Home Blog Page 152

“ฟอร์ด” โชว์ ‘เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสม’ ช่วยออกแบบรถสุดล้ำ

0
Ford 1

เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสม ที่ผสานระหว่างโลกความเป็นจริงและสิ่งเสมือนเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นเครื่องมือสำคัญของนักออกแบบรถยนต์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในประเทศออสเตรเลีย

Ford 2

ความสามารถในการแสดงภาพแบบความละเอียดสูง ช่วยให้นักออกแบบทั่วโลกทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนบางครั้งเทคโนโลยีอันทรงพลัง เป็นธรรมชาติ และสมจริงนี้ทำให้นักออกแบบแทบจะแยกไม่ออกระหว่างความเป็นจริงกับภาพเสมือน

“เทคโนโลยีเสมือนจริงที่เราใช้มีความแนบเนียบมาก จนบางครั้งเมื่อถอดแว่นตาเสมือนจริงออก เราต้องใช้เวลาครู่หนึ่งเลยเพื่อปรับการรับรู้ว่า รถที่เห็นผ่านแว่นเมื่อสักครู่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าเราแล้ว” แอนดรูว์ ดัลแลน-โจนส์ ผู้จัดการฝ่ายการประมวลภาพ ประจำศูนย์การออกแบบของฟอร์ดในประเทศออสเตรเลีย กล่าว

Ford 3

เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมนี้ยังมีส่วนช่วยเสริมการทำงานร่วมกันของทีมต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เพราะนักออกแบบที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้ามาทำงานร่วมกันบนโลกดิจิทัล 3 มิติได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของกระบวนการออกแบบ “เราจึงตรวจสอบรถเสมือนจริงในสภาพแวดล้อมของสตูดิโอที่เราคุ้นเคยได้ ก่อนจะลงมือสร้างรถต้นแบบที่เรามั่นใจ ลดการลองผิดลองถูก การออกแบบจึงทำได้เร็วขึ้น” แอนดรูว์ กล่าว

ในการพัฒนาเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมเพื่อใช้ในการออกแบบ ทีมฟอร์ดในออสเตรเลียได้จำลอง ‘ถาดหลุม’ แบบเสมือนจริงขึ้นมาเพื่อให้ทีมงานเข้าไปทดสอบชุดหูฟัง แต่ปฏิกิริยาของผู้ที่ได้ร่วมทดสอบนั้นสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมนั้นมีความสมจริงเพียงใด

Ford 6

“เราจำลองพื้นที่ให้มีลักษณะเหมือนถาดหลุม เพื่อสาธิตประสบการณ์ 3 มิติที่มีความสมจริงของอุปกรณ์แว่นตาความเป็นจริงแบบผสม” โครี่ มิดเดิลลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการประมวลภาพประจำศูนย์ออกแบบของฟอร์ด ออสเตรเลีย กล่าว

“แต่การค้นพบครั้งสำคัญของเรา เกิดจากการได้เห็นผู้ทดสอบเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปใกล้ปากหลุมจำลอง แล้วมองลงไปข้างล่างเหมือนบริเวณนั้นมีหลุมอยู่จริงๆ เราจึงตัดสินใจวางภาพจำลองรถที่เรากำลังออกแบบไว้บนถาดที่มีแท่นยกขึ้น-ลงได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็นมุมมองที่แตกต่างกันได้รอบตัวรถ”

โครี่อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “ก่อนหน้านี้ เราทดสอบเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆ ในการออกแบบ ต่อมาเราจึงตระหนักได้ว่าการทำให้รถยกขึ้นและลงได้นั้นมีประโยชน์อย่างมาก เพราะนักออกแบบจะมองเห็นภาพจากมุมด้านบนรถได้ง่ายๆ เพียงยืนบริเวณปากหลุมจำลองและก้มลงไป จากที่เมื่อก่อนเราต้องเดินขึ้นบันไดไปยืนอยู่บนชั้นลอยเพื่อมองลงมาให้เห็นหลังคารถ”

Ford 8

แม็กซ์ วูล์ฟ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบประจำฟอร์ด ประเทศจีน และตลาดนานาชาติ เสริมว่าการนำเทคโนโลยีเสมือนจริงและเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมนี้มาใช้ร่วมกัน ถือเป็นการยกระดับนวัตกรรมการออกแบบไปอีกขั้น จากการตรวจสอบงานออกแบบเสมือนจริงที่มีความละเอียดสูงพร้อมกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่อยู่ในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และยุโรปได้ในเวลาเดียวกัน

“การทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ไปจนถึงข้อได้เปรียบอื่นๆ จากการใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสม นับเป็นการปฏิวัติวิถีแห่งการออกแบบให้ล้ำสมัยขึ้นไปอีก”

โครี่เล่าว่าฟอร์ดได้ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมในทุกขั้นตอนของกระบวนการออกแบบ “ในขั้นแรก เราใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อกำหนดขนาด รูปแบบ และพื้นผิวตัวถัง”

และเมื่อมีการกำหนดแนวทางการออกแบบที่ชัดเจนแล้ว ฟอร์ดยังใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมตรวจสอบการออกแบบทั้งภายในและภายนอกให้มีความสอดคล้องกัน โดยนักออกแบบสามารถเทียบภาพต้นแบบดิจิทัลกับต้นแบบรถจริงสลับไปมาได้ง่ายๆ

“การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทดลองออกแบบรถด้วยแนวทางใหม่ๆ ได้บ่อยขึ้น และลดขั้นตอนการออกแบบบางส่วนที่เคยใช้เวลาหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทั้งหมดมาจากความเชื่อมั่นในการทำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้” โครี่ กล่าวสรุป

 

เอ็มจี เดินหน้าต่อเนื่องทยอยส่งมอบ NEW MG4 ELECTRIC LONG RANGE รุ่น V ล็อตแรกถึงมือลูกค้าในราคา 889,900 บาท 

0
NEW MG4 2

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าแผนงานที่วางไว้ทยอยส่งมอบ NEW MG4 ELECTRIC LONG RANGE รุ่น V จากสายการผลิตในประเทศไทย ถึงมือลูกค้าแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลอง NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นได้ ที่โชว์รูมทั่วประเทศ

หลังจากที่ เอ็มจี ประกาศราคาจำหน่าย NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ซึ่งผู้บริโภคต่างให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดย NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบคไฟฟาของ เอ็มจี เป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ดีไซน์มาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ มาพร้อมหลากหลายจุดเด่นที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่ขับสนุกเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ ถือเป็นโมเดลที่มีความครบครันทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยราคาจัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 709,900 บาท ในรุ่น STANDARD RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 423 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และราคา 889,900 บาท ในรุ่น LONG RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง XPOWER ที่มาพร้อมมอเตอร์คู่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในราคาจำหน่ายที่ 1,119,900 บาท

NEW MG4 4

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงปี 2024 เอ็มจี สามารถทำยอดขาย NEW MG4 ELECTRIC เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ถึง 84% เอ็มจี ขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะสามารถส่งมอบรุ่น LONG RANGE ที่มีแบตเตอรี่ 64 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด ถึง 540 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากช่วงเดือนเมษายนที่ได้ทำการส่งมอบ รุ่น STANDARD RANGE ถึงมือผู้บริโภคแล้ว ซึ่งทั้งสองรุ่นถือเป็นรถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผ่านการประกอบจากไลน์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่โรงงานของเอ็มจี ในประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg4-electric/overview หรือสามารถชมและทดลองขับได้ที่ศูนย์ผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี กว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

NEW MG4  6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

TTC Motor จับกระแส Art Toy ลาบูบู้ มาการอง จัดกิจกรรม TTC Summer Drive Event ให้ลูกค้าได้ร่วมลุ้นกล่องสุ่มและทำเวิร์กชอป โคมไฟ ลาบูบู้

0

TTC Motor  จับกระแส Art Toy ลาบูบู้ มาการอง ความนิยมยังยืนหนึ่ง จัดกิจกรรม TTC Summer Drive Event ให้ลูกค้าได้ร่วมลุ้นกล่องสุ่มและทำเวิร์กชอป โคมไฟ ลาบูบู้ พร้อมให้การสนับสนุนงาน “Daddy’s Leaque” ของโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย 8 โรงเรียนในวันมอบถ้วย  โดยนำรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปจัดแสดง พร้อมด้วยฟู้ดทรัคอาหาร ไอศกรีม และของรางวัลอีกมากมาย เพื่อเติมสีสันความอิ่มอร่อยให้ครบรสมากยิ่งขึ้น ในส่วนของโรดโชว์เดินหน้าจัดงานเต็มสปีด ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์  เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ เมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ เปิดเผยถึง การทำการตลาดในยุคนี้ ไม่สามารถที่จะตกกระแสความนิยมได้เลย โดยเฉพาะ Art Toy ลาบูบู้ มาการอง มาแรงและความฮอตฮิตยังคงยืนหนึ่ง เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเกาะตามกระแสนี้ ไม่เว้นแม้แต่ TTC Motor บริษัทฯจัดกิจกรรม TTC Summer Drive Event ให้ลูกค้าที่ร่วมชมและทดลองรถ ได้ร่วมทำกิจกรรมลุ้นกล่องสุ่มและทำเวิร์กชอป ประดิษฐ์โคมไฟ ลาบูบู้ มาการอง เมื่อวันที่ 1-2 มิถุนายนที่ผ่านมา

“ในไตรมาสสองซึ่งเป็นช่วงของการเปิดเทอม กิจกรรมสำหรับ TTC Motor จึงขยายวงมาสัมผัส วงการการศึกษาเพิ่มเติม โดยเราเข้าไปให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬา Daddy’s  Leaque ของโรงเรียนนานาชาติ 8 โรง ในประเทศไทย ( AMNUAY SLIPA , BANGKOK PREP, BERKELEY , BRIGHTON , CONCORDIAN , KING’S COLLAGE , SHREWBURY , WELLINGTON COLLAGE ) ในวันมอบถ้วย จะมีการแข่งขันนัดพิเศษ ระหว่างผู้ปกครองและนักแตะทีมชาติไทย มาร่วมสร้างสีสัน TTC จะนำรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปจัดแสดงพร้อมทดลองขับ และเสิร์ฟความอิ่มอร่อยครบรสด้วยฟู้ดทรัคอาหารและไอศครีม”

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษเฉพาะ สำหรับลูกค้า The new E-Class กับการเวิร์กชอป  Wine Tasting โดยคุณโอ-พีระ เลาหเจริญสมบัติ เจ้าของ REVERIE SIAM RESORT ผู้ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันสากลระดับโลกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ระดับสูงสุด  ในส่วนของเวิร์กชอป Coffee Drip ได้รับเกียรติจาก คุณป็อก-ฉัฐรินทร์ ธรรมชัยโรจน์ เซียนกาแฟมือหนึ่งเจ้าของรางวัลมากมาย  ผู้ก่อตั้ง PPAL CAFÉ ที่คัดสรรกาแฟระดับพรีเมี่ยมจากทั่วโลกมาเสิร์ฟ ทั้งสองท่านจะมาถ่ายทอดและแนะนำเทคนิคให้กับลูกค้าของเรา ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

ทุกกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดสำหรับลูกค้าในนโยบายปัจจุบัน Retail of the Future ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง ตามความต้องการของลูกค้า แบบไร้รอยต่อ การออกงานโรดโชว์ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทฯ ใช้มาอย่างต่อเนื่องและในช่วงมิดเยียร์เช่นนี้ TTC Motor เตรียมความพิเศษมากมายไว้ มอบให้แก่ลูกค้าทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ออกรถยนต์ Mercedes-Benz กับ TTC Motor เพื่อบริการก่อนและหลังการขายที่ดีที่สุด

 

‘ซูซูกิ’ จัดแคมเปญพิเศษรับหน้าฝน “SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% หรือเลือก ขับฟรี 90 วัน ผ่อนนาน 99 เดือน

0
SUZUKI EAZY DRIVE 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การแข่งขันของตลาดรถยนต์นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังคงเข้มข้น และด้วยปัจจัยในหลายด้าน ทั้งเรื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจ ไปจนถึงความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ตลาดรถยนต์จึงยังไม่กลับมาเติบโตได้อย่างเป็นปกติ แต่อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อมั่นว่าในช่วงครึ่งปีหลังทิศทางของตลาดรถยนต์จะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

SUZUKI EAZY DRIVE  2

สำหรับซูซูกิ ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่ามีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า คุ้มราคา ซึ่งช่วยมีส่วนกระตุ้นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ จนทำให้เราได้รับความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับความนิยมของรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทำการแนะนำไปในช่วงที่ผ่านมาอย่าง SUZUKI XL7 HYBRID รถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง และ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กคอมแพคคาร์ที่ขึ้นแท่นเป็น ICONIC BRAND ของซูซูกิ

SUZUKI EAZY DRIVE  2

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันในตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมกับตอบรับความต้องการของลูกค้าต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากซูซูกิ ให้สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงเตรียมนำเสนอแคมเปญพิเศษ SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” ให้ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบาย มากกว่าที่เคย  โดยสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 0% หรือ ขับฟรี 90 วัน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยแคมเปญ SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” เริ่มตั้งแต่วันนี้ 1 มิถุนายน – 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT

  • เลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ เลือกขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนๆ ละ 5,780 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE  3

SUZUKI XL7 HYBRID

  • ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 799,000 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือ เลือกขับฟรี 90 วัน หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนๆ ละ 8,146 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE  5

SUZUKI CELERIO

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI ERTIGA HYBRID

  • ราคาเริ่มต้น 699,000 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนละ 7,126 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

  • รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
  • หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
  • หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

“ซูซูกิมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เรามีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย รวมถึงความใส่ใจในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งนอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริง ที่ต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยได้อย่างยั่งยืน” นายวัลลภกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความสนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ของซูซูกิ เรายังคงเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ รายละเอียด และเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

 

“กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” จับมือ “ฮอนด้า”สานต่อความมันส์ “ฮอนด้า วันเมคเรซ” ปีที่ 4 เพิ่มความสดใหม่ด้วย “ระบบเกียร์” และ “ฮอนด้า คลับ”

0
ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 1

“กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการแข่งขันชั้นนำของเมืองไทย จัดงานแถลงข่าวการแข่งขัน รถยนต์ทางเรียบ “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024” เพิ่มความสดใหม่ด้วยการอัพเกรดรถแข่งสู่ “เกียร์ธรรมดา” คอนเฟิร์มความเร็วเพิ่มขึ้น โดยแชมป์ประจำปีคว้าสิทธิ์สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่า เข้าร่วมแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นแบบฟรีๆ พร้อมเสริมความเร้าใจด้วย “ฮอนด้า คลับ” เอาใจสาวก “วี-เทค” หัวใจมอเตอร์สปอร์ต ยึดสังเวียนระดับโลก “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” และสตรีทเซอร์กิตสุดเจ๋ง “สงขลา สตรีท เซอร์กิต” ดวลทั้งสิ้น 8 สนาม 4 อีเวนต์ เปิดฉากสนามแรก 6-9 มิถุนายนนuh

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 2

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2024 “กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” โปรโมเตอร์ความเร็วยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย จัดงานแถลงข่าว ประกาศสานต่อความมันส์ รถยนต์ทางเรียบ “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024” ถือเป็นการเดินหน้าระเบิดความมันส์เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ความร่วมมือจากผู้สนับสนุนหลักอย่างล้นหลาม

 

ในงานแถลงข่าว นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมคเรซ เปิดเผยถึงความสดใหม่ในฤดูกาลนี้ที่เพิ่มเติมเข้ามา โดยมีผู้บริหารจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บุญรอด บริวเวอร์รี่ จำกัด, บริษัท บี-ควิก จำกัด, บริษัท ฮอนด้า แอคเซส เอเชีย แอนด์ โอเชียเนีย จำกัด, บริษัท ริชไวส์มาร์เก้ตติ้ง จำกัด, บริษัท โยโกฮาม่า ไทร์ เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด และ บริษัท บี.เค.เรซซิ่ง คลัทช์ จำกัด เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

“ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024” นับเป็นการแข่งขันฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน โดยในปีนี้ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ได้เพิ่มความสดใหม่เข้ามา ด้วยการอัพเกรดรถแข่ง “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ” ให้เป็นระบบเกียร์ธรรมดา เพื่อเพิ่มความมันส์และเร้าใจให้กับเกมการแข่งขัน และยังมีรถ “เกียร์อัตโนมัติ” อยู่ในเรซด้วยเช่นกัน โดยแชมป์ประจำปี จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันในประเทศญี่ปุ่น ในรายการ “Super Taikyu” แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 3

ขณะเดียวกัน จากเสียงเรียกร้องของ “แฟนๆ รถยนต์ฮอนด้า” ก็ได้มีการเพิ่มการแข่งขันในรุ่น “ฮอนด้า คลับ” เข้ามาด้วย เพื่อให้สาวกได้สมัครเข้าร่วมดวลความเร็ว และสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านการแข่งขันทั้ง โมโตจีพี และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ รวมถึง ซูเปอร์จีที มาแล้ว นอกจากนี้ยังมีสนามสุดพิเศษอย่าง “พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต” ที่มีความสวยงามอย่างมาก

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 5

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขันกล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ประกาศว่า กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต จะเดินหน้าสานต่อการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมคเรซ ในปี 2024 โดยมีการเพิ่มเติมความเร้าใจให้กับแฟนๆ และนักแข่งทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยรถแข่ง ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ ที่มีการอัพเกรดจากเกียร์อัตโนมัติมาเป็น เกียร์ธรรมดา โดยหลังการทดสอบและพัฒนา เราได้เห็นว่ารถแข่งมีศักยภาพที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน”

“การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความเร็วต่อรอบที่ยอดเยี่ยมมาก ด้วยปัจจัยนี้จะทำให้การขับเคี่ยวในสนามมีความเข้มข้นอย่างสูง อย่างไรก็ดี ในการแข่งขัน ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ เราจะยังคงมีรถเกียร์อัตโนมัติเช่นเคย และเสริมความมันส์ในรุ่น เกียร์ธรรมดาเข้ามา ซึ่งความพิเศษในปีนี้คือ นักแข่งที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องจนคว้าแชมป์ประจำปี จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นแบบฟรีๆ ในรายการ “Super Taikyu”

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 7

นอกจากนี้ นายอโณทัย ยังกล่าวถึงการเสริมความมันส์ของการแข่งขัน “ฮอนด้า คลับ” เข้ามาในฤดูกาลนี้ว่า “มีเสียงเรียกร้องมาหลายปีแล้วเกี่ยวกับการแข่งขันแบบ คลับเรซของ ฮอนด้า ซึ่งเราเล็งเห็นว่าประสบการณ์ในสนามแข่งจะทำให้ผู้ขับขี่ ที่มีความชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้สัมผัสความเร้าใจและเข้าใจในเกมการแข่งขันมากขึ้น โดยอดีตที่ผ่านมา มีนักแข่งแถวหน้าของไทยหลายคนเริ่มต้นจากจุดนี้ ดังนั้นเราจึงเพิ่มเติมการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ เข้ามาในปฏิทินฤดูกาล 2024 อยากขอเชิญชวนสาวกฮอนด้า ที่มีใจรักกีฬาความเร็ว เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความมันส์ครั้งนี้”

ทั้งนี้ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 จะยังคงเสิร์ฟความมันส์ผ่านหน้าจอให้ผู้ชมทั่วโลกติดตามเช่นเคย โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทาง เพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 8

สำหรับ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 จะดวลความเร็วทั้งสิ้น 8 สนาม 4 อีเวนต์
โดยมีตารางแข่งขันดังนี้ :
อีเวนต์ 1 : วันที่ 6-9 มิถุนายนนี้ 2024, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
อีเวนต์ 2 : วันที่ 22-23 มิถุนายนนี้ 2024, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
อีเวนต์ 3 : วันที่ 29 สิงหาคม -1 กันยายน 2024 , สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
อีเวนต์ 4 : วันที่ 17-20 ตุลาคม 2024, สนามพีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต จ.สงขลา

 

 

โอกาสสุดท้ายของสายสปอร์ต CLS 220 d ปิดจบที่ 3.88 ล้านบาท ข้อเสนอที่คุณห้ามพลาดกับส่วนลดกว่า 7 แสนบาท จากเมอร์เซเดส-เบนซ์

0
CLS Promotion 1

ภายหลังการประกาศยุติการผลิตของ CLS สปอร์ตคูเป้ที่สร้างประวัติศาสตร์มาเกือบ 2 ทศวรรษ ล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มอบโอกาสครั้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรม CLS ที่เดินทางมาถึงเจเนเรชั่นสุดท้าย กับข้อเสนอที่มาพร้อมส่วนลดกว่า 760,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายของ CLS 220 d AMG Premium เหลือเพียง 3,880,000 บาท จากราคาเปิดตัว 4,640,000 บาท ด้วยความโดดเด่นของรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่เสริมด้วยชุดแต่ง AMG และขุมพลังดีเซล 2.0 เทอร์โบ ที่ให้ทั้งความประหยัดและสมรรถนะที่เหลือล้น รวมถึงเทคโนโลยีความด้านความปลอดภัยและการขับขี่ที่ครบครัน ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นรถยนต์ที่สายรถควรมีไว้ครอบครอง ร่วมสัมผัสเจเนเรชั่นสุดท้ายของ CLS พร้อมเป็นเจ้าของก่อนใครได้ที่งาน “Mercedes-Benz StarFest 2024” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ถึง 5 มิถุนายน 2567 หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

CLS Promotion

CLS 220 d AMG Premium ยนตรกรรมระดับไอคอนิกที่พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน ผสานดีไซน์แห่งความสปอร์ตและความทันสมัยด้านเทคโนโลยีอย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา 7.5 วินาที ปราดเปรียวอย่างมีสไตล์ด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling พร้อมกระจังหน้าแบบ Star Pattern Radiator Grille รับกับชุดไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์แบบ MULTIBEAM LED และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ปลดล็อกและสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย KEYLESS-GO Comfort Package ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยจาก AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว ช่วยเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นไปอย่างนุ่มนวล

CLS Promotion 6

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมออปชั่นพิเศษแบบจัดเต็ม อาทิ หน้าจอแสดงผล Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa นุ่มสบายทั้งคนขับและตอนหลัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ DYNAMIC SELECT เป็นต้น มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือชั้นระหว่างระบบกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX และฟังก์ชั่น Music Streaming Service สามารถเชื่อมต่อสุนทรียภาพและชาร์จมือถือแบบไร้สายไปในตัว (Wireless Charging) เพิ่มความเร้าใจในทุกการฟังเพลงผ่านระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® พร้อมนำเสนออีกขั้นของความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ด้วยระบบตัวช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบแอคทีฟ (ACTIVE BRAKE ASSIST) ที่จะคอยดูแลทุกความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัด

CLS Promotion 4

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

“NETA”พรอมส่งมอบ NETA V-II รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยให้ลูกค้าชาวไทย

0
Neta 3

NETA เริ่มการส่งมอบ NETA V-II รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car มาพร้อมแนวคิด “SMART & PLAY สมาร์ตให้สุด สนุกให้เหนือใคร” ซึ่งผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทย โดยคนไทยให้กับลูกค้าคนไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของ NETA เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย และสามารถเป็นเจ้าของได้

Neta 2

“ NETA ขอขอบคุณลูกค้าคนไทยสำหรับความไว้ใจในแบรนด์ NETA รวมทั้งภาครัฐที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของเรามาอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือของ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเราในประเทศไทย ผมมั่นใจว่าด้วยเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ประกอบกับศักยภาพด้านการผลิตจากฝีมือคนไทยจะทำให้ลูกค้าทุกท่านชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของเรา ในขณะที่ผู้จำหน่าย NETA ทั่วประเทศพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ มอบการบริการและดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มที่เช่นกันครับ” มร ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว
มั่นใจคุณภาพจากฐานการผลิตในประเทศไทยโดยคนไทยเพื่อคนไทย
All in Thailand All For Thailand

Neta 2

สำหรับ NETA V-II ผลิตจากโรงงานประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งใหม่ของ NETA ในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง NETA กับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด นับเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% แห่งแรกของ NETA ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน และเป็นโรงงานผลิตเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร “พระนครฟรีโซน” นิคมอุตสาหกรรมบางชัน พื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร โดยมีกำลังการผลิต 30,000 คันต่อปี ทั้งนี้จากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ประกอบกับศักยภาพด้านการผลิตของ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ที่มีประสบการณ์ในการประกอบรถยนต์ให้กับแบรนด์ต่างๆ มานานกว่า 50 ปี ทำให้ NETA สามารถส่งมอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ผลิตโดยคนไทยให้ผู้บริโภคชาวไทยภายใต้กลยุทธ์ “All in Thailand, All for Thailand”

NETA พร้อมให้บริการด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบัน NETA มีโชว์รูมและศูนย์บริการเป็นทางการในประเทศไทยกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่พร้อมให้บริการลูกค้าอีกทั้งยังมีการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งการฝึกอบรมความพร้อมเจ้าหน้าที่สำหรับดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ การจัดเตรียมอะไหล่สำรองให้สามารถรองรับกับความต้องการของลูกค้าอย่างทันท่วงที พร้อมบริการช่วยเหลือลูกค้ากรณีฉุกเฉินผ่าน NETA Call Center ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

NETA V-II รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้“NETA V-II” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car มาพร้อมแนวคิด “SMART & PLAY สมาร์ตให้สุด สนุกให้เหนือใคร” มีให้เลือก 2 รุ่น
•NETA V-II รุ่น LITE ราคาจำหน่าย 549,000 บาท
•NETA V-II รุ่น SMART ราคาจำหน่าย 569,000 บาท
NETA V-II ให้ความสะดวกสบายและมั่นใจในการขับขี่ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน โดดเด่นด้วยหน้าจอ Infotainment ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayTM พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ขนาด 12 นิ้ว ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย และกุญแจแบบสมาร์ทคีย์พร้อมระบบ Ride & Go ให้รถพร้อมสำหรับการขับขี่ทันทีที่เปิดประตูรถ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 3,300 วัตต์

NETA V-II ให้สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานด้วยมอเตอร์ขนาด 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ให้ระยะทางในการวิ่งสูงสุด 382 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มตามมาตรฐาน NEDC

สำหรับ NETA V-II รุ่น SMART มาพร้อมระบบช่วยในการขับขี่ ADAS รวม 8 ระบบ ได้แก่ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ รวมไปถึงระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน

สำหรับผู้ที่จอง NETA V-II ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะได้รับพร้อมรับข้อเสนอพิเศษดังนี้
•ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
•ฟรี! เครื่องชาร์จ NETA WALLBOX พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด
•ฟรี! รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 ก.ม.(แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี! รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023-9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่:
●Facebook : Neta Auto Thailand
●NETA Line Official : @netaautothailand
●Website : www.neta.co.th

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เปิดตัวกิจกรรมใหม่ ‘THE EXCLUSIVE STORY – EP.1 LIFE OF THE EXPLORER’ เอาใจลูกค้าสายออฟโรด ร่วมพิชิต “ผาตัด” จ. เพชรบูรณ์

0
THE EXCLUSIVE STORY Pic Open

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัวกิจกรรม ‘THE EXCLUSIVE STORY EP. 1 – LIFE OF THE EXPLORER’ ชวนลูกค้าท้าพิสูจน์ประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดสุดเอ็กซ์คลูซีฟไปกับ มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ด้วยที่สุดแห่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อพิชิต “ผาตัด” ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมร่วมสร้างแนวป้องกันไฟป่า และบริจาคของใช้จำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

THE EXCLUSIVE STORY 2

นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ลูกค้าของเรา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงได้ริเริ่มกิจกรรม ‘THE EXCLUSIVE STORY EP. 1 – LIFE OF THE EXPLORER’ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่จะนำเสนอรถยนต์ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางคู่ใจที่พร้อมลุยไปในทุกที่ พร้อมเติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการขับขี่ในทุกๆ วัน และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างหลากหลายของผู้ขับขี่ ภายใต้ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอันล้ำสมัย ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย พร้อมพาคุณขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้เร็วกว่าที่เคย และถึงบ้านด้วยความปลอดภัยในทุกเส้นทาง”

THE EXCLUSIVE STORY 4

ลูกค้าที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างรู้สึกประทับใจไปกับประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโรด ที่ตอกย้ำถึงความสุดยอดของสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต บนเส้นทางอันท้าทายตลอด 2 วันของทริปการเดินทาง พร้อมสัมผัสความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ และร่วมพิชิต “ผาตัด” ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสุดยอดไฮไลท์ของทริปนี้ โดยในวันแรก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมสร้างแนวป้องกันไฟป่าที่จุดชมวิวบ้านน้ำเพียงดินในอุทยานแห่งชาติเขาค้อ และบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อุปกรณ์ดับไฟป่า รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาค้ออีกด้วย

THE EXCLUSIVE STORY 5

นายณัฐนนท์ โกชุม ลูกค้าเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เผยความรู้สึกว่า “ทริปนี้ถือเป็นสุดยอดประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่ได้ขึ้นไปพิชิตผาตัดเป็นครั้งแรก ด้วยการขับ ออล-นิว ไทรทัน แอทลีท ซึ่งมีช่วงล่างที่ดีมาก พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ตอบสนองในการขับขี่บนเส้นทางจริงได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้การขับขึ้นผาตัดเป็นไปอย่างง่ายดาย สำหรับใครที่กำลังมองหารถที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อยากให้ลองได้มาสัมผัสคุณภาพและสมรรถนะของตัวรถ แล้วมาเป็นสมาชิกครอบครัว มิตซูบิชิ ด้วยกันครับ”

THE EXCLUSIVE STORY 5

ลูกค้าและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
Facebook Fanpage: Mitsubishi Motors Thailand www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
Facebook Fanpage: M-JOURNEY www.facebook.com/Mjourneythailand

THE EXCLUSIVE STORY Pic open

 

“นิสสัน” ประกาศรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2566 สยามนิสสัน เอ.อาร์. ภูเก็ต คว้ารางวัล Best of the Best Dealer Award ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทย มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม (Best of the Best Dealer Award) ประจำปี 2566 ให้แก่ สยามนิสสัน เอ.อาร์. จังหวัดภูเก็ต (Siam Nissan A.R.) ซึ่งเป็นรางวัลการันตีคุณภาพในปีที่ผ่านมา โดยมอบให้กับผู้จำหน่ายที่มีผลงานยอดเยี่ยมโดดเด่นในทุกด้าน และได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในแง่ของการบริการ
นิสสันได้จัดงานประชุมผู้จำหน่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของคำมั่นสัญญาที่มีต่อกลุ่ม
ผู้จำหน่าย และเพื่ออัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ล่าสุดในตลาด และกลยุทธ์ของนิสสัน รวมถึงการมอบองค์ความรู้ และเทคนิคต่างๆเพื่อให้ผู้จำหน่ายได้นำไปพัฒนา และยกระดับคุณภาพการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจสูงสุดจากผู้จำหน่ายของนิสสันทั่วประเทศ โดยการประชุมผู้จำหน่ายนี้ยังเป็นเวทีในการยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลงานยอดเยี่ยม และมีผลการดำเนินงานโดดเด่นอีกด้วย ซึ่งจากการคัดเลือกมีผู้จำหน่ายที่ได้คะแนนสูงสุดจากเกณฑ์การประเมินทั้งในด้านคุณภาพการขาย, การบรรลุเป้าหมาย, การให้บริการหลังการขาย, การกลับมาใช้บริการซ้ำของกลุ่มลูกค้า และการนำเสนอแพคเกจ SAVE SAFE ซึ่งเป็นบริการหลังการขายให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้จำหน่ายที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้เพื่อการันตีคุณภาพ

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ในนามของนิสสัน ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความทุ่มเท- และการมีส่วนร่วมในการส่งมอบบริการด้วยความเป็นเลิศให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับนิสสัน เป็นเวลากว่า 71 ปีแล้วที่เราสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ นิสสันได้ลงทุน และผลักดันให้ตลาดภายในประเทศไทยเกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราเชื่อว่าความมุ่งมั่นของนิสสันในการสนับสนุนผู้จำหน่ายของเรานี้ จะช่วยให้พวกเขาส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆให้มีโอกาสเข้ามาเป็นลูกค้าของนิสสันได้ต่อไป ซึ่งความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับพวกเราทุกคน”

เครือข่ายผู้จำหน่ายของนิสสันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน นิสสันได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยระบบเหล่านี้จะช่วยมาเสริมศักยภาพของผู้จำหน่ายในแง่การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

จำรัส ใจกล้า กรรมการผู้จัดการ สยามนิสสัน เอ.อาร์. จำกัด จังหวัดภูเก็ต และผู้ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม (Best of the Best Dealer Award) ประจำปี 2566 เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของความมุ่งมั่นนี้ สยาม นิสสัน เอ.อาร์. เป็นพันธมิตรกับนิสสันมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมีจุดยืนด้านการดำเนินงานที่มีความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง, ผลงานด้านการขาย, และสิ่งสำคัญที่สุดคือความพึงพอใจของลูกค้า ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสยามนิสสัน เอ.อาร์. อยู่ที่การช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างฉับไว ช่วยสร้างความมั่นใจในการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าทั่วจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างเป้าหมายร่วมกัน และมีการสื่อสารที่เป็นเลิศภายใน และผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมแม้เผชิญกับความท้าทายในตลาด สยามนิสสัน เอ.อาร์. จึงเป็นสุดยอดผู้จำหน่ายที่ชนะรางวัลในปีที่ผ่านมา และได้รับรางวัลเพื่อการันตีคุณภาพความเป็นเลิศในการให้บริการต่อไป

Nissan 2

“รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นผลพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของทีมงาน และการดำเนินงานตามกลยุทธ์ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรายึดมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางของนิสสัน รวมถึงการสร้างกำลังให้กับเหล่าพนักงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า รางวัลที่เราได้รับในครั้งนี้เป็นการการันตีว่านิสสันให้ความสำคัญสูงสุดในแง่การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จำหน่ายได้ว่า นิสสันคือ
แบรนด์รถยนต์ชั้นนำที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายความสำเร็จไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” จำรัส กล่าวทิ้งท้าย

 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า เน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาของผลิตภัณฑ์ ควบคู่การพัฒนาบริการหลังการขาย ยืนหยัดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีคุณภาพให้กับชาวไทย

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เดินหน้ายกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วประเทศด้วย “นโยบายราคาเดียว” หรือ “One Price Policy” ยืนยันไม่ปรับลดราคารถยนต์ทุกรุ่น เน้นส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพพร้อมความคุ้มค่าด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในทุกช่วงเวลา ผนวกกับการเร่งพัฒนาบริการหลังการขายอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มุ่งยกระดับประสบการณ์ที่ดีในทุกมิติ สะท้อนการเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ที่ยึดถือการดำเนินงานโดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User Centric) อย่างแท้จริง

 

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมยานยนต์พลังงานใหม่ที่มีผู้เล่นในตลาดที่หลากหลายที่เข้ามาตอบสนองความต้องการของชาวไทย อย่างไรก็ตาม เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงยืนหยัดที่จะไม่ปรับลดราคาของรถยนต์ ที่ตั้งขึ้นตามกลไกของต้นทุนการผลิตที่แท้จริงที่ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากหลากหลายหน่วยงานที่ทรงคุณวุฒิ ในสภาวะการแข่งขันสูงในตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน บริษัทรถยนต์ต่างสร้างการได้เปรียบทางการแข่งขันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งเอาไว้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เอง เรายืนยันที่จะคงราคาขายปลีกของผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของเราไว้ แต่จะมอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับลูกค้าของเรา โดยเราจะมอบข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์ของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น เราได้ศึกษาความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ ของรถยนต์แต่ละรุ่นของเราซึ่งมีลักษณะและความต้องการที่แตกต่างกัน และได้ปรับเปลี่ยนข้อเสนอให้เหมาะกับความต้องการนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสด หรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษ และการช่วยผ่อนในแต่ละเดือนสำหรับลูกค้าที่จัดไฟแนนซ์ โดยยึดถือนโยบายราคาเดียว หรือ ‘One Price Policy’ เพื่อตอบโจทย์การซื้อรถของผู้บริโภคที่ไม่ว่าจะซื้อที่ไหนก็ราคาเดียว ข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ เราอยากให้ลูกค้าทุกท่านทั้งที่ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ของเราไปแล้ว หรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อ มั่นใจว่ารถยนต์ทุกรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นั้นมีราคาที่สมเหตุสมผลและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ สะท้อนความคุ้มค่าคุ้มราคากับสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับไม่ว่าลูกค้าจะซื้อรถยนต์ของเราในช่วงไหนก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเร่งพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมสนับสนุนผู้ขับขี่ทั่วประเทศผ่านการตอบสนองทุกความต้องการของพี่น้องชาวไทย ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของสังคมไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เร่งสร้างรากฐานอย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม พร้อมเติบโตไปพร้อมกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาว โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 ปีเต็มและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์จากประเทศจีนที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าอันหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ เป็นบริษัทที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่จังหวัดระยองอย่างเป็นรูปธรรม รถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่จำหน่ายในประเทศไทยทุกรุ่น (ยกเว้น ORA 07) รวมทั้งสิ้น 8 รุ่น ทั้ง HAVAL H6 ทั้ง HEV และ PHEV, HAVAL JOLION ทั้งรุ่น ULTRA และ SPORT, GWM TANK 500 HEV และ GWM TANK 300 HEV รวมถึงล่าสุด New ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รถยนต์ไฟฟ้า 100% ผลิตจากสายการผลิตของโรงงานที่จังหวัดระยองทั้งสิ้น สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยมากกว่า 1,000 คน รวมถึงยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการใช้และการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ระดับภูมิภาค นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายหรือ Partner Store ที่เหนียวแน่น และเป็นส่วนสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคชาวไทยและส่งมอบบริการด้านการขายและบริการหลังการขายทั่วประเทศมากถึง 73 แห่ง และจะเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

ด้านความคุ้มค่าคุ้มราคา เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์ที่นำเอาเทคโนโลยีที่เป็นทั้ง First-in-class และ Best-in-class เข้ามาให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัส ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้กับลูกค้าทุกคน ควบคู่ไปพร้อมกับการมอบข้อเสนอสุดพิเศษต่าง ๆ ให้กับแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในราคาและข้อเสนอเดียวกัน ด้วยข้อเสนอที่คุ้มค่าคุ้มราคาในทุกช่วงเวลาและทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมุ่งพัฒนาด้านการบริการหลังการขายซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยบริษัทฯ ได้มีการนำ GWM Smart Service ระบบบริการอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการให้บริการลูกค้าให้มีความสะดวกสบายและโปร่งใสเข้ามาใช้ โดยจะเร่งดำเนินการให้กับ Partner Store ทุกสาขาทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ เพื่อรองรับการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้และทักษะให้กับช่างเทคนิคทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถซ่อมบำรุงรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างถูกต้องตามมาตรฐานระดับสากล

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

ด้านการบริหารจัดการอะไหล่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเร่งพัฒนาการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพด้วยการขยายพื้นที่คลังอะไหล่ การวิเคราะห์และเก็บสินค้าคงคลังของอะไหล่ให้ถูกต้องแม่นยำทั้งอะไหล่ภายในประเทศและอะไหล่ที่มีการนำเข้า การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดส่งอะไหล่ให้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มการสื่อสารที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับ Partner Store และบริษัทประกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการซ่อมบำรุงให้กับลูกค้า นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเพิ่มบริการใหม่ล่าสุด ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดส่งอะไหล่และอุปกรณ์ไปเป็นรูปแบบ Milk Run โดยจากเดิมจะเป็นการจัดส่งสินค้าเพียงแค่สองรอบต่อสัปดาห์ต่อ Partner Store เปลี่ยนไปเป็นการจัดส่งสินค้าทุกวัน ซึ่งรูปแบบการขนส่งสินค้าดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการรออะไหล่และอุปกรณ์ของ Partner Store และยังช่วยลดระยะเวลาในการรอซ่อมของลูกค้าซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับรถยนต์ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย*

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

*สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด หากทาง Partner Store ส่งคำสั่งซื้อเข้ามาในระบบภายใน 10 โมงเช้าของทุกวันจะได้รับของภายในวันถัดไป (นับจากวันที่สั่งซื้อ) สำหรับต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่ห่างไกล (แม่ฮ่องสอน เชียงราย ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ทาง Partner Store จะได้รับของภายใน 2 วัน (นับจากวันที่สั่งซื้อ)

ด้านการมอบความอุ่นใจในการใช้รถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมอบแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง ฟรี ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ ควบคู่กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ยาวนานตลอด 5 ปีเต็ม ให้กับผู้ขับขี่ที่ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังจัดตั้ง EV Battery Rapid Team ซึ่งเป็นหน่วยงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คำแนะนำและตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่หลังเกิดอุบัติเหตุ และ GWM BATTERY HOTLINE สายด่วนเพื่อรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และการเคลมโดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากที่ลูกค้าจะได้รับรถยนต์พลังงานใหม่ในข้อเสนอที่ดีแล้วยังได้รับการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศที่จะทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจตลอดทุกเส้นทางอีกด้วย (เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังจะคงยืนหยัดการดำเนินธุรกิจภายใต้ One Price Policy ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย