Home Blog Page 137

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ชวนวิ่งการกุศล “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้ ครั้งที่ 5” ณ วิหารเซียน/เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี พร้อมนำรายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สนับสนุนโรงพยาบาลที่ขาดแคลน

0
Mitsubishi Motors Charity Run 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานวิ่งการกุศล “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้ ครั้งที่ 5” (Mitsubishi Motors Charity Run 2024 #5 ‘Together We Run, Together We Share’) ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 พร้อมเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2567 โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่ขาดแคลน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม การศึกษา และสุขภาพ

งานวิ่งครั้งนี้ (Mitsubishi Motors Charity Run 2024 #5) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้” โดยเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งที่มีประสบการณ์หรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เข้าร่วมงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งพิเศษ! สำหรับปีนี้ ผู้ที่ต้องการชมจุดสำคัญ (Highlight) สามารถวิ่งตามเส้นทางเพิ่มอีก 2 กิโลเมตร เพื่อไปถึงพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้รับเสื้อ หมายเลขวิ่ง เหรียญรางวัล ของที่ระลึก พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยสามารถรับเสื้อ หมายเลขวิ่งได้ที่ วิหารเซียน จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 – 18.00 น. โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมงานและดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ www.mitsubishimotorscharityrun.com ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายน 2567

Mitsubishi Motors Charity Run  2

สำหรับนักวิ่งชายและหญิงที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกในประเภท Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมูลค่า 1,500 บาท ส่วนนักวิ่งชายและหญิงที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกในประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมูลค่า 4,000 บาท พร้อมกันนี้ ผู้วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกในแต่ละกลุ่มอายุ ของการวิ่งประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 2,000 บาท โดยผู้เข้าเส้นชัยที่รองชนะเลิศอันดับ 1 และ รองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ อีกทั้ง พิเศษสำหรับปีนี้ผู้เข้าเส้นชัยที่รองชนะเลิศอันดับ 3 และ 4 จะได้รับถ้วยรางวัลกลับบ้าน อีกด้วย

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ยานยนต์ระดับพรีเมียมอันดับหนึ่ง คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2024

0
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำจุดยืนอันแข็งแกร่งในด้านการเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ระดับพรีเมียมของประเทศไทยอีกครั้ง การันตีด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2024 ในหมวด Premium Cars หรือรถยนต์พรีเมียม จากสำนักข่าวการตลาดชั้นนำของประเทศ Marketeer บริษัท มาร์เก็ตเธียร์ จำกัด ซึ่งได้จัดการสำรวจและมอบรางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทยติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13

รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ที่ได้รับในปีนี้ ถือเป็นการเฉลิมฉลองการประสบความสำเร็จในด้านการสร้างแบรนด์ระดับผู้นำตลาดของบริษัท และยังเป็นการย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบีเอ็มดับเบิลยู ในการส่งมอบสุดยอดยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคตและการบริการระดับพรีเมียมให้แก่ผู้ใช้ยวดยานพาหนะในประเทศไทย ครอบคลุมยานยนต์และระบบขับเคลื่อนหลากหลายประเภท ภายใต้การยึดมั่นในแนวคิด ‘สุนทรียภาพแห่งการขับขี่’ และ ‘การคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ’ ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้กล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Marketeer No.1 Brand Thailand 2024 ในหมวดรถยนต์พรีเมียม จากเวทีรางวัลสำหรับแบรนด์ยอดนิยมในประเทศไทย ที่มีประวัติมาอย่างยาวนานกว่า 13 ปีของ Marketeer Group โดยรางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของพนักงาน พาร์ทเนอร์ และพันธมิตรทุกคนของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ซึ่งต้องการร่วมกันผลักดันนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยมที่สุด โดยคำนึงถึงลูกค้าของเราเป็นหลัก ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะยังคงมุ่งหน้าเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู ผ่านการส่งมอบยนตรกรรมพรีเมียมสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำในอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ใช้ยานยนต์และลูกค้าชาวไทยของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคตให้ดียิ่งขึ้นไป ตอบแทนความเชื่อมั่นที่เราได้รับมาจากลูกค้า และขับเคลื่อนแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูไปอีกระดับในตลาดยานยนต์พรีเมียม สิ่งนี้คือเรื่องที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา”
สำหรับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ได้รับการจัดขึ้นโดยบริษัท มาร์เก็ตเธียร์ จำกัดอย่างต่อเนื่อง

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 2

ทุกปีมาเป็นเวลานานถึง 13 ปี เพื่อเป็นการให้ความสำคัญแก่แบรนด์ต่างๆ ในประเทศไทย รวมทั้งร่วมเฉลิมฉลองบุคลากรที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการช่วยสร้างแบรนด์ขององค์กรให้เป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งรางวัลดังกล่าวได้ส่งมอบให้แก่แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมด 81 หมวด ครอบคลุมหมวดหมู่แบรนด์ด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ด้านการบริการ ไปจนถึงแบรนด์ด้านยนตรกรรมระดับพรีเมียมอย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งในปีนี้ทาง Marketeer ได้จับมือกับบริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อประเมินผลการสำรวจให้ได้ผลที่ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น จากทัศนคติของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศถึง 6,000 คน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้คว้า 14 รางวัลจากเวที Car & Bike of the Year 2024 จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สำหรับแบรนด์รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทรถยนต์ขวัญใจมหาชนอันดับหนึ่งในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 จากรางวัล Thailand’s Most Admired Company โดยนิตยสาร BrandAge นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2566 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้รับรางวัล การประเมินคะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภค (Net Promoter Score – NPS) สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งในด้านยอดขายและการให้บริการหลังการขาย ด้วยคะแนนจากผลการประเมินที่ 94 คะแนน และ 90 คะแนนตามลำดับ ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสี่ปี ซึ่งผลลัพธ์ความสำเร็จเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าบีเอ็มดับเบิลยูเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เน้นลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง และได้ร่วมมือกับเครือข่ายของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์เรื่องการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุด มีบริการที่เยี่ยมยอดที่สุด และมอบที่สุดแห่งสุนทรียะด้านการขับขี่ให้แก่ลูกค้าแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยทุกท่าน

 

“MGC-ASIA” กำไรทะยาน 50 ล้านบาท เพิ่ม 628.4% ยานยนต์ไฟฟ้า XPENG-ZEEKR ธุรกิจบริการด้านการเงิน ALPHA X – Wealth Lending และ Howden-Maxi หนุนธุรกิจเติบโต เล็งผนึกพันธมิตรลุยธุรกิจรีไซเคิลแบตฯ เสริมแกร่งระบบนิเวศ EV ครบวงจร

0
MGC ASIA 5

บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ทำรายได้จากการขายและบริการ 5,304 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และ 628.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าตามลำดับ แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะผลตอบรับดี เร่งเครื่องขยายธุรกิจ รับดีมานด์พุ่ง เซ็นสัญญาตัวแทนจำหน่าย 12 ราย พร้อมเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการต้นแบบ XPENG หัวหมาก รวมถึงศูนย์บริการ ZEEKR ศรีนครินทร์และวิภาวดี เดินหน้าขยายระบบนิเวศทางธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร จับมือพันธมิตรศึกษาความเป็นไปได้ธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ขณะธุรกิจให้บริการด้านการเงินครบวงจร ALPHA X – Wealth Lending เริ่มมีผลกำไรจากการดำเนินงาน และธุรกิจประกันภัย HOWDEN MAXI หนุนธุรกิจเติบโต

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 (เมษายน-มิถุนายน) เติบโตแข็งแกร่ง บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 5,304 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 628.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้และกำไรสุทธิที่เติบโต มาจากการรับรู้รายได้จากการส่งมอบรถยนต์ที่จองในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ และรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงสู่ยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทได้มีการเปิดตัวแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ XPENG ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมไฮ-เทค และ ซีคเกอร์ ZEEKR ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี่ ซึ่งได้รับการตอบรับดีกว่าที่คาดการณ์ จากการเปิดตัวในงานฯ ที่ผ่านมา และมีการจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ พร้อมส่งมอบรถยนต์ เริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3/2567

MGC ASIA 2

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 มีปัจจัยส่งเสริมการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

1) กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ (Mobility Retail) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 บริษัทฯ มียานยนต์รอส่งมอบ (Backlog) ทั้งสิ้น 1,235 คัน และเรือยอทช์ AZIMUT รอส่งมอบ 1 ลำ และมีการขยายบริการเช่าเหมาลำ ภายใต้แบรนด์ AZIMUT และ CHRIS-CRAFT เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยว นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนจะขยายธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยในช่วงไตรมาส

MGC ASIA 3

3/2567 เตรียมเปิดศูนย์ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ XPENG สาขาหัวหมาก พร้อมลงนามแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่าย รวม 12 ราย และยังได้การตอบรับจากผู้สนใจมาสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่น G6 ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า ส่วนแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR บริษัทฯ เริ่มส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าแล้ว และในช่วงไตรมาส 3/2567 เตรียมเปิดศูนย์ให้บริการครบวงจร สาขาศรีนครินทร์ และวิภาวดี

MGC ASIA 5 MGC ASIA 8

2) ธุรกิจให้บริการหลังการขายและให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ (Aftersales and Car Maintenance Services) รายได้ของกลุ่มธุรกิจให้บริการหลังการขายและซ่อมบำรุง ถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ให้แก่บริษัทฯ และมีศักยภาพเติบโตตามยอดจำหน่ายยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น และบริษัทฯ ยังได้รับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Approved Body Shop (TAB) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กลุ่มธุรกิจ

3) ธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมพนักงานขับ (Car Rental and Driver Services) บริษัทฯ ยังคงเเดินหน้าขยายธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมพนักงานขับรถ โดยมุ่งเน้น 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์และให้ความสำคัญกับลูกค้า, พัฒนานวัตกรรมผ่านแอปพลิเคชัน, ร่วมมือกับพันธมิตร, ขยายบริการรถยนต์ไฟฟ้าในหัวเมืองใหญ่, และเพิ่มรถยนต์พรีเมียม รวมถึงรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

4) กลุ่มธุรกิจอื่นๆ (Other Services) ALPHA X ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง MGC-ASIA และ SCBX เติบโตอย่างแข็งแกร่ง บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเป็นกำไรสุทธิก่อนตั้งสำรอง (Pre-Provision Operating) เป็นไตรมาสแรก จากการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อย่างต่อเนื่อง และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) ซึ่งเติบโตจากการขยายธุรกิจ Wealth Lending ให้กลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง (High-Net-Worth)รวมทั้งการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานได้ดี ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรเติบโตดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบรับกระแส ESG และเมกะเทรนด์ต่างๆ โดยมีรายได้สุทธิเติบโต 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการประกันภัยทรัพย์สิน อัญมณี เครื่องประดับ งานศิลปะ และโครงการพิเศษ โดยมีรายได้เติบโตจากลูกค้ารายใหญ่ รายใหม่ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 59 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ 3% ซึ่งเกิดจากการควบคุมต้นทุนการบริหารและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถทำตามเป้าหมายการเติบโตที่คาดหวังไว้ประมาณ 7% จากปีก่อน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MGC-ASIA กล่าวว่า “MGC-ASIA มุ่งขยายระบบนิเวศทางธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร (EV Ecosystem) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด ผู้นำธุรกิจให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ PRIMOBIUS บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลแบตเตอรี่จากเยอรมนี โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว”

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของ นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย ในการเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร แต่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่านการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อสังคม โดยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีขั้นสูงของ PRIMOBIUS จะช่วยให้ นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย นำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทย ในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจสีเขียว

MGC-ASIA มุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างครบวงจร สอดคล้องกับ Paris Agreement ที่เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change-UNFCCC) ตั้งแต่การจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ชั้นนำ การให้บริการหลังการขายซ่อมบำรุง บริการด้านการเงินและประกันภัย รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของการดำเนินธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ ซึ่งจะเติบโตอย่างมากในอนาคต เราเชื่อมั่นว่าการลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว

 

“เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป” ยกระดับการขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง สมบูรณ์แบบ พร้อมให้บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ชั้น 3 โชว์รูมเบนซ์ บีเคเค บางนา การันตีคุณภาพมาตรฐาน BENZ BKK CERTIFIED ทุกคัน

0
Benz BKK 1

เบนซ์ บีเคเค เซอร์ทิฟายด์ โดย BENZ BKK GROUP ให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มือสองเต็มรูปแบบ ทั้งรับซื้อ ขาย ซ่อมบำรุง การันตีคุณภาพมาตรฐาน Multi-Point Check มากกว่า 200 รายการ และโปรแกรมจัดหาสินเชื่อเฉพาะบุคคล พร้อมด้วยบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า BENZ BKK GROUP ที่โชว์รูม Mercedes-Benz Experience Center ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ล่าสุดประกาศความแข็งแกร่งการเป็น “ผู้นำตลาดรถเบนซ์มือสอง” หลังครึ่งปีแรกกวาดยอดขายได้มากกว่า 200 คัน มูลค่า 420 ล้านบาท จากเป้าหมาย 400 คัน ในปี 2567

 

นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “ภาพรวมธุรกิจรถมือสองของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทย โดยในส่วนของ BENZ BKK CERTIFIED ซึ่งเราคือผู้นำธุรกิจค้าปลีกยูสคาร์ระดับพรีเมียมลักซ์ชัวรี ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ต้นปี BENZ BKK GROUP มียอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง ที่ส่งมอบให้กับลูกค้า มากกว่า 200 คัน หรือคิดเป็น 55% เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าปี 2567 จะต้องส่งมอบ รถเบนซ์มือสอง ให้กับลูกค้าไม่น้อยกว่า 400 คัน”

Benz BKK 2

ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจ BENZ BKK CERTIFIED เราเชื่อว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเข้ามาใช้บริการซื้อและขายรถยนต์มือสองกับเรา ตั้งแต่ความง่ายในการเดินทางไปจนถึงความสะดวกสบายในการเลือกชมรถที่มีให้เลือกครบทุกเซกเมนต์ ด้วยการบริการระดับ 5 ดาวปลอดภัยและไว้ใจได้ ตอบสนองทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายรถ

Benz BKK 3
สำหรับรถเบนซ์มือสองที่เรามีนั้นส่วนใหญ่เป็นรถผู้บริหารเลขไมล์น้อย รถทดลองขับ (รถเดโม) หรือรถเบนซ์บ้านที่มีคุณภาพสูง ที่สำคัญเรามีการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ Multi-Point Check มากกว่า 200 รายการ พร้อมการซ่อมบำรุงด้วยอะไหล่แท้ ภายใต้การดูแลจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ BENZ BKK GROUP

Benz BKK 4
จุดเด่นสำคัญที่สุดของเราคือความครบ ทั้งการขายรถใหม่ รถ Certified (รถเบนซ์มือสอง) ศูนย์บริการหลังการขาย ให้บริการอะไหล่แท้ ศูนย์ซ่อมสี บริการประกันภัย อุปกรณ์ตกแต่งจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตลอดจนยางรถยนต์ และบริการรับแลกเปลี่ยนรับซื้อรถ รวมถึงการให้คำปรึกษาโปรแกรม ทางการเงินจากพันธมิตร เพื่อหาข้อเสนอทางการเงินที่สามารถปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละ บุคคลเพื่อให้การซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง ภายใต้ BENZ BKK CERTIFIED สะดวกสบาย และง่ายที่สุดสำหรับลูกค้า ด้วยบริการที่ครบสมบูรณ์แบบ

Benz BKK 5
นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กล่าวต่อว่า ด้วยศักยภาพขนาดใหญ่ในการลงทุนของบริษัท BENZ BKK GROUP ที่ประกอบธุรกิจเป็นผู้จำหน่าย และให้บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยาวนานกว่า 33 ปี ด้วยความเชี่ยวชาญและชำนาญการ ประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน จึงมีความรู้ความเข้าใจต่อกลุ่มลูกค้าผู้ใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นอย่างดี ด้วยความเข้าถึงและเข้าใจ ทำให้เรามีทั้ง Knowledge และ Know-How ที่สามารถจะนำมาปรับใช้ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ผงาดขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งเป็นผู้นำตลาดรถเบนซ์มือสองในประเทศไทยและอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างสง่างาม

Benz BKK 6
ล่าสุดเราได้พัฒนาพื้นที่โชว์รูม BENZ BKK Group – Bangna เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการขาย รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการปรับพื้นที่ภายในโชว์รูมให้ลูกค้าที่ต้องขายรถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถ และการประเมินราคา จากช่างผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์ รวมถึงการนำพื้นที่ชั้น 3 ของโชว์รูม BENZ BKK BANGNA Mercedes-Benz Experience Center เป็นพื้นที่จัดแสดงรถเบนซ์มือสอง ให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดและสัมผัสรถด้วยตนเอง โดยมีที่ปรึกษารขายของ Benz BKK Certified ให้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในส่วนของพื้นที่ชั้น 7 มีการจัดสรรให้เป็นพื้นที่สำหรับเตรียมรถก่อนนำรถเข้าจอดโชว์ในโชว์รูม และ BKK Studio สตูดิโอสำหรับถ่ายภาพรถ 360 องศา สำหรับอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่สนใจชมรถได้ทุกมุมผ่านทางเว็บไซต์ www.benzbkkcertified.com

Benz BKK 7
นอกจากนั้นยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาส อาทิ VIP Lounge, ห้องส่งมอบรถ 360 องศา, BKK Cafe ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม, นวดออฟฟิศซินโดรมจากเทอราปิสต์มืออาชีพ และพื้นที่ Co-Working Space พร้อมห้องประชุม 4 ห้อง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้มาใช้บริการอย่างเหนือระดับ

นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กล่าวต่อว่า BENZ BKK GROUP พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางผู้จำหน่ายยูสคาร์ระดับพรีเมียมของประเทศไทย ด้วยการรับจัดซื้อรถเบนซ์มือสองทั่วประเทศ ด้วยบริการเหนือระดับ ที่มีเจ้าหน้าที่บริหารงานขายรวมถึงผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินตรวจสอบสภาพและเข้าบริการถึงทุกที่หมายด้วยบริการรับซื้อรถอย่างตรงไปตรงมาในราคาที่ยุติธรรม มั่นใจได้ ในมาตรฐานคุณภาพที่สามารถปิดการซื้อ-ขายได้ภายใน 1 ชั่วโมง ด้วยขั้นตอนคุณภาพดังนี้

Benz BKK 9

ขั้นตอนที่ 1 ลูกค้าติดต่อ โทร.02-745-4444 หรือ 081-884-7778
ขั้นตอนที่ 2 ส่งรายละเอียด เพื่อนัดหมายตรวจดูรถ
ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการตรวจเช็กสภาพรถ ตกลงซื้อ-ขายรถ
ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการด้านเอกสารให้ครบทุกขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 5 ลูกค้ารับเงิน ส่วนเบนซ์ บีเคเค เซอร์ติฟายด์ รับรถ

โดย BENZ BKK CERTIFIED ที่ชั้น 3 โชว์รูม BENZ BKK BANGNA Mercedes-Benz Experience Center พร้อมเป็นศูนย์บริการซื้อ-ขายและซ่อมรถเบนซ์มือสองสมบูรณ์แบบที่ใหญ่ที่สุด ให้ลูกค้าทุกท่านเป็นเจ้าของรถเบนซ์มือสองไมล์น้อย คุณภาพดี ทุกคันการันตี คุณภาพมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยโปรโมชันสุดพิเศษภายในงาน BIG MOTOR SALE 2024 ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 ที่ไบเทค บางนา ด้วยการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ในราคาไม่ถึงล้าน โดยเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเท่ารถใหม่ป้ายแดงที่เริ่มต้นเพียง 2.49% ต่อปี

Benz BKK 10

ขณะเดียวกัน รถทุกคันของ BENZ BKK CERTIFIED จะได้รับการรับประกัน หรือ Warranty สูงสุดฟรี 1 ปี และหากจองรถและรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 รับฟรี!!! เครื่องดูดฝุ่น Dyson มูลค่า 15,900 บาท ส่วนลูกค้าที่ตกลงขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ คันเดิมกับทาง BENZ BKK CERTIFIED ระหว่างวันนี้ – 31 สิงหาคม 2567 รับฟรี!!! ทองคำมูลค่า 20,000 บาท ทุกคันอีกด้วย

Benz BKK 12
ลูกค้าและผู้ที่สนใจรถเบนซ์มือสองสามารถติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ Line : @benzbkkcertified , IG: @benzbkkcertified , เว็บไซต์ www.benzbkkcertified.com และแฟนเพจเฟซบุ๊ก Mercedes-Benz Certified by Benz BKK หรือโทร. 088-811-1888

“นิสสัน” เปิดตัว นาวารา ใหม่ เติมสีสันด้วยภายในดีไซน์ พรีเมียม สปอร์ตมากขึ้น

0
นาวารา ใหม่ 1

นิสสัน เผยโฉม นาวารา ที่มาพร้อมภายในดีไซน์ใหม่ สปอร์ต พรีเมียม สุดเท่ ทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเครื่องยนต์มาตรฐานไอเสียยูโร 5 โดยยังโดดเด่นด้านรูปลักษณ์หล่อ เข้ม ทนทาน บึกบึน ให้ประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกสบายเต็มพิกัด พร้อมนำผู้ขับขี่ลุย และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ 

นาวารา ใหม่ 2

สำหรับการแนะนำ นาวารา ภายในดีไซน์ใหม่ นิสสันยังส่งแคมเปญสื่อสารการตลาดใหม่ที่ยกระดับความตื่นเต้นในคอนเซ็ปต์ “ทน พร้อม ลุย” ด้วยการดึง “ตะวันฉาย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม” นักสู้ดาวรุ่งเจ้าของแชมป์โลกมวยไทยรุ่นเฟเธอร์เวต เป็นตัวแทนช่วยสื่อสารดีเอ็นเอที่ “ทน พร้อม ลุย” ของนิสสัน นาวารา ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ นิสสันยังได้นักร้องนักแต่งเพลงเจ้าของเสียงทรงพลัง “สงกรานต์ เดอะวอยซ์” มาทำเพลงประกอบโฆษณา เติมสีสัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนิสสัน และรถกระบะยอดนิยมอีกด้วย

นาวารา ใหม่ 3

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “ตลอด 71 ปีที่ผ่านมา ที่นิสสันดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราเติมสีสัน และส่งมอบความสุขให้กับคนไทย ด้วยรถยนต์คุณภาพสูง นิสสัน นาวารา ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของเรา ที่เป็นทั้งรถปิคอัพสำหรับงานหนักคู่หูความสำเร็จของธุรกิจ ไปจนถึงรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่รักการผจญภัย ด้วยความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม วันนี้ นิสสัน พร้อมสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งกับการเปิดตัว นิสสัน นาวรา ที่อัพเกรดไปอีกขั้นด้วยภายในดีไซน์ใหม่ พรีเมียมกว่าเดิม สปอร์ตเข้มมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

นาวารา ใหม่ 4
นิสสัน นาวารา โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในดีไซน์ใหม่กับแผงคอนโซลหน้า และคอนโลกลางที่เสริมความพรีเมียม และมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น หน้าจอทัชสกรีนคมชัดขนาด 9 นิ้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ครบครัน เสริมวัสดุบุนุ่มคุณภาพสูงในจุดที่สัมผัสบ่อย ยกระดับประสบการณ์ของการใช้งาน

นาวารา ใหม่ 6

นาวารา ยังคงรักษามาตรฐานความสะดวกสบายของรถกระบะจากนิสสัน ที่ยังคงตอบสนองความต้องการและสอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน อาทิ ช่องสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือเพื่อการเชื่อมต่อที่ต่อเนื่องไม่สะดุด ช่องเก็บของหลายจุด ช่วยให้จัดเก็บของได้มาก หยิบใช้ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารเงียบให้ความเป็นส่วนตัวด้วยกระจกแบบ Accoustic glass ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบปรับอากาศออโตเมติกแบบแยกส่วนผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร สามารถกำหนดอุณหภูมิที่ต้องการเฉพาะคนได้

นาวารา ใหม่ 7

สำหรับในรุ่น PRO-4X และ PRO-2X ติดตั้งเบาะผู้ขับขี่แบบปรับระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ ที่นั่งตอนหน้าแบบ Zero Gravity ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับทางไกล รวมทั้งเบาะหุ้มวัสดุ Quole Modure ที่สะท้อน และไม่สะสมความร้อนในรุ่น PRO และคาลิเบอร์ จึงนั่งได้สบาย ไม่อบอ้าวแม้การเดินทางไกล

นาวารา ใหม่ 8

และเพื่อสนองความต้องการ และไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นิสสัน นาวารา ยังมาพร้อม NissanConnect ระบบอินโฟเทนเมนต์อัจฉริยะ ที่พร้อมสร้างความบันเทิง ด้วยการรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Wireless Apple CarPlay และเชื่อมต่อผ่านสายสำหรับ Android Auto* ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถใช้แอพพลิเคชั่น ระบบนำทางผ่านระบบเครื่องเสียงอัจฉริยะของนาวาราได้สะดวก และยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมกันนี้ยังมีพอร์ทชาร์จไฟหลายรูปแบบทั้ง Type C และ Type A ครอบคลุมอุปกรณ์อัจฉริยะทุกรูปแบบเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ และสื่อสารได้อย่างไม่ขาดตอนขณะเดินทาง รวมทั้งยังมีช่องเก็บของสำหรับใส่สัมภาระหลายจุด ให้จัดเก็บของได้สะดวก เครื่องยนต์ทรงพลังเต็มสมรรถนะเพื่อทุกการขับขี่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานยูโร 5

นาวารา ใหม่ 9

นิสสัน นาวารา มาพร้อมขุมพลัง YS23DDTT ความจุ 2.3 ลิตร 4 สูบแบบทวินเทอร์โบ พลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (7AT) ที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นโหมดแมนนวล (M mode) ได้เพื่อเพิ่มการขับขี่ที่ควบคุมได้ตามใจ โดยยังให้การประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมรวมถึงรองรับน้ำมันดีเซลทุกประเภท (B7, B10, and B20) ให้ผู้ใช้งานสามารถไปได้ทุกที่ ทุกความท้าทายในการเดินทาง เครื่องยนต์ใหม่รุ่นนี้มีเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานยูโร 5 (EURO V) ที่มีการปล่อยไอเสียต่ำ แต่ยังคงให้การตอบสนองทันใจ ประหยัดน้ำมัน โดยมีระบบ Diesel Particulate Filter (DPF) ช่วยกรองละอองเขม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาวารา ใหม่ 9
ขณะที่รุ่นตัวถังดับเบิ้ลแค็บ คิงแค็บ และ ซิงเกิ้ลแค็บ ในระบบเกียร์แมนนวล 6 สปีด ติดตั้งเครื่องยนต์ รหัส YS23DDT 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผัน ให้พลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิด 403 นิวตันเมตร ที่ทรงพลังพร้อมทุกการบรรทุกหนัก

ทนทานพร้อมทุกการบรรทุกหนัก

นิสสัน นาวารา ภายในดีไซน์ใหม่ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความแข็งแกร่งของการบรรทุกหนักด้วยแชสซีทำจากเหล็กกล้า ให้ประโยชน์ และความสะดวกของการใช้งาน เช่น บันไดที่กันชนหลังซึ่งช่วยให้เข้าออกและขนของที่กระบะได้สะดวก ฝาท้ายแบบผ่อนแรง การวางตำแหน่งตะขอยึดด้านล่างของกระบะ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก รวมถึงบันไดด้านข้างในรุ่นแบบซิงเกิ้ลแค็บ ช่วยการใช้งานจัดวางสัมภาระได้สะดวกมากยิ่งขึ้นพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน

นาวารา ใหม่ 10

เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคันใน นาวารา ได้แก่ เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning: LDW) เทคโนโลยีช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention – ILI) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) เทคโนโลยีป้องกันการชนจากจุดอับสายตาอัจฉริยะ (Intelligent Blind Spot Intervention – IBSI) เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) รวมทั้งเทคโนโลยีเปิดปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) รวมถึงความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่ ถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เทคโนโลยีออกตัวบนทางลาดชัน เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และ เทคโนโลยีเตือนเมื่อเมื่อยล้าขณะขับขี่ เป็นต้น

นาวารา ใหม่ 11

นิสสัน นาวารา มีสีภายนอกให้เลือกแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ตั้งแต่สีเทา Stealth Gray ที่เป็นสีซิกเนเจอร์เฉพาะของรุ่นที่ลูกค้าชื่นชอบ สีทองแดง Forged Copper สีแดง Burning Red สีดำ Black Star สีเทา Twilight Gray สีเงิน Brilliant Silver สีขาว White Pearl และ Solid White
ราคาสำหรับ นิสสัน นาวารา ภายในดีไซน์ใหม่

1.PRO Series:
•PRO-4X 4WD 7AT 1,175,000 บาท
•PRO-2X 2WD 7AT 1,045,000 บาท

2.ดับเบิ้ลแค็บ
•คาลิเบอร์ E 7 AT แบล็ค อิดิชั่น 944,000 บาท
•คาลิเบอร์ E 7 AT 909,000 บาท
•คาลิเบอร์ E 6 MT 859,000 บาท

3.คิงแค็บ
•คาลิเบอร์ E 7 AT แบล็ค อิดิชั่น 859,000 บาท
•คาลิเบอร์ E 7 AT 825,000 บาท
•คาลิเบอร์ E 6 MT 775,000 บาท
•E 6MT 699,000 บาท
•SL 6 MT 659,000 บาท

4.ซิงเกิ้ล แค็บ
•4WD SL 6MT 669,000 บาท
•SL 6MT 605,000 บาท

นิสสัน นาวารา ทุกรุ่น มาพร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 ก.ม.*** และข้อเสนอต้อนรับการเปิดตัวพิเศษ**** อื่นๆ มากมาย เพื่อเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้นอาทิ ดอกเบี้ย 0% พร้อมนิสสันช่วยผ่อน 1,000 บาท จำนวน 10 งวด หรือ ดาวน์เริ่มต้น 19,999 บาท หรือ ผ่อนนานสูงสุด 96 เดือน พร้อมด้วยฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection (NPP) เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร. 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยนิสสัน

 

เอ็มจี เปิดไลน์การผลิต ALL NEW MG3 HYBRID+ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกอย่างยั่งยืน

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบการควบคุมทางสรรพสามิต และ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดไลน์การผลิตรถไฮบริดรุ่นล่าสุด ALL NEW MG3 HYBRID+ ก่อนเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในไทย วันที่ 20 สิงหาคม นี้ พร้อมเยี่ยมชมฐานการผลิตรถยนต์เอ็มจีในไทย ที่ครอบคลุมการผลิตรถยนต์ในทุกรูปแบบการขับเคลื่อน ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน รถยนต์พลังงานทางเลือก และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงโรงงานประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแสดงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกการขับเคลื่อนอย่างครบวงจร มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างครอบคลุมที่สุด

นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญของ เอ็มจี ในการต้อนรับ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต และ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมคณะผู้บริหาร และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ให้เกียรติร่วมเปิดไลน์การผลิตรถยนต์ไฮบริดรุ่นล่าสุด ALL NEW MG3 HYBRID+ ก่อนเปิดตัว อย่างเป็นทางการในไทย วันที่ 20 สิงหาคม นี้ พร้อมเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์แบบครบวงจรของ เอ็มจี ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ทั้งหมด 437.5 ไร่ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้งบการลงทุนที่สูงถึงกว่า 30,000 ล้านบาท โดย เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่มีการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ กับจุดเด่นของโรงงานที่สามารถผลิตและประกอบรถยนต์ครอบคลุมทุกรูปแบบการขับเคลื่อนด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 100,000 คันต่อปี โดยมีพื้นที่ของโรงประกอบตัวถัง (Body Shop) โรงพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop)  โรงประกอบรถ (General Assembly Shop) ครอบคลุม ไปถึงส่วนของคลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถยนต์ของเอ็มจีทุกรุ่น รวมถึงพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ซึ่งประกอบด้วย โรงประกอบแบตเตอรี่YBRIDPLUS   ละคณะหน่วยงานภาครัรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ภายในโรงงานมีการจัดสรรพื้นที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ประกอบด้วยสายการผลิตอัตโนมัติที่ทันสมัยอย่างการนำหุ่นยนต์ (Robotic) เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานที่แม่นยำสามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To Pack ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 แพ็คต่อปี

ตลอดระยะเวลาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 10 ปี เอ็มจี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างครอบคลุม ในฐานะผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เอ็มจี ได้พัฒนาและขยาย MG EV ECOSYSTEM เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับภาครัฐในนโยบายส่งเสริมต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้คนไทยได้ใช้ยานยนต์คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ล่าสุด เอ็มจี ได้เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เริ่มต้นด้วยโกลบอลโมเดลอย่าง NEW MG4 ELECTRIC นอกจากนี้ ยังพร้อมตอบรับ การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกอย่างยั่งยืน ด้วยการขยายไลน์การผลิตเพื่อรองรับการผลิตรถไฮบริดอย่าง ALL NEW MG3 HYBRID+ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่ผสมผสานทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน และระบบไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดรับกับทิศทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ ที่ไทยมีโอกาสเป็นฐานการผลิตระดับโลกได้

นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการรองประธานกรรมการบริหารติภาครััฐงานภาคีรับริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า “การเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ เอ็มจี ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงศักยภาพและความพร้อมของ เอ็มจี ในการลงทุนและทำการตลาดในประเทศไทย ยังมีอีกหนึ่งความสำคัญที่ เอ็มจี ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ                ร่วมเป็นสักขีพยานในการพิธีปล่อยรถ ALL NEW MG3 HYBRID+ รถไฮบริดคุณภาพสูง รุ่นล่าสุดออกจากสายการผลิต เพื่อเตรียมพร้อมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยรถยนต์รุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นเรือธงที่ เอ็มจี มุ่งมั่นให้เป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ที่พร้อมผลักดันการผลิตรถไฮบริดแทนที่รถยนต์สันดาปภายใน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Green mobility และสอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มขั้นตามแนวทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

ครั้งแรกฟอร์ดจับมือทีเอ็มบีธนชาตจัดข้อเสนอสุดคุ้ม ให้คุณเป็นเจ้าของรถฟอร์ดได้ง่ายขึ้น

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จับมือครั้งแรกกับธนาคารทหารไทยธนชาตหรือทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) มอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถฟอร์ดได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านบัตรเครดิตทีทีบี ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2567

“ฟอร์ดเชื่อมั่นว่า รถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานของลูกค้าได้อย่างตรงจุดจะเป็นพาหนะสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตสู่ความสำเร็จ การร่วมมือกับทีเอ็มบีธนชาตครั้งนี้นอกจากจะเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดที่จะช่วยให้ผู้สนใจมีโอกาสได้เป็นเจ้าของรถในฝันที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่อันทรงพลัง ดีไซน์โดดเด่นและเทคโนโลยีขั้นสูงได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้ว เรายังมองเห็นศักยภาพในฐานข้อมูลลูกค้าที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของเราอย่างลงตัว” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ข้อเสนอสุดพิเศษจากฟอร์ดและทีทีบี เมื่อจองรถที่โชว์รูมฟอร์ดที่ร่วมรายการ ได้แก่

  • ผ่อนชำระเงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน: เป็นเจ้าของรถฟอร์ดได้ง่ายขึ้น โดยการเลือกผ่อนชำระเงินดาวน์ ผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ttb ที่อัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน
  • รับ Cashback สูงสุด 20,000 บาท: เพิ่มความคุ้มค่าให้กับการซื้อรถฟอร์ดใหม่ด้วย Cashback สูงสุด 20,000 บาท เมื่อชำระเงินดาวน์เต็มจำนวน หรือแบ่งชำระ
  • รับเพิ่มคะแนนสะสมรวมสูงสุด 100,000 คะแนน: รับเพิ่มคะแนนสะสมรวมสูงสุด 100,000 คะแนน (รวมคะแนนปกติ 20,000 คะแนน และคะแนนพิเศษอีก 80,000 คะแนน) สำหรับการชำระเงินดาวน์เต็มจำนวนผ่านบัตรเครดิต ttb reserve

ความร่วมมือในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมยอดขายให้กับทั้งฟอร์ดและทีเอ็มบีธนชาต โดยนายตัถย์ ชัยกิตติกรณ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตธนาคารทหารไทยธนชาต กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดสินเชื่อรถยนต์ ทีทีบีเข้าใจความต้องการของลูกค้าเสมอมา และพร้อมสร้างสรรค์โซลูชันผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์อย่างครบวงจร ความร่วมมือกับฟอร์ดในครั้งนี้นับเป็น เอกสิทธิ์พิเศษที่มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสมาชิกบัตรทีทีบีโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพลิดเพลินกับข้อเสนอที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง”

ผู้ที่สนใจสามารถขอรายละเอียดโปรโมชันสุดคุ้มได้ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดที่ร่วมแคมเปญ ดังนี้

  1. บริษัท อาร์เอ็มเอ ซิตี้ มอเตอร์ส จำกัด สาขาพระราม 4
  2. บริษัท อาร์เอ็มเอ ซิตี้ มอเตอร์ส จำกัด สาขากัลปพฤกษ์
  3. บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ สุขุมวิท จำกัด
  4. บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ ปทุมธานี จำกัด
  5. บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ ทวีวัฒนา จำกัด
  6. บริษัท พระนคร มอเตอร์ จำกัด
  7. บริษัท นีโอ ยูนิตี้มอเตอร์ จำกัด
  8. บริษัท วี.พี. ออโต้ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด
  9. บริษัท อเมริกัน มอเตอร์ส จำกัด
  10. บริษัท อเมริกัน มอเตอร์ส (เชียงใหม่) จำกัด
  11. บริษัท อเมริกัน มอเตอร์ส (เชียงใหม่) จำกัด สาขาฝาง
  12. บริษัท พลปิยะ อยุธยา จำกัด
  13. บริษัท พลปิยะ วังน้อย จำกัด
  14. บริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด สาขาโคราช
  15. บริษัท อนุภาษมอเตอร์เซลส์ จำกัด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลแคมเปญและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.ford.co.th หรือ www.ttbbank.com/th/cc/pro

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดหนักแคมเปญดอกเบี้ย 0% ดาวน์ต่ำ พร้อมส่วนลดและช่วยผ่อนแบบจัดเต็ม

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำการใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) ศึกษาความต้องการของลูกค้าชาวไทยในช่วงสถานการณ์ที่ท้าทาย เพื่อออกแบบข้อเสนอและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์แบบตรงจุดให้แก่ลูกค้า ผ่านโปรโมชันดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อน หรือส่วนลดเมื่อจ่ายเงินสดสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อให้ลูกค้าได้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มาพร้อมความคุ้มค่าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ห้ามพลาด  ตั้งแต่ 1-31 สิงหาคม 2567 นี้ ที่ GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th และ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศไทย 

ข้อเสนอจัดหนักจัดเต็มแบบเกินพิกัด กับดอกเบี้ย 0% พร้อมโปรแกรมช่วยผ่อน หรือส่วนลดเมื่อชำระด้วยเงินสด

  • All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ดอกเบี้ย 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 126,000 บาท หรือให้ ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน เดือนละ 10,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท** หรือรับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท* เมื่อชำระด้วยเงินสด
  • New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA รับดอกเบี้ย 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และช่วยผ่อนนาน 10 เดือน เดือนละ 5,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท** และรุ่น PRO รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 82,000 บาท** สำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสด รับส่วนลดมูลค่า 120,000 บาท* สำหรับรุ่น ULTRA และ 50,000 บาท* สำหรับรับรุ่น PRO
  • New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport เลือกได้ตามใจกับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท* หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 59,000 บาท** หรือดอกเบี้ย 15%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท พร้อมช่วยผ่อนเดือนละ 2,000 บาทนาน 12 เดือน รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 24,000 บาท** สำหรับรุ่น ULTRA รับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 74,000 บาท** หรือ ดอกเบี้ย 2.15%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมการช่วยผ่อนนาน 12 เดือน เดือนละ 2,500 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** นอกจากนี้ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV ทั้งสองรุ่น แถมฟรี ฟิล์มกรองแสง ลามิน่า รุ่น CM ONE รวมมูลค่าสูงสุด 16,500 บาท และฟรีชุดอุปกรณ์ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง รวมมูลค่าสูงสุด 18,200 บาท

  • GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA กับข้อเสนอดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือช่วยผ่อนนานสูงสุด 12 เดือน มูลค่ารวม 190,000 บาท และ 220,000 บาท ตามลำดับ รุ่น PRO เลือกรับสิทธิพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ดาวน์เพียง 20% หรือดอกเบี้ย 95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนได้สูงสุด 48 เดือน* พร้อมช่วยผ่อนนาน 12 เดือน เดือนละ 5,000 บาท มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท** และรุ่น ULTRA ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์เพียง 10% หรือดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนได้สูงสุด 48 เดือน* พร้อมช่วยผ่อนนาน 12 เดือน เดือนละ 7,500 บาท มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 90,000 บาท** หรือหากเลือกดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สามารถผ่อนได้สูงสุดถึง 60 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 77,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 108,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA นอกจากนี้ สำหรับรุ่น GT รับข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดถึง 290,000 บาทกับดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 82,000 บาท พร้อมกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ช่วยผ่อนนาน 12 เดือน เดือนละ 7,500 บาท สูงสุดไม่เกิน 90,000 บาท**
  • GWM ORA 07 รุ่น PERFORMANCE รุ่น LONG RANGE และรุ่น LONG RANGE ULTRA กับข้อเสนอมูลค่ารวม 180,000 บาท 210,000 บาท และ 180,000 บาท ตามลำดับ พิเศษ! ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ 99% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 67,000 บาท สำหรับรุ่น PERFORMANCE และดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 97,000 บาท สำหรับรุ่น LONG RANGE สำหรับ LONG RANGE ULTRA รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 62,000 บาท

สำหรับนักผจญภัยสายลุย ก็สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ GWM TANK อย่างคุ้มเกินคุ้ม กับข้อเสนอเกินห้ามใจ

  • ALL NEW GWM TANK 300 HEV มาพร้อมข้อเสนอมูลค่ารวม 260,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 270,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA เลือกรับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท* เมื่อชำระด้วยเงินสด หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ที่มาพร้อมข้อเสนอที่สามารถเลือกได้ตามต้องการ ระหว่างการช่วยผ่อน นาน 10 เดือน ๆ ละ 5,000 บาท รวมมูลค่า 50,000 บาท หรือวอยเชอร์สำหรับแลกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 50,000 บาท**
  • ALL NEW GWM TANK 500 HEV กับข้อเสนอมูลค่ารวม 250,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 260,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA ทั้งสองรุ่นมาพร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0%* นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 153,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 169,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และรับฟรี Central Gift Voucher มูลค่า 50,000 บาท สำหรับการซื้อเงินสด

ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์ทุกรุ่นและทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่สร้างความอุ่นใจไร้กังวลให้กับลูกค้า กับการบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและคุ้มค่า ได้แก่

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นระยะเวลานาน 1 ปีเต็ม โดย บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
  • ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่ารวมสูงถึง 45,000 บาท**
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท**
  • ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต** (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 3 ปี สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น และระยะเวลา 5 ปี สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA
  • ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า GWM ORA ทุกรุ่นและสำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ หากต้องการติดตั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและผู้รับการติดตั้งต้องตรวจสอบและเตรียมมิเตอร์ไฟที่สามารถใช้กับโฮมชาร์จเจอร์ด้วยตนเอง) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** สำหรับรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น รวมถึง การรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, GWM New ORA Good Cat, GWM New ORA Good Cat รุ่น GT และ GWM ORA 07

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและดีไซน์ แต่ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้คุณได้เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่คุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า โปรโมชันสุดพิเศษขนาดนี้ อย่าพลาดโอกาสดี ๆ ในการเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ด้วยนวัตกรรมยานยนต์ล้ำสมัยจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณ เพียงแค่ลงทะเบียน และวางเงินมัดจำเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567 ผ่านช่องทาง GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th และโชว์รูม เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศไทย และต้องรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 เท่านั้น เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service  

“นิสสัน” ทดลองเทคโนโลยีสีแบบเย็นด้วย อภิวัสดุ หรือ Metamaterials ที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ลดการใช้พลังงาน และยังคลายความร้อนได้ในช่วงฤดูร้อน

0
Nissan Cool Paint 1

นิสสัน ได้ทดลองใช้นวัตกรรมสีพ่นรถยนต์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารของรถยนต์ในช่วงฤดูร้อน และลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศนวัตกรรมสีพ่นรถยนต์นี้ พัฒนาร่วมกับ Radi-Cool ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยรังสี โดยมีส่วนผสมของ อภิวัสดุ หรือ Metamaterials วัสดุเสมือนที่ถูกออกแบบ และสร้างขึ้นเพื่อให้มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ โดยวัสดุผสมสังเคราะห์นี้มีโครงสร้างซึ่งมีคุณสมบัติที่ไม่พบในธรรมชาติโดยทั่วไป

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของนิสสันในการแสวงหานวัตกรรมที่แตกต่างซึ่งช่วยส่งเสริมการเดินทาง และช่วยสร้างสังคมที่สะอาด และยั่งยืนยิ่งขึ้น

Nissan Cool Paint 3

ในเดือนพฤศจิกายน 2023 นิสสันได้เริ่มทดลองการใช้งานจริงเป็นเวลา 12 เดือน ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ สนามบินฮาเนดะ โดยร่วมมือกับ Japan Airport Terminal Co., Ltd., Radi-Cool Japan และบริการสนามบิน All Nippon Airways (ANA) สีพ่นรถยนต์แบบเย็นของนิสสันได้ถูกนำไปใช้กับรถยนต์ Nissan รุ่น NV100 ที่ให้บริการโดยสายการบิน All Nippon Airways (ANA) ด้วยพื้นที่จอดขนาดใหญ่ที่เปิดโล่ง สนามบินฮาเนดะจึงมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการประเมินประสิทธิภาพของสีในโลกการใช้งานจริงภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง

Nissan Cool Paint 4

แม้ว่าจะยังอยู่ในระยะทดสอบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันถือว่าน่าพอใจ โดยเมื่อจอดเทียบเคียงกันภายใต้แสงแดด รถยนต์ที่เคลือบด้วยสีแบบเย็นของนิสสัน มีอุณหภูมิที่พื้นผิวภายนอกลดลงถึง 12 องศาเซลเซียส และภายในห้องโดยสารเย็นลงถึง 5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้สีรถยนต์แบบเดิม

ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของสีจะสังเกตได้ชัดเจนโดยเฉพาะเมื่อจอดรถไว้กลางแดดเป็นเวลานาน ห้องโดยสารที่เย็นกว่าไม่เพียงแต่จะให้ความสบายมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังใช้เวลาในการเปิดเครื่องปรับอากาศน้อยลงเพื่อให้ห้องโดยสารมีอุณหภูมิที่สบายพอดี ซึ่งจะลดภาระของเครื่องยนต์ หรือในกรณีของรถยนต์ไฟฟ้า จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้อยกว่า โดยคาดว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

Nissan Cool Paint 5

อภิวัสดุ หรือ Metamaterials ที่ฝังอยู่ในสีแบบเย็นของนิสสัน ประกอบด้วยอนุภาค โครงสร้างขนาดจุลภาคสองอนุภาคที่ทำปฏิกิริยากับแสง อนุภาคที่หนึ่งจะสะท้อนรังสีอินฟราเรดใกล้ในแสงแดด ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในระดับโมเลกุลภายในเรซินของสีแบบเดิมเพื่อผลิตความร้อน

ขณะที่อนุภาคที่สองทำให้เกิดการค้นพบที่แท้จริง อนุภาคนี้จะสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต่อต้านรังสีของดวงอาทิตย์ โดยเปลี่ยนเส้นทางพลังงานออกจากตัวรถไปสู่ชั้นบรรยากาศ เมื่อรวมกันแล้ว อนุภาคในสีแบบเย็นของนิสสัน จะลดการถ่ายเทความร้อนไปยังพื้นผิว เช่น หลังคา ฝากระโปรง ประตู และแผงข้างได้

Nissan Cool Paint 7

ดร. ซูซูมุ มิอุระ ผู้จัดการอาวุโส และผู้เชี่ยวชาญที่ห้องปฏิบัติการวัสดุขั้นสูง และการแปรรูปของศูนย์วิจัยนิสสัน (Dr. Susumu Miura, senior manager and expert at the Advanced Materials and Processing Laboratory, Nissan Research Center) เป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการนี้ เขามีบทบาทสำคัญในการผลิตวัสดุอะคูสติกที่ลดเสียงรบกวนของนิสสัน ซึ่งเคยได้รับรางวัลมาก่อนหน้า ดร. มิอุระ อุทิศอาชีพการงานส่วนใหญ่ของเขาที่นิสสัน กับการค้นคว้าต่างๆ เพื่อทำให้รถยนต์เงียบขึ้น เย็นลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ความฝันของผมคือการสร้างรถยนต์ที่เย็นลงโดยไม่กินพลังงาน” ดร. มิอุระ กล่าวเสริมว่า “สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีการใช้พลังงานจากการเปิดเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อนซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถานะการชาร์จแบตเตอรี”

Nissan Cool Paint 2

แม้ว่าสีระบายความร้อนแบบแผ่รังสีจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โดยทั่วไปแล้วมักใช้กับอาคาร และโครงสร้าง ซึ่งมักจะมีความหนามาก โดยต้องใช้ลูกกลิ้งในการทาสี เนื่องจากไม่มีชั้นเคลือบใส จึงอาจทิ้งคราบคล้ายชอล์กไว้เมื่อสัมผัส

Nissan Cool Paint 8

ความท้าทายหลักที่ ดร. มิอุระ ต้องพิจารณาเมื่อพัฒนาเวอร์ชันสำหรับรถยนต์ คือ ต้องแน่ใจว่าสามารถผสมชั้นเคลือบใสได้ ฉีดพ่นด้วยปืนฉีดพ่น (ไม่ใช่การใช้ลูกกลิ้งทาสี) และเป็นไปตามมาตรฐานภายในที่เข้มงวดของนิสสัน ด้านคุณภาพของสีรถภายนอก

ตั้งแต่เริ่มพัฒนาในปี 2021 ดร. มิอุระ และทีมงานของเขาได้ทดสอบตัวอย่างมากกว่า 100 ตัวอย่าง และปัจจุบันกำลังประเมินความหนาที่ 120 ไมครอน ซึ่งหนากว่าสีรถยนต์ทั่วไปประมาณ 6 เท่า พวกเขาได้ยืนยันแล้วว่าทนทานต่อเกลือ การแตก การลอก รอยขีดข่วน ปฏิกิริยาเคมี รวมถึงมีความสม่ำเสมอของสีและความสามารถในการซ่อมแซม ในขณะที่การพัฒนาคืบหน้าไปอย่างมาก ดร. มิอุระ และทีมงานของเขายังคงสำรวจตัวเลือกที่บางกว่าซึ่งให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนในระดับเดียวกัน

Nissan Cool Paint 9

ในขณะที่การทดสอบและพัฒนายังคงดำเนินต่อไป สำหรับ ดร. มิอุระ และทีมงานของเขา เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถนำเสนอการทำสีพิเศษนี้โดยที่มีสีที่หลากหลาย ซึ่งดร. มิอุระ มองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานรถเพื่อการพาณิชย์ เช่น รถตู้ รถบรรทุก และรถพยาบาล ที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการขับขี่

 

“เอ็มจี” ผนึกกำลังผู้จำหน่ายลุยตลาดครึ่งปีหลังด้วยไฮบริดประสิทธิภาพสูง ประกาศแนวทางนำรถไฮบริดทดแทนรถเครื่องยนต์สันดาป ควบคู่รถไฟฟ้าคุณภาพสูง

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยทิศทางแบรนด์ครึ่งปีหลังในงาน “MG Dealer Conference 2024” เตรียมแผนขยายฐานลูกค้าด้วยยนตรกรรมไฮบริดที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ทั้งคัน พร้อมประกาศชัดยานยนต์กลุ่มสันดาปจะถูกแทนที่ด้วยยานยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูง ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ควบคู่กับการบริการที่ถูกยกระดับในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การตั้งราคาที่คุ้มค่า สมเหตุสมผล และการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่นการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งานที่สร้างความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้คนไทย พร้อมตั้งเป้าครึ่งปีหลังครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4%

เอ็มจี 2

ครึ่งปีแรกของปี 2567 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจ ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ การมีผู้เล่นรายใหม่ เข้าสู่ตลาด ไปจนถึงสงครามราคาที่ดุเดือด ประกอบกับเทรนด์ตลาดยานยนต์ที่เปลี่ยนไป แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรกของปี 2567 (ยอดจดทะเบียน 345,150 คัน) จะลดลงสูงถึง 24% เมื่อเทียบ
กับยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกของปี 2566 (ยอดจดทะเบียน 451,521 คัน) แต่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) กลับเติบโตสวนกระแสตลาด และหากพิจารณาสัดส่วนยอดขายของ เอ็มจี ครึ่งปีแรกพบว่า กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าทำยอดขายได้มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 55% และอีก 45% เป็นกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานทางเลือก
ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของตลาดเช่นกัน จึงสะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และการก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานทางเลือกอย่างแท้จริง

เอ็มจี 4

มร. ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เผยว่า “ครึ่งปีแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา เอ็มจี ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 3% ในครึ่งปีหลังของปี 2567 นี้ เอ็มจี เตรียมแผนแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่สอดรับ กับเทรนด์ตลาดยานยนต์มากขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และมีนโยบายนำเทคโนโลยีไฮบริดทดแทนเครื่องยนต์สันดาป ใขณะเดียวกันรถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำอีกระดับ และนำเสนอราคาอย่างสมเหตุสมผลมากที่สุด โดยจะเห็นได้จากรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW MG 3 HYBRID+ ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ทั้งคัน และถูกยกให้เป็นไฮบริดยุคใหม่ที่ครบเครื่องทั้งดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ และอัตราประหยัดน้ำมัน 1 ถัง ขับได้ไกลมากกว่า 800 กิโลเมตร โดย เอ็มจี เตรียมประกาศราคาและเปิดรับจองในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ

และเพื่อยกระดับความสามารถของผู้จำหน่ายในการทำตลาด เอ็มจี จึงมีการปรับกลยุทธ์การสื่อสารที่พุ่งเป้าไปที่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์เชิงลึก ความคุ้มค่าที่แท้จริง เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อที่ตอบโจทย์กับการใช้งานให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการผนึกกำลังกับผู้จำหน่ายกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ขับเคลื่อนแบรนด์ให้สอดรับกับกระแส หรือเทรนด์ใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้เกิดความสดใหม่ในการสื่อสารอยู่เสมอ

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยผลักดันเป้าหมายในการครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4% คือ การยกระดับงานขาย และการบริการ ซึ่งหลังจากที่ เอ็มจี ขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่ระดับพรีเมียม นำโดย NEW MG MAXUS 9, NEW MG MAXUS 7 และ NEW MG CYBERSTER จึงมุ่งเน้นการยกระดับบริการหลังการขายให้สอดรับกับผลิตภัณฑ์ โดยการสร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ และการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพผ่าน MG EV EVolution Showroom ทั้ง 9 แห่ง ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการบริการหลังการขายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ เอ็มจี เตรียมผุด “ศูนย์บริการมาตรฐานส่วนภูมิภาค” เพื่อผลักดันผู้จำหน่ายในหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพสูงสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค ซึ่งจะสามารถให้คำปรึกษา แนะนำ และออกช่วยเหลืองานซ่อมหน้างานกับผู้จำหน่ายในพื้นที่ใกล้เคียง โดยทาง เอ็มจี จะมีเกณฑ์ในการตรวจสอบมาตรฐาน และประเมินความพร้อมทั้งในเรื่องสถานที่ เครื่องมือ บุคลากรและทักษะความสามารถ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต และยกระดับมาตรฐานการบริการให้ทัดเทียมทั่วประเทศ ในขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังคงเร่งสร้างความเชื่อมั่น และกำจัดความกังวลใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งล่าสุด เอ็มจี เป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่ประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ในหลายรุ่น ซึ่งได้คลายความกังวลให้กับผู้บริโภค และเปิดใจกับแบรนด์มากขึ้น
ภายในงาน MG Dealer Conference 2024 เอ็มจี ยังได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติที่เป็นเครื่องการันตีในคุณภาพงานบริการให้กับผู้จำหน่ายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2566 ประกอบด้วย

เอ็มจี 7

รางวัล Best Market Share ให้แก่ผู้จำหน่ายที่สามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดระดับจังหวัด 3 รางวัล
อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขาภูเก็ต)
จังหวัด ภูเก็ต
อันดับที่ 1 : บริษัท ภูเก็ตปิยะเอ็มจี จำกัด
จังหวัด ภูเก็ต
อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี ภูเก็ต จำกัด
จังหวัด ภูเก็ต
อันดับที่ 2 : บริษัท พิจิตรเพชรออโต้ จำกัด
จังหวัด บึงกาฬ
อันดับที่ 3 : บริษัท เอ็มจี ประจวบคีรีขันธ์ บาย พร้อมพงศ์ จำกัด
จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
อันดับที่ 3 : บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ ไดนามิค จำกัด
จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์

รางวัล Best Part Performance มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออะไหล่สูงสุด 3 รางวัล
อันดับที่ 1 : บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด

รางวัล Best Accessory Performance มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถสูงสุด 3 รางวัล
อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท 824 จำกัด

รางวัล Best CSI มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านบริการหลังการขายสูงสุด
3 รางวัล
กลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
กลุ่มหัวเมือง และจังหวัดขนาดใหญ่ : บริษัท ท็อปทรี ออโต้ จำกัด
กลุ่มจังหวัดขนาดกลาง และขนาดเล็ก : บริษัท เอ็มจี พระนคร จำกัด (สาขาอ้อมน้อย)

รางวัล Best Contribution มอบให้แก่กลุ่มผู้จำหน่ายที่รักษาระดับยอดขายทั้งกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป และกลุ่มพลังงานทางเลือก 2 รางวัล
อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท เอ็มจี ยโสธร จำกัด

รางวัล Best Sale Performance มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท 824 จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท สกาย ออโต้โมทีฟ จำกัด
รางวัล Best Sale Performance มอบให้แก่กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท เอ็มจี กรุงเทพ จำกัด

รางวัล Excellence Award มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ผ่านการประเมินรอบด้านทั้งการขาย การบริการหลังการขาย
กิจกรรมทางการตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกในโชว์รูม 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท 824 จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท ภูเก็ตปิยะเอ็มจี จำกัด

รางวัล Excellence Award มอบให้แก่กลุ่มผู้จำหน่ายที่ผ่านการประเมินรอบด้านทั้งการขาย การบริการหลังการขาย
และกิจกรรมทางการตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกในโชว์รูม 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท เอ็มจี กรุงเทพ จำกัด
อันดับที่ 3 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด
อันดับที่ 3 : กลุ่มผู้จำหน่าย ในเครือ บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด

รางวัล EVolution Showroom มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ร่วมผลักดันโครงการ EV EVolution Showroom ทั้ง 9 แห่ง

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาชลบุรี)
อันดับที่ 4 : บริษัท เอ็มจี นครหลวง จำกัด
อันดับที่ 5 : บริษัท อยุธยา แกรนด์ เอ็มจี เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
อันดับที่ 6 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด
อันดับที่ 7 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขาภูเก็ต)
อันดับที่ 8 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด (สาขาวิภาวดี)
อันดับที่ 9 : บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด

รางวัล 5 Star มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ผ่านการประเมินจากฝ่ายบริการ 14 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาชลบุรี)
อันดับที่ 4 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)
อันดับที่ 5 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาพัทยา)
อันดับที่ 6 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 7 : บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด
อันดับที่ 8 : บริษัท เอ็มจี ก้องกังวาล ราชบุรี จำกัด
อันดับที่ 9 : บริษัท เอ็มจี ลพบุรี จำกัด
อันดับที่ 10 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด
อันดับที่ 11 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขาเมืองสงขลา)
อันดับที่ 12 : บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด
อันดับที่ 13 : บริษัท เอ็มจี สุวัฒน์ ขอนแก่น จำกัด
อันดับที่ 14 : บริษัท ท็อปทรี ออโต้ จำกัด