Home Blog Page 163

กลุ่มเอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ เดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำ EV เปิด 2 โชว์รูม MG Evolution Showroom ครั้งแรกในไทย

0

กลุ่มเอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์อีวี เปิด 2 โชว์รูมมาตรฐานใหม่ MG EV Showroom พรีเมี่ยม ครั้งแรกในไทย มุ่งตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และครองแชมป์ผู้นำ MG EV พร้อมมอบแคมเปญ EV ราคาพิเศษ ฟรี! ดอกเบี้ย ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี เฉพาะที่สาขาเพชรเกษม 65 และบายบาส ชลบุรี เท่านั้น

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และประธานกลุ่มบริษัท เบส ออโต้เซลส์ จำกัด กลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีอย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย)” มีนโยบายสร้างมาตรฐานด้านบริการรูปแบบใหม่ ด้วยโชว์รูม-ศูนย์บริการ MG EV พรีเมี่ยม สำหรับรองรับการจำหน่ายรถยนต์ EV ระดับพรีเมี่ยมของ MG ในอนาคต ภายใต้กลยุทธ์ MG Evolution นั้น

กลุ่มเอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายเอ็มจีกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทแม่ให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Authorized Dealer) หรือ MG Evolution showroom จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาเพชรเกษม 65 กรุงเทพฯ และสาขาบายพาส ชลบุรี

ทั้งนี้ ด้วยความพร้อมด้านการลงทุน และทำเลที่ตั้งของโชว์รูมที่มีศักยภาพ ประกอบกับเราต้องการที่จะขยายธุรกิจด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และยกระดับรูปแบบการบริการในทุกด้านสู่มาตรฐานใหม่ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และรองรับเทรนด์ตลาดรถ EV ในไทยที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งมั่นคงให้แก่ธุรกิจ และก้าวสู่ความเป็นผู้นำของตลาดรถยนต์ MG EV ในอนาคต

ล่าสุด ทาง กลุ่มเอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ ได้มีการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการทั้ง 2 แห่ง ตามมาตรฐานใหม่ในรูปแบบของ MG EV พรีเมี่ยม เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดให้บริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

นายคณิต ชัยบริพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบส ออโต้เซลส์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการ  MG Evolution showroom ทั้ง 2 สาขา จะจัดแสดงและจำหน่ายรถยนต์ MG EV พรีเมี่ยม ทุกรุ่น ทุกเซกเมนต์ อาทิ New MG4 Electric, MG ZS EV, MG ES, MG EP เป็นต้น รวมไปถึงรถยนต์ EV Hyper Car ได้แก่ NEW MG MAXUS9, NEW MG MAXUS7 และ NEW MG CYBERSTER ที่จะนำมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในเร็วๆ นี้

พร้อมกันนี้ เราได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในส่วนของทีมที่ปรึกษาด้านการขายรถยนต์ EV โดยเฉพาะ เพื่อการนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าได้ถูกต้อง ชัดเจน และทีมงานช่างเทคนิคประจำศูนย์บริการ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสี รองรับบริการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบและครบวงจร  เพื่อลูกค้าทุกท่านจะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในการก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย

ในโอกาสนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอมและเชิญชวนทุกท่านสู่การบริการรูปแบบใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการ MG EV พรีเมี่ยม ทั้ง 2 สาขา ทางกลุ่มเอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า MG ในรุ่นต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.𝗡𝗲𝘄 𝗠𝗚𝟰 𝟮𝟬𝟮𝟰 (รถยนต์ไฟฟ้า 100%) ราคาเริ่มต้น 709,900 บาท

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

ฟรี MG HOME CHARGER 1 ชุด พร้อมฟรีค่าติดตั้ง

พิเศษ! รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

2.𝗡𝗲𝘄 𝗠𝗚 𝗘𝗣 𝗣𝗹𝘂𝘀 (รถยนต์ไฟฟ้า 100%)  ราคาพิเศษ 771,000 บาท

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%*

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.คุ้มครองนาน 1 ปี

ฟรี! MG HOME CHARGER 1 ชุด พร้อมฟรีค่าติดตั้ง

พิเศษ! รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

3.𝗡𝗲𝘄 𝗠𝗚 𝗠𝗔𝗫𝗨𝗦 𝟵 (รถยนต์ไฟฟ้า 100%) ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท

ฟรี! 1 ปี ดอกเบี้ย 0%

ฟรี! 2 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.

ฟรี! 3 ปี ค่าชาร์จจาก MG SUPER CHARGE ที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศ

ฟรี! 4 ปี ค่าบำรุงรักษา หรือ 75,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! 5 ปี รับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! 8 ปี เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ หรือ 200,000 กม.(อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี! MG HOME CHARGER 1 ชุด พร้อมฟรีค่าติดตั้ง

ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

พิเศษ! เฉพาะลูกค้าเก่า MG แนะนำเพื่อนซื้อ NEW MG MAXUS 9

รับชาร์จฟรี ! 2 ปี โชว์รูม MG ทั่วประเทศ

ฟรี! ค่าบำรุงรักษา 4 ปี หรือ 75,000 กม.

 

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน คว้ารางวัล “รถกระบะยอดเยี่ยม” จาก อาเซียน เอ็นแคป กรังด์ปรีซ์ อวอร์ด 2024 ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 5 ดาว

0

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ตอกย้ำความสำเร็จ ในการเป็นรถกระบะหนี่งเดียวที่คว้ารางวัล “รถกระบะยอดเยี่ยม” จาก อาเซียน เอ็นแคป กรังด์ปรีซ์ อวอร์ด 2024 (ASEAN NCAP Grand Prix Awards 2024) จากการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว สำหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่นย่อย ภายใต้การทดสอบการชนของรถยนต์ใหม่ โดย อาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP) ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ ที่วางจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างปี 2564 – 2566

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด โดดเด่นด้วยแชสซีส์ใหม่ “เมกาเฟรม” (Mega Frame) ที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) ที่ช่วยรองรับแรงปะทะและลดการยุบตัวของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เสริมด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ และถุงลม SRS ทั้งหมด 7 ตำแหน่ง* ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC – Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL – Traction Control System) ระบบลิมิเต็ดสลิปแบบควบคุมด้วยเบรก (LSD – Active Limited Slip Differential Brake Control Type) และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ 360 องศา ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ที่มีระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ที่มีการตรวจจับคนเดินถนนและผู้ขับขี่จักรยานยนต์ (FCM – Forward Collision Mitigation with Pedestrian Detection)

การประกาศรางวัล อาเซียน เอ็นแคป กรังด์ปรีซ์ อวอร์ด 2024 (ASEAN NCAP Grand Prix Awards 2024)  จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยเริ่มจัดครั้งแรกในปี 2557 ด้วยเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยของยานยนต์ที่จำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน โดยรางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ อาเซียน เอ็นแคป ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ที่จำหน่ายใน 10 ประเทศของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนอกจากมุ่งปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้มีความปลอดภัยแล้ว ยังประเมินถึงสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุให้กับกลุ่มผู้มีความเสี่ยงบนท้องถนน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกด้วย

 

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ยังได้รับการการันตีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว จาก ANCAP (Australasian New Car Assessment Program) ปี 2567 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ ที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดย ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะดับเบิ้ล แค็บ 4 ประตูรุ่นแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการทดสอบประจำปี 2566 – 2568

ความสำเร็จทั้งหมดนี้เป็นการการันตีอย่างต่อเนื่องถึงคุณภาพเหนือระดับแห่งมาตรฐานด้านความปลอดภัย ของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) เพื่อเติมเต็มและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย พร้อมมอบความปลอดภัยและอุ่นใจได้ในทุกเส้นทาง พร้อมด้วยความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ความสงบเงียบและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง

* การติดตั้งถุงลม SRS 7 ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับรูปแบบตัวถังและรุ่นย่อย

เปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2024 ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ แห่จองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เต็มภายในครึ่งชั่วโมง

0

บริษัท สื่อสากล จำกัด เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ได้รับความสนใจจากค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์อย่างล้นหลาม โดยพื้นที่แสดงรถยนต์ถูกจองหมดภายในเวลาเพียง 40 นาที

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ 53,248 คัน จักรยานยนต์ 7,373 คัน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2024 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยนอกจากพื้นที่รถยนต์ ซึ่งมีการขยายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับแบรนด์ใหม่ๆ จะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็วแล้ว พื้นที่สำหรับจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องยังถูกจองไปกว่า 98 %”

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด

พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

“BYD” เปิดโชว์รูม EV-D อุบล แห่งที่ 300 ของเอเชียแปซิฟิก ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นโชว์รูมบีวายดีแห่งที่ 108 ในประเทศไทย ตอบรับดีมานด์โตต่อเนื่องพร้อมหนุนไทยเป็นศูนย์กลางอีวีเต็มรูปแบบ

0
BYD

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ประกาศเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าภารกิจการเพิ่มจำนวนศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอีวีของอาเซียนตามนโยบายภาครัฐ

BYD 2

สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการ BYD ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแห่งที่ 300 ของภูมิภาคอาเซียนและเป็นแห่งที่ 108 ของไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 15 ไร่ พร้อมนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD ทุกรุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศให้กับลูกค้า โดยสามารถให้บริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุง ได้อย่างครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลและรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในห้องส่งมอบรถ 2 ห้องเป็นลายดอกบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด มาพร้อมจุดบริการอัดประจุไฟฟ้าประกอบด้วยหัวชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จำนวน 2 หัว และหัวชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จำนวน 2 หัว รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 320 ล้านบาท

นายยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะมียอดจำหน่ายรถอีวีสูงถึง 2.5 ล้านคันภายในปี พ.ศ. 2578 หรือกว่า 30% ของทั้งภูมิภาค การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้จะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ BYD ในฐานะผู้นำที่พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่สังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ภาคภูมิใจที่ได้สานต่อความมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทยด้วยการเดินหน้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุม เราเชื่อว่าโชว์รูมแห่งใหม่ที่จังหวัดอุบลราชธานีจะช่วยให้ผู้บริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของยานยนต์ของ BYD ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย และเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ช่วยเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ท้องถนนพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริงในอนาคตไปด้วยกัน”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัวตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อร่วมส่งมอบบริการคุณภาพทั้งด้านการขายและหลังการขายตลอดจนประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ผู้บริโภค เราเชื่อว่าโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้จะไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ BYD แต่ยังเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้าในพื้นที่ รวมถึงผู้ใช้รถ BYD ที่ต้องสัญจรไปมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย”

ดร.สมชาย เหล่าสายเชื้อ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคนรักดี กล่าวว่า “อุบลราชธานีเป็นจังหวัดใหญ่ที่ครองอันดับสอง ทั้งในด้านขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญระดับภูมิภาคของไทย ในฐานะที่เป็นคนอุบลราชธานีโดยกำเนิด จึงรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำ BYD แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลกมาให้พี่น้องชาวอีสานได้สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เมืองดอกบัวงามแห่งนี้ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป ตนมองว่าในอนาคตเรื่องของพลังงานทางเลือกใหม่ พลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตที่โลกกำลังให้ความสำคัญ ในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องสภาวะโลกร้อน Global Warming จึงได้ก่อตั้งบริษัท EV-D Group ขึ้น ซึ่งประกอบด้วย EV-D อุบลราชธานี, EV-D วารินชำราบ, EV-D อำนาจเจริญ, EV-D ศรีสะเกษ และ EV-D ยโสธร ภายใต้หลักคิดที่ว่า E-Environment สิ่งแวดล้อม V- Value คุณค่า และ D –Do- ทำ ‘ต้องการสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีและมีคุณค่า’”

BYD 3

ทั้งนี้ บริษัท EV-D อุบล จำกัด เริ่มก่อสร้างโชว์รูมชั่วคราว เพื่อจำหน่ายรถไฟฟ้า BYD เมื่อวันที่ 1 พ.ย 2565 จนในปี 2566 และมีส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า BYD 8.87% เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ด้วยจำนวน 828 คัน สำหรับ EV-D อุบลฯ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน ออกแบบดำเนินการก่อสร้างด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 320 ล้านบาท โดยมุ่งมั่นตั้งใจให้เป็นโชว์รูมที่ดีที่สุด พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ไว้คอยต้อนรับลูกค้าทุกท่าน โดยลูกค้าชาวอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สนใจ สามารถเข้าใช้บริการได้ที่โชว์รูม EV-D อุบลเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:00 น.

และนอกจากนี้ ทาง BYD และ Rever ยังได้ผนึกกำลังเสริมทัพการขายและการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ โดยเตรียมแต่งตั้งผู้จำหน่ายใหม่จากประเทศจีน (Dealers) ในเขตการขายกรุงเทพ อีก 3 ราย ได้แก่ Harmony group และ อีก 2 กลุ่มทุนจากประเทศจีน ได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งทั้ง 3 ผู้จำหน่ายมีประสบการณ์และความชำนาญในธุรกิจยานยนต์กับแบรนด์ระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการอย่างรอบด้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยให้ลูกค้าในประเทศไทยได้เข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้า BYD และการบริการอย่างครบวงจร ได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” อัปสกิลเซลส์ผ่านกิจกรรม “Friends of Mercedes” ดึง 3 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาชี้เส้นทางสู่คอนเทนต์ครีเอเตอร์

0
Friends of Mercedes Pic Open

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ผนึกกำลังตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “Friends of Mercedes” การประกวดเฟ้นหาที่ปรึกษาทางการขายที่มีความโดดเด่นและมีความสามารถในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ออกมาให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานการตัดสินและแนวคิด “Think Luxury, Act Luxury” เน้นย้ำการยกระดับแนวความคิดและการแสดงออกของที่ปรึกษาทางการขายในฐานะตัวแทนของแบรนด์ระดับลักชัวรี่ ผ่านการร่วมมือกับครีเอทีฟเอเจนซี่ชั้นแนวหน้าของไทยอย่าง บีบีดีโอ กรุงเทพ (BBDO Bangkok) ในฐานะที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและมีบทบาทเป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการตัดสินผู้ชนะของกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งจากผลการตัดสิน มีที่ปรึกษาทางการขายจากแต่ละตัวแทนจำหน่ายฯ ที่ชนะเลิศและขึ้นชื่อว่าเป็น “Friends of Mercedes” ในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 16 คน จากผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 37 คน โดยมีคณะผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ นำโดย มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ มร. คาย-อูเว่ ทริลเลนแบร์ก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการขาย ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะทุกคน

Friends of Mercedes 2

ในกิจกรรม “Friends of Mercedes” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ดึง 3 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในประเทศไทยมาร่วมเป็นวิทยากรในการเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้แก่ที่ปรึกษาการขาย ได้แก่ คุณพีท – ทสร บุณยเนตร Chief Creative Officer (CCO) จาก BBDO Bangkok คุณเต้ย – นิธิ ท้วมประถม เจ้าของช่อง Autolifethailand.tv และคุณอู๋ – อติชาญ เชิงชวโน เจ้าของช่อง spin9 โดยวิทยากรทุกท่านได้แชร์เทคนิคและประสบการณ์ทั้งในด้านของการคิดครีเอทีฟไอเดีย การสร้างสรรค์วิดิโอ รวมถึงการใช้เครื่องมือในการทำคอนเทนต์ในปัจจุบันผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมิเดียต่างๆ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มรูปแบบวิดิโออย่าง TikTok และ YouTube เพื่อให้ที่ปรึกษาการขายเข้าใจถึงแนวคิดและวิธีการต่างๆ และสามารถนำไปปรับใช้ในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Friends of Mercedes 3

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เชื่อว่าตัวแทนจำหน่ายฯ และที่ปรึกษาทางการขายทุกคน มีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนการบริการและเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด กิจกรรมในครั้งนี้จึงถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจในด้านการสื่อสาร รวมถึงยกระดับแนวความคิดและทักษะต่างๆ ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมที่เปรียบเสมือนกระบอกเสียงของแบรนด์ เพื่อเป้าหมายเดียวกันในการส่งมอบประสบการณ์และบริการระดับลักชัวรี่ตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้แก่ลูกค้าทุกคน

Friends of Mercedes 7
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“ฟอร์ด” โชว์ ‘เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสม’ ช่วยออกแบบรถสุดล้ำ

0
Ford 1

เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสม ที่ผสานระหว่างโลกความเป็นจริงและสิ่งเสมือนเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นเครื่องมือสำคัญของนักออกแบบรถยนต์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในประเทศออสเตรเลีย

Ford 2

ความสามารถในการแสดงภาพแบบความละเอียดสูง ช่วยให้นักออกแบบทั่วโลกทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนบางครั้งเทคโนโลยีอันทรงพลัง เป็นธรรมชาติ และสมจริงนี้ทำให้นักออกแบบแทบจะแยกไม่ออกระหว่างความเป็นจริงกับภาพเสมือน

“เทคโนโลยีเสมือนจริงที่เราใช้มีความแนบเนียบมาก จนบางครั้งเมื่อถอดแว่นตาเสมือนจริงออก เราต้องใช้เวลาครู่หนึ่งเลยเพื่อปรับการรับรู้ว่า รถที่เห็นผ่านแว่นเมื่อสักครู่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าเราแล้ว” แอนดรูว์ ดัลแลน-โจนส์ ผู้จัดการฝ่ายการประมวลภาพ ประจำศูนย์การออกแบบของฟอร์ดในประเทศออสเตรเลีย กล่าว

Ford 3

เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมนี้ยังมีส่วนช่วยเสริมการทำงานร่วมกันของทีมต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เพราะนักออกแบบที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้ามาทำงานร่วมกันบนโลกดิจิทัล 3 มิติได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของกระบวนการออกแบบ “เราจึงตรวจสอบรถเสมือนจริงในสภาพแวดล้อมของสตูดิโอที่เราคุ้นเคยได้ ก่อนจะลงมือสร้างรถต้นแบบที่เรามั่นใจ ลดการลองผิดลองถูก การออกแบบจึงทำได้เร็วขึ้น” แอนดรูว์ กล่าว

ในการพัฒนาเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมเพื่อใช้ในการออกแบบ ทีมฟอร์ดในออสเตรเลียได้จำลอง ‘ถาดหลุม’ แบบเสมือนจริงขึ้นมาเพื่อให้ทีมงานเข้าไปทดสอบชุดหูฟัง แต่ปฏิกิริยาของผู้ที่ได้ร่วมทดสอบนั้นสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมนั้นมีความสมจริงเพียงใด

Ford 6

“เราจำลองพื้นที่ให้มีลักษณะเหมือนถาดหลุม เพื่อสาธิตประสบการณ์ 3 มิติที่มีความสมจริงของอุปกรณ์แว่นตาความเป็นจริงแบบผสม” โครี่ มิดเดิลลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการประมวลภาพประจำศูนย์ออกแบบของฟอร์ด ออสเตรเลีย กล่าว

“แต่การค้นพบครั้งสำคัญของเรา เกิดจากการได้เห็นผู้ทดสอบเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปใกล้ปากหลุมจำลอง แล้วมองลงไปข้างล่างเหมือนบริเวณนั้นมีหลุมอยู่จริงๆ เราจึงตัดสินใจวางภาพจำลองรถที่เรากำลังออกแบบไว้บนถาดที่มีแท่นยกขึ้น-ลงได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็นมุมมองที่แตกต่างกันได้รอบตัวรถ”

โครี่อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “ก่อนหน้านี้ เราทดสอบเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆ ในการออกแบบ ต่อมาเราจึงตระหนักได้ว่าการทำให้รถยกขึ้นและลงได้นั้นมีประโยชน์อย่างมาก เพราะนักออกแบบจะมองเห็นภาพจากมุมด้านบนรถได้ง่ายๆ เพียงยืนบริเวณปากหลุมจำลองและก้มลงไป จากที่เมื่อก่อนเราต้องเดินขึ้นบันไดไปยืนอยู่บนชั้นลอยเพื่อมองลงมาให้เห็นหลังคารถ”

Ford 8

แม็กซ์ วูล์ฟ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบประจำฟอร์ด ประเทศจีน และตลาดนานาชาติ เสริมว่าการนำเทคโนโลยีเสมือนจริงและเทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมนี้มาใช้ร่วมกัน ถือเป็นการยกระดับนวัตกรรมการออกแบบไปอีกขั้น จากการตรวจสอบงานออกแบบเสมือนจริงที่มีความละเอียดสูงพร้อมกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่อยู่ในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และยุโรปได้ในเวลาเดียวกัน

“การทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ไปจนถึงข้อได้เปรียบอื่นๆ จากการใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสม นับเป็นการปฏิวัติวิถีแห่งการออกแบบให้ล้ำสมัยขึ้นไปอีก”

โครี่เล่าว่าฟอร์ดได้ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมในทุกขั้นตอนของกระบวนการออกแบบ “ในขั้นแรก เราใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อกำหนดขนาด รูปแบบ และพื้นผิวตัวถัง”

และเมื่อมีการกำหนดแนวทางการออกแบบที่ชัดเจนแล้ว ฟอร์ดยังใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมตรวจสอบการออกแบบทั้งภายในและภายนอกให้มีความสอดคล้องกัน โดยนักออกแบบสามารถเทียบภาพต้นแบบดิจิทัลกับต้นแบบรถจริงสลับไปมาได้ง่ายๆ

“การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงแบบผสมช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทดลองออกแบบรถด้วยแนวทางใหม่ๆ ได้บ่อยขึ้น และลดขั้นตอนการออกแบบบางส่วนที่เคยใช้เวลาหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทั้งหมดมาจากความเชื่อมั่นในการทำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้” โครี่ กล่าวสรุป

 

เอ็มจี เดินหน้าต่อเนื่องทยอยส่งมอบ NEW MG4 ELECTRIC LONG RANGE รุ่น V ล็อตแรกถึงมือลูกค้าในราคา 889,900 บาท 

0
NEW MG4 2

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าแผนงานที่วางไว้ทยอยส่งมอบ NEW MG4 ELECTRIC LONG RANGE รุ่น V จากสายการผลิตในประเทศไทย ถึงมือลูกค้าแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลอง NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นได้ ที่โชว์รูมทั่วประเทศ

หลังจากที่ เอ็มจี ประกาศราคาจำหน่าย NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ซึ่งผู้บริโภคต่างให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดย NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบคไฟฟาของ เอ็มจี เป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ดีไซน์มาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ มาพร้อมหลากหลายจุดเด่นที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่ขับสนุกเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ ถือเป็นโมเดลที่มีความครบครันทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยราคาจัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 709,900 บาท ในรุ่น STANDARD RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 423 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และราคา 889,900 บาท ในรุ่น LONG RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง XPOWER ที่มาพร้อมมอเตอร์คู่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในราคาจำหน่ายที่ 1,119,900 บาท

NEW MG4 4

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงปี 2024 เอ็มจี สามารถทำยอดขาย NEW MG4 ELECTRIC เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ถึง 84% เอ็มจี ขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะสามารถส่งมอบรุ่น LONG RANGE ที่มีแบตเตอรี่ 64 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด ถึง 540 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากช่วงเดือนเมษายนที่ได้ทำการส่งมอบ รุ่น STANDARD RANGE ถึงมือผู้บริโภคแล้ว ซึ่งทั้งสองรุ่นถือเป็นรถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผ่านการประกอบจากไลน์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่โรงงานของเอ็มจี ในประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg4-electric/overview หรือสามารถชมและทดลองขับได้ที่ศูนย์ผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี กว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

NEW MG4  6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

TTC Motor จับกระแส Art Toy ลาบูบู้ มาการอง จัดกิจกรรม TTC Summer Drive Event ให้ลูกค้าได้ร่วมลุ้นกล่องสุ่มและทำเวิร์กชอป โคมไฟ ลาบูบู้

0

TTC Motor  จับกระแส Art Toy ลาบูบู้ มาการอง ความนิยมยังยืนหนึ่ง จัดกิจกรรม TTC Summer Drive Event ให้ลูกค้าได้ร่วมลุ้นกล่องสุ่มและทำเวิร์กชอป โคมไฟ ลาบูบู้ พร้อมให้การสนับสนุนงาน “Daddy’s Leaque” ของโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย 8 โรงเรียนในวันมอบถ้วย  โดยนำรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปจัดแสดง พร้อมด้วยฟู้ดทรัคอาหาร ไอศกรีม และของรางวัลอีกมากมาย เพื่อเติมสีสันความอิ่มอร่อยให้ครบรสมากยิ่งขึ้น ในส่วนของโรดโชว์เดินหน้าจัดงานเต็มสปีด ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์  เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ เมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ เปิดเผยถึง การทำการตลาดในยุคนี้ ไม่สามารถที่จะตกกระแสความนิยมได้เลย โดยเฉพาะ Art Toy ลาบูบู้ มาการอง มาแรงและความฮอตฮิตยังคงยืนหนึ่ง เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเกาะตามกระแสนี้ ไม่เว้นแม้แต่ TTC Motor บริษัทฯจัดกิจกรรม TTC Summer Drive Event ให้ลูกค้าที่ร่วมชมและทดลองรถ ได้ร่วมทำกิจกรรมลุ้นกล่องสุ่มและทำเวิร์กชอป ประดิษฐ์โคมไฟ ลาบูบู้ มาการอง เมื่อวันที่ 1-2 มิถุนายนที่ผ่านมา

“ในไตรมาสสองซึ่งเป็นช่วงของการเปิดเทอม กิจกรรมสำหรับ TTC Motor จึงขยายวงมาสัมผัส วงการการศึกษาเพิ่มเติม โดยเราเข้าไปให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬา Daddy’s  Leaque ของโรงเรียนนานาชาติ 8 โรง ในประเทศไทย ( AMNUAY SLIPA , BANGKOK PREP, BERKELEY , BRIGHTON , CONCORDIAN , KING’S COLLAGE , SHREWBURY , WELLINGTON COLLAGE ) ในวันมอบถ้วย จะมีการแข่งขันนัดพิเศษ ระหว่างผู้ปกครองและนักแตะทีมชาติไทย มาร่วมสร้างสีสัน TTC จะนำรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปจัดแสดงพร้อมทดลองขับ และเสิร์ฟความอิ่มอร่อยครบรสด้วยฟู้ดทรัคอาหารและไอศครีม”

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษเฉพาะ สำหรับลูกค้า The new E-Class กับการเวิร์กชอป  Wine Tasting โดยคุณโอ-พีระ เลาหเจริญสมบัติ เจ้าของ REVERIE SIAM RESORT ผู้ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันสากลระดับโลกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ระดับสูงสุด  ในส่วนของเวิร์กชอป Coffee Drip ได้รับเกียรติจาก คุณป็อก-ฉัฐรินทร์ ธรรมชัยโรจน์ เซียนกาแฟมือหนึ่งเจ้าของรางวัลมากมาย  ผู้ก่อตั้ง PPAL CAFÉ ที่คัดสรรกาแฟระดับพรีเมี่ยมจากทั่วโลกมาเสิร์ฟ ทั้งสองท่านจะมาถ่ายทอดและแนะนำเทคนิคให้กับลูกค้าของเรา ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

ทุกกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดสำหรับลูกค้าในนโยบายปัจจุบัน Retail of the Future ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง ตามความต้องการของลูกค้า แบบไร้รอยต่อ การออกงานโรดโชว์ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทฯ ใช้มาอย่างต่อเนื่องและในช่วงมิดเยียร์เช่นนี้ TTC Motor เตรียมความพิเศษมากมายไว้ มอบให้แก่ลูกค้าทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ออกรถยนต์ Mercedes-Benz กับ TTC Motor เพื่อบริการก่อนและหลังการขายที่ดีที่สุด

 

‘ซูซูกิ’ จัดแคมเปญพิเศษรับหน้าฝน “SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% หรือเลือก ขับฟรี 90 วัน ผ่อนนาน 99 เดือน

0
SUZUKI EAZY DRIVE 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การแข่งขันของตลาดรถยนต์นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังคงเข้มข้น และด้วยปัจจัยในหลายด้าน ทั้งเรื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจ ไปจนถึงความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ตลาดรถยนต์จึงยังไม่กลับมาเติบโตได้อย่างเป็นปกติ แต่อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อมั่นว่าในช่วงครึ่งปีหลังทิศทางของตลาดรถยนต์จะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

SUZUKI EAZY DRIVE  2

สำหรับซูซูกิ ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่ามีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า คุ้มราคา ซึ่งช่วยมีส่วนกระตุ้นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ จนทำให้เราได้รับความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับความนิยมของรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทำการแนะนำไปในช่วงที่ผ่านมาอย่าง SUZUKI XL7 HYBRID รถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง และ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กคอมแพคคาร์ที่ขึ้นแท่นเป็น ICONIC BRAND ของซูซูกิ

SUZUKI EAZY DRIVE  2

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันในตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมกับตอบรับความต้องการของลูกค้าต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากซูซูกิ ให้สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงเตรียมนำเสนอแคมเปญพิเศษ SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” ให้ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบาย มากกว่าที่เคย  โดยสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 0% หรือ ขับฟรี 90 วัน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยแคมเปญ SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” เริ่มตั้งแต่วันนี้ 1 มิถุนายน – 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT

  • เลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ เลือกขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนๆ ละ 5,780 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE  3

SUZUKI XL7 HYBRID

  • ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 799,000 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือ เลือกขับฟรี 90 วัน หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนๆ ละ 8,146 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE  5

SUZUKI CELERIO

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI ERTIGA HYBRID

  • ราคาเริ่มต้น 699,000 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนละ 7,126 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

  • รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
  • หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
  • หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

“ซูซูกิมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เรามีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย รวมถึงความใส่ใจในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งนอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริง ที่ต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยได้อย่างยั่งยืน” นายวัลลภกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความสนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ของซูซูกิ เรายังคงเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ รายละเอียด และเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

 

“กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” จับมือ “ฮอนด้า”สานต่อความมันส์ “ฮอนด้า วันเมคเรซ” ปีที่ 4 เพิ่มความสดใหม่ด้วย “ระบบเกียร์” และ “ฮอนด้า คลับ”

0
ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 1

“กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการแข่งขันชั้นนำของเมืองไทย จัดงานแถลงข่าวการแข่งขัน รถยนต์ทางเรียบ “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024” เพิ่มความสดใหม่ด้วยการอัพเกรดรถแข่งสู่ “เกียร์ธรรมดา” คอนเฟิร์มความเร็วเพิ่มขึ้น โดยแชมป์ประจำปีคว้าสิทธิ์สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่า เข้าร่วมแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นแบบฟรีๆ พร้อมเสริมความเร้าใจด้วย “ฮอนด้า คลับ” เอาใจสาวก “วี-เทค” หัวใจมอเตอร์สปอร์ต ยึดสังเวียนระดับโลก “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” และสตรีทเซอร์กิตสุดเจ๋ง “สงขลา สตรีท เซอร์กิต” ดวลทั้งสิ้น 8 สนาม 4 อีเวนต์ เปิดฉากสนามแรก 6-9 มิถุนายนนuh

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 2

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2024 “กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” โปรโมเตอร์ความเร็วยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย จัดงานแถลงข่าว ประกาศสานต่อความมันส์ รถยนต์ทางเรียบ “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024” ถือเป็นการเดินหน้าระเบิดความมันส์เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ความร่วมมือจากผู้สนับสนุนหลักอย่างล้นหลาม

 

ในงานแถลงข่าว นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมคเรซ เปิดเผยถึงความสดใหม่ในฤดูกาลนี้ที่เพิ่มเติมเข้ามา โดยมีผู้บริหารจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บุญรอด บริวเวอร์รี่ จำกัด, บริษัท บี-ควิก จำกัด, บริษัท ฮอนด้า แอคเซส เอเชีย แอนด์ โอเชียเนีย จำกัด, บริษัท ริชไวส์มาร์เก้ตติ้ง จำกัด, บริษัท โยโกฮาม่า ไทร์ เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด และ บริษัท บี.เค.เรซซิ่ง คลัทช์ จำกัด เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

“ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024” นับเป็นการแข่งขันฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน โดยในปีนี้ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ได้เพิ่มความสดใหม่เข้ามา ด้วยการอัพเกรดรถแข่ง “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ” ให้เป็นระบบเกียร์ธรรมดา เพื่อเพิ่มความมันส์และเร้าใจให้กับเกมการแข่งขัน และยังมีรถ “เกียร์อัตโนมัติ” อยู่ในเรซด้วยเช่นกัน โดยแชมป์ประจำปี จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันในประเทศญี่ปุ่น ในรายการ “Super Taikyu” แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 3

ขณะเดียวกัน จากเสียงเรียกร้องของ “แฟนๆ รถยนต์ฮอนด้า” ก็ได้มีการเพิ่มการแข่งขันในรุ่น “ฮอนด้า คลับ” เข้ามาด้วย เพื่อให้สาวกได้สมัครเข้าร่วมดวลความเร็ว และสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านการแข่งขันทั้ง โมโตจีพี และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ รวมถึง ซูเปอร์จีที มาแล้ว นอกจากนี้ยังมีสนามสุดพิเศษอย่าง “พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต” ที่มีความสวยงามอย่างมาก

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 5

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขันกล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ประกาศว่า กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต จะเดินหน้าสานต่อการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมคเรซ ในปี 2024 โดยมีการเพิ่มเติมความเร้าใจให้กับแฟนๆ และนักแข่งทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยรถแข่ง ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ ที่มีการอัพเกรดจากเกียร์อัตโนมัติมาเป็น เกียร์ธรรมดา โดยหลังการทดสอบและพัฒนา เราได้เห็นว่ารถแข่งมีศักยภาพที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน”

“การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความเร็วต่อรอบที่ยอดเยี่ยมมาก ด้วยปัจจัยนี้จะทำให้การขับเคี่ยวในสนามมีความเข้มข้นอย่างสูง อย่างไรก็ดี ในการแข่งขัน ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ เราจะยังคงมีรถเกียร์อัตโนมัติเช่นเคย และเสริมความมันส์ในรุ่น เกียร์ธรรมดาเข้ามา ซึ่งความพิเศษในปีนี้คือ นักแข่งที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องจนคว้าแชมป์ประจำปี จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นแบบฟรีๆ ในรายการ “Super Taikyu”

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 7

นอกจากนี้ นายอโณทัย ยังกล่าวถึงการเสริมความมันส์ของการแข่งขัน “ฮอนด้า คลับ” เข้ามาในฤดูกาลนี้ว่า “มีเสียงเรียกร้องมาหลายปีแล้วเกี่ยวกับการแข่งขันแบบ คลับเรซของ ฮอนด้า ซึ่งเราเล็งเห็นว่าประสบการณ์ในสนามแข่งจะทำให้ผู้ขับขี่ ที่มีความชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้สัมผัสความเร้าใจและเข้าใจในเกมการแข่งขันมากขึ้น โดยอดีตที่ผ่านมา มีนักแข่งแถวหน้าของไทยหลายคนเริ่มต้นจากจุดนี้ ดังนั้นเราจึงเพิ่มเติมการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ เข้ามาในปฏิทินฤดูกาล 2024 อยากขอเชิญชวนสาวกฮอนด้า ที่มีใจรักกีฬาความเร็ว เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความมันส์ครั้งนี้”

ทั้งนี้ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 จะยังคงเสิร์ฟความมันส์ผ่านหน้าจอให้ผู้ชมทั่วโลกติดตามเช่นเคย โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทาง เพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 8

สำหรับ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2024 จะดวลความเร็วทั้งสิ้น 8 สนาม 4 อีเวนต์
โดยมีตารางแข่งขันดังนี้ :
อีเวนต์ 1 : วันที่ 6-9 มิถุนายนนี้ 2024, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
อีเวนต์ 2 : วันที่ 22-23 มิถุนายนนี้ 2024, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
อีเวนต์ 3 : วันที่ 29 สิงหาคม -1 กันยายน 2024 , สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
อีเวนต์ 4 : วันที่ 17-20 ตุลาคม 2024, สนามพีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต จ.สงขลา