Home Blog Page 137

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เปิดตัวกิจกรรมใหม่ ‘THE EXCLUSIVE STORY – EP.1 LIFE OF THE EXPLORER’ เอาใจลูกค้าสายออฟโรด ร่วมพิชิต “ผาตัด” จ. เพชรบูรณ์

0
THE EXCLUSIVE STORY Pic Open

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัวกิจกรรม ‘THE EXCLUSIVE STORY EP. 1 – LIFE OF THE EXPLORER’ ชวนลูกค้าท้าพิสูจน์ประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดสุดเอ็กซ์คลูซีฟไปกับ มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ด้วยที่สุดแห่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อพิชิต “ผาตัด” ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมร่วมสร้างแนวป้องกันไฟป่า และบริจาคของใช้จำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

THE EXCLUSIVE STORY 2

นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ลูกค้าของเรา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงได้ริเริ่มกิจกรรม ‘THE EXCLUSIVE STORY EP. 1 – LIFE OF THE EXPLORER’ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่จะนำเสนอรถยนต์ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางคู่ใจที่พร้อมลุยไปในทุกที่ พร้อมเติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการขับขี่ในทุกๆ วัน และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างหลากหลายของผู้ขับขี่ ภายใต้ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอันล้ำสมัย ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย พร้อมพาคุณขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้เร็วกว่าที่เคย และถึงบ้านด้วยความปลอดภัยในทุกเส้นทาง”

THE EXCLUSIVE STORY 4

ลูกค้าที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างรู้สึกประทับใจไปกับประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโรด ที่ตอกย้ำถึงความสุดยอดของสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต บนเส้นทางอันท้าทายตลอด 2 วันของทริปการเดินทาง พร้อมสัมผัสความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ และร่วมพิชิต “ผาตัด” ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสุดยอดไฮไลท์ของทริปนี้ โดยในวันแรก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมสร้างแนวป้องกันไฟป่าที่จุดชมวิวบ้านน้ำเพียงดินในอุทยานแห่งชาติเขาค้อ และบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อุปกรณ์ดับไฟป่า รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาค้ออีกด้วย

THE EXCLUSIVE STORY 5

นายณัฐนนท์ โกชุม ลูกค้าเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เผยความรู้สึกว่า “ทริปนี้ถือเป็นสุดยอดประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่ได้ขึ้นไปพิชิตผาตัดเป็นครั้งแรก ด้วยการขับ ออล-นิว ไทรทัน แอทลีท ซึ่งมีช่วงล่างที่ดีมาก พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ตอบสนองในการขับขี่บนเส้นทางจริงได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้การขับขึ้นผาตัดเป็นไปอย่างง่ายดาย สำหรับใครที่กำลังมองหารถที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อยากให้ลองได้มาสัมผัสคุณภาพและสมรรถนะของตัวรถ แล้วมาเป็นสมาชิกครอบครัว มิตซูบิชิ ด้วยกันครับ”

THE EXCLUSIVE STORY 5

ลูกค้าและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
Facebook Fanpage: Mitsubishi Motors Thailand www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
Facebook Fanpage: M-JOURNEY www.facebook.com/Mjourneythailand

THE EXCLUSIVE STORY Pic open

 

“นิสสัน” ประกาศรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2566 สยามนิสสัน เอ.อาร์. ภูเก็ต คว้ารางวัล Best of the Best Dealer Award ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทย มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม (Best of the Best Dealer Award) ประจำปี 2566 ให้แก่ สยามนิสสัน เอ.อาร์. จังหวัดภูเก็ต (Siam Nissan A.R.) ซึ่งเป็นรางวัลการันตีคุณภาพในปีที่ผ่านมา โดยมอบให้กับผู้จำหน่ายที่มีผลงานยอดเยี่ยมโดดเด่นในทุกด้าน และได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในแง่ของการบริการ
นิสสันได้จัดงานประชุมผู้จำหน่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของคำมั่นสัญญาที่มีต่อกลุ่ม
ผู้จำหน่าย และเพื่ออัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ล่าสุดในตลาด และกลยุทธ์ของนิสสัน รวมถึงการมอบองค์ความรู้ และเทคนิคต่างๆเพื่อให้ผู้จำหน่ายได้นำไปพัฒนา และยกระดับคุณภาพการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจสูงสุดจากผู้จำหน่ายของนิสสันทั่วประเทศ โดยการประชุมผู้จำหน่ายนี้ยังเป็นเวทีในการยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลงานยอดเยี่ยม และมีผลการดำเนินงานโดดเด่นอีกด้วย ซึ่งจากการคัดเลือกมีผู้จำหน่ายที่ได้คะแนนสูงสุดจากเกณฑ์การประเมินทั้งในด้านคุณภาพการขาย, การบรรลุเป้าหมาย, การให้บริการหลังการขาย, การกลับมาใช้บริการซ้ำของกลุ่มลูกค้า และการนำเสนอแพคเกจ SAVE SAFE ซึ่งเป็นบริการหลังการขายให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้จำหน่ายที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้เพื่อการันตีคุณภาพ

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ในนามของนิสสัน ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความทุ่มเท- และการมีส่วนร่วมในการส่งมอบบริการด้วยความเป็นเลิศให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับนิสสัน เป็นเวลากว่า 71 ปีแล้วที่เราสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ นิสสันได้ลงทุน และผลักดันให้ตลาดภายในประเทศไทยเกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราเชื่อว่าความมุ่งมั่นของนิสสันในการสนับสนุนผู้จำหน่ายของเรานี้ จะช่วยให้พวกเขาส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆให้มีโอกาสเข้ามาเป็นลูกค้าของนิสสันได้ต่อไป ซึ่งความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับพวกเราทุกคน”

เครือข่ายผู้จำหน่ายของนิสสันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน นิสสันได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยระบบเหล่านี้จะช่วยมาเสริมศักยภาพของผู้จำหน่ายในแง่การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

จำรัส ใจกล้า กรรมการผู้จัดการ สยามนิสสัน เอ.อาร์. จำกัด จังหวัดภูเก็ต และผู้ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม (Best of the Best Dealer Award) ประจำปี 2566 เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของความมุ่งมั่นนี้ สยาม นิสสัน เอ.อาร์. เป็นพันธมิตรกับนิสสันมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมีจุดยืนด้านการดำเนินงานที่มีความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง, ผลงานด้านการขาย, และสิ่งสำคัญที่สุดคือความพึงพอใจของลูกค้า ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสยามนิสสัน เอ.อาร์. อยู่ที่การช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างฉับไว ช่วยสร้างความมั่นใจในการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าทั่วจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างเป้าหมายร่วมกัน และมีการสื่อสารที่เป็นเลิศภายใน และผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมแม้เผชิญกับความท้าทายในตลาด สยามนิสสัน เอ.อาร์. จึงเป็นสุดยอดผู้จำหน่ายที่ชนะรางวัลในปีที่ผ่านมา และได้รับรางวัลเพื่อการันตีคุณภาพความเป็นเลิศในการให้บริการต่อไป

Nissan 2

“รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นผลพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของทีมงาน และการดำเนินงานตามกลยุทธ์ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรายึดมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางของนิสสัน รวมถึงการสร้างกำลังให้กับเหล่าพนักงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า รางวัลที่เราได้รับในครั้งนี้เป็นการการันตีว่านิสสันให้ความสำคัญสูงสุดในแง่การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จำหน่ายได้ว่า นิสสันคือ
แบรนด์รถยนต์ชั้นนำที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายความสำเร็จไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” จำรัส กล่าวทิ้งท้าย

 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า เน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาของผลิตภัณฑ์ ควบคู่การพัฒนาบริการหลังการขาย ยืนหยัดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีคุณภาพให้กับชาวไทย

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เดินหน้ายกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วประเทศด้วย “นโยบายราคาเดียว” หรือ “One Price Policy” ยืนยันไม่ปรับลดราคารถยนต์ทุกรุ่น เน้นส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพพร้อมความคุ้มค่าด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในทุกช่วงเวลา ผนวกกับการเร่งพัฒนาบริการหลังการขายอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มุ่งยกระดับประสบการณ์ที่ดีในทุกมิติ สะท้อนการเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ที่ยึดถือการดำเนินงานโดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User Centric) อย่างแท้จริง

 

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมยานยนต์พลังงานใหม่ที่มีผู้เล่นในตลาดที่หลากหลายที่เข้ามาตอบสนองความต้องการของชาวไทย อย่างไรก็ตาม เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงยืนหยัดที่จะไม่ปรับลดราคาของรถยนต์ ที่ตั้งขึ้นตามกลไกของต้นทุนการผลิตที่แท้จริงที่ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากหลากหลายหน่วยงานที่ทรงคุณวุฒิ ในสภาวะการแข่งขันสูงในตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน บริษัทรถยนต์ต่างสร้างการได้เปรียบทางการแข่งขันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งเอาไว้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เอง เรายืนยันที่จะคงราคาขายปลีกของผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของเราไว้ แต่จะมอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับลูกค้าของเรา โดยเราจะมอบข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์ของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น เราได้ศึกษาความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ ของรถยนต์แต่ละรุ่นของเราซึ่งมีลักษณะและความต้องการที่แตกต่างกัน และได้ปรับเปลี่ยนข้อเสนอให้เหมาะกับความต้องการนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสด หรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษ และการช่วยผ่อนในแต่ละเดือนสำหรับลูกค้าที่จัดไฟแนนซ์ โดยยึดถือนโยบายราคาเดียว หรือ ‘One Price Policy’ เพื่อตอบโจทย์การซื้อรถของผู้บริโภคที่ไม่ว่าจะซื้อที่ไหนก็ราคาเดียว ข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ เราอยากให้ลูกค้าทุกท่านทั้งที่ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ของเราไปแล้ว หรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อ มั่นใจว่ารถยนต์ทุกรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นั้นมีราคาที่สมเหตุสมผลและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ สะท้อนความคุ้มค่าคุ้มราคากับสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับไม่ว่าลูกค้าจะซื้อรถยนต์ของเราในช่วงไหนก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเร่งพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมสนับสนุนผู้ขับขี่ทั่วประเทศผ่านการตอบสนองทุกความต้องการของพี่น้องชาวไทย ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของสังคมไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เร่งสร้างรากฐานอย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม พร้อมเติบโตไปพร้อมกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาว โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 ปีเต็มและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์จากประเทศจีนที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าอันหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ เป็นบริษัทที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่จังหวัดระยองอย่างเป็นรูปธรรม รถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่จำหน่ายในประเทศไทยทุกรุ่น (ยกเว้น ORA 07) รวมทั้งสิ้น 8 รุ่น ทั้ง HAVAL H6 ทั้ง HEV และ PHEV, HAVAL JOLION ทั้งรุ่น ULTRA และ SPORT, GWM TANK 500 HEV และ GWM TANK 300 HEV รวมถึงล่าสุด New ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รถยนต์ไฟฟ้า 100% ผลิตจากสายการผลิตของโรงงานที่จังหวัดระยองทั้งสิ้น สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยมากกว่า 1,000 คน รวมถึงยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการใช้และการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ระดับภูมิภาค นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายหรือ Partner Store ที่เหนียวแน่น และเป็นส่วนสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคชาวไทยและส่งมอบบริการด้านการขายและบริการหลังการขายทั่วประเทศมากถึง 73 แห่ง และจะเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

ด้านความคุ้มค่าคุ้มราคา เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์ที่นำเอาเทคโนโลยีที่เป็นทั้ง First-in-class และ Best-in-class เข้ามาให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัส ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้กับลูกค้าทุกคน ควบคู่ไปพร้อมกับการมอบข้อเสนอสุดพิเศษต่าง ๆ ให้กับแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในราคาและข้อเสนอเดียวกัน ด้วยข้อเสนอที่คุ้มค่าคุ้มราคาในทุกช่วงเวลาและทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมุ่งพัฒนาด้านการบริการหลังการขายซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยบริษัทฯ ได้มีการนำ GWM Smart Service ระบบบริการอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการให้บริการลูกค้าให้มีความสะดวกสบายและโปร่งใสเข้ามาใช้ โดยจะเร่งดำเนินการให้กับ Partner Store ทุกสาขาทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ เพื่อรองรับการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้และทักษะให้กับช่างเทคนิคทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถซ่อมบำรุงรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างถูกต้องตามมาตรฐานระดับสากล

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

ด้านการบริหารจัดการอะไหล่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเร่งพัฒนาการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพด้วยการขยายพื้นที่คลังอะไหล่ การวิเคราะห์และเก็บสินค้าคงคลังของอะไหล่ให้ถูกต้องแม่นยำทั้งอะไหล่ภายในประเทศและอะไหล่ที่มีการนำเข้า การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดส่งอะไหล่ให้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มการสื่อสารที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับ Partner Store และบริษัทประกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการซ่อมบำรุงให้กับลูกค้า นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเพิ่มบริการใหม่ล่าสุด ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดส่งอะไหล่และอุปกรณ์ไปเป็นรูปแบบ Milk Run โดยจากเดิมจะเป็นการจัดส่งสินค้าเพียงแค่สองรอบต่อสัปดาห์ต่อ Partner Store เปลี่ยนไปเป็นการจัดส่งสินค้าทุกวัน ซึ่งรูปแบบการขนส่งสินค้าดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการรออะไหล่และอุปกรณ์ของ Partner Store และยังช่วยลดระยะเวลาในการรอซ่อมของลูกค้าซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับรถยนต์ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย*

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

*สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด หากทาง Partner Store ส่งคำสั่งซื้อเข้ามาในระบบภายใน 10 โมงเช้าของทุกวันจะได้รับของภายในวันถัดไป (นับจากวันที่สั่งซื้อ) สำหรับต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่ห่างไกล (แม่ฮ่องสอน เชียงราย ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ทาง Partner Store จะได้รับของภายใน 2 วัน (นับจากวันที่สั่งซื้อ)

ด้านการมอบความอุ่นใจในการใช้รถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมอบแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง ฟรี ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ ควบคู่กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ยาวนานตลอด 5 ปีเต็ม ให้กับผู้ขับขี่ที่ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังจัดตั้ง EV Battery Rapid Team ซึ่งเป็นหน่วยงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คำแนะนำและตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่หลังเกิดอุบัติเหตุ และ GWM BATTERY HOTLINE สายด่วนเพื่อรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และการเคลมโดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากที่ลูกค้าจะได้รับรถยนต์พลังงานใหม่ในข้อเสนอที่ดีแล้วยังได้รับการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศที่จะทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจตลอดทุกเส้นทางอีกด้วย (เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังจะคงยืนหยัดการดำเนินธุรกิจภายใต้ One Price Policy ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 นำเสนอ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เริ่ม 3 – 7 กรกฎาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา

0

คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ ผู้จัดงานแสดงรถยนต์ครบวงจร “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) เปิดฉากปลุกตลาดรถยนต์เมืองไทยช่วงครึ่งปีหลังให้คึกคักต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ด้วยยนตรกรรมมากคุณภาพหลากหลายแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” ครบจบในงานเดียว ซึ่งมาพร้อมดีลเร้าใจสุดคุ้ม ไฮไลต์เด็ดปีนี้เปิดให้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ภายในฮอลล์ ตั้งเป้าและมั่นใจว่าตลอด 5 วันของการจัดงานจะมียอดจองรถยนต์ใหม่ รถใช้แล้ว รถไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นที่น่าพอใจ ห้ามพลาด 3 – 7 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เปิดเผยว่า “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เป็นงานซื้อ-ขายรถครบวงจรที่จัดขึ้นในช่วงกลางปี ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เป็นการรับไม้ต่อเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ให้หยุดนิ่ง กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อ-ขายในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นหนึ่งในหัวใจหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้รับการคาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา หากแต่ด้วยแรงสนับสนุนด้านนโยบายของภาครัฐ ความร่วมมือของภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ต่างพยายามช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมุมของตัวเองอย่างเต็มกำลัง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จึงนับเป็นปีที่มีความท้าทาย และยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในธุรกิจยานยนต์ ในการใช้งาน  “ฟาสต์ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024 ซึ่งเป็นงานที่มีศักยภาพดึงดูดคนมาร่วมงาน ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จในการจัดงานจับคู่ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมานานจนก้าวสู่ปีที่ 12 เป็นเครื่องมือการตลาดในการจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายในช่วงกลางปี และเป็นโอกาสของผู้บริโภค เพราะการมาเลือกซื้อรถในพื้นที่ขายที่มีรถหลากหลายแบรนด์มาจัดแสดงพร้อมกัน พร้อมมีโปรโมชั่นพิเศษ ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบคุณภาพ การให้บริการ และราคาที่ตรงใจ  นอกจากนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่เร่งรีบยังช่วยให้สะดวก และประหยัดเวลา

“งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ในปีนี้ เรายังคงความครบเครื่องต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ด้วยการจัดงานบนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร พร้อมสรรพในทุกมิติ และยังได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มธุรกิจยานยนต์ที่ตอบรับเข้าร่วมงานมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้รถให้ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ได้อย่างสะดวกและมั่นใจ คือ 1.รถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่จะมาพร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจ 2.รถไฟฟ้า(EV) เทรนด์ที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้ใช้รถในเมืองไทย ตอบรับกระแสรักษ์โลกด้วยการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีทั้งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าร่วมพร้อมโซนทดสอบรถไฟฟ้าภายในฮอลล์ และ 3.รถใช้แล้วคุณภาพดี ที่สำคัญมีรับประกัน 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้
ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หากตรวจพบว่าผิดเงื่อนไข รับประกันซื้อคืน
100% ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของงานในส่วนของรถใช้แล้วตลอดการจัดงาน 11 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดจองรถภายในงานได้มากกว่าปีที่ผ่านมา”

  • รถใหม่โปรดีหลากแบรนด์ รถไฟฟ้ามีให้ลองก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ 

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานฝ่ายรถใหม่ เผยว่า จากข้อมูลการประเมินตลาดรถยนต์เมืองไทยในปี 2567 คาดการณ์ว่าจะมีรถใหม่จ่อคิวรอเปิดตัวหลายรุ่นต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดจะคึกคักมากเป็นพิเศษ รวมทั้งการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์รายใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นดุเดือดต่อจากนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตามถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะเลือกใช้รถยนต์ตามความต้องการได้ในราคาที่เหมาะสม

“แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงที่ตอบรับเข้าร่วมในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ณ เวลานี้มีทั้งสิ้น 14 แบรนด์ ทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป ประกอบด้วย อีซูซุ (ISUZU) โตโยต้า (TOYOTA) ฮอนด้า (HONDA) มิตซูบิชิ (MITSUBISHI) เอ็มจี (MG) ซูซูกิ (SUZUKI) ฮุนได (HYUNDAI) วอลโว่ (VOLVO) เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM : GREAT WALL MOTOR) เนต้า (NETA) เบนซ์ ธนบุรีพานิช (BENZ THONBURI PHANICH) ฉางอัน (CHANGAN) เน็กซ์เท็ม (NEXTEM) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV โดยทุกแบรนด์พร้อมจัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดเร้าใจเพื่อช่วยกระตุ้นตลาดยานยนต์ พร้อมมีระบบการจองคิวทดลองขับเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่กำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์

ไฮไลต์พิเศษในปีนี้ คือ โซนทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในฮอลล์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากปีที่ผ่านมา โดยรถไฟฟ้าที่นำมาเปิดให้ทดสอบจะเป็นรุ่นใหม่ ๆ ในตลาด อาทิ Honda e:N1 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไทย ที่เปิดให้ทดสอบสำหรับผู้เข้าชมงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เนื่องจากปกติรุ่นนี้ไม่มีจำหน่ายแต่มีให้เช่าใช้เท่านั้น ตามด้วย Volvo EX30 ORA07 Deepal S07 Hyundai IONIQ5 NETA VII และ MG4 ซึ่งในโซนนี้ยังจัดให้มีระบบการจองคิวเพื่อเปิดประสบการณ์การทดลองรถยนต์ไฟฟ้าภายในฮอลล์ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ

  • รถยนต์ใช้แล้วสภาพนางฟ้า เลขไมล์น้อย ราคาดีมีรับประกัน

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว กล่าวว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดรถยนต์มือสองเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว และคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จากปัจจัยด้านดีมานด์ในตลาด และตัวเลขการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ในงานปีนี้จึงพร้อมนำเสนอรถยนต์หลากหลายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่อีโคคาร์ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ รวมถึงรถไฟฟ้า โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน 7 ราย ประกอบด้วย DDS คาร์เซ็นเตอร์ โยรัชดา ดา ศรีนครินทร์ รถเศรษฐี Sethi Premium Used Car CarDeeSureOK GWM Certified Pre-Owned และ Volvo Selekt Approved Used Cars ซึ่งผ่านการคัดเลือกให้เป็นพันธมิตรกับ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” และมีการรับประกันว่าได้คัดเลือกรถรุ่นปีใหม่ ๆ สภาพนางฟ้า เลขไมล์น้อย นำมาจำหน่ายภายในงาน

“เพราะหัวใจหลักของความสำเร็จในส่วนของรถยนต์ใช้แล้ว คือ ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มาซื้อรถในงานของเรา ที่นอกจากจะมีรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์แล้ว ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานต่างเป็นพาร์ทเนอร์กับเรามานาน มีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ และสิ่งสำคัญที่ถือเป็นจุดแข็งและจุดขายของงานคือ รถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานมืออาชีพของอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ว่าเป็นรถที่เข้าเงื่อนไข 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หากพบว่ารถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อไปไม่เป็นไปตาม 5 ข้อดังกล่าว รับประกันซื้อคืน 100%”

  • รถแต่งโดนใจใช้คุ้ม พร้อมลุ้นรางวัลกับกิจกรรมอีสปอร์ต

นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฝ่ายรถตกแต่ง โมดิฟาย และกิจกรรมอีสปอร์ต เผยว่า “กิจกรรมที่น่าสนใจในงานยังคงมีอยู่เต็มร้อยเหมือนทุกปี โดยเฉพาะโซนรถตกแต่งพิเศษ ซึ่งปีนี้ได้รวบรวมรถแต่งที่ไม่ได้มีดีแค่สวย เท่ ๆ คูล ๆ แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ครบ คุ้มค่า ตามเทรนด์ปี 2024 มาจัดแสดง เพื่อให้เป็นแนวทางในการแต่งรถยนต์ให้กับผู้ที่สนใจ และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบแต่งรถที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นตัวเอง และรองรับกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ประดับยนต์ที่มาใหม่หลากหลายสไตล์ให้เลือก นอกจากนี้เรายังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมอีสปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดโซนอีสปอร์ตภายในงานให้ผู้ที่สนใจได้มาประลองฝีมือ และลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้าน เพราะในยุคออนไลน์ การเล่นเกมไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความสนุกอีกต่อไป ใครที่มีความสามารถที่แท้จริง สามารถนำไปต่อยอดสร้างเงิน สร้างอาชีพ มีรายได้ให้กับตนเองได้อีกด้วย” 

ในส่วนของ ACCESSORY มีบริษัทที่ยืนยันเข้าร่วมงานแล้ว คือ TK ENGINEERING GROUP  งานเตรียมระบบไฟสำหรับรถไฟฟ้า และจัดจำหน่ายเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Meguiar’s Thailand ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ และ COWAY ผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ

พบกับกิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ ภายในงานตลอด 5 วัน พิเศษชวนเร้าหัวใจกับกิจกรรม Sexy Car Wash สุดร้อนแรง และลุ้นเป็นผู้โชคดีรับของรางวัลทุกวันในเวลา 20.00 น. โดยผู้จองรถและซื้อรถทุกกลุ่มภายในงานได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลประจำวัน ได้แก่ คูปองบริดจสโตน มูลค่า 12,000 บาท วันละ 1 รางวัล รวม 5 รางวัล ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่า 3,845 บาท วันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล และหลังจบงานยังได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV จํานวน 2 รางวัล ได้แก่ รุ่น Saber Tiger มูลค่า 95,900 บาท จํานวน 1 คัน และรุ่น Mine Plus มูลค่า 73,900 บาท จํานวน 1 คัน  พร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานทุกท่านยังได้รับสิทธิ์ส่งคูปองลุ้นรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 1,000 บาทวันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล อีกด้วย เพียงแวะมา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ได้ที่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์  2024”  จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 3 – 7 กรกฎาคม ศกนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102-104

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” (FAST Auto Show Thailand) จัดโดย บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ความร่วมมือทางธุรกิจของ 3 ค่ายใหญ่ ในวงการสื่อรถยนต์เมืองไทย ได้แก่ กรังด์ปรีซ์  สื่อสากล และ วี.เอ แอนด์ ซันส์ ต่อยอดธุรกิจอีเวนต์โชว์รถครบวงจรในช่วงกลางปี เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยนำจุดแข็งของ “กรังด์ปรีซ์” ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่-รถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ “สื่อสากล” ผู้จัดงาน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่ รถนำเข้าและกลุ่มผู้นำเข้าอิสระ และ “วี.เอ แอนด์ ซันส์” ที่เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการรถยนต์ใช้แล้วมากว่า 15 ปี เพื่อสร้างสรรค์งานโชว์รถครบวงจรในแนวคิด “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” ให้ผู้บริโภคได้ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในแบบที่คุ้มค่าเงินสูงสุด

“ฟอร์ด”ชวนลูกค้าพิสูจน์ความดุดัน-ค้นหาผู้ร่วมพิชิตเส้นทางท้าทายในต่างแดน กับกิจกรรม ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ King of Tough’

0
ฟอร์ด ประเทศไทย 1

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรม ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ – King of Tough’ พิสูจน์สมรรถนะความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ กับรถกระบะ ออฟโรดสมรรถนะสูง พร้อมเชิญชวนชาวฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และผองเพื่อน ร่วมสนุกกับกิจกรรม King of Tough Challenge บนสนามออฟโร้ดสุดท้าทาย เฟ้นหา 6 ตัวแทนที่จะไปสัมผัสประสบการณ์ขับรถแบบครบทุกโหมดการขับขี่บนเส้นทางที่น่าประทับใจในต่างแดน เริ่มต้นสร้างตำนานความดุดันสุดเร้าใจที่สนามแรกแล้ว ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 25-26 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ฟอร์ด ประเทศไทย

ฟอร์ดพร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ต่อยอดตำนานความดุดันสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสนามต่อไป ณ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 6-7 กรกฎาคม 2567 และสุราษฏร์ธานี วันที่ 31 สิงหาคม -1 กันยายน 2567 ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rangerraptorkingoftough.com

ฟอร์ด ประเทศไทย 3

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ – King of Tough’ จะได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะสมรรถนะสูงสำหรับคอออฟโรดตัวจริงบนเส้นทางออฟโรดที่จำลองขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความสนุก ความตื่นเต้นเร้าใจ สมรรถนะอันทรงพลัง และความชาญฉลาดของเทคโนโลยีในรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร

King of Tough Challenge 4

เส้นทางการทดสอบ เริ่มจากการขับด้วยเกียร์ต่ำแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4L) พร้อมใช้กล้องรอบคัน 360 องศา รวมถึงหน้าจอแสดงสถานะออฟโรด เพื่อช่วยให้มองเห็นอุปสรรครอบคันได้อย่างชัดเจน ก่อนเพิ่มความเร้าใจกับสถานีการขับขี่ขึ้นลงเนินชัน เกือบ 40 องศา พร้อมด้วยการทดลองใช้ ระบบควบคุมความเร็วสำหรับการขับขี่ออฟโรด หรือ Trail Control ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เพียงรุ่นเดียวในตลาดรถกระบะ โดยระบบจะช่วยควบคุมความเร็วขณะขับขี่บนเส้นทางออฟโรด ผู้ขับขี่เพียงควบคุมพวงมาลัยเท่านั้น ทำให้ผ่านเส้นทางอันท้าทายทั้งในระหว่างขึ้นและลงเนินชันไปได้อย่างง่ายดาย

King of Tough Challenge 8

นอกจากการทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์แล้ว พิเศษสำหรับเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ พร้อมคู่หู ยังมีโอกาสร่วมสนุกกับกิจกรรม King of Tough Challenge ทดลองขับในโหมดบาฮา โหมดการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ร่วมทำสถิติลุ้นเป็นตัวแทนเดินทางไปตะลุยเส้นทางสุดพิเศษ สัมผัสประสบการณ์ความแกร่งและดุดันกับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในต่างแดนในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

 

MOTIF แบรนด์น้องใหม่ เปิดตัวสินค้าอะไหล่ยานยนต์ 6 กลุ่ม พร้อมเสิร์ฟคุณภาพมาตรฐาน OEM ให้คนไทย

0
MOTIF Pic Open

MOTIF ผู้ผลิต และจำหน่ายอะไหล่ทดแทน แบรนด์น้องใหม่ล่าสุด บุกตลาดยานยนต์ไทย พร้อมเปิดตัว 6 กลุ่มสินค้าตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ที่มาพร้อมกับสโลแกน “มาตรฐานคุณภาพระดับโลก มั่นใจ ปลอดภัยทุกการขับขี่”

MOTIF 2

สำหรับแบรนด์ MOTIF ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ สัญชาติไทย ถือเป็นแบรนด์ใหม่มาแรงที่เข้ามาพัฒนาวงการยานยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในด้านสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ทดแทนให้กับผู้บริโภค ซึ่งมีวางจำหน่ายในตลาดยานยนต์ไทยมาแล้วกว่า 2 ปี ด้วยคุณภาพสินค้าที่ได้รับการการันตีมาตรฐานสากล อีกทั้งราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และมีอะไหล่ให้เลือกสรรมากกว่า 6 กลุ่มสินค้า จึงทำให้ MOTIF ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จริง

MOTIF 2

คุณสุภราพร จันทโชติบุตร (ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์และสื่อสารแบรนด์ บริษัท ซีพีเอส ออโตโมทีฟ จำกัด) เผยว่า “จากประสบการณ์การทำธุรกิจด้านชิ้นส่วนยานยนต์มากว่า 40 ปี โดยบริษัทได้สิทธิ์เป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ อาทิเช่น KYB, AISIN, Delphi, HELLA PAGID, และTYC เป็นต้น เราได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องคุณภาพของสินค้า Aftermarket จึงมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานตามผู้ผลิต OEM เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ MOTIF นอกจากเรื่องคุณภาพแล้ว เราทำให้สินค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นต่อผู้บริโภคอีกด้วย ”

MOTIF 4

สำหรับสินค้าแบรนด์ MOTIF ที่ได้ทำการเปิดตัวทั้งหมด 6 กลุ่ม มีดังนี้
1. กลุ่มหัวเพลาขับและลูกปืนล้อ – หัวเพลาขับ, หัวเพลาขับทั้งชุด, และลูกปืนล้อ
2. กลุ่มบู๊ชและยาง – บู๊ชปีกนก, ยางกันฝุ่นเพลาขับ, และยางกันฝุ่นแร็ค
3. กลุ่มไส้กรอง – ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ไส้กรองอากาศ, และไส้กรองแอร์
4. กลุ่มระบบความร้อน/เย็น – หม้อน้ำ, รังผึ้งแอร์, และอินเตอร์คูลเลอร์
5. กลุ่มระบบเบรค – จานเบรค, ผ้าเบรค
6. กลุ่มน้ำยาเคมี – น้ำกลั่น, น้ำยาหม้อน้ำ, น้ำยาล้างเครื่องภายใน, น้ำยาทำความสะอาดเบรกและชิ้นส่วนทั่วไป

MOTIF 7

โดยทั้ง 6 กลุ่มสินค้ามีวางจำหน่ายแล้วผ่านตัวแทนขายทั่วประเทศ โดยสามารถเข้าไปชมสินค้า และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ได้ที่ Facebook Fan Page MOTIFThailandBrand

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” จัดการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 23 ยกระดับบริการทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เน้นสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้า

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดการแข่งขันทักษะรถยนต์ประจำปี ครั้งที่ 23 มุ่งเฟ้นหาสุดยอดบุคลากรใน 7 สายงานบริการ จากผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับฟังเสียงของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาและยกระดับความเป็นเลิศด้านบริการและกระตุ้นยอดขาย สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการพัฒนาคุณภาพการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจที่สุดให้แก่ลูกค้า ในทุกๆ ครั้งที่ลูกค้าเข้ามารับบริการ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 2

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันทักษะรถยนต์ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถของที่ปรึกษาการขาย ที่ปรึกษางานบริการ เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่อะไหล่ ช่างเทคนิคเช็กระยะ ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ซึ่งเป็นพนักงานของผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมติวเข้มจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (Mitsubishi Motors Education Academy) โดยเรายังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันก็นำแนวคิด ‘รับฟังเสียงจากลูกค้า’ ด้วยความใส่ใจ มาใช้พัฒนาศักยภาพของพนักงานของผู้จำหน่าย เนื่องจากในท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาจะเป็นผู้สร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกๆ ครั้งที่ลูกค้าเข้ามารับบริการ ทุกขั้นตอนของการขาย และหลังการขาย”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 7

การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ประจำปีงบประมาณ 2566 ครอบคลุมบริการทุกประเภทใน 7 สายงาน โดยเริ่มจาก เมื่อลูกค้าแสดงความสนใจซื้อรถ พนักงานที่ปรึกษาการขาย (SC) จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สอบถามความต้องการ และให้คำปรึกษาการใช้งานด้านต่าง ๆ แก่ลูกค้า รวมถึงเชิญชวนให้ลูกค้าทดลองขับรถ หลังจากนั้นเมื่อถึงกำหนดนำรถเข้ารับบริการเช็กระยะ เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (CRO) จะทำการโทรนัดหมายกับลูกค้า จากนั้น ที่ปรึกษางานบริการ (SA) จะเป็นผู้มาต้อนรับ พร้อมกับรับฟังความต้องการของลูกค้าและให้คำแนะนำ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเหมาะสม ตรงตามความต้องการของลูกค้า

จากนั้น เมื่อต้องตรวจเช็คตัวรถ จะมีการประสานงานกับช่างเทคนิคเช็กระยะ (PM Technician) หรือช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา (Diagnostic Technician) ในศูนย์บริการ รวมถึงเจ้าหน้าที่อะไหล่ (Parts Officer) เพื่อจัดเตรียมอะไหล่ให้พร้อมสำหรับการซ่อมบำรุงรถยนต์ให้ได้คุณภาพภายในเวลาที่เหมาะสมตามที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้า กรณีที่ตัวรถได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชน จะมีที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (SA-BP) ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในคุณภาพการซ่อมสี และตัวถังอย่างดีที่สุด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 8

ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้จัดการแข่งขันรอบคัดเลือกรวมทั้งหมด 3 รอบ โดยในรอบแรกได้เฟ้นหาเจ้าหน้าที่ทั้ง 7 สายงาน จากผู้จำหน่ายทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 3,051 คน เข้าสู่การทดสอบเพื่อผ่านเข้าสู่รอบสอง 325 คน ตามด้วยการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เพียง 65 คน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือว่าเป็นบุคลากรที่มีความสามารถสูงสุด ที่มาเข้าแข่งขันภายใต้สถานการณ์จำลองที่กำหนดขึ้น โดยมุ่งสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า วิเคราะห์ปัญหา ช่วยคิดหาแนวทางแก้ไข และให้บริการด้วยความใส่ใจ ในทุกขั้นตอนของการขาย และหลังการขาย

ผู้ชนะเลิศ รางวัลที่ปรึกษาการขาย นายศราวุฒิ รินทร จากบริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) ให้ความเห็นว่า “ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ นำมาสู่ความภาคภูมิใจในรางวัลแห่งชัยชนะครั้งนี้ แม้ว่าตัวผมจะมีอายุงานเพียง 1 ปีเศษ แต่ผมเชื่อมั่นในแบรนด์รถยนต์มิตซูบิชิ และค้นหาข้อมูลเพื่อนำเสนอลูกค้าอย่างใส่ใจ รวมไปถึงสะสมความรู้เกี่ยวกับข้อมูลตัวสินค้า และให้คำแนะนำลูกค้าโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น และเป็นปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้ผมได้รับชัยชนะในวันนี้ ผมขอขอบคุณ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ให้โอกาสในการพัฒนาความรู้ ทักษะความสามารถ และศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันทุกคนให้บรรลุเป้าหมายในสายอาชีพ อีกทั้งเป็นการปลดล็อคความกล้าในตัวเองไปอีกขั้นครับ”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 3

ทางด้าน นางสาวภคพร จำปา ที่ปรึกษางานบริการ บริษัท มิตซูออโต้ ซิตี้ จำกัด ผู้ชนะเลิศ รางวัลที่ปรึกษางานบริการ บอกเล่าถึงความรู้สึกในการเข้าแข่งขันครั้งนี้ว่า “ดิฉันรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยก่อนที่จะมาแข่งขันได้ทำการฝึกซ้อมทุกวัน การเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำกลับไปพัฒนางานได้ เช่น ทำให้เรามีความละเอียดขึ้นในการตรวจรถและสังเกตอาการของรถเบื้องต้น อาทิ รอยรั่วซึม เราสามารถอธิบายให้ลูกค้าฟังได้ว่าถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจะมีผลตามมาอย่างไร ทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้นในฐานะมืออาชีพที่รู้จริง ซึ่งดิฉันมีเคล็ดลับในการทำงานคือ ต้อนรับลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้าให้มีความสุข และมีความประทับใจกลับไป รวมถึงการรับฟังเสียงของลูกค้า สังเกตสีหน้าของลูกค้าว่ารู้สึกอย่างไร และพยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เช่น ปัญหาที่ลูกค้าแจ้งมาทุกข้อ ต้องได้รับการแก้ไขอย่างครบถ้วน”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 4

ขณะเดียวกัน ผู้ชนะเลิศ รางวัลช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา นายตะวัน ใหม่คามิ จากบริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด (สำนักงานใหญ่) กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 23 ว่า “ผมได้รับความประทับใจในหลายๆ ด้านจากการแข่งขันในครั้งนี้ ผมได้ฝึกซ้อมและนำเอาความรู้จากการฝึกอบรมที่อาจารย์สอน นำมาปฏิบัติจนได้รับรางวัลในวันนี้ โดยในการปฏิบัติงาน ถ้าลูกค้าแจ้งปัญหาเข้ามา เราจะทำการยืนยัน-สอบถามปัญหาตามขั้นตอนที่ได้ฝึกมา จากนั้นนำมาวางแผนและวิเคราะห์ปัญหาเพื่อจะได้ซ่อมบำรุงได้อย่างถูกขั้นตอน ผมทำงานกับมิตซู นานา มากว่า 13 ปีแล้ว รู้สึกภาคภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับในวันนี้มาก และจะนำความรู้ที่ได้ในวันนี้ไปสานต่อ แนะนำน้อง ๆ ให้ตั้งใจพัฒนา และผมจะเป็นกำลังใจให้น้องรุ่นต่อๆ ไป”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 5

นอกจากการแข่งขันภายในประเทศ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ยังจัดการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก “Global Service Skills Contest 2024” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดที่ปรึกษางานบริการและช่างเทคนิค โดยล่าสุด ตัวแทนจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นายจิรศักดิ์ ศิริพงษ์ จาก บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ในการแข่งขันประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และนายวรเชษฐ์ สาโรจน์ จากบริษัท มิตซูออโต้ ซิตี้ จำกัด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ในการแข่งขันประเภทที่ปรึกษางานบริการ โดยก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ประสบความสำเร็จจากการส่งตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน โดยทำผลงานสูงสุดด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศที่ปรึกษางานบริการมาได้ในปี 2559 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหาในปี 2562 อีกด้วย

 

 

“นิสสัน” เตรียมใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำภายในปี 2030 มุ่งสู้เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนจากทั้งกระบวนการผลิต

0
นิสสัน มอเตอร์

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศเตรียมใช้ชิ้นส่วนอะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ*1 ซึ่งทำจากอะลูมิเนียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรืออะลูมิเนียมรีไซเคิลในรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นปัจจุบันตั้งแต่ปีงบประมาณ*2 2024 เป็นต้นไป และมีเป้าหมายให้การเปลี่ยนผ่านนี้สมบูรณ์ภายในปี 2030

โดยทั่วไปแล้ว อะลูมิเนียมจะถูกใช้ประมาณ 10% ของน้ำหนักตัวรถ ซึ่งนิสสันมีเป้าหมายสำคัญในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ

นิสสันตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์*3 ภายในปี 2050

อะลูมิเนียมรักษ์โลก หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ผลิตโดยการใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการผลิตได้ประมาณ 50%*4 นอกจากนี้ อะลูมิเนียมรีไซเคิลยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 95%*4 นิสสันได้ซื้อแผ่นอะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสำหรับชิ้นส่วนที่เป็นแผงข้างต่างๆ ที่ผลิตในญี่ปุ่นจาก บริษัท โกเบ สตีล จำกัด (Kobe Steel, Ltd) และ บริษัท ยูเอซีเจ จำกัด (UACJ Corporation) ซึ่งในอนาคตนิสสันทั่วโลกจะใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสำหรับชิ้นส่วนที่เป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด รวมถึงส่วนประกอบที่ผ่านการแปรรูป เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดที่ผลิตในปีงบประมาณ 2027 จะใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ สำหรับรุ่นปัจจุบัน ตั้งแต่ปีงบประมาณนี้ นิสสันตั้งเป้าที่จะเริ่มซื้อล้อ ชิ้นส่วนแชสซี ชิ้นส่วนเพลา และชุดสายไฟที่ทำจากอะลูมิเนียมรักษ์โลกในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ด้วยเหตุนี้ ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2024 คาดว่าอะลูมิเนียมประมาณ 20% ที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมาใหม่ที่นิสสันใช้สำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ที่จัดซื้อในตลาดเหล่านั้น จะถูกแทนที่ด้วยอะลูมิเนียมรักษ์โลก หรืออะลูมิเนียมที่มาจากการรีไซเคิล

นิสสันให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนโลกสู่สังคมไร้มลพิษ ไร้อุบัติเหตุ อย่างเท่าเทียม เพื่อเร่งก้าวสู่สังคมที่ยั่งยืน

 

รู้จักเทคโนโลยี “BYD Blade Battery” ที่เป็นเสมือนหัวใจของรถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD ที่ทั้งโดดเด่นและเหนือกว่าในทุกด้าน

0
แบตเตอรี่ บีวายดี

“แบตเตอรี่” คือ หัวใจหลักของรถยนต์พลังงานใหม่ซึ่งเป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนหลัก เป็นปัจจัยบ่งชี้ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ระยะทางการขับขี่ รวมไปถึงคุณภาพและความคงทนที่จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ BYD จึงให้ความสำคัญในด้านการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะด้วยตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD จะได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีและปลอดภัยตลอดการเดินทาง จนไปถึงคุณภาพของนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ จึงได้เกิดเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “BYD Blade Battery” เทคโนโลยีแบตเตอรี่เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่ช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานใหม่แบบเดิมๆ และเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ กับการก้าวข้ามขีดจำกัดของนวัตกรรมแบตเตอรี่ของรถยนต์พลังงานใหม่

แต่ความลับและคุณสมบัติแบบใดที่ทำให้ BYD Blade Battery นั้นแตกต่างซึ่งส่งผลให้ BYD โดดเด่นกว่าในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ได้ บทความนี้จะพาไปรู้จักนวัตกรรม “BYD Blade Battery“ นี้ไปพร้อมกัน

BYD Blade Battery 2

“ความปลอดภัย” ที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วไป
BYD Blade Battery เป็นแบตเตอรี่ประเภท LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปในท้องตลาด ทั้งนี้ชื่อของ Blade Battery นั้นได้มาจากการออกแบบเซลล์ของแบตเตอรี่ให้มีลักษณะคล้ายใบมีด จัดวางเรียงกันในรูปแบบที่ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทนต่อความร้อนสูง ไม่ไวต่อการติดไฟ เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป

นอกจากนี้ BYD Blade Battery ยังผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดด้วยวิธีเจาะทะลุ (Nail Penetration Test) ซึ่งก็คือการใช้ตะปูเจาะทะลุกลางเซลล์แบตเตอรี่เพื่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลให้ความร้อนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผลการทดสอบปรากฏว่า BYD Blade Batteryไม่เกิดการลุกไหม้ และอุณหภูมิพื้นผิวของเซลล์แบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 30-60 องศาเซลเซียสเท่านั้น จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยแม้แบตเตอรี่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง นอกเหนือจากนั้นการพัฒนา BYD Blade Battery ยังคงมีความแข็งแกร่งและคงทน ซึ่งจากการทดสอบนั้นจะสามารถรับแรงกดได้ถึง 445 กิโลนิวตัน (kN) หรือเทียบเท่ารถบรรทุกที่หนัก 45 ตัน ดังนั้นนอกจาก BYD Blade Battery เป็นเทคโนโลยีที่ให้พลังงานขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานใหม่แล้ว ยังมีความปลอดภัยที่ถือว่าเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างลงตัว

การเก็บพลังงานได้สูงกว่าและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยการพัฒนา BYD Blade Battery ที่มีรูปแบบการออกแบบการจัดวางอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ในพื้นที่ที่จำกัดสามารถที่จะรองรับความจุของเซลล์แบตเตอรี่ได้มากกว่า จึงทำให้ความจุของแบตเตอรี่สามารถมีความจุที่มากกว่าในพื้นที่ที่จำกัดหากเทียบกับแบตเตอรี่ของรถยนต์พลังงานใหม่อื่นๆ ในท้องตลาด ส่งผลให้รถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในระยะทางที่ไกลกว่า และหากยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานระยะเวลาในการชาร์จไฟจาก SOC 10%-80% ที่เร็วที่สุดด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 33 นาทีตลอดจนสามารถรับส่งกำลังได้อย่างมีเสถียรภาพ รถยนต์พลังงานใหม่ที่ติดตั้งด้วย BYD Blade Battery จึงมีประสิทธิภาพสูงในการเร่งและการใช้ความเร็วสูง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุกและปลอดภัยไร้กังวลตลอดเส้นทาง

โดดเด่นด้วยการต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี Cell to Body ด้วย BYD Blade Battery
นอกเหนือจากการใช้ BYD Blade Battery ด้วยเทคโนโลยี Cell to Pack (CTP) เป็นพื้นฐานแล้วนั้น ยังคงมีความยีดหยุ่นในการต่อยอดการพัฒนาการใช้งานเป็นเทคโนโลยี Cell to Body (CTB) ได้อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีนี้เองจะช่วยในเรื่องของการใช้พื้นที่และการจัดการน้ำหนักรถ นอกเหนือจากนั้นยังเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างรถยนต์ให้มีความแข็งแกร่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง รวมถึงให้รถมีความสมดุลซึ่งจะช่วยเสริมในด้านของประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์ให้มีความมั่นคงและมั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อายุการใช้งานยาวนาน ประหยัดค่าบำรุงรักษา
BYD Blade Battery เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD นั้นโดดเด่นเรื่องความทนทาน ทำให้อายุการใช้งานนั้นยาวนานเป็นพิเศษ โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BYD ทุกรุ่นจะได้รับสิทธิ์ RÊVER Care ที่การันตีการรับประกันแบตเตอรี่นานสูงสุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร โดยที่แบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้เองจึงช่วยลดต้นทุนในระยะยาวสำหรับการดูแลรักษาระบบขุมพลังของรถยนต์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าตลอดการใช้งาน

หากใครสนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งปลอดภัย ทรงประสิทธิภาพ และอุ่นใจได้ทุกเส้นทาง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่มีจำหน่ายและพร้อมส่งมอบในประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์เรเว่ ออโตโมทีฟ หรือสนใจทดลองขับสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการ BYD ใกล้บ้านท่านทั่วประเทศ

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” จับมือ EVme เปิด Virtual Platform การขายรถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ต่อยอดนโยบายราคาเดียว ขยายช่องทางส่งมอบรถยนต์คุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทย

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด หรือ EVme แพลตฟอร์มผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย เปิด Virtual Platform ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการปล่อยเช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ชาวไทยทั่วประเทศได้สัมผัสรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น ชูความแข็งแกร่งของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ผู้บริโภคแบบ O2O (Online-to-Offline) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำเจตจำนงในการยืนหยัดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ภายใต้ ‘นโยบายราคาเดียว’ หรือ ‘One Price Policy’ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทั่วไทยจะได้รับรถยนต์พลังงานใหม่จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่คุ้มค่าคุ้มราคาในทุกช่วงเวลา สะท้อนการมีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำการก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในสามของแบรนด์ผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ xEV Leader ในประเทศไทย ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือ Top 3 in 3