Home Blog Page 166

“BRG GROUP” แจกโชคใหญ่ ให้อั่งเปาเน้นๆ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ปีมังกรทองนี้ ทั้งเงินสด ทองคำ ตั๋วเครื่องบิน และของรางวัลอื่นๆอีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท!!

0
BRG GROUP 1

วันตรุษจีนในปีนี้ตรงกับ “ปีมะโรง” ของคนไทย หรือในทางโหราศาสตร์จีนจะเรียกปีนี้ว่า “ปีมังกรทอง” โดย “มังกร” ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล พลังอำนาจ ความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ ความยิ่งใหญ่ และความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นในปีมังกรทองนี้จึงถือว่าเป็นปีแห่งความโชคดี จะพบโชคลาภ และจะพบแต่สิ่งดีๆ เรียกได้ว่าเป็นปีเงิน ปีทอง แห่งการประสบความสำเร็จเลยก็ว่าได้ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีแห่งความยิ่งใหญ่ของปีมังกรทองนี้ BRG GROUP ผู้นำด้านธุรกิจรถยนต์นำเข้าอิสระในประเทศไทย ส่งแคมเปญ “ตรุษจีนแห่งความรัก” ประเดิมความยิ่งใหญ่ของปีมังกร จัดโปรโมชั่นใหญ่ ให้อั่งเปาเน้นๆ ของรางวัลแบบจุกๆ พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดแบบจัดเต็ม มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท เพื่อต้อนรับปีมังกรทอง เพียงคุณซื้อรถยนต์นำเข้าที่ BRG GROUP ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

โดยของรางวัล และโปรโมชั่นส่วนลด ที่คุณจะได้รับจากแคมเปญ “ตรุษจีนแห่งความรัก” ของ BRG GROUP มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท มีทั้งหมดดังนี้

1. อั่งเปามหาเฮง มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท
2. ทองคำหนัก 20 บาท มูลค่ากว่า 700,000 บาท
3. POCCO รถยนต์ไฟฟ้า 100% มูลค่ากว่า 300,000 บาท
4. ตั๋วท่องเที่ยวบนเรือสำราญ มูลค่ากว่า 50,000 บาท
5. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศญี่ปุ่น มูลค่ากว่า 30,000 บาท

( หมายเหตุ : **โปรโมชั่นนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และเฉพาะรุ่นรถที่กำหนดเท่านั้น ,**ของแถม โปรโมชั่น เงื่อนไขและข้อตกลงต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ,**บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า )

โปรโมชั่น “ตรุษจีนแห่งความรัก” ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ทาง BRG GROUP ยังมีโปรโมชั่นใหญ่ รอคุณอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

โปรโมชั่น 1 : เก่าแลกใหม่ บวกให้ 50,000 บาท! สำหรับลูกค้าที่มีรถยนต์คันเก่า แล้วต้องการนำรถยนต์คันเก่ามาแลกซื้อรถยนต์คันใหม่ ที่ BRG GROUP ให้ราคามากว่าราคามาตรฐานทั่วไปถึง 50,000 บาทไปเลย!

โปรโมชั่น 2 : เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี นาน 10 ปี! สำหรับใครที่ไม่ชอบจ่ายค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยๆ เพียงซื้อรถยนต์ที่ BRG GROUP ในแคมเปญวันตรุษจีนปีนี้ รับไปเลยโปรโมชั่นสุดคุ้ม เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี นาน 10 ปี! (*เฉพาะรถญี่ปุ่น และรุ่นที่กำหนดเท่านั้น)

โปรโมชั่น 3 : เครดิตดี รับเลยโปรขับฟรี 6 เดือน! เพียงซื้อรถยนต์ที่ BRG GROUP ในแคมเปญวันตรุษจีนปีนี้ รับไปเลยโปรโมชั่นขับฟรี 6 ดือน นำรถไปขับก่อนแล้วค่อยมาผ่อนกับเราทีหลังได้เลย
( หมายเหตุ : **โปรโมชั่นนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และเฉพาะรุ่นรถที่กำหนดเท่านั้น ,**ของแถม โปรโมชั่น เงื่อนไขและข้อตกลงต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ,**บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า )

ที่ BRG GROUP มีรถยนต์พรีเมียมนำเข้ามากมายหลายรุ่นที่ร่วมแคมเปญนี้ อาทิ เช่น All New Alphard 2024 ,Porsche Macan ,Porsche Cayenne ,Toyota Land Cruiser 300zx ,Toyota Land Cruiser Prado ,Volkswagen ID buzz ,Volkswagen T5 ,Mercedes-Benz S300L ,Mercedes Benz Sprinter , Lexus RX200T ,Toyota Voxy ,Honda Spada Stepwgn Premium Line และยังมีรถยนต์นำเข้าพรีเมียมอีกมากมายหลายรุ่น

สามารถร่วมกิจกรรมแคมเปญ “ตรุษจีนแห่งความรัก” ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ที่ BRG GROUP ทุกสาขา หรือสามารถจองรถยนต์ และผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook : BRG GROUP หรือ https://www.facebook.com/brgthailand

BRG GROUP ผู้แทนจำหน่าย และผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ มั่งคงด้วยชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 49 ปี พร้อมให้บริการดูแลรักษารถยนต์แบบ One Stop Service ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ครบวงจร ดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรองรับทุกความต้องการของลูกค้า

โชว์รูมและศูนย์บริการ One Stop Service พร้อมให้บริการ ทั้ง 2 สาขา ทั้งสาขาศรีนครินทร์ และสาขาเเจ้งวัฒนะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่
● Tel : 088-377-6992 (สาขาศรีนครินทร์) /
● Tel : 085-123-8170 (สาขาแจ้งวัฒนะ)
● Website : www.brg.co.th
● Line : @brggroup (มี@ข้างหน้า) หรือกดลิงก์ https://pixelfy.me/BRG-group
● Instagram : brg_group

 

 

 

 

“ซูซูกิ” ประชุมผู้จำหน่ายประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ วางแผนสู้ศึกตลาดรถยนต์ในประเทศไทย แถลงนโยบายแผนระยะยาวต่อเนื่อง 7 ปี พร้อมมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2023 ตอกย้ำคุณภาพยกงานบริการ เพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้าทั่วไทย

0
ซูซูกิ ภาพเปิด

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ประกาศวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต” แถลงนโยบายกลางแผนธุรกิจระยะยาว 7 ปี เพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมอบรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2023 ยึดมั่นแนวทางการยกระดับงานบริการในทุกด้าน ทั้งก่อนและหลังการขายให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างยั่งยืน

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึง การจัดงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้จำหน่ายซูซูกิจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุม ภายใต้แนวคิด “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต”

ซูซูกิ 1

โดยเป้าหมาย นอกจากจะมีแถลงนโยบายแผนดำเนินธุรกิจระยะยาวต่อเนื่อง 7 ปี นโยบายสำคัญรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของซูซูกิ และแนวทางการดำเนินธุรกิจของซูซูกิเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จำหน่าย ยังเป็นการร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อเป้าหมายแห่งความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ และยังมุ่งหวังให้เกิดการสร้างความร่วมมือ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่า ธุรกิจของซูซูกิจะสามารถก้าวไปข้างหน้าและอยู่คู่คนไทยได้อย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทยอย่างมีขั้นตอน

ในปี 2566 ที่ผ่านมา แม้ซูซูกิจะต้องเผชิญการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงสภาวะการหดตัวลงของตลาดและความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ แต่ยังคงรักษาระดับยอดขายรถยนต์ไว้ในในระดับที่น่าพอใจ โดยทั้งปีมียอดขายรวม 12,151 คัน ซึ่งนอกจากต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างสูงแล้วนั้น ต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทำงานอย่างหนัก สามารถสร้างความสำเร็จในปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยยึดความสำคัญด้านการบริการทั้งก่อนและหลังการขายเป็นที่ตั้ง จนเราสามารถสร้างยอดขายสะสมนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 320,969 คัน

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสมและลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย สิ่งหนึ่งที่ซูซูกิให้ความสำคัญนับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย คือ การวางรากฐานด้านงานบริการของโชว์รูมและศูนย์บริการให้มีคุณภาพมาตรฐานสูง และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเพื่อสานต่อแนวทางที่เราเชื่อมั่นให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภายในงานได้มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2566 (Best Dealer Award 2023) เพื่อเป็นเกียรติและขอบคุณผู้จำหน่ายอีกด้วย

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนางานบริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ วัตถุประสงค์สำคัญ คือ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ กระตุ้นให้เกิดการดูแลและการปรับปรุงพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านการตอบแทนลูกค้าด้วยความจริงใจ ในฐานะที่ลูกค้าทุกท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุน และส่งเสริมภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา

ซูซูกิ 2

โดยทางซูซูกิได้พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้จำหน่าย และผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมผู้จำหน่ายสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า และการเติบโตร่วมกันระหว่างผู้จำหน่ายและซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หัวข้อในการแข่งขันปีนี้ คือ แนวทางการขายและการรักษากลุ่มลูกค้าอีโคคาร์ให้คงอยู่ ในท่ามกลางกระแสยุคเปลี่ยนผ่านรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยผู้เข้าแข่งขันได้นำเสนอกลยุทธ์ด้านการขาย บริการหลังการขาย และแนวคิดสู่ความสำเร็จ ว่าผ่านตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดหรือไม่ ก่อนจะคัดเลือกผู้จำหน่ายเพื่อผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อชิงชนะเลิศจำนวน 10 ราย และทำการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่ง แบ่งออกเป็นรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Best of the Best จำนวน 1 รางวัล และรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Platinum จำนวน 9 รางวัล ซึ่งรายชื่อผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ประกอบด้วย

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Best of the Best
คุณณัฐพล อุตรนคร บริษัท อารีมิตร ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Platinum Dealer
คุณรณกฤต ฐิติกฤตานน บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัด กรุงเทพมหานคร
คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
คุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์ บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คุณจิรวัฒน์ กิจถาวรสกุล บริษัท บี.เค. ออโต้ โมบิล จำกัด จังหวัดตาก
คุณเจษฎา สารสินพิทักษ์ บริษัท ชาญศิริ ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดตรัง
คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด จังหวัดขอนแก่น
คุณศุภชัย พฤฒิธาดา บริษัท ยนต์ตระการ พรีเมียม คาร์ จำกัด จังหวัดนนทบุรี
คุณยุวดี ชคทิศ บริษัท เอ.ซี.ออโตโมบิล(2002) จำกัด จังหวัดสงขลา
คุณธนกานต์ สุวรรณแสง บริษัท เอ.เอ็น.เอ็น.ออโต้เซลส์(2016) จำกัด จังหวัดนราธิวาส

และรวมถึงซูซูกิยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้จำหน่ายเพิ่มเติม เช่น รางวัลผู้จำหน่ายที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2566 รางวัลคะแนนความพึงพอใจการบริการหลังการขายสูงสุด ประจำปี 2566 ระดับภูมิภาค และผู้จำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ การให้บริการงานด้านอะไหล่สูงสุด ประจำปี 2566 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่เราเชื่อมั่น ในปี 2566 ที่ผ่านมา ซูซูกิ สามารถสร้างยอดขายรวมไปได้ทั้งสิน 12,151 คัน ประกอบด้วย
•SUZUKI SWIFT จำนวน 5,570 คัน
•SUZUKI CELERIO จำนวน 2,497 คัน
•SUZUKI CIAZ จำนวน 444 คัน
•SUZUKI CARRY จำนวน 2,433 คัน
•SUZUKI XL7 จำนวน 769 คัน
•SUZUKI ERTIGA HYBRID จำนวน 388 คัน

สำหรับในปี 2567 ด้วยแนวโน้มของสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ซูซูกิเชื่อมั่นว่า จากผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบันที่มีคุณภาพและได้รับความเชื่อมั่น รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกความต้องการ ไปจนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ มีความคาดหวังสร้างยอดขายรถยนต์ซูซูกิในปี 2567 ไว้ที่ 12,000 คัน

“เอ็มจี” ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัว Official Automotive Partner กับทีมดังจากลอนดอน Arsenal F.C.

0
MG Pic Open

MG Motor UK และ Arsenal Football Club ได้ประกาศความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่ เนื่องในวาระ เอ็มจี ครบรอบ 100 ปี และกลายเป็นผู้สนับสนุนรถยนต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

MG 1

เอ็มจี เตรียมฉลองครบรอบ 100 ปี สุดยิ่งใหญ่ในปีนี้ และได้ให้การสนับสนุนทั้งทีมฟุตบอลชายและหญิง ของ Arsenal F.C. โดยแฟนบอลจะได้เห็นแบรนด์ของ เอ็มจี โดดเด่น ที่ Emirates Stadium และ Meadow Park นอกจากนี้ เอ็มจี และ ทีม Arsenal จะร่วมกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าสนใจเพื่อแฟนบอล

โดย Mr. Guy Pigounakis, Commercial Director at MG Motor UK กล่าวว่า “การร่วมมือกับ Arsenal F.C. ในปีที่บริษัทครบรอบ 100 ปี ถือเป็นบทสำคัญอีกบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ เอ็มจี เราไม่ได้แค่สนับสนุนสโมสรระดับโลก แต่เรายังมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอนาคตของวงการฟุตบอลด้วยการสนับสนุนการเติบโตของฟุตบอลหญิง Arsenal W.F.C. และแสดงความหลงใหลในกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”

Juliet Slot, Arsenal’s Chief Commercial Officer กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับ เอ็มจี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผู้สนับสนุน ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในด้านประวัติศาสตร์และมรดกเกี่ยวกับยานยนต์ และยังมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของสโมสร ในปีที่ เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี เรารู้สึกตื่นเต้นที่ เอ็มจี จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเติบโตระยะยาวของเรา และเรามุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับ เอ็มจี เพื่อส่งเสริมการเป็นผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ในปี 2023 เอ็มจี ขายรถยนต์ใหม่ได้มากกว่า 80,000 คัน ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น และได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศ

เมื่อฤดูกาล 2024/25 MG Cyberster จะเข้ามาเสริมทัพรถยนต์ที่เต็มไปด้วยคุณภาพของ เอ็มจี เพื่อนำพา เอ็มจี กลับมาโลดแล่นบนถนนอังกฤษอีกครั้ง
ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังมีรถไฟฟ้าโกลบอลโมเดลอย่าง MG4 Electric ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากกว่า 30 รางวัลทั่วโลก ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2022 รวมถึงรางวัล Best Small Electric Car of the year จาก What Car? Awards เป็นปีที่สองติดต่อกัน
Hashtag #MG #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #ECOSYSTEM #EV #MGCYBERSTER #MG4ELECTRIC

อีซูซุฉลองยอดผลิตทะลุ 6 ล้านคัน ตอกย้ำคุณภาพของฐานการผลิตในไทยและศักดิ์ศรีการเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่สร้างมูลค่าให้ประเทศไทยในตลาดโลก

0
อีซูซุ 1

อีซูซุ สร้างปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการประกาศยอดผลิตรถยนต์จากฐานการผลิตในประเทศไทยครบ 6 ล้านคัน ซึ่งเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 4 ล้านคัน โดยเป็นรถปิกอัพกว่า 3 ล้านคัน และส่งออกอีก 2 ล้านคัน นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดสมศักดิ์ศรีการเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ทั้งหมดนี้เกิดจากความเชื่อมั่นและไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ “อีซูซุ” ในฐานะแบรนด์ชั้นนำของประเทศ พร้อมเผยจะทุ่มการลงทุนอีก 32,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีนี้ เพื่อมุ่งสู่การวางรากฐานยานยนต์อนาคต

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้เริ่มเปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ.2506 ซึ่งการผลิตครบ 1 ล้านคันแรกใช้เวลา 34 ปี แต่ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การผลิตครบทุก ๆ 1 ล้านคันต่อมาใช้เวลาลดลง แม้ในยามวิกฤต เช่น ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 หรือแม้แต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 อีซูซุก็ยังสามารถเป็นแบรนด์ที่ฝ่าวิกฤตด้วยยอดผลิตครบ 6 ล้านคันเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยใช้เวลาเพียง 3 ปีหลังจากวาระครบรอบ 5 ล้านคันเท่านั้น

ในประเทศไทย อีซูซุถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูง รวมทั้งมีคุณค่าของแบรนด์ (Brand Equity) สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ด้วยความโดดเด่นที่สามารถนิยามได้ว่าเป็น “รถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด” (Best-Value-for-Money) จนกลายเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ในมุมมองของลูกค้า ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และนวัตกรรมดีเยี่ยม (Top Quality with innovation) เพราะอีซูซุไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดมา

ประหยัดน้ำมันสุด (Top Fuel Efficiency) จุดเด่นที่เป็นที่ยอมรับและกล่าวถึงอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งเกิดจากความเชี่ยวชาญในการออกแบบและมีเทคโนโลยีชั้นสูงในการพัฒนาระบบเครื่องยนต์

ประสบการณ์ต่อแบรนด์ดีสุด (Top Brand Experience) นอกเหนือจากความประทับใจจากการใช้รถอีซูซุโดยตรงแล้ว อีซูซุยังได้นำ “Omotenashi” หรือ “จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น” มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มัดใจลูกค้า ด้วยการยกระดับการให้บริการด้วยความเอาใจใส่เหนือความคาดหมาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
เครือข่ายการจำหน่ายและการบริการหลังการขายดีสุด (Top Sales, Service and Parts Network) อีซูซุมีโชว์รูมและศูนย์บริการกระจายอยู่ทุกภาคกว่า 340 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้ความอุ่นใจในทุกเส้นทาง

ราคาขายต่อดีสุด (Top Resale Value) อีซูซุยังคงเป็นแบรนด์ที่ยึดมั่นในนโยบาย “การไม่ร่วมสงครามราคา” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยรักษาราคาขายต่อของรถอีซูซุในตลาดรถมือสองได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ ทำให้แบรนด์อีซูซุได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนชาวไทยอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ซื้อไปใช้เพื่อการพาณิชย์ และลูกค้าที่ซื้อไปใช้ส่วนตัว จนทำให้การผลิตรถปิกอัพเมดอินไทยแลนด์เป็น “โปรดัก แชมเปี้ยน” ที่สามารถสร้างมูลค่าให้ประเทศไทยในตลาดโลก โดยมีการส่งออกไปจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงคุณค่ามากมาย อาทิเช่น “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (Thailand’s Most Admired Brand) และรางวัลพิเศษ “Innovation Brand Award” จากนิตยสาร BrandAge รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2023” ในหมวดหมู่รถปิกอัพจากนิตยสาร Marketeer หรือรางวัล “สินค้าและบริการแห่งปี 2566” ที่รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลุ่มรถปิกอัพจากนิตยสาร Business+ และ อื่น ๆ อีกมากมาย

ยิ่งไปกว่านั้นอีซูซุยังคงยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยหวังจะสร้างงาน สร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทยต่อไปด้วยการลงทุนเพิ่มอีก 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี เพื่อการพัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ การพัฒนาโรงงาน ระบบการบริหารจัดการพลังงาน การเพิ่มระบบ automation และโรงงานผลิตใหม่ด้วย”
สถิติยอดผลิตรถอีซูซุในประเทศไทยมีรายละเอียดดังนี้
พ.ศ.2506-2540 (ระยะเวลาเวลา 34 ปี) ครบ 1 ล้านคัน
พ.ศ.2541-2550 (ระยะเวลาเวลา 10 ปี) ครบ 2 ล้านคัน
พ.ศ.2551-2555 (ระยะเวลาเวลา 5 ปี) ครบ 3 ล้านคัน
พ.ศ.2556-2559 (ระยะเวลาเวลา 4 ปี) ครบ 4 ล้านคัน
พ.ศ.2560-2563 (ระยะเวลาเวลา 4 ปี) ครบ 5 ล้านคัน
พ.ศ.2564-2566 (ระยะเวลาเวลา 3 ปี) ครบ 6 ล้านคัน

 

 “Honda Exclusive Golf 2024” เปิดรับสมัครลูกค้าฮอนด้าร่วมลุ้นสิทธิ์ออกรอบตามรอยโปรกอล์ฟระดับโลก รายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024

0
Honda Exclusive Golf 2024 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดรับสมัครลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ เข้าร่วมกิจกรรม “Honda Exclusive Golf 2024” ที่มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าได้ออกรอบตามรอย 72 โปรกอล์ฟ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจบการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี  ภายในงาน ลูกค้าจะได้ออกรอบตีกอล์ฟ พร้อมร่วมสนุกกับเกมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากฮอนด้า โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครลุ้นสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2567 – 9 กุมภาพันธ์ 2567 โดยบอกเล่าถึง ช่วงเวลาความประทับใจของคุณกับรถยนต์ฮอนด้าสั้นๆ พร้อมแนบภาพของคุณกับรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจ ผ่านทาง www.honda.co.th/exclusivegolf2024  รับจำนวนจำกัดเพียง 26 สิทธิ์เท่านั้น (1 สิทธิ์ 2 ท่าน – ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้ 1 ท่าน)* บริษัทฯ จะประกาศรายชื่อ
ผู้โชคดีในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/exclusivegolf2024

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/exclusivegolf2024 หรือติดต่อ Call center
02-341-7777

หมายเหตุ

*รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
เงื่อนไขการรับสมัครกิจกรรม
“Honda Exclusive Golf 2024

  • ผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า
  • ผู้สมัครต้องแสดงเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า
  • ผู้สมัครสามารถพาผู้ติดตามมาได้ 1 ท่าน
  • ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องสามารถเล่นกอล์ฟ ออกรอบได้ และต้องนำอุปกรณ์มาเอง
  • ผู้สมัครที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานี ปรับโฉมครั้งใหญ่ รองรับลูกค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งรถใหม่ รถมือสอง พร้อมศูนย์บริการ แบบครบวงจร

0

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปรับโฉมครั้งใหญ่ให้กับ MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานี ที่รวบรวมยนตรกรรมหลากหลายแบรนด์ในเครือฯ ทั้งใหม่และมือสอง พร้อมบริการหลังการขายแบบครบวงจร อาทิ รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดย มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป, มอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ และ เอ็มเอ็มเอส บ็อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ศูนย์บริการสำหรับรถยนต์ที่หมดระยะการรับประกัน รองรับความต้องการของลูกค้าในภาคอีสานแบบครบวงจร

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “MGC-ASIA คือ หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ผ่านระบบนิเวศทางธุรกิจ (business ecosystem) ที่ครบวงจร รวมถึงกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมต่อทุกธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่ง MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานี เป็นเสมือนศูนย์กลางของเราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดอำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, ยโสธร และจังหวัดใกล้เคียง กับหลากหลายยนตรกรรมในเครือฯ โดยในโอกาสนี้ เราได้มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อยกระดับการให้บริการที่เหนือมาตรฐาน ภายใต้หลักการ Customer Centric หรือการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และในโอกาสนี้เราได้มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมอบหมวกนิรภัยและเสื้อสะท้อนแสงให้กับตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ ขอเชิญชวนลูกค้าในอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง แวะเข้ามาชมและใช้บริการที่ MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานีครับ”

++ Millennium Auto ปรับโฉมภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ แห่งแรกในภาคอีสานตอนล่าง

มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ปรับโฉมครั้งสำคัญ โดยเป็นโชว์รูมแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรมจาก บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัวโดยเน้นบรรยากาศผ่อนคลาย คล้ายอยู่ในแกลเลอรีหรือห้องนั่งเล่นที่บ้าน จัดวางรถยนต์ในองศา
ที่หลากหลาย รายล้อมด้วยโซฟาและเก้าอี้สำหรับลูกค้า เรียกว่า ‘Customer Stage’ เพิ่มความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับรถยนต์มากยิ่งขึ้น สัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมไฮไลท์ภายในงาน อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 sport, i4 eDrive35 M Sport, i5 M60 xDrive, i7 xDrive60 M Sport, 530e M Sport Plug-In Hybrid รวมถึง มินิ John Cooper Works Hatch และ CE 04 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าล้ำยุค จาก บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมสตาร์ทความสนุกต้อนรับปีมังกร กับแคมเปญพิเศษ ‘THE DRAGON OF LUX’ ขับ ฟิน ช้อป ฟรี รวมมูลค่าสูงสุด 70,000 บาท ตลอดเดือนมกราคม

  • ขับฟรี-รับคูปองเช่ารถจาก Sixt มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท*
  • ฟินฟรี-ที่พัก 2 วัน 1 คืน จาก InterContinental มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
  • ช้อปฟรี-รับ Gift Voucher จาก Central มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท*
  • ลงทะเบียนเพื่อรับของที่ระลึก และรับประทานอาหารมื้อพิเศษ*

พร้อมรับเพิ่มสิทธิพิเศษต่อที่ 2

  • ลุ้นรับทองคำ 10 บาท รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท* (สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม
    ถึง 29 กุมภาพันธ์ และออกรถภายใน 29 กุมภาพันธ์ 2567)

พิเศษสำหรับลูกค้า Central Ubon Ratchathani เมื่อออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี รับฟรี! ปากกา Lamy พร้อมสลักชื่อ มูลค่า 5,000 บาท* (เฉพาะ 10 ท่านแรก) และสามารถใช้คะแนนสะสม MGC-Mobilife 21,600 คะแนน แลกปากกา Lamy Special Edition Set มูลค่า 2,700 บาท* (ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567)

++ Harley-Davidson of Ubon Ratchathani ปรับโฉม พร้อมปักหมุดโลเคชั่นใหม่

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาอุบลราชธานี ภายใต้บริษัท บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด ปรับโฉมโชว์รูมรูปลักษณ์ใหม่ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 500 ตารางเมตร ซึ่งผ่านการคำนวณให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเน้นความต่อเนื่องจากภายนอกสู่ภายใน พร้อมพื้นที่อเนกประสงค์ภายนอกอาคาร มีจุดจอดรถที่สะดวกสบาย ส่งผลให้โชว์รูมแห่งนี้เป็นจุดมุ่งหมายของผู้แสวงหาอิสระภาพและการผจญภัยในรูปแบบสองล้อ พร้อมเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าสามารถรังสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ได้แบบเฉพาะตัว พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับทั้งนักขับ, แฟนๆ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน รวมถึงผู้ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ ด้วยบริการอันเป็นเลิศ และหลากหลายกิจกรรมสุดมันส์ อีกทั้งยังสะท้อนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่กว่า 120 ปี พร้อมรับข้อเสนอพิเศษฉลองโชว์รูมคอนเซปต์ใหม่ ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2567

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99%*
  • Gift Voucher จาก MGC-MOBILIFE*
  • เครื่องแต่งกายลดสูงสุด 40%*
  • อะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง ลดสูงสุด 30%*
  • ตรวจสภาพฟรี 32 รายการ*
  • รับของที่ระลึกพิเศษ เมื่อซื้อสินค้า 1,000 บาทขึ้นไป*

++ MMS ปรับโฉม เพิ่มพื้นที่ให้บริการ เน้นความเชี่ยวชาญด้านการซ่อม

เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ สาขาอุบลราชธานี เป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร (One-Stop Service) สำหรับที่หมดระยะการรับประกัน พร้อมความเชี่ยวชาญในการบำรุงรักษารถยุโรป สาขานี้เปิดให้บริการ
ครบปีที่ 9 กับฐานลูกค้ากว่า 8,000 ราย ให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘หนัก-เบา เราซ่อมได้’ อาทิ การตรวจสภาพพร้อมบำรุงรักษาตามระยะทาง 24 รายการ, ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่, ยาง, เบรก, ไปจนถึงการซ่อมช่วงล่าง, เกียร์อัตโนมัติและเครื่องยนต์ พร้อมเพิ่มเซอร์วิสการล้าง DPF-EGR และซ่อมระบบไฮบริด โดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม จากสถาบันมาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมสูงสุด 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร ลูกค้าสามารถผ่อนชำระ 0% ได้หลายรายการ หรือแม้แต่โปรแกรมที่ปรึกษาและช่วยดูแลรถยนต์ สำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อการควบคุมค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์การบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจร ล่าสุดปรับปรุงพื้นที่ในส่วนของห้องรับรองลูกค้า พร้อมขยายพื้นที่บริเวณซ่อมบำรุง เพื่อรองรับลูกค้าในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดข้างเคียง อีกทั้งเป็นศูนย์บริการที่ได้รับความไว้วางใจจาก เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทยให้เป็นศูนย์บริการ หลังการขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภายใต้ชื่อ ‘PEUGEOT SERVICE OUTLET’ อีกทั้งเป็นศูนย์บริการรูปแบบ ‘PET FRIENDLY’ ที่ลูกค้าสามารถนำสัตว์เลี้ยงมาระหว่างรอรับบริการได้

พร้อมรับแคมเปญพิเศษ

  • ยาง Continental, Pirelli และแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงยาง RUNFLAT ราคาพิเศษ 3 แถม 1 พร้อมผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน*
  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ FURIO 0W-20 พร้อม TUNAP 957 ฟลัชชิ่งเครื่องยนต์ และ TUNAP 100
    รวมไส้กรอง (รถญี่ปุ่น) เพียง 1,390 บาท*
  • ฟรี! บริการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียในระบบปรับอากาศ ด้วยเครื่องเซ็นเซอร์พิเศษจาก airco well*
  • ลูกค้าที่นำสัตว์เลี้ยงมาด้วย รับฟรี! เสื้อช่างสำหรับสุนัข Limited Edition มูลค่า 290 บาท*

++ MASTER CERTIFIED USED CAR โชว์รูมรถมือสองใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ศูนย์รวมรถยนต์มือสองครบวงจร ฉลองเปิดโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว่า 1,034 ตารางเมตร จัดแสดงรถยนต์ยุโรปและญี่ปุ่น หลากรุ่นให้ลูกค้าได้สัมผัสมากกว่า 40 คัน ผสานทีมงานมืออาชีพ ที่พร้อมให้บริการลูกค้าในอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้มาตรฐานสากล พร้อมหยิบยื่นข้อเสนอเกินห้ามใจ ฉลองเปิดโชว์รูม ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2567 กับยนตรกรรมไฮไลท์กว่า 40 คัน อาทิ

PEUGEOT 5008 ปี 2020ราคาปกติ 1,080,000 บาทราคาพิเศษ 999,000 บาท*
TOYOTA FORTUNER 2.8 V ปี 2019ราคาปกติ 1,150,000 บาทราคาพิเศษ 1,050,000 บาท*
MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.4 GT ปี 2019ราคาปกติ 819,000 บาทราคาพิเศษ 779,000 บาท*
MITSUBISHI XPANDER 1.5 GT ปี 2019ราคาปกติ 589,000 บาทราคาพิเศษ 499,000 บาท*
TOYOYA ALTIS 1.6 G ปี 2019ราคาปกติ 579,000 บาทราคาพิเศษ 499,000 บาท*
TOYOTA YARIS 1.2 E ปี 2019ราคาปกติ 399,000 บาทราคาพิเศษ 340,000 บาท*

 

สมทบด้วยแคมเปญสุดพิเศษ

  • ฟรี! ดาวน์*
  • ฟรี! โอน*
  • ฟรี! คูปองเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง มูลค่า 4,500 บาท*
  • รับประกันคุณภาพ 12 เดือน หรือ 30,000 กิโลเมตร*
  • สมัครสมาชิก MGC-MOBILIFE แพลตฟอร์มลอยัลตี้โปรแกรมใหม่ล่าสุด รับทันที คะแนนสะสม 1,000 คะแนน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

สอบถามข้อมูล กรุณาติดต่อ:

Millennium Auto Ubon Ratchathani

โทร.1286 Millennium Auto Connect

Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

https://www.millenniumauto.co.th

 

Harley-Davidson of Ubon Ratchathani

โทร. 045-959-922

FACEBOOK: HarleyDavidsonUbon

 

MMS BOSCH CAR SERVICE AND TIRE

โทร. 1396 MMS CAR SERVICE AND TIRE

LINE Official: @mmsbosch

Facebook: MMSBoschcarservice

www.mmsboschcarservice.com

 

MASTER CERTIFIED USED CAR

โทร. 094-678-2888

LINE Official: @masterusedcar https://lin.ee/cX9A5Vg

www.masterusedcar.com

“ลามิน่า” สานฝัน…สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ พร้อมระบบสาธารณูปโภค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 ณ จังหวัดขอนแก่น

0

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” จากสหรัฐอเมริกา อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากสวีเดน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำทัพโดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมตอบแทนสังคมไทยกับโครงการ “ลามิน่าสานฝัน เด็กไทยได้เล่าเรียน” โครงการ 22 ปีที่ 23 ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ขนาดใหญ่ 1 ชั้น จำนวน 4 ห้องเรียน พร้อมระบบไฟฟ้าครบวงจร ให้แก่โรงเรียนบ้านขนวน อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ดำเนินการส่งมอบอาคารเรียนในวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา ตอกย้ำพันธสัญญาลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย

โดยมี นายสุระพล สอนเสนา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาขอนแก่นเขต 5 และ นายวิเชียร หมื่นชั่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขนวน เป็นผู้แทนรับมอบ ทั้งนี้ นายไพศาล วงศ์ชีวะสกุล นายอำเภอหนองนาคำ ร่วมเป็นสักขีพยานแสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษาจำนวน 120 ทุน พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬาที่จำเป็น

โรงเรียนบ้านขนวนจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนรวมทั้งหมด315  คน มาจากชุมชนใกล้เคียงทั้ง 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านขนวน 4 หมู่ บ้านกุดกั้ง และบ้านฝายหิน เด็กๆ จะได้รับกระเป๋าเป้สานฝัน ภายในบรรจุอุปกรณ์การเรียน ขนม ถือเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลวันเด็กที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ทุกคน

งานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.เบอร์นาร์ด เชีย และ มร.เจอรัลด์ เชีย จากลูมาร์ สิงคโปร์ ร่วมส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ พร้อมผู้แทนจำหน่ายจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจิตอาสากระทิงโทนนำโดย นายนิคม เพชรกำเนิด ประธานกลุ่ม นายสันติ แสนอาจ ประธานที่ปรึกษาและผู้ควบคุมการก่อสร้าง รวมถึงผู้บริหารจากลามิน่าฟิล์ม นางจันดา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และ นายชัยณรงค์ สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ลามิน่าฟิล์มยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น  จัดทีมทันตกรรมและบุคลากรทางการแพทย์ออกหน่วย “ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม” ครั้งที่ 13 ให้บริการทันตกรรมแก่นักเรียนและครู โดยลามิน่ายังบริจาคชุดยูนิตทันตกรรมระบบเคลื่อนที่ครบชุด ให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งมอบต่อให้โรงพยาบาลหนองนาคำ โดยมี แพทย์หญิงภัทรพร ภูคลัง รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองนาคำเป็นตัวแทนรับมอบ

โครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ริเริ่มขึ้นจากความตั้งใจของผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ด้วยความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จที่แท้จริงต้องเติบโตเคียงคู่ไปกับการตอบแทนสังคม บริษัทจึงได้ริเริ่มโครงการที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

จึงเป็นที่มาของการดำเนินโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ก่อสร้างและส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนและทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่องถึง 23 ปี 22 โครงการ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกัลยาณมิตรกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ชมรมรถขับเคลื่อนสี่ล้อกระทิงโทน, ศูนย์ตัวแทนจำหน่าย, ผู้จำหน่ายรถยนต์, ลูกค้าผู้ใช้ฟิล์มรถยนต์และฟิล์มอาคารลามิน่า, สื่อมวลชนและบุคคลผู้เกี่ยวข้องอีกมากมาย ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของบริษัทฯ ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ในฐานะผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสงอันดับหนึ่งในประเทศไทยมายาวนานเข้าสู่ปีที่ 30

นางสาวจันทร์นภา สายสมร กล่าวว่า “ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน เป็นกิจกรรมหลักที่เรายังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเราตระหนักดีถึงความสำคัญของการศึกษาที่จะช่วยพัฒนาเยาวชน โดยมุ่งสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูอาจารย์และลูกหลานของเราในถิ่นทุรกันดาร ให้ได้โอกาสทางการศึกษาที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

โครงสร้างและวัสดุของอาคารเรียนลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ทุกหลังเป็นแบบเรียบง่าย แต่มั่นคงแข็งแรง เน้นความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและครูเป็นสำคัญ ซึ่งหลังจากวันส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่นี้แล้ว ทางครูอาจารย์ นักเรียน และชุมชน ต้องเป็นผู้ดูแลต่อไปให้ได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด”

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของเมืองไทย บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ นอกเหนือจากลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน อาทิ โครงการลามิน่ามินิสานฝัน โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า โครงการสร้างฝันปันรอยยิ้ม

รวมถึงสนับสนุนโครงการในพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย สนับสนุนทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 ร่วมถวายเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ ตั้งแต่ พ.ศ.2556 รวมถึงสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท ของบุคลากรภายในองค์กร กลุ่มกัลยาณมิตรและผู้บริโภคทั่วประเทศ ร่วมสานต่อเพื่อส่งมอบความสุข คืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดราคา ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเปิดให้จองแล้ววันนี้

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ เริ่มต้นที่ 1,125,000 บาท พร้อมเปิดให้ลูกค้าจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเตรียมส่งมอบรถล็อตแรกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นี้

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเอาชนะทุกอุปสรรคด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (Shift-on-the-Fly) แตกต่างอย่างเหนือกว่าด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนนทุกรูปแบบด้วย 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัดเชื้อเพลิงและรักษ์โลก (Eco), โหมดขับขี่บนทางลูกรังหรือทางฝุ่น (Gravel), โหมดขับขี่บนพื้นหิมะหรือขณะฝนตกผิวถนนเปียกลื่น (Snow), โหมดขับขี่ลุยโคลนหรือผิวทางที่เหนียวลื่น (Mud), โหมดขับขี่ตะลุยทรายหรือผิวทางที่ดินร่วน (Sand) และโหมดไต่หินหรือขับขี่บนผิวทางที่เป็นหินขรุขระ (Rock)

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและขับเคลื่อน 4 ล้อ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ “ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู” (Hyper Power X2) ซึ่งมีระบบเทอร์โบสองสเตจ (Two-stage Turbocharger) พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร พร้อมระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจ

ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด “บีสต์ โหมด” (BEAST MODE) สำหรับผู้ชื่นชอบการผจญภัยพร้อมไลฟ์สไตล์แบบพรีเมียม ที่ผสานความปราดเปรียวสไตล์สปอร์ตสุดล้ำ เข้ากับการออกแบบที่แข็งแกร่งของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ที่หลายคนรอคอยพร้อมแล้วที่จะสะกดทุกสายตาของผู้ชื่นชอบรถกระบะ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นสะดุดตา สะท้อนความบึกบึนและทรงพลังในแบบฉบับรถกระบะที่แท้จริง การันตีด้วยรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม หรือ Good Design Award 2023 จัดโดยสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Institute of Design Promotion) พร้อมตอกย้ำความเท่ด้วยตัวถังสีพิเศษ สีส้ม Yamabuki Orange Metallic ที่เป็นสีเฉพาะของรุ่นแอทลีท ลีท มอบความโดดเด่นที่ดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ร่วมด้วยสีตัวถังอื่นๆ ที่โดนใจ ได้แก่ สีดำ Jet Black Mica สีเทา Graphite Grey และสีขาว White Diamond และภายในห้องโดยสารที่ยังคงดีไซน์สปอร์ตด้วยการตกแต่งทูโทนสีส้ม-ดำ

นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ยังได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีมิตซูบิชิ คอนเนค (MITSUBISHI  CONNECT) ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน “My MITSUBISHI CONNECT” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสั่งการตัวรถแบบไร้สายได้จากระยะไกล ใช้งานง่าย ทั้งการเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร การล็อกและปลดล็อกประตูรถ การเปิดไฟหน้า การกดแตรรถ และการค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของตัวรถ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานะตัวรถ เช่น ระดับน้ำมันคงเหลือและระยะทางที่วิ่งต่อได้ ความดันลมยาง มีฟังก์ชันความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ บริการช่วยเหลือบนถนน (Roadside Assistance)  การแจ้งอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การช่วยเหลือเมื่อรถถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Assistance) และอุ่นใจตลอดเส้นทางด้วยระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ผ่านตัวรถ (e-call)

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ไดมอนด์ เซนส์ ทีมีระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ  (Diamond Sense with Adaptive Cruise Control) อันชาญฉลาด ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System: FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA)  ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB) กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) ซึ่งเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งหมดนี้ สามารถตรวจจับการเคลื่อนที่ของตัวรถและสภาพแวดล้อมด้วยเซ็นเซอร์และเรดาร์ที่ควบคุมด้วยระบบ AI ได้รอบคัน เพื่อความปลอดภัยแบบ 360 องศา ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายดายควบคุมรถได้ดังใจ อาทิ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้ายแบบควบคุมด้วยเบรก (Active LSD) เสริมด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

ออล-นิว  มิตซูบิชิ ไทรทัน มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE (Reinforced Impact Safety Evolution)  ที่มีความแข็งแกร่งสูง สามารถรองรับแรงปะทะและลดการเปลี่ยนแปลงสภาพของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด ออล-นิว  มิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่นย่อยจึงได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว จากการทดสอบการชนของรถยนต์ใหม่ โดย อาเซียน เอ็นแคป (2023 ASEAN NCAP)

ราคาจำหน่ายออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นท็อปที่คุณสัมผัสได้แบบสุดคุ้ม ดังนี้:

  • ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,125,000 บาท
  • ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,298,000 บาท

(สำหรับสีขาว White Diamond เพิ่ม 10,000 บาท ในทั้ง 2 รุ่น)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ปรับโฉม The new GLA ผ่านคอนเซ็ปต์ “DYNAMIC ALL THE WAY” เสริมมิติเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย เปิดราคาที่ 2.58 ล้านบาท

0
The New GLA Pic Open

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประเดิมเปิดยนตรกรรมรุ่นแรกของปี 2024 กับ The new GLA ลุยตลาดเอสยูวีระดับลักชัวรี่ด้วยการปรับโฉมรุ่น GLA 200 AMG Dynamic ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ยกระดับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “DYNAMIC ALL THE WAY” ชูความโดดเด่นของรถเอสยูวีไซส์คอมแพกต์ที่ผสานความหรูหราและความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกมิติไลฟ์สไตล์การใช้งาน รวมถึงรูปแบบขับขี่ทั้งแบบ On-Road และ Off-Road อย่างลงตัว เปิดราคาที่ 2,580,000 ล้านบาท ปักวันพร้อมจำหน่ายที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

The New GLA 1

GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียง รหัส M282 ขนาด 1,332 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ รองรับน้ำมัน E85 นำเสนออีกขั้นของเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยตัวกรองเขม่าอนุภาคขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้ มอบพละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (7G-DCT) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 8.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

The New GLA 2

GLA 200 AMG Dynamic มอบความสะดวกสบายด้วยมิติตัวถังขนาดความยาว 4,436 มม. ความกว้าง 1,849 มม. ความสูง 1,605 มม. และพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่มีความจุสูงถึง 435 – 1,430 ลิตร ดีไซน์ภายนอกมีการตกแต่งแบบ AMG Line Package ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond radiator grille และโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ตรงกลาง

The New GLA 4

 

ตกแต่งรอบคันแบบ AMG bodystyling และอุปกรณ์กันกระแทกโครงหลังคา aluminium ที่ผสานระหว่างความสปอร์ตและหรูหราตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมความปลอดภัยด้วยระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ช่วยให้การขับขี่ในช่วงเวลากลางคืนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

The New GLA 3

ติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว พร้อม Sports brake และระบบช่วงล่าง Comfort suspension แบบ ride-height lowering นอกจากนี้ รุ่นปรับโฉมยังมาพร้อมการเพิ่มหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ที่จะยกระดับการมองเห็นทัศนวิสัยด้านบนได้อย่างชัดเจน

The New GLA 6

 

 

ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งแบบ AMG Line Interior ให้ความรู้สึกดุดันแต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหราในทุกมิติ เริ่มด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง Nappa

The New GLA 8

ต่อเนื่องด้วยแผงหน้าปัดแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลการขับขี่แบบ All-digital instrument display ซึ่งเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางขนาด 10.25 นิ้ว สะดวกสบายในทุกการขับขี่และการโดยสารด้วยเบาะนั่งแบบ Sport seats หุ้มหนัง ARTICO สลับกับ MICROCUT microfibre สีดำ และยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC ใหม่แบบ 2 โซน

The New GLA 9

ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging) และระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ที่สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมเพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอีกหลายรายการที่ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน

The New GLA 10

GLA 200 AMG Dynamic พร้อมเชื่อมต่อความบันเทิงมาสู่ห้องโดยสารอย่างไร้รอยต่อด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android (Apple Carplay™ & Android Auto™) และระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดแบบ “MBUX7” ที่มีระบบ AI ช่วยประเมินพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่อย่างอัจฉริยะ รองรับการสั่งซื้อแอปพลิเคชั่นสำหรับรายงานสภาพการจราจรแบบออนไลน์ Live Traffic Information ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สำหรับบริการ Mercedes me connect ที่จะเปิดประตูสู่ฟังก์ชั่นระดับชั้นนำมากมาย ทั้งยังมีการติดตั้งไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient lighting) สามารถปรับได้กว่า 64 เฉด ช่วยเพิ่มความบันเทิงและความรื่นรมย์ขณะขับขี่และโดยสารได้ในทุกช่วงเวลา

The New GLA 11

สำหรับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยของ GLA 200 AMG Dynamic มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน อาทิ ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC) ระบบแจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning) และระบบรักษาความเร็ว (CRUISE CONTROL) เป็นต้น

The New GLA 12
GLA 200 AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 2,580,000 บาท โดยมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White) สีดำ (Cosmos Black) สีเงิน (Iridium Silver) และสีเทา (Mountain Grey)

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

BRG GROUP เตรียมตัวเปิดโชว์รูม DEEPAL BRG SRINAKARIN

0

บีอาร์จี กรุ๊ป ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์พรีเมียมนำเข้า เดินหน้าขยายความแข็งแกร่ง ตอบรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เตรียมตัวเปิดโชว์รูมเป็นผู้แทนจำหน่าย และให้บริการหลังการขาย แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง DEEPAL (ดี-พอล) ภายใต้ชื่อและสาขาอย่างเป็นทางการ อย่าง DEEPAL BRG SRINAKARIN (ดีพอล บีอาร์จี ศรีนครินทร์)

หลังจากที่ บีอาร์จี กรุ๊ป ได้บริหารแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า NETA (NETA สาขารามคำแหง-หัวหมาก) จนประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ดี มีผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังได้รับความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มบริหาร ทั้งในด้านการจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า NETA V และในส่วนของบริการหลังการขาย ส่งผลให้ธุรกิจแบรนด์หลักอย่าง BRG GROUP รถยนต์พรีเมียมนำเข้าก็มีการเติบโต มียอดขายเพิ่มขึ้น มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และประสบความสำเร็จควบคู่กันไปกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอย่างดีด้วย

 

หลังจากนั้นทีมผู้บริหาร บีอาร์จี กรุ๊ป ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากแนวโน้มของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมียอดการซื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงได้เลือกเป็นพาร์ทเนอร์แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ที่ 2 อย่างแบรนด์ CHANGAN (ฉางอาน) เพื่อขยายความแข็งแกร่งของธุรกิจยานยนต์ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ และมีความมั่นคงในทุกๆด้าน มีเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย และมีแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น BEV, PHEV, REEV (Range Extended EV)

โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2024 ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหาร บีอาร์จี กรุ๊ป ได้มีการเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานของ CHANGAN (ฉางอาน) ที่เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน เพื่อเข้าร่วมงาน 2024 Changan Global Partnership Conferance

โดย บีอาร์จี กรุ๊ป ตั้งเป้าหมายไว้ว่า DEEPAL BRG Srinakarin (ดีพอล บีอาร์จี ศรีนครินทร์) จะพร้อมเปิดให้บริการแบบครบวงจร ภายในครึ่งปีแรก ของปี 2567 นี้

โดย DEEPAL (ดี-พอล) ถือเป็นบริษัทลูกที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Changan Automobile หรือ CHANGAN (ฉางอาน) แบรนด์รถยนต์ที่ใหญ่ระดับท็อป 4 ของประเทศจีน โดยมีการเปิดตัวของฉางอาน ครั้งแรกในประเทศไทยที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2023 ที่ผ่านมา ด้วยรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่น คือ Deepal L07 และ Deepal S07 ที่เป็นรถ Sedan และ SUV โดยหลังจากเปิดตัวก็มียอดจองสูงถึง 3,549 คัน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของยอดจองรถยนต์ภายในงาน

ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยี

  • เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • หน้าจอสัมผัส Touchscreen ขนาด 14.6 นิ้ว
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย 40W Wireless Charger
  • ระบบสั่งงานด้วยมือ Gesture Recognition Control
  • ระบบควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ Mobile Remote Control
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง SONY ลำโพง 14 ตำแหน่ง
  • ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า Head-up Display
  • ฝาท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate
  • โหมดการขับขี่ ECO / COMFORT / SPORT / CUSTOMIZE

 ราคาจำหน่าย

  • Deepal L07 วิ่งระยะไกลสุด 540 km./ ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ราคา 1,329,000 บาท
  • Deepal S07 วิ่งระยะไกลสุด 485 km./ ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ราคา 1,+399,000 บาท

และนอกจากนี้ CHANGAN (ฉางอาน) ยังมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ CHANGAN (ฉางอาน) ได้ลงทุนกว่า 8,862 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย คาดว่ามีกำลังการผลิตรถยนต์สูงถึง 100,000 คันต่อปี โดยจะเริ่มเดินสายการผลิตไตรมาสแรกใน 2568 นี้แล้ว

BRG Group ผู้แทนจำหน่าย และผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 49 ปี พร้อม บริการดูแล บำรุง รักษารถยนต์แบบ One Stop Service ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ครบวงจร และดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการด้วยใจ และเข้าใจทุกปัญหาเรื่องรถยนต์อย่างแท้จริง

โชว์รูมและศูนย์บริการ One Stop Service พร้อมให้บริการ ทั้ง 2 สาขา ทั้งสาขาศรีนครินทร์ และสาขาเเจ้งวัฒนะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่

  • Tel : 088-377-6992 (สาขาศรีนครินทร์)
  • Tel : 085-123-8170 (สาขาแจ้งวัฒนะ)
  • Website : www.brg.co.th
  • Line : @brggroup (มี@ข้างหน้า) หรือกดลิงก์ https://pixelfy.me/BRG-group
  • Instagram : brg_group