Home Blog Page 128

“มาสด้า” จัดหนักบิ๊กเซอร์ไพรส์ขยายเวลารับข้อเสนอใหญ่ตลอดเดือนตุลาคม

0
Mazda 3

นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทุ่มจัดงานอีเว้นท์ใหญ่เอาใจคนอยากเป็นเจ้าของรถมาสด้าตลอดเดือนตุลาคม ยกทัพยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟรุ่นยอดนิยมหลากหลายรุ่น อาทิ มาสด้า2, มาสด้า CX-3, มาสด้า CX-30, มาสด้า CX-5, มาสด้า CX-8 และ มาสด้า6 ออกงาน มาสด้า เอ็กซ์โป ณ ศูนย์การค้าชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงจัดงานมอบข้อเสนอใหญ่ที่โชว์รูมมาสด้าในต่างจังหวัด ภายใต้แคมเปญ Mazda Big Surprise ต่อเวลา ข้อเสนอใหญ่ เซอร์ไพรส์ไม่หยุด ทั้งส่วนลดพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้น 1 และของแถมมากมาย รวมถึงมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่ที่จองรถมาสด้าภายในงานฯ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้นและแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้การตอบรับรถยนต์มาสด้าเป็นอย่างดี โดยรายละเอียดการจัดกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษ มีดังต่อไปนี้

Mazda 6

 

•Mazda Expo ณ ศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ (บริเวณ เซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น1) ระหว่างวันที่ 27 ก.ย. 67 – 6 ต.ค. 67 และ ระหว่างวันที่ 16-21 ต.ค. 67 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เวสต์เกต มอบส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* หรือ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 72 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และเมื่อจองรถมาสด้าในงาน รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL Under Armour Streak มูลค่า 2,990*บาท* และลูกค้าที่จองมาสด้า6 รับฟรีลำโพงบลูทูธ BOSE SOUNDLINK COLOR II มูลค่า 5,900 บาท* นอกจากนี้ เจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว ยังได้รับสิทธิพิเศษ เมื่อออกรถใหม่ รับฟรี บัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* หรือ เมื่อออกรถมาสด้า6 รับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม*

Mazda 4
•Mazda Fan Fest รวมความสุข ทุกข้อเสนอ ให้แฟนมาสด้า ณ โชว์รูมมาสด้า พัทลุง ระหว่างวันที่ 4-5 ต.ค. 67 และ โชว์รูมอนุภาษมาสด้า ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค. 67 มอบข้อเสนอ ส่วนลดสูงสุด 200,00 บาท* หรือ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 84 เดือน* พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* เมื่อจองรถทุกรุ่นในงานรับลำโพง SONY PORTABLE WIRELESS SPEAKER มูลค่า 1,990 บาท* และพิเศษสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว ออกรถใหม่ รับฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*

Mazda  7
•กิจกรรมทดลองขับในเดือนตุลาคม เมื่อทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับบัตร Starbucks มูลค่า 200 บาท โดยผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า สามารถติดต่อทดลองขับพร้อมรับบัตรฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 67 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

ลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่หรือผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ห้ามพลาดกับข้อเสนอดีๆ เหล่านี้ หรือสนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th

 

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” เคาะราคาขาย “IONIQ 5N”พร้อมทุ่มงบพันล้านเสริมแกร่งอุตสาหกรรม EV ไทย

0
IONIQ 5N 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความยิ่งใหญ่และความมุ่งมั่นครั้งสำคัญ ด้วยการเดินหน้าลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เร่งเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตของอีโคซิสเต็มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทย หลังได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เต็มรูปแบบ การลงทุนครั้งนี้มาพร้อมกับการจัดตั้งบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ พร้อมกันนี้ ฮุนไดโมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว “IONIQ 5N” รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด ที่จะสร้างระดับมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการยานยนต์ทั้งในด้านพละกำลัง ความเร็ว และเทคโนโลยีการขับขี่ที่เหนือคู่แข่ง

IONIQ 5N 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืน ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมมากมาย โดยเรามุ่งเน้นที่การพัฒนาอีโคซิสเต็มยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การลงทุนด้านการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศครั้งนี้ ทำให้เราสามารถวางตำแหน่งประเทศไทยให้กลายเป็นผู้เล่นหลัก ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขับเคลื่อนความก้าวหน้า ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังอนาคต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนมากขึ้น”

บทบาทของโครงการ EV3.5 ต่อความยั่งยืน

ฮุนไดเป็นผู้นำในด้านโซลูชันเพื่อการเดินทางอัจฉริยะและยั่งยืนมาอย่างยาวนาน ผ่านการเปิดตัวรถยนต์แบรนด์ IONIQ ที่เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการออกแบบด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลและดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ฮุนไดยังตอกย้ำความมุ่งมั่นด้วยการจัดตั้งโครงการ EV3.5 ผ่าน บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเตอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยเงินลงทุนสูงกว่า 1 พันล้านบาท ด้วยความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรในประเทศไทย โครงการนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม บนเนื้อที่กว่า 28,500 ตารางเมตร โดยมีพื้นที่ใช้สอยอาคาร 17,500 ตารางเมตร ซึ่งมีทั้งส่วนโรงงานประกอบรถยนต์และแบตเตอรี่ กำหนดเริ่มการผลิตในปี 2569 โดยตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 5,000 คันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายในประเทศ

IONIQ 5N 6

โรงงานแห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของฮุนได ซึ่งรวมถึงแบรนด์ IONIQ โดยจะมุ่งเน้นการใช้ส่วนประกอบหลักจากในประเทศ การเสริมสร้างความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ไทย การส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น และการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าของไทย การลงทุนครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น สำหรับอีโคซิสเต็มของยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้มแข็งและมั่นคง

แบรนด์ IONIQ จุดบรรจบแห่งนวัตกรรมและความยั่งยืน

IONIQ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของอนาคตแห่งการเดินทางที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืน และประสิทธิภาพระดับพรีเมี่ยมในหนึ่งเดียว โดยมียานยนต์ไฮไลต์คือ IONIQ 5 ซึ่งเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าที่คว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วมากมาย จากการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมของฮุนได เข้ากับนวัตกรรมใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม มอบระยะการขับขี่ไกลสูงสุดถึง 481 กิโลเมตร และความสามารถชาร์จไฟเร็วเป็นพิเศษ (10-80% ในเวลาเพียง 18 นาที) พื้นที่ใช้สอยภายในออกแบบให้มีความอเนกประสงค์และความยืดหยุ่นสูง พร้อมฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย เช่น ระบบจอดรถอัตโนมัติและ Hyundai SmartSense โดย IONIQ 5 มีราคาจำหน่ายในเมืองไทยเริ่มต้นที่ 1,699,000 – 1,829,000 บาท ซึ่งนับว่าคุ้มค่าอย่างมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มาเติมเต็มความต้องการคือ IONIQ 6 รถซีดานที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยสไตล์อันโดดเด่น ภายใต้รูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและการตกแต่งห้องโดยสารที่กว้างขวาง มอบระยะทางการขับขี่สูงสุด 545 กิโลเมตร และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.4 วินาที และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ ระบบชาร์จ Multi-Charging System 400V และ 800V ซึ่งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ทั้งยังมีระบบขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พร้อมมอบอีกระดับแห่งสมรรถนะและเสถียรภาพของการขับขี่

IONIQ 5N 8

IONIQ 6 มีราคาเริ่มต้น 1,899,000 บาท พร้อมให้คุณสัมผัสการผสมผสานที่โดดเด่นระหว่างประสิทธิภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืน

เผยโฉม IONIQ 5N นิยามใหม่แห่งยนตกรรมสมรรถนะสูง

IONIQ 5N รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงสุดของฮุนได ก้าวข้ามขีดจำกัดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ด้วยกำลังขับเคลื่อนถึง 601 แรงม้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างไร้คู่แข่ง เสริมการทำงานด้วยโหมด N Grin Boost ซึ่งจะเพิ่มกำลังสูงสุดเป็น 641 แรงม้า มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที โดย IONIQ 5N มีราคาจำหน่าย 3,790,000 บาท ด้วยสมรรถนะการขับขี่อันน่าทึ่ง ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำหน้าของฮุนได IONIQ 5N จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความตื่นเต้น พละกำลัง และนวัตกรรมล้ำยุค เพื่อมุ่งสู่อนาคตแห่งการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง

IONIQ 5N 10

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม IONIQ 5N ได้ที่ IONIQ Lab (TDPK), H-Space วิภาวดี และ H-Studio ที่ The Emsphere

นวัตกรรม E-Pit พร้อมให้บริการแล้ว

ในโอกาสเดียวกันนี้ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังขอแนะนำ E-Pit สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Ultra-fast charging ซึ่งพร้อมให้บริการแล้ววันนี้ที่ IONIQ Lab โดยมาพร้อมกับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800 โวลต์ / 350 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จไฟเพียง 5 นาที ให้ขับขี่ IONIQ 5 ไปได้ไกลอีก 100 กิโลเมตร นวัตกรรมที่ชาร์จ E-Pit แห่งนี้สงวนสิทธิ์การให้บริการสำหรับลูกค้า IONIQ 5, IONIQ 6 และ IONIQ 5N เท่านั้น โดยยังให้บริการฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายจนถึงสิ้นปีนี้อีกด้วย ลูกค้า IONIQ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของ E-Pit ได้ที่ IONIQ Lab นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีแผนขยายจุดให้บริการสถานีชาร์จ E-Pit โดยจะตั้งขึ้นที่ H-Space ในอนาคตอันใกล้

IONIQ 5N 12

 นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“แบรนด์ IONIQ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม IONIQ 5N จึงเป็นอีกหนึ่งหลักชัยสำคัญบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนของเรา ผ่านการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างสุดยอดประสิทธิภาพ เทคโนโลยีขั้นสูง และความยั่งยืน เป้าหมายของเราคือการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของเมืองไทย พร้อมด้วยโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่กระตุ้นเร้าแรงบันดาลใจ เสริมสร้างความเชื่อมั่น และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น”

IONIQ 5N 11

“เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรา ฮุนไดขอมอบแพ็กเกจระดับพรีเมียม ด้วยการรับประกันแบตเตอรีไฟฟ้าแรงสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. และการรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปีหรือ 150,000 กม. เพื่อมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ เรายังเพิ่มความอุ่นใจที่เหนือระดับสำหรับลูกค้า IONIQ ด้วยแพ็คเกจบริการหลังการขายสุดพิเศษ ด้วยบริการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 10 ปีหรือ 150,000 กม. ฟรีเครื่องชาร์จ Home Charger พร้อมฟรีค่าติดตั้ง พร้อมเครื่องชาร์จพกพากระแสไฟฟ้า AC ความยาวสายไฟ 6 เมตร ซึ่งรับประกันนาน 3 ปี ทั้งยังมีบริการชาร์จไฟ V2L ฟรี 3 ปี เหนือสิ่งอื่นใด ฮุนไดยังบริการส่งมอบยานยนต์ถึงบ้านปีละสองครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ฮุนไดยังมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดหรือสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด นานสูงสุดเป็นเวลา 5 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งเป็นบริการพิเศษสุดสำหรับลูกค้าฮุนไดเท่านั้น” นายวัลลภ กล่าวสรุป

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ฮุนไดยังประกาศความมุ่งมั่น ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น วิสัยทัศน์ของฮุนไดคือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยมีเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุม พร้อมสนับสนุนหลังการขายชั้นเลิศ และไม่เป็นเพียงแค่การพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ฮุนไดยังลงทุนในโครงการด้านความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและชุมชน เพื่อส่งเสริมโครงการสีเขียวและสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยโครงการเหล่านี้ ประเทศไทยจะพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ IONIQ ของฮุนไดจะเป็นแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ พร้อมร่วมเดินทางสู่อนาคตแห่งพลังงานสะอาด เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสร้างความยั่งยืนที่มากยิ่งขึ้นร่วมกับทุกคน

ค้นพบประสบการณ์ยานยนต์ IONIQ รุ่นใหม่ล่าสุดจากฮุนได ทั้ง IONIQ 5 และ IONIQ 6 ได้ที่ศูนย์ IONIQ Lab, H Studio ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ หรือ IONIQ Agency ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี (ฮุนได ติวานนท์), จังหวัดสมุทรปราการ (ฮุนได บางปู), จังหวัดปทุมธานี (ฮุนได คลองหลวง), จังหวัดระยอง (ฮุนได ระยอง) ทั้งยังมีแผนขยายเครือข่าย IONIQ Agency ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี (กำหนดเปิดในเดือนตุลาคม 2567) วงศ์สว่าง และจังหวัดอุบลราชธานี (กำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2567) เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสยานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยของฮุนไดได้อย่างสะดวกสบายด้วยตัวเอง ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” หรือศึกษาข้อมูลรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น ได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th  

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) พิสูจน์แล้วโดยผู้ใช้จริง Honda e:HEV 30 คัน ยืนยัน! น้ำมัน 1 ถัง พาไปได้ไกลเกินกว่า 900 กม. บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความประหยัดของระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผ่านทริปสุดพิเศษ ‘Honda e:HEV Challenge ประหยัด… ไปถึงไหนนน!’ แท็กทีมลูกค้ารถยนต์ Honda e:HEV ทั้ง 6 รุ่น จำนวน 30 คัน รวมผู้ขับขี่พร้อมผู้โดยสารทั้ง 60 คน และคณะสื่อมวลชนสายยานยนต์ ร่วมพิสูจน์ความประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV กับน้ำมัน 1 ถัง บนเส้นทางการขับขี่จริงจากกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่ รวมระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร โดยผลลัพธ์จากกิจกรรมพบว่ารถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น สามารถขับขี่ได้ไกลเกินกว่า 900 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียงถังเดียว* โดยไม่มีการแวะเติมน้ำมัน คอนเฟิร์มความประหยัดจากลูกค้าผู้ใช้งานจริง กับสถิติตัวเลขอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมเกินกว่าป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล หรือ ECO Sticker* อีกทั้งลูกค้ายังได้ร่วมแลกเปลี่ยนเคล็ดลับการขับขี่ที่ตอกย้ำความประหยัดอีกขั้น พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสและพิสูจน์ความประหยัดของ Honda e:HEV ทุกรุ่นด้วยตัวคุณเอง และให้ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยข้อเสนอพิเศษ ณ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

 

โดยลูกค้าผู้ใช้จริงรถยนต์ Honda e:HEV ที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 คัน จากทั้ง 6 รุ่น ได้แก่

  • ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี 4 คัน
  • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี 6 คัน
  • ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี 6 คัน
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี 2 คัน
  • ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 6 คัน
  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี 6 คัน

ตลอดเส้นทางการขับขี่สุดท้าทายเพื่อพิสูจน์ความประหยัดของน้ำมัน 1 ถัง ลูกค้าต่างขับขี่กันอย่างมุ่งมั่น ผสานการใช้เทคนิคสไตล์ตนเองในการขับขี่รถยนต์ Honda e:HEV คู่ใจ สู่ประสบการณ์ที่สนุกสนานตลอดทริป โดยได้พิสูจน์บนเส้นทางการใช้งานจริงหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเมือง และทางขึ้น-ลงเขา รวมถึงทางโค้ง และได้พิสูจน์ถึงการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด โดยระบบจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับของแบตเตอรี่ สภาพถนน และพฤติกรรมในการขับขี่ ประกอบด้วยการทำงานของโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ระบบจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขณะ
    ออกตัว เหมาะกับการขับขี่ในเมือง
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) มอบอัตราเร่งทรงพลังและนุ่มนวล โดยระบบจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในขณะที่เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นไฟส่งเข้าสู่มอเตอร์ เพื่อขับเคลื่อนล้อ หรือเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) โดยจุดเด่นอยู่ที่ชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์
    E-CVT จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์และส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง เหมาะกับการขับขี่โดยใช้ความเร็วสูงคงที่

รถยนต์ e:HEV ทุกรุ่นของฮอนด้า ยังมาพร้อมกับระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) เป็นระบบที่ช่วยชะลอความเร็วรถ และสามารถชาร์จไฟกลับไปที่แบตเตอรี่ไฮบริด ช่วยให้รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ชะลอความเร็วเมื่อเข้าโค้ง หรือขับรถลงทางลาดชันได้โดยไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย ลดการเหยียบเบรกโดยไม่จำเป็นและยังได้พลังงานไฟฟ้าชาร์จกลับไปที่แบตเตอรี่ ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน ให้ทั้งความสนุกสนานในการขับขี่ควบคู่ไปกับความประหยัดน้ำมันและความปลอดภัย และทุกรุ่นยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง** (Honda SENSING)
มอบความมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกการเดินทาง

สำหรับกิจกรรม ‘Honda e:HEV Challenge ประหยัด… ไปถึงไหนนน!’ ได้พิสูจน์ผลลัพธ์แล้วว่า รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น ทั้ง 30 คัน สามารถขับขี่ได้ไกลเกินกว่า 900 กิโลเมตร ด้วยน้ำมัน 1 ถัง โดยที่น้ำมันยังเหลือ จากการทดสอบบนเส้นทางจากกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่ ซึ่งผู้ชนะทั้ง 6 รุ่น สามารถขับขี่ด้วยน้ำมัน 1 ถัง โดยมีรายละเอียดระยะทางรวม ดังนี้

  1. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 7 กิโลเมตร
  2. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 5 กิโลเมตร
  3. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 9 กิโลเมตร
  4. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 4 กิโลเมตร
  5. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 4 กิโลเมตร
  6. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 8 กิโลเมตร

นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ Honda e:HEV ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ยังร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการขับประหยัดน้ำมันมาฝาก เพื่อให้สามารถขับขี่ได้อย่างประหยัดยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน และเชิญชวนลูกค้าที่สนใจให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Honda e:HEV ไปด้วยกัน

 

คุณชัยชนะ พูลพิพัฒน์ ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี กล่าวว่า “เคล็ดลับของผม คือ
เน้นการขับขี่ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยใช้ความเร็วที่ประมาณ 60 ถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ได้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี ในทางเรียบอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก แต่ในช่วงเวลาที่ขึ้นหรือลงเนินเขา จะต้องจับจังหวะการหน่วงให้ดี  โดยช่วงขึ้นเขาอาจจะใช้โหมด ECON รวมถึงให้รถขยับช้า ๆ เพื่อให้เป็นไฟฟ้า และในจังหวะที่ลงเขาก็จะให้รถชาร์จไฟกลับ น่าจะเป็นระยะทางประมาณ 10 กว่ากิโลฯ ที่ผมแทบจะไม่ได้ใช้น้ำมันเลย ทำให้ได้ตัวเลขอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีมาก

ด้านลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี คุณครรชิต จุดประสงค์ กล่าวว่า “ในระหว่างการแข่งขัน
ผมได้ใช้ความสามารถทั้งของรถ และความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อจะทําให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น จากตอนแรกอยู่ที่ 26 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปที่ 26.4 และจบที่ 27 กิโลเมตรต่อลิตร สูงสุดเท่าที่เคยทําได้เลยครับ ประทับใจมาก ๆ ตอนซื้อรถมา คิดไว้แล้วว่าถ้าซื้อรถใหญ่ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็จะต้องมากขึ้นแน่นอน แต่พอมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ก็พิสูจน์ได้จริง ๆ ว่าแม้รถจะใหญ่ แต่ก็ยังประหยัดน้ำมันมาก ๆ ปกติแล้วผมจะขับในกรุงเทพฯ หลังจากนี้ก็จะนำวิธีการที่ใช้ในการแข่ง ไปใช้ตอนขับในชีวิตประจําวันด้วยครับ”

คุณเอกพจน์ บุญหนู แชร์ถึงเทคนิคและความประทับใจต่อ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ของตนเองว่า “เทคนิคของผม คือ ในช่วงการขับขี่ขึ้นเขา ผมจะเร่งความเร็วส่งขึ้นไป พอถึงช่วงประมาณ 3/4 ของเนิน ผมจะยกคันเร่งออก ให้ความเร็วค่อย ๆ ลด แล้วค่อย ๆ เติมคันเร่งไปทีละนิดเพื่อให้ไปถึงยอดเขา พอถึงยอดเขาก็จะปล่อยให้รถไหลลง และค่อยเติมคันเร่งให้มีแรงส่งออกไปครับ โดยรวมความประทับใจต่อรถคันนี้ คือ ให้ทั้งความประหยัด สะดวกสบาย และการขับขี่ที่มั่นคง ผมตัดสินใจไม่ผิดเลยที่มาเป็นครอบครัว Honda e:HEV ขอขอบคุณฮอนด้ามากครับที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกกันครับ”

กิจกรรม ‘Honda e:HEV Challenge ประหยัด… ไปถึงไหนนน!’ ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่า รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และด้านอัตราประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ พร้อมทั้งสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร้กังวล โดยน้ำมันเพียงถังเดียวก็สามารถพาคุณไปได้ไกลกว่าที่คิดในทุก ๆ เส้นทาง เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและเดินทางไกล ลดความกังวลเมื่อต้องเดินทางไกลแบบไม่ต้องเผื่อเวลาชาร์จ

ลูกค้าท่านใดที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ Honda e:HEV หรือรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของฮอนด้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
โดยสามารถลงทะเบียนทดลองขับล่วงหน้าก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
ผ่านทาง www.honda.co.th/testdrive

หมายเหตุ:
*อัตราการประหยัดน้ำมันที่ได้จากการทดสอบโดยลูกค้าผู้ใช้จริง ผ่านเส้นทางกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่ เป็นระยะทางรวมไม่ต่ำกว่า 900 กิโลเมตร อ้างอิงจากการขับขี่และวัดผลในกิจกรรมระหว่างวันที่ 6 – 8 กันยายน 2567 (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล)

**ฟังก์ชันการทำงานของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) แต่ละระบบ แตกต่างกันในแต่ละรุ่น

ข้อมูลอัตราประหยัดน้ำมันและระยะทางการวิ่ง

รุ่นรถยนต์ ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด ระยะทางการวิ่ง
(ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101

ในห้องปฏิบัติการ)

(ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ะบุคคล)
ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี 40 27.8 กม./ ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก

อี:เอชอีวี

40
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 40 25.6 กม./ ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี 40 25.0 กม./ ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี 48.5 25.0 กม./ ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 900 กิโลเมตร
ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี 57 20.8 กม./ ลิตร (รุ่น e:HEV ES)

19.2 กม./ ลิตร (รุ่น e:HEV RS 4WD)

วิ่งได้ไกลกว่า 900 กิโลเมตร

หมายเหตุ:
ตัวเลขระยะทางที่แสดงข้างต้น อ้างอิงและไม่เกินจากการคำนวณตาม Eco Sticker (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ปรับกลยุทธ์ภายใต้ภาวะการแข่งขันสูง ยืนยันความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว พร้อมดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต-ส่งออกรถยนต์ทั่วโลก

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ ย้ำชัด ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกาศจุดยืน “ประเทศไทย” เป็นประเทศยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียนและตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายใต้ “Great Wall Motors International” บริษัทฯ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกำกับ ดูแล รวมถึงบริหารธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดต่างประเทศทั่วโลก สำหรับตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวารวมถึงประเทศไทย นำทัพโดย เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและนำการบริหารงาน ณ สำนักงานที่กรุงเทพฯ​ เพื่อปรับเปลี่ยนและพัฒนาการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันได้ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย รวมถึงกำกับดูแลการดำเนินงานของโรงงาน “GWM Smart Factory” ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโรงงานการผลิตเต็มรูปแบบ ที่ถูกวางให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนตอกย้ำทิศทางและวิสัยทัศน์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว

ชูกลยุทธ์ 3 ด้าน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว: ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์คนไทย งานบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน เข้ามาปรับปรุงและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันภายใต้ภาวะการณ์ที่ท้าทายในปัจจุบัน เพื่อให้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง สร้างรากฐานเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ประกอบด้วย

ด้านผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมีการปรับกลยุทธ์การวางแผนผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าชาวไทย รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Powertrain) อันหลากหลายเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องและใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีคุณภาพในประเทศให้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตและส่งออกที่สำคัญของรถยนต์พวงมาลัยขวาและซ้ายของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย

ด้านบริการหลังการขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีการยกระดับมาตรฐานศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีผ่านโครงการ “Certified Body and Paint” โดยมี พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำนวน 6 แห่ง ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่ผ่านการรับรองจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อมอบความมั่นใจในคุณภาพงานซ่อมให้กับลูกค้า โดยในอนาคต บริษัทฯ วางแผนที่จะขยายโครงการดังกล่าวไปยังจังหวัดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศอีกด้วย สำหรับด้านการบริหารจัดการอะไหล่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีแผนในการสร้างโรงเก็บอะไหล่ขนาดใหญ่ในประเทศจีน เพื่อรองรับความต้องการอะไหล่จากตลาดต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย ทำให้การจัดส่งอะไหล่ที่ต้องนำเข้าจากประเทศจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการพัฒนาการบริการส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการทั่วประเทศได้ภายใน 1 วัน รวมถึงมีแผนในการขยายคลังเก็บอะไหล่ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์และรถรุ่นใหม่ ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต รวมถึงการจัดหาผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการอะไหล่ของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ด้านการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ถึงแม้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายหลายราย ซึ่งเป็นผลจากภาวะการแข่งขันสูงและการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเดินหน้าในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั้งสิ้น 71 แห่ง โดยในปี 2567 นี้ เรามีการเปิด พาร์ทเนอร์ สโตร์ เพิ่มเติมไปแล้วถึง 11 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑลและต่างจังหวัด ได้แก่ GWM ไลฟ์ นนทบุรี, GWM จีที ออโต้ พัฒนาการ, GWM มหานคร พหลโยธิน กม.25, GWM เอก อารีย์, GWM บางกอก ถนนจันทน์, GWM คาร์แมน วงศ์สว่าง, GWM ฑีฆ อุดรธานี, GWM อนุภาษ ภูเก็ต กะทู้, GWM วายเอเอส ยะลา, GWM ระยอง ปลวกแดง และ GWM ชูเกียรติ สงขลา นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาครบ 3 ปีเต็ม และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 พร้อมความมุ่งมั่นตั้งใจในการนำผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทย เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างมากที่มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด ภายใต้ความท้าทายของอุตสาหกรรมรถยนต์และสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้ตอบโจทย์คนไทยให้มากที่สุด เราเชื่อว่ากลยุทธ์ทั้ง 3 ด้านของเราจะทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เราขอยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะยังคงดำเนินต่อไปด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่ง ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดประเทศไทยและผู้บริโภคชาวไทย และประเทศไทย ถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ความสำคัญเสมอมา เรายังคงมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในระดับโลก เราจะเติบโตไปพร้อมกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน”

ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ เร่งเครื่องสุดกำลังในการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ส่งท้ายเดือน 9 ด้วยข้อเสนอสุดอัศจรรย์ ที่งาน ‘9 Miracles Executive Car Day’ จอง BMW ใช้แล้วสภาพดี แถมฟรี iPhone 16 Pro

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หยิบยื่นข้อเสนอสุดอัศจรรย์ส่งท้ายเดือน 9 กับงาน ‘9 Miracles Executive Car Day’ พบรถผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดงราคาพิเศษ และป้ายขาวไมล์น้อย ราคาดี การันตีคุณภาพ พร้อมกิจกรรมดูดวงศาสตร์ทั้ง 9 จากนักพยากรณ์ชื่อดัง รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายน 2567 ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พระราม 4 หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา ทั่วประเทศ

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ขอเรียนเชิญผู้ที่ชื่นชอบความคุ้มค่า มาชมงาน ‘9 Miracles Executive Car Day’ ที่เราคัดสรรยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู หลากรุ่น หลายสายพันธุ์ ทั้งรถผู้บริหารป้ายแดง และป้ายขาว สภาพดี และมีให้เลือกแบบจุใจ เพียง 3 วันเท่านั้นครับ”

++ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ จัดให้ จองคันไหนก็คุ้มค่าสุดๆ

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ส่งท้ายเดือน 9 สุดอัศจรรย์ จัดหนักแคมเปญรถผู้บริหาร
ป้ายแดง และป้ายขาว สภาพดี การันตีคุณภาพ หยิบยื่นความคุ้มค่ามาให้ลูกค้าแบบจุใจ อาทิ

  • BMW 220i M Sport เริ่มต้น 1,690,000 บาท*
  • BMW 320d M Sport เริ่มต้น 1,890,000 บาท*
  • BMW X1 sDrive20i xLine เริ่มต้น 1,990,000 บาท*
  • BMW X3 20d xDrive M Sport เริ่มต้น 1,780,000 บาท*
  • BMW 530e M Sport Lci เริ่มต้น 2,390,000 บาท*
  • BMW iX3 M Sport Inspiring เริ่มต้น 2,550,000 บาท*
  • BMW i5 M60 xDrive เริ่มต้น 3,890,000 บาท*
  • BMW iX xDrive40 Sport เริ่มต้น 3,990,000 บาท*

คุ้มค่าเหนือระดับ ให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอพิเศษสุด

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี BSI Ultimate สูงสุด 6 ปี*
  • ฟรี iPhone 16 Pro 256 GB มูลค่า 48,900 บาท*
  • ฟรี Dining Voucher มูลค่า 8,000 บาท*

สัมผัสกิจกรรม Luck of Luxury 9 ศาสตร์แห่งการพยากรณ์ เสริมบวกให้กับชีวิต นำโดย 2 อาจารย์โหราศาสตร์ชื่อดัง หมอไก่ พ.พาทินี กับ อ.ชัญญา พร้อม 7 อาจารย์จากสมาคมโหราศาตร์ รวมทั้งสิ้น 9 ศาสตร์ คือ รูน, ไพ่ยิปซี, โหงวเฮ้ง, ลายมือ, ลายเซ็น, เบอร์โทร/ตัวเลข และ เลข 7 ตัว

  • วันเสาร์ที่ 28 กันยายน – กิจกรรมสัมมนากับ หมอไก่ พ.พาทินี เป็นการสัมมนาในหัวข้อ
    เช็กดวงข่าวดี ครบ 12 ราศีแบบจัดเต็ม เจาะลึกดวงช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี 2567
  • วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน – ตรวจดวงชะตา กับ อ.ชัญญา ราชินีไพ่จิตสัมผัส

สมาชิก MGC-MOBILIFE รับสิทธิ์ประโยชน์เพิ่ม เมื่อออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ รับคะแนนสะสม 1 คะแนน ต่อยอดใช้จ่าย 100 บาท เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ บัตรโดยสารสายการบิน, ห้องพักโรงแรมหรู, สปาสุดพรีเมียม, ร้านอาหารชั้นนำ และอีกมาก

 

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)
https://www.millenniumauto.co.th
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

จองสิทธิเป็นเจ้าของรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ !

0

RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY จัดแคมเปญ RIDDARA PRE-BOOKING เปิดให้จองสิทธิเป็นเจ้าของ RIDDARA ก่อนใคร จองวันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษทั้งดอกเบี้ย 0.99%* และรับฟรี Home Charger พร้อมค่าบริการติดตั้ง*  สำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรกเท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิได้ผ่านเว็บไซต์ https://th.riddara.com ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2567 นี้

RIDDARA PRE-BOOKING จองสิทธิวันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ

RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY Holding Group จัดทำกิจกรรมสุดพิเศษ RIDDARA PRE-BOOKING เปิดให้จองสิทธิเป็นเจ้าของรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมรับข้อเสนอพิเศษดังนี้

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%*
  • ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง**

  *  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

    ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ทั้งนี้สิทธิพิเศษ RIDDARA PRE-BOOKING ดังกล่าว จำกัดเฉพาะผู้ที่จอง RIDDARA ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2567 และชําระเงินมัดจําตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป รวมทั้งรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยจำกัดเพียง 1,000 สิทธิเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมจองสิทธิได้ที่เว็บไซต์ https://th.riddara.com

 

ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda ADV160 4 เฉดสีใหม่ พร้อมเปิดโหมดท้าทาย ไปได้ทุกทาง

0

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว ‘New Honda ADV160’ ที่มาพร้อม 4 เฉดสีใหม่ เสริมความโดดเด่นโชว์ความเป็น SUV Bike มากกว่าเดิม ได้แก่ ‘สีเขียว Phenomenon Green’ ‘สีแดง Millennium Red’ ‘สีเทา Pearl Smoky Gray’ และ ’สีดำ Horizon Black’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Explore The Wild Urban เปิดโหมดท้าทาย ไปได้ทุกทาง’ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

สีเขียว Phenomenon Green

สีแดง Millennium Red

New Honda ADV160 ได้รับการออกแบบให้มีความเท่ ในสไตล์ SUV Bike โดดเด่นมากกว่าเดิมด้วยโทนสีใหม่ เอาใจผู้ที่รักการผจญภัยด้วย ‘สีเขียว Phenomenon Green’ สะท้อนความเป็นตัวตนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายให้ได้ออกไปลุยบนเส้นทางในเมืองและบนเส้นทางธรรมชาติ รวมถึง ‘สีแดง Millennium Red’ ที่ตัดกับสีดำดูโฉบเฉี่ยว และทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับ ‘สีเทา Pearl Smoky Gray’ และ ’สีดำ Horizon Black’ ที่เสริมความเท่ และดุดัน ดีไซน์สะท้อนความแกร่งในสไตล์ SUV Bike

New Honda ADV160 เทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าและไฟท้าย Full LED พร้อมไฟ Day Time Running Light (DRL) ที่เพิ่มความชัดเจนในการขับขี่ในทุกสภาพแสง และ Tapered Handlebar ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยยังได้รับการพัฒนาอย่างครบครัน ด้วยระบบเบรก ABS และล้อที่ออกแบบมาให้เกาะถนนดีเยี่ยม สามารถลุยได้ในทุกสภาพถนน พร้อมซับแรงกระแทกด้วย Twin Subtank ทำให้การขับขี่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

New Honda ADV160 พร้อมลุยทุกเส้นทางด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี 4 วาล์ว เร่งทันใจ ออกแบบมาให้สะดวกสบายต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยเบาะนั่งที่มีความสูงเพียง 780 มม. ช่วยให้ขึ้น-ลงสะดวก และระบบชาร์จไฟ USB Type A ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วยการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีระบบ Honda SMART Key และ Emergency Stop Signal (ESS) ที่เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์

สีเทา Pearl Smoky Gray

สีดำ Horizon Black

ไทยฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda ADV160 4 สีใหม่ ได้แก่ สีเขียว (Phenomenon Green) ,สีแดง (Millennium Red), สีเทา (Pearl Smoky Gray) และ สีดำ (Horizon Black) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคาแนะนำ 99,900 บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda ADV160 ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการขนส่งแห่งอนาคต ในงานขนส่งสัมพันธ์ 3 เหล่าทัพ ครั้งที่ 54

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ นำทีมพาร์ทเนอร์ฟลีทถ่ายทอดความรู้พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแนะแนวทางการขนส่งด้วยวิวัฒนาการและการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก ผ่านเทคโนโลยีล้ำหน้าและนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อพัฒนากิจการในราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเตรียมความพร้อมในการขนส่งและการขับขี่แห่งอนาคตด้วยรถยนต์พลังงานทางเลือก พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่และสังคมไทยไร้คาร์บอน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทหารขนส่งเหล่าทัพอีกด้วย โดยภายในงานมีการจัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมถึงกิจกรรมทดสอบขับขี่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทดลองใช้งานและสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีการขับขี่รถยนต์ทางเลือกใหม่ ในงานขนส่งสัมพันธ์ 3 เหล่าทัพ ครั้งที่ 54 จัดขึ้นที่ นอร์ธเทิร์น รังสิต กอล์ฟคลับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำโดย นายสฤษดิ์พงษ์ เพ่งเล็งผล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาเครือข่าย นางสาวณธษา ทิพย์สม ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่และโครงการพิเศษ และนายสรทรรศน์ เอกจริยวงศ์ ผู้จัดการแผนกฝึกอบรม เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการสัมมนาประจำปีของกรมการขนส่งของทั้งสามเหล่าทัพ ในหัวข้อ “เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่” โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรในภาคส่วนการขนส่งของทั้งสามเหล่าทัพได้รับองค์ความรู้ใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) โดยในงานขนส่งสัมพันธ์ 3 เหล่าทัพ ครั้งที่ 54 ในปีนี้ จัดขึ้นโดยกองทัพอากาศ นำโดย พลอากาศตรี ธีรพล สนแจ้ง เจ้ากรมขนส่งทหารอากาศ พลตรีสนอง แน่งอนงค์ เจ้ากรมขนส่งทหารบก และ พลเรือตรี สมบัติ จูถนอม เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ

การร่วมมือกันระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และทั้งสามเหล่าทัพในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคการขนส่งของทั้งสามเหล่าทัพให้ขับเคลื่อนสู่อนาคตอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในอุตสาหกรรมการขนส่งในประเทศไทย ผ่านการจัดแสดงนวัตกรรมอัจฉริยะและทดสอบสมรรถนะ ของรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้ง 6 รุ่น ขวัญใจคนไทย ทั้ง ALL NEW GWM TANK 300 HEV, ALL NEW GWM TANK 500 HEV, GWM ORA 07, GWM ORA Good Cat, GWM HAVAL H6 PHEV และ GWM HAVAL JOLION อีกทั้งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายของรัฐบาล ในการก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2573 อีกด้วย

Lamborghini Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่พร้อมลงสนาม! ชูระบบส่งกำลังเครื่องไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ 920 CV

0

ลัมโบร์กินี (Lamborghini) แบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูระดับโลกสัญชาติอิตาลี เปิดตัว “Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะ ประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ และความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น โดย Temerario นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (HPEV) ของลัมโบร์กินี หลังจากเปิดตัว Revuelto ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว และเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดให้สมบูรณ์แบบหลังการเปิดตัว Urus SE เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

Temerario ปรากฏตัวขึ้นในฐานะดาวเด่นของมหกรรม Monterey Car Week 2024 โดยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เหนือกว่าด้วยสุดยอดสมรรถนะ ระบบส่งกำลังไฮบริดรูปแบบใหม่ซึ่งเกิดจากการผสานเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบที่พัฒนาใหม่ในทุกรายละเอียดเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอบกำลังเครื่องยนต์รวมถึง 920 CV โดยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยโรงงาน Sant’Agata Bolognese และยังเป็นเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในการผลิตที่สามารถทำความเร็วรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที มอบประสิทธิภาพที่สั่นสะเทือนวงการอย่างแท้จริงโดยมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง (เร็วกว่า 210 ไมล์/ชั่วโมง) สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (0-62 ไมล์/ชั่วโมง) ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที

“Temerario ถือเป็นรถยนต์สายพันธุ์ ‘Fuoriclasse’ ตัวจริง ถือเป็นรถยนต์ที่เหนือชั้นที่สุดในเซกเมนต์และเต็มไปด้วยความพิเศษ ซึ่งผ่านการสร้างสรรค์ทั้งจากมุมมองเชิงเทคนิคและสไตล์อย่างลงตัว” มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลัมโบร์กินี กล่าว “การพัฒนาลัมโบร์กินีรุ่นใหม่ทุกครั้งจะต้องมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยั่งยืนมากขึ้นตามจุดยืนด้านการปล่อยมลพิษของเรา สำหรับ Temerario เราได้บรรลุภารกิจสำคัญในกลยุทธ์การใช้พลังงานไฟฟ้าตามแผน Direzione Cor Tauri โดยลัมโบร์กินีคือแบรนด์รถยนต์ระดับหรูแบรนด์แรกที่นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดทั้งหมดโดยสมบูรณ์”

รถยนต์ Temerario ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของลัมโบร์กินีในแง่ของการพัฒนาประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ ผสานกับรายละเอียดและเส้นสายอย่างมีสไตล์ ซึ่งแสดงถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบของแบรนด์ โครงสร้างใหม่ทั้งหมดผลิตจากโครงอะลูมิเนียมโดยการใช้โลหะผสมที่ล้ำสมัย ซึ่งให้ความแข็งแรงสูงและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ จึงสามารถเพิ่มความทนทานต่อแรงบิดสูง และยังช่วยเสริมพลศาสตร์การขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

โครงแชสซีมอบความสะดวกสบายชั้นเลิศแก่ผู้โดยสารด้วยความกว้างที่เพิ่มขึ้น โดย Temerario เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดในสนามแข่ง ในขณะเดียวกันก็มอบพื้นที่กว้างทั้งสำหรับผู้โดยสารและช่องเก็บสัมภาระได้มากกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน

Temerario ยังมอบประสบการณ์ที่ล้ำสมัยที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของลัมโบร์กินี ด้วยการเปิดตัวระบบ Lamborghini Vision Unit ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงฟังก์ชันและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังทำให้ผู้ใช้สามารถย้อนดูและแบ่งปันประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่านมา ทั้งในสนามแข่งขันและบนถนนของตนให้แก่คนอื่นได้

“ออโต้ไลค์ทีวี” ฉลองสู่ปีที่ 13 เดินหน้าโครงการ “ขับไป…ให้น้อง” ครั้งที่ 11

0

โครงการ “ขับไป…ให้น้อง” ครั้งที่ 11” (Drive to Give EP.11) จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 12 ปีและก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 ของ “ออโต้ไลค์ทีวี” โดย นายศักดิ์ณรงค์ ฉันทศาสตร์ ประธานโครงการ/บรรณาธิการบริหาร รายการ “ออโต้ไลค์ทีวี” (AutoLikeTV) ทางททบ.5 และเว็บไซต์ www.autoliketv.com รวมถึง YOUTUBE/TIKTOK : AUTOLIKETV พร้อมด้วยพันธมิตรที่หลากหลาย เดินทางสู่ “ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสมุทรสงคราม” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อร่วมกันเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ เยาวชนผู้พิการซ้ำซ้อน รวมถึงบุคลากรในศูนย์ พร้อมด้วยการมอบสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ ขณะเดียวกันก็ได้ทำการส่งมอบ “เตียงฝึกยืนไฟฟ้าแบบสองระบบ” และ “เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟฟ้า” พร้อมด้วยเงินสดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในศูนย์แห่งนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้พิการต่อไป