Home Blog Page 124

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้า 7 รางวัล จากกระทรวงแรงงาน

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับ 7 รางวัลจากกระทรวงแรงงาน ในพิธีมอบรางวัลสถานประกอบกิจการที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานยอดเยี่ยม ประจำปี 2567 ได้แก่ รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 5 รางวัล และ รางวัลรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
ในสถานประกอบการ 2 รางวัล

มร. เออิจิ โอกาวะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลยกย่องจากกระทรวงแรงงานสำหรับความมุ่งมั่นปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมในทุกโรงงาน อีกทั้งเรายังภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการอีก 2 รางวัล รางวัลแห่งความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของพนักงานทุกคน ข้อเสนอแนะและวิธีการแก้ไขปัญหาของพนักงานช่วยสร้างมาตรฐานขั้นสูงในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยภายในโรงงานของเรา เราแน่วแน่ที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน”

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งหมด 5 รางวัล โดยโรงงาน 1 และ 2 ได้รับรางวัลเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ในฐานะสถานประกอบการยอดเยี่ยม จากระดับทอง เป็นระดับไดมอนด์ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนในสถานประกอบการ อาทิ กิจกรรมส่งเสริมการค้นหาความเสี่ยงและแนวทางป้องกันในสถานประกอบการ และการมุ่งเน้นปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ยังได้รับ
รางวัลรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการอีก 2 รางวัล เพื่อเชิดชูมาตรฐานขั้นสูงในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ ซึ่งรับรองว่าบริษัทได้ดำเนินมาตรการและบริหารจัดการตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงานเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดในสถานประกอบการ ผ่านกิจกรรม อาทิ การสุ่มตรวจสารเสพติด และการตรวจค้นสารเสพติดโดยสุนัขตำรวจ K9 รวมถึงการรณรงค์ให้ความรู้และอันตรายจากยาเสพติด เป็นต้น

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชู 4 กลยุทธ์หลัก ผลักดันประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของรถยนต์พวงมาลัยขวาระดับโลก สร้างการเติบโตของธุรกิจในไทยสู่ปีที่ 4 อย่างมั่นคง

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ย้ำประเทศไทย เป็นพื้นที่ยุทธศาตรที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาสู่ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ล่าสุด ได้เร่งเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายนี้ผ่านแนวคิด Local Excellence to Global Success ด้วยการเสริมศักยภาพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแบบรอบด้าน ผ่านการปรับกลยุทธ์เพื่อเร่งเครื่องมุ่งสู่เป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมขั้นสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย, บริการหลังการขายที่ครอบคลุม รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ, การขยายเครือข่ายและการบริหารผู้จัดจำหน่ายเพื่อการขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจฟลีทและรถยนต์ใช้แล้วภายใต้ GWM Certified Pre-Owned (CPO) และการสร้างแบรนด์ให้แตกต่างสู่การเป็นแบรนด์ในใจของคนไทยและคนทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่ปลายทางแห่งความสำเร็จทั้งระดับภูมิภาคและบนเวทีโลก เพื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 อย่างแข็งแกร่งและเต็มภาคภูมิ ภายใต้การนำทัพโดย ปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน  และ เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ ร่วมกับ วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน และ ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)

ภายใต้สถานการณ์ในตลาดรถยนต์ที่แข่งขันสูงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รวมถึงความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่างๆ ทั่วโลกนั้น Great Wall Motors International หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกำกับ ดูแล และบริหารธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดต่างประเทศทั่วโลก ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการดำเนินธุรกิจ สู่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำระดับโลก พร้อมเดินหน้าเติบโตคู่กับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาว

ปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าว “ประเทศไทยเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลกภายใต้กลยุทธ์ “Ecological Globalization” เนื่องจากเป็นพื้นที่เปี่ยมด้วยศักยภาพสูงในหลาย ๆ ด้าน ทั้งภูมิประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน และทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะความรู้ความสามารถ ที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการดำเนินธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ นอกจากนี้ เรามีการนำพันธมิตรของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมาลงทุนในประเทศไทย สร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าภายใต้การดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Local Excellence to Global Success จะทำให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าด้วยความมั่นคงและยั่งยืน ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท และภายในอีก 3 ปีข้างหน้านี้เราจะลงทุนเพิ่ม รวมแล้วเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 23,000 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาด นอกเหนือไปจากการส่งมอบนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าชาวไทยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่น รวมถึงการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ และทีมผู้บริหารและพนักงานในประเทศไทย เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคงร่วมกัน”

“บทบาทต่อจากนี้ของเรา คือ การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาสู่ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญเชิงกลยุทธ์ผ่านการลงทุนระยะยาว รวมถึงปรับเปลี่ยนการดำเนินงานหลากหลายด้านผ่านกลยุทธ์ด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันสูง ผมขอยืนยันว่าเราจะยังคงดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับในตลาดโลก หลังจากประสบผลสำเร็จในการจำหน่ายแล้วกว่า 14 ล้านคันทั่วโลก Great Wall Motors International ตั้งเป้ายอดจำหน่ายในต่างประเทศที่ 1 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2573 นี้ โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2567 เราทำยอดขายในตลาดต่างประเทศได้ถึง 316,000 คัน เติบโตจากปีที่แล้วถึง 22.17%” ปาร์คเกอร์ ฉี กล่าวปิดท้าย

ด้าน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เตรียมปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นในปัจจุบัน ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ภายใต้แนวคิด Local Excellence to Global Success เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน สร้างการเติบโต ขยายฐานลูกค้า รวมถึงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาสู่ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ประกอบด้วย

  • กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมขั้นสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งเน้นการปรับตำแหน่งการตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการปรับแผนผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง ในราคาที่เหมาะสมที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังเตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของประเภทเครื่องยนต์ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านการรับฟังเสียงของผู้บริโภค (User-Centric) เพื่อนำไปพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี พ.ศ. 2568 เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดตัว HAVAL H6 HEV และ PHEV ไมเนอร์เชนจ์ รวมถึง GWM TANK ในเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งภายใต้กลยุทธ์เดียวกันนี้ และภายในงาน Motor Expo 2024 ปลายปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะนำนวัตกรรมใหม่ มาจัดแสดง พร้อมสร้างเสียงฮือฮาถึง 2 รุ่น ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่ม SUV ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้โรงงานอัจฉริยะที่จังหวัดระยอง เป็นศูนย์กลางของการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาระดับโลก
  • กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย (After-Sales Service Strategy) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้าหมายในการส่งมอบบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการสร้างศูนย์กระจายอะไหล่ขนาดใหญ่สำหรับตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งจะมีพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร รวมถึงการเพิ่มจำนวนการเก็บชิ้นส่วนอะไหล่กว่า 1,000 SKUs ในประเทศไทย โดยมี Part fill rate ที่ 97% รวมถึงการพัฒนาโครงการศูนย์สีและซ่อมตัวถังที่ได้มาตรฐานครบวงจร (Certified Body & Paint) ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และขยายสู่ต่างจังหวัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการให้บริการผ่าน GWM Smart Service เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและอุ่นใจให้กับลูกค้าในการใช้งาน ให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งพัฒนาความรู้และความสามารถของช่างเทคนิคอย่างเข้มข้น ผ่านหลักสูตรที่เข้มข้นของศูนย์ฝึกอบรม (GWM Training Center) ที่ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถมอบบริการที่ดีและมีคุณภาพให้แก่ลูกค้า รวมถึงการรับฟังเสียงของลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีและความพึงพอใจสูงสุดในทุกครั้งที่ใช้บริการ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการเป็นเจ้าของรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์
  • กลยุทธ์ด้านการขาย (Sales Strategy) ผ่านการสร้างการเติบโตและการบริหารเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายเพื่อการขายที่มีประสิทธิภาพ โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งเน้นการทำงานพูดคุยกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตและการแข่งขันที่สูงขึ้นในของตลาด นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพันธมิตรผู้จำหน่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด โดยในปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีพาร์ทเนอร์ สโตร์ ครอบคลุมทั่วประเทศทั้งหมด 70 แห่ง นอกเหนือไปจากนี้ ยังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในฐานะ Authorized Fleet Partner ทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจฟลีทให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งบริษัทรถเช่า ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) และการเข้าร่วมประมูลของหน่วยงานภาครัฐ ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะขยายธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วภายใต้ GWM Certified Pre-Owned (CPO) เป็นบริการซื้อขายรถยนต์ใช้แล้วที่ผ่านการรับรองคุณภาพจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดีที่ได้มาตรฐานอีกด้วย
  • กลยุทธ์ด้านการสร้างแบรนด์ (Brand Building) ให้แตกต่างสู่การเป็นแบรนด์ในใจของคนไทยและทั่วโลก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เน้นการสร้างแบรนด์ในระยะยาวโดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-Centric) ผ่านกิจกรรมระดับโลกต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะขยายการรับรู้ของแบรนด์เพื่อเข้าถึงและสร้างการจดจำในกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ได้มากยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีความทันสมัยและสร้างความแตกต่างมากยิ่งขึ้น ผ่านการสื่อสารเทคโนโลยีอันล้ำสมัยต่าง ๆ ที่มอบทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งที่เป็น First-in-class และ Best-in-class ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมให้มากยิ่งขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าไปมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณค่าและจงรักภักดีกับแบรนด์ โดยส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีที่มีต่อแบรนด์สู่เพื่อน ครอบครัว และบุคคลรอบข้าง สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น นำไปสู่การเติบโตของชุมชนผู้ใช้งานของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างยั่งยืนในอนาคต

นอกจากกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้มีความฉับไวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านโครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการตัดสินใจ เพื่อสอดรับกับการแข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ประกอบกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทีมผู้บริหารและทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่วางไว้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สู่ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของโลก และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งมอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

เตรียมตัว แล้วปักหมุดของคุณให้พร้อม!! กับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ ที่มากกว่าคำว่า “เร้าใจ” ใน Porsche World Road Show 2024

0

กล้าไหม..ที่จะท้าทายความแรงนี้!! ปอร์เช่ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เชิญชวนแฟนพันธุ์แท้ปอร์เช่เตรียมพบกับความเร็ว ความแรง ดุดัน ระดับเวิลล์ คลาส ในงาน “Porsche World Roadshow 2024” กิจกรรม Driving Experience ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศการทดสอบสมรรถนะการขับขี่อย่างเร้าใจของยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ทุกรุ่น ให้คุณได้ท้าทายทุกความกล้า เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งการเดินทางครั้งใหม่ให้คุณ โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤศจิกายน 2567 ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

เมื่อทัพยนตรกรรมสปอร์ตสุดยอดในตำนานมาบรรจบครบครันทุกรุ่นสายการผลิต กว่า 27 คัน ไม่ว่าจะเป็น ต้นกำเนิดจากขุมพลังระดับไอคอนิก ปอร์เช่ 911 , 718 สู่ยนตรกรรมที่สะท้อนความโฉบเฉี่ยวอย่างพานาเมร่า (Panamera), คาเยนน์  (Cayenne) รวมไปถึงยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ที่ไม่ได้คราฟต์แค่ดีไซน์ แต่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่เป็นคุณ อย่างมาคันน์ (Macan) และไทคานน์ (Taycan) พร้อมกับ Certified Porsche Instructor นักขับมืออาชีพ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่จะมอบทักษะและประสบการณ์ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัส โลดแล่นสู่การเดินทางที่สร้างตำนานด้านหลังพวงมาลัยของท่านเอง ด้วยโปรแกรมการขับขี่ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อตอบโจทย์ครบทุกสถานี อาทิ Handling ,Braking & Moose Test ,Slalom ,Road Tour ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ออกไปสัมผัสความเหนือระดับของขุมพลังที่ไร้ขีดจำกัดของสมรรถนะปอร์เช่ในสถานี Taxi Labs ที่ขับโดย Certified Porsche Instructor ที่มีประสบการณ์จริงจากสนามแข่งเตรียมเสิร์ฟความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการพาพุ่งทยานลงสนามไปนั่งทดสอบสมรรถนะความแรงของรถปอร์เช่อย่างดุดัน เร้าใจ  

อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้! สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ โดยมีค่าใช้จ่าย 25,000 บาท ในวันธรรมดา (วันจันทร์ – วันศุกร์) และ 30,000 บาท ในวันเสาร์ – วันอาทิตย์ (พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน) มีอาหารเช้า อาหารกลางวัน และของว่างรับรองตลอดวัน สามารถสมัครเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ปอร์เช่ทุกสาขา ให้ปอร์เช่เป็นตัวเลือกการเดินทางครั้งใหม่ ที่มากกว่าคำว่าผจญภัย ปอร์เช่คันโปรดของคุณ จะเอาอยู่แค่ไหน เตรียมไปลองกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

รายชื่อรถยนต์ปอร์เช่ในกิจกรรม Porsche World Roadshow 2024

  • ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera)
  • ปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์เอส (Porsche 911 GT3 RS)
  • ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 จีทีเอส (Porsche 911 Targa 4 GTS)
  • ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (Porsche 911 Turbo S Cabriolet)
  • ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ คูเป้ (Porsche 911 Turbo Coupé)
  • ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า2 คูเป้ (Porsche 911 C2 Coupé)
  • ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า2 คาบริโอเลต (Porsche 911 C2 Cabriolet)
  • 718 บ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ อาร์เอส (718 Boxster Spyder RS)
  • 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS)
  • ไทคานน์ 4เอส (Taycan 4S)
  • ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo)
  • ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4S Cross Turismo)
  • ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo)
  • ไทคานน์ เทอร์โบ เอส ครอส ทัวริสโม่ (Taycan Turbo S Cross Turismo)
  • คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybris Coupé)
  • คาเยนน์ เทอร์โบ (Cayenne Turbo)
  • คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS)
  • มาคันน์ 4 รุ่นพลังงานไฟฟ้า (Macan 4 BEV)
  • มาคันน์ เทอร์โบ รุ่นพลังงานไฟฟ้า (Macan Turbo BEV)
  • พานาเมร่า 4 (Panamera 4)
  • พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)
  • พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด แพลทตินั่ม อิดิชั่น (Panamera 4 E-Hybrid Platinum Edition)
  • พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo)
  • พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S)

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งแคมเปญ “Power your Star” มอบแบตเตอรี่ฟรี หรือส่วนลดพิเศษ

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ขยายเวลาแคมเปญกลางปี 2567 มอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ในกลุ่มของแบตเตอรี่ (Starter Battery) และแบตเตอรี่สำรอง (Auxiliary Battery) ให้ทุกการเดินทางของลูกค้าปัจจุบันเป็นไปอย่างสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าคนสำคัญอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญ “Power your Star” เมื่อนำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น ทุกช่วงอายุของรถยนต์ (รวมรถ Van) มาเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ และมียอดค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ ตามที่กำหนด ในช่วงระยะเวลาของแคมเปญ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 15 ธันวาคม 2567 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังนี้ 

เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป* เลือกรับสิทธิพิเศษ ดังนี้

  • รับส่วนลดพิเศษ 50 % สำหรับค่าแบตเตอรี่* (Starter Battery) มูลค่าสูงสุด 12,000 บาท
    ไม่รวมค่าแรง
  • หรือ รับฟรี! แบตเตอรี่สำรอง* (Auxiliary Battery) มูลค่าสูงสุด 12,630 บาท ไม่รวมค่าแรง

เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป*

  • รับฟรี! แบตเตอรี่* (Starter Battery) มูลค่าสูงสุด 24,000 บาท และ ฟรี! แบตเตอรี่สำรอง (Auxiliary Battery) มูลค่าสูงสุด 12,630 บาท ไม่รวมค่าแรง

รายละเอียดบริการที่เข้าร่วมรายการ

ยอดค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการตามเงื่อนไข สำหรับลูกค้า ดังนี้

  • ลูกค้าที่เข้ารับบริการทุกประเภทงาน ได้แก่ งานเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงงานซ่อมทั่วไป เฉพาะรายการที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระเงินค่าสินค้าและบริการเท่านั้น
  • ลูกค้าที่ซื้อสินค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์คอลเลคชัน/สินค้าประดับยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (MB Collection and Accessories)
  • ลูกค้าที่เข้ารับบริการเปลี่ยนยาง MB Tires
  • ลูกค้าที่ต่ออายุบริการ Digital Extras หรือซื้อบริการเสริม SA+ ผ่าน URL Link หรือ QR Code จากศูนย์บริการฯ

*เงื่อนไขเพิ่มเติม

  1. สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 15 ธันวาคม 2567 และชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
  2. ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 บาท และ 40,000 บาท คำนวณเฉพาะค่าสินค้าและบริการตามประเภทที่กำหนด รวมค่าอะไหล่และค่าแรงหลังหักส่วนลดใด ๆ (ถ้ามี) ไม่รวมค่าแบตเตอรี่ โดยเป็นมูลค่าก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
  3. เฉพาะแบตเตอรี่ขนาด 12V เท่านั้นที่เข้าร่วมรายการ (แบตเตอรี่ขนาด 48V ไม่ร่วมรายการนี้)
  4. สามารถรับสิทธิพิเศษได้เพียง 1 สิทธิ ต่อ 1 หมายเลขตัวถังเท่านั้น
  5. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ โดยต้องทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ได้รับภายในศูนย์บริการฯ ณ วันที่เข้ารับบริการเท่านั้น ไม่สามารถนำอะไหล่ออกไปนอกศูนย์บริการฯ
  6. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

RIDDARA ชวนสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% พร้อมรับข้อเสนอพิเศษก่อนเปิดราคา วันนี้ถึง 23 ตุลาคม 2567ที่ เซ็นทรัล พระราม 2

0

RIDDARA เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมและสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ก่อนเผยโฉมจริงพร้อมราคาอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ RIDDARA วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น

RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้า ในเครือ GEELY Holding Group กลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ยกขบวนรถกระบะไฟฟ้า 100% มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมโชว์ศักยภาพของการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานรถกระบะรูปแบบใหม่และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มผู้รักการเดินทางและชื่นชอบการทำกิจกรรม Outdoor ได้อย่างลงตัว

(หมายเหตุ: รถที่จัดแสดงภายในงานเป็นรถต้นแบบภายใต้แบรนด์ RADAR ที่จำหน่ายในประเทศจีนเท่านั้น โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์พร้อมราคาจัดจำหน่ายของรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA รุ่นที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 29 ตุลาคมนี้)

RIDDARA มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าก่อนเปิดราคาอย่างเป็นทางการเฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนดก) และรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) โดยสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่งาน First Charge, First Meet RIDDARA หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.riddara.com/

พบกับ RIDDARA รถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

“Leapmotor International” ส่งมอบรถ “SUV C10” ล็อตแรก จากประเทศจีนไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

0
Leapmotor 1

Leapmotor International เป็นบริษัทที่มีการร่วมทุนโดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 51/49 ระหว่าง Stellantis และ Leapmotor เราได้จัดส่งรถไฟฟ้า Leapmotor SUV C10 ล็อตแรกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไปยังท่าเรือต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือครั้งนี้ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการนำเสนอการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี เพื่อเข้าสู่ตลาด EV ในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Leapmotor 2

รถไฟฟ้า SUV C10 ของ Leapmotor นั้น มาพร้อมกับเทคโนโลยี EV อันล้ำสมัย มีประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงานในการขับขี่อย่างดีที่สุด ซึ่ง Leapmotor เป็นแบรนด์ EV สตาร์ทอัพ อันดับ 3 ของประเทศจีน และยังที่มียอดจัดจำหน่ายมากถึง 460,000 คัน ในเดือนมกราคมจนถึงเดือนกันยายน ปี 2024 การจัดส่งรถไฟฟ้า SUV C10 ของแบรนด์ Leapmotor ในเดือนตุลาคมนี้นั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือแบบระยะยาวที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนตลาดรถไฟฟ้าในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเราวางแผนเอาไว้ว่าจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และพร้อมและจำหน่ายอย่างน้อยหนึ่งรุ่นในทุกๆ ปี และในอีก 3 ปีต่อไป

Leapmotor 3

 

“นิสสัน” เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในปี 2026

0
นิสสัน 1

นิสสัน” ประกาศเปิดตัวระบบชาร์จแบบสองทิศทางในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นในปี 2026 โครงการนี้สานต่อความมุ่งมั่นใน The Arc ซึ่งเป็นแผนธุรกิจของนิสสัน ที่จะส่งมอบนวัตกรรมที่แตกต่างอันจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งนำเสนอช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ นอกจากนี้ โครงการฯ ยังสนับสนุนวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทหรือ Ambition 2030 เพื่อสร้างโลกที่สะอาดมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นิสสัน 2

เทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้าหรือ Vehicle-to-grid (V2G) ช่วยให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้ไฟฟ้าที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อจ่ายไฟให้บ้านหรือขายกลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้

รถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งเทคโนโลยี V2G สามารถมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการ และเพิ่มการผสมผสานพลังงานที่สามารถหมุนเวียนได้ใหม่ให้เข้ากับแหล่งพลังงานโดยการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากลมหรือแสงอาทิตย์ และส่งพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าหรือ Grid เมื่อจำเป็น ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล

ฮิวจ์ เดสมาร์เชลิเยร์ รองประธานฝ่ายระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกของนิสสัน (Hugues Desmarchelier, vice president of Nissan’s global electrification ecosystem & EV programs) กล่าวว่า “เทคโนโลยีนี้ที่เราจะนำเสนอให้กับลูกค้าถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแนวคิดของเราเกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B เท่านั้น แต่ยังเป็นหน่วยจัดเก็บพลังงานเคลื่อนที่ ที่ช่วยประหยัดเงินให้กับผู้คน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้เราเข้าใกล้อนาคตที่ปลอดคาร์บอนมากยิ่งขึ้น”

นิสสัน 3

โครงการนี้เกิดจากประสบการณ์อันยาวนานของนิสสัน ในเทคโนโลยี V2G โดยมีโครงการนำร่องทั้งหมดประมาณ 40 โครงการที่ดำเนินการในตลาดต่างๆ ทั่วโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากการทดลองใช้ที่ประสบความสำเร็จเป็นเวลาหนึ่งปีที่มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม สหราชอาณาจักร นิสสันได้กลายเป็นบริษัทผลิตรถยนต์แห่งแรกที่ได้รับการรับรองรหัส G99 Grid* พร้อมโซลูชันที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ** ซึ่งใบรับรอง G99 ช่วยให้ผู้ที่ได้รับการรับรองสามารถจ่ายไฟฟ้ากลับให้กับแหล่งพลังงานแห่งชาติของสหราชอาณาจักรได้

การทดลองครั้งนี้ยังให้โอกาสอันมีค่าในการตรวจสอบระบบสองทิศทางที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับและไฟฟ้ากระแสตรงที่ปรับขนาดได้ และรวมถึงได้รับคำติชมจากลูกค้าเพื่อการปรับปรุงการบริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

นิสสัน 4

ภายใต้ชื่อบริษัท Nissan Energy บริษัทมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้าหรือ V2G ในสหราชอาณาจักรก่อน จากนั้นจึงตามด้วยตลาดอื่นๆ ในยุโรป โดยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้โซลูชัน V2G ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับหรือไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในแต่ท้องถิ่นได้

ในฐานะหนึ่งในระบบสองทิศทางที่นิสสัน วางแผนที่จะนำเสนอ ระบบสองทิศทางไฟฟ้ากระแสสลับที่ผ่านการรับรองในสหราชอาณาจักรนี้จะใช้เครื่องชาร์จในตัวเพื่อให้ต้นทุนในการเข้าถึงสามารถจับต้องได้ ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้มากขึ้น โดยนิสสันมีเป้าหมายที่จะนำเสนอเครื่องชาร์จไฟฟ้าสองทิศทางแบบกระแสสลับในราคาที่เทียบได้กับเครื่องชาร์จไฟฟ้าทิศทางเดียวที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน

ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนในการเข้าถึงแล้ว ระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้า (V2G) ของ นิสสันยังช่วยให้ลูกค้าควบคุม และมีความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ผ่านแอปพลิเคชันอีกด้วย

การเปิดตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของนิสสัน ในการสร้างระบบนิเวศพลังงานแบบบูรณาการอย่างสมบูรณ์ โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน นั้นให้การขนส่งที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ชาร์จด้วยพลังงานสะอาด และสามารถจ่ายไฟให้กับบ้านเรือน และโครงข่ายไฟฟ้าได้
* อ้างอิงตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2024
** ใบรับรอง AC จากรหัสกริด G99 ของสหราชอาณาจักรโดย TUV Rheinland
*** ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบในอนาคต
**** ราคาสำหรับฮาร์ดแวร์ ไม่รวมค่าติดตั้ง

 

“มาสด้า” มัดใจลูกค้าเก่าขับเกิน 100,000 รับคูปอง 1,000 บาท เมื่อนำรถเข้าเช็กครบทุกระยะที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ

0
มาสด้า 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ส่งแคมเปญพิเศษ “THANK YOU FOR 100,000 km OF TRUST ขอบคุณกว่าแสนกิโลเมตรที่ไว้ใจให้มาสด้าดูแล” มอบคูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท ให้กับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่ เพื่อแทนคำขอบคุณที่ไว้ใจเข้าเช็กระยะกับศูนย์บริการตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กม. ตอกย้ำถึงคำมั่นสัญญาจากมาสด้าที่ต้องการดูแลลูกค้าและรถยนต์ของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่ได้สิทธิ์จะได้รับ SMS แจ้งทางมือถือที่ลงทะเบียนไว้กับศูนย์บริการ

นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้จัดการทั่วไปแผนกบริการลูกค้า บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของมาสด้า ไม่ได้มีเพียงแค่การผลิตรถยนต์ที่มีสมรรถนะการขับขี่สูงเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการดูแลหลังการขายที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถไปตลอดอายุการใช้งาน (Ownership Experience) อันตอกย้ำถึงแนวทางปฏิบัติของมาสด้าในการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์ (Customer ExperienceManagement) ซึ่งเป็นปณิธานที่มาสด้ายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด ซึ่งแนวทางเหล่านี้ ยังคลอบคลุมถึงการช่วยดูแลรถยนต์ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอด้วยการให้บริการเช็กระยะรถเมื่อครบกำหนดตามรอบ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งมาสด้าได้วางมาตรฐานในเรื่องบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้ผ่านมาตรฐานการอบรมจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนอะไหล่ จะได้อะไหล่แท้ที่มีคุณภาพจากมาสด้า ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถทุกคันที่นำมาเข้าศูนย์บริการจะได้รับการตรวจสอบอย่างดีและสามารถนำกลับไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล

มาสด้า 3

มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้มาสด้าดูแลรถยนต์คู่ใจ ด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่ ที่นำรถเข้าเช็กระยะกับศูนย์บริการตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กม. ภายในเดือนกรกฎาคม 2567 ผ่านแคมเปญ “THANK YOU FOR 100,000 km OF TRUST ขอบคุณกว่าแสนกิโลเมตร ที่ไว้ใจให้มาสด้าดูแล” รับคูปองส่วนลดเงินสดมูลค่า 500 บาท จำนวน 2 ใบ (รวมมูลค่า 1,000 บาท) ให้กับลูกค้าเพื่อนำรถกลับไปเข้าเช็กระยะในรอบที่ 11 หรือ 100,001 กม. ขึ้นไป เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของลูกค้า โดยมีเงื่อนไขการรับคูปองดังนี้
•ลูกค้ามาสด้าที่นำรถเข้าเช็กระยะครบทุกครั้งตามรอบการบำรุงรักษา (ทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม.) ตามอายุรถ เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี หรือ 100,000 กม. ขึ้นไป
•มีการนำรถเข้าเช็กระยะครั้งล่าสุดภายในเดือนกรกฎาคมปี 2567

เมื่อลูกค้าลงทะเบียนแล้วและต้องการเข้ารับบริการ ต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าและแสดงคูปองใน Line@ Official Mazda Sky Journey (LINE ID: @SkyJourney) เพื่อยืนยันสิทธิ์ คูปองสามารถใช้ได้ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 หรือ ตามวันที่ระบุในคูปอง ทั้งนี้ เมื่อนำรถเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการมาสด้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับการรองรับมาตรฐาน โดย มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพื่อช่วยดูแลรถของลูกค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด สามารถนำรถกลับไปใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวล

“ต่อจากนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการผลักดันแคมเปญพิเศษ ภายใต้ “Mazda Family” เพื่อดูแลรถยนต์และมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่อย่างต่อเนื่อง โปรดติดตามความเคลื่อนไหวได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางของมาสด้าในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แทนคำขอบคุณที่ไว้วางใจและให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการได้ครอบครองรถยนต์มาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน” นายศราวุฒิ กล่าวเสริม

สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับคูปองส่วนลดหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mazda.co.th/services-thank-you-campaign/ หรือ สอบถามรายละเอียดผ่านทาง Mazda Speed Line โทรศัพท์ 02-030-5666
หมายเหตุ:
•สำหรับลูกค้าที่ได้สิทธิ์จะได้รับ SMS แจ้งทางมือถือที่ลงทะเบียนไว้กับศูนย์บริการ
•สามารถใช้คูปองส่วนลดครั้งที่ 2 ได้ เมื่อใช้สิทธิ์ครั้งแรกไปแล้ว และครบกำหนดเข้ารับบริการเช็กระยะในครั้งถัดไปเท่านั้น
•คูปองส่วนลดนี้สามารถใช้ได้ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 หรือ ตามวันที่ระบุในคูปองเท่านั้น
•คูปองส่วนลดนี้ไม่สามารถโอน เปลี่ยน แลก หรือทอนเป็นเงินสดได้
•บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบคูปองส่วนลดให้กับรถยนต์มาสด้าที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

วิริยะประกันภัย ลุยพื้นที่มอบอุปกรณ์ดำรงชีพ ส่งมอบความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแม่สาย จ.เชียงราย

0

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รับมอบอุปกรณ์ดำรงชีพ ได้แก่ ชุดเครื่องครัวและที่นอนปิกนิก จำนวน 3,000 ชุด มูลค่า 2,500,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชัย) โดยมี นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนมอบ ร่วมกับ มูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เชียงราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น แก่ผู้ประสบอุทกภัยชุมชนบ้านเกาะทราย จำนวนกว่า 700 หลังคาเรือน รวมถึงชุมชนในตำบลแม่สายโดยรอบ ให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ โดยกลุ่มวิริยะจิตอาสา ได้ร่วมขนย้ายอุปกรณ์ดำรงชีพ เพื่อกระจายมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

สำหรับ พื้นที่บ้านเกาะทราย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้น ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยหลายระลอก ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถกลับเข้าไปยังที่อยู่อาศัย และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ กลุ่มวิริยะจิตอาสาจึงดำเนินการสนับสนุนการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนบ้านเกาะทรายและบริเวณใกล้เคียงได้รับการบรรเทาทุกข์โดยเร็ว ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป ด้วยความตระหนักถึงการดำเนินภารกิจเพื่อสังคมและการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ในทุกสถานการณ์

“อีซูซุ” ส่งปิกอัพทางเลือกใหม่ “Isuzu D-Max MHEV” ขุมพลังดีเซล 1.9 ไฮบริด ตั้งราคา 1.145 ล้านบาท เริ่มจำหน่าย 20 พ.ย.นี้

0
ISUZU 1

อีซูซุส่งรถปิกอัพ “Isuzu D-Max MHEV” ทางเลือกใหม่…เพื่อโลกที่ดีขึ้น กับเทคโนโลยี Mild Hybrid ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการออกตัว การประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น “Isuzu D-Max Hi-lander 1.9 Ddi MHEV” เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุก โดโลไมท์ ราคา 1,145,000 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 พร้อมสานต่อ “นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลกและระดับประเทศ” ผ่าน “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)

ISUZU 2

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากนโยบายส่งเสริม “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” หรือ Multi-pathways to Carbon Neutrality ที่อีซูซุประกาศไว้เมื่อเดือนมีนาคม ในครั้งนี้อีซูซุได้เดินหน้าผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ทางเลือกรูปแบบใหม่ กับ “Isuzu D-Max MHEV” เทคโนโลยี Mild Hybrid ทางเลือกใหม่… เพื่อโลกที่ดีขึ้น ซึ่งผ่านการทดสอบภายใต้สภาพการใช้งานจริงทั่วประเทศมาแล้ว เหมาะสำหรับกลุ่มคนในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ที่ใช้งานส่วนตัวหรือใช้งานในเมืองเป็นหลัก รวมถึงลูกค้าที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการออกตัว การประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น “Isuzu D-Max Hi-lander 1.9 Ddi MHEV” เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุก โดโลไมท์ ราคา 1,145,000 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 อีซูซุเชื่อมั่นว่ารถเพื่อการพาณิชย์ทางเลือกรูปแบบใหม่นี้ และโปรเจกต์ความเป็นกลางทางคาร์บอนต่าง ๆ ของเรา อาทิ การพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ โดยการทดสอบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสม HVO น้ำมันไบโอดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่สังเคราะห์จากน้ำมันพืชใช้แล้ว และการส่งเสริมการทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย จะช่วยให้อีซูซุสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ ควบคู่ไปกับการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนในการเข้าสู่สังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการรับมือกับโลกยานยนต์อนาคต”

ISUZU 5

Isuzu D-Max MHEV เทคโนโลยี Mild Hybrid ตอบโจทย์การขับขี่ในยุคปัจจุบัน และตอบรับกับโลกแห่งอนาคต ในรุ่น “Isuzu D-Max Hi-lander 1.9 Ddi MHEV” เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุก โดโลไมท์ ราคา 1,145,000 บาท มาพร้อมกับ

ใหม่! เครื่องยนต์ 1.9 Ddi MHEV มาตรฐาน EURO 5 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมการขับเคลื่อนรถยนต์ที่ช่วยในการออกตัวและขณะที่เร่งเครื่องและระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะถอนคันเร่งหรือเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า (REGENERATIVE BRAKING SYSTEM)

ISUZU 9

แบตเตอรี่ไฟฟ้า ขนาด 48 โวลต์ 8.4 แอมป์ ความจุ 370 วัตต์-ชั่วโมง เพื่อช่วยลดการปล่อยไอเสียและสามารถปั่นไฟเพื่อชาร์จพลังงานเมื่อถอนคันเร่ง (Engine Brake) ตามมาตรฐาน EURO 5

หน้าจอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว พร้อมสัญลักษณ์การชาร์จแบตเตอรี่ แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ปรับเปลี่ยนดีไซน์หน้าจอได้ 2 สไตล์ และเชื่อมต่อข้อมูลกับ Infotainment Display สะดวกยิ่งขึ้น

การรับประกัน
– เครื่องยนต์ 1.9 Ddi 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
– แบตเตอรี่ Mild Hybrid 10 ปี หรือ 350,000 กิโลเมตร
– ระบบ Mild Hybrid 5 ปี หรือ 175,000 กิโลเมตร