา ในวีดีโอนี้ยังมี มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) และ ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) ร่วมแสดงในวิดีโอแคมเปญนี้ด้วย โดยจะขับเคลื่อนผ่านสวนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประกอบด้วยแผงโซลาร์เซลล์กว่า 2 ล้านแผง และพื้นที่กว่า 127 ตารางกิโลเมตร ไฮไลต์สุดตื่นตาคือ หอผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์สูง 263 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลก และถูกแปลงโฉมเป็น บูธดีเจสำหรับ Guetta ในค่ำคืนนั้น

ปอร์เช่ 2

เมื่อผู้บุกเบิกดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ พบกับ ผู้บุกเบิกยนตรกรรมไฟฟ้า Guetta กล่าวว่า “การร่วมงานครั้งนี้คือสิ่งที่ผมฝันตั้งแต่เด็ก ปอร์เช่ เป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์ สมรรถนะ และความท้าทายขีดจำกัด เหมือนกับเพลงของผม การได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมจริงๆ” Guetta เขาคือผู้เป็นต้นแบบในวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และหนึ่งในดีเจที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดทั่วโลก ได้รับการรู้จักจากการขยายขอบเขตของดนตรี ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยทิ้งรากฐานดั้งเดิมของตัวเอง ยิ่งกว่านั้นภาพยนตร์แคมเปญนี้มุ่งเน้นไปที่ มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) และ ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) ซึ่งเป็น 2 โมเดลไฟฟ้าใหม่ล่าสุดของปอร์เช่ ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดตะวันออกกลาง

ปอร์เช่ 3

นอกจากภาพยนตร์โฆษณาหลักแล้ว ยังมีเบื้องหลังอีก 3 ตอนที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่อันล้ำยุคนี้และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ใช้ การร่วมมือกับ David Guetta และเทคนิคต่างๆ ที่ทำให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง ภาพยนตร์ทั้งหมดจะถูกนำเสนอใน Porsche Newsroom และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท

ดร. มานเฟรด บรอยน์ล (Dr. Manfred Bräunl) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ปอร์เช่ตะวันออกกลางและแอฟริกา FZE กล่าวว่า “ดูไบเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ สวนพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่น่าทึ่ง และไม่ค่อยมีคนรู้จัก นั่นทำให้เราคิดว่ามันเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับปอร์เช่ เพราะมันสอดคล้องกับแนวทางที่ชัดเจนของเราด้านความยั่งยืน”

ปอร์เช่ 5

การถ่ายทำได้รับการสนับสนุนจากสองพันธมิตรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แก่ กระทรวงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว (DET) และ การไฟฟ้าและน้ำแห่งดูไบ (DEWA) โดย DEWA เป็นผู้ดูแลการดำเนินงานของ สวนพลังงานแสงอาทิตย์ Mohammed bin Rashid Al Maktoum Solar Park ภายในปี 2030 DEWA ตั้งเป้าที่จะผลิตพลังงานให้กับบ้านในดูไบเกือบ 2 ล้านหลัง พร้อมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 8 ล้านตันต่อปี ทั้ง DET และ DEWA มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน

แนวคิดนี้ยังสะท้อนอยู่ในปอร์เช่ เช่นกัน ด้วย มาคันน์ (Macan) และ ไทคานน์ (Taycan) รุ่นใหม่ ปอร์เช่กำลังผลักดันการใช้พลังงานไฟฟ้าให้ก้าวหน้าขึ้นในทุกรุ่นของตัวเองอย่างเป็นระบบ ในปี 2024 มาคันน์ ได้เข้าสู่เจเนอเรชั่นที่สองของรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยการออกแบบที่ก้าวหน้าและเหนือกาลเวลา สมรรถนะที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ระยะทางการขับขี่ที่ยาวนานขึ้น และความสามารถในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน มาคันน์ ใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าปอร์เช่ที่ต้องการขับ เอสยูวี ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รุ่นท็อปของ มาคันน์ คือ มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) ซึ่งมีพละกำลังสูงสุดถึง 470 กิโลวัตต์ (639 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 1,130 นิวตันเมตร โดยมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม มาคันน์ เทอร์โบ เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่ปอร์เช่ รุ่นที่มีพละกำลังสูงสุดในประวัติศาสตร์การผลิตคือ ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) ซึ่งมีพลังสูงสุดมากกว่า 1,100 แรงม้า รุ่นที่มาพร้อมกับ แพ็กเกจไวซัค (Weissach package) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ ได้ทำลายสถิติเป็นครั้งที่ 4 และใน 4 ทวีป หลังจากทำลายสถิติบน นูร์บูร์กริง นอร์ดชไลเฟอ (Nürburgring Nordschleife), WeatherTech Raceway Laguna Seca ในแคลิฟอร์เนีย และ Shanghai International Circuit แล้ว รถรุ่นนี้ยังทำลายสถิติใหม่สำหรับรถไฟฟ้าในสนาม Interlagos Circuit ที่เมือง เซาเปาโล ประเทศบราซิล อีกด้วย

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” แท็กทีม “เจฟ ซาเตอร์” และ “ททท.” ชวนครอบครัวคนรุ่นใหม่สัมผัสประสบการณ์ พิเศษจากการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางสุด BOLD ผ่านแคมเปญสุดสร้างสรรค์ “เดอะ โบลด์ เจอร์นีย์”

0
เกีย 1

เพราะเกียเชื่อว่า ทุกการเดินทาง คือ โอกาสที่จะได้ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จึงได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญเชิงสร้างสรรค์ “เดอะ โบลด์ เจอร์นีย์” (THE BOLD JOURNEY) ชวนครอบครัวรุ่นใหม่ร่วมออกผจญภัยและสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหาในประเทศไทย ไปกับ The Kia EV5 รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การเดินทางของครอบครัวทั้งสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และน่าตื่นเต้น โดยมี “เจฟ ซาเตอร์” ศิลปินชื่อดังและพรีเซนเตอร์ The Kia EV5 มาร่วมถ่ายทอดความหลงใหลในการขับรถท่องเที่ยวที่พาไปสู่การได้ค้นพบตัวเองในมุมใหม่ๆ ผ่านวิดีโอออนไลน์ เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนออกมาร่วมสัมผัสการเดินทางสุด BOLD ไปด้วยกัน ประเดิมกิจกรรมแรก “The BOLD Destination” ชวนครอบครัวออกไปผจญภัยในสถานที่สุดพิเศษตามเส้นทางตะวันออกของไทย ผู้สนใจร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.kia-campaign.com/EV5-bolddestination ได้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2568 เพื่อลุ้นรับสิทธิ์เป็นครอบครัวผู้โชคดีร่วมโร้ดทริปในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2568 THE BOLD JOURNEY ไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่เป็นโอกาสให้ทุกคนออกเดินทางสู่การผจญภัยที่จะเปลี่ยนนิยามของการสำรวจใหม่ และเปิดรับความงดงามของความหลากหลายในทุกสายสัมพันธ์ของครอบครัว ไม่ว่าคุณจะเป็นครอบครัวคนรุ่นใหม่ คู่รัก LGBTQ+ หรือสายเที่ยวที่รักสัตว์เลี้ยง แคมเปญนี้พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาสร้างช่วงเวลาสุดประทับใจบนเส้นทางแห่งการเดินทางร่วมกัน

เกีย 2

“เกีย” (Kia) เชื่อว่าพลังของการขับเคลื่อนสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้ ซึ่งความเชื่อนี้ได้ถูกสะท้อนผ่านปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า ‘Movement that Inspires’ โดยในปีที่ผ่านมาเกียได้มีการเปิดตัว The Kia EV5 ผ่านแคมเปญ ‘ไม่กล้า ไม่เกิด – Make A Bold Move’ ที่ชวนทุกคนให้กล้าที่จะก้าวไปสู่สิ่งใหม่ เพื่อสานต่อแนวคิดดังกล่าว ในปีนี้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จึงได้ริเริ่มแคมเปญ “THE BOLD JOURNEY” เชิญชวนครอบครัวรุ่นใหม่ พักจากการใช้ชีวิตปกติในทุกวันออกมาผจญภัย สำรวจความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามของประเทศไทยไปกับ The Kia EV5 ที่มีระยะทางวิ่งสูงสุด 665 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่อยู่บนท้องถนนจะปลอดภัย สะดวกสบาย และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ซึ่งการร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเกียในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะ ‘เกีย’ เชื่อว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องของความตื่นเต้น แต่ควรสร้างความทรงจำอันงดงาม พร้อมรักษาเสน่ห์ของทุกจุดหมายปลายทางให้คงอยู่ตลอดไป โดยกิจกรรม The BOLD Destination จะพาผู้โชคดี 5 ครอบครัวร่วมโร้ดทริปไปยังเกาะมันใน จ. ระยอง สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าทึ่งในภาคตะวันออก และเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นเกียได้เชิญ 10 ครอบครัวจาก เกีย พัทยา และ เกีย ระยอง มาร่วมเดินทางสุดพิเศษครั้งนี้ด้วย

เกีย 4

เจฟ ซาเตอร์ พรีเซนเตอร์ The Kia EV5 เล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อแคมเปญนี้ว่า “สำหรับผมการขับรถไม่ใช่แค่การเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่เป็นการได้ใช้เวลาไตร่ตรองในเรื่องต่างๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ผมชอบการเดินทางด้วยรถ ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียวหรือกับเพื่อน เพราะทุกการเดินทางคือโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งผมเองก็เป็นเจ้าของ The Kia EV5 ที่พูดได้เลยว่านี่คือเพื่อนร่วมทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทาง ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางและออกแบบมาอย่างดีทำให้รู้สึกสะดวกสบายระหว่างการเดินทางไกล พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างทำให้สามารถนำทุกอย่างที่ต้องการติดตัวไปได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเพิ่มเติมสำหรับทริปครอบครัวหรือสิ่งของจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง ความสูงของรถก็ทำให้ผมมั่นใจในการขับขี่บนถนนทุกประเภท ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกการเดินทางของผมราบรื่นไร้กังวล สุดท้ายนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘THE BOLD JOURNEY’ เพราะผมเชื่อในพลังของการออกไปสำรวจโลกภายนอก และขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมผจญภัยไปกับแคมเปญฯ ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน ยอมรับในความหลากหลายของครอบครัว และออกไปสัมผัสจุดหมายปลายทางสุด Unseen ในเมืองไทย ซึ่งจะทำให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นความทรงจำที่น่าจดจำที่สุดกันครับ”

เกีย  6

แคมเปญ “THE BOLD JOURNEY” ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.The BOLD Destination กิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษไปสู่จุดหมายปลายทางสุด BOLD 2. The BOLD Honeymoon กิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับคู่รัก LGBTQ+ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือน Pride Month และ 3. The BOLD Friend กิจกรรมซีเอสอาร์สำหรับคนรักน้องหมา น้องแมวที่ร่วมกับมูลนิธิเดอะวอยซ์ โดยผู้ร่วมกิจกรรมสามารถแสดงความประสงค์รับเลี้ยงน้องหมา น้องแมว เพื่อนสุด BOLD จากมูลนิธิฯ สำหรับกิจกรรมแรก The BOLD Destination จะพาผู้โชคดี 5 ครอบครัวร่วมโร้ดทริปไปยังเกาะมันใน จ. ระยอง สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าทึ่งในภาคตะวันออก และเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เกียได้เชิญ 10 ครอบครัวจาก เกีย พัทยา และ เกีย ระยอง มาร่วมเดินทางสุดพิเศษครั้งนี้ด้วย ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.kia-campaign.com/EV5-bolddestination ได้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2568 เพื่อลุ้นรับสิทธิ์เป็นครอบครัวผู้โชคดีร่วมเดินทางแบบโร้ดทริปบนเส้นทางสุด BOLD ไปด้วยกันในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2568 ติดตามความเคลื่อนไหว และรายละเอียดของทั้ง 3 กิจกรรมภายใต้แคมเปญ THE BOLD JOURNEY’ ได้ที่ช่องทาง Official ของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) : www.kia.com

“มาสด้า” ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย ร่วมมือผู้จำหน่ายทั่วประเทศยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกบริบท

0
Mazda 1

มาสด้าหลอมรวมดีลเลอร์ทั่วประเทศเป็นหนึ่งเดียว ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในประเทศไทย จัดประชุมผู้จำหน่ายประจำปีงบประมาณ 2568 “Mazda Mirai 2025” ภายใต้ธีม Joyful Driving into a New Era เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์และนโยบายการบริหารธุรกิจให้เกิดผลกำไร รวมทั้งเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนเพื่อก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ ทั้งเทคโนโลยีแห่งอนาคตและรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวลงสู่ตลาดในปีนี้ เน้นสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งภายใต้กลยุทธ์ Brand Value Management และแนวคิด Stakeholder Centric Approach โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับพนักงาน ผู้จำหน่าย และลูกค้า พร้อมวางรากฐานที่สำคัญ ๆ เพื่อก้าวสู่การเป็น Top Retention Brand ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยประสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งหมด 80 แห่ง พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกบริบท ตามปรัชญาใหม่ “Joy Drives Lives” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต โดยมีผู้จำหน่ายมาสด้าจากทั่วประเทศ ผู้บริหารระดับสูงจาก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และคณะผู้บริหารจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ โรงแรมแอทธินี กรุงเทพฯ 

Mazda 3

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การประชุมผู้จำหน่ายประจำปีนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังจะเปิดตัวในประเทศไทย รวมถึงเป็นการถ่ายทอดนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของปีประจำปีงบประมาณ 2568 ให้กับผู้จำหน่ายเพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติในการผลักดันธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยงานประชุม “Mazda Mirai 2025” จัดขึ้นภายใต้ธีม  Joyful Driving into a New Era แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม นำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อก้าวสู่อนาคตที่สดใสและมั่นคง ตามแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาว ทั้งด้านการตลาด การขาย การบริการหลังการขาย การขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ โดยเฉพาะแผนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้ ที่จะมาพร้อมกับพลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตามกลยุทธ์ Multi-solution เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าชาวไทย ด้วยการส่งมอบความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน

Mazda 4

วันนี้ มาสด้าพร้อมเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และมุ่งมั่นเดินหน้าเต็มกำลัง ภายใต้กลยุทธ์ Brand Value Management (BVM) เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้ามองหา พร้อมสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรด้วยการถ่ายทอดปรัชญาใหม่ Joy Drives Lives หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพราะมาสด้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความสุขที่เกิดจากการขับขี่รถยนต์จะนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต รวมถึงปรับเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้าและสร้าง Customer Journey รูปแบบใหม่ เพื่อนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า จะนำมาซึ่งคุณค่าและประสบการณ์ความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ที่เป็นมาตรฐานของการทำงาน ซึ่งคือ Stakeholder Centric Approach โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ พนักงาน ผู้จำหน่าย และลูกค้า พร้อมความสำคัญของการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท

Mazda 6

สำหรับการปรับเปลี่ยนของมาสด้าในปีนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรด้วย “ผู้คน” โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่คล่องตัว และขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลเชิงลึก พร้อมสนับสนุนเพื่อปรับวัฒนธรรมองค์กรของผู้จำหน่ายด้วยโปรแกรมพัฒนาทักษะของพนักงาน กลยุทธ์ที่สอง คือ การให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีและการใช้ข้อมูลเชิงลึก รวมถึงการฟังเสียงของลูกค้าเพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพและการสื่อสาร หรือ Voice of Fan และกลยุทธ์ที่สาม คือ การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือการปรับโครงสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีอยู่ทั้งหมด 80 แห่ง ให้พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเข้ามารับบริการ ด้วย PMA ใหม่ การกำหนดขอบเขตให้ผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพสูงขยายพื้นที่ในการดูแลลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้มาสด้าสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Mazda 7

ทั้งนี้ มาสด้ายังคงมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ 2030  ด้วยการเป็นบริษัทที่รักรถยนต์ และขับเคลื่อนความสุขผ่านประสบการณ์ในการขับขี่ให้กับลูกค้า เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุขคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต นั่นคือเหตุผลที่​​มาสด้ามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีความหมาย และส่งมอบความสุขให้กับผู้คน หัวใจหลักสำคัญล้วนเกิดจาก Customer Centric Mindset ปรัชญาที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกในทุกสิ่งที่เราทำ ส่งผลให้มาสด้าสามารถส่งมอบคุณค่าอย่างต่อเนื่อง สร้างความไว้วางใจ และยืนยันได้ว่าลูกค้าจะเกิดความภาคภูมิใจที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้า ทั้งวันนี้และต่อไปในอนาคต เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างคนไทยและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

“ฟอร์ด” และ” มาสด้า” แต่งตั้ง ซิลวิโอ อิลลี นั่งแท่นประธานโรงงานเอเอทีคนใหม่

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศแต่งตั้ง มร. ซิลวิโอ อิลลี ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ต่อจาก มร. เคนอิจิโร่ ซารุวาตาริ ที่หมดวาระ การแต่งตั้ง มร. อิลลี เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายกำลังการผลิตของโรงงานเอเอที เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ระดับโลก และแสดงถึงความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจของฟอร์ดและมาสด้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

นอกจากนี้ยังมีการเริ่มสายการผลิตรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ รถกระบะสมรรถนะสูง ที่มาพร้อมความสามารถในการลากจูงและบรรทุกที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุย ที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก ซึ่งรถกระบะทั่วไปไม่สามารถรองรับได้ โดยฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้ทำการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และมีแผนที่จะส่งออกฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ ที่ผลิตในประเทศไทยไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลก และเตรียมขายในประเทศไทยปี 2569

“ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการผลิตจากโรงงานฟอร์ดทั้งในอเมริกาใต้ และอาเซียน พร้อมทั้งความรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพในการผลิตรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ เรามั่นใจว่า มร.อิลลี จะขับเคลื่อนโรงงานเอเอทีให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และยกระดับขีดความสามารถของโรงงานให้ก้าวไปอีกขั้น นอกจากนี้การผลิตฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ ในประเทศไทยไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ของฟอร์ดเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของฟอร์ดที่มีต่อศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกด้วย” มร. อังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติของฟอร์ดกล่าว

มร. อิลลี มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการผลิตและส่งมอบรถยนต์รุ่นสำคัญอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั่วโลก และยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้โรงงานฟอร์ดทุกแห่งในอาเซียนปรับปรุงกระบวนการผลิตและลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมีประสิทธิภาพ

Ford 15

มร. ซิลวิโอ อิลลี เริ่มต้นเส้นทางในสายงานผลิตตั้งแต่ระดับมัธยมที่โรงเรียนเทคนิคเฮนรี ฟอร์ด ซึ่งตั้งอยู่ในโรงงานปาเชโก (โรงงานฟอร์ด อาร์เจนตินา) ก่อนคว้าปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และต่อยอดความรู้ด้านวิศวกรรมคุณภาพ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติในอาร์เจนตินา และด้านการบริหารจัดการบุคลากรจากมหาวิทยาลัย UNIFACS ในบราซิล

ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มร.อิลลี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตของฟอร์ด ประจำภูมิภาคอาเซียน ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาโรงงานประกอบรถยนต์ของฟอร์ดในประเทศไทยและเวียดนาม

“ฟอร์ด” จัดงาน ‘ฟอร์ด แฟน เฟสติวัล ปี 3’ ชวนแฟนๆ ท้าความมันส์กับการทดสอบขับถนนลื่น

0
Ford 1

ฟอร์ด ประเทศไทย สนับสนุนการจัดงาน ฟอร์ด แฟน เฟสติวัล (Ford Fan Festival) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Family Playground’ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ให้ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ดพาสมาชิกในครอบครัวมาร่วมงาน พร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ฟอร์ด ยกระดับความสนุกด้วยไฮไลต์ใหม่ กับกิจกรรมทดสอบขับรถบนถนนลื่น (Skid Pad) ที่จัดเป็นครั้งแรกในงานนี้ การทดสอบสมรรถนะรถฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT ในสนามยิมคาน่า (Gymkhana) และยังมีกิจกรรมที่คนรักรถฟอร์ดชื่นชอบ ทั้ง การแข่งขันรถทางตรง (Drag Racing) การจัดแสดงรถ (Car Show) รวมถึงบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 30 รายการจากหน่วยบริการเคลื่อนที่ของฟอร์ด รวมถึงกิจกรรมสุดพิเศษที่คัดสรรมาให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าฟอร์ดและครอบครัว ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี

Ford 2

“ฟอร์ดรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดเทศกาลสุดเร้าใจสำหรับลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ดเป็นครั้งที่ 3 สำหรับการจัดงานในปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์สุดท้าทายในรูปแบบใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงานไม่ว่าจะเป็น การทดสอบขับรถบนถนนลื่น หรือ Skid Pad ตอกย้ำสมรรถนะอันโดดเด่นของรถยนต์ฟอร์ดที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์การขับขี่ พร้อมมอบความปลอดภัยทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้เตรียมกิจกรรมหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าฟอร์ดทุกท่าน เราหวังว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจและรู้สึกมั่นใจในการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟอร์ด” นายปุณยวีร์ สุพรรณ์ เจ้าหน้าที่อาวุโส ฝ่ายกีฬามอเตอร์สปอร์ต ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

Ford 3

กิจกรรมในปีนี้ออกแบบมาเพื่อพิสูจน์ขีดความสามารถของรถฟอร์ด ทั้งการใช้งานประจำวัน หรือสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ขั้นสูงให้ลูกค้าได้เข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันความหลงใหล และลุ้นรับรางวัลมากมายจากกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น ได้แก่

กิจกรรมทดสอบขับรถบนถนนลื่น (Skid Pad) ที่จะท้าทายให้ผู้เข้าร่วมงานได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมรถบนพื้นผิวลื่น พร้อมเรียนรู้เทคนิคการขับขี่ปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ


กิจกรรมขับรถแบบยิมคาน่า (Gymkhana) สุดเร้าใจกับรถฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT รถกระบะสไตล์เรซซิ่ง ที่ให้ผู้ร่วมงานได้ทดสอบสมรรถนะการขับขี่แบบมืออาชีพ พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษเมื่อทำเวลาได้ตามเป้าหมาย

Ford 6
การแข่งขันรถทางตรง (Drag Racing) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พิสูจน์สมรรถนะรถของตนเองในการแข่งความเร็วทางตรงแบบจับเวลา

Ford 5
การจัดแสดงรถ (Car Show) ที่รวบรวมรถฟอร์ดแต่งสวยจากทั่วประเทศมาอวดโฉม พร้อมแลกเปลี่ยนเทคนิคการแต่งรถกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญ

Ford 8
บริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 30 รายการ จากหน่วยบริการเคลื่อนที่ของฟอร์ด พร้อมรับของที่ระลึกสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการ

Ford 10
โซนกิจกรรมครอบครัว ที่อัดแน่นด้วยกิจกรรมสนุก ๆ และของรางวัลมากมาย

Ford 11

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนักแข่งระดับแนวหน้าของทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (Ford Thailand Racing) ‘แซนดี้’ เคราแก้ว สตูวิค ที่มาพบปะกับแฟน ๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การแข่งขันและเทคนิคการขับขี่ระดับมืออาชีพ โดยแซนดี้มีคิวลงแข่งขันในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ สนามแรกของปี 2025 ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

Ford 12

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจกิจกรรมของฟอร์ด สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ค ฟอร์ด