Home Blog Page 131

สายลุยไม่ต้องรอ 3 เส้นทาง ใน 3 เมืองรองสุด Unseen จะปลุกจิตวิญญาณที่ท้าทายพร้อมค้นพบสิ่งใหม่ไปกับ GWM TANK 300 HEV

0
GWM TANK 300 HEV 1

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 นี้ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้ให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ประกาศตั้งเป้าสร้างรายได้ไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท จากการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่คาดว่าจะเดินทางอยู่ที่ประมาณ 200-220 ล้านคน/ครั้ง ขณะที่กระแสการท่องเที่ยวท่ามกลางคนไทย มักนิยมแสวงหาการท่องเที่ยวในเมืองรองหรือเมืองที่มีขนาดเล็ก (Overtourism) ที่มองหาความสงบและต้องการสถานที่พิเศษที่มอบประสบการณ์เฉพาะตัว หรือเป็นสิ่งใหม่ วัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่ทำความรู้จักกับท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสอดคล้องไปกับการสนับสนุนการท่องเที่ยวในเมืองรองของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนสายออฟโรดผู้ชื่นชอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย สัมผัสกับความตื่นเต้นตลอดทั้งเส้นทาง และความตื่นตาตื่นใจจากสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen จากเหนือลงใต้ในสามจังหวัด ทั้งแม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร และนครศรีธรรมราช ที่เต็มไปด้วยเส้นทางอันท้าทายในหลากหลายรูปแบบเพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยตลอดทั้งเส้นทาง เพราะเสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือความงดงามระหว่างทางกับประสบการณ์ความสนุก ตื่นเต้น และท้าทาย  โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นเสมือนรางวัลแห่งการเดินทาง

GWM TANK 300 HEV 2

3 เส้นทางออฟโรดในเมืองรอง พร้อมปลุกทุกจิตวิญญานของการสำรวจเส้นทางผจญภัยที่อัดแน่นไปด้วยอุปสรรคที่ท้าทายของธรรมชาติอันงดงาม และเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่รอให้ได้สัมผัสและพิสูจน์ให้ได้เห็นกับตา  

GWM TANK 300 HEV 8

 

ประเดิมด้วย “หมู่บ้านกลอเซโล” จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดินแดนแห่งทะเลหมอกสองแผ่นดิน ที่เมื่อมองจากด้านบนลงมาด้านล่างจะเห็นประเทศเมียนมาร์ที่ถูกกั้นด้วยแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำที่มีเรื่องเล่าของคำสาปเพื่อนรักระหว่าง “ของ” (แม่น้ำโขง) และ “คง” (แม่น้ำสาละวิน) ที่กลายเป็นตำนานและความเชื่อที่สืบต่อกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยเส้นทางการไปหมู่บ้านกลอเซโลนี้นับเป็นความท้าทายอย่างมาก รถออฟโรดสมรรถนะสูงสามารถขึ้นไปได้หลากหลายเส้นทาง และถนนที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ท้าทายให้จิตวิญญานเลือดนักสู้ได้หลั่งอะดรีนาลีนตลอดทั้งเส้น ทั้งจากอุปสรรคอย่างน้ำขัง หรือการข้ามลำห้วยที่ไหลเอื่อยตามธรรมชาติ และโคลนร่องลึก เช่น เส้นทางจาก อบต.แม่สามแลบ-เส้นห้วยแห้ง-ปูคำน้อย-บุญเลอ-กลอเซโล-กอมูเดอ โดยเส้นทางนี้เหล่านักผจญภัยควรใช้รถยนต์ออฟโรดที่มีความพร้อมทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ในหลายด้าน อาทิ การข้ามลำห้วยหรือฝ่าโคลนร่องลึก รถยนต์ออฟโรดสมมรรถนะดีเยี่ยมเพื่อสายลุยอย่าง GWM TANK 300 HEV ที่มีระบบช่วยผู้ขับขี่สายผจญภัยได้สนุกไปกับความท้าทายได้อย่างง่ายดาย ทั้งความสามารถในการลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 700 มม. ทำให้มั่นใจเมื่อต้องขับข้ามน้ำขังหรือลำห้วยที่ไหลเอื่อยตามธรรมชาติ ในขณะที่เมื่อต้องเจอกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยร่องโคลนซึ่งเป็นอีกอุปสรรคท้าทายของสายลุยที่มีโอกาสที่รถจะลื่นไถล ด้วยระบบล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Electric Differential Lock for front and rear axles) ช่วยเพิ่มสมรรถภาพการขับขี่ด้วยกลไกการถ่ายโอนกำลัง ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลไกล็อกของกล่องถ่ายโอนกำลังทั้งล้อหน้าและล้อหลัง สร้างระบบขับเคลื่อนออฟโรดแบบ 3 Locks และโหมดการขับขี่เฉพาะสำหรับโคลน พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ให้เหมาะสม ช่วยให้ผ่านเส้นทางดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

GWM TANK 300 HEV 4

หมุดที่ 2 กับความท้าทายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความชุ่มฉ่ำจากน้ำตก อย่าง “น้ำตกเต่าดำ” จังหวัดกำแพงเพชร อัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก เป็นน้ำตกหินดินดานสีดำหาดูได้ยากในประเทศไทย ที่มาของชื่อน้ำตกเต่าดำมาจากเมื่อก่อนที่แห่งนี้มีเต่าดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และหากขึ้นไปจุดสูงสุดของน้ำตกและมองลงมาด้านล่างก็จะเห็นแอ่งน้ำตกนี้เป็นรูปเต่าสีดำ เส้นทางสู่น้ำตกแห่งนี้เต็มไปด้วยลักษณะเส้นทางที่ท้าทาย ทั้งทางชัน แคบ และลื่นเนื่องจากความชื้นจากละอองน้ำ พื้นผิวขรุขระจากโขดหินและรากไม้ ร่องน้ำและทางข้ามลำธาร การเดินทางไปน้ำตกเต่าดำ สามารถใช้เส้นทางจากอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า – บ้านโละโคะ – หมู่บ้านป่าคา – น้ำตกเต่าดำ – บ่อน้ำพุร้อน น้ำตกเต่าดำ ที่ล้วนเรียกร้องรถออฟโรดที่มีสมรรถนะระดับดีเยี่ยมอย่าง GWM TANK 300 HEV ที่มีทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Off-road Cruise Control) เหมาะสำหรับพื้นสภาพถนนออฟโรดที่มีความซับซ้อน โดยหลังจากเปิดฟังก์ชันแล้ว ระบบจะควบคุมเครื่องยนต์และระบบเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อให้รถวิ่งด้วยความเร็วที่ต่ำและคงที่ ระบบ 4WD แบบเรียลไทม์อัจฉริยะ สามารถสลับโหมดได้ 3 โหมด ได้แก่ ขับเคลื่อนสองล้อ (2H สอดคล้องกับโหมดประหยัด) ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (AWD) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (4L) พร้อมยกระดับการท้าทายด้วยระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ซึ่งระบบจะจดจำข้อมูลภาพจากกล้องระหว่างการขับขี่ รวบรวมกับข้อมูลภาพของพื้นดิน เพื่อแสดงภาพพื้นถนนแบบพาโนรามาด้านล่างและด้านหน้ารถ ช่วยให้เหล่านักผจญภัยทราบสภาพใต้ท้องรถและหน้ารถเสมือนมองทะลุใต้ท้องรถได้ ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางท้าทายนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น ในส่วนของเทคนิคการขับขี่ แนะนำให้ใช้เกียร์ต่ำเมื่อขึ้น-ลงเนินชัน การรักษาความเร็วต่ำและสม่ำเสมอบนทางขรุขระ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหันบนพื้นลื่น ทันทีที่สายลุยออฟโรดได้สัมผัสละอองน้ำจากน้ำตกเต่าดำที่สูงตระหง่านท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ คือการค้นพบที่สุดของประสบการณ์ที่คุ้มค่าแม้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคตลอดทั้งเส้นทาง

GWM TANK 300 HEV 5

ไต่ระดับความท้าทายยังจุดหมายสุดท้ายที่ “ยอดเขารามโรม” จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ด้วยสภาพป่าดงดิบที่สามารถพบเฟิร์นมหาสดำ เฟิร์นโบราณที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์และเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ หากจะไปยังยอดเขารามโรมนี้ไม่ควรพลาดแวะจุดเช็คอินอย่างการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่เศรษฐีที่วัดร่อนนา ตำนานพระคู่บ้านคู่เมือง อ.ร่อนพิบูลย์ โดยเส้นทางการไปเขารามโรมนี้มีถนนขึ้นถึงยอดเขา จำเป็นต้องใช้รถออฟโรดโดยเฉพาะ เพราะต้องอาศัยความชำนาญเนื่องด้วยเส้นทางชัน แต่ทุกการขับขี่ด้วย GWM TANK 300 HEV เปลี่ยนทุกความท้าทายของการขับขี่ให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยสมรรถนะที่เป็นเลิศและระบบช่วยขับขี่ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามุ่งเน้นความปลอดภัยและความสะดวกสบายตลอดทั้งเส้นทาง เช่น กล้อง 360° ช่วยให้มองเห็นรอบคันรถจากมุมสูง ใช้ระบบช่วยเริ่มออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) เมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการไหลของรถ และระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) ใช้เบรกเพื่อช่วยควบคุมความเร็วของรถขณะขับรถลงบนทางลาดชัน นอกจากนี้ ในการผจญภัยทุกรูปแบบอาจเกิดเหตุการณ์ที่การเดินทางต้องไปถึงทางตันหรือการไปผิดเส้นทาง แต่ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) ก็จะช่วยให้การกลับรถเป็นเรื่องง่ายดาย โดยหลังจากเปิดฟังก์ชัน เมื่อระบบตรวจพบความตั้งใจในการหักพวงมาลัยเพื่อบังคับเลี้ยวมากกว่าปกติ ระบบจะส่งแรงเบรกไปที่ล้อหลังด้านในเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยว เพื่อช่วยให้รถสามารถเลี้ยวในวงแคบได้ ทั้งนี้ ตลอดทั้งเส้นทางแห่งความท้าทายของเส้นทางที่ลาดชันนี้ GWM TANK 300 HEV ยังแนะนำเทคนิคการขับขี่ ให้รักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ จับพวงมาลัยให้มั่นคง พร้อมรับการกระแทกหรือตกหลุมบนเส้นทางขรุขระ แต่คุ้มค่ากับความงดงามของทะเลหมอกและวิวพาโนรามาของยอดเขารามโรมจนเรียกว่าแทบจะหยุดหายใจ

GWM TANK 300 HEV 3

เที่ยวเมืองรองเปิดประสบการณ์ความท้าทาย พร้อมปล่อยให้ตัวตนได้รู้จักสิ่งใหม่ ๆ สู่ความทรงจำที่ไม่อาจลืม ลองสัมผัสความสนุก ตื่นเต้น และท้าทายตลอดทั้งเส้นทาง แต่ยังคงได้รับประสบการณ์ความสะดวกสบายแบบพรีเมียมในทุกการเดินทางสไตล์ออฟโรดกับ GWM TANK 300 HEV รถยนต์ออฟโรดระดับพรีเมียมจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในราคา 1,299,000 บาท สัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 17 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดเงินสดมูลค่า 300,000 บาท ดอกเบี้ย 2.15% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

“OMODA & JAECOO” จัดทริป “OJ Wander & Wonder สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปกับ JAECOO 6 EV ยนตรกรรมไฟฟ้าดีไซน์ ONE BOX STYLE

0
OMODA & JAECOO 1

OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) แบรนด์รถยนต์ภายใต้ Chery Automobile บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดของจีน จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “OJ Wander & Wonder” ชวนเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สร้างความประทับใจไปกับ JAECOO 6 EV รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE การผสมผสานไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่มาพร้อมความสามารถออฟโรดและออนโรดได้อย่างมั่นใจ

OMODA & JAECOO 2

เส้นทางการเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ JAECOO 6 EV ผ่านระบบขับเคลื่อน 4WD ที่สามารถพิชิตได้ทั้งถนนทางเรียบและเส้นทางออฟโรด พร้อมสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอันงดงามริมอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก พักรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “แกลเลอรีแห่งคุณค่า” ที่สะท้อนวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง เป็นพื้นที่ที่สะท้อนปรัชญาการใส่ใจสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับยานยนต์ไฟฟ้า JAECOO 6 EV

OMODA & JAECOO 3

“JAECOO 6 EV ไม่เพียงเป็นรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูง แต่ยังเป็นรถที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง” สุชาดา ชูสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เราต้องการให้ลูกค้าทุกคนสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนทั่วไป การผจญภัยในเส้นทางออฟโรด ไปจนถึงการชาร์จไฟที่ทำได้อย่างง่ายดาย สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับทุกคน”

OMODA & JAECOO 4

ตลอดการเดินทาง JAECOO 6 EV ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสะดวกสบายที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับ ทุกเพศทุกวัยในการเดินทางไกล ด้วยระยะทางการขับขี่ที่ยาวนานถึง 426 กิโลเมตร (NEDC) ทำให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในเรื่องการชาร์จไฟที่สะดวกสบาย สามารถแวะพักชาร์จตามจุดต่างๆ ได้อย่างสบายใจ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกจุดชาร์จได้ตามความสะดวกผ่านแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลสถานีชาร์จครอบคลุมทั่วประเทศ เพียงแค่จอดรถและเสียบปลั๊ก ผู้ขับขี่สามารถใช้เวลาระหว่างรอชาร์จไฟในการพักผ่อน รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อเติมความสดชื่นก่อนออกเดินทางต่อได้อย่างมั่นใจ ซึ่งความสะดวกสบายในการขับขี่ได้ถูกแสดงออกผ่านการขับขี่ของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ นิวเจน ที่ขับขี่รถไฟฟ้าออกทริปเป็นครั้งแรก ตอบโจทย์ความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการให้ JAECOO 6 EV เป็นรถสำหรับทุกคน และตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์

OMODA & JAECOO 7

 

JAECOO 6 EV โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ฉีกกฎงานดีไซน์ทุกการเดินทาง พร้อมเติมเต็มสุทรียภาพในการขับขี่ มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ โดยมีคุณสมบัติเด่นมากมาย อาทิ
•โหมดการขับขี่ 9 โหมด สำหรับรุ่น Long Range 4WD
•ตัวถังอะลูมิเนียมทั้งคัน พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LFP)
•ไฟหน้าแบบ Headlamp Matrix Adaptive
•เบาะนั่ง Super Comfort พร้อมระบบนวด ช่วยผ่อนคลายขณะขับรถ
•ระบบเครื่องเสียง Infinity ลำโพง 12 ตำแหน่ง
•ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS 13 ระบบ

OMODA & JAECOO 5

JAECOO 6 EV มีให้เลือก 2 รุ่น
•รุ่น Long Range 4WD: สมรรถนะ 279 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 418 กม. (NEDC) พร้อม 9 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom, All road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) ราคา 1,249,000 บาท
•รุ่น Long Range 2WD: สมรรถนะ 184 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 426 กม. (NEDC) พร้อม 4 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom) ราคา 1,099,000 บาท

OMODA & JAECOO 7

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับขี่และจองรถ JAECOO 6 EV ได้ที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศของ OMODA & JAECOO ทั้ง 23 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย พร้อมรับเอกสิทธิ์ข้อเสนอพิเศษดังนี้
จอง JAECOO 6 EV วันนี้ รับข้อเสนอ “Your Choice, Your Deal” เลือกโปรได้ตามใจ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์2568 เลือกรับข้อเสนอพิเศษได้ดังนี้
Choice 1 เลือกโปร ฟรีชุดแต่ง Senior Package จัดเต็ม 16 ชิ้น* และ ฟรี ประกันภัย 2 ปี* สำหรับซื้อเงินสด
Choice 2 เลือกโปร ฟรีค่าบำรุงรักษารถ 5 ปี* และ ฟรี ประกันภัย 2 ปี*สำหรับซื้อเงินสด
Choice 3 เลือกโปร ดอกเบี้ย 0% นาน 4 ปี* และ ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
Choice 4 เลือกโปร ช่วยผ่อน 4,583 บาท/เดือน นาน 1 ปี* และฟรี ประกันภัย 1 ปี*

พร้อมรับข้อเสนออื่นๆมูลค่ากว่า 100,000 บาท**
-ฟรี! โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*
-ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*
-ฟรี! Garmin รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ JAECOO x Garmin FORERUNNER 165 มูลค่า 9,990 บาท* (สินค้ามีจำนวนจำกัด)
-ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
-ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*
-ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
(แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
●การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
●การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
●การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
-ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L)*
-ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*
*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://omodajaecoo.co.th/pdf/Jaecoo6_EV_Brochure_Th.pdf

 

 

 

 

Porsche ส่งมอบรถยนต์จำนวน 310,718 คันในปี 2024

0
PORSCHE 1

ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) ได้ปรับโฉมผลิตภัณฑ์อย่างครอบคลุม โดยมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่มากถึง 4 โมเดล ในทั้งหมด 6 โมเดล ได้แก่ พานาเมร่า (Panamera), ไทคานน์ (Taycan), 911 และ มาคันน์ (Macan) สำหรับปอร์เช่ (Porsche) การเติบโตใน 4 จาก 5 ภูมิภาคทั่วโลกได้ทำสถิติใหม่ครั้งสำคัญ สัดส่วนของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 22 เป็น 27 เปอร์เซ็นต์ และเกือบครึ่งหนึ่งของรถเหล่านี้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าล้วน

ผู้ผลิตรถสปอร์ตแสดงให้เห็นถึงการตั้งตัวที่มั่นคงในปี 2024 และส่งมอบรถยนต์จำนวน 310,718 คัน ซึ่งลดลงเล็กน้อยเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ข้อเท็จจริงที่น่ายินดีอีกประการหนึ่งคือ ลูกค้า ปอร์เช่ (Porsche) กำลังให้ความสนใจในการปรับแต่งรถยนต์ของพวกเขามากขึ้น โดยการเลือกอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมจากอุปกรณ์มาตรฐานตามความต้องการส่วนบุคคล

ปอร์เช่ (Porsche) เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในปี 2024 รุ่นที่สอง นั่นคือ
มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ เดทเลฟ วอน เพลเทน (Detlev von Platen) สมาชิกคณะกรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) กล่าวว่า “การเปิดตัวรถรุ่นนี้ทำให้เราตื่นเต้นมาก ผมจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการส่งมอบ มาคันน์ (Macan) รุ่นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดมากกว่า 18,000 คันให้กับลูกค้าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยรวมแล้วเราพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความแข็งแกร่งมากในปี 2024 แม้ในสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่ท้าทาย เราลงทุนอย่างมากในแบรนด์ของเราและยินดีที่เห็นยอดการจำหน่ายของเรายังคงมีความสมดุลในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก”

ปอร์เช่ (Porsche) เติบโตขึ้นใน 4 ภูมิภาคจาก 5 ภูมิภาคทั่วโลก
ในทวีปยุโรป (ยกเว้นประเทศเยอรมนี) ปอร์เช่ (Porsche) ส่งมอบรถยนต์เป็นจำนวน 75,899 คันในปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในตลาดบ้านเกิดอย่างประเทศเยอรมนี มีลูกค้าจำนวน 35,858 คนที่ได้รับรถของตนเองไปแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นมากถึง 11 เปอร์เซ็นต์ สำหรับทวีปอเมริกาเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการจำหน่ายปอร์เช่ (Porsche) สูงที่สุด โดยมียอดการส่งมอบ 86,541 คัน เพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในประเทศจีน มีการส่งมอบรถยนต์ 56,887 คัน (-28 เปอร์เซ็นต์) การลดลงนี้ส่วนใหญ่เกิดจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ (Porsche) ยังคงยึดมั่นในแนวทางการขายที่เน้นคุณค่า จุดมุ่งหมายคือการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการหรืออุปสงค์และปริมาณการขายหรืออุปทานนี้ ภูมิภาคต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโต 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีการส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 55,533 คันในภูมิภาคนี้

มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน
ต้นปีนี้ มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้เฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศสิงคโปร์ และได้มีการเปิดตัวในตลาดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน จนถึงสิ้นปี 2024 มีการส่งมอบรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้แล้วทั้งหมด 18,278 คัน ในหลายประเทศนอกสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ (Porsche) ยังคงนำเสนอ มาคันน์ (Macan) รุ่นที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปควบคู่ไปกับรุ่นพลังานไฟฟ้า โดยมีการส่งมอบรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์สันดาปไปทั้งหมด 64,517 คัน รวมแล้ว ปอร์เช่ (Porsche) ส่งมอบ มาคันน์ (Macan) ไปทั้งหมด 82,795 คันในปี 2024 ซึ่งลดลง 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสามารถอธิบายการลดลงนี้ได้จากการยกเลิกการผลิต มาคันน์ (Macan) รุ่นเครื่องยนต์สันดาปในยุโรปและการเปิดตัวรุ่นพลังงานไฟฟ้าในแต่ละประเทศทั่วโลกตามลำดับ

รถสปอร์ตไอคอนิก 911 ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2024 โดยมีการส่งมอบทั้งหมด 50,941 คัน เพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2023 ขณะที่รุ่น 718 บ็อกซเตอร์ (718 Boxster) และ 718 เคย์แมน (718 Cayman) มีการส่งมอบ 23,670 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยรวมแล้ว มีการส่งมอบรถยนต์ไทคานน์ (Taycan) ทั้งหมด 20,836 คันในปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลง 49 เปอร์เซ็นต์ การลดลงนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงรุ่น และการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าโดยทั่วไปดำเนินไปช้ากว่าที่วางแผนไว้ ส่วนรุ่นคาเยนน์ (Cayenne) ได้รับการพัฒนาปรับปรุงในปี 2023 และกลายเป็นรถที่มียอดจำหน่ายดีที่สุดในบรรดารุ่นทั้ง 6 ของปอร์เช่ (Porsche) ในปี 2024 โดยมีการส่งมอบ 102,889 คัน เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนรุ่นพานาเมร่า (Panamera) มียอดการส่งมอบ 29,587 คัน การลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ในรุ่นนี้สามารถอธิบายได้จากความต้องการที่ลดลงในตลาดจีน

สำหรับในปี 2025 เดทเลฟ วอน เพลเทน (Detlev von Platen กล่าวว่า “ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใหม่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ข้อเสนอของเราจึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าของแบรนด์ ในขณะเดียวกัน แน่นอนว่าเรารับรู้ว่าเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์จะมีความท้าทายมากกว่าเคยในปี นี้ แต่อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของเราคือการเสริมสร้างแบรนด์ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั่วโลกและดึงประโยชน์จากศักยภาพของตลาด เราจะทำเช่นนี้เพื่อสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้เราสามารถยึดมั่นในหลักการขายที่เน้นคุณค่าของเราต่อไป”

 

“AAS Motorsport” ฉลองชัย คว้าแชมป์ประจำปี B-Quik Thailand Super Series 2024 ในงาน “The Night of Champions 2024”

0
AAS Motorsport 1

ผลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “B-Quik Thailand Super Series 2024” กับการขับเคี่ยวชิงความเป็นหนึ่งกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงสนามสุดท้าย ในงาน The Night of Champions 2024 เพื่อมอบถ้วยรางวัลแชมป์ประจำปี 2024 ของทุกรุ่นการแข่งขัน ณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ , ริมทะเลสาบเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา

AAS Motorsport 2

โดย บูม กันตธีร์ กุศิริ นักแข่งมืออาชีพ และรถแข่ง Porsche 718 Cayman GT4RS Clubsport หมายเลข 18 จากทีมเอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต สร้างผลงานยอดเยี่ยมทวงบัลลังก์แชมป์ คว้ารางวัล Champion of the Year 2024 ในรุ่น Thailand Supercar GT4 – Overall และ Porsche Sprint Trophy Thailand GT4 มาครอง ด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 ของการแข่งขัน

AAS Motorsport 3

ด้าน มิกกี้ คมิก กรรณสูต อีกหนึ่งนักแข่งดีกรีแชมป์ของทีมฯ ซึ่งลงแข่งขันด้วยรถ Porsche 992 GT3 Cup หมายเลข 17 ทำผลงานได้ไม่น้อยหน้าหลังร้างวงการไปกว่า 5 ปี จบการแข่งขันไปด้วยคะแนนรวมอันดับที่ 3 ของรุ่น Thailand Supercar GTM – Overall และอันดับที่ 1 Porsche Sprint Trophy Thailand GTM

AAS Motorsport 6

สำหรับปี 2025 ทีมเอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต เตรียมเดินหน้าสู้ศึกความเร็วต่อในรายการ “B-Quik Thailand Super Series 2025” โดยมีตารางการแข่งขันดังนี้

Event 1: 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ จ.บุรีรัมย์
Event 2 : 2 – 6 มิถุนายน 2568 ณ สนามบางแสน สตรีทเซอร์กิต จ.ชลบุรี
Event 3 : 8 – 10 สิงหาคม 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
Event 4 : 9 – 21 กันยายน 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
Event 5: 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ จ.บุรีรัมย์

AAS Motorsport  5

แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารรายงานความมันส์ ได้ที่เพจ Facebook & Instagram : AAS Motorsport และทางเว็บไซต์หลัก https://www.aasautoservice.com/

“ฮุนได” ชวนคุณเปิดดวงต้อนรับปีมะเส็งที่ IONIQ LAB 26 ม.ค. นี้ ลุ้นเช็กดวงฟรีกับ Mootae World พร้อมรับขวัญถุงปีใหม่ และกิจกรรมเพื่อสายมูแบบจัดเต็ม

0
Hyundai 1

ฮุนได ชวนคุณเปิดศักราชใหม่ให้สุดปัง! เปิดบ้านฉลองเทศกาล Lunar New Year 2025 ต้อนรับสิ่งดี ๆ ภายใต้การตกแต่งตีมปีมะเส็งสุดอลังการ พร้อมกิจกรรมมากมายที่สายมูห้ามพลาด! เพียงลงทะเบียนร่วมกิจกรรมรับขวัญถุงทันที พร้อมฟรี Wallpaper เสริมดวง อีกทั้งกิจกรรมเสี่ยงเซียมซีรับคำทำนายโชคชะตาจากวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดดังย่านฝั่งธน พิเศษเฉพาะวันที่ 26 ม.ค. กับไฮไลต์กระทบไหล่หมอดูคนดังจากเพจมูเตเวิร์ล Mootae World เปิดคำทำนายราศีไหนจะปังหรือราศีไหนต้องระวัง! ใครจะมีเกณฑ์ออกรถใหม่พร้อมทิปเลือกสีรถตามราศี และอีกมากมาย

นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้สัมผัสยานยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ IONIQ อย่างใกล้ชิด ที่ชูจุดเด่นระบบชาร์จเร็วพิเศษ 18 นาที 80% ทั้ง IONIQ 5 เอสยูวีไฟฟ้าเจ้าของรางวัลที่ผสานความสวยงามแบบย้อนยุคเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยชาร์จหนึ่งครั้งวิ่งได้ไกลถึง 481 กิโลเมตร ตามมาด้วย IONIQ 6 ซีดานสุดโฉบเฉี่ยวที่วิ่งได้ไกลถึง 545 กิโลเมตร มาพร้อมกับระบบชาร์จทั้งแบบ 400V และ 800V ด้วยรูปทรงที่สะท้อนถึงความสง่างามอย่างลงตัว

พิเศษ! 26 ม.ค. – 8 ก.พ. นี้ สำหรับลูกค้าที่ Test Drive กับ IONIQ Lab ภายในระยะเวลากิจกรรม รับฟรี Starbucks Voucher มูลค่า 300 บาท

นอกจากนี้ ท่านจะได้พบกับ IONIQ 5 N กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงใหม่ล่าสุดที่จะมอบประสบการณ์แห่งขุมพลังและนวัตกรรมที่เหนือชั้นในการขับขี่ที่สายสปอร์ตต้องว้าวอย่างแน่นอน

ห้ามพลาด! Manifest ดวงปีนี้กันให้ปัง เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนจองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ https://hyundai-ioniqlab.com/pdpa.html เพื่อลุ้นดูดวงกับแม่หมอจากเพจ Mootae World ฟรี พร้อมรับของกำนัลอีกมากมายในงาน แล้วพบกันตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ IONIQ Lab ทรู ดิจิทัล พาร์ค

 

“ซูซูกิ” เปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานเพิ่ม 3 แห่ง หวังยกระดับงานบริการ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ตั้งเป้าขยายครบ 50 แห่ง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ตามแผนงานด้านการขาย ที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในปีนี้

0
SUZUKI 1

ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market” ที่เคยประกาศไว้ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถของผู้จำหน่ายรถยนต์ให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับการยกระดับงานบริการรูปแบบใหม่ ตอกย้ำถึงการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ ผ่านคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิ

SUZUKI 2

จากแผนงานที่ทางซูซูกิได้ร่วมมือกับทางผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน เพื่อรองรับงานบริการได้อย่างครบครัน ในปีนี้เราเดินหน้าแผนงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการเปิดศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง และจะทยอยเปิดบริการเพิ่มขึ้นในปีนี้เพื่อให้สามารถรองรับการดูแลลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานของซูซูกิอย่างแท้จริง

นอกจากการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีฯ ซูซูกิยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยงานบริการแบบ S-Solution ซึ่งเป็นการช่วยเสริมให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่เตรียมจะนำมาจำหน่ายตามแผนงานด้านการขายที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ภายในปีนี้ ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าและสามารถแข่งขันได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

SUZUKI 3

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ซูซูกิแสดงให้ผู้บริโภคได้รับทราบเสมอมา คือ ความใส่ใจในงานบริการและการดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ ผ่านการร่วมมือร่วมใจกับผู้จำหน่ายในการพัฒนาและเดินหน้าการยกระดับงานบริการให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ซูซูกิได้ร่วมกับผู้จำหน่ายในพิธีแต่งตั้งศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต จำนวน 3 ราย (4 สาขา) ครอบคลุมพื้นที่บริการในหลายจังหวัดมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

1.บริษัท ชุนหลี ออโต เซลส์ จำกัด จ. สระแก้ว
2.บริษัท เอส ซี เอ็น ออโต กรุ๊ป จำกัด จ. นครนายก
3.บริษัท ไอทีโอเอ ออโต้เซลส์ จำกัด จ. ชลบุรี (ศรีราชา)
4.บริษัท เอ พี เอ็ม ออโตโมบิล จำกัด จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยผู้จำหน่ายทั้ง 3 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐานงานบริการจาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันเราจึงมีศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ให้บริการทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 41 สาขา ซึ่ง 5 จุดแข็งอันสำคัญที่ทุกศูนย์บริการที่ผ่านมาตรฐานต้องมี ประกอบด้วย

SUZUKI 4

อะไหล่แท้ซูซูกิ : เชื่อมั่นในคุณภาพของอะไหล่แท้ที่ได้รับรองมาตรฐานของซูซูกิ
บริการอย่างมืออาชีพ : มั่นใจในบริการและการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเป็นมิตรและใส่ใจทุกรายละเอียดการซ่อมโดยช่างผู้มีความชำนาญที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการอบรมในการซ่อมรถยนต์ซูซูกิ
เครื่องมือมาตรฐานซูซูกิ : ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจากซูซูกิ ช่วยให้การซ่อมมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมั่นใจในคุณภาพงานซ่อม
สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับรองมาตรฐานซูซูกิ : ใช้สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของซูซูกิ ทำให้สีรถสวยงามและทนทาน เหมือนใหม่จากโรงงาน
การรับประกันงานซ่อม : รับประกันงานซ่อมว่ามีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะรับประกันงานซ่อม 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และอะไหล่รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า ซูซูกิยังมีแผนงานที่จะขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิ เพิ่มเติมให้เป็น 50 แห่ง ภายในเดือนมีนาคม 2568 เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจของซูซูกิและรองรับลูกค้าพร้อมส่งมอบบริการและประสบการณ์การใช้บริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้อย่างครบครันอีกด้วย

SUZUKI 4

นอกจากการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิ งานบริการด้านอื่นๆ ยังถูกยกระดับเพิ่มเติมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (Dealer Management System หรือ DMS) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ในแบบ Real Time ซึ่งช่วยให้ทราบถึงประวัติการเข้ารับบริการของลูกค้า และสามารถประเมินความต้องการ ไปจนถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกจากเป็นแนวทางในการยึดมั่นให้เราพัฒนางานบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าแล้ว ยังเป็นโครงการที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและคนไทยทุกท่าน ว่านอกเหนือจากที่ซูซูกิเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์แล้ว เรายังหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ตรุษจีนปีนี้ เที่ยวปลอดภัยทั้งครอบครัว กับ 6 เคล็ด (ไม่) ลับ จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้เดินทางปลอดภัยอุ่นใจตลอดทั้งเส้นทาง

0
GWM 1

恭喜發財 Gong Xi Fa Cai เทศกาลตรุษจีนกำลังจะมาถึง หลายครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนเตรียมออกเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวพักผ่อนพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว บางครอบครัวอาจใช้โอกาสวันเที่ยวปีนี้เน้นการท่องเที่ยวตามเมืองรองเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและกลิ่นอายสไตล์จีน เช่น เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ ซึ่งเป็นงานฉลองยิ่งใหญ่ประจำปี หรือขบวนแห่มังกรที่ยาวที่สุดในประเทศที่จังหวัดนครสวรรค์ และในจังหวัดจันทบุรี เมืองรองขึ้นชื่อที่ชาวไทยเริ่มนิยมไปเที่ยว ทั้งไฮไลต์อย่างชุมชนริมน้ำจันทบูร ตลาดขนมแปลกชุมชนตะวันออก หรือกระทั่งสัมผัสวัฒนธรรมต่างขั้วอย่าง โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล พร้อมชิมอาหารจีนต้นตำรับที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอย่าง ‘อิ่วก้วย’ แป้งทอดใส่ไส้สไตล์จีนแต้จิ๋ว ที่ไส้ด้านในมีส่วนผสมของกุ้งแห้งจังหวัดจันทบุรี พร้อมจิบ ‘น้ำมะปี๊ด’ หรือ ‘น้ำส้มจี๊ด’ ของดีดื่มง่าย รสชาติถูกปากของจันทบุรี

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก ชวนชาวไทยเชื้อสายจีนออกท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ พร้อมขอร่วมอวยพรตรุษจีนปีมะเส็ง ขอให้ปีงูเล็ก 2568 นี้ พ่นแต่ความสุข ความปังแบบรอบทิศ ขอให้ชาวไทยทุกท่านประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทอง พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความห่วงใยด้านความปลอดภัยในทุกการเดินทางท่องเที่ยว แนะนำ 6 เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อให้ทุกทริปในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้เต็มเปี่ยมด้วยความปลอดภัย อุ่นใจ และสะดวกสบายอย่างราบรื่น ดังนี้

อุ่นใจยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งกว่า กับโครงสร้างตัวถังของรถยนต์อันแข็งแกร่งทรงพลัง

GWM 2
ด้วยปรัชญาการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด รถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกตระกูลและทุกรุ่น ได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ถูกผลิตขึ้นจากวัสดุเหล็กที่มีความแข็งแรงและคุณภาพสูง สามารถดูดซับแรงกระแทกในห้องโดยสารเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถกระจายแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องห้องโดยสารได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสถานการณ์ อย่าง GWM HAVAL H6 HEV รถยนต์เอสยูวีอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมที่ตัวถังมาพร้อมกับเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษเชื่อมด้วยเลเซอร์ กรอบประตูเหล็กแบบขึ้นรูป อีกทั้งยังมาพร้อมกับคอพวงมาลัยที่ดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่ GWM ORA 07 ที่มีการผสมผสานวัสดุเหล็กสร้างความแข็งแกร่งและทนทานให้กับรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย เหล็กที่มีความแข็งแรงสูง 30.6% เหล็กที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษ 29.4% และเหล็กขึ้นรูปร้อน 17.6% ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกมั่นใจในความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการโค้งงอที่ยอดเยี่ยม พร้อมปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากการกระแทกจากด้านหน้า ด้านข้าง และหลังคาได้เป็นอย่างดี GWM ORA Good Cat มีโครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้า IronBone™ ซึ่งเป็นเหล็กขึ้นรูปร้อนที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษที่สามารถต้านทานแรงดึงได้สูงถึง 1,520 Mpa รวมไปถึงเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง 65% ผนวกกับเหล็กเทอร์โมฟอร์มถึง 8 ชิ้น จะเห็นได้ว่ารถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถูกออกแบบด้วยความพิถีพิถันและความใส่ใจผ่านการผลิตและการประกอบเพื่อส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่ดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้าทุกคน

ปลอดภัยยิ่งกว่า การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก ANCAP

GWM 3
Australasian New Car Assessment Program หรือ ANCAP คือ สถาบันประเมินรถยนต์ใหม่ตามมาตรฐานออสตราเลเซีย ที่มีโปรแกรมทดสอบความปลอดภัยของรถยนต์ด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน รถยนต์พลังงานใหม่ทุกกลุ่มพลังงานของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้ง GWM HAVAL H6, GWM HAVAL JOLION, GWM ORA Good Cat, GWM TANK 300, GWM TANK 500 และ GWM POER SAHAR (รุ่นที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย) ล้วนได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก (ANCAP) ทั้งสิ้น โดยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของรถยนต์และถุงลมนิรภัย เป็นหนึ่งในหลาย ๆ องค์ประกอบสำคัญของการประเมินผลและการรับรองมาตรฐานดังกล่าว เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า จะช่วยป้องกันผู้โดยสารแถวหน้าจากการกระแทกบริเวณศรีษะและหน้าอกซึ่งเป็นส่วนที่จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตมากที่สุด อีกทั้งยังมี ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ที่จะพองตัวบริเวณแผงประตู ช่วยปกป้องบริเวณส่วนครึ่งกลางรวมไปถึงด้านล่างของร่างกายผู้โดยสารทุกคนในรถยนต์จากการกระแทกที่เกิดขึ้น รวมไปถึงอันตรายจากเศษกระจกจากบานประตูได้อีกด้วย และสุดท้าย ม่านถุงลม ที่จะพองตัวคลุมบริเวณหน้าต่างทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของรถยนต์ ช่วยป้องกันศีรษะและใบหน้าในกรณีที่เกิดการการชนบริเวณด้านข้างของตัวรถยนต์ โดยถุงลมนิรภัยที่ใส่มาแบบรอบคัน ช่วยลดผลกระทบจากอุบัติเหตุที่อาจถึงแก่ชีวิตได้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เสมือนผู้ช่วยฉุกเฉิน กับ 2 ปุ่ม (ไม่) ลับ อุ่นใจไม่ว่าสถานการณ์จะคับขันแค่ไหนก็ตาม

GWM 4

หลากหลายสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมักเกิดขึ้นได้จริง เกินความคาดหมาย เช่น อาการหน้ามืดขณะขับรถ หรือรถเสียการทรงตัวและไถลลงข้างทางในคืนฝนตก หรือหมอกลงหนาทัศนวิสัยไม่ดี ขณะขับรถเที่ยวบนดอยสูง ระบบความช่วยเหลือภายในรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ผ่านการคิดค้นมาอย่างรอบด้านและรอบคอบ สามารถช่วยเหลือทุกคนในห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 2 ปุ่ม ทั้ง ปุ่ม SOS และ ปุ่ม Call Center ที่ช่วยเหลือและสามารถช่วยกู้สถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที โดยทั้ง 2 ปุ่มนี้ คือนวัตกรรมที่ถูกติดตั้งไว้ในรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกคัน โดย ปุ่ม SOS จะเป็นการกดโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน หรือในกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนถุงลมนิรภัยแตก โดยระบบจะแจ้งพิกัดของตัวรถไปยังหน่วยงานฉุกเฉินทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังมาพร้อม ปุ่ม Call Center หรือปุ่มบริการลูกค้า ที่ผู้ขับขี่สามารถกดโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ Call Center โดยตรง มอบความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มากยิ่งขึ้น

เมื่อเทคโนโลยีอ้นล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

GWM 9

วันเที่ยวตรุษจีนปีนี้คาดการณ์ว่าชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจะออกมาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก การจราจรในถนนเส้นหลักหลาย ๆ เส้นรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศอาจคับคั่งไปด้วยประชากรรถยนต์จำนวนมาก ภายใต้การจราจรที่ท้าทายเช่นนี้ รถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีฟีเจอร์และฟังก์ชันด้านความปลอดภัยมากมายให้แก่ผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง เพื่อเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงเมื่อมีรถบรรทุกข้างเคียงและเริ่มเบี่ยงเข้าใกล้ โดยระบบช่วยบังคับพวงมาลัยเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย ในขณะที่ ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 นั้น มีส่วนช่วยลดความเสียหายจากการชนต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรถจะพยายามรักษาเสถียรภาพเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ยังมี ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) เมื่อกำลังถอยหลังออกจากบ้านหรือช่องจอด หรือ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) และ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) ก็สามารถสร้างความอุ่นใจได้ในทุกการขับขี่ ทั้งการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การช่วยลดความรุนแรงขณะเกิดเหตุ การป้องกันความเสียหายซ้ำซ้อน

สถานการณ์ไหนก็อุ่นใจยิ่งกว่ากับ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 68 สาขา ที่พร้อมให้บริการในเทศกาลตรุษจีนนี้ทั่วประเทศ

GWM 5

หมดห่วงกับทุกทริปเมื่อต้องออกเดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือจะโอกาสไหนก็ตาม ด้วยเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 68 สาขาทั่วประเทศ ที่สามารถดูแลและช่วยเหลือผู้ขับขี่รถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกรุ่น ครอบคลุมทุกพื้นที่การเดินทางที่กระจายตัวทั่วทั้งเมืองหลัก-เมืองรอง และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการและคำปรึกษา ผ่านการอบรมจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยตรง เครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัยได้มาตรฐาน อะไหล่แท้ทุกชิ้นพร้อมการรับประกัน และระบบติดตามคุณภาพการให้บริการ โดยสามารถนัดหมายล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันเพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการที่รวดเร็ว พร้อมทั้งการติดตามสถานะการซ่อมผ่านแอปฯ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ที่ให้บริการแบบไม่มีวันหยุด บริการรถซ่อมเคลื่อนที่ถึงจุดเกิดเหตุและการประสานงานรถยกฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมประสานงานและสามารถไปถึงจุดเกิดเหตุได้ภายใน 30 นาที สำหรับเหตุฉุกเฉิน และภายใน 45 นาที สำหรับบริการรถยก (ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) นอกจากนี้ ยังสามารถรับ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินผ่าน แอปพลิเคชัน GWM หรือติดต่อผ่าน GWM Contact Centre ได้ที่เบอร์ 02-668-8888 กด 1 บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ทั้งนี้ก็เพื่อมอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกเส้นทาง สู่ประสบการณ์อันเหนือระดับเพื่อผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ เริ่มที่ตัวเรา

GWM 6

นอกจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้มาแบบจัดเต็มแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นในอัตราที่ต่ำที่สุดจะต้องมาจาก ผู้ขับขี่ เอง โดยวิธีเบื้องต้นง่าย ๆ ในกรณีที่ผู้ขับขี่เริ่มมีอาการอ่อนเพลียหรือเมื่อยล้าจากการขับขี่รถยนต์ติดต่อกันเป็นเวลานานด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว เช่น การใช้ผ้าเย็นประคบในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลัง การยืดเส้ดยืดสายระหว่างทาง การดมยาดมเพื่อให้เกิดความสดชื่น การรับประทานลูกอมหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว การหยุดรถและพักผ่อนประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า การงดดื่มแอลกอฮอลล์หากต้องมีการขับรถ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุคือ การรักษากฎระเบียบการจราจร รวมถึงการมีสติและไม่ประมาทตลอดเส้นทางการขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้

ทั้งหมดนี้คือเคล็ด (ไม่) ลับ 6 ข้อ ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำมาให้ชาวไทยได้นำไปเตรียมตัวเพื่อออกทริปตรุษจีนปีนี้อย่างสวัสดิภาพ และราบรื่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจโดยเล็งเห็นถึงความปลอดภัยในด้านการขับขี่ของผู้ใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ นำไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำที่ให้มาพร้อมกับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่น ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทาง ได้อย่างปลอดภัยในทุก ๆ เส้นทาง ในอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนา รวมถึงส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในด้านการขับขี่ที่มีความหลากหลายให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก

“ฮอนด้า” ร่วมมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ปี 2568 เพียงลูกค้านำรถยนต์รับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมมาตรการ* สามารถลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท เริ่ม 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 68

0
Honda 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ชวนลูกค้ารับบริการเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2568 ได้ตามจริงสูงสุด 30,000 บาท** ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 สามารถตรวจสอบรายละเอียดโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0”* ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777

เงื่อนไขสินค้าและงานบริการที่สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” จำนวน 30,000 บาท** ได้แก่ งานบริการใด ๆ รวมถึงอะไหล่และเคมีภัณฑ์ ที่ชำระเงินและใช้บริการในช่วงเวลาของมาตรการ

•งานตรวจเช็กตามระยะทาง งานซ่อมทั่วไป และงานซ่อมตัวถังและสี ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน
•งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของฮอนด้า (Accessories) และ Honda Connect

ทั้งนี้ ลูกค้า ฮอนด้า สามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านบริการ “Online Service Booking” ได้ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda-Thailand) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777

“นิสสัน” จัดกิจกรรมพิเศษ “Drive You to Success” หนุนเอสเอ็มอีเพิ่มความพร้อม ลุยสู่ความสำเร็จ

0
นิสสัน 1

นิสสัน ร่วมมือกับตัวแทนผู้จำหน่ายฯ ทั้ง 4 ภาค ติดอาวุธเสริมศักยภาพให้เอสเอ็มอี ในกิจกรรมพิเศษ “NISSAN Drive You to Success – ทะยานข้ามขีดจำกัดธุรกิจ” นำทัพกูรูด้านการตลาดไขเคล็ดลับการทำธุรกิจให้ปังในยุคดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถกระบะสำหรับการใช้งาน และขนส่งในทุกประเภท รวมถึงเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาโอกาสต่อยอดธุรกิจเพื่อความสำเร็จ ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจ พร้อมแชร์ประสบการณ์จริงจากวิทยากร ช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคต

อัจจิมา วรรณพินทุ รองประธานสายงานการตลาด นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสัน ไม่ได้มุ่งแต่การสร้างรถยนต์ แต่เราสร้างความสุข  เราเข้าใจดีว่าสำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของกิจการนั้น ความสุข คือการเห็นธุรกิจของตนเองก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ นิสสัน นาวารา มีจุดเด่น คือความ “ทน พร้อม ลุย” พร้อมที่จะเป็นพลังสนับสนุนลูกค้าให้มีความพร้อมที่จะลุย ทะยานข้ามขีดจำกัดทางธุรกิจเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ รวมทั้งใช้ชีวิตในทุกมิติได้อย่างเต็มที่  กิจกรรม “NISSAN Drive You to Success – ทะยานข้ามขีดจำกัดธุรกิจ” โดยนิสสัน จัดขึ้นครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะเปิดมุมมองและให้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล เทคโนโลยีจาก AI และเทรนด์จากประสบการณ์จริงของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ประกอบการก้าวทันการตลาดยุคใหม่และสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง เสริมความพร้อมที่จะเพิ่มโอกาสในการขาย และลุยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจต่อไป”

ในกิจกรรม “NISSAN Drive You to Success – ทะยานข้ามขีดจำกัดธุรกิจ” นิสสันได้เชิญวิทยากรพิเศษมาให้ความรู้ในด้านกลยุทธ์การตลาดในยุคดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค 2025 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยวิทยากรที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่
คุณธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ เจ้าของรางวัลนักการตลาดดิจิทัลยอดเยี่ยมของเอเชียและเป็นหนึ่งใน 10
ซีอีโอไทยที่ได้รับเลือกจากเฟสบุ๊คให้เป็น Alpha Tester ผู้ทดสอบเครื่องมือใหม่ๆ ก่อนเปิดให้คนทั่วไปได้ใช้ และคุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล กรรมการฝ่ายดิจิทัล สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งบริษัท แบรนด์เบเกอร์ จำกัด

กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นใน 4 จังหวัดใหญ่โดยร่วมมือกับตัวแทนผู้จำหน่ายนิสสันในแต่ละภาค ได้แก่

  • 23 มกราคม 2568 สยามนิสสัน จ. เพชรบุรี โดยมีคุณธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ เป็นวิทยากร
  • 18 กุมภาพันธ์ 2568 สยามนิสสัน จ. เชียงใหม่ โดยมีคุณ ธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ เป็นวิทยากร
  • 6 มีนาคม 2568 สยามนิสสัน บีเคเค กรุงเทพมหานคร โดยมีคุณธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ เป็นวิทยากร
  • 18 มีนาคม 2568 เคเคที ขอนแก่น จ. ขอนแก่น โดยมีคุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล เป็นวิทยากร

นอกจากการเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล การทำคอนเทนท์ การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในยุค 2025 แล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้มีโอกาสทดลองขับนิสสัน นาวารา รถกระบะที่ “ทน พร้อม ลุย” เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ความสะดวกสบาย การตกแต่งที่พรีเมียมมากยิ่งขึ้น และความปลอดภัยเต็มพิกัดอีกด้วย  ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งร่วมกิจกรรมในแต่ละจังหวัดได้ที่

 

“เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป” ต้อนรับปีมหาเฮง เปิดงานมหกรรมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองที่ใหญ่ที่สุด Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group EXPO ครั้งที่ 10

0
เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป 1

บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ครบทุกซับแบรนด์ ได้แก่ Mercedes-Benz Passenger Car & Van, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ Mercedes-Benz Certified พร้อมศูนย์บริการครบวงจร เตรียมจัดงาน Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group EXPO ครั้งที่ 10 มหกรรมรถเบนซ์มือสองสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับปีมะเส็ง มหาเฮง รวบรวมรถคุณภาพเยี่ยมกว่า 100 คัน ทั้งรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์น้อย รถเดโม่ ครบทุกเซ็กเมนต์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุด เริ่มต้นเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ในราคาเพียง 990,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ อัตราดอกเบี้ยมงคล 1.68%* และมั่นใจในรถทุกคันด้วยการรับประกันนาน 1 ปี, รับฟรี!! เครื่องเป่าผม Dyson Supersonic มูลค่า 17,900 บาท พร้อมด้วยกล้องติดรถ หน้า-หลัง Thinkware มูลค่า 10,900 บาท เมื่อจองรถยนต์ภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 23-26 มกราคม 2568* ณ ชั้น 3 โชว์รูมเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป-บางนา

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป 4

Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group พร้อมมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง ด้วยบริการครบวงจรที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งการรับซื้อ ขาย และซ่อมบำรุง การันตีคุณภาพระดับพรีเมียม ผ่านการตรวจสอบ Multi-Point Check มากกว่า 200 รายการ พร้อมการซ่อมบำรุงด้วยอะไหล่แท้ ภายใต้การดูแลจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการบริการระดับพรีเมียม ณ Mercedes-Benz Experience Center โชว์รูมและศูนย์บริการที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ VIP Lounge, ห้องส่งมอบรถแบบ 360 องศา, บริการอาหารและเครื่องดื่ม, นวดออฟฟิศซินโดรมโดยเทอราปิสมืออาชีพ รวมถึงพื้นที่ Co-working space พร้อมห้องประชุมส่วนตัว 4 ห้อง นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมจัดหาสินเชื่อเฉพาะบุคคล เพื่อมอบความสะดวก และเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าเฉพาะลูกค้า BENZ BKK GROUP เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป เท่านั้น

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป 7

พบกับงาน Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna EXPO ครั้งที่ 10 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คุณภาพเยี่ยมกว่า 100 คัน คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ!
ไฮไลท์ภายในงาน:

•อัตราดอกเบี้ยมงคล 1.68%* รับความเฮงรับต้นปี
•รถหลากหลายรุ่น ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทั้งรถผู้บริหารไมล์น้อย และรถ Demo
•โปรโมชั่นสุดคุ้ม! เป็นเจ้าของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้านบาท
•อั่งเปาพิเศษ 2 เด้งต้อนรับตรุษจีน:
เฮงที่ 1: รับฟรี! Dyson Supersonic เครื่องเป่าผมสุดหรู มูลค่า 17,900 บาท*
เฮงที่ 2: รับฟรี! กล้องติดรถหน้า-หลัง Thinkware Q200 มูลค่า 10,900 บาท*
(*เฉพาะลูกค้าที่จองในงานและรับรถภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น)

รถยนต์ไฮไลท์ภายในงาน Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna EXPO ครั้งที่ 10
พิเศษ!!! ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท
•Mercedes – Benz E 350 e Avantgarde ปี 2018 ราคาเพียง 990,000 บาท
•Mercedes – Benz GLA 250 AMG Dynamic ปี 2018 ไมล์ 63,XXX กิโลเมตร ราคาเพียง 990,000 บาท

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป 4

พิเศษ!!! ดอกเบี้ยมงคล 1.68%* กับรถยนต์ Mercedes-Benz (พร้อมการรับประกัน 1 ปี)
•Mercedes-Benz GLA 250 Progressive ปี 2018 ระยะไมล์ 60,xxx ก.ม. ราคาพิเศษ 1,190,000 บาท
•Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ปี 2021 ระยะไมล์ 25,xxx ก.ม. ราคาพิเศษ 1,550,000 บาท
•Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC Coupe AMG ปี 2019 ระยะไมล์ 92,xxx ราคาพิเศษ 2,090,000 บาท
•Mercedes-Benz C 200 Coupe AMG Dynamic ปี 2022 ระยะไมล์ 64,xxx ก.ม. ราคาพิเศษ 2,350,000 บาท
•Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ปี 2018 ระยะไมล์ 73,xxx ราคาพิเศษ 2,790,000 บาท
•Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC+ COUPE ปี 2021 ระยะไมล์ 10,xxx ราคาพิเศษ 3,290,000 บาท
•Mercedes-Benz EQS 500 4MATIC AMG Dynamic ปี 2022 ระยะไมล์ 19,xxx ราคาพิเศษ 3,990,000 บาท
และ พบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่นๆอีกมากมายกว่า 100 คันภายในงาน

พบกับมหกรรมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองที่คุ้มค่าที่สุดในปีนี้! พร้อมอาหารและเครื่องดื่มเสิร์ฟ ฟรีตลอดงาน* ลงทะเบียนร่วมงานวันนี้ รับฟรี! BKK Diary และกระเป๋า iPad ดีไซน์สุดคูล พบกันที่งาน Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group EXPO ครั้งที่10 วันที่ 23 – 26 มกราคม 2568 โอกาสดีแบบนี้มีเพียง 4 วันเท่านั้น! ที่ชั้น 3 โชว์รูม Benz BKK Bangna Hotline: 0 888 111 888 I FB: Mercedes-Benz Certified by Benz BKK I Line : @BenzBKKCertified