Home Blog Page 143

“เอ็มจี” เผยยอด “NEW MG4 ELECTRIC” ช่วงไตรมาสแรก โตขึ้น 45% พร้อมเดินหน้าส่งมอบให้กับคนไทยต่อเนื่องตลอดปี

0
New MG 4

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยยอดขายในไตรมาสแรกของปี โดย NEW MG4 ELECTRIC ขึ้นแท่นรถอีวียอดนิยมในประเทศไทยคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมียอดขายสะสมทั่วโลก ณ ปัจจุบันมากกว่า 180,000 คัน ตอกย้ำการเป็นรถแฮทช์แบคอีวีรุ่นยอดนิยมทั่วโลก โดย เอ็มจี ได้นำรถรุ่นนี้เข้ามาผลิตในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคสามารถ เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

MG 4 1

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์ที่บุกเบิกตลาดอีวีในประเทศไทยให้ได้รับความนิยม โดย ณ ปัจจุบัน เราถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด ทั้งในรูปแบบของเอสยูวีอีวี รถสเตชันแวกอนอีวี รถแฮทช์แบคอีวี รถ e-MPV และรถโรดสเตอร์อีวี ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และรองรับการใช้งานที่แตกต่าง โดยเฉพาะรุ่น NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยตัวเลขยอดขายสะสมรวม ทั่วโลกกว่า 180,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี 10 เดือน ทั้งยังสร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญให้กับแบรนด์ เอ็มจี ในตลาดอีวีประเทศไทย โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในส่วนของยอดรวมทุกรุ่นของรถไฟฟ้า เอ็มจี สามารถสร้างสถิติครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในไตรมาสแรกด้วยสัดส่วน 14.7% โดยมียอดรวมทุกรุ่นกว่า 2,661 คัน”

MG 4 2

NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถแฮทช์แบคไฟฟ้าของ เอ็มจี โดยเป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ดีไซน์มาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ มาพร้อมหลากหลายจุดเด่น ที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่ขับสนุกเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ ถือเป็นโมเดลที่มีความครบครันทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า ด้วยราคาจัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 709,900 บาท ในรุ่น STANDARD RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 423 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และราคา 889,900 บาท ในรุ่น LONG RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง XPOWER ที่มาพร้อมมอเตอร์คู่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในราคาจำหน่ายที่ 1,119,900 บาท

MG 4 3

ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของและทดลองขับ NEW MG4 ELECTRIC ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพเอ็มจีทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองภายในเดือนเมษายนนี้ โดยติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.mgcars.com/th/Promotion/Detail/New-MG4-Electric-2024-Promotion

MG 4 5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

“เอ็มจี” เผยโฉมรถต้นแบบล่าสุด MG EXE181 ต่อสาธารณชนครั้งแรกที่งานปักกิ่ง ออโต้โชว์ 2024

0
MG EXE181 Pic Open

SAIC MOTOR CORPORATION นำรถต้นแบบรุ่นล่าสุดภายใต้ชื่อ MG EXE 181 เปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานปักกิ่ง ออโต้โชว์ ครั้งที่ 18 หรือ Beijing International Auto Show 2024 โดยรถรุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 415 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเร่งทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในชั่วพริบตาไม่ถึง 1 วินาที ออกแบบโดย SAIC Motor UK Advanced Design Center เพื่อแสดงให้เห็นถึงรถยนต์ไฟฟ้าในยุคอนาคตที่จะเกิดขึ้น โดยรถต้นแบบรุ่นนี้มีกำหนดนำไปจัดแสดงอีกครั้งในเทศกาล Goodwood Speed Festival 2024 ณ ประเทศอังกฤษ ในเดือนกรกฎาคมของปีนี้ โดยนอกจากรถรุ่นดังกล่าว ทางบริษัทฯ ยังได้นำรถยนต์รุ่นอื่นๆ กว่า 97 รุ่น โดยกว่า 70% ของรถที่นำมาจัดแสดงภายในบูธเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใส่ใจและความเอาจริงเอาจังในการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการส่งเสริมความยั่งยืนผ่านการคิดค้นเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมของบริษัทฯ

MG EXE181  7
เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักจากการสร้างสรรค์รถเพื่อการแข่งขันและสามารถสร้างความสำเร็จในสนามแข่งได้ในช่วงปี ค.ศ. 1920-1960 ซึ่งหนึ่งในรุ่นที่ถูกนำมาออกแบบเป็นรถต้นแบบ (Concept car) ภายใต้ชื่อ MG EXE 181 ในครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากรถที่เป็นตัวแทนของการทำระดับความเร็วสูงสุดที่เป็นสถิติถึง 410.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงปี ค.ศ. 1959-2014 โดย Mr. Phil Hill หนึ่งในแชมป์โลก F1 คนแรกของสหรัฐฯ โดยรถต้นแบบที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ ออกแบบโดย SAIC Motor UK Advanced Design Center เพื่อการยกย่องแบรนด์และการก้าวขึ้นสู่จุดสำคัญของโลกยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นตัวอย่างผลงานความสำเร็จจากความพยายามที่ยืนยาวของแบรนด์ในการมุ่งมั่นในเรื่องการแข่งขัน และการทำความเร็ว

MG EXE181  8
โดยรถต้นแบบ MG EXE 181 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 415 กม./ชม. พร้อมกับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่ 0.181 และสามารถทะยานเข้าสู่ “คลับ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซับ-1 วินาที” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของ เอ็มจี กับคำสัญญาของอนาคตในด้านนวัตกรรมและความเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ รถต้นแบบคันนี้ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งาน Beijing Auto Show ครั้งที่ 18 และมีแผนปรากฏตัวสู่สาธารณชนอีกครั้งที่ยุโรป ในงานระดับโลกอย่าง Goodwood Festival of Speed ในเดือนกรกฎาคมนี้

MG EXE181 9
ปี ค.ศ. 2024 นี้ถือเป็นปีที่สำคัญของ เอ็มจี ในโอกาสครบรอบหนึ่งศตวรรษ กับความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายยอดขายทั่วโลกให้ได้ 1 ล้านคัน ซึ่งหนึ่งในรุ่นไฮไลท์อย่าง MG CYBERSTER ถือเป็นหนึ่งในโมเดลเอกลักษณ์ของแบรนด์ เอ็มจี รุ่นล่าสุด โดยรถรุ่นนี้ได้รับรางวัลระดับโลกที่เกี่ยวกับการดีไซน์ ได้แก่ รางวัล German Red Dot Product Design Award 2024 รางวัล German iF Design Award 2024 และรางวัล G-Mark Excellent ของญี่ปุ่น ด้วยดีไซน์ของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและแฝงไปด้วยความคลาสสิกอย่างมีเอกลักษณ์ โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถโรดสเตอร์คลาสสิกอย่าง MGA และ MGB ประกอบกับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยรถ MG CYBERSTER ถือเป็นรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน โดยในครึ่งปีแรก MG CYBERSTER ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2.499 ล้านบาท และมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดหลายแห่งรวมถึงยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

MG EXE181 6

อีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งในประเทศไทยได้มีการเปิดตัวรุ่น XPOWER ที่มีสมรรถนะที่ทรงพลังสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.8 วินาที ในราคา 1,119,900 บาท นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน 2022 ที่ผ่านมา NEW MG4 ELECTRIC สามารถสร้างยอดขายรวมทั่วโลก ได้มากกว่า 180,000 คัน

MG EXE181 4

 

 

“NETA” เดินหน้าแผนงานในไทย ลงนาม MOU ร่วมรับสิทธิมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่สอง EV3.5

0
Neta Pic Open

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดย มร. ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่สอง หรือ EV3.5 ระหว่าง NETA กับกรมสรรพสามิต โดยมีคณะผู้บริหารของบริษัทฯ และตัวแทนของกรมสรรพสามิตร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องราชวัตร กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

Neta 1

“มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลไทยเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นแล้วยังเป็นการสนับสนุนภาคการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้นโดยมีกรมสรรพสามิตเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังและเต็มที่”

“การเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่สอง หรือ EV3.5 ในครั้งนี้ จะทำให้ NETA สามารถนำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมสู่ตลาดเมืองไทยได้หลากหลายรุ่นมากยิ่งขึ้นโดยจะเริ่มจากการแนะนำ NETA X รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Compact SUV โดดเด่นด้วยดีไซน์ มาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางตอบสนองไลฟ์สไตล์ความบันเทิงของคนรุ่นใหม่และฟังก์ชันการใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ตลาดประเทศไทยด้วยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายนนี้ และมีแผนแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นต่างๆ อย่างต่อเนื่องรองรับกับความต้องการของลูกค้าคนไทย ในขณะที่ NETA V-II ซึ่งผลิตจากโรงงานในประเทศไทยภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่หนึ่ง หรือ EV 3.0 จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป” มร.ชู กังจื้อ กล่าว

Neta 2

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023-9981 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่:
● Facebook : Neta Auto Thailand
● NETA Line Official : @netaautothailand
● Website : www.neta.co.th

“Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” พร้อมระเบิดความมันส์ทั้ง 5 สนาม

0
Toyota GAZOO Racing Pic Open

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 ณ TOYOTA ALIVE ถ.บางนา-ตราด กม. 3

 Toyota GAZOO Racing 1

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มบุกเบิกวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยเจตนารมณ์ที่จะยกระดับ และเพิ่มความนิยมในกีฬาประเภทนี้ให้แพร่หลาย ไม่ว่าจะด้วยการจัดการแข่งขัน ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และให้การสนับสนุนให้แก่ผู้ที่มีความฝัน ตั้งแต่ระดับเยาวชน ไปจนถึงนักแข่งระดับอาชีพ ให้ได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากความทุ่มเทในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง โตโยต้าได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในวงการนี้อย่างแท้จริง

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “สำหรับโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ตคือรากฐานในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า เราตระหนักว่า สภาพแวดล้อมที่สุดขีดของมอเตอร์สปอร์ต คือสนามที่ “รถลงวิ่ง เกิดปัญหา และมีการแก้ไขปรับปรุง จนเป็นรถที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม” และการเข้าการแข่งขัน จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะสะท้อนมายังไลน์อัพของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ให้กับลูกค้าของเรานั่นเอง”

 Toyota GAZOO Racing 2

“ในประเทศไทย ปีนี้เป็นปีที่โตโยต้ามอเตอร์สปอร์ต ดำเนินกิจกรรมเป็นปีที่ 38 เรามุ่งสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทย ผ่านความมุ่งมั่น เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า ปัจจุบัน เราร่วมมือกับ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (TMC) ที่ประเทศญี่ปุ่น และ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (TMA) เพื่อพัฒนายนตรกรรม ภายใต้สนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย”

“นอกจากนั้น เราขอเปิดตัวรถ 3 คัน ที่ล้วนใช้เชื้อเพลิงที่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้กลยุทธ์ความหลากหลายด้านทางเลือก เริ่มจาก Yaris e-fuel และ Ativ e-fuel ที่จะเข้าร่วมรายการ Yaris One Make Race และยังมี Yaris e-fuel ที่จะร่วมรายการ Thailand Super Series รวมถึง Altis e-fuel จะร่วมรายการ Idemitsu Super Endurance ขอให้ทุกท่านร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนนักแข่งจากทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand กันนะครับ”

 Toyota GAZOO Racing  2

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงการแข่งขันในปีนี้ว่า “ปีนี้ Toyota ยกระดับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตไปอีกขั้น ผ่านความร่วมมือระหว่างวิศวกรชาวไทย จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (TMA) และทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand ร่วมกันศึกษาและพัฒนาสมรรถนะรถในสนามแข่งจริง เราได้เตรียมรถทั้งหมด 4 รุ่น New Hilux Champ, New Hilux REVO GR Sport Wide Tread, Corolla Altis e-fuel, Yaris e-fuel เพื่อเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ อาทิเช่น Thailand Super Series, Asia Cross Country Rally และ Idemitsu Super Endurance โดยผลการศึกษาวิจัยรถ ภายใต้สภาวะแบบสุดขีดจากสนามแข่งจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนารถยนต์โตโยต้าในอนาคตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าคนไทยได้อย่างดีที่สุด

 

“และในส่วนของกิจกรรม โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ 2024 เรายินดีที่จะมอบความสนุกสนาน ให้กับผู้ที่ชื่นชอบรถ และ กีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยจะจัดกิจกรรมในรูปแบบ เฟสติวัล ซึ่งจะมีทั้งการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race และกิจกรรม Entertainment มากมาย เริ่มจากการแข่งขัน One Make Race มีรถที่จะลงพิสูจน์สมรรถนะทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ Yaris ATIV Lady One Make Race, YARIS One Make Race, New Hilux REVO One Make Race และ Corolla ALTIS GR Sport One Make Race เรายังคงมุ่งมั่นส่งเสริม ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยมีการเพิ่มรถแข่ง Yaris Ativ ที่ใช้น้ำมัน e-fuel ซึ่งจะขับโดย “น้องพิชชา มิย่า ทองเจือ” และ ยังมีนักแข่ง Toyota Gazoo Racing Star Team คนใหม่ “น้อง ป๊าย ปาย โอริโอ้” Influencer ชื่อดังที่จะใช้รถ Yaris e-fuel ร่วมแข่งขันในรายการ Yaris OMR

นายศุภกร กล่าวถึงกิจกรรมความบันเทิงในปีนี้ว่า “นอกจากความเข้มข้นในสนามแข่งแล้ว แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจะได้พบกับ กิจกรรม GR Performance Show นำทีมโดยนักขับมืออาชีพระดับเอเชีย มาโชว์สมรรถนะของรถ ในรูปแบบ Drift และ Gymkhana และ กิจกรรม lifestyle ใหม่ๆ อาทิ GR Night Festival ตลอดจนเหล่า influencer ชื่อดังมาช่วยสร้างสีสันในการแข่งขัน ณ สนามบางแสน ภูเก็ต และเชียงใหม่ ห้ามพลาดกันนะครับ!”
นอกจากนี้ นายศุภกรยังเชิญชวนเยาวชนที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ได้มีส่วนร่วม “เรายังร่วมกับ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น สนับสนุนกีฬา e-Motorsports จัดการแข่งขัน ชิงแชมป์ Toyota Gazoo Racing GT Cup 2024 ผ่านเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนนักแข่งจากประเทศไทย ไปร่วมประลองฝีมือในเวทีระดับโลก เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตใน โอกาสนี้ ผมขอเชิญชวน เหล่าเกมเมอร์สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ Website : toyotagazooracing.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้ทุกท่านร่วมกันเชียร์ นักกีฬา e-Motorsport ชาวไทย เพื่อเป็นตัวแทนในระดับเอเชียแปซิฟิกและระดับโลก

“ผมมั่นใจว่า กิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand ในปีนี้ จะมอบรอยยิ้ม และความสุข ให้กับลูกค้าชาวไทยทุกท่าน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย YOKOHAMA / Modellista โดย TCD Asia / LENSO / ARTO / Singha Corporation และพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ร่วมสนับสนุน กิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand มาโดยตลอด Let’s Build Future Together”

Toyota Gazoo Racing Thailand 2024 “MAKE EVER-BETTER CARS” From Circuit to the Road

โตโยต้าจัดการแข่งขัน โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต ภายใต้ปรัชญา “ถนนสร้างคน และคนสร้างรถ” (Roads build people, and people build cars) มุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างสรรค์ “ยนตรกรรม ที่ดียิ่งกว่า” (MAKE EVER-BETTER CARS) โดยปีนี้เราร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ในการเรียนรู้พัฒนาคน และ พัฒนารถยนต์ในอนาคต ทั้ง Hilux Champ ที่พัฒนาเพื่อลงแข่งขันในรายการ Thailand Super Series และ New Hilux REVO GR Sport Wide tread เพื่อร่วมแข่งในรายการ Asia Cross Country Rally โดยเราศึกษาพัฒนาจากสภาวะแวดล้อมของประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่า ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับรถในสนาม จะนำไปสู่การพัฒนารถยนต์ที่มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น

 Toyota GAZOO Racing 7

นอกจากนี้ โตโยต้ายังสนับสนุนทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารถผ่านการแข่งขันในรายการต่างๆ ตอบสนองต่อแนวคิด MAKE EVER-BETTER CARS และยกระดับการแข่งขัน ด้วยการนำรถแข่งขุมพลังงานที่เป็นกลางทางคาร์บอน อีกหนึ่งทางเลือกของพลังงานแห่งอนาคต เข้าร่วมแข่งขัน

 Toyota GAZOO Racing
8

พบความสนุกสนานเร้าใจของกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand 2024 ภายใต้แนวคิด “MAKE EVER BETTER CARS” Form Circuit to the Road กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ทั้ง 4 รุ่น

Yaris ATIV Lady One Make Race รถ ECO Sedan ยอดนิยม มอบความสนุกสนาน เร้าใจ ด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับ สำหรับนักแข่งหญิงที่ชื่นชอบความเร็ว โดยในปีนี้ ยังได้สาวสวยจาก “Toyota Racing Star Team” น้อง “พิชชา มิย่า ทองเจือ” ร่วมลงแข่งด้วยรถ ATIV e-fuel คันใหม่

YARIS One Make Race Hatchback ECO Car ยอดนิยม Toyota YARIS รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i สำหรับนักแข่งระดับ Entry โดยปีนี้มีนักแข่งหน้าใหม่ “ป๊าย ปาย โอริโอ” ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาเป็นสมาชิก Toyota Racing Star Team คนใหม่ พร้อมเปิดประสบการณ์ความเป็นกลางทางคาร์บอนในรายการนี้ ด้วยรถแข่ง YARIS e-fuel

Hilux REVO One Make Race เร้าใจกับสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ขับเคลื่อนด้วยพลัง เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี กับบทพิสูจน์ความแกร่ง ทนทาน และช่วงล่างที่เกาะถนนแม่นยำ สำหรับนักแข่งสายดีเซล ที่ชื่นชอบความดิบ หนักแน่น ดุดัน

Corolla ALTIS GR Sport One Make Race Signature แห่งคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือที่ไม่มีใครเทียบด้วย QDR : Quality Durability Reliability สนุกสุดเหวี่ยงกับพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA ที่ลงตัวทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก โดยได้หนุ่มปังปอนด์ อัครวุฒิ ขยับมาร่วมลงแข่งในรุ่น

 Toyota GAZOO Racing 9
ส่งความสุขให้คนไทยด้วยกิจกรรมแบบจัดเต็ม สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต เยาวชนรุ่นใหม่ และผู้มีความหลงใหลในรถ

ยกพลทัพนักแข่งระดับเอเชีย โชว์ดริฟท์และGymkhana พร้อมกิจกรรมความบันเทิงแบบ beach lifestyle ณ การแข่งขันสนามที่ 2 จังหวัดภูเก็ต

GR Night Festival พร้อมโชว์ดริฟท์และ Gymkhana โดยนักแข่งระดับเอเชีย จัดเต็มความบันเทิงสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต ในบรรยากาศหลังอาทิตย์ตกดิน ณ การแข่งขันสนามที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่

Exclusive Meet & Greet กับสมาชิก Toyota Racing Star Team “พิชชา มิย่า ทองเจือ” “ปังปอนด์ อัครวุฒิ” และ “ป๊ายปาย โอริโอ” ที่จะมาพบปะแฟนๆ และสร้างสีสัน ณ การแข่งขันทั้ง 5 สนาม

 Toyota GAZOO Racing 6

พบสีสันความบันเทิงอื่นๆ รวมถึงร้านอาหาร ร้านอุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมโปรโมชันจากผู้แทนจำหน่าย และความสนุกสนานพร้อมของแจกเพียบ จาก Yokohama, Modellista, Lenso และ Singha

การแข่งขัน e-Motorsports ชิงแชมป์ “Toyota Gazoo Racing GT Cup 2024” ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น

กลับมาอีกครั้ง กับการเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 บนเครื่อง Play Station ชิงแชมป์ถ้วย Toyota Gazoo Racing GT Cup 2024 และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประลองฝีมือ ในระดับเอเชียแปซิฟิกและระดับโลก เกมเมอร์ไทยที่สนใจประลองฝีมือ สามารถสมัครเข้าร่วมลงแข่งขันได้ที่ www.toyotagazooracing.com ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” ทั้ง 5 สนาม ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

เปิดการแข่งขันสนามแรก วันที่ 5-7 กรกฎาคม ชลบุรี
สนามที่ 2 วันที่ 3-4 สิงหาคม ภูเก็ต
สนามที่ 3 วันที่ 13-14 กันยายน บุรีรัมย์
สนามที่ 4 วันที่ 9-10 พฤศจิกายน เชียงใหม่
ชิงแชมป์ประจำปีสนามสุดท้าย วันที่ 19– 20 ธันวาคม บุรีรัมย์

ติดตามทุกความมันส์และความเคลื่อนไหว “Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” ได้ที่

FB: Toyota GAZOO Racing Thailand
TikTok: tgr.thailand
Instagram: tgrthailand

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” แต่งตั้ง มร. ธอมัส กอเรียน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจคนใหม่

0
บีเอมดับเบิลยู 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง มร. ธอมัส กอเรียน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ซึ่งย้ายกลับไปรับตำแหน่งที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ณ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

มร. กอเรียน ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มานานกว่า 12 ปี โดยก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายภูมิภาคของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยดูแลประเทศอินเดียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในด้านการขายและการตลาดจากตำแหน่งก่อนหน้าในฐานะผู้ชำนาญการด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์และราคา ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็น การวางกลยุทธ์ด้านราคา การวางแผนการขาย และการวางแผนผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นจึงได้ย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการบริหารคุณภาพและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และผู้จัดการฝ่ายขายภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับตำแหน่งใหม่ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจสำหรับตลาดประเทศไทยนี้ มร. กอเรียน จะรับผิดชอบการบริหารและพัฒนาภาพรวมของการขายของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย รวมถึงการวางกลยุทธ์และการบริหารจัดการเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการขายสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นประกอบในประเทศไทย

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ต้อนรับ
มร. ธอมัส กอเรียน ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่าทศวรรษของการทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ มร. กอเรียน
จะช่วยสร้างความสำเร็จของเราในตลาดยนตรกรรมพรีเมียมให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เรามั่นใจว่า มร. กอเรียน จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการบริหารและวางกลยุทธ์ขององค์กรให้ไปถึงความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาของบีเอ็มดับเบิลยู ในประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง”

“และในโอกาสนี้ เราขอแสดงความชื่นชม มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ในความทุ่มเทที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อองค์กรของเรา ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ความเสียสละและความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมของ มร. ดอนเนอซาน มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างมากของบีเอ็มดับเบิลยู นำไปสู่การได้รับยอดจดทะเบียนสูงสุดและการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยเป็นเวลาสี่ปีติดต่อกัน เราภูมิใจที่ มร. ดอนเนอซาน เป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญของเราและร่วมขับเคลื่อนการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครและเสริมสร้างความภักดีในแบรนด์ให้แก่ลูกค้าของเรา ขอขอบคุณ มร. ดอนเนอซาน และขอให้ประสบความสำเร็จกับเส้นทางต่อไปใน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในมิวนิค” มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา กล่าวสรุป

“เอเอเอสฯ” ขนทัพยนตรกรรมปอร์เช่เยือนแดนไข่มุกอันดามันรับซัมเมอร์

0
เอเอเอส ภาพเปิด

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส เยือนแดนไข่มุกอันดามันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าจังหวัดภูเก็ต และในโซนภาคใต้ สัมผัสประสบการณ์แห่งการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่สะท้อน DNA ของปอร์เช่หลากหลายรุ่น กับสุดยอดยนตรกรรม อาทิ Porsche 911 Carrera, Taycan, Panamera, Cayenne และ Macan ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 25 -28 เมษายน 2567 ณ อินเตอร์คอนติเนนตัลภูเก็ต รีสอร์ท พร้อมเสิร์ฟความเอ็กซ์คลูซีฟด้านการบริการหลังการขาย กับกิจกรรม Porsche Mobil Service Clinic ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ปอร์เช่ ฟรี 24 รายการ ให้กับลูกค้าเอเอเอสฯ ภายใต้นโยบาย AAS Looking After You and Your Car โดยลูกค้าที่ บี-ควิก โลตัส สามกอง (ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9) ด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัย พร้อมทีมช่างผู้ช านาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานระดับเหรียญทองจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี

เอเอเอส 1

ภายในงานดังกล่าว ทางเอเอเอสฯ ยังได้น าทีม Porsche Pros ผู้เชี่ยวชาญจากทาง Porsche ซึ่งผ่านการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ (Instructor) จากทางโรงงานปอร์เช่โดยตรง มาคอยดูแลให้ค าปรึกษา เทคนิคและข้อแนะน าในการขับขี่เพื่อความปลอดภัยทั้งก่อนและหลังการทดลองขับแบบเต็มสมรรถนะ

เอเอเอส 2

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนและนัดหมายทดลองขับ ที่ Devas’ Lounge อินเตอร์คอนติเนนตัลภูเก็ต รีสอร์ท สัมผัสบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในห้องรับรองพร้อมเครื่องดื่มและอาหารว่าง Afternoon Tea Sets ชั้นเลิศที่คัดสรรอย่างดี

เอเอเอส 3

สำหรับลูกค้าคนสำคัญกับอีกกิจกรรมไฮไลท์พิเศษที่ไม่ควรพลาด เอเอเอสฯ ร่วมกับ K-Bank จัดสัมมนาสไตล์ Tips Talk หัวข้อ “ทิศทางการลงทุน ปี2567” (พอร์ตหุ้น) โดย คุณกรกฏ กมลเนตรพสิุทธิ์ผู้ชว่ ยกรรมการผู้จัดการ (หลักทรัพยก์ สิกรไทย) เพื่อการวางแผนและผู้ที่สนใจในการลงทุน ปิดท้ายด้วยกิจกรรม ศาสตร์แห่งตัวเลขทุกแขนง โดย อาจารยค์ ฑา ชินบัญชร ซึ่งจัดขึ้นเฉพาะวันอาทิตย์ ที่28เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00–16.30 น. ณ ห้อง Arlang Ballroom

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกชมและช๊อปสินค้า Porsche Lifestyle กับ Porsche Collection พิเศษ ที่ทางเอเอเอสฯ มอบส่วนลดพิเศษ 25% เอาใจนักสะสม และร่วมสนุกกับบูทพาร์ทเนอร์ KBank, KLeasing, Ergo, Sulwhasoo ที่มาสร้างสีสันภายในงานนี้ด้วย

สนใจเข้าร่วมกิจกรรมลงทะเบียนได้ที่:
Exclusive Test Drive: Join the AAS Porsche Ride in Phuket
https://bit.ly/3Q9kFl3
Investment Tips Talk and Personalised Mutelu: Join the AAS Porsche Ride in Phuket
https://bit.ly/4aE378Ohttps://bit.ly/4aE378O

“นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” ผงาดคว้าแชมป์ไทยลีก 2

0
มาสด้า ภาพเปิด

หลังจากมาสด้าประกาศหนุนสวาทแคทต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อลงสู้ศึกไทยลีก 2 ตลอดฤดูกาลนี้ เพราะมาสด้ายังคงเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ของทีม ส่งผลให้แมตช์ก่อนสุดท้ายที่เดิมพันด้วยตำแหน่งแชมป์ เจ้าแมวพิฆาตก็ไม่ทำให้แฟนบอลชาวโคราชผิดหวัง ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะทีมหนองบัว พิชญ คู่แข่งสำคัญที่กำลังเบียดกันลุ้นแชมป์ไปสุดมัน 3-0 ผงาดคว้าแชมป์ ครองความยิ่งใหญ่ท่ามกลางแฟนบอลเข้าชมเต็มสนามกว่า 25,000 คน ที่เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม พร้อมกลับขึ้นสู่ไทยลีกอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

มาสด้า 1

มาสด้าส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทีมสวาทแคทมาตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นอยู่ในไทยลีก 2 จนทีมสามารถก้าวขึ้นสู่ไทยลีกซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศในฐานะแชมป์ รวมระยะเวลากว่า 11 ปี และโลดแล่นอยู่ในไทยลีกนานถึง 9 ปี แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาทีมสวาทแคทหล่นลงมาเล่นในไทยลีก 2 แต่ทั้งนี้ทางผู้บริหารสโมสรฯ ประกาศชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาแฟนๆ แมวพิฆาตว่าปีนี้จะต้องกลับขึ้นสู่ไทยลีกให้ได้อีกครั้ง และก็ทำได้สำเร็จพร้อมสร้างความสุขให้กับแฟนบอลด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีก 2 มาได้อย่างสวยสดงดงาม โดยไม่แพ้ทีมใดในบ้านถึง 17 นัด และเสียประตูน้อยกว่าทุกทีมตลอดฤดูกาล ซึ่งแมตช์สุดท้ายจะออกไปเยือนทีมจันทบุรีในวันเสาร์ที่ 27 เมษายนนี้

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แมตช์นี้นับเป็นนัดสำคัญยิ่งต่อการตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล มีแฟนบอลหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศเข้าชมการแข่งขันในแมตช์นี้มากสุดถึง 24,556 คน ซึ่งทีมสวาทแคทยังคงครองสถิติอันดับหนึ่งที่มีผู้เข้าชมเกมมากที่สุด วันนี้ทุกคนในทีมต่างร่วมแรงร่วมใจกันลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ด้วยพลังศรัทธาและเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ของทุกคนในทีม ซึ่งเป็น ดีเอ็นเอเฉกเช่นเดียวกับชาวมาสด้า เราไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคและเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มากว่า 100 ปี และอยู่เคียงข้างคนไทยมาถึง 73 ปี และเราจะยังคงอยู่เคียงข้างสังคมไทยตลอดไป มาสด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ฟุตบอลเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันดีของผู้คน ไม่ใช่เฉพาะกับชาวโคราชเท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยทั้งประเทศ”

มาสด้า 3

สำหรับการแข่งขันแมตช์สำคัญในครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญๆ ที่เดินทางมาให้กำลังใจนักเตะของทีมอย่างคับคั่ง ประกอบไปด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสรฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานบริหารสโมสร คณะผู้บริหารของสโมสรฯ พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ รวมถึงเหล่าบรรดานักเตะแมวพิฆาต ทีมสตาฟโค้ช ฝ่ายเทคนิค และนักฟุตบอลเยาวชนจากอะคาเดมี่ ร่วมชมและเชียร์แมตช์นี้จนล้นสนาม

มาสด้า 6

ตลอดเกมการแข่งขันทั้งสองทีมสู้กันสุดเร้าใจท่ามกลางกองเชียร์กว่า 25,000 คน หลังจบเกมการแข่งขันทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นฝ่ายเอาชนะทีมหนองบัว พิชญ เอฟซี ไปได้ 3-0 คว้าแชมป์ไทยลีก 2 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพิธีมอบถ้วยฉลองแชมป์สุดอลังการ และได้รับเกียรติอย่างสูงจาก มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาร่วมชมการแข่งขันและมอบถ้วยเกียรติยศในครั้งนี้

 

“อีซูซุ” ท้าประลองความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “ISUZU ONE MAKE RACE 2024”

0
ISUZU ONE MAKE RACE 2024 Pic Open

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ ฟาอีส ยูไนเต็ด มอเตอร์สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขัน บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ผู้จำหน่ายยางรถยนต์ TOYO TIRE บริษัท อีซียู ช็อป 1 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ บริษัท พีเคออโต้โมทีฟ จำกัด ผู้จำหน่ายคลัตช์ BRC และบริษัท ไพโอเนียร์ เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดทัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์ 3.0 L เหนือลิมิต…พิชิตโลก” รวม 20 คัน ร่วมประชันความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “ISUZU ONE MAKE RACE 2024” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมเงินรางวัลรวม 200,000 บาท” ประเดิมสนามแรก วันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

ISUZU ONE MAKE RACE 2024 2

 

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในรายการ ISUZU ONE MAKE RACE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ซึ่งการแข่งขันในทุกปีที่ผ่านมานั้นได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากนักแข่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน และผู้ชมที่ติดตามการแข่งขันเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ซึ่งในปีนี้จะมีการแข่งขันแยกเป็น 2 รุ่น 2 เรซ คือ ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 UNLIMIT และ ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 PRODUCTION GROUP “N” 2024 รุ่นใหม่ เป็นไฮไลท์สำคัญในปีนี้ เพราะด้วยการสร้างรถแบบ GROUP “N” ตามกติกาสากลโดยใช้เครื่องยนต์มาตรฐานมาจากโรงงาน ปรับปรุงเพิ่มเติมความสวยงามด้วยสปอยเลอร์ด้านหน้าล่างรูปแบบใหม่ เปลี่ยนฝากระโปรงแบบ VACUUM รูปทรงใหม่สร้างแอโรไดนามิคส์ จัดระเบียบเส้นทางของอากาศพลศาสตร์เป็นอย่างดี ปรับปรุงช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะ โช้ค สปริง แหนบ ใส่ระบบเบรกแบบ 8 POT ต่อยอดจากการทำรถแข่งรุ่นก่อนๆ และพัฒนาฝีมือนักขับให้ดีขึ้น ซึ่งได้ตอกย้ำภาพลักษณ์รถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ในฐานะรถแข่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นทั้งในด้านความแรง และการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นเลิศจนได้รับการยอมรับจากนักแข่งชั้นนำในวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยที่สนใจเข้าร่วมทำการแข่งขันในรายการนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้กลุ่มตรีเพชรขอขอบคุณคณะผู้จัดการแข่งขัน และนักแข่งรายการ “ISUZU ONE MAKE RACE 2024” ทุกท่าน ที่เลือกใช้รถ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ให้เป็นรถแข่งคู่ใจในการแข่งขัน สำหรับการแข่งขันในปีนี้ได้รับเกียรติจาก โดม Black Vanilla-คุณราชนันทร์ คุณาริยานุกูล นักดนตรีที่ผันตัวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 PRODUCTION GROUP “N” นอกจากนี้ขอแสดงความยินดีกับ คุณฐณะวัฒน์ ตั้งจิตรมณีศักดา จากการคว้าแชมป์ ในรุ่น 1.9 และคุณธนพล ชูเจริญผล แชมป์ในรุ่น 3.0 ได้รับรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท จากการแข่งขัน Isuzu One Make Race 2023 ด้วย”

ISUZU ONE MAKE RACE 2024 6

 

ร่วมเชียร์นักแข่งในรายการ “ISUZU ONE MAKE RACE 2024” เพื่อชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่า 200,000 บาท เริ่มการแข่งขันสนามแรกในวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี และจะทำการแข่งขันแบบออนทัวร์เพื่อเก็บคะแนนในแต่ละสนาม และจัดลำดับผู้เข้าแข่งขันในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง เพื่อค้นหาที่สุดเจ้าแห่งความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแห่งปี 2024

ISUZU ONE MAKE RACE 2024 5

สำหรับกำหนดการแข่งขันทั้ง 6 สนาม ดังนี้
•สนามที่ 1 วันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 สนามพีระเซอร์กิตพัทยา ชลบุรี
•สนามที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567 สนามพีระเซอร์กิตพัทยา ชลบุรี
•สนามที่ 3 วันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2567 สนามแก่งกระจานเซอร์กิต เพชรบุรี
•สนามที่ 4 วันที่ 4 – 6 ตุลาคม 2567 สนามพีระเซอร์กิตพัทยา ชลบุรี
•สนามที่ 5 วันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2567 สนามพีระเซอร์กิตพัทยา ชลบุรี
•สนามที่ 6 วัน ที่ 6 – 8 ธันวาคม 2567 สนามพีระเซอร์กิตพัทยา ชลบุรี

ISUZU ONE MAKE RACE 2024 3

ติดตามข้อมูลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “ISUZU ONE MAKE RACE 2024” ได้ที่ www.isuzu-tis.com และ www.facebook.com/allnewisuzudmax

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” แต่งตั้งผู้บริหารใหม่ พร้อมเดินหน้าเสริมทัพ สร้างความเติบโตต่อเนื่อง

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย ดูแลรับผิดชอบด้านการขายและบริการหลังการขาย รวมถึงสายงานการตลาด สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ พร้อมเสริมทัพด้วยสองผู้บริหารชาวญี่ปุ่นที่จะร่วมสนับสนุนการทำงาน ได้แก่ มร. ทะอิจิ นาคาจิมะ ในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขายและการตลาด และ นางสาว ริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567

มิตซูบิชิ 1

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ ได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนาน จนเป็นที่ยอมรับในความมุ่งมั่นทุ่มเท ความเฉียบคมทางธุรกิจ รวมถึงทักษะความเป็นผู้นำที่ดี โดยก่อนหน้านี้ ได้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย นับตั้งแต่ปี 2564 และในปัจจุบัน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย เพื่อดูแลรับผิดชอบในการยกระดับและสร้างความแข็งแกร่งด้านการขายและบริการหลังการขาย รวมถึงสายงานการตลาด สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่อง และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

มิตซูบิชิ 2

ขณะที่ มร. ทะอิจิ นาคาจิมะ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขายและการตลาด เพื่อดูแลรับผิดชอบในด้านการปฏิบัติการขาย ฝ่ายบริหารการขาย ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ และฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรม ซึ่งครอบคลุมสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน โดย มร. นาคาจิมะ ได้เริ่มต้นทำงานกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในปี 2541 ทางด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ในภูมิภาคยุโรป ก่อนที่จะได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบในหลากหลายตลาดต่างประเทศ ได้แก่ รัสเซีย ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนากลยุทธ์การขาย และการดำเนินการด้านการตลาด

มิตซูบิชิ 4

ด้วยความเชี่ยวชาญในงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ นางสาว ริสึโคะ คาเนะโคะ เริ่มต้นทำงานกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่ปี 2540 และได้สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านการปรับปรุงพัฒนาการขายในประเทศญี่ปุ่น งานวางแผนการตลาดระหว่างประเทศ และ งานบริหารการสื่อสารกับลูกค้า โดยในปัจจุบัน ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ เพื่อดูแลรับผิดชอบฝ่ายสื่อสารการตลาด ฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัล ฝ่ายบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รวมถึงฝ่ายบริการหลังการขาย ฝ่ายอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง และฝ่ายบริการข้อมูลเทคนิค

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ การเสริมทัพผู้บริหารในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทย รวมถึงระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหัวใจสำคัญด้านยุทธศาสตร์ทั้งในเชิงธุรกิจและศูนย์กลางการผลิตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ผ่านมาจึงได้มีการขับเคลื่อนแผนการเติบโตผ่านการลงทุนสำคัญๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การลงทุนในสายการผลิตใหม่สำหรับออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่ประกอบด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะมากกว่า 250 ตัว และการผลิตเครื่องยนต์ใหม่ “ไฮเปอร์พาวเวอร์” ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ในปี 2566 และ การลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเปิดตัวโรงงานพ่นสีแห่งใหม่ที่แหลมฉบัง ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปี 2565

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนการลงทุน ด้วยงบกว่า 500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสายการผลิตที่โรงงานประกอบรถยนต์ ณ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า xEV โดยเริ่มจาก เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ไปพร้อมกับรถยนต์อีโคคาร์ที่ผลิตอยู่เดิม

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเติมเต็มความสนุกเร้าใจในการการขับขี่ เพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ภายใต้ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ด้วยปณิธานที่จะสร้างความเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับสังคมไทยและลูกค้าคนพิเศษ

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย” ครองแชมป์ผู้นำตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี 2567 ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

0
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ภาพเปิด

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย ด้วยการครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยในไตรมาสแรกของปี 2567 จากความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่หลากหลาย บริการที่เหนือระดับ และประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จด้านการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งในไตรมาสที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยู (BEV) เพิ่มขึ้นถึง 108% จาก 6 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX2 บีเอ็มดับเบิลยู iX3 บีเอ็มดับเบิลยู iX บีเอ็มดับเบิลยู i4 บีเอ็มดับเบิลยู i5 และ บีเอ็มดับเบิลยู i7 รวม 487 คัน นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึง 74% ด้วยจำนวนจดทะเบียนอยู่ที่ 548 คัน ผลสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับการประกาศของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการสร้างหมุดหมายครั้งสำคัญด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าสะสมถึง 1 ล้านคันทั่วโลก เพิ่มขึ้นถึง 40.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการผันผวนของตลาดและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค เรายังคงยึดมั่นในการนำเสนอความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมหลากหลาย บริการ และประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม พร้อมมุ่งไปสู่การสร้างสรรค์อนาคตอันยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของเรา และที่สำคัญ ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยนำไปสู่ความสำเร็จของเราในฐานะผู้นำตลาดยานยนต์พรีเมียมได้อย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาจนถึงไตรมาสแรกของปี 2567 นี้ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการและประสบการณ์ที่มีคุณภาพสูงให้กับลูกค้าของเรา ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเหนือกว่าการเปลี่ยนแปลงของราคารถยนต์ในตลาด”

“นอกจากนี้ ยอดจดทะเบียนในกลุ่มรถยนต์ระดับผู้บริหารทั้งประเภทซีดานและรถยนต์อเนกประสงค์ของบีเอ็มดับเบิลยู ก็มีอัตราเติบโตขึ้นถึง 8.6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเราในไตรมาสแรกเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าของเราก็ยังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดการเติบโตที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึง 108.1% จากรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายรุ่น แม้ว่ายอดจดทะเบียนโดยรวมของตลาดยานยนต์ในไทยจะยังต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเซกเมนต์พรีเมียมที่มียอดจดทะเบียนโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูไว้ได้ด้วยยอดจดทะเบียน 3,561 คัน และมินิ 407 คัน ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ผสมผสานการมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ควบคู่กับการพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เรายังคงเป็นผู้นำในตลาดและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม” มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา กล่าว

ในระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ส่งมอบยานยนต์ให้กับลูกค้าจำนวน 594,671 คัน ในไตรมาสแรกของปี 2567 เติบโตขึ้น 1.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สำหรับแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มียอดจำหน่ายรวมที่ 531,039 คัน เพิ่มขึ้นถึง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า ขณะที่มินิ มียอดขายทั่วโลกที่ 62,107 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็สร้างความสำเร็จด้วยยอดขายเดือนมีนาคมที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้มียอดส่งมอบมอเตอร์ไซค์และสกูตเตอร์ในไตรมาสแรกรวมอยู่ที่ 46,434 คัน
นอกจากนี้ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยูรายงานผลการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยจำนวนรถยนต์ที่ส่งมอบให้กับลูกค้าทั่วโลก 78,691 คัน เพิ่มขึ้น 40.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีบีเอ็มดับเบิลยู i4 บีเอ็มดับเบิลยู iX3 บีเอ็มดับเบิลยู iX1 บีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู i7 เป็นรุ่นที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด นอกจากการเติบโตของกลุ่ม BEV ที่สำคัญแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังมียอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 21.6% เมื่อเทียบปีต่อปี สำหรับกลุ่มพรีเมียมไฮเอนด์ในช่วงไตรมาสแรก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งก้าวไปสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและมีความยั่งยืนต่อไปในปี พ.ศ. 2567

ทั้งนี้ ยอดจดทะเบียนอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมของไทยเป็นปีที่ 4 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพ นวัตกรรมการออกแบบ และการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งกว่าใครของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย รวมทั้งตอกย้ำเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยการเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งมอบสุนทรียะแห่งการขับขี่ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต