Home Blog Page 128

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โรงงาน 3 รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว ประจำปี 2567

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โรงงาน 3 รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมประจำปี 2567 จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อเป็นการยกย่องความเป็นเลิศในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์การตรวจประเมินทั้งหมด 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ โดยโรงงาน 3 ได้รับรางวัลนี้ต่อจากโรงงาน 1 และ 2 ที่ได้รับรางวัลเดียวกันในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นจะเติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับสังคมไทย

สำหรับรางวัลธงขาว-ดาวเขียว มุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานใน
นิคมอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมนำหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมมาใช้ในการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการโรงงาน ทำให้เกิดการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานและความโปร่งใส อีกทั้งยังสนับสนุนให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้และเติบโตอย่างยั่งยืน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โรงงาน 3 ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศตามหลักเกณฑ์การตรวจประเมินครบทั้ง 5 มิติ เริ่มจาก มิติกายภาพ แสดงถึงความเป็นเลิศในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางกายภาพทั้งองค์รวม ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ในขณะเดียวกัน มิติเศรษฐกิจ โรงงาน 3 ได้รับการยกย่องจากการดำเนินโครงการนักศึกษาฝึกงาน MMTh Talent Internship Program ที่มอบโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงในโรงงานที่ทันสมัย พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและเศรษฐกิจชุมชน โดยอนุญาตให้ร้านค้าชุมชนเข้ามาค้าขายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ให้เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ

ภายใต้ มิติสิ่งแวดล้อม โรงงาน 3 ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม และการรับรองธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จากการนิคมอุตสาหกรรม ทั้งยังมีระบบและผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด พร้อมด้วยระบบการจัดการน้ำเสียที่มีการหมุนเวียนน้ำในระบบพ่นสี และมีการควบคุมคุณภาพตลอดเวลา ระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ไม่มีการนำกากอุตสาหกรรมไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ (Zero Landfill) และมีการรณรงค์ส่งเสริมการแยกขยะในองค์กร โดยมีการเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สีฐานน้ำ (Water-Based Paint) ในกระบวนการพ่นสีทั้งยังติดตั้งระบบบำบัดมลพิษอากาศชนิด Regenerative Thermal Oxidizer เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ก่อนปล่อยอากาศสู่สิ่งแวดล้อม มีการตรวจวัดค่ามลพิษและควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านการอนุรักษ์พลังงาน โรงงาน 3 มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานที่มีกำลังการผลิต 7.6 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 6,200 ตันต่อปี การติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง LED และจัดทำโครงการและนวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อประหยัดพลังงานซึ่งจะช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ความมุ่งมั่นในด้านสิ่งแวดล้อม ยังรวมถึงนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement Policy)  โดยจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น และปราศจากส่วนประกอบที่เป็นโลหะหนักอันตราย รวมไปถึงโครงการรากกล้าแห่งความยั่งยืน (Root for Sustainability) เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปูทางสู่แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

ภายใต้ มิติด้านสังคม โรงงาน 3 ได้รับการยกย่องในด้านโครงการให้ความรู้เรื่องการแยกขยะและการรีไซเคิล รวมถึงโครงการภายในองค์กรต่าง ๆ เช่น โครงการมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดี มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียม
ด้านการศึกษาในสังคมไทย โดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนปีละ 100 ทุน โครงการมอบระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่สร้างพลังงานมากกว่า 50 กิโลวัตต์ ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 ปี โครงการวิ่งการกุศลเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในจังหวัดชลบุรี โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการอย่างต่อเนื่องร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และการได้รับการรับรองมาตรฐานโรงงานสีขาวจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสำหรับการส่งเสริมกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด เป็นต้น

ด้าน มิติการบริหารจัดการ โรงงาน 3 ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 จากทียูวี (TÜV) พร้อมด้วยใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 และการดำเนินนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว

รางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ริเริ่มโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในปี 2550 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัย มุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อการประกอบการของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม สำหรับโรงงานที่ได้รับธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567 แบ่งเป็นโรงงานที่ได้รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวเขียว จำนวน 177 โรงงาน และโรงงานที่ได้รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ ธงขาวดาวทอง จำนวน 51 โรงงาน เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม

กลุ่มธนบุรี แต่งตั้ง ‘ณรงค์ สีตลายน’ นำทัพ ‘จีลี่’ ในประเทศไทย เสริมแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง

0
กลุ่มธนบุรี 1

กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เสริมแกร่งทีมผู้บริหารพร้อมประกาศแต่งตั้ง นายณรงค์ สีตลายน ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ดูแลรับผิดชอบในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์และการดำเนินงานด้านการขาย การตลาดและบริการหลังการขาย เครือข่ายผู้จำหน่าย รวมถึงการสร้างแบรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบรนด์จีลี่ในประเทศไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

กลุ่มธนบุรี 2

สำหรับ นายณรงค์ สีตลายน เป็นผู้บริหารและผู้นำที่ได้สั่งสมประสบการณ์ในวงการยานยนต์ทั้งในระดับสากลและภายในประเทศมายาวนานกว่า 20 ปี ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี (Disruption) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จนเป็นที่ยอมรับในประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านการวางกลยุทธ์ การสร้างแบรนด์ และการบริหารธุรกิจ โดยในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด นายณรงค์ มุ่งมั่นยกระดับการบริการของบริษัทฯ ให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจหลัก ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

ภายใต้การบริหารของนายณรงค์ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด จะดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มจากการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กร การยกระดับบริการหลังการขาย และการขยายเครือข่ายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการทำสัญญากับผู้จำหน่ายแล้ว 22 แห่ง จากเป้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ 30 แห่งภายในปี 2568 ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยการนำเข้าและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดเข้าสู่ตลาดไทยทุกปี สอดรับกลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างแบรนด์ จีลี่ ให้แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับในประเทศไทย

กลุ่มธนบุรี 3

โดยในปี 2567 ที่ผ่านมากลุ่มบริษัท จีลี่ โฮลดิ้ง (Geely Holding Group) ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในระดับโลก โดยมียอดขายรถยนต์ทั่วโลกจำนวน 2.17 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในจำนวนนี้ มียอดขายในตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 403,923 คัน เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน  นอกจากนี้ ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของกลุ่มบริษัทฯ ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2567 มียอดขายรวมของรถยนต์พลังงานใหม่ NEV (New Energy Vehicle) จำนวน 888,235 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 92% เมื่อเทียบกับปีก่อน

กลุ่มธนบุรี 5

และเพื่อสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องกลุ่มบริษัท จีลี่ โฮลดิ้ง ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงศูนย์การออกแบบทั่วโลกในเมืองสำคัญต่างๆ อาทิ เซี่ยงไฮ้ หางโจว หนิงโป โกเธนเบิร์ก โคเวนทรี แคลิฟอร์เนีย และแฟรงก์เฟิร์ต โดยมีบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาและการออกแบบมากกว่า 20,000 คน และถือครองสิทธิบัตรนวัตกรรมมากกว่า 14,000 ฉบับ  ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ จีลี่ ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ระดับโลก และการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กลุ่มธนบุรี 6

สำหรับปี 2568 กลุ่มบริษัท จีลี่ โฮลดิ้ง มีความมุ่งมั่นพร้อมแผนงานในการบรรลุเป้าหมายยอดจำหน่ายรวมทั่วโลกที่ 2.71 ล้านคัน พร้อมยกระดับการดำเนินงาน ความสามารถทางธุรกิจ และกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาบริการหลังการขาย เพื่อให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องและดีที่สุด 

 

 

“Isuzu 2.2 MAXFORCE MAXDEAL โปรแรงสะใจ งานใหญ่สุดฟิน” ลุ้นรับทองคำ รวมมูลค่ากว่า 1,900,000 บาท

0

“Isuzu 2.2 MAXFORCE MAXDEAL โปรแรงสะใจ งานใหญ่สุดฟิน” พิเศษสำหรับลูกค้าจองรถปิกอัพ  อีซูซุ ดีแมคซ์ และรถอเนกประสงค์ มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 22 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,900,000 บาท นอกจากแคมเพจ์นพิเศษ ภายในงานยังจัดเต็มความบันเทิงจากศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิเช่น วิน-เมธวิน โบกี้ไลอ้อน และดีเจพุฒ-พุฒิชัย พร้อมด้วยพิธีกรมากความสามารถ เป๊ก-เปรมณัช โบ-ธนากร และดีเจคิว พร้อมเพิ่มความสนุกกับกิจกรรม LIVE สุดฟิน สกาย-นานิ และ เต-นิว ที่จะมามอบความสุขและมอบโชคให้กับทุกคนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 18 – 24 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ จ. สงขลา และ 19 – 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต จ. นนทบุรี

  • วันที่ : 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568

กิจกรรม : พบกับคู่เพื่อนซี้สุดฟิน สกาย-นานิ LIVE on stage พร้อมพิธีกรสุดฮา เจนนี่  ปาหนัน และ มาร์ค ภาคิน (สามารถติดตามชมการ LIVE ได้ทาง Facebook All-New Isuzu D-Max)

พบกับ วิน-เมธวิน และโบกี้ไลอ้อน พร้อมพิธีกร เป๊ก-เปรมณัช และโบ-ธนากร

สถานที่ : เซ็นทรัลเวสต์เกต จ. นนทบุรี

ลงทะเบียนร่วมงานเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากอีซูซุ : https://bit.ly/4hHMADY

  • วันที่ : 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568

กิจกรรม : พบกับคู่จิ้นสุดฟิน เต-นิว LIVE on stage พร้อมพิธีกรสุดฮา เจนนี่ ปาหนัน และ มาร์ค ภาคิน (สามารถติดตามชมการ LIVE ได้ทาง Facebook All-New Isuzu D-Max)

พบกับ พุฒ-พุฒิชัย พร้อมพิธีกร ดีเจคิว

สถานที่ : เซ็นทรัลหาดใหญ่ จ. สงขลา

ลงทะเบียนร่วมงานเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากอีซูซุ : https://bit.ly/42yQ6fL

เงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถอเนกประสงค์ มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศและได้ใบจองรถ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 23.59 น. (จองรถและได้รับใบจองรถตามวันที่กำหนด) มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท มูลค่า 89,000 บาท จำนวน 22 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้น 1,971,200 บาท ซึ่งแบ่งจับรางวัลออกเป็น 2 ครั้ง ดังนี้ จับรางวัลครั้งที่ 1 ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 (เวลา 13.30 น.) จำนวน 10 รางวัล สำหรับผู้ที่จองรถปิกอัพอีซูซุตามเงื่อนไขฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และจับรางวัลครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 มีนาคม 2568 (เวลา 13.30 น.) จำนวน 12 รางวัล ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)โดยนำข้อมูลสลากของผู้ที่ยังไม่ได้รางวัลในครั้งที่ 1 มารวมกับกองสลากของครั้งที่ 2 (รวมข้อมูลผู้จองรถอีซูซุตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี  ในวันที่ 15 มีนาคม 2568 ผ่านช่อง Facebook : ISUZU (All-New ISUZU D-Max) และมีกำหนดการแจก   ของรางวัลทั้งหมดวันที่ 1 – 6 เมษายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ร่วมสนุกจะต้องรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และทำตามกติกาการร่วมสนุกอย่างครบถ้วนเท่านั้น ถ้าทำตามกติกาการร่วมสนุกไม่ครบไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม ให้ถือว่าสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นโมฆะ ทางบริษัทฯ จะไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/42zS6V5

 

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

วิริยะประกันภัย ครบรอบ 78 ปี องค์กรแห่งความมั่นคง เคียงข้างสังคมไทย ด้วยความเป็นธรรม

0

นางสุวพร ทองธิว ประธานกรรมการบริหาร และนายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 78 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรของบริษัททุกภาคส่วน ที่ร่วมปฏิบัติงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ ในการเคียงข้างดูแลความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 78 ปี แห่งความมั่นคงและเป็นธรรม โดยพิธีทำบุญดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัย ต่างร่วมใจกันจัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

สำหรับ ปี 2568 นี้ วิริยะประกันภัย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัย ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ โดยยังคงยึดหลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักในการดำเนินงานของบุคลากรวิริยะประกันภัยจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ตามแนวทาง ESG (Environmental Social and Governance) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจประกันวินาศภัยที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการงมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าให้ลูกค้าอย่างเป็นธรรม และเกิดความพึงพอใจสูงสุด ดั่งนโยบาย “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

กลุ่ม Fundrive Super Car มั่นใจเลือกใช้น้ำมันบางจากไฮพรีเมียม 97

0
บางจาก 1

กลุ่ม Fundrive ซึ่งเป็นกลุ่มคนรักรถ Super Car ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ อาทิ Ferrari, Aston Martin, McLaren, Porsche และ Audi ซึ่งมีสมาชิกอาทิเช่น นายทนง ลี้อิสสระนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ดร. ภก.คมสัณห์ ฐานะโชติพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Seven Stars Group มั่นใจเลือกใช้น้ำมันบางจากไฮพรีเมียม 97 ล่าสุดได้จัดทริปเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือระหว่างวันที่ 17 – 20 มกราคม 2568 โดยได้วางแผนแวะเติมน้ำมันบางจากไฮพรีเมียม 97 และพักดื่มกาแฟผ่อนคลายที่ร้านอินทนิลตลอดการเดินทาง

Fundrive 2

โดยเริ่มจากปั๊ม Unique Design ธนสรณ์ เอ็นเนอร์จี้ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนออกเดินทางขับขึ้นเขา ผ่านโค้ง ไปยังจังหวัดเชียงราย แวะเติมน้ำมันบางจากอีกครั้งที่ปั๊ม เจ.เค.อาร์. จังหวัดเชียงราย และสุดท้ายของการเดินทาง ได้แวะที่ปั๊มสหกรณ์การเกษตรปัว จังหวัดน่าน มีนายกรวัฒน์ รัตนโยธา ผู้จัดการส่วนธุรกิจภาคเหนือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมงาน ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก สำหรับ ทริปเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือของกลุ่ม Fundrive ครั้งนี้ จัดเส้นทางโดย บริษัท ซีซีวาย โฮม จำกัด ที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่นตลอดเส้นทาง

Fundrive 4

น้ำมันบางจากไฮพรีเมียม 97 และน้ำมันบางจากไฮพรีเมียมดีเซล S เป็นน้ำมันเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง คัดเนื้อน้ำมันพิเศษ ทำให้ได้ค่าออกเทนและซีเทนสูงกว่าน้ำมันพรีเมียมทั่วไป ผสานกับสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษจากประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วยทำให้รถเร่งแรง เครื่องเดินลื่นไม่สะดุด ทำความสะอาดหัวฉีดได้ถึง 100% จึงช่วยปกป้องและยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ให้นานขึ้น พิสูจน์คุณภาพได้แล้ววันนี้เฉพาะที่สถานีบริการน้ำมันบางจากเท่านั้น

Fundrive 5

“ปอร์เช่ ประเทศไทย” ประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ผู้คร่ำหวอดในวงการ ด้วยประสบการณ์ระดับผู้บริหารที่ Porsche AG และ Porsche Asia Pacific

0
ปอร์เช่ 1

มร. ไมเคิล เวตเตอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ของ ปอร์เช่ ประเทศไทย ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ (Porsche) ในประเทศไทย มร. ไมเคิลเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับปอร์เช่ ที่ ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) และปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในหลายประเทศทั่วโลก ด้วยบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างและขยายแบรนด์ปอร์เช่ในตลาดเกาหลีใต้ กัมพูชา และอินโดนีเซีย ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางและวิสัยทัศน์เชิงรุก เขาพร้อมนำพาปอร์เช่ ประเทศไทย ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย

ปอร์เช่ 2

มร. ไมเคิล เวตเตอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (MD) คนใหม่ของปอร์เช่ ประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทย ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต (AAS Auto Import Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2536  นำประสบการณ์อันหลากหลายมาสู่บทบาทใหม่นี้ โดยก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกลุ่มแห่ง Eurokars Group Indonesia รับผิดชอบการบริหารและพัฒนาแบรนด์ยนตรกรรมหรูระดับโลก อาทิ ปอร์เช่ (Porsche), เบนท์ลีย์ (Bentley) และ โรลส์รอยซ์ (Rolls-Royce)

ตลอดเส้นทางอาชีพของเขา มร. ไมเคิล เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) และปอร์เช่ เกาหลีใต้ (Porsche Korea) โดยมีบทบาทสำคัญในการทำให้ ปอร์เช่เป็นแบรนด์หรูชั้นนำ สามารถเพิ่มยอดขายและยกระดับการรับรู้แบรนด์ในตลาดที่เขาดูแล

ภายใต้การบริหารของมร. ไมเคิล เขามุ่งมั่นยกระดับการรับรู้แบรนด์ปอร์เช่ในประเทศไทย ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าผ่านประสบการณ์สุดพิเศษ ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ ยนตรกรรมไฟฟ้า พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกของปอร์เช่

PORSCHE 3

นอกจากนี้ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังมีแผนร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในประเทศเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า อาทิ การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟความเร็วสูง เพื่อรองรับการเติบโตของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าในอนาคต พร้อมกันนี้ เขายังให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศในการดำเนินงานและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเสริมสร้างความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ของไทย ซึ่งกำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

มร. ไมเคิล กล่าวทิ้งท้ายว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการเติบโตของปอร์เช่ ทั้งในด้านการขยายแบรนด์และการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความผูกพันกับลูกค้า ยกระดับกระบวนการดำเนินงาน และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนปอร์เช่ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านยนตรกรรมหรูและสมรรถนะเหนือระดับ ผมรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในการทำงานที่ปอร์เช่ ประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่เรามุ่งมั่นผสานนวัตกรรมล้ำสมัย ประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับ และชุมชนปอร์เช่ที่มีความน่าหลงใหล มีชีวิตชีวา เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ”

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ร่วมทริปกับผู้ใช้รถ GWM TANK 300 HEV และ GWM HAVAL JOLION สร้างประสบการณ์แสนอบอุ่นและประทับใจในการเดินทางสุดพิเศษ

0
GWM 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นระหว่างผู้ใช้งานชาวไทยกับบริษัทฯ ร่วมออกทริปพร้อมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงเรื่องราวประสบการณ์การใช้งานรถยนต์กับลูกค้า GWM TANK 300 HEV สู่เขาพะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี และครอบครัวฝูงสิงโตอารมณ์ดีอย่าง GWM HAVAL JOLION รุ่น Sport และรุ่น ULTRA ที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการเข้าร่วมทั้งสองทริปนี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของลูกค้าต่อการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ กับลูกค้าผู้ใช้งานจริง พร้อมรับฟังเสียงของผู้บริโภคภายใต้กลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง หรือ User-Centric อย่างแท้จริง ซึ่งลูกค้าถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

GWM 2

ประเดิมทริปแรกแห่งปี ที่่รวมพลครอบครัวสายลุยกับ GWM TANK 300 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสายพันธุ์ดุ มุ่งหน้าสู่เขาพะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 25 – 26 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ในระยะทางทั้งสิ้นกว่า 450 กิโลเมตร สัมผัสประสบการณ์พิเศษกับการแคมปิงที่ระดับความสูง 1,207 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางลมหนาวรับปีมะเส็งในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง พร้อมความงดงามที่สะกดทุกสายตาด้วยดวงดาวเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน และทางช้างเผือกที่ทอดยาวเหนือศีรษะ

GWM 3

“สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” แห่งนี้ มีภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าสลับแนวเขาสูงตระหง่าน ที่ท้าทายขีดความสามารถในการขับขี่ของบรรดาสายลุย โดยตลอดทั้งเส้นทาง GWM TANK 300 HEV ได้พิสูจน์สมรรถนะความแข็งแกร่งและความสามารถรอบด้านได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและการขับขี่แบบออฟโรด ด้วยระบบขับเคลื่อนสุดล้ำ ทั้งระบบ 4WD แบบเรียลไทม์อัจฉริยะ ในระหว่างการเดินทางขึ้นสู่เขาพะเนินทุ่งที่มีทั้งทราย หิน และลำธาร ลูกค้าทุกท่านได้มีโอกาสใช้งานระบบอัจฉริยะต่าง ๆ มากมายของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (4L) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Off-road Cruise Control) ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) และกล้อง 360° ที่จะทำให้ผู้ร่วมทริปได้มองเห็นทุกอุปสรรคได้ชัดเจน

GWM 6

ในขณะที่ทริปจบลงไปแล้วแต่เรื่องราวความสุขและความประทับใจยังคงดำเนินต่อ ผู้ใช้ GWM TANK 300 HEV ทุกคนล้วนภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้ กับดีไซน์สไตล์ BOXY ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะดุดตา รวมถึงสมรรถนะ ระบบช่วยการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พิสูจน์แล้วตลอดทั้งเส้นทาง มอบการขับขี่ที่สะดวกสบาย ไม่เมื่อยล้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายลุยได้อย่างลงตัว

GWM 6

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับลูกค้า โดยร่วมมือกับ HAVAL JOLION Sport Club นำฝูงเจ้าสิงโตอารมณ์ดี ทั้งรุ่น Sport และรุ่น ULTRA พร้อมครอบครัวกว่า 40 ท่าน มุ่งหน้ารับลมหนาว ณ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยระยะทางไป-กลับจากกรุงเทพฯ รวมกว่า 800 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

GWM 7

การเดินทางในครั้งนี้เป็นการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบและสะดวกสบาย โดยในทริปนี้ ครอบครัว GWM HAVAL JOLION ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญและทัศนียภาพอันงดงามของพระตำหนักเขาค้อ, จุดกางเต็นท์ไปรษณีย์เขาค้อ, เจดีย์กาญจนาภิเษก, Amazing Dinosaur เขาค้อ ก่อนปิดท้ายทริปด้วยการสักการะพระธาตุผาซ่อนแก้วที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม ประดับประดาด้วยกระจกหลากสีแวววาวระยิบระยับใต้แสงแดด

GWM 9

ครอบครัว GWM HAVAL JOLION ได้แสดงความประทับใจจากประสบการณ์การใช้งานจริง ทั้งจากห้องโดยสารที่กว้างขวาง สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัยและครบครัน อาทิ ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB) ที่สร้างความมั่นใจในการขับขี่ รวมถึงความประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ให้ความหนึบ เกาะถนนดี แม้ในขณะเข้าโค้งที่ความเร็วสูง พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองฉับไว แม้ในเส้นทางขึ้นและลงจากเขาค้อที่เป็นทางลาดชันและคดเคี้ยว GWM HAVAL JOLION ก็ทำให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างมั่นใจและง่ายดาย ทำให้ทริปนี้ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ยังปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

GWM 9

นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของเราด้วยดีเสมอมาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินทางไปพร้อมกับครอบครัว GWM TANK 300 HEV และ GWM HAVAL JOLION รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ท่าน ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมร่วมสร้างความสุขและความทรงจำที่ดีร่วมกัน โดยตลอดทั้งปี 2568 นี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพกับผู้ใช้งานรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกรุ่น มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

GWM 10

นอกจากนี้ จากการร่วมทริปทั้งสองทริปกับลูกค้า เรายังได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับประสบการณ์ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมทริปกับบรรดาลูกค้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ของเราอีกด้วย โดยมีจุดหมายปลายทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของครอบครัวผู้ใช้ของเราอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีไปด้วยกัน”

 

คณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เข้าพบผู้ว่าฯ – นายกพัทยา

0
ไพรม์มัส กรุ๊ป 1

คณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าในประเทศไทย นำโดย ชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, กิตติชัย เจริญชัยวาณิชย์ ผู้จัดการทั่วไป “ดีพอล ไพรม์มัส”, ภูวสิษฐ์ ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และ ปาลิดา สาทิสสะรัต ผู้จัดการ “เอ็มจี เบส ไพรม์มัส/ไอออน ไพรม์มัส/ไอทีโอเอ ไพรม์มัส” เข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี “ธวัชชัย ศรีทอง” และท่านนายกเมืองพัทยา “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ 2568 และรับฟังนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี

ไพรม์มัส กรุ๊ป 2

พร้อมกันนี้ ทางคณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้เรียนเสนอเรื่องการขยายธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์สู่แบรนด์รถยนต์จีนระดับพรีเมี่ยม ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 7 แบรนด์ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, MG, DEEPAL, ZEEKR, OMODA&JAECOO, AION และ SUZUKI โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ MERCEDES-BENZ จำนวน 1 แห่ง,
รถยนต์ MG จำนวน 3 แห่ง, รถยนต์ AION จำนวน 1 แห่ง และรถยนต์ SUZUKI จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง

ไพรม์มัส กรุ๊ป 3

“ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” รุกหนักตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2568

0

“ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” รุกหนักตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2568 เปิดแคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” เปิดตัว ALL NEW YAMAHA NMAX TECH MAX และ ALL NEW YAMAHA NMAX ผนึกกำลังพันธมิตรสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ชิงส่วนแบ่งการตลาด 14.5%

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้นำในการดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในประเทศไทย ประกาศกร้าวพร้อมเดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยปี 2568 เต็มพิกัด เปิดแคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ให้กับลูกค้ายามาฮ่า ด้วยการเปิดตัว ALL NEW YAMAHA NMAX TECH MAX และ ALL NEW YAMAHA NMAX พร้อมผนึกกำลังพันธมิตร ผู้จำหน่าย บริษัทเช่าซื้อ ตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาด 14.5% ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงการเดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยปี 2568 ว่า “ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปีที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.708 ล้านคัน โดยยอดจดทะเบียนของยามาฮ่าอยู่ที่ 232,000 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจ และความนิยมของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของยามาฮ่าอย่างต่อเนื่อง”

“สถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในปีนี้ มีปัจจัยช่วยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่ ความต้องการรถจักรยานยนต์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถออโตเมติกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น การปรับตัวของธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เติบโตขึ้น สำหรับปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก หนี้ครัวเรือนที่สูง รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นส่งผลกระทบต่อการขาย”

“สำหรับการคาดการณ์ตลาดรวมในปี 2568 คาดว่าอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยเป้าหมายของยามาฮ่าอยู่ที่ 247,000 คัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 7% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว และส่วนแบ่งการตลาดของยามาฮ่า เราตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 14.5% โดยการเน้นการตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลักปรัชญาคันโด (KANDO) เพื่อสร้างความพึงพอใจที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า และสร้างความแตกต่างในทุกๆกิจกรรมการตลาด โดยในปีนี้ยามาฮ่าได้มีการสร้างแบรนด์แคมเปญใหม่ ภายใต้ชื่อ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ที่พร้อมมอบที่สุดแห่งประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ทั้ง สุด…ทุกการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย สุด…ในทุกความเร้าใจในการขับขี่ ผ่านกิจกรรมทางการตลาดที่ตื่นเต้น และสร้างความสนุกสนาน สุด…ในทุกความมั่นใจ ผ่านการรับประกัน 5 ปี และการบริการจากยามาฮ่า สุด…ในทุกสไตล์ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ และกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ และสุด…ในความเป็นตัวตนของยามาฮ่า ที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์และความหลากหลายของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั้งเสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

“ทั้งนี้ ยามาฮ่ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ตราสินค้ายามาฮ่าในประเทศไทย และยังคงเน้นย้ำในความสำคัญของบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งกับความเป็นสินค้าพรีเมียมของยามาฮ่า และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้อยู่กับเราไปตลอด ผมเชื่อว่าด้วยสินค้าที่ยามาฮ่าเตรียมไว้สำหรับปีนี้ และแผนงานที่ได้วางไว้ เราจะสามารถบรรลุเป้าการขาย และส่วนแบ่งการตลาดที่เรามุ่งหวัง และเรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เป็นที่สุด เหนือกว่าความคาดหวังให้กับลูกค้าของเราทุกๆ คนครับ”

นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวเสริมถึงนโยบายการขายและการตลาดในปี 2568 ว่า “สำหรับนโยบายการขายและการตลาดของยามาฮ่าในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์แคมเปญใหม่ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” เราจึงมุ่งเน้นนโยบายการตลาดของยามาฮ่าในเรื่องของการสร้าง “ที่สุดของประสบการณ์” ให้กับลูกค้าผ่านช่องทางจากพันธมิตรที่สำคัญคือ ผู้จำหน่ายยามาฮ่า และบริษัทเช่าซื้อ ผนวกกับพันธมิตรทางการตลาด เพื่อส่งต่อประสบการณ์ที่แตกต่างใน 2 แกนหลัก คือ Cool…สุด กับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวที่ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ทั้งด้านบันเทิง กีฬา แฟชั่น อาหาร และการท่องเที่ยว Care…สุด กับบริการหลังการขายจากยามาฮ่า ได้แก่ การรับประกัน 5 ปี, Yamaha Pro Care, Yamaha Premium Service, Yamaha Roadside Service บริการยกรถ 24 ชั่วโมงผ่าน Yamaha Call Center การร่วมมือกับพันธมิตรด้านประกันภัย และการพัฒนาทักษะในอนาคตสำหรับลูกค้า สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความต้องการของลูกค้า พร้อมได้รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี 2568”

“ในส่วนของนโยบายด้านการขาย เราให้ความสำคัญกับผู้จำหน่าย โดยเน้นในเรื่อง “ที่สุดของการดูแล” โดยให้ความรู้กับที่ปรึกษาการขายให้มากขึ้น เพื่อสามารถสนับสนุนความต้องการของผู้จำหน่ายในทุกมิติ เน้นให้ผู้จำหน่ายทำกิจกรรม On Ground เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้โดยตรงให้กับลูกค้า และเป็นรูปแบบเดียวกัน การทำ Online เพื่อสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างคลับในพื้นที่ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ และสร้าง Lifetime Customer การขยาย New Yamaha Square ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวม 239 สาขา”

“สำหรับในปีนี้ ไทยยามาฮ่า พร้อมทำตลาดอย่างเต็มโดยจะมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องถึง 5 รุ่น โดยรุ่นแรกที่ทำการเปิดตัวในปีนี้คือ ALL NEW YAMAHA NMAX “THE MAX PRIDE BOOSTER” ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ใหม่! บูสต์ความภูมิใจครั้งใหม่แบบสุดฟีล มันส์…เปลี่ยนโลก รถจักรยานยนต์ออโตเมติก Premium Sport ที่จะมาสร้างประสบการณ์ขับขี่ใหม่ๆ ให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากยามาฮ่า “ระบบขับเคลื่อน YECVT* (YAMAHA ELECTRIC CONTIUOUSLY VARIABLE TRANSMISSION) (*เฉพาะรุ่น Tech Max) ครั้งแรกในประเทศไทย และเพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ของผู้ขับขี่ได้อย่างโดนใจที่สุด โดยสามารถเป็นเจ้าของ ALL NEW YAMAHA NMAX TECH MAX และ ALL NEW YAMAHA NMAX ได้แล้ววันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศครับ”

ยามาฮ่ายังคงมอบความมั่นใจในสินค้าด้วยการกล้ารับประกันสินค้า 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ให้กับลูกค้า และสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ในการรับประกันสินค้ามากที่สุดในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ ด้วยระยะเวลาการรับประกัน ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และสำหรับในรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟินน์ เรากล้าให้การรับประกัน 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง เพิ่มความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อสินค้าเพื่อที่จะได้รับการบริการที่ดีเยี่ยม

ทั้งนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอขอบพระคุณท่านสื่อมวลชนทุกๆ ท่านที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา โดยบริษัทฯ จะยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และบริการที่ดี สร้างความมั่นใจสู่ความเป็น Premium Brand รวมทั้งเสริมสร้างกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทั่วประเทศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดีเหมือนเช่นที่ผ่านมา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่
Website: www.yamaha-motor.co.th
Facebook: Yamaha Society Thailand
Instagram: @Yamaha Society Thailand
YouTube: Yamaha Society Thailand
Line OA: @Yamahasociety

“อีซูซุ” ระเบิดความเร็ว…จัดเต็มความมันส์ในการแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2024 เร็วสุดขีด จี๊ดสุดขั้ว รอบชิงชนะเลิศ

0
ISUZU RACE SPIRIT 2024 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดแข่งขัน “ISUZU RACE SPIRIT 2024” รอบชิงชนะเลิศ ที่ แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตต้องห้ามพลาด ในการเฟ้นหาสุดยอดรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ที่เร็วและแรงที่สุดแห่งปี นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากสนามรอบคัดเลือกมาร่วมประลองความเร็วทางตรงแบบ ควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และกิจกรรมความบันเทิงสุดเร้าใจจัดเต็มแบบครบครัน ณ สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

ISUZU RACE SPIRIT 2024 2

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2024 เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยอีซูซุได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 และยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสำนักแต่ง หรือ โมดิฟายด์ ช็อปชั้นนำของประเทศไทย อาทิ หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ จ๊อบ มนตรี SCG เอ้ ปลาทู เบิร์ดหลักห้า เอ๋ เทอร์โบ นครปฐม แบงค์ บ้านนา ป๊อก แปดริ้ว เอ้ แม่กลอง รวมถึงนักแข่งรถที่ร่วมส่งรถอีซูซุเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นที่หนึ่งของเครื่องยนต์อีซูซุที่เร็วที่สุด และแรงที่สุดในประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านบาท”

ISUZU RACE SPIRIT 2024 2

โดยผลการแข่งขันที่สุดของความเร็ว เฉือนเอาชนะกันเพียงเสี้ยววินาทีของรถแข่ง “อีซูซุ ดีแมคซ์” ในรายการ ISUZU RACE SPIRIT 2024 เร็วสุดขีด จี๊ดสุดขั้ว รอบชิงชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท 30,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับผู้ชนะทั้ง 3 อันดับ รวมทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่

•รุ่น ALL-NEW ISUZU D-MAX 2020 1.9 TURBO STANDARD
ชนะเลิศ รชตะ ราศรีเกตุ ทีม 6.9 ริกเตอร์ แบงค์คลองสาม เวลา 11.359 วินาที
รองอันดับ 1 มานพ ศรีวิลัย ทีม แบงค์บ้านนา & ผลิตภัณฑ์ Tokyo & Raytech Clutch เวลา 11.673 วินาที
รองอันดับ 2 เทพพิทักษ์ ไชยรัตน์ ทีม อู่เบียร์การาจ เอ็ม 56 เวลา 11.106 วินาที

•รุ่น ISUZU DMAX PRO 1.9

ISUZU RACE SPIRIT 2024 3
ชนะเลิศ มานพ ศรีวิลัย ทีม แบงค์ บ้านนา & ผลิตภัณฑ์ Tokyo & Raytech Clutch เวลา 9.254 วินาที
รองอันดับ 1 ไพศาล ตันแต๋ว ทีม อู่เอ้แม่กลอง เวลา 9.288 วินาที
รองอันดับ 2 มงคลชัย แก้วลับ ทีม ป๊อกแปดริ้ว ชนะ BYE

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO 3.0

ISUZU RACE SPIRIT 2024 6
ชนะเลิศ นันทวัฒน์ วิจิตรเนตร ทีม อู่ช่างวัฒน์ ชลบุรี เวลา 8.687 วินาที
รองอันดับ 1 ธนพล ชูเจริญผล ทีม เจ๊โอ๋สุราษ ฟิวเทค อู่ช่างวัฒน์ ชลบุรี เวลา 9.379 วินาที
รองอันดับ 2 ประสิทธิ์ สุวรรณพัตร ทีม ช่างเป้คลอง 9 ชนะ BYE

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO F55

ISUZU RACE SPIRIT 2024 6
ชนะเลิศ พิสิทธิ์อนันต์ ตันจตุรงค์ ทีม Prospeed&Speed Oil ผู้จัดการโอ๊ต เวลา 7.939 วินาที
รองอันดับ 1 อนุรักษ์ โตมร ทีม เบิร์ดเหม่ง โปรสปีด เวลา 8.100 วินาที
รองอันดับ 2 พงศ์ปพัสร์ บัวล้ำเลิศ ทีม เอ๋ เทอร์โบ นครปฐม เวลา 8.370 วินาที

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO MODIFY

ISUZU RACE SPIRIT 2024 7
ชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ยสุพรรณ (เอ็ม เอกชาติ) เวลา 8.807 วินาที
รองอันดับ 1 ณัฐวุฒิ หอมสุวรรณ ทีม หนุ่ยเป๋อสุพรรณ เจ๊ติ๋วสุพรรณ เวลา 12.786 วินาที

•รุ่น ISUZU D-MAX OPEN UNLIMITED
ชนะเลิศ ณัฐนุตม์ วงศ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบมนตรี SCG SUPER PIG เวลา 7.073 วินาที
รองอันดับ 1 ธนพล ชูเจริญผล ทีม อู่ช่างวัฒน์ ชลบุรี เวลา 7.183 วินาที
รองอันดับ 2 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ยสุพรรณ (นพ พิจิตร) เวลา 7.278 วินาที

•รุ่น ISUZU DRAGSTER DIESEL
ชนะเลิศ ณัฐนุตม์ วงศ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบมนตรี SCG SUPER PIG เวลา 6.865 วินาที
รองอันดับ 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ยสุพรรณ (เอ็ม เอกชาติ) เวลา 7.758 วินาที
รองอันดับ 2 ธนพล ชูเจริญผล ทีม อภิชาติฟาร์มไข่ไก่ เวลา 11.431 วินาที

นอกจากนี้บรรยากาศภายในงานยังมีกิจกรรมการประกวดรถ ISUZU MODIFY CAR CONTEST 2024 การประชันฝีมือการแต่งรถอีซูซุหลากสไตล์ พร้อมบูธผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพชั้นนำ อาทิ ECU Shop, Monza Factory, BRC Clutch, BRD Racing, Wise, Caltex, DEX Oil, BETA, Speed Wear, 6.9 Ricther, Run Stop, Six Syrup, Super Fast และ PTT รวมถึงกิจกรรมความบันเทิงเต็มรูปแบบ Sexy Wash โดยนางแบบสุดเซ็กซี่ที่มาร่วมสร้างสีสันในงาน จัดเต็มเพื่อแฟนอีซูซุโดยเฉพาะ

ISUZU RACE SPIRIT 2024 9

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมสุดมันส์สำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai