Home Blog Page 129

ซูซูกิ จัดแข่งขัน Best Dealer Award 2024 พร้อมประกาศรายชื่อ 7 ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี มุ่งยกระดับด้วยบริการ S-SOLUTION

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจาก ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต” นอกจากแผนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่น เริ่มตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป เรายังปรับแผนการบริหารงานด้วยการสร้างความร่วมมือกับผู้จำหน่ายในการยกระดับงานบริการ ทั้งก่อนและหลังการขายให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้ เพื่อการเข้าถึงและดูแลลูกค้าได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

“ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราเตรียมจะแนะนำในอนาคต จะมีทั้งรถในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า 100% แต่ละรุ่นจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าและสามารถแข่งขันได้ในอนาคตอย่างแน่นอน ”

ด้านงานบริการ แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” คือ แผนงานที่แตกยอดออกมาจากวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเราส่งต่อแผนงานนี้ไปยังผู้จำหน่ายทุกรายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดรถยนต์ที่มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นย้ำถึงการสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าซูซูกิว่า เราจะสามารถมอบบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง

หนึ่งในบริการจากแคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” คือ HELLO SUZUKI APPLICATION เป็นการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับงานบริการ S-Solution ที่จะเชื่อมต่อข้อมูลการทำงานกับลูกค้า อำนวยความสะดวกสบายและความมั่นใจในงานบริการทุกขั้นตอน ทั้งการนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล รายงานการตรวจสอบและดูแลรถในทุกขั้นตอน รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษมากมาย ด้วยการสะสมคะแนนจากค่าใช้จ่ายในการเข้าซ่อมบำรุงตามระยะอย่างต่อเนื่อง หรือซ่อมแซมที่ศูนย์บริการของซูซูกิทั่วประเทศ

อีกส่วนหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมากก็คือ การพัฒนาด้านงานบริการของผู้จำหน่าย ผ่านการจัดการแข่งขันผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี ซึ่งจัดมาต่อเนื่องเป็นเวลา 7 ปี ติดต่อกัน มุ่งหวังจะยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ  กระตุ้นให้เกิดการดูแลและการปรับปรุงพัฒนางานการบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย

สำหรับการแข่งขัน ‘SUZUKI Best Dealer Award 2024’ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “แนวทางการสร้างมูลค่าแบรนด์ซูซูกิ จากประสบการณ์การซื้อรถและใช้ศูนย์บริการเปรียบเทียบกับแบรน์รถ EV ในตลาดปัจุบัน” ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก โดยให้ผู้จำหน่ายที่เข้าแข่งขัน นำเสนอแนวคิดสู่ความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านการขาย บริการหลังการขาย ไปจนถึงการพัฒนางานในด้านการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามายกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้น และสามารถผ่านตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดหรือไม่ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นแนวทางการพัฒนางานเพื่อแข่งขันกับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันในอนาคตอีกด้วย

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจัดการแข่งขัน  ‘SUZUKI Best Dealer Award 2024’ ยังคงยึดโยงอยู่กับนโยบาย Suzuki Cause We Care “เหนือกว่าความใส่ใจ คือเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงพัฒนางานบริการเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้าน แต่เรายังมุ่งหวังให้ผู้จำหน่ายก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน เพราะบุคลากรทุกคนเป็นทรัพยากรอันสำคัญที่จะช่วยนำพาซูซูกิไปสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์คุณภาพและเข้าไปอยู่ในใจของคนไทยได้อย่างดียิ่ง

สำหรับแนวทางในการแข่งขันทางซูซูกิได้ทำการคัดเลือกผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 จำนวน 7 แห่ง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและผลการดำเนินงานของผู้จำหน่ายในรอบปีที่ผ่านมาตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดก่อนจะทำการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่ง แบ่งออกเป็นรางวัล Best of the Best Dealer 2024 จำนวน 1 รางวัล และรางวัล Platinum Dealer 2024 จำนวน 6 รางวัล ซึ่งได้รายชื่อผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปีที่ผ่านการแข่งขันและตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

Screenshot

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2567 ระดับ Best of the Best

ชื่อผู้จำหน่าย ชื่อบริษัทผู้จำหน่าย จังหวัด
คุณรณกฤต  ฐิติกฤตานน บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ กรุงเทพมหานคร

 

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2567 ระดับ Platinum Dealer

ชื่อผู้จำหน่าย ชื่อบริษัทผู้จำหน่าย จังหวัด
คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด นครราชสีมา
คุณวรปรัชญ์ อุปัติศฤงค์ บริษท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ต ภูเก็ต
คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด ขอนแก่น
คุณยุวดี ชคทิศ บริษัท เอ.ซี.ออโตโมบิล(2002) จำกัด สงขลา
คุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์ บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด ประจวบคีรีขันธ์
คุณศุภชัย พฤฒิธาดา บริษัท ยนต์ตระการ พรีเมียม คาร์ จำกัด นนทบุรี

 

คุณรณกฤต  ฐิติกฤตานน กรรมการบริหาร บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัด ผู้ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2567 ระดับ Best of the Best  กล่าวว่า ในฐานะที่ ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ ดำเนินธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิมายาวนานเกือบ 40 ปี เราบริหารงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางนโยบาย Suzuki Cause We Care “เหนือกว่าความใส่ใจ คือเข้าใจทุกความต้องการ” ของซูซูกิ เพราะเมื่อเราเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าจะช่วยให้เราพัฒนางานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการได้ครบทุกรูปแบบ แต่เหนืออื่นใด ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ ยังให้ความสำคัญกับพนักงานเพื่อสร้างทัศนคติที่ตรงกันในด้านการดูแลลูกค้า เราจึงไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่สร้างยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าของเราอย่างยั่งยืนอีกด้วย

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า เป้าหมายอันสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) คือ การเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมส่งมอบสินค้าที่มีแต่ความคุ้มค่า คุ้มราคา เหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทุ่มเทและทำงานอย่างหนัก ทำให้ซูซูกิเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้การยอมรับว่ามีคุณภาพที่ดี ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และงานบริการ จากผู้บริโภคมาโดยตลอด

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

“กลุ่มตรีเพชร” ชวนเยาวชนรุ่นใหม่ โชว์ไอเดียแผนการตลาด “Bring D-Max to the Next Level” ในโครงการ “Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2024” ปีที่ 3

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดประกวดโครงการ Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2024” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชวนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมแชร์ไอเดียผ่านแผนการตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ของรถปิกอัพอีซูซุ ในหัวข้อ Bring D-Max to the Next Level” ชิงเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มตรีเพชรได้จัดกิจกรรม Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้ มาภายใต้หัวข้อ Bring D-Max to the Next Level” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์รถปิกอัพอีซูซุ ให้เป็น Top of Mind แบรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ในการวางแผนยุทธศาสตร์องค์กรที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ด้วยการนำความรู้ทางวิชาการต่าง ๆ ที่ได้ศึกษามาและข้อมูลทางธุรกิจของ กลุ่มตรีเพชร มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดมุมมองหรือไอเดียใหม่ ๆ ทางธุรกิจ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งรายบุคคลและทีม ไม่เกิน 5 คน ไม่จำกัดสถาบัน คณะ และชั้นปี สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะมีสิทธิ์ เข้าร่วมกิจกรรม Workshop สุดพิเศษ กับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ พร้อมนำเสนอแผนการตลาดกับคณะกรรมการในรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท”

สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและศึกษาข้อมูลสนับสนุนแผน การตลาดผ่าน QR Code หรือ Link ด้านล่าง โดยสามารถส่งผลงานได้ถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และสามารถสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Tri Petch Isuzu Sales Career
Link: www.facebook.com/tiscareer

ZEEKR เปิดตัว “ZEEKR 009” รถเอ็มพีวีพลังงานไฟฟ้าเซกเมนต์ลักชูรี ชูแนวคิด “Every Journey Shines” ให้ทุกโมเมนต์ของการเดินทางมีความหมาย

0

บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ZEEKR Intelligent Technology) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัว ZEEKR X ที่ผ่านมา ประกาศเปิดตัว “ZEEKR 009” รถเอ็มพีวีพลังงานไฟฟ้าเจาะเซกเมนต์ลักชูรี นำเสนอยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานความเป็นที่สุด “ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงสุด” ภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines” ให้ทุกโมเมนต์ของการเดินทางมีความหมายกับทุกคนในรถ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 3.099 ล้านบาท พร้อมส่งมอบรถประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ตลาดเอ็มพีวีปี 2567 โตต่อเนื่อง ตอบโจทย์ครอบครัวและการใช้งานอเนกประสงค์

ตลาดยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดการณ์การเติบโตของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2566 อาจสูงถึง 18.9%[1] นอกจากนี้ตลาดรถยนต์เอ็มวีพีที่กำลังไต่ระดับยอดจองและยอดขาย แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ส่งผลให้แต่ละแบรนด์ในตลาดแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อนำเสนอรถเอ็มพีวีที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดยังเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองในตลาดนี้ ทำให้สามารถคาดหวังได้ว่าจะได้เห็นรถเอ็มพีวีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

ความสำเร็จของ ZEEKR X ในไทย สู่การเปิดตัว ZEEKR 009 เอ็มพีวีเซกเมนต์ลักชูรี

เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ความสำเร็จของ ZEEKR ในตลาดไทยเริ่มต้นด้วยการเปิดตัว ZEEKR X ซึ่งได้รับการตอบรับความสนใจ
อย่างมาก โดยมียอดส่งมอบรถมากกว่า 250 คันภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนหลังการเปิดตัวซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ไม่เพียงแค่แสดงถึงการยอมรับในผลิตภัณฑ์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ ZEEKR ครั้งนี้เราเปิดตัว ZEEKR 009 เอ็มพีวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่จะเป็นการปฏิวัติแนวคิดของการเดินทางในยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขให้กับผู้ใช้งานทุกคน ภายใต้แนวคิด ‘Every Journey Shines’ ซึ่ง ZEEKR 009 จะสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดการใช้งาน ทำให้ทุกโมเมนต์ของทุกคนมีความหมายและเต็มไปด้วยความสุข ผ่านความเป็นสุดยอดของ ZEEKR 009 ได้แก่ ‘Ultimate Luxury ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส, Ultimate Intelligence นวัตกรรมอัจฉริยะ,Ultimate Performance สมรรถนะที่เหนือชั้น และ Ultimate Safety ความปลอดภัยขั้นสูงสุด อีกทั้ง ZEEKR 009 ยังให้ความสำคัญกับคนขับและผู้โดยสารทุกที่นั่ง ให้ความสบายและความปลอดภัยสูงสุดทุกที่นั่งด้วยแนวคิด ‘Every Seat Matters’ ที่แตกต่างจากเอ็มพีวีทั่วไปในตลาด ZEEKR 009 จึงพร้อมที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทย”

สัมผัสนวัตกรรมใหม่ภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines” กับ ZEEKR 009

ZEEKR 009 เป็นยนตรกรรมที่ครบครันทั้ง “ความหรูหรา นวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงสุด” โดดเด่นด้วยแนวคิด “Every Journey Shines” ที่เน้นความสะดวกสบายผสมผสานความหรูหรากับห้องโดยสารที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์คุณภาพระดับเฟิร์สคลาสของสายการบิน ด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ Sofaro First Class Airline Seats พร้อมโหมดการการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอนได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ เบาะนั่งบุด้วยหนัง Nappa แบบนุ่ม เบาะนั่งคนขับ, ผู้โดยสารด้านหน้าและผู้โดยสารแถวสองมาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า มีหน้าจอ OLED แบบทัชสกรีนขนาด 15.05 นิ้ว และหน้าจอเสมือนบนกระจก AR-HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมหน้าจอเพดาน สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบ Touch Screen OLED ขนาด 17 นิ้ว ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 จำนวนสองชุด เพื่อเสริมการประมวลผลที่รวดเร็วและทรงพลัง รองรับคำสั่งได้ถึง 60 ล้านคำสั่งต่อวินาที รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA  30 ตัวที่พร้อมให้ความบันเทิงได้ในทุกการเดินทาง

สมรรถนะของ ZEEKR 009 โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่ที่มีกำลังสูงสุด 450 kW หรือเทียบเท่า 603 แรงม้า และแรงบิด 693 N•m  ทำให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 km/h ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 116 kWh โดยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 686 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ทำให้ ZEEKR 009 เป็นรถที่มีสมรรถนะสูงและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบ CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงสะเทือนที่จะเข้าสู่ในห้องโดยสาร และ ZEEKR 009 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่ได้รับการออกแบบเพื่อปกป้องผู้โดยสารอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งโครงสร้างด้านท้ายของรถที่ผลิตจากอลูมิเนียมชิ้นเดียวมีความแข็งแรงสูง พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งพร้อมปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั่วทั้งคัน

ปูพรมกิจกรรมทางการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายพรีเมียม-ลักชูรี

ZEEKR ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย หรูหรา แต่ยังเตรียมแผนขยายการรับรู้
และสร้างฐานลูกค้าในประเทศไทย ทั้งการสปอนเซอร์ให้กับดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ประภากาศ อังศุสิงห์ แห่งแบรนด์ HOOK (HOOK’S by PRAPAKAS PRESENTED by ZEEKR) ในแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่ระดับประเทศ และคอร์สอบรบเพิ่มทักษะการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยสำหรับเจ้าของรถยนต์ ZEEKR ที่สนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์  ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังเน้นกลยุทธ์ด้านบริการหลังการขายระดับพรีเมียมด้วยโปรแกรมบริการพิเศษสำหรับเจ้าของรถ ZEEKR  ทุกรุ่น เช่น การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และ Mobile Service นานถึง 5 ปี เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในคุณภาพและการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้า

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ สู่การเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี

“ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์สุดหรูอันเป็นเอกลักษณ์ ZEEKR มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังและระยะทางขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้น ZEEKR มุ่งสร้างประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้รอยต่อ ด้วยการพัฒนาและเพิ่มสาขาของ ZEEKR House อย่างต่อเนื่องพร้อมดูแลลูกค้าอย่างเหนือชั้นด้วยความมุ่งมั่นของ ZEEKR ในการที่จะก้าวเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต” เป่า จ้วงเฟย กล่าวสรุป

ราคาเริ่มต้น 3.099 ล้านบาท พร้อมส่งมอบรถประมาณเดือนตุลาคม

ZEEKR 009 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังขับขี่ 603 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลถึง 686 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ในการชาร์จเพียงครั้งเดียว กับล้อขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน ตกแต่งหรูหราพร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้งไฟ Ambient Light, หน้าจอแสดงผล 5 จอ รวมถึงจอ AR HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 30 ตำแหน่ง ZEEKR 009 มี 3 โทนสีรถภายนอกได้แก่

  • สีขาว Crystal White (ภายในโทนสีดำ)
  • สีน้ำเงิน Electric Blue (ภายในโทนสีดำ หรือ ภายในทูโทนสีน้ำเงิน/ขาว)
  • สีดำ Phantom Black (ภายในโทนสีดำ หรือ ภายในทูโทนสีเทา/ขาว)

ราคา 3,099,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ประกันภัยชั้น 1, การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน  24 ชั่วโมง และบริการ Mobile Service นาน 5 ปี และ พิเศษสุด สำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรก รับฟรี Wallbox จาก “VREMT” พร้อมแพคเกจติดตั้ง* มูลค่า 70,000 บาท

*หมายเหตุ: เมื่อจองและรับรถภายใน 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Center โทร 02-086-9999, ZEEKR Thailand Facebook และ LINE Official ZEEKR THAILAND (@zeekrtha) หรือคลิก https://lin.ee/3lJF6Jbo

[1] Krungsri Industry

มาสด้า มอบรางวัลดีลเลอร์ที่ผลการดำเนินธุรกิจยอดเยี่ยม มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าชาวไทย

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2566 หรือ Mazda Dealer of Excellence Award 2023 ภายใต้ธีม “Celebrating the Spirit’s Pathway” เพื่อยกย่องความสำเร็จจากผลการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในปีที่ผ่านมา ตามแนวทาง Customer Experience Management (CXM) หรือ การจัดการประสบการณ์ลูกค้า ที่ดีลเลอร์มุ่งมั่นทุ่มเทส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขที่ได้จากประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ซึ่งเป็นนโยบายหลักสำคัญในการบริหารงานของมาสด้าทั่วโลก มีผู้จำหน่าย 16 แห่ง จากทั่วประเทศ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้ไปครอง นอกจากนี้ ภายในงานฯ มาสด้ายังได้มอบรางวัล Mazda Guild Award 2023 หรือ รางวัลยอดเยี่ยมฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายให้กับทีมงานของผู้จำหน่าย เพื่อแสดงถึงความสำเร็จในการทำงานของทีมงานตลอดปีที่ผ่านมา โดยงานนี้จัดขึ้น ณ โรงแรม ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าได้นำกลยุทธ์ Retention Business Model มาใช้เป็นแกนหลักในการปรับแผนการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องเป็นปีที่สองติดต่อกัน เป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า ตั้งแต่ก่อนการซื้อไปจนถึงการบริการหลังการขาย และนำไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำกลายเป็นวงจรแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มาสด้ายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติจนประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก มีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์มาสด้าเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน กลยุทธ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง และกำลังมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งมาสด้าในประเทศไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ หากปราศจากผู้จำหน่ายที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันผลักดันนโยบายนี้ไปพร้อมกัน

“มาสด้าไม่ต้องการเป็นแบรนด์ที่จำหน่ายยานพาหนะเพื่อการเดินทางเท่านั้น แต่เราต้องการส่งมอบความสุขและประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้ารวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัว ขอขอบคุณผู้จำหน่ายที่มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับแบรนด์มาสด้า และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและจะยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกันนี้ ขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมา สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติแห่งปีไปครอง ซึ่งรางวัลแห่งเกียรติยศในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงเครื่องหมายการันตีถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความสำเร็จของผู้จำหน่ายที่สามารถครองใจลูกค้าของเรา” มร. ทาดาชิ มิอุระ กล่าว

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งาน Mazda Dealer of Excellence Award 2023 จัดขึ้นภายใต้ธีม “Celebrating the Spirit’s Pathway” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จอีกก้าวของผู้จำหน่ายมาสด้าที่แข่งขันกันในการดูแลลูกค้า ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนานัปการ อันเป็นสปิริตที่ชาวมาสด้ายึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จ และสามารถส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุก ๆ Touchpoint ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของมาสด้าทั่วโลกที่ยึดมั่นปฏิบัติงานเพื่อให้มาสด้ากลายเป็น Top Retention Brand เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าตลอดไป

รางวัล Mazda Dealer of Excellence Award 2023 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Gold 5 รางวัล Silver 5 รางวัล และ Bronze 5 รางวัล และยังมีการมอบรางวัล Guild Award ประเภทฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยม ให้กับทีมงานของผู้จำหน่ายที่ปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและตอกย้ำถึงความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในปีที่ผ่านมา บรรยากาศในงานมอบรางวัลเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง สร้างความปลื้มปิติของทั้งผู้จำหน่าย ทีมงาน และมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ทุกคน

พร้อมกันนี้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่ายมาสด้าในประเทศไทย ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นต่อไป เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์ในการดำรงอยู่ของมาสด้า (Purpose) พร้อมสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คน แทนคำมั่นสัญญาในการส่งมอบรถยนต์และประสบการณ์ความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน (Promise) และการส่งมอบคุณค่า รวมถึงประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าด้วยการดูแลเอาใจใส่ โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท (Value) เพื่อให้แบรนด์มาสด้ากลายเป็น Top Customer Retention Brand เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าตลอดเวลา แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นพาหนะคู่ใจตลอดการเดินทาง พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอยู่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยและสังคมตลอดไป

ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ประกอบด้วย

รางวัล ผู้จำหน่าย
ระดับ Gold บริษัท ชูเกียรติยนต์ จำกัด
กลุ่มบริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน)
กลุ่มบริษัท พระราม 7 กรุ๊ป จำกัด
กลุ่มบริษัท 14 ออโต้กรุ๊ป จำกัด
กลุ่มบริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด
ระดับ Silver บริษัท มาสด้า ประจวบฯ จำกัด
บริษัท กฤษฎา ออโต้ จำกัด
บริษัท เจริญศรีนครพนม (2012) จำกัด
กลุ่มบริษัท ช.เอราวัณออโตเซลล์ จำกัด
กลุ่มบริษัท อนุภาษธุรกิจและการค้าภูเก็ต จำกัด
ระดับ Bronze กลุ่มบริษัท วี แอนด์ พี มอเตอร์เซลส์ จำกัด
กลุ่มบริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด
กลุ่มบริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด
กลุ่มบริษัท บิซ มอเตอร์ส จำกัด
กลุ่มบริษัท มาสด้า เชียงใหม่ จำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญสินมอเตอร์

Stellantis แต่งตั้ง พระนครยนตรการ เป็นตัวแทนจำหน่าย Leapmotor ในไทยอย่างเป็นทางการ

0

Stellantis ประกาศแต่งตั้งบริษัท พระนครยนตรการ จำกัด  (PNA) เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกับ PNA นี้ นับเป็นก้าวแรกสำหรับการเปิดตัวแบรนด์ Leapmotor ให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัส

PNA และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการช่องทางการนำเสนอและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Leapmotor ให้กับลูกค้าในไทย

 

Stellantis และ Leapmotor ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Leapmotor International B.V. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ในสัดส่วน 51:49 เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โดย Leapmotor International ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายและส่งออก รวมถึงการผลิต Leapmotor นอกประเทศจีนแต่เพียงผู้เดียว บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างนิยามใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานที่มีความสามารถภายในองค์กรเอง

นายแดเนียล กอนซาเลซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาเซียนและผู้จัดจำหน่ายทั่วไปของ Leapmotor International B.V.  กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับพระนครยนตรการ พันธมิตรของเราเพื่อขยาย     แบรนด์ Leapmotor มายังประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยของ Leapmotor เราเชื่อว่าลูกค้าของเราในประเทศไทยจะชื่นชอบรถยนต์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาด”

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด กล่าวว่า “PNA มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ประกอบกับ Leapmotor มุ่งมั่นที่จะมอบรถยนต์อัจฉริยะ พร้อมพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบายให้กับลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ช่วยให้ลูกค้าของเราในประเทศไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ รวมทั้งยกระดับไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าของเรา”

รุ่นลิมิเต็ด! LAMBRETTA x CARNIVAL ผลิตเพียง 199 คันในโลก!

0

LAMBRETTA (แลมเบรตต้า) แบรนด์รถสกู๊ตเตอร์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 77 ปีจากอิตาลี จับมือแท็กทีมกับ CARNIVAL (คานิวัล) แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ชั้นนำของเมืองไทย การคอลแลปส์ครั้งสำคัญของสองแบรนด์สุดคูล สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ ให้กับวงการยานยนต์และแฟชั่น ด้วยการเปิดตัว LAMBRETTA X300 CARNIVAL LIMITED EDITION รุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 199 คันในโลก!

Concept Design X300 CARNIVAL: Midnight Checker

การผสานระหว่าง DNA อิตาเลียนสไตล์ของรถสกู๊ตเตอร์ LAMBRETTA เข้ากับแฟชั่นสตรีทสุดเท่จาก CARNIVAL ออกมาเป็นความพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในรุ่นลิมิเต็ด X300 CANIVAL ด้วยคอนเซปต์ดีไซน์ Midnight Checker” แรงบันดาลใจจากธงลายตารางหมากรุกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การใช้ลายตารางหมากรุกแบบ Black on Black ด้วยความพิเศษของสีดำ แบบ สี Glossy & Matte Black เพิ่มความลึกลับและลุ่มลึก พร้อมดีไซน์ Custom ของชุดแต่ง ตะแกรงท้าย CARNIVAL  เบาะนั่ง และ Shield ด้านหน้าลาย Checkerboard สะท้อนความเป็นสตรีทแฟชั่นอย่างแท้จริงในแบบฉบับของ CARNIVAL สีดำสุดเข้มที่ใช้ ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งยังคงเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA  ไว้อย่างลงตัว

Special Feature – TFT Display

ฟีเจอร์ใหม่ ที่แอดความพิเศษให้กับรุ่น X300 CARNIVAL ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ครั้งแรกในรถตระกูล X-Series ที่สามารถเลือก Interface ได้ถึง 5 themes สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนได้  และสามารถ Setting ได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่ Italiano , English และ ภาษาไทย

รุ่นลิมิเต็ด มีเพียง 199 คันในโลก!

สำหรับ LAMBRETTA X300 CARNIVAL LIMITED EDITION รุ่นพิเศษนี้ ผลิตเพียง 199 คันในโลก! ซึ่งทุกคันจะมีเพลทรัน Serial Number ตั้งแต่  001-199   นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคอลเลกชันพิเศษ CARNIVAL x LAMBRETTA EXCLUSIVE BOX SET  ประกอบด้วย License Plate Frame, Tube Tax Holder, Mini Glove Box Bag , Scooter Cover , Club Banner  และ Carnival x Lambretta Scooter Helmet  ที่มีมาให้พิเศษเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของรถรุ่นนี้เท่านั้น ตอกย้ำความเป็นแรร์ไอเทม ที่เหล่านักสะสมและแฟนๆของทั้งสองแบรนด์ไม่ควรพลาด!

ฟีเจอร์อื่นๆในรถรุ่น X300 CARNIVAL

– เทคโนโลยีเครื่องยนต์ LSP  (Lambretta Super Performance) ขนาด 275 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด, ระบายความร้อนด้วยน้ำ

– ระบบ Smart Key ที่เพียงแค่พกพา Smart Key ใกล้ตัวรถ ก็สามารถบิดสตาร์ทได้ทันที

– โช๊คอัพหน้า-หลัง สามารถปรับ Pre-load ได้ถึง 7 ระดับ เพื่อความสมูทและนุ่มนวลให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

– ระบบช่วงล่างเอกลักษณ์จากรุ่นตำนานกับชุดกันสะเทือนหน้าแบบ Double Arm-Link ทั้งสองข้าง ให้การควบคุมบาลานซ์ของตัวรถเป็นไปอย่างมั่นใจ

ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่

– การออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA มาตั้งแต่อดีต สู่รุ่นปัจจุบัน

– ดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS

– ไฟหน้า และไฟท้ายในระบบ FULL LED กับโคมไฟหน้ารูปทรงหกเหลี่ยม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นยอดฮิตของแลมเบรตต้า ออกแบบมาให้แฝงโลโก้ไว้ภายใน  และส่วนของไฟท้ายที่บึกบึนดูแข็งแกร่งแตกต่างไม่ซ้ำใคร กับดีไซน์ในรูปทรงคริสตัล 7 แท่ง ที่เพิ่มเลเยอร์ในการซ้อนโคมด้านนอกอีกชั้น มาพร้อมกับระบบ IFS (Integrate-Function Signals)

ที่ออกแบบให้ทั้ง ไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ไฟเบรก build-in อยู่ภายใต้โคมไฟท้ายเดียวกัน

ราคาและการวางจำหน่าย X300 CARNIVAL

LAMBRETTA X300 CARNIVAL LIMITED EDITION  พร้อมให้เป็นเจ้าของความลิมิเต็ดได้แล้ววันนี้ กับราคาค่าตัวที่ 177,000 บาท  ซึ่งจะจัดจำหน่ายเฉพาะหน้าสาขา LAMBRETTA SHOP เท่านั้น!  สามารถดูข้อมูลติดต่อสาขา ได้ที่นี่  https://lambretta.co.th/dealer และดูรายละเอียดรถเพิ่มเติมได้ที่ https://lambretta.co.th/lambretta-x-carnival  นอกจากจะมีการเปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นลิมิเต็ดแล้ว ก็ยังเปิดตัวไอเทมสุดแรร์ กับคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘CARNIVAL x LAMBRETTA COLLECTION ‘ คอลเลคชันเครื่องแต่งกายสุดคูลที่นำ Identity ของทั้งสองแบรนด์ผสานเข้าด้วยกัน  ใครที่สนใจหามาไว้ครอบครองก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน CARNIVAL ทุกสาขา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้ง Great Wall Motors International รุกตลาดต่างประเทศ ส่ง เจมส์ หยาง ขับเคลื่อนตลาดประเทศไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ เดินหน้าอย่างมั่นคงด้วยการประกาศจัดตั้ง “Great Wall Motors International” บริษัทฯ ที่กำกับ ดูแล และบริหารธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดต่างประเทศทั่วโลก โดยมี เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ ดูแลตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก ร่วมกับ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และ ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจให้เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายของตลาดโลก สู่การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าและบริการคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลกอย่างครอบคลุมและบูรณาการ 

Great Wall Motors International ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “การมุ่งสร้างระบบนิเวศรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก” (eco-system going global) ประกอบด้วย 4 กุญแจสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการผลิตในท้องถิ่น (localized production) การดำเนินงานในท้องถิ่น (localized operations) การสร้างแบรนด์ข้ามวัฒนธรรม (cross-cultural branding) และห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง (secure supply chains) ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้การดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต ระบบห่วงโซ่อุปทาน การขาย และการบริการหลังการขาย โดยโครงสร้างองค์กรใหม่นี้ จะช่วยให้การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของตลาดในแต่ละประเทศ ให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีขึ้น โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายในต่างประเทศที่ 1 ล้านคัน ภายในปี 2573 โดยที่มีสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์มากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ มียอดขายทั่วโลกสูงถึง 745,415 คัน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 181,363 คันเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ ที่เพิ่มขึ้น 22.17% เมื่อเทียบกับปีก่อน (2566) นอกจากนี้ ยอดขายในตลาดต่างประเทศยังคงเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ 280,139 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 54.20%

สำหรับประเทศไทย ถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียนและ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของรถยนต์พวงมาลัยขวาไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ภายใต้ Great Wall Motors International ในการบริหารงานของ เจมส์ หยาง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ จะรับผิดชอบดูแลตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และ ไมเคิล ฉง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณ นายณรงค์ สีตลายน กับความทุ่มเทในการทำงานเพื่อผลักดันการเติบโตและความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ที่ลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567

ในบทบาทหน้าที่ใหม่นี้ เจมส์ หยาง จะรวบรวมทรัพยากรเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการดำเนินงานในท้องถิ่น ชูข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์และทรัพยากรห่วงโซ่อุตสาหกรรมของประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดต่างประเทศ สร้างประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจให้กับคนไทยและประเทศไทย โดย เจมส์ หยาง มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 20 ปี ด้านการวิจัยและพัฒนา การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการตลาดในประเทศต่าง ๆ ก่อนหน้าดำรงตำแหน่งปัจจุบัน เจมส์ หยาง ดูแลรับผิดชอบงานด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต การขาย และการบริการ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดละติน อเมริกา

เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความต้องการของผู้โภค ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายครบครันทุกเซกเมนต์ ทุกเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ และในทุกระดับ รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานใหม่ที่กำลังเป็นแนวโน้มที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ใช้งานที่ไว้วางใจและเลือกใช้รถยนต์จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ กว่า 14 ล้านคนทั่วโลก ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นเติบโตไปกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาว รวมถึงจะมีการแนะนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยต่าง ๆ ในระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนไทยและแนวโน้มตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในงาน มหกรรมยานยนต์ หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ปลายปีนี้ เราจะมีการนำรถยนต์เรือธงรุ่นล่าสุด 2 รุ่นมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย”

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี ในการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มีความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการขาย การตลาด การบริการหลังการขาย สร้างความสำเร็จให้กับองค์กรที่ผ่านมามากมาย

สำหรับ ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มีประสบการณ์ด้านการตลาดและการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศมากว่า 17 ปี ในหลากหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น อเมริกาเหนือ เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกลาง โดย ไมเคิล ฉง ยังเป็นผู้นำสำคัญในการขยายตลาดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สู่ประเทศไทย รวมถึงเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานของโรงงานผลิตที่จังหวัดระยองอีกด้วย

อีซูซุบริจาคเงิน 1 ล้านบาท พร้อมน้ำดื่มสะอาด สู้ภัยน้ำท่วม

0

คุณจุติพงศ์ บุญสูง ประธานกรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท โดยมอบให้แก่ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อการจัดหาเสื้อชูชีพสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้ประสบภัยในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่าง ๆ อีกทั้งอีซูซุยังส่งมอบน้ำดื่ม อีซูซุมากกว่า 54,000 ขวด ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลาย ๆ พื้นที่ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมบริการรถอีซูซุโมบายเซอร์วิส ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนสำหรับลูกค้าอีซูซุในจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน และยังสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี พร้อมรับส่วนลดค่าแรง 30% และค่าอะไหล่ 30% ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 ธันวาคม 2567 ที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ 0-2118-0777 ติดตามข่าวสารของ อีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“ฮอนด้า” ยกระดับศักยภาพพนักงานขายและบริการทั่วประเทศผ่านการแข่งขัน Honda Skill Contest 2024 อย่างเข้มข้นพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้าตลอดการใช้งาน

0
Honda Skill Contest 2024 1

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าตลอดการใช้งานผลิตภัณฑ์และการบริการในทุกขั้นตอน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้าอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 34 ประจำปี 2567 (Honda Skill Contest 2024) ภายใต้แนวคิด “Empowering Excellence ก้าวสู่ความเป็นเลิศ มุ่งสู่ความสำเร็จ” เพื่อเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพและพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญของพนักงานผู้จำหน่ายฮอนด้า 219 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งการขายและบริการหลังการขาย 10 ประเภท ได้แก่ ที่ปรึกษาการขาย ที่ปรึกษาการบริการ พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ พนักงานช่างซ่อมทั่วไป พนักงานช่างซ่อมตัวถังและสี พนักงานอะไหล่ พนักงานช่างบริการตามระยะแบบคู่ ที่ปรึกษาการบริการซ่อมตัวถังและสี พนักงานตรวจสอบคุณภาพรถใหม่ และครูฝึกขับขี่ปลอดภัย เพื่อส่งมอบการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการ สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ทั้งยังสานต่อความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

Honda Skill Contest 2024 2

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“กว่า 40 ปีที่ฮอนด้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทย นอกจากการนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า สิ่งที่ฮอนด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ บุคลากร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานในทุกขั้นตอน และวันนี้กิจกรรม Honda Skill Contest ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 34 ปี นับเป็นหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยพัฒนาทักษะและยกระดับความสามารถการปฏิบัติงานของพนักงานผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการให้บริการลูกค้า นับตั้งแต่ลูกค้าก้าวเข้ามาเป็นครอบครัวฮอนด้า การบริการหลังการขาย รวมถึงการขายต่ออย่างครบวงจร การแข่งขันฯ นี้ ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นให้พนักงานเกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าถึงความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดการกลับมาซื้อและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงถ่ายทอดความประทับใจให้กับคนใกล้ชิดมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฮอนด้าอีกด้วย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้ฮอนด้าเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทยต่อไป”

Honda Skill Contest 2024 3

การแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้าประจำปี 2567 ได้มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อตอบโจทย์ไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อให้พนักงานทุกส่วนมีความพร้อมในการบริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ และรองรับพื้นฐานที่สำคัญของผลิตภัณฑ์กลุ่ม xEV ในอนาคต โดยการแข่งขันได้เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นในวันที่ 15 กันยายน 2567 ณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนการขายและบริการ มีพนักงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 120 คน จากพนักงานเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 2,194 คน โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ Silver Trophy โล่รางวัลใบประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล และได้รับการจารึกชื่อที่หอเกียรติยศ ณ ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนการขายและบริการ พร้อมทั้งเดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำประสบการณ์มาใช้ต่อยอดในการทำงานต่อไป

Honda Skill Contest 2024 4

สำหรับผลการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้าครั้งที่ 34 ประจำปี 2567 (Honda Skill Contest 2024) ทั้งหมด 10 ประเภท ได้แก่

ที่ปรึกษาการขาย
คุณธีรนนท์ สุขพงษ์ บริษัท สระบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาพระพุทธบาท
ที่ปรึกษาการบริการ
คุณธีรชัย อุยตระกูล บริษัท ราชบุรี ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
ที่ปรึกษาการบริการซ่อมตัวถังและสี
คุณวิศิษศักดิ์ ท้าวกัลยา บริษัท วี. กรุ๊ป ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาบางกอกน้อย
พนักงานลูกค้าสัมพันธ์
คุณปัทมาวรรณ ปัญญาใส บริษัท นนทบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด
พนักงานอะไหล่
คุณอรรถพล แย้มยงค์ บริษัท นนทบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด
พนักงานช่างซ่อมทั่วไป
คุณถกลรัตน์ วงษ์สนิท บริษัท เมืองกาญจน์ ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
พนักงานช่างซ่อมตัวถังและสี
คุณณัฐพงษ์ สุก๋า และคุณเสกสิทธิ์ เชื้อวงศ์คำ บริษัท เชียงแสงยนตรการ จำกัด สาขาถนนลำปาง-เชียงใหม่
พนักงานช่างบริการตามระยะแบบคู่
คุณบุญส่ง กอนนาค และคุณยานี เสมอเหมือน บริษัท สุวินทวงศ์ ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
พนักงานตรวจสอบคุณภาพรถใหม่
คุณคณินทร์ คำหนู บริษัท นครราชสีมา ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
ครูฝึกขับขี่ปลอดภัย
คุณกัมพล ใจแก้ว บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด สาขาเขาเขียว

Honda Skill Contest 2024 6

นอกจากพนักงานฮอนด้าที่มีความเชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ที่พร้อมให้บริการลูกค้า ฮอนด้ายังมาพร้อมบริการพิเศษฟรี ที่ทำให้การซื้อรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ของลูกค้าอุ่นใจ อาทิ “การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี” ที่มาพร้อมกับ “บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง”

Honda Skill Contest 2024 10

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมีบริการเสริมสำหรับลูกค้าเพิ่มเติม อาทิ
“Honda Ultimate care” ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง* ให้ลูกค้าจ่ายเบา ๆ ในราคาที่สุดคุ้ม
“Honda PaySave แพ็กเกจเช็กระยะ” ลดค่าแรงค่าอะไหล่สูงสุด 15%* ซึ่งมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าในการบำรุงรักษารถยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานของฮอนด้าทั่วประเทศ และในปีนี้ฮอนด้าได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ ได้แก่
oPaySave Exclusive 6 และ Exclusive 10 ที่จะครอบคลุมการเช็กระยะสูงสุด 10 ระยะ ภายใน 66เดือน มาพร้อมส่วนลดค่าแรงค่าอะไหล่สูงสุด 15%* สำหรับลูกค้ารถใหม่ที่อายุไม่เกิน 1 ปี
oPaySave อุ่นใจ สำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองบนท้องถนนต่อเนื่องหลังจากหมดระยะการรับประกันและอายุรถไม่เกิน 6 ปี โดยจะครอบคลุมการเช็กระยะ 4 ระยะ ภายใน 30 เดือน พร้อมส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 10%* และมอบความอุ่นใจให้ยาวขึ้นอีกด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เพิ่มให้อีกฟรี 2 ปี*

พร้อมมอบความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในการเข้ารับบริการ เพียงลูกค้านัดหมายและยืนยันเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่าน “Online Service Booking” ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Official Account (@Honda-Thailand) ท่านสามารถเลือกใช้การบริการต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ อาทิ
“Honda Drop & Go”* เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในนัดหมายเช็กระยะล่วงหน้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคใหม่ เพียงลูกค้านัดหมายและยืนยันเข้ารับบริการล่วงหน้า เมื่อถึงวันนัดหมาย ลูกค้าสามารถนำรถมาจอดและฝากกุญแจ ณ จุดบริการของศูนย์บริการได้เลย
“Honda Quick Service”* ลูกค้าสามารถนัดหมายล่วงหน้าในการบริการเช็กระยะแบบเร่งด่วนที่สะดวก รวดเร็ว ด้วยบริการที่อบอุ่น มั่นใจกับทีมช่างเช็กระยะแบบคู่ที่ชำนาญ อะไหล่ที่ได้มาตรฐานใส่ใจคุณภาพงานซ่อม โดยสามารถรอรับรถได้ภายในระยะเวลา 60 90 และ 120 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทของงานเช็กระยะ
“บริการซ่อมตัวถังและสี”* ด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ด้านงานบริการซ่อมตัวถังและสีโดยเฉพาะ และนวัตกรรมการซ่อมสีด้วยสูตรน้ำ (Waterborne) ที่ทำให้สีรถดูสวยเงางาม คงทนในทุกสภาวะ โดยสามารถนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันทำการ

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการบริการได้ที่ https://www.honda.co.th/service

ฮอนด้า เชื่อมั่นว่าการพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงานผ่านกิจกรรม Honda Skill Contest จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริการของฮอนด้าให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ชูความสำเร็จ GWM HAVAL คว้า 5 รางวัล จาก 5 ประเทศ การันตีรถยนต์เอสยูวีพลังงานใหม่คุณภาพสูงพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ตอกย้ำความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก

0
GWM HAVAL 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำพาแบรนด์ HAVAL รถเอสยูวีพลังงานใหม่ที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดแบบรอบด้าน คว้า 5 รางวัลคุณภาพจาก 5 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ รางวัล APAC Effie Awards จากประเทศชิลี ปี 2562 รางวัล Best Value Medium SUV Mega Test จากประเทศออสเตรเลีย ปี 2565 รางวัล First New Car Brand และ TOP 1 SUV จากประเทศเม็กซิโก ปี 2566 รางวัล BEST HYBRID SUV UNDER 1,600 C.C. จากประเทศไทย ปี 2566 และรางวัล Lowest Cost for Hybrid Vehicles จากประเทศบราซิล ปี 2567 สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก สะท้อนความนิยมที่สูงขึ้นในตลาดรถเอสยูวีทั่วโลก พร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมั่นคงและยั่งยืน

GWM HAVAL 2

HAVAL จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้ามาได้ทั้งหมด 5 รางวัล จาก 5 ประเทศทั่วโลก ได้แก่
•รางวัลจาก APAC Effie Awards ประเทศชิลี ปี 2562
รถยนต์รุ่น All New HAVAL H6 ได้รับรางวัล “Effie Awards” ในประเทศชิลี ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของแบรนด์ในการสื่อสาร และสร้างการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในตลาดชิลีได้อย่างตรงจุด ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจในด้านการสื่อสารการตลาดที่ดีของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สามารถสะท้อนคุณภาพรถยนต์ All New HAVAL H6 ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มลูกค้าในประเทศชิลีได้เป็นอย่างดี

GWM HAVAL 3

•รางวัลด้าน Best Value Medium SUV Mega Test จาก Drive ประเทศออสเตรเลีย ปี 2565
Drive.com.au สื่อออนไลน์ด้านรถยนต์ชื่อดังในประเทศออสเตรเลีย มอบรางวัล “Best Value Medium SUV Mega Test” ให้กับรถยนต์รุ่น HAVAL H6 ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของรถยนต์รุ่นนี้ในฐานะผู้นำในตลาดยานยนต์ที่มีการแข่งขันสูงของออสเตรเลีย หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชนะรางวัลคือ สมรรถนะการขับขี่ที่รอบด้าน พร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดที่ทั้งแรง และประหยัดน้ำมันในเวลาเดียวกัน

GWM HAVAL 4

•รางวัลด้าน First New Car Brand และ TOP 1 SUV จาก Atracción360 ประเทศเม็กซิโก ปี 2566
Atracción ถือเป็นหนึ่งในองค์กรสื่อที่เก่าแก่ที่สุดในเม็กซิโก ในการคัดเลือกรางวัลประจำปี 2566 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะแบรนด์ใหม่ในตลาดเม็กซิโกสามารถทำตลาดได้อย่างโดดเด่น ด้วยภาพลักษณ์ของรถยนต์พลังงานใหม่ ความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี และดีไซน์ที่ทันสมัย จึงทำให้ได้รับรางวัล “First New Car Brand” ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยระดับห้าดาว ในส่วนของรถยนต์รุ่น HAVAL JOLION HEV ยังสามารถคว้ารางวัล “TOP 1 SUV” รถยนต์พลังงานใหม่ที่ออกแบบมาตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ในเม็กซิโก มอบประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารที่สะดวกสบาย ผสานกับสมรรถนะที่ทรงพลังและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

•รางวัลด้าน BEST HYBRID SUV UNDER 1,600 C.C จาก Grand Prix ประเทศไทย ปี 2566
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัล “BEST HYBRID SUV UNDER 1,600 C.C” ของรถยนต์รุ่น ALL NEW HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เป็นรถยนต์เอสยูวีพลังงานใหม่แบบเสียบปลั๊ก สะท้อนแนวคิดการออกแบบแห่งอนาคตที่สมบูรณ์แบบ แตกต่าง โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON จากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2023” ของ
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

GWM HAVAL 5

•รางวัลด้าน Lowest Cost for Hybrid Vehicles จาก Quatro Rodas ประเทศบราซิล ปี 2567
ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ รถยนต์รุ่น HAVAL H6 HEV สามารถเอาชนะรถยนต์พลังงานใหม่มากมายที่มีชื่อเสียงมายาวนาน และได้รับรางวัล “Lowest Cost for Hybrid Vehicles” จากสื่อประเมินรถยนต์ที่มีอิทธิพลอย่าง Quatro Rodas ในประเทศบราซิล โดยรางวัลนี้ ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ได้รับการยอมรับ และน่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ของบราซิล เนื่องจากมีการพิจารณาปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเป็นเจ้าของรถยนต์อย่างครบถ้วน เป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่สะท้อนความคุ้มค่าในมิติต่าง ๆ ที่ครอบคลุมในทุกด้านของ HAVAL H6 HEV

GWM HAVAL 6

การที่ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ GWM HAVAL ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 5 รางวัล จาก 5 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของรถยนต์เอสยูวีพลังงานใหม่ตระกูล HAVAL สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นในด้านรถเอสยูวีพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยถูกพัฒนาและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ พร้อมไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่สุดล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างลงตัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ขับขี่ทั้งชาวไทย และทั่วโลก สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความสะดวกสบาย และความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด โดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) ในการดำเนินงานต่อไป

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”(Global Intelligent Technology) มุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อรวมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของผู้บริโภคเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ครบครันอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือชั้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคพร้อมทั้งยังยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยและอาเซียน