Home Blog Page 129

“ฮอนด้า” ส่งแคมเปญมอบความรักความห่วงใย ตลอด ก.พ. 2568 มอบส่วนลดพิเศษ 10% เมื่อลูกค้าซื้ออะไหล่หรือผลิตภัณฑ์แบบคู่* พร้อมมอบส่วนลดไส้กรองอากาศให้ลูกค้ารถฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดแคมเปญสุดพิเศษ “Love Day, Love Deal คุ้มถูกใจ คู่ไหนก็เลิฟ”* ส่งมอบความรักความห่วงใยให้ลูกค้าในช่วงเทศกาลแห่งความรักวันวาเลนไทน์ มอบส่วนลดพิเศษ 10% หรือส่วนลด 100 บาท เมื่อลูกค้าซื้ออะไหล่หรือผลิตภัณฑ์แบบคู่* สุดคุ้ม พร้อมมอบส่วนลดอะไหล่พิเศษ 20% สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป เพื่อสู้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% นานสูงสุด 8 เดือน และยางรถยนต์ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 เดือน** เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2568

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าและงานบริการของฮอนด้าเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” สูงสุด 30,000 บาท โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมมาตรการ*** ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777
•คู่อากาศสดชื่น ซื้อคู่รับส่วนลด 100 บาท
เมื่อซื้อไส้กรองฝุ่น (Air Filter) และทำความสะอาดระบบปรับอากาศ โดยรถยนต์ฮอนด้ารุ่นปัจจุบันทุกรุ่นได้ติดตั้งไส้กรองฝุ่น PM2.5 แล้ว**** และสำหรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นก่อนหน้า ลูกค้าสามารถซื้อเพิ่มเติมได้โดยสามารถติดต่อที่ศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน
•คู่ Treatment ซื้อคู่รับส่วนลด 10%
เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment) และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
•คู่หูความปลอดภัย ซื้อคู่รับส่วนลด 10%
เมื่อซื้อผ้าเบรก 1 คู่ (เซ็ตคู่หน้า หรือคู่หลัง อย่างใดอย่างหนึ่ง)

มาพร้อมโปรโมชันยางรถยนต์หลากหลายรุ่นตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่
•ซื้อยาง 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ซิตี้ และแจ๊ซ
•ซื้อยาง 4 เส้นตามรุ่นยางที่กำหนด รับส่วนลดพิเศษ บัตรโลตัส และบัตรน้ำมัน
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลด 1,280 – 3,200 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี แอคคอร์ด ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear)
สำหรับขนาดล้อ 16 นิ้ว ซื้อครบ 4 เส้น รับบัตรโลตัส 200 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า
บีอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ และแจ๊ซ
สำหรับขนาดล้อ 17 และ 18 นิ้ว รับบัตรเติมน้ำมัน 500 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี แอคคอร์ด และซีวิค
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลด 600 – 2,800 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า
ซีอาร์-วี บีอาร์-วี ซีวิค ซิตี้ แจ๊ซ และโมบิลิโอ
-ยางบริดจสโตน (Bridgestone) ซื้อครบ 4 เส้น รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี บีอาร์-วี แอคคอร์ด ซิตี้ แจ๊ซ และโมบิลิโอ
•โปรโมชันยางพิเศษอื่นๆ ตามรุ่นที่กำหนด
-ซื้อยางฮันกุก (Hankook) รับส่วนลดสูงสุด 300 บาท/เส้น ไม่จำกัดจำนวน สำหรับลูกค้า
รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค

สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป
ฮอนด้าร่วมกับกรมควบคุมมลพิษช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป ได้แก่
•ส่วนลด 20% กรองนํ้ามันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ
•ส่วนลด 10% กรองอากาศ และอะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก
•ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง 200 บาท

สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ามือสอง
ฮอนด้าจัดแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ”***** เพียงลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั้งกลุ่ม Honda Certified Used Car และกลุ่มรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั่วไป ที่เข้ามาอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ที่ศูนย์บริการฮอนด้าครั้งแรก หรืออัปเดตข้อมูลเรียบร้อยแล้ว รับสิทธิประโยชน์ “Welcome to Honda Family” ได้แก่
•ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง 200 บาท
•ส่วนลด 20% น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ

ลูกค้าสามารถเข้าร่วมแคมเปญ “Love Day, Love Deal คุ้มถูกใจ คู่ไหนก็เลิฟ” และรับสิทธิประโยชน์พิเศษต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาลแห่งความรักในเดือน ก.พ. 2568 โดยจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านบริการ “Online Service Booking” ได้ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda-Thailand)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญฯ ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/love-day-love-deal-campaign หรือสอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777

# # # # #

หมายเหตุ
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/love-day-love-deal-campaign

** เงื่อนไขการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการที่มียอดชำระขั้นต่ำ 5,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป
– ผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท (ยกเว้น BBL American Express / BBL China Union Pay / บัตรบีเฟิสต์ –VISA ELECTRON) บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและในเครือ
(บัตรเครดิตโฮมโปร / บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตคาร์ด / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส)
– ผ่อนชำระ 0% นาน 8 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย

เงื่อนไขการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท (ยกเว้น BBL American Express / BBL China Union Pay / บัตรบีเฟิสต์ –VISA ELECTRON) บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและในเครือ (บัตรเครดิตกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ / บัตรเครดิตโฮมโปร /
บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตคาร์ด / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส)

*** สามารถตรวจสอบศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ปี 2568 ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777

ค่าใช้จ่ายที่อยู่ในเงื่อนไขมาตรการ ได้แก่
(1) งานตรวจเช็กตามระยะทาง (PM) งานซ่อมทั่วไป (GR) และงานซ่อมตัวถังและสี (BP) ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน
(2) งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของฮอนด้า (ACC) และ Honda Connect
ค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขมาตรการ (เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าลูกค้าจะได้รับการบริการในช่วงเวลาที่โครงการกำหนดหรือไม่) ได้แก่
(1) โปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1, 2, 3)
(2) แพ็กเกจเช็คระยะฮอนด้าเพย์เซฟ

****รายละเอียดรุ่นรถฮอนด้าที่ติดตั้งไส้กรองฝุ่นที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้จากโรงงาน
– ACCORD e:HEV รุ่นปี 2024 เป็นต้นไป
– CITY 4D และ CITY 4D e:HEV รุ่นปี 2024-2025
– CITY HATCHBACK และ CITY HATCHBACK e:HEV รุ่นปี 2024-2025
– CIVIC รุ่นปี 2025
– CIVIC 4D e:HEV รุ่นปี 2023-2025
– CR-V และ CR-V e:HEV รุ่นปี 2024-2025
– e:N1 รุ่นปี 2024
– HR-V e:HEV รุ่นปี 2022-2025

*****เงื่อนไขแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ”
– สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าบุคคลธรรมดา
– สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” มอบข้อเสนอพิเศษ ทั้งยนตรกรรม SUV และ MPV The Kia EV5, The Kia EV9, The Kia Carnival และ The Kia Sorento จองและรับรถได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น

0
เกีย 1

เกีย เซลส์ ประเทศไทย มอบข้อเสนอราคาพิเศษ ครอบคลุมยนตรกรรม SUV และ MPV ไฟฟ้าและเครื่องสันดาป 4 รุ่นหลัก มาพร้อมแพ็กเกจคุ้มครองสุดพิเศษ เพื่อให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การขับขี่และเดินทางในหลากหลายสไตล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีไฮไลต์ คือ The Kia EV5 Light ที่มาพร้อมราคาพิเศษ 1,099,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท) มีจำนวนจำกัด และ The Kia EV5 Air ที่มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท สำหรับลูกค้าที่มองหารถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ครบจบด้วยความอเนกประสงค์ ต่อด้วยข้อเสนอสำหรับรถพรีเมียม SUV 3 แถว 6-7 ที่นั่งอย่าง The Kia Sorento Premium HEV กับราคาพิเศษที่ 1,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,959,000 บาท) และ The Kia Sorento Premium Plus PHEV ราคาพิเศษที่ 1,899,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท) โดยยนตรกรรมกลุ่มพลังงานไฟฟ้าจะมาพร้อมแพ็กเกจ 7-7-8 ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพนาน 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) นาน 8 ปี

และโปรโมชันสำหรับรถครอบครัวยอดนิยมอย่าง The Kia Carnival ที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบข้อเสนอราคาพิเศษให้กับทุกรุ่นย่อย ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 11 ที่นั่งอย่าง The Kia Carnival EX กับราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท) The Kia Carnival LX ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท) The Kia Carnival SXL ราคาพิเศษ 2,349,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท) และรุ่น 7 ที่นั่งอย่าง The Kia Carnival SXL Luxury ราคาพิเศษ 2,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท) โดยทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เกียทุกรุ่นที่จัดโปรโมชันในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะได้รับประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี ด้วยเช่นกัน โปรโมชันราคาพิเศษนี้สำหรับผู้ที่จองและรับรถกับผู้จำหน่ายเกียตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชันและข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.kia.com หรือผู้จำหน่ายเกียทั่วประเทศ

ข้อเสนอพิเศษ บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Light
ราคาพิเศษ 1,099,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท) – ไม่มี Kia Home Charger
oอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [6]
oชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Air
ส่;นลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท – ไม่มี Kia Home Charger
oอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [6]
oชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Long Range
oอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [6]
oชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Exclusive AWD
oอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [6]
oชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 GT-Line AWD
Oอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [6]

หมายเหตุ:
[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% สำหรับรุ่น Earth Long Range, Earth Exclusive AWD เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน)
ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 65,000 บาท สำหรับรุ่นย่อย GT-Line AWD, Earth Exclusive AWD, Earth Long Range และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการ
หลังการขาย)
[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไข
การรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[7] ชุดพรมปูพื้นรถยนต์
[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [5] และ [7] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 59,000 บาท สำหรับรุ่น Light และ Air ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[9] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [5] และ [7] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 124,000 บาท สำหรับรุ่น Earth Long Range, Earth Exclusive AWD และ GT-Line AWD ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento Premium Plus PHEV

เกีย 2
ราคาพิเศษ 1,899,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท) – ไม่มี Kia Home Charger
oอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento Premium HEV:

เกีย 3
ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,959,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 260,000 บาท)
oอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:
[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[6] สิทธิประโยชน์ข้อ [2] และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท สำหรับรุ่น PHEV และ HEV ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้า The Kia Carnival EX (11 ที่นั่ง)

เกีย 4
ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Carnival LX (11 ที่นั่ง)
ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Carnival SXL (11 ที่นั่ง)
ราคาพิเศษ 2,349,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 245,000 บาท)
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Carnival SXL Luxury (7 ที่นั่ง)

เกีย 7
ราคาพิเศษ 2,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 291,000 บาท)
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หมายเหตุ:
[1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย
[4] สิทธิประโยชน์ข้อ [1] และ [2] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท สำหรับสำหรับรุ่น SXL Luxury , SXL , EX และLX ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV9
oอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
oฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
oฟรี KIA Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง KIA Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
oฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
oการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [5]
oบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [6]
oการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:
[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [4], และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 136,000 บาท สำหรับรุ่น The Kia EV9 ทุกรุ่น ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว
ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

•ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
•สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 28 กุมภาพันธ์ 2568
•โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
•เฉพาะผู้จำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น
•ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
•ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
•สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kia.com/th

 

“เอ็มจี” สร้างยอดขายทะลุ 244,595 คัน ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่มี ยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในยุโรป

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ได้เผยยอดขายรวมของ เอ็มจี ภายใต้การดำเนินงานของ SAIC MOTOR CORPORATION ในตลาดยุโรป ปี 2024 ขึ้นแท่นบริษัทรถยนต์จีนที่มียอดขายรถยนต์สูงสุดในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศนอร์ดิก โดยมียอดขายรวมของ เอ็มจี อยู่ที่ 244,595 คัน เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในส่วนของยอดขายรถยนต์รวมในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และ กลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย มีจำนวนทั้งสิ้น 12.964 ล้านคัน มีอัตราเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

MG 2

เอ็มจี ภายใต้การดำเนินงานของ SAIC MOTOR CORPORATION ยังคงมีผลงานที่ดีในตลาดยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี โดยในฝรั่งเศส เอ็มจี ครองส่วนแบ่งตลาด 4.2% ในเดือนธันวาคม 2024 ด้วยยอดขายรถยนต์ใหม่ 7,692 คัน ขณะที่ในอิตาลี ยอดขายตลอดปี 2024 ของ เอ็มจี เพิ่มขึ้น 29.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหลักอย่างสหราชอาณาจักรมียอดขายรวมในปี 2024 ที่ 81,536 คัน คิดเป็นสัดส่วน 4.18% ของตลาดรถยนต์ในสหราชอาณาจักร โดย MG HS ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของ เอ็มจี ในสหราชอาณาจักร มีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและระบบปลั๊กอินไฮบริด โดยมียอดขายอยู่ที่ 30,207 คัน รวมถึงรถยนต์รุ่นล่าสุดอย่าง ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา มียอดขายรวมในปี 2024 กว่า 6,000 คัน

MG 3

แม้ในปีที่ผ่านมาสหภาพยุโรปมีการเพิ่มภาษีรถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มาจากจีนสูงขึ้น แต่ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ได้ทำให้แบรนด์ เอ็มจี ลดความมุ่งมั่นและยังคงรักษาผลงานยอดขายโดยรวมได้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ เอ็มจี เข้าสู่ตลาดยุโรปเร็วกว่าบริษัทอื่น ทำให้มีการรับรู้แบรนด์และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่เติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงแบรนด์เอ็มจีมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเป็นที่รู้จักมามากกว่า 100 ปี อีกทั้ง SAIC MOTOR ได้มีการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย ทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ช่วยสนับสนุนยอดขายของ เอ็มจี ในตลาดยุโรป สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของ เอ็มจี ที่วางจำหน่ายในยุโรป จะมีสเปกเดียวกันกับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย นับเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้ลูกค้าชาวไทย ผ่านการนำเสนอโกลบอลโมเดลให้กับผู้บริโภค ที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพและสเปคที่เทียบเท่ากับทุกประเทศทั่วโลก

MG 5

ข้อมูลจาก SMMT, Shanghai Autonews

 

 

 

 

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม(PRIME) ใหม่ รถอเนกประสงค์รุ่นเริ่มต้น ที่ฟีเจอร์ครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า

0
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะตอบสนอง ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม (PRIME) ใหม่ พัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้า มาพร้อมความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเหนือระดับสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่ง ในราคาเดิม มอบนิยามของการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกไลฟ์สไตล์

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 2

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญสูงสุดกับความต้องการของลูกค้า และมุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความต้องการนั้น มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ คือรุ่นเริ่มต้นของรถอเนกประสงค์ยอดนิยม ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครันมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ โดยไม่ปรับเพิ่มราคา แต่ยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยในแบบที่ลูกค้าชาวไทยต้องการ”

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 3

“ด้วยยอดขายที่ผ่านมากว่า 200,000 คัน ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ เราพัฒนาคุณภาพรถยนต์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นใจ ด้วยบริการหลังการขาย จากศูนย์บริการของผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพพร้อมให้บริการหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายเกือบ 200 แห่งทั่วประเทศ” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ มาพร้อมกับความคุ้มค่ากว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ 360 องศา (Diamond Sense): ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist: BSW with LCA) ระบบเตือนด้านหลัง ขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) เสริมความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยจากเดิม 2 ตำแหน่ง (บริเวณผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า) เพิ่มอีก 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วยถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลม พร้อมถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านผู้ขับขี่ รวมทั้งสิ้น 7 ตำแหน่ง และมีจอแสดงผลการขับขี่ใหม่แบบ Full Digital ขนาด 8 นิ้ว พร้อมด้วย เบาะปรับดันหลัง ด้วยไฟฟ้าด้านผู้ขับ (Power Lumbar Support)

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 4

เทคโนโลยี Diamond Sense อื่นๆ ประกอบด้วย ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control: ACC) กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) และระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System: FCM) เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

ภายในห้องโดยสารสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน Apple CarPlay และ Android Auto จอเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ขนาด 12.1 นิ้ว มาพร้อมกับรีโมท หูฟังอินฟราเรด และเชื่อมต่อ HDMI และ USB เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และระบบชาร์จอุปกรณ์ไร้สาย พิถีพิถันในทุกรายละเอียดไปกับการตกแต่งด้วยสีเงินและเปียโนแบล็ก เหนือระดับความทันสมัยและความหรูหรา

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 5

พลังการควบคุมที่เหนือชั้นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ไฮเปอร์ พาวเวอร์ (Hyper Power) แรง ประหยัดน้ำมัน
ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,250 – 2,500 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมัน 15.2 กิโลเมตร/ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Sticker)

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 7

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ คงราคาเดิมที่ 1,389,000 บาท ตอกย้ำนิยามความเป็นรถพีพีวีอเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ที่ต้องการกำหนดทุกความสำเร็จด้วยตัวเอง โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่สีเงิน Blade Silver สีดำ Jet Black Mica สีเทา Graphite Grey และสีขาว White Diamond (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท)

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม 9

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ มาพร้อมกับแคมเปญพิเศษ
•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 1 ปี
•ฟรี ประกันคุณภาพ พร้อมค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/ 100,000 กิโลเมตร
•ฟรี ชุดอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณ WIFI (WIFI Dongle)
•เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.09% กับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ
•เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี/ 100,000 กิโลเมตร พร้อมขยายบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
•ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

 

พร้อมแล้ว ! ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จีโน่’ และ ‘แพตตี้’ นำทัพนักกอล์ฟไทยและระดับโลก 72 คน ดวลวงสวิง 20-23 ก.พ.นี้

0

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แฟนกอล์ฟชาวไทยร่วมลุ้นแชมป์ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มืออันดับ 4 ของโลก และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 นำทัพนักกอล์ฟไทยดวลวงสวิงกับ นักกอล์ฟชั้นนำของโลกรวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พิเศษกับรางวัลโฮลอินวัน รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV RS ที่หลุม 16 และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โกล์ดวิง ที่หลุม 8 ซึ่งจะจัดแข่งขันวันที่  20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ทัวร์นาเมนต์นี้ได้สร้างความสุขให้กับแฟนกอล์ฟอย่างยาวนานเป็นครั้งที่ 18 ฮอนด้าในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ตั้งใจยกระดับและขับเคลื่อนความสนุกของการแข่งขันกอล์ฟ ไปพร้อมกับการสานต่อการพัฒนาวงการกอล์ฟสตรีไทย และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ”

“นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น รายการนี้ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาวงการกีฬาผ่านวิสัยทัศน์ ‘Honda Sport Challenge’ เราได้สนับสนุนนักกีฬาและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในการก้าวตามความฝันด้านกีฬาของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้ก็ได้เติบโตจนเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความสนใจในกีฬากอล์ฟไปยังกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายมากขึ้น”

“ฮอนด้าขอขอบคุณพันธมิตรและแฟนกีฬา ที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ และขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจที่มากกว่าการแข่งขันกอล์ฟในปีนี้”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จำนวน 72 คน มีสถิติคว้าแชมป์อาชีพรวมในแอลพีจีเอทัวร์ถึง 147 รายการ โดยเป็นแชมป์เมเจอร์ 27 รายการ นำโดยนักกอล์ฟชั้นนำ ท็อป 10 คะแนนสะสมโลกจำนวน 6 คน ได้แก่ รัว หนิง หยิน (มืออันดับ 3 จากจีน) ลิเลีย วู อดีตมือ 1 ของโลก (ปัจจุบันมืออันดับ 5 จากสหรัฐอเมริกา) แฮรัน ริว (มืออันดับ 7 จากเกาหลีใต้) และ ซีลีน บูติเยร์ (มืออันดับ 9 จากฝรั่งเศส) นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟ ชั้นนำจากญี่ปุ่น อาทิ อายากะ ฟูรูเอะ (มืออันดับ 8 แชมป์เมเจอร์ เอวิยอง แชมเปียนชิพ 2024) และ ยูกะ ซาโสะ (แชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2  สมัย ปี 2021 และ 2024) รวมถึง จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มืออันดับ 4 ของโลกที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอถึง 2 รายการ ในฤดูกาล 2024 ได้แก่ ดาว แชมเปียนชิพ และ ซีเอ็มอี กรุ๊ปทัวร์ แชมเปียนชิพ พร้อมรางวัล Aon Risk Reward Challenge และตำแหน่งผู้เล่นที่ทำเงินสูงสุดในทัวร์ประจำฤดูกาล

“จีนรู้สึกภูมิใจมากกับผลงานของตัวเองในฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพ สำหรับรายการนี้ หลังจากที่ปีที่แล้วไม่ได้ลงแข่งเพราะอาการบาดเจ็บซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับนักกีฬา ตอนนี้หายดีและพร้อมเต็มที่ค่ะ คิดถึงแฟนๆ และบรรยากาศที่อบอุ่นของประเทศไทย ปีนี้หวังว่าทุกคนจะสนุกและมีความสุขไปกับการแข่งขันของพวกเรานะคะ ขอฝากกำลังใจด้วยค่ะ”

นักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันปีนี้รวมทั้งสิ้น 12 คน นอกจาก จีโน่ ยังมี แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ คือ เอเอ็นเอ อินสไปเรชัน แชมเปียนชิพ 2021 (เมเจอร์) และฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ พร้อมด้วย เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 12 รายการ (รวมถึงฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021) พราว-ชเนตตี วรรณแสน แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ (พอร์ทแลนด์ คลาสสิก 2023 และ ดานา โอเพ่น 2024) เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ 2 รายการ   (ไอเอสพีเอส ฮันดะ เวิลด์ อินวิเทชันแนล 2021 และแบงค์ออฟโฮป แอลพีจีเอ แมทช์เพลย์ 2023) จัสมิน-ธิฎาภา สุวัณณะปุระ แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ (มาราธอน คลาสสิก 2018 ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเทชันแนล (ทีม) ปี 2019 และวอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอว์ แชมเปียนชิพ 2024) โม-โมรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ (ฮูเจล-เจทีบีซี แอลเอ โอเพ่น ปี 2018 ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเทชันแนล (ทีม) ปี 2021 และ พอร์ทแลนด์ คลาสสิก 2024) และ เปียโน–อาภิชญา ยุบล พร้อมด้วยนักกอล์ฟรับเชิญชาวไทยอีก 4 คน ได้แก่ ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง ทีมชาติไทยมือสมัครเล่นวัย 18 ปี แชมป์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers  แจน-วิชาณี มีชัย  มาย-ตรีฉัฐ จีนกลับ และ ว่าน-จารวี บุญจันทร์

นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟรับเชิญจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ริโอะ ทาเคดะ อากิเอะ อิวาอิ ชิซาโตะ อิวาอิ และ มิยุ ซาโตะ พร้อมด้วย จอร์เจีย ฮอลล์ (อังกฤษ) แอนนา นอร์ดควิสต์ (สวีเดน) แอนนาเบล ดิมม็อค (อังกฤษ) และ จิอันนา เคลเมนเต (สหรัฐอเมริกา) รวมนักกอล์ฟรับเชิญทั้งหมด 12 คน

ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) กล่าวว่า “การแข่งขัน Honda LPGA Thailand สะท้อนถึงความสำเร็จของไทยในวงการกอล์ฟ เราภูมิใจที่มีนักกอล์ฟอย่าง เอรียา จุฑานุกาล และอาฒยา ฐิติกุล ซึ่งเคยครองอันดับหนึ่งของโลก เป็นแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟรุ่นใหม่และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ อีกทั้งการแข่งขันนี้และกิจกรรมนำร่องต่างๆ ยังสอดคล้องกับภารกิจของ กกท ในการพัฒนากีฬาในทุกระดับ ตั้งแต่การสนับสนุนการแข่งขันจนถึงการพัฒนาเยาวชนและบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสสู่ความสำเร็จในเวทีสากล”

มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่กีฬากอล์ฟหญิงเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ไอเอ็มจีและฮอนด้าได้ร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนและมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่มากกว่ากีฬา เราขอเชิญชวนทุกคนพาครอบครัวและเพื่อน ๆ มาร่วมสนุก พร้อมสัมผัสแรงบันดาลใจในงานฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ทั้งนี้  ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับการสนับสนุนกีฬา หรือ sport marketing ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมกีฬาและนักกีฬา ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ การดึงดูดนักลงทุน และการขยายฐานแฟนกีฬา รวมถึงสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยในเวทีสากล” 

นายสมชาย สืบบุญศรีพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สยามคันทรีคลับ กล่าวว่า “สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 54 ปี เป็นสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานของแอลพีจีเอทัวร์ ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านคุณภาพของสนามที่ท้าทาย ทัศนียภาพที่สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการระดับสากล เราพร้อมแล้วที่จะต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักกอล์ฟและผู้ชมทุกคนอีกครั้ง”

ขอเชิญชวนแฟนกีฬากอล์ฟร่วมชมร่วมเชียร์นักกอล์ฟที่ท่านชื่นชอบในการแข่งขันระดับโลกรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพีได้ทาง www.hondalpgathailand.com  สิทธิพิเศษสำหรับบัตรเครดิต และบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดทันทีสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางช่อง PPTV HD ในทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

“MOTIF” เปิดตัว “สเปรย์ทำความสะอาดเบรกและอะไหล่รถยนต์” มาตรฐานเยอรมัน ทำความสะอาดเหนือชั้น พร้อมลุยตลาดยานยนต์เต็มตัว!

0
Motif 1

MOTIF แบรนด์อะไหล่ยานยนต์ชั้นนำ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ด้วยการเปิดตัว “สเปรย์ทำความสะอาดเบรกและชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์” ที่ผลิตจากประเทศเยอรมนี การันตีมาตรฐานระดับโลก ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของช่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้รถที่ต้องการผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดประสิทธิภาพสูง

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
•ทำความสะอาดทรงพลัง: ขจัดคราบน้ำมัน จาระบี และสิ่งสกปรกที่สะสมบนระบบเบรกและอะไหล่รถยนต์ได้อย่างง่ายดาย
•ระเหยแห้งเร็ว: ไม่ทิ้งคราบหรือความชื้นที่อาจทำให้เกิดปัญหากับรถยนต์
•ปลอดภัยต่อชิ้นส่วนต่างๆ: ไม่กัดกร่อนหรือทำลายพื้นผิวชิ้นส่วนอะไหล่ และเครื่องยนต์อื่นๆ
•หัวฉีดแรงดันสูง: เข้าถึงทุกซอกทุกมุม 360 องศา ทำให้การทำความสะอาดง่ายและรวดเร็ว

ใช้งานง่ายใน 4 ขั้นตอน
1.เขย่ากระป๋อง เพื่อกระจายสารทำความสะอาดให้ทั่ว
2.ฉีดสเปรย์ลงบนบริเวณชิ้นส่วนที่ต้องการทำความสะอาด
3.ใช้ ผ้าสะอาดหรือแปรงขนอ่อน ขัดถูเพื่อขจัดคราบสกปรก
4.ปล่อยให้แห้ง หรือใช้ผ้าเช็ดออก

ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตและผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับสากลจากประเทศเยอรมนี การันตีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ทำให้คุณมั่นใจทุกครั้งที่ใช้งาน เหมาะสำหรับช่างมืออาชีพที่ต้องการตัวช่วยทำความสะอาดที่เชื่อถือได้ และผู้ใช้รถทั่วไปที่ต้องการดูแลชิ้นส่วนรถยนต์ให้สะอาดและปลอดภัย

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่าย MOTIF ทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan Page MOTIFThailandBrand ให้ MOTIF เป็นตัวช่วยใหม่ของคุณ แล้วคุณจะสัมผัสถึงความสะอาดที่เหนือระดับ!

 

รวมพลสาวกใบพัดฟ้าขาว! #BIMMERMEET7 เนรมิตเขาใหญ่ สู่ 7 โซนแห่งความสุขและความสนุก

0
Bimmermeet 1

บริษัท 2000 พับลิชชิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารและสื่อออนไลน์ #BIMMERMEET Magazine Thailand ได้จัดกิจกรรมใหญ่ประจำปี #BIMMERMEET7: 7 Wonders of Joy งานรวมพลคนรักบีเอ็มดับเบิลยูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ 8Speed เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่รายล้อม ด้วยธรรมชาติและเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,327 คน พร้อมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคู่ใจถึง 451 คัน

Bimmermeet  2

กิจกรรมใหญ่ประจำปี #BIMMERMEET1 เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2560 ภายใต้คอนเซปต์ “GIVE YOUR WINGS” โดยย้อนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นก่อนที่ บีเอ็มดับเบิลยู จะผลิตรถยนต์ ซึ่งการรวมพลครั้งแรกจัดขึ้นริมทะเลสาบเมืองทองธานี และได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจนกลายเป็นงานประจำปีที่ครองใจสาวกบีเอ็มดับเบิลยู มานานกว่า 8 ปี

Bimmermeet  3

สำหรับงานในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “7 Wonders of Joy” เพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับชาวบิมเมอร์ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การรวมตัวของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกว่า 400 คันจากหลากหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นคลาสสิกจนถึงรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ที่นำมาจัดแสดงครบทั้ง 7เจเนอเรชัน ได้แก่ E21, E30, E36, E46, E90, F10 และ G20 ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และวิวธรรมชาติที่งดงามของเขาใหญ่ ในงานยังมีกิจกรรมสร้างความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Gymkhana Challenge By Michelin”

Bimmermeet 4
การแข่งขันทักษะการขับขี่และท้าประลองความเร็ว รวมไปถึงกิจกรรมสนุกสนานสำหรับครอบครัว เช่น Putt Golf, Giant Jigsaw, Escape และ Spark พร้อมของที่ระลึกสุดน่ารักกับคอลเล็คชั่น ลิมิเต็ด ภายในงาน ยังเสริมความบันเทิงและความสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ตสุดมันส์จาก “โจอี้บอย” และการบรรเลงเพลงจาก “Mr.Saxbell fullband” พร้อมอิ่มอร่อยจากโซนอาหารและเครื่องดื่มจากขบวนฟู้ด ทรัค เสิร์ฟความอร่อยในบรรยากาศสุดชิลล์แบบงานเฟสติวัล

Bimmermeet  6

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ #BIMMERMEET7: 7 Wonders of Joy ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมผัสการขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นไฮไลต์ถึง 9 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู M440i xDrive M Sport Pro, บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive, บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู X3 M50 xDrive, บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60 xDrive, บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50 และบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport พร้อมเซอร์

Bimmermeet  7

“ฟอร์ด” เผย 10 ความลับการผลิตฟอร์ด เอเวอเรสต์

0
Ford 1

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบ และพัฒนามาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายสำหรับครอบครัว เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทั้งการขับบนถนนและแบบออฟโรด โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกคันถูกผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) และจัดจำหน่ายไปมากกว่า 110 ประเทศทั่วโลก

 

การเดินทางของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 1 คัน จากสายการผลิตไปจนถึงส่งมอบรถถึงมือลูกค้านั้นมีขั้นตอนที่น่าทึ่งมากมายที่ผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและความละเอียดแม่นยำ ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI เทคนิคการประกอบรถยนต์ที่พิถีพิถัน ไปจนถึงการทดสอบสมรรถนะที่เข้มข้น และนี่คือ 10 เรื่องราวเบื้องหลังการผลิตฟอร์ด เอเวเรสต์ ที่จะทำให้คุณรู้จักรถยนต์คันนี้ได้มากขึ้น

1.ทุกๆ 2 นาที จะมีรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ หนึ่งคันผลิตออกมาจากสายการผลิตที่โรงงานเอเอที

2.หุ่นยนต์ที่ใช้ มีทั้งแบบหุ่นยนต์ปฏิบัติงาน 320 ตัว และหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน 25 ตัว ทำงานในสายการผลิตและประกอบตัวถัง เพื่อรักษาปริมาณการผลิตให้คงที่อยู่เสมอ

Ford  3

3.การเคลือบป้องกันสนิม ตัวถังของฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคันมีจุดเชื่อมมากกว่า 3,600 จุด จึงต้องผ่านกระบวนการเคลือบกันสนิมด้วยการจุ่มตัวถังลงในอ่างสารเคมี 10 ครั้งก่อนเข้าสู่กระบวนการพ่นสี

4.กล้อง AI ในการผลิต มีมากกว่า 30 ตัว ทั้งในการผลิตตัวถังและกระบวนการประกอบชิ้นส่วนห้องโดยสาร การติดตั้งแชสซี และการตรวจเช็ครายละเอียดขั้นสุดท้ายก่อนออกจากสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรับรองคุณภาพในกระบวนการผลิตฃ

5.การทดสอบสมรรถนะ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคันจะต้องผ่านการทดสอบการขับขี่ผ่านอุปสรรคต่างๆ อาทิ การทดสอบเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน การทดสอบบนถนนขรุขระ โดยรถแต่ละคันจะต้องผ่านครบทุกการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบก่อนจึงจะได้รับการอนุมัติให้ส่งมอบรถออกไปทั่วโลกได้

6.ตรวจสอบการรั่วซึมของอากาศ รถฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่ออกจากสายการผลิตทุกวันจะถูกสุ่มตรวจสอบการรั่วซึมของอากาศ โดยจะสูบอากาศเข้าไปในห้องโดยสาร และใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้รอบตัวรถตรวจวัด เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะไม่มีการรั่วซึมเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด

7.การตั้งศูนย์ล้อและพวงมาลัย ฟอร์ด ทอสอบการตั้งศูนย์ล้อและพวงมาลัย รวมถึงตรวจเช็กให้ไฟหน้าส่องสว่างในทิศทางและระยะที่ต้องการ โดยจะสุ่มจากรถทุกรุ่นย่อยของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ออกจากสายการผลิตทุกวัน โดยใช้เลเซอร์และกล้องหลายตัวในการตรวจสอบการตั้งศูนย์ล้อและไฟหน้า ขณะเดียวกันการทดสอบการตั้งศูนย์พวงมาลัยจะแสดงให้เห็นว่าพวงมาลัยตรงกับล้อและรถเคลื่อนตัวตรงหรือไม่

8.การทดสอบด้วยน้ำ เป็นหนึ่งในขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพที่สำคัญ ซึ่งรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคันจะถูกฉีดน้ำแรงดันสูงทุกทิศทางนาน 5 นาที เพื่อจำลองสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ จากนั้น ทีมงานจะตรวจสอบทุกรายละเอียด ตั้งแต่ตรวจสอบไฟท้าย ไฟหน้า และไฟตัดหมอกด้วยสายตา เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีน้ำรั่วซึมผ่านเข้าไปรถ จากนั้นทีมงานจะเปิดประตูทุกบานเพื่อตรวจสอบขอบยางว่ามีการรั่วซึมของน้ำหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นห้องโดยสารยังคงแห้งสนิท โดยจะใช้หัววัดพิเศษที่สามารถส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความชื้น นอกจากนี้ น้ำที่ใช้ในการทดสอบไม่ได้ถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในการทดสอบครั้งถัดไป

Ford  6

9.การตรวจสอบคุณภาพขั้นสูง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกคันจะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานที่ใช้กล้องความละเอียดสูง และอัลกอริทึม AI เพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องทุกจุดอย่างละเอียด เช่น การตรวจสอบสติกเกอร์ ตราสัญลักษณ์ ชิ้นส่วนที่หายไป ชิ้นส่วนที่เกินมา ชิ้นส่วนที่ไม่ถูกต้อง ชิ้นส่วนที่ประกอบไม่เรียบร้อย หรือแม้แต่สีที่ไม่ตรงตามการควบคุมคุณภาพ

10.การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่โรงงานเอเอทีใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จากหลังคาโซลาร์เซลส์ และนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 นี้ ซึ่งถ้าแล้วเสร็จจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 14 เมกะวัตต์ และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10,236 ตันต่อปี ทำให้การผลิตรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อตอกย้ำ และต่อยอดความอลังการของงาน

0
Motor Expo 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ต้องการเน้นความอลังการของงาน โดยที่ผ่านมา “มหกรรมยานยนต์” เป็นงานแสดงที่มีความอลังการหลายด้าน

Motor Expo  2

เริ่มจาก อลังการด้านระยะเวลาดำเนินการจัดงาน ที่ยาวนานต่อเนื่องมากว่า 4 ทศวรรษ ยิ่งกว่านั้น ยังได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าระดับโลก โดย สมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลก (UFI)

อลังการด้านขนาดของงาน เราใช้พื้นที่ภายใน และภายนอกอาคาร IMPACT CHALLENGER 1-3 เมืองทองธานี รวมทั้งหมดถึง 80,000 ตารางเมตร จัดแสดงยานยนต์ทุกประเภท พร้อมอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง โดยมียานยนต์เข้าร่วมงานรวมแล้วกว่า 60 แบรนด์ แบ่งเป็นรถยนต์ กว่า 40 แบรนด์ และจักรยานยนต์ อีกกว่า 20 แบรนด์ มากที่สุดในบรรดางานแสดงยานยนต์ทั่วอาเซียน

อลังการด้านกิจกรรม ทั้งกิจกรรมนันทนาการของหน่วยงาน โครงการ และมูลนิธิต่างๆ รวมถึงกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ รถยนต์ 3 คัน และบิกไบค์ 1 คัน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

อลังการด้านยอดจองรถในงาน ทุกปีจะมีผู้ชมตัดสินใจจองรถยนต์ และจักรยานยนต์ภายในงานปีละหลายหมื่นคัน สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

อลังการด้านจำนวนผู้ชม แต่ละปีจะมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีผู้ชมงานผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM และ PLATFORM อื่นๆ ตลอดจนการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อีกนับล้านคนทั่วประเทศ

“ทั้งหมดนี้ คือองค์ประกอบของงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่ภาคภูมิใจ และมุ่งมั่นจะสร้างสรรค์งานปีนี้ ให้มีความอลังการยิ่งกว่าเดิมในทุกด้าน ดังนั้น เราจึงกำหนดแนวคิดเพื่อตอกย้ำเป้าหมาย พร้อมประกาศความยิ่งใหญ่ของงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ว่า “อลังการงานแสดง – The Magnificent Motor Expo”

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

 

“ซูซูกิ” รุกตลาดแรงต้นปี “SUZUKI SWIFT YOU UP” ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท พร้อมขยายแคมเปญ SWIFT 777 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568

0
Suzuki 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่า SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กคือ ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงยอดนิยมของซูซูกิที่มีส่วนในการผลักดันยอดขายให้เติบโตมาโดยตลอด ปัจจัยสำคัญของความนิยมอย่างยาวนาน คือ มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน บ่งบอกตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใครได้อย่างชัดเจน รวมถึงสมรรถนะมอบการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ มาพร้อมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัดคุ้มค่า ภายใต้ราคาที่สามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

Suzuki Swift 2

อีกทั้งในช่วงปีที่ผ่านมา จากการที่ซูซูกิได้ประกาศแคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE โปรแกรมดีโดนใจ มอบความมั่นใจให้คุณ” ออกสู่ตลาด นอกจากการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าซูซูกิจะยังคงปักหลักอยู่เคียงคู่คนไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพดี ที่มาพร้อมกับมาตรฐานด้านงานบริการ ยังเป็นการตอกย้ำถึงความใส่ใจที่เรามีต่อผู้บริโภคด้วยการมอบความคุ้มค่าครบครัน ตอบรับต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีผ่านแคมเปญดังกล่าว

ด้วยการตอบรับเป็นอย่างดี ซูซูกิจึงขอสานต่อความสำเร็จและตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้เสมอมา ด้วยการนำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT YOU UP ความคุ้มค่าแบบเต็มสปีด” มอบให้แก่ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ได้ง่ายและสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้น ด้วยโปรแกรมการผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,789 บาท เริ่มต้นเพียงเดือนละ 4,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และพิเศษสุดเฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท

Suzuki Swift 3

พิเศษ !สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT เรายังได้ขยายโปรโมชันพิเศษ SWIFT 777 ฟรี! ค่าบำรุงรักษารถรวมค่าแรง 7 ปี ฟรี !การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี และ ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี มูลค่ามากกว่า 50,000 บาท หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT มอบให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568

“SUZUKI SWIFT เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่น เครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร มอบทั้งความแรงเร้าใจและความประหยัดแก่ผู้บริโภค โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2555 รถยนต์ SUZUKI SWIFT สามารถสร้างยอดขายรวมทั้งสิ้น 154,099 คัน”

Suzuki Swift 5

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซูซูกิยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า ซึ่งมีรถยนต์หลายรุ่นที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยและยังได้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมานอกจาก SUZUKI SWIFT เรายังมอบโปรโมชันเพื่อเป็นการกระตุ้นการขายในช่วงต้นปีสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT
• รับสิทธิพิเศษฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี
หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT
พร้อม ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,789 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท
• เฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

Suzuki Swift 5

SUZUKI XL7 HYBRID
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท
• พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 8,146 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
• พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY
• รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
• หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI JIMNY OFFLOAD EDITION
• รับสิทธิพิเศษ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 5 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT YOU UP ความคุ้มค่าแบบเต็มสปีด” ยังคงอยู่ภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care–เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ด้วยการส่งมอบสินค้าที่มีแต่ความคุ้มค่า คุ้มราคา ตามปรัชญาของซูซูกิที่มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)