Home Blog Page 138

วัยอนุบาลก็สนุกกับงาน MOTOR EXPO 2024 ได้ !

0

นักเรียนอนุบาล โรงเรียนกุมุทมาส เข้าร่วมกิจกรรมมากมายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ทั้งเรียนรู้ขับรถตามกฎจราจร ฝึกทักษะขับรถ F1 ชมรถโบราณ ฯลฯ

 

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้นอนุบาล และครูโรงเรียนกุมุทมาส ร่วมกิจกรรม Skill Driving Experience Junior ฟรี !  โดยมีตำรวจจราจรให้ความรู้เรื่องกฎจราจรเบื้องต้น ชมวีดีทัศน์จราจร ขับรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเด็กในถนนจำลอง ที่ติดตั้งป้าย และเครื่องหมายจราจรประเภทต่างๆ พร้อมรับใบขับขี่รุ่นเยาว์

หลังจากนั้น น้องๆ ยังได้วาดภาพระบายสีในบูธมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน”/ชมภาพวาดของเยาวชนที่เป็นสมาชิก และเครือข่ายชมรม “ศิลปินน้อย MOTOR EXPO”/ลองฝึกทักษะการขับรถ F1 แบบง่ายๆ ที่บูธ F1 in Schools/ชมการบังคับรถจำลองในบูธ Spirit of the 4×4 Driving School/ชมรถโบราณ และรับของที่ระลึก ณ บูธสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย

เชิญผู้ปกครองพาบุตรหลานชม และร่วมกิจกรรมสำหรับเยาวชน ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันนี้-10 ธันวาคม 2567 เด็กความสูงไม่เกิน 120 ซม. และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ตลอดจนคนพิการ เข้าฟรี ! ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และ motorexpo.co.th

สรยท.จับมือ EVAT จัดเสวนา “เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า”

0

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. จับมือกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หรือ EVAT จัดงานเสวนาในหัวข้อ “เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า” ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ ซึ่งในงานนี้ได้รับเกียรติจากคุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 เข้าร่วมในฐานะของประธานในพิธี และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกของสมาคม และบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมรับฟัง ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างต่อเนื่องนับจากที่มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามานำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่องในตลาดเมืองไทยนับจากปี 2022  และทางสมาคมฯ เองได้เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ในปี 2023 จึงได้ขยายการจัดงานรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Thailand Car Of The Year เพื่อรองรับกับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการมอบทั้งรางวัลสำหรับรถยนต์สันดาปภายใน/ไฮบริดสำหรับรางวัล Thailand Car Of The Year และได้เพิ่มอีกประเภทคือ รางวัล Thailand EV Of The Year สำหรับรถยนต์พลังไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์การคัดเลือกของทางสมาคมฯ

“สมาคมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการให้ความรู้ แก่ผู้ใช้รถยนต์ในยุคที่กำลังมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงในการใช้พลังงานสะอาด จึงผสานความร่วมมือกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ในการจัดเสวนาให้ความรู้ในครั้งนี้” นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าว

“รถยนต์ไฟฟ้ากำลังถูกพัฒนาเข้ามา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาด นอกเหนือจากรถยนต์สันดาปภายใน และอาจจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาทดแทน เนื่องด้วยเหตุผลในเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เห็นได้จากตลาดรถยนต์ไทยในปัจจุบันที่มีอัตราการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้เป็นโอกาสอันดี สมาคมฯ ได้จัดงานเสวนาให้ความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ในหัวข้อ “เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า” เพื่อสื่อสารองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าไปยังผู้บริโภค โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า มาเป็นผู้บรรยายให้ความกระจ่าง แก่สังคม เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปรับตัว นำไปใช้งานยานยนต์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ในโอกาสข้างหน้าต่อไป”

สำหรับวิทยากรในการเสวนาครั้งนี้ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมของทั้งผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยซึ่งในช่วงแรกเป็นการให้ข้อมูลในแง่ภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยโดยคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ซึ่งในปัจจุบัน ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกช่วงไตรมาส 4 ของปี 2024 อยู่ที่ 12.60% ซึ่งมากกว่าประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ส่วนในตลาดอาเซียน ไทยถือเป็นตลาดใหญ่ของรถยนต์พลังไฟฟ้า โดยในปี 2023 ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดถึง 78.70% เลยทีเดียว

ส่วนตลาดปี 2024 จากยอดจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึง 31 ตุลาคม รถยนต์ไฟฟ้ามียอดจดทะเบียนรวม 82,218 คัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์นั่งโดยสารซึ่งมีตัวเลขถึง 59,759 คัน แต่แม้ว่าจะมีการขยายตัวของตลาด แต่ในแง่ของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับกับการใช้งาน เช่น แท่นชาร์จสาธารณะยังเป็นเรื่องที่จะต้องมีการขยายตัวตามไปด้วย เพราะในปัจจุบัน ประเทศไทยมีอัตราส่วนรถยนต์ไฟฟ้าต่อแท่นชาร์จสาธารณะอยู่ที่ 26 คันต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่มีอัตราส่วนอยู่ที่ 5.5 คันต่อ 1 หัวชาร์จ

ส่วนเรื่องของระบบการชาร์จเป็นการให้ข้อมูลโดยคุณอภิสิทธิ์ ณัฐวรวโรตม์ สถาปนิกระดับ 8 ทีมพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT ซึ่งดูแลในส่วนการพัฒนาแอปพลิเคชัน EleXa แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับชุมชน EV เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของการเดินทางในอนาคต โดยเน้นไปที่เรื่องของการทำ Roaming ในเรื่องบริการของผู้ให้บริการแท่นชาร์จจากบริษัทต่างๆ ให้มารวมอยู่ในแพลตฟอร์มของ EleXa เพื่อลดจำนวนการติดตั้งแอปพลิเคชันจำนวนมากบนสมาร์ทโฟน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับเจ้าของรถยนต์ BEV ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงท้ายของการเสวนาเป็นการถาม-ตอบในหัวข้อ “เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า” โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น คุณสุรมิส เจริญงาม อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย คุณตติยะ หลิมวิจิตร กรรมการและเลขานุการ คณะทำงานฝ่ายข้อมูลการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ดร.มานพ มาสมทบ ทีมวิจัยระบบกักเก็บพลังงานศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. และคุณกฤษฎา ธีรศุภลักษณ์ KOL ด้าน
ยานยนต์ไฟฟ้าจากช่อง Welldone Guarantee โดยมี ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นผู้ดำเนินรายการตลอดการเสวนาในครั้งนี้

ตลอดช่วงของการถาม-ตอบ วิทยากรทั้งหมดต่างไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นประเด็นอยู่ ทั้งเรื่องของการชาร์จ การขับรถลุยน้ำท่วม การเลือกซื้อยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การเซอร์วิสรถยนต์ไฟฟ้าหลังจากที่จมน้ำ การรับประกันจากบริษัทรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้ากับตลาดมือสอง สงครามราคา หรือเรื่องเกี่ยวกับประกันภัย และอีกหลายประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก หรือผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว

ระอุแล้ว ! MOTOR EXPO 2024 42 ค่ายรถประชันโปรเดือด หวังดันยอดทะลุเพดาน

0

งานนี้พลาดไม่ได้ ! “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เลือกชอพโปรโมชั่นแรงสุดแห่งปีจากรถทุกแบรนด์ แถมคุ้มสุด ซื้อรถในงาน ร่วม “ชิงรถ” ฟรี ! ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2567

ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จัดเต็มโปรโมชั่นส่งท้ายปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

Aion V 602 Luxury จองในงานราคา 999,900 บาท รับ Aion V Exclusive Privilege อาทิ Exclusive Warranty Package สิทธิพิเศษเกี่ยวกับประกันภัย การรับประกันแบทเตอรี และตัวรถ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ค่าจดทะเบียน ตรวจเชคระยะครั้งแรก การรับประกันแบทเตอรี และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 8 ปี ฯลฯ

Audi ออกรถวันนี้ รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0 % สูงสุด 7 ปี ! อย่างรถยอดฮิท A5 Coupé 40 TFSI S line edition one และ A5 Sportback 40 TFSI S line edition one ผ่อนเพียงเดือนละ 23,500 บาทเท่านั้น

Avatr 11 พิเศษ ! โปรโมชั่นสุดคุ้มใน Motor Expo 2024 รับของขวัญสุดพิเศษเมื่อจองในงาน Motor Expo 2024 มูลค่ารวม 60,000 บาท เครื่องประดับเพชร หรือ Protection Film

BMW ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ BMW รุ่นที่ร่วมรายการ และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งการนำรถคันเดิมมาแลกกับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 500,00 บาท ประกันภัยชั้น 1 ดอกเบี้ย 0 % หรืออัพเกรดบริการหลังการขายเป็นแพคเกจ BSI Ultimate ฟรี

BYD Seal รุ่น Dynamic ราคาจำหน่าย 1,325,000 บาท ส่วนลดเงินสด 325,100 บาท จำหน่ายในราคา 999,900 บาท รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 พ.ร.บ. ดอกเบี้ยพิเศษ 1.98 % สำหรับเงินดาวน์ 25 % ผ่อนนาน 48 เดือน รับประกันระบบขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฯลฯ

BYD T3 รถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้า 100 % ราคาพิเศษ 699,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์จาก RÊVER Care รับประกันภัยชั้น 1 พ.ร.บ. รับประกันคุณภาพรถยนต์ 2 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร รับประกันแบทเตอรีแรงดันสูง 8 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร พรมเข้ารูป กรอบป้ายทะเบียน ฟีล์มหน้าจอ ค่าจดทะเบียนรถ

Deepal E07 รุ่น Plus รับข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จอง 500 ท่านแรก รับราคาเปิดตัวพิเศษ 1,599,000 บาท พร้อมรับ Special Gift: เลือกรับไลฟ์สไตล์แพคเกจ Outdoor Explorer Pack หรือ Bike & Beyond Kit มูลค่า 60,000 บาท

Denza D9 รุ่น Premium ราคา 1,999,900 บาท รับฟีล์ม Ceramic ยี่ห้อ XUV MAX พร้อมบริการติดตั้ง รับสิทธิประโยชน์จาก RÊVER Care ดอกเบี้ยพิเศษ 1.88 % ดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน

Ford Ranger XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 799,000 บาท จากราคาปกติ 919,000 บาท และ Ford ทุกรุ่น รับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีค่าแรงเชคระยะ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

Foton เชิญชม รถกระบะไฟฟ้า Foton eTunland ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษในงาน Motor Expo 2024 เล่นกาชาปอง ลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอกซ์คลูซีฟมากมาย

Geely EX5 Pro ราคา 859,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พ.ร.บ. ประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ประกันแบทเตอรี 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร โฮมชาร์เจอร์พร้อมติดตั้ง จำนวนจำกัด 1,084 คันแรก

GWM Poer Sahar HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกในประเทศไทย ประกาศราคาขายพร้อมจำหน่าย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.0T HEV Pro Double Cab Auto ราคา 1,189,000 บาท และรุ่น 2.0T HEV Ultra Double Cab Auto 4WD ราคา 1,389,000 บาท พร้อมส่งมอบทันที

Honda HR-V e:HEV ราคาแนะนำเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท ในรุ่น e:HEV E จำนวนจำกัด เมื่อจองภายในสิ้นปีพร้อมรับหลากหลายข้อเสนอพิเศษ ด้วยราคาสุดคุ้ม ส่วน Honda City Hatchback Turbo ผ่อน เริ่มต้น 2,858 บาท พร้อมโปรโมชั่นแรงภายในงานนี้

Hyundai จัดแคมเปญ “Welcome to Hyundai” รับส่วนลดเพิ่มเติม 30,000 บาท สำหรับการจองและรับรถยนต์ Hyundai ทุกรุ่น ยกเว้น Creta รุ่นย่อย Alpha ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น

Isuzu กิจกรรม “Isuzu 2.2 Ddi Maxforce Max Voice” ชวนทดลองขับ แล้วโพสต์ภาพถ่าย หรือวีดีโอ พร้อมบอกความประทับใจสั้นๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์ใหม่ โพสต์ลงใน Facebook ตามเงื่อนไข รับบัตรกำนัล Makro คนละ 1 รางวัล รางวัลละ 220 บาท จำนวน 22,000 รางวัล มูลค่ารวม 4,840,000 บาท

Jeep เมื่อจองรถยนต์ ที่ร่วมรายการ ดาวน์น้อย พร้อมดอกเบี้ย 0 % รับประกันคุณภาพนาน 7 ปี หรือ 195,000 กิโลเมตร โปรแกรม Jeep Service Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 135,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินพรีเมียม 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี อุปกรณ์ตกแต่ง Mopar มูลค่าสูงสุด 1,000,000 บาท

Juneyao ข้อเสนอสุดพิเศษ JY Air Standard ราคา 759,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 1.88 % ฟรี Junyao Air Gold Membership ตั๋วเครื่องบิน 4 ที่นั่ง 3 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง 8 ปี AC Charger ฟรี ค่าติดตั้ง

Kia EV5 GT-Line All Wheel Drive พิเศษช่วงเปิดตัวจำนวนจำกัด 80 คัน ราคา 1,849,000 บาท พร้อมเพคเกจ 7-7-8 ฟรี รับประกันคุณภาพ 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี รับประกันแบทเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมติดตั้ง และประกันภัยชั้นหนึ่ง

King Long Dracon กระบะไฟฟ้า 100 % การรับประกันคุณภาพตัวรถ 4 ปี แบทเตอรี และมอเตอร์ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร รับประกันตัวรถ 4 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Leapmotor C10 แคมเปญช่วงแนะนำ มูลค่าสูงสุด 120,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ที่ชาร์จบ้าน และติดตั้งฟรี ค่าจดทะเบียนใหม่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี ที่ชาร์จแบบพกพา รับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ100,000 กิโลเมตร รับประกันแบทเตอรี 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

Lexus พิเศษสุดภายในงาน ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของ Lexus ได้ง่ายยิ่งขึ้น กับแคมเปญพิเศษที่ดีที่สุดในรอบปี ด้วยดอกเบี้ย 0 % ประกันภัยชั้นหนึ่ง และ LXP ที่ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี พร้อม Lifestyle Voucher สำหรับการจองรถรุ่นที่ร่วมรายการ

Lotus พบกับข้อเสนอพิเศษครั้งแรกในจำนวนจำกัด สำหรับผู้จอง Louts Pre-Configuration และส่งมอบภายในปีนี้ เมื่อจอง Lotus Eletre (Hyper-SUV) Pre-Configuration รับทันที Free Option มูลค่า 400,000 บาท

Maserati GranTurismo Folgore 110th Edition มาพร้อมแพคเกจ รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง รับประกันแบทเตอรี High-voltage 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5 ราคาเริ่มต้นเพียง 1,219,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถ 5 ปี หรือส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท ลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท รวมมูลค่ามากกว่า 100,000 บาท

Mercedes-Benz EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic มอบแพคเกจ “Worry Free” เงินชำระส่วนแรก 0 % เริ่มต้น 72,000 บาท / เดือน, ฟรีค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้งระยะเวลา 1 ปี ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่กำหนดไว้ของผู้ให้บริการ Sharge, ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง

MG Maxus 9 โปรโมชั่นดอกเบี้ย 0 % นานสูงสุด 5 ปี, ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นานสูงสุด 3 ปี รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร MG Home Charge 1 ชุด พร้อมติดตั้ง รับประกันแบทตเตอรีแรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน

MINI Countryman S ALL4 รุ่น Hightrim ราคา 2,799,000 บาท รับโปรแกรมขยายการรับประกัน MINI Extended Protect สูงสุด 2 ปี ฟรี แพคเกจ MINI Connected 1 ปี

Mitsubishi มอบข้อเสนอสุดพิเศษ Mega Deal ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0 % พร้อมแพคเกจพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 160,000 บาท และสินค้าลิขสิทธิ์แท้ Ralliart Collection และ Motorsport 2024 Collection ราคาเริ่มต้นเพียง 260 บาท

Neta V-II ดาวน์เริ่มต้นที่ 8,888 บาท ผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน ฟรี เครื่องชาร์จ Neta Wallbox พร้อมค่าติดตั้ง ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. รับประกันมอเตอร์ และแบทเตอรี High Voltage ตลอดอายุการใช้งาน รับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

Nissan มอบแคมเปญ โปรดี ที่ใช่ จนต้องเซย์ YES ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0 % หรือผ่อนนานสุด 96 เดือน และพิเศษสำหรับเจ้าของรถ Nissan รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท

Omoda & Jaecoo มอบข้อเสนอซื้อรถชิงรถ และของรางวัลกว่าล้านบาท สำหรับลูกค้าที่จดทะเบียนภายใน 31 ธค. สามารถลุ้นรางวัลที่ 1 รถยนต์ Omoda C5 EV Long Range Plus 1 รางวัล รางวัลที่ 2 สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 30 รางวัล รางวัลที่ 3 บัตรชาร์จรถไฟฟ้ามูลค่า 2,500 บาท 100 รางวัล

Peugeot มอบข้อเสนอพิเศษ ดาวน์น้อยพร้อมดอกเบี้ยผ่อนชำระ 0 % รับประกันคุณภาพสูงสุด 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง โปรแกรมบำรุงรักษา Peugeot Value Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อิน ให้ราคาสูง

BRG มาพร้อมโปรโมชั่น ซื้อรถแถมรถ เพียงซื้อรถที่ร่วมรายการ รับเลยรถยนต์ไฟฟ้า Pocco มูลค่ากว่า 300,000 บาท 1 คัน ลูกค้าที่จอง และซื้อรถภายในงาน รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 50,000 บาท สำหรับนำรถเข้ามาใช้บริการที่ BRG จับฉลากลุ้นรับทองคำ 1 บาท และของรางวัลอื่นๆ มูลค่ากว่าล้านบาท

Porsche พิเศษ ! สามารถทดลองขับ Porsche รุ่นต่างๆ ได้ที่บูธ A3 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ได้ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2567

Riddara RD6 พิเศษ ดอกเบี้ย 0.99 % นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25 % ฟรี บัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท โฮมชาร์เจอร์พร้อมติดตั้ง ประกันภัยชั้น 1 รับประกันคุณภาพรถใหม่ครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 6 ปี ฯลฯ

Suzuki พร้อมแคมเปญพิเศษ Suzuki Deal of The Year สามารถเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่น พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรี Suzuki Worry Free

Tesla Model 3 ผ่อนเริ่มต้น 13,172 บาท/เดือน รับส่วนลด 34,000 บาท ทันทีเพียงสั่งจองผ่านลิงค์ผู้แนะนำ

Toyota จัดแคมเปญส่งท้ายปี “TOYOTA CARNIWOW เทศกาลออกรถสุดว้าว” WOW ที่ 1 จองรถ Toyota พร้อมสแกน QR Code รับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท หรือส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 1.5 % WOW ที่ 2 รับรถแล้ว ลุ้นรับของรางวัลรวม 555 รางวัล !! โดยรางวัลที่ 1 รับทองคำแท่ง 30 บาท 1 รางวัล

Volvo XC90 Recharge Plug-in Hybrid รับข้อเสนอพิเศษ ได้แก่ XC90 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid Bright ราคาพิเศษ 3,990,000 บาท XC90 Recharge Plus T8 Plug-in Hybrid Dark ราคาพิเศษ 3,590,000 บาท ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 3 ปี พร้อม Volvo Premium Service Package-Pro

Wuling สามารถเลือก Passive Lifetime Warranty แพคเกจ A ประกันภัยชั้น 1 และดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.99 % หรือแพคเกจ B ประกันภัยชั้น 1 นาน 3 ปี

Xpeng X9 ราคา 2,790,000 บาท มาพร้อมแพคเกจ ฟรี Wallbox พร้อมค่าติดตั้ง ประกันภัยชั้น 1 พรบ. Portable Charger, Vehicle Warranty 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร, Battery and Drive Motor with Intelligent Power Unit Warranty 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร คะแนนสะสม Mobilife 90,000 คะแนน

Zeekr 009 รับข้อพิเศษรวมกว่า 131,500 บาท ประกันภัยชั้น 1 พ.ร.บ. รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร การรับประกันมอเตอร์ และแบทเตอรีแรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี และลูกค้า 1,000 ท่านแรก รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมติดตั้งมูลค่า 70,000 บาท

rpt

ยิ่งกว่านั้น เมื่อจอง หรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน ได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” ลุ้นรับฟรี THE KIA EV5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท

ส่วนเงื่อนไขโปรโมชั่นทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทรถยนต์กำหนด สามารถตรวจสอบรายละเอียด ได้ที่บูธของแบรนด์ ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันนี้-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และ motorexpo.co.th

วิริยะประกันภัย สานสัมพันธ์สื่อฯ จัดงานอยากเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง #11

0

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหาร จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชน ภายใต้โครงการ “อยากเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง” ครั้งที่ 11 ตอน “มั่นใจ…ทันใจ…วางใจ มาตรฐานบริการสินไหมทดแทน จากวิริยะประกันภัย” เพื่อบอกเล่าถึงกระบวนการดำเนินงานด้านสินไหมทดแทนของบริษัทฯ ที่มีหัวใจหลัก คือ ความรวดเร็วและมาตรฐานการบริการ ซึ่งบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีเจ้าหน้าที่พร้อมรองรับการให้บริการงานด้านสินไหมทดแทนกว่า 2,000 คน มีศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนทั่วประเทศ กว่า 90 แห่ง และจุดตรวจสอบอุบัติเหตุอีกหลายแห่ง รวมถึงการนำนวัตกรรมบริการ VClaim on VCall มาใช้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเคลมประกันออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังกำหนดแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ให้ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมระดับสากล และพร้อมด้วยคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศ ดั่งกลยุทธ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องอาหารทาคูมิ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาบริการด้านสินไหมทดแทนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบรับกระแสของรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยได้มีการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรค่ายรถยนต์ ในการร่วมกันกำหนดแนวทางในการรับประกันภัย ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่พนักงาน รวมถึงศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความ “มั่นใจ” ว่าจะได้รับการบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ด้วยบริการที่ “ทันใจ” จากการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงภัยในทุกสถานการณ์ และ “วางใจ” ในบริการที่เป็นธรรมจากวิริยะประกันภัย

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้า พร้อมให้บริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่าย 194 แห่งทั่วประเทศ

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงประเด็นการปรับเปลี่ยนเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและให้ลูกค้ามั่นใจได้ในแบรนด์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การบริหารเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการเป็นไปตามแผนธุรกิจของทางบริษัทฯ ซึ่งมีทั้งการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรายใหม่หรือยกเลิกผู้จำหน่ายรายเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจและสถานการณ์ตลาดในแต่ละพื้นที่ โดยมีปัจจัยหลายอย่างในการพิจารณาและดำเนินการ เช่น ความพร้อมและศักยภาพของผู้จำหน่าย ศักยภาพของพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและการให้บริการอันเป็นเลิศกับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทุกท่านที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นสำคัญ การประกาศยุติการดำเนินงานของผู้จำหน่าย มิตซู รีพับบลิค ย่านรังสิต (มีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2567) ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด และลูกค้าในย่านรังสิตยังคงเข้ารับบริการได้ที่ผู้จำหน่าย มิตซูรุ่งเจริญ (สาขาตลาดไท) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ที่เปิดให้บริการมานานแล้ว หรือที่ผู้จำหน่าย มิตซู เอเบิล รังสิต-นวนคร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้จำหน่ายรายใหญ่ ที่ขยายสาขาเพิ่มเติมขึ้นมาและพึ่งเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามแผนธุรกิจของทางบริษัทฯ ที่วางไว้ตั้งแต่ต้น”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้วกว่า 63 ปี มีโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่น ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
คอร์ปอเรชั่น ผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกไปกว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยในปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรวม 194 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2567) พร้อมให้บริการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ บริการหลังการขายและอะไหล่แท้ และทางบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งจะมีการเปิดตัวในปีหน้า และจะยังคงพัฒนายกระดับการให้บริการหลังการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อให้คุณอุ่นใจ และมั่นใจได้ ภายใต้สโลแกน “เราดูแล…คุณแค่ขับ”

โหวตรถโบราณ ชิงรางวัล ! People’s Choice Award 2024

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เชิญผู้ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ร่วมโหวตรถโบราณ และรถคลาสสิคที่ประทับใจ ภายในบูธของสมาคมฯ พร้อมลุ้นรับของที่ระลึก รถที่ได้รับคะแนนจากผู้ชมงานสูงสุด จะคว้ารางวัล People’s Choice Award 2024 ไปครอง โดยเปิดให้โหวตถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2567 เวลา 22.00 น. และประกาศผลวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น.

 

รางวัลสำหรับเจ้าของรถ

อันดับ 1 : โล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Beyond Ceramic และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 10,000 บาท

อันดับ 2 : โล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Ceramic Black Edition และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 5,000 บาท

อันดับ 3 : โล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น R-series หรือ Ceramic Bluealfa และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 5,000 บาท

 

ผู้โหวตรถที่ชนะรางวัล อันดับที่ 1, 2 และ 3 รับรางวัล กระเป๋า Thule น้ำมันหล่อลื่น Idemitsu

ของรางวัลต่างๆ สนับสนุนโดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด บริษัท เอเนออส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท น้ำมันอพอลลโล (ไทย) จำกัด และบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด

 

เชิญชม Porsche 911 Targa RWB ปี 1977 ที่ได้รับรางวัล People’s Choice Award 2023 และโหวตรถชิงรางวัล People’s Choice Award 2024 ได้ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://peoplechoices.motorexpo.co.th

Porsche 911 Targa RWB ปี 1977 ที่ได้รับรางวัล People’s Choice Award 2023

ไทยฮอนด้า เปิดตัว ‘All New Honda Scoopy’ โฉมใหม่ โชว์ความ ICONIC OF NOW สุดทางให้สุดเทรนด์ พร้อมพรีเซนเตอร์สุดไอคอนิก ‘PiXXiE’ และ ‘ต้าห์อู๋-พิทยา’

0

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงาน ‘The Iconic Town’ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ‘All New Honda Scoopy’ โฉมใหม่อัปเกรดดีไซน์ให้กลายเป็น ICONIC OF NOW ด้วย 9 เฉดสี ภายใต้คอนเซปต์ ‘ICONIC OF NOW สุดทางให้สุดเทรนด์’ พร้อมเปิดตัวสองพรีเซนเตอร์ ‘PiXXiE’ เกิร์ลกรุ๊ปขวัญใจเจนซี และ ‘ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว’ ศิลปินหนุ่มมากความสามารถ ร่วมสะท้อนภาพความเป็น Iconic of Trend ได้อย่างลงตัว ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้น ณ ICONSIAM Park ชั้น 2 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

โดยภายในงานยังรวมเอาความสุดทุกเทรนด์ ทั้งโซนเกมสุดมันส์ อาร์ทโซนที่นำผลงานสุดไอคอนิก ‘Dada In Iconic จากคุณ ‘PANPAN YEEYEE’ ที่ได้รังสรรค์ลวดลายลงบน All New Honda Scoopy เติมเต็มความน่ารัก พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆ  รวมถึงไฮไลท์การแสดงมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากสองพรีเซนเตอร์ ‘PiXXiE’ และ ‘ต้าห์อู๋’ ร่วมด้วยศิลปิน ‘PANPAN YEEYEE’ และวง ‘PERSES’ ที่มามอบความสนุกให้กับชาว Honda Scoopy พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย ตอกย้ำความเป็นโมเดลไอคอนิกในทุกเทรนด์

สำหรับ All New Honda Scoopy มาพร้อมดีไซน์และฟีเจอร์ใหม่ สะท้อนความไอคอนิคและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์โมเดิร์นอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าโฉมใหม่ LED Crystal Block Headlight ดีไซน์รูปตัว S เสริมความเป็นเอกลักษณ์ของ Scoopy และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความล้ำสมัย อีกทั้งฟังก์ชันอำนวยความสะดวกรอบคันพร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ครั้งแรกกับ Full Digital Meter แผงหน้าปัดที่แสดงข้อมูลครบครันทั้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน การแจ้งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง จับทริประยะทาง และ Eco Lamp เมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดน้ำมัน รวมถึง USB Socket Type-C รูปแบบใหม่เพื่อการเชื่อมต่อที่ไม่มีสะดุด ลุยไปได้สุดทุกทาง พร้อมด้วยช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ช่วยให้ทุกประสบการณ์การขับขี่ราบรื่นยิ่งขึ้น

All New Honda Scoopy โดดเด่นด้วย 9 เฉดสีใหม่ กับ 3 รุ่นที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์คนรุ่นใหม่

  • รุ่น Club12 สไตล์เทรนดี้ มาพร้อม Honda Smart Key สามารถสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องไขกุญแจ และล้อแม็กดีไซน์ใหม่ขนาด 12 นิ้ว มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สี ขาว-เทา, แดง-เทา, เทา, น้ำเงิน-เทา ราคาแนะนำ 55,100 บาท
  • รุ่น Prestige มาพร้อมความเรียบเท่ มีสไตล์ และล้อแม็กดีไซน์ใหม่ขนาด 12 นิ้ว มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ เหลือง, แดง-เทา, ดำ-เทา ราคาเริ่มต้น 53,700 บาท
  • รุ่น Urban สะท้อนความเป็นเรโทล มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สี เทา-ขาว, ชมพู-ขาว ราคาเริ่มต้น 50,600 บาท

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้นำเสนอ H2C Edition จากสำนักแต่ง H2C by Honda ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แต่ละไลฟ์สไตล์ โดยมีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Daily Function ที่ดีไซน์ตกแต่งมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมาในเฉดสีดำด้าน เพิ่มความเท่ พร้อมกล่อง Top Box ราคาแนะนำที่ 58,400 บาท อีกทั้ง Fashion Stylist มาในเฉดสีขาว พร้อมลวดลายโทนสี Vivid ในแบบมินิมอล ราคาแนะนำที่ 57,200 บาท ผลิตจำนวนจำกัดรุ่นละ 1,000 คันเท่านั้น

รวมไปถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ All New Honda Scoopy ไทยฮอนด้าขยายระยะเวลารับประกันจาก 3 ปี 30,000 กิโลเมตร เป็น 5 ปี 50,000 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและบริการ โดยสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทั่วประเทศ โดยพร้อมวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda Wing Center ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมจากรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่

เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

“โฟตอน” ปักหมุด “ไทย” เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ เปิดตัวโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีนในไทยพร้อมเป็นฐานการผลิตรองรับระบบโลจิสติกส์แห่งอนาคต

0

“โฟตอน” ค่ายรถใหญ่แดนมังกรที่มียอดขายในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ในจีนสูงเป็นอันดับหนึ่ง 19 ปีติดต่อกัน จับมือเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งที่ 2  เปิดแนวรุกปักหมุดในไทย ทำพิธีเปิดโรงงานผลิตรถบรรทุก “โฟตอน” แห่งแรกนอกประเทศจีน ภายใต้ชื่อ “โฟตอน ซีพี มอเตอร์” (FOTON CP Motor)  ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา  มูลค่าการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นฐานการผลิตรถบรรทุกโฟตอนพวงมาลัยขวา เพื่อจำหน่ายในประเทศ 80% และส่งออก 20% โดยมีกำลังการผลิต 1,800 คันต่อปี คาดว่าภายใน 3 ปี จะสามารถผลิตรถเข้าสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 7,200 คัน  พร้อมรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดรถยนต์เมืองไทยและตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ “ซีพี โฟตอน” ในประเทศปีนี้เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำความสำเร็จในการทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าด้วยทางเลือกที่หลากหลาย และพร้อมขับเคลื่อนวงการโลจิสติกส์ไทยให้เข้าสู่ตลาดพลังงานใหม่ หรือ EV โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร โฟตอนจากนานาประเทศมาร่วมแสดงความยินดี

นายชาง รุ่ย (Mr.Chang Rui) ประธาน โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป เผยว่า “โรงงาน “โฟตอน ซีพี มอเตอร์” ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถโฟตอนแห่งแรกนอกประเทศจีน เป็นการต่อยอดความร่วมมือในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัท หลังจากได้เห็นผลลัพธ์การเติบโตอย่างมั่นคงภายในเวลาเพียง 5 ปีของ “บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด”  ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนแห่งแรกในการดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์คุณภาพสูง “ซีพี โฟตอน” หลากหลายรุ่นในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine หรือ ICE)  และยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) โดยมียอดจดทะเบียนโดยกรมการขนส่งทางบกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนตุลาคมของปีนี้ มียอดฯ เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว (YTD Oct.2023: 436 คัน,   YTD Oct.2024: 603 คัน) อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์พลังงานใหม่ในระดับโลก จึงเป็นความเหมาะสมทุกประการในการตั้งโรงงานขึ้นในประเทศไทย และพร้อมแล้วที่จะผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ระดับแนวหน้าที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม”

ด้านผู้ร่วมทุนฝ่ายไทย นายนพดล เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวเสริมว่า “การจัดตั้งโรงงาน “โฟตอน ซีพี มอเตอร์” จะมีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และตลาดแรงงานให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก และสามารถเป็นฐานปฏิบัติการรถเพื่อการพาณิชย์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต โดยใน 3 ปีแรก โรงงานจะสามารถผลิตรถเข้าสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 7,200 คัน อีกทั้งยังเป็นการขยายความร่วมมือเชิง      กลยุทธ์กับกลุ่มพันธมิตรชิ้นส่วนชั้นนำให้มาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น อาทิ Foton Cummins, Yuchai, Fangsheng และ Fast  เพื่อเสริมศักยภาพด้านกำลังการผลิต ความรวดเร็วในการสนับสนุนทางเทคนิค และบริการอะไหล่ รวมถึงการขยายขอบเขตธุรกิจเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เช่น การประกอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ เป็นต้น”    

 

นายชัชชัย นาคประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์คุณภาพสูงแบรนด์ “ซีพี โฟตอน” ในประเทศไทย  เผยว่า “การตั้งโรงงานผลิตในไทยเป็นการตอกย้ำการลงทุนที่มองเห็นการเติบโตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการที่เลือกใช้รถ “ซีพี โฟตอน” โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนส่งและก่อสร้างที่มีความจำเป็นต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ  ดังนั้นตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จึงมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บริษัทฯ มีรถเพื่อการพาณิชย์ให้บริการในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งเครื่องยนต์สันดาปและอีวี (EV) โดยยอดจำหน่ายรถบรรทุกอีวี เติบโตมากขึ้น 260% (EV Truck YTD Oct.2023: 105 คัน, YTD Oct.2024: 377 คัน) แสดงให้เห็นถึงการได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและเทคโนโลยีในระดับโลก และสอดคล้องกับความต้องการในการใช้งานของประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานพาหนะพลังงานใหม่ที่สามารถตอบรับการขนส่งในเมืองและตลาดโลจิสติกส์ระยะไกล ทำให้ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากกลุ่มองค์กรชั้นนำเพื่อการนำไปใช้เสริมกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม(CARBON NEUTRALITY) ด้วยเพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานงานบริการ และความพร้อมของอะไหล่จากผู้แทนจำหน่าย-เครือข่ายศูนย์บริการกว่า 25 แห่งทั่วประเทศ และด้วยผลประกอบการที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดดต่อเนื่องทุกปี โดยยอดจดทะเบียนกรมการขนส่งทางบกสะสม ณ เดือนตุลาคม 2567 อยู่ที่ 603 คัน ทำให้เชื่อมั่นว่าในเร็วๆ นี้ “ซีพี โฟตอน” จะครองส่วนแบ่งการตลาด ติดอันดับ 1 ใน 3 ผู้นำในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย และร่วมผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งของเมืองไทยให้ก้าวสู่ความเจริญอย่างยั่งยืนในอนาคต”

พร้อมกันนี้ยังได้เดินหน้าส่งมอบไลน์การผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ “โฟตอน” สำหรับตลาดต่างประเทศนอกประเทศจีนคันที่ 1 ล้านให้กับโรงงาน  “โฟตอน ซีพี มอเตอร์”  ซึ่งเป็นรถบรรทุกรุ่น Auman C รวมทั้งจัดประชุม FOTON ASIA PACIFIC PARTNERS CONFERENCE 2025  สำหรับกลุ่มพันธมิตร FOTON   จากนานาประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ภายใต้แนวคิด TOGETHER  WIN FUTURE เพื่อแถลงวิสัยทัศน์ระดับโลก ปูความพร้อมสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์แห่งอนาคต ทั้งในด้านนวัตกรรมเกี่ยวกับพลังงานใหม่    รวมถึงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้ การขยายธุรกิจไปต่างประเทศเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ “โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป” นับตั้งแต่ปี 2004 และตลอด 20 ปีของการขยายธุรกิจและการเจาะตลาดโลก ทำให้ FOTON ได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์เชิงพาณิชย์ระดับโลก ที่มียอดส่งออกสะสมกว่า 1 ล้านคัน โดยในปี 2023 ส่งออกรถยนต์ 131,000 คัน  พร้อมตั้งเป้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 150,000  คันในปี 2024  170,000 คันในปี 2025 และ 300,000 คันภายในปี 2030

“ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-จีน และศักยภาพด้านการฝีมือผลิตยานยนต์ของไทยที่ไม่แพ้ใดในโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นจุดเปลี่ยนของระบบโลจิสติกส์แห่งอนาคตที่ยานยนต์พลังงานใหม่ตอบสนองได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่าเป้าหมายอุตสาหกรรมยานยนต์สีเขียวของรัฐบาลนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

“โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป” ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 และจดทะเบียนในปี 1998 เป็นบริษัทผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางเทคนิคที่หลากหลายที่สุด โดยมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของจีนติดต่อกันมาเป็นเวลา 19 ปี ปัจจุบันได้ก่อตั้งระบบโครงสร้างธุรกิจที่ผสานรวมรถยนต์ ชิ้นส่วน เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบนิเวศทางธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยมีฐานการผลิตรถยนต์ 16 แห่งและฐานการผลิตชิ้นส่วน 6 แห่งในประเทศจีน  โดยมีโรงงาน “โฟตอน ซีพี มอเตอร์” ในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน และโรงงาน KD (Knocked Down) 27 แห่งในต่างประเทศ  มีกำลังการผลิตมาตรฐาน 800,000 คันต่อปี เครือข่ายการขายครอบคลุมมากกว่า 130 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

พบกับ 5 ไฮไลต์จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ต้อง ”ห้ามพลาด” ในงาน Motor Expo 2024 พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษกับมินิคอนเสิร์ตจาก Three Man Down วันที่ 5 ธันวาคมนี้

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ชู 5 ไฮไลต์จากบูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ที่คนรักรถต้องห้ามพลาด ทั้งยานยนต์พลังงานใหม่แห่งอนาคต 3 รุ่น ที่ตอบไลฟ์สไตล์ในทั้ง 3 เซกเมนต์อย่างครอบคลุม ได้แก่ รถกระบะไฮบริดคันแรกในไทย GWM POER SAHAR HEV กับราคาสุดคุ้มที่พร้อมให้เป็นเจ้าของได้ทันที, GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition รถยนต์เอ็มพีวีหรูสำหรับนักธุรกิจเพื่อทุกความสำเร็จในทุกเส้นทาง และ GWM TANK 700 Hi4-T ยนตรกรรมเอสยูวีหรูระดับแฟลกชิปในตระกูล GWM TANK และพร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจในการขับขี่ที่เพื่อมอบประสบการณ์ออฟโรด-ออนโรดในทุกสถานการณ์ผ่านชุดแต่งรอบคันของ GWM TANK 300 HEV และเซอร์ไพรส์พิเศษฉลองวันหยุดในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 นี้ ด้วยโชว์พิเศษจากพรีเซนเตอร์ของ GWM HAVAL JOLION HEV กับศิลปินสุดฮอตแห่งปี วง Three Man Down ที่พร้อมจะคำรามความสุขที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีทัพรถยนต์พลังงานใหม่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำมากถึง 12 รุ่น พบกับความพิเศษที่จัดเต็มมาให้คนรักรถได้ที่ บูธ A05 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2567 นี้

 

ไฮไลต์ #1: GWM POER SAHAR HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกของไทย กับที่สุดของการเป็นครั้งแรกใน 4 ด้าน พร้อมเปิดราคาที่คุ้มเกินคาด 1.189 – 1.389 ล้านบาท ให้เป็นเจ้าของได้ทันที

ยกมาตรฐานใหม่ของรถกระบะในประเทศไทยแล้วเป็นที่เรียบร้อย กับ GWM POER SAHAR HEV ที่คนไทยรอคอย หลังเปิดราคาขายอย่างเป็นทางการในทั้ง 2 รุ่น และพร้อมส่งมอบได้ทันทีทั่วประเทศ ทั้ง 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO ในราคาเพียง 1,189,000 บาท และรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD ราคาที่ 1,389,000 บาท พร้อมส่วนลดพิเศษ 50,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและส่งมอบภายใน 31 ธันวาคม 2567 โดยได้รับเสียงตอบรับเกินความคาดหมายจากสื่อมวลชนที่สะท้อนความเห็นถึงราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จัดเต็มในรถรุ่นนี้ กับการเป็นรถกระบะที่ครองความเป็น “ครั้งแรก”ในทั้ง 4 ด้าน ทั้ง ครั้งแรกในการเป็นรถกระบะเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดในไทย ครั้งแรกที่เบาะด้านหลังปรับเอนได้ถึง 33 องศา เพื่อมอบความสะดวกสบายขั้นสุด และครั้งแรกที่มีดีไซน์ฝาท้ายกระบะที่สามารถเปิด-ปิดได้ถึง 2 รูปแบบ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่แตกต่าง รวมถึงครั้งแรกในเซกเมนต์กระบะที่มีความยาวฐานล้อมากที่สุดถึง 3,350 มิลลิเมตร มอบห้องโดยสารที่กว้างขวาง โปร่งสบาย ฉีกกฏเดิม ๆ ของรถกระบะทั่วไป

 

ไฮไลต์ #2: ฟีดแบคดีเกินคาดทั้งชาวไทย-เทศ กับการเผยโฉม GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition ครั้งแรกในไทย

นี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สะท้อนให้เห็นผ่านนวัตกรรมชั้นเลิศอย่างแท้จริง หลังจากนำ GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition มาเผยโฉมในงาน Motor Expo 2024 ได้เพียงไม่ถึงสัปดาห์ ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติต่างให้ความสนใจกับรถยนต์เอ็มพีวีหรูรุ่นนี้ ไม่น้อยไปกว่ารุ่นไฮไลต์อีกสองรุ่นในบูธ ทั้ง GWM POER SAHAR HEV และ GWM TANK 700 Hi4-T จนถึงขั้นเรียกร้องให้นำมาจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและการออกแบบที่พิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด “First-Class Travel”  ทั้งดีไซน์ภายนอกและภายในที่มีความหรูหรา สะดุดตา และเต็มไปด้วยความสะดวกสบายขั้นสุดที่คาดไม่ถึง ด้วยมิติตัวรถที่กว้างขวางที่สุดในกลุ่มรถยนต์เอ็มพีวี พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งพละกำลังและแรงบิดจากเครื่องยนต์ระบบปลั๊กอิน-ไฮบริด ร่วมกับเทคโนโลยี Hi4 Intelligent All-Wheel-Drive Hybrid ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ นำไปสู่การใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความเหนือระดับและประสบการณ์ระดับ VIP ในทุกมิติ ทุกเส้นทาง รวมถึงการเจรจาทางธุรกิจ สู่ความสำเร็จในทุกเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างราบรื่น

 

ไฮไลต์ #3: การมาถึงของ GWM TANK 700 Hi4-T ที่จะเติมเต็มไลน์อัพตระกูล GWM TANK ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดของรถยนต์เอสยูวีในไทย

อีกหนึ่งยนตรกรรมไฮไลต์ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งตรงจากประเทศจีน นำมาให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสเพื่อรับฟังความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์จากผู้บริโภคชาวไทย พร้อมจะเติมเต็มความไลฟ์สไตล์ของผู้รักการเดินทางและการผจญภัยในทุกรูปแบบ ด้วยรถยนต์เอสยูวีออฟโรดขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริด อย่าง GWM TANK 700 Hi4-T ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบนิยามให้เป็นรถยนต์เอสยูวีที่ดีที่สุดในทุกด้านในตระกูล GWM TANK โดยได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน Motor Expo 2024 ว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์เอสยูวีที่มีสมรรถนะสูงที่สุด และยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะมากมายที่ให้มาแบบครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร็ว แรง ดุดัน  อีกทั้งยังตอบโจทย์สายลุยแต่เนี้ยบ ที่สะท้อนผ่านการออกแบบที่ให้คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ดีไซน์ภายนอกที่ให้ความรู้สึกสมบุกสมบัน พร้อมสำรวจทุกเส้นทางที่ท้าทาย ในขณะเดียวกัน การออกแบบภายในยังให้ความรู้สึกถึงความหรูหรา โอ่อ่า และพรีเมียมในทุกสัมผัส พิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุทั้งภายใน-ภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำการเป็นรถยนต์เอสยูวีระดับแฟลกชิปที่ดีที่สุดในทุกด้านในตระกูล GWM TANK ณ ปัจจุบัน

ไฮไลต์ #4: อัพลุคแกร่ง แต่ไม่ทิ้งตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ กับ GWM TANK 300 HEV ด้วยชุดแต่งเอาใจสายลุยแบบจัดเต็ม มูลค่าเกือบครึ่งล้าน!

GWM TANK 300 HEV คันแรกและคันเดียวในไทยที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดชุดแต่งมาให้แบบเต็มสูบ เพื่อส่งมอบแรงบันดาลใจให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบการมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ออกไปลุยเพื่อเปิดโสตประสาทในทุกด้าน และเติมเต็มสัญชาตญาณการผจญภัย กับการปรับแต่งอัพลุคให้ดูแข็งแกร่ง ดุดัน ในสีส้มหลังคาดำสุดชิค พร้อมลุยในทุกเส้นทางมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งมูลค่ารวมเกือบครึ่งล้านบาท พร้อมกับชุดแต่งรวมสีรอบคันแสดงความดุดันได้อย่างชัดเจน ทั้งฝากระโปรงใหม่ขนาดใหญ่ กระจังหน้าใหม่พร้อมเส้นไฟคาดยาวระหว่างไฟหน้าซ้าย-ขวา กันชนหน้า-หลังและซุ้มล้อที่ปรับแต่งให้ดูเท่และบึกบึนไปอีกขั้น พร้อมลูกเล่นสุดว้าวด้วยไฟสปอร์ตไลต์บนหลังคาและบันไดข้างไฟฟ้าพร้อมไฟ LED หลากสีสะท้อนความโมเดิร์นแต่แข็งแกร่ง ล้อฟอร์จขนาด 20 นิ้ว ซึ่งเป็นล้อแม็กน้ำหนักเบาที่มีความแข็งแรงทนทานสูงกว่าล้อแม็กทั่วไป และยาง AMP 3×12 50R20 ที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ โดย GWM TANK 300 HEV ในลุค Exploring, Yet Remarkably Unique นี้ สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ความเท่ทั้งรถยนต์รุ่นนี้และผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจนไม่เหมือนใคร สามารถสะกดทุกสายตาของผู้เข้าเยี่ยมชมบูธได้อย่างยอดเยี่ยม ให้จับจ้องทั้งออนโรด-ออฟโรด

ไฮไลต์ #5: เซอร์ไพรส์พิเศษเอาใจแฟนๆ เจนซี ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก Three Man Down ศิลปินสุดฮอตแห่งปีและพรีเซนเตอร์เจ้าสิงโตอารมณ์ดี GWM HAVAL JOLION HEV 5 ธันวาคมนี้

โดย Three Man Down เป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยสปิริตและจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ และมุ่งมั่นเพื่อเติมเต็มความฝัน พร้อมทำสิ่งที่ตนเองรักจนประสบความสำเร็จ โดยวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคมนี้ ทั้งสี่หนุ่ม กิต-เต-ตูน-เส็ง เตรียมขนแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงฮิตทั้ง 5 เพลง เพื่อส่งมอบให้แฟนๆ ได้ออกไปเร่งเครื่องตามล่าสร้างฝันให้เป็นจริง งานนี้ Three Man Down เล่นใหญ่ จัดเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษ “ให้เธอนั่งข้าง ๆ” เตรียมไปรอกรี๊ดกันได้ ณ บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 – 15.00 น.

สัมผัสทั้ง 5 ไฮไลต์ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สร้างสรรค์เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์การขับขี่และเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างด้วยยนตรกรรมพลังงานใหม่ ทั้ง 12 รุ่น ได้ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A05 ภายในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

งานรวมพลคนรักปอร์เช่ ครั้งใหญ่แห่งภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 9

0

เตรียมตัวให้พร้อม ในวันที่ 15 ธันวาคม 2024 งาน Das Treffen ครั้งที่ 9 จะจัดขึ้นที่ Impact Speed Park ซึ่งเป็นสนามแข่งโกคาร์ทในเมืองทองธานี เป็นสถานที่ดั้งเดิมที่คุณสีหบุตร ชุมสาย (Sihabutr Xoomsai) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เต้น” (Tenn) ได้ตั้งใจจัดงานเพื่อรวมตัวกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในแบรนด์ปอร์เช่ (Porsche)

Das Treffen หรือที่แปลว่า “การรวมตัว” ในภาษาเยอรมัน ได้เติบโตมาจากการพบปะกันกลุ่มเล็กๆ ในรูปแบบสบายๆ ไปสู่เทศกาลขนาดใหญ่ ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะศูนย์กลางของชุมชนปอร์เช่ (Porsche) การยอมรับในระดับโลกนี้ได้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในประเทศไทย เช่น Porsche Design Tower Bangkok ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหรูหราสำหรับผู้หลงใหลในรถสปอร์ต และ Curvistan Bangkok พื้นที่แห่งความหลงใหลสำหรับแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ในย่านทองหล่อที่คึกคักของกรุงเทพฯ

ธีมของงานในปีนี้คือ ‘Limited Edition’ หรือ ‘รุ่นลิมิเต็ด’ ซึ่งหมายความว่าผู้เยี่ยมชมงานจะได้พบกับรถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche) รุ่นหายาก ทั้งรุ่นวินเทจและรุ่นใหม่ที่เป็นที่หมายปองไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสินค้าพิเศษที่ออกแบบโลโก้ เป็นเลข ‘9’ ในรูปแบบสไตล์ที่เหมือนกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของ 911 เทอร์โบ (Turbo) ในปี 2024 นี้อีกด้วย ส่วนสีพื้นหลังของแบนเนอร์ภายในงานปีนี้ก็มีความพิเศษ โดยใช้สีใหม่จากปอร์เช่ (Porsche) ที่เรียกว่า เทอร์โบไนท์ (Turbonite) ซึ่งเป็นการให้เกียรติต่อการฉลองครบรอบของรุ่นเทอร์โบ (Turbo)

 

The Porsche Village ณ งาน Das Treffen 9

ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค (Porsche Asia Pacific) และ ปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Thailand) เตรียมเปิดตัวพื้นที่ต้อนรับใหม่ที่เรียกว่า Porsche Village ในงาน Das Treffen 9 ซึ่งเป็นพาวิลเลียนเปิดโล่ง  2 ชั้นที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถชมวิวที่กว้างขวางของพื้นที่จัดแสดงรถสุดพิเศษที่หายากและรถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche) ได้อย่างเต็มที่

ทีมงานปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Thailand) ยังได้นำรถพิเศษหลากหลายคันมาจัดแสดงที่พาวิลเลียนแห่งนี้ ซึ่งผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมงานสามารถจะได้ชมรถ 911 อาร์ (911 R) ซึ่งเป็นแชมป์ในรายการ World Endurance Championship ที่โซน #Raceborn, รถ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) รุ่นดั้งเดิม, 918 สไปเดอร์ (918 Spyder) และรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นล่าสุดจาก Weissach อย่าง 911 S/T

ที่ใจกลางของ Porsche Village ผู้เยี่ยมชมงาน Das Treffen 9 จะได้พบกับผลงานสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ไทคานน์ เทอร์โบ เอส เซเลสเชียล เจด (Taycan Turbo S Celestial Jade) ซึ่งได้รับการสรรสร้างขึ้นโดยปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค (Porsche Asia Pacific) ร่วมกับศิลปินและวิศวกรจากแผนก Sonderwunsch ที่แผนก Porsche Exclusive Manufaktur โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการยกย่องภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมอันล้ำหน้า

ไฮไลต์อื่นๆ ในงานนี้รวมถึงรถ Food Truck ที่คอยบริการผู้เดินชมงาน, บูธธีม Curvistan, และดีเจที่เปิดเพลงตลอดคืน งาน Das Treffen 9 จะจัดขึ้นที่ Impact Speedpark เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ธันวาคม 2024 ตั้งแต่เวลา 15:00 น. ถึง 21:00 น. การเข้าชมงานฟรีสำหรับทุกคน และเจ้าของรถปอร์เช่ (Porsche) สามารถจอดรถภายในสนามแข่งโกคาร์ท ส่วนที่จอดรถสำหรับผู้เข้าชมงานทั่วไปจะมีให้บริการบริเวณใกล้เคียง