Home Blog Page 125

“ALL-NEW TOYOTA CAMRY” เปิดตัวพร้อมจำหน่าย 3 รุ่น ราคาเริ่มต้น 1.455 – 1.789 ล้านบาท

0
All New Camry 1

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฮบริด ด้วยแนวคิด “TOYOTA TRUSTED HYBRID” ที่สร้างชื่อเสียงและความไว้วางใจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมยกระดับความมั่นใจ เป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยในครั้งนี้ได้มีการแนะนำ ALL-NEW CAMRY รถยนต์ Hybrid Medium Size Sedan สมบูรณ์แบบด้วยความหรูหรา ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายครบครัน และมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานโตโยต้า พร้อมด้วยสมรรถนะและฟีเจอร์ที่เพิ่มมากขึ้น ในราคาพิเศษช่วงแนะนำที่น่าดึงดูดใจยิ่งกว่าเคย เริ่มต้นที่ 1,455,000 บาท – 1,789,000 บาท

All New Camry 2

ALL-NEW CAMRY มากับดีไซน์ภายนอกใช้ธีมการออกแบบ Energetic Beauty ด้านหน้าดีไซน์แบบ Hammerhead ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้าย Full LED ดีไซน์ทันสมัย พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว ให้ความรู้สึกสปอร์ต แต่ยังคงความหรูหรา

All New Camry  3

All New Camry 5

ห้องโดยสารออกแบบพิเศษ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง กว้างขวาง สบายตา Panoramic Roof แบบเปิดได้ พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า บริเวณที่นั่งฝั่งผู้ขับ ถูกออกแบบให้มีลักษณะแบบ Cockpit ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงในขณะขับ วัสดุภายในคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างประณีต เรียบง่ายแต่ทันสมัย เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ Smooth Leather และหนังสังเคราะห์ โทนสีภายในให้เลือก 2 โทนสี คือ Black Interior และ Yellow Brown Interior พิเศษเฉพาะรุ่น HEV PREMIUM LUXURY สีเงิน Precious Metal และสีขาว Platinum White Pearl

All New Camry  7

All New Camry 8

All New Camry 9

ทุกรุ่นย่อย ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 227 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้น้ำมัน 25 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO STICKER โดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ) มาพร้อมประโยชน์มากมายจาก TNGA เช่น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดอาการโคลงตัว ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone Suspension โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง รองรับแรงบิด เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน

All New Camry  10

All New Camry 11

อัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้ง มาตรวัด และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อม T-Connect, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger, ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB, ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH, พวงมาลัยปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจำและเลื่อนอัตโนมัติขณะเข้า-ออกจากตัวรถ, เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังแท้ Smooth Leather และหนังสังเคราะห์, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support แบบไฟฟ้าและ Seat Ventilator, เบาะนั่งผู้ขับพร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง, เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งด้านข้างพนักพิง, เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับพนักพิงไฟฟ้า, แผงควบคุมระบบสัมผัสแบบดิจิทัล Capacitive Touch Controller, ม่านบังแดดกระจกหลังปรับไฟฟ้า, ม่านบังแดดประตูหลัง, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 3 โซน ปรับอิสระแยกซ้าย ขวา และหลัง, ลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง

All New Camry 12

All New Camry 14

All New Camry  16

ติดตั้งระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE ในทุกรุ่นย่อย, กล้องมองรอบคันที่มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น, ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู Safe Exit Assist, ระบบช่วยเตือนขณะจอดรถ พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ PKSB และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย

All New Camry 16

เลือกเป็นเจ้าของ ALL-NEW CAMRY ได้ 3 รุ่นย่อย ด้วยสีภายนอก 4 สี และสีภายใน 2 สี
สีภายนอก
• สีเงิน Precious Metal ใหม่ • สีเทา Cement Gray Metallic ใหม่
• สีขาว Platinum White Pearl • สีดำ Attitude Black Mica
สีภายใน
• สีน้ำตาล Yellow Brown Interior* ใหม่ • สีดำ Black Interior
ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
HEV SMART ราคา 1,475,000 บาท**
HEV PREMIUM ราคา 1,659,000 บาท**
HEV PREMIUM LUXURY ราคา 1,809,000 บาท**
ตัดสินใจเป็นเจ้าของ ALL-NEW CAMRY วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ!***
ราคาพิเศษช่วงแนะนำ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
HEV SMART ราคา 1,455,000 บาท**
HEV PREMIUM ราคา 1,639,000 บาท**
HEV PREMIUM LUXURY ราคา 1,789,000 บาท**
All New Camry  18

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ ตั้งแต่วันที่ 10-31 ตุลาคม 2567***
-ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.59% (ดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน) หรือ
-ทางเลือกที่ 2: ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม
-รับข้อเสนอพิเศษขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+ มูลค่า 47,000 บาท

ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
-และขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
* เป็นตัวเลือกในรุ่น HEV PREMIUM LUXURY สีเงิน Precious Metal และสีขาว Platinum White Pearl
** สำหรับสี Platinum White Pearl, Precious Metal และ Cement Gray เพิ่ม 10,000 บาท
*** และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2567 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

และพบทางเลือกในการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน ในราคาเริ่มต้นเพียง 24,900 บาท ต่อเดือน พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พรบ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา

สัมผัสอีกระดับแห่งความสมบูรณ์แบบ กับ ALL-NEW CAMRY ณ Toyota ALIVE บางนา ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม เป็นต้นไปและงาน TOYOTA GOOD DAY GOOD DEAL ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดเดือนตุลาคม ศกนี้
•วันที่ 10-15 ตุลาคม ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 Central Ladprao
•วันที่ 17-21 ตุลาคม ณ ลานเซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น G Future Park Rangsit
•วันที่ 24-28 ตุลาคม ณ ลานกิจกรรม ชั้น G Central Westville

พบกับกิจกรรมเปิดตัว ALL-NEW CAMRY: Experience The Progress Day ในวันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ ณ โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศจองทดลองขับ ALL-NEW CAMRY และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบได้ที่ https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation

ไพรม์มัส กรุ๊ป ต่อยอดความสำเร็จ ทุ่มงบ 50 ล้าน ผุดโชว์รูม ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี มุ่งเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า

0

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” ต่อยอดความสำเร็จ เสริมความแกร่งกลุ่มธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ผุด “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” โชว์รูม-ศูนย์บริการครบวงจรใหญ่สุดในไทย รับเศรษฐกิจขยายตัวในอนาคต ชู 3 กลยุทธ์ มัดใจลูกค้าภาคตะวันออก มุ่งเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า และขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถ EV ประเดิมจัดโปร ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนาน 48 เดือน หมดเขต 31 ต.ค.นี้

 

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานกลุ่มบริษัท ไพรม์มัส กรุ๊ป และกลุ่มบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOAVH) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการพัฒนาเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดกว้างสำหรับรถยนต์แบรนด์ใหม่ ทำให้มีบริษัทรถยนต์เข้ามาเปิดตลาดในไทยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดตื่นตัวและมีการแข่งขันมากขึ้น

ในฐานะที่ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นกลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน ผนวกกับแนวคิดของ  “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่จะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อม จึงเลือกเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีศักยภาพครอบคลุมทุกด้าน โดยได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจาก  CHANGAN แบรนด์รถยนต์ชั้นนำ 1 ใน 4 ของจีน และ อีเทอร์นิตี้แอทวัน : Eternity At One บริษัทมืออาชีพด้านการดูแลธุรกิจกลุ่มผุ้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Deepal แต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal อย่างเป็นทางการ  ในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ขณะที่จังหวังชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงระดับประเทศ และเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ทำให้มีการลงทุนเมกกะโปรเจ็คจากภาครัฐ-เอกชนจำนวนมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตลาดรถยนต์โดยรวมของชลบุรีที่มีการขยายตัวมากขึ้น โดยเป็นตลาดใหญ่มียอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร

ประกอบกับ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” มีความชำนาญและประสบการณ์การทำตลาดรถยนต์ในเขตพื้นที่ชลบุรี ทั้งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของเรา ทำให้เชื่อมั่นว่า การลงทุนก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ด้วยเม็ดเงินกว่า 50 ล้าน บนพื้นที่เกือบ 4 ไร่ ที่มีบริการครบวงจร จะช่วยต่อยอดความสำเร็จในการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” และแบรนด์รถยนต์ Deepal ได้อย่างแน่นอน

“การพิธีเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ในการทำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการดูแลและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกมิติ เพราะสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของเรา ไม่ใช่เพียงการซื้อรถยนต์ แต่รวมถึงการดูแลอย่างจริงใจและดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”

คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า ที่มุ่งเน้นกลุยทธ์หลักในการบริหารงาน คือ 1.การบริการครบวงจรจบในที่เดียว 2.ทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ และ 3.การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ที่ผ่านบทพิสูจน์ความสำเร็จจากการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ทั้งสาขาเลียบด่วน และสาขาพัทยา ด้วยการเติบโตของยอดจำหน่ายและจำนวนรถยนต์ที่เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี และที่ภาคภูมิใจมากสุด คือ การได้คะแนน CSI สูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำกลยุทธ์แห่งความสำเร็จนี้ มาใช้ในการบริหารงานที่  “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” และสาขาต่างๆ ของ ไพรม์มัส กรุ๊ป

สำหรับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท-อ่างศิลา มีพื้นที่รวมทั้งหมด 6,290 ตร.ม.นับเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการดีพอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดไทย  โดยด้านหน้าเป็นโชว์รูมจัดแสดงรถยนต์ Deepal ทุกรุ่น ทุกแบบ ได้มากกถึง 10 คัน และโซนรับรองลูกค้าที่กว้างขวาง สะดวกสบาย สำหรับรองรับการเข้ารับบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มที่คัดสรรสำหรับลูกค้าคนสำคัญ พร้อมห้องรับรองลูกค้าแบบ Exclusive ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ และโซนส่งมอบรถยนต์ในแบบ Private ที่จะร่วมส่งมอบความประทับใจในการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

ส่วนอาคารด้านหลัง เป็นศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร มีพื้นที่ร่วม 1,000 ตร.ม. พร้อมช่องซ่อม 8 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากถึง 500 คัน/เดือน  โดยมีบริการซ่อมแซม การบำรุงรักษา และการดูแลรถยนต์ Deepal ทุกรุ่น ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ มากประสบการณ์ด้านการขายและบริการหลังการขาย ทั้งผ่านการอบรมทุกหลักสูตรตามมาตรฐานของ Changan นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมืออุปกรณ๋ที่ทันสมัยตามมาตรฐานของบริษัทแม่ เพื่อการรองรับงานบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว พร้อมมีบริการรับซ่อมจากบริษัทประกันชั้นนำมากมาย และบริการยกรถเข้าซ่อมฟรี กรณีเกิดอุบัติเหตุ

นายจิระพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี ” มีนโยบายที่จะสร้างศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานระดับสูง สำหรับให้บริการรถยนต์ Deepal บริเวณพื้นที่ด้านหลังศูนย์บริการ เพื่อรองรับความต้องการให้แก่ลูกค้าแบบครบวงจร คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการ ประมาณเดือนพฤศจิกายน ศกนี้

และเพื่อให้ลูกค้าได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์ที่โดดเด่น สวยงาม ทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ของ Deepal ทาง “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ได้จัดแสดงรถยนต์ Deepal ให้เลือกชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิดครบทุกรุ่น ได้แก่

1.Deepal S07 รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้า 100% โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Deepal S07 Standard Range ราคา 1,399,000 บาท และรุ่น Deepal S07 Long Range ราคาจำหน่าย 1,499,000 บาท

2.Deepal L07 รถสปอร์ต ฟาสต์แบ็ก ที่สวยงาม โฉบเฉี่ยว ทันสมัย การันตีด้วยรางวัลด้านดีไซน์ระดับโลก Red Dot Long Range ราคาจำหน่าย 1,329,000 บาท

3.Lumin EV City Car ยานยนต์ไฟฟ้าสุดคิวท์สำหรับคนในเมือง มีให้เลือกทั้งระบบชาร์จแบบ AC และ DC ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 479,000 บาท

พร้อมแคมเปญสุดพิเศษ “Deepal Big Deal” เมื่อจองรถยนต์ Deepal รุ่น S07 และรุ่น L07 รับฟรี! ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 + พ.ร.บ. นานสุด 2 ปี และทุกรุ่น รับ Deepal Premium Care มูลค่า 250,000 บาท พิเศษ! เฉพาะรุ่น L07 รับ Cashback มูลค่า 40,000 บาท

หรือเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Lumin รับข้อเสนอโปรแกรมช่วยผ่อนนาน 1 ปี มูลค่า 36,000 บาท รับฟรี! ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้น1 + พ.ร.บ. นานสุด 2 ปี พิเศษ! รับ Cashback มูลค่า 12,500 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อเครื่องชาร์จและค่าติดตั้ง ในราคาพิเศษเพียง 14,999 บาท  จากราคาเต็ม 24,999 บาท หมดเขต 31 ตุลาคมศกนี้

และยังมีเซอร์วิสแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้า Deepal ทุกรุ่น รับบริการตรวจเช็ครถฟรี 41 รายการ เฉพาะที่ศูนย์บริการ ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี และ รามคำแหงเท่านั้น ถึงวันที่ 31 ตุลาคม ศกนี้

ผู้ใดสนใจต้องการจองเป็นเจ้าของรถยนต์ Deepal สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายการเข้ารับบริการต่างๆ ได้ที่หมายเลข 038 288 555 หรือ Line : @primuschonburi

ZEEKR เปิดตัว “แจ๊คกี้ – จักริน” และ “เบ็คกี้ – รีเบคก้า” Friends of ZEEKR X ตอกย้ำภาพลักษณ์ยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี

0

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ประกาศแต่งตั้ง แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย และ เบ็คกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ในฐานะ Friends of ZEEKR X สะท้อนกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มคนเมืองยุคใหม่ที่ใส่ใจไลฟ์สไตล์ และย้ำจุดยืนการเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ นวัตกรรม และความหรูหรา โดย ZEEKR X เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะกับดีไซน์ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างลงตัว

แจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย และ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง คือภาพสะท้อนอันงดงามของคนรุ่นใหม่ผู้มีพรสวรรค์อันหลากหลายและอัตลักษณ์อันโดดเด่น แจ็คกี้ – ศิลปินผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือทั้งในด้านดนตรีและการแสดง ส่วนเบ็คกี้ – นักแสดงลูกครึ่งไทย-บริติช ผู้สร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าเป็นตัวของตัวเอง ทั้งสองคนต่างเป็นไอคอนแห่งยุคสมัยที่ไม่เพียงสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า แต่ยังปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ การที่พวกเขาได้เป็นตัวแทนของ ZEEKR X จึงเป็นการผสานวิสัยทัศน์อันก้าวล้ำ ที่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าการขับขี่ธรรมดา สู่การเดินทางที่เต็มเปี่ยมด้วยสุนทรียภาพและความหมาย

เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ZEEKR มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี ที่ไม่เพียงโดดเด่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างประณีต และเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ยกระดับไลฟ์สไตล์ทุกการเดินทาง ซึ่งการเปิดตัว Friends of ZEEKR X เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณแจ็คกี้และคุณเบ็คกี้ ซึ่งมีวิสัยทัศน์และสไตล์ที่สอดคล้องกับแบรนด์ของเรา ตอกย้ำให้เห็นว่า ZEEKR X คือยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ชื่นชอบนวัตกรรมและมองหารถยนต์ไฟฟ้าไฮเอนด์ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่น หรูหรา สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ZEEKR X โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียที่ผสานความหรูหราและความทันสมัยพร้อมหลังคากระจกพาโนรามา และมาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ รวมถึงความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรประดับ 5 ดาว โดยมีทั้งหมด 5 โทนสี ได้แก่ สีขาว Crystal White, สีครีม Palace Beige, สีเขียว Pine Green, สีเทาเข้ม Grid Grey และ สีเทาพิเศษ Mist Grey ซึ่ง ZEEKR X มาพร้อมสองรุ่นหลักได้แก่ รุ่น Standard ที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยว ระบบขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 272 แรงม้า ระยะทางขับขี่สูงสุด 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน เช่น ไฟหน้า Full LED, หลังคา Panoramic Glassroof และล้อขนาด 18 นิ้ว ในราคา 1,199,000 บาท และรุ่น Flagship โดดเด่นด้านสมรรถนะด้วยมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 428 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) มาพร้อม ล้อ Forged Wheel ขนาด 20 นิ้ว ระบบ AR HUD, ไฟ Ambient Light และระบบเสียง YAMAHA รอบทิศทาง 13 จุด ราคา 1,349,000 บาท

นอกจากนี้ ZEEKR พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ZEEKR X รับ VReMT Wallbox พร้อมแพ็คเกจติดตั้งมูลค่า 50,000 บาท*, ประกันภัยชั้น 1*, การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร  (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง  นาน 5 ปี

ลูกค้าสามารถจองและชมรถได้ที่ ZEEKR House และ Pop Up store ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999, ZEEKR Thailand Facebook และ LINE Official ZEEKR Thailand (@zeekrtha) หรือ คลิก https://lin.ee/3lJF6Jbo

*หมายเหตุ: เมื่อจองและรับรถภายใน 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ ZEEKR ได้ที่

Website: https://www.zeekrglobal.com/th/

Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

อีซูซุส่ง Isuzu King of Trucks Euro5 Max นำทัพค้นหา “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก จัดการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2567 “ศึกชิงแชมป์ Isuzu Euro5 Max” รอบชิงชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหา “สุดยอดนักขับรถบรรทุก” ที่สามารถผ่านบททดสอบสุดท้าทาย ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโล่เกียรติยศ ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “หนึ่งในพันธกิจที่อีซูซุมุ่งมั่นคือการสร้างสังคมผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยแนวคิด Isuzu Life Cycle Solutions ในปัจจุบันธุรกิจด้านโลจิสติกส์มีการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงจำเป็น ต้องมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อีซูซุพร้อมเคียงคู่ผู้ประกอบการ ด้วย Isuzu Life Cycle Solutions ตั้งแต่ขั้นตอนซื้อรถ เพื่อให้ได้รถบรรทุกที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งาน  เป็นส่วนหนึ่ง ของธุรกิจลูกค้าในการให้คำแนะนำ พร้อมหลักสูตรอบรมต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ วิเคราะห์ วางแผนในการลดต้นทุนได้อย่างดีเยี่ยมหมดกังวล ทุกปัญหาการซ่อมบํารุง ด้วยความพร้อมของบริการหลังการขาย โดยทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการซ่อมบำรุง ทำให้ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึง ความพร้อมของอะไหล่หลากหลายรายการ ครอบคลุมทุกความต้องการ คุณภาพมาตรฐาน ราคาประหยัด ทั้งหมดนี้เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุได้อย่างมั่นใจ และเติบโตอย่างยั่งยืน อีซูซุยอดนักขับมือทอง จึงถือเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้ขับขี่รถบรรทุกให้มี ประสิทธิภาพและปลอดภัย ช่วยยกระดับมาตรฐานอาชีพให้เป็นที่ยอมรับ และขับเคลื่อน วงการขนส่งเมืองไทยให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง ในปีนี้อีซูซุได้นำ Isuzu King of Trucks Euro5Max  ที่ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro5 โดยไม่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสีย เช่น AdBlue เพื่ออากาศที่สะอาดขึ้น แต่ยังคงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมันสุดมาใช้ในการแข่งขันปีนี้ โดยผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ จะต้องผ่านการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท”

การแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” รอบคัดเลือก แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทรถหัวลาก  และประเภทรถสิบล้อลากพ่วง โดยเปิดรับสมัครนักขับฝีมือดี เข้าคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 5 ภูมิภาค เริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่ 6 กรกฎาคม – 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านบททดสอบทั้งภาคทฤษฎีอันเข้มข้น ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านการขนส่งและจราจร จิตวิทยา ทักษะการตัดสินใจ รวมถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษารถประจำวัน และภาคปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันในสถานีทดสอบต่าง ๆ ที่มีความท้าทายเฉพาะทาง อาทิ การขับรูปตัว S และจอดให้ตรงจุด (S-Curve Driving & Precision Braking) การขับสลับช่องจอด (Docking Slot Swapping) การขับในพื้นที่จำกัด (Narrow Space Maneuvering) และการขับให้ประหยัดน้ำมัน และปลอดภัย (Fuel Economy and Safety Drive)  โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง

ชนะเลิศ คุณโยธิต แซ่ขวย จาก เมืองมาลีลานปาล์ม รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 1 สุรศักดิ์ ศิริสาร จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยาม เค สหขนส่ง รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณจำนง ต่างกลาง จาก คุณรัณย์นล ธัญทรัพย์มงคล รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ประเภทรถบรรทุกหัวลาก

ชนะเลิศ คุณนันทวิทย์ อินเขียว จาก บริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณศรัณย์ ถาวรสัง จาก บริษัท ปัญญาวัสดุก่อสร้าง จำกัด รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณสุรพงษ์ เกตุทอง จาก บริษัท ยูเซ็น ฟู้ด ซัพพลาย เชน (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

นอกจากนี้ เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท ยังได้รับรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาท อีกด้วย

ทั้งนี้ นายธนานันต์ เหลืองเรืองธนา จาก บริษัท กิตติ แสงชัยบริการ จำกัด หนึ่งใน เจ้าของกิจการผู้ให้การสนับสนุนพนักงานขับรถบรรทุกของบริษัทฯ เข้าร่วมการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง ยังได้เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ว่า “ในฐานะเจ้าของกิจการ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนพนักงานขับรถของบริษัทฯ ให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะคนขับให้ขับรถได้ถูกต้อง มีคุณภาพ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ส่งผลช่วยในการลดต้นทุนการของกิจการเราได้อีกด้วย นอกจากนี้อีซูซุยังให้คำแนะนำต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการ ตั้งแต่การเลือกใช้รถให้เหมาะสม การดูแลหลังการขาย มีศูนย์บริการครอบคลุมอย่างมาก มีความพร้อมเรื่องการบริการอะไหล่  และระบบช่วยเหลือฉุกเฉินโมบาย เซอร์วิส (Mobile Service) ที่ดีมาก ตลอดจนเรื่องรถมือสองก็มีระบบรองรับที่ทำให้ราคาขายต่อของรถอีซูซุได้ราคาดี”

เช่นเดียวกับ นายปัญญา คงปาน บริษัท ปัญญาวัสดุก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม อีซูซุยอดนักขับมือทอง เป็นกิจกรรมที่ดีช่วยส่งเสริมให้พนักงานขับรถอยากพัฒนาคุณภาพตัวเอง เพื่อมีสิทธิ์ร่วมแข่งขัน บริษัทก็ลดต้นทุน เพราะพนักงานขับรถได้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น และอีซูซุยังช่วยสนับสนุนกิจการหลายอย่าง ทั้ง บริการ ISUZU Care และยังมีพนักงานขายที่ดูแลดีสม่ำเสมอ อีกด้วย”

 

“เติ้น-ทัศนพล” เดินหน้าทำตามฝัน จับมือ Campos Racing ลุยสู้ศึก FIA Formula 3 ปีที่ 2

0

“เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” นักแข่งดาวรุ่งอนาคตไกล จาก AAS Motorsport ประกาศอย่างเป็นทางการ ยืนยันเดินหน้าทำตามความฝันลุยสู้ศึกระดับเวิด์ลคลาสต่อเป็นปีที่ 2 กับการแข่งขันรายการฟอร์มูล่าทรี 2025 (FIA Formula 3 Championship) โดยในฤดูกาลนี้ เติ้น – ทัศนพล จะย้ายมาเข้าร่วมทีมดังอย่าง คัมโปส เรซซิ่ง (Campos Racing) หนึ่งในทีมแข่งรถมืออาชีพแถวหน้าของวงการ Motorsport

“อาทิตย์นี้จะเริ่มซ้อม (post season) กับทีมใหม่ครับ ซึ่งเติ้นและทีม ก็จะมีโอกาสเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งในปีหน้าให้ได้มากที่สุดครับ

เติ้นฝากแฟนๆ ทุกคนติดตามเชียร์ด้วยนะครับ การแข่งในปี 2025 อยู่สังกัดทีม Campos Racing รถหมายเลข 11 ซึ่งจะทำการเปิดฤดูกาลที่สนาม Melbourne Australia เป็นสนามแรกในเดือนมีนาคมปีหน้าครับ” เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ กล่าว 

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร , รายงานความมันส์ และภาพบรรยากาศการแข่งขันแบบชิดติดขอบสนาม ได้ที่เพจ Facebook & Instagram : AAS Motorsport

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คว้าแชมป์รุ่นโปรดักชัน TRRC สนามที่ 3

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ประกาศความสำเร็จคว้าชัยสองรางวัล จากการแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2567 (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) สนามที่ 3 ด้วยรางวัล อันดับ 1 ในรุ่น T2.1 หรือโปรดักชัน และ อันดับ 3 Overall ท่ามกลางเสียงเชียร์จากลูกค้าและแฟนฟอร์ดที่มาร่วมกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience)’ ณ จังหวัดนครราชสีมา

Ford Ranger Raptor 2

ฟอร์ดตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง พิสูจน์ความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ อีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต โดยมีไมเคิล ฟรีแมน นักแข่งมากประสบการณ์ และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทาง นำรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 8 โชว์สมรรถนะของรถกระบะที่ผลิตจากโรงงาน ร่วมกับทักษะการขับและการนำทาง ฝ่าความท้าทายบนเส้นทางสุดทรหดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทำผลงานได้ดีเยี่ยม จบการแข่งขันโดยคว้าอันดับ 1 ของรุ่น T2.1 และอันดับ 3 Overall ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เมื่อวันที่ 5-6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังจัดกิจกรรม แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience) ครั้งที่ 2 มอบประสบการณ์ออฟโรดสุดเร้าใจให้กับลูกค้าและผู้ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ กว่า 50 ท่าน ได้ทดสอบสมรรถนะอันดุดันของรถยนต์ฟอร์ดหลายรุ่นทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูงดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ รถฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค รถกระบะอเนกประสงค์สุดชาญฉลาด และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดเท่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ผ่าน 3 จุดทดสอบท้าทายของสนามแกรนด์แคนยอนโคราช เพื่อพิสูจน์ความชาญฉลาด และความสะดวกสบายในการขับขี่รถฟอร์ดจากการใช้โหมดขับขี่ต่างๆ ที่ตอบโจทย์การเดินทางทั้งบนทางเรียบและทางลุย โดยสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีการเน้นฟีเจอร์เด่นๆ เช่น

  • โหมดปกติ (Normal Mode) และโหมดสปอร์ต (Sport Mode): สำหรับการขับขี่บนถนนดำ
  • โหมดหิน (Rock Crawl Mode) และโหมดทราย (Sand Mode): กับการขับขี่ในแกรนด์แคนยอนโคราช ซึ่งมีลักษณะเป็นเนิน ร่องหิน ดินลูกรังผสมหินทราย รวมถึงได้ใช้ฟีเจอร์กล้อง 360 องศา
  • โหมดถนนลื่น (Slippery Mode) และโหมดโคลน (Mud Mode): สำหรับการขับในพื้นที่โคลน/แอ่งน้ำ

ลูกค้าฟอร์ดที่นำรถของตนเองเดินทางมาร่วมงานยังมีโอกาสขับรถลงทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งจริงของรายการ TRRC สนามที่ 3 ของปีนี้ เป็นระยะทางกว่า 22 กิโลเมตร พร้อมสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันแบบใกล้ชิดตลอดเส้นทางและได้พิสูจน์สมรรถนะอันทรงพลังของรถฟอร์ด ควบคู่กับความสนุกสนานจากการชมขบวนรถแข่ง พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่งรถกระบะครอสคันทรีชื่อดังของไทย

Ford Ranger Raptor 6

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัลอันดับ 1 แบรนด์ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากที่สุดในโลกออนไลน์ในกลุ่มรถ MPV

0

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด คว้าผู้นำอันดับ 1 การจัดอันดับแบรนด์ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากที่สุดในโลกออนไลน์ จากเวที “2024 Thailand’s Social Power Brand” ในหมวดหมู่ธุรกิจกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ตอกย้ำความสำเร็จในการสร้างสรรค์แคมเปญทางการตลาดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในแคมเปญที่มีส่วนสำคัญที่ส่งให้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) สามารถสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างน่าสนใจ คือ แคมเปญเทสต์ไดรฟ์สุดสร้างสรรค์อย่าง “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” และล่าสุด เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องกับกิจกรรมKia Wonder FamFest เติมสุขให้วันหยุดสนุกกว่าที่เคย!” ชวนลูกค้าเกีย คาร์นิวัล ร่วมกิจกรรมความสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเตรียมยกทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่นให้ได้สัมผัสและทดลองขับอย่างเต็มอิ่มกับกิจกรรม The Kia eXperience Roadshow และร่วมสร้างสีสันในช่วงเทศกาลฮาโลวีนด้วยกิจกรรม The Kia EV5 Halloween Showcase ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตลอดช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2567 นี้

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้เดินหน้ารุกตลาด เพื่อสร้างการรับรู้และยกระดับการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคชาวไทยในหลากหลายมิติอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวยนตรกรรมล้ำสมัยหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนไทย อาทิ รถเอสยูวีไฟฟ้าอย่าง The Kia EV9 และ The Kia EV5 รวมถึงรถยนต์ MPV อย่าง The Kia Carnival SXL Luxury รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแคมเปญเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกับแบรนด์อย่างใกล้ชิดมากมาย โดยหนึ่งในแคมเปญที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากจากกลุ่มเป้าหมาย คือ แคมเปญทดลองขับรถแนวใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับเจาะกลุ่มผู้ที่สนใจ The Kia Carnival ที่เป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคุณแม่รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกและต้องการใช้เวลาคุณภาพที่ดีกับลูก ๆ ในชื่อแคมเปญ ‘The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่’ พร้อมดึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวอีกกว่า 50 คน ร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับการตอบรับและการพูดถึงแคมเปญเป็นอย่างดี จากการเดินหน้าสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างสรรค์แคมเปญ ‘The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่’ ที่มาพร้อมการสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายด้วยแนวทางที่แปลกใหม่ ทำให้เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัลอันดับหนึ่ง 2024 Thailand’s Social Power Brand ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ซึ่งนับเป็นรางวัลที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสื่อสารของแบรนด์และกลยุทธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเกีย”

รางวัล Thailand’s Social Power Brand เป็นความร่วมมือระหว่าง BrandAge และบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด เทคสตาร์ทอัปสัญชาติไทย นับเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จที่โดดเด่นในโลกดิจิทัล โดยเป็นการจัดอันดับ Brand Engagement หรือแบรนด์ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกออนไลน์ประจำปี ผ่านกระบวนการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ในส่วนของ Social Listening เพื่อรับฟังเสียงของผู้บริโภคและแนวโน้มที่มีต่อแบรนด์ โดยปีนี้ได้จัดอันดับครอบคลุม 35 กลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย

“ล่าสุด เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์และมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าเกียอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรม ‘Kia Wonder FamFest’  ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในครั้งนี้เป็นกิจกรรมขอบคุณลูกค้า The Kia Carnival ที่เราได้เชิญครอบครัวที่เป็นเจ้าของรถยนต์ The Kia Carnival มาร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเทศกาล Carnival ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะงานที่รวบรวมความสนุกและความยิ่งใหญ่สำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งสะท้อนแนวคิดเช่นเดียวกันกับรถยนต์ The Kia Carnival ที่มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายในทุกการเดินทางของครอบครัวให้สนุกกว่าที่เคย งาน Kia Wonder FamFest จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ       เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ที่ต้องการยกระดับการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยเกียจะยังเดินหน้าจัดกิจกรรมรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างสร้างสรรค์” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวเสริม

 

บรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจของผู้เข้าร่วมงานด้วยไฮไลต์กิจกรรมและความเพลิดเพลินมากมายกับ 4 โซน ได้แก่ โซน Super Family ที่ให้สมาชิกทุกครอบครัวได้ร่วมเล่นสนุกกับเกมที่ผสมผสานคุณสมบัติของรถยนต์เกียเข้าไว้อย่างน่าสนใจ โซนเวิร์คชอป ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกันในกิจกรรม DIY ที่ผ่อนคลาย โซน Memorable Moment จุดถ่ายภาพสุดน่ารักให้ทุกครอบครัวได้นำช่วงเวลาที่น่าจดจำกลับบ้าน และโซน Adventure ที่จัดไว้ในสถานที่ซึ่งมอบความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคนตลอดทั้งงาน นอกจากนี้เกียยังเปิดโอกาสให้แต่ละครอบครัวได้ทดลองขับรถเกียภายในงานนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ยังได้เตรียมยกทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่นให้ได้สัมผัสและทดลองขับอย่างเต็มอิ่มกับกิจกรรม The Kia eXperience Roadshow ที่จะจัดขึ้น 2 ช่วง คือ ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2567 และวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2567 และร่วมสร้างสีสันในช่วงเทศกาลฮาโลวีนด้วยกิจกรรม The Kia EV5 Halloween Showcase ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดกิจกรรม “GWM Alxa Hero Festival 2024” นำ GWM TANK, GWM POER และ GWM HAVAL พิชิตประสบการณ์สุดท้าทายบนทะเลทรายมองโกเลีย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ ตอกย้ำความเป็นผู้นำกับความสำเร็จระดับโลกในตลาดรถยนต์ออฟโรดทั้งเอสยูวีฮาร์ดคอร์และเอสยูวีออฟโรดฮาร์ดคอร์ การันตีด้วยยอดขายอันดับหนึ่งในตลาดจีนมากว่า 2 ทศวรรษ ยกทัพสื่อมวลชนไทย เหล่าผู้ใช้รถจริง และพาร์ทเนอร์ร่วมสัมผัสความน่าตื่นเต้นของการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีในเทศกาล Alxa Hero Festival 2024 มหกรรมมอเตอร์สปอร์ตออฟโรด ณ ทะเลทรายมองโกเลียทางตอนเหนือของประเทศจีน บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางกิโลเมตร ที่รวบรวมบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยสายลุย รวมถึงแฟน ๆ ออฟโรดจากทั่วทุกมุมโลก ในปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขนทัพรถยนต์ออฟโรดที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดทรงพลังจากทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ GWM TANK, GWM POER และ GWM HAVAL เพื่อร่วมท้าพิสูจน์สมรรถนะความทนทานและแข็งแกร่งผ่านการแข่งขันรถออฟโรด การแข่งรถ การทดสอบการขับขี่ในเส้นทางทะเลทราย พร้อมการเข้าร่วมชมเทศกาลดนตรีและการตั้งแคมป์ รวมถึงได้สัมผัสอารยธรรมจีนที่งดงามอันเป็นเอกลักษณ์ ในช่วงวันที่ 30 กันยายน – 4 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา

ภายในงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมอันทรงพลัง และถ่ายทอดผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบกิจกรรมออฟโรดมาร่วมจัดแสดงภายในบูธที่จัดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 7 โซนหลักให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมออฟโรดสุดอัจฉริยะอย่างใกล้ชิด นำโดย โซนเวทีหลัก โซนจัดแสดงวัฒนธรรมออฟโรด เช่น รถยนต์ในการแข่งขันดาการ์แรลลี (Dakar Rally) และกำแพงที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมออฟโรด โซนจัดแสดงรถเอสยูวีออฟโรดสุดลักซ์ชัวรี่ GWM TANK 700 และรถจักรยานยนต์ทัวริ่งสุดหรู Great Wall SOUO โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เช่น GWM HAVAL H9, GWM POER 2.4T Off-Road และ GWM TANK 400 โซนจัดแสดงรถออฟโรดดัดแปลงจากบรรดาสำนักแต่งรถชื่อดังในประเทศจีนที่นำรถแต่งในแบรนด์ GWM มาประชันโฉมกัน รวมถึงแบรนด์และร้านค้าที่จัดจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถออฟโรดโดยเฉพาะ โซนจัดแสดงรถที่ถูกตกแต่งจากทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ เอง และโซนกิจกรรมด้านความบันเทิง เพื่อมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ไม่อาจหาจากที่ไหนได้อีก นับว่าเป็นการสะท้อนกลยุทธ์สำคัญ อย่าง ‘GO WITH MORE’ ในการหยั่งรากลึกเข้าไปในตลาดระดับท้องถิ่น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายและความตื่นเต้นในการขับขี่ออฟโรด จนกลายเป็นพื้นที่ที่แสดงอัตลักษณ์และเป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ระดับโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ท้าพิสูจน์สมรรถนะรถยนต์ออฟโรดพลังงานใหม่หลากหลายรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดแข็งแกร่งระดับโลก ผ่าน 6 รุ่นตัวท็อปสายโหด นำโดยแบรนด์ GWM TANK อย่าง GWM TANK 300 รถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร และกำลังสูงสุด 220 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อรองรับ 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมดพื้นหิมะ โหมดพื้นโคลน โหมดพื้นทราย และโหมด 4L ให้ผู้ขับเลือกใช้ได้ตามอัธยาศัย อีกทั้งยังมีระบบช่วงล่างที่เกาะพื้นถนนได้ดี ส่วนด้านหน้าและ Multi-link ด้านหลังช่วยเสริมความสามารถการลุยในเส้นทางออฟโรด นอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบกันสะเทือนที่แข็งแกร่งและความสามารถในการเข้าโค้งที่เป็นเลิศ โดยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และยาง H/T ทำให้เหมาะกับการขับขี่ในทุกสภาพถนนแม้จะเป็นทะเลทราย เพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่ที่ดุดันยิ่งกว่าด้วย GWM TANK 400 Hi-4T และ GWM TANK 500 Hi-4T ที่ให้โหมดการขับขี่สูงสุดถึง 12 รูปแบบ เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและแบบออฟโรด โดยเพิ่มโหมดการขับขี่ให้อีก 5 โหมดเพิ่มเติม ได้แก่ โหมดพื้นหิน โหมดตะลุยน้ำ โหมดขับขี่อัตโนมัติ โหมดขับขี่ระดับเชี่ยวชาญ และโหมด 4H เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ซับซ้อนได้อย่างไม่มีสะดุดในทุกเส้นทาง

ต่อด้วยแบรนด์ GWM POER รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงระดับโลกอย่าง GWM POER 2.4T Off-Road โดยรถยนต์รุ่นนี้นับว่าเป็นรถกระบะที่มีพละกำลังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะออฟโรดในระดับเดียวกัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 183 แรงม้า และระบบขับเคลื่อน 9 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและท้าทายกลายเป็นเรื่องง่าย ขนาดตัวถังยาว 5,462 มม. กว้าง 1,992 มม. และสูง 1,960 มม. ล้อขนาด 18 นิ้ว และยาง A/T ที่ออกแบบมาให้ลุยได้ดีในทุกสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความมันส์ในเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มพิกัด มาพร้อมกับ GWM POER Shanghai Performance ที่ถูกออกแบบมาพร้อมสมรรถนะขั้นสูงที่มีระยะทางการวิ่งยาวนาน ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 352 แรงม้า และมีความสามารถในการลากจูงถึง 3.3 ตัน ระบบกันสะเทือน Multi-link และระบบขับเคลื่อน 9 โหมดเช่นเดียวกับ GWM POER 2.4T Off-Road ช่วยให้ขับขี่ราบรื่นในสภาพถนนที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ แบรนด์ GWM HAVAL ส่งรถยนต์ออฟโรดรุ่นเรือธงอย่าง GWM HAVAL H9 ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่พร้อมขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์และทุกสภาพถนนสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 217 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 7 โหมดเช่นเดียวกับ GWM TANK 300  

ภายในงาน นอกจากจะได้ทดสอบสมรรถนะสุดทรงพลังของ GWM TANK, GWM POER และ GWM HAVAL จากทั้ง 3 แบรนด์แล้ว ตัวแทนของสื่อมวลชนไทยยังได้ร่วมกิจกรรมไฮไลต์สุดพิเศษในงาน Alxa Hero Festival 2024 อย่าง T3 Competition กิจกรรมการแข่งขันออฟโรดบนเส้นทางทะเลทรายที่น่าจับตามองมากที่สุด โดยจะต้องแข่งกันแบบทีม ประกอบด้วยยานพาหนะ 3 คันที่แข่งพร้อมกัน ซึ่งรถยนต์ที่ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ GWM TANK 300, GWM TANK 400 Hi-4T และ GWM TANK 500 Hi-4T ทีมที่ทำเวลาเข้าเส้นชัยทั้ง 3 คันได้เร็วที่สุดจะเป็นทีมที่คว้าชัยชนะ ในงานนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชนอย่างล้มหลาม เรียกเสียงฮือฮาได้จากทุกรุ่นที่นำมาจัดแสดงและร่วมทดสอบสมรรถนะสุดท้าทาย ซึ่งสะท้อนความเป็นเลิศของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในด้านการขับขี่ของออฟโรดและการใช้งานได้อย่างครบวงจร พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่สู่การเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) พร้อมตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดของรถเอสยูวีออฟโรดระดับโลกอย่างแท้จริง

สำหรับชาวไทย สามารถเป็นเจ้าของ ALL NEW GWM TANK 300 HEV และ ALL NEW GWM TANK 500 HEV ได้แล้ววันนี้ร่วมกับข้อเสนอสุดคุ้มเดือนตุลาคม โดย ALL NEW GWM TANK 300 HEV มาพร้อมกับส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO ในราคา 1,349,000 บาท (จากราคา 1,649,000 บาท) และรุ่น ULTRA ในราคา 1,499,000 บาท (จากราคา 1,799,000 บาท) โดยมีเฉดสีรถภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีส้ม สีดำ สีเทา และสีขาว สำหรับ ALL NEW GWM TANK 500 HEV มาพร้อมกับส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท ให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO ในราคา 1,849,000 บาท (จากราคา 2,049,000 บาท) และรุ่น ULTRA ในราคา 2,069,000 บาท (จากราคา 2,269,000 บาท) โดยมีเฉดสีรถภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเทา และสีเทาคริสตัล สำหรับลูกค้าที่สนใจ 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งจองได้ที่ GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือติดต่อ GWM contact center โทร. 02-688-8888 

สำหรับโปรโมชันล่าสุดเดือนตุลาคมสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/386-release.html

“SUZUKI” เปิดแคมเปญผลักดันเศรษฐกิจหนุนกลุ่มองค์กรธุรกิจ สมาชิกหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนิติบุคคลซื้อ SUZUKI CARRY รับส่วนลดพิเศษเพิ่มสูงสุด 15,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 60 เดือน

0
SuzukiI Carry 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI CARRY รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก เป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยจุดเด่นที่สำคัญ คือ เรื่องความอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องของรูปทรงและสมรรถนะการใช้งาน รวมถึงงานบริการหลังการขายที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในทุกระดับ ทั้งในบทบาทของการขนส่ง หรือแปลงโฉมเป็นร้านค้าเคลื่อนที่รองรับธุรกิจในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ทำให้ SUZUKI CARRY มียอดขายสะสมในประเทศไปมากกว่า 61,663 คัน

SuzukiI Carry 2

โดยเพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จึงจัดแคมเปญพิเศษเพื่อสนับสนุนกลุ่มองค์กรธุรกิจให้สามารถแข่งขันและขยับขยายธุรกิจขององค์กรให้มีความคล่องตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังคงชะลอการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต่างได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ซูซูกิมีความพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจที่ต้องการใช้งานรถยนต์ที่มอบความคุ้มค่า คุ้มราคา เพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจขององค์กรในอนาคต โดยเมื่อลูกค้ากลุ่มองค์ธุรกิจที่ซื้อและรับรถ SUZUKI CARRY ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2567 สามารถรับส่วนลดอีก 10,000 บาท หรือกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สามารถรับส่วนลดได้ 15,000 บาท เพิ่มเติมจากแคมเปญ “SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” มอบให้แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY และสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก ซึ่งนับเป็นแคมเปญที่ได้การตอบรับจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างดี

SuzukiI Carry 4

SUZUKI CARRY นับเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กที่อยู่คู่กับผู้ประกอบการไทยมายาวนาน ด้วยแนวคิดของซูซูกิ นอกจากคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีความคุ้มค่าในทุกด้าน มิติตัวรถที่มีความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. มาพร้อมความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 160 มม. เติมเต็มสมรรถนะการใช้งานด้วยกระบะบรรทุกแบบเรียบผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์ ป้องกันสนิมและการสึกกร่อน สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้านช่วยให้การขนถ่ายสัมภาระทำได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม โดย SUZUKI CARRY มีสีจำหน่ายเป็นสีขาว ในราคาเพียง 395,000 บาท

SuzukiI Carry 5

รายละเอียดแคมเปญซื้อรถและรับรถ SUZUKI CARRY ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2567
•รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
•หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
•ลูกค้าองค์กรธุรกิจประเภทนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ เช่น สมาคม สหกรณ์ เป็นต้น รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท หรือ ลูกค้าองค์ธุรกิจที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท

SuzukiI Carry 7

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราตอกย้ำเสมอถึงแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY ไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์โดยผ่านในหลากหลายอาชีพ อาทิเช่น กลุ่มธุรกิจรถ Food Truck รถบ้าน (Motor Home) รถให้บริการอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงเคลื่อนที่ (Pet Spa) รถตัดผมเคลื่อนที่ (Barber Truck) ร้านทำเล็บเคลื่อนที่ รถสุขาเคลื่อนที่ให้เช่า เป็นต้น ด้วยการพัฒนารูปแบบให้สามารถรองรับการดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย ตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ เปรียบเสมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต อีกทั้งเรายังมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

เจาะลึกความอเนกประสงค์ของ BYD M6 รถไฟฟ้าน้องใหม่จากค่ายบีวายดี ที่มีดีมากกว่าที่คิด

0
BYD M6 1

ในยุคสมัยที่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้นและมีตัวเลือกมากมายในท้องตลาด ผู้บริโภคจึงมองหายานพาหนะคู่ใจที่สามารถใช้งานได้ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกล เรียกได้ว่าต้องครบจบในคันเดียวทั้ง ดีไซน์ สมรรถนะ อุกปรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ โดยหนึ่งในโมเดลที่น่าจับตาที่สุดในช่วงนี้คือน้องใหม่จากแบรนด์บีวายดีที่พกความอเนกประสงค์มามอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทางแบบไม่มีกั๊กอย่าง BYD M6 นั่นเอง วันนี้ เรเว่ ออโตโมทีฟ อยากชวนมาสำรวจความรอบด้านของ MPV คันนี้ว่าจะอเนกประสงค์สมคำร่ำลือขนาดไหน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานแบบใดกันบ้าง มาติดตามกันได้เลย

เดินทางอุ่นใจไปด้วยกันทั้งบ้าน ไม่ว่าจะครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวใหญ่ หรือสายสัตว์เลี้ยง

การเดินทางกับสมาชิกในครอบครัวถือเป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสถานการณ์เร่งรีบ จะครอบครัวขนาดเล็กที่มีเพียงพ่อ-แม่-ลูก ครอบครัวใหญ่ที่มีคนหลายเจนเนอเรชันอยู่ร่วมกัน หรือแม้แต่ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง ก็สามารถไปไหนมาไหนด้วยกันได้อย่างสบายๆ จุคนได้ถึง 6 ที่นั่ง แถมยังมีฟังก์ชันการพับเบาะแถวที่ 3 ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 580 ลิตร เพียงพอสำหรับข้าวของเครื่องใช้จำนวนมาก หรือจะจัดเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ไม่ยาก นอกจากนี้ หลังคากระจกแบบพาโนรามิกขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้าป้องกันรังสียูวี มอบความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสารอยู่เสมอ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่มีตัวกรองฝุ่น PM 2.5 ช่วยให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยอากาศที่สะอาด สดชื่น มั่นใจได้ว่าทุกคนในบ้านจะได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ทั้งประทับใจและปลอดภัยบนท้องถนน

BYD M6 2

คู่รักนักธุรกิจ สร้างอนาคตด้วยพื้นที่และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ได้ลงตัว

สำหรับคู่ชีวิตที่ลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน การมีรถยนต์อเนกประสงค์ที่ไม่เพียงใช้สำหรับการใช้สัญจรไปมาแต่ยังตอบโจทย์ชีวิตของวัยรุ่นสร้างตัวแบบ 2-in-1 ถือเป็นกำไรอย่างหนึ่ง  มาพร้อมพื้นที่เก็บของท้ายรถที่ปรับได้ตามความต้องการ และระบบ VtoL (Vehicle to Load) ที่สามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการทำธุรกิจแบบ On The Go อย่างการเปิดท้ายขายของ หรือบริการเสริมความงามอย่างการทำเล็บ พร้อมสนับสนุนการสร้างอนาคตและทำให้การทำตามความฝันเป็นไปได้อย่างอิสระและเต็มที่

BYD M6 4

รวมตัวเพื่อนซี้ โร้ดทริปต่างจังหวัดแบบยกแก๊ง

มนุษย์วัยทำงานอย่างเราๆ นานทีปีหนจะมีโอกาสได้นัดเพื่อนเก่าสมัยเรียนจัดทริปท่องเที่ยวรำลึกความหลัง แน่นอนว่าเมื่อมีโอกาสได้กลับมาเจอกัน ทุกคนก็อยากใช้เวลาที่มีร่วมกันให้ได้มากที่สุดตั้งแต่อยู่บนรถ บอกเลยว่าจะทริปใกล้หรือไกลก็หายห่วงพร้อมพาทั้งแก๊งไปสนุกทุกที่ โดยรุ่น Dynamic วิ่งได้ไกล 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และรุ่น Extended จัดเต็มวิ่งไกลสูงสุดถึง 530 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ขับกันยาวๆ พร้อมเอนจอยตลอดเส้นทางด้วยระบบมัลติมีเดียที่ให้ความบันเทิงเต็มรูปแบบ หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ปรับหมุนด้วยไฟฟ้า รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto กับลำโพงรอบคันถึง 6 จุดการันตีว่าทุกการเดินทางจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความทรงจำดีๆ จนอยากวางแผนทริปครั้งต่อไปอีกเรื่อยๆ

BYD M6 6

หนุ่มสาวชาวออฟฟิศสายติดรถ ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน

ทุกวันนี้ มีผู้ใช้รถใช้ถนนในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเหล่ามนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเดินทางมายังออฟฟิศมักจะชวนเพื่อนร่วมงานให้โดยสารไปด้วยกัน ไม่ว่าจะขาไป ขากลับ ออกไปประชุม หรือแม้แต่การไปหามื้อกลางวันรับประทานข้างนอก สำหรับใครที่เป็นคนเฟรนด์ลีมีเพื่อนเยอะในที่ทำงาน ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้หลายคน ทั้งยังมาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนรถ อาทิ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ช่วยในการมองเห็นทุกมุม ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน และถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่งที่ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างทั่วถึง

BYD M6 เป็นมากกว่ารถ MPV ทั่วไป เพราะไม่เพียงแต่เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลภาวะและประหยัดพลังงาน แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างหลากหลายและลงตัวสำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดย BYD M6 พร้อมให้ทุกคนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าแล้ววันนี้ ผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับและเป็นเจ้าของได้แล้วที่โชว์รูม BYD ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Facebook BYD RÊVER Thailand