Home Blog Page 144

“ฮอนด้า” แจกจริง! รถยนต์และรถจักรยานยนต์ 30 รางวัล มูลค่ารวม 13 ล้านบาท  ให้ผู้โชคดีแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง”

0
Honda Pic Open

เพื่อเป็นการขอบคุณในความเชื่อมั่นและไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ฮอนด้า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ พร้อมด้วย คุณอารีย์ สุชนลิมะกุล ผู้จัดการทั่วไปส่วนการขายและส่วนบริการหลังการขาย ส่งมอบรางวัลใหญ่รถยนต์ฮอนด้าในไลน์อัปเอสยูวี 4 รุ่น นำโดย รถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-วี เกรด e:HEV RS 4WD สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) จำนวน 1 คัน รถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-วี  เกรด EL 4WD สีขาวแพลทินัม (มุก) จำนวน 1 คัน  รถยนต์ฮอนด้ารุ่น เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี เกรด e:HEV RS สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) จำนวน 2 คัน รถยนต์ฮอนด้ารุ่น บีอาร์-วี เกรด EL สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) จำนวน 3 คัน รถยนต์ฮอนด้ารุ่น ดับเบิลยูอาร์-วี  เกรด RS  สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) จำนวน 3 คัน พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน รวมทั้งสิ้น 30 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ให้ลูกค้าผู้โชคดีจากแคมเปญ Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ที่ซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567

Honda 2

ทั้งนี้ ลูกค้าฮอนด้าผู้โชคดี ยังได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ และความประทับใจที่มีต่อแบรนด์ฮอนด้า อาทิ

Honda 1

คุณชลิต แสงประสิทธิ์ ลูกค้าที่ซื้อ ฮอนด้า ซีอาร์-วี และได้รับรางวัล รถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-วี เกรด e:HEV RS 4WD สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าตนเองจะมีโอกาสได้รางวัลใหญ่  ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกของตนที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้า จากคำแนะนำของเพื่อน ๆ ที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าใช้ดี จากที่ตนได้ซื้อและใช้งาน ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี  รู้สึกประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ที่ดี นุ่มสบาย ขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย อีกทั้งเหมาะกับการใช้งานในครอบครัว”

Honda 3

คุณปรีชาณรงค์ สว่างโยธิน ลูกค้าที่ซื้อ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี  และได้รับรางวัล รถยนต์ฮอนด้ารุ่น เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี เกรด e:HEV RS สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) เผยว่า การที่ได้เป็นผู้โชคดีในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด เพราะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมซื้อรถยนต์ฮอนด้า จากความชอบส่วนตัวที่มีต่อรถยนต์ฮอนด้าและข้อมูลจากคนรอบข้าง  ผมจึงตัดสินใจซื้อ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี  โดยประทับใจดีไซน์ที่สวยงาม การขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันและบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม”

Honda 4

คุณชมนุช วรกุลพิสุทธิ์ ลูกค้าที่ซื้อ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ และได้รับรางวัล รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
จีออโน่ พลัส (
GIORNO+) รุ่น ABS กล่าวว่า “เป็นลูกค้าฮอนด้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้ามาโดยตลอด รู้สึกดีใจที่ได้เป็นหนึ่งในผู้โชคดี และขอบคุณทางฮอนด้าที่จัดแคมเปญแบบนี้ตอบแทนลูกค้า หลังจากที่ได้ซื้อ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ก็ประทับใจทั้งดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม อีกทั้งยังรู้สึกประทับใจในรถยนต์ฮอนด้าที่ไม่มีปัญหาในการใช้งาน รวมไปถึงศูนย์บริการก็ดูแลลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเป็นอย่างดี

สำหรับรายชื่อลูกค้าฮอนด้าผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่จากการจับฉลากครั้งสุดท้ายในแคมเปญ Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ทั้ง รถยนต์ฮอนด้าในไลน์อัปเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน รวม 30 รางวัล ได้แก่

  • รางวัลรถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-วี เกรด e:HEV RS 4WD สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) มูลค่ารางวัลละ 1,729,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ คุณชลิต แสงประสิทธิ์
  • รางวัลรถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-วี เกรด EL 4WD สีขาวแพลทินัม (มุก) มูลค่ารางวัลละ 1,661,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ คุณมานิตา ปัญญา
  • รางวัลรถยนต์ฮอนด้ารุ่น เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี เกรด e:HEV RS สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) มูลค่ารางวัลละ 1,189,000 บาท จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ คุณธนชพร เหล่าไพโรจน์จารี และคุณปรีชาณรงค์ สว่างโยธิน
  • รางวัลรถยนต์ฮอนด้ารุ่น บีอาร์-วี เกรด EL  สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) มูลค่ารางวัลละ 977,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ คุณสถาพร แก้วประยูร  คุณวันทนีย์ ดิลกรัตน์สุชาติ และบริษัท บูม แอนด์ บูม เซอร์วิส จำกัด
  • รางวัลรถยนต์ฮอนด้ารุ่น ดับเบิลยูอาร์-วี เกรด RS  สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) มูลค่ารางวัลละ 879,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ คุณนภินทร สุรินทร์  คุณธีรศักดิ์ ดวงสาธิต และคุณลลิตา เรืองแข
  • รางวัลรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS มูลค่ารางวัลละ 66,900 บาท จำนวน 20 รางวัล (ติดตามรายชื่อได้ทาง https://www.honda.co.th/promotions/detail/hondadoublehappy
    doublelucky
    )

Honda 6

สามารถเช็กรายชื่อลูกค้าผู้โชคดีทั้ง 30 ท่าน ในแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ได้ทาง https://www.honda.co.th/promotions/detail/hondadoublehappydoublelucky และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 โดยสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมทดลองขับที่โชว์รูมฮอนด้าผ่าน  www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 เมษายน 2567 จะได้รับฟรี Happy Puffy Bag มูลค่า 250 บาท*

 

 

“มาสด้า e-Skyactiv R-EV” เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไปได้ไกลกว่า ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนเพื่อผู้คน สังคม และโลกของเรา

0
มาสดา

มาสด้า ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะทุกก้าวย่างเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจจริงเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นี่คือบทพิสูจน์ที่ท้าทายเพื่อแก้ปัญหาด้านส่งแวดล้อมในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น หนึ่งในวิธีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด คือการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผ่านระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์ทุกประเภท ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) รถไฟฟ้าไฮบริด (HEV) ไปจนถึงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) วิวัตนาการเหล่านี้คือหนึ่งในวิถีทางไปสู่ Well-to-wheel ที่มาสด้าให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นกำเนิด ขบวนการขุดเจาะ การสกัดวัสดุที่จำเป็นในการผลิต ไปจนถึงสิ้นสุดอายุการใช้งานของยานพาหนะผ่านกระบวนการรีไซเคิล เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะถูกปรับให้มีความเหมาะสมและแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจากไม่มีวิธีใดวิธีเดียวที่เหมาะสมกับทุกภูมิภาค มาสด้าจึงได้คิดค้นทุกวิถีทางในการแก้ปัญหา ตามแนวทาง Multi-Solution นั่นคือการแสวงหานวัตกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย จนบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

มาสดา 1

หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าที่เดินหน้าตามแนวทาง Multi-Solution คือการพัฒนาเครื่องยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ด้วยการนำข้อดีของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาผสานกับพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ได้ระยะทางขับขี่ที่ไกลขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น จึงเกิดเป็นเทคโนโลยี  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด โดยพัฒนาต่อยอดจากรถไฟฟ้า 100% ซึ่งมาสด้านำเอาเครื่องยนต์โรตารี่อันเลื่องชื่อมาใช้เป็นตัวปั่นกระแสไฟ เปลี่ยนเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยให้การขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าได้ระยะทางไกลมากขึ้น ตอบโจทย์ยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากพลังงานเชื้อจากฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้า เพิ่มทางเลือกให้เกิดความหลากหลายมากขึ้นในการเลือกรถยนต์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตน และความเหมาะสมตามความพร้อมของแต่ละภูมิประเทศ

หัวใจหลักสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV คือ เครื่องยนต์โรตารี่ เป็นตัวปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เครื่องยนต์มีขนาดเพียง 830 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ลูกสูบหมุน 1 โรเตอร์ ทำจากอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเพียง 15 กิโลกรัม เล็กกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน และแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนขนาด17.8 กิโลวัตต์ วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อได้รับการปั่นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้ามาจากเครื่องยนต์โรตารี่ จะทำให้เพิ่มระยะทางในการวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร จากการทำงานของเครื่องยนต์โรตารี่ที่ใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน มาผสานกับการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขยายระยะทางในการขับขี่ กลายเป็นเทคโนโลยี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ได้จากเครื่องยนต์โรตารี่ อันเกิดจาก “จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย” หรือ “Challenger Spirit” อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

มาสดา 3

เทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่เป็นตัวปั่นไฟนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดจากความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้คนในแต่ละสังคม อีกหนึ่งโมเดลของมาสด้าที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ในการปั่นกระแสไฟ คือรถต้นแบบที่มาสด้านำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023 Mazda Iconic SP สปอร์ตคอมแพ็คคาร์คอนเซ็ปต์ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่และตอบโจทย์ลูกค้าที่ “รักในรถยนต์” และ “ปรารถนาที่จะครอบครองรถยนต์ที่สามารถถ่ายทอดความสุขในการขับขี่” โดยคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าที่ยังคงมีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องการจัดวางพื้นที่ของห้องเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้รถต้นแบบคันนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น โดยแบตเตอร์รี่จะถูกชาร์จด้วยพลังงานแบบย้อนกลับและจากเครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ ที่ใช้ในการผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์

 

อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์คาร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวมาสด้าอย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมประจำปีจากประเทศอิตาลี คือ RX-VISION SKYACTIV-R คือเครื่องยนต์โรตารีเจนเนอเรชั่นใหม่ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของมาสด้า เครื่องยนต์สามเหลี่ยมลูกสูบหมุน แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) โดยเครื่องยนต์โรตารี่จะทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟและส่งพลังงานกลับคืนสู่แบตเตอรี่เช่นเดียวกับ e-Skyactiv R-EV ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษของคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเครื่องยนต์โรตารี่ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้สามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท รวมถึงพลังงานไฮโดรเจน พลังงานสะอาดทางเลือกแห่งอนาคต

มาสดา 4

การนำเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV มาใช้ในเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดนี้ เป็นการปลุกฟื้นคืนชีพตำนานเครื่องยนต์โรตารี่ ต้นกำเนิดรถสปอร์ตมาสด้าหลากหลายรุ่นในอดีต ที่ถูกถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็นดีเอ็นเอของมาสด้าที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค หรือ Challenger Spirit ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ มาสด้าจะยังคงเฟ้นหาวิธีการต่างๆ ต่อไป ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป เพื่อโลกของเราให้ยังคงความสวยงาม เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน และเพื่อสร้างสรรสังคมของเราให้น่าอยู่ตราบนานเท่านานสู่ลูกหลานของเราตลอดไป

 

คาราวานสื่อจีน เยี่ยมชม “เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)” ชูต้นแบบการดำเนินธุรกิจและผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ในระดับโลก

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ต้อนรับสื่อมวลชนจากประเทศจีนจำนวนมากกว่า 20 สำนักข่าวที่มาเยือนประเทศไทยเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในฐานะที่เป็นต้นแบบของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั่วโลก ที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงานในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น กลยุทธ์การขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า การมีฐานการผลิตที่ทันสมัยที่จังหวัดระยอง (GWM Smart Factory) การใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ (New Retails Business) รวมถึงการนำธุรกิจเกี่ยวเนื่องเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนภายใต้กลยุทธ์ Ecological Go-Abroad

 

สำหรับการมาเยี่ยมชมของสื่อมวลชนประเทศจีนในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและเรียนรู้ความแตกต่างในการจัดงานมอเตอร์โชว์ในประเทศไทย ซึ่งในครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนเพราะได้มีการเปิดตัว รถกระบะพลังงานไฮบริดคันแรกในประเทศไทย GWM POER SAHAR HEV พร้อมให้สื่อมวลชนได้พูดคุยถึงการดำเนินธุรกิจกับทางผู้บริหาร ในวันถัดมา คณะสื่อมวลชนมุ่งหน้าจังหวัดระยองสู่โรงงานเกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ที่เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เต็มรูปแบบแห่งแรกในอาเซียน ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตและประกอบรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศไทยแล้วถึง 10 รุ่น ภายใต้แบรนด์ HAVAL GWM TANK และ ORA ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% รวมถึง GWM POER SAHAR HEV ที่จะทำการเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้อีกด้วย ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย ระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สื่อมวลชนได้มีโอกาสเยี่ยมชมสายพานการผลิตตั้งแต่กระบวนการผลิต การประกอบชิ้นส่วนรถ จนถึงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของรถยนต์ภายในโรงงาน ปิดท้ายทริปด้วยการเข้าเยี่ยมชมโชว์รูม GWM ไอคอนิก รามอินทรา ศูนย์บริการครบวงจร เพื่อศึกษาขั้นตอนการบริการลูกค้าตั้งแต่แรกเริ่มประสบการณ์จนถึงบริการหลังการขาย รวมถึงการนำเทคโนโลยีอันทันสมัย เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการและการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทฯ ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจในระดับสากลของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

เกรท วอลล์ มอเตอร์  2

ประเทศไทย ถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการขยายการดำเนินธุรกิจสู่ตลาดโลก เพื่อยกระดับแบรนด์สู่การเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกหรือ Global Intelligent Technology Company อย่างแท้จริง และถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์เข้ามาดำเนินงาน และตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางในการบุกตลาดไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยได้ตั้งเป้าลงทุนในประเทศไทยด้วยเม็ดเงินทั้งสิ้น 22.6 พันล้านบาท และได้ลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 12.5 พันล้านบาท บริษัทฯ ได้วางรากฐานในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่งในทุกด้าน และมุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยลงทุนตั้งโรงงานอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบที่จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นโรงงานผลิตขนาดใหญ่แห่งที่สองนอกประเทศจีน

เกรท วอลล์ มอเตอร์  4

โดยในปัจจุบันได้สร้างงานสร้างรายได้ให้กับบุคลากรทั้งสิ้น 1,015 คน นอกจากนี้ ยังสร้างระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาลงทุนและดำเนินการในประเทศไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น SVOLT, HYCET, Exquisite, MIND และ NOBO ที่เป็นพาร์ทเนอร์ด้านแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ สายไฟ และชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ Ecological Go Abroad ซึ่งถือเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวและเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

เกรท วอลล์ มอเตอร์  6

ในด้านการดำเนินธุรกิจ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้นำเอารูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ (New Retail Business) เข้ามาใช้ ซึ่งถือเป็นการเข้ามาปฏิวัติรูปแบบการดำเนินงานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยภายใต้ระบบราคาเดียว หรือ One Price Policy ถือเป็นประเทศแรกในโลกของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีการใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบนี้ โดยมีการเชื่อมต่อประสบการณ์ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ หรือ O2O (Online to Offline) ซึ่งมี GWM แอปพลิเคชันเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย รวมถึงชุมชนของผู้ใช้ และการควบคุมสั่งงานตัวรถภายใต้ระบบเทเลมาติกผ่านโทรศัพท์มือถือ

เกรท วอลล์ มอเตอร์  7

นอกจากนี้ ด้านตัวแทนจำหน่าย เราเปลี่ยนการบริหารจัดการจากระบบดีลเลอร์เป็นระบบพาร์ทเนอร์ โดยมี Partner Store เป็นศูนย์กลางในการให้บริการแก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ การให้บริการทดลองขับ การขาย และการบริการหลังการขาย รวมถึงประสบการณ์อื่น ๆ โดยระบบการบริหารงานรูปแบบใหม่นี้ จะช่วยลดข้อจำกัดและข้อกังวลต่าง ๆ ของทั้งลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายเดิม ๆ ให้หมดไป ภายใต้นโยบายราคาเดียว ลูกค้าไม่ต้องมีการเปรียบเทียบราคาและข้อเสนอก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถซื้อได้จาก Partner Store ที่สะดวกเข้ารับบริการ และ Partner Store ไม่จำเป็นต้องรับภาระการบริหารจัดการสต็อกรถเพราะสต็อกรถได้รับการควบคุมดูแลโดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ สำนักงานใหญ่ และสามารถทุ่มเททรัพยากรกับการให้บริการลูกค้าเพียงอย่างเดียว

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่จะต้อนรับสื่อมวลชนทุกท่านจากประเทศจีนในการมาเยี่ยมชมกิจการของเกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาจุดกระแสและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เราได้เข้ามาสร้างปรากฏการณ์และเรื่องราวน่าประทับใจมากมาย เราได้เข้ามาปฏิวัติแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยด้วยการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ หรือ New Retail Business รวมถึงนโยบายราคาเดียว หรือ One Price Policy ตลอดจนเปิดโรงงานที่มีมาตรฐาน มีการนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมายมาให้คนไทยได้สัมผัส ตลอดจนการมุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) เราจะยังคงเดินหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในการขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในสามแบรนด์ผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในสามปีนับจากนี้ หรือ Top 3 in 3 รวมถึงตั้งเป้าหมายการเพิ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ xEV ในประเทศไทยให้ครบทั้งสิ้น 15 รุ่น ภายในปี 2568 เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและคุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับลูกค้าชาวไทย สร้างงาน สร้างรายได้ เติบโตคู่กับประเทศไทย รวมถึงผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคและในระดับโลก”

เกรท วอลล์ มอเตอร์  7

ในการมาของคณะสื่อมวลชนประเทศจีนถือเป็นโอกาสอันดีที่ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในการสะท้อนการเป็นบริษัทต้นแบบของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั่วโลก ควบคู่ไปกับการเน้นย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) สู่สายตาชาวโลก ในช่วยการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยเข้าสู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกให้ทัดเทียมระดับสากล

“เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์” ทดสอบรถบัสไฟฟ้า BYD B70 ให้บริการรับ – ส่ง ย่านทองหล่อ ฟรี! ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางด้วยไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

0
เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ภาพเปิด

เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้แทนจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อการพาณิชย์จาก BYD อย่างเป็นทางการ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์การคมนาคมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครั้งแรกในไทยของการนำรถบัสพลังงานไฟฟ้า 100% BYD B70 ทดสอบให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารในพื้นที่ย่านทองหล่อโดยไม่คิดค่าบริการ ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน พ.ศ. 2567 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบโซลูชันการขนส่งด้วยยานพาหนะแห่งอนาคตควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมไร้มลพิษ เพื่อโลกที่สะอาด น่าอยู่ และยั่งยืนมากยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ 1

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์โดยกลุ่มธุรกิจเรเว่ มีความยินดีที่ได้นำเสนอบริการขนส่งมวลชนให้กับผู้บริโภคโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในย่านทองหล่อซึ่งเป็นพื้นที่การค้าและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใจกลางเมืองหลวง มีผู้คนและยานพาหนะสัญจรไปมาในแต่ละวันจำนวนมาก การให้บริการรถบัสไฟฟ้า BYD B70 สามารถนั่งได้สูงสุดถึง 36 ที่นั่ง และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อหนึ่งรอบการชาร์จ ในครั้งนี้ นับเป็นตัวเลือกหนึ่งในการเดินทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์ความสะดวกสบายจากการใช้รถบัสไฟฟ้า 100% ตลอดการเดินทางไปกับเทคโนโลยีมากมายจาก BYD อาทิ จุดชาร์จ USB ทุกที่นั่ง, ทางลาดขึ้นรถสำหรับผู้ทุพพลภาพ และระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเซ็นเชอร์บริเวณประตูขณะขึ้น-ลง ขณะที่คนขับยังสะดวกสบายกับปุ่ม Push Start, ปุ่มเปลี่ยนเกียร์ และระบบสั่งการล้ำสมัย ตอกย้ำการสานต่อภารกิจของกลุ่มธุรกิจเรเว่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี พ.ศ. 2608 ตามนโยบายภาครัฐอีกด้วย”

เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ 2

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “การนำรถบัสไฟฟ้า BYD B70 มาให้บริการรับ-ส่งในย่านทองหล่อ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเรเว่ บัสแอนด์ทรัค ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจาก BYD Commercial Vehicle ให้จัดตั้งโรงงานประกอบรถบรรทุกและรถขนส่งโดยสารพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์นอกประเทศจีนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ทั้งยังเป็นโอกาสดีสำหรับผู้บริโภคทุกคนที่จะได้เข้าถึงยานยนต์โดยสารพลังงานสะอาด 100% ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ BYD ก่อนใคร โดยหลังจากเปิดให้ทดลองให้บริการมา เราได้การตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้โดยสาร เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์รถบรรทุกและรถโดยสารจาก BYD จะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจและอุตสาหกรรมการคมนาคมขนส่งของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและทัดเทียมนานาประเทศชั้นนำทั่วโลกได้อย่างแน่นอน”

เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ 4

ในอนาคต เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ มีแผนที่จะนำเสนอรถขนส่งโดยสารพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ BYD ให้กับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ โลจิสติกส์ การคมนาคม การท่องเที่ยว รวมทั้งการขนส่งมวลชน เพื่อยกระดับทั้งอุตสาหกรรมให้สามารถมอบบริการที่ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ตลอดจนสร้างเสริมโลกที่ยังยืนจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ 6
ทั้งนี้ เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จะให้บริการรับ-ส่งในย่านทองหล่อโดยไม่คิดค่าบริการด้วยรถบัสไฟฟ้า BYD B70 โดยให้บริการครอบคลุมเส้นทางและพื้นที่สำคัญหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือทองหล่อ, สำนักงานเขตวัฒนา, สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ, โรงพยาบาลคามิลเลียน, อาคารโฮมเพลส, โครงการ เจ อเวนิว, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ มาร์เช่ ทองหล่อ และรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีทองหล่อ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน พ.ศ. 2567

“ฟอร์ด” พร้อมส่งเรนเจอร์ วี 6 ประเดิมสนามไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2024

0
ฟอร์ด ภาพเปิด

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ประกาศความพร้อม ส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ลงสนามแข่งครั้งแรกในนัดเปิดฤดูกาล รายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2024 วันที่ 3 – 5 พฤษภาคม 2567 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมต่อยอดความคึกคักจากกระแสตอบรับที่มีต่อรถฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทร็ค เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ด้วยการนำเครื่องยนต์ดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้ในรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 21 ขับโดย เจย์ลิน โรโบแธม นักแข่งไฟแรงชาวออสเตรเลียอายุ 21 ปี ที่ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมด้วยการแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด มัสแตงมาแล้วหลายครั้ง จนล่าสุดได้รับรางวัล Second Runner-up 2023 ในรุ่น Thailand Supercar GTC – TAV8 จากงาน The Night of Champions 2023 โดยเจย์ลินจะลงแข่งในนามทีมฟอร์ด ซีอาร์อี สุภาวุฒิ ลิควิโมลี่ เรซซิ่ง ในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ โดยในการพัฒนารถแข่งครั้งนี้ ทีม FTR ได้ทำงานใกล้ชิดกับทั้งวิศวกร และนักแข่งในการใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์ มาผสานเข้ากับการออกแบบตัวถังที่มีทั้งน้ำหนักเบา และการเพิ่มอากาศพลศาสตร์ เพื่อโชว์สมรรถนะของรถ ความสามารถในการปรับแต่งของทีม และลีลาของนักแข่งได้เป็นอย่างดี

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ดภูมิใจและตื่นเต้นมากที่จะได้นำประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 มาแสดงให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตได้เห็นถึงความแกร่ง และดุดันบนสนามไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ เป็นครั้งแรก” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “เรามั่นใจว่าขุมพลังใหม่นี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมการแข่งขัน และเรารอคอยที่จะได้เห็นนักแข่ง และฟอร์ด เรนเจอร์ วี 6 แสดงศักยภาพบนสนามแข่งอย่างเต็มที่”

ฟอร์ด 3

สำหรับทีมออโรร่า ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ที่ฟอร์ดสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ยังคงได้นักแข่งมากฝีมืออย่าง แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค ที่จะขับฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 และแจ็ค เลมวาร์ด ลงแข่งด้วยฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 41 ลงสนามในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ เช่นกัน

ฟอร์ด 6

ด้านการแข่งในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์คาร์ จีทีเอ็ม ทีมฟอร์ด ซีอาร์อี ลาโนเทค ลิควิโมลี่ เรซซิ่ง ส่งเจย์ลิน โรโบแธม ควบฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 8 ลงแข่ง ขณะที่รายการไทยแลนด์ ซูเปอร์คาร์ จีทีซี ได้นักแข่งมืออาชีพ เดเมียน แฮมิลตัน พาฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 88 ลงสนาม

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สานฝันเยาวชน ร่วมกิจกรรมจูงมือนักเตะลงสู่สนาม ปีที่ 2

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดกิจกรรมพิเศษ Mitsubishi Motors Child Mascots มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้กับเยาวชนที่ชื่นชอบฟุตบอล ในการร่วมจูงมือนักบอลลงสนามก่อนเริ่มเกม และชมการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ “เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ” ณ สนามธันเดอร์โดม

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 1

ทั้งนี้ เยาวชนซึ่งมีอายุระหว่าง 6 – 10 ปี ที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยบุตรของลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มิตซูบิชิ และพนักงานบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 22 คน โดยแบ่งเป็นเด็ก 11 คน ที่ได้จูงมือนักเตะของสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด และอีก 11 คนจูงมือนักเตะของสโมสรพีที ประจวบ ทั้งหมดสวมใส่ชุดนักเตะที่มีโลโก้ของมิตซูบิชิ ลงสู่สนามก่อนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งผลการแข่งขันปรากฎว่าสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เอาชนะคู่แข่งไปได้ด้วยสกอร์ 2-1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 3

กิจกรรม Mitsubishi Motors Child Mascots ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 และถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายหลังจากการประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้กับ สโมสรฟุตบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด ปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล พร้อมตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยเยาวชนและผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 90 คน ต่างรู้สึกประทับใจในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมและสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ขอบคุณกระแสตอบรับของแฟนชาวไทยจากงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ด้วยยอดจองทั้งสิ้น 2,815 คัน ORA Good Cat, GWM POER SAHAR HEV และ HAVAL JOLION ได้รับความสนใจสูงสุด

0
“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ขอบคุณผู้บริโภคสำหรับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากการเผยโฉมรถกระบะไฮบริดรุ่นแรกในไทย “GWM POER SAHAR HEV” พร้อมกับการเปิดตัว “Three Man Down” ในฐานะพรีเซนเตอร์ HAVAL JOLION รวมถึงความสนใจต่อขบวนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้ำสมัย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 โดยตั้งแต่วันแรกของการจัดงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ให้การต้อนรับลูกค้าและแฟน ๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมกองทัพยนตรกรรมล้ำสมัย ลงทะเบียนทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า และร่วมทำกิจกรรมสนุก ๆ ภายในบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างเนืองแน่น ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ของการจัดงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถกวาดยอดจองไปได้รวมทั้งสิ้น 2,815 คัน นำทัพโดย ORA Good Cat ที่มียอดจองสูงถึง 652 คัน ตามมาด้วย GWM POER SAHAR HEV 640 คัน และเจ้าสิงโตอารมณ์ดี HAVAL JOLION ที่ยังคงความร้อนแรงกวาดยอดจองไปทั้งสิ้น 577 คัน สำหรับ HAVAL H6 มียอดจองทั้งสิ้น 463 คัน แบ่งเป็น HAVAL H6 HEV 233 คัน และ HAVAL H6 PHEV จำนวน 230 คัน ตามด้วย ORA 07 จำนวน 233 คัน และรถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม GWM TANK จำนวน 250 คัน และ จากยอดจองดังกล่าว คิดเป็นยอดจองของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (ORA Good Cat และ ORA 07) จำนวน 885 คัน หรือ 31% ของยอดจองรวม และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอื่น ๆ จำนวน 1,930 คัน หรือประมาณ 69% ของยอดจองรวม

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” 1

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน มีผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นจำนวนมาก โดย ORA 07 ทั้งรุ่น Long Range และรุ่น Performance มีผู้สนใจทดลองขับมากที่สุด ตามมาด้วย ORA Good Cat, GWM TANK 300 และ HAVAL H6 PHEV ตามลำดับ สะท้อนถึงความนิยมของผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อ เกรท วอลล์ มอเตอร์

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” 2

ไม่เพียงเท่านี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าเยี่ยมชมบูธ จำนวน 679 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 25-44 ปี และกว่า 60% มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทและเจ้าของกิจการ ที่มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 30,000 – 100,000 บาท เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการ ตลอดจนออกแบบประสบการณ์ใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ชาวไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผลสำรวจพบว่า รถยนต์ภายใต้แบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ผู้เยี่ยมชมบูธชื่นชอบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่  ORA Good Cat, ORA 07 และ HAVAL JOLION ตามลำดับ และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกอบด้วย ดีไซน์ภายนอก ดีไซน์ภายใน และราคา สำหรับ GWM POER SAHAR HEV ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ได้รับความสนใจจากผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก จากเหตุผลด้านดีไซน์ภายใน ดีไซน์ภายนอก ขนาดของรถยนต์ และเทคโนโลยีตามลำดับ โดยผู้ที่สนใจส่วนใหญ่อยากซื้อรถรุ่นนี้เข้าไปเพื่อใช้งานในครอบครัวเพิ่มเติมจากรถที่มีอยู่แล้ว และจะใช้เป็นรถคันหลักในการทำงาน ใช้ในการเดินทางไปต่างจังหวัด และใช้สำหรับพักผ่อนท่องเที่ยวกับเพื่อนและครอบครัว นอกจากนี้ ปัจจัยที่ผู้เยี่ยมชมบูธใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ 3 อันดับแรก ได้แก่ ราคา ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และสมรรถนะของรถยนต์

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” 4

ภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างสีสันเขย่าวงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทย เอาใจแฟน ๆ ชาวไทยด้วยการเผยโฉมรถกระบะพลังงานไฮบริดรุ่นแรกในประเทศ GWM POER SAHAR HEV ให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ผสานความแข็งแกร่งอย่างทรงพลัง ความหรูหราเหนือระดับ ความล้ำสมัยเหนือจินตนาการ ร่วมด้วยการออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่มีความประณีต ห้องโดยสารที่มีความกว้างขวาง อัดแน่นด้วยฟังก์ชันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นฝากระบะท้ายที่เปิด-ปิดได้ 2 รูปแบบ หรือเบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับเอนได้เพื่อความสะดวกสบาย รถยนต์คันนี้จะเข้ามาเปลี่ยนภาพลักษณ์รถกระบะในประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม โดยสามารถใช้งาน ท่องเที่ยว และพักผ่อนในคันเดียวกัน ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อ GWM POER SAHAR HEV ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 23.59 น. โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อและเป็น 300 ท่านแรกที่ชำระเงินจองหลังการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดมูลค่า 50,000 บาทเพื่อไปเป็นส่วนลดในการซื้อ GWM POER SAHAR HEV โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมีการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” 5

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเสิร์ฟความสุขให้กับแฟน ๆ เจ้าสิงโตอารมณ์ดี ด้วยการเปิดตัวกลุ่มศิลปิน “Three Man Down” ขึ้นเป็นพรีเซนเตอร์ HAVAL JOLION สะท้อนภาพลักษณ์และจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยแพชชัน

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” 7

ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนได้เดินหน้าใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมุ่งทำความฝันให้สำเร็จ ตามคอนเซ็ปต์ของรถยนต์ “RISE UP YOUR SPIRIT” แฟน ๆ เจ้าสิงโตอารมณ์ดียังได้สนุกสนานไปกับมินิคอนเสิร์ตและการแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในการเดินทางและเติบโตของ Three Man Down ภายในงานวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด ผ่านบทเพลงสุดพิเศษ “ให้เธอนั่งข้าง ๆ” สะท้อนเรื่องราวว่าทุกการเดินทางจะมีคนคอยเคียงข้างและฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันเสมอ เช่นเดียวกับ HAVAL JOLION ที่พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกเส้นทางให้ผู้ขับขี่ได้มุ่งไปสู่จุดหมายได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” 9

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ได้มอบ 2 รางวัลอันทรงเกียรติให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แก่ รางวัล THE BEST COMMERCIAL HEV AWARD ที่มอบให้แก่ GWM POER SAHAR HEV และรางวัล THE MOST GORGEOUS COSTUME DESIGN AWARD รางวัลดีไซน์ชุดแต่งกายยอดเยี่ยมของทีมน้องโมเดลที่เป็นตัวแทนของรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในบูธ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงานฯ และคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมทั้ง นาวสาวแพนดอร่า ยู ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นผู้รับมอบ ซึ่งทั้งสองรางวัลดังกล่าวนับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันความสร้างสรรค์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในงานได้เป็นอย่างดี โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในทุก ๆ ด้าน ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศ

 

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจและการสนับสนุนอย่างอบอุ่นเสมอมา รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นที่เรานำเสนอในงานมอเตอร์โชว์ฯ ปีนี้ ล้วนได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะ GWM POER SAHAR HEV รถกระบะไฮบริดรุ่นแรกที่เรากำลังจะนำเข้ามาสู่ตลาดในประเทศไทย ขณะเดียวกันกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราตั้งใจออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นภายในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นมินิคอนเสิร์ตจาก Three Man Down พรีเซนเตอร์ของ HAVAL JOLION กิจกรรม Test-Drive และกิจกรรมสนุก ๆ ประจำบูธ ล้วนมีผลตอบรับที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับยอดจองรถยนต์ทุกรุ่นในงานรวมมากถึง 2,815 คัน ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านกับความไว้วางใจที่มีให้กับเราเสมอมา กระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ชาวไทยเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้คนไทยได้มีประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย ปลอดภัย และคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับลูกค้าชาวไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย และผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน”

 

 

“มาสด้า” เปิดโอกาสนักกอล์ฟเยาวชนไทยไปอเมริกาก้าวแรกสู่การเป็นโปรกอล์ฟ ผ่านการแข่งขัน MAZDA AJGA ทัวร์นาเมนต์ระดับโลก จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย

0
มาสด้า 1

มาสด้า แบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ยึดมั่นในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตของผู้คนให้มีความสุข ร่วมมือกับ The Agency Recruiter เอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาให้เยาวชนจากทั่วโลกได้มีโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนำลิขสิทธิ์การจัดการแงขัน American Junior Golf Association (AJGA) ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสำหรับเยาวชนมาจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยที่สนใจกีฬากอล์ฟได้เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อก้าวสู่การเป็นโปรกอล์ฟมืออาชีพในอนาคต พร้อมโอกาสในการรับทุนการศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการจุดประกายความฝันครั้งสำคัญของเยาวชนไทยสำหรับการก้าวไปสู่ทัวร์นาเมนต์กอล์ฟระดับโลก

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อยู่ภายใต้โครงการ “MAZDA AJGA THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2024” จัดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสและเป็นการจุดประกายให้กับนักกอล์ฟทั้งเยาวชนชายและเยาวชนหญิง ได้มีโอกาสก้าวสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้จะคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันกอล์ฟในทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทันที ซึ่งการเดินทางไปเล่นที่สหรัฐอเมริกาจะมีโค้ชจากโรงเรียนชื่อดังและมหาวิทยาลัยชั้นนำมาคอยสังเกตุการณ์ทักษะฝีมือการเล่นของแต่ละบุคคลคน หรืออาจได้รับการเสนอทุนการศึกษาเพื่อปูทางก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพในโอกาสต่อไป

โครงการ AJGA ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและอุทิศตนเพื่อการเติบโตโดยรวม เพื่อการพัฒนาของเยาวชนชายและหญิง ที่ปรารถนาจะได้รับทุนการศึกษาจากวิทยาลัยกอล์ฟจูเนียร์ ผ่านการแข่งขัน AJGA โดยได้รับการพิจารณาจากผู้นำในอุตสาหกรรมกอล์ฟให้เป็นสมาคมกอล์ฟจูเนียร์ชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญในการจัดอันดับแร็งค์กิ้งของนักกอล์ฟสมัครเล่นระดับเยาวชน ที่สร้างโปรกอล์ฟระดับโลกขึ้นมาประดับวงการและประสบความสำเร็จจนสร้างชื่อเสียงเงินทองมาแล้วมากมาย และยังคงโลดแล่นอยู่ในทัวร์ต่าง ๆ ทั้ง PGA Tour, LPGA Tour หรือยูโรเปี้ยน ทัวร์ อาทิเช่น Tiger Woods, Phil Mickelson, Jordan Spieth, Rickie Fowler, Nelly Korda หรือ Lexi Thompson หรือแม้กระทั่งโปรกอล์ฟหญิงขวัญใจชาวไทยก็ผ่านการแข่งขันในทัวร์นี้มาแล้วทั้งสิ้น อาทิ โปรแพตตี้ ปภังกร ธวัชธนกิจ, โปรสองพี่น้อง โปรโม โมรียา จุฑานุกาล, โปรเมย์ อารียา จุฑานุกาล เป็นต้น

การจัดการแข่งขัน MAZDA AJGA THAILAND CHAMPIONSHIP 2024 ที่กำลังจะขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นการจัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งตลอดเวลากว่า 46 ปี ที่ผ่านมา ทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวส่วนมากจะจัดถูกขึ้นเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือมีบางครั้งไปจัดที่ประเทศจีน โดยมีเยาวชนจากทั่วโลกเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน วันนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเยาวชนไทยที่ทางมาสด้าได้ตระหนักถึงการสร้างสรรสังคมที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่างพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันขึ้นในครั้งนี้ คือ มาสด้า โรเล็กซ์ อาดิดาส และเทเลอร์เมด โดยทางมาสด้าจะเปิดรับสมัครเยาวชนไทยทั้งชายและหญิงจากทั่วประเทศ โดยการคัดเลือกเยาวชนนักกอล์ฟ ประเภทชาย 6 คน และประเภทหญิงอีก 6 คน รวม 12 คน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกับทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย มีนักกอล์ฟที่เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ทั้งหมด 132 คน โดยการแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2567 ณ สนามกอล์ฟ Lotus Valley Golf Resort จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับการคัดเลือกเยาวชนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ มาสด้าได้มอบสิทธิพิเศษให้กับคนไทยทั้งประเทศโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกค้าหรือครอบครัวมาสด้าเท่านั้น เปิดโอกาสให้คนไทยที่มีลูกหลานที่สนใจในกีฬากอล์ฟ และมีอายุอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน โดยสามารถกรอกประวัติข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งของผู้ปกครองและของนักกอล์ฟ ด้วยการลงทะเบียนผ่านการสแกน QR Code ที่แนบมา หรือจะเดินทางไปที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ โดยจะเปิดรับสมัครในระหว่างวันที่ 11 – 22 เมษายน 2567 นี้เท่านั้น และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ และผู้ที่มีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือกสามารถลงทำการแข่งขันในทัวร์นาเม้นต์นี้ได้ทันที โดยจะทำการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิ์เพื่อลงทำการแข่งขันในวันที่ 24 เมษายน 2567 ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th และ Facebook: MazdaThailandOfficial ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขันจะได้สิทธิ์ไปเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถือเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญสำหรับเยาวชนไทย ที่ทางมาสด้าได้สิทธิ์จากทัวร์นาเมนต์กอล์ฟเยาวชนชื่อดังระดับโลกมาจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับแบรนด์มาสด้าเรามีความเชื่อในคุณค่าของการ uplift ประสบการณ์การใช้ชีวิต มีจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ Challenger Spirit ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ เสมือนกับการเป็นนักกีฬาที่ต้องมีความขยันอดทน หมั่นฝึกฝนทักษะ มีความมานะอุตสาหะ ต่อสู้กับตนเองและสภาพแวดล้อม เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคตต่อยอดไปจนถึงการเล่นกอล์ฟระดับอาชีพ”

สำหรับกำหนดการจัดการแข่งขัน MAZDA AJGA THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2024 จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ครั้ง และ 2 สนาม โดยสนามแรกจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2567 ที่สนามกอล์ฟ Lotus Valley Golf Resort จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนักกอล์ฟเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 132 คน ส่วนสนามที่ 2 เตรียมจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2567 ส่วนสถานที่จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป ซึ่งการคัดเลือกสำหรับสนามที่ 2 ทางมาสด้าและพันธมิตรยังคงได้สิทธิ์ในการจัดการแข่งขัน โดยจะเปิดโอกาสให้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเฉพาะลูกค้าเจ้าของรถยนต์มาสด้าและสมาชิกครอบครัวมาสด้าเท่านั้น ที่มีเยาวชนอายุระหว่าง 12-19 ปี ซึ่งมีความใฝ่ฝันอยากเดินทางสู่การเป็นโปรกอล์ฟ โดยเตรียมจัดการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักกอล์ฟเยาวชนขึ้นในเดือนกันยายน 2567 เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟที่ทำผลงานดีที่สุด จำนวน 24 คน เป็นเยาวชนชาย 12 คน และเยาวชนหญิงอีก 12 คน เข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย โดยลูกค้ามาสด้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th หรือสอบถามได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือมาสด้าสปีดไลน์ 0-2030-5666

“หัวใจหลักสำคัญของโครงการนี้ คือ Customer Experience Management (CXM) ที่มาสด้าพร้อมเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ลูกค้าและมอบสิทธิประโยชน์ควบคู่กับบริหารคุณค่าแบรนด์ให้ยั่งยืนด้วย Brand Value Management (BVM) ตามปณิธานในการยกระดับและเติมพลังให้กับผู้คนผ่านประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยการผลักดันและส่งเสริมให้เยาวชนที่สนใจบนเส้นทางอาชีพในกีฬากอล์ฟ ได้มีโอกาสสานฝันของตัวเองให้ใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญ คือ การสะสมประสบการณ์ที่ได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับสากล ซึ่งจะหาไม่ได้ง่าย ๆ แต่วันนี้ มาสด้าได้นำมาให้เยาวชนไทยได้สัมผัสและเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้เดินตามความฝันของตนเอง” นายธีร์ กล่าวเสริม
ทั้งนี้ มาสด้ายังคงสร้างสรรค์ยนตรกรรมด้วยจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นที่เชื่อในความต่าง เพื่อเติมเต็มชีวิตที่ดีขึ้นของลูกค้าในทุกๆ ด้าน ดังนั้น รถยนต์มาสด้าจึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะที่พาคุณไปสู่จุดหมาย แต่มาสด้ายังคงเชื่อมั่นในพลังของรถยนต์ว่า จะสร้างความรัก ความผูกพัน ความสุข ความสนุกสนาน และความมีชีวิตชีวาให้แก่ผู้ที่รักในการขับขี่ได้ไม่รู้จบ มาสด้าเชื่อว่าในทุกช่วงเวลาที่เราเดินไปพร้อมกัน ทุกลมหายใจจะพาคุณเติบโตและไปได้ไกลกว่า พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ออกไปค้นพบโลกกว้างในอีกหลากหลายแง่มุม และส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กันและกัน มาสด้าพร้อมจะก้าวไปกับคุณในทุกเส้นทาง เพื่อก้าวสู่วันพรุ่งนี้และอนาคตที่สดใสขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยกันให้ไกลกว่าเดิม FEEL THE DRIVE

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” คว้าอันดับ 1 แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุด หมวดยานยนต์ MPV พร้อมรางวัลพิเศษ Brand Star Award ด้วยผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand โดย BrandAge

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คว้ารางวัลแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) พร้อมรับรางวัลพิเศษ Brand Star Award จากผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand โดย BrandAge ซึ่งเป็นนิตยสารและสื่อออนไลน์ชั้นนำ ทางด้านการตลาดและธุรกิจ โดยรางวัลนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและคุณภาพอันยอดเยี่ยมของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ซึ่งเป็นผู้นำตลาดเอ็มพีวี ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ได้รับการโหวตให้เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือที่สุด โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ระบบขับเคลื่อน ฟูลไฮบริด ครั้งแรกของมิตซูบิชิ ที่ทางเราเชื่อมั่นว่ารถใหม่ทั้งสองรุ่นนี้จะสามารถครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นเหนือระดับได้อย่างแน่นอน”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 2

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นำความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ในการใช้งาน มาผสานกับรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว สะดุดตา พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่บนท้องถนนแบบรถเอสยูวี และถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มียอดขายทั่วโลกสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในปีงบประมาณ 2565 รองจาก ไทรทัน และ เอาท์แลนเดอร์ นอกจากนี้ รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์รุ่นนี้ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากการตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในประเทศไทย และสามารถทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของมิตซูบิชิ ต่อจากไทรทัน ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 40 ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 4

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มีความอเนกประสงค์ด้วยความกว้างขวางและเพียบพร้อมคุณสมบัติที่รองรับการใช้งานอย่างหลากหลาย โดดเด่นด้วยการเป็นรถพรีเมียมครอสโอเวอร์เพื่อผู้ขับขี่สายลุยและครอบครัวทันสมัยที่ชื่นชอบการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์และความหรูหรา มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวี ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่รักการผจญภัยและมีไลฟ์สไตล์หลากหลายไร้ขีดจำกัด มีการออกแบบอย่างมีสไตล์ สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และหรูหราตามแบบฉบับรถเอสยูวีระดับผู้นำ มีระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีความปลอดภัยทันสมัยที่มอบความมั่นใจ ปลอดภัย และความสะดวกสบายในการขับขี่ในทุกสภาพอากาศและสภาพถนนทุกรูปแบบ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 6

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ทำการพัฒนาและเปิดตัวรถยนต์ระบบขับเคลื่อน ฟูลไฮบริด รุ่นแรกอย่าง เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ที่ถูกถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (พีเอชอีวี) เพื่อตอบสนองต่อความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ขับขี่ โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นได้เสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากลูกค้า ด้วยจุดเด่นที่เหนือระดับที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ Mitsubishi e:MOTION จาก 3 สุดยอดเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบฟูลไฮบริด ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง หรือ Active Yaw Control ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ลุยได้ในทุกสภาพถนน พร้อมให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand ของ BrandAge ประกอบด้วย 11 หมวดสินค้า และถือเป็นหนึ่งในการสำรวจที่ได้รับการยอมรับในด้านความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภคและแบรนด์ชั้นนำมากมายของประเทศไทย โดยผลการสำรวจวิจัยจะถูกเผยแพร่ในนิตยสาร BrandAge และ BrandAge Online พร้อมกับนำเสนอบทความที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จจากแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางและแบบอย่างแก่แบรนด์ไทยและแบรนด์จากต่างประเทศ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นในการที่จะผลักดันให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

 

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ทุบสถิติด้วยยอดจองรถยนต์ 1,151 คันในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0
Kia EV5 Pic open

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จล่าสุดจากงานบางกอก อินเตอร์เนชันเนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ด้วยยอดจองรถยนต์ทั้งสิ้นรวม 1,151 คันจากทุกรุ่น นับเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกียเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย พร้อมประกาศรายชื่อผู้จำหน่ายที่ทำยอดขายสูงสุด 3 อันดับ และที่ปรึกษาการขายที่ทำยอดขายสูงสุด 10 อันดับ นอกจากนี้ The Kia EV5 ยังคว้ารางวัล “The Best SUV EV” จากคณะกรรมการผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชันเนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านยานยนต์ไฟฟ้า

 Kia EV5 1

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มุ่งมั่นนำเสนอยนตรกรรมที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและนวัตกรรมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการดำเนินงานของบริษัทในฐานะ ‘แบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์การเดินทางอย่างยั่งยืน’ (Sustainable Mobility Solutions Provider) ความสำเร็จมากมายเกิดขึ้น ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชันเนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ซึ่งควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง ประการแรก มียอดจองทั้งสิ้นสูงถึง 1,151 คัน และบริษัทฯ ยินดี
เป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับลูกค้าใหม่เข้าสู่ครอบครัวเกียของเรา ความสำเร็จจากยอดจองดังกล่าวเกิดขึ้นได้ ไม่เพียงแต่เป็นเพราะการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่น แต่ยังเป็นเพราะสมรรถนะของ The Kia Carnival ที่ได้ออกรุ่น SXL Luxury 7 ที่นั่ง นอกจากนั้น รถยนต์ไฟฟ้าสองรุ่นล่าสุด อย่าง ‘The Kia EV9’ รถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่ 6 ที่นั่งรุ่นแรกในประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และ ‘The Kia EV5’ รถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ให้ความอเนกประสงค์อย่างเต็มรูปแบบรุ่นแรกในไทย ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าอีกด้วย”

 Kia EV5 2

ความสำเร็จจากยอดจองดังกล่าวคือภาพสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันแบบ “One-Team” ระหว่างบริษัทฯ และผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชันเนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 โดยผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัล ‘Top 3 Kia Dealers’ ที่ทำผลงานได้ดีที่สุด
3 อันดับ ได้แก่

1. บริษัท ยนตรกิจออโตเซ็นเตอร์ จำกัด (เกีย เทียมร่วมมิตร)

2. บริษัท ตระการยนต์ จำกัด (เกีย รามอินทรา) และ

3. บริษัท เกีย บางนา จำกัด (เกีย บางนา)

 Kia EV5 5

พร้อมมอบรางวัลให้กับที่ปรึกษาด้านการขาย ‘Top 10 Sales Consultants’ ที่ทำผลงานโดดเด่น นอกจากนี้ ‘The Kia EV5’ ยังได้รับรางวัล ‘The Best SUV EV’ จากคณะกรรมการผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชันเนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 โดย The Kia EV5 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นแรกในไทยที่พัฒนาขึ้นจากปรัชญาการออกแบบ ‘Opposites United’ ของเกีย โดดเด่นด้วยพื้นที่แถวสองที่กว้างขวางที่สุดในรถยนต์เซกเมนต์เดียวกัน พร้อมนำเสนอฟีเจอร์การใช้งานอเนกประสงค์และมีระยะขับขี่ได้ไกลที่สุดในรถยนต์เซกเมนต์เดียวกัน ด้วยระยะทางถึง 665 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC โดยมาพร้อมการรับประกันคุณภาพ 7 ปี และราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1,249,000 บาท

 Kia EV5 4

“เรามีความยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จดังกล่าวโดยเฉพาะในตลาดในประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง บริษัทฯ จะเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของแบรนด์และการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยจะให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ‘Plan S-5’ โดยตั้งเป้าครองส่วนแบ่ง 5% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและเพิ่มสัดส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบให้เป็น 50% ภายในปี 2571” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวสรุป