Home Blog Page 162

“บางกอก มอเตอร์โชว์” ปลุกตลาดรถ ดันยอดจองรวมเฉียด 60,000 คัน

0

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7เมษายน ที่ผ่านมา มียอดจองรถภายในงานรวมทั้งสิ้น 58,611 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 27.5 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์และรถยนต์จักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่แนะนำในช่วงงาน รวมถึงแคมเปญกระตุ้นยอดขายของค่ายรถ ขณะที่ตัวเลขผู้เข้าชมงานสูงถึง 1.6 ล้านคน 

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 1 นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45” เปิดเผยว่า “เนื่องจากการจัดงานในปีนี้ มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการจากประเทศจีนและเวียดนาม ที่นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาให้ผู้บริโภค เลือกชม เลือกซื้อ เป็นจำนวนมาก โดยมีราคาตั้งแต่หลักแสนปลายๆ ไปจนถึงหลักล้านต้นๆ ทำให้มีผู้บริโภคให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากถึง 1,610,972 คน ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ภายในงานมีมากกว่า 58,611 คัน แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ 5,173 คัน และรถยนต์ 53,438 คัน โดยมากกว่า 32.78 เปอร์เซ็นต์ เป็นยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในงาน”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2

“ทั้งนี้รถรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้รับความสนใจจากประชาชน  เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู และวอลโว่ โดยมียอดจองรวมกันกว่า 17,517 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งกว่า 32.78 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นส่วนประกอบก็ยังคงมีสัดส่วนยอดจองกว่า 35,921 คัน”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 3

“ในส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคเองปีนี้ต่างให้การตอบรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน และเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก เห็นได้จากบรรยากาศการเจรจาที่หนาแน่นดังเช่นทุกปีโดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดจองเป็นสองเท่าของวันธรรมดา แต่ด้วยพฤติกรรมของคนผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพื่อให้สมกับช่วงที่ต้องรัดเข็มขัด จึงหันมาซื้อหารถใหม่ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเติบโตตามเป้าด้วยสาเหตุที่ค่ายรถเองต่างชิงเปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 5

ขณะที่รถจักรยานยนต์ในปีนี้มีแบรนด์จากประเทศจีนเข้าร่วมงานถึง 5 แบรนด์ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานไม่น้อยเช่นกัน ทำให้มียอดจองรถจักรยานยนต์ภายในงานรวมทั้งสิ้น 5,173 คัน

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 8

สำหรับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46” จะมีขึ้นระหว่างวันที่  26 มีนาคม-6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

 

“นิสสัน” สร้างประสบการณ์แบบ metaverse เพื่อการศึกษาด้านความปลอดภัยในการจราจร

0
Nissan Pic open

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด แนะนำ “Nissan Heritage Cars & Safe Drive Studio” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม metaverse ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการจราจร ในขณะเดียวกันก็มอบโอกาสพิเศษในการโต้ตอบกับรถยนต์รุ่นดังในตำนาน โครงการนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำ และห้องปฏิบัติการสร้างอนาคตความปลอดภัยด้านการจราจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสัน ในการยกระดับการศึกษาด้านความปลอดภัยในการจราจรผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

Nissan 1

สตูดิโอแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ของนิสสัน ซึ่งเริ่มในเดือนธันวาคม โดยมีรถยนต์ที่โดดเด่นสามรุ่นจากอดีตของนิสสัน โดยแต่ละรุ่นมีสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันซึ่งสะท้อนถึงยุคสมัยของรถยนต์แต่ละรุ่น การตั้งค่าเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นฉากหลังสำหรับสร้างโอกาสในการถ่ายภาพ และวิดีโอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการโต้ตอบ ที่ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมในมินิเกม และกิจกรรมต่างๆ ที่ให้บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของการจราจร
ไฮไลท์ของสตูดิโอ:

Nissan 2

•ทศวรรษ 1980: นำเสนอรถยนต์ Nissan Silvia Q’s (S13) นิทรรศการนี้สำรวจผลกระทบของสีเสื้อผ้าของคนเดินถนนที่มีต่อผู้ขับขี่ โดยได้รับการพัฒนาร่วมกับศาสตราจารย์ Chie Tsunoda จาก Sagami Women’s University

Nissan 4
•ทศวรรษ 1970: นิทรรศการมี hi-light คือ Nissan Skyline 2000GTX-E และมีมินิเกมที่เน้นไปที่ขอบเขตการมองเห็น และการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน โดยผู้ที่พัฒนาคือ Takushi Kawamorita จาก Kitasato University

Nissan 5
•ทศวรรษ 1950-1960: นำเสนอ Datsun Fairlady SPL213 ในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้นึกถึงร้านอาหารอเมริกันคลาสสิก และโรงหนังแบบ Drive-in สตูดิโอแห่งนี้นำเสนอการออกกำลังกายด้วยการหมุนพวงมาลัยโดยได้รับการพัฒนาร่วมกับ Niigata University

Nissan 8

Nissan Heritage Cars & Safe Drive Studio เป็นเพียงตัวอย่างล่าสุดของความพยายามของนิสสันในการสำรวจวิธีการใหม่ๆ ในการมีส่วนร่วมกับลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเทคโนโลยียานยนต์ นิสสันเปิดตัว Nissan Crossing บน VRChat ในปี 2021 และในปีถัดมา ก็ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก Sakura บน VRChat โดยนำเสนอการทดลองขับเสมือนจริงแก่ผู้ใช้ทั่วโลก

 

“มาสด้า” เฟ้นหาที่สุดของที่สุดด้านการเอาใจใส่ดูแลลูกค้า ตอกย้ำนโยบายส่งมอบบริการที่เป็นเลิศให้ลูกค้าทั่วประเทศ

0
Mazda

มาสด้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตามแนวทาง Customer Experience Management จัดการแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 หรือ การแข่งขันทักษะด้านการบริการลูกค้า ประจำปี 2566 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดบุคลากรฝ่ายบริการหลังการขาย ประเภท ช่างเทคนิค ที่ปรึกษาด้านบริการ และเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ จากผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบบริการแบบครบวงจรและประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้ามาสด้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงแนวทางที่มาสด้าให้ความสำคัญด้านการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจ เกิดความผูกพันและภักดีในแบรนด์ และยกระดับประสบการณ์ความสุขจากการใช้รถยนต์มาสด้าให้ลูกค้าทุกคน โดยการเฟ้นหาที่สุดของประเทศในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทั่วประเทศ 276 คน คัดเลือกผู้ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นให้เหลือเพียง 30 คน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรอบสุดท้าย จัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอบรมมาสด้า ที่สำคัญ ผู้ที่ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้จะได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทักษะฝีมือช่างเทคนิคในเวทีระดับนานาชาติต่อไป

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การส่งมอบบริการที่เป็นเลิศและมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง ภายใต้นโยบายการดำเนินงานเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก touch point เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการขายเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความแข็งแกร่ง แต่การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ครบทุกองค์ประกอบคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของผู้จำหน่ายเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเคียงข้างลูกค้ามาสด้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามแนวทางการบริหารคุณค่าหลักของมาสด้า หรือ PPV ประกอบด้วย Purpose การสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คนได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้าในทุกประสบการณ์ ตามด้วย Promise คำมั่นสัญญาจากมาสด้า คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติได้อย่างสมดุล และคุณค่าหลักที่สำคัญอย่างยิ่งที่บุคลากรมาสด้าทุกคนยึดมั่น คือ Values หรือ การส่งมอบความประทับใจที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า ด้วยความเต็มใจ ด้วยมิตรภาพ โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกการให้บริการ เหล่านี้คือสิ่งที่มาสด้าปรารถนาและต้องการส่งมอบสู่ลูกค้าทุกคนในประเทศไทย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า และต่อเนื่องไปยังรถยนต์มาสด้าคันถัดไx

Mazda 1

 

มาสด้าจึงมุ่งมั่นเดินหน้าเสาะแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อความสุขของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่าย ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของมาสด้าให้เกิดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงการจัดการแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 หรือ การแข่งขันทักษะด้านการบริการลูกค้า ประจำปี 2566 โดยดำเนินการจัดแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องถึง 18 ปี เพื่อผลักดันและเปิดโอกาสให้บุคลากรของผู้จำหน่ายได้มีโอกาสพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญ และแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขัน ไปต่อยอดเพื่อดูแลลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และมีความสุขกับการใช้รถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจในทุกเส้นทาง ทำให้ลูกค้าสบายใจด้วยคุณภาพงานบริการที่ได้มาตรฐานตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ด้วยการวิเคราะห์งานซ่อมต่างๆ ได้อย่างมืออาชีพ ถูกต้องแม่นยำ เพื่อส่งมอบการบริการที่สะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าได้อย่างดีที่สุด

Mazda 2

 

ไม่เพียงเท่านี้ การแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 ได้ยกระดับความเข้มข้นของโจทย์และสถานการณ์ที่ใช้ทดสอบสำหรับการแข่งขันแต่ละประเภทในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรฝ่ายบริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศได้พัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพความเชี่ยวชาญและยกระดับความสามารถของตนเองในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ พร้อมประสบการณ์ที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามนโยบายการสร้างมาตรฐานการบริการจากมาสด้า โดยอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจถึงแก่นแท้ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง อันเป็นแนวคิดการบริหารคุณค่าหลักของแบรนด์มาสด้า และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย คือ ผู้ที่ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้ จะได้เดินทางไปร่วมกิจกรรม หรือ การแข่งขันในเวทีระดับโลกอีกด้วย โดยผู้ที่ชนะเลิศในแต่ละประเภท มีดังต่อไปนี้

 

ประเภท ช่างเทคนิค
ชนะเลิศ: นายศราวุฒิ บริบูรณาคม จาก บริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) พัทยา
รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นายวิษณุ ก้อนแข็ง จาก บริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) – อมตะ
รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นายณัฐนันต์ พวงทอง จาก บริษัท นที ยูนิตี้ มอเตอร์ จำกัด – ราชพฤกษ์

Mazda  4

 

ประเภท ที่ปรึกษาด้านบริการ
ชนะเลิศ: นางสาวพัชราภรณ์ ทรงเจริญ จาก บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นางสาวชญาภา เรืองระยนต์ จาก บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ทู จำกัด
รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นางสาวบงกช สุขขณะล้ำ จาก บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ มาสด้า (ประเทศไทย) จำกัด
สาขาเพชรเกษม

Mazda  5

ประเภท เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์
ชนะเลิศ: นางสาวปรียาภรณ์ ใจตรง จาก บริษัท อนุภาษธุรกิจและการค้า ภูเก็ต จำกัด (ถนนเจ้าฟ้า)
รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นางสาวศศิธร น้อยวิไล จาก บริษัท 14 ออโตโมชั่น จำกัด
รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นางสาวฐิติมา แสงรอด จาก บริษัท วีเอ็มดี ออโต้เซลส์ จำกัด (พิษณุโลก)

ทั้งนี้ มาสด้าภูมิใจในบุคลากรทุกคนที่มุ่งมั่นทุ่มเทฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะผู้ที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศการแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 ในครั้งนี้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่า เราทุกคนจะไม่หยุดพัฒนาการบริการที่เป็นเลิศเพื่อลูกค้าและครอบครัวมาสด้าทุกคน และจะมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบครบวงจร นับแต่วันแรกที่แบรนด์มาสด้าได้มีโอกาสทำความรู้จักกับลูกค้า ตั้งแต่ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อรถ ตลอดจนการบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามาสด้าพร้อมดูแลลูกค้าครอบครัวมาสด้าให้ดีที่สุด และรถยนต์คู่ใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้ครอบคลุมทุกช่วงของชีวิต ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก รองประธานบริหารส่วนงานวางแผนกลยุทธ์ และปฏิบัติการ มร. ทาเคชิ มิคามิ ซึ่งได้ร่วมชมการแข่งขันและเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าแข่งขันในแต่ละประเภท โดยให้เกียรติมอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจให้กับผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้

 

“ฮอนด้า” สานต่อโครงการ Honda Dream School ปีที่ 19 รวมพลังจิตอาสาปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้เยาวชนไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นสานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยตามเป้าหมาย ฮอนด้า ปี พ.ศ. 2593 เดินหน้าปลูกฝังจิตสำนึกและตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทั้งบนท้องถนนและการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านโครงการ “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” หรือ “Honda Dream School” ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 19 ใน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดแสนสุข จ.กรุงเทพฯ โรงเรียนบ้านโป่งกะพ้อ จ.ปราจีนบุรี และโรงเรียนวัดบ้านช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ รวมนักเรียนกว่า 900 คน รวมถึงรวมพลังจิตอาสาพนักงานฮอนด้า ครู นักเรียน และตัวแทนชุมชนใน 3 พื้นที่ ร่วมปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาสภาวะแวดล้อมของโรงเรียนให้น่าอยู่และปลอดภัย และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน พร้อมส่งมอบอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียน รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ในระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2567

ออนด้า 1

สำหรับ โครงการ “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” หรือ “Honda Dream School” ปีที่ 19 เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายของบริษัทฯ ปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ใน 2 ทิศทางหลัก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งมั่นทำให้ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ ของฮอนด้า มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ และด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุและลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทั่วโลกให้เป็นศูนย์ โดยโครงการในครั้งนี้ ประกอบด้วย

ออนด้า 2
1) กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งในห้องเรียนและบริเวณโรงเรียน ได้แก่
•การทำแปลงเกษตรเพื่อการเรียนรู้ ให้นักเรียนได้เพิ่มทักษะการเกษตร โดยผลผลิตที่ได้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียนอีกด้วย
•จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการแยกขยะให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ขยะ และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องการออมเงินผ่านธนาคารขยะ
•การให้ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน ด้วยการสนับสนุนระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10 กิโลวัตต์ เพื่อใช้เป็นพลังงานสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 65 ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของโรงเรียน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 5,947 kg CO2 ต่อปี
•การปรับปรุงและปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์โรงเรียนให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ อาทิ ปลูกต้นไม้ ปูสนามหญ้า ทาสีกำแพงโรงเรียนและเครื่องเล่น

ออนด้า 2

2) กิจกรรมด้านความปลอดภัย จัดกิจกรรมอบรมความรู้เรื่องการใช้ถนนอย่างปลอดภัย และข้อควรปฏิบัติแก่นักเรียน จัดทำห้องเรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน รวมทั้งปรับปรุงพื้นและเส้นทางจราจรบริเวณโรงเรียนตามแนวทางถนนปลอดภัย อาทิ การปรับปรุงและทาสีทางม้าลาย การติดตั้งป้ายจราจรและกระจกบริเวณทางโค้ง เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ

ออนด้า 4

ฮอนด้า พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการ “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” หรือ Honda Dream School เพื่อปลูกฝังเรื่องความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้แก่เยาวชนไทย เพราะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ก้าวสู่สังคมปลอดมลพิษและปลอดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

‘ซูซูกิ’ จับมือ ‘กรมการขนส่งทางบก’ จัดแคมเปญส่งความสุข “สงกรานต์ปลอดภัย ตรวจสภาพรถฟรี ขับขี่อุ่นใจ” เชิญชวนลูกค้าตรวจสภาพรถฟรี 30 รายการ พร้อมเปลี่ยนอะไหล่รับส่วนลดพิเศษ 15%

0
ซูซูกิ 2

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดแคมเปญส่งความสุข “สงกรานต์ปลอดภัย ตรวจสภาพรถฟรี ขับขี่อุ่นใจ” เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกท่าน เข้ารับบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 30 รายการ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสุด ลูกค้าเปลี่ยนอะไหล่ที่เข้าร่วมรายการได้รับส่วนลดสูงสุด 15% ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2567 ที่ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิให้ความสำคัญและตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่ประชาชนจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา และจำเป็นต้องใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ เราจึงเข้าร่วมสนับสนุนกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน ภายใต้แคมเปญพิเศษ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทาง มาให้เราเช็ก”

ซูซูกิ 2

โดยลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจสภาพรถยนต์ได้ฟรี 30 รายการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยรายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี จำนวน 30 รายการ ได้แก่
1. ระบบผลการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือพิเศษ SDT II
2. ตรวจสอบแบตเตอรี่
3. ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
4. ระบบไฟส่องสว่าง/ภายนอกรถยนต์
5. ระดับน้ำมันเครื่อง
6. ระดับน้ำมันเกียร์
7. ระดับน้ำมันเบรก
8. ระดับน้ำยาหล่อเย็น/ถังพักน้ำสำรอง
9. ระดับน้ำยาฉีดกระจก /การฉีดน้ำที่กระจก
10. ระบบระบายความร้อน/ท่อยางน้ำ
11. ตรวจสอบพัดลมหน้าหม้อน้ำ
12. ตรวจสอบฝาหม้อน้ำ
13. ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์
14. ไส้กรองอากาศแอร์
15. ตรวจสอบสายพานแอร์
16. ตรวจสอบสายพานหน้าเครื่อง
17. ตรวจสอบที่ปัดน้ำ ฝน/ยางใบปัด
18. ตรวจสอบเสียงผิดปกติของเครื่องยนต์
19. ตรวจสอบเสียงการรั่วของท่อไอเสีย
20. ระบบไฟส่องสว่าง/ภายในรถยนต์
21. ระบบไฟชาร์จ
22. ระบบเซ็นทรัลล็อค
23. ระบบปรับอากาศ
24. กระจกประตู 4 ด้าน
25. กระจกมองข้างด้านซ้ายและด้านขวา
26. ตรวจสอบเข็มขัดนิรภัยทุกจุด
27. ระยะฟรีแป้นเบรก/เบรกมือ/เบรกเท้า
28. ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์
29. ตรวจสอบปอนด์น๊อตล้อทั้ง 4 ล้อ
30. ตรวจสอบโช้คอัพฝาท้าย (เฉพาะรุ่นที่มี)

อีกทั้งยังมอบข้อเสนอพิเศษ! เมื่อเปลี่ยนอะไหล่ที่ร่วมรายการได้รับส่วนลดสูงสุด 15% ประกอบด้วย
1. แบตเตอรี่รถยนต์
2. ชุดผ้าเบรกหน้า
3. ชุดผ้าเบรกหลัง
4. น้ำมันเบรก
5. ไส้กรองอากาศแอร์
6. น้ำยาล้างทำความสะอาดตู้แอร์
7. สเปรย์กำจัดกลิ่นและเชื้อแบคทีเรียภายในห้องโดยสารรถยนต์

“การจับมือร่วมกันกับทางกรมการขนส่งทางบกในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ได้อีกด้วย” นายวัลลภ กล่าว

ทั้งนี้ แคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทาง มาให้เราเช็ก” ลูกค้าซูซูกิ สามารถนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กสภาพและรับบริการได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 เท่านั้น โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร 1800-600-900

สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ว่าด้วยโครงการตราสัญลักษณ์

0

สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว โดย คุณวิชัย สุวรรณศิลา นายกสมาคมฯ คุณเมวดี จุลทัศน์ รองนายกสมาคมฯ คุณมงคล จุลทัศน์ บอร์ดบริหารกิตติมศักดิ์สมาคมฯ  ร่วมแถลงข่าวโครงการตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการได้รับการการันตีจากทางสมาคม ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ณ ห้องประชุม ชั้น 2 Sapphire 204-206 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยวัตถุประสงค์จัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นการยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้ว  ว่าได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าและให้บริการอย่างมีมาตรฐาน ประกอบธุรกิจด้วยคุณธรรม จริยธรรม  ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค

นอกจากนี้แล้วโครงการตราสัญลักษณ์ยังเป็นการสร้างเครือข่ายสมาชิก เพื่อให้ผู้บริโภคและสมาชิกได้ทราบว่า สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วของเรามีผู้ประกอบการใดที่เป็นสมาชิกของสมาคมบ้าง จะเป็นเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ติดต่อช่วยเหลือดูแลเพื่อนสมาชิกและลูกค้าในเครือข่ายของสมาคมเรา  โดยโครงการนี้มีการเริ่มพิจารณาคัดกรองสมาชิกตั้งแต่ เดือนพฤษจิกายน 2566 นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้สมาคมฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในทุกภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับคุณภาพมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วให้ดียิ่งขึ้นไป

นายวิชัย สุวรรณศิลา นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว กล่าวว่า “ ทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้เปิดโครงการตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการ ได้รับการการันตีจากทางสมาคมฯ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ และยกระดับคุณภาพมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปครั้งนี้ด้วยครับ”

ด้านนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร/ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ สายกิจกรรรรมพิเศษ และประธานจัดงาน บางกอก ยูสคาร์โชว์  บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน)  ผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 และที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว  กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ว่ากระแสการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อาจจะส่งผลกระทบกับตลาดรถยนต์ใช้แล้ว แต่อีกมุมหนึ่ง กลุ่มลูกค้าที่ยังคงมีความต้องการเลือกสรรรถยนต์ใช้แล้ว หรือ รถยนต์มือสอง ก็ยังคงมีอยู่  ดังนั้นองค์ประกอบหลักที่จะทำให้ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วดำเนินไปได้อย่างราบรื่น  คือ การสร้างความมั่นใจ ให้เชื่อมั่นในคุณภาพ และการบริการของผู้ประกอบการถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับโครงการตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มลูกค้าหลัก และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ถึงคุณภาพของการประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เช่นเดียวกับ การจัดงานบางกอก ยูสคาร์โชว์ ทีมีนโยบายให้ผู้ร่วมออกงาน ลงนาม MOU เพื่อเป็นการการันตีคุณภาพรถยนต์ที่ซื้อภายในงาน บางกอก ยูสคาร์โชว์ จะไม่มีการย้อมแมว และ ซื้อด้วยราคาที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคอีกด้วย  หากผู้ประกอบการรายอื่น นอกจากกลุ่มสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ถ้าสามารถยึดถือในหลักเกณฑ์เดียวกัน หรือใกล้เคียงกับของสมาคมฯ จะช่วยยกระดับ สร้างมาตรฐานให้ธุรกิจรถยนต์มือสองให้เติบโตอย่างเป็นระบบ และชัดเจนมากขึ้น”

สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการตราสัญลักษณ์  ของทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว มีดังต่อไปนี้

  1. เป็นสมาชิกของสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และรักษาสถานะเป็นสมาชิกภาพ ณ.ปัจจุบัน
  2. ได้รับการอบรมสัมมนาวิชาชีพร่วมกับทางสมาคมฯมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และได้รับโล่ห์ผู้ประกอบการดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปีขึ้นไป
  3. ได้รับการยืนยันจากทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีข้อร้องเรียน หรือข้อพิพาทกับทางผู้บริโภคที่ยังหาข้อตกลงสรุปไม่ได้
  4. ได้รับการรับรองจากทางสถาบันการเงิน 3 ใน 5 ว่าเป็นดีลเลอร์คู่ค้ากับทางสถาบันการเงินที่มีคุณภาพและไม่มีข้อพิพาทกับทางสถาบันการเงิน
  5. ประกอบธุรกิจโดยยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรม
  6. ให้การสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมและส่วนรวม อย่างต่อเนื่อง

และผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ จากพันธมิตรของทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และได้รับป้ายตราสัญลักษณ์ของสมาคม ซึ่งมีขนาด 80 ×186.60 เซนติเมตร สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ผ่านทาง Line official: aucth  และ Facebook: สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว หรือติดต่อได้ 084-5546462, 061-687-7746, และ 095-589-1000

วิริยะประกันภัย คว้า 2 รางวัล “2024 Thailand’s Most Admired Brand and Company” ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ประกันวินาศภัยที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด

0

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล “2024 Thailand’s Most Admired Brand” ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ประกันวินาศภัยที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด และรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี  “2023-2024 Thailand’s Most Admired Company” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยยังคงครองความเป็นอันดับ 1 บริษัทยอดนิยมใน กลุ่มธุรกิจประกันภัย จากผลสำรวจความนิยม โดยนิตยสารแบรนด์เอจ  ผู้นำสื่อนิตยสารการตลาดของเมืองไทย และในโอกาสนี้ นายปรเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานที่ปรึกษานิตยสารแบรนด์เอจ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย พร้อมนายธนเดช กุลปิติวัน บรรณาธิการบริหารนิตยสารแบรนด์เอจ ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัทฯ ที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ด้วย โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมพลูแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ

สำหรับรางวัลผลสำรวจ “2024 Thailand’s Most Admired Brand” วิริยะประกันภัย ยังคงรักษาความเป็นผู้นำแบรนด์กลุ่มประกันภัยที่ครองความน่าเชื่อถือที่สุดเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 จากผลสำรวจความนิยม หมวดธนาคารและการเงิน กลุ่มประกันภัย บริษัทฯ ได้รับคะแนนโหวตมากถึงร้อยละ 35.30 และยังได้รับการโหวตให้เป็น Best Brand อันดับ 1 ของการจัดลำดับความสำคัญในทุกๆ หัวข้อ อาทิ การบริการของตัวแทนประกันภัย, มีกรมธรรม์ที่หลากหลาย, เงินชดเชยและสินไหมทดแทน, ความมั่นคงของบริษัท  ในส่วนรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี “2023-2024 Thailand’s Most Admired Company” ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยยังคงครองความเป็นอันดับ 1 บริษัทยอดนิยมในกลุ่มธุริกจประกันภัย ด้วยผลคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 7.53 ซึ่งผลสำรวจพิจารณาจาก ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation), ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance), ภาพลักษณ์ (Corporate Image), การบริหารการจัดการ (Management), ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และ การบริการ (Excellence Service)  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ความคุ้มค่า ให้แก่ลูกค้าวิริยะประกันภัย ดั่งเจตนารมย์ที่ประกาศไว้ในปี 2567 ว่า วิริยะประกันภัย “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ บนถนนศรีนครินทร์

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้การดำเนินการของ สุธร มอเตอร์ พร้อมด้วยการให้บริการด้านการขายและหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพในการนำเสนอรถยนต์และมอบการบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  สอดคล้องกับแผนงานเพื่อการเติบโตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และความมุ่งมั่นที่จะมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถมิตซูบิชิ รวมถึงการได้รับบริการด้วยมาตรฐานสูงสุดที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าชาวไทย

โชว์รูมและศูนย์บริการมิตซูบิชิ แห่งใหม่นี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จภายใต้ความมุ่งมั่นของแผนดำเนินการที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งให้ความสำคัญในการนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ในรูปแบบของอาคาร 4 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่นบนถนนศรีนครินทร์ ด้วยพื้นที่ใช้สอย 4,450 ตารางเมตร บนพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ เพื่อนำเสนอรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นต่าง ๆ และการบริการอย่างมีคุณภาพให้แก่ลูกค้า โดยภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ มากสูงสุดถึง 6 คัน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องส่งมอบรถใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ ศูนย์บริการยังมีเครื่องมือและอุปกรณ์พร้อมรองรับลูกค้าอย่างเต็มที่ ด้วยจำนวน 19 ช่องซ่อมบำรุง ห้องพ่นสีรถยนต์ 2 ห้อง และเครื่องมือซ่อมตัวถังที่ทันสมัย

บริษัท สุธร มอเตอร์ จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 88 หมู่ 6 ถนนศรีนครินทร์  ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-175-8888 หรือเข้าชมเว็บไซต์ https://suthornmotor.com/

“อีซูซุ” เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “Unlock the Undiscovered Thailand” ทุกโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั่วประเทศ

0
อีซูซุ วี-ครอส 4x4 2

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ใหม่ล่าสุด ชุด “Unlock the Undiscovered Thailand” ให้ผู้ชมได้ปลดล็อค กับ Unseen ประเทศไทย ที่เฝ้ารอให้ไปค้นหา รวมถึงพบกับรถปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 สัมผัสระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณวิชัย สินอนันพัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณาบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณแน็ก-ชาลี แขกรับเชิญคนพิเศษ ร่วมพูดคุย ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

อีซูซุ วี-ครอส 4x4 1

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อีซูซุได้ร่วมกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จัดทำภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ เพื่อส่งเสริมปรัชญาแห่งความพอเพียงอย่างต่อเนื่อง กว่า 14 ปี รวม 20 เรื่อง โดยในปีนี้ทั้ง 2 บริษัท ได้ต่อยอดความร่วมมืออีกครั้งในการจัดทำภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “Unlock the Undiscovered Thailand” โดยจะพาผู้ชมภาพยนตร์ไปปลดล็อคกับความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของ Unseen ประเทศไทย พร้อมตื่นตาตื่นใจ ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ และเสียงสัตว์ป่านานาชนิด กับการเดินทางด้วยรถปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 ซึ่งเป็นพระเอกในเรื่อง สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ อีซูซุมองว่าโรงภาพยนตร์เป็นศูนย์รวมของคนทุกรุ่นทุกวัย เป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์”

อีซูซุ วี-ครอส 4x4 3

ด้าน คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณาบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มุ่งมั่นคัดสรรและส่งมอบความบันเทิงเหนือระดับ จัดเต็มทั้งระบบภาพและเสียงแห่งโลกภาพยนตร์ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและรับชมภาพยนตร์อย่างเต็มอรรถรส รวมถึงตอบโจทย์การเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นตามจำนวนโรงภาพยนตร์ที่เราขยายเพิ่ม โดยภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “Unlock the Undiscovered Thailand” นั้นจะได้รับการถ่ายทอดผ่านระบบภาพและเสียงอันทันสมัย และสมบูรณ์แบบของโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป รวม 147 สาขา 244 โรงภาพยนตร์ ทั่วประเทศ”

อีซูซุ วี-ครอส 4x4 7

ภายในงานมีการตกแต่งบริเวณด้านหน้าโรงภาพยนตร์ในบรรยากาศแคมปิ้ง พร้อมพูดคุยกับแขกรับเชิญคนพิเศษ “คุณแน็ก-ชาลี” ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์แบบลุย ๆ อย่างสนุกสนาน ปิดท้ายความพิเศษกับภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “Unlock the Undiscovered Thailand” ผ่านโรงภาพยนตร์ดิจิทัลสมบูรณ์แบบ มาตรฐานระดับ World Class ภาพและเสียงอันทันสมัย คมชัด สมจริง ซึ่งจะทำให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีความบันเทิงไปพร้อมกับความประทับใจ สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2567 ผ่านโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

โอโมดา แอนด์ เจคู ชวนชาวไทย ทดลองขับ OMODA C5 EV ครั้งแรก อุ่นเครื่องก่อนพร้อมเปิดจองกลางปีนี้!

0
OMODA C5 EV

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ส่งสัญญาณความพร้อมบุกตลาดไทยอย่างเข้มข้น เตรียมทะยานสู่แบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำในประเทศไทย นับเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนประกาศขายในช่วงไตรมาสที่สองของปี ในช่วงที่ผ่านมาโอโมดา แอนด์ เจคู เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 15 ประเทศ ทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 16 ของโลก ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากความพยายามที่ไม่หยุดนิ่งและการมีกลยุทธ์การบริหารจัดการและการตลาดที่มีศักยภาพ

OMODA C5 EV 1

สำหรับประเทศไทย โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้รู้จักมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจัดกิจกรรมทดลองขับขี่ OMODA C5 EV กับสื่อมวลชนกลุ่มแรก ในเดือนมกราคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ ตามมาด้วยการประชุมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับผู้แทนจำหน่ายระดับประเทศครั้งแรก สะท้อนถึงความพร้อมและความก้าวหน้าในการก่อสร้างโชว์รูมของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศไทยกว่า 35 แห่งทั่วประเทศ ที่พร้อมบริการในทุกภูมิภาค และการเปิดตัวแบรนด์ “โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย)” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเปิดให้ผู้ขับขี่ชาวไทยทดลองขับขี่และสัมผัสประสบการณ์จริงกับรถยนต์ OMODA C5 EV (โอโมด้า ซี5 อีวี) รุ่นก่อนผลิตจริง (Pre-Production) รถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ครั้งแรก ซึ่งผู้ขับขี่ได้ทดสอบสมรรถนะด้านยนตรกรรมของรถยนต์ OMODA C5 EV ทั้งระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง กำลังเครื่องยนต์ และความสะดวกสบาย รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย ผ่านสถานีต่าง ๆ อาทิ การทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทดสอบสมรรถนะของอัตราเร่ง กำลังเครื่องยนต์และแรงบิด การทดสอบการทรงตัวรถในการเลี้ยวเข้าโค้ง การทดสอบการเปลี่ยนเลนและการควมคุบรถบนถนนลื่น เทคโนโลยีช่วยป้องกันการลื่นไหลและช่วยควบคุมการทรงตัวในขณะขับขี่ รวมถึงระบบเบรกฉุกเฉิน ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็น “มากกว่ารถยนต์” และสร้างความมั่นใจของสมรรถนะช่วงล่างที่ยึดเกาะถนน ขับขี่ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น งานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวไทยได้ทดลองรถยนต์รุ่นนี้ และเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเปิดให้เป็นเจ้าของกลางปีนี้ เน้นย้ำเป้าหมายแบรนด์ที่พร้อมทำการตลาดอย่างจริงใจกับผู้ขับขี่และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าชาวไทยได้มีประสบการณ์กับรถจริง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

OMODA C5 EV

สำหรับการทดลองขับขี่รอบสื่อมวลชน ได้สร้างความประทับใจกับเหล่าสื่อมวลชนที่ได้ขับขี่ไว้อย่างมาก ทั้งช่วงล่างของรถยนต์ที่รองรับและป้องกันแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่ได้ดี ช่วยรักษาสมดุลรถกับพื้นผิวถนน รวมไปถึงประสบการณ์การขับขี่ของตัวรถที่ดีมาก ระบบเบรกและระยะเบรกยอดเยี่ยม มีระบบความปลอดภัยครบถ้วนและใช้งานง่าย หากเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน จนทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่หลาย ๆ คนอยากจับจอง

“รถยนต์ OMODA C5 EV เป็นประสบการณ์การขับขี่ที่ประทับใจมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ซัพพอร์ตการทรงตัวของรถมากกว่าที่คิดไว้ ขับเข้าโค้งหรือหักกระทันหันได้อย่างมั่นใจ ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่มากกว่าที่คิดไว้ อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสจริงๆ” คุณเท็น ตัวแทนผู้ขับขี่คนไทยกลุ่มแรกเล่าความรู้สึกจากการขับขี่ครั้งแรก

ด้านคุณตันหยง เล่าว่า “รู้สึกประทับใจในการขับขี่และการควบคุมพวงมาลับรถที่ง่ายกว่าที่คิดไว้มาก ๆ โดยเฉพาะการขับขี่บนพื้นถนนลื่น ซึ่งรถคันนี้ สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี นอกจากสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังประทับใจการดีไซน์ภายในที่ใช้วัสดุพรีเมี่ยม ให้ความรู้สึกที่ดีในการสัมผัส การออกแบบโดยรวมมีความสปอร์ต ง่ายต่อการขับขี่ อีกทั้งยังตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่เป็นผู้หญิงด้วย”

OMODA C5 EV 5

สำหรับรถยนต์ OMODA C5 EV เป็นยนตรกรรม EV 100% ที่ผสมผสานการออกแบบแห่งอนาคต เข้ากับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ทั้งฟังก์ชันความปลอดภัยและความสะดวกสบายแบบจัดเต็ม ด้วยความจุพลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง 61 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร ด้วยประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงสุดถึง 94% และพลังงานสูงสุดที่ 150 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ไกลสุด 505 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลา 7.2 วินาที ระยะเวลาในการชาร์จกระแสตรง DC จาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 28 นาที ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงสเปกของรถยนต์เวอร์ชันก่อนผลิตจริง (Pre-production) ที่ให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้เตรียมจับจองกัน

นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่จัดเต็ม ยังมาพร้อมกับการออกแบบในสไตล์ Light of Movement สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร พร้อมเชื่อมต่อผู้ขับขี่เข้าด้วยกัน ผ่าน “O-UNIVERSE” หรือแนวคิดการตลาดบนโลกเสมือนที่จะเชื่อมต่อผู้ขับขี่เข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์ที่เป็น “มากกว่ารถยนต์” โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่ “E-LOHAS LIFESTYLE” หรือไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหาสมดุลระหว่างการมีชีวิตที่ดีควบคู่กับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารอัจฉริยะ อาทิ กล้องแสดงภาพ 540 องศา ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร 64 เฉดสี หน้าจอแสดงผล 24.6 นิ้วแบบทัชสกรีน เบาะนั่งคู่หน้าที่มาพร้อมฟังก์ชันระบายอากาศ ลำโพง SONY 8 ตำแหน่ง ระบบการตั้งค่าสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly Setting) เทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไฟฟ้าจากรถออกไปใช้งานในโหมดสำหรับแคมปิ้ง (Camping Mode) และจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย อาทิ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน EBA และระบบการตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ DMS ที่ได้รับรองความปลอดภัยจาก Euro-NCAP

OMODA C5 EV 8

สำหรับใครที่สนใจรถยนต์ OMODA C5 EV อดใจรออีกไม่นาน เพราะสเปกและรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด ที่ทดสอบในครั้งนี้ยังเป็นเพียงรถรุ่นก่อนผลิตจริง (Pre-production) ซึ่งรถยนต์ที่จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จะมีรายละเอียดทางเทคนิคและฟังก์ชันที่แตกต่างออกไป โดยโอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ส่งสัญญาณความพร้อมให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้เตรียมจับจองกัน ผ่านงานเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่’จะพร้อมให้ผู้ขับขี่ชาวไทยทุกคนได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมแห่งอนาคตในช่วงกลางปีนี้ (เดือนกรกฎาคม 2567) อย่างแน่นอน