Home Blog Page 128

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” นำทีมลูกค้า เชียร์ ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2024’ แบบวีไอพีติดขอบสนาม ตอกย้ำจิตวิญญาณการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต

0
Mitsubishi Motor 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สานต่อทริปเอ็กซ์คลูซีฟ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เรซซิ่ง สปิริต สตรีท เซอร์กิต เอดิชั่น’ (MITSUBISHI MOTORS RACING SPIRIT STREET CIRCUIT EDITION) พาลูกค้าสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ร่วมให้กำลังใจนักแข่ง ณ จุดปล่อยตัว พร้อมชมการแข่งขัน ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2024’ (Thailand Super Series 2024) แบบติดขอบสนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต ซึ่ง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้การสนับสนุนทีมแข่งในรุ่น ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ’ (Thailand Super Pickup) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

Mitsubishi Motor 5

เช่นเดียวกับปีที่แล้ว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้การสนับสนุนทีมแข่งเพื่อลงแข่งขันรายการ ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2024’ ในรุ่น ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ’ (การแข่งขันประเภทรถกระบะทางเรียบ) ครบในทุกดิวิชั่น โดยในดิวิชั่น 1 ประกอบด้วยการแข่งขัน Class A จำนวน 4 คัน การแข่งขัน Class B จำนวน 1 คัน สำหรับดิวิชั่น 2 จะมีรถลงแข่ง 1 คัน พร้อมด้วยทีมนักแข่งอิสระอีก 3 คันใน Class C ทำให้มีจำนวนรถที่เข้าแข่งด้วยรถมิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้งหมด 9 คัน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในลำดับที่สองของแบรนด์รถยนต์ทั้งหมดสำหรับการแข่งขันในรุ่น ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ’ ในปีนี้

Mitsubishi Motor 6

นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อเป็นการตอกย้ำจิตวิญญาณการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต เราจึงสนับสนุนทีมนักแข่งในปีนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วย ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ตัวเตี้ย ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความแข็งแกร่งทนทาน ความคล่องตัว และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น”

Mitsubishi Motor 7

“นอกจากนี้ เรายังได้สานต่อกิจกรรม ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เรซซิ่ง สปิริต สตรีท เซอร์กิต เอดิชั่น’ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิ ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ พร้อมมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าด้วยกิจกรรมพิเศษต่างๆ ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด” คุณคาเนะโคะ กล่าวเพิ่มเติม

Mitsubishi Motor 1

นายพสุธร สุขมา อายุ 42 ปี เจ้าของรถ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ หนึ่งในลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ กล่าวว่า “การแข่งขันรายการนี้ช่วยแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของมิตซูบิชิ ไทรทัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการขับขี่และช่วงล่างที่เหนือกว่า รวมถึงความตื่นเต้นเร้าใจสไตล์สปอร์ตในแบบมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีกด้วย”

Mitsubishi Motor 2

นายปฏิภาณ สุทธิธรรม อายุ 27 ปี เจ้าของรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “ผมมีโอกาสได้มาร่วมทริป มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เรซซิ่ง สปิริต สตรีท เซอร์กิต เอดิชั่น เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจกับกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้ชมรถแข่งและพบปะกับทีมนักแข่งอย่างใกล้ชิด การได้นั่งเชียร์ทีมนักแข่งแบบติดขอบสนาม ที่นอกจากจะสนุกตื่นเต้นแล้ว ยังทำให้รู้สึกมั่นใจในสมรรถนะความแข็งแกร่งและปลอดภัยของรถมิตซูบิชิไปอีกขั้น ถ้าสมาชิกครอบครัวหรือตัวผมเองต้องตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ ก็จะต้องเป็นรถมิตซูบิชิ อย่างแน่นอน”

Mitsubishi Motor 3

 

ZEEKR X พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้ามากับพลังขับเคลื่อนอัจฉริยะ วิ่งไกล 540 กิโลเมตร ราคาเริ่มต้น 1.199 – 1.349 ล้านบาท

0
ZEEKR X 1

บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ZEEKR Intelligent Technology) เปิดตัวแบรนด์ “ZEEKR (ซีเคอร์)” อย่างเป็นทางการในประเทศไทยสร้างเซกเมนต์ “รถไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี” เติมเต็ม Unmet Need ของผู้บริโภค อัปเลเวลประสบการณ์ไลฟ์สไตล์การเดินทางขั้นสูงสุด พร้อมส่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัวและประกาศราคา ZEEKR X โกลบอล พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี ที่สร้างมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนเมือง เริ่มต้น 1.19 ล้านบาท โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแห่งยุคอนาคตและดีไซน์อันเป็นเอกลัษณ์มาพร้อมนวัตกรรมการขับขี่สุดไฮเทคและแพลตฟอร์ม SEA อัจฉริยะ

ZEEKR X 2

ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ZEEKR Intelligent Technology) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2564 ด้วยความมุ่งเน้นที่จะร่วมสร้างสรรค์สุดยอดประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทาง โดยวางรากฐานการเป็น A Luxury Technology Brand for a New Era ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและการสำรวจสิ่งใหม่ๆ โดยสร้างความสำเร็จระดับโลกในระยะเวลาเพียง 29 เดือน ZEEKR สามารถส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 240,000 คันทั่วโลก นับเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับที่เหนือความคาดหมายในระดับสากล ล่าสุดประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นของบริษัทให้กับสาธารณะชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในปี พ.ศ. 2567

เฉิน หยู (มาร์ส) Vice President of ZEEKR Intelligent Technology เปิดเผยว่า “ZEEKR ใช้เวลาเพียง 2 ปีในการส่งมอบรถยนต์ครบ 100,000 คัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ZEEKR กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เรากำลังสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ด้วยนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ก้าวล้ำยุค และการบูรณาการพลังการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเข้ากับแนวทางที่มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์และพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เปลี่ยนนิยามของการขับขี่ด้วยประวัติอันยาวนานด้านนวัตกรรมและความมุ่งมั่นในความพึงพอใจของลูกค้า ZEEKR จึงนับเป็นแบรนด์พร้อมที่จะส่งมอบสุดยอดประสบการณ์ของการเดินทาง สู่ยุคสมัยที่เทคโนโลยี ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ระดับลักชูรี สามารถสอดประสานเข้ากันได้อย่างกลมกลืน”

ZEEKR X  3

แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี ของไทยในระยะต่อไปจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย ttb analytics ประเมินยอดขายรถยนต์อีวี ในปี 2567 จะอยู่ที่ 103,182 คัน หรือขยายตัว 36.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำให้ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์อีวีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 13.4% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 9.8% อย่างไรก็ตาม ยังคงมีช่องว่างของรถอีวีระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่ยังไม่มีแบรนด์ใดทำตลาด เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ZEEKR Intelligent Technology Head of Southeast Asia Region เผยว่า “สำหรับตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยนั้น ZEEKR จะช่วยเข้ามาเติมเต็มเซกเมนต์ พรีเมียม-ลักชูรี ซึ่งจากการพิสูจน์ในตลาดทั่วโลกทำให้มั่นใจได้ว่า ประสบการณ์ของผู้ใช้ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ได้สร้างความประทับใจขั้นสูงสุดเมื่อรวมกับอีโคซิสเต็มด้านการบริการอันหลากหลายที่ผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ทุกด้านของผู้ใช้ได้อย่างราบรื่นที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในตลาดระดับโลก วันนี้ เราจะนำเสนอทั้งหมดนี้ให้แก่คนไทยเช่นกัน เรามองเห็นโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การบริการขาย และการบริการหลังการขายผ่านดีเลอร์รายใหญ่กว่า 6 ราย มี ZEEKR House 14 แห่งและจะขยายเพิ่มอีกกว่า 20 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเราตั้งเป้ายอดขายมากกว่าสองพันคันภายในสิ้นปี 2567 นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของลูกค้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี“

ZEEKR X 4

ZEEKR X เป็นรถเอสยูวีหรูหราขนาดกะทัดรัดที่สร้างขึ้นมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน เป็นรถคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักผจญภัยและครอบครัวที่กำลังมองหาการเดินทางเพื่อสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง ZEEKR ได้ผสมผสานการควบคุมการขับขี่ขั้นสุดยอด กับนวัตกรรมขับเคลื่อนแห่งโลกอนาคต จากพละกำลังจากระบบมอเตอร์คู่ 315kW (428 hp) แรงบิดสูงสุด 543 N•m อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3.8 วินาที แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 67 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC โดดเด่นด้วยระบบสลับโหมดการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Lightning Switch AWD System) ระหว่างสองล้อและสี่ล้อได้ภายในเสี้ยววินาที ปลอดภัยขั้นสุดด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐาน EURO NCAP

ZEEKR X 5

ด้วยปรัชญาการออกแบบที่ยึดถือ ความงดงามของนวัตกรรม ความหรูหรา และความยั่งยืน ZEEKR X เปรียบเสมือน สายฟ้าที่เปลี่ยนนิยามใหม่ของการขับขี่โดยไม่กลัวที่จะทลายกรอบเดิม ด้วยแรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายแบบสแกนดิเนเวียผสมผสานเส้นสายที่สะอาดและความหรูหราที่โปร่งโล่ง โดยเน้นที่การใช้งาน สร้างพื้นที่ที่เทคโนโลยีผสมผสานอย่างลงตัวกับสุนทรียภาพ ZEEKR X ออกแบบตัวรถให้มีขนาด ความกว้าง x ความยาว x ความสูง 4,432 mm x 1,836 mm x 1,566 mm ระยะฐานล้อ 2,750 mm ซึ่งเป็นขนาดสมมาตรทุกมิติสำหรับรถคอมแพคเอสยูวี โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด สรรสร้างให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็น ความโค้งมนดุจแสงแห่งรุ่งอรุณ กระจกมองข้างแบบไร้กรอบ ดีไซน์ที่จับประตูแบบ Hidden Capacitive Sensing Door Handles ช่องชาร์จไฟที่เรียบสนิทไปกับตัวรถ ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ZEEKR ไฟท้ายแบบ LED พร้อมสัญลักษณ์ ZEEKR แบบสามมิติ การออกแบบภายในที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ของหลังคากระจกพาโนรามาขนาด 1.21 ตารางเมตร พร้อมสัมผัสแสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยสี Rose Gold ทั่วทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นสวิชต์หน้าต่าง ปุ่มเปิดประตู หรือแม้แต่ Hook สำหรับแขวนแจ็คเก็ต หน้าจอกลางขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว มาพร้อมกับชิป 8155 จาก Qualcomm Snapdragon เพื่อรองรับการประมวลผลอย่างรวดเร็ว และเพราะความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญของทุกการตัดสินใจออกแบบ ZEEKR จึงใช้วัสดุคุณภาพสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งคัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่ออนาคตที่สะอาดกว่า

ZEEKR X 6

ZEEKR มองเห็นอนาคตของการขับเคลื่อนที่มีความชาญฉลาด เป็นมิตร มั่นใจ และปรับเปลี่ยนได้ ด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูงแห่งอนาคตที่จะนำพาผู้ใช้งานไปสู่ที่หมายตามต้องการได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย กับนวัตกรรมการขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรมทางประสบการณ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Experience Architecture – SEA) รวมถึง ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ZEEKR Advanced Driving Assistance System – ZEEKR AD) ด้วยกล้องความละเอียดสูง 5 ตัว เรดาร์ความยาวคลื่น 5 มิลลิเมตร และ เรดาร์อัลตราโซนิค12 ตัว รวมถึงระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Automatic Lane Change – ALC) ระบบรักษาตำแหน่งในเลน (Lane Centering Control – LCC) ระบบแจ้งเตือนวัตถุในจุดบอด (Blind Spot Detection – BSD) ระบบแสดงภาพรอบตัวรถ (Around View Monitor – AVM) หนึ่งในจุดเด่นก็คือ โครงสร้างแบบ SEA Platform ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ZEEKR ที่จะช่วยทั้งในด้านการขับขี่ สมรรถนะ การทรงตัว รวมถึงการลดเสียงรบกวนที่อาจเกิดขึ้นตามจุดต่างๆ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีเยี่ยม เพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นกับ Lightning Switch Intelligent AWD System หรือระบบปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่แบบ AWD อัตโนมัติเพียงแค่เสี้ยววินาที เทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านี้ ช่วยให้การขับขี่เกิดความคล่องตัวแต่ยังสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดนั่นเอง

ZEEKR X 7

“ZEEKR X ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้าธรรมดา แต่มันคือปรากฏการณ์ระดับโลก นี่คือ Global Premium Compact SUV เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของความกล้าที่จะแตกต่าง มันไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม เป็นตัวแทนของโลกที่เชื่อมโยงกันด้วยความตื่นเต้นเร้าใจของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า” เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) กล่าว

ZEEKR X มาพร้อม 5 โทนสีที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ได้แก่
●สีขาว Crystal White
●สีครีม Palace Beige
●สีเขียว Pine Green
●สีเทาเข้ม Grid Grey
●และสีเทาพิเศษ Mist Grey

ZEEKR X 8

โดย ZEEKR X มาทำตลาดในไทยทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard ที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยว ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังการขับขี่ 272 แรงม้า และระยะทางในการขับขี่ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ไกลถึง 540 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมกับอุปกรณ์ครบครัน ทั้งไฟหน้าแบบ Full LED , Panoramic Glassroof ล้อขนาด 18 นิ้ว และที่โดดเด่นคือ ระบบความปลอดภัยทั้งหมดที่กล่าวมานั้นมีให้ครบตั้งแต่รุ่น Standardราคา 1,199,000 บาท และรุ่น Flagship ซึ่งเป็นรุ่นที่โดดเด่นด้าน Performance จะเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงถึง 428 แรงม้า และระยะทางการขับขี่ที่ 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยรุ่น Flagship จะมีอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ล้อแบบ Forged Wheelขนาด 20 นิ้ว AR HUD, ไฟ Aทbient Light และระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 13 ตำแหน่ง ราคา 1,349,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษประกันภัยชั้น 1 พร้อมการรับประกัน ตัวรถ 5 ปี หรือ150,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ180,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และบริการ Mobile Service พิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญ 500 ท่านแรก ที่จองและรับรถภายในสิงหาคม 2567 นี้ รับฟรี Wallbox จาก “VREMT” พร้อมแพคเกจติดตั้ง มูลค่า 50,000 บาท สามารถจองและชมรถได้จาก POP UP ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Emsphere, Central Westgate, The Mall Bangkae และ Central Rama 2 และติดตามกิจกรรมต่างๆ ของทาง ZEEKR ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ฟอร์ดจัดแคมเปญ ‘หน้าฝนรถแกร่งทุกเส้นทาง’ เพิ่มความอุ่นใจตลอดฤดูฝน ด้วยข้อเสนอบริการสุดคุ้ม

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ ‘หน้าฝนรถแกร่งทุกเส้นทาง’ เสริมความอุ่นใจในการใช้รถให้ลูกค้าฟอร์ดด้วยข้อเสนอสุดคุ้มด้านบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานตลอดฤดูฝน พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการดูแลรถยนต์และการขับขี่ที่ปลอดภัยในทุกสภาพอากาศ ซึ่งฤดูฝนนับเป็นช่วงเวลาที่ต้องอาศัยการดูแลรถเป็นพิเศษ จึงได้ออกแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าฟอร์ดเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทางจากข้อเสนอด้านบริการมากมาย คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานรถ และเสริมความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ได้แก่

  • ส่วนลดพิเศษ โปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) สูงสุด 400 บาท หรือ โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) สูงสุด 700 บาท สำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น ไม่จำกัดระยะทาง ครอบคลุมบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการฟอร์ด การเข้ารับบริการตรวจเช็กหลังส่งมอบรถใหม่ รวมถึงในกรณีมีค่าอะไหล่ งานซ่อมทั่วไป ตั้งแต่ 5,000 บาท โดยลูกค้าเพียงแสดงเอกสารจากโปรแกรมประเมินค่าใช้จ่ายเมื่อเข้ารับบริการล่วงหน้า (Service Price Calculator) จากเว็บไซต์ https://www.ford.co.th/owner/service-price-calculator/ เพื่อประเมินราคาค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการ
  • ฟรี ใบปัดน้ำฝนคู่หน้า 1 คู่ เมื่อลูกค้าทำการเช็กระยะและมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่ร่วมรายการ ได้แก่ ค่าอะไหล่และของเหลว ค่าโปรแกรม OSP หรือ SSP หรือ Ford Care รวมถึงค่าอุปกรณ์ตกแต่งแท้ฟอร์ด
  • ซื้อยางรถยนต์ 3 เส้นรุ่นที่ร่วมรายการ แถมฟรี 1 เส้น และส่วนลดเพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือผ้าเบรก สำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น ดังนี้
  • ส่วนลดมูลค่า 200 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการ
  • ส่วนลดมูลค่า 600 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ รุ่น AGM (EB3Z10655E) ที่ศูนย์บริการ
  • หากลูกค้าเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดราคาแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก เพิ่มอีก 400 บาท และหากนำแบตเตอรี่ลูกเก่ามาแลก จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท

ทั้งนี้ ลูกค้าฟอร์ดที่ซื้อสินค้าหรือเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด สามารถเข้าร่วมแคมเปญผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ ตามประเภทหน้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ หรือดูข้อมูลแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้า 5 รางวัล สถานประกอบการลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ ประจำปี 2567

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งที่จะยกระดับความปลอดภัยในการทำงานด้วยการคว้า 5 รางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2567 (Zero Accident Campaign 2024) จากสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ซึ่งจัดขึ้นภายในงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ด้วยการดำเนินงานที่มีมาตรฐานระดับโลก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติประจำปีนี้ทั้งหมด 5 รางวัล ได้แก่ รางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับโรงงาน 1-2 และ โรงงาน 3 รางวัลโล่เกียรติยศระดับทองสำหรับโรงงานเครื่องยนต์ รางวัลโล่เกียรติยศระดับเงินสำหรับโรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก และรางวัลโล่เกียรติยศระดับทองแดงสำหรับโรงงานปั๊มขึ้นรูป 1

มร. เออิจิ โอกาวะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ทุกโรงงานของเราได้รับรางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2567 รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย และ อาชีวอนามัย ตอกย้ำความทุ่มเทและการทำงานหนักของพนักงานทุกคนซึ่งร่วมมือกันค้นหาความเสี่ยงในที่ทำงาน และร่วมกันปรับปรุงแก้ไขด้วยนวัตกรรมและการให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เราจึงมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในด้านมาตรการความปลอดภัยและการลดความเสี่ยงในพื้นที่ทำงานทุกจุด”

“การมีส่วนร่วมในกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident Campaign) สอดคล้องกับค่านิยมหลักของเราที่เชื่อว่าทุกอุบัติเหตุในที่ทำงานสามารถป้องกันได้ ตอกย้ำความสำคัญของ
การส่งเสริมวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่เพียงในองค์กรของเราแต่รวมถึงทุกภาคส่วน
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีสำหรับพนักงานทุกคน เราจะเดินหน้าสร้างความเป็นเลิศในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง” มร. โอกาวะ กล่าวเพิ่มเติม

โรงงาน 1 และ โรงงาน 2 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกเพื่อยกย่องการดำเนินงานที่มีชั่วโมงปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 55.5 ล้านชั่วโมงทำงาน ขณะที่ โรงงาน 3 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมด้วยการทำงานที่ปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 31.6 ล้านชั่วโมงเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง

โรงงานเครื่องยนต์ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับทองเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันจากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 12.2 ล้านชั่วโมง ขณะที่โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติกได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับเงินเป็นครั้งแรกจากการทำงานโดยปราศจากอุบัติเหตุสะสม 3.4 ล้านชั่วโมง โรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 คว้ารางวัลโล่เกียรติยศระดับทองแดงเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่องจากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุสะสม 1.2 ล้านชั่วโมง

กิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์เป็นแนวคิดริเริ่มของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) โดยกิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด
‘ร่วมสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยเชิงป้องกันสู่ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความผาสุกที่ยั่งยืน’ ด้วยความเชื่อมั่นว่าอุบัติเหตุในการทำงานสามารถป้องกันได้ มุ่งส่งเสริมให้สถานประกอบการมีความมุ่งมั่นที่จะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดอุบัติเหตุในที่ทำงานให้เป็นศูนย์ด้วยการวางแผนและการจัดการ
ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

เป็นเจ้าของ EQS 500 รถอีวีที่วิ่งไกลที่สุดในกลุ่มลักชัวรี่ในไทย ด้วยข้อเสนอแบบ Worry-Free ทางเลือกใหม่ไร้ข้อกังวลสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์

0
EQS 500 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ส่งแคมเปญเขย่าวงการยานยนต์ไฟฟ้าช่วงกลางปี มอบประสบการณ์อีกขั้นของการขับขี่ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝงด้วย “Worry-Free Package” แพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับรถยนต์รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium โมเดลระดับ Top-End Luxury ของแบรนด์ ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การทดลองขับฟรี นโยบายการเงิน นโยบายการคืนรถ และประกันภัยชั้นหนึ่งจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ นานถึง 2 ปี ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการขับขี่ของคนยุคใหม่ พร้อมเปิดทางเลือกให้อย่างเต็มที่ตามที่ลูกค้าต้องการ

EQS 500 2

เป็นเจ้าของ EQS 500 4MATIC AMG Premium แบบไร้กังวล
จากอินไซด์ของผู้บริโภคและเทรนด์การเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย
สู่แคมเปญที่เข้ามาตอบโจทย์ทุกข้อกังวลของลูกค้าที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอทางเลือกที่ทำให้ลูกค้าสามารถกำหนดรูปแบบการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ตามต้องการ พร้อมเปิดประสบการณ์การครอบครอง EQS 500 4MATIC AMG Premium แบบใหม่
ด้วยโปรแกรมทางการเงินและการบำรุงรักษารถ ทำให้การขับขี่ไร้ความยุ่งยาก เนรมิตทุกการเดินทางให้เป็นไปตามแบบฉบับ “Worry-Free Package”

EQS 500 3

รับข้อเสนอพิเศษ “Worry-Free Package” จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดังนี้
•ทดลองขับฟรี เป็นระยะเวลา 7 วัน
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 2 ปี
•ค่างวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 77,000 บาท
•เมื่อใช้รถครบ 3 ปี สามารถคืนรถได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
•ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง และระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Easy Care & Extra Guarantee ) ตลอด 5 ปี
•การันตีราคาขายต่อภายใต้โปรแกรม mySTAR เมื่อครบสัญญา 3 – 5 ปี
•ข้อเสนอพิเศษเฉพาะ EQS 500 4MATIC AMG Premium สามารถขยายระยะเวลาครอบครองรถเพิ่มอีก 2 ปี พร้อมผ่อนต่อเพียงเดือนละ 60,000 บาท

*เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด

EQS 500 4MATIC AMG Premium ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลตฟอร์มของยานยนต์ไฟฟ้าในทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม ดีไซน์ภายนอก และดีไซน์ภายใน สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นยานยนต์สำหรับโลกอนาคต มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด ผสานการออกแบบตามหลักพลศาสตร์เฉพาะแบบ One Bow Concept ซึ่งทำให้ตัวถังลู่ลม ส่งผลให้ประหยัดพลังงานและขับขี่อย่างปราดเปรียวมากขึ้น มอบระยะวิ่งที่ไกลถึง 702 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบสาระบันเทิงอันโดดเด่น ที่พร้อมจะเปลี่ยนการขับขี่และการโดยสารให้ล้ำสมัยในทุกมิติ

EQS 500 5

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ให้ความมั่นใจ เจ้าเหมียวไฟฟ้า “ORA” ไม่หวั่นแม้วันฝนตก

0
ORA 1

ประเทศไทยได้เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้ว ในช่วงที่ฝนตกหนักอาจมีน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ การขับรถลุยน้ำท่วมจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยาก ผู้ขับขี่หลาย ๆ คนที่สนใจในเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat, ORA Good Cat รุ่น GT หรือ ORA 07 หรือผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อยู่แล้วอาจมีข้อสงสัยและความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานว่าเจ้าเหมียวไฟฟ้าจะสามารถขับลุยน้ำในช่วงหน้าฝนนี้ได้หรือไม่ ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) พร้อมคลายความกังวลเหล่านี้ให้แก่ผู้ขับขี่ชาวไทย พร้อมมอบความเชื่อมั่นว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถใช้งานในช่วงหน้าฝนได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน

ORA 2

ในช่วงหน้าฝนนี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้งานเจ้าเหมียวไฟฟ้าทุกรุ่น จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ตามปกติ ทั้งส่วนมอเตอร์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในตัวรถได้รับการปกป้องด้วยฉนวนไฟฟ้าอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นระบบภายในยังมีเซนเซอร์ตรวจจับไฟฟ้ารั่วและระบบป้องกันการลัดวงจรลงดิน (Ground Fault Protection) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ในช่วงหน้าฝนนี้ การออกแบบที่ทนทานต่อสภาพอากาศของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานในทุกสภาวะอากาศ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกคันได้ผ่านการทดสอบ IP Rating (Ingress Protection) ซึ่งระดับ IP แสดงให้เห็นถึงค่ามาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นเข้าในตัวแบตเตอรี่ โดยรถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นปัจจุบันถูกกำหนดระดับมาตรฐานอยู่ที่ IP67 ซึ่งมีประสิทธิภาพป้องกันน้ำท่วมสูงได้ไม่เกิน 1 เมตร ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที และสามารถลุยน้ำท่วมลึกได้ถึง 40 เซนติเมตร และในกรณีที่ต้องลุยน้ำท่วมในระดับที่สูง ให้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำและคงที่ หลีกเลี่ยงการจอดรถนาน ๆ เนื่องจากความเสียหายอาจเกิดขึ้นจากน้ำที่ซึมเข้าตัวรถและทำให้ตัวรถเกิดความเสียหาย และไม่ว่าจะขับรถประเภทใดก็ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีความสูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันรถยนต์จากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ORA 3

ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังชาร์จไฟอยู่ แต่ฝนตกลงมาและอยู่ในที่กลางแจ้ง ผู้ขับขี่อาจเกิดความกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวรถหรือไม่ ทั้งนี้ช่องสำหรับเสียบอุปกรณ์การชาร์จของเจ้าเหมียวไฟฟ้าทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถูกคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้สามารถป้องกันฝุ่นละอองและป้องกันละอองน้ำผ่านมาตรฐาน IP55 ซึ่งต้องใช้ควบคู่กับอุปกรณ์การชาร์จที่ได้มาตรฐาน IP55 ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้อุปกรณ์การชาร์จโดยทั่วไปจะถูกออกแบบให้สามารถป้องกันน้ำได้เป็นอย่างดี และเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบตัดไฟรั่วและสายดิน พร้อมทั้งระบบป้องกันและที่ครอบที่มีช่องระบายน้ำ จึงทำให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากลางแจ้งขณะฝนตกมีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสถานีชาร์จและปลั๊กชาร์จก่อนใช้งานทุกครั้งว่าอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในสภาพดี ไม่มีส่วนที่ชำรุดหรือเสียหาย เนื่องจากการใช้สถานีชาร์จที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงหน้าฝนอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และตัวรถยนต์ได้ และแนะนำผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการชาร์จไฟในขณะที่ฝนตกหากไม่จำเป็น โดยเฉพาะการชาร์จในสภาพอากาศที่รุนแรงหรือเมื่อฝนตกหนักมากถึงแม้จะมีความเสี่ยงต่ำก็ตาม

ORA 4

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้า พร้อมการบริการหลังการขายที่เยี่ยมยอดให้ลูกค้าได้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% คุณภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยความอุ่นใจ ด้วยการรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานถึง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และหากภายในระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ดังกล่าวนั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ และผู้ผลิตแบตเตอรี่ ตรวจสอบพบว่า ค่า SOH (State of Health) ของแบตเตอรี่ของท่านต่ำกว่า 70% โดยสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ไม่ได้รับความเสียหายจากการใช้งานหรืออุบัติเหตุ ทางบริษัทฯ จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้ใหม่โดยทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ORA 5

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์สันดาปภายใน ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ของท่านทั้งภายในและภายนอกให้อยู่เสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการใช้งานรถยนต์ให้มีความปลอดภัยและเป็นการดูแลรักษารถให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่ที่ปัดน้ำฝน ที่ควรอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน รวมไปถึงไฟสัญญาณต่าง ๆ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกว่ามีความสว่างตามปกติหรือไม่ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝน นอกจากนี้ควรตรวจสอบการสึกหรอของผ้าเบรก รวมถึงแรงดันลมยางและสภาพยางรถยนต์ อีกทั้งควรเอาใจใส่ในการเติมลมยางให้เหมาะสมกับสภาพถนนเปียกและลื่นเพื่อประสิทธิภาพในการเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น หากผู้ขับขี่เกิดเหตุการณ์สุดวิสัยในช่วงหน้าฝนและต้องลุยน้ำเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง เมื่อถึงจุดหมายแล้วควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อขจัดความชื้นออกจากห้องเครื่องยนต์

ORA 6

รถยนต์ไฟฟ้าสามารถพาท่านไปยังจุดหมายปลายทางได้โดยไม่ต่างจากรถยนต์ประเภทอื่น ๆ พร้อมมอบความสะดวกสบาย ประหยัด และการลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่เหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ในทุกการขับขี่ ทุกที่และทุกเวลา ท่านสามารถอุ่นใจได้กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง* ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความพร้อมในการประสานงานและสามารถเดินทางมายังจุดเกิดเหตุได้ภายใน 30 นาทีสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และภายใน 45 นาทีสำหรับบริการรถยก* ลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชัน GWM เพื่อติดต่อบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดต่อผ่าน GWM Contact Centre ที่หมายเลข 02-668-8888 หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ท่านก็สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อรับความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ORA 7

ดังนั้นในช่วงหน้าฝนนี้ ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง สามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจและปลอดภัยไร้กังวล และทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ อยากเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงอุปกรณ์ชาร์จอย่างถูกต้อง เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงฤดูฝนนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

 

เปิดแล้ว“BANGKOK IMPORTED CAR & USED CAR SHOW 2024” งานเดียว!! ที่กล้าการันตี คุณภาพรถยนต์ทุกคันที่ออกจากงานฯ

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศจัดงาน “บางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 หรือ มหกรรมยานยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 15  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “งานเดียวที่กล้าการันตี คุณภาพรถยนต์ ทุกคันที่ออกจากงานฯ” พร้อมจับมือร่วมกับ กรุงศรี ออโต้ , สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว , สยามอินเตอร์การประมูล และ NEW GARAGE Platform สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานธุรกิจซื้อ-ขายรถยนต์ใช้แล้ว และ รถยนต์นำเข้า สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค การันตีรถยนต์ในงานทุกคัน โปรโมชั่นและข้อเสนอสุดเร้าใจสำหรับลูกค้าในงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2567 เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ  บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2024 หรือ มหกรรมยานยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 15   เปิดเผย ถึงความตั้งใจสำหรับการจัดงานฯ ในครั้งนี้  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันยอดขายให้ตลาดรถยนต์ใช้แล้ว และ รถยนต์นำเข้าให้  “ผมเชื่อว่า ยังคงมี ผู้บริโภค บางกลุ่มที่ยังมีความต้องการใช้งานรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ใช้แล้ว รถยนต์นำเข้า และ เจ็ทสกี ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะตัว แสวงหารถยนต์บางรุ่น บางคันแสวงหารถยนต์ที่มีความแตกต่าง หาซื้อได้ยาก ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มที่มีความต้องการไม่น้อยเช่นเดียวกัน รวมถึง รถยนต์นำเข้าที่รุ่นพิเศษกว่าที่มีในตลาด และ ในฐานะผู้บุกเบิกการจัดงานแสดงรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นให้ธุรกิจยานยนต์รถมือสองในประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติ และกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

เหตุผลที่เลือกจัดงานในช่วงเวลานี้ เป็นเพราะว่าตามปกติในเดือนกรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาที่คนจองรถยนต์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ส่วนใหญ่จะได้รับมอบรถยนต์ใหม่ที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และมาส่งมอบครบตามยอดจอง 100 เปอร์เซ็นต์ ประมาณเดือนมิถุนายน โดยเฉลี่ยการจัดงานบางกอก มอเตอร์โชว์ จะมียอดจองราว 30,000-40,000 คัน ทำให้ช่วงเวลาเดียวกันนี้คนจะเริ่มปล่อยรถยนต์คันเก่าเข้าสู่ตลาดยูสคาร์ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ผมเก็บรวบรวมจนกลายเป็นแนวคิดให้เริ่มต้นจัดงานบางกอก ยูสคาร์ โชว์ ครั้งแรกเมื่อปี 2552 แม้ว่าหลายปีหลังจะมีผู้จัดงานแสดงรถยนต์รายอื่นๆ เลือกจัดงานในช่วงเวลาเดียวกับงานของเรา แต่การที่ผมเป็นผู้เริ่มต้นจัดงานยูสคาร์ โชว์ ในช่วงเดือนกรกฎาคม มานานกว่า 10 ปี ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าการจัดงานบางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง และเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย”

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทางบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลับมาจัดงานบางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2567 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีงานแสดงเฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เซลล์สินค้าของเซ็นทรัล, งานกาแฟ และคอนเสิร์ต โดยทางอิมแพค เจ้าของสถานที่จะเปิดให้เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-12 สามารถเดินเชื่อมถึงกันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงานต่างๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ มองว่าราคารถยนต์ใช้แล้วกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปกำลังกลับมาอยู่ในความสนใจของกลุ่มลูกค้าที่พิจารณาถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และราคาขายต่อที่เหมาะสม หลังจากผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าบางแบรนด์จัดโปรโมชั่นทำสงครามราคาในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยเกิดความผันผวนอย่างหนัก

“ภายในงานปีนี้ยังคงมีรถยนต์ใช้แล้วที่คนนิยมหลากหลายรุ่นมาให้ผู้เข้าชมงานเลือกซื้อเช่นเดิม หลังจากตลาดยูสคาร์เจอผลกระทบจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่การประกาศลดราคาของบางค่ายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้หลายคนที่พิจารณาความคุ้มค่าในการซื้อรถยนต์กลับมามองหารถยนต์เครื่องสันดาปอีกครั้ง ยกตัวอย่างนะ ถ้าคุณกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์คันแรก โดยมีงบประมาณ 500,000 บาท หากเป็นรถยนต์สันดาปผ่านไป 3-5 ปี เจ้าของดูแลรถเป็นอย่างดี และไม่ประสบอุบัติเหตุชนหนัก ราคาหายไปอย่างมากที่สุด 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ตรงกันข้ามกับรถยนต์ไฟฟ้าที่พอเปิดตัวขายไประยะหนึ่งบริษัทออกมาประกาศลดราคาหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท ทำให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานแค่ 2 ปี ราคาเหลือเพียงครึ่งเดียว หรือพอผ่านไป 5 ปี มูลค่าแทบจะไม่เหลือเลย”

สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ใช้แล้วในงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2024 สามารถมั่นใจคุณภาพรถยนต์ทุกคัน โดยคุณจาตุรนต์ ยืนยันว่า “เราต้องการตอกย้ำให้เห็นถึงคุณภาพของการจัดงาน จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมายาวนาน ด้วยการร่วมกันสร้างมาตรฐาน และความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อรถภายในงาน ผ่านความร่วมมือกับทาง สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองทุกบริษัท ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) เพื่อการันตีและรับประกันคุณภาพรถยนต์ที่ถูกนำมาจำหน่ายภายในงาน”

ในขณะเดียวกันคุณจาตุรนต์ เปิดเผยถึงการนำกลุ่มรถยนต์นำเข้า (Import Car) กลับเข้างานเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังจากมองเห็นการเติบโตของตลาดกลุ่มนี้ที่มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นในช่วงโควิด-19 และเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้มีตัวแทนจำหน่ายชั้นนำอย่าง เรนาสโซ มอเตอร์ ผู้จัดจำหน่าย Lamborghini ซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาเลี่ยนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และผู้นำเข้ารถยนต์ชั้นนำอีกหลายบริษัทเข้าร่วมงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2024 พร้อมจัดแคมเปญพิเศษที่เร้าใจ

 

งานบางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 หรือ มหกรรมยานยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 15   จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “งานเดียว!! ที่กล้าการันตี คุณภาพรถยนต์ทุกคันที่ออกจากงาน” ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2567 เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์มือสอง ผู้ประกอบการรถยนต์นำเข้า, สยามอินเตอร์การประมูล, NEW GARAGE Platform แบรนด์รถยนต์  TOYOTA,  BMW, MINI, MILLENIUM AUTO, MASTER CERTIFIED USED CAR, RENAZZO MOTORS, FERRARI CERTIFIED, ETON, A.G.CARS, LAMINA, กรุงศรี ออโต้, พร้อมผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์นำเข้า และรถยนต์มือสอง อีกหลายบริษัท นอกจากโซนจัดแสดงรถยนต์แล้ว ภายในงาน ยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ อุปกรณ์กอล์ฟ อุปกรณ์กีฬาราคาพิเศษ ของเล่น ของสะสม ART TOY สินค้าแบรนด์เนมมือสอง ของเหล่า Celebrity

ผู้เข้าชมงานทุกท่านที่เข้ามาภายในงาน เพียงลงทะเบียน ลุ้นรับ ART TOY และของรางวัลอีกมากมาย ในทุก 2 ชั่วโมง ทุกวันของการจัดงาน โดยมีเงื่อนไขต้องอยู่ภายในงาน เท่านั้น  สำหรับผู้จองรถยนต์ภายในงาน มีสิทธิ์ MEGA SPACE MOLLY Garfiled 400% จำนวน 2 รางวัล ช่วงเวลาการจัดงาน จัดในระยะเวลาเดียวกับงานสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อาทิ งานกาแฟ เครื่องดื่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้การจัดงาน ตั้งแต่ Hall 5 – 12 อิมแพค เมืองทอง ธานี เปิดเชื่อมถึงกันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าชมงานได้สะดวกมากขึ้น

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” พอใจผลลัพธ์ของงานสำเร็จตามเป้า ยืนหยัดพร้อมหนุนตลาดรถกลางปีหน้า

0
ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 1

รวบตึงงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) ปิดฉากปีที่ 12ด้วยความสำเร็จตามเป้าหมายในการกระตุ้นตลาดยานยนต์ไทยช่วงโลว์ซีซั่นกลางปีครบทุกหมวด ทั้ง “รถใหม่ป้ายแดง รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” กวาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 1,300 ล้านบาทในช่วงจัดงานเพียง 5 วัน จากความหลากหลายให้เลือกได้ทั้งรถใหม่และรถใช้แล้วเกรดเอ รวมถึงการรับประกันซื้อคืน 100% สำหรับรถมือสองที่ซื้อในงาน ยืนหยัดพร้อมหนุนตลาดรถกลางปีหน้า แปะมือส่งต่อให้ 2 พันธมิตรหลักที่ร่วมจัดงานครั้งนี้ ทั้งสื่อสากล ผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป และกรังด์ปรีซ์ ผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ ช่วยกันพลิกฟื้นภาคยานยนต์ของไทยต่อไปในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 2

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เผยว่า “เราจัดงานนี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ด้วยความคิดที่ว่า อยากให้มีสักงานที่ทำให้ช่วงกลางปีซึ่งถือว่าเป็นโลว์ซีซั่นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้มีความคึกคักขึ้นมาบ้าง แม้ว่าจะไม่เทียบเท่ากับช่วงต้นปี หรือปลายปีที่ถือว่าเป็นฤดูขายตามปกติ โดยสร้างจุดยืนที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำงาน คือ เป็นงานแสดงรถยนต์งานแรกในประเทศไทยที่รวมเอารถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วหรือรถมือสองไว้ในงานเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถยนต์สักคันมาใช้งานได้ประโยชน์สูงสุด ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งาน และงบประมาณ สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการลงทุนได้เลยระหว่างรถใหม่ป้ายแดงกับรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับการจัดงานในปีนี้ที่หลายคนมองว่าตลาดรถหดตัวจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น และมีความผันผวนจากสงครามราคาของรถไฟฟ้า แต่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ยังสามารถบรรลุเป้าหมายสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในช่วงเวลาจัดงานแค่ 5 วันได้กว่า 1,300 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ ถือว่าเป็นงานที่สามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้อยู่หมัด ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการด้านยานยนต์ทุกค่ายที่มอบความไว้วางใจให้กับเรา พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อเป็นการสมนาคุณให้กับลูกค้าจนนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน และเราพร้อมที่จะยืนหยัดเป็นอีกหนึ่งงานที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอน”

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 4

บทสรุปความสำเร็จงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024”
•แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงเข้าร่วมมากถึง 15 แบรนด์ ครอบคลุมทุกทางเลือกด้านพลังงาน โดยมีแบรนด์ที่เข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรก 7 แบรนด์ จากจุดแข็งในความเชี่ยวชาญของสื่อสากลและกรังด์ปรีซ์ ผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป และมอเตอร์โชว์ พันธมิตรที่จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์” ร่วมกัน โดยแต่ละแบรนด์พอใจในยอดขายทำได้ตามเป้า กลุ่มรถไฟฟ้าได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษตามคาด ขณะที่รถยนต์ใช้แล้วเกรดเอก็ยังได้รับความสนใจมากเช่นเคย ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในงานรวมกว่า 1,300 ล้านบาท

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 6
•ยอดจองของรถยนต์ใช้แล้วในงานมีมูลค่าใกล้เคียงกับปีที่แล้ว สะท้อนถึงดีมานด์ของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมี่ยมคาร์มือสอง ประกอบกับผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการคัดสรรเฉพาะรถคุณภาพดีมาขายในงาน พร้อมราคาที่ปรับลงจากเดิมจนเกินความคุ้มค่า และที่สำคัญ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เป็นงานแรกที่รับประกันซื้อคืน 100% หากพบว่ารถที่ซื้อไปผิดเงื่อนไข 5 ข้อตามที่ระบุ ได้แก่ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ผนวกกับปีนี้ได้ยกระดับการรับประกันด้วยการออกใบรับประกัน ระบุคุณภาพเกรดและรายละเอียดสำคัญของรถยนต์ใช้แล้วแต่ละคันอีกด้วย

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 7
•มีผู้เข้าร่วมอัปเดทเทรนด์ EV แบบม้วนเดียวจบ เทสไดร์ฟแบบชิค ๆ ภายในฮอลล์ติดแอร์กับ 10 รุ่นรถไฟฟ้าที่มาเข้าร่วมมากขึ้น นำโดย Honda e:N1 รถไฟฟ้าที่วันนี้ยังไม่มีจำหน่าย แต่มีให้เช่าใช้เท่านั้น Volvo EX30, ORA07, Deepal S07, Hyundai IONIQ5, NETA VII, MG4, Wuling Air EV, NEXTEM ORCA และ NEXTEM Golf Cart มากกว่า 1,000 ราย ตลอด 5 วันของการจัดงาน

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 8
•การมีพื้นที่ข่าวของ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ที่เผยแพร่ในสื่อทุกช่องทาง ทั้งข่าวจากผู้จัดงานและข่าวเกี่ยวเนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ร่วมออกงาน รวมแล้วมากกว่า 2,000 ข่าวในทุกแพลตฟอร์ม ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษนับตั้งแต่งานแถลงข่าวประกาศจัดงานจนจบงาน ยังไม่รวมการสื่อสารการตลาดทางสื่อดิจิทัล ทั้งในสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และ KOL ต่าง ๆ ซึ่งขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยกัน

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 9

TTA จับมือ King Long บุกตลาด EV ไทย เปิดศึกชิงลูกค้ารถกระบะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

0
King Long 1

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA บริษัทชั้นนำด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ผนึกกำลังกับ บริษัท เซี่ยเหมิน คิง ลอง ยูไนเต็ด ออโตโมทีฟ อินดัสตรี จำกัด หรือ King Long ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน เปิดตลาดรถกระบะไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในไทย ภายใต้ธีม “Together For EV-lization” พร้อมลุยตลาด EV เต็มตัว ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 1,000 คัน พร้อมจับมือเปิดโชว์รูมรถกระบะ EV แห่งแรกในไทยที่ย่านรองเมือง

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยว่า รถกระบะไฟฟ้าที่ TTA และ King Long ร่วมกันพัฒนา และจะเริ่มทำตลาดในปีนี้ เป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตัน โดยโมเดลแรกที่จะเปิดตลาด จะเป็นรถกระบะตอนเดี่ยว มุ่งเจาะไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนส่ง โลจิสติกส์ ในไทย ซึ่งจะจำหน่ายทั้งแบบฟลีทและขายปลีก

King Long 2

“เราเริ่มจากรุ่นที่มีความต้องการสูงสุดก่อน นั่นคือรถเพื่อการพาณิชย์ แล้วจึงค่อยๆ ขยาย ให้ครบทุกเซกเมนท์ในภายหลัง และเหตุผลที่เราเลือกจับมือกับทาง King Long ก็เพราะว่า King Long เป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอันดับต้นในประเทศจีน มีเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวหน้า มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และผลิตรถเพื่อการพาณิชย์มากว่า 30 ปี”

TTA มีนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘Smart Growth & Sustainability’ และการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ King Long เพื่อนำรถกระบะไฟฟ้ามาสู่ตลาดประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายพอร์ตการลงทุนของ TTA ในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด

“การเข้าสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้านับเป็นก้าวที่สำคัญของเรา ในการต่อยอดประสบการณ์ด้านการขนส่งและ โลจิสติกส์ของ TTA เราได้จัดตั้ง บริษัท พี80 โก จำกัด (P80 Go) เพื่อเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถกระบะไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ “King Long”

รถกระบะไฟฟ้า King Long ที่ TTA และ King Long ร่วมกันพัฒนาถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานระยะสั้นถึงระยะกลาง ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานเพื่อการพาณิชย์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้ผ่านการทดสอบเข้มข้นเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ใช้งานในประเทศได้เป็นอย่างดี

King Long  3

นายหลิว จื้อ จวิน ประธานกรรมการ บริษัท เซี่ยเหมิน คิง ลอง ยูไนเต็ด ออโตโมทีฟ อินดัสตรี จำกัด กล่าวว่า “ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีศักยภาพที่สูงมากไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และยานยนต์ประเภทอื่นๆ สำหรับรถกระบะไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ที่เราจะนำมาบุกตลาดนั้น เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานที่เหมาะสมของตลาดไทย ที่ต้องการ ความประหยัด ความทนทาน ความคุ้มค่า และมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ โดยเราตั้งเป้าหมายในการจำหน่ายไว้ที่ 1,000 คัน ในปีแรกที่เปิดตลาด”

TTA และ King Long มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งร่วมกันเพื่อเปลี่ยนภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์ของไทยสู่ระบบไฟฟ้า และขับเคลื่อนประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การขนส่งที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัท พี80 โก ได้ทำการเปิดโชว์รูมรถกระบะไฟฟ้า King Long แห่งแรกในย่านรองเมืองไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการคัดเลือกพันธมิตรตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยในไม่ช้านี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์นี้ จะนำเสนอคุณค่าหลักแก่ลูกค้า ทั้งในเรื่องความประหยัด ความทนทาน คุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำ และเทคโนโลยีล้ำสมัย

“เอ็มจี” ประกาศเพิ่มการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน

0
MG 6

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศยกระดับความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก พร้อมการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ในไทย กับจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ในวงการอีวี ประกาศเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่เพิ่มการรับประกันคุณภาพ “ตลอดอายุการใช้งาน” ของแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน การรับประกันครอบคลุมกลุ่มรถไฟฟ้า 4 รุ่น นำโดย แฮทช์แบคไฟฟ้าโกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง ระดับพรีเมี่ยม ทั้ง NEW MG MAXUS 9 และ NEW MG MAXUS 7 และ สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่งอย่าง NEW MG CYBERSTER พร้อมกับชูจุดเด่นรับประกันการใช้งาน โดยไม่จำกัดเงื่อนไขแค่เพียงเจ้าของคนแรกเท่านั้น แม้รถจะเปลี่ยนมือไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังไม่จำกัดระยะทางในการขับขี่ ซึ่งการรับประกันนี้ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของ เอ็มจี ในการดูแลลูกค้าในระยะยาว

เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่มอบการรับประกันแบบจัดเต็มที่สุด โดยคำนึงถึงความพึงพอใจและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ตอกย้ำถึงการเป็นผู้บุกเบิกและเอาจริงเอาจังในเรื่องของอีวี ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการดูแลลูกค้าในระยะยาว ด้วยการประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน หรือ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในรถยนต์ไฟฟ้า 4 รุ่น ประกอบด้วย NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นโกลบอลอีวี NEW MG MAXUS 9 และ NEW MG MAXUS 7 ซึ่งเป็นรถ e-MPV แบบ 7 ที่นั่ง รวมถึง NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งการรับประกันดังกล่าวจะครอบคลุมสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล โดยไม่จำกัดเฉพาะเพียงเจ้าของแรกเท่านั้น และไม่จำกัดระยะทางในการขับขี่ โดยการเพิ่มการรับประกันตลอดอายุการใช้งานนี้ยังรองรับถือการเปลี่ยนมือในอนาคต นอกจากนี้การรับประกันไม่ใช่แค่ครอบคลุมเพียงลูกค้าใหม่เท่านั้น หากแต่ เอ็มจี ยังให้การรับประกันไปยังกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่เป็นเจ้าของรถทั้ง 4 รุ่นอีกด้วย

MG 5
การประกาศเพิ่มการรับประกันนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ เอ็มจี ในการสร้างจุดเปลี่ยนและยกระดับมาตรฐานให้กับวงการอีวีไทย โดยรถอีวีทั้ง 4 รุ่น ถือเป็นรถที่ใช้นวัตกรรมแบตเตอรี่ล่าสุดที่พัฒนาโดย SAIC MOTOR CORPORATION ภายใต้เทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ในรูปแบบของ Cell-To-Pack ที่จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอน เพื่อลดพื้นที่ และระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและมอบประสบการณ์อีวีที่ยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมนี้เพิ่งได้รับรางวัลความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ค.ศ. 2023 (National Science and Technology Progress Award for 2023) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และคุณภาพให้กับลูกค้ารุ่นดังกล่าว เอ็มจี จึงได้ขยายการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน จะครอบคลุมแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงทั้งชุด (HV BATTERY ASSY) ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน (EDU) ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PEB) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่ “ให้ความคุ้มค่าสูงสุด” แก่ลูกค้า ตอกย้ำให้เห็นถึงคุณภาพที่เหนือกว่ามาตรฐานสากล

MG 3

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจีถือเป็นแบรนด์ผู้บุกเบิกและจุดประกายความนิยมให้กับตลาดอีวีในเมืองไทย โดยเป็นผู้เปิดน่านน้ำใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ล่าสุดกับความสำเร็จทางด้านยอดขายที่สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของรถอีวี เอ็มจี ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น NEW MG4 ELECTRIC ที่มีอัตราการเติบโตกว่า 84% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับของปีที่ผ่านมา และยอดจองที่มีมากกว่า 1,000 คัน สำหรับรุ่น NEW MG CYBERSTER นอกจากการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นแล้วนั้น เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมในทุกๆ มิติที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งการประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ เอ็มจี ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของการเป็นโกลบอลแบรนด์ และสู่ทศวรรษที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สะท้อนภาพ “ความกล้าลงมือทำก่อนใคร” เพื่อมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่และสร้างความมั่นใจครั้งใหญ่ที่ทำให้วงการยานยนต์ไทยยกระดับไปอีกขั้น”

MG 2

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูล รายละเอียด และเงื่อนไขการรับประกันตลอดอายุการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ เอ็มจี ทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

Hashtag