Home Blog Page 165

“MOTOR EXPO” จับรางวัลคืนกำไรให้ผู้ชม

0
MOTOR EXPO ภาพเปิด

IMC สื่อสากล” จับรางวัลผู้โชคดีในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” รับรถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรางวัลอื่นๆ มากมาย จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมหลายรายการ ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 24 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ซื้อรถ…ชิงรถ” NEW MG HS PHEV D ได้แก่ พรพิมล ภู่ศิริ จังหวัดปทุมธานี

MOTOR EXPO 1

“ซื้อบัตร…ชิงรถ” NETA V ได้แก่ จอมขวัญ ยงยุทธ จังหวัดสมุทรสาคร

MOTOR EXPO 2

“ซื้อสินค้า…ชิงรถ” MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T ได้แก่ ว่าที่ ร.ต. กัมพล ดวงรัศมี จังหวัดปทุมธานี

MOTOR EXPO 4

“ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” HONDA รุ่น XL750 TRANSALP ได้แก่ ศุภโชค หรูวานิชย์ จังหวัดกรุงเทพฯ

MOTOR EXPO 5

“ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300 ได้แก่ ธิดารัตน์ คนคล่อง จังหวัดพะเยา

MOTOR EXPO 6

สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง LINE @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2567

 

เรเว่ เข้าร่วมนโยบาย EV 3.5 พร้อมคงราคารถยนต์ BYD ทุกรุ่น ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแข็งแกร่ง

0

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เดินหน้าสนองมาตรการภาครัฐ โดยเข้าร่วมการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ในช่วงระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2567 – 2570) และคงราคารถยนต์ BYD ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันทุกรุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจเรเว่มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคตามนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW FUTURE YOUR WAY’ ของกลุ่มธุรกิจเรเว่ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation ผ่านการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BYD ที่มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้บริโภค ยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยล่าสุด BYD ได้ฉลองยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกทะลุ 3 ล้านคัน ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง และ ยังเป็นแบรนด์ที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% รวมทั้งสิ้น 30,650 คันในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในไทยอีกด้วย เราเชื่อมั่นว่านโยบายสนับสนุนจากภาครัฐจะช่วยรักษาความคึกคักให้กับตลาด เพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ท้องถนนทั่วประเทศมากขึ้น และเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยไปสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในท้ายที่สุด”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “การเข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 ของกลุ่มธุรกิจเรเว่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการลดมลพิษให้ประเทศไทยเพื่อสร้างพื้นฐานชีวิตทุกคนให้ดียิ่งขึ้นด้วยพลังงานสะอาด และช่วยให้ทุกคนเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น BYD ATTO 3 , BYD DOLPHIN, และ BYD SEAL ในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งยังช่วยสานต่อความนิยมของแบรนด์ BYD ที่ครองใจผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างเหนียวแน่น โดยนอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพภายใต้แบรนด์ BYD ให้กับผู้บริโภค กลุ่มธุรกิจเรเว่จะยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความไว้วางใจและยกระดับประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการบริการหลังการขายอย่างรอบด้าน รวมทั้งสร้างความแตกต่างให้กับวงการด้วย RÊVERLUTION ซึ่งเป็นโครงการที่มีความมุ่งมั่นให้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยกลุ่มธุรกิจเรเว่ถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่มอบผลประโยชน์ทาง Carbon Credit กลับคืนสู่ลูกค้าผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า BYD ทุกรุ่น”

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ทั้ง 3 รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยได้ในราคาเดิม ประกอบด้วย

  • BYD DOLPHIN ราคาเริ่มต้น 699,999 บาท
  • BYD ATTO 3 ราคาเริ่มต้น 1,099,900 บาท
  • BYD SEAL ราคาเริ่มต้น 1,325,000

ในโอกาสที่แบรนด์ BYD ได้ฉลองยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกทะลุ 3 ล้านคัน เรเว่ ออโตโมทีฟ มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 – 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567[1]

ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN จะได้รับ Home Charger พร้อมบริการติดตั้งประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี บริการบำรุงรักษาฯ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และบริการ RÊVER Care

ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 จะได้รับเงินคืน 100,000 บาท Smart Home Charger ยี่ห้อ AUTEL พร้อมบริการติดตั้ง และบริการ RÊVER Care

ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL จะได้รับเงินคืน 50,000 บาท (เฉพาะรุ่น Dynamic​) Smart Home Charger ยี่ห้อ ABB พร้อมบริการติดตั้ง และบริการ RÊVER Care

สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถภายในวันที่กำหนด สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินคืนผ่านทาง www.reverautomotive.com ภายใน 31 มีนาคม พ.ศ. 2567 นี้เท่านั้น

[1] รถมีจำนวนจำกัด และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด (ออกใบกำกับภาษีและรับรถภายใน 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 และจดทะเบียนภายใน 31 มีนาคม พ.ศ. 2567) โดยดอกเบี้ย 1.98% มีผลตั้งแต่ 1 – 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

MOTOR EXPO จับรางวัลคืนกำไรให้ผู้ชม

0

“IMC สื่อสากล” จับรางวัลผู้โชคดีในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” รับรถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรางวัลอื่นๆ มากมาย จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมหลายรายการ ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 24 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ซื้อรถ…ชิงรถ” NEW MG HS PHEV D ได้แก่ พรพิมล ภู่ศิริ จังหวัดปทุมธานี

“ซื้อบัตร…ชิงรถ” NETA V ได้แก่ จอมขวัญ ยงยุทธ จังหวัดสมุทรสาคร

“ซื้อสินค้า…ชิงรถ” MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T

ได้แก่ ว่าที่ ร.ต. กัมพล ดวงรัศมี จังหวัดปทุมธานี

“ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” HONDA รุ่น XL750 TRANSALP

ได้แก่ ศุภโชค หรูวานิชย์ จังหวัดกรุงเทพฯ

“ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300

ได้แก่ ธิดารัตน์ คนคล่อง จังหวัดพะเยา

สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง LINE @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2567

“นิสสัน” เชิญชวนลูกค้านำรถเข้ามาตรวจสอบ พร้อมเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยทาคาตะ พร้อมรับบัตรกำนัลดิจิทัลโลตัส มูลค่า 500 บาท ฟรี!

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบความปลอดภัยในการขับขี่ และความพึงพอใจให้กับลูกค้า เชิญชวนผู้ใช้รถยนต์ นิสสัน ที่เข้าข่ายมีปัญหาเรื่องถุงลมนิรภัย นำรถเข้าตรวจสอบพร้อมเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยทาคาตะทันที พร้อมรับบัตรกำนัลดิจิทัลโลตัสมูลค่า 500 บาท ฟรี* เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เข้ารับการตรวจสอบ และเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัย ณ ศูนย์บริการนิสสัน

จากเหตุการณ์ที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุการทำงานของชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยทาคาตะ นิสสัน ประเทศไทย ได้มีความกังวลถึงความปลอดภัยของลูกค้าผู้ใช้รถยนต์นิสสัน ที่อยู่ในข่ายต้องได้รับการเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยทาคาตะทุกท่าน จึงได้ประกาศแคมเปญเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยทาคาตะขึ้นตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์นิสสันทุกคนจะได้รับการปกป้อง และดูแลความปลอดภัยจากอุปกรณ์ที่สมบูรณ์

ดังนั้น เพื่อเพิ่มอัตราการเปลี่ยนให้มีมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงขอเชิญชวนลูกค้าเจ้าของรถยนต์นิสสันที่อยู่ในข่ายเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยทาคาตะโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการนิสสัน ทุกแห่งทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด

สำหรับรถยนต์รุ่นที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบ และเปลี่ยนถุงลมนิรภัย
1.นิสสัน ลิวิน่า รุ่นปี 2015
2.นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2011
3.นิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2010-2011
4.นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2006-2014
5.นิสสัน ทีด้า รุ่นปี 2006-2012
6.นิสสัน เทียน่า รุ่นปี 2004-2009
7.นิสสัน เอ็กซ์เทรล รุ่นปี 2002-2005
8.นิสสัน เพโทร รุ่นปี 2003
9.นิสสัน ซันนี่ นีโอ รุ่นปี 2000-2006
10.นิสสัน เซฟิโร่ รุ่นปี 2000- 2002

ทั้งนี้ ลูกค้าผู้ครอบครองรถยนต์รุ่นดังกล่าว สามารถตรวจสอบสถานะ “การเปลี่ยนถุงลมนิรภัย ทาคาตะ” ได้ที่ เว็บไซต์นิสสัน https://www.nissan.co.th/owners/recall-nissan.html โดยการกรอกหมายเลขตัวถังรถ (VIN NO.) ของท่านเพื่อทำการตรวจสอบ**

สำหรับลูกค้าที่เข้าข่าย กรุณาติดต่อผู้จำหน่าย หรือนิสสัน คอลเซ็นเตอร์ เพื่อนัดหมายเข้ารับบริการโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ โดยลูกค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ติดต่อที่หมายหมายเลข 02 401 9600 และสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด ติดต่อที่หมายเลข 1-800-900-500 ตลอด 24 ชั่วโมง
ความเชื่อมั่น และอุปการคุณที่ท่านมีต่อแบรนด์นิสสันเป็นแรงผลักดันให้เครือข่ายนิสสันทุกภาคส่วนมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพให้กับท่านต่อไป

* บัตรกำนัลดิจิทัลโลตัส มูลค่า 500 บาท เพื่อมอบให้กับลูกค้าที่เข้ารับบริการภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 หรือจนกว่าของจะหมด
** ข้อมูลจะแสดงเฉพาะหมายเลขตัวถังของลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้ารับบริการเปลี่ยนถุงลมเสริมความปลอดภัยเท่านั้น ผู้ที่เคยเข้ารับบริการไม่สามารถรับบริการซ้ำและไม่ได้รับสิทธิพิเศษตามโครงการนี้

มาสด้าจัดหนักจัดเต็มให้ส่วนลด 120,000 บาท ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท

0

มาสด้า เดินหน้ากระตุ้นตลาดแบบเต็มสูบ โอกาสทองของลูกค้ามาถึงแล้ว ครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบปี กับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นในราคาสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งสปอร์ตระดับพรีเมี่ยมที่สง่างามที่สุดในโลก เจ้าของรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก World Car Design of The Year อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และระบบความปลอดภัยระดับโลก เมื่อมาสด้าร่วมฉลองฤดูกาลแห่งความรักและความโชคดีกับโปรโมชั่นพิเศษสุดครั้งเดียวในรอบปี SEASON OF LUCK มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์มาสด้าตลอดเดือนกุมภาพันธ์ รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* หรือ โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี (MUS) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 รวมมูลค่าสูงสุด 100,861 บาท* และเมื่อจองซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รับฟรีลำโพง Sony Portable Wireless Speaker มูลค่า 1,990 บาท** พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัวที่ออกรถใหม่ รับเพิ่มฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*** ลูกค้าที่สนใจพบข้อเสนอพิเศษนี้ได้ระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญ MAZDA SEASON OF LUCK ฉลองฤดูกาลแห่งความรักและความโชคดีกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ นับเป็นแคมเปญสุดร้อนแรงที่สุดแห่งปีที่มาสด้าตั้งใจจัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อมอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับลูกค้าใหม่และมอบความภูมิใจสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าคันที่สอง โดยให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่งด้วย Customer Experience Management (CXM) หรือการจัดการประสบการณ์ลูกค้า เน้นสร้างความพึงพอใจสูงสุดเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคง รวมถึงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Brand Value Management (BVM) หรือ การสร้างมูลค่าของแบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว มาสด้าต้องการที่จะมอบความสะดวกสบายและไร้ความกังวลให้กับลูกค้า ตั้งแต่ก่อนเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ไปตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าครอบครองรถยนต์มาสด้า

แคมเปญ MAZDA SEASON OF LUCK เป็นแคมเปญที่ตั้งใจจัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีทั้งเทศกาลแห่งความรักในวันวาเลนไทน์ และเทศกาลตรุษจีน นับว่าเป็นโอกาสดีที่ทางมาสด้าได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าตั้งแต่ต้นปี เพื่อให้ได้ครอบครองรถยนต์มาสด้าแบบสุดคุ้ม และไม่ต้องกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายจากการบำรุงรักษารถในระยะยาว โดยข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญฯ มีดังต่อไปนี้

  • เมื่อจองซื้อรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* หรือ ดอกเบี้ย 0%*
  • เมื่อจองซื้อรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-30 รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0%*
  • เมื่อจองซื้อรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-3 รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท หรือดอกเบี้ย 0%*

  • เมื่อจองซื้อรถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 รับส่วนลดสูงสุด 110,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0%*
  • เมื่อจองซื้อรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-8 รับส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 1.99%*
  • เมื่อจองซื้อรถมาสด้า2 รับส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท* หรือ ดอกเบี้ย 0%*
  • แพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว)*
  • มอบความอุ่นใจกับโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี ที่ครอบคลุมทั้ง รับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 5 ปี (ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี*
  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี*
  • ฟรี ลำโพง Sony Portable Wireless Speaker มูลค่า 1,990 บาท** เมื่อจองรถทุกรุ่น
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่ รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท***

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นที่มาพร้อมกับแคมเปญสุดพิเศษ MAZDA SEASON OF LUCK สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th ซึ่งแคมเปญนี้จัดขึ้นเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

**จองรถในงาน 3,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 29 ก.พ. 67 รับลำโพง Sony SRS-XB100 มูลค่า 1,990 บาท จำนวนจำกัด 800 ชิ้น เฉพาะโชว์รูมที่ร่วมรายการ โดยไม่สามารถโอนสิทธิ์ หรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกสี

***เฉพาะเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว ที่ออกรถ มาสด้า CX-30, มาสด้า CX-5 และ มาสด้า CX-8

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย กางแผน ‘Plan S-5’ พร้อมเร่งทำตลาด EV ด้วยแผนเปิดตัว Kia EV9 และยกระดับการรับประกันคุณภาพรถนานถึง 7 ปี

0
เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ภาพเปิด

เกีย คอร์ปอเรชัน ประกาศตั้งบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเผย ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ในปี 2567 ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมแบรนด์ และสร้าง
การเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวผ่านกลยุทธ์ระดับองค์กรของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ในชื่อ ‘Plan S-5’ เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายปี 2567-2571

นายจุน โอ อี ประธาน บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับก้าวแรกของการดำเนินงานของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ในการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แผนกลยุทธ์ Kia Plan S ของเราที่ใช้ในการดำเนินงานทั่วโลก มีรากฐานอยู่บนเสาหลัก 3 ประการ คือ โลก (Planet) ผู้คน (People) และผลกำไร (Profit) เพื่อหล่อเลี้ยงความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานของเรากับชุมชน เราจึงวางตำแหน่งของตนเองในฐานะ ‘Sustainable Mobility Solutions Provider’ หรือ ‘แบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์การเดินทางอย่างยั่งยืน’ ซึ่งถือเป็นปรัชญาประจำองค์กรของเราเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ในส่วนของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เราได้วางแผนการดำเนินงานขององค์กรไว้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของเราสำหรับปี 2567-2571 โดยให้ชื่อว่ากลยุทธ์ ‘Plan S-5’ ซึ่งประกอบด้วยเป้าหมายหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1) ครองส่วนแบ่ง 5% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล, 2) เพิ่มการทำตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวให้มีสัดส่วนคิดเป็น 50% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด, 3) ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแบรนด์ที่มีการรับรู้สูงที่สุด 5 อันดับแรก และ 4) ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้เติบโตขึ้น 5 เท่าตัว”

 เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) 2

นายณัฏฐ์ชัย สุรวรรธนกุล รองประธานฝ่ายขาย เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขาย เปิดเผยว่า “ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นและขาลงสลับสับเปลี่ยนกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่โดยรวมทั้งตลาดอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 800,000 คัน เนื่องจากเซ็กเมนต์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าเซ็กเมนต์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะมีการเติบโตก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตลาดรถยนต์ในไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้นในปี 2567 นี้ โดยคาดว่ายอดจำหน่ายจะขยับตัวขึ้นเป็น 850,000 – 860,000 คันจากอานิสงส์ของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ที่มียอดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น สำหรับ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ในปี 2566 เรามีผู้จำหน่าย และศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ 19 แห่ง เราจะเร่งสร้างการเติบโตของยอดขายด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ประเดิมด้วยผู้จำหน่ายใหม่ 10 รายที่จะเข้ามาร่วมงานกับเราในปี 2567 นี้ นอกจากนี้เรายังยกระดับ กลยุทธ์ด้านบริการของเราอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทย โดยนโยบายใหม่ของเราจะมอบการรับประกันคุณภาพรถเป็นระยะเวลา 7 ปีให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นไป การรับประกันตามมาตรฐานใหม่ของเราจะมาควบคู่กับการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 7 ปี”

 เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) 1
นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด ระบุว่า “รถยนต์รุ่น Carnival ของเราที่ใช้งานอยู่บนท้องถนนในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 10,000 คัน ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความไว้วางใจในตัวรถยนต์ Carnival และผู้จำหน่ายของเราอย่างมาก ฐานลูกค้าในปัจจุบันของเราจะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ของเราได้เป็นอย่างดี เราจะขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นครอบครัวคนรุ่นใหม่ โดยมีการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ดังกล่าว เกียเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูง มิใช่เฉพาะในด้านคุณภาพ และสมรรถนะของรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมอบคุณค่าที่เรายึดมั่นอีกด้วย ปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า ‘Movement that inspires’ หรือ ‘การเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ’ สะท้อนถึงทัศนคติใหม่ของเราในการเชื่อมโยงกับชีวิตจิตใจของผู้บริโภคชาวไทย เราต้องการนำเสนอพลังที่แบรนด์ของเรามีอยู่ในระดับโลก รวมถึงมรดกในแบบเกาหลีของเราซึ่งเป็นที่ชื่นชมอย่างกว้างขวางในประเทศไทย สู่สายตาของผู้บริโภคชาวไทย”

 เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) 5

“เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว เราจึงออกแบบการสื่อสารของเราในประเทศไทย โดยวางตำแหน่งแบรนด์ให้มีภาพลักษณ์ของรถยนต์ ‘Premium Smart’ โดยที่คำว่า ‘Premium’ สื่อถึงการมุ่งส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ดีเยี่ยม ตั้งแต่ทัชพอยท์แรกทางอินเทอร์เน็ตไปจนถึงทุกๆ ช่องทางที่ลูกค้าจะได้สัมผัสกับแบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องรวมถึงศูนย์บริการและผู้จำหน่ายของเราด้วย เราจะมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงาน (Digital Transformation) และใช้ข้อมูลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบเฉพาะบุคคลกับลูกค้า ส่วนคำว่า ‘Smart’ สื่อถึงการที่เรามุ่งหวังให้ลูกค้าชาวไทยได้รับประสบการณ์ใหม่ล่าสุดในการขับขี่ โดยการนำเสนอรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ประสบความสำเร็จรุ่นใหม่ล่าสุดของเรา พร้อมกับเพิ่มรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวี และเอ็มพีวี และนำเอาโซลูชันด้านการเชื่อมต่อรูปแบบต่างๆ มาใช้ในอนาคตอันใกล้นี้” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าว

“กลยุทธ์ ‘Plan S-5’ ของเราได้วางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนที่จะขึ้นแท่นเป็นแบรนด์รถยนต์ 1 ใน 5 อันดับแรกในแง่ของการรับรู้ แบรนด์ และเพิ่มสัดส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบให้เป็น 50% เส้นทางของเราในการทำตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมเริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ด้วยการประกาศทำตลาด Kia EV9 ของเรา โดย Kia EV9 จะเป็นรถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่รุ่นแรกในประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติม และพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม (รอบสื่อมวลชน) และ 2 มีนาคม (รอบคนทั่วไป) ที่จะถึงนี้ สำหรับคนทั่วไปที่สนใจเข้าชม Kia EV9 ในวันที่ 2 มีนาคม สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://bit.ly/ev9ourallelectricicon โดยงานจะจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม 1-2 ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวทิ้งท้าย

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ต้อนรับประธานาธิบดีเยอรมนีฯ เยี่ยมชมโรงงานประกอบรถยนต์ พร้อมเฉลิมฉลองรถยนต์คันที่ 200,000 จากสายการผลิตในประเทศไทย

0
“เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภาพเปิด

ดร. ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชมโรงงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีทีมผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้แทนจากภาครัฐ และพันธมิตรธุรกิจ นำโดย มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. มาร์ค เบอร์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และ นายศิวัต จรัณยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีกำหนดการในการเยี่ยมชมกระบวนการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองรถยนต์คันที่ 200,000 ที่ออกมาจากสายการผลิตในประเทศไทย “EQS 500 4MATIC AMG Premium” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ที่มีการผลิตแบตเตอรี่และประกอบในประเทศไทย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ในการขึ้นไลน์ผลิตและประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 46 ปี โดยนอกจากการผลิตเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ในประเทศ ทางบริษัทฯ ได้ขยายตลาดการส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเน้นย้ำแนวคิดการผลิตแบบ CKD (Completely Knocked Down) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้สามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาด โดยมีรถยนต์กว่า 13 รุ่นที่ถูกผลิตขึ้นในโรงงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แก่ A-Class, C-Class, E-Class, S-Class, GLA, GLC, GLE, GLS, C-Coupe, GLC-Coupe, CLS, Maybach S-Class, และ EQS นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังเป็นผู้บุกเบิกการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยการเปิดตัว EQS 500 4MATIC AMG Premium เมื่อปี 2565 ตอกย้ำเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ 5

“NETA ประเทศไทย” แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่คุมตลาดเมืองไทย

0
NETA 1

NETA ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่นั่งแท่นคุมตลาดเมืองไทย สานต่อพันธกิจ “สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” เพื่อให้คนไทยมีโอกาสใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

NETA 2

NETA AUTO ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์ NETA จากประเทศจีน ประกาศแต่งตั้ง มร. ชู กังจื้อ (Mr. Shu Gangzhi) ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของจีนเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ของ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด สานต่อความสำเร็จของแบรนด์ NETA ในประเทศไทย แทน มร. เป่า จ้วงเฟย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าแผนงานแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่คนไทยสามารถเป็นเจ้าของได้จริง

ทั้งนี้ มร. ชู กังจื้อ มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 24 ปี และมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามากว่า 8 ปี อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเติบโตของแบรนด์ NETA ในระดับสากลด้วยการกำกับดูและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและสร้างการเติบโตที่รวดเร็วให้กับแบรนด์ NETA ในภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง

NETA 4

มร. ชู กังจื้อ กล่าวว่า “ NETA ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ NETA ในภูมิภาคอาเซียน และขอขอบคุณ มร.เป่า จ้วงเฟย ซึ่งทำให้ NETA ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในตลาดเมืองไทย โดยในปีที่ผ่านมา NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ City Car มียอดขายสูงถึง 13,836 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ 17% เราเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2567 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและยืนยันแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ของเราในตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของฐานผู้ใช้ที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ผมมั่นใจว่าด้วยพันกิจ“สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” พร้อมการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมไปถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การบริการหลังการขายที่ครอบคลุมจากเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจะทำให้เราเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดภูมิภาคนี้”

“ซีพี โฟตอน – พีทีจี เอ็นเนอยี” พร้อมเปิด 4 “ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่” รองรับงานขนส่งสินค้าภูมิภาคขยายตัว

0
ซีพี โฟตอน ภาพเปิด

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “โฟตอน” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ “พีทีจี เอ็นเนอยี” เดินหน้ารุกงานบริการหลังการขาย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายอะไหล่แท้ “แบรนด์โฟตอน” ในเขตภาคกลางตอนล่าง – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ขานรับอัตราเติบโตของกลุ่มผู้ใช้งานรถบรรทุก

ซีพี โฟตอน 1

นาย กฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อให้ผู้ใช้รถเพื่อการพาณิชย์แบรนด์โฟตอน ได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการหลังการขายหรือเปลี่ยนถ่ายอะไหล่ด่วน ในเส้นทางขนส่งสายหลัก จึงได้ร่วมกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีเติมน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ เปิด “ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่” เจาะกลุ่มลูกค้าที่วิ่งรับงานระยะยาวในโซนภาคกลางและตะวันออก เน้นกลยุทธ์หลัก คือ อะไหล่แท้เข้าถึงง่าย…พร้อมมั่นใจได้ในมาตรฐานงานบริการ เพราะมีช่างผู้ชำนาญการให้การดูแล ทั้งนี้เตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมในเส้นทางขนส่งภาคต่างๆ ทั่วไทย เพื่อให้ผู้ใช้รถบรรทุกโฟตอน ได้รับความสะดวกสบายและคุ้มค่าการลงทุนสูงสุด”

ซีพี โฟตอน 2

นาย รังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่แท้ ซีพี โฟตอน ในสถานีบริการน้ำมันพีทีจี (PT Station) มีความพร้อมในการรองรับการให้บริการผู้ใช้รถบรรทุกกว่า 24 คันต่อวัน มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ช่องซ่อมต่อสาขา อุปกรณ์ซ่อมบำรุงมาตรฐานและ ช่างซ่อมบำรุงรักษารถบรรทุกมืออาชีพ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานีบริการน้ำมันครบครัน อาทิ PT Max Camp ที่พักรถครบวงจร เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ผู้ใช้บริการจะได้รับจากการสมัครสมาชิกบัตร PT Max Card ฟรี! อีกด้วย”

ซีพี โฟตอน 5

ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่แท้ ซีพี โฟตอน พร้อมเปิดให้บริการ 4 สาขา ในเส้นทางขนส่งสำคัญ ได้แก่
– PT Station สาขาสมุทรสงคราม ถนนพระราม 2 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
– PT Station สาขาสระบุรี ถนนพหลโยธิน ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค
– PT Station สาขานครราชสีมา ถนนพิชัยสงคราม ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว
– PT Station สาขาขอนแก่น ถนนมิตรภาพ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hotline CP FOTON โทร. 02-826-9880 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.cpfoton.co.th

“อีซูซุ” ปล่อยของแรง “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” ต้อนรับปีใหม่

0
อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ภาพเปิด

อีซูซุเปิดฉากรุกตลาดต้อนรับปีมังกร ส่งปิกอัพสปอร์ต ดีไซน์ใหม่ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES… Gotta Xross The Line!) ทุก Element โดดเด่น ไม่ซ้ำใครทั้งดีไซน์และสมรรถนะ พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ให้ออกไปโลดแล่นนอกกรอบ สู่มิติใหม่มีสไตล์ในแบบตัวเอง ทั้งในรุ่น SPEED และ HI-LANDER แต่งเติมความเท่ให้สุดด้วยดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ X พร้อม ใหม่! ชุดแต่ง The X Package เพิ่มอารมณ์สปอร์ตและความสนุกเร้าใจ พร้อมเผยโฉมความแรงทะลุเวิร์ส ที่โชว์รูม อีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 1

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของ “ไลฟ์สไตล์ปิกอัพ” ที่ฉีกภาพลักษณ์เดิมของรถปิกอัพทั่วไป ด้วยการสร้างกระแสรถปิกอัพแต่งครบจบจากโรงงานจนเกิดเป็นเซกเมนต์ใหม่ในตลาดรถยนต์เมืองไทย ที่อีซูซุได้ขายและทำการตลาดมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 14 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นรถยอดนิยมของอีซูซุที่เข้าถึงความอิสระของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการโดดเด่นไม่เหมือนใคร แสวงหาความท้าทาย ก้าวข้ามเส้นออกนอกกรอบไปสู่มิติแห่งการใช้ชีวิตที่หลากหลายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อันเป็นที่มาของแนวคิดในรุ่นล่าสุด “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรงทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES…Gotta Xross The Line!) ปิกอัพสปอร์ตดีไซน์ใหม่ที่แสดงออกซึ่งพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของคนเจนใหม่ ทั้งในรุ่น SPEED ปิกอัพสปอร์ตแนวสตรีทเรซ และรุ่น HI-LANDER ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ที่จะช่วยเติมเต็มความสนุกของจินตนาการสู่โลกแห่งความจริง ใหม่! ชุดแต่ง The X Package เพิ่มอารมณ์สปอร์ตกับดีไซน์ X สุดเท่อันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ กระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 2

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  3

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  4

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  6

นอกจากนี้ยังเหนือกว่าด้วยสมรรถนะ ขับสนุก แรงได้ตามใจ เวิร์สไหนก็ไปได้สุดกับขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ แรงเต็มสมรรถนะ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมตำแหน่งเครื่องยนต์แบบ Semi-Midship การกระจายน้ำหนักที่สมดุล มั่นใจทั้งระบบความปลอดภัยและความบันเทิงสมบูรณ์แบบในสไตล์อีซูซุ ซึ่งพร้อมเผยโฉมความแรงทะลุเวิร์สที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป รุ่น SPEED ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 748,000 – 851,000 บาท และรุ่น HI-LANDER ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 878,000 – 1,024,000 บาท”

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  6

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES…Gotta Xross The Line!) ปิกอัพสปอร์ตดีไซน์ใหม่ ทุก Element โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้วยใหม่! ชุดแต่ง The X Package เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ พร้อมดีไซน์ Aerodynamic ให้ออกไปโลดแล่นนอกกรอบกับทุกมิติที่เป็นคุณ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  7
●“อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED” (ISUZU X-SERIES SPEED) จัดไป…ใส่เต็มสปีด! ปิกอัพสปอร์ตแนวสตรีทเรซ กับไอเทมรอบคัน ให้คุณมันส์เร้าใจทะลุเวิร์สไปกับทุกสปีดที่ใจต้องการ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง Garnet Red สติกเกอร์ Dual Stripes คาดหน้า-หลัง พร้อม สเกิร์ตหน้า-หลังสไตล์ Integrated สเกิร์ตข้างดีไซน์เฉพาะตัว ล้ออัลลอย 16” Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-แดง ให้อารมณ์สปอร์ตเร้าใจ ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 748,000 – 851,000 บาท
– ใหม่! หน้าปัดแสดงข้อมูลสไตล์เรซซิ่ง สะท้อนตัวตนผ่านโลโก้ X
– ใหม่! หน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน)
– ใหม่! คอนโซลดีไซน์แบบ Flaming Wing เพิ่มความเร้าใจ
– ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X
– เกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift ทั้งในรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  6

●“อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER” (ISUZU X-SERIES HI-LANDER) ไปให้สุดกับชีวิตไฮสไตล์ ปิกอัพสปอร์ตยกสูง โดนใจคนจริง ให้คุณสนุกเกินคาดกับทุกเส้นทางเหนือจินตนาการ เอกลักษณ์กระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง Garnet Red สติกเกอร์ Dual Stripes คาดหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตหน้า-หลังสไตล์ Integrated Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย ล้ออัลลอย 18” Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-เทา ให้อารมณ์พรีเมียม ดุดัน ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 878,000 – 1,024,000 บาท

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 9

 

– ใหม่! หน้าจอแสดงข้อมูล Integrated MID 7 นิ้ว โทนแดงให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม พร้อมโลโก้ X
– ใหม่! หน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน)
– ใหม่! Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ขับสนุกเร้าใจ
– ใหม่! คอนโซลดีไซน์แบบ Iron Structure เพิ่มความเท่อย่างมีสไตล์
– ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมโลโก้ X
– มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Rev Tronic และ Sequential Paddle Shift (เฉพาะรุ่น 4 ประตู) และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  8

สัมผัสประสบการณ์โลดแล่นนอกกรอบสู่มิติใหม่ที่สนุกเร้าใจกับ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES…Gotta Xross The Line!) ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai