Home Blog Page 162

เอช เซม มอเตอร์ เปิดเกมรุกปี มังกร รับผู้ร่วมลงทุน เปิดสถานีเปลี่ยนแบตฯ ในกรุงเทพและปริมณฑล

0

เอช เซม เดินหน้าลุย ปูพรมธุรกิจปีมังกร 2567 เปิดรับพันธมิตรเป็นตัวแทนตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ ภายใต้รูปแบบธุรกิจ MOVE EV X (ออกเสียง มูฟ-อี-วี-เอกซ์) ด้วยแนวคิดเปลี่ยนแบตฯ ภายใน 3 นาที คุ้มกว่าชาร์จแบตฯ เอง 6 ชั่วโมง ตั้งเป้าเพิ่ม 80 ตู้ มูลค่ารวม 120 ล้านบาทภายในปีนี้

คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและผู้ให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม เปิดเผยว่า ด้วยผลตอบรับอย่างล้นหลามของการใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงส่งผลให้มีแนวโน้มความต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2567 นี้ บริษัทฯ จึงได้วางแผนขยายจำนวนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่เพิ่มอีก 80 ตู้ มูลค่าการลงทุนประมาณ 120 ล้านบาท

ณ ปัจจุบัน เอช เซม มีสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่กระจายในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ทั้ง สำนักงาน สาขาของ เอช เซม ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ซุปเปอร์มาร์เก็ต คอมมูนิตี้ มอลล์ ถึงแม้จำนวนสถานีจะเพิ่มมากขึ้นแต่จากข้อมูลตัวเลขการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเอช เซม ในช่วงปี 2564 – เดือนมกราคม 2567 มียอดสะสมการเปลี่ยนแบตฯ สูงกว่า 4,000,000 ครั้ง สามารถแจกแจงเพื่อให้เห็นการเติบโตอย่างชัดเจนโดยปีแรก 2564 จำนวนการเปลี่ยนแบตฯ 17,505 ครั้ง ปีต่อมา 2565 ยอดการใช้งานสูงถึง 777,627 ครั้ง เท่ากับมียอดเติบโตสูงขึ้น 4,342% และปี 2566 ที่ผ่านมา มียอดการใช้งาน 2,781,001 ครั้ง เท่ากับการใช้งานสูงขึ้น 258% และในเดือนมกราคม 2567 จำนวนการเปลี่ยนแบตฯ 428,551 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มีความสำคัญและมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน

ทั้งนี้ เพื่อง่ายต่อการทำงาน เอช เซม จึงแบ่งโซนความหนาแน่นของการใช้สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ Hot Zone มีจำนวนการเปลี่ยนแบตฯ มากกว่า 1.6 แสนครั้งต่อเดือน Warm Zone มีจำนวนการเปลี่ยนแบตฯ มากกว่า 7 หมื่นครั้งต่อเดือน และ Cold Zone มีจำนวนการเปลี่ยนแบตฯ มากกว่า 1 หมื่นครั้งต่อเดือน

จากสถิติการใช้งานดังกล่าว จึงเป็นที่มาของรูปแบบธุรกิจ “MOVE EV X” เพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ให้ผู้สนใจเป็นตัวแทนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยมีรูปแบบธุรกิจให้เลือก 2 แบบแบบแรกผู้ประกอบการมีความพร้อมทั้ง เงินลงทุนและพื้นที่ (เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล) โดยธุรกิจสามารถเริ่มต้นด้วยพื้นที่เพียง 8 ตารางเมตร เท่านั้น

ส่วนแบบที่ 2 จะเป็นการจับคู่ธุรกิจ หากผู้ประกอบการไม่มีพื้นที่แต่มีความสนใจทำธุรกิจ MOVE EV X ได้คัดเลือกและรวบรวมพื้นที่สำหรับติดตั้งตู้ให้ผู้สนใจเช่าพื้นที่เพื่อเริ่มธุรกิจได้เช่นกัน โดย MOVE EV X จะเป็นจุดนัดพบให้กับเจ้าของพื้นที่และผู้สนใจทำธุรกิจได้พบและเจรจาธุรกิจกัน

นอกจากจะเป็นจุดนัดพบของการเริ่มต้นธุรกิจแล้ว MOVE EV X ยังเป็นผู้ประเมินพื้นที่ ดำเนินการขอมิเตอร์ไฟฟ้าและติดตั้งตู้ให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย โดยงบประมาณในการลงทุนเริ่มต้นที่ 700,000 บาทและสูงสุดที่ 2.4 ล้านบาท ทำสัญญา 5 ปี และจะคืนทุนภายในเวลา 2 ปี

ผู้สนใจเป็นพันธมิตรมาร่วมสร้างระบบ Ecosystem อย่างยั่งยืน กับ “MOVE EV X by H Sem” เป็นเจ้าของสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สามารถสอบถามรายละเอียดหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.moveevx.com และ Line: @moveevx

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” มอบทุกการเดินทางให้เป็นของขวัญล้ำค่า ส่งดีลพิเศษผ่านยนตรกรรมอันเหนือระดับ ต้อนรับปีมังกร

0
Chinese New Year 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ฉลองเปิดปีมังกร 2567 เสริมความมั่งคั่งด้วยแคมเปญ “Chinese New Year” ยกทัพยนตรกรรมมาเปิดข้อเสนอสุดพรีเมียมต้อนรับตรุษจีนด้วยส่วนลด สิทธิพิเศษ และการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ให้กับลูกค้าใหม่ที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ร่วมรายการกว่า 20 รุ่น ทั้งในกลุ่มรถยนต์คอมแพกต์ และรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG พร้อมตอบโจทย์ความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์แบบลักชัวรีในทุกมิติ ให้กับลูกค้าคนพิเศษในทุกขั้นตอนของการซื้อรถยนต์

 

สำหรับแคมเปญ “Chinese New Year” เป็นแคมเปญแรกภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ “Retail of the Future” ที่พลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกของแบรนด์สู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ มาพร้อมราคาและข้อเสนออย่างเท่าเทียมกันในทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงการที่ลูกค้าสามารถเลือกรถยนต์ทุกรุ่นที่ต้องการผ่านระบบคลังสินค้าส่วนกลางที่เชื่อมต่อกันทั่วประเทศอย่างไร้รอยต่อ โดยสามารถรับข้อเสนอสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นที่ร่วมรายการ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 – 30 เมษายน 2567 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.รถยนต์กลุ่ม E-Class

Chinese New Year 3

•รุ่น E 300 e AMG Dynamic ราคาเริ่มต้น 3,390,000 บาท
•รุ่น E 300 e Avantgarde ราคาเริ่มต้น 2,990,000 บาท
•รุ่น E 220 d AMG Sport ราคาเริ่มต้น 3,390,000 บาท

พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้น 1 (MB Protection) นาน 1 ปี และค่าบำรุงรักษาแพ็กเกจ Easy Care 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

2.รถยนต์รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ราคาเริ่มต้น 6,700,000 บาท

Chinese New Year 4

พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้น 1 (MB Protection) นาน 5 ปี ค่าบำรุงรักษาแพ็กเกจ Easy Care 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และขยายเวลารับประกันแพ็กเกจ Extra Guarantee 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

3.รถยนต์กลุ่ม CLS-Class

Chinese New Year 2

•รุ่น CLS 220 d AMG Premium ราคาเริ่มต้น 4,140,000 บาท
•รุ่น Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ราคาเริ่มต้น 5,280,000 บาท

พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้น 1 (MB Protection) นาน 1 ปี

นอกจากนี้ ยังมอบส่วนลดเงินสดสูงสุดถึง 600,000 บาท ให้กับรถยนต์ที่ร่วมรายการอีกมากกว่า 14 รุ่น ทั้งรถยนต์ซีดาน เอสยูวี และสปอร์ตคูเป้ ได้แก่ A 200 AMG Dynamic, C 220 d Avantgarde, C 350 e AMG Dynamic, C 200 Coupé AMG Dynamic, S 350 d Exclusive, S 580 e AMG Premium, GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic, GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic, GLE 350 de 4MATIC Exclusive, GLS 350 d 4MATIC AMG Premium รวมไปถึงรถยนต์สมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé และ Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+ โดยลูกค้าจะได้รับประกันภัยชั้น 1 (MB Protection) 1 ปี ทุกคันฟรี! พร้อมให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกการเดินทาง ให้ทุกการขับขี่และการโดยสารเต็มไปด้วยความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด

สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์มอบแคมเปญส่งเสริมการขายดังกล่าวเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น โปรดตรวจสอบรายละเอียดกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

มาสด้า ผนึกสวาทแคทจัดคาราวานพาลูกค้าและแฟนบอล รวมพลังสร้างโป่งเทียม อนุรักษ์ผืนป่า เขาแผงม้า วังน้ำเขียว

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จัดกิจกรรมส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น “Mazda Swatcat Caravan เสริมชุมชน สร้างผืนป่า พาเชียร์บอล” รวมพลังลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าและแฟนคลับสวาทแคท ร่วมขบวนคาราวานด้วยรถยนต์มาสด้าออกเดินทางไปเรียนรู้และส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนบ้านด่านเกวียน แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นมานานกว่าร้อยปี และร่วมกันสร้างโป่งเทียมเพิ่มแร่ธาตุให้กับสัตว์ป่า เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์และยั่งยืน ณ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าจุดสกัดเขาสูง เขาแผงม้า ในช่วงเย็นยังได้ร่วมส่งแรงใจแรงใจเชียร์ทีมฟุตบอลสวาทแคท ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก2 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งสร้างความประทับใจและยกระดับความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างลูกค้ามาสด้าและแฟนบอลได้เป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 100 คน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าเดินหน้าตามแนวทาง Sustainable Development Goals- SDGs หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สะท้อนถึง 3 แกนหลักของมิติความยั่งยืน ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสรรค์โลกของเราให้ยังคงความสวยงาม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมที่ยั่งยืนตลอดไป ภายใต้การบริหารคุณค่าของแบรนด์ Brand Value Management (BVM) ประกอบด้วย Purpose เจตนารมณ์และเหตุผลหลักในการดำรงอยู่ของมาสด้า เน้นสร้างคุณค่าและเติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนได้สัมผัสแบรนด์มาสด้าด้วยความภาคภูมิใจ Promise คำมั่นสัญญาจากแบรนด์ที่มีให้กับลูกค้าทุกคน มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก และ Value การสร้างคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นมากกว่ายานพาหนะแต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่จะทำให้ทุกครอบครัวมีความสุขตลอดการเดินทาง

คาราวาน “Mazda Swatcat Caravan เสริมชุมชน สร้างผืนป่า พาเชียร์บอล” มีรถยนต์มาสด้าเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 30 คัน มีสมาชิกร่วมเดินทางกว่า 100 คน กิจกรรมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ การเดินทางไปเรียนรู้วิถีแห่งชุมชนเที่บ้านด่านเกวียน ชมหัตถกรรมครื่องปั้นดินเผา อำเภอโชคชัย ช่วยยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา การสร้างโป่งดินเพื่อเป็นแหล่งเสริมแร่ธาตุสำหรับสัตว์ป่า เขาแผงม้า และสุดท้ายนำสมาชิกเข้าชมและเชียร์การแข่งขันฟุตบอล มาสด้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกคนในวันนี้ คือส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และช่วยสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น นี่คือหนึ่งในพันธกิจของมาสด้าที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ สร้างความสุข และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้ามาสด้าทั่วประเทศ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานบริหารสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า “กิจกรรม “Mazda Swatcat Caravan” เกิดจากความร่วมมือระหว่างพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย, สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ผู้จำหน่ายมาสด้าในจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งบางจาก และ อินทนิล ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับลูกค้าและแฟนคลับสวาทแคท พร้อมส่งกำลังใจเชียร์การแข่งขันฟุตบอล ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ชมการแข่งขันในเย็นวันนี้ซึ่งเป็นนัดที่แตะในบ้าน ด้วยแรงสนับสนุนจากทุกท่าน ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้จังหวัดนครราชสีมาที่เป็นบ้านเกิดของชาวสวาทแคทก้าวสู่ความยั่งยืนเท่านั้น แต่กำลังใจที่เต็มเปี่ยมในครั้งนี้ ยังจะช่วยส่งเสริมให้ทีมสวาทแคทที่เรารักเอาชนะในเกมส์การแข่งขันในครั้งนี้”

กิจกรรมในครั้งนี้ เริ่มปล่อยขบวนคาราวานออกจากจุดสตาร์ท บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะนันท์กุล  พร้อมด้วยผู้บริหารจากสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี นำโดย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานบริหาร, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ประธานสโมสรฯ, นางสาวอัญรินทร์ วงศ์อัครพัฒนา รองประธานฝ่ายรายได้และสิทธิประโยชน์, นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด, นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย นางสาวทัศนียา พัฒนจิตวิไล กรรมการผู้จัดการ มาสด้า ราชาออโต้เซลส์ และทีมบริหารจาก มาสด้า เอกสห กรุ๊ป เข้าร่วมพิธีปล่อยคาราวาน ก่อนมุ่งหน้าออกเดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนอันเลื่องชื่อของจังหวัดฯ พร้อมชมนิทรรศการ “งานมหกรรมเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน” ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าไปร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ยั่งยืน ณ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าจุดสกัดเขาสูง เขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว

หลังจากลูกค้าและแฟนคลับร่วมกันทำโป่งดินเพื่อสัตว์ป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางต่อไปยังสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อรวมตัวสร้างความฮึกเหิมและรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว และส่งกำลังใจให้ทีมสวาทแคท ในการแข่งขันแมตต์สำคัญระหว่าง สวาทแคท กับ พัทยา ยูไนเต็ด นอกจากลูกค้าและแฟนคลับจะได้สนุกสนานกับกิจกรรมตลอดการเดินทางแล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแฟนมาสด้า แฟนคลับสวาทแคท และนักกีฬาในการสู้ศึกการแข่งขันเพื่อทีมที่ทุกคนรักและภาคภูมิใจ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ หรือ Joy of Driving จากการขับขี่รถยนต์มาสด้าแล้ว ยังได้รับความสุขจากการได้มีส่วนช่วยสร้างสรรค์ชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน เพื่อทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป

กรังด์ปรีซ์ฯ ร่วมเปิดงาน OSAKA AUTOMESSE 2024

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย คุณพีระพงศ์  เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ได้รับเกียรติร่วมพิธีเปิดจาก Automesse Association (ออโต้เมสเซ่ แอสโซซิเอชั่น) ผู้จัดงาน  27th OSAKA AUTO MESSE 2024 (ครั้งที่ 27 โอซาก้า ออโต้ เมสเซ่ 2024) งานแสดงรถแต่งสุดยิ่งใหญ่ในโอซาก้า  จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 10 – วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2024 ที่ผ่านมา ที่ อินเท็กซ์ โอซาก้า (INTEX OSAKA: Osaka International Exhibition Center)

Osaka Auto Messe 2024 เป็นงานที่รวมรถแต่งฝั่งคันไซ ภายใต้แนวคิด ”OMOROI ASHITA MUGENDAI” (Interesting/Tomorrow/Infinity: ความน่าหลงใหล/เพื่อก้าวสู่วันพรุ่งนี้/อย่างไร้ข้อจำกัด) โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อสร้างงานแสดงรถยนต์ที่มอบความบันเทิงให้แก่คนทุกเจเนอเรชั่นสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของรถยนต์หลากหลายสไตล์ และอุปกรณ์ตบแต่งมากมายที่นำมาจัดแสดง

ในปีนี้ Osaka Auto Messe 2024 (OAM 2024) ยกกองทัพรถแต่งมากกว่า 500 คัน จัดแสดงบนพื้นที่ 50,000 ตารางเมตรของอินเท็กซ์ โอซาก้า โดยมีทั้งรถแต่งเทรนด์ใหม่ล่าสุดที่มาเปิดตัวครั้งแรกในงาน, บรรดารถสปอร์ตตัวแรง, รถยนต์รุ่นใหม่ที่ขายในประเทศญี่ปุ่น และอุปกรณ์แต่งจากสำนักแต่งรถชื่อดังแบบจัดเต็ม อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมตลอดทั้งงาน โดยในปัจจุบันงานแสดงรถยนต์ และอุปกรณ์ตบแต่ง Osaka Auto Messe ได้รับการยกระดับให้เป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ประจำภูมิภาคคันไซ หลังจากมีผู้เข้าชมงานเฉลี่ยมากกว่า 200,000 คนต่อเนื่องในทุกปี โดยการจัดงานเมื่อปี 2023 มียอดผู้เข้าชมงานสูงถึง 205,462 คน

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO ช่วยผู้ประสบอัคคีภัย

0

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์” มอบน้ำดื่มจำนวน 3,600 ขวด ให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุด สน.บางยี่ขัน และ อปพร. เขตบางกอกน้อย หน่วยพรพิพัฒน์ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอัคคีภัย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากไฟไหม้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

ฟอร์ดอัดเพิ่มโปรแรง ‘นาทีทองต้องจองฟอร์ด’ ซื้อรถฟอร์ด-แจกทอง 1 บาททุกคันตลอดเดือนกุมภาพันธ์

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี #นาทีทองต้องจองฟอร์ด ซื้อรถฟอร์ดทุกคัน แจกทองคำแท่ง 1 บาท มูลค่า 34,200 บาท* พิเศษ! ลูกค้าเจ้าของรถทุกแบรนด์ที่นำรถมาแลกซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รับส่วนลดอีก 30,000 บาท เพิ่มเติมจากโปรแกรมส่งเสริมการขายปกติ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 พร้อมจัดเต็มกับกิจกรรม ‘ปาร์ตี้รับปีมังกรทองกับฟอร์ด’ ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โชว์รูมฟอร์ด โดยลูกค้าสอบถามรายละเอียดกิจกรรมโชว์รูมเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน

“ฟอร์ดส่งความสุขสุดยิ่งใหญ่ให้กับลูกค้าฟอร์ดในช่วงเทศกาลตรุษจีนรับปีมังกรทอง มอบความมงคลด้วยแคมเปญแรงแห่งปี นับเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถใหม่หรือเปลี่ยนรถคันใหม่ ซึ่งฟอร์ดมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ดกับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลด พร้อมรับทองคำแท่งเสริมโชคลาภตั้งแต่ต้นปี” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

พบกับข้อเสนอสุดเร้าใจจากฟอร์ด

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+ ราคาพิเศษ 599,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XLS และ Double Cab XLS ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 20% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสปอร์ต 4X2 AT และฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4X4 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ดอกเบี้ยพิเศษ 19% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไวลด์แทรค, ไทเทเนียม พลัส 4×4, ไทเทเนียม พลัส 4×2 และเทรนด์ ดอกเบี้ยพิเศษ 19% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นสปอร์ต ดอกเบี้ยพิเศษ 39% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด มัสแตง ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม Ford 5 Years Premium Care

ทั้งหมดมาพร้อมโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สำหรับลูกค้าเดิมของฟอร์ดที่ซื้อรถใหม่ รับเพิ่มโปรแกรม Ford Care+ อุ่นใจในการขับขี่ตลอดระยะเวลา 5 ปี ฟรี! การรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน 5 ปี ฟรี! บำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ ค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี สำหรับลูกค้าที่สนใจดูรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขแคมเปญและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th

มองอดีต ส่องอนาคต 90 ปีของ “นิสสัน” แบรนด์รถยนต์ในใจคนรักรถทั่วโลก

0
นิสสัน 1

นิสสัน รถยนต์แบรนด์จากญี่ปุ่นในดวงใจหลายคนเพิ่งฉลองครบ 90 ปีเต็มของการก่อตั้งไปหมาดๆ เมื่อปลายเดือนธันวาคมนี้เอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิสสันมักมีสิ่งใหม่ๆ ที่คนคาดไม่ถึงมานำเสนออยู่เสมอ มาดูเส้นทางการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกว่าตลอด 9 ทศวรรษที่ผ่านมานิสสันทำอะไร และมีอะไรบ้างที่นิสสัน กล้าที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ “dare to do what others don’t”

นิสสัน มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1933 ที่เมืองโยโกฮามา เพื่อผลิตรถยนต์ขึ้นเองในประเทศญี่ปุ่น เป็นรถยนต์ที่ผลิตจำนวนมากหรือ mass production ราคาพอสมควร สามารถแข่งขันกับแบรนด์รถยนต์จากต่างประเทศได้ ให้คนมีโอกาสได้ใช้รถกันอย่างสะดวก หลังจากก่อตั้งแล้วไม่นาน นิสสัน มอเตอร์ ก็เริ่มส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อเมริกา และภูมิภาคต่างๆ ก่อนจะขยายธุรกิจไปทั่วโลก มีโรงงานผลิตในหลายๆ ภูมิภาค โดยในปัจจุบัน นิสสันมีโรงงานผลิตในประเทศไทยซึ่งผลิตทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์กระบะหนึ่งตันเพื่อการพาณิชย์ รวมถึงยังเป็นฐานการประกอบแบตเตอรี และชุดขับเคลื่อนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ อี-พาวเวอร์ เพื่อส่งออกไปทั่วภูมิภาคอาเซียน และหลายประเทศทั่วโลก

นิสสัน มอเตอร์ ยังได้ร่วมมือทางเทคนิค และเข้าซื้อกิจการบริษัทอื่นๆ เช่น การร่วมมือด้านเทคนิคกับออสติน มอเตอร์ ของอังกฤษ การเข้าซื้อกิจการ ปริ๊นซ์ มอเตอร์ เป็นต้น ทำให้รถยนต์ของนิสสันมีความหลากหลาย มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อผนวกกับความสามารถของทีมวิศวกรชั้นนำของนิสสัน ทำให้ตลอด 90 ปีที่ผ่านมา นิสสันได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นครั้งแรกของโลกมากมาย เช่น รถมินิแวนรุ่นแรกของโลก (Prairie Model M10) การใช้หุ่นยนต์แบบหลายแขน (multi-arm robot) เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผลิต การพัฒนารถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิ้งค์ เทคโนโลยี Bird Eye View Navigation การพัฒนารถรุ่น Bluebird Sylphy ที่ผลิตไอเสียต่ำ หรือ super ultra-low emission vehicle ซึ่งปล่อยไอเสียน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้ถึง 75% และรุ่นที่คนขับรถหลายคนทั่วโลกพอจะคุ้นหน้ากันคือ

นิสสัน ลีฟ (LEAF) รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ผลิตและขายในเชิงพาณิชย์

นิสสัน 2

Nissan LEAF (นิสสัน ลีฟ)
ผลงานที่สะท้อนความ Dare to do what others don’t มากที่สุดของนิสสัน จะมีทั้งสองขั้ว คือ ฝั่งสมรรถนะ กับฝั่งที่เป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกเพื่อความยั่งยืน

Nissan Skyline GT-R 1969 (นิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ ปี 1969)

นิสสัน 3

Nissan Z (นิสสัน แซท)

นิสสัน 5

ในกลุ่มรถสมรรถนะสูง แน่นอนว่าชื่อของ สกายไลน์, จีที-อาร์, และ แซท (Z) ที่ล้วนแต่เป็นรถในฝันของนักเลงรถ เพราะไม่เป็นสองรองใครในเรื่องของวิศวกรรม การออกแบบ และประวัติในฐานะแชมป์สนามแข่งระดับตำนาน และสุดยอดความภูมิใจของนิสสัน อาทิ นิสสัน จีที-อาร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพในสนามแข่ง และเป็นครั้งแรกที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเอาชนะค่ายรถยนต์ที่เคยครองแชมป์สนามแข่งมาหลายปีในหลายๆ สนามได้อย่างราบคาบในยุค 1960s และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ รุ่นล่าสุดคือ GT-R R35 และแม้กระทั่งในงาน Japan Mobility Show หรือโตเกียวมอเตอร์โชว์โฉมใหม่ซึ่งจัดไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หนึ่งในคอนเซ็ปต์คาร์ของนิสสันก็ยังรวมถึงรถสมรรถนะสูงอย่าง ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวตายตัวแทนของ จีที-อาร์ R35 อีกด้วย

Nissan TAMA

นิสสัน 6
ในอีกขั้วหนึ่ง คือ รถยนต์พลังงานทางเลือกที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญในปัจจุบัน ซึ่งเรากำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และความต้องการของการใช้พลังงานสะอาดอย่างยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งที่จริงแล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับนิสสัน เพราะรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่คู่ประวัติศาสตร์นิสสันมาเกือบ 80 ปีแล้ว นั่นก็คือ รถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ชื่อ TAMA ที่ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1947 หลังสงครามโลกจบลงใหม่ๆ ญี่ปุ่นขาดแคลนน้ำมัน อาหาร และทรัพยากรต่างๆ แต่มีพลังงานไฟฟ้ามาก เพราะแทบจะไม่มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือการผลิตเลย จึงเกิดไอเดียที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้น TAMA วิ่งได้ไกลถึง 96 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น

Nissan Ariya

นิสสัน 8

นับจนถึงวันนี้ รถยนต์ไฟฟ้ากลับมาเป็นความหวังของคนทั้งโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะพลังงานไฟฟ้ามีเหลือเฟือ แต่เพราะคนทั้งโลกตระหนักถึงความรับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนมากขึ้น นิสสันเอง ก็ได้พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าต่อเนื่อง เช่น นิสสัน ลีฟ (Leaf) นิสสัน ซากุระ (Sakura) และ นิสสัน อริยะ (Ariya) แม้กระทั่งคอนเซ็ปต์คาร์ทั้ง 5 รุ่นของนิสสันที่แสดงในงานเจแปน โมบิลิตี้ โชว์ ที่ผ่านมา เป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด รวมทั้งยังพลิกโฉมดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์แห่งอนาคตจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากแค่ไหน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้สอดคล้องกับวิถีการใช้ชีวิต ตอกย้ำมุมมองของนิสสันที่เชื่อว่ารถยนต์แห่งอนาคต คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะที่จะสร้างความตื่นเต้น (Vehicle intelligence that electrifies our future)

สำหรับลูกค้าชาวไทย นิสสันเป็นรถสามัญประจำบ้านของหลายครอบครัวมาตลอด 70 กว่าปีที่นิสสันเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ยังคงใช้แบรนด์ดัทสันก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นนิสสัน เพราะความคุ้มค่า คุณภาพดี ขับขี่และดูแลรักษาง่าย ไม่ว่าจะเป็นรถบ้านหรือรถกระบะที่ขึ้นชื่อว่าทนทาน อึด บรรทุกของได้มาก วางใจได้ และในปัจจุบันก็มีรถยนต์ให้เลือกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน เอสยูวี รถสำหรับครอบครัวหรือ PPV และรถกระบะก็ตาม รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนหลากหลายทั้งแบบที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ที่ให้ฟีลการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่

แฟนของนิสสันที่มีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น สามารถแวะไปเยี่ยมนิสสัน แกลเลอรี่ (Nissan Global Headquarters Gallery) ที่โยโกฮามาได้ด้วย ที่นี่เป็นที่รวมเอารถยนต์รุ่นสำคัญๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน และคอนเซ็ปต์คาร์แห่งอนาคตไว้ในที่เดียว และเปิดให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปนั่งได้ สัมผัสรถแต่ละรุ่นได้ ซึ่งจะทำให้ได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์รุ่นต่างๆ เทคโนโลยีที่น่าสนใจตลอด 90 ปีที่ผ่านมา และถ้าไม่อยากเดินละเลียดชมทีละรุ่น นิสสันยังมีบอร์ดจัดแสดงรถจำลองคันจิ๋วครบทุกรุ่นตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เรียงตามลำดับมาจนถึงปัจจุบันให้ได้ชมวิวัฒนาการกันเต็มที่ และมีมุมจำหน่ายของที่ระลึกเก๋ๆ ด้วย

ใครสนใจอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ แนะนำให้เข้าไปดูวีดีโอ หรืออ่านข้อมูลเรื่องราวตลอด 90 ปีของนิสสัน ที่คุณอาจไม่เคยรู้ไว้ที่เว็บไซต์ https://www.nissan-global.com/EN/ หรือจะโหลดหนังสือที่สรุปเรื่อง 90 ปีไว้ในไม่กี่หน้าได้ที่ https://www.nissan-global.com/EN/BOOK/90TH_ANNIVERSARY/html5m.html#page=5

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” 72 นักกอล์ฟตบเท้าร่วมดวลวงสวิง นำโดยท็อปโลก ลิเลีย วู – ซีลิน บูติเยร์ – รัวหนิง หยิน พร้อมนักกอล์ฟสาวไทย นำโดย เม-เอรียา ชิงเงินรวมกว่า 62 ล้านบาท

0

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 พร้อมระเบิดความยิ่งใหญ่เป็นครั้งที่ 17 ท็อปโลก ลิเลีย วู ซีลีน บูติเยร์ และ รัวหนิง หยิน พร้อมด้วยนักกอล์ฟไทย นำโดย เม-เอรียา จุฑานุกาล นำทัพ นักกอล์ฟรวม 72 คน ร่วมชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ราว 62 ล้านบาท) และรางวัลพิเศษรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่น e:HEV RS มูลค่า 1,799,000 บาท สำหรับผู้ที่ทำโฮลอินวันได้ที่หลุม 16 เป็นคนแรก ในการแข่งขันระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่และความคึกคักให้แก่วงการกอล์ฟไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งนี้ เราพร้อมที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจในกีฬากอล์ฟให้กับทุกคนอีกครั้ง โดยทัวร์นาเมนต์ได้รับการตอบรับจากนักกอล์ฟหญิงชั้นนำระดับโลกทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมดวลวงสวิงจำนวน 72 คน นำโดย ลิเลีย วู มือหนึ่งของโลกที่จะมาป้องกันแชมป์สนามนี้ พร้อมด้วยนักกอล์ฟไทย ซึ่งปีนี้เข้าร่วมแข่งขันถึง 11 คน นำโดย เม-เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือหนึ่งของโลกและอดีตแชมป์รายการนี้ นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้เตรียมรางวัลพิเศษสำหรับนักกอล์ฟคนแรกที่ทำโฮลอินวันที่หลุม 16 เป็นรถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่น e:HEV RS มูลค่า 1,799,000 บาท ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างสีสันในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น”

“ในนามของ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยพัฒนาวงการกอล์ฟหญิงไทย และต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้การแข่งขันนี้จัดขึ้นอีกครั้ง เชื่อว่าจะเป็นอีกครั้งที่แฟนกอล์ฟในไทยและจากทั่วทุกมุมโลกจะได้ร่วมเชียร์กอล์ฟอย่างสนุกสนานแน่นอน”

สำหรับ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 มีนักกอล์ฟร่วมแข่งขันจำนวน 72 คน โดยเป็นนักกอล์ฟที่มาจากอันดับ Priority List ของแอลพีจีเอทัวร์ 2023 จำนวน 60 คน นักกอล์ฟรับเชิญ 12 คน ซึ่งรวมถึงผู้ชนะจากการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers 1 คน โดยในส่วนนักกอล์ฟจาก Priority List นำโดยแชมป์เก่า ลิเลีย วู มือ 1 ของโลก ซีลีน บูติเยร์ และรัวหนิง หยิน ซึ่งปีที่แล้วทั้ง 3 คนฟอร์มร้อนแรง สามารถคว้าแชมป์รวมกันทั้งหมดถึง 10 รายการ โดย ลิเลีย คว้าแชมป์ 4 รายการ เป็นเมเจอร์ 2 รายการ บูติเยร์ คว้าแชมป์ 4 รายการ เป็นเมเจอร์ 1 รายการ และรัวหนิง คว้าแชมป์ 2 รายการ เป็นเมเจอร์ 1 รายการ  นอกจากนี้ ยังมี อัลลิเซ่น คอร์ปุซ เจ้าของแชมป์เมเจอร์ รายการ  ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และ จิน ยอง โค อดีตนักกอล์ฟมือ 1 ของโลก ยืนยันร่วมลุ้นแชมป์รายการนี้ เช่นเดียวกันกับ เอมี หยาง ที่จะลงลุ้นแชมป์เป็นสมัยที่ 4  สำหรับนักกอล์ฟไทยที่ได้สิทธิ์จาก Priority List มีทั้งหมด 5 คน นำโดย เม-เอรียา เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ จัสมิน สุวัณณะปุระ พราว-ชเนตตี และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ

ในส่วนนักกอล์ฟรับเชิญจำนวนทั้งหมด 12 คน นำโดยนักกอล์ฟไทย 6 คน ได้แก่ โม-โมรียา จุฑานุกาล ซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ แหวน-พรอนงค์ เพ็ชรล้ำ ว่านจารวี บุญจันทร์ แพงกี้-แอลล่า แกลิทสกีย์ และ ฮัท-สุวิชยา วินิจฉัยธรรม แชมป์จากการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers พร้อมด้วยนักกอล์ฟต่างชาติ อาทิ ยูทิง ชื่อ (จีน) ฝาแฝดพี่น้องอิวาอิ ชิซาโตะ อิวาอิ และอากิเอะ อิวาอิ (ญี่ปุ่น) และ ลูซี ลี (สหรัฐฯ)

ลิเลีย วู นักกอล์ฟชาวอเมริกันแชมป์เก่าในรายการนี้ ซึ่งยืนยันจะกลับมาป้องกันแชมป์ กล่าวว่า “การคว้าแชมป์แรกที่ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากของปี 2023 และเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในเส้นทางอาชีพของฉัน รู้สึกตื่นเต้นและมีความพร้อมที่จะกลับมาป้องกันแชมป์และพบกับแฟนๆ ชาวไทย ซึ่งในปีนี้จะได้เชียร์กันสนุกมากขึ้น เพราะมีแชมป์หน้าใหม่ในแอลพีจีเอ และนักกีฬาไทยหน้าใหม่เข้ามาเล่นในรายการอีกด้วย”

ขณะที่ เมียว-ปาจรีย์ เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 2 รายการ กล่าวว่า  “สำหรับรายการฮอนด้า แอลพีเอ ไทยแลนด์ มีความพิเศษกว่าทุกแมตช์อยู่แล้ว เป็นการแข่งขันในสนามที่อบอุ่นเพราะได้เล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยและเล่นในสนามเดียวกับเพื่อนนักกอล์ฟไทยอีกหลายๆ คน ซึ่งบรรยายกาศแบบนี้หาไม่ได้ง่ายนัก เมียวก็จะทำเต็มที่ค่ะ”

นายสุพจน์ วงศ์จรัสรวี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “กอล์ฟเป็นอีกชนิดกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลกและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกอล์ฟสตรี ประเทศไทยเองก็ยังถือเป็น Sports Destination ของกีฬากอล์ฟในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย เชื่อว่าการจัด รายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ครั้งนี้ก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมกอล์ฟในเมืองไทยและที่สำคัญ ยังช่วยโปรโมต Soft Power ของประเทศได้เป็นอย่างดีทั้งเรื่องอาหาร และศิลปวัฒนธรรม”

มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมงาน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งถือเป็นไลฟ์สไตล์อีเวนต์สำหรับทุกเพศทุกวัย นอกจากจะมีเกมกอล์ฟที่เข้มข้นสำหรับแฟนกีฬา ยังมีกิจกรรมการออกบูทของผู้สนับสนุนการแข่งขันให้ได้ร่วมสนุกกันได้ทั้งครอบครัว พร้อมด้วยโซนอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ได้ตลอด 4 วันของการแข่งขัน”

นายธยาน์ ก่อนันทเกียรติ  กรรมการผู้จัดการใหญ่ สยามคันทรีคลับ กล่าวเสริมว่า  “สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส มีความพร้อมในการต้อนรับนักกีฬาและแฟนๆ และเพิ่งได้รับรางวัลสนามกอล์ฟยอดเยียมของไทยในปี 2023 จากเวิลด์กอล์ฟอวอร์ดส์ เราได้ดูแลสภาพสนามอย่างดีมาโดยตลอดและยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานของแอลพีจีเอทัวร์ที่สนามต้องสร้างความท้าทายกับนักกอล์ฟ นอกจากนั้น ยังได้มีการตกแต่งภายในคลับเฮาส์และปรับภูมิทัศน์รอบคลับเฮ้าส์ใหม่อีกด้วย”ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 เปิดจำหน่ายบัตรทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพีที่ hondalpgathailand.com  โดยผู้ที่ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพจะได้ส่วนลดสูงสุด 15% และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 3 ปี พร้อมตั้งเป้าสู่ Top 3 ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในไทยภายในปี 2569

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จของการดำเนินงาน รวมถึงแถลงกลยุทธ์ด้านต่าง ๆ เพื่อก้าวขึ้นสู่ 3 อันดับแรก ของแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ในประเทศไทย ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือภายในปี 2569 ภายในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หรือ GWM 3rd Brand Anniversary ณ โรงภาพยนตร์ ICONSIAM Cineconic ศูนย์การค้า ICONSIAM พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอย่างยั่งยืน

ภายในงาน ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำโดย มร. ไคล์ด เฉิง ประธาน นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน และ นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหาร พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน พร้อมรับฟังการแถลงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2567 และสรุปภาพรวมความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

ในปี 2567 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ คาดว่าตลาดรถยนต์ไทยจะมียอดขายโดยประมาณทั้งสิ้น 820,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 6% โดยกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือกลุ่ม xEV จะเติบโตขึ้นประมาณ 40% หรือคิดเป็น 33 % ของตลาดทั้งหมด และมียอดขายประมาณ 270,000 คัน นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้า 100% จะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐ EV 3.5 และการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 130,000 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 16% ของตลาดรวมทั้งหมด เพิ่มขึ้นเกือบ 70% จากปี 2566 ที่ผ่านมา

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเราที่ได้เข้ามาจุดกระแสและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เราได้เข้ามาสร้างปรากฏการณ์และเรื่องราวน่าประทับใจมากมาย เราได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของคนไทย พร้อมนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ หรือ New Retail Business ด้วยนโยบายราคาเดียว หรือ One Price Policy มาปฏิวัติแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย และเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบการขายของผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังด้านรถยนต์พลังงานใหม่ และเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์แรก ๆ ที่ได้ลงนามกับกรมสรรพสามิตเพื่อเข้าร่วมนโยบายการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง EV 3.0 และ EV 3.5 จน ORA Good Cat ได้ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในประเทศไทยในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปีที่ 3 ด้วยการบรรลุ Mission 9 in 3 หรือการเปิดตัวรถยนต์ครบ 9 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปี อย่างงดงาม ในการก้าวเข้าสู่การดำเนินงานปีที่ 4 เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและคุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับลูกค้าชาวไทย รวมถึงผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคและในระดับโลกต่อไป”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเผยถึงเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำ 3 อันดับแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใน 3 ปี โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2567 อยู่ที่ 25,000 คัน และวาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ได้แก

•ด้านผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์ที่มีจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงงานใหม่ที่ครอบคลุม ทั้งไฮบริดปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในหลายเซ็กเมนต์ โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ด้วยการเพิ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ xEV ในประเทศไทยให้ครบทั้งสิ้น 15 รุ่น ภายในปี 2568 และในปี 2567 บริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดตัวยานยนต์พลังงานใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นในไทย รวมถึงวางแผนที่จะทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เป็นเอสยูวี และศึกษาการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูง เช่น Hi-4 และ Coffee Intelligence System มาพัฒนาร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะแนะนำสู่ตลาดไทยในอนาคตอีกด้วย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

•ด้านการขาย มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) และนโยบายราคาเดียว (One Price Policy) โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเดินหน้าต่อยอดธุรกิจฟลีทในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่สนับสนุนการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น รวมถึงการต่อยอดธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว (GWM Certified Pre-Owned) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการขายรถ หรือต้องการประเมินราคาขายรถใช้แล้ว และลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถ GWM คุณภาพดี ด้านการจัดจำหน่าย ในปี 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีแผนที่จะขยายเครือข่าย GWM Partner Store ให้ครบ 101 แห่งทั่วประเทศ และการขยาย Partner Store ขนาด S ในจังหวัดขนาดเล็ก และ XS รูปแบบใหม่ในอำเภอรองของจังหวัดใหญ่ เพื่อสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการขยายสถานีชาร์จ (DC Fast Charge) ให้ครบ 55 แห่ง ภายในปี 2567

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

•ด้านการบริการหลังการขาย เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทฯ ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภครอบด้าน ด้วย GWM Smart Service ระบบการบริการอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยในการยกระดับการบริการแก่ลูกค้า การบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการขยายพื้นที่คลังอะไหล่และเพิ่มขีดความสามารถในการจัดส่งอะไหล่ให้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิค โดยบริษัทฯ มีแผนเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ เพื่อรองรับการฝึกอบรมให้กับช่าง GWM ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ในความรู้และทักษะในการซ่อมบำรุงรักษารถ GWM ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล รวมถึงการสร้างความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM โดยรถยนต์ของ GWM ทุกคันมาพร้อมแพ็คเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง ฟรี ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ ตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ 5 ปี 75,000 กิโลเมตร ควบคู่กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังจัดตั้ง EV Battery Rapid Team หรือหน่วยงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คำแนะนำและตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่หลังเกิดอุบัติเหตุ และ GWM BATTERY HOTLINE สายด่วนเพื่อรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และการเคลมโดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7
??????

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (xEV Leader) เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ การบริการ ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภค โดยการพัฒนาขีดความสามารถให้ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการจำหน่าย สู่มาตรฐานในระดับสากล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) ควบคู่กับการขยายเครือข่ายการลงทุนในภูมิภาคต่าง ๆ รอบโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปเอเชีย โดยปัจจุบันเรามีโรงงานผลิตรวมแล้วกว่า 13 แห่ง สาขาอีกกว่า 700 สาขา ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในปี 2566 มียอดขายรถยนต์ทั่วโลกทั้งหมด 1.23 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นปีที่ 8 ที่เรามียอดขายทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี บริษัทฯ ยังได้ขยายการดำเนินธุรกิจสู่ตลาดภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย ลาว สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม และกัมพูชา ถือเป็นแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่มีการขยายธุรกิจครอบคลุมตลาดหลักในภูมิภาคอาเซียนได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2567 และปีถัด ๆ ไป เราจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อขอบคุณการสนับสนุนจากแฟน ๆ อันดีเสมอมา”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในปี 2567 รวมถึงปีถัด ๆ ไป ให้ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ควบคู่กับการเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

เอ็มจี เผยภาพ ALL NEW MG3 ก่อนเปิดตัวครั้งแรกในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2024

0
ALL NEW MG3 ภาพเปิด

MG MOTOR GLOBAL เผยภาพ ALL NEW MG3 รถยนต์ขนาดเล็กที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในงาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 ในวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลกของรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นสำคัญของ เอ็มจี โดยจะเริ่มแนะนำให้กับลูกค้าทวีปยุโรปเป็นที่แรกของปีนี้

ALL NEW MG3 1

ในช่วงที่ผ่านมาเทรนด์รถยนต์พลังงานทางเลือกได้เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของลูกค้ามากขึ้น ทำให้รถยนต์พลังงานทางเลือกได้เข้ามาทดแทนรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ในหลายประเทศรวมถึงในสหราชอาณาจักร การมาของ ALL NEW MG3 ขุมพลังไฮบริดจึงกลายเป็นจุดสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ เอ็มจี ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยีไฮบริดใหม่กับครั้งแรกที่ผสมผสานประสิทธิภาพการขับขี่ ควบคู่ไปกับ “NET ZERO EMISSIONS” หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก

ALL NEW MG3 2

ALL NEW MG3 รถยนต์ไฮบริด 5 ประตูในกลุ่ม B-SEGMENT สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพของการขับขี่ การประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมถึงความประณีตของงานดีไซน์ ฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงครบครัน อาทิ หน้าจอคู่แบบใหม่ และการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมครบทุกรูปแบบ ซึ่งโมเดลนี้จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าของลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

ALL NEW MG3 3

หากพูดถึงรถยนต์ MG3 ในประเทศไทย รถรุ่นนี้ ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี ประเทศไทย ด้วยขนาดรถที่เล็กปราดเปรียว มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยดีไซน์ การขับขี่ และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งทำให้มียอดขายสะสมในประเทศมากกว่า 33,000 คัน