Home Blog Page 123

มาสด้า CX-5 รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นบุกเบิก ต้นกำเนิดเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ครองใจลูกค้าทั่วโลก

0

เมื่อกล่าวถึงรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นยอดนิยมของมาสด้าแล้ว ใครหลายคนต้องนึกถึง มาสด้า CX-5 อย่างแน่นอน เพราะหากมองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดรถอเนกประสงค์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยมีสัดส่วนการขายไม่มากนัก แต่การบุกเบิกของมาสด้า ด้วยการส่ง CX-5 ลงสู่ตลาดได้กลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มหันมาให้ความนิยมรถยนต์ประเภทนี้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ หลายค่ายต่างเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าสู่สนามการแข่งขันและช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าพัฒนารถยนต์รุ่นนี้อย่างจริงจัง และส่งลงตลาดครั้งแรก ในฐานะรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มีรูปโฉมสง่างาม มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ ที่ให้ทั้งพละกำลังแรงและประหยัดน้ำมัน และมีเครื่องยนต์ให้เลือกมากที่สุดในตลาดถึง 3 แบบ ที่สำคัญให้ความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายสไตล์ ส่งผลให้มาสด้า CX-5 กลายเป็นรถเรือธงอันเลื่องชื่อในยุคนั้น ความสำเร็จที่เกิดขึ้นล้วนมาจากปณิธาน “กล้าที่จะแตกต่าง” มาสด้ากล้าที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ ในสมัยนั้นยังไม่เป็นที่นิยมมากเท่าใดนัก นั่นคือโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่มาสด้ากลับมองตรงข้าม เล็งเห็นถึงโอกาสที่ยานยนต์ประเภทนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มาสด้า CX-5 ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กลายเป็นรุ่นยอดนิยมของลูกค้าทั้งในประเทศไทยและนานาประเทศนับแต่นั้นมา จนถึงปัจจุบันมีลูกค้าจากทั่วโลกครอบครองรถยนต์รุ่นนี้ไปแล้วเกือบ 5 ล้านคัน และหนึ่งในนั้นคือลูกค้าชาวไทยที่เป็นเจ้าของกว่า 33,000 คัน

จะเนื่องด้วยเหตุผลกลใดจึงทำให้ มาสด้า CX-5 เจเนอเรชั่นแรก เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2555 ถูกจับตามองเรียกความสนใจจากผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก กลายเป็นรถครอสโอเวอร์ที่สร้างชื่อให้กับมาสด้าอย่างรวดเร็ว พร้อมคว้ารางวัลความสำเร็จมากมาย อาทิ Japan Car of The Year ประจำปี 2555 – 2556 และรางวัล JNCAP Five-star award ประเทศญี่ปุ่น ปี 2556 จนถึงปัจจุบันมาสด้า CX-5 มียอดขายสะสมทั่วโลกสูงถึง 4.6 ล้านคัน นับเป็นยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของชาวมาสด้าต่อการพัฒนาด้านวิศวกรรมยานยนต์ เพื่อส่งมอบความสุขและความสนุกสนานในการขับขี่ให้ลูกค้าทั่วโลก อันเป็นปณิธานสูงสุดที่มาสด้ายึดมั่น

มาสด้า CX-5 เดินทางมาถึงประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2556 กลายเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นแรกที่สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังให้กับแบรนด์มาสด้าจนผงาดขึ้นแถวหน้าของตลาด โดยอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทั้งคัน ผนวกกับการออกแบบตามแนวทาง Kodo design – Soul of motion หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันสง่างาม เกิดจากเส้นสายที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่งอันทรงพลัง และความคล่องแคล่วปราดเปรียวของเสือชีต้าห์ที่กำลังกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อซึ่งเป็นท่วงท่าที่สง่างาม นั่นคือแรงบันดาลใจของนักออกแบบ จึงกลายเป็นรถรุ่นยอดนิยมในตลาดประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยมียอดขายสะสมสูงถึง 17,365 คัน ส่วนเจเนอเรชั่นที่สองเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ปัจจุบันมียอดขายรวม 15,767 คัน เมื่อรวมทั้งสองเจเนอเรชั่นแล้ว มาสด้า CX-5 มีอยู่ในการครอบครองของลูกค้าไปแล้วถึง 33,132 คัน โดยปัจจัยหลักสำคัญที่ส่งผลทำให้ มาสด้า CX-5 ประสบความสำเร็จจนได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย

CX5_14.75x20_TC
  • เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ

ความสำเร็จของมาสด้า CX-5 ล้วนมาจากองค์ประกอบที่สำคัญหลากหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟอันเลื่องชื่อที่ให้ทั้งพละกำลังแรงและประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟที่มีให้เลือกถึง 3 เครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G 2.0 ประหยัดน้ำมันและมอบความคุ้มค่าคุ้มราคา เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G 2.5 เทอร์โบ ให้สมรรถนะอันทรงพลัง และเครื่องยนต์คลีนดีเซล Skyactiv-D 2.2 ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน มาสด้า CX-5 ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ผสานและควบคุมการทำงานของรถทั้งคันประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างลงตัว

นอกจากองค์ประกอบที่สำคัญของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟแล้ว ยังรวมถึงระบบความปลอดภัยระดับโลก ด้วยโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟที่มีน้ำหนักเบาแต่ความแข็งแรงสูงและทนต่อแรงบิดมากขึ้น ให้ความปลอดภัยขั้นสูงสุดหากเกิดการชนปะทะ ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ แน่นหนึบทุกการเข้าโค้ง และเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด เป็นต้น องค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบเหล่านี้ คือองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลทำให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

  • การออกแบบที่เรียบง่ายแต่งดงาม ตามแนวทาง Kodo – Soul of motion

ไม่เพียงเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเท่านั้นที่ครองใจลูกค้า แม้แต่ผู้ที่พบเห็นยังได้ยลโฉมรูปลักษณ์อันงดงามที่ตราตรึงใจ จากการออกแบบ “Kodo design” Soul of Motion หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันสง่างาม โดยได้รับการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น เรียบง่ายแต่งดงาม Less is More และถูกบรรจงสรรค์สร้างเข้าไปในรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นจนถึงปัจจุบัน นี่คือจุดเริ่มต้นความสำเร็จครั้งสำคัญของมาสด้าที่หลอมรวมทุกองค์ประกอบสำคัญ ๆ มาพัฒนาจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทั่วโลก

  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน

มาสด้า CX-5 ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย ด้วยการออกแบบฟังก์ชั่นและการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในตัวรถให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมตามหลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ หรือ จินบะ-อิตไต รวมถึงระบบการเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดผ่านระบบ Mazda Connect มาพร้อม Apple CarPlay® และระบบ Android Auto™ ที่แสดงผลบนหน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีน รวมถึงอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกสบายที่ใส่มาแบบครบครันที่รถเอสยูวีจะมอบให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้มาสด้า CX-5 ตอบโจทย์และกลายเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่ถูกใจใครต่อใครหลายคน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือ เรื่องราวความเป็นมาและองค์ประกอบโดยสังเขปของมาสด้า CX-5 ที่ได้สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและวิธีคิด “กล้าที่จะแตกต่าง” Defy convention ด้วยการลงมือทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริง ทำให้อุปสรรคกลายเป็นความท้าทายบทใหม่ ที่พร้อมจะผลักดันให้มาสด้าก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ในอนาคตก้าวต่อจากนี้ไปน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่อนาคต มาสด้ากำลังเดินหน้าตามวิถีทางด้วยความมุ่งมั่นตามพันธสัญญา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น โดยนำเสนอเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ตอบโจทย์ของคนส่วนใหญ่ แล้วนำมาพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งมอบความสุขในการขับขี่ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่มากขึ้น และเพื่อรักษาโลกของเราให้สดใสสวยงามไปสู่ลูกหลานของเราตลอดไป

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ชูแคมเปญบริการหลังการขายสุดคุ้ม ใกล้ไกลไปได้ทุกที่ พร้อมเดินทางอย่างมั่นใจในช่วงปลายปี

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ทั้ง ‘มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต’ ‘มิตซูบิชิ ไทรทัน’ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส’ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี’ และ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี’ รวมไปถึงรถยนต์ ซิตี้คาร์ ‘มิตซูบิชิ แอททราจ’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ’ ด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ มิตซูบิชิทั่วประเทศ ในช่วงฤดูของการท่องเที่ยว กับ ส่วนลดร้อยละ 25 สำหรับไส้กรองระบบปรับอากาศ เมื่อเข้ารับบริการล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้ และพิเศษยิ่งกว่าสำหรับลูกค้ารถยนต์ ‘มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต’ ‘มิตซูบิชิ ไทรทัน’ (ยกเว้น รถรุ่น มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024) ฟรี! ไส้กรองน้ำมันเครื่อง เมื่อรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เบนซินดีเซล พร้อม ส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับกลุ่มอะไหล่ช่วงล่าง สายพานหน้าเครื่อง และสายพานไทม์มิ่งที่ร่วมรายการ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มิตซูบิชิที่สิ้นสุดระยะเวลาการรับประกัน ณ ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2567 เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของแคมเปญได้ที่ https://www.mitsubishimotors.co.th/th/buy/promotion/aftersales_yearendpromotion

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ผู้นำด้านเทคโนโลยียนตรกรรมระดับโลก มุ่งมั่นที่จะยกระดับบริการหลังการขายให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปในตลาด เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าที่เชื่อมั่นในรถยนต์มิตซูบิชิ จึงมอบข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้าตรวจเช็ค ณ ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ เติมความอุ่นใจและมอบความสะดวกสบายให้กับทุกทริปไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายสูงสุดจากรถยนต์มิตซูบิชิ”

ในช่วงปลายฤดูฝน ความชื้นของสภาพอากาศอาจทำให้เกิดความอับชื้นในห้องโดยสาร และ ปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดในช่วงเวลานี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ ดังนั้นการล้างแอร์รถยนต์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ไม่ควรละเลย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมมอบส่วนลดร้อยละ 25 สำหรับไส้กรองระบบปรับอากาศ เมื่อเข้ารับบริการล้างแอร์แบบ ไม่ถอดตู้ และพิเศษยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ ‘มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต’ และ ‘มิตซูบิชิ ไทรทัน’ (ยกเว้น รถรุ่น มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024) ฟรี! ไส้กรองน้ำมันเครื่องเมื่อรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เบนซินดีเซล นอกจากนี้ การตรวจเช็คความพร้อมและสมรรถนะของรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ จะเพิ่มความ อุ่นใจให้กับผู้ใช้รถขณะเดินทางท่องเที่ยวให้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่แสนพิเศษกับครอบครัวได้อย่างเต็มที่ มิตซูบิชิ จึงมอบส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับกลุ่มอะไหล่ช่วงล่าง สายพานหน้าเครื่อง และสายพานไทม์มิ่งที่ร่วมรายการ สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิที่สิ้นสุดระยะเวลาการรับประกัน โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศที่พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานสูงสุด โดยช่างผู้ชำนาญงานที่ได้รับการฝึกอบรม และอะไหล่แท้จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล…คุณแค่ขับ’ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ตรวจสอบรายการอะไหล่ที่ร่วมรายการ และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด และ ติดต่อเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็ครถยนต์และบำรุงรักษา ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

มวยไทยทีมภาคเหนือชนะทีมภาคกลาง 2:1 ในศึก Isuzu Thailand Championship 2024 แชมป์ 2 รุ่นเข้าชกเวทีมวยโลก THAI FIGHT 2024

0
ISUZU 1

อีซูซุแสดงความยินดีกับทีมภาคเหนือ กล้าศึก อาวุธไฟท์เกียร์, วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย และ ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ในการแข่งขัน Isuzu Thailand Championship 2024 รอบชิงชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค เกียร์อัตโนมัติ” ทั้งหมด 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 1,700,000 บาท ไปครอง Isuzu Thailand Championship ศึกชิงแชมป์การแข่งขันนักมวยไทยในรูปแบบทีม ค้นหาสายเลือดนักสู้รุ่นใหม่ทั่วประเทศไทยเข้าสู่วงการมวยไทย โดยในรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างทีมภาคเหนือและทีมภาคกลาง คู่แรกเป็นการปะทะของ ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จากทีมภาคกลาง กับ ซามูไร สีโอปอล จากทีมภาคเหนือ ถือเป็นนัดแก้มือล้างตา เพราะในรอบแรกซามูไรเคยแพ้น็อคยอดเทวินทร์มาก่อน ผลคือยอดเทวินทร์ชนะ ทำคะแนนให้ทีมภาคกลางไปก่อน 1 คะแนน

ISUZU 2

คู่ถัดมาเป็นการปะทะกันระหว่าง เพชรภาคใหม่ ช.ชนะมวยไทย จากทีมภาคกลาง กับ กล้าศึก อาวุธไฟท์เกียร์ จากทีมภาคเหนือ ผลออกมาเสมอกัน จึงต้องมาตัดสินกันยกที่สี่ ส่งผลให้กล้าศึกชนะไป ทำให้ทีมภาคเหนือตีตื้นขึ้นมาเสมอทีมภาคกลาง 1 ต่อ 1

ISUZU 3

 

คู่สุดท้าย ชนะชัย ช.ชนะมวยไทย จากทีมภาคกลาง ปะทะ วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย จากทีมภาคเหนือ ถือเป็นนัดล้างตาอีกหนึ่งคู่ ในรอบแรก วรจักรเล็กเคยชนะน็อคชนะชัยมาแล้ว ผลออกมา วรจักรเล็กชนะ ทำให้ทีมภาคเหนือชนะไปที่คะแนน 2 ต่อ 1 คว้าแชมป์ Isuzu Thailand Championship 2024

ISUZU 4

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวยินดี “ขอแสดงความยินดีกับทีมจากภาคเหนือ ที่คว้าแชมป์ Isuzu Thailand Championship ในปีนี้ได้ อีกทั้งยินดีกับ วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย และ ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในรุ่น 65 และ 67 กิโลกรัม ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศและรอบสุดท้ายของ THAI FIGHT 2024 ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้ ผมขอให้ผู้ชมทุกท่านสนับสนุนนักมวยไทยทั้งหมด รวมถึงแชมป์ Isuzu Thailand Championship ในการเอาชนะคู่แข่งซึ่งเป็นนักมวยนานาชาติให้ได้สำเร็จใน THAI FIGHT 2024 ด้วย”

ISUZU 5

สามารถติดตามรายการ “Isuzu Thailand Championship” ทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง 8 และ YouTube ช่อง THAI FIGHT OFFICIAL ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.00 น. ถ่ายทอดสดจาก THAI FIGHT ARENA @BEAT ACTIVE ไบเทค บางนา และร่วมเชียร์นักชกจากอีซูซุในการแข่งขัน “THAI FIGHT 2024” รอบ รองชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ที่จังหวัดพะเยา ซึ่งผู้ครองตำแหน่งแชมป์ “THAI FIGHT 2024” จะได้รับถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 1.9 ดีดีไอ รุ่น 2 ประตู” พร้อม เงินสด มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เปิดตัวบริการมาตรฐานใหม่ “GWM Certified Body and Paint” รวม 6 แห่ง ส่งมอบงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์คุณภาพสูง ซ่อมได้ทันทีในความเสียหาย 25,000 บาทโดยไม่ต้องรอประกันอนุมัติ*

0
GWM 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยการยกระดับมาตรฐานงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ภายใต้ชื่อ GWM Certified Body and Paint เพื่อเน้นการพัฒนางานบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการสร้างมาตรฐานการให้บริการที่มุ่งเน้นคุณภาพสูงสุดในทุกขั้นตอน ด้วยนวัตกรรมการซ่อมสีแบบสูตรน้ำ (Waterborne) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังให้ความทนทานในทุกสภาวะการขับขี่ นอกจากนี้ กระบวนการซ่อมยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว ทันใจ สามารถซ่อมรถได้ทันทีไม่ต้องรอบริษัทประกันอนุมัติงานซ่อม* ในกรณีที่ความเสียหายตรงตามใบเคลมและมีมูลค่าไม่เกิน 25,000 บาท และยังสามารถนัดหมายเข้าซ่อมได้อย่างง่ายดายผ่าน GWM Application

ภายในปีนี้ (2567) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ สโตร์ เปิดตัวศูนย์บริการนำร่องในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด 6 แห่ง และในอนาคตยังวางแผนที่จะขยายศูนย์บริการไปทั่วประเทศ โดยการยกระดับมาตรฐานงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ GWM Certified Body and Paint นี้ เป็นหนึ่งในเป้าหมายในการสนับสนุนงานบริการหลังการขายของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตามแนวคิด Smart Service เพื่อส่งมอบการบริการหลังการขายที่เหนือกว่าในทุกมิติด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มการทำงานต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยแนวคิด “SMART” ประกอบด้วย S – Simple เรียบง่ายและสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ, M – Modern ทันสมัยตามสไตล์ยุคดิจิทัล, A – Attention ใส่ใจในทุกขั้นตอนการบริการ, R – Reliable น่าเชื่อถือและมั่นใจด้วยทีมช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน GWM และ T – Timeliness ส่งมอบการบริการที่ตรงเวลาและรวดเร็วทันใจ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีการนำระบบนี้มาใช้

Waterborne นวัตกรรมเดียวแต่ได้ถึงสองต่อ
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจภายใต้การมุ่งเน้นส่งมอบนวัตกรรมที่ล้ำหน้า และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเสมอมา เห็นได้จากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง HEV, PHEV และ BEV กว่า 9 รุ่นที่จัดจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ในขณะเดียวกันงานบริการหลังการขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก็ได้ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างผลกระทบในเชิงบวกแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ได้แก่ ผู้ใช้รถ พนักงาน และช่างที่ใกล้ชิดกับกระบวนการซ่อมตัวถังและสี โดยนวัตกรรมการพ่นสีแบบสีสูตรน้ำ หรือ Waterborne Paint System นี้ เป็นนวัตกรรมที่ใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักแทนตัวทำละลายอื่น ๆ เช่น ทินเนอร์ ที่สามารถกระจายตัวไปในอากาศ ส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงาน และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดมลพิษในชั้นบรรยากาศส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย ประโยชน์การใช้นวัตกรรมการพ่นสีแบบสีสูตรน้ำนี้ จะช่วยลดการสูญเสียสีระหว่างกระบวนการซ่อมได้ถึง 40% พร้อมทั้งสามารถควบคุมการกระจายของสีและเฉดสีได้อย่างละเอียดแม้ในพื้นที่เล็ก ๆ ช่วยให้กระบวนการซ่อมมีความรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังควบคุมเฉดสีได้อย่างแม่นยำ ด้วยเครื่องสแกนค่าสีและสูตรสีจากระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้งานสีของตัวรถที่เงางาม ทนทานต่อการใช้งานกว่าที่เคย เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาวะ โดยไม่ต้องกลัวการหลุดลอกของสี

บริการดีเยี่ยมด้วยคุณภาพเข้มข้น พร้อมการรับประกันงานคุณภาพนานถึง 1 ปีเต็ม
ภายใต้ GWM Certified Body and Paint นี้ จะมีเจ้าหน้าที่ปรึกษางานบริการให้คำแนะนำตั้งแต่รับแจ้งเคลมจนถึงรถซ่อมแซมเสร็จสิ้น ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ในการบริการและคุณภาพของงานซ่อม ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ พร้อมการควบคุมระยะเวลาการซ่อมที่มีประสิทธิภาพด้วยการติดตามและอัปเดตสถานะงานซ่อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีการปรับปรุงคุณภาพของงานซ่อมตัวถังและสี พร้อมกับการเสริมสร้างทักษะบุคลากรโดยการอบรมพนักงานและช่างอย่างเข้มข้น และต้องผ่านการทดสอบและการประเมินผลตามมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมอบการรับประกันคุณภาพสีที่ยาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม ไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงรับประกันคุณภาพอะไหล่เป็นเวลาหนึ่งปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกคน อุ่นใจในการบริการและมาตรฐานคุณภาพของงานซ่อมตัวถังและสีที่ได้รับจาก GWM Certified Body and Paint

เปิดให้บริการแล้ว 6 แห่ง พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทันที
ณ เดือนตุลาคม 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ และพาร์ทเนอร์ สโตร์ เปิดตัวศูนย์บริการนำร่อง GWM Certified Body and Paint ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง ได้แก่ GWM เพรสทีจ ธัญบุรี, GWM พรีเมียร์ ศรีนครินทร์, GWM วี อัลติเมทคาร์ บางบัวทอง, GWM มอเตอร์ มอลล์ พระราม 2, GWM สตาร์เทรค สวนหลวง และ GWM จรัญสนิทวงศ์ โดยมีแผนจะดำเนินการขยายให้ครอบคลุมไปยังเขตพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่า จะสามารถได้รับบริการซ่อมตัวถังและสีที่มีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การบริการหลังการขายหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเร่งเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายของการเป็นหนึ่งในผู้นำแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของประเทศและในระดับโลก ผ่านแนวคิด Local Excellence to Global Success ด้วยการเสริมศักยภาพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแบบรอบด้าน โดยการยกระดับมาตรฐานงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ GWM Certified Body and Paint นี้ เป็นเพียงหนึ่งในการพัฒนาในหลาย ๆ ด้านของงานบริการหลังการขายที่ครอบคลุม รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าของเรา นอกเหนือไปจากนี้ เรายังดำเนินการควบคู่ไปกับอีก 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมขั้นสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย การขยายเครือข่ายและการบริหารผู้จัดจำหน่ายเพื่อการขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจฟลีทและรถยนต์ใช้แล้วภายใต้ GWM Certified Pre-Owned (CPO) และการสร้างแบรนด์ให้แตกต่างสู่การเป็นแบรนด์ในใจของคนไทยและคนทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่ปลายทางแห่งความสำเร็จทั้งระดับภูมิภาคและบนเวทีโลก เพื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 อย่างแข็งแกร่งและเต็มภาคภูมิ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำระดับโลก พร้อมเดินหน้าเติบโตคู่กับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาว”

สำหรับผู้ใช้รถ GWM ทุกรุ่นที่สนใจเข้าใช้บริการงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ GWM Certified Body and Paint สามารถนัดหมายการเข้าใช้บริการได้ที่ GWM Application เพื่อประหยัดเวลาและสามารถเข้ารับรถได้ทันทีเมื่อการซ่อมแซมเสร็จสิ้น หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM contact center โทร. 02-688-8888

“สมาคมรถโบราณฯ” จับมือ “เซ็นทรัล” ขับรถเที่ยวกรุงเก่า เยี่ยมเงาอดีต

0
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 30 คัน ขับเที่ยวชานกรุง เส้นทางกรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย  2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า สมาคมฯ ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “คาราวานชานกรุง 2024” ภายใต้แนวคิด “เยือนกรุงเก่า เยี่ยมเงาอดีต” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณใกล้เคียง ผ่านขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคทรงคุณค่ากว่า 30 คัน

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย  3

ด้านผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เป็นโครงการมิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลก แลนด์มาร์กของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด “อัศจรรย์อยุธยา” ด้วยสถาปัตยกรรมการตกแต่ง โดยเฉพาะฟาซาดสีขาวและสีทองที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัดฯ ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมเสน่ห์ของรถโบราณที่ทรงคุณค่า

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 4

ขบวนคาราวานรถโบราณ เริ่มเดินทางจาก ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ มุ่งหน้าสู่ เบนซ์เภตรา อยุธยา เยี่ยมชมโชว์รูม และศูนย์บริการฯ ครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมพักทานอาหารกลางวัน

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 5

ช่วงบ่าย เคลื่อนขบวนไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมกรุเครื่องทองสมัยกรุงศรีอยุธยา จำนวนมากกว่า 2,200 รายการ ณ อาคารเครื่องทองอยุธยา โดยมีโบราณวัตถุชิ้นเด่น เช่น พระแสงขรรค์ชัยศรี พระคชาธารจำลอง จุลมงกุฎ และพระสุวรรณมาลา นอกจากนั้นยังมี เครื่องทองจากวัดราชบูรณะ และส่วนจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับคติการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่พบในโบราณสถาน ได้แก่ พระปรางค์วัดพระราม พระปรางค์วัดมหาธาตุ เจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ และเจดีย์ศรีสุริโยทัย เป็นต้น

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 6

หลังจากนั้น มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เพื่ออวดโฉมรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และมอบเกียรติบัตรให้แก่เจ้าของรถโบราณที่เข้าร่วมกิจกรรม

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 7

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 8

ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมของสมาคมรถโบราณฯ ได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/vintagecarclub

 

“สรยท.” ประกาศรายชื่อรถเข้าเกณฑ์ THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2024

0
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. เปิดเผยรายชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เข้าเกณฑ์การมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 หรือ TCOTY2024 โดยในปีนี้ ทางสมาคมฯ เล็งเห็นความสำคัญของตลาดรถจักรยานยนต์ จึงมีมตินำการมอบรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี หรือ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR กลับมาอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่จะมีการมอบรางวัลให้กับกลุ่มรถยนต์พลังไฟฟ้าภายใต้ชื่อรางวัลรถยนต์พลังไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี หรือ THAILAND EV OF THE YEAR

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. กล่าว ‘การจัดงาน THAILAND CAR OF THE YEAR มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการจัดงานยังคงบทบาทและหน้าที่สำคัญในการเป็นเวทีที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันผู้ผลิตยานยนต์ในการยกระดับสินค้าของพวกเขาให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้ยานยนต์ที่มีคุณภาพ รวมถึงยังเป็นการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในทุกภาคส่วนของระบบ Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งทั้งหมดถูกสะท้อนผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือกของทางสมาคมที่ถูกกำหนดเอาไว้อย่างเหมาะสม’

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 2

ทางด้าน นายสุรมิส เจริญงาม อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสิน THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 เปิดเผยขั้นตอนการตัดสินและมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ว่า หลังจากนี้จะส่งรายชื่อรถยนต์ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดให้กับสมาชิก สรยท.โหวตคัดเลือกรถยนต์รอบแรกจำนวนกึ่งหนึ่ง เพื่อเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้ายซึ่งเป็นการทดสอบภาคสนามโดยคณะสื่อมวลชนที่มีความรู้ ประสบการณ์ ในการทดสอบรถยนต์ของเมืองไทยต่อไป

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 3

การทดสอบภาคสนามในรอบ 2 นั้น เป็นการร่วมให้คะแนนของสื่อมวลชนสายยานยนต์แลรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่ระดับบรรณาธิการ คอลัมนิสต์ จนถึงผู้สื่อข่าวอาวุโส ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไทยมากกว่า 20-30 ปี เป็นการให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ของการตัดสินรางวัล European Car of The Year ของยุโรป และ Japan Car of The Year ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อคัดเลือกรถยนต์เพียง 1 รุ่น ให้เป็นรถยอดเยี่ยมประจำปีของประเทศไทย

‘การจัดงานในปีนี้ยังคงต้องเผชิญหน้ากับบริบทของความเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์เหมือนกับปีที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงาน THAILAND CAR OF THE YEAR ถือเป็นดัชนีที่สามารถใช้วัดและระบุถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยในแง่ของผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มของรถยนต์พลังไฟฟ้า เราจะพบว่ามีทางเลือกในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมากกว่าในปี 2023 ซึ่งเป็นปีแรกของการจัดงาน’ นายสุรมิส กล่าวเพิ่มเติม

‘ในกลุ่มของรถจักรยานยนต์นั้น ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์หลักอีกประเภทของประเทศไทย และบ้านเราถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับภูมิภาคนี้ ดังนั้น ด้วยการเล็งเห็นความสำคัญ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น การมอบรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR เพื่อเป็นหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมให้กับบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ได้พัฒนาและยกระดับสินค้าของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น’ เพื่อให้คนไทยได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ

สำหรับในปีนี้ ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 10 แล้ว โดยในกลุ่มรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 มีรถยนต์ที่เข้าเกณฑ์ตามกรอบการคัดเลือกจำนวน 8 คัน โดยพิจารณาจาก 3 หัวข้อหลักคือ เปิดตัวในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึง 30 กันยายน 2567 เป็นรถยนต์ใหม่แบบโมเดลเชนจ์ และจะต้องมีการผลิตในประเทศไทย หรือนำเข้าจากประเทศในแถบอาเซียน โดยรถยนต์ทั้ง 8 รุ่นประกอบด้วย
1.BMW Series 5 (G60) – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 19 ตุลาคม 2567
2.BYD Sealion 6 DM-i – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 8 สิงหาคม 2567
3.Honda Accord e:HEV – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 17 พฤศจิกายน 2566
4.Mercedes-Benz CLE Coupe 4Matic (300 และ AMG53) – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 6 กันยายน 2567
5.Mercedes-Benz E-Class (W214) – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 4 มีนาคม 2567
6.MG3 Hybrid+ – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 20 สิงหาคม 2567
7.Toyota Hilux Champ – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 27 พฤศจิกายน 2566
8.Toyota Yaris Cross – ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 5 ตุลาคม 2566
**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 5 คัน**

ส่วนกลุ่มรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2024 นั้น จะยึดตามกรอบของ THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 ยกเว้นเรื่องฐานการผลิต แต่จะใช้การเป็นบริษัทที่อยู่ในโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่บีโอไอ (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ได้อนุมัติให้การส่งเสริมแล้วในปี 2566-2567 นี้แล้วเท่านั้น และต้องสามารถแล่นทำระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC หรือเทียบเท่า โดยอ้างอิงจากเอกสารการทดสอบ หรือ ECO Sticker ของผู้ผลิตเป็นสำคัญ ซึ่งในปีนี้มีรถยนต์พลังไฟฟ้าผ่านเกณฑ์ถึง 18 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย

1.Avatr 11 : เปิดตัว 17 กันยายน 2567
2.BMW i5 : เปิดตัว 19 ตุลาคม 2566
3.BMW iX2 : เปิดตัว 1 กุมภาพันธ์ 2567
4.BYD M6 : เปิดตัว 9 กันยายน 2567
5. Changan Deepal L07 : เปิดตัว 29 พฤศจิกายน 2566
6. Changan Deepal S07 : เปิดตัว 29 พฤศจิกายน2566
7.Changan Lumin : เปิดตัว 24 มีนาคม 2567
8.GAC HYPTEC HT : เปิดตัว 19 กันยายน 2567
9.Honda e:N1 : เปิดตัว 26 มีนาคม 2567
10.Hyundai IONIQ 5 (หรือ 5N) : เปิดตัว 30 พฤศจิกายน 2566
11.Hyundai IONIQ 6 : เปิดตัว 25 มีนาคม 2567
12.Mercedes-EQS 450 4Matic SUV : เปิดตัว 23 สิงหาคม 2567
13.MG Cyberster : เปิดตัว 27 มีนาคม 2567
14.MG Maxus 7 : เปิดตัว 13 มิถุนายน 2567
15.MINI Aceman : เปิดตัว 19 สิงหาคม 2567
16.MINI Cooper SE : เปิดตัว 18 กรกฎาคม 2567
17.Neta X : เปิดตัว 27 กรกฎาคม 2567
18.ORA07 : เปิดตัว 29 พฤศจิกายน 2566
**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 9 คัน**

ส่วนรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2024 จะยึดตามเกณฑ์การคัดเลือกเช่นเดียวกับ THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 ในทั้ง 3 ประเด็นหลัก คือ เปิดตัวในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึง 30 กันยายน 2567 เป็นรถยนต์ใหม่แบบโมเดลเชนจ์ และจะต้องมีการผลิตในประเทศไทย หรือนำเข้าจากประเทศในแถบอาเซียน ซึ่งในปีนี้มีรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเข้าเกณฑ์จำนวน 11 รุ่น ประกอบด้วย
1.BMW R 1300GS – เปิดตัวพฤษภาคม 2567
2.CYCLONE RA401 – เปิดตัว กันยายน 2567
3.DUCATI DESERT X RALLY – เปิดตัว พฤษภาคม 2567
4.GPX DZ3 – เปิดตัว กรกฎาคม 2567
5.HARLEY DAVIDSON Street Glide – เปิดตัว มกราคม 2567
6.KAWASAKI Meguro-S1 – เปิดตัว กันยายน 2567
7.KEEWAY GEMMA 125 – เปิดตัว มกราคม 2567
8.KEEWAY V 302C – เปิดตัว เมษายน 2567
9.TRIUMPH SCRAMBLER 400X – เปิดตัว ตุลาคม 2566
10.YAMAHA PG-1 – เปิดตัว พฤศจิกายน 2566

11.Zontes 350e – เปิดตัว มิถุนายน 2567
**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 6 คัน**

การลงคะแนนรอบแรกจะลงคะแนนโดยสมาชิกสามัญของสมาคมโดยมีระยะเวลาในการโหวตตั้งแต่วันที่ 17-22 ตุลาคม 2567 จากนั้นจะมีการนับคะแนนในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 โดยอนุกรรมการทำงานในปีนี้ และจะมีการประกาศรายชื่อรถยนต์และรถยนต์จักรยานยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 นี้ ก่อนที่จะมีการจัดทดสอบเพื่อให้คณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกได้ลงคะแนนอีกครั้งในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ที่สนามทดสอบของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจะมีการจัดงานมอบรางวัลในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ที่ The HALLS Bangkok ถนนวิภาวดีรังสิต

“ฟอร์ด” จัดกิจกรรม ‘The Unexpected Driving Experience’ พาสัมผัสสมรรถนะเหนือชั้นของเอเวอเรสต์ แพลทินัม

0
ฟอร์ด ประเทศไทย 1

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดพิเศษ ‘The Unexpected Driving Experience’ ภายใต้แนวคิด ‘กล้าทุกความท้าทาย’ เมื่อวันที่ 5-6 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 152 คน ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจในสนามที่จำลองสถานการณ์ขับขี่ออนโรดหลากหลายรูปแบบ เพื่อทดสอบสมรรถนะการขับขี่และขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นแพลทินัม รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์จากฟอร์ด ตอกย้ำนิยาม ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’

ฟอร์ด ประเทศไทย 2

 

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยและฟีเจอร์อันโดดเด่นของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นแพลทินัม จากทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมค้นหาฟีเจอร์ของรถภายในเวลาที่กำหนด เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ ความโดดเด่นของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นนี้ อยู่ที่ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter ที่ให้พละกําลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ตอบสนองทุกการขับขี่อย่างนุ่มนวลและฉับไว นอกจากนี้ ดีไซน์ภายนอกยังสะดุดตาด้วยล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน พร้อมนวัตกรรมไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในยามค่ำคืน ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีดำสง่างาม และโลโก้ซิกเนเจอร์ PLATINUM ที่บ่งบอกถึงความพรีเมียม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัจฉริยะและระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Bang & Olufsen® ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง

ฟอร์ด ประเทศไทย 4

หลังจากทำความรู้จักฟีเจอร์ที่น่าโดดเด่นของฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดสอบการขับขี่สุดเร้าใจบนสนามทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อพิสูจน์สมรรถนะอันเหนือชั้นในทุกมิติ เริ่มจากการทดสอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่แสดงขุมพลังอันดุดันของเครื่องยนต์วี 6 3.0 ลิตร 250 แรงม้า ผสานกับการทำงานของเกียร์ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไวและนุ่มนวล ต่อด้วยการทดสอบสลาลอมที่ท้าทายความแม่นยำของพวงมาลัยและประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง ความตื่นเต้นยังคงดำเนินต่อเนื่องด้วยการทดสอบเปลี่ยนเลนแบบกะทันหัน ที่ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงช่วงล่างที่ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ตามด้วยการทดสอบบนพื้นเปียกที่แสดงประสิทธิภาพของระบบป้องกันการลื่นไถลและระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อกและระบบ EBD ที่ช่วยกระจายแรงดันเบรก เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่แม้ในสภาพถนนเปียกหรือลื่น ไฮไลท์ของการทดสอบยังรวมถึงการทดสอบระบบกันสะเทือนที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและรักษาความเงียบภายในห้องโดยสาร ปิดท้ายด้วยการทดสอบความแม่นยำของพวงมาลัยด้วยวงเลี้ยวแคบเพียง 5.6 เมตร แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวของรถที่มีขนาดใหญ่ ทุกการทดสอบล้วนตอกย้ำถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นของฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายบนท้องถนน

ฟอร์ด ประเทศไทย 3

นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดยินดีอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรม ‘The Unexpected Driving Experience’ ครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมายของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นแพลทินัม อย่างแท้จริง การทดสอบบนสนามที่ท้าทายนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ เราเชื่อว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความประทับใจและมั่นใจในคุณภาพของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นแพลทินัม ที่พร้อมจะสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง”

ฟอร์ด ประเทศไทย 5

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th หรือที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

“ธนบุรีพานิช สาขาราชดำเนิน” ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ปรับโฉมใหม่มุ่งสู่การเป็นศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ ครบวงจร การันตีมาตรฐานคุณภาพการให้บริการกว่า 8 ทศวรรษ

0
Benz Thonburi

บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด จุดเริ่มต้นของตำนานแห่งดวงดาวในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2484 เป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการแห่งแรก ประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ และเป็นอันดับ 1 ครองใจผู้ใช้รถยาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันได้เปิดให้บริการ 4 สาขา ได้แก่ สาขาลุมพินี สาขางามวงศ์วาน สาขาราชดำเนิน และสาขาบางพลัด ให้บริการโดยทีมงานคุณภาพมากประสบการณ์ การันตีมาตรฐานโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และล่าสุด ในปี 2567 ศูนย์บริการธนบุรีพานิช สาขาราชดำเนิน ได้พัฒนาพื้นที่การให้บริการโฉมใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน โดยจัดงานฉลองเปิดตัวโฉมใหม่ ศูนย์บริการ ธนบุรี พานิช สาขาราชดำเนิน อย่างเป็นทางการ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด, คุณรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานบริหาร บริษัทธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด, Mr. Martin Schwenk President and CEO Mercedes-Benz Thailand และคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดี

ธนบุรี พานิช 1

นายปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ได้แสดงวิสัยทัศน์จากสถานการณ์ในปัจจุบันและการคาดการณ์ถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางบริษัทฯ จึงมีนโยบายขยายธุรกิจในส่วนบริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับจำนวนลูกค้าให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน

Benz Thonburi 3

ศูนย์บริการธนบุรีพานิช สาขาราชดำเนิน ให้บริการบนพื้นที่ขนาดรวม 2,193 ตารางเมตร โดยเน้นการออกแบบพื้นที่การใช้งานให้มีประโยชน์สูงสุด ซึ่งแบ่งออกเป็นโซนพื้นที่รองรับลูกค้าและพื้นที่ซ่อมบำรุงรถยนต์ พร้อมช่องซ่อมบำรุงรถยนต์ 9 ช่องบริการ สามารถรองรับการเข้ารับบริการรถยนต์มากกว่า 16 คันต่อวัน เครื่องมือครบครันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ดูแลลูกค้าทุกท่านด้วยทีมงานที่ปรึกษาการให้บริการ และช่างผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจรายละเอียดในการดูแลรถยนต์ของลูกค้าทุกคัน จึงสามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ตรงจุด เพิ่มความรวดเร็วในการซ่อม พร้อมพื้นที่รองรับลูกค้า เต็มเปี่ยมด้วยความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการในรูปแบบ Customer Centric ตามหลักการของบริษัท ธนบุรีพานิช ที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และบริการด้วยความจริงใจ

Benz Thonburi 4

แนวทางการดำเนินงานในปี 2567 ศูนย์บริการธนบุรีพานิช สาขาราชดำเนิน มุ่งเน้นแนวทาง Trustworthy, Proactive , Service mind, Quality, Effectiveness, Learning Agility พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบุคลากร โดยมั่นใจว่าแนวทางดังกล่าว จะช่วยเสริมความแกร่งของแบรนด์ อีกทั้งเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับ Core Value ของธนบุรี พานิช ทั้งนี้ นอกจากจะเสริมความแข็งแกร่งด้วยการพัฒนาพื้นที่สาขาเพื่อรองรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ธนบุรีพานิชยังเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมทางการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นโมเมนต์พิเศษในวันส่งมอบรถใหม่ หรือกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สร้างความประทับใจ สำหรับคู่รัก, ครอบครัว, และไลฟ์สไตล์อื่นๆ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยคาดหวังว่าศูนย์บริการธนบุรีพานิชแห่งใหม่ จะมอบประสบการณ์ที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าตลอดการใช้งานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะเป้าหมายสำคัญคือการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดนับตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

ปัจจุบัน ศูนย์บริการธนบุรีพานิช สาขาราชดำเนิน โฉมใหม่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอ โดยลูกค้าผู้ใช้บริการสามารถใช้ทางเข้า จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินสอตรงไป 45 เมตร ศูนย์บริการธนบุรีพานิช สาขาราชดำเนิน ตั้งอยู่ฝั่งขวามือพร้อมให้บริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น.

‘ซูซูกิ’เร่งดูแลลูกค้าในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ประกาศขยายแคมเปญช่วยเหลือลูกค้ารถน้ำท่วมถึงสิ้นปี พร้อมเพิ่มข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 25,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถใหม่ทดแทนรถที่เสียหาย

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบการดูแลลูกค้ารถยนต์ ซูซูกิ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย เน้นงานบริการแบบ S-Solution สื่อสารกับลูกค้าพร้อมประเมินอาการเพื่อทำการดูแลรถอย่างรวดเร็ว พร้อมประกาศขยายเวลาแคมเปญพิเศษ ส่วนลดพิเศษ 30% ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นที่ถูกผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมเพิ่มข้อเสนอช่วยบรรเทาภาระ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบและต้องการซื้อรถใหม่ มอบส่วนลดสูงสุด 25,000 บาท

ซูซูกิ 2

 

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ประชาชนในหลายจังหวัดได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ทำให้ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งทางซูซูกิได้มี นโยบายเร่งด่วนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ บรรเทาความทุกข์ และความเดือดร้อนให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิ โดยได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ประสบภัยดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่

ซูซูกิ 3

 

ล่าสุดหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง ซูซูกิได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าดูแล พบว่ามีกลุ่มลูกค้าที่ประสบภัย เริ่มทยอยนำรถยนต์เข้ามาซ่อมบำรุงจากการถูกน้ำท่วม โดยเบื้องต้นมีจำนวนรถยนต์ซูซูกิที่ได้รับความเสียหายจากทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ รวมจำนวน 28 คัน ซึ่งจากการประเมินอาการจากศูนย์บริการในพื้นที่ ได้ทำการแบ่งอาการความเสียหายออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ท่วมครึ่งล้อรถยนต์ ระดับที่ 2 ท่วมครึ่งคันรถยนต์ และระดับที่ 3 ท่วมตั้งแต่บริเวณคอนโซลหน้ารถขึ้นไป ทั้งนี้ พบว่าความเสียหายต่อรถยนต์ที่มีจำนวนมากที่สุดจะอยู่ในกลุ่มระดับที่ 2

ซูซูกิ 5

ซูซูกิ ได้นำระบบบริการแบบ S-Solution เข้ามาช่วยให้การเชื่อมต่อข้อมูลการบริการกับลูกค้าเพื่อความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งการแจ้งยืนยันสภาพรถของลูกค้าก่อนเข้ารับบริการว่า รถได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด จากนั้นจะแจ้งความคืบหน้าของงานซ่อมบำรุงให้ลูกค้ารับทราบถึงขั้นตอนต่างๆ ทั้งการถ่ายทำคลิปวิดีโอ หรือส่งเป็นรูปภาพ ก่อนที่จะนำเสนอลูกค้า ถึงการเปลี่ยนหรือซ่อมชิ้นส่วนต่างๆ ตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับการเสนอราคา เพื่อประกอบการตัดสินใจให้กับลูกค้า ซึ่งรูปแบบการบริการดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าว่าจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานจากศูนย์บริการของซูซูกิ นอกจากนั้น ยังเร่งเข้าไปช่วยประเมินงานซ่อมแซม พร้อมเข้าเจรจาช่วยเหลือเพื่อเร่งรัดการดำเนินการเรื่องประกันภัยให้กับลูกค้าทุกคันแล้ว

ซูซูกิ 7

“จากการประเมินเบื้องต้นรถทุกคัน สภาพเครื่องยนต์และเกียร์มีสภาพไม่เสียหายและสามารถใช้งานต่อได้ โดยปัญหาที่พบและต้องดูแลแก้ไขให้ลูกค้าโดยเร็ว ส่วนใหญ่จะพบปัญหาเรื่องของระบบไฟ และระบบปรับอากาศ ซึ่งในส่วนนี้เราจะช่วยลูกค้าลดภาระค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด แต่จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ตอกย้ำให้เห็นได้ชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์ของซูซูกิมีความทนทาน คุ้มค่า การซ่อมบำรุงและดูแลรักษาง่าย สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าทำให้ได้รับความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง”

ซูซูกิ  8

ทั้งนี้ ซูซูกิเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย นอกจากการปรับขยายเวลาแคมเปญช่วยเหลือน้ำท่วม ด้วยการมอบส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับค่าอะไหล่ (ยกเว้นแบตเตอรี่ หัวเทียน ยางรถยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง) ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ออกไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ยังปรับเพิ่มเงื่อนไขพิเศษ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระ สำหรับลูกค้าที่รถยนต์ถูกน้ำท่วมจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ซูซูกิ 9

โดยได้จัดโครงการพิเศษ มอบส่วนลดช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ เนื่องมาจากรถคันเก่าประสบปัญหาในช่วงวิกฤตอุทกภัย โดยมีระยะเวลาเริ่มโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ซึ่งรายละเอียดของข้อเสนอพิเศษมีดังนี้

•รถยนต์ซูซูกิที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย SUZUKI SWIFT, SUZUKI ERTIGA Hybrid และ SUZUKI XL7 Hybrid
•ผู้สนใจเแสดงเอกสารประกอบของรถยนต์คันที่เสียหายตามที่บริษัทฯ กำหนด
•สำหรับลูกค้ารถยนต์ซูซูกิที่ได้รับความเสียหายทุกรุ่น รับส่วนลดเพิ่ม 25,000 บาท
•สำหรับลูกค้ารถยนต์ยี่ห้ออื่นที่ได้รับความเสียหาย รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท
•เงื่อนไขพิเศษดังกล่าวยังไม่รวมรายการส่งเสริมการขายปกติที่มอบให้ในช่วงเดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2567
•สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากศูนย์บริการในพื้นที่

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำเพื่อเป็นการดูแลและตอบแทนลูกค้าทุกท่านในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤติต่างๆ เราดำเนินการภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เราพร้อมจะเดินหน้าเพื่อเข้าไปช่วยแบ่งเบาและบรรเทาปัญหาของสังคมด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีแก่พนักงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ด้วยความมุ่งหวังให้องค์กรและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเข้ารับบริการ และสอบถามเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ประสบภัย หรือติดต่อ SUZUKI Cause We Care หมายเลขโทรศัพท์ 1800-600-900

 

 

“นิสสัน ประเทศไทย” ร่วมมือผู้จำหน่าย นำน้ำใจช่วยชาวเชียงรายสู้ภัยน้ำท่วม

0
นิสสัน ประเทศไทย 1

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน อาเซียน และ นายแพทย์กอบชัย จิตรสกุล ผู้ก่อตั้ง และ ประธาน บริษัท แองเจิลเวย์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน จังหวัดเชียงราย ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็นในการยังชีพไปบริจาคให้แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้รับมอบ

นิสสัน ประเทศไทย 2

นำโดยประธานนิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน อาเซียน พร้อมด้วย นิสสัน แองเจิลเวย์ เชียงราย ผู้จำหน่ายนิสสันในพื้นที่ นำเครื่องใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ ไปมอบให้แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในอำเภอแม่สาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนช่วยให้นักเรียนและชุมชน

นิสสัน ประเทศไทย 3

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน อาเซียน และ ปิยากร จิตรสกุล กรรมการ บริษัท แองเจิลเวย์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน จังหวัดเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมกันนำ อุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องกีฬา เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน รวมถึงถุงยังชีพ มอบให้โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169 ใน อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย

นิสสัน ประเทศไทย 4

คณะผู้บริหารนิสสัน นำโดยโทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน อาเซียน ร่วมกับ นายแพทย์กอบชัย จิตรสกุล ผู้ก่อตั้ง และ ประธาน บริษัท แองเจิลเวย์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน จังหวัดเชียงราย ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็นในการยังชีพไปบริจาคให้แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมกันนี้ ได้จัดคาราวานนิสสัน นาวารา มอบของใช้จำเป็นจากบริษัทฯ และจากการร่วมบริจาคของพนักงานนิสสัน อาทิ อุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องกีฬา เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน รวมถึงถุงยังชีพ ให้แก่โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169 ใน อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมฟื้นฟูชุมชนให้ได้กลับมาสู่การใช้ชีวิตในภาวะปกติโดยเร็ว

นิสสัน ประเทศไทย 6