Home Blog Page 130

“โอโมดา แอนด์ เจคู” ลุยสนามออฟโรดทดสอบ JAECOO 6 EV พร้อมให้ลองขับขี่และจองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ!

0
JAECOO 6 EV 1

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จัดลุยทดสอบ JAECOO 6 EV รถไฟฟ้าพรีเมียมออฟโรด ที่มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนสุดแกร่งผสานดีไซน์สุนทรียะที่สวยงาม ในสนามออฟโรดของจริง ณ สนามสปิริท แอดเวนเจอร์ (Spirit Adventure Ground) จังหวัดนครนายก เพื่อโชว์สมรรถนะของตัวรถแบบออฟโรดผ่านสถานีสุดหินต่าง ๆ รวมถึงการขับขี่บนถนนจริง ซึ่ง JAECOO 6 EV ทำออกมาได้ดีเยี่ยม รับคำชมจากผู้ทดสอบอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะความสามารถในการลุยเส้นทางออฟโรด ขณะเดียวกันก็ขับสนุกบนพื้นถนนทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้ ในการเทสต์ไดรฟ์ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมทดสอบยังได้ลองขับรถ OMODA C5 EV รถ SUV ไฟฟ้า 100% แบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู บนถนนจริง ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ทั้งในเมืองและนอกเมือง เพื่อช่วยยืนยันอีกเสียงว่า OMODA C5 EV คือรถ SUV ที่เหมาะสำหรับทุกคนและทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต สำหรับผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ได้แล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายกว่า 23 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษอีกมากมายเมื่อจองวันนี้

JAECOO 6 EV 2

สำหรับการทดลองขับขี่รถไฟฟ้า JAECOO 6 EV ในสนามขับขี่ออฟโรด ผ่านสถานีสุดหินต่าง ๆ อาทิ ทดสอบการทำงานขับเคลื่อน i-WD ที่กระจายแรงไปยัง 4 ล้อในโหมดการขับขี่ต่างๆ การทดสอบ Ground Clearance ระดับความสูงของตัวรถและพื้นผ่านการลุยน้ำที่สูงถึง 60 เซนติเมตรได้อย่างปลอดภัย สมรรถนะของรถในส่วนของการทรงตัวรถ การควบคุมความเร็ว การขับลงเนินลาดชัน และความนุ่มนวลของช่วงล่าง บนพื้นถนนรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง On-Road และ Off-Road รวมไปถึงประสบการณ์ทดลองใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ของตัวรถ ทั้งระบบเสียง เบาะคนขับและผู้โดยสาร ที่มีระบบความปลอดภัยครบถ้วนและใช้งานง่าย เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่

JAECOO 6 EV 3

ผู้ขับขี่ที่ได้มีโอกาสทดสอบในสนามวันนี้ กล่าวถึงรถยนต์ JAECOO 6 EV ว่า “ได้สร้างความประทับใจตั้งแต่ดีไซน์ของรถที่เป็นทรงสี่เหลี่ยม ดูโมเดิร์นและสะดุดตา แต่พอได้มาขับกลับมีความคล่องตัวสูง สมรรถนะคุ้มราคา โดยเฉพาะในโหมดออฟโรดลุยในสนามทดสอบ JAECOO 6 EV ที่โชว์สมรรถนะช่วงล่างและการทรงตัวของรถเต็มประสิทธิภาพ ยิ่งบางช่วงของสนามออฟโรด โหมดการขับขี่ที่เหนือชั้นและอัจฉริยะของรถ JAECOO 6 EV ทำให้ได้รับความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่างจากการขับรถออฟโรดทั่วไปอย่างมาก”

JAECOO 6 EV 7

นอกจากนี้ ในงานนี้ ผู้ทดสอบยังได้ลองขับ OMODA C5 EV บนถนนจริง ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ทั้งถนนใหญ่ในเมือง ถนนทางหลวง รวมถึงถนนสายเล็ก ๆ นอกเมือง เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า รถยนต์ SUV คันนี้เหมาะสำหรับทุกสภาพถนนและทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่จริง ๆ

JAECOO 6 EV 8

“รถ OMODA C5 EV เป็นประสบการณ์การขับขี่ที่มากกว่าการขับรถ ด้วยตัวรถที่เป็นรถไฟฟ้ามีการออกแบบที่ซัพพอร์ตการขับขี่ทั้งช่วงล่างของรถที่ดีมาก เทคโนโลยีต่าง ๆ จัดเต็ม รวมไปถึงการออกแบบภายใน เช่น การมีกระจกแบบลดเสียงรบกวน ลำโพง SONY เสียงกระหึ่ม ทำให้การขับขี่บนถนนจริงทั้งในเมืองและเส้นทางระยะไกลข้ามจังหวัดความสะดวกสบายอย่างมาก ตัวรถมีความคล่องตัวอัตราเร่งที่ดี มีกล้อง 540 องศาช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงฟังก์ชันความปลอดภัยที่ช่วยในการขับขี่ระยะยาว อาทิ ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า ระบบช่วยเบรก ซึ่งคิดว่าถ้าทุกคนได้ลองสัมผัสต้องตกหลุมรักรถคันนี้แน่ ๆ” ตัวแทนผู้ขับขี่ OMODA C5 EV เล่าความรู้สึกจากการขับขี่

JAECOO 6 EV 9

สำหรับรถ OMODA C5 EV เป็นยนตรกรรม EV 100% ที่ผสมผสานการออกแบบแห่งอนาคต เข้ากับ 17+1 เทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ADAS+DMS พร้อมทั้งฟังก์ชันความปลอดภัยและความสะดวกสบายแบบจัดเต็ม แบ่งออกเป็นสองรุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น OMODA C5 EV Long Range Plus ที่มีสี Lunar White, Space Black และ Mercury Grey ราคา 899,000 บาท และรุ่น OMODA C5 EV Long Range Ultimate ที่มีสี Lunar White (Black Roof), Space Black, Mercury Grey, Volcanic Red และ Mint Green (Black Roof) ราคา 949,000 บาท และสำหรับรถ JAECOO 6 EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100% ที อัดแน่นไปด้วยพลังสุดแข็งแกร่งและสุนทรียะที่งดงาม ด้วยการออกแบบพื้นที่ขนาดใหญ่ทรงลูกบาศก์หลากมิติ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับผู้ขับขี่ กับโหมดการขับขี่ 6 แบบที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและการขับขี่แบบสมบุกสมบัน มีโหมดตั้งแคมป์อัจฉริยะ ฟังก์ชันสำหรับวางแผนการเดินทางแบบยืดหยุ่น 4+2 โดยมี 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น JAECOO 6 EV Long Range 2WD ราคาคาดการณ์ 1,099,000 บาท และรุ่น JAECOO 6 EV Long Range 4WD ราคาคาดการณ์ 1,249,000 บาท พร้อมข้อเสนอและโปรโมชันสุดพิเศษ

JAECOO 6 EV 12

อย่างไรก็ดี เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้คิกออฟส่งรถ JAECOO 6 EV ออกจากเมืองอู๋หู ประเทศจีน มุ่งหน้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย เพื่อเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าต่อไป นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงโอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ Garmin เป็นสปอนเซอร์หลักของงาน Garmin Run Asia Series 2024 Thailand Half Marathon ซึ่งตอนนี้ยังสนใจรับสมัครนักวิ่งเข้าร่วมอยู่ โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะชูจุดเด่นของ JAECOO 6 EV ให้กับผู้สนใจผ่านกิจกรรมมาราธอนในครั้งนี้ และยังร่วมมือผลิตนาฬิกา Garmin รุ่นเอ็กซ์คลูสีฟ JAECOO | Garmin Forerunner 165 สำหรับผู้ขับขี่ชาวไทย 1,000 คนแรกอีกด้วย

JAECOO 6 EV 11

สำหรับผู้ที่สนใจ โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย มอบโปรโมชันและข้อเสนอสุดพิเศษกับเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้ากลุ่มแรกที่จองรถ OMODA C5 EV และจองสิทธิ์ JAECOO 6 EV ด้วยข้อเสนอการผ่อน OMODA C5 EV เริ่มต้นเพียง 9,490 บาทต่อเดือน* และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ลงทะเบียนนัดหมายเพื่อทดลองขับที่ผู้จำหน่ายโอโมดา แอนด์ เจคู ใกล้บ้าน ได้ที่ https://nam.dcv.ms/11chRIoUre หรือมาทดลองขับ OMODA C5 EV ที่งาน OJ Driving Experience วันที่ 14 – 15 กันยายน ที่ IMPACT Lakeside 3 เมืองทองธานี

เงื่อนไข
* ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเฉพาะรุ่น ข้อกำหนดงวดผ่อน อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขเพิ่มเติม เป็นไปตามที่ธนาคาร และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
* ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
* บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้างต้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

“บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย” เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Ultimate Edition) สุดยอดมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ตระกูล GS รุ่นพิเศษ อัดแน่นพร้อมชุดแต่งระดับพรีเมียม

0
บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 1

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Ultimate Edition) สุดยอดมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ โดดเด่นด้วยออปชั่นและอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษมากมาย สะดุดตายิ่งขึ้นด้วยตราสัญลักษณ์ Ultimate Edition บริเวณฝาครอบกระจกมองหลัง บนแฮนด์จับทั้งสองข้าง และบนกล่องสัมภาระอะลูมิเนียม ผสานความตื่นเต้นเร้าใจในการผจญภัยเข้ากับความสะดวกสบายในการเดินทางอย่างลงตัว พร้อมบุกตะลุยไปได้ในทุกสภาพเส้นทาง

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 2

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Ultimate Edition) ราคาจำหน่าย: 1,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Ultimate Edition) สืบทอดเอกลักษณ์ของ GS ที่เป็นมอเตอร์ไซค์คู่ใจพร้อมลุยทั้งทางออฟโร้ดและบนถนน ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์สองลูกสูบสี่จังหวะที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ/ของเหลว ขนาด 1,254 ซีซี เติมเต็มด้วยระบบควบคุมแกนลูกเบี้ยวแบบแปรผันด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ปลดล็อคอีกขั้นของขุมพลังแห่งการเดินทาง ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 5 ที่เน้นการประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 2

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Ultimate Edition) มาพร้อมกับโหมดการขับขี่มาตรฐาน 3 แบบ ได้แก่ ‘Eco’, ‘Rain’ และ ‘Road’ ขณะที่ ‘Riding Modes Pro’ นำเสนอโหมดการขับขี่เพิ่มเติม ได้แก่ ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ’Enduro’ และ ‘Enduro Pro’ รองรับสภาพการขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมยกสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยสู่ขั้นสูงสุดด้วยระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า (Dynamic ESA) ระบบ Hill Start Control ที่ทำให้ผู้ขับขี่ออกตัวในทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ ขณะที่ระบบ Dynamic Traction Control (DTC) และ ABS Pro ให้การเข้าโค้งอย่างราบรื่น ส่วนระบบ Dynamic Brake Control (DBC) ใหม่ล่าสุดช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ผ่อนคลาย และมั่นใจได้ในความปลอดภัยบนทุกเส้นทางผจญภัยที่รออยู่ข้างหน้า

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 3

ก้าวล้ำยิ่งขึ้นกับระบบการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานของรถผ่านจอแสดงผลสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว และระบบ BMW Motorrad Multi-Controller ให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงทุกฟังก์ชันของรถ ตลอดจนการเชื่อมต่อต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย และยังมีช่องเสียบ USB 2 แบบสำหรับใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 5

มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์ความปราดเปรียวและทรงพลังของ GS ด้วยไฟหน้าแบบ LED ที่ส่องสว่างแม้ในช่วงกลางวัน สร้างความโดดเด่นสะดุดตา และยังปรับเปลี่ยนกลมกลืนไปกับทางโค้งตามตำแหน่งความลาดเอียงของตัวรถ มาพร้อมไฟ Cruising ซึ่งจะเปิดไฟเลี้ยวด้านหน้าทั้งสองแบบหรี่ไว้ตลอดเวลา เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาบนท้องถนน ขณะที่ไฟท้าย LED แบบ multifunctional สามารถสลับระหว่างไฟกระพริบสีเหลือง ไฟเบรกสีแดง และไฟท้ายส่องสว่างได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) และระบบ Keyless Ride

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 6

ตัวรถมาในสีดำ Black Storm Metallic พร้อมล้อซี่ลวดสีดำ สะท้อนความแข็งแกร่งทนทานสไตล์ออฟโร้ด เสริมความหรูหราด้วยชุดแต่ง Option 719 แพ็คเกจ Shadow ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมขึ้นรูปอย่างประณีตในโทนสีดำ/เงิน ไม่ว่าจะเป็นฝาครอบเครื่องยนต์ ฝาครอบกระจกมองหลัง ที่พักเท้า แป้นเกียร์และเบรกเท้า มือจับ ฝาถังน้ำมัน อีกทั้งยังเพิ่มความดุดันด้วยกระจกบังลมรมดำ ฝาครอบเครื่องยนต์สีดำ กล่องอะลูมิเนียมท้ายและข้างสีดำ ป้าย Ultimate Edition บนมือจับ บนกล่องสัมภาระท้ายและกล่องทั้งสองข้าง รวมถึงปลอกกุญแจพิเศษสำหรับรุ่น Ultimate Edition

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 9

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Ultimate Edition) พร้อมให้เหล่านักบิดจับจองเป็นเจ้าของที่ราคา 1,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยจำนวนจำกัดเพียง 24 คันเท่านั้น และยังพิเศษกับความเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับรถแต่ละคันด้วยหมายเลขประจำตัวรถตั้งแต่หมายเลข 1 ถึง 24 ยิ่งไปกว่านั้น ยังคุ้มค่าเหนือระดับด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสุดพิเศษ มูลค่ากว่า 400,000 บาท มอบความอุ่นใจด้วยการรับประกันตัวรถนาน 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และการรับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 2 ปี

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติมของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ ที่ www.bmw-motorrad.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Motorrad Thailand หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วประเทศ

 

 

ครั้งแรกในประเทศไทย การประมูล เมอร์เซเดส-เบนซ์ เรียลไทม์ออนไลน์ อย่างเป็นทางการ โดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัด ยกระดับการประมูลรถยนต์แบบครบวงจร

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 1

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการทางการเงินสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ และให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแบบเต็มรูปแบบ ร่วมทำสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการจำหน่ายรถยนต์มือสองระดับพรีเมียม เพื่อยกระดับการประมูลรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผ่านการเสนอราคาออนไลน์บนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประมูลทั่วประเทศทั้งรายใหญ่และรายย่อย ได้รับความสะดวกสบายในการเสนอราคาแบบไม่ต้องรีบเร่ง และไม่ต้องเดินทางมาประมูล พร้อมทั้งยกระดับการประเมินสภาพรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยข้อมูลรถที่ครบถ้วนแม่นยำ และนำเสนอบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 2
ทั้งนี้ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกคันจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านรถยนต์มาอย่างยาวนาน รถทุกคันจะได้รับการประเมินและตรวจสภาพ พร้อมกับการจัดเกรดสภาพรถตั้งแต่ดีเยี่ยมจนถึงพอใช้ ด้วยมาตรฐานจากมืออาชีพ พร้อมการประมวลผลจากสภาพรถแต่ละคันตามหลักวิชาการและข้อมูลทางการตลาดประกอบกัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประมูลทุกท่านมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลรถทุกคันก่อนเสนอราคาประมูล โดย บริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัดจะทำการตรวจสอบ และรายงานการตรวจสอบสภาพรถยนต์ รวมถึงการบริการเตรียมรถยนต์พร้อมอุปกรณ์ก่อนส่งมอบให้ผู้เข้าร่วมประมูลอย่างครบถ้วน

นอกจากนั้น รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกคัน จะมาพร้อมกับรายงานรถที่สมบูรณ์แบบที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถ การเข้าใช้บริการบำรุงรักษารถจากผู้ให้บริการฯ อย่างเป็นทางการของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด การรับประกันคุณภาพรถ กุญแจ และกุญแจสำรอง สมุดทะเบียนรถที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ และอื่นๆ เพื่อความมั่นใจของผู้เข้าร่วมประมูล

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 3
ผู้ร่วมประมูลทุกท่านสามารถขออนุมัติวงเงินสินเชื่อล่วงหน้าเพื่อเข้าประมูลรถ ผ่านตัวแทนฝ่ายขายของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด โดยวงเงินที่อนุมัติมีอายุ 90 วัน เพื่อให้สามารถเข้าร่วมประมูลรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกคัน พร้อมวงเงินรองรับการตัดสินใจ

นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จในการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กับ บริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัด เป็นการยกระดับคุณภาพการจำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มือสอง ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นไปอีกขั้น โดยผู้ร่วมประมูลจะมีข้อมูลรถยนต์ทุกคันแบบถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส และสามารถขออนุมัติสินเชื่อล่วงหน้าเพื่อใช้ประกอบการประมูลในบรรยากาศที่สบายๆ ไม่มีความกดดันเรื่องเวลา อีกทั้งได้สัมผัสประสบการณ์แบบ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรูปแบบใหม่ๆ”

นายศรัณย์ พิทักษ์สิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการประมูลรถยนต์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Omakase Cars Online Auction กล่าวว่า “บริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัด ได้รับความไว้วางใจ จากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในการเข้ามาบริหารจัดการประมูลรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Omakase Cars Online Auction เพื่อยกระดับการให้บริการประมูลรถยนต์ให้สะดวกสบาย มั่นใจมากยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชันบน Smart Phone ทุกรุ่น เพื่อดูข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของรถยนต์ คลิปวีดีโอ ฟังเสียงเครื่องยนต์ พร้อมรูปภาพรถยนต์ภายนอกและภายในอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการเข้าศูนย์บริการ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 4

ที่ผ่านมา ท่านสามารถติดต่อขอเข้าชมรถยนต์ล่วงหน้าก่อนการประมูลได้ทุกวัน และเข้าชมคุณภาพรถยนต์อย่างละเอียดได้ด้วยตัวท่านเอง เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นมาตรฐานการดำเนินงานภายใต้แนวความคิด Omotenashi (おもてなし) คือการบริการโดยใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ลูกค้าได้รับความประทับใจ และประสบการณ์ที่ดีที่สุด”

พบกับการประมูลรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 08:00 น ถึง 16:00 น

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 7

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมประมูล สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Omakase Cars Online Auction” ได้จาก App Store และ Google Play Store หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/OmakaseCarOnlineAuction :Omakase Car Online Auction ประมูลออนไลน์ โอมาคาเสะ คาร์ หรือ Line Official Account: @omakasecarauction และสามารถชมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เข้าประมูลได้ที่ “โชว์รูม โอมาคาเสะ คาร์ สาขางามวงศ์วาน กรุงเทพฯ” ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น. หรือ โทร 082-250-8888

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th/mobility หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัปเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“สรยท.” จับมือ “ไทยฮอนด้า” จัดอบรมหลักสูตรขับขี่บิ๊กไบค์ขั้นพื้นฐาน

0
สรยท. 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ร่วมกับบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด จัดกิจกรรม ‘อบรมขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขั้นพื้นฐาน (Big Bike Basic Course)’ เพื่อส่งเสริมทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อย่างถูกต้องและอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยให้กับสมาชิกของสมาคมฯ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2567 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า สุขาภิบาล 3 กรุงเทพฯ

สรยท. 2

การอบรมครั้งนี้เริ่มตั้งแต่การทำความรู้จักขั้นพื้นฐานของการใช้บิ๊กไบค์ในภาคทฤษฎี ไปจนถึงการปฏิบัติจริง ซึ่งผู้เข้าอบรมจะมีโอกาสได้ขับขี่บนสนามฝึกของศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า สุขาภิบาล 3 ภายใต้การควบคุมและดูแลจากครูฝึกของไทยฮอนด้าที่มีประสบการณ์และความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้าอบรม เพื่อเรียนรู้ทักษะและเทคนิคในการขับขี่บิ๊กไบค์อย่างถูกต้องและปลอดภัย ก่อนที่จะรับประกาศนียบัตรหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรม

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า ‘อบรมขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขั้นพื้นฐาน (Big Bike Basic Course)’ ถือเป็นกิจกรรมแรกที่ทางคณะกรรมการสมาคมฯ ชุดปัจจุบันร่วมมือกันผลักดันเพื่อให้เกิดเป็นจริงขึ้นมา ด้วยคณะกรรมการเล็งเห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญในการสร้างพื้นฐานการขับขี่ที่ดีและอยู่บนความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน’

สรยท. 3

นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ‘ผมขอขอบคุณบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ รวมถึงสมาชิกที่สละเวลาเข้ามาร่วมอบรม สมาคมฯ รู้สึกยินดีที่กิจกรรมที่จัดขึ้นได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิกหลังจากที่เปิดให้ลงทะเบียน แต่ด้วยคอร์สการสอนที่รองรับผู้เรียนเพียง 30 ท่านเท่านั้น จึงจำเป็นต้องคัดเลือกผู้ที่สมัครเข้ามาก่อนและมีคุณสมบัติในด้านสมาชิกภาพภายในสมาคมฯ เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา’

สรยท. 5

‘หลังจากที่ได้รับเสียงตอบรับในการอบรม บวกกับนโยบายและแผนการทำงานของคณะกรรมการวาระปี 2567-2569 ในการมุ่งเน้นจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกฯ ได้มีทักษะในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ทางสมาคมฯ เองยังวางแผนในการจัดคอร์สอบรมอย่างต่อเนื่องในโอกาสต่อไป เพื่อเป็นการ Upskill และ Reskill ให้กับสมาชิกของสมาคมฯ ซึ่งสมาชิกทุกท่านสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารผ่านทางประกาศใน LINE Official Account ของทางสมาคมฯ’

เตรียมพบกับมหกรรมซื้อขายรถลัมโบร์กินีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในงาน LAMBORGHINI SELEZIONE SHOWCASE 2024 ระหว่างวันที่ 26-29 กันยายน 2567 ณ โชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ

0
ลัมโบร์กินี 1

บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ ยกทัพ Lamborghini Selezione Certified Pre-owned กว่า 30 คัน เผยโฉมลัมโบร์กินี Pre-owned ที่ผ่านการตรวจเช็คประวัติรถและ 153 รายการ ตามมาตรฐานโรงงาน Lamborghini และพร้อมส่งมอบทันที ซึ่งเป็นโอกาสทองที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะได้พบกันโดยตรง มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะในงาน ที่เรียกได้ว่าเป็นดีลที่คุ้มที่สุดและดีที่สุดแห่งปี

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ค่ายวัวกระทิงดุเตรียมพบกับรถลัมโบร์กินีหลากหลายรุ่น อาทิ Aventador SVJ Roadster, Aventador Ultimae, Aventador S, Huracan STO, Huracan EVO Spyder, Huracan EVO, Huracan EVO RWD, Huracan Performante และ Urus Performante ระหว่างวันที่ 26-29 กันยายน 2567 ณ โชว์รูมเรนาสโซ มอเตอร์ ถนนวิภาวดีรังสิต

ข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะในงาน
> รถลัมโบร์กินี ปี 2023 ราคาเริ่มต้นที่ 16.xx ล้านบาท
> รับทันที! Selezione Care Package มูลค่ารวมมากกว่า 100,000 บาท
> โปรแกรมทางการเงินจาก TTB ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.59% ต่อปี (48 เดือน) อนุมัติภายใน 1 วัน *
> ประกันภัยชั้นหนึ่ง เริ่มต้นที่ 2xx,xxx ต่อปี
> โอกาสสุดท้ายที่จะเป็นเจ้าของรถ Lamborghini เครื่องยนต์ N/A ที่พร้อมส่งมอบทันที

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ขนทัพรถยนต์พลังงานใหม่บุกเซ็นทรัลเวิร์ลด์  ให้ชาว Urbanista สัมผัสยนตรกรรมสุดอัจฉริยะ ภายใต้แคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล”

0
GWM 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ เร่งเครื่องส่งมอบประสบการณ์พิเศษแห่งการขับขี่เพื่ออนาคตที่ตอบทุกความต้องการของผู้บริโภค จัด “GWM Pop-Up Boutique” ตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้สัมผัสความพิเศษและใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มากยิ่งขึ้น ประเดิมจัดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์เป็นที่แรก ร่วมกับแคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” เพื่อมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 450,000 บาท ภายใต้ระยะเวลาจำกัด ให้คนเมืองได้สัมผัสกับรถยนต์พลังงานใหม่ที่เป็นขวัญใจมหาชนทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA รถยนต์เอสยูวีอัจฉริยะอย่าง GWM HAVAL และรถยนต์เอสยูวีออฟโรดพรีเมียมอย่าง GWM TANK ร่วมสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำใจกลางเมืองกันได้แล้ว ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 12 – 29 กันยายน 2567 นี้

GWM 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยกขบวนรถยนต์พลังงานใหม่มาจัดแสดงมากถึง 7 รุ่นจาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนเมือง ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ GWM ORA ทั้ง GWM New ORA Good Cat, GWM New ORA Good Cat รุ่น GT และ GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างความต่างในทุกการเดินทาง สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futuristic ตามด้วย GWM HAVAL รถยนต์เอสยูวีอัจฉริยะที่ตอบทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์พลังงานใหม่เพื่อครอบครัวด้วยฟีเจอร์ล้ำ ๆ ความปลอดภัยที่จัดเต็มในราคาที่คุ้มค่า โดยขนกันมาทั้ง All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV ทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น SPORT และสุดท้ายที่สายออฟโรดผู้ชอบผจญภัยในเส้นทางใหม่ ๆ แต่ยังคงรักความสะดวกสบายแบบพรีเมียมขั้นสุดกับ ALL NEW GWM TANK 300 HEV

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ลูกค้าผู้สนใจ GWM ORA Good Cat จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” ดังนี้

  • GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO จากราคา 799,000 บาท เหลือเพียง 629,000 บาท
  • GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA จากราคา 899,000 บาท เหลือเพียง 729,000 บาท
  • GWM New ORA Good Cat รุ่น GT จากราคา 1,099,000 บาท เหลือเพียง 859,000 บาท
  • GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA ราคา 1,399,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

นอกจากราคาที่พิเศษสุดแล้วนั้น GWM ORA ทั้ง 4 รุ่น ยังมาพร้อมข้อเสนอ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 11,000 บาท (GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA มูลค่า 13,000 บาท) ฟรี! GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

สำหรับ GWM HAVAL เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท ได้แก่

  • All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากราคา 1,699,000 บาท เหลือเพียง 1,249,000 บาท
  • New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 1,349,000 บาท เหลือเพียง 1,099,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)
  • New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 999,000 บาท เหลือเพียง 899,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 9

ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ GWM HAVAL ทั้ง 3 รุ่น ยังจะได้รับ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปีเต็ม มูลค่า 30,000 บาท สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และมูลค่า 25,000 บาทสำหรับ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA และ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ฟรี! ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ HUPER OPTIK CSD มูลค่าสูงสุด 7,600 บาท พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง GWM แบบล้อลาก 4 ล้อ ทรง Pilot วัสดุอะลูมิเนียม ขนาด 16 นิ้ว มูลค่า 9,990 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

สำหรับ ALL NEW GWM TANK 300 HEV รถเอสยูวีออฟโรดพรีเมียม มาพร้อมข้อเสนอที่เกินห้ามใจ เริ่มที่ดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุดถึง 48 เดือน พร้อมรับอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 50,000 บาท หรือเลือกรับการช่วยผ่อนสูงสุด 10 เดือน มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท นอกจากนี้ เมื่อชำระเป็นเงินสดรับส่วนลดถึง 100,000 บาทเมื่อชำระเงินสด พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อาทิ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นระยะเวลานาน 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 27,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร เมื่ออย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 45,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท

* เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยก้าวสู่ระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่อย่างสมบูรณ์แบบสู่ประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคตที่ไร้คาร์บอน เกรท วอลล์ มอเตอร์ รุกตลาดช่วงครึ่งปีหลังนี้ ด้วยกลยุทธ์ Pop-Up Retail โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์เชิกรุกให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม เจาะพื้นที่ตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเมืองที่เป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างเทรนด์เพื่อขับเคลื่อนสังคมอย่างมีนัยยะ แม้ว่าภายในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมี พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กระจายอยู่ทั่วประเทศแล้วก็ตาม แต่การจัดแสดงด้วยการเข้าถึงคนกรุงเทพฯ ในใจกลางเมืองอย่างเซ็นทรัลเวิร์ลด์นี้ เราต้องการเน้นสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนเมืองอย่างใกล้ชิด ผ่านคุณค่าของแบรนด์ 3 ประการ คือ New Energy, New Intelligence และ New Experience ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้าที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของเรา ขนมาพร้อมดีลสุดคุ้มที่ห้ามพลาดภายใต้ช่วงเวลาแห่งความพิเศษนี้ และเร็ว ๆ นี้ ตามพื้นที่หัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมมอบความความพิเศษแบบเดียวกันให้พี่น้องชาวไทยอย่างทั่วถึงแน่นอน”

สัมผัส GWM Pop-Up Boutique ได้แล้ววันนี้ กับรถยนต์พลังงานใหม่ล้ำสมัยที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำและนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พร้อมดีลพิเศษ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” กับส่วนลดสูงสุดเป็นปรากฏการณ์ถึง 450,000 บาท และของสมมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย เจอกันได้ที่ลานเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12 – 29 กันยายน 2567

 

 

“RIDDARA” แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY เตรียมเปิดตัวในไทย ตุลาคมนี้

0
RIDDARA 1

RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY Holding Group เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตุลาคมนี้ ชูจุดเด่นของการเป็นรถกระบะที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้คน ยานพาหนะ และการใช้ชีวิต ที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานรถกระบะรูปแบบใหม่และสร้างไลฟ์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มผู้ที่รักการเดินทางและชื่นชอบการทำกิจกรรม Outdoor รวมทั้งมองหาความล้ำสมัยของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

RIDDARA 2
RIDDARA หรือในประเทศจีนคือแบรนด์ RADAR เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2022 โดยเป็นแบรนด์ในเครือ GEELY Holding Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจและยอมรับในระดับสากลโดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก Fortune Global 500 ติดต่อกันมานานกว่า 12 ปี โดยปัจจุบัน GEELY Holding Group บริหารแบรนด์รถยนต์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ครอบคลุมหลายเซกเมนท์ อาทิ ZEEKR , LYNK&CO, VOLVO, POLESTAR, รวมไปถึง LOTUS

ในปี 2023 ที่ผ่านมา RIDDARA ครองตำแหน่ง China’s NO.1 EV-pickup รถกระบะไฟฟ้ายอดขายอันดับหนึ่งในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มรถกระบะไฟฟ้าในจีนมากกว่า 61.5% โดยปัจจุบันมีรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่ทำตลาดรวม 2 รุ่นได้แก่ RIDDARA RD6 และ RIDDARA HOROIZON และมีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนการขยายธุรกิจในดับสากลที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก

RIDDARA 3ในประเทศไทยจะดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ริดดารา ออโต้โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด (RIDDARA AUTOMOBILE (THAILAND) COMPANY LIMITED) ทั้งนี้ RIDDARA ตระหนักดีว่าประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพสูง โดย RIDDARA พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในทุกภาคส่วนเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

RIDDARA 5

RIDDARA มีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของบริษัทฯ ในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Multiplex Attached Platform (M.A.P) ซึ่งเป็นเพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับกระบะพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยพื้นฐานของแพลตฟอร์ม Sustainable Experience Architecture (SEA) อันล้ำสมัยของ GEELY จึงทำให้มีความโดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะและความอัจฉริยะในแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีปลอดภัยสูง ยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ ADAS ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับทั้งการเดินทาง การบรรทุกและการทำกิจกรรมแบบ Outdoor ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถยนต์กระบะสันดาปทั่วไป

RIDDARA 6

การแนะนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดประเทศไทย จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่กำลังมองหายานยนต์พลังงานไฟฟ้าและชื่นชอบความอเนกประสงค์ของรถกระบะที่สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว โดยนอกเหนือจากการแนะนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโลยีที่ทันสมัยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายโดยกำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของนวัตกรรมจาก RIDDARA และเข้าถึงการบริการของบริษัทฯ ได้อย่างสะดวกสบายที่สุด

“เอ็มจี” เริ่มส่งมอบ “ALL NEW MG3 HYBRID+” พร้อมเดินหน้าแผนกิจกรรมการตลาดทั่วประเทศ

0
ALL NEW MG3 HYBRID+ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ทยอยส่งมอบ ALL NEW MG3 HYBRID+ จากสายการผลิตในประเทศไทย ถึงมือลูกค้าทั่วประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ ALL NEW MG3 HYBRID+ พร้อมพบกับแคมเปญพิเศษได้ที่โชว์รูม เอ็มจี และกิจกรรมสัญจรทั่วประเทศตั้งแต่กลางเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

ALL NEW MG3 HYBRID+ 2

 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงปี 2024 เอ็มจี ตั้งใจที่จะนำนวัตกรรมไฮบริดรุ่นนี้เข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาด ด้วยระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดย ALL NEW MG3 HYBRID+ มีความโดดเด่นด้านการตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์ กับระบบไฟฟ้า ทำให้สมรรถนะใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าแต่ยังได้ความรู้สึกการขับรถน้ำมัน และจุดเด่นที่สำคัญ คือการบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัด โดยอัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้สูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร* ซึ่งสื่อมวลชนได้ทำระยะทางได้ไกลสูงสุดมากกว่า 800 กิโลเมตร แต่ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ ALL NEW MG3 HYBRID+ รุ่นเริ่มต้นหรือรุ่น D อยู่ที่ 579,900 บาท และรุ่น X ในราคา 619,900 บาท พิเศษ! ราคาในช่วงแนะนำจะลดลงจากราคาตั้ง รุ่นละ 20,000 บาท ซึ่งจะสิ้นสุดเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ เอ็มจี ได้ทยอยส่งมอบรถยนต์ ALL NEW MG3 HYBRID+ ให้กับลูกค้าที่จองเข้ามาแล้ว”

ALL NEW MG3 HYBRID+ 4

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ไฮบริดครั้งใหม่กับ ALL NEW MG3 HYBRID+ โดย เอ็มจี ได้เตรียมจัดกิจกรรมสัญจรทั่วประเทศ ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม วันที่ 12-18 กันยายน 2567
• อยุธยาซิตี้พาร์ค อยุธยา วันที่ 28 กันยายน 2567 – 6 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ รามอินทรา (Fashion Island) วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก วันที่ 1-7 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต (Central Westgate) วันที่ 25- 31 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น วันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต วันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2567

ALL NEW MG3 HYBRID+ 4

สามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ได้ในช่องทาง FACEBOOK: MGTHAILAND

ลูกค้าที่สนใจสามารถชมข้อมูลตัวรถ ALL NEW MG3 HYBRID+ เพิ่มเติมได้ https://new-mg3.mgcars.com/en/cars/all-new-mg3-hybrid-plus หรือสามารถชมและทดลองขับได้ที่โชว์รูม เอ็มจี กว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ โดยสามารถจองขับได้ที่ลิงค์ https://hellohybridplus.mgcars.com/

ALL NEW MG3 HYBRID+ 6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

มาสด้าเดินหน้าส่งเสริมและสานฝันเยาวชนไทยเปิดตัวโครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024

0

มาสด้าเปิดตัวโครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” ซึ่งเป็นโครงการชั้นแนวหน้าในระดับสากลที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีพให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าและครอบครัว เพื่อเฟ้นหาและผลักดันเยาวชนไทยที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ ให้มีโอกาสไปโลดแล่นบนเวทีการแข่งขันระดับโลก ลุ้นรับทุนการศึกษา เพื่อก้าวสู่เส้นทางโปรกอล์ฟมืออาชีพ พร้อมเปิดตัว MAZDA EXCLUSIVE TOURNAMENT 2024” อีกหนึ่งโครงการที่จัดขึ้นเพื่อมอบเอกสิทธิ์สำหรับมาสด้าแฟมิลี่ในการเข้าร่วมสนุกออกรอบเล่นกอล์ฟ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์มากมายให้กับลูกค้า โดยทั้งสองโครงการจะจัดการแข่งขันขึ้น ในวันที่ 4 ตุลาคม 2567 นี้ ณ สนาม Alpine Golf Club ซึ่งงานแถลงข่าวครั้งนี้ มีเยาวชนทั้งชายและหญิง พันธมิตรผู้สนับสนุนการแข่งขัน ตัวแทนสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย โปรกอล์ฟ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ สนาม Alpine Golf Club จังหวัดปทุมธานี

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024 เป็นโครงการที่ถือกำเนิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของมาสด้า ที่ต้องการต่อเติมเสริมความฝันให้กับเยาวชนไทยทั้งชายและหญิงที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ มีโอกาสแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่บนสนามแข่งขันชั้นนำระดับโลก พร้อมผลักดันขีดความสามารถให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งริเริ่มโครงการ MAZDA EXCLUSIVE TOURNAMENT 2024 เพื่อมอบสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าครอบครัวมาสด้าได้เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเม้นต์พิเศษ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มาสด้ามุ่งมั่นตั้งใจจัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้า ที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นยานพาหนะคู่ใจไปตลอดการเดินทาง

การส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของผู้คน โดยเฉพาะเยาวชนให้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก โดยเฉพาะด้านกีฬาคือสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญตลอดมา มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้เยาวชนที่ต้องการเดินตามความฝัน ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับโลก และนำเอาความรู้ทักษะที่ได้รับจากการแข่งขันไปฝึกฝนพัฒนาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไปในอนาคต เช่นเดียวกับการริเริ่มโครงการในครั้งนี้ เพื่อผลักดันเยาวชนคนไทยทั้งชายและหญิงที่มีความสามารถ ให้ก้าวไปสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟอาชีพที่ทัดเทียมกับนานาชาติ มาสด้าเล็งเห็นว่าเยาวชนไทยก็มีความสามารถไม่แพ้นักกีฬาจากประเทศอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าหากเรามอบโอกาสและพื้นที่ในการแสดงศักยภาพให้กับเยาวชนกลุ่มนี้ ก็จะมีส่วนช่วยผลักดันให้พวกเขาประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่เขาเลือกได้ในอนาคต

โครงการ “MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” เป็นโครงการที่มาสด้าจัดขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อมอบสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับมาสด้าแฟมิลี่ที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ ได้มีโอกาสเดินตามความฝันและมุ่งสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ โดย เปิดรับสมัครเยาวชนจำนวน 39 คน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา (แบ่งเป็นชาย 25 คน และหญิง 14 คน) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน “รอบคัดเลือก” เตรียมจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 ณ สนาม Alpine Golf Club จังหวัดปทุมธานี โดยผู้ชนะเลิศและทำผลงานดีที่สุด 16 อันดับแรกของแต่ละประเภท จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายในโครงการ “MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่สำคัญ ในวันแข่งขันจะมีโค้ชจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาร่วมสังเกตุทักษะฝีมือการเล่นของแต่ละบุคคล ซึ่งเยาวชนที่มีความสามารถโดดเด่นจะมีโอกาสได้รับการเสนอทุนการศึกษา เพื่อปูทางสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ นอกจากนั้น นักกอล์ฟจำนวนครึ่งหนึ่งที่เข้าแข่งขันในรอบ CHAMPIONSHIP ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้รับคัดเลือกเพื่อเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันที่ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป

นอกจากจะมอบโอกาสให้เยาวชน ได้มีโอกาสก้าวสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพในระดับโลกแล้ว มาสด้ายังได้เปิดตัวอีกหนึ่งโครงการพิเศษ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับมาสด้าแฟมิลี่โดยเฉพาะ ด้วยการเชิญชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าและครอบครัว เข้าร่วมสนุกออกรอบเล่นกอล์ฟเป็น  ก๊วน พร้อมร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้โครงการ MAZDA EXCLUSIVE TOURNAMENT 2024” ซึ่งมาสด้าได้เปิดรับสมัครนักกอล์ฟลูกค้าเจ้าของรถยนต์มาสด้าจำนวน 46 คัน จำนวนนักกอล์ฟ 89 คน เข้าร่วมการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 ณ สนามกอล์ฟ Alpine Golf Club จังหวัดปทุมธานี โดยตั้งแต่เปิดรับสมัครไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มากกว่า 100 คัน และได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ทั้งสองโครงการนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของมาสด้าที่ต้องการยกระดับประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพื่อขอบคุณที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจของทุกคนในครอบครัวไปตลอดการเดินทาง ซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้รับโอกาสเพื่อออกเดินทางตามความฝันในการเป็นนักกอล์ฟอาชีพในระดับสากลแล้ว ยังได้รับความรู้และสัมผัสประสบการณ์ความสนุกจากการเล่นกอล์ฟออกรอบเป็นก๊วนอีกด้วย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อดูแลลูกค้าและส่งเสริมให้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก โดยมาสด้าให้ความสำคัญกับการเอาใจใส่ดูแลลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ภายใต้ Customer Experience Management (CXM) หรือการจัดการประสบการณ์ลูกค้า เน้นสร้างความพึงพอใจสูงสุดเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคง รวมถึงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Brand Value Management (BVM) หรือ การสร้างมูลค่าของแบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตให้มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่มาสด้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้าทุกคน” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

ภายในงานฯ มาสด้ายังได้ร่วมมือกับพันธมิตร ประกอบด้วย Adidas, Taylormade, สิงห์ คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท AR รวมทั้ง โปรแพรว ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์ นักกอล์ฟสาวไทยดีกรีไม่ธรรมดา เพราะเป็นถึงเจ้าของตำแหน่ง มิสทัวริซึ่ม ไทยแลนด์ 2020 ร่วมกันจัดกิจกรรม Mazda Golf Clinic ให้กับเยาวชนที่มาร่วมงานแถลงข่าวโดยมีโปรกอล์ฟอาชีพเป็นผู้มอบความรู้และสอนทักษะทั้งการไดร์ฟกอล์ฟ และการพัตต์กอล์ฟ พร้อมทั้งมีการจัดกิจกรรมให้คำแนะนำโดย US College ให้กับนักกีฬา เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ สิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าแข่งขันและผู้ชนะเลิศในการเข้าสู่การแข่งขัน JWCI (Junior World Cup Invitational 2025) พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน “MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกที่จะถึงในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 นี้

มาสด้าเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยที่มี Challenger Spirit เฉกเช่นเดียวกับแบรนด์มาสด้า ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งมาสด้าจะยังคงเดินหน้าส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าคุณค่าที่ได้จากรถยนต์ให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกช่วงเวลา เพื่อให้มาสด้ากลายเป็นส่วนหนึ่งในทุกประสบการณ์ความสุข และเพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่า มาสด้าจะเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้ากับ Joy Drives Lives แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นรถคู่ใจไปตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้ มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน Retention Business Model ซึ่งเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ แต่เพิ่มเติมเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น มุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention และเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือก คือ Top Retention Brand ให้บริการที่ลูกค้าพึงพอใจ Top Service Retention นำเสนอคุณค่าของแบรนด์ผ่านประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่มาสด้ามุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าแบรนด์ (Brand Value Management) ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

มาสด้ายังคงยึดมั่นแนวทางในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในด้าน Customer Retention และ Service Retention เพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่ามาสด้าจะเป็นแบรนด์หนึ่งเดียว ที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นพาหนะคู่ใจไปตลอดการเดินทาง นับจากวันนี้และตลอดไป

วิริยะประกันภัย ลุยน้ำมอบถุงยังชีพ เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ อย่างต่อเนื่อง

0

นายศักดิ์สิทธิ์ คีรีศรี ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนพิษณุโลก และนายจเร พิลึก ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนนครสวรรค์ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ข้าวสาร และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ผนังแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมถล่ม ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพื้นที่ประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย โดยดำเนินการส่งมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็น แก่กองอำนวยการประจำหมู่บ้าน เพื่อกระจายแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และลงเรือส่งมอบของแก่ประชาชนที่ติดอยู่ในที่พักอาศัย ณ บ้านวังใหญ่และบ้านวังทอง ตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการใช้ “ปฏิบัติการ FIRST AID” ช่วยเหลือประชาชนนำรถยนต์ออกจากพื้นที่จุดเสี่ยง และสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมตามเส้นทางที่ได้รับการแจ้งเหตุ พร้อมนำทีมงานวิริยะจิตอาสา ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นแก่ ผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือในอีกหลายชุมชน อาทิ บ้านสันช้างหิน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา และ บ้านท่าดอนไชย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลดให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน