Home Blog Page 144

เป็นเจ้าของ EQS 500 รถอีวีที่วิ่งไกลที่สุดในกลุ่มลักชัวรี่ในไทย ด้วยข้อเสนอแบบ Worry-Free ทางเลือกใหม่ไร้ข้อกังวลสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์

0
EQS 500 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ส่งแคมเปญเขย่าวงการยานยนต์ไฟฟ้าช่วงกลางปี มอบประสบการณ์อีกขั้นของการขับขี่ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝงด้วย “Worry-Free Package” แพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับรถยนต์รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium โมเดลระดับ Top-End Luxury ของแบรนด์ ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การทดลองขับฟรี นโยบายการเงิน นโยบายการคืนรถ และประกันภัยชั้นหนึ่งจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ นานถึง 2 ปี ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการขับขี่ของคนยุคใหม่ พร้อมเปิดทางเลือกให้อย่างเต็มที่ตามที่ลูกค้าต้องการ

EQS 500 2

เป็นเจ้าของ EQS 500 4MATIC AMG Premium แบบไร้กังวล
จากอินไซด์ของผู้บริโภคและเทรนด์การเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย
สู่แคมเปญที่เข้ามาตอบโจทย์ทุกข้อกังวลของลูกค้าที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอทางเลือกที่ทำให้ลูกค้าสามารถกำหนดรูปแบบการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ตามต้องการ พร้อมเปิดประสบการณ์การครอบครอง EQS 500 4MATIC AMG Premium แบบใหม่
ด้วยโปรแกรมทางการเงินและการบำรุงรักษารถ ทำให้การขับขี่ไร้ความยุ่งยาก เนรมิตทุกการเดินทางให้เป็นไปตามแบบฉบับ “Worry-Free Package”

EQS 500 3

รับข้อเสนอพิเศษ “Worry-Free Package” จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดังนี้
•ทดลองขับฟรี เป็นระยะเวลา 7 วัน
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 2 ปี
•ค่างวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 77,000 บาท
•เมื่อใช้รถครบ 3 ปี สามารถคืนรถได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
•ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง และระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Easy Care & Extra Guarantee ) ตลอด 5 ปี
•การันตีราคาขายต่อภายใต้โปรแกรม mySTAR เมื่อครบสัญญา 3 – 5 ปี
•ข้อเสนอพิเศษเฉพาะ EQS 500 4MATIC AMG Premium สามารถขยายระยะเวลาครอบครองรถเพิ่มอีก 2 ปี พร้อมผ่อนต่อเพียงเดือนละ 60,000 บาท

*เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด

EQS 500 4MATIC AMG Premium ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลตฟอร์มของยานยนต์ไฟฟ้าในทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม ดีไซน์ภายนอก และดีไซน์ภายใน สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นยานยนต์สำหรับโลกอนาคต มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด ผสานการออกแบบตามหลักพลศาสตร์เฉพาะแบบ One Bow Concept ซึ่งทำให้ตัวถังลู่ลม ส่งผลให้ประหยัดพลังงานและขับขี่อย่างปราดเปรียวมากขึ้น มอบระยะวิ่งที่ไกลถึง 702 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบสาระบันเทิงอันโดดเด่น ที่พร้อมจะเปลี่ยนการขับขี่และการโดยสารให้ล้ำสมัยในทุกมิติ

EQS 500 5

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ให้ความมั่นใจ เจ้าเหมียวไฟฟ้า “ORA” ไม่หวั่นแม้วันฝนตก

0
ORA 1

ประเทศไทยได้เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้ว ในช่วงที่ฝนตกหนักอาจมีน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ การขับรถลุยน้ำท่วมจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยาก ผู้ขับขี่หลาย ๆ คนที่สนใจในเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat, ORA Good Cat รุ่น GT หรือ ORA 07 หรือผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อยู่แล้วอาจมีข้อสงสัยและความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานว่าเจ้าเหมียวไฟฟ้าจะสามารถขับลุยน้ำในช่วงหน้าฝนนี้ได้หรือไม่ ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) พร้อมคลายความกังวลเหล่านี้ให้แก่ผู้ขับขี่ชาวไทย พร้อมมอบความเชื่อมั่นว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถใช้งานในช่วงหน้าฝนได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน

ORA 2

ในช่วงหน้าฝนนี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้งานเจ้าเหมียวไฟฟ้าทุกรุ่น จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ตามปกติ ทั้งส่วนมอเตอร์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในตัวรถได้รับการปกป้องด้วยฉนวนไฟฟ้าอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นระบบภายในยังมีเซนเซอร์ตรวจจับไฟฟ้ารั่วและระบบป้องกันการลัดวงจรลงดิน (Ground Fault Protection) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ในช่วงหน้าฝนนี้ การออกแบบที่ทนทานต่อสภาพอากาศของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานในทุกสภาวะอากาศ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกคันได้ผ่านการทดสอบ IP Rating (Ingress Protection) ซึ่งระดับ IP แสดงให้เห็นถึงค่ามาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นเข้าในตัวแบตเตอรี่ โดยรถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นปัจจุบันถูกกำหนดระดับมาตรฐานอยู่ที่ IP67 ซึ่งมีประสิทธิภาพป้องกันน้ำท่วมสูงได้ไม่เกิน 1 เมตร ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที และสามารถลุยน้ำท่วมลึกได้ถึง 40 เซนติเมตร และในกรณีที่ต้องลุยน้ำท่วมในระดับที่สูง ให้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำและคงที่ หลีกเลี่ยงการจอดรถนาน ๆ เนื่องจากความเสียหายอาจเกิดขึ้นจากน้ำที่ซึมเข้าตัวรถและทำให้ตัวรถเกิดความเสียหาย และไม่ว่าจะขับรถประเภทใดก็ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีความสูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันรถยนต์จากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ORA 3

ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังชาร์จไฟอยู่ แต่ฝนตกลงมาและอยู่ในที่กลางแจ้ง ผู้ขับขี่อาจเกิดความกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวรถหรือไม่ ทั้งนี้ช่องสำหรับเสียบอุปกรณ์การชาร์จของเจ้าเหมียวไฟฟ้าทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถูกคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้สามารถป้องกันฝุ่นละอองและป้องกันละอองน้ำผ่านมาตรฐาน IP55 ซึ่งต้องใช้ควบคู่กับอุปกรณ์การชาร์จที่ได้มาตรฐาน IP55 ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้อุปกรณ์การชาร์จโดยทั่วไปจะถูกออกแบบให้สามารถป้องกันน้ำได้เป็นอย่างดี และเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบตัดไฟรั่วและสายดิน พร้อมทั้งระบบป้องกันและที่ครอบที่มีช่องระบายน้ำ จึงทำให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากลางแจ้งขณะฝนตกมีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสถานีชาร์จและปลั๊กชาร์จก่อนใช้งานทุกครั้งว่าอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในสภาพดี ไม่มีส่วนที่ชำรุดหรือเสียหาย เนื่องจากการใช้สถานีชาร์จที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงหน้าฝนอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และตัวรถยนต์ได้ และแนะนำผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการชาร์จไฟในขณะที่ฝนตกหากไม่จำเป็น โดยเฉพาะการชาร์จในสภาพอากาศที่รุนแรงหรือเมื่อฝนตกหนักมากถึงแม้จะมีความเสี่ยงต่ำก็ตาม

ORA 4

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้า พร้อมการบริการหลังการขายที่เยี่ยมยอดให้ลูกค้าได้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% คุณภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยความอุ่นใจ ด้วยการรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานถึง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และหากภายในระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ดังกล่าวนั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ และผู้ผลิตแบตเตอรี่ ตรวจสอบพบว่า ค่า SOH (State of Health) ของแบตเตอรี่ของท่านต่ำกว่า 70% โดยสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ไม่ได้รับความเสียหายจากการใช้งานหรืออุบัติเหตุ ทางบริษัทฯ จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้ใหม่โดยทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ORA 5

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์สันดาปภายใน ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ของท่านทั้งภายในและภายนอกให้อยู่เสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการใช้งานรถยนต์ให้มีความปลอดภัยและเป็นการดูแลรักษารถให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่ที่ปัดน้ำฝน ที่ควรอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน รวมไปถึงไฟสัญญาณต่าง ๆ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกว่ามีความสว่างตามปกติหรือไม่ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝน นอกจากนี้ควรตรวจสอบการสึกหรอของผ้าเบรก รวมถึงแรงดันลมยางและสภาพยางรถยนต์ อีกทั้งควรเอาใจใส่ในการเติมลมยางให้เหมาะสมกับสภาพถนนเปียกและลื่นเพื่อประสิทธิภาพในการเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น หากผู้ขับขี่เกิดเหตุการณ์สุดวิสัยในช่วงหน้าฝนและต้องลุยน้ำเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง เมื่อถึงจุดหมายแล้วควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อขจัดความชื้นออกจากห้องเครื่องยนต์

ORA 6

รถยนต์ไฟฟ้าสามารถพาท่านไปยังจุดหมายปลายทางได้โดยไม่ต่างจากรถยนต์ประเภทอื่น ๆ พร้อมมอบความสะดวกสบาย ประหยัด และการลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่เหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ในทุกการขับขี่ ทุกที่และทุกเวลา ท่านสามารถอุ่นใจได้กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง* ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความพร้อมในการประสานงานและสามารถเดินทางมายังจุดเกิดเหตุได้ภายใน 30 นาทีสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และภายใน 45 นาทีสำหรับบริการรถยก* ลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชัน GWM เพื่อติดต่อบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดต่อผ่าน GWM Contact Centre ที่หมายเลข 02-668-8888 หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ท่านก็สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อรับความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ORA 7

ดังนั้นในช่วงหน้าฝนนี้ ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง สามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจและปลอดภัยไร้กังวล และทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ อยากเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงอุปกรณ์ชาร์จอย่างถูกต้อง เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงฤดูฝนนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

 

เปิดแล้ว“BANGKOK IMPORTED CAR & USED CAR SHOW 2024” งานเดียว!! ที่กล้าการันตี คุณภาพรถยนต์ทุกคันที่ออกจากงานฯ

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศจัดงาน “บางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 หรือ มหกรรมยานยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 15  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “งานเดียวที่กล้าการันตี คุณภาพรถยนต์ ทุกคันที่ออกจากงานฯ” พร้อมจับมือร่วมกับ กรุงศรี ออโต้ , สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว , สยามอินเตอร์การประมูล และ NEW GARAGE Platform สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานธุรกิจซื้อ-ขายรถยนต์ใช้แล้ว และ รถยนต์นำเข้า สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค การันตีรถยนต์ในงานทุกคัน โปรโมชั่นและข้อเสนอสุดเร้าใจสำหรับลูกค้าในงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2567 เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ  บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2024 หรือ มหกรรมยานยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 15   เปิดเผย ถึงความตั้งใจสำหรับการจัดงานฯ ในครั้งนี้  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันยอดขายให้ตลาดรถยนต์ใช้แล้ว และ รถยนต์นำเข้าให้  “ผมเชื่อว่า ยังคงมี ผู้บริโภค บางกลุ่มที่ยังมีความต้องการใช้งานรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ใช้แล้ว รถยนต์นำเข้า และ เจ็ทสกี ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะตัว แสวงหารถยนต์บางรุ่น บางคันแสวงหารถยนต์ที่มีความแตกต่าง หาซื้อได้ยาก ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มที่มีความต้องการไม่น้อยเช่นเดียวกัน รวมถึง รถยนต์นำเข้าที่รุ่นพิเศษกว่าที่มีในตลาด และ ในฐานะผู้บุกเบิกการจัดงานแสดงรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นให้ธุรกิจยานยนต์รถมือสองในประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติ และกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

เหตุผลที่เลือกจัดงานในช่วงเวลานี้ เป็นเพราะว่าตามปกติในเดือนกรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาที่คนจองรถยนต์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ส่วนใหญ่จะได้รับมอบรถยนต์ใหม่ที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และมาส่งมอบครบตามยอดจอง 100 เปอร์เซ็นต์ ประมาณเดือนมิถุนายน โดยเฉลี่ยการจัดงานบางกอก มอเตอร์โชว์ จะมียอดจองราว 30,000-40,000 คัน ทำให้ช่วงเวลาเดียวกันนี้คนจะเริ่มปล่อยรถยนต์คันเก่าเข้าสู่ตลาดยูสคาร์ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ผมเก็บรวบรวมจนกลายเป็นแนวคิดให้เริ่มต้นจัดงานบางกอก ยูสคาร์ โชว์ ครั้งแรกเมื่อปี 2552 แม้ว่าหลายปีหลังจะมีผู้จัดงานแสดงรถยนต์รายอื่นๆ เลือกจัดงานในช่วงเวลาเดียวกับงานของเรา แต่การที่ผมเป็นผู้เริ่มต้นจัดงานยูสคาร์ โชว์ ในช่วงเดือนกรกฎาคม มานานกว่า 10 ปี ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าการจัดงานบางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง และเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย”

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทางบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลับมาจัดงานบางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2567 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีงานแสดงเฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เซลล์สินค้าของเซ็นทรัล, งานกาแฟ และคอนเสิร์ต โดยทางอิมแพค เจ้าของสถานที่จะเปิดให้เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-12 สามารถเดินเชื่อมถึงกันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงานต่างๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ มองว่าราคารถยนต์ใช้แล้วกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปกำลังกลับมาอยู่ในความสนใจของกลุ่มลูกค้าที่พิจารณาถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และราคาขายต่อที่เหมาะสม หลังจากผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าบางแบรนด์จัดโปรโมชั่นทำสงครามราคาในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยเกิดความผันผวนอย่างหนัก

“ภายในงานปีนี้ยังคงมีรถยนต์ใช้แล้วที่คนนิยมหลากหลายรุ่นมาให้ผู้เข้าชมงานเลือกซื้อเช่นเดิม หลังจากตลาดยูสคาร์เจอผลกระทบจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่การประกาศลดราคาของบางค่ายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้หลายคนที่พิจารณาความคุ้มค่าในการซื้อรถยนต์กลับมามองหารถยนต์เครื่องสันดาปอีกครั้ง ยกตัวอย่างนะ ถ้าคุณกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์คันแรก โดยมีงบประมาณ 500,000 บาท หากเป็นรถยนต์สันดาปผ่านไป 3-5 ปี เจ้าของดูแลรถเป็นอย่างดี และไม่ประสบอุบัติเหตุชนหนัก ราคาหายไปอย่างมากที่สุด 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ตรงกันข้ามกับรถยนต์ไฟฟ้าที่พอเปิดตัวขายไประยะหนึ่งบริษัทออกมาประกาศลดราคาหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท ทำให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานแค่ 2 ปี ราคาเหลือเพียงครึ่งเดียว หรือพอผ่านไป 5 ปี มูลค่าแทบจะไม่เหลือเลย”

สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ใช้แล้วในงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2024 สามารถมั่นใจคุณภาพรถยนต์ทุกคัน โดยคุณจาตุรนต์ ยืนยันว่า “เราต้องการตอกย้ำให้เห็นถึงคุณภาพของการจัดงาน จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมายาวนาน ด้วยการร่วมกันสร้างมาตรฐาน และความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อรถภายในงาน ผ่านความร่วมมือกับทาง สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองทุกบริษัท ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) เพื่อการันตีและรับประกันคุณภาพรถยนต์ที่ถูกนำมาจำหน่ายภายในงาน”

ในขณะเดียวกันคุณจาตุรนต์ เปิดเผยถึงการนำกลุ่มรถยนต์นำเข้า (Import Car) กลับเข้างานเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังจากมองเห็นการเติบโตของตลาดกลุ่มนี้ที่มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นในช่วงโควิด-19 และเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้มีตัวแทนจำหน่ายชั้นนำอย่าง เรนาสโซ มอเตอร์ ผู้จัดจำหน่าย Lamborghini ซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาเลี่ยนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และผู้นำเข้ารถยนต์ชั้นนำอีกหลายบริษัทเข้าร่วมงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2024 พร้อมจัดแคมเปญพิเศษที่เร้าใจ

 

งานบางกอก อิมพอร์ตคาร์ แอนด์ ยูสคาร์ โชว์ 2024 หรือ มหกรรมยานยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 15   จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “งานเดียว!! ที่กล้าการันตี คุณภาพรถยนต์ทุกคันที่ออกจากงาน” ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2567 เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์มือสอง ผู้ประกอบการรถยนต์นำเข้า, สยามอินเตอร์การประมูล, NEW GARAGE Platform แบรนด์รถยนต์  TOYOTA,  BMW, MINI, MILLENIUM AUTO, MASTER CERTIFIED USED CAR, RENAZZO MOTORS, FERRARI CERTIFIED, ETON, A.G.CARS, LAMINA, กรุงศรี ออโต้, พร้อมผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์นำเข้า และรถยนต์มือสอง อีกหลายบริษัท นอกจากโซนจัดแสดงรถยนต์แล้ว ภายในงาน ยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ อุปกรณ์กอล์ฟ อุปกรณ์กีฬาราคาพิเศษ ของเล่น ของสะสม ART TOY สินค้าแบรนด์เนมมือสอง ของเหล่า Celebrity

ผู้เข้าชมงานทุกท่านที่เข้ามาภายในงาน เพียงลงทะเบียน ลุ้นรับ ART TOY และของรางวัลอีกมากมาย ในทุก 2 ชั่วโมง ทุกวันของการจัดงาน โดยมีเงื่อนไขต้องอยู่ภายในงาน เท่านั้น  สำหรับผู้จองรถยนต์ภายในงาน มีสิทธิ์ MEGA SPACE MOLLY Garfiled 400% จำนวน 2 รางวัล ช่วงเวลาการจัดงาน จัดในระยะเวลาเดียวกับงานสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อาทิ งานกาแฟ เครื่องดื่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้การจัดงาน ตั้งแต่ Hall 5 – 12 อิมแพค เมืองทอง ธานี เปิดเชื่อมถึงกันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าชมงานได้สะดวกมากขึ้น

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” พอใจผลลัพธ์ของงานสำเร็จตามเป้า ยืนหยัดพร้อมหนุนตลาดรถกลางปีหน้า

0
ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 1

รวบตึงงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) ปิดฉากปีที่ 12ด้วยความสำเร็จตามเป้าหมายในการกระตุ้นตลาดยานยนต์ไทยช่วงโลว์ซีซั่นกลางปีครบทุกหมวด ทั้ง “รถใหม่ป้ายแดง รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” กวาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 1,300 ล้านบาทในช่วงจัดงานเพียง 5 วัน จากความหลากหลายให้เลือกได้ทั้งรถใหม่และรถใช้แล้วเกรดเอ รวมถึงการรับประกันซื้อคืน 100% สำหรับรถมือสองที่ซื้อในงาน ยืนหยัดพร้อมหนุนตลาดรถกลางปีหน้า แปะมือส่งต่อให้ 2 พันธมิตรหลักที่ร่วมจัดงานครั้งนี้ ทั้งสื่อสากล ผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป และกรังด์ปรีซ์ ผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ ช่วยกันพลิกฟื้นภาคยานยนต์ของไทยต่อไปในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 2

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เผยว่า “เราจัดงานนี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ด้วยความคิดที่ว่า อยากให้มีสักงานที่ทำให้ช่วงกลางปีซึ่งถือว่าเป็นโลว์ซีซั่นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้มีความคึกคักขึ้นมาบ้าง แม้ว่าจะไม่เทียบเท่ากับช่วงต้นปี หรือปลายปีที่ถือว่าเป็นฤดูขายตามปกติ โดยสร้างจุดยืนที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำงาน คือ เป็นงานแสดงรถยนต์งานแรกในประเทศไทยที่รวมเอารถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วหรือรถมือสองไว้ในงานเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถยนต์สักคันมาใช้งานได้ประโยชน์สูงสุด ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งาน และงบประมาณ สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการลงทุนได้เลยระหว่างรถใหม่ป้ายแดงกับรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับการจัดงานในปีนี้ที่หลายคนมองว่าตลาดรถหดตัวจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น และมีความผันผวนจากสงครามราคาของรถไฟฟ้า แต่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ยังสามารถบรรลุเป้าหมายสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในช่วงเวลาจัดงานแค่ 5 วันได้กว่า 1,300 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ ถือว่าเป็นงานที่สามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้อยู่หมัด ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการด้านยานยนต์ทุกค่ายที่มอบความไว้วางใจให้กับเรา พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อเป็นการสมนาคุณให้กับลูกค้าจนนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน และเราพร้อมที่จะยืนหยัดเป็นอีกหนึ่งงานที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอน”

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 4

บทสรุปความสำเร็จงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024”
•แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงเข้าร่วมมากถึง 15 แบรนด์ ครอบคลุมทุกทางเลือกด้านพลังงาน โดยมีแบรนด์ที่เข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรก 7 แบรนด์ จากจุดแข็งในความเชี่ยวชาญของสื่อสากลและกรังด์ปรีซ์ ผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป และมอเตอร์โชว์ พันธมิตรที่จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์” ร่วมกัน โดยแต่ละแบรนด์พอใจในยอดขายทำได้ตามเป้า กลุ่มรถไฟฟ้าได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษตามคาด ขณะที่รถยนต์ใช้แล้วเกรดเอก็ยังได้รับความสนใจมากเช่นเคย ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในงานรวมกว่า 1,300 ล้านบาท

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 6
•ยอดจองของรถยนต์ใช้แล้วในงานมีมูลค่าใกล้เคียงกับปีที่แล้ว สะท้อนถึงดีมานด์ของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมี่ยมคาร์มือสอง ประกอบกับผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการคัดสรรเฉพาะรถคุณภาพดีมาขายในงาน พร้อมราคาที่ปรับลงจากเดิมจนเกินความคุ้มค่า และที่สำคัญ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เป็นงานแรกที่รับประกันซื้อคืน 100% หากพบว่ารถที่ซื้อไปผิดเงื่อนไข 5 ข้อตามที่ระบุ ได้แก่ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ผนวกกับปีนี้ได้ยกระดับการรับประกันด้วยการออกใบรับประกัน ระบุคุณภาพเกรดและรายละเอียดสำคัญของรถยนต์ใช้แล้วแต่ละคันอีกด้วย

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 7
•มีผู้เข้าร่วมอัปเดทเทรนด์ EV แบบม้วนเดียวจบ เทสไดร์ฟแบบชิค ๆ ภายในฮอลล์ติดแอร์กับ 10 รุ่นรถไฟฟ้าที่มาเข้าร่วมมากขึ้น นำโดย Honda e:N1 รถไฟฟ้าที่วันนี้ยังไม่มีจำหน่าย แต่มีให้เช่าใช้เท่านั้น Volvo EX30, ORA07, Deepal S07, Hyundai IONIQ5, NETA VII, MG4, Wuling Air EV, NEXTEM ORCA และ NEXTEM Golf Cart มากกว่า 1,000 ราย ตลอด 5 วันของการจัดงาน

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 8
•การมีพื้นที่ข่าวของ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ที่เผยแพร่ในสื่อทุกช่องทาง ทั้งข่าวจากผู้จัดงานและข่าวเกี่ยวเนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ร่วมออกงาน รวมแล้วมากกว่า 2,000 ข่าวในทุกแพลตฟอร์ม ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษนับตั้งแต่งานแถลงข่าวประกาศจัดงานจนจบงาน ยังไม่รวมการสื่อสารการตลาดทางสื่อดิจิทัล ทั้งในสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และ KOL ต่าง ๆ ซึ่งขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยกัน

ฟาสต์ ออโต โชวื 2024 9

TTA จับมือ King Long บุกตลาด EV ไทย เปิดศึกชิงลูกค้ารถกระบะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

0
King Long 1

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA บริษัทชั้นนำด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ผนึกกำลังกับ บริษัท เซี่ยเหมิน คิง ลอง ยูไนเต็ด ออโตโมทีฟ อินดัสตรี จำกัด หรือ King Long ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน เปิดตลาดรถกระบะไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในไทย ภายใต้ธีม “Together For EV-lization” พร้อมลุยตลาด EV เต็มตัว ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 1,000 คัน พร้อมจับมือเปิดโชว์รูมรถกระบะ EV แห่งแรกในไทยที่ย่านรองเมือง

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยว่า รถกระบะไฟฟ้าที่ TTA และ King Long ร่วมกันพัฒนา และจะเริ่มทำตลาดในปีนี้ เป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตัน โดยโมเดลแรกที่จะเปิดตลาด จะเป็นรถกระบะตอนเดี่ยว มุ่งเจาะไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนส่ง โลจิสติกส์ ในไทย ซึ่งจะจำหน่ายทั้งแบบฟลีทและขายปลีก

King Long 2

“เราเริ่มจากรุ่นที่มีความต้องการสูงสุดก่อน นั่นคือรถเพื่อการพาณิชย์ แล้วจึงค่อยๆ ขยาย ให้ครบทุกเซกเมนท์ในภายหลัง และเหตุผลที่เราเลือกจับมือกับทาง King Long ก็เพราะว่า King Long เป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอันดับต้นในประเทศจีน มีเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวหน้า มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และผลิตรถเพื่อการพาณิชย์มากว่า 30 ปี”

TTA มีนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘Smart Growth & Sustainability’ และการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ King Long เพื่อนำรถกระบะไฟฟ้ามาสู่ตลาดประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายพอร์ตการลงทุนของ TTA ในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด

“การเข้าสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้านับเป็นก้าวที่สำคัญของเรา ในการต่อยอดประสบการณ์ด้านการขนส่งและ โลจิสติกส์ของ TTA เราได้จัดตั้ง บริษัท พี80 โก จำกัด (P80 Go) เพื่อเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถกระบะไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ “King Long”

รถกระบะไฟฟ้า King Long ที่ TTA และ King Long ร่วมกันพัฒนาถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานระยะสั้นถึงระยะกลาง ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานเพื่อการพาณิชย์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้ผ่านการทดสอบเข้มข้นเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ใช้งานในประเทศได้เป็นอย่างดี

King Long  3

นายหลิว จื้อ จวิน ประธานกรรมการ บริษัท เซี่ยเหมิน คิง ลอง ยูไนเต็ด ออโตโมทีฟ อินดัสตรี จำกัด กล่าวว่า “ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีศักยภาพที่สูงมากไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และยานยนต์ประเภทอื่นๆ สำหรับรถกระบะไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ที่เราจะนำมาบุกตลาดนั้น เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานที่เหมาะสมของตลาดไทย ที่ต้องการ ความประหยัด ความทนทาน ความคุ้มค่า และมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ โดยเราตั้งเป้าหมายในการจำหน่ายไว้ที่ 1,000 คัน ในปีแรกที่เปิดตลาด”

TTA และ King Long มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งร่วมกันเพื่อเปลี่ยนภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์ของไทยสู่ระบบไฟฟ้า และขับเคลื่อนประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การขนส่งที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัท พี80 โก ได้ทำการเปิดโชว์รูมรถกระบะไฟฟ้า King Long แห่งแรกในย่านรองเมืองไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการคัดเลือกพันธมิตรตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยในไม่ช้านี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์นี้ จะนำเสนอคุณค่าหลักแก่ลูกค้า ทั้งในเรื่องความประหยัด ความทนทาน คุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำ และเทคโนโลยีล้ำสมัย

“เอ็มจี” ประกาศเพิ่มการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน

0
MG 6

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศยกระดับความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก พร้อมการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ในไทย กับจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ในวงการอีวี ประกาศเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่เพิ่มการรับประกันคุณภาพ “ตลอดอายุการใช้งาน” ของแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน การรับประกันครอบคลุมกลุ่มรถไฟฟ้า 4 รุ่น นำโดย แฮทช์แบคไฟฟ้าโกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง ระดับพรีเมี่ยม ทั้ง NEW MG MAXUS 9 และ NEW MG MAXUS 7 และ สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่งอย่าง NEW MG CYBERSTER พร้อมกับชูจุดเด่นรับประกันการใช้งาน โดยไม่จำกัดเงื่อนไขแค่เพียงเจ้าของคนแรกเท่านั้น แม้รถจะเปลี่ยนมือไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังไม่จำกัดระยะทางในการขับขี่ ซึ่งการรับประกันนี้ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของ เอ็มจี ในการดูแลลูกค้าในระยะยาว

เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่มอบการรับประกันแบบจัดเต็มที่สุด โดยคำนึงถึงความพึงพอใจและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ตอกย้ำถึงการเป็นผู้บุกเบิกและเอาจริงเอาจังในเรื่องของอีวี ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการดูแลลูกค้าในระยะยาว ด้วยการประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน หรือ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในรถยนต์ไฟฟ้า 4 รุ่น ประกอบด้วย NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นโกลบอลอีวี NEW MG MAXUS 9 และ NEW MG MAXUS 7 ซึ่งเป็นรถ e-MPV แบบ 7 ที่นั่ง รวมถึง NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งการรับประกันดังกล่าวจะครอบคลุมสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล โดยไม่จำกัดเฉพาะเพียงเจ้าของแรกเท่านั้น และไม่จำกัดระยะทางในการขับขี่ โดยการเพิ่มการรับประกันตลอดอายุการใช้งานนี้ยังรองรับถือการเปลี่ยนมือในอนาคต นอกจากนี้การรับประกันไม่ใช่แค่ครอบคลุมเพียงลูกค้าใหม่เท่านั้น หากแต่ เอ็มจี ยังให้การรับประกันไปยังกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่เป็นเจ้าของรถทั้ง 4 รุ่นอีกด้วย

MG 5
การประกาศเพิ่มการรับประกันนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ เอ็มจี ในการสร้างจุดเปลี่ยนและยกระดับมาตรฐานให้กับวงการอีวีไทย โดยรถอีวีทั้ง 4 รุ่น ถือเป็นรถที่ใช้นวัตกรรมแบตเตอรี่ล่าสุดที่พัฒนาโดย SAIC MOTOR CORPORATION ภายใต้เทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ในรูปแบบของ Cell-To-Pack ที่จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอน เพื่อลดพื้นที่ และระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและมอบประสบการณ์อีวีที่ยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมนี้เพิ่งได้รับรางวัลความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ค.ศ. 2023 (National Science and Technology Progress Award for 2023) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และคุณภาพให้กับลูกค้ารุ่นดังกล่าว เอ็มจี จึงได้ขยายการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน จะครอบคลุมแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงทั้งชุด (HV BATTERY ASSY) ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน (EDU) ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PEB) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่ “ให้ความคุ้มค่าสูงสุด” แก่ลูกค้า ตอกย้ำให้เห็นถึงคุณภาพที่เหนือกว่ามาตรฐานสากล

MG 3

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจีถือเป็นแบรนด์ผู้บุกเบิกและจุดประกายความนิยมให้กับตลาดอีวีในเมืองไทย โดยเป็นผู้เปิดน่านน้ำใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ล่าสุดกับความสำเร็จทางด้านยอดขายที่สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของรถอีวี เอ็มจี ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น NEW MG4 ELECTRIC ที่มีอัตราการเติบโตกว่า 84% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับของปีที่ผ่านมา และยอดจองที่มีมากกว่า 1,000 คัน สำหรับรุ่น NEW MG CYBERSTER นอกจากการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นแล้วนั้น เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมในทุกๆ มิติที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งการประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ เอ็มจี ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของการเป็นโกลบอลแบรนด์ และสู่ทศวรรษที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สะท้อนภาพ “ความกล้าลงมือทำก่อนใคร” เพื่อมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่และสร้างความมั่นใจครั้งใหญ่ที่ทำให้วงการยานยนต์ไทยยกระดับไปอีกขั้น”

MG 2

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูล รายละเอียด และเงื่อนไขการรับประกันตลอดอายุการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ เอ็มจี ทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

Hashtag

“NETA” ยืนยันเปิดตัว “NETA X” 25 ก.ค. แต่ทดลองขับได้แล้วในงาน “Neta Road Show”

0
Neta X 5

NETA พร้อมเปิดตัว NETA X รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ SUV อย่างเป็นทางการในประเทศไทย วันที่ 25 กรกฎาคม นี้ ชูจุดเด่นของรถ SUV ที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่อัจฉริยะมอบประสบการณ์การขับขี่อันชาญฉลาด ให้พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายด้วยตัวถังขนาดใหญ่ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยที่ครบครันสำหรับคุณและคนที่คุณรัก

Neta X 2

NETA X รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ SUV ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาด มอบความสะดวกสบายที่เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ระบบสั่งการด้วยเสียง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ในรถได้อย่างสะดวกสบาย รวมไปถึงระบบควบคุมรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันบนมือให้ผู้ใช้รถสามารถทราบถึงสถานะด้านต่างๆ ของรถรวมถึงสั่งการฟังก์ชันของตัวรถ อาทิ การล็อค/ปลดล็อคประตู การควบคุมเครื่องปรับอากาศ การค้นหาตำแหน่งรถ รวมไปถึงการจองนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ

NETA X มาพร้อมการออกแบบภายนอกที่ทันสมัยโดยมีมิติตัวถังขนาดใหญ่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,770 มม. ให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย การออกแบบภายในของ NETA X โดดเด่นด้วยหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว รองรับการสั่งการด้วยเสียง NETA X เลือกใช้วัสดุบุนุ่มถึง 80% ของพื้นที่ภายในห้องโดยสาร พร้อมเบาะนั่งคุณภาพพรีเมียมที่หรูหราและระบบต้อนรับคนขับ (Welcome Seat)

Neta X 4
NETA X มอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ด้วยระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS Level 2.0 ที่มีฟังก์ชันการทำงานเต็มรูปแบบเช่น ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์นักเดินทางสมัยใหม่ด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 3,300 วัตต์

ทดลองขับได้แล้ววันนี้
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่าย NETA ทั่วประเทศ หรือ สนใจชมและทดลองขับ NETA X ได้ที่งาน NETA Roadshow ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

•ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ระยอง วันที่ 8 – 14 กรกฎาคม 2567
•ห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต วันที่ 17 – 21 กรกฎาคม 2567

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023-9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่:
•Facebook: Neta Auto Thailand
•NETA Line Official : @netaautothailand
•Website : www.neta.co.th

“NISSAN ALMERA MY 2024” เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ สะดวกสบาย และความปลอดภัย

0
นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 1

นิสสัน ยกระดับประสบการณ์การเดินทางใน “นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024” (MY24) เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ด้วยเบาะโควเล่ โมดูเร่ (Quole Modure) ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารนั่งสบายทุกการเดินทาง ในรุ่น V และเพิ่มกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมระบบล็อกและปลด ล็อกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้หรืออกห่างจากตัวรถในรุ่น V และ VL

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 2

นิสสัน อัลเมร่า เป็นหนึ่งในรถยนต์ยอดนิยมของนิสสัน ที่ได้รับการตอบรับดีอย่างต่อเนื่องจากคนรุ่นใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “แรงจริง จัดให้” พร้อมความครบครัน และทันสมัยกับ NissanConnect Services เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับรถได้อย่างสะดวกสบาย ห้องโดยสารกว้างขวาง รวมทั้งความปราดเปรียวคล่องตัวจากขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ที่แรงจริง ตอบสนองได้ทันใจทุกการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 3

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้แก่ลูกค้า ด้วยการพัฒนายานยนต์ของเราอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าของเราให้การสนับสนุน นิสสัน อัลเมร่า และชื่นชอบการขับขี่ที่ให้ประสบการณ์อันน่าประทับใจในรถรุ่นนี้มาตลอด    นิสสันจึงขอบคุณลูกค้า ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อเพิ่มเติมความปลอยภัย และความสะดวกสบาย ให้กับลูกค้านิสสัน อัลเมร่า เพื่อให้ลูกค้าสนุกกับทุกการเดินทางในคอมแพคซีดานรุ่นนี้”

ด้วยความเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน NissanConnect Services* เป็นแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุม หรือสั่งการรถได้จากระยะไกล รวมทั้งเป็นครั้งแรกของเซกเมนท์ที่มีการติดตั้งฟังก์ชั่น SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน  นอกจากนี้  ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้สมาร์ทโฟนสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ เปิดเครื่องปรับอากาศได้ล่วงหน้าจากระยะไกล และช่วยให้ควบคุมรถได้ด้วยระบบสั่งการระยะไกลต่าง ๆ ได้แก่ ระบบตรวจสอบสถานะการล็อกประตู ระบบสั่งกะพริบไฟหน้า และสั่งระบบแตรระยะไกลเพื่อค้นหารถ รวมถึง ฟังก์ชัน My Car Finder หรือระบบค้นหาตำแหน่งรถ ซึ่งจะช่วยค้นหา และนำทางไปยังจุดที่จอดรถล่าสุดได้

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 4แอปพลิเคชันอัจฉริยะนี้ ยังช่วยแจ้งเตือนสถานะของรถได้ด้วย เช่น ตรวจสอบการล็อกของรถ หรือตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรถ การแจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนดการบำรุงรักษาตามระยะ การเตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนด การให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะทาง และระยะเวลาที่ใช้รถ นอกจากนี้ เมื่อสัญญาณกันขโมยทำงาน หรือเมื่อรถออกนอกพื้นที่ที่กำหนด แอปพลิเคชันนี้จะแจ้งไปยังเจ้าของรถทันที ทำให้สามารถจัดการได้ทันท่วงที  และสามารถติดตามตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลา

นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 มาพร้อมเบาะโควเล่ โมดูเร่ (Quole Modure) ที่ลดการสะสมความร้อน นั่งได้สบายตลอดทุกการเดินทางสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งจะมีในรุ่น V และ VL

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 6

พร้อมกันนี้ยังเพิ่มความปลอดภัย ด้วยกุญแจอัจฉริยะพร้อมระบบล็อกและปลดล็อกอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ ที่ผู้ขับขี่สามารถจอดรถ และเดินไปทำธุระได้เลย ระบบอัจฉริยะของนิสสันจะช่วยล็อครถให้โดยอัตโนมัติ  และเมื่อผู้ขับขี่เดินกลับมาที่รถ กุญแจอัจฉริยะจะส่งสัญญาณปลดล็อคให้เอง  สะดวกสบายเมื่อต้องถือสัมภาระ โดยไม่ต้องกดปุ่มที่ประตู และป้องกันการลืมล็อกรถ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะมีในรุ่น V และ VL

นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 ยังคงรักษาจุดเด่นที่ทำให้อัลเมร่าได้รับความนิยมมาตลอด โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยสำหรับผู้โดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ที่กว้างขวางนั่งสบาย พร้อมอุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger** ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ตรงใจ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)  NissanConnect ระบบอินโฟเทนเมนต์ล่าสุดจากนิสสัน ให้ความสุนทรีย์ตลอดเส้นทาง รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android Auto** และ Apple CarPlay และยังสามารถใช้แอป ระบบนำทางอย่าง Google Map บนหน้าจอวิทยุระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะได้อีกด้วย

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 7

นิสสัน อัลเมร่า มีรูปลักษณ์ทันสมัย สะดุดตา ดีไซน์ด้านหน้าสะท้อนแนวคิด Next-generation V-motion ซึ่งเป็นเทรนด์การออกแบบรถยนต์ในอนาคตของนิสสันได้อย่างชัดเจน ซึ่งเห็นได้จากบริเวณด้านหน้าซึ่งดีไซน์ใหม่ทั้งหมด รวมถึงโลโก้แบรนด์นิสสันแบบใหม่ เส้นสายด้านหน้า หลังคาด้านข้าง ไปจนถึงด้านหลัง สื่อถึงความปราดเปรียว พร้อมทะยานไปข้างหน้า สะดุดตาแม้จะมองจากระยะไกล  ส่วนภายในตัวรถ ยังมีการเพิ่มความทันสมัยกับการตกแต่งที่แผงคอนโซลหน้ารูปปีกที่สยายออก หรือ gliding wing และที่แผงประตูด้วยวัสดุสีน้ำเงินเข้ม เพิ่มความเท่ ทันสมัย เสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 8

ไม่ว่าจะขับขี่บนสภาพถนนแบบไหน นิสสัน อัลเมร่า ยังคงสร้างความประทับใจด้วยเครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ตอบสนองทันใจ ทรงพลัง ให้ความมั่นใจเวลาเร่งแซง ให้กำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็วจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque) นอกจากนี้ยังมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้น่าทึ่งในอัตรา 23.3 กิโลเมตร/ลิตร***

เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร นี้ ยังมีนวัตกรรมทางเทคนิคมากมาย เช่น เทคโนโลยีเคลือบบนกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating เช่นเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง นิสสัน จีที-อาร์ ซึ่งเพิ่มความทนทาน ช่วยลดการสึกหรอ และน้ำหนักของกระบอกสูบ ซึ่งช่วยปรับปรุงการระบายความร้อน และการเผาไหม้ได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่อง ทันใจ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และปลอดภัยเมื่อต้องเร่งแซง     

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 10

นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 มีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ทันสมัยมากขึ้น ให้ความอุ่นใจในทุกเส้นทาง รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ที่แต่เดิมจะมีในรถรุ่นพรีเมียม  ได้แก่ เทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System – TPMS) นับเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ในเซกเมนท์คอมแพคซีดาน ทำให้เจ้าของรถทราบแรงดันลมยางแต่ละเส้น รวมทั้งเตือนเมื่อลมยางต่ำหรือสูงกว่ากำหนด  เทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) จะปรับไฟหน้าจากไฟสูงเป็นไฟต่ำทันทีเมื่อเซนเซอร์ตรวจจับได้ว่ามีรถสวนมา และเทคโนโลยีแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) ที่จะส่งสัญญาณเตือนด้วยไฟกะพริบ และการสั่นที่พวงมาลัยเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่ได้ตั้งใจ

นอกจากนี้ นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 ยังคงมีเทคโนโลยีความปลอดภัย 360° Safety Shield ที่ให้การปกป้องรอบคันขณะชับขี่ ได้แก่ เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ซึ่งจะเตือนเมื่อตรวจพบวัตถุกำลังเคลื่อนที่เข้ามาทางด้านหลังขณะกำลังถอย เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring – IAVM) ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD)  เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW)  เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)  และเทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)  ขณะที่เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ให้การปกป้องสูงสุดหรือ Passive Safety ได้แก่ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts)  ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุดเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย  เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) ที่ช่วยให้รถทรงตัวได้มั่นคงในทุกสภาพถนนและเลี้ยวได้อย่างแม่นยำ  เทคโนโลยีเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System – ABS)  เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก (Electronic Brake Force Distribution – EBD) และเทคโนโลยีเสริมแรงเบรก (Brake Assist)

นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 มี 4 รุ่นย่อย ได้แก่ E, EL, V และ VL  และมีสีตัวถังภายนอกทั้งแบบสีเดียวทั้งคัน (ทุกรุ่น) และสีทูโทน**** (เฉพาะรุ่น VL) ได้แก่ สีขาว สตอร์ม ไวท์   สีดำ แบล็ค สตาร์  และ สีเทา กัน เมทาลิค (ทุกรุ่น)  สีแดง เรเดียนท์ เรด สีน้ำเงิน ไนท์ บลู  (รุ่น VL, V, EL) สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล (รุ่น VL และV)  และสีทูโทนสำหรับรุ่น VL ได้แก่ สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล  หลังคาสีดำเงา,   สีเทา กัน เมทาลิค หลังคาสีดำเงา,  และสีขาว สตอร์ม ไวท์ หลังคาสีดำเงา

ราคา นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024

E 549,000 บาท

EL 589,000 บาท

V 669,000 บาท

VL 699,000 บาท

นิสสันมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2024 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ดาวน์เริ่มต้น 9,999 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี/ 70,000 กม. และฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Stylish package สำหรับรุ่น VL*****

นิสสัน อัลเมร่า MY 2024 13

นิสสัน อัลเมร่า โฉมปี 2024 มาพร้อมแคมเปญส่งเสริมการขาย “ดีจริง…อย่าลบหลู่” “แรงจริง…อย่าลบหลู่” และ “ล้ำจริง…อย่าลบหลู่” ที่บ่งบอกถึงความดีพร้อมรอบด้าน ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย ความครบครันของเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ เพื่อสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ

* สิทธิพิเศษในการใช้บริการ NissanConnect Services เป็นระยะเวลา 3 ปี* (ระยะเวลาของการให้บริการจะเริ่มในวันเริ่มต้นการรับประกัน) สำหรับรุ่นรถที่รองรับ  และต่ออายุสมาชิกก่อนสิ้นสุดระยะเวลารับบริการ เพื่อรับประโยชน์จากบริการได้อย่างต่อเนื่อง

** สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ

*** จากการทดสอบตามมาตรฐาน UNECE Reg 101 Rev.2, NEDC Mode (หรือผสม)

**** สีเทา กัน เมทาลิค เพิ่ม 5,000 บาท สีขาว และ สีเทา เกรย์สกายเพิร์ล เพิ่ม 10,000 บาท และ สีหลังคาแบบทูโทนเพิ่ม 5,000 บาท จากสีตัวถัง

***** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด/ ทั้งนี้เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อและอื่นๆเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

 

“ฟอร์ด เรนเจอร์” และ “มัสแตง” คว้า 5 โพเดียม ที่ ‘บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2024’

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ 1

ทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ลุยศึกความเร็วสุดดุเดือด ‘บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2024’ โดย ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด มัสแตง คว้าทั้งหมด 5 รางวัลจากการแข่งขันรายการ ซูเปอร์ ปิกอัพ และซูเปอร์คาร์ จีทีซี สนามที่ 3 และ 4 ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 6-7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการเชียร์อย่างอบอุ่นจากลูกค้าและพนักงานฟอร์ด

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2

ตลอดการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ สนามที่ 3 และ 4 ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เชิญลูกค้าและผู้ชื่นชอบรถฟอร์ด ผู้จำหน่าย และพนักงานฟอร์ด 400 คน ร่วมชมและให้กำลังใจทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง กันอย่างล้นหลาม โดยในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพสนามที่ 3 แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค นักแข่งฝีมือเยี่ยมในสังกัดทีมออโรร่า ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง สร้างความเร้าใจให้กับการแข่งขันด้วยการขับฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ออกสตาร์ทจากกริดอันดับที่ 17 โชว์ทักษะอย่างเหนือชั้นและประสบการณ์ในสนาม แซงคู่แข่งขึ้นมาได้กว่า 10 อันดับจนคว้ารางวัลอันดับที่ 5 ในคลาสเอ และเข้าเส้นชัยได้ในอันดับ 6 Overall ส่วนเจย์ลิน โรโบแธม จากทีมซีอาร์อี ลาโนเทค ลิควิโมลี่ เรซซิ่ง แสดงศักยภาพความแกร่งจริงของฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 21 ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ออกตัวจากกริดที่ 12 และมาจบในอันดับ 6 คลาสเอ และ 7 Overall

ฟอร์ด เรนเจอร์ 3

ต่อมาในสนามที่ 4 แซนดี้สร้างความลุ้นระทึกให้การแข่งขันอีกครั้ง โดยรักษาตำแหน่งที่ 6 ตั้งแต่ออกตัว ก่อนจะอาศัยจังหวะแซงในช่วงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เบียดคู่แข่งขึ้นมาอย่างดุเดือดจนเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 คลาสเอ และอันดับ 5 Overall อย่างสวยงาม สร้างความตื่นเต้นและเรียกเสียงเชียร์จากฟอร์ดได้กระหึ่มสนาม

ฟอร์ด เรนเจอร์ 5

ด้านการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์คาร์ จีทีซี มีความร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเดเมียน แฮมิลตัน จากซีอาร์อี ลาโนเทค ลิควิโมลี่ เรซซิ่ง คว้าอันดับ 4 บนโพเดียมได้ทั้ง 2 สนาม อีกทั้งยังสร้างความตื่นเต้นในสนามที่ 4 เมื่อเดเมียนวาดลวดลายการขับขี่อันโดดเด่น อวดความทรงพลังของฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 88 ในการดวลความเร็วกับคู่แข่งอย่างสนุกสนานตลอดการแข่งขัน

ฟอร์ด เรนเจอร์  6

“ฟอร์ดขอชื่นชมนักแข่ง และทีมงานฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่งทุกคนที่ได้ทุ่มเทพัฒนารถแข่งฟอร์ดเพื่อลงสนามในการแข่งขันบางแสน กรังด์ปรีซ์ ปีนี้ได้อย่างดีเยี่ยมอีกครั้ง เพื่อยังแสดงให้ลูกค้าครอบครัวฟอร์ดได้เป็นประจักษ์พยานถึงความแกร่งของรถฟอร์ด เรนเจอร์ และดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ของฟอร์ด มัสแตง” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ผลงานในครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงความสามารถของทีมแข่ง แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการพัฒนาและส่งมอบรถยนต์ฟอร์ดที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและสมรรถนะให้กับลูกค้าทุกคน”

 

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” แนะผู้บริโภคเช็คความพร้อม 6 ข้อก่อนตัดสินใจ เลือกรถไฟฟ้าคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่

0
Fast Auto Show 2024 1

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กูรูสายรถยนต์และประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) งานซื้อ-ขายรถครบวงจรช่วงกลางปี ซึ่งมีรถครบทุกเซ็กเมนต์ ทั้ง “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เผยบรรยากาศงานในปีนี้ ผู้มาชมงานฯ ให้ความสนใจมาชม ทดลองขับ และเลือกซื้อรถไฟฟ้าภายในงานมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น คือ ราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ความหลากหลายของแบรนด์และรุ่นที่เปิดตัวในไทย แต่ผู้บริโภคควรเช็คความพร้อม 6 ข้อ เพื่อให้แน่ใจการใช้งาน พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ของตนเองเหมาะกับการใช้รถไฟฟ้า

Fast Auto Show 2024 2

1. ที่อยู่อาศัยมีความพร้อมในการติดตั้งที่ชาร์จแบตเตอรี่ เพราะผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าควรมีจุดชาร์จส่วนตัวและติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไว้บริเวณที่จอดรถในบ้าน ดังนั้นหากอาศัยในห้องเช่า หรือคอนโดมิเนียมที่ไม่มีที่จอดรถส่วนตัวอาจจะไม่ค่อยสะดวกนักเมื่อต้องขับออกไปหาที่ชาร์จไฟรถตลอดการใช้งาน

2. การใช้งานประจำวันไม่ควรเกิน 75% ของกำลังแบตเตอรี่ หากสเป็กรถไฟฟ้าเป้าหมายที่จะเลือกซื้อระบุว่าสามารถวิ่งได้ 480 กม.ต่อหนึ่งการชาร์จไฟ ระยะทางวิ่งในชีวิตประจำวันไม่ควรเกิน 75% หรือ 360 กม. เพราะพลังงานที่เหลืออีก 25% ต้องสำรองไว้เผื่อมีเหตุไม่คาดคิดที่ต้องอยู่บนท้องถนนนาน หรือมีธุระจำเป็นต้องใช้งานเกินกว่าระยะทางปกติ

3. วางแผนการเดินทางและมีความอดทนในการรอคิวชาร์จไฟ ผู้ใช้รถไฟฟ้าจะต้องรู้จักวางแผนเส้นทางการขับขี่ และมีข้อมูลเรื่องจุดบริการชาร์จไฟสาธารณะ รวมถึงต้องสามารถอดทนรอระหว่างรถกำลังชาร์จไฟได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดหรือใช้รถต่อเนื่องเกินความจุไฟของแบตเตอรี่

Fast Auto Show 2024 4

4. ชื่นชอบพร้อมทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ รถไฟฟ้ามีเทคโนโลยีและฟังก์ชันใช้งานใหม่ ๆ หลายอย่างแตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป หากเป็นผู้ที่เปิดรับ สนุกกับการเรียนรู้และใช้งานฟีเจอร์รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มากับตัวรถ การเลือกใช้รถไฟฟ้าจะเป็นความสุขของผู้ใช้รถกลุ่มนี้

5. สามารถเอาชนะใจตนเองเมื่อมีรถรุ่นใหม่เปิดตัว เพราะวงจรการตลาดของรถไฟฟ้ามีลักษณะคล้ายกับสมาร์ทโฟน รุ่นที่ออกใหม่มักจะน่าสนใจและดึงดูดใจมากกว่ารุ่นเดิม ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกภายใน ที่สำคัญคือ มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่า โดยเฉพาะเรื่องระยะทางวิ่งที่ไกลกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และระยะเวลาในการชาร์จที่สั้นลง ที่รถรุ่นเดิมยังไม่มีและไม่สามารถอัพเดทได้ หากไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน การใช้รถไฟฟ้าก็นับเป็นเรื่องน่าสนุก

6.มีวินัยทางการเงินและยอมรับว่าส่วนต่างค่าน้ำมันไม่ใช่ของได้ฟรี การใช้ไฟฟ้าช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้มากก็จริง เช่น เดิมจ่ายค่าน้ำมันเดือนละ 6,000 บาท การใช้รถไฟฟ้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ แบบยังไม่หักลบกับค่าไฟฟ้า ปีละประมาณ 72,000 บาท ผู้ใช้รถควรต้องแบ่งเก็บเงินส่วนที่ประหยัดได้นี้ สะสมไว้สำหรับค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าทุกรายต้องเตรียมพร้อม หรือใช้สำหรับซื้อรถคันใหม่ต่อไป

นายพัฒนเดช แนะนำเพิ่มเติมว่า ในการเลือกซื้อรถไฟฟ้าก็เหมือนกับการซื้อรถยนต์อื่น ๆ คือ นอกจากจะเลือกให้ตรงวัตถุประสงค์การใช้งานแล้ว ผู้ซื้อจะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่จะมีตามมาหลังจากการซื้อรถแล้ว เช่น การซ่อมบำรุงรักษารถ ค่าประกัน ภาษี ค่าเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ตามระยะ และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อถึงระยะเวลา ฯลฯ ดังนั้น ผู้ใช้รถจึงควรต้องเตรียมเงินสำรองในส่วนดังกล่าวไว้ด้วย

อนึ่ง งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” โดยในงานมีรถจาก15 แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงจากประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรปและไทย พร้อม 8 ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่นำรถมือสองสภาพนางฟ้า แถมมีใบรับประกันซื้อคืนหากผิดเงื่อนไข รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ เลือกได้ครบจบในงานเดียว ไม่ต้องตระเวนตามโชว์รูมหลาย ๆ แห่งเพื่อการเปรียบเทียบ เข้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย วันนี้ – 7 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่ 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” แถมลุ้นรับโชคตลอดทุกวันทั้งผู้ที่มาเดินชมงานและผู้ที่ซื้อรถในงาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fastautoshow.com หรือ Facebook : FAST AUTO SHOW