Home Blog Page 127

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) แนะนำ ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,659,000 บาท

0
ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท 1

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ขอแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะมาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสตาร์เรียกับ สตาร์เรีย อีลิท ซึ่งวางตำแหน่งไว้เป็นรุ่นย่อยมาตรฐาน แต่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน ทั้งยังมีราคาที่น่าเป็นเจ้าของยิ่งกว่าเคย ให้คุณพาทุกคนในครอบครัวออกเดินทางไปพร้อมกันอย่างสะดวกสบาย ด้วยรถยนต์ 11 ที่นั่งคันนี้

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว“รถตู้ฮุนไดได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยมานานนับทศวรรษ นับตั้งแต่การเปิดตัวฮุนได เอชวันเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีคุณภาพชั้นสูงและมอบความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารทุกคน ต่อมาเมื่อ ฮุนได สตาร์เรีย เปิดตัว ความประทับใจที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นไปอีก และในตอนนี้บริษัทฯ พร้อมสานต่อความสำเร็จดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยการเสริมทัพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในกลุ่มรถตู้กับ ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่น่าจับจองกว่าเคย โดยฮุนไดมั่นใจว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับแบรนด์ในฐานะผู้นำของตลาดกลุ่มรถยนต์สำหรับครอบครัว ทั้งยังหวังว่า ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค ให้เป็นอีกหนึ่งสมาชิกครอบครัวคันล่าสุด ที่พร้อมพาคุณและทุกคนในครอบครัว ออกเดินทางไปด้วยกันอย่างสะดวกสบาย”

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท 2

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ปรับไปใช้โลโก้แบรนด์แบบใหม่สองมิติ และยังมีกุญแจดีไซน์ใหม่ในรูปทรงของโลโก้ฮุนได เช่นเดียวกับ ฮุนได สตาร์เรีย ยูโร 5 รุ่นอื่น ส่วนล้ออัลลอยด์มีขนาด 17 นิ้ว สำหรับอุปกรณ์อื่นในห้องโดยสารมีทั้ง ช่องชาร์จแบบ USB Type C, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย ผู้ขับขี่สามารถอ่านข้อมูลการขับขี่อย่างชัดเจน ผ่านหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ LCD ขนาด 4.2 นิ้ว ทั้งยังปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกการจอดกับ เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท มีอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยหลายรายการ พร้อมให้การปกป้องผู้โดยสารทุกที่นั่ง ด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 11 ที่นั่ง, จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก ISOFIX จำนวน 2 จุด, เซ็นเซอร์กะระยะเข้าจอด (หน้า / หลัง), ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ CSC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BSW และ ถุงลมนิรภัย 6 จุดพร้อมม่านถุงลมนิรภัย
ขุมพลัง ยูโร 5 ประสิทธิภาพสูง

ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ผ่านมาตรฐาน ยูโร 5 และติดตั้งมาในทุกรุ่นย่อยของ ฮุนได สตาร์เรีย โดยยังคงมอบสมมรรถนะเต็มระดับเท่าเดิมด้วย กำลังสูงสุด 175 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร แต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า ด้วยอัตราการสร้างมลพิษลดลง ทั้งยังเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ราคาเริ่มต้นเพียง 1,659,000 บาท โดยมาพร้อมกับสามทางเลือก สีภายนอกและภายในที่จับคู่มาให้อย่างลงตัว ประกอบด้วย ภายนอก สีดำ เอบิส แบล็ก เพิร์ล พร้อมภายในทูโทน สีดำ – สีเบจ, ภายนอก สีเทา แกรไฟท์ เกรย์ เมทัลลิก พร้อมภายในสีดำ และ ภายนอก สีเงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์ เมทัลลิก พร้อมภายในสีดำ

ให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของ ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี1 และ ฟรีการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร2 นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอการเงินพิเศษให้กับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1

สัมผัส ฮุนได สตาร์เรีย อีลิท ได้แล้ววันนี้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการ ซึ่งพร้อมให้บริการท่านทั่วประเทศ รวมถึง H-SPACE ถนนวิภาวดี และ H-STUDIO ณ Emsphere ชั้นสอง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่ hyundai.com/th ทั้งยังมีบริการจองรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ Click to Buy ที่ buyonline.hyundai.com

 

จอดรถที่ไหน ล็อครถหรือยัง เกิดอุบัติเหตุโทรหาใครดี หมดกังวลด้วยแอปอัจฉริยะ NissanConnect Services เวอร์ชั่นอัพเดต

0
NissanConnect Services 1

เคยไหมที่คุณรีบมากจนลืมว่า ล็อครถหรือยัง รถจอดตรงไหน หรือกลัวว่าไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครหากเกิดอุบัติเหตุ ถ้าใช่ คนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ชอบใช้ชีวิตอิสระเต็มที่อย่างคุณ อาจจะต้องการรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมซึ่งเพิ่มความสะดวกสบาย อุ่นใจและปลอดภัยช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องเหล่านี้ นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ มาพร้อมกับแอป NissanConnect Services* เวอร์ชั่นอัพเดต และกุญแจอัจฉริยะที่มีระบบล็อก และปลด ล็อกอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุม หรือสั่งการรถได้จากระยะไกล ได้ง่ายๆ ส่วนฟีเจอร์ SOS ยังให้ความอุ่นใจว่ามีคนคอยให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลา

NissanConnect Services  2

แอปอัจฉริยะ NissanConnect Services เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับรถยนต์ และสั่งการต่างๆ ได้ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ แอปนี้จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้นิสสัน อัลเมร่า ซีดานสไตล์สปอร์ตถูกใจใครหลายๆ คน

Nissan 4

ถ้าถามว่า NissanConnect Services ทำอะไรได้บ้าง ข้อแรกผู้ที่ได้ลองขับนิสสัน อัลเมร่า ชื่นชอบ คือ การควบคุมระยะไกลหลากหลายระบบที่กดเลือกได้ในสมาร์ทโฟน เช่น ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ระยะไกล ช่วยอุ่นเครื่องยนต์ และเปิดแอร์ให้พร้อมเดินทางได้ทันที โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน เปิดประตูรถมาเจอแอร์เย็นๆ ทันทีไม่ต้องนั่งรอไล่ลมร้อนหลายนาที ชีวิตจะดีขึ้นได้ในพริบตา ส่วนระบบตรวจสอบสถานะการล็อกประตู สั่งล็อก หรือปลดล็อกรถยนต์ระยะไกล สามารถกดดูจากสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน ว่าล็อกรถหรือยัง หรือกดสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตูรถยนต์ได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านแอป ช่วยตัดความกังวล และเพิ่มความสะดวกสำหรับคนแอคทีฟ ต้องทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กัน

Nissan 5

อีกหนึ่งปัญหาที่คนขับรถทุกคนเจอ คือ จำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ตรงไหน แอปนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมากๆ เพราะสามารถกดระบบสั่งกะพริบไฟหน้า และระบบแตร ระยะไกล ช่วยค้นหารถด้วยไฟกะพริบ และเสียงแตรสั้น ๆ หรือสั่งเฉพาะไฟกะพริบในสถานที่งดใช้เสียงได้ ส่วน ระบบค้นหาตำแหน่งรถ (My Car Finder) ช่วยค้นหาตำแหน่งรถยนต์ในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือที่ที่ไม่คุ้นเคย และนำทางไปยังรถได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินวนแล้ววนอีก

Nissan 8

จุดเด่นของแอป NissanConnect Services คือ ระบบ SOS ที่นิสสันนำมาให้บริการเป็นครั้งแรกในเซ็กเมนต์นี้ โดยเมื่อประสบเหตุไม่คาดฝัน เกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือขณะเดินทาง ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่ม SOS ที่แผงหน้าปัด เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงในรถยนต์

Nissan 9

นอกจากนี้ นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 ยังยกระดับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยไปพร้อมกัน ด้วยกุญแจอัจฉริยะที่มาพร้อมกับระบบล็อก/ปลดล็อกอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ เพียงจอดรถ ผู้ขับขี่สามารถเดินไปทำธุระได้เลย เพราะระบบอัจฉริยะของนิสสันจะช่วยล็อครถให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อผู้ขับขี่เดินกลับมาที่รถ กุญแจอัจฉริยะจะส่งสัญญาณปลดล็อคให้เอง สะดวกสบายเมื่อต้องถือของเต็มมือ โดยไม่ต้องกดปุ่มที่ประตู และป้องกันการลืมล็อกรถ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะมีในรุ่น V และ VL

Nissan 10

คราวนี้ ไม่ว่าคุณจะไปทำธุระ ซื้อของ ไปเที่ยวชิลล์ๆ กับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนในวันว่าง เส้นทางไหน ๆ ก็สะดวก สบาย ปลอดภัย และอุ่นใจ เพราะ NissanConnect Services จะคอยดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ และยังสะท้อนการขับขี่แห่งอนาคตที่ผสมผสานการขับขี่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน อัลเมร่า และฟีเจอร์ต่างๆ ได้ที่ https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/new-almera.html หรือติดต่อผู้แทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ

* สิทธิพิเศษในการใช้บริการ NissanConnect Services เป็นระยะเวลา 3 ปี* (ระยะเวลาของการให้บริการจะเริ่มในวันเริ่มต้นการรับประกัน) สำหรับรุ่นรถที่รองรับ และต่ออายุสมาชิกก่อนสิ้นสุดระยะเวลารับบริการ เพื่อรับประโยชน์จากบริการได้อย่างต่อเนื่อง

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ นำเสนอประสบการณ์ In-Car Movie ร่วมกับ Sony Pictures Entertainment เปิดใช้งานแอปพลิเคชัน RIDEVU ในรถยนต์หลากหลายรุ่น

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดให้ลูกค้าเข้าถึงบริการวิดีโอดิจิทัลในรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน “RIDEVU” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย Sony Pictures Entertainment ผสานการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งสามารถรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ ได้ทั้งแบบส่วนตัวหรือแชร์หน้าจอได้สูงสุดถึง 6 หน้าจอ รวมถึงหน้าจอในรถยนต์และอุปกรณ์อื่น ๆ จากบัญชีเดียวกัน โดยเริ่มต้นด้วยการสมัครแพ็กเกจเสริม MBUX Entertainment Package Plus และสร้างบัญชี RIDEVU ผ่านแอปพลิเคชันในรถยนต์ เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์การรับชมภาพยนตร์บนแอปพลิเคชัน กับทางเลือกในการเช่าหรือซื้อภาพยนตร์ที่มีให้เลือกสรรมากมาย ทั้งภาพยนตร์ระดับตำนานและภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้าฉาย ซึ่งจะมีการอัปเดตลิสต์ภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง โดยแอปพลิเคชัน RIDEVU พร้อมให้บริการแล้วในประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ MBUX เจเนเรชันที่ 2 รวมถึง MBUX เจเนเรชันล่าสุด ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

Magnus Östberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับ Sony Pictures Entertainment ในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยแอปพลิเคชัน RIDEVU เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงในรถยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยยกระดับการรับชมภาพยนตร์ในเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ก้าวสู่อีกขั้นของความสะดวกสบายและความบันเทิงเต็มรูปแบบ โดยจะทำงานผสานกับหน้าจอขนาดใหญ่ความคมชัดระดับ HD บริเวณแผงคอนโซลด้านหน้าและเบาะโดยสารด้านหลัง ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด”

RIDEVU ได้คัดสรรภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก รวมทั้งเนื้อหาความบันเทิงสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เลือกรับชมผ่านแพ็กเกจสตรีมมิ่งแบบเต็มอิ่ม ทั้งยังมาพร้อมการอัปเดตภาพยนตร์และคอนเทนต์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเสนอคอนเทนต์สั้น (Short-form video) จากผู้สร้างและสตูดิโอชั้นนำ ที่มีทั้ง เบื้องหลังการถ่ายทำ เอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ บทสัมภาษณ์ และอีกมากมาย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถเช่าหรือซื้อภาพยนตร์บน RIDEVU ที่มีให้เลือกทั้งภาพยนตร์ใหม่ที่เพิ่งเข้าฉาย และภาพยนตร์คลาสสิคสุดฮิต โดยสามารถรับชมด้วยความคมชัดระดับ HD บนหน้าจอคุณภาพสูงที่ติดตั้งในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยสำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 4D และ 3D ทางบริษัทมีแผนที่จะนำเสนอภาพยนตร์ที่มาพร้อมระบบเสียงคุณภาพสูง เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านความบันเทิงให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

RIDEVU สามารถใช้งานผ่านทุกหน้าจอของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยแต่ละหน้าจอสามารถเลือกรับชมเนื้อหาที่ต่างกันได้อย่างอิสระ และด้วยการออกแบบอินเตอร์เฟซที่เข้าใจง่าย ผู้ใช้งานทุกคนจึงสามารถค้นหาและรับชมภาพยนตร์และตัวอย่างภาพยนตร์ (Trailer) ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการพัฒนาฟังก์ชันเพิ่มเติมที่จะพร้อมใช้งานในอนาคต อย่างระบบควบคุมหน้าจอ (Screen manager) ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์และเชื่อมต่อเนื้อหาระหว่างหน้าจอได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถนำความบันเทิงติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเพื่อรับชมคอนเทนต์จากทั้งในและนอกรถยนต์ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับทีวีหรือดาวน์โหลดเนื้อหาสำหรับการเล่นแบบออฟไลน์ โดยทุกอย่างจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “RIDEVU” ที่มีให้บริการทั้งใน iOS และ Android

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

ในเยอรมนี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ เจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ติดตั้งระบบ MBUX เจเนเรชันที่ 2 และมีแพ็กเกจ MBUX Entertainment Package Plus สามารถค้นหาแอปพลิเคชัน RIDEVU เพื่อใช้บริการได้ในหน้าเมนู โดยจะต้องเปิดใช้งานบริการ “Video Streaming” ในแอปพลิเคชันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยเช่นกัน เมื่อคลิกที่ไอคอน RIDEVU บนหน้าจอหลัก ผู้ใช้งานจะสามารถตั้งค่าบัญชีฟรีในไม่กี่ขั้นตอน โดยใช้เพียงหนึ่งบัญชีต่อรถยนต์หนึ่งคัน และจะสามารถเข้าถึงแพ็กเกจสตรีมมิ่งวิดีโอที่รวมอยู่ในแอปพลิเคชันได้ทันที

“โตโยต้า” เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ซีดานหรู ALL-NEW CAMRY ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 ต.ค. พร้อมรับสิทธิพิเศษ Exclusive Bundle Set มูลค่า 7,500 บาท

0
โตโยต้า 1

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของซีดานขนาดกลางระดับหรู รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า กับกิจกรรม ALL-NEW CAMRY Exclusive Pre-register โดยสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.toyota.co.th/exclusivepreregister/camry หรือติดต่อโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ตั้งแต่วันที่ 1 – 9 ตุลาคม พ.ศ. 2567 สำหรับผู้ที่ทำการจองรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม และรับรถภายใน 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ยังจะได้รับ Exclusive Bundle Set มูลค่า 7,500 บาท ได้แก่ ฟรี เช็กระยะ 1 ปี หรือ 20,000 กม.* และของสมนาคุณพิเศษ** สิทธิพิเศษสุด Exclusive เฉพาะสำหรับลูกค้าโตโยต้า ALL-NEW CAMRY เท่านั้น

รายละเอียดกิจกรรม ALL-NEW CAMRY Exclusive Pre-register
ช่องทางในการลงทะเบียนจองสิทธิ์
ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การจอง ALL-NEW CAMRY ได้ที่ www.toyota.co.th/exclusivepreregister/camry
หรือติดต่อศูนย์บริการผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ
ระยะเวลาการเปิดรับจองสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 – 9 ต.ค. 2567
สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองสิทธิ์ ALL-NEW CAMRY ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
รับฟรี Exclusive Bundle Set มูลค่า 7,500 บาท
1) ฟรี เช็กระยะ 1 ปี หรือ 20,000 กม.*
2) ฟรี ของสมนาคุณพิเศษ**

*ฟรี เช็กระยะ 1 ปี หรือ 20,000 กม. มูลค่า 5,300 บาท
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
•แพ็กเกจพิเศษจะได้รับอัตโนมัติ ภายใน 45 วัน หลังจากวันที่รับรถ
•ครอบคลุมค่าอะไหล่ และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะ (งานเช็กระยะ ที่ระยะ 10,000 กม. หรือ 6 เดือน และ 20,000 กม. หรือ 12 เดือน) ตามรายการมาตรฐานที่ระบุในคู่มือการใช้รถ (Owner’s Manual) โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าทั่วประเทศ
•รถยนต์ที่ขอใช้สิทธิ์ จะต้องเป็นรถยนต์ที่มีหมายเลขตัวถังเดียวกับที่ได้รับสิทธิ์ ตามเงื่อนไขทาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กำหนด กรณีลูกค้ามีการขายรถยต์ต่อหรือเปลี่ยนชื่อเจ้าของ สิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะถูกติดไปด้วย
•การขอใช้สิทธิ์เฉพาะการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น ไม่สามารถแลกผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปใช้นอกศูนย์บริการได้
•ตรวจสอบเงื่อนไข และรายการอะไหล่ตามระยะทางได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/maintenance

**ฟรี ของสมนาคุณพิเศษ มูลค่า 2,200 บาท
•ของสมนาคุณพิเศษ คือ กระเป๋าเดินทางแบบถือ Exclusive เฉพาะสำหรับลูกค้า ALL-NEW CAMRY
•จัดส่งหลังวันที่ลูกค้ารับรถภายใน 45 วัน ผ่านทางผู้แทนจำหน่ายฯ
•สงวนสิทธิ์ของสมนาคุณพิเศษ 1 ชิ้น ต่อรถยนต์ 1 คัน
•ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดไดh

หมายเหตุ
•สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 – 9 ต.ค. 2567 มีการจองภายใน 31 ต.ค. 2567 และรับรถภายใน 31 ธ.ค. 2567
•ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ ผู้จองรถ และเจ้าของรถ ต้องตรงกันเท่านั้น
•ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
•เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้ง ให้ทราบล่วงหน้า
•ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
•สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าใกล้บ้านท่าน หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าโตโยต้า 1486 บริการด้วย Voice Bot 24 ชม. ทุกวัน บริการข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต www.toyota.co.th หรือ Line ID : @toyotathailand

และเชิญรับชมบรรยากาศการเปิดตัว ALL – NEW CAMRY อย่างเป็นทางการวันที่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 14.30 น. เป็นต้นไปในรูปแบบ Live Streaming ผ่านช่องทาง Facebook และ YouTube : Toyota Motor Thailand

“เรเว่” ร่วมฉลอง ครบรอบ 30 ปี บีวายดี พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV เต็มสูบ ส่งแคมเปญพิเศษขอบคุณลูกค้าชาวไทย ช่วยเพิ่มมูลค่ารถคันเดิม เมื่อเปลี่ยนเป็น BYD SEAL มูลค่าสูงสุด 240,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายจาก RÊVER Care

0
บีวายดี 1

บีวายดี บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ในโอกาสที่สาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 75 ปีแห่งการก่อตั้ง ขอส่งความยินดีเนื่องในโอกาสที่บริษัท BYD กำลังจะครบรอบ 30 ปี และพร้อมที่จะก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยความมุ่งมั่น เตรียมก้าวสู่ทศวรรษใหม่อย่างเต็มภูมิด้วยความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือทางธุรกิจอย่างรอบด้านระหว่างสองบริษัท ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคพลังงานใหม่ โดยในโอกาสนี้ บีวายดี และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ได้จัดแคมเปญสุดพิเศษแทนคำขอบคุณลูกค้าชาวไทย ช่วยเพิ่มมูลค่ารถคันเดิม เมื่อเปลี่ยนเป็น BYD SEAL คันใหม่ มูลค่าสูงสุด 240,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 888 คัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 ตุลาคม 2567

กว่า 30 ปีที่บีวายดีได้ผลักดันการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมล้ำสมัยในการพลิกโฉมวงการยนตกรรมให้ก้าวล้ำนำสมัยยิ่งกว่าที่เคย นับจากจุดเริ่มต้นของบีวายดีในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่เมื่อปี พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) สู่ผู้ริเริ่มแนวคิดเปลี่ยนโลกด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติในปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2014) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมอันชาญฉลาดมากมาย รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Blade Battery และ Super Hybrid DM-i จนทำให้ในปี พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) บีวายดีกลายเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศจีนที่กวาดยอดขายรถยนต์พลังงานสะอาดมากกว่า 1,000,000 คัน และได้ขยายความเชื่อมั่นมาสู่ผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยได้ยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันและความพร้อมในการให้บริการลูกค้าชาวไทยด้วยการจัดตั้งโรงงานบีวายดีประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดระยองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเป็นโรงงานบีวายดีแห่งแรกนอกประเทศจีนและเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

นายเคอ ยู่ปิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ยังมีศักยภาพพร้อมที่จะเติบโตได้อีกมาก สอดรับกับความสำเร็จล่าสุดของบีวายดีที่ครองใจผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา BYD มียอดขายสูงถึง 373,082 คัน และจนถึงเดือนกันยายน มียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ก็พุ่งทะลุ 900 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้นของแบรนด์ เราขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้บีวายดีเดินทางมาสู่อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวันนี้ เราจะเดินหน้าผนึกกำลังกับเรเว่ ออโตโมทีฟ นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยจากบีวายดีเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับในการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น และชาญฉลาดยิ่งกว่าที่เคยให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Blade Battery แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 แพลตฟอร์ม evo และเทคโนโลยี DM-i พร้อมทั้งเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิต การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น เพื่อให้พร้อมรองรับต่อความต้องการที่มากขึ้นในอนาคต”

บีวายดี 2

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจเรเว่ถือกำเนิดขึ้นหลังจากที่เราเห็นแนวโน้มด้านความยั่งยืนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้เลือกแบรนด์บีวายดีเป็นพันธมิตรหนึ่งเดียวในการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย นับจากวันแรกจนถึงปัจจุบัน บีวายดีได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นที่นิยม การันตีด้วยยอดขายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 20,878 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า
ถึง 41.10 เปอร์เซนต์ เรายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองความสำเร็จและวาระสำคัญของการก่อตั้งแบรนด์บีวายดีครบ 30 ปี โดยเรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ จะสานต่อความร่วมมือกับบีวายดีอย่างรอบด้านโดยเฉพาะการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ยกระดับมาตรฐานการบริการ ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถรองรับการเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม”

บีวายดี 3

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “วงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากการผลักดันและนโยบายของภาครัฐ สอดคล้องไปกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของเรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวหรือ Green Economy ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในไทย โดยนอกเหนือจากการนำเสนอยนตกรรมพลังงานใหม่หลากหลายรุ่นจากบีวายดี เราจะไม่หยุดพัฒนาการบริการหลังการขายและส่งมอบประสบการณ์รวมถึงความประทับใจที่ดีิยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้พร้อมสำหรับการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และในโอกาสครบรอบ 30 ปีของแบรนด์บีวายดี เรเว่ ออโตโมทีฟ ในฐานะพันธมิตรระยะยาว ขอมอบแคมเปญพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้าชาวไทยสำหรับการสนับสนุนเป็นอย่างดีที่มอบให้กับเรเว่และบีวายดีเสมอมา”

เรเว่ ออโตโมทีฟ ร่วมฉลองการก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ของแบรนด์บีวายดีกับแคมเปญ “BYD ช่วยเพิ่มมูลค่ารถคันเดิม เมื่อเปลี่ยนเป็น BYD SEAL” เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำรถยนต์คันเก่ารุ่นใด ยี่ห้อใดก็ได้ มาเพิ่มมูลค่าเงินดาวน์สูงสุดถึง 240,000 บาท เพียงแสดงเอกสารสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถคันเดิมเพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL คันใหม่ ที่โชว์รูม BYD ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2567 โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 888 คันเท่านั้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมายจาก RÊVER Care ได้แก่
•รับประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% สำหรับเงินดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
•รับประกันระบบขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
•รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000
•รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 8 ปี
•สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือ VtoL
•สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger
•พรมเข้ารูป ผ้ายางรองสัมภาระด้านท้าย กรอบป้ายทะเบียน ฟิล์มกันรอยหน้าจอกลางฟิล์มกรองแสง XUV-MAX CERAMIC
•ค่าจดทะเบียนรถ

ทั้งนี้ บีวายดีและเรเว่ ออโตโมทีฟ ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว จะยังคงร่วมกันเดินหน้าเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น NEV Nation ได้อย่างแท้จริงในอนาคต

ฮอนด้า ส่งแคมเปญ “Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า” ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 2567

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำการนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพ พร้อมส่งมอบการบริการหลังการขายต่อเนื่องอย่างครบวงจรของเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศที่ได้มาตรฐาน เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า” เชิญชวนทั้งลูกค้ารถใหม่ ลูกค้ารถปัจจุบัน และลูกค้ารถมือสอง เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า 219 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษ* สำหรับครอบครัวฮอนด้า อาทิ บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ ฟรีของที่ระลึกจากฮอนด้า เมื่อลูกค้ามีแพ็กเกจ PaySave Exclusive 6, 10 หรือ PaySave อุ่นใจ หรือเพียงต่ออายุแพ็กเกจ PaySave เป็น PaySave 4 หรือ PaySave อุ่นใจ พร้อมส่วนลดอะไหล่พิเศษ และจัดเต็มกับโปรโมชันยางรถยนต์หลายยี่ห้อ ทั้งโยโกฮาม่า  กู๊ดเยียร์  บริดจสโตน  ดันลอป  และฮันกุก สำหรับลูกค้ารถยนต์มือสองที่เข้ามารับบริการครั้งแรก รับของที่ระลึกและส่วนลดพิเศษ “Welcome to Honda Family” เพียงอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ใหม่และใช้บริการตามเงื่อนไข นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกผ่อนสบาย 0% ทุกงานบริการ นานสูงสุด 8 เดือน* และยางรถยนต์นานสูงสุด 10 เดือน* อีกด้วย

สำหรับแคมเปญพิเศษ Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า” ฮอนด้าอยากมอบคำขอบคุณให้กับลูกค้าทุกท่านที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเรา เราพร้อมที่จะส่งมอบความอุ่นใจและการดูแลทุกท่านอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณภาพการให้บริการที่ได้มาตรฐานเดียวกันจากทุกศูนย์บริการทั่วประเทศ ทั้งการบริการหลังการขาย รวมถึงการขายต่ออย่างครบวงจร เพื่อให้ฮอนด้าครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดไป สำหรับกิจกรรมพิเศษต่างๆ ภายใต้แคมเปญนี้ ประกอบด้วย

  • สิทธิประโยชน์งานบริการและยางรถยนต์ในแคมเปญ “Honda, We are family”*
    เมื่อลูกค้านำรถยนต์ฮอนด้าใช้บริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 สำหรับลูกค้าฮอนด้าทุกท่าน

– ฟรี บริการตรวจสภาพรถยนต์ 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด)

– แคมเปญ PaySave เพียงมี PaySave Exclusive 6 หรือ PaySave Exclusive 10 รับฟรีกระเป๋าเก็บสัมภาระท้ายรถ และมี PaySave อุ่นใจ รับฟรีกระเป๋าจัดสัมภาระเซ็ต 3 ชิ้น หรือต่ออายุ PaySave 2-4 เป็น PaySave 4 รับฟรีกระเป๋าจัดสัมภาระเซ็ต 3 ชิ้น

– ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายนํ้ามันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

โปรโมชันยางรถยนต์หลากหลายยี่ห้อตามรุ่นที่กำหนด อาทิ โปรโมชันซื้อยาง 3 แถม 1 สำหรับโยโกฮาม่าและกู๊ดเยียร์ ส่วนลดพิเศษสำหรับยางบริดจสโตน ดันลอป และฮันกุก รวมถึงรับของที่ระลึกต่างๆ ตามรุ่นยางที่กำหนด

ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ นานสูงสุด 8 เดือน และยางรถยนต์นานสูงสุด 10 เดือน

  1. ดูแลกันไปนานๆ สำหรับลูกค้าที่มีรถอายุ 10 ปีขึ้นไป รับเพิ่ม

– ส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง (Oil Filter)

– ส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก (ตามรายการที่กำหนด)

  1. “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ” สำหรับลูกค้ารถยนต์มือสอง รับของที่ระลึกและส่วนลดพิเศษ “Welcome to Honda Family” เพียงอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ใหม่ รับฟรีกระเป๋าสะพาย “Honda Welcome Bag” มูลค่า 290 บาท พร้อมรับส่วนลดเมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งแรก 200 บาท ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์ ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ และส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

นอกจากความพิเศษในการดูแลและมอบสิทธิพิเศษให้กับรถยนต์ของลูกค้าทุกคันแล้ว ฮอนด้ายังมีกิจกรรมสนุกๆ ที่อยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งอีกด้วย อาทิ

  • เพลงและมิวสิกวิดีโอ Honda, We are family”
    ฮอนด้าได้ถ่ายทอดความประทับใจและความผูกพันให้กับลูกค้ารถฮอนด้าที่อยู่เคียงข้างกัน
    มากว่า
    40 ปี ผ่านบทเพลงและมิวสิกวิดีโอ “Honda, We are family” สามารถรับชมได้ที่ https://youtu.be/Od_sOzpR0u0 โดยเร็วๆ นี้ ฮอนด้าจะเปิดตัวกิจกรรม TikTok Dance Challenge เพื่อเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกด้วยการเต้น Cover เพลง “Honda, We are family” เพื่อชิงรางวัลมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง honda.co.th และช่องทางออนไลน์ Honda official ในทุกแพลตฟอร์ม

  • กิจกรรม “Honda Family Festival” ต้อนรับสมาชิกในครอบครัวฮอนด้าด้วยกิจกรรมที่ตอบโจทย์
    ไลฟ์สไตล์ต่างๆ อาทิ กิจกรรม Workshop กิจกรรมทดลองขับ รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่เข้าใช้บริการ ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญพิเศษ “Honda, We are family เพราะเราคือครอบครัวฮอนด้า”  ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/honda-we-are-family

ทั้งนี้ ลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ของคุณ สามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง https://www.honda.co.th/testdrive/

TOAVH กางแผนธุรกิจสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้าน พร้อมทุ่มงบ 650 ล้านบาท ขยายการเติบโตสู่ธุรกิจสีเขียว

0

TOAVH กางแผนธุรกิจสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้าน ตั้งเป้าโต 5% เตรียมทุ่มงบ 650 ล้านบาท สยายปีกสู่ธุรกิจสีเขียว ปักหมุดตั้งโรงงานสีฝุ่นแห่งใหม่ ขึ้นแท่นผู้นำกำลังการผลิตสูงสุดในไทย พร้อมต่อยอดธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ รุกตลาดรถไฟฟ้า จับมือ 5 พันธมิตรแบรนด์จีน ร่วมสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOAVH Group) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ทาง TOAVH มีนโยบายที่จะขยายธุรกิจสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด “ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ด้วยการพัฒนานวัตกรรมด้านการผลิต และการเลือกสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้ความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคและดีต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของผู้บริโภคคนไทยอย่างแท้จริง

ดังนั้น เพื่อรองรับแนวคิดและนโยบายดังกล่าว ทาง TOAVH ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจสีเขียวของกลุ่มบริษัทในเครือ ด้วยงบประมาณด้านการลงทุน รวมทั้งสิ้น  650 ล้านบาท โดยแบ่งการลงทุนด้านต่างๆ ดังนี้

  1. กลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ ได้ขยายการลงทุนในส่วนของ ทีโอเอ เพอฟอร์มมานซ์ โค๊กติ้ง คอร์ปอเรชั่น (TOAPC) โดยตั้งโรงงานผลิตสีฝุ่น (Powder Coating) แห่งใหม่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) บนพื้นที่ 10 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้อย่างเป็นทางการ ภายในปี 2569 ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้ จะมีกำลังการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ตันต่อปี

พร้อมกันนี้ ได้ขยายการลงทุนอีก 130 ล้านบาท ในโรงงาน TOAPC ปัจจุบัน ที่สมุทรปราการ ด้วยการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสีฝุ่นสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน  หลังติดตั้งครื่องจักรแล้วเสร็จ โรงงานแห่งนี้ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ตันต่อปี

และจากการลงทุนในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ TOAPC มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 9,000 ตันต่อปี นับเป็นผู้ผลิตสีฝุ่นที่มีกำลังผลิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย

ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซี่งผลิตภัณฑ์สีฝุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดสารระเหย (VOCs) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) มากถึง 40% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สีน้ำมัน ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค อีกด้วย ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์สีฝุ่นโดยรวม มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 10% คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30,000 ตันต่อปี

ด้วยเหตุนี้ ทาง TOAVH ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดสีฝุ่นที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้ทุ่มงบการลงทุนด้านการผลิตในธุรกิจดังกล่าว เพื่อขยายฐานการผลิตสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่การสร้างความแข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตสู่ความเป็นผู้นำตลาดสีฝุ่นต่อไปในอนาคต

  1. 2. กลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ภายใต้ชื่อ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของ TOAVH ได้มุ่งเน้นขยายธุรกิจสู่ตลาดรถยนต์กลุ่ม EV โดยให้ความสำคัญกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ TOAVH ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีน จำนวน 5 แบรนด์ ได้แก่ ZEEKR, DEEPAL, MG, OMODA&JAECOO, AION ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า ที่มีศักยภาพด้านการแข่งขัน โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์, โรงงานผลิตยานยนต์ และผลิตภัณฑ์สำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย ซึ่งการขยายธุรกิจในครั้งนี้ จะสร้างความแข็งแกร่งและมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวด้วยเม็ดเงิน 220 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างโชว์รูม-ศูนย์บริการแห่งใหม่ของ ZEEKR จำนวน 1 แห่ง บนถนนราชพฤกษ์ และการปรับโฉมโชว์รูม-ศูนย์บริการ จำนวน 6 แห่ง รวมทั้งโชว์รูม MG Evolution เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 แบรนด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนไทยอย่างครบถ้วนและครบวงจร ส่งผลทำให้คาดการณ์ว่า ปีนี้ ธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ จะมียอดขายสะสมโดยรวมเพิ่มขึ้น 10% หรือคิดเป็นรายได้ เติบโตเพิ่มเป็น 7%

“ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง  8 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดจดทะเบียนสะสมรวม 69,047 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566  ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมโดยรวม ถึง วันทีสิงหาคม 2567 มีตัวเลขสูงถึง 200,109   คัน

จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ตระหนักและมีความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น”

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขยายการลงทุนธุรกิจสีเขียวในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ธุรกิจในเครือของ TOAVH มีผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับรองรับความต้องการของตลาดโดยรวมมากขึ้น ทั้งสร้างการเติบโตและความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยปีนี้ ทาง TOAVH ตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้านบาท หรือ เติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2566 แบ่งสัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ อยู่ที่ 40% คิดเป็นมูลค่า 4,400 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ สัดส่วน 50% คิดเป็นมูลค่า 5,500 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อีก 10% คิดเป็นมูลค่า 1,100 ล้านบาท

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เร่งเครื่องต่อเนื่อง อัดโปรฯ ใหญ่เอาใจสายลุยและสายชิค มอบข้อเสนอสุดพิเศษของ TANK และ ORA 07 กับส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท ตลอดเดือนตุลาคมนี้!

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ของไทย เดินหน้ามอบข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำพร้อมตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของชาวไทย ส่งส่วนลดและสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่าให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ นำทัพด้วย GWM TANK และ GWM ORA 07 ที่มาพร้อมดีลส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท ตามมาด้วย GWM ORA Good Cat และ GWM HAVAL ที่สร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมา กับสิทธิประโยชน์มูลค่าสูงสุดรวมกว่า 500,000 บาท เพื่อเร่งเครื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี ห้ามพลาด! ตั้งแต่ 1 – 31 ตุลาคม 2567 นี้ ที่ GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th และ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

GWM TANK รับข้อเสนอคุ้มเกินคุ้ม กับส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท
เริ่มต้นที่ GWM TANK รถยนต์เอสยูวีออฟโรดที่ถูกขนานนามว่าดุดันและแข็งแกร่งเหนือใครทั้งด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ พร้อมมอบประสบการณ์สุดเร้าใจให้กับนักผจญภัยได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลังร่วมกับระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยสุดล้ำ ให้ทุกการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด ตอบโจทย์การขับขี่ในทุกสถานการณ์และสภาพพื้นผิว มาพร้อมกับข้อเสนอสุดห้ามใจดังนี้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ALL NEW GWM TANK 300 HEV รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* สำหรับรุ่น PRO และรุ่น ULTRA
•ALL NEW GWM TANK 300 HEV รุ่น PRO จากราคา 1,649,000 บาท เหลือเพียง 1,349,000 บาท
•ALL NEW GWM TANK 300 HEV รุ่น ULTRA จากราคา 1,799,000 บาท เหลือเพียง 1,499,000 บาท

ALL NEW GWM TANK 500 HEV รับส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท* สำหรับรุ่น PRO และรุ่น ULTRA
•ALL NEW GWM TANK 500 HEV รุ่น PRO จากราคา 2,049,000 บาท เหลือเพียง 1,849,000 บาท
•ALL NEW GWM TANK 500 HEV รุ่น ULTRA จากราคา 2,269,000 บาท เหลือเพียง 2,069,000 บาท

นอกจากราคาและส่วนลดที่สุดพิเศษแล้ว GWM TANK ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอที่ให้มาแบบไม่มีกั๊ก ทั้ง ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 29,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 45,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท และ ฟรี! กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 2,100 บาท

GWM ORA 07 รับส่วนลดจัดหนักถึง 180,000 บาท!
GWM ORA 07 เจ้าเหมียวไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สุดหรู และดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ สะกดทุกคู่สายตาในทุกเส้นทาง สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของชาวไทยได้เป็นอย่างดี โดยในช่วงเดือนตุลาคม ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ GWM ORA 07 ทุกรุ่น รับส่วนลดสูงถึง 180,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน**
•GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE จากราคา 1,299,000 บาท เหลือเพียง 1,119,000 บาท
•GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA จากราคา 1,399,000 บาท เหลือเพียง 1,219,000 บาท
•GWM ORA 07 รุ่น PERFORMANCE จากราคา 1,499,000 บาท เหลือเพียง 1,319,000 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

GWM ORA 07 ยังมาพร้อม ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 13,000 บาท ฟรี! GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท ฟรี! ม่านบังแดดหลังคา GWM มูลค่า 1,200 บาท และกรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่า 2,000 บาท

GWM ORA Good Cat รับส่วนลดสูงสุดถึง 240,000 บาท
เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจแฟน ๆ ชาวไทย กวาดยอดขายกันอย่างต่อเนื่องจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา รับส่วนลด มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานสุดครบครัน รวมถึงประสิทธิภาพการขับขี่ที่โดดเด่นร่วมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต มาพร้อมกับโปรโมชันสุดพิเศษให้แฟน ๆ ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของในราคาที่เอื้อมถึงและคุ้มค่า รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 240,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 1.95%** เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน พร้อม ฟรี ! GWM โฮมชาร์จเจอร์ รวมถึงสิทธิประโยชน์แห่งความคุ้มค่าอีกมากมาย***
•GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO จากราคา 799,000 บาท เหลือเพียง 629,000 บาท (ส่วนลด 170,000 บาท)
•GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA จากราคา 899,000 บาท เหลือเพียง 729,000 บาท (ส่วนลด 170,000 บาท)
•GWM New ORA Good Cat รุ่น GT จากราคา 1,099,000 บาท เหลือเพียง 859,000 บาท (ส่วนลด 240,000 บาท)

GWM HAVAL กับส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท
รถยนต์เอสยูวีรุ่นยอดฮิตที่ครองใจชาวไทยทั่วประเทศจากดีไซน์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีสุดล้ำที่ให้มาอย่างครบครัน ตอบโจทย์การขับขี่ของครอบครัวชาวไทยอย่างครอบคลุม สำหรับ GWM HAVAL H6 ทั้ง 3 รุ่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบส่วนลดให้แบบจุใจ พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย***
•All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากราคา 1,699,000 บาท เหลือเพียง 1,249,000 บาท (ส่วนลด 450,000 บาท)
•New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 1,349,000 บาท เหลือเพียง 1,099,000 บาท (ส่วนลด 250,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)
•New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 999,000 บาท เหลือเพียง 899,000 บาท (ส่วนลด 100,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** สำหรับรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น รวมถึง การรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, GWM New ORA Good Cat, GWM New ORA Good Cat รุ่น GT และ GWM ORA 07

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจแก่ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับลูกค้าดังกล่าว ตามรายละเอียดต่อไปนี้

ขยายระยะทางรับประกันแบตเตอรี่ EV ในระยะเวลา 8 ปี จากระยะทาง 180,000 กิโลเมตร เป็น 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) GWM Point 100,000 points
ORA Good Cat รุ่น PRO, ULTRA และ GT ตั้งแต่เริ่มจำหน่าย ถึง 31 สิงหาคม 2567
ORA 07 ตั้งแต่เริ่มจำหน่าย ถึง 30 กันยายน 2567
HAVAL H6 HEV ตั้งแต่ 1 พ.ค.-31 สิงหาคม 2567
HAVAL JOLION รุ่น ULTRA ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567
HAVAL H6 PHEV ตั้งแต่เริ่มจำหน่าย 31 สิงหาคม 2567
TANK 300 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 – 30 กันยายน 2567
TANK 500 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษให้ชาวไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่คุณภาพสูงในราคาสุดคุ้ม อย่าพลาดโอกาสสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ เพียงลงทะเบียนและวางเงินมัดจำเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ตั้งแต่ 1 – 31 ตุลาคม 2567 ผ่าน GWM Application หรือที่เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th และ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยต้องรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เท่านั้น เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service
*** สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th

“SUZUKI DEAL OF THE YEAR” แคมเปญพิเศษส่งท้ายปี ผ่อนเริ่มต้น 2,999 บาท หรือผ่อนสูงสุด 99 เดือน ชูความคุ้มค่าด้านการบำรุงรักษาระยะยาวมอบความมั่นใจตลอดการใช้งาน

0
ซูซูกิ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ยังคงมีการแข่งขันอันเข้มข้น แม้จะเริ่มมีการทยอยแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ไปจนถึงการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ๆ ในประเทศไทยมากขึ้น แต่ด้วยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจ ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ไปจนถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก จึงอาจจะทำให้ตลาดรถยนต์ยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัว แต่อย่างไรก็ตาม ซูซูกิคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี สถานการณ์ต่างๆ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับซูซูกิ ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่ามีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ ความคุ้มค่า และคุ้มราคา ซึ่งเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ ทำให้ได้รับความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วง 9 เดือน ที่ผ่านมา (เดือนมกราคม-กันยายน 2567) มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมอยู่ที่ 4,787 คัน ซึ่งต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ยอมรับและให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างดี ซึ่งมียอดจำหน่ายในแต่ละรุ่น แบ่งออกได้ดังนี้

  • SUZUKI SWIFT มียอดจำหน่าย 1,669 คัน
  • SUZUKI CARRY มียอดจำหน่าย 627 คัน
  • SUZUKI XL7 HYBRID มียอดจำหน่าย 360 คัน
  • SUZUKI ERTIGA HYBRID มียอดจำหน่าย 92 คัน
  • SUZUKI CELERIO มียอดจำหน่าย 1,243 คัน

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันในตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมกับตอบรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากซูซูกิ ให้สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงนำเสนอแคมเปญพิเศษ SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” ให้ลูกค้าเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบาย โดยสามารถเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งทุกรุ่น

โดยแคมเปญ “SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” เริ่มตั้งแต่วันนี้ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2567 มีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT

  • รับสิทธิพิเศษฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM

✔ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี

✔ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี

✔ ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี

พร้อม ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 5,780 บาท

  • สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI ERTIGA HYBRID

  • ราคาเริ่มต้น 699,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนละ 7,126 บาท
  • สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI XL7 HYBRID

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 8,146 บาท
  • สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,999 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

  • รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
  • หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
  • ลูกค้าองค์กรธุรกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งแรก

ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิยังคงยึดมั่นในปรัชญาของซูซูกิคือผลิตสินค้าที่มีคุณค่าเหมือนว่าเราคือผู้ใช้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคุ้มค่าในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการของโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศ   เพื่อที่จะสามารถรองรับการดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง โดยมีการขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพในทุกงานให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม กล่าวคือ

อะไหล่แท้ซูซูกิ : เชื่อมั่นในคุณภาพของอะไหล่แท้ที่ได้รับรองมาตรฐานของซูซูกิ

บริการอย่างมืออาชีพ : มั่นใจในบริการและการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเป็นมิตรและใส่ใจทุกรายละเอียดการซ่อมโดยช่างผู้มีความชำนาญที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการอบรมในการซ่อมรถยนต์ซูซูกิ

เครื่องมือมาตรฐานซูซูกิ : ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจากซูซูกิ ช่วยให้การซ่อมมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมั่นใจในคุณภาพงานซ่อม

สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับรองมาตรฐานซูซูกิ : ใช้สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของซูซูกิ ทำให้สีรถสวยงามและทนทาน เหมือนใหม่จากโรงงาน

การรับประกันงานซ่อม : รับประกันงานซ่อมว่ามีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะรับประกันงานซ่อม 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และอะไหล่รับประกัน 1 ปี 20,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

 

 

“ฟอร์ด”จัดกิจกรรม Give to Grow ช่วย 3 โรงเรียน ระยอง-ชลบุรี

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิสติ จัดโครงการ ‘Give to Grow’ ส่งมอบระบบเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น พัฒนาพื้นที่ในโรงเรียน และจัดเวิร์กช็อปเพิ่มพูนทักษะชีวิตแก่โรงเรียน 3 แห่งในจังหวัดชลบุรี และระยอง เพื่อเสริมศักยภาพการเรียนรู้ เพิ่มสุขอนามัยที่ดี และส่งเสริมการเติบโตด้านทักษะชีวิตแก่เด็กนักเรียนในชุมชน โดยมีคณะผู้บริหาร อาสาสมัครฟอร์ด รวมถึงตัวแทนจากพันธมิตรบริษัทเอกชนรวมกว่า 150 คน ร่วมพลังจิตอาสาส่งมอบอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง และทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน

ฟอร์ด 2

“การสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนเป็นเรื่องที่ฟอร์ดให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยยึดแนวทางของฟอร์ด ฟิแลนโธรพี ในการส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้ที่ขาดแคลน และส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะสำหรับอนาคต” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ดเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาสาธารณูปโภคในสถานศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการเพิ่มทักษะชีวิตของเด็กนักเรียนที่ยังขาดโอกาส จึงได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญ และจัดการอบรมที่มีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการ Give to Grow ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ford Global Caring Month ที่ได้นำอาสามัครฟอร์ดเข้ามามีส่วนร่วม”

ฟอร์ด 4

โครงการ Give to Grow เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างฟอร์ด ประเทศไทย มูลนิธิสติ และพันธมิตรในการสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ โซลาร์รูฟ ออกแบบระบบ รวมถึงติดตั้งระบบและอุปกรณ์ ประกอบด้วย บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไพรม์ พาวเวอร์ จำกัด และบริษัท อาร์ ๑-๒ ไทย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งร่วมดำเนินโครงการนำร่องในสามโรงเรียนในชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานฟอร์ด ได้แก่ โรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โรงเรียนบ้านเขาคันทรง และโรงเรียนบ้านระเวิง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุน ได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญของตนเองมาร่วมดำเนินการตั้งแต่เริ่มโครงการ อาทิ การลงพื้นที่สำรวจความต้องการของโรงเรียน การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ของโรงเรียน และการสำรวจทักษะที่ขาดแคลนของนักเรียน โดยมีคณะผู้บริหารและอาสาสมัครฟอร์ดจากสำนักงานฟอร์ด กรุงเทพฯ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ผู้จำหน่ายฟอร์ดเอกกรุ๊ป และพันธมิตรกว่า 150 คน ร่วมส่งมอบอุปกรณ์ ติดตั้งระบบเทคโนโลยี และทำกิจกรรมในโรงเรียนทั้งสามแห่ง ประกอบด้วย

ฟอร์ด 5

ส่งมอบและติดตั้งระบบโซลาร์รูฟขนาด 5 กิโลวัตต์ โดยมีจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 370 วัตต์ จำนวน 39 แผง พร้อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าหลักของทั้งสามโรงเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้าประมาณ 2,000-2,500 บาทต่อเดือน

ฟอร์ด 7
ส่งมอบและติดตั้งเครื่องกรองน้ำแก่โรงเรียนบ้านระเวิง และโรงเรียนบ้านเขาคันทรง

ฟอร์ด 8
ทาสีตกแต่งห้องเรียน ที่โรงเรียนบ้านระเวิง
ปรับปรุงเครื่องเล่นและถมดินในสนามเด็กเล่น ที่โรงเรียนบ้านเขาคันทรง
ติดตั้งและทาสีสุขาเคลื่อนที่ สำหรับโรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก
ติดตั้งรั้วโรงอาหาร ที่โรงเรียนบ้านเขาคันทรง

ฟอร์ด 9

นอกจากการฟื้นฟูพื้นที่ทั้งสามโรงเรียนแล้ว โครงการ Give to Grow ยังได้จัดเวิร์กช็อปพัฒนาทักษะชีวิตแก่เด็กนักเรียนในสามหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การเรียนรู้และพัฒนาทักษะสังคม การเรียนรู้เรื่องเพศอย่างเท่าทัน และการขยายความรู้เส้นทางอาชีพให้เด็กๆ เห็นโอกาสด้านอื่นๆ ในชีวิต โดยฟอร์ดร่วมกับมูลนิธิสติทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งสามโรงเรียนเพื่อสำรวจและจัดทำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายที่นักเรียนในแต่ละพื้นที่ต้องเผชิญ และนำข้อมูลมาออกแบบเวิร์กช็อปให้เกิดประสิทธิผลที่สุด ขณะที่อาสาสมัครฟอร์ดก็ได้มีส่วนร่วมในพูดคุยให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่เด็กนักเรียน เพื่อให้แน่ใจว่าทักษะที่เด็กๆ ได้รับจะสามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์ในระยะยาว

ฟอร์ด 10

โครงการ Give to Grow ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากฟอร์ด ฟิแลนโธรพี (Ford Philanthropy) ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อสังคมของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จัดสรรมาใช้จัดกิจกรรม Ford Global Caring Month ในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อให้อาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคม ซึ่งฟอร์ดได้จัดกิจกรรม Global Caring Month มาต่อเนื่องกว่า 10 ปีแล้ว ในปีนี้ ฟอร์ดได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิสติ ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อสังคมมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาของเด็กในกลุ่มเสี่ยง มีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้เห็นว่าชีวิตยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกทั้ง มูลนิธิสติยังมีเครือข่ายอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพ ที่พร้อมส่งต่อทักษะอาชีพ และทักษะการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับรูปแบบปัญหาและความท้าทายของแต่ละพื้นที่