Home Blog Page 111

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” ฉลองเดือนตุลาฯ ชวนลูกค้าเป็นเจ้าของ BMW 220i Gran Coupe M Sport ดาวน์เริ่มต้นเพียงแสนนิดๆ พร้อมข้อเสนอเร้าใจ ภายใต้แคมเปญ ‘OKTOBER FEST’

0
มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 1

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมฉลองเทศกาลระดับโลก ‘OKTOBER FEST’ และ ‘LONDON FEST’ ในเดือน 10 หยิบยื่นข้อเสนอสุดคุ้มค่า จัดเต็มทั้ง ดาวน์ 0% ดอกเบี้ยต่ำ, iPhone 16 Pro 256 GB และอีกหลากหลายสิทธิพิศษ เติมเต็มความสุขให้ลูกค้าแบบไม่รู้จบ วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2567 ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ และ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา ทั่วประเทศ

 

 

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เดือนนี้ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ร่วมเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของเทศกาลระดับโลก ‘OKTOBER FEST’ สมทบด้วย ‘LONDON FEST’ ของทาง มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เพื่อสร้างสีสันและหยิบยื่นความคุ้มค่าเหนือระดับให้กับลูกค้า กับหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษที่เราตั้งใจรังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ”

 มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 4

++ เริ่มต้นกับยนตรกรรมพรีเมียมแบบสบายๆ ไปกับ มิลเลนเนียม ออโต้
บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ ต้อนรับเดือน 10 และเทศกาล ‘OKTOBER FEST’ รังสรรค์ข้อเสนอสุดพิเศษ เอาใจสายสปอร์ต กับยนตกรรมที่เป็นเสมือนประตูสู่โลกแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe M Sport ดาวน์เริ่มต้นเพียง 101,550 บาท และ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 Inspiring M Sport ผ่อนเริ่มต้น 33,796 บาทต่อเดือน พร้อมการันตีมูลค่ารับรถ เมื่อรับซื้อคืนด้วย BMW Freedom Choice
เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าสูงสุด รวมถึงข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อาทิ

BMW
• ดาวน์ 0%*
• ดอกเบี้ย 1.99%*
• อัปเกรด BSI สูงสุด 6 ปี*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 3 ปี*
• ฟรี กระเป๋าเดินทาง Samsonite รุ่น Freeform ขนาด 21 นิ้ว มูลค่า 13,900 บาท*
• ฟรี BMW Exclusive Dining Voucher มูลค่า 8,000 บาท* ที่ Ms.Jigger โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย
กรุงเทพฯ
• ฟรี iPhone 16 Pro 256 GB มูลค่า 48,900 บาท*
• นำรถเก่ามาแลกรถใหม่ รับ MGC POINT สูงสุด 100,000 คะแนน*

 มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 5

BMW MOTORRAD
• ส่วนลดเงินสดสูงสุด 125,000 บาท*
• ฟรี iPhone 16 Pro มูลค่า 39,900 บาท*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
• ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน*
• ฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท*
• ฟรี กล่องอะลูมิเนียม 3 ใบ*

 มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 6

++ LONDON FEST เทศกาลแห่งความสนุกจาก มินิ มิลเลนเนียม ออโต้
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ฉลองเดือนตุลาคม หยิบยื่นความคุ้มค่าให้ลูกค้า ไปกับเทศกาล LONDON FEST เติมเต็มความสุขแบบไม่รู้จบ กับข้อเสนอพิเศษภายในเดือนนี้

 มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 8

MINI
• ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
• ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ทุกรุ่น*
• อัปเกรด MSI นานสูงสุด 10 ปี*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
• ฟรี กระเป๋าเดินทาง Samsonite รุ่น Freeform ขนาด 21 นิ้ว มูลค่า 13,900 บาท*
• ฟรี! Exclusive Dining Voucher มูลค่า 8,000 บาท* ที่ Ms.Jigger โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ
• นำรถเก่ามาแลกรถใหม่ รับ MGC POINT สูงสุด 100,000 คะแนน*

 มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 9

พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่ออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ สมัครสมาชิก MGC-MOBILIFE รับคะแนนสะสม (ทุก 100 บาท = 1 คะแนน) หรือรับบริการหลังการขาย (ทุก 25 บาท = 1 คะแนน) เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบิน, บริการเช่าเหมาลำเรือ, ที่พักโรงแรมหรู, ร้านอาหารชั้นนำ และอีกมาก

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto ConnectLine Official: https://bit.ly/2Z3ou46(@millenniumauto)https://www.millenniumauto.co.th

 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ชู Coffee Intelligence OS 3 ระบบปฏิบัติการรถยนต์อัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI พลิกโฉมการขับขี่แห่งอนาคต

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ ก้าวไปอีกขั้นสู่การมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำหน้าครอบคลุมรอบด้าน ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และบริการที่รู้ใจ โดยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคตนี้ผ่านคู่หูการเดินทาง Coffee Intelligence ระบบนิเวศอัจฉริยะด้วย AI ใหม่ล่าสุด เพื่อมุ่งเน้นไปที่การสร้างสุดยอดประสบการณ์ที่เหนือระดับ ราบรื่น และไร้รอยต่อให้แก่ผู้ใช้งานรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยนำร่องใช้งานระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงอย่าง Coffee OS 3 และ Coffee Pilot Ultra เป็นที่เรียบร้อยแล้วใน GWM WEY รุ่น Blue Mountain หรือ GWM WEY 07 ในประเทศจีน และจะนำความสำเร็จของระบบซอฟต์แวร์ Coffee Intelligence นี้ มาใช้งานต่อในรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นอื่น ๆ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ต่อไป

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทุ่มเททรัพยากรในการวิจัยและพัฒนาระบบทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์มาอย่างต่อเนื่องด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล เพื่อมอบประสบการณ์ขั้นสูงที่อัจฉริยะ ล้ำหน้า สะดวกสบาย ไร้รอยต่อ และปลอดภัย ในทุก ๆ การใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดย Coffee Intelligence เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะที่ให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ และยังเป็น “Digital Engine” ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สู่ความสำเร็จของการเป็นเป็นบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกแล้วเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุด ได้นำระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงอย่าง Coffee OS 3 และ Coffee Pilot Ultra ซึ่งเป็นระบบที่อยู่ใน Coffee Intelligence มาใช้กับรถยนต์เอสยูวี 6 ที่นั่งรุ่นเรือธงแบรนด์แรกในประเทศจีน คือ GWM WEY รุ่น Blue Mountain หรือ GWM WEY 07 โดยได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าและสื่อมวลชนถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น สร้างความอุ่นใจทุกเส้นทางการขับขี่ รวมถึงความสะดวกสบายและการรู้ใจผู้ขับขี่อย่างคาดไม่ถึง สิ่งนี้เอง เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อขับเคลื่อนโลกผ่านยานยนต์พลังงานใหม่ที่ล้ำหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่และมั่นคง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ยกระดับและเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และรู้ใจ ด้วย 4 ระบบนิเวศอัจฉริยะในซอฟต์แวร์ Coffee Intelligence ได้แก่

•Coffee OS 3 ปฏิวัติห้องโดยสารด้วย AI ผ่านสุดยอดประสบการณ์ทั้ง 5 ด้าน
ระบบ Coffee OS 3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ได้มอบนิยามใหม่ด้วยประสบการณ์การใช้งานภายในห้องโดยสารที่ดีเยี่ยม ผ่านระบบ AI อัจฉริยะที่คำนึงถึง 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ สุนทรียศาสตร์แห่งการออกแบบ ใช้งานง่ายพร้อมตอบสนองดีเยี่ยมทุกการใช้งาน สันทนาการและความผ่อนคลายในทุกเส้นทาง เปิดโสตประสาทแบบรอบด้านในทุกการขับขี่ และระบบอัจฉริยะที่ล้ำหน้า เรียลไทม์ และรู้ใจ เพื่อโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานและรถยนต์ผ่านระบบการสั่งงานด้วยเสียงและการสัมผัสหน้าจอได้อย่างรวดเร็วแบบทันที และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบห้องโดยสารรุ่นใหม่ Coffee OS 3 นี้เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU – Central Processing Unit) เพิ่มขึ้น 2.1 เท่า หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU – Graphics Processing Unit) เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า และหน่วยประมวลผลประสาท (NPU – Neural Processing Unit) เพิ่มขึ้น 6.7 เท่า

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

ด้วยศักยภาพที่ทรงพลังและประสิทธิภาพโดยรวมของ Coffee OS 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างครอบคลุมรอบด้าน ทำให้แฟลตฟอร์มนี้อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ และด้วยความทุ่มเทในการพัฒนาระบบ นี้ ทำให้ระบบอัจฉริยะดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านความเร็วในการโต้ตอบของระบบ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านความเร็วในการบูสต์ระบบ โดยใช้เวลาเพียง 2.64 วินาที ด้านการเปิดแอปพลิเคชันโดยใช้เวลาตอบสนองของแอปฯ เพียง 436 มิลลิวินาที ด้านระบบรองรับอัตราการรีเฟรชที่สูง โดยการเลื่อนรายการ หมุน และลาก เกิดขึ้นที่ 60 FPS และด้านการตอบสนองที่มากขึ้น โดยการเลื่อนแผนที่ตอบสนองภายใน 153 มิลลิวินาที รวมถึงด้านการตอบสนองด้วยเสียงใช้เวลาเพียง 298 มิลลิวินาที ทำให้ทุกการปัดหน้าจอ และการโต้ตอบของระบบไปยังผู้ใช้งานได้รับการตอบสนองจากระบบอย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์ ในอนาคตบริษัทฯ จะพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะใหม่ ๆ มากขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายและครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั่วโลก

•ทุกชีวิตหมดความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน-ภายนอก ให้ควบคุมรถยนต์อย่างอัจฉริยะสู่ความปลอดภัยขั้นสูงด้วย Coffee Pilot

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

Coffee Pilot จะช่วยให้ทุกการขับขี่ปลอดภัย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันการนำทางและการช่วยเหลือที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางของผู้ใช้งานในทุกสถานการณ์ มาพร้อมระบบช่วยการขับขี่ฉริยะ NOH ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับลักษณะทางหลวงของประเทศจีน ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชันการนำทางได้แก่ การเข้าและออกทางลาดอัจฉริยะ การหลีกเลี่ยงการรวมเลนอัจฉริยะ การป้องกันการเปลี่ยนเลนอัจฉริยะ การตรวจสอบความเหนื่อยล้าและการเสียสมาธิ การหลีกเลี่ยงยานพาหนะขนาดใหญ่อัจฉริยะ และการจดจำทางแยกซับซ้อนอัจฉริยะ โดยล่าสุดมาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงอย่าง Coffee Pilot Ultra ที่ถูกคิดค้นเพื่อนำมาทำงานร่วมกับรถยนต์พลังงานใหม่ ระบบดังกล่าวมีความสามารถในการตรวจจับที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพในการควบคุมที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น

•เชื่อมต่อทุกโมเม้นต์ในทุกการเดินทางสู่การใช้ชีวิตแบบเคลื่อนที่ได้อย่างสมยูรณ์แบบด้วย Coffee AI Cloud
ด้วยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ เล็งเห็นถึงการมอบโซลูชันเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ ผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะได้รับประสบการณ์ทีดีเยี่ยมผ่านระบบ Coffee AI Cloud ให้ทุกคนได้เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานระหว่างระบบภายในรถยนต์และอุปกรณ์ AIoT ต่าง ๆ โดยทำงานสอดประสานกันครอบคลุมในทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งระบบการเดินทางอัจฉริยะ ชุมชนและเมืองอัจฉริยะ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ และแพลตฟอร์มจากบุคคลที่สาม โดยระบบ Coffee AI Cloud นี้ มุ่งตอบโจทย์ในการมอบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อทุกอย่างได้อย่างไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง อยู่ในทุกที่ เข้าถึงได้ง่าย และความหน่วงต่ำ เพื่อการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ในวิถีอัจฉริยะด้วยระบบนิเวศที่เปิดกว้าง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 8

•Coffee EEA แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์สู่การประมวลผลที่อัจฉริยะ ทำงานแบบรวมศูนย์ และตอบทุกความต้องการของผู้ใช้งาน
เมื่อปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ GEEP4.0 ซึ่งใช้การประมวลผลแบบรวมศูนย์ ในประเทศจีน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์และระบบไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการประมวลผลรถยนต์ทั้งคันแบบรวมศูนย์ ชาญฉลาด และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งช่วยคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ และมอบประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดในทุกเส้นทาง โดยแพลตฟอร์มนี้ เปรียบเสมือนสมองของรถยนต์พลังงานใหม่ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียวที่ช่วยประมวลผลการทำงานในทุก ๆ ด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ สู่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบเต้ม 100%

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology)” มุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านการวิจัยและพัฒนารถยนต์พลังงานใหม่ ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือชั้น สู่การยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยและอาเซียน

(มีคลิปวีดีโอ)“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ “พิชิตเส้นทางสุดท้าทาย ไทย-ลาว-เวียดนาม ในทริป ‘The Overland Journey’

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ – The Overland Journey’ พาผู้ชนะจากกิจกรรม ‘King of Tough Challenge’ ลูกค้า และสื่อมวลชน รวมกว่า 40 ชีวิต  ร่วมคาราวานขับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รวม 15 คัน พิชิตเส้นทางออนโรดและออฟโรดสุดท้าทายจากจังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย สู่ประเทศลาวและเวียดนาม ตอกย้ำนิยาม ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’

คาราวานเริ่มต้นออกเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยการขับบนถนนทางเรียบ ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ทั้งเบาะหนังและหนังสังเคราะห์เฉพาะแบบ Raptor หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว กล้องมองรอบคัน 360 องศา ที่ช่วยให้มองเห็นอุปสรรคได้รอบทิศทาง เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง รวมถึงการใช้ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ เพลิดเพลินไปกับเครื่องเสียง Bang & Olufsen® ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร ที่มอบความบันเทิงในระหว่างการเดินทางได้แบบเต็มอิ่ม ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A ที่รองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto™ แบบไร้สาย ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  2

จากอุบลราชธานี คาราวานขับผ่านเส้นทางธรรมชาติที่ท้าทายทั้งหิน กรวด ลูกรัง โคลน รวมถึงการลุยน้ำข้ามลำธารมุ่งหน้าสู่เมืองอัตตะปือ ประเทศลาว โดยได้ทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและโหมดการขับขี่ของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จุดหมายสำคัญคือการชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแซพระ และน้ำตกแซป่องไล ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดยักษ์และแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของลาวใต้ ด้วยความสูงถึง 100 เมตร และกว้าง 120 เมตร  ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสกับความงดงามของสายน้ำที่ไหลลงมาอย่างอลังการราวกับม่านสีขาว พร้อมกับละอองน้ำและเสียงกึกก้องอย่างน่าประทับใจ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  3

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  4

คาราวานเดินทางต่อไปยังเมืองดาลัดหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศเวียดนาม พร้อมแวะเช็คอินที่มองโกแลนด์ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เดินท่องเที่ยวตลาดท้องถิ่น แวะชมความสวยงามของน้ำตกดาตันลา น้ำตกที่เกิดจากภูเขาหินอ่อนอายุกว่า 100 ปี จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นด้วยการขับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตะลุยเส้นทางออฟโรดไปยังทะเลสาบซ้วยหว่าง (Soui Vang Lake) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ล้อมรอบด้วยป่าเขียวขจี บนเส้นทางนี้ ผู้ร่วมเดินทางได้พิสูจน์สมรรถนะของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการรับมือกับภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งเส้นทางร่องหิน ขึ้น-ลงเนินชันกว่า 18 องศา โดยใช้กล้องมองรอบคัน 360 องศา ช่วยในการมองอุปสรรคนอกตัวรถบนเส้นทางแคบในป่าสน ด้วยเครื่องยนต์ที่เปี่ยมสมรรถนะ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โหมดการขับขี่แบบออฟโรด และระบบควบคุมความเร็วสำหรับการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) ผู้ขับขี่สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย การเดินทางจึงเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย มอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและน่าจดจำสำหรับทุกคนในทริป

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  5

จากเมืองดาลัดคาราวานมุ่งสู่ทะเลทรายมุยเน่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ซาฮาร่าแห่งเวียดนาม’ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของประเทศเวียดนาม ด้วยเนินทรายสีทองอร่ามทอดยาวสุดลูกหูลูกตา สลับกับทะเลสาบน้ำจืดสีฟ้าใส สร้างทัศนียภาพอันน่าทึ่งราวกับภาพวาด ผู้ร่วมเดินทางได้ทดลองใช้การขับขี่ในโหมดทราย และโหมดบาฮาอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งรถจะปรับเข้าสู่การขับขี่โดยใช้เกียร์สูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) คันเร่งจะปรับให้มีการตอบสนองสูงสุดเพื่ออัตราเร่งที่ดีที่สุด ระบบท่อไอเสียและ     ช่วงล่างจะถูกปรับให้เป็นโหมดบาฮาเช่นกัน เพื่อตอบสนองการขับขี่ออฟโรดแบบความเร็วสูง พร้อมรับมือกับการขับขี่บนทะเลทรายโดยเฉพาะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับ เทคโนโลยีเหล่านี้ของรถ ไม่เพียงช่วยให้ผู้ขับขี่พิชิตความท้าทายของทะเลทรายมุยเน่ได้อย่างง่ายดายแล้ว ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและปลอดภัยขั้นสุดอีกด้วย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  7

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  9

จากนั้น คาราวานเดินทางต่อไปยังเมืองญาจาง โดยใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งทะเล ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสีคราม ตลอดการเดินทางอันแสนท้าทายนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นในการรับมือกับทุกสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นถนนในเมือง เส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขา หรือเส้นทางออฟโรดที่ทุรกันดาร ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังผสานกับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตอบสนองได้ครบทุกความต้องการของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือการผจญภัยสุดขั้นสุดบนเส้นทางออฟโรด นับเป็นยานพาหนะที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับผู้ใช้งานในทุกสถานการณ์

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  10

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 11

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดตื่นเต้นที่ได้จัดทริปในครั้งนี้ นับเป็นการปิดท้ายกิจกรรม King of Tough ได้สมกับที่เราตั้งใจจะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ฟอร์ด     เรนเจอร์ แร็พเตอร์ อันดุดันให้แก่ลูกค้าและผู้สนใจทั่วไปได้สัมผัส การเดินทางตลอด 9 วัน 8 คืน ไม่เพียง   ตอกย้ำสมรรถนะความแกร่งอันเหนือชั้นของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่พร้อมพิชิตทุกเส้นทางท้าทายแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าฟอร์ดได้อย่างมีความหมาย”

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  12

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)” ร่วมกับ “ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้ง” เปิดตัวแคมเปญ “รับเงินแสน คืนเงินล้าน” นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการทางการเงินสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ และให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแบบเต็มรูปแบบ นำโดย นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร ประธานกรรมการบริหาร ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกับ บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี นำโดย นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ประเดิมเปิดตัวนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ในแคมเปญ “รับเงินแสน คืนเงินล้าน” โดยเปิดความเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ใช้บริการทางการเงินกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ได้ทั้งรถใหม่และผลตอบแทนพิเศษจากผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ “Wealthy Plus 5/1” จาก SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว รับเงินคืน 2.4% ของเงินเอาประกันภัยทุกปี ตลอด 5 ปี และเมื่อครบ 5 ปี ได้เงินคืนทั้งก้อน พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายจากไทยกรุ๊ปฯ ผ่านแพลตฟอร์ม S Plus Loyalty Program

 

นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง “ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้ง” “อาคเนย์ ประกันชีวิต” และ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)” นับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สองแบรนด์ชั้นนำในสาขาที่แตกต่างกันได้ผนึกกำลังกันเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยในครั้งนี้ อาคเนย์ประกันชีวิต ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการประกันชีวิต และเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านบริการทางการเงินสำหรับรถพรีเมี่ยม ได้ร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลายมิติ โดยการร่วมมือจะไม่เป็นเพียงแค่โปรแกรมนี้ แต่เรายังมุ่งสู่การพัฒนาการบริการด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเราเชื่อว่าความร่วมมือกันนี้จะสร้างผลประโยชน์ที่ยั่งยืนให้กับองค์กรของเราและลูกค้า ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในการพัฒนาการลงทุน และการบริการทางการเงินรถพรีเมี่ยม ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 2

นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี กล่าวว่า “ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้านประกันและการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพเพื่อขยายช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และความร่วมมือกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ผสานความร่วมมือระหว่างองค์กรธุรกิจชั้นนำของไทย สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านประกันและการเงินในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งสองบริษัท ในการส่งมอบผลประโยชน์สูงสุด และประสบการณ์ที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากที่อื่น”

ผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ “Wealthy Plus 5/1” โดย SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต เหมาะสำหรับ
ผู้ที่มองหาทางเลือกในการออมเงินระยะสั้นที่มีความคุ้มครองชีวิต ด้วยสัญญาระยะสั้นเพียง 5 ปี ชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว รับเงินคืน 2.4% ของเงินเอาประกันภัยทุกปี ตลอด 5 ปี โดยตลอดสัญญารวมสูงสุดถึง 112% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมความคุ้มครองประกันชีวิต 105% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เพื่อสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้แก่ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เข้าร่วมแคมเปญนี้โดยเฉพาะ ทั้งนี้ ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองและผลประโยชน์สูงสุดตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้
ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th/mobility หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัปเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) แนะนำ ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,659,000 บาท

0
ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท 1

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ขอแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะมาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสตาร์เรียกับ สตาร์เรีย อีลิท ซึ่งวางตำแหน่งไว้เป็นรุ่นย่อยมาตรฐาน แต่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน ทั้งยังมีราคาที่น่าเป็นเจ้าของยิ่งกว่าเคย ให้คุณพาทุกคนในครอบครัวออกเดินทางไปพร้อมกันอย่างสะดวกสบาย ด้วยรถยนต์ 11 ที่นั่งคันนี้

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว“รถตู้ฮุนไดได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยมานานนับทศวรรษ นับตั้งแต่การเปิดตัวฮุนได เอชวันเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีคุณภาพชั้นสูงและมอบความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารทุกคน ต่อมาเมื่อ ฮุนได สตาร์เรีย เปิดตัว ความประทับใจที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นไปอีก และในตอนนี้บริษัทฯ พร้อมสานต่อความสำเร็จดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยการเสริมทัพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในกลุ่มรถตู้กับ ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่น่าจับจองกว่าเคย โดยฮุนไดมั่นใจว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับแบรนด์ในฐานะผู้นำของตลาดกลุ่มรถยนต์สำหรับครอบครัว ทั้งยังหวังว่า ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค ให้เป็นอีกหนึ่งสมาชิกครอบครัวคันล่าสุด ที่พร้อมพาคุณและทุกคนในครอบครัว ออกเดินทางไปด้วยกันอย่างสะดวกสบาย”

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท 2

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ปรับไปใช้โลโก้แบรนด์แบบใหม่สองมิติ และยังมีกุญแจดีไซน์ใหม่ในรูปทรงของโลโก้ฮุนได เช่นเดียวกับ ฮุนได สตาร์เรีย ยูโร 5 รุ่นอื่น ส่วนล้ออัลลอยด์มีขนาด 17 นิ้ว สำหรับอุปกรณ์อื่นในห้องโดยสารมีทั้ง ช่องชาร์จแบบ USB Type C, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย ผู้ขับขี่สามารถอ่านข้อมูลการขับขี่อย่างชัดเจน ผ่านหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ LCD ขนาด 4.2 นิ้ว ทั้งยังปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกการจอดกับ เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท มีอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยหลายรายการ พร้อมให้การปกป้องผู้โดยสารทุกที่นั่ง ด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 11 ที่นั่ง, จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก ISOFIX จำนวน 2 จุด, เซ็นเซอร์กะระยะเข้าจอด (หน้า / หลัง), ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ CSC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BSW และ ถุงลมนิรภัย 6 จุดพร้อมม่านถุงลมนิรภัย
ขุมพลัง ยูโร 5 ประสิทธิภาพสูง

ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ผ่านมาตรฐาน ยูโร 5 และติดตั้งมาในทุกรุ่นย่อยของ ฮุนได สตาร์เรีย โดยยังคงมอบสมมรรถนะเต็มระดับเท่าเดิมด้วย กำลังสูงสุด 175 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร แต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า ด้วยอัตราการสร้างมลพิษลดลง ทั้งยังเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ราคาเริ่มต้นเพียง 1,659,000 บาท โดยมาพร้อมกับสามทางเลือก สีภายนอกและภายในที่จับคู่มาให้อย่างลงตัว ประกอบด้วย ภายนอก สีดำ เอบิส แบล็ก เพิร์ล พร้อมภายในทูโทน สีดำ – สีเบจ, ภายนอก สีเทา แกรไฟท์ เกรย์ เมทัลลิก พร้อมภายในสีดำ และ ภายนอก สีเงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์ เมทัลลิก พร้อมภายในสีดำ

ให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของ ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี1 และ ฟรีการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร2 นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอการเงินพิเศษให้กับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1

สัมผัส ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ได้แล้ววันนี้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการ ซึ่งพร้อมให้บริการท่านทั่วประเทศ รวมถึง H-SPACE ถนนวิภาวดี และ H-STUDIO ณ Emsphere ชั้นสอง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่ hyundai.com/th ทั้งยังมีบริการจองรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ Click to Buy ที่ buyonline.hyundai.com

 

จอดรถที่ไหน ล็อครถหรือยัง เกิดอุบัติเหตุโทรหาใครดี หมดกังวลด้วยแอปอัจฉริยะ NissanConnect Services เวอร์ชั่นอัพเดต

0
NissanConnect Services 1

เคยไหมที่คุณรีบมากจนลืมว่า ล็อครถหรือยัง รถจอดตรงไหน หรือกลัวว่าไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครหากเกิดอุบัติเหตุ ถ้าใช่ คนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ชอบใช้ชีวิตอิสระเต็มที่อย่างคุณ อาจจะต้องการรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมซึ่งเพิ่มความสะดวกสบาย อุ่นใจและปลอดภัยช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องเหล่านี้ นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ มาพร้อมกับแอป NissanConnect Services* เวอร์ชั่นอัพเดต และกุญแจอัจฉริยะที่มีระบบล็อก และปลด ล็อกอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุม หรือสั่งการรถได้จากระยะไกล ได้ง่ายๆ ส่วนฟีเจอร์ SOS ยังให้ความอุ่นใจว่ามีคนคอยให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลา

NissanConnect Services  2

แอปอัจฉริยะ NissanConnect Services เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับรถยนต์ และสั่งการต่างๆ ได้ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ แอปนี้จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้นิสสัน อัลเมร่า ซีดานสไตล์สปอร์ตถูกใจใครหลายๆ คน

Nissan 4

ถ้าถามว่า NissanConnect Services ทำอะไรได้บ้าง ข้อแรกผู้ที่ได้ลองขับนิสสัน อัลเมร่า ชื่นชอบ คือ การควบคุมระยะไกลหลากหลายระบบที่กดเลือกได้ในสมาร์ทโฟน เช่น ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ระยะไกล ช่วยอุ่นเครื่องยนต์ และเปิดแอร์ให้พร้อมเดินทางได้ทันที โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน เปิดประตูรถมาเจอแอร์เย็นๆ ทันทีไม่ต้องนั่งรอไล่ลมร้อนหลายนาที ชีวิตจะดีขึ้นได้ในพริบตา ส่วนระบบตรวจสอบสถานะการล็อกประตู สั่งล็อก หรือปลดล็อกรถยนต์ระยะไกล สามารถกดดูจากสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน ว่าล็อกรถหรือยัง หรือกดสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตูรถยนต์ได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านแอป ช่วยตัดความกังวล และเพิ่มความสะดวกสำหรับคนแอคทีฟ ต้องทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กัน

Nissan 5

อีกหนึ่งปัญหาที่คนขับรถทุกคนเจอ คือ จำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ตรงไหน แอปนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมากๆ เพราะสามารถกดระบบสั่งกะพริบไฟหน้า และระบบแตร ระยะไกล ช่วยค้นหารถด้วยไฟกะพริบ และเสียงแตรสั้น ๆ หรือสั่งเฉพาะไฟกะพริบในสถานที่งดใช้เสียงได้ ส่วน ระบบค้นหาตำแหน่งรถ (My Car Finder) ช่วยค้นหาตำแหน่งรถยนต์ในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือที่ที่ไม่คุ้นเคย และนำทางไปยังรถได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินวนแล้ววนอีก

Nissan 8

จุดเด่นของแอป NissanConnect Services คือ ระบบ SOS ที่นิสสันนำมาให้บริการเป็นครั้งแรกในเซ็กเมนต์นี้ โดยเมื่อประสบเหตุไม่คาดฝัน เกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือขณะเดินทาง ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่ม SOS ที่แผงหน้าปัด เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงในรถยนต์

Nissan 9

นอกจากนี้ นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 ยังยกระดับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยไปพร้อมกัน ด้วยกุญแจอัจฉริยะที่มาพร้อมกับระบบล็อก/ปลดล็อกอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ เพียงจอดรถ ผู้ขับขี่สามารถเดินไปทำธุระได้เลย เพราะระบบอัจฉริยะของนิสสันจะช่วยล็อครถให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อผู้ขับขี่เดินกลับมาที่รถ กุญแจอัจฉริยะจะส่งสัญญาณปลดล็อคให้เอง สะดวกสบายเมื่อต้องถือของเต็มมือ โดยไม่ต้องกดปุ่มที่ประตู และป้องกันการลืมล็อกรถ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะมีในรุ่น V และ VL

Nissan 10

คราวนี้ ไม่ว่าคุณจะไปทำธุระ ซื้อของ ไปเที่ยวชิลล์ๆ กับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนในวันว่าง เส้นทางไหน ๆ ก็สะดวก สบาย ปลอดภัย และอุ่นใจ เพราะ NissanConnect Services จะคอยดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ และยังสะท้อนการขับขี่แห่งอนาคตที่ผสมผสานการขับขี่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน อัลเมร่า และฟีเจอร์ต่างๆ ได้ที่ https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/new-almera.html หรือติดต่อผู้แทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ

* สิทธิพิเศษในการใช้บริการ NissanConnect Services เป็นระยะเวลา 3 ปี* (ระยะเวลาของการให้บริการจะเริ่มในวันเริ่มต้นการรับประกัน) สำหรับรุ่นรถที่รองรับ และต่ออายุสมาชิกก่อนสิ้นสุดระยะเวลารับบริการ เพื่อรับประโยชน์จากบริการได้อย่างต่อเนื่อง

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ นำเสนอประสบการณ์ In-Car Movie ร่วมกับ Sony Pictures Entertainment เปิดใช้งานแอปพลิเคชัน RIDEVU ในรถยนต์หลากหลายรุ่น

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดให้ลูกค้าเข้าถึงบริการวิดีโอดิจิทัลในรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน “RIDEVU” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย Sony Pictures Entertainment ผสานการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งสามารถรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ ได้ทั้งแบบส่วนตัวหรือแชร์หน้าจอได้สูงสุดถึง 6 หน้าจอ รวมถึงหน้าจอในรถยนต์และอุปกรณ์อื่น ๆ จากบัญชีเดียวกัน โดยเริ่มต้นด้วยการสมัครแพ็กเกจเสริม MBUX Entertainment Package Plus และสร้างบัญชี RIDEVU ผ่านแอปพลิเคชันในรถยนต์ เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์การรับชมภาพยนตร์บนแอปพลิเคชัน กับทางเลือกในการเช่าหรือซื้อภาพยนตร์ที่มีให้เลือกสรรมากมาย ทั้งภาพยนตร์ระดับตำนานและภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้าฉาย ซึ่งจะมีการอัปเดตลิสต์ภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง โดยแอปพลิเคชัน RIDEVU พร้อมให้บริการแล้วในประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ MBUX เจเนเรชันที่ 2 รวมถึง MBUX เจเนเรชันล่าสุด ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

Magnus Östberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับ Sony Pictures Entertainment ในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยแอปพลิเคชัน RIDEVU เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงในรถยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยยกระดับการรับชมภาพยนตร์ในเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ก้าวสู่อีกขั้นของความสะดวกสบายและความบันเทิงเต็มรูปแบบ โดยจะทำงานผสานกับหน้าจอขนาดใหญ่ความคมชัดระดับ HD บริเวณแผงคอนโซลด้านหน้าและเบาะโดยสารด้านหลัง ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด”

RIDEVU ได้คัดสรรภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก รวมทั้งเนื้อหาความบันเทิงสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เลือกรับชมผ่านแพ็กเกจสตรีมมิ่งแบบเต็มอิ่ม ทั้งยังมาพร้อมการอัปเดตภาพยนตร์และคอนเทนต์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเสนอคอนเทนต์สั้น (Short-form video) จากผู้สร้างและสตูดิโอชั้นนำ ที่มีทั้ง เบื้องหลังการถ่ายทำ เอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ บทสัมภาษณ์ และอีกมากมาย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถเช่าหรือซื้อภาพยนตร์บน RIDEVU ที่มีให้เลือกทั้งภาพยนตร์ใหม่ที่เพิ่งเข้าฉาย และภาพยนตร์คลาสสิคสุดฮิต โดยสามารถรับชมด้วยความคมชัดระดับ HD บนหน้าจอคุณภาพสูงที่ติดตั้งในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยสำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 4D และ 3D ทางบริษัทมีแผนที่จะนำเสนอภาพยนตร์ที่มาพร้อมระบบเสียงคุณภาพสูง เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านความบันเทิงให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

RIDEVU สามารถใช้งานผ่านทุกหน้าจอของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยแต่ละหน้าจอสามารถเลือกรับชมเนื้อหาที่ต่างกันได้อย่างอิสระ และด้วยการออกแบบอินเตอร์เฟซที่เข้าใจง่าย ผู้ใช้งานทุกคนจึงสามารถค้นหาและรับชมภาพยนตร์และตัวอย่างภาพยนตร์ (Trailer) ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการพัฒนาฟังก์ชันเพิ่มเติมที่จะพร้อมใช้งานในอนาคต อย่างระบบควบคุมหน้าจอ (Screen manager) ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์และเชื่อมต่อเนื้อหาระหว่างหน้าจอได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถนำความบันเทิงติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเพื่อรับชมคอนเทนต์จากทั้งในและนอกรถยนต์ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับทีวีหรือดาวน์โหลดเนื้อหาสำหรับการเล่นแบบออฟไลน์ โดยทุกอย่างจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “RIDEVU” ที่มีให้บริการทั้งใน iOS และ Android

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

ในเยอรมนี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ เจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ติดตั้งระบบ MBUX เจเนเรชันที่ 2 และมีแพ็กเกจ MBUX Entertainment Package Plus สามารถค้นหาแอปพลิเคชัน RIDEVU เพื่อใช้บริการได้ในหน้าเมนู โดยจะต้องเปิดใช้งานบริการ “Video Streaming” ในแอปพลิเคชันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยเช่นกัน เมื่อคลิกที่ไอคอน RIDEVU บนหน้าจอหลัก ผู้ใช้งานจะสามารถตั้งค่าบัญชีฟรีในไม่กี่ขั้นตอน โดยใช้เพียงหนึ่งบัญชีต่อรถยนต์หนึ่งคัน และจะสามารถเข้าถึงแพ็กเกจสตรีมมิ่งวิดีโอที่รวมอยู่ในแอปพลิเคชันได้ทันที

“โตโยต้า” เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ซีดานหรู ALL-NEW CAMRY ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 ต.ค. พร้อมรับสิทธิพิเศษ Exclusive Bundle Set มูลค่า 7,500 บาท

0
โตโยต้า 1

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของซีดานขนาดกลางระดับหรู รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า กับกิจกรรม ALL-NEW CAMRY Exclusive Pre-register โดยสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.toyota.co.th/exclusivepreregister/camry หรือติดต่อโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ตั้งแต่วันที่ 1 – 9 ตุลาคม พ.ศ. 2567 สำหรับผู้ที่ทำการจองรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม และรับรถภายใน 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ยังจะได้รับ Exclusive Bundle Set มูลค่า 7,500 บาท ได้แก่ ฟรี เช็กระยะ 1 ปี หรือ 20,000 กม.* และของสมนาคุณพิเศษ** สิทธิพิเศษสุด Exclusive เฉพาะสำหรับลูกค้าโตโยต้า ALL-NEW CAMRY เท่านั้น

รายละเอียดกิจกรรม ALL-NEW CAMRY Exclusive Pre-register
ช่องทางในการลงทะเบียนจองสิทธิ์
ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การจอง ALL-NEW CAMRY ได้ที่ www.toyota.co.th/exclusivepreregister/camry
หรือติดต่อศูนย์บริการผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ
ระยะเวลาการเปิดรับจองสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 – 9 ต.ค. 2567
สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองสิทธิ์ ALL-NEW CAMRY ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
รับฟรี Exclusive Bundle Set มูลค่า 7,500 บาท
1) ฟรี เช็กระยะ 1 ปี หรือ 20,000 กม.*
2) ฟรี ของสมนาคุณพิเศษ**

*ฟรี เช็กระยะ 1 ปี หรือ 20,000 กม. มูลค่า 5,300 บาท
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
•แพ็กเกจพิเศษจะได้รับอัตโนมัติ ภายใน 45 วัน หลังจากวันที่รับรถ
•ครอบคลุมค่าอะไหล่ และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะ (งานเช็กระยะ ที่ระยะ 10,000 กม. หรือ 6 เดือน และ 20,000 กม. หรือ 12 เดือน) ตามรายการมาตรฐานที่ระบุในคู่มือการใช้รถ (Owner’s Manual) โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าทั่วประเทศ
•รถยนต์ที่ขอใช้สิทธิ์ จะต้องเป็นรถยนต์ที่มีหมายเลขตัวถังเดียวกับที่ได้รับสิทธิ์ ตามเงื่อนไขทาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กำหนด กรณีลูกค้ามีการขายรถยต์ต่อหรือเปลี่ยนชื่อเจ้าของ สิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะถูกติดไปด้วย
•การขอใช้สิทธิ์เฉพาะการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น ไม่สามารถแลกผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปใช้นอกศูนย์บริการได้
•ตรวจสอบเงื่อนไข และรายการอะไหล่ตามระยะทางได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/maintenance

**ฟรี ของสมนาคุณพิเศษ มูลค่า 2,200 บาท
•ของสมนาคุณพิเศษ คือ กระเป๋าเดินทางแบบถือ Exclusive เฉพาะสำหรับลูกค้า ALL-NEW CAMRY
•จัดส่งหลังวันที่ลูกค้ารับรถภายใน 45 วัน ผ่านทางผู้แทนจำหน่ายฯ
•สงวนสิทธิ์ของสมนาคุณพิเศษ 1 ชิ้น ต่อรถยนต์ 1 คัน
•ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดไดh

หมายเหตุ
•สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 – 9 ต.ค. 2567 มีการจองภายใน 31 ต.ค. 2567 และรับรถภายใน 31 ธ.ค. 2567
•ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ ผู้จองรถ และเจ้าของรถ ต้องตรงกันเท่านั้น
•ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
•เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้ง ให้ทราบล่วงหน้า
•ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
•สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าใกล้บ้านท่าน หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าโตโยต้า 1486 บริการด้วย Voice Bot 24 ชม. ทุกวัน บริการข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต www.toyota.co.th หรือ Line ID : @toyotathailand

และเชิญรับชมบรรยากาศการเปิดตัว ALL – NEW CAMRY อย่างเป็นทางการวันที่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 14.30 น. เป็นต้นไปในรูปแบบ Live Streaming ผ่านช่องทาง Facebook และ YouTube : Toyota Motor Thailand

“เรเว่” ร่วมฉลอง ครบรอบ 30 ปี บีวายดี พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV เต็มสูบ ส่งแคมเปญพิเศษขอบคุณลูกค้าชาวไทย ช่วยเพิ่มมูลค่ารถคันเดิม เมื่อเปลี่ยนเป็น BYD SEAL มูลค่าสูงสุด 240,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายจาก RÊVER Care

0
บีวายดี 1

บีวายดี บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ในโอกาสที่สาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 75 ปีแห่งการก่อตั้ง ขอส่งความยินดีเนื่องในโอกาสที่บริษัท BYD กำลังจะครบรอบ 30 ปี และพร้อมที่จะก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยความมุ่งมั่น เตรียมก้าวสู่ทศวรรษใหม่อย่างเต็มภูมิด้วยความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือทางธุรกิจอย่างรอบด้านระหว่างสองบริษัท ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคพลังงานใหม่ โดยในโอกาสนี้ บีวายดี และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ได้จัดแคมเปญสุดพิเศษแทนคำขอบคุณลูกค้าชาวไทย ช่วยเพิ่มมูลค่ารถคันเดิม เมื่อเปลี่ยนเป็น BYD SEAL คันใหม่ มูลค่าสูงสุด 240,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 888 คัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 ตุลาคม 2567

กว่า 30 ปีที่บีวายดีได้ผลักดันการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมล้ำสมัยในการพลิกโฉมวงการยนตกรรมให้ก้าวล้ำนำสมัยยิ่งกว่าที่เคย นับจากจุดเริ่มต้นของบีวายดีในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่เมื่อปี พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) สู่ผู้ริเริ่มแนวคิดเปลี่ยนโลกด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติในปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2014) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมอันชาญฉลาดมากมาย รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Blade Battery และ Super Hybrid DM-i จนทำให้ในปี พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) บีวายดีกลายเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศจีนที่กวาดยอดขายรถยนต์พลังงานสะอาดมากกว่า 1,000,000 คัน และได้ขยายความเชื่อมั่นมาสู่ผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยได้ยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันและความพร้อมในการให้บริการลูกค้าชาวไทยด้วยการจัดตั้งโรงงานบีวายดีประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดระยองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเป็นโรงงานบีวายดีแห่งแรกนอกประเทศจีนและเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

นายเคอ ยู่ปิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ยังมีศักยภาพพร้อมที่จะเติบโตได้อีกมาก สอดรับกับความสำเร็จล่าสุดของบีวายดีที่ครองใจผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา BYD มียอดขายสูงถึง 373,082 คัน และจนถึงเดือนกันยายน มียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ก็พุ่งทะลุ 900 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้นของแบรนด์ เราขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้บีวายดีเดินทางมาสู่อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวันนี้ เราจะเดินหน้าผนึกกำลังกับเรเว่ ออโตโมทีฟ นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยจากบีวายดีเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับในการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น และชาญฉลาดยิ่งกว่าที่เคยให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Blade Battery แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 แพลตฟอร์ม evo และเทคโนโลยี DM-i พร้อมทั้งเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิต การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น เพื่อให้พร้อมรองรับต่อความต้องการที่มากขึ้นในอนาคต”

บีวายดี 2

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจเรเว่ถือกำเนิดขึ้นหลังจากที่เราเห็นแนวโน้มด้านความยั่งยืนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้เลือกแบรนด์บีวายดีเป็นพันธมิตรหนึ่งเดียวในการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย นับจากวันแรกจนถึงปัจจุบัน บีวายดีได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นที่นิยม การันตีด้วยยอดขายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 20,878 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า
ถึง 41.10 เปอร์เซนต์ เรายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองความสำเร็จและวาระสำคัญของการก่อตั้งแบรนด์บีวายดีครบ 30 ปี โดยเรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ จะสานต่อความร่วมมือกับบีวายดีอย่างรอบด้านโดยเฉพาะการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ยกระดับมาตรฐานการบริการ ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถรองรับการเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม”

บีวายดี 3

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “วงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากการผลักดันและนโยบายของภาครัฐ สอดคล้องไปกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของเรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวหรือ Green Economy ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในไทย โดยนอกเหนือจากการนำเสนอยนตกรรมพลังงานใหม่หลากหลายรุ่นจากบีวายดี เราจะไม่หยุดพัฒนาการบริการหลังการขายและส่งมอบประสบการณ์รวมถึงความประทับใจที่ดีิยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้พร้อมสำหรับการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และในโอกาสครบรอบ 30 ปีของแบรนด์บีวายดี เรเว่ ออโตโมทีฟ ในฐานะพันธมิตรระยะยาว ขอมอบแคมเปญพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้าชาวไทยสำหรับการสนับสนุนเป็นอย่างดีที่มอบให้กับเรเว่และบีวายดีเสมอมา”

เรเว่ ออโตโมทีฟ ร่วมฉลองการก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ของแบรนด์บีวายดีกับแคมเปญ “BYD ช่วยเพิ่มมูลค่ารถคันเดิม เมื่อเปลี่ยนเป็น BYD SEAL” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำรถยนต์คันเก่ารุ่นใด ยี่ห้อใดก็ได้ มาเพิ่มมูลค่าเงินดาวน์สูงสุดถึง 240,000 บาท เพียงแสดงเอกสารสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถคันเดิมเพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL คันใหม่ ที่โชว์รูม BYD ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2567 โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 888 คันเท่านั้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมายจาก RÊVER Care ได้แก่
•รับประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% สำหรับเงินดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
•รับประกันระบบขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
•รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000
•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 8 ปี
•สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือ VtoL
•สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger
•พรมเข้ารูป ผ้ายางรองสัมภาระด้านท้าย กรอบป้ายทะเบียน ฟิล์มกันรอยหน้าจอกลางฟิล์มกรองแสง XUV-MAX CERAMIC
•ค่าจดทะเบียนรถ

ทั้งนี้ บีวายดีและเรเว่ ออโตโมทีฟ ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว จะยังคงร่วมกันเดินหน้าเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น NEV Nation ได้อย่างแท้จริงในอนาคต

ฮอนด้า ส่งแคมเปญ “Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า” ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 2567

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำการนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพ พร้อมส่งมอบการบริการหลังการขายต่อเนื่องอย่างครบวงจรของเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศที่ได้มาตรฐาน เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า” เชิญชวนทั้งลูกค้ารถใหม่ ลูกค้ารถปัจจุบัน และลูกค้ารถมือสอง เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า 219 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษ* สำหรับครอบครัวฮอนด้า อาทิ บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ ฟรีของที่ระลึกจากฮอนด้า เมื่อลูกค้ามีแพ็กเกจ PaySave Exclusive 6, 10 หรือ PaySave อุ่นใจ หรือเพียงต่ออายุแพ็กเกจ PaySave เป็น PaySave 4 หรือ PaySave อุ่นใจ พร้อมส่วนลดอะไหล่พิเศษ และจัดเต็มกับโปรโมชันยางรถยนต์หลายยี่ห้อ ทั้งโยโกฮาม่า  กู๊ดเยียร์  บริดจสโตน  ดันลอป  และฮันกุก สำหรับลูกค้ารถยนต์มือสองที่เข้ามารับบริการครั้งแรก รับของที่ระลึกและส่วนลดพิเศษ “Welcome to Honda Family” เพียงอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ใหม่และใช้บริการตามเงื่อนไข นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกผ่อนสบาย 0% ทุกงานบริการ นานสูงสุด 8 เดือน* และยางรถยนต์นานสูงสุด 10 เดือน* อีกด้วย

สำหรับแคมเปญพิเศษ Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า” ฮอนด้าอยากมอบคำขอบคุณให้กับลูกค้าทุกท่านที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเรา เราพร้อมที่จะส่งมอบความอุ่นใจและการดูแลทุกท่านอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณภาพการให้บริการที่ได้มาตรฐานเดียวกันจากทุกศูนย์บริการทั่วประเทศ ทั้งการบริการหลังการขาย รวมถึงการขายต่ออย่างครบวงจร เพื่อให้ฮอนด้าครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดไป สำหรับกิจกรรมพิเศษต่างๆ ภายใต้แคมเปญนี้ ประกอบด้วย

  • สิทธิประโยชน์งานบริการและยางรถยนต์ในแคมเปญ “Honda, We are family”*
    เมื่อลูกค้านำรถยนต์ฮอนด้าใช้บริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 สำหรับลูกค้าฮอนด้าทุกท่าน

– ฟรี บริการตรวจสภาพรถยนต์ 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด)

– แคมเปญ PaySave เพียงมี PaySave Exclusive 6 หรือ PaySave Exclusive 10 รับฟรีกระเป๋าเก็บสัมภาระท้ายรถ และมี PaySave อุ่นใจ รับฟรีกระเป๋าจัดสัมภาระเซ็ต 3 ชิ้น หรือต่ออายุ PaySave 2-4 เป็น PaySave 4 รับฟรีกระเป๋าจัดสัมภาระเซ็ต 3 ชิ้น

– ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายนํ้ามันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

โปรโมชันยางรถยนต์หลากหลายยี่ห้อตามรุ่นที่กำหนด อาทิ โปรโมชันซื้อยาง 3 แถม 1 สำหรับโยโกฮาม่าและกู๊ดเยียร์ ส่วนลดพิเศษสำหรับยางบริดจสโตน ดันลอป และฮันกุก รวมถึงรับของที่ระลึกต่างๆ ตามรุ่นยางที่กำหนด

ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ นานสูงสุด 8 เดือน และยางรถยนต์นานสูงสุด 10 เดือน

  1. ดูแลกันไปนานๆ สำหรับลูกค้าที่มีรถอายุ 10 ปีขึ้นไป รับเพิ่ม

– ส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง (Oil Filter)

– ส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก (ตามรายการที่กำหนด)

  1. “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ” สำหรับลูกค้ารถยนต์มือสอง รับของที่ระลึกและส่วนลดพิเศษ “Welcome to Honda Family” เพียงอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ใหม่ รับฟรีกระเป๋าสะพาย “Honda Welcome Bag” มูลค่า 290 บาท พร้อมรับส่วนลดเมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งแรก 200 บาท ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์ ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ และส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

นอกจากความพิเศษในการดูแลและมอบสิทธิพิเศษให้กับรถยนต์ของลูกค้าทุกคันแล้ว ฮอนด้ายังมีกิจกรรมสนุกๆ ที่อยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งอีกด้วย อาทิ

  • เพลงและมิวสิกวิดีโอ Honda, We are family”
    ฮอนด้าได้ถ่ายทอดความประทับใจและความผูกพันให้กับลูกค้ารถฮอนด้าที่อยู่เคียงข้างกัน
    มากว่า
    40 ปี ผ่านบทเพลงและมิวสิกวิดีโอ “Honda, We are family” สามารถรับชมได้ที่ https://youtu.be/Od_sOzpR0u0 โดยเร็วๆ นี้ ฮอนด้าจะเปิดตัวกิจกรรม TikTok Dance Challenge เพื่อเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกด้วยการเต้น Cover เพลง “Honda, We are family” เพื่อชิงรางวัลมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง honda.co.th และช่องทางออนไลน์ Honda official ในทุกแพลตฟอร์ม

  • กิจกรรม “Honda Family Festival” ต้อนรับสมาชิกในครอบครัวฮอนด้าด้วยกิจกรรมที่ตอบโจทย์
    ไลฟ์สไตล์ต่างๆ อาทิ กิจกรรม Workshop กิจกรรมทดลองขับ รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่เข้าใช้บริการ ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญพิเศษ “Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า”  ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/honda-we-are-family

ทั้งนี้ ลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ของคุณ สามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง https://www.honda.co.th/testdrive/