Home Blog Page 123

“ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม Lifetime Warranty” กับ 5 ฟีเจอร์เด่น สู่ภาพจำของ e-SUV รุ่นใหม่ NEW MG S5 EV

0
NEW MG S5 EV 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เตรียมสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการสร้างภาพจำให้ NEW MG S5 EV รถ B-SUV ไฟฟ้าที่เตรียมเปิดตัวในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ กับการเป็นโมเดลที่มอบ 5 จุดเด่นสำคัญที่จะยกระดับมาตรฐานของการขับขี่ ด้วยการเป็นรถที่ “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบายมีการรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์แบบ Lifetime Warranty” ที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของ รถ SUV ที่เหนือกว่าในทุกการเดินทาง

NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM – โครงสร้างแกร่ง ห้องโดยสารกว้าง ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ

NEW MG S5 EV 2

NEW MG S5 EV ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM อันล้ำสมัย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ เอ็มจี พัฒนาเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่รถขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยแพลตฟอร์มนี้ถูกใช้งานครั้งแรกกับ NEW MG4 ซึ่งได้รับการยืนยันจากทั่วโลกว่าเป็นรถที่ขับดีที่สุดในคลาสและส่งต่อ DNA การขับขี่ที่สนุกสนานสู่ NEW MG S5 EV รุ่นใหม่ ที่ผสานสมรรถนะและความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน

NEW MG S5 EV 3

แพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM มาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแกร่งและออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า 100% พัฒนาแบตเตอรี่ที่ติดตั้งในรถคันนี้ให้เป็นแบบ Cell-To-Pack ทำให้ระยะเวลาในการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น และเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น ห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรงพิเศษ สามารถดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะมีผลต่อสมรรถนะที่เหนือชั้นแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด พร้อมระบบปกป้องแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง เพื่อมอบความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ที่ NEW MG S5 EV พร้อมเดินทางไปทุกเส้นทางอย่างมั่นใจ

NEW MG S5 EV 4

รถ B-SUV ไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง – สมดุลเหนือระดับกับความสนุกของคนขับที่มาพร้อมกับความสบายของคนนั่ง

NEW MG S5 EV ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ที่ถ่ายทอดพลังสู่พื้นถนนอย่างสมบูรณ์แบบ ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวใหม่ประสิทธิภาพสูง Permanent Magnet Synchronous Motor ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มอบพละกำลังและการตอบสนองที่ฉับไวในทุกย่านความเร็ว สมรรถนะที่เหนือชั้นเหล่านี้ช่วยให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็น การออกตัวที่เฉียบคม การเร่งแซงที่มั่นใจ ด้วยความเร็ว 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที การควบคุมรถที่แม่นยำ หรือการเข้าโค้งในหลากหลายสภาพถนน พร้อมพาผู้ขับขี่ทะยานสู่ทุกจุดหมายได้อย่างมั่นใจ

NEW MG S5 EV

NEW MG S5 EV ได้รับการออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ผสานกับการวางตำแหน่งแบตเตอรี่ที่ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง (Low Centre of Gravity) ส่งผลให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม เพิ่มเสถียรภาพขณะเข้าโค้งและการเร่งแซง ลดอาการโคลงตัวเมื่อต้องเผชิญกับสภาพถนนที่ท้าทาย เสริมความสมบูรณ์แบบของระบบขับเคลื่อนด้วยระบบช่วงล่างอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้า และ 5-Link Suspension ด้านหลัง ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มการเกาะถนน รองรับ การเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมและมั่นคง แม้ในความเร็วสูง ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการขับขี่ ให้สมดุลระหว่างความนุ่มนวลและสมรรถนะสูงสุด นอกจากนี้ NEW MG S5 EV ยังมาพร้อมระบบเบรกที่ร่วมพัฒนากับบริษัท Continental ด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน มอบพลังเบรกที่ทรงพลัง ทนทานต่อการใช้งานหนัก ได้ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่อย่างแท้จริง

NEW MG S5 EV 6

ที่สุดกับความสบายใจสำหรับการรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน – มั่นใจทุกกิโลเมตรที่ขับขี่
ความเร้าใจต้องมาพร้อมกับความอุ่นใจสูงสุดในทุกการใช้งาน NEW MG S5 EV ยกระดับความมั่นใจตลอดอายุ การใช้งานด้วย Lifetime Warranty สำหรับรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง (High-Voltage Battery) ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน (Electric Drive Unit) และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (Power Electric Box) ตลอดอายุการใช้งาน แบบไม่จำกัดปี ไม่จำกัดระยะทาง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์เดียวที่กล้ามอบการรับประกันที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ เอ็มจี ในคุณภาพและความทนทานของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกเดินทางได้อย่างไร้กังวล และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยศูนย์บริการคุณภาพกว่า 140 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย NEW MG S5 EV 7

พวงมาลัย Dual Pinion Steering Wheel – ควบคุมแม่นยำ ขับขี่มั่นใจทุกเส้นทาง

NEW MG S5 EV ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยนวัตกรรมพวงมาลัย Dual Pinion Steering Wheel ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบการขับขี่ที่แม่นยำและมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบพวงมาลัยนี้ใช้โครงสร้างแบบ Dual Pinion ที่ช่วยเพิ่มความฉับไวในการตอบสนองและให้การควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น ลดความพยายามในการบังคับรถ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น หรือการขับขี่ที่ต้องการ ความคล่องตัว ระบบพวงมาลัยนี้ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ พร้อมเสริมการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมทั้งในทางตรงและทางโค้งเพิ่มความสนุกและความมั่นใจในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่คับคั่งหรือการเดินทางไกล บนทางหลวง

วิ่งไกล 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จ พร้อมระบบชาร์จเร็วทันใจ ให้การใช้อีวีง่าย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
NEW MG S5 EV เปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางด้วย แบตเตอรี่ขนาด 64 kWh ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบระยะทางการขับขี่สุดประทับใจ สูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ที่วิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส ตอบโจทย์ทุกการเดินทางโดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง นอกจากระยะทางที่เหนือชั้นแล้ว NEW MG S5 EV ยังมาพร้อมกับ ระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 140 kW ช่วยให้ผู้ใช้งานเติมพลังกลับสู่เส้นทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอยให้เหลือน้อยที่สุด เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะใช้รถในการเดินทางประจำวันในเมือง หรือขับข้ามจังหวัดเพื่อการเดินทางไกล NEW MG S5 EV จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือ กุญแจสู่อิสรภาพในการเดินทาง ที่ช่วยให้ไปได้ไกลกว่าที่เคย โดยไร้ข้อจำกัดด้านระยะทางและเวลา

NEW MG S5 EV 8

เตรียมพบกับยนตรกรรมไฟฟ้าใหม่ในกลุ่ม B-SUV กับ NEW MG S5 EV ที่พร้อมมาฉีกทุกกฎของรถเอสยูวีไฟฟ้า ด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมทั้งสมรรถนะที่ทรงพลังและการขับขี่ที่เหนือกว่า เตรียมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่ยนตรกรรมไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ภายในงาน Motor Show 2025 นี้แน่นอน!!!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

“บางกอกมอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 กรังด์ปรีซ์ฯ ผนึกพันธมิตร 54 แบรนด์ดัง ปลุกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รวมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 54 แบรนด์ดัง จัดงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ภายใต้ธีม “The Talk of Sensuous  Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” ชูไฮไลต์พื้นที่โซนใหม่จัดแสดงอะไหล่รถอีวีและสันดาป หลังปิดดีลเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายจากประเทศจีน โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน พ.ศ.2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 กล่าวว่า “สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม “The Talk of Sensuous  Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” สื่อถึงปรัชญาแนวทางการออกแบบในโลกยานยนต์ที่สื่อสารเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความปรารถนา แรงบันดาลใจ สื่อสารเป็นภาษาของยานยนต์ เพื่อสะท้อนแนวคิด การสร้างสรรค์พัฒนา และประสบการณ์สุนทรียภาพทางอารมณ์อย่างที่คุณค่า”

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 “โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการยานยนต์จากยุโรปและเอเชียตอบรับเข้าร่วมออกบูธภายในงานฯ แล้ว 54 ราย แยกเป็นรถยนต์ 41 บริษัท และจักรยานยนต์ 13  สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกงานอย่างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้รับการตอบรับการเข้าร่วมออกงานฯของกลุ่มลูกค้ารายใหม่ที่เป็นแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ที่เพิ่งเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ZEEKR, OMODA&JAECOO, CHERY, KINGGEN, JUNEYAO , RIDDARA และ GEELY รวมถึงเทคโนโลยีระบบนำทางภายในรถยนต์ HUAWEI นอกจากนี้ยังมีแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YADEA ที่มาเปิดตัวครั้งแรกภายในงานฯ โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 14 ราย”

“ส่วนในไฮไลต์ของการจัดงานฯ ปีนี้ นอกจากมีการเปิดตัวรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ทั้งรถสันดาปและรถอีวีของผู้ประกอบการยานยนต์แล้ว บริษัทฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 พื้นที่กว่า 9,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการออกบูธอุปกรณ์ตกแต่งรถโดยเฉพาะ โดยในปีนี้ได้ขยายฐานผู้ออกบูธแสดงสินค้าสู่กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถอีวีและสันดาปที่ต้องการขยายตลาดในประเทศไทย เนื่องจากเห็นโอกาสและศักยภาพของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่เป็นงานจัดแสดงยานยนต์ระดับสากล”

“จึงได้รับความร่วมมือจาก บริษัท หนานจิง ฉ่วงฉี เอ็กซิบิชั่น จากประเทศจีน ได้นำสินค้าอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จากประเทศจีน มาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่สนใจเป็นร่วมตัวแทนจำหน่ายอีกด้วย นับได้ว่า เป็นครั้งแรกของการจัดงานแสดงรถยนต์เพื่อผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง เป็นการเชื่อมโยงทางธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ บนพื้นที่กว่า 3,800 ตารางเมตรภายในฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ระหว่างวันที่ 24 – 30 มีนาคม 2568 มั่นใจได้ว่า จะได้สินค้าที่ตรงตามคุณภาพ ราคาจากผู้ประกอบการโดยตรง”

นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธจัดแสดง USED CAR หรือรถมือสองระดับลักชัวรี่ รวมถึง สินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น สินค้ามูเตลู การแข่งขันชิงรางวัล พร้อมกิจกรรมสนุกๆอีกมากมาย ภายในฮอลล์

และอีก 1 งานที่แต่งเติมสีสันให้ล้อกันไปกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ คือ MU-NIVERSE “เปิดจักรวาลมูเตลูไทย สู่คนรุ่นใหม่” เป็นอีเวนต์ที่รวบรวม เรื่องราวมูเตลูของเมืองไทยในแบบที่เข้าถึงง่าย เชื่อมโยง ความเชื่อม ศิลปะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ระหว่าง วันที่ 2-6 เมษายน 2568 ที่บริเวณฟอรั่ม ฮอลล์ 4 พบปะกับอ.ลักษณ์ โหราธิบดี และแขกรับเชิญสายมูชื่อดังมากมาย พร้อมกิจกรรมดูดวง ปรึกษาฤกษ์ออกรถ ป้ายทะเบียนมงคล สินค้าเครื่องรางวัตถุมงคล กิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลของดีของสะสมสายมู พร้อมรับสติ๊กเกอร์เสริมดวงรุ่นพิเศษเฉพาะงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เท่านั้น

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับกิจกรรมในปีนี้ นอกจากกิจกรรม E-Racing ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันรถยนต์เสมือนจริงผ่านเครื่องเล่น Simulator แล้ว ทางผู้จัดยังได้รับความร่วมมือจาก R.C.S. (Runbike Championship Series) ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการ “Grandprix Runbike Championship With R.C.S.” ขึ้นภายในงาน โดยเป็นการจัด Pre-Event จำนวน 2 สนาม ซึ่งการจัดการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันวงการกีฬาสำหรับเยาวชนในประเทศไทย รวมถึงบูธแสดงสินค้าเกี่ยวกับเด็ก กีฬา และไลฟ์สไตล์ ตลอดจนโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัวอีกด้วย”

นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาบริษัทฯ ในฐานะผู้จัดงาน ได้มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงานได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี digital transformation เข้ามาอำนวยความสะดวกในการเข้าชมงาน”

“เราได้พัฒนาบัญชี LINE Official Account หรือ Line OA ขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกใช้ในการลงทะเบียน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทฯ กับผู้บริโภคในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการใหม่ๆ ทั้งกลุ่ม Auto และ กลุ่ม Lifestyle ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นมา เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ”

“นอกจากนี้ เรายังได้จัดทำโปรแกรม Fullloop ที่สามารถเก็บข้อมูลฟีดแบ็กจากผู้เข้าชมได้ในรูปแบบที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ผู้เข้าชมสามารถกรอกแบบสอบถามสั้นๆ เพื่อประเมินการจัดงาน ช่วยให้ผู้จัดงานสามารถรวบรวมข้อมูลได้ทันทีและวิเคราะห์ผลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเก็บฟีดแบ็กจากผู้เข้าชมในงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จัดงานสามารถปรับปรุงการจัดงานในหลายๆ ด้าน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้าชมได้ดียิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการจัดงานฯ ปีนี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้คาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนและเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อรถใหม่และรถมือสอง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ มีการปรับเพิ่มวันสำหรับสื่อมวลชน หรือ Press day เป็น วันที่ 24 มีนาคม 2568 สือมวลชนสามารถเข้าภายในบริเวณงานได้ตั้งแต่เวลา 7:30 น. โดยรอบนำเสนอของบริษัทแรกจะเริ่มในเวลา 8:00 – 21:00 น. ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมจากแบรนด์ที่ร่วมออกงานฯ โดยสื่อมวลชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถลงทะเบียนได้ที่กองอำนวยการ ได้ตั้งแต่เวลา 7:00 น.

ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 พิธีเปิดการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 อย่างเป็นทางการ จะเริ่มในเวลา 9:00 – 10:00 น. และ เปิดรอบสำหรับ VIP ตั้งแต่เวลา 10:00 น.- 18:00 น.

การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ มั่นใจว่า การจองรถยนต์ ภายในงานครั้งนี้ จะได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่า เข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด และสิทธิพิเศษมากมาย ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตัดสินใจ!  และ สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่แพ้การจัดงานในอดีตที่ผ่านมา

 

แคมเปญแจกรถรางวัล สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เรามี 4 แคมเปญด้วยกัน ดังนี้

  1. ซื้อบัตรเข้าชมงาน ตอบแบบสอบถาม ลุ้นรับรางวัลรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 6 EV (2WD) และ รถจักรยานยนต์ 2 รางวัล จากแบรนด์ YAMAHA และ HONDA
  2. จองรถยนต์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้า NETA V-II smart หรือ จองรถจักรยานยนต์ภายในงานฯ ลุ้นรางวัล รถจักรยานยนต์ KAWASAKI W230
  3. ร่วมกิจกรรมลงทะเบียนบัตรอภินันทนาการ ลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์ SUZUKI BURGMAN ได้ที่ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4
  4. กิจกรรม Shopping มูลค่า 1,000 บาทขึ้นไปภายใน ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ร่วมลุ้นรางวัล E-Scooter YADEA MODERN

 

สำหรับบัตรเข้าชมงานฯ มีจำหน่ายบริเวณด้านหน้างาน และ ทางออนไลน์ ผ่านไลน์แอปพลิเคชั่น ทั้งนี้นอกจากสิทธิประโยชน์จากการร่วมลุ้นรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล้ว สามารถนำบัตรเข้าชมงานแบบซื้อที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว มาร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลต่างๆมากมายได้ที่ บูธกิจกรรมพิเศษ ภายในอาคารฟอรั่ม ฮอลล์4 และ สำหรับการจัดงานฯ ครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ ได้จัดเตรียมรถshuttle ไว้อำนวยความสะดวก สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสีชมพู สามารถลงที่สถานีศรีรัช แล้วต่อรถ shuttle ที่ผู้จัดงานฯได้เตรียมไว้ เพื่อเข้าสู่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เส้นทางศรีรัช  – ACTIVE HALL 4 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ประการใด

มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมแห่งยานยนต์ AI ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตใหม่ของทุกคนได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้  วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ อันดับ 1 ของเมืองไทย

“ตรีเพชรอีซูซุเซลส์“ สุดยอดองค์กรชั้นนำที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย

0
ตรีเพชรอีซูซุ 1

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ คว้ารางวัล “The Most Attractive Employer 2025” องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดจาก “Future Trends Awards 2025” งานประกาศรางวัลที่สุดขององค์กรแห่งปี เน้นย้ำการดูแลให้ความสำคัญกับพนักงาน เพราะ “พนักงานทุกคนคือหัวใจหลักแห่งความสำเร็จ ในการสร้างทุกสิ่งให้เป็นจริงได้” ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ตลอดระยะเวลายาวนาน 68 ปี ในประเทศไทย                                                                                                                       ตรีเพชรอีซูซุ 2 กลุ่มตรีเพชร โดย มร. นาโอยะ เซะงูจิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล “The Most Attractive Employer 2025” องค์กรที่คนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 18 – 22 ปี อยากทำงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2568 จากคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ และผลสำรวจของ Future Trends สื่อการตลาดและนวัตกรรมชั้นนำ ร่วมกับ Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มจัดหางานชั้นนำ…เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า พนักงานคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กร เราจึงมอบทั้งโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ค่าตอบแทน เงินเดือน โบนัส และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ดีระดับองค์กรชั้นนำ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อความมั่นคงของพนักงาน ทั้งนี้พนักงานยัง ได้โอกาสทำงานในโปรเจกต์พิเศษต่าง ๆ (Taskforce) รวมถึงการหมุนเวียนงาน (Rotation) เพื่อให้พนักงานได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องและมีประสบการณ์หลากหลายในสายงานต่าง ๆ

ตรีเพชรอีซูซุ 4

รวมทั้งการให้ทุนการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ และคอร์สอบรมต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานมีความสามารถเชิงลึกรอบด้าน (Well-roundedness) อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Programs) ของพนักงาน ด้วยการสนับสนุนด้านการแพทย์ รวมถึงการส่งเสริมด้าน Work-Life Balance ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ และการทำให้บริษัทเป็นสถานที่ทำงานที่มีความสุข และสร้างความสำเร็จด้วยวัฒนธรรมการทำงานอันแข็งแกร่ง ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวจากทั้งแนวคิดไทยและญี่ปุ่น คือ การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การมีวินัย (Discipline) รับผิดชอบหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และมีความยืดหยุ่น (Flexibility) พร้อมที่จะปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมถึงการสื่อสารพูดคุยที่เปิดกว้าง สร้างความรู้สึกให้พนักงานเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท สนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สามารถสื่อสารโดยตรงและใกล้ชิดกับผู้บริหารได้เสมอ (Accessibility) เรามั่นใจว่ารางวัลนี้เป็นการพิสูจน์ได้ว่าเราให้ความสำคัญกับพนักงานอย่างแท้จริง เมื่อพนักงานมีความสุขและเต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร ทำให้ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เป็นผู้นำรถยนต์เมืองไทยมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลากว่า 68 ปี และเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จขององค์กรธุรกิจอันหลากหลายภายใต้แนวคิด “กลุ่มตรีเพชร…ทุกสิ่งเป็นจริงได้””

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

********************************

 

สำนักงานประชาสัมพันธ์

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

โทร. 0-2966-2127-9

‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ เปิดตัวพร้อมแนวคิด “CONFIDENCE MADE TO LAST” ชูจุดเด่นให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมยาวนาน พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

0
Michelin 1

‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้วางตลาด ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ (MICHELIN Primacy 5) ยางสำหรับรถยนต์นั่งและรถครอสโอเวอร์ทุกประเภทเครื่องยนต์ ภายใต้แนวคิด “ปลอดภัย มั่นใจในสมรรถนะที่ดีเยี่ยมรอบด้าน แม้เวลาเปลี่ยน” (Confidence Made To Last) ยางรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติเหนือกว่ายางรุ่นก่อนหน้าอย่าง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ โดยมาพร้อมนวัตกรรมล้ำหน้าที่ช่วยให้ยางมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น แต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง

Michelin 2

นายสรพงษ์ จันทร์นฤกุล, ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C, บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า “ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับศักยภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของยานยนต์รุ่นใหม่และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รถยนต์รุ่นใหม่…โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า…มีน้ำหนักมากขึ้นและแรงม้าสูงขึ้น จึงต้องใช้ยางล้อที่มีสมรรถนะสูงขึ้นตามไปด้วย โครงสร้างยางล้อจึงต้องมีประสิทธิภาพที่จะรองรับความต้องการเหล่านี้ได้ ความทนทานต่อการสึกหรอและแรงต้านทานการหมุนของยางล้อที่ดีขึ้นไม่เพียงส่งผลให้ลูกค้ามีต้นทุนในการใช้งานต่ำลง แต่ยังช่วยให้ยางมีสมรรถนะในการยึดเกาะถนนเปียกที่ดียาวนาน จึงให้ความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนานเหนือกว่า สำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จุดเด่นเหล่านี้ไม่เพียงยกระดับประสบการณ์การขับขี่ แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทำให้ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ เป็นยางที่เลือกใช้งานเพื่อการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ”

จุดเด่นสำคัญของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ ได้แก่  ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มสบายเหนือระดับ ด้วยดีไซน์ดอกยางแบบใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Michelin Silent Rib Gen-3 ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือน จึงช่วยลดเสียงรบกวนลงและให้การขับขี่ที่นุ่มเงียบสบาย(2) สัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง  อายุใช้งานที่ดีเยี่ยมยาวนาน โดยมีอายุใช้งานเฉลี่ยยาวนานกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ ถึง 24%(3) ด้วยลายดอกยางสำหรับถนนเปียกที่ให้อายุใช้งานยาวนาน, ร่องรีดน้ำบริเวณไหล่ยาง (Lateral Groove Edges) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเทคโนโลยี MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยขณะขับขี่ดังเดิม ผู้ขับขี่จึงเพลิดเพลินกับการเดินทางและกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ยาวนานยิ่งขึ้น…ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง

Michelin 5

 ให้ความปลอดภัยบนถนนเปียกยาวนานกว่า โดยมีระยะเบรกสั้นกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ ถึง 8% (ยางใหม่) และ 13% (ยางใกล้หมดดอก)(4) ด้วยเนื้อยางสูตรพิเศษ Functional Elastomers 3.0 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี MICHELIN EverGrip และ MICHELIN EverTread ที่ช่วยให้การรีดน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกที่เป็นเยี่ยม เพิ่มความอุ่นใจและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง และ  รองรับการใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยสูตรเนื้อยางสมรรถนะสูงบริเวณหน้ายางที่ช่วยลดแรงต้านทานการหมุนของยางล้อลงถึง 13%(5) จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและยืดระยะใช้งานต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

Michelin 6

นอกจากยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ จะให้สมรรถนะ ความปลอดภัย และความนุ่มเงียบสบายที่เหนือกว่าแล้ว ยังเคารพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “ความยั่งยืนทุกด้าน” (All Sustainable) ของกลุ่มมิชลิน โดยแรงต้านทานการหมุนของยางล้อ(6) มีประสิทธิภาพดีขึ้น 5% ขณะที่อายุการใช้งาน(7) ยาวนานขึ้น 18% อีกทั้งการออกแบบโดยรวมยังช่วยให้ยางรุ่นนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงถึง 6%(1)

ปัจจุบัน ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ โดยมีให้เลือกรวมทั้งสิ้น 46 ขนาด ตั้งแต่ขอบ 16 ถึง 20 นิ้ว โดยยางขนาด 18 นิ้วขึ้นไป (21 รายการ) มาพร้อมแก้มยางกำมะหยี่ดีไซน์แบบเต็มวง คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

เตรียมรถให้พร้อมก่อนหยุดยาว ศูนย์บริการฮอนด้าชวนลูกค้าตรวจสภาพรถยนต์ ฟรี! 25 รายการ พร้อมรับแคมเปญดีๆ “Honda Summer Deal” ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2568 – 30 เม.ย. 2568

0
ฮอนด้า 1

ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ทั้งรถใหม่และรถมือสอง เตรียมเฮ! รับซัมเมอร์ กับบริการตรวจสภาพรถฟรี! 25 รายการ จัดแคมเปญ “Honda Summer Deal”* โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ชวนลูกค้าเตรียมความพร้อมให้รถยนต์ฮอนด้าของท่านก่อนการเดินทางช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ รับโปรโมชันพิเศษ ทั้งแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ ผ้าเบรก และส่วนลดอะไหล่อื่นๆ มากมาย พร้อมผ่อนเบาๆ สุดคุ้ม สูงสุด 10 เดือน** เพียงนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้านท่าน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568 โดยสามารถจองคิวรับบริการล่วงหน้า ทาง “Online Service Booking” ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Official Account (@Honda-Thailand) มาพร้อม 2 บริการพิเศษ*** ทั้ง “Honda Drop & Go” การนัดหมายเช็กระยะล่วงหน้า และ “Honda Quick Service” การนัดหมายเช็กระยะเร่งด่วน แบบรอรับรถได้ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าทุกท่านยิ่งขึ้น

สิทธิประโยชน์ในแคมเปญ “Honda Summer Deal”*
รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ**** (อาทิ ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์/ แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม)
รายการที่ 2 ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
รายการที่ 3 ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
รายการที่ 4 ส่วนลด 10% ผ้าเบรก
รายการที่ 5 ส่วนลด 150 บาท แบตเตอรี่ทางเลือกยี่ห้อ GS และยี่ห้อ PUMA
รายการที่ 6 โปรโมชันยางรถยนต์รุ่นที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
•ซื้อยาง 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี
เอชอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี
ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ซิตี้ และแจ๊ซ
•ซื้อยาง 4 เส้นตามรุ่นยางที่กำหนด รับส่วนลดพิเศษ บัตรโลตัส และบัตรน้ำมัน
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลด 1,280 – 3,200 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี แอคคอร์ด ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear)
oสำหรับขนาดล้อ 16 นิ้ว ซื้อครบ 4 เส้น รับบัตรโลตัส 200 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า บีอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ และแจ๊ซ
oสำหรับขนาดล้อ 17 และ 18 นิ้ว รับบัตรเติมน้ำมัน 500 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า
ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี แอคคอร์ด และซีวิค
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลด 600 – 2,800 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า
ซีอาร์-วี บีอาร์-วี ซีวิค และโมบิลิโอ
-ยางบริดจสโตน (Bridgestone) ซื้อครบ 4 เส้น รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี บีอาร์-วี แอคคอร์ด ซิตี้ แจ๊ซ และโมบิลิโอ
•โปรโมชันยางพิเศษอื่นๆ ตามรุ่นที่กำหนด
-ซื้อยางฮันกุก (Hankook) รับส่วนลดสูงสุด 300 บาท/เส้น ไม่จำกัดจำนวน สำหรับลูกค้า
รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค
โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายเบาๆ** ทั้งงานบริการ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สำหรับทุกธนาคารที่เข้าร่วมและสูงสุด 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ยอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป และค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน และสูงสุด 10 เดือน ยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป

นอกจากนี้ รับเพิ่ม! สิทธิประโยชน์พิเศษ สำหรับ
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่มีรถอายุ 5 ปีขึ้นไป รับส่วนลดเพิ่ม 200 บาท เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟแบบ 4 ระยะ
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง ทั้งลูกค้า ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์ (Honda Certified Used Car) และกลุ่มรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั่วไป เพียงเข้าไปที่ศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้านท่าน เพื่ออัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ รับสิทธิประโยชน์ “Welcome to Honda Family” ได้แก่ ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง 200 บาท และส่วนลด 20% น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ ในแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ”

ลูกค้าสามารถตรวจสภาพรถฟรีและรับโปรโมชันพิเศษในแคมเปญ “Honda Summer Deal” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568 โดยสามารถตรวจสอบศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/honda-summer-deal-campaign

หมายเหตุ
* เงื่อนไขของแคมเปญฯ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/honda-summer-deal-campaign

** เงื่อนไขการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการที่มียอดชำระขั้นต่ำ 5,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป
– ผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท (ยกเว้น BBL American Express / BBL China Union Pay /
บัตรบีเฟิสต์ –VISA ELECTRON) บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและในเครือ
(บัตรเครดิตโฮมโปร / บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตคาร์ด / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส)
– ผ่อนชำระ 0% นาน 8 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย

เงื่อนไขการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท (ยกเว้น BBL American Express / BBL China Union Pay / บัตรบีเฟิสต์ –VISA ELECTRON) บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย
บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและในเครือ (บัตรเครดิตกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ / บัตรเครดิตโฮมโปร / บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตคาร์ด / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส)

***“Honda Drop & Go” หรือ “Honda Quick Service” ให้บริการแตกต่างกันในแต่ละโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า ลูกค้าสามารถตรวจสอบล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ

**** รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ
1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์/ แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของแม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมกับธนาคารยูโอบี มอบรถมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ฉลอง 5 ปี UOB Mercedes พร้อมต่อยอดความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้ถือบัตรเครดิตที่เป็นลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์

0
Mercedes Benz 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดแคมเปญพิเศษร่วมกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี ของบัตรเครดิตยูโอบี วีซ่า เมอร์เซเดส (UOB Mercedes Credit Card) มอบรางวัลรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic มูลค่า 5,650,000 บาท แด่นายสหรัฐ เปาวรางกูล ผู้โชคดีจากแคมเปญนี้ (ที่ 4 จากซ้าย) โดยมีทีมผู้บริหาร พร้อมทั้งพันธมิตร นำโดย มร. คาย-อูเว่ ทริลเลนแบร์ก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย) นางสาวนพร อิงคตานุวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท วีซ่า (ประเทศไทย) (ซ้ายสุด) และนางสาวสุพรทิพย์ พงศาชำนาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) มาร่วมมอบรางวัลในครั้งนี้

Mercedes Benz 2
UOB Mercedes Credit Card เป็นบัตรเครดิตระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมการมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมาย อาทิ คะแนนสะสมยูโอบีรีวอร์ด ส่วนลดค่าบริการและอะไหล่ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ เครดิตเงินคืน 3% ที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ บริการล้างรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ฟรีทุกเดือนที่ Poli-Chem รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการเดินทางระดับพรีเมียม เช่น เลานจ์สนามบิน และบริการรถลีมูซีน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและยกระดับประสบการณ์การเดินทางในทุกเส้นทาง

Mercedes Benz 3

นอกจากเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะแล้ว UOB Mercedes Credit Card ยังมอบประสบการณ์การขับขี่และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย เช่น การทดลองขับในสนามแข่ง การฝึกทักษะการขับขี่ (Mercedes-Benz Driving Event) โดยผู้เชี่ยวชาญและนักแข่งระดับตำนานจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ถือบัตรที่ชื่นชอบรถยนต์หรูได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเครดิต UOB Mercedes Credit Card และสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ ได้ที่ UOB Mercedes Credit Card | เมอร์เซเดส-เบนซ์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th
หรือที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand, IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

PTG ร่วมกับกรมการค้าภายใน ให้ความมั่นใจ เติมน้ำมันเต็มลิตร ที่สถานีบริการน้ำมันพีที

0
PTG 1

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ พีที (PT) ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ประกาศเสริมสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนผู้บริโภค ในการเข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้บริโภคในการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที

PTG 3

 

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เผยว่า “การสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประชาชนผู้บริโภคได้รับเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันที่เติมเงินที่จ่ายไปนั้นถูกต้อง และครบถ้วน ดังนั้นพีทีจี จึงได้เข้าร่วม “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์พีทีทุกแห่งทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ โดยจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของหัวจ่ายเป็นประจำทุก 15 วัน ต่อเนื่องกัน 6 เดือน หลังจากนั้นจะเป็นการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้เราตั้งเป้าในการผลักดันให้สถานีบริการน้ำมันพีทีทุกแห่งในประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันพีทีที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายมาตรฐานแล้ว 1,680 สถานี เพราะเราตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้บริโภคที่จะได้รับน้ำมันมาตรฐานเต็มลิตร และเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพ รวมถึงมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับบริการที่ดีที่สุด ทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันพีที”

PTG 5

 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า “ตามที่ทางกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมฯ กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วม “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุน ส่งเสริม และกำกับดูแลมาตรวัดปริมาณเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมัน ให้มีความเที่ยงตรง ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกหัวจ่าย สำหรับสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์พีทีนั้น ให้ความร่วมมือในการผลักดัน และปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดอย่างเข้มงวด โดยสถานีบริการน้ำมันพีทีนั้นสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ ได้อย่างถูกต้องต่อเนื่องกัน 6 เดือน จึงได้รับการยกระดับป้ายสัญลักษณ์เป็นสีเงิน (Silver) ดังนั้นผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ในการเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับเครื่องหมายสัญลักษณ์ “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จะได้รับปริมาณน้ำมันที่ครบถ้วน ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด”

PTG 7

ทั้งนี้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) มุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หลักการเที่ยงธรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่เป็นเยี่ยมสู่ลูกค้าผู้ไว้วางใจ ทั่วประเทศ ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันพีทีมีมากถึง 2,062 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ครบครันด้วยบริการหลากรูปแบบ อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อ “Max Mart” “ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย” รวมทั้ง “Autobacs” ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร มาตรฐานจากญี่ปุ่น ซึ่งสอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของ PTG ในการพัฒนาสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข” ต่อไป

“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” คว้า 2 รางวัลในสนามเปิดฤดูกาล TRRC

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในสนามเปิดฤดูกาลรายการแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2568 (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) โดยสามารถคว้าชัยสองรางวัล ได้แก่ อันดับ 2 ในรุ่น T2 หรือโปรดักชัน และอันดับ 4 Overall ท่ามกลางบรรยากาศสุดเร้าใจ และเสียงเชียร์จากลูกค้ารวมถึงแฟนฟอร์ดที่มาร่วมกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience)’ ณ จังหวัดนครราชสีมา

Ford 2

ฟอร์ดตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต โดยมีนักแข่งมากฝีมืออย่าง ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมากประสบการณ์ นำรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 ลงประชันสนามในการแข่งรถกระบะครอสคันทรีชื่อดังของไทย พิสูจน์ความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ของรถกระบะที่ผลิตจากโรงงานที่ผสานเข้ากับทักษะการขับและการนำทาง บนระยะทางราว 132 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยความท้าทายสุดทรหด จบการแข่งขันด้วยการคว้าอันดับ 2 ของรุ่น T2 และอันดับ 4 Overall ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เมื่อวันที่ 1-2 มีนาคมที่ผ่านมา

Ford 3

ในปีนี้ ฟอร์ดยังจัดกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบประสบการณ์ออฟโรดสุดเร้าใจให้ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยมีกิจกรรมทดสอบสมรรถนะอันดุดันของรถยนต์ฟอร์ดหลายรุ่นบนเส้นทางที่ท้ายทาย ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะเอนกประสงค์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดเท่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต

Ford 4

ภายในงาน ลูกค้าและแฟนๆ รถฟอร์ด ได้สัมผัสบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในการปล่อยขบวนรถแข่งระหว่างพิธีเปิดงาน พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่งขัน นอกจากนี้ลูกค้าฟอร์ดยังสามารถนำรถของตนเองเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งจริงของรายการ TRRC สนามที่ 1 ระยะทาง 20 กิโลเมตร เพื่อแสดงศักยภาพของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ พร้อมร่วมกิจกรรมในบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง

Ford 5

สำหรับปี 2568 ฟอร์ดเตรียมจัดกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์’ ตลอดทั้งปีที่การแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) โดยสนามที่ 2-4 จะจัดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี และสระแก้ว ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถติดตามข่าวสารและการรับสมัครร่วมกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

“Isuzu Thailand Championship 2025” เฟ้นหาสุดยอดนักมวยไทยทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน พร้อมรางวัลรถปิกอัพอีซูซุ

0
อีซูซุ 1

อีซูซุเดินหน้าจัดการแข่งขัน “Isuzu Thailand Championship 2025” ต่อเนื่องหลังการปรับรูปแบบเมื่อปีที่แล้วจาก “ศึกอีซูซุคัพ” มวยไทยระดับตำนานถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุดของไทยมากกว่า 3 ทศวรรษ สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนมวยทั่วประเทศ ด้วยการค้นหานักมวยฝีมือดีจาก 6 ภูมิภาค เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรูปแบบทีม ผู้ชนะจะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก! ทั้งหมด 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 1,785,000 บาท พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนนักมวยจากประเทศไทยในการแข่งขันระดับโลก THAI FIGHT 2025

อีซูซุ 2
กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้จัดการแข่งขันมวยรอบถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุดของไทยมากกว่า 3 ทศวรรษ จนได้ชื่อว่า “มวยไทยทางทีวีระดับตำนาน” สำหรับ “Isuzu Thailand Championship” ในปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ด้วย TV Rating สูงมาก และในปีนี้เราก็ได้ 18 นักมวยที่มีความสามารถจากทั่วประเทศ เพื่อชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการสร้าง “เลือดใหม่” ให้แก่วงการมวยไทยอีกครั้งหนึ่ง ผมขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสำหรับการสนับสนุนอย่างดียิ่งมาโดยตลอด จนทำให้เกิดการแข่งขันในครั้งนี้”

อีซูซุ 3

การแข่งขันมวย Isuzu Thailand Championship เป็นการจัดแข่งขันมวยคาดเชือกโดยชกมวยแบบ “ยกทีมปะทะกัน” ซึ่งThai Fight International Boxing Association (TFIBA) หรือ สมาคมกีฬามวยไทยไฟท์นานาชาติ เป็นผู้รับรองการแข่งขัน ด้วยการนำนักมวยท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค จัดเป็นทีม ๆ ละ 3 คน เป็นตัวแทนของภูมิภาค โดยแบ่งเป็น 6 ภูมิภาค นักมวย 18 คน ดังนี้

อีซูซุ 4

1.ภาคเหนือ
พิกัด 61 กิโลกรัม : ขุนศึกเล็ก ศิษย์ผู้ใหญ่เทพ
พิกัด 63 กิโลกรัม : ธนูเงิน ภ.หลักบุญ
พิกัด 65 กิโลกรัม : เพชรลือชา ช.ห้าพยัคฆ์

2.ภาคอีสานเหนือ
พิกัด 61 กิโลกรัม : ขวัญ ส.เพลินจิตร
พิกัด 63 กิโลกรัม : ชัยบุรี ลูกสิงห์นําชัย
พิกัด 65 กิโลกรัม : เกียรติเพชร สวนอาหารปีกไม้

3.ภาคอีสานใต้
พิกัด 61 กิโลกรัม : จอมพล ส.กลิ่นมี
พิกัด 63 กิโลกรัม : พลอยพันล้าน กําปั้นมวยไทย
พิกัด 65 กิโลกรัม : สายน้ำเพชร มวยไทยแอคทีฟ

4.ภาคกลาง
พิกัด 61 กิโลกรัม : ฉัตรชัย ส.ตระกูลสิงห์
พิกัด 63 กิโลกรัม : ปราบปราม ส. สุวรรณารัณย์
พิกัด 65 กิโลกรัม : ดาวเหนือ เอ็นแอนด์พีบ๊อกซิ่งยิมส์

5.ภาคตะวันออก
พิกัด 61 กิโลกรัม : ปราบศึก ศิษย์แก้วประพล
พิกัด 63 กิโลกรัม : ซามูไร สีโอปอล
พิกัด 65 กิโลกรัม : ฟ้านิมิต ว. เทคโนหลวงปู่สรวง

6.ภาคใต้
พิกัด 61 กิโลกรัม : เบิกบาน ลูกเมืองเพชร
พิกัด 63 กิโลกรัม : ซุปเปอร์บอล น้องแพรลูกสาวกํานันกุ้ง
พิกัด 65 กิโลกรัม : พลเอก ภูตะลึงคาเฟ่

โดยในการแข่งขันรอบแรก วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2568 เป็นการพบกันระหว่างทีมภาคตะวันออกกับทีมภาคใต้ และทีมภาคเหนือกับทีมภาคอีสานใต้ โดยมีผลกรแข่งขันดังนี้

อีซูซุ 5

ผลการแข่งขันมวย Isuzu Thailand Championship 2025
•คู่ที่ 1 น้ำหนัก 61 กิโลกรัม รอบแรก
ปราบศึก ศิษย์แก้วประพล (ทีมภาคตะวันออก) เสมอ เบิกบาน ลูกเมืองเพชร (ทีมภาคใต้)
•คู่ที่ 2 น้ำหนัก 65 กิโลกรัม รอบแรก
ฟ้านิมิต ว.เทคโนหลวงปู่สรวง (ทีมภาคตะวันออก) แพ้น็อคยก 2 พลเอก ภูตะลึงคาเฟ่
(ทีมภาคใต้)
•คู่ที่ 3 น้ำหนัก 63 กิโลกรัม รอบแรก
ซามูไร สีโอปอล (ทีมภาคตะวันออก) ชนะคะแนน ซุปเปอร์บอล น้องแพรลูกสาวกำนันกุ้ง
(ทีมภาคใต้)
•คู่ที่ 4 น้ำหนัก 63 กิโลกรัม รอบแรก
ธนูเงิน ภ.หลักบุญ (ทีมภาคเหนือ) ชนะน็อคยก 2 พลอยพันล้าน กำปั้นมวยไทย
(ทีมภาคอีสานใต้)
•คู่ที่ 5 น้ำหนัก 65 กิโลกรัม รอบแรก
เพชรลือชา ช.ห้าพยัคฆ์ (ทีมภาคเหนือ) ชนะคะแนน สายน้ำเพชร มวยไทยแอคทีฟ
(ทีมภาคอีสานใต้)
•คู่ 5 น้ำหนัก 61 กิโลกรัม รอบแรก
ขุนศึกเล็ก ศิษย์ผู้ใหญ่เทพ (ทีมภาคเหนือ) ชนะคะแนน จอมพล ส.กลิ่นมี (ทีมภาคอีสานใต้)

อีซูซุ 7

 

สรุปรวมผลคะแนนรอบแรก
ภาคตะวันออก 3 คะแนน
ภาคใต้ 4 คะแนน
ภาคเหนือ 7 คะแนน
ภาคอีสานใต้ 0 คะแนน
รูปแบบการแข่งขัน
เป็นการแข่งขันชกในรูปแบบมวยคาดเชือก แข่งขันชกกัน 3 ยก จะมีทีมเข้าแข่งขัน 6 ทีม ตามภูมิภาคที่กำหนดไว้ และทำการแข่งขันแบบยกทีม ซึ่งนักมวยทั้ง 3 คน 3 รุ่นน้ำหนักของแต่ละทีม จะต้องแข่งขันชกเพื่อชัยชนะในการสะสมคะแนน ซึ่งทุกทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด ทั้ง 6 ทีม โดย ทุกทีมจะทำการแข่งขันในรอบแรก ทีมละ 5 ไฟท์ รวมการแข่งขันในรอบแรก และมีการเก็บคะแนนแบบระบบ League โดยกำหนดการให้คะแนน ดังนี้
•ชนะน็อค ได้ 3 แต้ม
•ชนะคะแนน ได้ 2 แต้ม
•เสมอ ได้ 1 แต้ม (เฉพาะการแข่งขันรอบแรก) (การแข่งขันรอบสอง ในกรณีแข่งขันชกครบ 3 ยก

ผลการตัดสินออกมา “เสมอ” จะทำการแข่งขันชกกันต่อในยกที่ 4 ซึ่งจะเป็นยกตัดสิน เพื่อหา ผู้ชนะ)
เมื่อทุกทีมแข่งขันครบทุกทีมแล้ว จะนำเอาทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 1 – 4 เข้ารอบสองต่อไป แล้วทำการแข่งขันกันต่อ เพื่อหาทีมที่ดีที่สุด

การแข่งขันรอบแรก จำนวน 6 ทีม นำมาแข่งขันแบบพบกันหมด โดยทุกทีมจะทำการแข่งขันในรอบแรก ทีมละ 5 ไฟท์ แล้วเอาทีมที่มีคะแนนเก็บมากที่สุด 4 อันดับแรก นำเข้าสู่รอบสอง (รอบ 4 ทีมสุดท้าย)

อีซูซุ 8

การแข่งขันรอบสอง จำนวน 4 ทีม นำมาแข่งขันแบบไขว้ทีม คือ ด้วยการนำเอาทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 1 มาแข่งขันกับทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 4 และนำทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 2 มาแข่งขันกับทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 3 ในกรณีที่ทีมมีคะแนนผลการแข่งขันรวมเท่ากัน ก็จะนำเอาผลการให้คะแนนย่อยในแต่ละยก ของแต่ละคู่ นำมารวมกันทั้ง 3 คู่ ออกมาเป็นคะแนนรวมตัดสิน ซึ่งจะทำการแข่งขันยกทีมเพียงแค่ 2 ไฟท์ ทีมใดแพ้จะตกรอบทันที และทีมที่ชนะจะได้เข้ารอบชิงชนะเลิศในสังเวียน THAI FIGHT และนักมวยทีมชนะเลิศ จะเป็นนักมวยในสังกัด THAI FIGHT

โดยทีมที่เป็นแชมป์จะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ รถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก! คนละ 1 คัน รวมทั้งหมด 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 1,785,000 บาท พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนนักชกไทยในสังเวียนมวยโลก THAI FIGHT 2024 แฟนมวยสามารถติดตามรายการ “Isuzu Thailand Championship” ทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง 8 และ YouTube ช่อง THAI FIGHT OFFICIAL ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.00 น. ถ่ายทอดสดจาก World Siam Stadium ตะวันนา บางกะปิ

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“ฮอนด้า” ประกาศก้าวสำคัญสู่เป้าหมายด้านความปลอดภัยตาม Honda Target 2050 ผสานความร่วมมือกับกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UNRSF) พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในโลก ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับสูงสุด 3 ดาว จากสหพันธ์ FIA

0
ฮอนด้า 1

ฮอนด้า ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ ของฮอนด้า พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ที่ประกอบด้วย 2 ทิศทางหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัย โดยในด้านความปลอดภัย ฮอนด้า มุ่งมั่นสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุสำหรับทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันให้เกิดขึ้น และลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องจากการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ (Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ฮอนด้าได้ประกาศความสำเร็จภายใต้ทิศทางดังกล่าวใน 2 ด้าน ประกอบด้วย
1)การร่วมมือครั้งสำคัญกับกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UNRSF: UN Road Safety Fund) โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ให้การสนับสนุนงบประมาณราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐ
เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก
2)การเป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในโลก ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับสูงสุด 3 ดาว จากการจัดอันดับค่าดัชนีความปลอดภัย จากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA)

สำหรับความร่วมมือกับกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UNRSF) ฮอนด้าถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ให้การสนับสนุนงบประมาณมูลค่าราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในกรอบระยะเวลา 5 ปี เพื่อช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก โดยแบ่งเป็น
•การมุ่งเน้นถึงการวิเคราะห์อุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละประเทศ เพื่อมุ่งสู่เจตนารมณ์ในการลด
การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฮอนด้าและกองทุนฯ UNRSF
จะร่วมกันออกแบบระบบเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์จริงและช่วยวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ
ต่าง ๆ อีกทั้งติดตามผลของมาตรการความปลอดภัยในแต่ละประเทศ โดยกองทุนฯ UNRSF จะเป็นผู้ส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ ผสานกับการนำประสบการณ์และเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ของฮอนด้าที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนาน มาประยุกต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันเหตุ
ที่อาจจะเกิดขึ้น
•การให้การสนับสนุนนโยบายด้านความปลอดภัยบนท้องถนนในแต่ละประเทศ โดยใช้ประสบการณ์
ที่ครอบคลุมของฮอนด้าในการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยและส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย ทั้งนี้ ฮอนด้าและกองทุนฯ จะให้การสนับสนุนแก่ประเทศเกิดใหม่ ประเทศที่กำลังพัฒนาโดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งรวมถึง
การผลักดันให้มีกฎจราจร กฎหมายจำกัดความเร็วที่เหมาะสม การสวมอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น
(การสวมหมวกนิรภัย การใช้เข็มขัดนิรภัย) และระบบการออกใบขับขี่ รวมถึงการช่วยเสริมสร้างการบังคับใช้กฎจราจร การเสนอการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มกิจกรรมการที่ช่วยสร้างการตระหนักรู้
ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน

สำหรับประเด็นที่ฮอนด้าได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับสูงสุด 3 ดาว จากการจัดอันดับค่าดัชนีความปลอดภัยจากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (The FIA Road Safety: FIA RS) ในงาน “Challenge 2030: Achieving the Global Road Safety Goals” ณ เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก ที่จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 นับเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฮอนด้า ในฐานะการเป็นผู้ผลิตรถยนต์
รายแรกในโลกที่ได้รับการรับรอง 3 ดาว* ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของฮอนด้า ในการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุบนท้องถนนและลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์(Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนภายในปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050)

ทั้งนี้ ดัชนีความปลอดภัย FIA RS ประกอบด้วยการจัดอันดับ 2 ประเภท ได้แก่ 1) การจัดอันดับห่วงโซ่อุปทาน
ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมองค์กรตั้งแต่การจัดหาชิ้นส่วน การพัฒนา และการผลิต รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า และ 2) การจัดอันดับผลิตภัณฑ์/บริการ ซึ่งประเมินด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์/บริการ

สำหรับการมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุภายในปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ของฮอนด้า ประกอบด้วยการดำเนินการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายใต้สโลแกน “ความปลอดภัยสำหรับทุกคน” (Safety for Everyone) โดยฮอนด้ามีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกลง 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2563 เพื่อมุ่งไปสู่การบรรลุเป้าหมายลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 รวมถึงเป็นผู้นำในการส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยทางถนนทั่วโลก