Home Blog Page 134

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” ฉลองความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของเหล่าคุณแม่ ส่งแคมเปญ “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” มอบประสบการณ์ทดลองขับแนวใหม่ พร้อมดึงอินฟลูสายครอบครัวร่วมกิจกรรม และแจกของรางวัลพิเศษมากมาย

0
The Kia Carnival Wonder MOM 7
KIA DIS P_02

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ส่งแคมเปญทดลองขับรถแนวใหม่สุดสร้างสรรค์ “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” มอบประสบการณ์การผจญภัยครั้งใหม่ให้เหล่าครอบครัว จากอินไซต์ “เพื่อแม่…ที่เป็นได้มากกว่า” เชิญเหล่าคุณแม่สร้างโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ให้กับลูกๆ ผ่านแคมเปญทดลองขับ The Kia Carnival ที่จะถูกตกแต่งด้วยธีมสุดพิเศษ 3 สไตล์ ทั้งธีมเจ้าหญิงหิมะ ธีมนางเงือก และธีมซูเปอร์ฮีโร่ เปลี่ยนการทดลองขับทั่วไปให้กลายเป็นประสบการณ์ความประทับใจให้เจ้าตัวเล็กได้ยิ้มกว้าง พร้อมร่วมแชร์ภาพโมเมนต์ความสุขและรับของขวัญพิเศษ ตลอดจนกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย นอกจากนี้ยังดึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวตัวจริง อาทิ พลอย-ชิดจันทร์, เพจ Mama.Martin และเพจแม่จ๋าๆ พามาตาไปเที่ยวหน่อย และอีกกว่า 50 คนร่วมกิจกรรมแคมเปญทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายเกียทั่วประเทศ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้จองรถ The Kia Carnival ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 และออกรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 ลุ้นเป็นผู้โชคดีชิงรางวัลแพ็กเกจเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และของรางวัลอื่นๆ อีกเพียบ

The Kia Carnival Wonder MOM  3

 

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “The Kia Carnival ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในด้านระบบความปลอดภัยขั้นสูง สมรรถนะการขับขี่ และ ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ รวมถึงการเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกกิจกรรมของครอบครัว โดยจากอินไซต์ของลูกค้าเกีย พบว่ามีจำนวนกลุ่มคุณแม่ที่ขับ The Kia Carnival เพิ่มมากขึ้น โดยคุณแม่กลุ่มนี้เป็นคุณแม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูก ร่วมใช้เวลาและสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกๆ และสำหรับลูกๆ แล้ว แม่คือซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริงในชีวิตประจำวันที่สามารถจัดการทั้งงาน ครอบครัว และกิจกรรมของลูกๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เกียเปิดตัวแคมเปญ ‘The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่’ ภายใต้แนวคิด ‘เพื่อแม่…ที่เป็นได้มากกว่า’ เพราะบริษัทเชื่อว่าเหล่าคุณแม่คือส่วนสำคัญที่สามารถช่วยเชิญชวนและชักจูงลูกค้าในอนาคตให้เลือกใช้รถ The Kia Carnival ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว นอกจากนี้ยังได้ยังเชิญคุณแม่คนดัง อย่าง พลอย-ชิดจันทร์ และลูกๆ รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัว อย่าง คุณแม่ยูกับน้องมาร์ติน จากเพจ Mama.Martin, คุณแม่การ์ตูนกับน้องมาตา จากเพจแม่จ๋าๆ พามาตาไปเที่ยวหน่อย และอินฟลูเอนเซอร์อีกกว่า 50 คน มาร่วมสร้างและแบ่งปันเรื่องราวอันน่าประทับใจกับแคมเปญทดลองขับ The Kia Carnival ในครั้งนี้”

The Kia Carnival Wonder MOM  2

โดยแคมเปญนี้เปิดโอกาสให้คุณแม่ได้สร้างโมเมนต์สุดประทับใจ เซอร์ไพรส์ลูกๆ กับธีมรถสุดคิวท์ที่ถูกตกแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยการนำ The Kia Carnival ที่ถูกตกแต่งด้วย 3 ธีมสุดโปรดของเด็กๆ ได้แก่ “ธีมเจ้าหญิงหิมะ” “ธีมนางเงือก” และ “ธีมซูเปอร์ฮีโร่” ไปเป็นรถยนต์คู่ใจสร้างเซอร์ไพรส์สุดว้าวรับลูกจากโรงเรียนหรือจากสถานที่ใดก็ได้ พร้อมรับตุ๊กตาลิขสิทธิ์ดิสนีย์หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองขับ สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับ The Kia Carnival สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.kia-wondermom.com ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 พร้อมเลือกโชว์รูมที่สะดวกรับรถ ธีมรถ และวันและเวลาที่ต้องการ โดยทางบริษัทจะนำส่งรถทดลองขับให้ถึงที่บ้านหรือตามสถานที่ที่ระบุเพื่อความสะดวกของลูกค้า

พิเศษไปกว่านั้น สำหรับผู้ที่จอง The Kia Carnival (รุ่น LX, EX, SXL, and SXL Luxury) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 และออกรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 มีสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีรับรางวัลสุดพิเศษ ได้แก่ รางวัลที่ 1 แพ็กเกจเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สำหรับ 4 คน จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลห้องพักกับห้อง Space Connex รวมอาหารเช้า ณ โรงแรม The Grande Centre Point Space Pattaya 3 วัน 2 คืน สำหรับเข้าพัก 4 คน จำนวน 3 รางวัล และรางวัลที่ 3 คอร์สเรียนขี่ม้า พร้อมอาหารมื้อพิเศษกับครอบครัวที่ร้าน The Hay – Equestrian Center & Eatery ครอบครัวละ 4 ใบ จำนวน 10 รางวัล โดยจับรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 8 สิงหาคม 2567 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ผ่านช่องทางเพจเฟสบุ๊กทางการของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) นอกจากนั้นยังมีรางวัลพิเศษสำหรับคุณแม่ 150 ท่านแรกที่โพสต์ภาพกิจกรรมทดลองขับ The Kia Carnival และติดแฮชแท็ก #KiaWonderMOM ใต้โพสต์กิจกรรมบนเพจเฟสบุ๊กทางการของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) และบนเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยเปิดโพสต์สาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 รับทันทีบัตรของขวัญสตาร์บัคส์ มูลค่า 300 บาท

The Kia Carnival รถยนต์เอ็มพีวีระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งเป็น Grand Utility Vehicle ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับทุกครอบครัว มอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม โดดเด่นในด้านความอเนกประสงค์ที่ผสานนวัตกรรมพื้นที่ใช้สอย

The Kia Carnival Wonder MOM  5

ความสะดวกสบาย คุณภาพ และสไตล์อันโดดเด่นไว้ด้วยกันได้อย่างเหนือชั้น มีให้เลือกทั้งแบบ 11 ที่นั่ง ใน 3 รุ่นย่อย คือ The Kia Carnival LX, The Kia Carnival EX และ The Kia Carnival SXL และรุ่นใหม่ 7 ที่นั่ง ในรุ่น The Kia Carnival SXL Luxury เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในครอบครัว 5-7 คน โดย The Kia Carnival มอบพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและให้ความยืดหยุ่นกับการออกแบบการจัดวางที่นั่ง โดยไม่สูญเสียเนื้อที่หรือลดทอนความสบายของผู้โดยสารคนใด สำหรับในรุ่น SXL Luxury เบาะโดยสารแถวที่สองมาพร้อมที่นั่งแบบ Premium Relaxation ที่สามารถปรับนอนได้ พร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศ พนักพิงและที่พักเท้าแบบปรับด้วยไฟฟ้า สะดวกสบายให้ความรู้สึกแบบที่นั่งเฟิร์สคลาสช่องทางเดินระหว่างแถวที่นั่งในห้องโดยสารถูกออกแบบมาให้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและสะดวกสบาย รวมถึงที่นั่งแถวหลังสุดที่สามารถพับราบเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น มาพร้อมประตูสไลด์แบบไฟฟ้าระบบ Smart power Sliding door และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (เปิด-ปิดอัตโนมัติ) ด้วยระบบ Smart power tailgate ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินเข้าที่นั่งแถวหลังได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถเปิดท้ายรถได้อย่างง่ายดายในขณะที่ถือสัมภาระ The Kia Carnival มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Smartstream ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร สามารถขับขี่เป็นระยะทางไกลได้โดยไร้ข้อกังวล นอกจากนี้ยังมีระบบการควบคุมการขับขี่ที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายเหมือนขับรถยนต์นั่งโดยสารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทัศนวิสัย ตำแหน่งที่นั่ง รวมถึงระบบกันสะเทือนและระบบควบคุมพวงมาลัยที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มสบาย

นอกจากนี้ ยังมีระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีอัจฉริยะช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมทั้งฟีเจอร์ด้านการช่วยเหลือการขับขี่และด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ อาทิ ระบบป้องกันการชนด้านหน้า ระบบช่วยเตือนการชนจากมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง และกล้องมองรอบทิศทางที่ช่วยในการเข้าจอดรถ โดยเทคโนโลยี ดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยขณะโดยสารให้กับทุกคนในครอบครัว

The Kia Carnival Wonder MOM  6

The Kia Carnival ยังมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ให้ความอเนกประสงค์สำหรับหลากหลายกิจกรรมและการเดินทางหลากหลายรูปแบบของ ทุกครอบครัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ ตลอดจนดีไซน์หรูหราทั้งภายนอกและภายใน พิเศษ! สำหรับผู้ที่จอง The Kia Carnival รุ่น EX, SXL, SXL Luxury ภายในวันที่ 1-30 มิถุนายน 2567 รับข้อเสนอพิเศษ 5-5-5 รับประกันคุณภาพ 5 ปี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี

สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ The Kia Carnival และร่วมสนุกกับกิจกรรมในแคมเปญ “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” สามารถลงทะเบียนทดลองขับได้ที่ http://www.kia-wondermom.com

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงาน “StarFest The Last Order” เตรียมส่วนลดสูงสุด 900,000 บาท ยกทัพรถตระกูลเอเอ็มจีและคูเป้ พร้อมให้เป็นเจ้าของที่ MBCC บางนา 21-24 มิถุนายนนี้

0
StarFest The Last Order

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ส่งท้ายเทศกาล Mercedes-Benz StarFest 2024 จัดหนักด้วย ดีลสุดท้าย “StarFest The Last Order” ลดราคารถยนต์สูงสุด 900,000 บาท ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูลเอเอ็มจีด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.68 ล้านบาท นำโดยรุ่น Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC และ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe พร้อมรถยนต์ตระกูลคูเป้อีก 4 รุ่น ได้แก่ C 200 Coupe AMG Dynamic, E 200 Coupe AMG Dynamic, GLC 220 d 4MATIC Coupe AMG และ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ Mercedes-Benz Certified สำหรับลูกค้าที่เข้ามาที่งาน “StarFest The Last Order” ณ ศูนย์ MBCC (Mercedes-Benz Competence Centre) ถนนบางนาตราด กม.19 ในระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

6 รุ่นไฮไลท์กับดีลสุดท้ายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ “StarFest The Last Order”
•Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ราคาพิเศษ 2,680,000 บาท

StarFest The Last Order 1
•Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe ราคาพิเศษ 4,400,000 บาท

StarFest The Last Order 3
•C 200 Coupe AMG Dynamic ราคาพิเศษ 2,950,000 บาท
•E 200 Coupe AMG Dynamic ราคาพิเศษ 3,950,000 บาท
•GLC 220 d 4MATIC Coupe AMG ราคาพิเศษ 3,600,000 บาท
•GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG ราคาพิเศษ 3,500,000 บาท

*ราคาดังกล่าวไม่รวมอุปกรณ์เสริมของรถยนต์แต่ละรุ่น

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตาม
ข่าวสารอัพเดทผ่านทาง

Facebook: Mercedes-Benz Thailand

IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” ร่วมกับ “โรงแรมพาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ” ยกระดับประสบการณ์การเดินทางสไตล์ลักชูรี ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู i7

0
BMW i7

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมมือกับโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ยกระดับประสบการณ์บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อการเดินทางเหนือระดับด้วยบริการลีมูซีนสุดพรีเมียมกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นเรือธง เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายจากนวัตกรรมล้ำสมัย รองรับการพักผ่อนแสนเอ็กซ์คลูซีฟของแขกทุกท่านที่ต้องการสัมผัสช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันแสนสงบในโอเอซิสใจกลางกรุงเทพฯ

 i7 xDrive60 M Sport 2

ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในการส่งมอบยนตรกรรมที่ให้ความสะดวกสบายในการเดินทางและความคล่องตัวในการขับขี่ขั้นสูงสุด จากนวัตกรรมด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู i7 รถยนต์ซีดานพรีเมียมที่มาพร้อมแนวคิดพลังงานสะอาดและความยั่งยืนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เพื่อมอบที่สุดแห่งประสบการณ์อันน่าจดจำ ควรค่ากับการบริการอันหรูหราสำหรับแขกผู้เข้าพักทุกท่าน

โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ผสานความหรูหราของการตกแต่งภายในอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยงานศิลป์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนสไตล์ไทยอันเป็นเอกลักษณ์ และบริการเหนือระดับที่ได้รางวัลระดับโลก ภายในห้องพักที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูจำนวนกว่า 222 ห้อง รวมทั้งห้องสวีทสุดพรีเมียม พร้อมหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน และผังการออกแบบห้องที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันถึง 57 แบบ ตัวอาคารยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตและศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้แขกทุกท่านได้ดื่มด่ำไปกับความสงบผ่อนคลาย ปลีกจากความวุ่นวายของย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็สามารถเดินทางสู่ย่านช้อปปิ้งใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็วเช่นกัน

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านยานยนต์แห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด FORWARDISM ที่โดดเด่นทั้งด้านความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ ความสะดวกสบาย และสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ พร้อมด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์การเดินทางและการขับขี่บนท้องถนนที่มีระดับ หรูหราสง่างาม พร้อมเผชิญทุกความท้าทายแต่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมด้วยระบบความบันเทิงภายในห้องโดยสารที่ครบครันอย่าง BMW Theatre Screen หน้าจอแบบพาโนรามาขนาด 31.3 นิ้ว ในรูปแบบ 32:9 และความละเอียดระดับ 8K พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนและยนตรกรรมแห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW i7  4

ความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นการร่วมส่งมอบประสบการณ์แห่งการเดินทางด้วยลีมูซีนพรีเมียมและสร้างความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่แขกผู้เข้าพัก ผ่านการผสานการบริการเหนือระดับเข้ากับยนตรกรรมล้ำสมัยเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

“เอ็มจี” ส่ง “NEW MG MAXUS 7” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวสมัยใหม่ในราคา 1.769 ล้านบาท พร้อมทยอยส่งมอบปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

0
NEW MG MAXUS 7 Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำภาพผู้นำตลาดอีวี เดินหน้านำเสนอประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้คนไทย เผยราคาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่คงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถในตระกูล MG MAXUS กับความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ มุ่งตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ที่มองหารถที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรองรับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกครอบครัวทุกเจนเนอเรชั่น แตกต่างด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานสากลรอบคัน โดยมี ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 1,769,000 บาท พิเศษ! กับเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญ มูลค่ากว่า 120,000 บาท พร้อมทยอยส่งมอบรถถึงมือลูกค้าปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นแฝงความเรียบหรูอันมีเอกลักษณ์

กระจังหน้าใหม่ แบบ Grille less Design ประตูสไลด์ด้านข้างด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบ One Touch

NEW MG MAXUS 7 5

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Double Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ปรับระดับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ สำหรับเบาะนั่งแถวที่สองเป็นแบบ Captain Seat ปรับแบบแมนนวล ออกแบบให้โอบรับกระชับทุกสรีระ มาพร้อมฟังก์ชันที่มอบความสะดวกสบายอย่างครบครัน ทั้งจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android และช่องเชื่อมต่อ USB ให้เสียงรอบด้านด้วยลำโพงมากถึง 8 จุด เพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนด้านหน้าและหลัง และระบบกรองอากาศ PM 2.5

นอกจากนี้ NEW MG MAXUS 7 ยังคงความโดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน จัดวางแบบ Cell-To-Pack ขนาดความจุ 90 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 570 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ช่วยในการป้องกันน้ำและฝุ่น พร้อมรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kWh โดยชาร์จไฟจาก 30% – 80% ใช้เวลาเพียง 30 นาที และการชาร์จแบบธรรมดา รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh โดยชาร์จไฟจาก 5% -100% ในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ ยังสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานได้ด้วยระบบ V2L โดยสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ถึงระดับ 6.6 kW โดยสามาถชาร์จรถอีวีคันอื่นได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADAS รวมมากถึง 25 ระบบ ได้รับมาตรฐาน 5 ดาว ทั้ง Euro NCAP และ ANCAP

NEW MG MAXUS 7 6

NEW MG MAXUS 7 นับเป็นรถ e-MPV ไซส์กลาง โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) มาพร้อมสีภายในดูเรียบหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล ทั้งยังมีสีพิเศษอย่าง สีเขียว (Emerald Green) มาพร้อมสีภายในโทนสีขาว จัดจำหน่ายในราคาที่เน้นให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเพียง 1,769,000 บาท สีพิเศษทูโทนเทาหลังคาดำ (Grey/Black) เพิ่ม 20,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษมูลค่ากว่า 120,000 บาท ดังนี้
-ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด มูลค่า 42,057 บาท
-ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER มูลค่า 18,692 บาท
-ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) จำนวน 1 ชุด มูลค่า 10,000 บาท
-ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-พิเศษ! ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการรถ Limousine Service กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอด 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี ได้เล็งเห็นถึงโอกาสผนวกกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เราจึงได้เพิ่ม “ตัวเลือกที่ลงตัว” อย่าง NEW MG MAXUS 7 เข้าสู่ตลาดอีวีไทย โดยได้เผยโฉมสู่สาธารณชนครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีผู้ให้ความสนใจจองรถรุ่นนี้ล่วงหน้ากว่า 300 คัน โดยเป้าหมายของรถรุ่นนี้ เอ็มจี ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม มากที่สุดกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลากหลายเจนเนอเรชั่นเพื่อให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีคุณค่าด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดย เอ็มจี มีรถเตรียมส่งมอบ 1,500 คันภายในปีนี้ โดยเริ่มทยอยส่งมอบในปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานรถอีวี ด้วยสถานี MG SUPER CHARGE STATION ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 147 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงขยายศูนย์บริการ 150 แห่งทั่วประเทศให้สามารถรองรับบริการรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้า เอ็มจี เพื่อให้คนไทยอุ่นใจในการใช้รถอีวีได้ในทุกพื้นที่”

NEW MG MAXUS 7 11

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
###

‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ฉลองการจัดงานครั้งที่ 10 พบรถแต่งระดับโลก ซื้อรถ-อุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมก้าวสู่ฮับอาเซียนยั่งยืน 26-30 มิ.ย.นี้

0
Auto Salon 2024 Pic Open

บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ผู้จัดงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน’ (Bangkok Auto Salon) เตรียมฉลองการจัดงานครั้งที่ 10 ในปี 2024 อย่างยิ่งใหญ่ โดยร่วมมือกับ บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งหลายแบรนด์ เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งเติบโตต่อเนื่อง งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Annual Car Culture PHENOMENON ปรากฏการณ์ของวัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชมรถแต่ง ซื้อรถใหม่ โปรแรง พร้อมกระหน่ำแคมเปญยิ่งซื้อยิ่งลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2567 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Auto Salon 2024 2

ตอกย้ำปรากฏการณ์ที่กลุ่มคนรักรถแต่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรอคอย คือ การนำเสนอนวัตกรรมการแต่งรถจากสำนักแต่งชื่อดังของโลกที่ได้รับรางวัลจากงานโตเกียว ออโต ซาลอน 2024 มาจัดแสดงในประเทศไทย ช่วยเสริมสร้างคุณค่าทางนวัตกรรมและวัฒนธรรมการแต่งรถที่สามารถต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีมหกรรมบันเทิงครบครัน และกิจกรรมสุดมันส์มากมายเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยช่วงกลางปีและส่งเสริมการขับรถท่องเที่ยวที่กำลังอินเทรนด์

Auto Salon 2024 4

ในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงานฯ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด และ มร. มาซาฮารุ ซาคาอิ กรรมการ บริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนผู้จัดงาน โตเกียว ออโต ซาลอน, นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ร่วมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากบริษ้ทรถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์ตกแต่ง เข้าร่วมงาน ณ ห้องจูปีเตอร์ 4-5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงานและประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ได้กล่าวถึงการฉลองการจัดงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน’ ครั้งที่ 10 ว่า “เรายังคงเน้นการส่งเสริมศักยภาพและขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างโอกาสในทุกโซนซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ผู้จัดแสดงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่และความคุ้มค่า รวมทั้งมอบประสบการณ์ประทับใจครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ทั้งผู้จัดงานและผู้ร่วมจัดแสดงมุ่งมั่นมอบประโยชน์สูงสุดให้กับผู้เข้าชมงาน เชื่อว่าทุกความร่วมมือจะดึงดูดคนรักรถแต่ง ผู้ที่ต้องการซื้อรถใหม่ อุปกรณ์ตกแต่ง ฯลฯ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยช่วงกลางปีเติบโตขึ้น รวมทั้งเกิดการร่วมธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนผลักดันประเทศไทยสู่ฮับอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน”
นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ได้กล่าวว่า “ในปีนี้เราฉลองการจัดงานเป็นครั้งที่ 10 ด้วย 10 ไฮไลท์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ตลอด 5 วัน ซึ่งทุกกิจกรรมล้วนตอกย้ำความเป็นความเป็นผู้นำปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมหนึ่งเดียวของคนรักรถแต่งทั้งไทยและทั่วอาเซียน โดยทุกกิจกรรมล้วนสร้างประสบการณ์ยานยนต์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้ร่วมงานได้สัมผัสครบทุกมิติ”

Auto Salon 2024 8
ภายในงานพบกับโปรโมชั่นข้อเสนอพิเศษจาก บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำในไทยนำโดย โตโยต้า, มาสด้า, อีซูซุ, ฮอนด้า, พีพี ซุปเปอร์วีลส์, ฟอร์เอฟเวอร์, เวลไซด์, เอแซดซี ฯลฯ ร่วมด้วยบริษัทอุปกรณ์ตกแต่งจากต่างประเทศอาทิ ประเทศญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี, ไต้หวัน, ฮ่องกง ฯลฯ

พีคสุดในปีนี้! การปรากฏตัวของรถแต่งที่มีเพียงคันเดียวในโลกในงานนี้เท่านั้น โดยมีรถแต่ง 6 คันจัดหนักดีกรีความแรงนวัตกรรมจากงานโตเกียว ออโต ซาลอน 2024 ได้แก่ Toyota Prius Kuhl Racing 60R-GTW Wide Body, Mazda Roadster RE Amemiya, Honda NSX Two7 Bagged, Suzuki Jimny Sierra Outclass Overland Style, Nissan Fairlady Z (RZ34) VeilSide FFZ400, Nissan GT-R R35 (2024) Top Secret R35Gold M24 SPL

สำหรับ 10 ไฮไลท์ร่วมฉลองในครั้งนี้ อาทิ ‘โซนคาร์คลับ’ การรวมพลคนรักรถแต่งประจำปี ที่เหล่าคาร์คลับ สำนักแต่งชั้นนำทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ ได้เตรียมนำรถแต่งมาจัดแสดง สะท้อนถึงวัฒนธรรมการแต่งรถร่วมสมัยของไทยสู่สายตาผู้เข้าร่วมงานกับความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่จัดแบบยิ่งใหญ่ในปีนี้ ‘โซนอี-มอเตอร์สปอร์ต’ โดยร่วมก้บ ‘สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย’ เตรียมเปิดการแข่งขันเกมส์ Assetto Corsa เกมส์แข่งรถ Street Racing ให้นักเกมเมอร์ได้ประลองฝีมือถึง 10 รุ่นการแข่งขัน ในงานยังรองรับความนิยมการท่องเที่ยวแนวใหม่ ให้สายแคมปิ้งได้เตรียมความพร้อมกับช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ใน ‘เอาท์ดอร์ ไลฟ์สไตล์โซน’ ที่จัดแสดงการปรับแต่งรถที่สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่ เป็นต้น

Auto Salon 2024 16

อัพสเกลเพิ่มความตื่นตาตื่นใจกับ มหกรรมความบันเทิง ครั้งที่ 10 ร่วมลุ้นไปกับการประกวด ‘เอคลาส เกิร์ล ไทยแลนด์ 2024’ โดยได้ทำการคัดเลือกจนได้ 8 คนสุดท้าย ซึ่งจะปรากฏตัวในงาน แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024 และค้นหาผู้ชนะคว้าตำแหน่งชิงรางวัลรวมกว่า 150,000 บาท รวมทั้งกิจกรรมเด่น ‘เซ็กซี่ คาร์ วอช’, Sexy Diva & DJ, ‘มินิคอนเสิร์ต’ ฯลฯ และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้จองและซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในงาน รวมถึงผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ เรียกว่ายิ่งช้อป ยิ่งมีโอกาสลุ้นรางวัลต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

มร. มาซาฮารุ ซาคาอิ กรรมการบริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น ตัวแทนจากโตเกียว ออโต ซาลอน เผยว่า ในปี 2024 อุตสาหกรรมยานยนต์ในเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดได้รับการส่งเสริมจากการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมไปถึงอุตสาหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ของรถตัวเอง โดยรวมแล้ว ทวีปเอเชียยังรักษาตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมยานยนต์และการเติบโตของตลาด”

Auto Salon 2024 10

เตรียมตัวให้พร้อมกับงานเฟสติวัลสุดมันส์แห่งปี ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ครั้งที่ 10 จัดโดย บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด โดยได้รับลิขสิทธิ์จากผู้จัดงานโตเกียว ออโต ซาลอน บริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น ด้วยรูปแบบงานที่โดดเด่นและพัฒนาให้ตอบโจทย์ทุกภาคส่วนจนได้รับการยอมรับว่าเป็นมหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์แต่งรถยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน นี่คือโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมยานยนต์และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ระดับโลก กำหนดจัดแสดง วันพุธที่ 26 – วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดแสดงงานเวลา 12.00-21.30 น.ในวันจันทร์-ศุกร์ และเวลา 11.00-21.30 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ บัตรเข้าชมงานจำหน่ายบัตรราคา 100 บาท สามารถซื้อบัตรได้ทางช่องทางออนไลน์ https://www.thaiticketmajor.com/ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป และทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/Bangkokinternationalautosalon, Instagram : @bangkokautosalon_official, YouTube Channel : Bangkokautosalon, TikTok : Bangkokautosalon #Bangkokautosalon2024 #BAS2024

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเกียรติคุณรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566 เชิดชูความใส่ใจลูกค้า และผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566 (Mitsubishi Excellence Awards 2023) เพื่อแสดงความยินดีและยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย ในปีงบประมาณ 2566 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยปรัชญาที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง ไปพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างไม่หยุดยั้ง โดย “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” แห่งปี 2566 ประกอบด้วย

  • บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เขตกรุงเทพฯ
  • บริษัท มิตซูพันล้าน จำกัด (จังหวัดเชียงราย) จากกลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่
  • บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด (จังหวัดศรีสะเกษ) จากกลุ่มจังหวัดขนาดกลาง
  • บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด (จังหวัดพัทลุง) จากกลุ่มจังหวัดขนาดเล็ก
  • บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด (สาขาแจ้งวัฒนะ) สำหรับกลุ่มผู้จำหน่ายใหม่ หรือ โชว์รูมใหม่ เขตกรุงเทพฯ

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “การพิจารณาเพื่อตัดสินรางวัลนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากผู้จำหน่ายของเราต่างมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมสูสีกัน ทั้งนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอชื่นชมและขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านที่มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราตลอดมา โดยหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัลในปีนี้พิจารณาจากความเป็นเลิศในการนำเสนอบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย การรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดในแต่ละเขตและภูมิภาค ซึ่งมุ่งเน้นถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพสูง พร้อมยกระดับคุณภาพบริการด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้า และต่อยอดความสำเร็จและสร้างความเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

นายจักรพงษ์ ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มิตซูรุ่งเจริญได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ในเขตกรุงเทพฯ จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปีนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเราในการมุ่งเน้นการขายและมอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า รางวัลนี้ยังเป็นกำลังใจให้แก่พนักงานของเราและทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งกระบวนการดำเนินงานด้านการขายและบริการหลังการขาย ตลอดจนการเพิ่มทักษะของบุคลากร เพื่อให้ลูกค้าของเราพึงพอใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากมิตซูรุ่งเจริญในกรุงเทพฯ รวมถึงในจังหวัดอื่น ๆ ทั้งสมุทรปราการ ปทุมธานี และสมุทรสาคร”

นายชุติพงศ์  บุษรารังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด ซึ่งได้รับรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ถึง 7 ปีซ้อน กล่าวว่า “ขอขอบคุณมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปีนี้แก่มิตซู ศรีสะเกษทีทีออโต้ ซึ่งเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่เราได้รับรางวัลนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีถึงคุณภาพในการดำเนินงาน ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่เปิดให้บริการ เราจะตั้งใจพัฒนางานขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้ามิตซูบิชิของเรา”

นอกจากรางวัล ‘ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม’ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบรางวัล ‘ประสิทธิภาพการขายสูงสุด และส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม’ (Top Productivity and Top Market Share Awards) ให้แก่ผู้จำหน่ายอีกด้วย ประกอบด้วย

  • รางวัลประสิทธิภาพการขายสูงสุด สำหรับผู้จำหน่าย เขตกรุงเทพฯ

1.รางวัลประสิทธิภาพการขายสูงสุด (รวมทุกประเภทรถยนต์) : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) 

  1. รางวัลยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  2. รางวัลยอดขายรถกระบะ : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  • รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม สำหรับผู้จำหน่าย เขตต่างจังหวัด
  1. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม (รวมทุกประเภทรถยนต์)
    – กลุ่มตลาดขนาดใหญ่ : บริษัท มิตซูอยุธยา (ไทยธาดา) จำกัด จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

– กลุ่มตลาดขนาดกลาง : บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด และ บริษัท มิตซูไทยยนต์ จำกัด (ศรีสะเกษ)

จากจังหวัดศรีสะเกษ

– กลุ่มตลาดขนาดเล็ก : บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด จากจังหวัดพัทลุง

  1. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง (ร.ย. 1)
    – บริษัท มิตซูเจียงหนองคาย จำกัด (สาขาบึงกาฬ) จากจังหวัดบึงกาฬ

3. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม ประเภทรถบรรทุกส่วนบุคคล (ร.ย. 3)
บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด จากจังหวัดพัทลุง

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024 มั่นใจตลาดรถมือสองยังตอบโจทย์คนไทย ใช้วิกฤตพลิกสู่โอกาสทั้งของผู้ประกอบการและผู้บริโภค

0

บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ผู้จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST AUTO SHOW THAILAND 2024) มั่นใจตลาดรถมือสองของไทยยังไม่อิ่มตัว พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถคุณภาพดีราคาย่อมเยา พลิกวิกฤตสู่โอกาสทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย จากความได้เปรียบเรื่องราคารถที่ปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ได้คุณภาพรถที่ดีขึ้น พร้อมเดินหน้าจับมือผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานการรับประกันใหม่ ร่วมกับ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เพื่อส่งมอบความคุ้มค่า คุ้มเงิน คุ้มราคา เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้าด้วยการคัดสรรรถใช้แล้วคุณภาพดีมีรับประกัน

นายวิชัย สุวรรณศิลา นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เผยถึงภาพรวมของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วว่า “เชื่อว่าตลาดรถยนต์ใช้แล้วจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในครึ่งหลังของปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป สถาบันการเงินเริ่มปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เร่งช่วยลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้คุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น และลดโอกาสหนี้เสียน้อยลงเพราะถูกคัดกรองตั้งแต่แรก ประกอบกับราคารถมือสองเริ่มนิ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภค หลังจากมีการปรับราคาลดลงมาเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ทำให้เป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้รถยนต์เพราะจะได้รถมือสองที่ราคาน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับ
ในอดีต  และได้รถที่มีคุณภาพดีผ่านการใช้งานมาไม่เยอะ  โดยเฉพาะลูกค้าที่เตรียมเงินก้อนซื้อสดโดยไม่จัดไฟแนนซ์ หรือผู้ที่มีเครดิตค่อนข้างดี นอกจากนี้ผู้ประกอบการเองก็เริ่มปรับตัว ชี้แนะให้ซื้อรถที่เหมาะสมกับศักยภาพทาง
การเงิน ทำให้เกณฑ์ผ่านไฟแนนซ์มีทิศทางที่สดใส ดังนั้นครึ่งปีหลังนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการฟื้นตัว จากแรงหนุนตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพราะความต้องการของผู้บริโภคที่มองเห็นความคุ้มค่า คุ้มเงิน คุ้มราคาของการซื้อรถยนต์ใช้แล้วยังมีอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด”

ส่วนทางด้าน นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เผยว่า จากการจัดงานปีนี้เป็นปีที่ 12 งานของเราช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงกลางปีได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะยอดขายภายในงานของกลุ่มรถใช้แล้วในปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะผู้บริโภคที่เลือกซื้อรถในงานเป็นลูกค้ากลุ่มมีกำลังซื้อ มีความพร้อม อีกทั้งการรับประกันซื้อคืนยังสร้างความมั่นใจ และส่งเสริมให้เลือกซื้อรถยนต์มือสองได้ง่ายขึ้น โดยที่มาของการรับประกันรถยนต์ใช้แล้วในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เริ่มตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2012 เกิดจากแนวคิดที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและสร้างมาตรฐานการรับประกันของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นที่แพร่หลาย ผมจึงได้มีการตกลงและทำสัญญากันในกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้ามาร่วมงานกันว่า เราจะ

ช่วยกันลบจุดอ่อนของธุรกิจรถมือสอง ที่เกิดจากความไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ จนทำให้ลูกค้าลังเลไม่กล้าตัดสินใจซื้อ งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” จึงเป็นงานแรก ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคด้วยการรับประกันซื้อคืน 100% หากรถมือสองที่ซื้อในงานผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย

“สำหรับปีนี้ นอกจากผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วจะคัดกรองรถสภาพนางฟ้า รุ่นใหม่ ๆ ไมล์น้อยมาจำหน่ายในงานเหมือนเช่นการจัดงานทุกครั้งที่ผ่านมา ทุกคันยังต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากทีมงานที่มากประสบการณ์ของผมอีกด้วย เพราะเราได้มีการยกระดับการรับประกันรูปแบบใหม่สำหรับรถยนต์ใช้แล้วที่จำหน่ายในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ด้วยการออกใบรับประกัน ระบุคุณภาพเกรดของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันภายในงาน ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับตัวรถอย่างครบถ้วน เพื่อให้คนที่มาซื้อรถยนต์ใช้แล้วมั่นใจและตัดสินใจซื้อได้ทันที ซึ่งผมยังมั่นใจว่าตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโต เพราะความต้องการทางฝั่งผู้บริโภคยังคงมีมาเรื่อย ๆ” นายพัฒนเดช กล่าว

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว ร่วมเสนอความคิดเห็นว่า “ปกติในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี “ตลาดรถยนต์มือสอง” จะคึกคักเพราะผู้บริโภคมักเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีราคาถูกกว่ารถป้ายแดง ดังนั้นในช่วงที่ซัพพลายรถใช้แล้วอยู่ระหว่างการระบายออก จึงเป็นโอกาสทองที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อรถมือสองได้หลากหลายในราคาย่อมเยา เช่น รถยุโรปบางรุ่นราคาลดลงไปถึง 300,000-400,000 บาท จากราคาที่เคยตั้งไว้  ซึ่งปัจจุบันถือว่าสถานการณ์เริ่มทรงตัว ราคารถมือสองเริ่มนิ่ง และตลาดมีโอกาสเติบโตที่ประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสองไม่ควรมองแค่เรื่องงบประมาณ แต่ต้องเลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เราได้รวบรวมยนตรกรรมมากคุณภาพหลากหลายแบรนด์มาให้ได้พิจารณาเปรียบเทียบความคุ้มค่า ครบทุกเซ็กเมนต์ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน”  ครบจบในงานเดียวห้ามพลาด  3-7 กรกฎาคม 2567 ณ ไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม”

“ตลาดรถยนต์ใช้แล้ว” หรือ “ตลาดรถมือสอง” นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย  ด้วยมูลค่าหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก และรายใหญ่เข้ามาทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ตลาดรถใช้แล้วก็ยังเติบโตประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้คนมีความต้องการใช้รถส่วนตัวมากขึ้นส่งผลให้ตลาดรถมือสองเติบโตสวนภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก

โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ฉลองผลิตรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน

0

โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ผู้ผลิตรถยนต์มาสด้าและรถปิกอัพฟอร์ด ร่วมฉลองการผลิตครบ 4 ล้านคัน หลังจากที่ลงทุนอย่างต่อเนื่องมาตลอด 29 ปี ปัจจุบันรวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตสูงถึง 270,000 คันต่อปี โดยเฉพาะการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ซึ่งเป็นโปรดักส์แชมเปี้ยน ส่งผลทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และส่งออกแหล่งสำคัญของโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้และเงินลงทุนมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

มร. เคนอิจิโร ซารุวาตาริ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โรงงานเอเอทีเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 จากการร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน สำหรับจำหน่ายภายในประเทศไทยและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก และในปี พ.ศ. 2550  เริ่มมีการผลิตรถยนต์นั่งสำหรับมาสด้า ทั้งนี้มาสด้าและฟอร์ดได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ปัจจุบันมีมูลค่าการลงทุนร่วมกันของทั้ง 2 บริษัทฯ มีมูลค่าสูงถึง 2,162 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 79,000 ล้านบาท”

ปัจจุบันโรงงานเอเอทีมีกำลังการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์นั่งรวมกันทั้งสิ้น 270,000 คันต่อปี โดยผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปทั่วโลกกว่า 171 ประเทศ โดยมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 65% ส่วนรถที่ผลิตในปัจจุบัน ได้แก่ มาสด้า2 มาสด้า3 มาสด้า CX-3 มาสด้า CX-30  ฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ โดยตลาดหลักที่มียอดส่งออกมากที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย

มร. ฮิโรโนริ ทานากะ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “มาสด้าขอใช้โอกาสในการร่วมเฉลิมฉลองกับความสำเร็จของเอเอทีครั้งนี้ ให้มั่นใจว่าเราจะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกันต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยครบวงจรมากที่สุด รวมถึงการส่งเสริมให้ธุรกิจของมาสด้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งภายในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น  ยังได้ก่อตั้ง บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MPMT เพื่อทำการผลิตชุดเกียร์อัตโนมัติแห่งแรกขึ้นในประเทศไทยและเป็นครั้งแรกที่สร้างโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัตินอกประเทศญี่ปุ่น โดยมีกำลังการผลิต 400,000 ยูนิตต่อปี และผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ จำนวน 100,000 เครื่องต่อปี เพื่อส่งออกไปทั่วโลกและป้อนให้กับโรงงานเอเอที ด้วยศักยภาพและความพร้อมของเอเอทีและเอ็มพีเอ็มทีในการควบคุมคุณภาพของการผลิต รวมถึงความพร้อมของผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ทั้งนี้ มาสด้ายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยมาสด้าวางแผนเพิ่มเงินลงทุนในโรงงานทั้งสองแห่งเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญในภูมิภาคนี้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

“อีซูซุ” เปิดตัว THE NEW ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” จุดสูงสุดใหม่…กับชีวิตที่เหนือกว่า ส่งสุดยอดรถอเนกประสงค์ สู่ตลาดเมืองไทย

0
MU-X “THE NEXT PEAK” Pic Open

อีซูซุรุกตลาดรถเอนกประสงค์พีพีวี เดินหน้าเปิดตัวสุดยอดรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” (มิว-เอ็กซ์ “เดอะ เน็คซ์พีค”) ภายใต้นิยาม “จุดสูงสุดใหม่…กับชีวิตที่เหนือกว่า” ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกจดภายใน พร้อมสีใหม่! สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet มาพร้อมกล้องรอบคัน 360 องศา (360° Surround View Camera) ภาพคมชัดระดับพรีเมี่ยม เพิ่มความมั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ ขับสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า และเสริมความปลอดภัยเหนือขั้น ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS Generation ล่าสุด! พร้อมการอัพเกรดครั้งใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ความพีคที่เหนือกว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 – 1,771,000 บาท

MU-X “THE NEXT PEAK” 2

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคเลือกซื้อรถโดยพิจารณาจากอรรถประโยชน์ของรถที่สามารถตอบสนอง ไลฟ์สไตล์และการใช้งานได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้รถอเนกประสงค์เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ครบทุกด้าน ตลอดจนความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่มากกว่า อีซูซุจึงขอแนะนำ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” โดยมีเป้าหมายให้ MU-X “THE NEXT PEAK” เป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในคลาส ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS ที่ออกแบบพลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น มาพร้อมชุดแต่ง RS Design รอบคัน ผ่านเส้นสายที่มีความ Dynamic สปอร์ต หรูหรา กับสีใหม่! สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet และครั้งแรกใน MU-X กับพวงมาลัยไฟฟ้า และ 360° Surround View Camera กล้อง 360 องศา มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ พร้อมอัพเกรดระบบความปลอดภัยที่เหนือไปอีกขั้นกับ ADAS Generation ล่าสุด! ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 – 1,771,000 บาท ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาในปีนี้ อีซูซุสามารถสร้างยอดขายที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่นใหม่นี้ จะตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน และสามารถครองใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”

MU-X “THE NEXT PEAK” 3

งานแนะนำรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยการใช้เทคนิคคาไลโดสโคป (Kaleidoscope) และโชว์สุดพิเศษที่มีความโมเดิร์นมาแสดง เพื่อสะท้อนทุกมุมมองผ่านแรงบันดาลใจสู่จุดสูงสุดใหม่ของการออกแบบที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่นและเหนือกว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน พร้อมกับการเปิดตัวรถเอนกประสงค์ใหม่! หลากหลายรุ่น ถึง 8 คัน นำทีมโดย MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS จุดสูงสุดใหม่…ของดีไซน์สปอร์ตที่เหนือกว่า สร้างความแตกต่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีเป้าหมายให้ MU-X “THE NEXT PEAK” เป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในคลาส

MU-X “THE NEXT PEAK” 3

ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” จุดสูงสุดใหม่…กับชีวิตที่เหนือกว่า มาพร้อมความพีคที่เหนือกว่า ดังนี้

The PEAK of DESIGN จุดสูงสุดใหม่…ของความโดดเด่น ที่เหนือกว่า

MU-X “THE NEXT PEAK”
•ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS จุดสูงสุดใหม่…ของดีไซน์สปอร์ตที่เหนือกว่า กับการออกแบบครั้งใหม่! ของ THE PEAK OF RS DESIGN ที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น และสปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ Dynamic รอบคันมาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทําให้ทุกจังหวะพีค…ชัดเจนสูงสุด
ดีไซน์ภายนอก (Exterior)
-ทรงพลังด้วยกระจังหน้าใหม่! Black Diamond Grille พร้อมสะท้อนความพีคด้วยสัญลักษณ์ RS ด้วยวัสดุ Black Chrome
-โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่! Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line

MU-X “THE NEXT PEAK” 6
-สปอร์ตด้วยล้ออัลลอยใหม่! RS Design ขนาด 20 นิ้ว เพิ่มความสปอร์ตด้วย Fender Garnish สีดำ และ Side Garnish สัญลักษณ์ RS
-เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet ดุดันพร้อม Air Curtain เพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์
-ดีไซน์ใหม่! เร้าใจอารมณ์สปอร์ต กับสีใหม่ล่าสุด! Eiger Gray Opaque และหลังคาดำ Black Roof พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นเท่สะดุดตาด้วยสี Lime Green

MU-X “THE NEXT PEAK” 7
ดีไซน์ภายใน (Interior)
การออกแบบครั้งใหม่! ที่ช่วยยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้พีคกว่าเดิมด้วยโทนสีดำใหม่! พร้อมตกแต่งด้วย Matte Silver Garnish

MU-X “THE NEXT PEAK” 8
-เพอร์เฟกต์ทุกองศา ด้วยเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตใหม่! นั่งสบายโอบรับสรีระ พร้อมโดดเด่น ด้วยการเดินด้ายสี Lime Green และสัญลักษณ์ RS บนหัวเบาะ
-เร้าใจด้วยบรรยากาศภายใน Red Ambient Light
-คอนโซลสีดำดีไซน์ใหม่เหนือระดับทุกรายละเอียด ตกแต่งด้วย Matte Silver

MU-X “THE NEXT PEAK” 9

•ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ULTIMATE จุดสูงสุดใหม่… ของความพรีเมี่ยม กับการออกแบบครั้งใหม่! ของ THE PEAK OF ULTIMATE DESIGN ที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น และพรีเมี่ยม ผ่านเส้นสายภายนอกที่มีความ Dynamic สู่ภายในที่ หรูล้ำหน้า กับเทคโนโลยีใหม่ ทําให้ทุกจังหวะความสำเร็จ…พีคได้สูงสุด
ดีไซน์ภายนอก (Exterior)
-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่! Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide
-โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่! Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line
-ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ Dynamic Turbine ขนาด 20 นิ้ว สี Magnetite II พร้อม ดีเทลก้านแม็กแบบ 3D

MU-X “THE NEXT PEAK” 11
ดีไซน์ภายใน (Interior)
การออกแบบครั้งใหม่! ที่ยกระดับความหรูหรา ภายในห้องโดยสาร ด้วยโทนสี Truffle Brown – Black ให้ความรู้สึกอบอุ่น High Class
-เบาะ 7 ที่นั่ง ดีไซน์ใหม่! สี Truffle Brown ที่นั่งสบายเหนือกว่า โอบรับสรีระ ด้วยวัสดุ Cool Max ช่วยลดการสะสมความร้อน
-คอนโซลดีไซน์ใหม่! สี Truffle Brown-Black พรีเมี่ยมด้วยวัสดุ Piano Black – Satin Silver
-บรรยากาศภายในหรูหราด้วย White Ambient Light

MU-X “THE NEXT PEAK” 12
The PEAK of LIFESTYLE จุดสูงสุดใหม่…ของความสบาย ที่เหนือกว่า
การอัพเกรดครั้งใหม่! ที่ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่เหนือไปอีกขั้น พร้อมพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ที่ปรับให้เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ ทําให้ทุกจังหวะพีค…ตอบทุกความต้องการสูงสุด

•ใหม่! กล้อง 360 องศา (360° Surround View Camera) มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ ใน ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS

MU-X “THE NEXT PEAK” 13
•ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering) ขับสบายเหนือกว่าคล่องตัวทั้งในเมือง และนอกเมือง ในรุ่น RS และ Ultimate
•ใหม่! Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แบบสัมผัส รองรับ Wireless Android Auto & Wireless Apple CarPlay พร้อม Multitasking System เชื่อมต่อข้อมูลกับ Integrated MID แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระบบแสดงองศามุมปีนไต่ ลาดเอียง และทิศทางการเลี้ยวของล้อ ในรุ่น RS และ Ultimate
•Smart Tailgate with Step Sensor ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าและหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้วยระบบ Jam Protection
•ที่นั่งโดยสาร 7 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะนั่งตอน 2 และตอน 3 ปรับเอนได้พร้อมพับได้ราบสนิท เพิ่มพื้นที่เก็บของ เข้าออกที่นั่งตอน 3 แบบ One Touch
•ดีไซน์ใหม่! เร้าใจอารมณ์สปอร์ต กับสีใหม่ล่าสุด! Eiger Gray Opaque และหลังคาดำ Black Roof พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นเท่สะดุดตาด้วย สี Lime Green ในรุ่น RS

MU-X “THE NEXT PEAK” 15

The PEAK of CONFIDENCE จุดสูงสุดใหม่…ของระบบความปลอดภัย ที่เหนือกว่า
ระบบความปลอดภัยที่เหนือไปอีกขั้น ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS Generation ล่าสุด! กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัย Active & Passive Safety ทำให้ทุกจังหวะพีค…มั่นใจสูงสุด ใน ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS และ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate•ADAS Generation ล่าสุด! เพิ่มเติมใหม่ 5 ระบบ กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS (Lane Keep Assist System)
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมทิศทางของรถตามรถคันหน้า TJA (Traffic Jam Assist)
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping)
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) พร้อม ระแบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
-ใหม่! ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Brake) พร้อม ระบบช่วยเตือนขณะถอย RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
-ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and GO ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control)
-ระบบช่วยแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning) พร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
-ระบบช่วยแจ้งเตือนจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitoring)
-ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ Parking Aid System
-ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา TA-AEB (Turn Assist with Autonomous Emergency Braking)
-ระบบช่วยควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam)
-ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation)
-ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ MCB (Multi-Collision Brake)
-ระบบช่วยตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง MSL (Manual Speed Limiter)
•เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย Active & Passive Safety
-ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS (Anti-Lock Brake System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) และระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS (Brake Override System)
-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System)
-ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic Stability Control)
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist)
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control)
-ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control)
-โครงสร้างห้องโดยสาร Ultra-High Tensile แกร่ง และทนทาน

MU-X “THE NEXT PEAK” 16

★The PEAK of PERFORMANCE จุดสูงสุดใหม่…ของสมรรถนะ ที่เหนือกว่า
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่! ที่ไม่หยุดพัฒนาขีดสุดสมรรถนะ พร้อมท้าทายทุกอุปสรรค ด้วยขุมพลังเหนือชั้น ทําให้ทุกจังหวะพีค…ลุยได้สูงสุด

•Professional 4WD
-ระบบ Terrain Command ลุยได้ทุกสภาพถนนด้วยระบบขับเคลื่อนที่สามารถเลือกได้ทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทนทาน และประหยัดน้ำมันกว่า
-ระบบ Rough Terrain Mode ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกให้เหมาะสม เพื่อสามารถผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น ใช้ได้ทั้งในโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
•ทรงตัวเยี่ยม นุ่มนวลนั่งสบาย ด้วย ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone และช่วงล่างหลังแบบ 5-Link Suspension เอกสิทธิ์เฉพาะ MU-X
•ตำแหน่งเครื่องยนต์เยื้องหลังเพลาหน้าแบบ Semi-Midship กระจายน้ำหนัก เกาะถนน ทรงตัวดียิ่งขึ้น
•คล่องตัวทุกการขับขี่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.6 เมตร

MU-X “THE NEXT PEAK” 17

ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายถึง 4 รุ่น ได้แก่ RS, Ultimate, Elegant และ Active มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque), ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl), แดง เอทนา ไมก้า (Etna Mica), ดำ บาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica), เงินไอซ์เบิร์ก ไมก้า (Iceberg Silver Mica) และ เงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 – 1,771,000 บาท

MU-X “THE NEXT PEAK” 19

สัมผัสความพีคของรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” ได้ที่โชว์รูมอีซูซุ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2567 หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“ฮุนได” แนะนำ สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ ครบครันยิ่งกว่าเคย

0
ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 Pic Open

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เขย่าตลาดกลุ่มรถยนต์มินิเอ็มพีวีอีกครั้งด้วยการเปิดตัว ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ โดยทั้งสองรุ่นมีความคุ้มค่าและน่าใช้มากกว่าที่เคย เนื่องจากติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมมาให้ทั้งภายนอก ภายในห้องโดยสาร และอุปกรณ์ความปลอดภัย นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอให้คุณเป็นเจ้าของ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ คันใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อคุณและคนที่คุณรัก

“เราให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีกว่ากับลูกค้าอันมีค่าของเราเสมอ ฮุนไดจึงไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และเดิน หน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้เราภูมิใจนำเสนอ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ ซึ่งมีความคุ้มค่าและน่าใช้ยิ่งกว่าเคย เนื่องจากเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่มากกว่า ทั้งในเรื่องของความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดยเราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฮุนได ในการเจาะกลุ่มรถยนต์มินิเอ็มพีวี จนสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะรถยนต์รุ่นที่ทุกคนชื่นชอบต่อไป” นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ครบครันกว่าที่เคย

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ ติดตั้งดิสเบรกหลัง พร้อมเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Hold เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายอีกรายการทั้ง ไฟหน้าแบบ LED, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และระบบควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ นอกจากนั้น เบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat ซึ่งเคยมีให้เลือกเฉพาะรุ่นสมาร์ท 6 และ เอ็กซ์ 6 ในตอนนี้มีให้เลือกแล้ว ในรุ่นสไตล์ 6

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 2

ปกป้องอย่างเหนือชั้น

 

มั่นใจในการปกป้องที่เหนือกว่าเพราะ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัยมาให้รวมเป็น 6 ตำแหน่ง ครบครันด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อื่นๆ ทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, ระบบเสริมแรงเบรก BAS, ระบบควบคุมการทรงตัว VSM, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบแจ้งความดันลมยางอัตโนมัติ TPMS และกล้องมองหลังขณะถอยจอดพร้อมเซนเซอร์กะระยะถอยหลัง

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 9

ประหยัดและทรงพลัง

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์เบนซิน เอ็มพีไอ สมาร์ทสตรีม ขนาด 1.5 ลิตร ที่โดดเด่นทั้งความประหยัดและตอบสนองทันใจ ให้กำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับระบบส่งกำลังอัจฉริยะ IVT (Intelligent Transmission Variable) ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ประกอบด้วย NORMAL, ECO, SPORT และ SMART

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ มีราคาเริ่มต้นเพียง 849,000 บาท พร้อมบ่งบอกความเป็นตัวคุณด้วยทางเลือก 4 สีตัวถัง ทั้งสีดำ มิดไนท์ แบล็ก เพิร์ล, สีเทา ไททัน เกรย์ เมทัลลิก, สีเงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์ เมทัลลิก และ สีขาว ครีมมี่ ไวท์ เพิร์ล

มั่นใจในทุกการขับขี่เพราะ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ ทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี1, ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร2 และ ฟรีการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร2 นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอการเงินพิเศษให้กับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 6

ค้นพบรถยนต์คันจริงและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ได้แล้ววันนี้ ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการที่พร้อมให้ บริการท่านทั่วประเทศ รวมถึง H-SPACE ถนนวิภาวดี และ H-STUDIO ณ ศูนย์การค้า The Emsphere (ดิ เอ็มสเฟียร์) ชั้นสอง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่ hyundai.com/th ทั้งยังมีบริการจองรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ Cl!ck to Buy ที่ buyonline.hyundai.com