Home Blog Page 132

MG จัดการแข่งขันทักษะฝีมือพนักงานผู้จำหน่าย MG SKILL CONTEST ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานเอ็มจีทั่วประเทศ

0
MG SKILL CONTEST 1

MG SKILL CONTEST ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 โดยในปีนี้ได้มีการปรับบททดสอบให้สอดรับกับบทบาทการเป็นแบรนด์ชั้นนำยานยนต์ไฟฟ้า และเอ็มจีถือเป็นแบรนด์ที่มีรถยนต์พลังงานทางเลือกหลากหลายรุ่น อีกทั้งในแต่ละรุ่นต่างอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การทดสอบทักษะของพนักงานทุกภาคส่วนจึงเป็นหนึ่งในแผนการยกระดับคุณภาพการให้บริการของพนักงานโดยแบ่งเป็น 8 ประเภท ได้แก่ ด้านที่ปรึกษาการขาย ด้านที่ปรึกษาการบริการ ด้านลูกค้าสัมพันธ์ ด้านการจัดการงานอะไหล่ ด้านการจัดการงานรับประกันคุณภาพ ด้านเทคนิคและงานซ่อม ด้านการประเมินราคางานซ่อมสีและตังถัง และด้านงานเทคนิคซ่อมสีและตัวถัง

MG SKILL CONTEST 1

 

ผลการแข่งขัน MG SKILL CONTEST ครั้งที่ 7
1.ด้านที่ปรึกษาการขาย
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นาย จักริน จันทสิทธิ์ (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด สำนักงานใหญ่ เพชรเกษม)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นางสาว วิไลวรรณ อัศวภูมิ (บริษัท พรนุภาพ เอ็มจี จำกัด)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
นางสาว ชราวดี อินภูธร (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาแม่โจ้)

MG SKILL CONTEST 2

2.ด้านที่ปรึกษาการบริการ
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นาย เกรียงไกร โกศัยเนตร (บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด สาขารามอินทรา)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
นาย พัสกร เจริญบวรศักดิ์ (บริษัท ซีเอ็นเอ็กซ์ ออโต้ จำกัด สาขาลำพูน)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
น.ส. วิรุฬรัตน์ สุนทรวัฒน์ (บริษัท สุวัฒนา ขอนแก่น จำกัด)

3.ด้านลูกค้าสัมพันธ์
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. ชนิตา ช่วงมณี (บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด สาขาเมืองสงขลา)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. ทัศวรรณ ประทุมทิพย์ (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด สาขาพัทยา)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. กนกพร อร่ามโรจน์ (บริษัท เอ็มจี พระนคร จำกัด สาขาอ้อมน้อย)

MG SKILL CONTEST  2

4.ด้านการจัดการงานอะไหล่
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. แพรวพรรณ พลพิภักดิ์ (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด สาขาชลบุรี)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: จ.ต. วิษณุ นาดี (บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นาย สุชาติ รัชนาทกุล (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด สาขาชลบุรี)

MG SKILL CONTEST  5

5.ด้านการจัดการงานรับประกันคุณภาพ
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. สุนันทา สุริยะ (บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด สำนักงานใหญ่ ลพบุรีราเมศร์)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. สุธิดา ก้อนเกษ (บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. กัญชลิกา สลับสี (บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด สาขารามอินทรา)

MG SKILL CONTEST  7

6.ด้านเทคนิคและงานซ่อม
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นาย นิพนธ์ ภักดีวงษ์ (บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด สาขาทุ่งสง)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นาย จักรกฤษณ์ เจริญแพทย์ (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด สาขาชลบุรี)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: นาย พัฒน์พงศ์ สุกปลั่ง (บริษัท ดีพร้อม มอเตอร์เซลส์ จำกัด สาขาพิษณุโลก)

MG SKILL CONTEST 8

7.ด้านงานประเมินราคางานซ่อมสีและตัวถัง
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร: น.ส. จิรัชญา เทียมจันทร์ (บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด สำนักงานใหญ่ เพชรเกษม)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
น.ส. ชนัญธิดา ฤทธิ์จันอัด (บริษัท ปฐพีทองออโต้ จำกัด สาขาหัวทะเล)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
น.ส. วรรณา มารรัมย์ (บริษัท เอ็มจี อนันตภัณฑ์ ออโตเซลส์ จำกัด)

MG SKILL CONTEST 9

8.ด้านเทคนิคงานซ่อมสีและตัวถัง (แข่งขันเป็นทีม ทีมละ 2 ท่าน)
•รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
นาย ณัฐกิตต์ แสงสุข และ นาย นิรันด์ แก่นนาคำ (บริษัท เอเลแกนซ์ วีฮีเคิล จำกัด)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
นาย วรวุฒิ บุตรสุวรรณ และ นาย สมศักดิ์ พรหมพิทักษ์ (บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด สาขาปทุมธานี)
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร:
นาย คงภัค ยันจอหอ และ นาย จักรกฤษณ์ ซึมกลาง (บริษัท เอ็มจี อนันตภัณฑ์ ออโตเซลส์ จำกัด)

นอกเหนือจากรางวัลผู้ชนะเลิศแต่ละประเภทแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้ทำการมอบรางวัลพิเศษ สำหรับผู้จำหน่ายที่ได้รับการโหวตคะแนนสูงสุด แต่ละประเภท โดยได้เปิดให้ผู้สนใจ ได้เข้าร่วมโหวดผู้ชนะการแข่งขัน ในแต่ละประเภทผ่านทาง Website MGcars.com MGThailand Facebook page และกลุ่มไลน์ MG Family โดยผู้จำหน่ายที่ได้รับการโหวตคะแนนสูงสุด แต่ละประเภท ดังนี้

1.Popular Vote ด้านที่ปรึกษาการขาย : บริษัท วัชรเซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
2.Popular Vote ด้านที่ปรึกษาการบริการ : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เพชรเกษม
3.Popular Vote ด้านลูกค้าสัมพันธ์ : บริษัท เอ็มจี เอซี ตาก ออโตโมบิล จำกัด (สาขาแม่สอด)
4.Popular Vote ด้านการจัดการงานอะไหล่ : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สำนักงานใหญ่) ลพบุรีราเมศร์
5.Popular Vote ด้านการจัดการงานรับประกันคุณภาพ : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
6.Popular Vote ด้านเทคนิคและงานซ่อม : บริษัท เคเอเอส มอเตอร์ส จำกัด
7.Popular Vote ด้านงานประเมินราคาซ่อมสีและตัวถัง : บริษัท เอ็มจี ลักซูรี่ นครศรีธรรมราช จำกัด (สำนักงานใหญ่)
8.Popular Vote ด้านเทคนิคงานซ่อมสีแลตัวถัง : บริษัท อยุธยา แกรนด์ เอ็มจี เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด

“นิสสัน” ส่งมอบ “นิสสัน เซเรน่า ใหม่” ให้ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทย โดย วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย ร่วมกับ ผู้จำหน่ายฯ นิสสัน เอส.เอ็ม.ที. ลิสซิ่ง ส่งมอบรถ นิสสัน เซเรน่า ใหม่ จำนวน 10 คันให้กับ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล (Drive Car Rental) โดยมี ธนวัต ตียาภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป เป็นผู้รับมอบ

Nissan 2

ธนวัต ตียาภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล กล่าวว่า “รถยนต์ MPV อเนกประสงค์ แบบ 7 ที่นั่ง เป็นที่ต้องการของตลาดรถเช่า และมีลูกค้าสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่องถึงรถยนต์ที่มีขนาดกำลังดี และสามารถนั่งได้หลายคน ซึ่ง นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นรถยนต์ที่มีจุดเด่นด้านพื้นที่ภายในกว้างขวาง และในส่วนของที่นั่งที่สามารถปรับใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ตรงต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัว และยังสามารถนั่ง 7 คน ได้อย่างสบาย”

สำหรับไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล (Drive Car Rental) เป็นแบรนด์รถเช่าที่ได้รับการยอมรับระดับสากล และมีประสบการณ์ในการให้บริการมากกว่า 20 ปี ซึ่งนำไปสู่การได้รับรางวัล Customer Favorite Award จาก Rentalcars.com ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล เปิดให้บริการรถเช่ารายวัน แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ และการเช่าระยะยาวครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งลูกค้าสามารถเช่ารถได้จากจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต เป็นต้น

Nissan 3

สำหรับลูกค้าที่สนใจเช่ารถนิสสัน เซเรน่า ใหม่ เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย สามารถติดต่อ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล สาขาศรีนครินทร์ โทร.02-821-5992 หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/drivecarrental.th/

“นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ได้รับการตอบรับอย่างดี ตั้งแต่เปิดตัวช่วงปลายปีที่ผ่านมา และเริ่มทำการส่งมอบให้กับลูกค้าแล้ว สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถติดต่อพร้อมทดลองขับ ได้ที่ผ็จำหน่ายนิสสัน นอกจากนี้ นิสสันเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ได้อย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย” วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย นิสสัน ประเทศไทย กล่าวเสริม

Nissan 5

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ เป็นรถยนต์ MPV อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มากประโยชน์ใช้สอย มีจุดเด่นในด้านความกว้างขวางภายในรถ การปรับเบาะที่นั่งได้หลายรูปแบบ สะดวกสบายด้วยประตูสไลด์อัตโนมัติพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ช่วยให้เข้าออกจากรถได้อย่างง่ายดาย และยังเป็นรถ MPV รุ่นเดียวในตลาดที่มีฝาท้ายอเนกประสงค์ (Dual Back Door) น้ำหนักเบา จึงเปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน เหมาะกับการเดินทางพร้อมกันหลายคน แบบครอบครัว เพื่อการพักผ่อน และการทำงาน

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฉลองครบรอบ 30 ปี ในฐานะผู้บุกเบิกนวัตกรรมยานยนต์โลกใน Silicon Valley

0
Mercedes Benz 1

บริษัท Mercedes-Benz Research & Development North America, Inc. (MBRDNA) เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ดำเนินงานภายใต้ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) ได้ฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งความสำเร็จในด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ด้วยการบุกเบิกเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมหลากหลายด้าน อาทิ การเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ให้บริการระบบ Music Navigation รองรับการใช้งาน iPod อย่างเต็มรูปแบบ การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมจากเยอรมนีรายแรกที่นำระบบอินโฟเทนเมนต์ “CarPlay” ของ Apple เข้ามาใช้ในรถยนต์ และการเป็นผู้ผลิตรายแรกในสหรัฐฯ ที่เปิดตัวฟังก์ชัน Google “Send-to-Car” ในรถยนต์ รวมถึงครั้งล่าสุดกับการผสาน ChatGPT เข้ากับระบบ MBUX ในรถยนต์บางรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา MBRDNA มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ขับเคลื่อนวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง

Ola Källenius ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า “นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญที่อยู่ในดีเอ็นเอของเรา ในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา MBRDNA มีบทบาทสำคัญในการผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเข้ากับความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ความสำเร็จนี้จึงเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและพยายามของทีมงาน ทำให้เราพร้อมก้าวสู่ปี 2568 และปีต่อๆ ไป อย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์รุ่น CLA และ MB.OS ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ คือข้อพิสูจน์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของเรา”

ศูนย์วิจัยและพัฒนา MBRDNA ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 ด้วยพันธกิจในการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับสถาบันวิจัยต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและไมโครอิเล็กทรอนิกส์ MBRDNA ได้ก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม โดยผสานความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมจากเยอรมนีเข้ากับวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันล้ำสมัยในพื้นที่ซิลิคอนแวลลีย์ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ MBRDNA ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะในด้านการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving), ประสบการณ์ AI, ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (E-Drive) และการออกแบบภายนอกขั้นสูง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนานี้ตั้งอยู่ใน 6 พื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วอเมริกาเหนือ ตั้งแต่เมืองแอนน์อาร์เบอร์ (Ann Arbor) และฟาร์มิงตันฮิลส์ (Farmington Hills) ในรัฐมิชิแกน ไปจนถึงเมืองซีแอตเทิล (Seattle) ในรัฐวอชิงตัน และอีกสามแห่งในแคลิฟอร์เนีย ได้แก่ เมืองซันนีเวล (Sunnyvale) ลองบีช (Long Beach) และคาร์ลสแบด (Carlsbad) โดยมีทีมงานกว่า 600 คนที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ในการสานต่อมรดกแห่งความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งการฉลองครบรอบ 30 ปีในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MBRDNA ในการสร้างสรรค์และออกแบบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อันเป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับลูกค้าในทวีปอเมริกาเหนือ

Markus Schäfer คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า “เครือข่ายวิจัยและพัฒนาระดับโลกของเรา มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อันเป็นที่ต้องการของผู้คนทั่วโลก โดยในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลและการใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรม ซึ่ง MBRDNA มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงระบบนิเวศอันล้ำสมัยในพื้นที่ซิลิคอนแวลลีย์ ทั้งจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ สตาร์ทอัพ
และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก สิ่งเหล่านี้ช่วยผลักดันให้เราค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ที่ AI จะสามารถช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงการปรับแต่งประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกมิติ”

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา MBRDNA ได้สร้างสรรค์ผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากมาย จนได้รับสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริการ่วม 100 รายการ ซึ่งรวมถึงสิทธิบัตรที่อยู่ในความครอบครองของ Daimler Trucks North America โดยหนึ่งในผลงานสำคัญคือการพัฒนาและรับรองระบบ Mercedes-Benz DRIVE PILOT ซึ่งเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติแบบ SAE-Level 3 ระบบแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลในสหรัฐอเมริกานอกจากนี้ MBRDNA ยังได้ยกระดับแนวคิดระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ด้วยหลักการออกแบบที่เน้นความเข้าใจและตอบสนองผู้ใช้งาน โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น ฟีเจอร์ “Zero-Layer” และ “Routines” ที่จะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานและสามารถปรับการตั้งค่าความสะดวกสบายได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งระบบ MBUX Voice Assistant ยังได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการผสาน ChatGPT และ GPT-4o ซึ่งช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและง่ายดายยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ปรับแต่งได้เฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง โดยจะเริ่มตั้งแต่รถยนต์รุ่น CLA ที่จะเปิดตัวในปี 2568 นอกจากนี้ ระบบ MBUX Virtual Assistant จะรวมฟีเจอร์ Gemini on Google Cloud และข้อมูลจาก Google Places เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การค้นหาสถานที่ด้วยการสนทนาให้ดียิ่งขึ้น

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกับ 5 พันธมิตรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ เร่งสร้างการเติบโตระยะยาวในประเทศไทย เดินหน้าผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค

0
GWM 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตั้งแต่พลังงานใหม่อย่าง BEV, HEV, PHEV, รวมถึงในปี 2568 นี้ที่จะมีการเสริมทัพยานยนต์ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในประเภทเครื่องยนต์ดีเซลให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ GWM TANK และ GWM POER เพื่อตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วประเทศ รวมถึงมุ่งเน้นในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย ด้วยการลงทุนในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ เสริมทักษะและสร้างอาชีพด้วยนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะให้กับแรงงานชาวไทย ผ่าน 5 พันธมิตรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับรถยนต์ของ GWM ได้แก่ SVOLT, HYCET, NOBO, MIND และ Exquisite โดยประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการขยายธุรกิจไปสู่ระดับโลก อันเนื่องมาจากพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพสูงในหลาย ๆ ด้าน นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแค่แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานเท่านั้น แต่ยังเน้นการสร้างการเติบโตในระยะยาวร่วมกับคนไทยและประเทศไทย พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปด้วยกัน

GWM 2

โดยเหล่า 5 พันธมิตรที่เป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยยกระดับและผลักดันศักยภาพของแรงงาน รวมถึงช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานให้เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ ผสมผสานความสะดวกสบายและความปลอดภัยได้อย่างลงตัว สู่ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ตลอดจนมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ประกอบด้วย

•SVOLT (เอสโวลต์) หรือ SVOLT Energy Technology (Thailand) Co., Ltd. (บริษัท เอสโวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด) บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ระบบแบตเตอรี่ และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียน โดยมีกำลังการผลิต 60,000 แพ็กต่อปี ตั้งอยู่ในอำเภอ
ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

GWM 5

 

•HYCET (ไฮเซ็ท) หรือ Hycet Engine System (Thailand) Co., Ltd. (บริษัท ไฮเซ็ท เอ็นจิ้น ซิสเทม (ประเทศไทย) จำกัด) บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีหลักตั้งแต่พลังงานดั้งเดิมไปจนถึงพลังงานไฮบริดและพลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ (รวมถึงตัวควบคุม) ครอบคลุมทุกด้านของระบบส่งกำลังและโซลูชันอัจฉริยะ มาพร้อมกับประสบการณ์ด้านการวิจัยและการพัฒนาที่ยาวนานกว่า 24 ปี ในระดับโลก ไฮเซ็ท เอ็นจิ้น ซิสเทม (ประเทศไทย) จึงเป็นฐานการผลิตเครื่องยนต์ไฮบริดในประเทศไทย อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังถูกจัดส่งให้กับลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

GWM 3

•NOBO (โนโบ) หรือ Nobo Automotive System (Thailand) Co., Ltd. (บริษัท โนโบ ออโต้โมทีฟ ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด) บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งภายในและภายนอกรถยนต์ รวมถึงเบาะรถยนต์ให้กับ

GWM 7

เกรท วอลล์ มอเตอร์ และแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่เจ้าอื่น ๆ ในประเทศไทย โดยบริษัทฯ มีความสามารถในการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์มามากกว่า 20 ปี มีเป้าหมายเพื่อให้บริการระบบที่ปลอดภัย สะดวกสบาย ชาญฉลาด และสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้า สู่การสร้างประสบการณ์การขับขี่เหนือชั้น อีกทั้งยังส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะด้านยานยนต์ทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

•MIND (ไมน์) หรือ Mind Automotive Parts (Thailand) Co., Ltd. (บริษัท ไมน์ ออโต้โมทีฟ พาร์ทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด) ผู้ผลิตสายไฟสำหรับรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายรถยนต์เป็นหลัก โดยมีโรงงานการผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง นอกจากนี้ ในช่วงเริ่มต้นยังมีพนักงานที่เป็นคนในพื้นที่มากกว่า 95% อีกด้วย

•Exquisite (เอคซ์ควิซิท) หรือ Exquisite Automotive Parts (Thailand) Co., Ltd. (บริษัท เอคซ์ควิซิท ออโต้โมทีฟ พาร์ทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด) มาพร้อมกับประสบการณ์ด้านการวิจัย การพัฒนา และการผลิตที่ยาวนานกว่า 30 ปี โดย เอคซ์ควิซิท ออโต้โมทีฟ พาร์ทส์ (ไทยแลนด์) ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 กับการผลิตและจำหน่ายแชสซี ชุดโครงย่อย ชุดไอเสีย ชุดโครงสร้าง รวมถึงกระบวนการผลิต เช่น การเชื่อม การประกอบ พร้อมด้วยเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงสู่การควบคุมการผลิตและประกอบที่มีคุณภาพ

ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาวแม้ว่าจะกำลังเผชิญกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เคียงข้างพี่น้องชาวไทยที่ให้การสนับสนุน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอย่างดีเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน โดยในปี 2568 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน โดยพร้อมส่งต่อองค์ความรู้ (Know-How) ให้กับแรงงานชาวไทย เพื่อการผลิตและประกอบรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะอีกมากมาย ในอดีตแรงงานชาวไทยนับว่าเป็นที่ยอมรับเป็นอย่างมากจากตลาดโลกในด้านการผลิตและประกอบรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป โดยองค์ความรู้ใหม่ ๆ ของเรา จะช่วยส่งเสริมทักษะและศักยภาพของแรงงานไทยด้านรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อส่งมอบสู่ตลาดโลก นอกจากนี้เรายังมีการร่วมมือกับ 5 พันธมิตรในประเทศจีน เพื่อเข้ามาลงทุนและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยอย่าง SVOLT, HYCET, NOBO, MIND และ Exquisite ซึ่งพันธมิตรเหล่านี้สามารถสร้างเม็ดเงินการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับแรงงานชาวไทย”

GWM 8

นอกเหนือจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ 5 พันธมิตรนี้แล้ว ภายในปี 2568 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในทุกพลังงานให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง ผ่านกลยุทธ์ระดับโลกอย่าง Ecological Globalization สร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยและประเทศไทย สู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้าโรงแรมสูงสุด เป็นประวัติการณ์ที่ 70% เสริมแกร่งด้วยความร่วมมือก้บโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ยกระดับไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางสุดหรูด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7

0
BMW 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้เข้าพักให้ได้สัมผัสกับความหรูหราและบริการส่วนบุคคลที่เหนือระดับด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ซึ่งรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740d M Sport ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดตัวของโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ อันนับเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว ยังเป็นการผสมผสานเทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัยของบีเอ็มดับเบิลยูเข้ากับการบริการอันเป็นเลิศของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนนับตั้งแต่ช่วงเวลาแรกที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ

BMW 2

โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในโครงการ วัน แบงค็อก พร้อมทิวทัศน์งดงามของสวนลุมพินี โรงแรมแห่งนี้มอบโอเอซิสแห่งความสงบใจกลางความมีชีวิตชีวาของเมือง ตั้งแต่ห้องพักที่มีให้เลือกเพื่อประสบการณ์การพักผ่อนสุดหรูอย่างมีเอกลักษณ์ การบริการที่เข้าใจผู้มาเยือนอย่างแท้จริง ไปจนถึงการนำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรมสุดพิเศษประจำวันที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้แขกที่เข้าพักได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย การเพิ่มบริการด้านการเดินทางด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ยิ่งช่วยยกระดับประสบการณ์อันน่าจดจำ ผ่านการเดินทางที่ราบรื่นและมีสไตล์ให้แก่แขกผู้เข้าพัก สะท้อนความเป็นเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แห่งแรกในกรุงเทพฯ

BMW 3

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปี 2567 บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้สร้างความสำเร็จในกลุ่มลูกค้าโรงแรมด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 70% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 27% ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สะท้อนความมั่นใจและความไว้วางใจจากพันธมิตรโรงแรมและผู้ประกอบการที่มีต่อรถยนต์และบริการของเรา ซึ่งผมอยากขอขอบคุณพันธมิตรของเราทุกท่านสำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ และที่สำคัญ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการบริการเหนือระดับ หรือการผสานความแตกต่างทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างลงตัว เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์คโรงแรมระดับโลกที่มอบความหรูหราและประสบการณ์อันน่าจดจำให้แก่แขกผู้เข้าพัก ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเดินทางระดับพรีเมียมในประเทศไทย และเรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ”

BMW 5

มิส ทีน่า ลิว ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู เพื่อยกระดับนิยามใหม่แห่งการเดินทางสุดหรูในกรุงเทพฯ ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถรังสรรค์ประสบการณ์การพักผ่อนอันหรูหราอย่างแท้จริงตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดการเดินทาง ด้วยการผสานบริการรถรับส่งสุดพรีเมียมเข้ากับทุกช่วงเวลาของการเข้าพัก รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 นำเสนอการเดินทางที่ราบรื่นไร้รอยต่อ สู่วัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ได้อย่างมีสไตล์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ในการมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ”

BMW 6

แขกผู้เข้าพักสามารถเลือกระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าสุดล้ำสมัย เหมาะสำหรับผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และบีเอ็มดับเบิลยู 740d M Sport ที่หรูหราทรงพลังสำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมสุดคลาสสิก รถยนต์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรู รวมถึง BMW Theatre Screen จอภาพพาโนรามาแบบสัมผัสขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นเสมือนโอเอซิสส่วนตัว ผสมผสานกับการบริการอันเป็นเลิศของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางที่เหนือกว่าในกรุงเทพฯ

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” โชว์นวัตกรรม Hi4-Z ด้วยเครื่องยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริดมอเตอร์คู่ พร้อมด้วยคาราวานรถยนต์ออฟโรดอีก 5 รุ่น พิสูจน์สมรรถนะขั้นสูง ในเทศกาล Ice and Snow 2025

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เร่งเครื่องเปิดศักราชใหม่ด้วยการโชว์สมรรถนะของนวัตกรรม Hi4-Z แพลตฟอร์มออฟโรดที่ออกแบบสถาปัตยกรรมไฮบริดแบบมอเตอร์คู่ตามแนวยาว (Longitudinal dual-motor hybrid architecture) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานนี้ โดยเพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์สามารถเพิ่มระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ถึง 200 กิโลเมตร ตอบโจทย์อย่างลงตัวได้ทั้งการขับขี่แบบในเมืองและการผจญภัยแบบออฟโรด และยังได้ท้าพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ตระกูลออฟโรดจาก GWM ทั้ง 5 รุ่น ใน 3 ตระกูลสุดแกร่งอย่าง GWM TANK, GWM HAVAL และ GWM POER ท่ามกลางธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ตระการตาและสภาพอากาศที่เย็นยะเยือกเกือบกว่า -30 องศา ณ ภูเขาฉางไป่ ประเทศจีน โดยรถยนต์ออฟโรดจาก GWM ทั้ง 5 รุ่นที่เข้าร่วมพิสูจน์สมรรถนะสุดแกร่งนี้ ล้วนได้รับการออกแบบมาเพื่อพิชิตทุกสภาพภูมิประเทศ ทุกภูมิอากาศ และทุกเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย ตั้งแต่ภูเขาหิมะจนถึงเส้นทางขรุขระกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ หรือป่าเขตร้อนชื้น ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อล้ำสมัย ระบบควบคุมการขับขี่แบบอัจฉริยะ และโหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ให้รับมือกับทุกสภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในทุกสภาวะ เพื่อพาผู้ขับขี่ให้พิชิตจุดสูงสุดอีกด้านของความต้องการชีวิต และเติมเต็มสุดยอดประสบการณ์สุดท้าทาย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

สานต่อแนวคิด “One Global Family” กับเทคโนโลยีอัจฉริยะสุดล้ำ Hi4-Z ขับเคลื่อนความฝันและเป้าหมายของนักผจญภัยทุกคนผ่านประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3หลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ในมหกรรมมอเตอร์สปอร์ตออฟโรดระดับโลกในปี 2567 ที่ผ่านมา ณ ทะเลทรายมองโกเลีย ในงาน Alxa Hero Festival 2024 ล่าสุด เปิดปี 2568 ด้วยความตื่นเต้นขั้นสุดผ่านการโชว์นวัตกรรม Hi4-Z แพลตฟอร์มออฟโรดที่มอบระยะทางการใช้งานที่ยาวนานด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร ระยะทางรวมน้ำมันวิ่งได้ไกลถึง 1,100 กิโลเมตร รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 163 กิโลวัตต์ และการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ของระดับการชาร์จ (SOC) ใช้เวลาเพียง 15 นาที ซึ่งแบตเตอรี่ 80% นี้ เพียงพอสำหรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนระยะทางสูงถึง 120 กิโลเมตร แพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์การขับขี่ออฟโรดทั้งในเมืองและเส้นทางธรรมชาติสุดท้าทาย โดยถือเป็นนวัตกรรมแรกของโลกในสถาปัตยกรรมปลั๊กอิน-ไฮบริดแบบมอเตอร์คู่ตามแนวยาว ที่ผสานกับเกียร์อัตโนมัตแบบ 3 สปีดและระบบเกียร์แปรผันต่อเนื่อง (CVT) ที่ล้ำสมัย พร้อมมอเตอร์กำลังสูงคู่หน้าและหลัง โดยมีระบบขับเคลื่อนให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ 2.0T และ 3.0T รวมถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ที่แข็งแกร่ง ที่ล้วนพัฒนาขึ้นสำหรับรองรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ เพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่า สนุกกว่า และท้าทายกว่าในทุกมิติ พร้อมกันนี้ ยังได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ออฟโรดทั้ง 5 รุ่น ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมท่ามกลางสายตาของผู้เข้าเยือนเทศกาล Ice and Snow 2025 จากทั่วโลกที่ต่างให้การยอมรับกับสมรรถนะแบบออฟโรดขับเคลื่อนสี่ล้อที่เหนือชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ความสะดวกสบายแบบเกินคาด จัดเต็มในทุกรุ่น แม้ว่าสถานการณ์การขับขี่นั้นจะท้าทายแค่ไหนก็ตาม

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

นำโดย GWM TANK 300 HEV ยานยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง ดีไซน์หล่อ เท่ ที่ผสานพลังงานไฮบริดเข้ากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0L พร้อมด้วยระบบการขับขี่อัจฉริยะ และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมากมาย ร่วมด้วยการทำงานกับระบบช่วงล่างที่เกาะพื้นถนนได้ดี ทั้งด้านหน้าและ Multi-link ด้านหลังช่วยเสริมความสามารถการลุยในเส้นทางออฟโรดที่ปกคลุมไปด้วยหิมะได้อย่างง่ายดาย มั่นใจ และโดดเด่นเด่นท่ามกลางหิมะที่ขาวโพลน ในขณะที่ GWM TANK 400 Hi4-T อีกหนึ่งเอสยูวีสายพันธุ์ออฟโรด ดีไซน์สมบุกสมบัน แกร่ง หล่อ และคมคาย ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 402 แรงม้า วิ่งในโหมดไฟฟ้าในระยะทาง 105 กิโลเมตร ได้ยาว ๆ และยังมีโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 12 รูปแบบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่พร้อมรับมือทุกสภาวะการขับขี่ ให้ลุยความหนาวฝ่าความสูงของหิมะได้สบายเกินคาด ด้วยระยะห่างจากพื้น (Ground clearance) ของ GWM TANK 400 Hi4-T ที่สูงถึง 224 มิลลิเมตร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

สำหรับ GWM TANK 500 Hi4-T รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ระดับพรีเมียมที่ยกระดับมาตรฐานรถยนต์เอสยูวีด้วยออปชั่นจัดเต็มทุกด้าน ทั้งโหมดการขับขี่ถึง 12 โหมด ซึ่งรวมถึงโหมดพื้นหิมะ (Snow) เหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนลื่น โดยระบบจะใช้เกียร์สูงเพื่อลดการฟรีของล้อ ซึ่งทำงานได้เป็นอย่างดี สามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ มั่นคง และปลอดภัย เมื่อผสานด้วยความอัจฉริยะทั้งการควบคุมรถที่ทำได้ง่ายดายด้วยระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยกว่า 17 ระบบที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ทำให้ยากที่จะปฏิเสธสมรรถนะขั้นสูงของ GWM TANK 500 Hi4-T หลังผ่านการพิสูจน์ท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้าทาย ด้าน GWM HAVAL H9 HEV และรุ่นเครื่องยนต์ Diesel 2024 รถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวสายลุยที่มีประสิทธิภาพด้านความเงียบที่สามารถลดเสียงจากภายนอกได้ท่ามกลางสภาพอากาศที่รุนแรงในฤดูหนาว พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้นักผจญภัยที่มีทักษะการขับขี่สูงได้สนุกกับการขับขี่ที่ง่ายดาย และรุ่นสุดท้ายกับ GWM POER Off-Road 2.4T รถกระบะที่มีพละกำลังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะออฟโรดในระดับเดียวกัน มีระบบขับเคลื่อน 9 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและท้าทายกลายเป็นเรื่องง่าย ลุยได้ดีในทุกสภาพถนนแม้จะเต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็งก็ตาม มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความมันในเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มพิกัด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

นอกจากนี้ ภายในเทศกาลนี้ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยและมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ผ่านการแสดงการเต้นมังกร การแสดงสิงโต การแสดงหยางเกอ ขบวนพาเหรดมังกร 5 ตัว พร้อมด้วยงานเลี้ยงรอบกองไฟที่มาพร้อมกับการแสดงดอกไม้ไฟ อีกทั้งยังได้เปิดตัว GWM Off-Road Alliance ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่รวมคนรักออฟโรดสไตล์ GWM จากหลากหลายประเทศเข้าไว้ด้วยกัน และการจัดแบ่งประเภทการขับขี่ออฟโรด โดยได้รับเกียรติจากแขกผู้ทรงเกียรติระดับนานาชาติที่เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ออฟโรดและการขับขี่แบบออฟโรดเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในวงสนทนาพิเศษ พร้อมด้วยการมอบรางวัลให้กับเจ้าของรถ GWM ที่มีเรื่องราวการใช้งานที่น่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชุมชนผู้ใช้รถ GWM ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 8

ในปี 2025 นี้ นอกเหนือจากการส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษในรูปแบบที่ตื่นตาตื่นใจมากมาย อาทิ GWM DAY ที่จะจัดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก, User Experience Day ที่จะให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ และ User Service Day ที่จะยกระดับมาตรฐานการบริการให้กับลูกค้าทั่วโลก และแผนขยายกิจกรรมสำหรับผู้รักการผจญภัยไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเตรียมเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ที่ครอบคลุมทุกพลังงานและยังอัดแน่นด้วยความอัจฉริยะด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรถยนต์ประเภทเอสยูวีและกระบะทั้งเพื่อการขับขี่ในเมืองและออฟโรด เตรียมยกระดับประสบการณ์การผจญภัยให้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น ตอกย้ำปณิธานในการขับเคลื่อนความฝันของนักผจญภัยทุกคน พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืนกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

สามารถรับชมไฮไลต์และบรรยากาศภายในงาน Ice and Snow 2025 ย้อนหลังได้ที่เฟซบุ๊ก GWM Thailand สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษกับยนตรกรรมออฟโรดจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) สามารถสัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

‘ฟอร์ด เรนเจอร์’ คว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ประจำทวีปอเมริกาเหนือ

0
Ford Ranger 1

ฟอร์ด เรนเจอร์ สร้างตำนานอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ประจำทวีปอเมริกาเหนือ หรือ North American Truck of the Year™ เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำ ขีดความสามารถ และนวัตกรรมอันโดดเด่นที่ฟอร์ดมีมาอย่างต่อเนื่องในตลาดรถกระบะ

Ford Ranger 2

“รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมงานฟอร์ดที่ร่วมกันยกระดับผลิตภัณฑ์รถกระบะขนาดกลางให้แก่ลูกค้าฟอร์ดมาอย่างต่อเนื่อง” จิม บอมบิค รองประธานฝ่ายวางแผน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า กล่าว “ฟอร์ด เรนเจอร์ ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมาแล้วทั่วโลก เพื่อให้ได้มาตรฐาน ‘เกิดมาแกร่ง’ ตามที่ลูกค้าต้องการ รางวัลนี้จึงเป็นการส่งมอบคำขอบคุณถึงลูกค้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราในทุกๆ วัน”

Ford Ranger 4

ทั้งนี้ รางวัลรถกระบะแห่งปี ประจำทวีปอเมริกาเหนือ เป็นรางวัลที่มอบให้กับรถรุ่นใหม่ หรือรถที่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดอย่างมีนัยยะสำคัญในปีนั้นๆ โดยผู้ชนะจะถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยผู้สื่อข่าวยานยนต์ 50 ราย จากสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยพิจารณาจากนวัตกรรม การออกแบบ ความปลอดภัย สมรรถนะ เทคโนโลยี ประสบการณ์การขับขี่ ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน และความคุ้มค่า

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เกิดมาแกร่ง’ เป็นรถกระบะที่ล้ำสมัยที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ ทั้งระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและสมรรถนะที่เหนือชั้น ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นในทุกสภาพถนน ตั้งแต่พื้นที่กันดารห่างไกลในออสเตรเลียไปจนถึงทางหลวงในอเมริกา ฟอร์ด เรนเจอร์ พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่พร้อมลุยทุกเส้นทางใน 6 ทวีปทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ ครองตำแหน่งรถที่มียอดขายอันดับ 1 ในออสเตรเลียได้อีกครั้งในปี 2567 ที่ผ่านมา และยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในนิวซีแลนด์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ตอกย้ำความสำเร็จของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ผสานความแข็งแกร่ง ทนทาน เทคโนโลยีล้ำสมัย และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด

สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นที่จำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ติดตั้งเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ ขนาด 2.7 ลิตร วี 6 ใหม่ ได้รับการปรับจูนระบบกันสะเทือนเพื่อสมรรถนะในการออฟโรดที่เหนือชั้น ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์เป็นรถกระบะขนาดกลางที่สมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการออกสำรวจในที่ที่ไม่เคยไป และท้าทายขีดจำกัดใหม่ๆ นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2024 ในทวีปอเมริกาเหนือ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยลากจูงที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา อาทิ ระบบ Pro Trailer Backup Assist ที่มีเฉพาะในรถรุ่นนี้เท่านั้น และยังมาพร้อมบันไดข้างกระบะท้ายเพื่อการใช้งานพื้นที่เก็บของท้ายกระบะได้อย่างสะดวกสบาย ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย และห้องโดยสารใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ที่ชาร์จไร้สาย และเบาะนั่งด้านหลังที่พับราบได้เพื่อพื้นที่เก็บของที่มากขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นปี 2024 คือรถกระบะที่ทรงพลัง มาพร้อมสมรรถนะออฟโรดเหนือชั้นที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูลเรนเจอร์ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการขับขี่ออฟโรดให้เหนือชั้นกว่ารถกระบะขนาดกลางทั้งหมด ด้วยสมรรถนะที่พิสูจน์แล้วในการแข่งขันบาฮา 1000 ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นปี 2024 มาพร้อมเครื่องยนต์ อีโคบู๊สต์ วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 405 แรงม้า* แรงบิด 583 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบกันสะเทือนแบบยืดหยุ่นสูง รวมถึงระบบกันสะเทือนหลังแบบวัตต์ลิงค์ และโช้คอัพ FOX™ Live Valve ขนาด 2.5 นิ้ว* ที่มีเฉพาะในรถรุ่นนี้เท่านั้น พร้อมให้คุณออกไปท้าทายทุกเส้นทางได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่จำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ประกอบขึ้นด้วยความภาคภูมิใจที่โรงงานประกอบรถยนต์มิชิแกน ในประเทศสหรัฐอเมริกา สานต่อตำนานของฟอร์ดในการผลิตรถกระบะที่แข็งแกร่งและทรงพลังเหมือนกับผู้ที่ขับขี่

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุมอบชุดอุปกรณ์การฝึกด้านยานยนต์ ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

0
อีซูซุ 1

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ โดยคุณโสภณ ตั้งฐานทรัพย์ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป มอบชุดอุปกรณ์การฝึกด้านยานยนต์ มูลค่ารวม 200,000 บาท ให้แก่ ศูนย์เทคโนโลยียานยนต์ โดยความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่ม อีซูซุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ

 

ล้างภาพจำเดิม ๆ กับ 5 ข้อ เลือกกระบะที่ใช่ เปลี่ยนทุก Pain Points ให้เป็นการเดินทางแบบเฟิร์สคลาส

0
GWM 1

ภาพจำเดิม ๆ ที่ติดตาและประสบการณ์ที่ฝังลึกในใจ ว่ารถกระบะเป็นพาหนะเน้นใช้งานเชิงพาณิยช์ ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนเปิดใจ ลบภาพจำเดิม ๆ แนะ 5 ข้อเลือกรถกระบะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหารถกระบะที่สามารถตอบความต้องการที่ครอบคลุมทั้งสมรรถนะที่เร็วแรง ดุดัน ในขณะเดียวกันกลับมอบการเดินทางที่นิ่มนวล สะดวกสบายแบบเฟิร์สคลาสภายใต้เครื่องยนต์ไฮบริด ด้านความอเนกประสงค์เพื่อคนสายลุย คือ อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกเพศได้เดินทางโดยปราศจากอุปสรรค ผู้หญิงก็ขับขี่ได้ง่าย ๆ และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงที่จะอำนวยความสะดวกในทุกสภาพถนน เหนือสิ่งอื่นใด คือ ราคาที่จับต้องได้ คุ้มค่าในทุกมิติ เพื่อประสบการณ์การเดินทางในทุกรูปแบบทั้งออนโรดและออฟโรดพร้อมกันในครอบครัว

 

ลืมความกระด้างในรถกระบะแบบเดิม ๆ มองหารถกระบะพลังงานใหม่ที่ให้สมรรถนะเร็วแรงแต่นิ่มนวล อาการปวดเมื่อย ล้า ชา มักเป็นอาการที่พบได้บ่อยของผู้ใช้งานรถกระบะทั่วไป ที่มาจากความกระด้างระหว่างการขับขี่และโดยสาร ปัจจุบัน มีรถกระบะพลังงานใหม่ออกมาให้เป็นตัวเลือกเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่มนวล แม้ว่าเส้นทางนั้นจะขรุขระหรือท้าทายแค่ไหน ทุกการเดินทางเพื่อทำงานหรือท่องเที่ยวจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยควรมองหากระบะที่มีระบบช่วงล่างที่คอยซับแรงกระแทก มอบความสบายขั้นสุด หรือแม้แต่ระบบเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดที่ฉีกกฏรถกระบะดีเซลแบบเดิม ที่สามารถทำให้ทุกการเร่งแซงมาพร้อมกับความเงียบ ความนุ่มนวล ลดเสียงและการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ในห้องโดยสาร ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทุกเพศ ทุกวัย ในทุกที่นั่งได้สัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นเสมือนการขับขี่และโดยสารในรถเอสยูวี

GWM 6

รถกระบะออปชั่นน้อยกำลังหมดไปจากตลาด เติมเต็มช่องว่างด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสู่ความสะดวกสบายขั้นสุด

แม้การเดินทางระยะไกล รถกระบะจะไม่ใช่ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์อีกต่อไป รถกระบะสามารถเป็นรถยนต์เพื่ออนาคต ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตกับทริปผจญภัยเพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่ยังมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับเสมือนเดินทางแบบเฟิร์สคลาสด้วยรถยนต์เอสยูวีหรู หนึ่งในจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ เบาะนั่ง ซึ่งควรได้รับการออกแบบมาให้รองรับการเดินทางไกลด้วยฟังก์ชันปรับเอนได้ เพิ่มความสบายสูงสุดสำหรับทุกผู้โดยสารอย่างแท้จริง ซึ่งรวมถึงเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้เพิ่มความสะดวกสบาย ปัจจุบันยังมีฟังก์ชั่นเบาะนวดสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อสร้างความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งและขับขี่ นอกจากนี้ระยะฐานล้อที่ยาวยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ลดข้อจำกัดของการเดินทางด้วยรถกระบะแบบเดิม ๆ ที่พื้นที่เล็กและแคบ โดยเฉพาะพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เปลี่ยนการเดินทางให้ผ่อนคลาย โล่งโปร่ง และไม่อึดอัด รวมถึงระบบความบันเทิงภายในรถกระบะที่ควรมาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพสูง ด้วยลำโพงรอบทิศทางขั้นต่ำที่ 10 จุด ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว สร้างบรรยากาศเพลิดเพลินตลอดเส้นทาง

GWM 9

 

ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

แม้ว่าผู้ขับขี่จะระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม อุบัติเหตุเกิดได้เสมอ ไม่เลือกคน ไม่เลือกสถานที่และเวลา ระบบความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อรถกระบะ เพราะชีวิตของผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัวมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณา คือ การเลือกกระบะที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือระดับโลกต่าง ๆ อาทิ Australasian New Car Assessment Program (ANCAP) ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีถึงความน่าเชื่อถือของโครงสร้างและระบบป้องกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ รถกระบะต้องมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ครบครัน เช่น กล้องแสดงภาพรอบทิศทางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทุกมุมของตัวรถ ลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุขณะเลี้ยวหรือจอดในพื้นที่แคบ ระบบเตือนการชน ระบบเบรกฉุกเฉินด้านหน้าและด้านหลังในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ระบบช่วยจอดและระบบช่วยถอยหลัง เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเครียดในการขับขี่โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัด ที่สำคัญ รถกระบะที่ดีควรมาพร้อมถุงลมนิรภัยรอบคัน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านหน้า แต่ยังรวมถึงด้านข้างและม่านถุงลม เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากรอบทิศทางในกรณีที่เกิดการชน ไม่เพียงช่วยปกป้องผู้ขับขี่ แต่ยังสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนในรถกระบะให้มั่นใจพร้อมได้ในทุกการเดินทาง

GWM 5

ฉีกกฎให้บรรทุกได้ทุกกิจกรรม สะดวก ง่าย เพศไหนก็ตอบโจทย์

ฝาท้ายกระบะแบบเปิดจากบน-ล่าง คือ อีกหนึ่งภาพจำในอดีตที่หนักอึ้ง เป็นอุปสรรค์ต่อการทำงานและท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้หญิงสายลุย ปัจจุบัน มีรถกระบะที่เล็งเห็นถึงการใช้งานที่นอกกรอบ เพื่อตอบโจทย์ทุกกิจกรรมผ่านฝาท้ายกระบะที่ใช้งานง่าย เปิด-ปิดได้ 2 รูปแบบเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งแบบเปิดจากบน-ล่าง และเปิดแบบซ้าย-ขวา สะดวกสบายไปอีกขั้นเพื่อรองรับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเดินทางไปช็อปปิง ท่องเที่ยวโรดทริปแบบสายลุย หรือแม้แต่ปิกนิกกับครอบครัวและเพื่อนฝูง การบรรทุกสัมภาระจะกลายเป็นเรื่องง่ายและไร้ปัญหาหากเลือกกระบะที่มาพร้อมฝาท้ายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ช่วยลดความยุ่งยากและแรงที่ต้องใช้ในการยกหรือปิดฝาท้าย ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็สามารถขนถ่ายได้อย่างง่ายดาย พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักได้สูงถึงหนึ่งตัน เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นฝาท้ายกระบะที่ดีไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังเสริมความมั่นใจและความคล่องตัวในทุกกิจกรรม ให้พร้อมเผชิญทุกเส้นทางและทุกความท้าทายได้อย่างราบรื่นและไร้กังวล

GWM 2

คุ้มค่าในทุกมิติ เพื่อการลงทุนระยะยาว เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ของชีวิต

นอกเหนือไปจากสมรรถนะและดีไซน์แล้ว งบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นอย่างมาก จากผลสำรวจในงาน Motor Expo 2024 พบว่า ผู้บริโภคกว่า 50% กำหนดงบประมาณสำหรับการซื้อรถกระบะไว้ในช่วง 850,000 – 1,149,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมสำหรับการได้รับความคุ้มค่าทั้งด้านราคาและการใช้งาน เพราะการซื้อรถกระบะสักคันคือการลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ ในการเลือกซื้อรถกระบะจึงควรพิจารณาคุณค่าด้านต่าง ๆ เปรียบเทียบสิ่งที่ได้กับราคาที่ต้องจ่ายออกไปอย่างถี่ถ้วน ทั้งคุณภาพ เทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก สมรรถนะการขับขี่ หรือแม้แต่ความสามารถในการตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้แน่ใจว่ารถกระบะคู่กายนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะที่เร็วแรงแต่นิ่มนวล เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด ระบบความปลอดภัยขั้นสูง นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า โดยการตั้งงบประมาณให้ชัดเจนและเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์การใช้งาน จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้ว่ารถกระบะที่เลือกจะมอบความคุ้มค่าและความพึงพอใจในระยะยาว

GWM 8

นี่คือ 5 ข้อ ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ แนะนำสำหรับการเลือกกระบะที่ใช่เพื่อไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ตอบโจทย์ทุกผู้ใช้งานสายลุยไม่ว่าจะเพศไหนก็ใช้งานง่าย มอบทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือระดับ รวมถึงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม หากกำลังมองหารถกระบะพลังงานใหม่ ลองเปิดใจกับ GWM POER SAHAR HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกของประเทศไทย ในราคา 1.189 – 1.389 ล้านบาท สัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 17 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดเงินสดมูลค่า 50,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

 

พิมพ์พิศา รับรอง ฉลองวันเกิดด้วยแชมป์ Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers คว้าสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟระดับโลกในศึกฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025

0
ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 1

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 7 – 8 มกราคม 2568 ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง คว้าตำแหน่งผู้ชนะ พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 2

ฝ้าย-พิมพ์พิศา นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทย วัย 18 ปี จากกรุงเทพมหานคร สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ จากผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 88 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขัน ด้วยผลงานยอดเยี่ยม 6 อันเดอร์พาร์ 138 (69-69) ทิ้งอันดับ 2 สรัลพร เกตุสุวรรณ ที่ทำสกอร์เข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 140 (69-71) ฝ้าย-พิมพ์พิศา ซึ่งคว้าแชมป์ฉลองวันเกิดอายุครบ 18 ปี ในวันที่ 9 มกราคมนี้ กล่าวถึงความรู้สึกในการแข่งขันครั้งนี้ว่า ภูมิใจและดีใจมาก ตนเองได้ลงแข่ง Honda LPGA Thailand National Qualifiers มา 2 ครั้ง ทำให้รู้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 3

ฝ้าย-พิมพ์พิศา ยังย้ำด้วยความมุ่งมั่นว่า จะตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันกับนักกอล์ฟชั้นนำของโลก โดยจะซ้อมให้มากขึ้นโดยเฉพาะที่สนามโอลด์คอร์ส และฝึกควบคุมสมาธิ ขอบคุณครอบครัวที่เป็นกำลังใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ และขอบคุณฮอนด้าที่จัดการแข่งขันนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันในระดับโลก

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 5

นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ การได้มาเห็นบรรยากาศการแข่งขัน National Qualifiers ในวันนี้ ก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของบรรดานักกอล์ฟไทยทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่ตั้งใจก้าวเดินตามความฝันของตนเองในเส้นทางกีฬากอล์ฟ ต้องขอแสดงความยินดีกับพิมพ์พิศา และขอเป็นกำลังใจให้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้”

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 6

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ในปีนี้ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี (ไทยแอลพีจีเอ) ผู้จัดการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรี ส่งเสริมและพัฒนากอล์ฟสตรีไทยก้าวสู่ระดับนานาชาติ ได้เข้าร่วมดำเนินการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยเวทีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของนักกอล์ฟหลายคน อาทิ พราว-ชเนตตี วรรณแสน แชมป์ National Qualifiers ระดับประเทศ 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 2021 และ 2022 ปัจจุบันได้สร้างผลงานยอดเยี่ยมและโลดแล่นในเวทีโลก ด้วยดีกรีแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 2 รายการ ได้แก่ Portland Classic 2023 และ Dana Open 2024 สำหรับนักกอล์ฟสาวไทยที่คว้าแชมป์รายการนี้ ได้แก่ กิฟท์ – เบญญาภา นิภัทร์โสภณ (แชมป์ 2019) รีน่า ทัตเทมัตซึ (แชมป์ 2020) พราว – ชเนตตี วรรณแสน (แชมป์ 2021 และ 2022) ซิม – ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ (แชมป์ 2023) ฮัท – สุวิชยา วินิจฉัยธรรม (แชมป์ 2024) และแชมป์คนล่าสุด ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 7

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่และความตื่นเต้นเร้าใจให้กับแฟนกอล์ฟอีกครั้งในวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี สำหรับนักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมแข่งขัน นำโดย จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล ที่คว้า 2 แชมป์แอลพีจีเอ ในปีที่ผ่านมา ทั้ง Dow Championship และ CME Group Tour Championship ก่อนจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของโลก ในฤดูกาล 2024 พร้อมด้วย แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ โดยรายชื่อทั้งหมดของนักกอล์ฟสตรีชั้นนำระดับโลกทั้งไทยและต่างชาติจำนวน 72 คน จะมีการเปิดเผยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 9

แฟนกอล์ฟสามารถติดตามชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ผ่านการถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 และทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports สำหรับบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพี เปิดจำหน่ายแล้ว ทาง hondalpgathailand.com ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย