Home Blog Page 132

พานาโซนิค เอเนอร์จี และมาสด้า ร่วมมือพัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ สำหรับยนตรกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตจากมาสด้า

0

บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มพานาโซนิค และ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ออกประกาศในวันนี้ว่า ทั้งสองบริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ชนิดรูปทรงกระบอกสำหรับยนตรกรรมแห่งอนาคตในเจเนอเรชั่นถัดไป ซึ่งคาดว่าจะติดตั้งในยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตของมาสด้า (BEVs) โดยมีกำหนดเปิดตัวนับตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ซึ่งการประกาศในครั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงของความร่วมมือก่อนหน้านี้ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อความร่วมมือในระยะกลางถึงระยะยาวของทั้งสองบริษัท ทั้งนี้ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น ได้อนุมัติโครงการความร่วมของทั้งสองบริษัทในการขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ และการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างแหล่งผลิตแบตเตอรี่ที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะกลาง Sustainable Zoom-Zoom 2030  เพื่อโลกของเราที่ยังคงความสวยงามตลอดไป เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนให้มีความสุขยิ่งขึ้น และเพื่อสังคมที่น่าอยู่ตลอดไปมาสด้าได้แบ่งแผนงานการพัฒนาการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าออกเป็นสามเฟส เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของตลาดและความต้องการของลูกค้า ซึ่งภายในปี 2027 มาสด้าวางแผนเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ (BEVs) ที่พัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์ม EV ที่ออกแบบเฉพาะขึ้นเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ บริษัท พาโนโซนิค เอเนอร์จี จำกัด ตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตและมีแผนที่จะผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ชนิดรูปทรงกระบอกขึ้นที่โรงงาน ซูมิโนเอะ และ คาอิซูกะ ในเมืองโอซาก้า เริ่มตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยแบตเตอรี่เหล่านี้จะถูกบรรจุเป็นโมดูลโดยมาสด้า และสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ พานาโซนิค เอเนอร์จี ได้วางกำลังการผลิตในประเทศญี่ปุ่นที่ 10GWh ต่อปี ภายในปี 2030

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดให้แบตเตอรี่สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าเป็นทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และกำลังมุ่งหน้าขยายห่วงโซ่อุปทานของแบตเตอรี่ภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ จากความร่วมมือระหว่างมาสด้าและพานาโซนิค เอเนอร์จี ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ชนิดรูปทรงกระบอกในประเทศ พร้อมทั้งขยายและเสริมสร้างฐานการผลิตของญี่ปุ่นอีกด้วย

โดยทั้งสองบริษัทจะยังคงร่วมมือกันต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคม เช่น การบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน การส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์และแบตเตอรี่ การสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่นและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

มร. คาซูโอะ ทาดาโนบุ ประธานและซีอีโอ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ เรามีแนวโน้มที่จะขับเคลื่อนการขยายกำลังการผลิต BEVs และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของญี่ปุ่น ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของเราคือการสร้างสังคมที่ยั่งยืน และเรามุ่งมั่นที่จะบรรลุพันธกิจนี้”

มร. มาซาฮิโระ โมโร่ ประธานและซีอีโอของมาสด้า กล่าวเสริมว่า “มาสด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้าด้วยแนวทางที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตของลูกค้า เราจะใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูง มีประสิทธิภาพดี และปลอดภัย ซึ่งจัดหาโดยพานาโซนิค เอเนอร์จี และนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าที่เอกลักษณ์ และมีความสมดุลระหว่างการออกแบบ ความสะดวกสบาย และระยะทางในการขับขี่เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา”

อ้างอิง

แผนการจัดหาแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่ได้รับการอนุมัติโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น

รายการที่ผลิต แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรูปทรงกระบอกสำหรับรถยนต์
ความสามารถในการผลิต 6.5 GWh ต่อปี (ตามที่คาดการณ์ไว้ในปี 2030; ส่วนกำลังการผลิตเพิ่มเติม)
เงินลงทุนทั้งหมด ประมาณ 83.3 พันล้านเยน
การสนับสนุนด้านการเงิน ประมาณ 28.3 พันล้านเยน (สูงสุด)
กิจกรรม การจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานการผลิต การแนะนำ พัฒนา และปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต

ข้อมูลข้างต้นรวมถึงจำนวนเงินลงทุน เงินสนับสนุนของพานาโซนิค เอเนอร์จี ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาอื่น ๆ นอกเหนือจากความร่วมมือนี้

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังผู้แทนจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่งมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้

0

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย 12 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยส่งมอบถุงยังชีพไปแล้วกว่า 5,000 ถุง รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้น 4.3 ล้านบาท และจะทยอยมอบต่อเนื่องในพื้นที่ประสบอุทกภัยต่อไป

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังขอมอบสิทธิ์สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ประสบอุทกภัย ดังนี้

  • สำหรับรถยนต์ฮอนด้า : รับส่วนลดค่าอะไหล่ 30%* โดยสามารถนำรถยนต์ฮอนด้าที่ประสบอุทกภัยเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าในจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ และสุโขทัย สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร 0 2341 7777
  • สำหรับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหรือยี่ห้ออื่นๆ : ฟรีตรวจเช็กสภาพรถ ฟรีเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน ไส้กรอง และหัวเทียน* โดยสามารถนำรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหรือยี่ห้ออื่นๆ ที่ประสบอุทกภัยเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าในจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2567 เวลา 9:00 – 15:00 น. สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร 02-757-6111

ฮอนด้าขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยทุกท่าน เราพร้อมอยู่เคียงข้างและส่งมอบความช่วยเหลือ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติอุทกภัยในครั้งนี้ และกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน  ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปี Porsche 911 Turbo เปิดตัวครั้งแรกในงาน Monterey Car Week

0

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) ปอร์เช่ (Porsche) ได้เปิดตัวรถสปอร์ตไอคอนิกรุ่นพิเศษ 911 เทอร์โบ 50 ปี (911 Turbo 50 Years) ซึ่งผสมผสานสมรรถะที่ยอดเยี่ยมและวัสดุชั้นเลิศเข้ากับองค์ประกอบการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ทั้งภายในและภายนอกสะท้อนให้เห็นถึง 911 เทอร์โบ (911 Turbo) รุ่นประวัติศาสตร์ พร้อมด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่ทันสมัยและสง่างามเหนือกาลเวลา แพ็คเกจ Heritage Design เป็นทางเลือกเพื่อช่วยยกระดับความสวยงามของรุ่นฉลองครบรอบนี้ ปอร์เช่ (Porsche) ได้จำกัดจำนวนผลิต 911 เทอร์โบ 50 ปี (911 Turbo 50 Years) โดยรุ่นนี้มีพื้นฐานมาจาก 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) รุ่นล่าสุด และมีจำนวน 1,974 คันเพื่อเป็นการระลึกถึงปีที่ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) คันแรกเปิดตัว

รุ่นฉลองครบรอบที่ไม่ซ้ำใคร พร้อมความรู้สึกและดีไซน์แบบเทอร์โบ (Turbo)

เมื่อเปิดตัวในปี 1974 ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ รุ่นตัวถัง 930 (Porsche 911 Turbo Type 930) ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นไปได้ไปอีกขั้น โดยนำเทคโนโลยีเทอร์โบที่เป็นมาตรฐานจากรถแข่ง 917/10 และ 917/30 มาสู่รถสปอร์ตที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และผสมผสานกับการออกแบบที่โดดเด่นและความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ไม่เคยมีมาก่อน รุ่นฉลองครบรอบ 911 เทอร์โบ 50 ปี (911 Turbo 50 Years)  ใช้พื้นฐานจาก 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) ที่เปิดตัวในปี 2019  ทั้งเป็นการแสดงความเคารพและการตีความใหม่ต่อมรดกอันล้ำค่านี้ กราฟฟิกด้านข้างตัวรถเป็นการยกย่องลวดลายประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ เทอร์โบ (Porsche 911 RSR Turbo) ที่นำเสนอที่งาน Frankfurt Motor Show ในปี 1973 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้าของ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) สำหรับรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับสีพิเศษของ ปอร์เช่ เทอร์โบ (Porsche Turbo) ที่เรียกว่า เทอร์โบไนท์ (Turbonite) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้ใน 911 สีเทอร์โบไนท์ (Turbonite) ยังถูกใช้ในแผงปิดเครื่องยนต์ด้านหลัง ฝาครอบถังน้ำมัน และตราสัญลักษณ์ Porsche นอกจากนี้ยังใช้เป็นสีตัดกันในโลโก้รุ่น Turbo 50 ปี อีกหนึ่งการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์คือการใช้สีเทา Anthracite Grey บนแผ่นปีกหลัง กันชนหลัง ฐานกระจกมองข้าง และการตกแต่งช่องระบายอากาศ ตราสัญลักษณ์บนกระจังหน้าฝาครอบเครื่องยนต์ด้านหลังมีภาพไอคอนเทอร์โบชาร์จเจอร์และตัวเลขปี 1974–2024 เมื่อเปิดประตู ไฟ LED ที่ประตูจะฉายภาพของเทอร์โบชาร์จเจอร์ลงบนพื้นข้างรถ 911 เทอร์โบ 50 ปี (911 Turbo 50 Years) มาพร้อมกับล้อ 911 Turbo S Exclusive Design ในสี เทอร์โบไนท์ (Turbonite)  เป็นมาตรฐาน

ภายในห้องโดยสารย้อนความรู้สึกของยุค 1970

ภายในของ 911 เทอร์โบ 50 ปี (911 Turbo 50 Years) ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ Turbo ในการระลึกถึงรุ่นเริ่มต้นของ ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) ลวดลาย McKenzie tartan อันเป็นเอกลักษณ์ถูกนำมาประดับที่แผงกลางของที่หุ้มเบาะและแผงประตูภายใน การตัดกันและเพิ่มเติมของสีเทอร์โบไนท์ (Turbonite) ทำให้รถคันนี้แตกต่างจากรุ่น 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) รุ่นการผลิตทั่วไป ซึ่งจะเห็นได้บนเข็มขัดนิรภัย ปุ่มควบคุม การเย็บตกแต่ง แถบตกแต่งที่มีการฝังลวดลายในหนังสีดำ และตราสัญลักษณ์ Porsche บนพวงมาลัยสปอร์ต GT ส่วนโลโก้ Turbo 50 ปี ที่ส่องสว่างมีอยู่ที่แผ่นปิดข้างประตู ซึ่งมีการตกแต่งด้วยอลูมิเนียมขัดสีดำ โลโก้นี้ยังเย็บปักลงบนที่รองศีรษะของที่นั่ง Adaptive Sports Seats Plus นอกจากนี้ยังมีโลโก้ Turbo 50 ปีที่ด้านหลังของเบาะนั่งด้านหลังซ้าย เหนือช่องเก็บของมีแผ่นฉลองครบรอบที่ทำจากอลูมิเนียม และมีหมายเลขรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นเฉพาะ เสา A แผงบังแดด และหุ้มหลังคาด้วย Race-Tex ที่เจาะรู นาฬิกา Subsecond ของ Porsche Design แบบอนาล็อกที่มีการออกแบบ Turbo 50 ปี ตกแต่งอยู่บนแดชบอร์ด

แพ็คเกจ Heritage Design เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์

แพ็คเกจ Heritage Design 50 ปีของ Turbo ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และเป็นตัวเลือกเสริมที่สามารถเลือกใส่ได้เพื่อเพิ่มเติมความพิเศษให้กับรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ด้วยฟีเจอร์การออกแบบและอุปกรณ์เสริมหลายอย่างที่ย้อนกลับไปยังรุ่น 911 Turbo ในยุค 1970 สีพื้นฐานของแพ็คเกจ Heritage Design คือสีเขียว Aventurine Green Metallic นอกจากนี้ยังมีสีมาตรฐาน 911 และสีจากโปรแกรม Paint to Sample ให้เลือกใช้ ส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ Heritage Design คือกราฟฟิกตกแต่งคุณภาพสูงในสีขาว (ผิวซาติน) ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ อันได้แก่ หมายเลขรถที่มีให้เลือกได้ระหว่าง 0 ถึง 99 โลโก้ 50 ปีของ Turbo และโลโก้ Porsche ผู้ที่ชื่นชอบลุคมินิมัลสามารถเลือกละเว้นบางส่วนหรือทั้งหมดขององค์ประกอบกราฟฟิกได้ ตราสัญลักษณ์ Porsche ในอดีตจากปี 1964 ถูกใช้ที่ฝากระโปรงหน้าและที่ฝาครอบของล้อ Sport Classic ซึ่งทาสี  Brilliant Silver และ White (ผิวซาติน) โลโก้ Turbo 50 และ Porsche ที่ด้านหลังเป็นสีทอง ภายในรถมีส่วนประกอบหนังเพิ่มเติมและเพิ่มการออกแบบลวดลายตารางทำให้รุ่นเฉลิมฉลองครบรอบนี้มีความพิเศษครบถ้วน แผงตกแต่งแดชบอร์ด ช่องเก็บถุงมือ และการหุ้มพนักพิงที่นั่งมีลวดลายคลาสสิก ตราสัญลักษณ์ Porsche ในอดีตติดตั้งอยู่บนพวงมาลัย ขณะที่ช่องเก็บของกลางคอนโซลมีโลโก้ Porsche Exclusive Manufaktur ปั๊มลงในหนัง การแสดงผลในกลุ่มมาตรวัดและนาฬิกา Sport Chrono ในแพ็คเกจ Heritage Design มีสีเขียว

โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพ รูปลักษณ์ และประวัติศาสตร์

ในทางเทคนิคแล้ว ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ 50 ปี (Porsche 911 Turbo 50 Years) มีพื้นฐานมาจาก 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2019 มีเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ขนาด 3.7 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่แบบแปรผัน (variable turbine geometry (VTG) twin turbocharging) ให้พละกำลัง 478 kW (650 แรงม้า) และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 1,640 กิโลกรัม จึงทำให้อัตราส่วนพละกำลังต่อน้ำหนักที่ 2.52 กิโลกรัม/แรงม้า นอกจากนี้ 911 เทอร์โบ 50 ปี (911 Turbo 50) ยังใช้เวลาเพียง 2.7 วินาทีในการเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำความเร็ว 0 ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8.9 วินาที พละกำลังถูกส่งไปยังล้อด้วยระบบเกียร์คลัทช์ 8 สปีด (PDK) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Porsche Traction Management (PTM) พร้อม Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) รวมถึงระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถกระจายแรงบิดแบบแปรผันให้กับล้อคู่หลังได้อย่างอิสระ ระบบไอเสียแบบสปอร์ตที่มีปลายท่อท้ายสีดำมาเป็นมาตรฐาน ระบบช่วงล่างแบบสปอร์ต Porsche Active Suspension Management (PASM) ที่ลดลง 10 มิลลิเมตร และระบบยกช่วงล่างด้านหน้าก็รวมอยู่ในอุปกรณ์มาตรฐานเช่นเดียวกับไฟหน้า LED matrix ที่มาพร้อมระบบ Dynamic Light System Plus ระบบเบรก PCCB (Porsche Ceramic Composite Brake) มาเป็นมาตรฐาน และมีการตกแต่งคาลิปเปอร์เบรกเป็นสีดำ

นาฬิกาจับเวลา Chronograph สำหรับรถสปอร์ตเหนือกาลเวลา

เฉพาะสำหรับเจ้าของปอร์เช่ 911 เทอร์โบ 50 ปี (Porsche 911 Turbo 50 Years), Porsche Design Timepieces กำลังเปิดตัวนาฬิกาพิเศษเพื่อเป็นการยกย่องรุ่นฉลองครบรอบ 911 Turbo 50 Years Chronograph ได้รับการติดตั้งกลไก Porsche Design WERK 01.200 ที่ได้รับการรับรองจาก COSC พร้อมฟังก์ชัน flyback เช่นเดียวกับรถยนต์ นาฬิกาถูกจำกัดการผลิตไว้ที่ 1,974 เรือนและผสมผสานการออกแบบคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย หน้าปัดสีดำที่มีองค์ประกอบในสีเทอร์โบไนท์ (Turbonite) เป็นดั่งภาพเสมือนที่สมบูรณ์แบบของนาฬิกาบนแดชบอร์ด สายทำจากหนังรถสีดำพร้อมการเย็บตกแต่งด้วย สีเทอร์โบไนท์ (Turbonite) มาพร้อมกับตัวล็อคพับเคสใสช่วยให้มองเห็นโรเตอร์ไขลานในสไตล์เดียวกับล้อของ 911 Turbo 50 หมายเลขรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่แกะสลักบนตัวเรือนไทเทเนียมสัมพันธ์กับหมายเลขรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นของรถยนต์ Chronograph ยังมีให้เลือกในเวอร์ชันพิเศษควบคู่กับแพ็คเกจ Heritage Design อีกด้วย

พร้อมรับคำสั่งซื้อทันที

รถสปอร์ตรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี 911 เทอร์โบ (911 Turbo) รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสามารถสั่งซื้อได้แล้วในราคาเริ่มต้นที่ 27,900,000 บาท การส่งมอบจะเริ่มในช่วงไตรมาศแรกของปี 2025 ซึ่งขณะนี้ ท่านสามารถเข้าชมได้แล้วในนิทรรศการพิเศษ Beyond Performance – 50 Years of Porsche Turbo ที่พิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ (Porsche Museum) ในสตุ๊ทการ์ท-ซุฟเฟนเฮาเซิน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ กองทัพอากาศไทย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.เชียงราย

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ส่งต่อธารน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ในจังหวัดเชียงราย โดยบริจาคสิ่งของเครื่องใช้รวมมูลค่า 100,000 บาท ให้กับกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ กองทัพอากาศไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจบรรเทาทุกข์ของประชาชน สอดคล้องกับปณิธานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ด้านโครงการเพื่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม การศึกษา และสุขภาพ

นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังเปิดให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี! สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นซึ่งได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจเช็กด้วยเครื่องสแกน MUT-III รวม 23 รายการ และมอบส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์* ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2567 ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วประเทศ โดยติดต่อ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าผู้มีประกันภัยรถยนต์ จะสามารถรับส่วนลดตามรายการส่งเสริม
การขายนี้ได้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยเท่านั้น

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดตัวนายกสมาคมฯ อุปนายก และคณะกรรมการสมาคมฯชุดใหม่ พร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลาง การผลิต EV ส่งออกอันดับต้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

0

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเเถลงข่าว เปิดตัวนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมด้วยอุปนายกสมาคมฯ ท่านใหม่อีก 4 ท่าน ณ อาคารเคเอกซ์ (Knowledge Exchange – KX) กรุงธนบุรี ซึ่งภายในงานยังได้รับเกียรติจาก อดีตนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 2 สมัย นายกฤษฎา อุตตโมทย์ กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนตลอดระยะเวลา 4 ปี เนื่องในโอกาสหมดวาระ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 2 สมัย และพร้อมส่งมอบตำแหน่งดังกล่าวให้กับนายสุโรจน์ เเสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ท่านปัจจุบันที่ได้รับการโหวตคัดเลือกจากคณะกรรมการสมาคมฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย โดยมีวาระนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง 2 ปี ตั้งเเต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ด้านนายสุโรจน์ เเสงสนิท ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด มีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนานและเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งในด้านผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และกับผู้บริโภค อีกทั้งภายในงานเเถลงข่าว ยังได้มีการแนะนำอุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ชุดใหม่ ได้แก่ ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ อุปนายกฯ ฝ่ายวิชาการและการพัฒนาบุคลากร, นายสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกฯ ฝ่ายอุตสาหกรรมและการพัฒนาธุรกิจ, นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน อุปนายกฯ ฝ่ายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนางสาวธมลวรรณ ชลประทิน อุปนายกฯ ฝ่ายการสื่อสารและประชาสัมพันธ์

นายสุโรจน์ เเสงสนิท เผยว่า “ผมขอขอบพระคุณสื่อมวลชนที่มาร่วมงานในวันนี้ พร้อมด้วย คณะกรรมการสมาคม และสมาชิกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยทุกๆท่านที่มอบความไว้วางใจให้กระผมดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งหน้าที่และภารกิจสำคัญที่เราต้องการพุ่งเป้า หลังจากที่กระผมได้รับตำแหน่งมานี้คือการโฟกัสที่การพัฒนาและผลักดัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ในห่วงโซ่อุปทาน เป็นภารกิจและพันธกิจสำคัญที่ผมอยากเห็นอนาคตที่ไทยจะกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นเทคโนโลยีเเห่งอนาคต นำมาสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับแรงงานไทย และพร้อมต่อยอดทักษะบุคลากรในประเทศให้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในด้านการผลิต การพัฒนา และการซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการเป็นพันธมิตรกับองค์กรภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังมีพื้นที่การเติบโตไปได้ไกลอีกมาก หากได้รับการสนับสนุน ส่งเสริม และผลักดัน จากทุกๆภาคส่วน และทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมเป็นองค์กรในการประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ กับองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศอย่างยั่งยืน และต่อยอดสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ที่เเข็งแรง”

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน สุปัตติ อุปนายกฯ ฝ่ายวิชาการและการพัฒนาบุคลากร กล่าวว่า “การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการเสริมสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันให้บุคลากรในอุตสาหกรรมมีทักษะและความเชี่ยวชาญที่ทันสมัย เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน”

นายสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกฯ ฝ่ายอุตสาหกรรมและการพัฒนาธุรกิจ กล่าวว่า “สมาคมฯสนับสนุนนโยบาย 30@30 ของรัฐบาล เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด หรือแม้แต่การส่งเสริมเชื้อเพลิง biofuel ล้วนมีส่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยิ่งไปกว่านั้นสมาคมฯ มีพันธกิจสำคัญต่อเนื่อง คือการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการใช้ชิ้นส่วนและซัพพลายเชนในประเทศไทย หวังว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการส่งออก ให้เป็น product champion สร้างรายได้ให้ประเทศเช่นเดียวกับรถปิคอัพ สมาคมฯ ได้เริ่มหารือกับบีโอไอ และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) ในการส่งเสริมการผลิตดังกล่าว  นอกจากนี้สมาคมฯยังร่วมมือกับบีโอไอในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่สนใจมาลงทุนในธุรกิจ EV หรือ Ecosystem อีกด้วย”

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน อุปนายกฯ ฝ่ายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เผยว่า “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เมื่อมีความต้องการจากผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ดังจะเห็นได้จากข้อมูลการเติบโตของจำนวนผู้ใช้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่รองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น ภารกิจและภาระหน้าที่ของสมาคมฯ คือการผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกให้เกิดขึ้นในประเทศ และสนับสนุน พร้อมผลักดันนโยบายที่ยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวนี้ ได้พัฒนา ต่อยอด และสร้างประโยชน์ในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง”

นางสาวธมลวรรณ ชลประทิน อุปนายกฯ ฝ่ายการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ภารกิจหลักของสมาคมฯคือการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้า รุ่นและราคา สถานีชาร์จไฟฟ้าที่มีจำนวนและตำแหน่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมารยาทในการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสมาคม เช่น Directory เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับภารกิจและพันธกิจของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย”

ทางนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ อุปนายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการชุดใหม่จะมีวาระการดำเนินงานในกรอบ 2 ปี

 

‘ZEEKR’ ผนึกกำลัง ‘ZEEKR House เชียงใหม่’ มอบเงินสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาช่วยเหลือวิทยาลัยเทคนิคแพร่ หลังประสบอุทกภัย

0

บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ZEEKR ร่วมกับ ZEEKR House เชียงใหม่ มอบเงินสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษา จำนวน 150,000 บาท เพื่อช่วยฟื้นฟูวิทยาลัยเทคนิคแพร่ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยเงินสนับสนุนนี้ จะนำไปฟื้นฟูห้องปฏิบัติการยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเรียนการสอนของนักศึกษาในแผนกยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด

บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ZEEKR ร่วมกับ ZEEKR House เชียงใหม่ ตระหนักถึงความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดแพร่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิทยาลัยเทคนิคแพร่ โดยเฉพาะห้องปฏิบัติการและห้องเรียนของแผนกยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายรุนแรง อุปกรณ์สำคัญ เช่น Wall Charger, โต๊ะเรียน, คอมพิวเตอร์ และชุดเครื่องมือการสอนถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการฝึกทักษะของนักศึกษาอย่างมาก

เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนการฟื้นฟูการศึกษา บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และ ZEEKR House เชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันมอบเงินสนับสนุนอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำนวน 150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ให้กับวิทยาลัยเทคนิคแพร่ โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูห้องปฏิบัติการยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

การมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องปฏิบัติการยานยนต์ไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคแพร่โดยได้รับเกียรติจากคุณเป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี และคุณเกรียงศักดิ์ จารุนนท์วิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ZEEKR House เชียงใหม่ เป็นตัวแทนในการมอบเงินช่วยเหลือ

เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ZEEKR ในฐานะแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสังคมไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษาและการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เราหวังว่าการสนับสนุนครั้งนี้จะช่วยให้นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคแพร่สามารถกลับมาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด”

เกรียงศักดิ์ จารุนนท์วิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ZEEKR House เชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า “ในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนภาคเหนือ เราอยากมีส่วนในการช่วยเหลือและสนับสนุนการฟื้นฟูหลังจากเหตุการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น และประเทศชาติ เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจและโอกาสให้กับเยาวชนในพื้นที่”

วิทยาลัยเทคนิคแพร่เป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาในจังหวัดแพร่ การสนับสนุนครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูห้องปฏิบัติการยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ โดยบริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และ ZEEKR House เชียงใหม่ ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยทุกท่าน และมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในอนาคต

 

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ ZEEKR ได้ที่

Website: https://www.zeekrglobal.com/th/

Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

เกรท วอลล์ มอเตอร์ อวดนวัตกรรมอัจฉริยะระดับโลก เปิดรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 6 รุ่น ณ เฉิงตู ออโต้ โชว์ 2024

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำการเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) อย่างต่อเนื่อง เดินหน้าโชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการเดินทางแห่งอนาคตสู่สายตาผู้คนทั่วโลกที่มุ่งหน้ามาจากนานาประเทศ ทั้งตะวันออกกลาง อาเซียน ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขนทัพรถยนต์พลังงานใหม่ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำหน้าทั้งสิ้น 6 แบรนด์ ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO พร้อมรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นเรือธงอีกกว่า 20 คัน ซึ่งจัดแสดงภายใต้ แนวคิด “Intelligent GWM, Off-Road GWM, Global GWM” ในงาน เฉิงตู ออโต้ โชว์ 2567 (Chengdu Auto Show 2024) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีการนำรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 6 แบรนด์ มาจัดแสดงรวมกันภายในงาน นับว่าเป็นก้าวย่างสำคัญที่ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ ‘GO WITH MORE’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการหยั่งรากลึกเข้าไปในตลาดระดับท้องถิ่น ผ่านการศึกษา พัฒนา และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานในประเทศต่าง ๆ จนทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กลายเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกผ่านความหลากหลายของยนตรกรรมพลังงานใหม่และการบริการหลังการขายที่ตอบทุกความต้องการของลูกค้าทั่วโลก โดยในอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ไปยังประเทศต่าง ๆ สู่การเดินหน้าปรับเปลี่ยนโลกให้เข้าสู่สังคมพลังงานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีการวางแผนกลยุทธ์แบบครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อให้มั่นใจว่าจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่สุดให้กับลูกค้าทั่วโลกอีกด้วย

ในงานเฉิงตู ออโต้ โชว์ 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดแสดงทัพรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ สะท้อนการเป็นแบรนด์ผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกอย่างแท้จริง ประเดิมด้วยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์อย่าง GWM WEY รุ่น Blue Mountain หรือ GWM WEY 07 ถูกเปิดตัวในฐานะรถยนต์เอสยูวี 6 ที่นั่งรุ่นเรือธงแบรนด์แรกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมกับระบบนำทางอัจฉริยะขณะขับขี่ (NOA) รับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนได้ในทุกสถานการณ์ มอบประสบการณ์การเดินทางให้เป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด การันตีประสิทธิภาพการใช้งานที่ให้มาอย่างครบครันด้วยยอดการสั่งซื้อสูงถึง 8,571 คัน จากกว่า 170 เมืองทั่วประเทศจีน ภายในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง โดยผู้เลือกซื้อกว่า 80% มาจากเมืองชั้นหนึ่งและชั้นสองของประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ความพรีเมียมได้เป็นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ GWM WEY รุ่น Blue Mountain นับว่าเป็นรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นที่สามของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงอย่าง Coffee Pilot Ultra ที่ถูกคิดค้นเพื่อนำมาทำงานร่วมกับรถยนต์พลังงานใหม่ โดยระบบดังกล่าวมีความสามารถในการตรวจจับที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพในการควบคุมที่แม่นยำ ผสานการทำงานร่วมกับระบบ Coffee OS 3 ซึ่งนับว่าเป็นระบบตรวจจับที่มีความอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี มอบประสบการณ์การขับขี่อันสะดวกสบายและชาญฉลาดตลอดทั้งเส้นทาง โดยการพัฒนาระบบต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับรถยนต์รุ่นดังกล่าว เกิดจากการศึกษาและพัฒนาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่อย่างลึกซึ้ง จนนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างตรงจุด

ต่อกันที่แบรนด์ GWM TANK อย่าง GWM TANK 400 รุ่นน้ำมัน และ GWM TANK 500 Hi4-T Black Warrior โดย GWM TANK 400 มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0T รุ่นใหม่ มอบพละกำลังที่มีทั้งความแรงและความต่อเนื่องให้กับรถยนต์ ผสมผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศจีน ตอบสนองความต้องการของนักผจญภัยทั้งด้านการขับขี่สู่การปีนป่ายได้อย่างมั่นคง โดยสามารถขับขี่ได้ในพื้นที่ลาดชันสูงถึง 57.24 องศา สามารถทำความเร็วต่ำสุดที่ 2.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในอนาคต GWM TANK 400 จะเปิดตัวพร้อมกันทั้งตลาดในประเทศจีน ยุโรป และเอเชีย สำหรับ GWM TANK 500 Hi4-T Black Warrior ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อแสดงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งแต่ที่การเปิดตัว GWM TANK 300 ในงานเฉิงตู ออโต้ โชว์ 2563 แบรนด์ GWM TANK ก็สามารถครอบครองตลาดได้อย่างรวดเร็วผ่านการเปิดตัว GWM TANK 500, GWM TANK 500 Hi4-T, GWM TANK 400 Hi4-T และ GWM TANK 700 Hi4-T สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายทะลุ 1 แสนคัน ภายใน 14 เดือน ยอดขายทะลุ 2 แสนคัน ภายใน 24 เดือน ยอดขายทะลุ 3 แสนคัน ภายใน 33 เดือน และยอดขายสูงถึง 5 แสนคัน ภายใน 44 เดือนเท่านั้น โดยตั้งแต่ที่ GWM TANK 300 เปิดตัวมานั้นส่งผลให้สัดส่วนการครองตลาดรถยนต์ออฟโรดในประเทศจีนเพิ่มขึ้นจาก 47.4% เป็น 83.1% ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งใหญ่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์ออฟโรดของประเทศจีนได้สำเร็จ

นอกจากนี้แบรนด์ GWM HAVAL ยังมาพร้อมกับรุ่นเรือธงอย่าง GWM HAVAL H9 นับว่าเป็นรถยนต์ออฟโรดรุ่นที่สองที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ออฟโรดสำหรับครอบครัว โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์ออฟโรดได้เป็นอย่างดีเพื่อให้พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการด้านการขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์และทุกสภาพถนนสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นหลัก โดย GWM HAVAL H9 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้เปิดให้จองล่วงหน้าแล้ว กับ GWM HAVAL H9 รุ่น Explorer ในราคา 205,900 หยวน รุ่น Pathfinder ในราคา 221,900 หยวน และรุ่น Ultimate ในราคา 235,900 หยวน

ตามมาด้วย GWM POER รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงระดับโลกอย่าง GWM POER 2.4T Off-Road โดยมาพร้อมกับรุ่น Progression และรุ่น Advanced มาพร้อมกับราคา 178,000 หยวน และ 188,800 หยวน ตามลำดับ โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวนับว่าเป็นรถกระบะที่มีพละกำลังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะออฟโรดในระดับเดียวกัน มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความมันส์ในเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มพิกัด นอกจากนี้ GWM POER Shanghai Crossing Edition ยังได้มีการเปิดให้จองภายในงานนี้เช่นกัน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 249,800 หยวน ซึ่งรถกระบะรุ่นดังกล่าวถูกพัฒนามาจากแพลตฟอร์ม TANK มอบสมรรถนะขั้นสูงที่มีระยะทางการวิ่งยาวนาน พร้อมเคียงข้างผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการท่องโลกกว้างได้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว GWM POER Shanghai Motorhome ภายในงานอีกด้วย โดยรถกระบะรุ่นดังกล่าวมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Shanghai POER N2 ที่มีคุณสมบัติรองรับน้ำหนักเบาและพละกำลังสูง ตอบสนองความต้องการในการดัดแปลงเพื่อนำรถกระบะไปใช้งานเฉพาะกิจหลากหลายประเภทในอนาคต เช่น รถบ้าน รถดับเพลิง รถพยาบาล และรถประเภทอื่น ๆ สะท้อนความเป็นเลิศของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในด้านการขับขี่ด้านออฟโรดและการใช้งานได้อย่างครบวงจร

และล่าสุด กับผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ Great Wall SOUO จักรยานยนต์พรีเมียม ที่มาพร้อมกับสีแดง มอบความโดดเด่นถึงใจ ร่วมกับดีไซน์ที่ดึงดูดทุกคู่สายตาในยามที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน ที่ไม่ว่าใครเห็นก็จะต้องตกหลุมรัก พร้อมกับสมรรถนะอันโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ V8 ควบคู่กับระบบส่งกำลัง 8DCT พร้อมชิป 8155 ที่ออกแบบตามมาตรฐานของรถยนต์ มอบประสบการณ์การขับขี่จักรยานยนต์ที่เหนือกว่าใคร พร้อมเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ในประเทศจีนและทั่วโลกไปอีกขั้น

ในงานนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม เรียกเสียงฮือฮาได้จากทุกรุ่นที่นำมาจัดแสดง โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการขับขี่เพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก อีกทั้งจะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายให้ครบทุกเซกเมนต์ และจะยังคงขยายการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก โดยปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเทศทั่วโลกกว่า 170 ประเทศ นำไปสู่การสนับสนุนจากผู้ใช้งานทั่วโลกแล้วกว่า 14 ล้านคน ช่องทางการขายในต่างประเทศกว่า 1,300 แห่ง และมียอดขายสะสมในต่างประเทศกว่า 1.6 ล้านคัน โดยการจัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ในงานเฉิงตู ออโต้ โชว์ 2567 ไม่เพียงเป็นการสรุปความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ณ ปัจจุบันเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการมองไปยังการพัฒนาสู่อนาคต ร่วมกับการสร้างมาตรฐานใหม่สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนที่ก้าวเข้าสู่เวทีโลกและกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนทั่วโลกได้อย่างแท้จริง

‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ สัมผัสยนตรกรรมในเครือฯ จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ มาพร้อมหลากข้อเสนอคุ้มที่สุดแห่งปี 11-15 กันยายนนี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

0

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลตี้ครบวงจร จัดงานใหญ่ประจำปี ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือ ครบทุกแบรนด์ จัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อม ‘The Ultimate Deals of the Year’ ข้อเสนอพิเศษแห่งปีที่ยากจะปฏิเสธ ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดี ที่เราได้จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีขึ้นอีกครั้งกับ ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ ที่ได้ยกขบวนยนตรกรรมในเครือ มาให้สัมผัสอย่างครบครันทุกเซกเมนต์ พร้อมแคมเปญพิเศษที่ต้องบอกว่าดีที่สุดแห่งปี โดยปีนี้มีไฮไลท์ คือ งานประมูลยนตรกรรมระดับพรีเมียมในเครือฯ ที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกบริเวณ Parc Paragon ในวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ จากพันธมิตรทางธุรกิจของเราอย่าง สยามพารากอน ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คสำคัญของนักช็อปจากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่ามางานนี้งานเดียว ได้เก็บเกี่ยวความคุ้มค่าแบบเต็มๆ แน่นอนครับ”

คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ความพิเศษของการจัดงาน MGC-ASIA Mobility Expo เหนือสิ่งอื่นใด คือ ความมั่นใจของลูกค้าที่จะต้องได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ทั้งในด้านสินค้าและการบริการ ทำให้ MGC-ASIA Mobility Expo เป็นงานที่คนรักรถตั้งตารอ โดยในปีนี้ นอกจากพื้นที่การจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่า 2,500 ตารางเมตร รวม 6 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งชั้น M ชั้น 1 และชั้น 3 สยามพารากอน ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถในงาน และส่งมอบในเวลา
ที่กำหนด จะได้ที่รับสิทธิ์ที่จอดรถฟรีสูงสุดนาน 1 ปี และรับสยามกิฟท์การ์ด รวมมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถในงาน ราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิสมาชิกบัตร ONESIAM BLACK  ซึ่งเป็นบัตรสำหรับสมาชิกระดับสูงสุด เพื่อรับสิทธิประโยชน์สำหรับลักชัวรีไลฟ์สไตล์ พร้อมสัมผัสความลักชัวรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าที่เคย”

++ Rolls-Royce อัครยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดในโลก

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก จัดทัพยนตรกรรมที่ได้การยอมรับว่าหรูหราและดีที่สุดในโลก จัดแสดงให้ได้ชมกันแบบตื่นตาตื่นใจ นำโดย Black Badge Cullinan อัครยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ สมทบด้วยรุ่นยอดนิยมอย่าง Ghost และ Spectre ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับมอบรถยนต์ภายในเดือนตุลาคม 2567 รับบัตรโดยสารการบินไทย ชั้นธุรกิจ ไป-กลับที่ใดก็ได้ในยุโรป จำนวน 2 ที่นั่ง* หรือ รับประสบการณ์สุดพิเศษ ‘A Day in Goodwood, England’* เยี่ยมชม The Home of Rolls-Royce แบบใกล้ชิด หรือ รับ Siam Gift card มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท*

++ Aston Martin การผสมผสานรูปลักษณ์และความเร็วอย่างลงตัว

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก จัดเต็มภายในงานนี้ โดยนำหลากหลายยนตรกรรมพันธุ์แรงรุ่นไฮไลท์ มาจัดแสดงให้ชมกันแบบตระกานตา อาทิ Vantage F1 Edition, DBX707, DB12 และ DB12 Volante ภายใต้คอนเซปต์ ‘Style Meets Speed’ พร้อมความร่วมมือกับลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดัง ‘HUGO BOSS’ และ ‘VALENTINO’ ในการรังสรรค์สินค้าไลฟ์สไตล์ในรูปแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น รวมถึงเวอร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘The Art of Cocktail Mix’

พิเศษ! จองรถภายในงานและรับรถภายในเดือนกันยายน 2567 รับบัตรโดยสารสายการบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน 2 ที่นั่ง* หรือ รับประสบการณ์พิเศษ ‘A Factory Tour, Visit The Home of Aston Martin’ ที่ประเทศอังกฤษ มูลค่า 40,000 บาท จำนวน 2 ท่าน* หรือ รับ Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท*

++ Maserati มนต์เสน่ห์แห่งความเป็น Italian Luxury ฉลองครบปีที่ 110

มาเซราติ จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ภายใต้คอนเซปต์ ‘Itallian Luxury’ นำโดยซูเปอร์คาร์รุ่น MC20 ที่ล่าสุดได้รับการนำไปเพิ่มดีกรีความดุดันแบบรถแข่ง ภายใต้ชื่อ ‘GT2 Stradale’ สมทบด้วยรุ่น Grecale Trofeo เอสยูวีพลังแรง และ Grecale Folgore เอสยูวีพลังไฟฟ้ารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล

ลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับ ‘Maserati Corse Program GT Am, Warm Up On Track’ บนสนามแข่ง Autodromo di Modena ประเทศอิตาลี* Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท* และรับเชิญเป็นสมาชิก Maserati Owners Club Thailand

++ XPENG ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค

บริษัท เอ็กซ์ โมบิลิตี้ พลัส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เอ็กซ์เผิง ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์รุ่น G6 อัลตราสมาร์ทเอสยูวีคูเป้ นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยี A.I. และ 800V Silicon Carbide (SiC) Architecture ชาร์จไฟได้เร็วกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป 2 เท่า ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ล้ำสมัยที่สุด รุ่น G6 Standard Range ราคา 1,439,000 บาท* และ G6 Long Range ราคา 1,599,000 บาท* มาพร้อมการรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่า 30,000 บาท* ติดตั้ง Wall Box ขนาด 7.4kW มูลค่า 35,000 บาท* ฟรี! Premium Roadside Assistance 5 ปี* และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา มูลค่า 6,000 บาท* XPENG x OR Collaboration รับส่วนลดราคาชาร์จ 15%* สำหรับการชาร์จไฟที่สถานีชาร์จ EV Station Pluz* และสถานี DC Charger ที่โชว์รูม XPENG ทั่วประเทศ*ลงทะเบียนทดลองขับภายในงาน รับหมวก XPENG LIFESTYLE

++ ZEEKR ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี่

บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด เชิญสัมผัสและเปิดประสบการณ์ใหม่ กับ ZEEKR X  และ ZEEKR 009 โดยเฉพาะ ZEEKR 009 เอ็มพีวี ดีไซน์ที่สุดแห่งแรงบันดาลใจในการสรรสร้างสุนทรียภาพของการเดินทางรูปแบบใหม่ สะท้อนทุกความหรูหราเหนือระดับ เช่นเดียวกับ ZEEKR X เอสยูวีหรูหราขนาดกะทัดรัด ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคปัจจุบัน พร้อมราคาเร้าใจ Standard RWD เริ่ม 1,199,000 บาท* และ Flagship AWD เริ่ม 1,349,000 บาท* รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร* ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี และฟรี! VReMT Wallbox มูลค่ากว่า 50,000 บาท

 

++ Millennium Auto Group นำกองทัพรถหรู ทุกรุ่น ทุกสายพันธุ์ ให้คุณได้สัมผัส

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดเต็มเพื่อสาวกยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อยากดูรุ่นไหนรวมไว้ที่เดียว ทั้ง BMW, MINI และ BMW MOTORRAD มีครบทั้งรถน้ำมัน, รถไฟฟ้า 100%, รถปลั๊ก-อินไฮบริด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ข้อเสนอพิเศษ

  • ทุกการจอง รับฟรี คูปองเช่ารถ SIXT สูงสุด มูลค่า 1,000 บาท* และส่วนลดการจองตั๋วเครื่องบิน
    สูงสุด มูลค่า 4,000 บาท*
  • จองและออกรถ รับฟรี

1) iPhone 16 Pro 256 GB มูลค่า 48,900 บาท*

2) บัตรจอดรถฟรี Siam Paragon นาน 6 เดือน (จำนวนจำกัด)*

3) รับ Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท เมื่อจองและรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น*

4) สิทธิพิเศษ ส่วนลด 50% ซื้อตั๋วเครื่องบินจากการบินไทย*

5) สมาชิก MOBILIFE ลุ้นรับคะแนนและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท (ทุก 100,000 บาท

รับ 1 คูปองลุ้นโชค)*

6) ผ่อนเงินจองและเงินดาวน์ 0% นาน 6 เดือน หรือแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30%
จากบัตรเครดิตชั้นนำ*

BMW

  • ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 4 ปี*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 3 ปี*
  • อัปเกรด BSI สูงสุด 6 ปี*
  • ฟรี BMW Wall Box*

MINI

  • The All-New MINI Cooper SE ราคาเพียง 1.699 ล้านบาท วิ่งได้ไกลถึง 402 กิโลเมตร*
  • The First-Ever All-Electric MINI Aceman ราคาเพียง 1.99 ล้านบาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • เลือกรับดอกเบี้ย 0%* ทุกรุ่น หรือ ผ่อนนานสูงสุด 65 เดือน (สำหรับรุ่นปัจจุบัน)*

BMW MOTORRAD

  • ออกรถ 0 บาท*
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%*
  • รับส่วนลดเงินสด สูงสุด 600,000 บาท*

 

++ PEUGEOT ‘Lucky Number 777’ ค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี

บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ สัญชาติฝรั่งเศส มาในธีม Lucky Number 777 มาร่วมค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี โดยไฮไลท์สำหรับงานนี้คือ New Peugeot 408 รถยนต์สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ (Fastback Crossover) มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาป ราคาเริ่มต้นเพียง 1.549 ล้านบาท และอีกหลายรุ่น ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเฉพาะงานนี้เท่านั้น โปรแกรมบำรุงรักษา Peugeot Value Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร* การรับประกันคุณภาพสูงสุด 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร*การบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง*พร้อมรับคะแนนสะสมจาก MGC-MOBILIFE เพิ่ม 70,000 คะแนน หรือ Siam Gift Card 10,000 บาท* พิเศษ! เพียงจองและรับรถยนต์ The New Peugeot 408 Allure และ The New Peugeot 408 Allure Plus ภายในงาน เลือกรับสิทธิพิเศษจาก เปอโยต์ ไลอ้อน
ออโตโมบิล คือ ที่พัก Intercontinental หัวหิน 2 คืน* หรือ คอร์ส Michelin Star ร้านโพทง* หรือ Chaopraya Dining Cruise Package

All-new 2022 Jeep® Grand Cherokee Summit Reserve

++ Jeep ‘Famous for freedom–การผจญภัย ไร้ขอบเขต’

บริษัท จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด มากับคอนเซปต์ ‘Famous for freedom-การผจญภัยไร้ขอบเขต’ กับแคมเปญ Lucky Number 777 +70,000 กับสองยนตรกรรมไฮไลท์ คือ New 2024 Jeep Wrangler Rubicon และ All-new Grand Cherokee Summit Reserve 4xe Plug-in Hybrid โดยทั้ง 2 รุ่น ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ขยายเวลาการบำรุงรักษา Jeep Service Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 135,000 กิโลเมตร* การรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร* บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง* การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่สูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สำหรับ Jeep Grand Cherokee* พร้อมรับคะแนนสะสมจาก MGC-MOBILIFE เพิ่ม 70,000 คะแนน* และ Siam Gift card 20,000 บาท*

พิเศษ! Golden Hour สำหรับลูกค้า จี๊ป รับส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ Mopar 30%* (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) และลดเพิ่มอีก 10%* สำหรับลูกค้าที่จองรถ Jeep ในงานเท่านั้น

 

++ Summit Honda ‘เลือกความมั่นใจ พาคุณไปได้ไกลกว่า’

บริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการ จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ New Honda Civic e:Hev RS และ New Honda Civic 1.5 ลิตร VTEC TURBO มาพร้อมอีกหลายรุ่นยอดนิยม และพิเศษกับ THE EXCLUSIVE DEAL

ต่อที่ 1 จองปุ๊บ เที่ยวปั๊บ – รับทันทีคูปองส่วนลด 50% สำหรับรถเช่า SIXT จำนวน 5 ใบ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงาน*

ต่อที่ 2 พิเศษ! สายช็อป – รับบัตร Siam Gift Card มูลค่า 2,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ HONDA CR-V TURBO และ HONDA WR-V RS ภายในงาน*

ต่อที่ 3 เอกสิทธิ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ

สิทธิพิเศษสมาชิก MOBILIFE รับคะแนน x3 สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ HONDA CR-V TURBO
และ HONDA WR-V RS ภายในงาน และรับรถยนต์ภายในเดือนตุลาคม 2567*

 

++ รถเช่า SIXT, MGC Marine และ MGC Aviation ครบถ้วนบริการ ทั้งบก-น้ำ-อากาศ

ซิกท์ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้น มาตรฐานระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ร่วมหยิบยื่นข้อเสนอสุดคุ้มค่า ให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับคูปองเช่ารถกับ SIXT มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ขณะที่ เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเรือยอทช์ อะซิมุท จากประเทศอิตาลี และเรือแม่น้ำ คริส-คราฟท์ จากสหรัฐอเมริกา มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก MGC-MOBILIFE แลก 10,000 คะแนน รับส่วนลดบริการเช่าเหมาลำเรือ มูลค่า 10,000 บาท* บริการสุดพิเศษจาก เอ็มจีซี เอวิเอชั่น ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ รวมถึงบริการอื่นๆ เพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับส่วนลดจองบัตรโดยสารสายการบิน มูลค่าสูงสุด 4,000 บาท* สำหรับการเดินทางต่างประเทศ


สิทธิพิเศษสมาชิก MGC-MOBILIFE สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน

  1. Lucky Surprise! รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ แจกฟินกว่า 100 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท* อาทิ ทริปล่องเรือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ, ที่พักโรงแรมเครือดุสิต 3 วัน 2 คืน, LA MER Giftset,
    คะแนน MGC Points และอีกมาก
  2. รับฟรี MOBILIFE PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท* อาทิ ส่วนลดจาก SIXT, MMS, TWG TEA และอื่นๆ
  3. สมัครสมาชิกใหม่ รับทันที 1,000 MGC Points และรับ Signature Luxury Facial Voucher จาก LA MER มูลค่า 5,000 บาท*
  4. รับฟรีเครื่องดื่มจาก Cha Bar เมื่อแลกคะแนน*

สิทธิพิเศษ ลูกค้า Serenade

  • รับ เอไอเอส พอยท์ สูงสุด 10,000 คะแนน* รวมมูลค่า 200,000 บาท* เมื่อจองรถภายในงาน

สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำอาทิ SCB Card X, KTC, ttb และ กรุงศรี

  • ผ่อนเงินจอง 0% นานสูงสุด 6 เดือน*
  • ใช้คะแนนแลกเครดิตเงินคืน สูงสุด 30%*
  • แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 48,000 บาท*
  • ฟรี Starbucks Card มูลค่า 3,600 บาท* และแลกคะแนนเครดิตเงินคืน 12%*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“บีวายดี” และ “เรเว่” บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย พร้อมส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันที่ 8 ล้านของบีวายดี ให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

0
บีวายดี 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จํากัด นำโดย นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย บีวายดี ออโต้ เอเชียแปซิฟิก (ที่ 8 จากซ้าย) และบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำโดย นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ (ที่ 6 จากซ้าย) ร่วมแสดงความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจให้พี่น้องชาวไทย มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงรายจำนวน 200,000 บาท ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ที่ 7 จากซ้าย) เป็นผู้แทนรับมอบและบริหารจัดการเพื่อการจัดหาสิ่งของที่จำเป็นสำหรับชุมชน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทที่จะดูแลและเติบโตเคียงข้างสังคมอย่างยั่งยืน

บีวายดี 3

 

ในโอกาสเดียวกันนี้ บีวายดี และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้ส่งมอบ BYD DOLPHIN ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่แปดล้านภายใต้แบรนด์บีวายดี และผลิตที่โรงงานบีวายดีประเทศไทย ให้แก่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่ยุคพลังงานใหม่ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมยานยนต์ที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บีวายดี 4

 

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN มาพร้อมการรับประกันและบริการซ่อมบำรุงรอบด้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและสานต่อวิสัยทัศน์ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในระยะยาว ตอบโจทย์เป้าหมายที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ครอบคลุมมิติด้านการพัฒนาชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อสร้างความสุข ความยั่งยืน และความมั่นคง พร้อมสร้างผลกระทบสุทธิเป็นบวกแก่ธรรมชาติ (Net Positive) ผ่านหลากหลายโครงการเพื่อความยั่งยืน อาทิ การขยายพื้นที่โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในป่าชุมชนซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ที่เข้าร่วมกว่า 143,180 ไร่ และโครงการจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบในกว่า 24 หมู่บ้านในตำบลแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น

“ซูบารุ” ส่ง e-BOXER HYBRID สู้ตลาดปีหน้า เปิดเกมด้วยรถธง 2 รุ่น

0
ซูบารุ 1

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการจำหน่ายรถซูบารุนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางแผนลงตลาดภายในไตรมาสแรกปีหน้า ส่ง 2 รุ่นธงในตระกูล e-BOXER HYBRID สู้ศึก นำร่องด้วย SUBARU CROSSTREK e-BOXER HYBRID ตามด้วย ALL-NEW SUBARU FORESTER e-BOXER HYBRID

ซูบารุ 2

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีหน้า ซูบารุประเทศไทย เตรียมนำเข้ารถ SUV 2 รุ่นยอดนิยมของซูบารุจากตระกูล e-BOXER HYBRID มาจำหน่ายในตลาดเมืองไทย เปิดตลาดด้วยครอสโอเวอร์ยอดนิยมในตลาด U.S. รุ่น Crosstrek ทั้งคุณสมบัติการใช้งาน สมรรถนะที่ใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ สภาพถนน ในดีไซน์เฉพาะตัวที่สปอร์ตหนักแน่น ครอสโอเวอร์คันเดียวที่สะท้อนอารมณ์สปอร์ตจากสนามแข่งสู่ท้องถนนได้อย่างชัดเจน เป็นไฮบริดครอสโอเวอร์ของซูบารุรุ่นแรกที่แฟนชาวไทยจะได้สัมผัสสมดุลย์ระหว่างสมรรถนะกับการประหยัดน้ำมันจาก e-BOXER เทคโนโลยีหลักที่เป็นหัวใจของรถยังคงเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่กระจายกำลังอย่างอิสระ เครื่องยนต์ e-BOXER พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า โครงสร้างตัวถังโกลบอลแพลตฟอร์ม และระบบช่วยขับขี่ EyeSight Subaru Crosstrek จะเป็นรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ Work ‘n Play ของคนรุ่นใหม่ผู้รักอิสระและใช้ชีวิตหลากหลายมากขึ้น

ซูบารุ 3

จากนั้นจะแนะนำ All-New Subaru Forester e-BOXER HYBRID เจนใหม่ ดีไซน์ใหม่หมด พร้อมขุมพลังใหม่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดรถใหญ่ขึ้นและอัตราประหยัดน้ำมันดีขึ้น ใช้งานได้ทุกวัตถุประสงค์ ทุกจุดหมาย ทุกรูปแบบเส้นทาง ซูบารุวางกลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อเปลี่ยนถ่าย business model จากที่จำหน่ายรถ CKD เป็นหลักไปสู่การจำหน่ายรถ CBU หรือรถนำเข้า เป็นโอกาสที่ได้ส่งต่อคุณภาพต้นฉบับจากประเทศแม่ (Home of Origin) สู่ผู้ใช้รถคนไทย และกลยุทธ์เรื่องราคาที่มั่นใจว่าระดับราคาดีที่สุดในตลาดรถนำเข้าจากญี่ปุ่น สนนราคาจำหน่ายของ Crosstrek เริ่มต้นที่ 1.8 ล้านบาท

ซูบารุ 4

เริ่มจากปี 2568 ซูบารุจะนำเข้ารถมาจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น รวม BRZ, WRX และ Outback ขณะที่รถผลิตในประเทศ (CKD) จากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กำลังจะหมดลงภายในสิ้นปีนี้ แม้ตลาดรถยนต์ประเทศไทยปัจจุบันนี้จะเป็นยุคที่ตลาดมีการแข่งขันสูงมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา แต่เนื่องด้วยรถผลิตในประเทศเหลือไม่มากนัก แคมเปญโปรโมชั่นยังคงมีให้ในระดับที่ผู้จำหน่ายแข่งขันได้ในตลาด และยังคงให้แพคเก็จดูแลรถ 6-STAR CARE+ เป็นแพคเก็จมาตรฐานพร้อมกับตัวรถนาน 5 ปี ลูกค้าได้ความสบายใจในระยะยาว ครอบคลุมดูแลค่าบำรุงรักษาฟรีทั้งค่าแรง-ค่าอะไหล่ 5 ปีหรือ 100,000 กม., รับประกันตัวรถนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี ในโอกาสฉลองครบรอบ 55 ปีของซูบารุในประเทศไทย โปรโมชั่นวันนี้ – 30 กันยายน 2567 มีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าผู้สนใจเป็นเจ้าของรถซูบารุ

ซูบารุ 5