Home Blog Page 168

H.O.G.™ Rally 2024 : เหล่าไบค์เกอร์ในร่างคาวบอยทั่วไทย พร้อมใจ ควบ Harley-Davidson® ตะลุยดินแดน Wild Wild West เขาใหญ่!!!

0

บ้านเขย่า ภูเขาสะเทือน เหมือนฟ้าถล่ม! เมื่อคาวบอยกว่าพันชีวิตมารวมตัวที่ H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West หนึ่งในงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี เพื่อผู้คลั่งไคล้ Harley-Davidson® โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โบนันซ่า เขาใหญ่

H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West อัดแน่นไปด้วยความมันส์ บันเทิง ชวนให้ผู้มาเที่ยวงานทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ได้รื่นเริงกันแบบเกินเบอร์ (แต่ไม่เกินไป) จากกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เกมส์ยิงปืนคาวบอย โยนเกือกม้า ยิงธนู ที่สำคัญยังมีม้ามาให้ขี่กันจริงๆ อีกด้วย!! เรื่องอาหารการกินก็ครบครันมีให้อิ่มหนำกันตลอดคืน ด้านช๊อปปิ้งก็ไม่น้อยหน้า เพราะผู้จัดสรรหาร้านค้าทั้ง เสื้อผ้าแฟชั่น Gadget ของเล่น สุดคูล รวมถึงงานศิลปะสุดเก๋มายั่วเงินในกระเป๋าให้ออกมาปลิวว่อนกันแบบจุใจ และพิเศษสุด ๆ กับนิทรรศการ THE LEGEND OF AMERICAN DREAMIN’ ที่ขนทัพรถ Harley-Davidson®  ต่างๆ มาให้ได้จรรโลงตาจรรโลงใจ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นหายากและรถคัสตอมที่ผ่านการชนะการประกวดในเวทีระดับโลกมาแล้ว พร้อมเผยโฉมรถรุ่นใหม่ 2024 ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และข้อเสนอสุด Exclusive สำหรับรถปี 2023 เฉพาะในงานเท่านั้นอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง Joey Boy, Trix ‘O’ Treat และ Sixty Ninth ที่ขนเพลงฮิตมาร้องให้ฟังแบบเต็มอิ่ม สร้างบรรยากาศคึกคักสุดๆ โดย งาน H.O.G.™ Rally 2024 ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เหล่าผู้เข้าร่วมงาน กว่า 1,000 คน ต่างประทับใจกับกิจกรรมต่างๆ บรรยากาศภายในงาน และความยิ่งใหญ่ของ Harley-Davidson® ที่ต้องบอกว่า เป็นงานที่ครบเครื่อง และยอดเยี่ยมที่สุดงานหนึ่งของปี

โดยงานนี้มีเหล่า ดารา Celebrity เข้าร่วมงานคับคั่ง เช่น กาย รัชชานนท์ , ภูริ หิรัญพฤกษ์

คุณกาย รัชชานนท์ – ผู้ขี่  Harley-Davidson® Road Glide™

“เป็นครั้งแรกที่มาร่วมงาน H.O.G.™ Rally ต้องบอกว่ามันส์มากครับ เหมือนมางาน Festival เพราะมีครบทั้งคอนเสิร์ต อาหารอร่อยๆ วิวสวย บรรยากาศเหมือนอยู่ในหนังคาวบอยเลย จัดงานได้ยิ่งใหญ่จริงๆ โดยเฉพาะโซนที่มีการจัดแสดงรถ Harley-Davidson®  รุ่นใหม่ ปี 2024 เห็นแล้ว อยากได้คันที่ 2 มาก แถมมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ร่วมเยอะ ที่สำคัญได้เจอเพื่อนๆ ที่รักใน Harley-Davidson® เหมือนกัน อีกด้วย”

 

คุณภูริ หิรัญพฤกษ์ – ผู้ขี่  Harley-Davidson® Sportster™ S

“เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เข้าร่วมงาน H.O.G.™ Rally ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ เปิดโลก ของผมมากๆ โดยส่วนตัว สไตล์ผมชอบท่องเที่ยว และ ชอบกิจกรรม Adventure งานนี้จึงรู้สึกประทับใจมาก ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ คิดว่าสนใจอยากมีรถ Harley-Davidson® สักคันแล้วครับ และคงจะออกกับ AAS แน่นอน เพราะว่า แอบถามโปรโมชั่นแล้ว เร้าใจมาก”

โดยงานนี้ยังได้รับเกียรติเข้าร่วมงานจากคุณซาจีฟ รัชเกคาราน กรรมการผู้จัดการ Harley-Davidson® สำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดีย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมงาน H.O.G™ Rally จัดโดย AAS Harley-Davidson® และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นความหลงใหลและความกระตือรือร้นของชุมชนนักขี่และตัวแทนจำหน่ายของเราในประเทศไทย

ที่ Harley-Davidson® เรามีจุดยืนในเรื่องของอิสรภาพ ไม่มีวิธีใดที่จะดีไปกว่าการแสดงออกและเฉลิมฉลองจุดยืนของเราร่วมกับสมาชิก Harley Owners Group™ (H.O.G™) ซึ่งเป็นตัวแทนของนักขี่ที่รักในแบรนด์ของเรา ปีนี้เรายังมีแผนและกิจกรรมที่รออยู่อีกมากมายในประเทศไทย และอยากจะขอเชิญนักขับขี่ทุกคนมาร่วมกิจกรรมกับเรา”

 

AAS Harley-Davidson®  Group เจ้าภาพหลักของการจัดงานครั้งนี้ ในฐานะศูนย์บริการ สุดปลื้ม คนร่วมงานคับคั่ง

 

คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์  Managing Director ของ AAS Harley-Davidson® Group

กล่าวว่า เรารู้สึกดีใจมากที่งาน H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ผู้เข้าร่วมงานต่างประทับใจกับกิจกรรมต่างๆ บรรยากาศภายในงาน และความยิ่งใหญ่ของ Harley-Davidson® โดยครั้งนี้ พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นการจัดแบบ Co-Host ที่มากที่สุด เพราะรวม  Dealer ของ AAS ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ AAS Harley-Davidson®  of Bangkok, AAS Harley-Davidson® of Pattaya และ AAS Metro Harley-Davidson® กับอีก 3 Chapter ของ H.O.G.™ AAS ได้แก่ H.O.G.™ AAS Bangkok, Pattaya และ Metro Bangkok  และเป็นงานแรกที่ทำเป็น Festival มี ความร่วมมือจาก Sponsor  Partner ต่างๆ ของ AAS ทั้งในและนอกเครือบริษัท  มีการจัดนิทรรศการพิเศษ เกี่ยวกับ Harley-Davidson® พร้อมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2024 ตัวจริง เสียงจริง

และอีกหนึ่งความพิเศษของการจัดงาน  H.O.G.™ Rally 2024 ครั้งนี้ คือ รายได้ส่วนหนึ่ง เราจะนำไปใช้ในการบูรณะห้องน้ำ ให้ถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และรองรับการใช้งานได้เพียงพอกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด้วย

งาน H.O.G.™ Rally 2024 แสดงให้เห็นถึงพลังชาว Harley-Davidson® ที่รวมตัวกันด้วยความรักใน     แบรนด์ ความหลงใหลในเสียงเครื่องยนต์ และความเป็นอิสระ โดยเราตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน และหวังว่าจะได้ต้อนรับพวกเขากลับมาอีกครั้งในงานอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า  AAS Harley-Davidson® Group มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับแก่ลูกค้า ไม่เพียงแค่ความแรงเร้าใจบนท้องถนน แต่เรายังขยายประสบการณ์นั้นผ่าน ไลฟ์สไตล์แบบฉบับ AAS ด้วยสินค้า บริการ และกิจกรรมต่างๆ แบบองค์รวม ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจ รวมถึงได้สัมผัสความล้ำสมัย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความคลาสสิกของ Harley-Davidson® รุ่นใหม่ และได้สัมผัส รสชาติสุดพิเศษ ผ่านกาแฟ SHADE Commune ของ AAS ด้วย

คุณกรภัค มิกานนท์ Dealer Principal  ของ AAS Harley-Davidson® Group

กล่าวว่า งาน H.O.G.™ Rally 2024 :  Wild Wild West  เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของปี เราตั้งใจให้งานนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของคนที่รักและชื่นชอบใน Harley-Davidson® รวมไปถึงเหล่าดารา Celebrity ต่างๆ

เราดีใจที่งานนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงาน แสดงให้เห็นว่า Harley-Davidson® ไม่ได้เป็นแค่รถมอเตอร์ไซค์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ เป็น Community ที่รวมคนที่มีความชอบคล้ายๆ กัน เราหวังว่างาน H.O.G.™ Rally 2024 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้คนรู้จัก AAS Harley-Davidson® มากขึ้น และเราหวังว่าจะได้เห็นพวกเขาบนท้องถนนในเร็วๆ นี้ เพราะภายในงานได้มีการนำเสนอรถรุ่นใหม่ โปรโมชั่นสุดพิเศษ และบริการต่างๆ แก่ผู้เข้าร่วมงานนี้ด้วย รู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานทุกเจนเนอเรชัน แสดงให้เห็นว่า AAS ไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson® แต่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ที่มอบประสบการณ์พิเศษ แก่ลูกค้าของเรา

AAS Harley-Davidson® Group มุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย งาน H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West สะท้อนความสำเร็จ และวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่

นอกจากบรรยากาศภายในงาน H.O.G.™ Rally 2024 เต็มไปด้วยความคึกคักแล้ว เหล่าผู้บริหาร AAS Harley-Davidson® Group ได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย

คุณอนุวัชร กล่าวว่า งาน H.O.G.™ Rally 2024 : Wild Wild West ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Harley-Davidson® และความมุ่งมั่นของ AAS Harley-Davidson® Group ในการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง และดีที่สุดแก่ลูกค้า โดย AAS มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์  Harley-Davidson® ประเทศไทย เราจะบรรลุเป้าหมายนี้ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ประการ ดังนี้

  1. การขยายฐานลูกค้า:

นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ มุ่งเน้นทั้งกลุ่มเป้าหมายที่ซื้อรถคันที่ 2 และแม้แต่ผู้ที่จะซื้อ Big Bike เป็นคันแรก และอยากส่งต่อประสบการณ์ โดยการบอกต่อ
AAS จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดที่ตรงใจ อย่างสม่ำเสมอ

  1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์:

มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์พิเศษที่แตกต่างแก่ลูกค้า Harley-Davidson® ทุกคน พัฒนาบริการหลังการขาย ให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด สนับสนุน Community Harley-Davidson® สร้างความผูกพันแน่นแฟ้น

  1. การขยายเครือข่ายการจำหน่าย:

พัฒนาระบบออนไลน์ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า

AAS Harley-Davidson® Group มุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

คุณกรภัค เสริมว่า  AAS มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ เรามั่นใจว่า AAS จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson®  ประเทศไทย และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา ด้วยกลยุทธ์ 5 ประการ ที่ทำให้ AAS โดดเด่นเหนือคู่แข่ง ดังนี้

  1. ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย: AAS นำเสนอ Harley-Davidson® รุ่นใหม่ล่าสุด รุ่นยอดนิยม และรุ่นพิเศษ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า
  2. บริการที่ยอดเยี่ยม: AAS มุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่เหนือระดับ ด้วยทีมช่างผู้ชำนาญ อะไหล่แท้ และเครื่องมือที่ทันสมัย
  3. ประสบการณ์พิเศษ: AAS มอบประสบการณ์พิเศษแก่ลูกค้า ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น H.O.G.™ Rally ทริป ท่องเที่ยว และการอบรม
  4. ชุมชนที่แข็งแกร่ง: AAS สนับสนุนชุมชน Harley-Davidson® ทั้ง H.O.G.™ และ MC Club ต่างๆ สร้างความผูกพัน และแบ่งปันประสบการณ์
  5. นวัตกรรมและเทคโนโลยี: AAS มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

กลยุทธ์เหล่านี้ ทำให้ AAS โดดเด่นเหนือคู่แข่ง และสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า AAS มุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

นอกจาก 5 กลยุทธ์หลักข้างต้น AAS ยังมีจุดเด่นอื่นๆ ดังนี้

ทีมงานมืออาชีพ: AAS มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ

แบรนด์ที่แข็งแกร่ง: Harley-Davidson® เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่ทั่วโลก

ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน จุดเด่นที่หลากหลาย และความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า AAS Harley-Davidson® Group จึงเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson® ประเทศไทย ที่ลูกค้าไว้วางใจ

การันตีจาก รางวัล Dealer ยอดเยี่ยมระดับเอเชียถึง 2 ปีซ้อน คือ Asia Emerging Markets Dealer of the Year 2018 และ 2019 จากสาขา AAS Harley-Davidson® of Bangkok และในปี 2022 AAS Harley-Davidson® of Pattaya และ Metro ซึ่งยังคงเป็นเพียง 2 ตัวแทนจากประเทศไทยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 5 ดีลเลอร์ยอดเยี่ยมระดับเอเชีย  ซึ่งเป็นรางวัลใหม่แทนของเดิมในชื่อ 5-Star Achiever Award โดย AAS Harley-Davidson® Group เราเป็นรายแรกและรายเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้  


เชิญชวนเปิดประสบการณ์รถ Harley-Davidson® รุ่นใหม่ และ จองคิวเพื่อทดลองขับรถ Test Ride และเข้ารับบริการโดยช่างผู้ชำนาญการ ได้ที่ โชว์รูม AAS ทั้ง 4 สาขาของเรา ได้แก่

  1. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF BANGKOK
    ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พื้นที่กว้างขวาง รองรับการบริการครบวงจร
    เบอร์โทร: 02-521-4545
  1. AAS METRO HARLEY-DAVIDSON®
    ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 26 โครงการ เอ สแควร์ ดีไซน์เรียบหรู เน้นความสะดวกสบาย ใจกลางเมือง
    เบอร์โทร. : 02-258-0988, 097-484-8844
  1. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF SIAM PARAGON
    ตั้งอยู่ ชั้น2 สยามพารากอน เน้นงานแฟชั่นสาย Biker แบบฉบับลิขสิทธิ์แท้ ของ Harley-Davidson®
    เบอร์โทร: 02-610-9777
  1. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF PATTAYA
    ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท พัทยา ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกเจนเนอเรชัน
    เบอร์โทร: 038-255-255

 สำหรับภาพบรรยากาศภายในงาน สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่:Facebook: https://www.facebook.com/AASHarleyDavidson/

มาสด้า e-Skyactiv R-EV เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไปได้ไกลกว่า ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนเพื่อผู้คน สังคม และโลกของเรา

0

มาสด้า ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะทุกก้าวย่างเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจจริงเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นี่คือบทพิสูจน์ที่ท้าทายเพื่อแก้ปัญหาด้านส่งแวดล้อมในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น หนึ่งในวิธีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด คือการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผ่านระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์ทุกประเภท ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) รถไฟฟ้าไฮบริด (HEV) ไปจนถึงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) วิวัตนาการเหล่านี้คือหนึ่งในวิถีทางไปสู่ Well-to-wheel ที่มาสด้าให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นกำเนิด ขบวนการขุดเจาะ การสกัดวัสดุที่จำเป็นในการผลิต ไปจนถึงสิ้นสุดอายุการใช้งานของยานพาหนะผ่านกระบวนการรีไซเคิล เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะถูกปรับให้มีความเหมาะสมและแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจากไม่มีวิธีใดวิธีเดียวที่เหมาะสมกับทุกภูมิภาค มาสด้าจึงได้คิดค้นทุกวิถีทางในการแก้ปัญหา ตามแนวทาง Multi-Solution นั่นคือการแสวงหานวัตกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย จนบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าที่เดินหน้าตามแนวทาง Multi-Solution คือการพัฒนาเครื่องยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ด้วยการนำข้อดีของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาผสานกับพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ได้ระยะทางขับขี่ที่ไกลขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น จึงเกิดเป็นเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด โดยพัฒนาต่อยอดจากรถไฟฟ้า 100% ซึ่งมาสด้านำเอาเครื่องยนต์โรตารี่อันเลื่องชื่อมาใช้เป็นตัวปั่นกระแสไฟ เปลี่ยนเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยให้การขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าได้ระยะทางไกลมากขึ้น ตอบโจทย์ยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากพลังงานเชื้อจากฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้า เพิ่มทางเลือกให้เกิดความหลากหลายมากขึ้นในการเลือกรถยนต์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตน และความเหมาะสมตามความพร้อมของแต่ละภูมิประเทศ

หัวใจหลักสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV คือ เครื่องยนต์โรตารี่ เป็นตัวปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เครื่องยนต์มีขนาดเพียง 830 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ลูกสูบหมุน 1 โรเตอร์ ทำจากอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเพียง 15 กิโลกรัม เล็กกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน และแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนขนาด17.8 กิโลวัตต์ วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อได้รับการปั่นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้ามาจากเครื่องยนต์โรตารี่ จะทำให้เพิ่มระยะทางในการวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร จากการทำงานของเครื่องยนต์โรตารี่ที่ใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน มาผสานกับการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขยายระยะทางในการขับขี่ กลายเป็นเทคโนโลยี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ได้จากเครื่องยนต์โรตารี่ อันเกิดจาก “จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย” หรือ “Challenger Spirit” อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

เทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่เป็นตัวปั่นไฟนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดจากความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้คนในแต่ละสังคม อีกหนึ่งโมเดลของมาสด้าที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ในการปั่นกระแสไฟ คือรถต้นแบบที่มาสด้านำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023 Mazda Iconic SP สปอร์ตคอมแพ็คคาร์คอนเซ็ปต์ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่และตอบโจทย์ลูกค้าที่ “รักในรถยนต์” และ “ปรารถนาที่จะครอบครองรถยนต์ที่สามารถถ่ายทอดความสุขในการขับขี่” โดยคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าที่ยังคงมีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องการจัดวางพื้นที่ของห้องเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้รถต้นแบบคันนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น โดยแบตเตอร์รี่จะถูกชาร์จด้วยพลังงานแบบย้อนกลับและจากเครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ ที่ใช้ในการผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์

อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์คาร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวมาสด้าอย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมประจำปีจากประเทศอิตาลี คือ RX-VISION SKYACTIV-R คือเครื่องยนต์โรตารีเจนเนอเรชั่นใหม่ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของมาสด้า เครื่องยนต์สามเหลี่ยมลูกสูบหมุน แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) โดยเครื่องยนต์โรตารี่จะทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟและส่งพลังงานกลับคืนสู่แบตเตอรี่เช่นเดียวกับ e-Skyactiv R-EV ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษของคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเครื่องยนต์โรตารี่ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้สามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท รวมถึงพลังงานไฮโดรเจน พลังงานสะอาดทางเลือกแห่งอนาคต

การนำเทคโนโลยี e-Skyactiv R-EV มาใช้ในเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดนี้ เป็นการปลุกฟื้นคืนชีพตำนานเครื่องยนต์โรตารี่ ต้นกำเนิดรถสปอร์ตมาสด้าหลากหลายรุ่นในอดีต ที่ถูกถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็นดีเอ็นเอของมาสด้าที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค หรือ Challenger Spirit ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ มาสด้าจะยังคงเฟ้นหาวิธีการต่างๆ ต่อไป ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป เพื่อโลกของเราให้ยังคงความสวยงาม เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน และเพื่อสร้างสรรสังคมของเราให้น่าอยู่ตราบนานเท่านานสู่ลูกหลานของเราตลอดไป

บริดจสโตนเสนอประสบการณ์ขับขี่เต็มประสิทธิภาพบนทุกสภาพถนน กับยางพรีเมียมสุดแกร่ง “BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002” มีให้เลือกครบ 10 ขนาด

0
BRIDGESTONE DUELER 1

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำผลิตภัณฑ์ยางพรีเมียมสุดแกร่งรุ่นใหม่สำหรับรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ (PPV) “BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002” ภายใต้คอนเซปต์ “ลุยผ่านทุกเส้นทาง สู่จุดหมายที่เหนือกว่า” รองรับได้ครบมากถึง 10 ขนาด ตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว เพื่อให้ลูกค้าพร้อมรับความท้าทายในทุกเส้นทางเต็มสมรรถนะการขับขี่ ทั้งบนถนนทางเรียบ (On-Road) และทางลุย (Off-Road)

BRIDGESTONE DUELER 1

คุณเคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด เผยว่า “บริดจสโตนมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สู่คุณภาพระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางที่หลากหลายด้วยมาตรฐานความคุ้มค่าและปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 รุ่นใหม่นี้เป็นยางเกรดพรีเมียมสำหรับรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ (PPV) ให้ลูกค้าพร้อมรับความท้าทายบนทุกสภาพถนนและช่วยให้การขับขี่เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางเรียบ หรือบนทางลุย ด้วยเนื้อยางสูตรใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ไหล่ยางออกแบบพิเศษช่วยเพิ่ม แรงกรุยลายดอกยางที่ดุดันได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ควบคุมการขับขี่ได้ดีโดยไม่ลดทอนการยึดเกาะบนทางลุย พร้อมด้วยเทคโนโลยี OPTIMISED CONTACT PATCH ช่วยเรื่องกระจายแรงกด ลดการสึกหรอ ช่วยให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยมีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว รวม 10 ขนาด”

คุณสมบัติเด่น 3 ประการของผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 ประกอบด้วย
•การออกแบบลายดอกยางที่ดุดัน เพิ่มสมรรถนะการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้นในทุกสภาพถนน
-นวัตกรรมใหม่การออกแบบบล็อกกลางรูปทรงหกเหลี่ยม เพื่อการยึดเกาะที่ดีและความเสถียร ในการเบรกบนพื้นถนนหลากหลายแบบ
-การออกแบบร่องดอกยางแนวตรงและแนวขวางแบบพิเศษ เพิ่มสมรรถนะแรงกรุยขณะขับขี่ บนทางลุย และยังช่วยดีดโคลนออกจากร่องยางเมื่อขับขี่บนถนนยางมะตอย
-การออกแบบไหล่ยางเสริมสมรรถนะการยึดเกาะบนทุกสภาพถนน บล็อกดอกยางบริเวณไหล่และแก้มยางที่เชื่อมต่อกันเพิ่มแรงกรุยในทางลูกรัง

•เกาะถนนแห้งและถนนเปียกดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มสมรรถนะการควบคุมรถทั้งทางตรงและทางโค้ง
-สูตรเนื้อยางเสริมซิลิกา เสริมสมรรถนะบนถนนเปียกให้ดียิ่งขึ้น
-การจัดวางช่องว่างระหว่างบล็อกดอกยางให้สมดุล ป้องกันการเหินน้ำ และเพิ่มสมรรถนะการรีดน้ำบนถนนเปียกดียิ่งขึ้น
-การออกแบบร่องดอกยางขนาดเล็กรูปตัว Z ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจับถนน ทำให้มีแรงยึดเกาะมากขึ้นทั้งทางตรงและทางโค้ง
•พัฒนาให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน*1
-หน้ายางสัมผัสพิเศษ ALL-TERRAIN ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนได้มากขึ้น
-เพิ่มความลึกร่องดอกยาง เพิ่มอายุการใช้งาน ด้วยการเพิ่มส่วนผสมของยางธรรมชาติให้สูงขึ้น โดยไม่ส่งผลต่อแรงต้านทานการหมุน
-OPTIMISED CONTACT PATCH ดอกยาง 5 แถว เสริมด้วยเทคโนโลยีบล็อกดอกยางแบบ หกเหลี่ยม วางสลับไปมาเพื่อกระจายแรงกดบริเวณหน้ายาง ลดการสึกไม่เรียบ

BRIDGESTONE DUELER 2

ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 มีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว รวม 10 ขนาด ดังนี้
ขอบ ขนาดยาง
ขอบ 15 ขนาด 235/75R15 109T XL สีตัวอักษร ขาว

ขอบ 16 ขนาด 245/70R16 111S XL, 265/70R16 112S, 275/70R16 114S สีตัวอักษร ขาว

ขอบ 17 ขนาด 255/70R17 112T, 265/70R17 115S,265/65R17 112S สีตัวอักษร ขาว

ขอบ 18 ขนาด 265/60R18 114S XL

285/60R18 116T
ขนา20 265/50R20 111S XL ตัวอักษรสีดำ (RBT)

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตน หรือศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT) ทั่วประเทศ และ ดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.bridgestone.co.th/th/tire/dueler-at-002
แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-636-1555  

*

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเผยโฉมกระบะ “GWM POER SAHAR” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การขับขี่พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะและขับเคลื่อนสังคมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศ เชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 พบกับไฮไลท์สำคัญกับการอวดโฉม GWM POER SAHAR” รถกระบะเครื่องยนต์ไฮบริดทรงพลังคันแรกของเมืองไทย เปิดให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ พลาดไม่ได้กับเซอร์ไพรซ์สุดพิเศษและกิจกรรมสนุก ๆ พ่วงกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ของ HAVAL JOLION Sport เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตระการตาไปกับขบวนพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น นำทัพโดย เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจมหาชนรุ่นประกอบในประเทศไทย New ORA Good Cat, New ORA Good Cat GT และเจ้าเหมียวไฟฟ้าซีดานทรง Fastback สมรรถนะสูง ORA 07 รถเอสยูวีออฟโรดขวัญใจนักขับสายผจญภัย GWM TANK 500 HEV และ TANK 300 HEV รวมไปถึงรถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยม HAVAL H6 HEV และ HAVAL H6 PHEV และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะสุดล้ำที่ขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พิเศษสุด ร่วมทดลองขับและรับข้อเสนอสุดพิเศษรวมถึงสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อรถยนต์ภายในงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าวเปิดบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทาง Facebook หรือ YouTube หรือ TikTok : GWM Thailand ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เวลา 10.40 น. เป็นต้นไป

พบกับไฮไลท์สำคัญภายในงาน อาทิ

  • การอวดโฉม “GWM POER SAHAR” รถกระบะขุมพลังไฮบริดรุ่นแรกในประเทศไทย ที่จะเปลี่ยนนิยามของรถกระบะให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่หรูหรา ทันสมัย ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายเหนือระดับ สร้างบนแพลตฟอร์ม TANK และระบบขับเคลื่อนขุมพลังไฮบริดอันทรงพลัง พร้อมแล้วที่จะนำมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และให้แฟน ๆ ได้ลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ พร้อมข้อเสนอ สุดพิเศษก่อนการเปิดตัวและการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ
  • ลุ้นไปพร้อมกันกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ HAVAL JOLION Sport เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษและกิจกรรมสนุก ๆ เอาใจแฟน ๆ ภายในงาน
  • พบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายของรถยนต์หลากหลายรุ่น ภายใต้แคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปี เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศไทย มูลค่าสูงสุดถึง 510,000 บาท
  • สาวกของรถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม “GWM TANK 300” เตรียมเฮ กับการเปิดจองรุ่น PRO ในราคาเพียง 1,649,000 บาท พร้อมส่งมอบภายในกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป เติมเต็มการขับขี่ที่สนุกสนาน ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง ที่ท้าทาย พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย
  • ขบวนไลน์อัปรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยม ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย นำทัพด้วยเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนไทยที่กวาดยอดขายถล่มทลายตลอดปีที่ผ่านมา ทั้ง ORA Good Cat, ORA Good Cat GT และยนตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซ รถซีดานที่ผสานความสปอร์ตและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ORA 07 เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่ครบครันทุกฟังก์ชันการขับขี่ HAVAL JOLION และ HAVAL JOLION Sport ตามด้วยรถยนต์เอสยูวีออฟโรดขนาดใหญ่สำหรับสายลุยแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหรูหราสง่างาม GWM TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดขนาดกลาง GWM TANK 300 HEV และรถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยม HAVAL H6 HEV และรถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด HAVAL H6 PHEV
  • สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคตที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A4 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2567 – 7 เมษายน 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

นิสสันประกาศเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย

0

นิสสันออกประกาศเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย  ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2567

อิซาโอะ เซคิกุจิ (Isao Sekiguchi) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานนิสสัน ภูมิภาคอาเซียน และนิสสันประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (Donfeng Nissan Passenger Vehicle Company – DFN) โดยรายงานตรงกับ โชเฮ ยามาซากิ ประธานคณะกรรมการบริหารประจำประเทศจีน

โทชิฮิโระ ฟูจิกิ  (Toshihiro Fujiki) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟินิตี้ ไชน่า และธุรกิจ CBU, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงเฟิง อินฟินิตี้ มอเตอร์ จำกัด (Dongfeng Infiniti Motor Co.,Ltd. – DFI) และรองประธานอาวุโส ฝ่ายธุรกิจอินฟินิตี้ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (DFN) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธาน นิสสัน ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย โดยฟูจิกิจะขึ้นตรงกับ จุนอิจิ  เอนโดะ รองประธานอาวุโส สายงานการตลาด และการขาย ญี่ปุ่น – อาเซียน, นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

ฟูจิกิ มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้กว่าสองทศวรรษ โดยสามารถเชื่อมโยงพันธกิจของบริษัท พันธสัญญาของแบรนด์ และการนำเสนอสินค้าต่างๆ เข้ากับลูกค้าในตลาดที่หลากหลาย  ฟูจิกิเริ่มงานที่นิสสันในปี พ.ศ. 2562 ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด และการขาย ภูมิภาคเอเชีย และโอเซเนีย ณ สำนักงานใหญ่ของนิสสัน ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อนจะย้ายมาประจำการที่ประเทศจีน ฟูจิกิได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ และงานด้านคุณภาพสำหรับลูกค้าในประเทศอินโดนีเซีย เป็นเวลาสองปี  โดยก่อนที่จะมาร่วมงานกับนิสสัน ฟูจิกิมีประสบการณ์ที่บริดสโตน ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งที่หลากหลายในฐานะผู้นำด้านกลยุทธ์ทั้งในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม และจีน ฟูจิกิสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) ประเทศญี่ปุ่น

มิเนยูกิ ซาโอโตเมะ (Mineyuki Saotome) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายการผลิต ภูมิภาคอาเซียน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธาน ดูแลโรงงานผลิตของนิสสัน ณ จังหวัด โทชิกิ ประเทศญี่ปุ่น ซาโอโตเมะจะขึ้นตรงกับ ยาซุฮิโกะ โอบาตะ  รองประธานอาวุโส  โดยผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากซาโอโตเมะ จะประกาศในภายหลัง

วิริยะประกันภัย เดินเกมยุทธ์ปี 67 “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

0

วิริยะประกันภัย มุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมประกาศแผนงานปี 67 วางทิศทางดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ปีแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม : มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยประสบการณ์ด้านประกันวินาศภัยกว่า 77 ปี “มั่นคง” ด้วยสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง 68,335 ล้านบาท “เป็นธรรม” ทุกขั้นตอนของการบริการ และมอบประสบการณ์ความ “คุ้มค่า” ให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยฐานข้อมูล Big Data ที่ลงลึกตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมามีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งสิ้น 40,077 ล้านบาท ในขณะที่เป้าหมายปี 67 ตั้งเป้าไว้ที่ 43,000 ล้านบาท

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการให้บริการต่างๆ โดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การส่งมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด “ปีแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม : มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” โดยตลอดระยะเวลา 77 ปี ของการดำเนินงาน บริษัทฯ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างดูแลเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัยให้กับประชาชนในสังคม พร้อมตอกย้ำความมั่นคงแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ถึง 68,335 ล้านบาท และอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 180% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของเงินกองทุนฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

“ผลการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดประกันวินาศภัย อันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 31 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% เช่นเดียวกันกับตลาดประกันภัยรถยนต์ที่วิริยะประกันภัย ยังครองส่วนแบ่งตลาด เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 36 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 22% ผลสำเร็จนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคง แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ทั้งนี้ ผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งสิ้น 40,077 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 35,633 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 4,444 ล้านบาท โดยในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ 38,000 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,000 ล้านบาท” นายอมรฯ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นนโยบาย “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” ซึ่งความเป็นธรรมนี้ยังถูกปลูกฝังและหยั่งรากลึกไปถึงบุคลากรของบริษัทฯ จากรุ่นสู่รุ่น จากพี่สู่น้อง ซึ่งปัจจุบันวิริยะประกันภัยมีพนักงานกว่า 6,700 คน ทั่วประเทศ ทั้งบุคลากรงานส่วนหลังและบุคลากรส่วนหน้าที่คอยให้บริการลูกค้า โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการและการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการจัดการด้านสินไหมทดแทน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการประกันภัย เพื่อผู้เอาประกันภัยได้รับการบริการอย่างเป็นธรรม และเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุดทั้งในเรื่องของคุณภาพบริการ และการดำเนินการที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน

“ในช่วงที่เราประสบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ ยังคงยืนหยัดดูแลผู้เอาประกันภัยโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ประกอบกับวิริยะประกันภัย มีสินทรัพย์สภาพคล่องและเงินกองทุนเพียงพอ จึงสามารถดูแลเคียงข้างผู้เอาประกันภัย และจ่ายสินไหมทดแทนจนถึงกรมธรรม์ฉบับสุดท้ายในช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมีการจ่ายสินไหมทดแทนไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท” นายอมรฯ กล่าว

นายอมรฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นไว้วางใจในวิริยะประกันภัย ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ “คุ้มค่า” ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมบริการประกันภัย ซึ่ง 2-3 ปี ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัทฯ ได้มีการนำบริการ “VClaim on VCall” หรือ การเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลมาให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันบริการนี้ได้ขยายออกไปครอบคลุมทุกทิศทั่วไทยแล้ว เสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าทำให้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมบริการใหม่ “V-Inspection” เป็นบริการที่นำ AI เข้ามาช่วยในการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย ให้ผู้เอาประกันภัยสามารถตรวจสภาพรถยนต์ได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือ

ส่วนในด้านของผลิตภัณฑ์ประกันภัย บริษัทฯ ได้ใช้ Big Data พัฒนาผลิตภัณฑ์ตาม Personalization and Customer Insights หรือการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละคน พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด อาทิ V-Motor ขับเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น, Type 1 Good Drive ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก 2+Good Drive, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยความรับผิด Carrier, ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองแนวคิด ESG Responsibilities โดยการนำแนวคิด Green Insurance มาพัฒนาร่วมกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีอยู่, Viriyah Privileges เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี ด้วยการมอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาการเป็นสมาชิก

“เรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยออกสู่ตลาดมากกว่า 60 ผลิตภัณฑ์ โดยมีการนำข้อมูล Big Data อันมาจากการได้ดูแลบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับลูกค้ากว่า 8 ล้านกรมธรรม์ จึงนำมาวิเคราะห์ข้อมูลที่ลงลึกถึงความต้องการและความเสี่ยง ทำให้สามารถนำมาประเมินผลเพื่อกำหนดความคุ้มครองให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า รวมถึงกำหนดเบี้ยประกันภัยอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าและพึงพอใจอย่างสูงสุด อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งสร้างประสบการณ์อันคุ้มค่าผ่านตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัยที่มีอยู่เกือบ 6,000 คนทั่วประเทศ ที่พร้อมเข้าไปดูแลลูกค้าในพื้นที่ละแวกใกล้กับสำนักงานตัวแทน และที่สำคัญสำนักงานมาตรฐานตัวแทนของวิริยะประกันภัย ยังถูกยกระดับการบริการให้สามารถดำเนินการออกกรมธรรม์ให้แก่ลูกค้าได้โดยตรงเทียบเท่ากับสาขาของวิริยะประกันภัย” นายอมรฯ กล่าว

ประสบการณ์ความคุ้มค่าเหล่านี้ คือสิ่งที่วิริยะประกันภัยตั้งใจมอบให้แก่ลูกค้าที่มอบความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในบริษัทฯ ทั้งลูกค้าใหม่ รวมถึงลูกค้าเก่าที่ยังคงมีการต่ออายุกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วิริยะประกันภัยยังได้เตรียมเปิดตัวแคมเปญบริษัทฯ ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” พร้อมสื่อสารไปยังสาธารณชนผ่านหนังโฆษณาและสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของวิริยะประกันภัยอีกด้วย

ส่วนทางด้านประกันภัยรถยนต์ (Motor) นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “งานบริการสินไหมที่ดี มีคุณภาพ เป็นธรรม” คือ เป้าหมายร่วมกันของวิริยะประกันภัย ที่ยึดถือและปฏิบัติร่วมกันมาตลอดระยะเวลากว่า 77 ปี นำมาซึ่งชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากลูกค้า จนทำให้วิริยะประกันภัยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์และประกันวินาศภัยโดยรวมเป็นอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่อง

“ทุก ๆ วันโจทย์ในการทำงานของพวกเรา คือ ลูกค้าต้องได้รับบริการประกันภัยที่ดีที่สุด สินค้าของวิริยะประกันภัย คือ “บริการ” เราต้องทำให้ลูกค้าที่เลือกมอบความไว้วางใจกับวิริยะประกันภัยมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม ซึ่งทุกกระบวนงานของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ปรับปรุง ต่อยอด ในทุก ๆ ส่วนงาน ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นไปที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการพัฒนางานบริการด้านสินไหมทดแทนและงานรับประกันภัยที่สำคัญในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านระบบงาน เรามีการพัฒนา ทบทวน ปรับปรุง Redesign ระบบงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสินไหมทดแทนและรับประกันภัย ให้กระชับ สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดทอนงานเอกสาร ระยะเวลา และความซ้ำซ้อนในขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็วมากขึ้น  ด้านบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด บริษัทฯ จึงมีนโยบายมุ่งเน้นที่จะพัฒนาศักยภาพในระดับที่เข้มข้น ทั้งการจัดฝึกอบรม พัฒนาทักษะ เติมเต็มองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการให้บริการลูกค้า เพื่อให้บุคลากรของเรามีความเชี่ยวชาญ และมีความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด  ไม่ว่าจะเป็นส่วนหน้าที่ต้องให้บริการลูกค้าโดยตรง และส่วนหลังที่สนับสนุนการปฏิบัติการหรือดำเนินงานต่าง ๆ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้จัดอบรมความรู้หลักสูตรเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สรุปความเสียหาย รวมไปถึงบริษัทคู่ค้า ตัวแทนประกันวินาศภัย และศูนย์ซ่อมมาตรฐานของวิริยะประกันภัยทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

ส่วนในด้านการบริหารจัดการข้อมูล ด้วยบริษัทฯ มีข้อมูลในการรับประกันภัยและข้อมูลด้านสินไหมทดแทนเป็นจำนวนมาก  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า เราจึงได้ทบทวน ออกแบบ ปรับปรุงโครงสร้างและพัฒนาเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านกระบวนการ Data Analytics อันนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และการบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าโดยตรง ทั้งงานรับประกันภัย งานต่ออายุกรมธรรม์  และงานสินไหมทดแทน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาในส่วนของระบบงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ  ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังเชื่อมโยงงานรับประกันภัยและงานบริการด้านสินไหมทดแทนเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่ออีกด้วย

นายสยมฯ กล่าวต่อไปว่า “นับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับธุรกิจประกันภัย และวิริยะประกันภัย ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการลูกค้า ซึ่งต้องผสมผสานการทำงานร่วมกันกับคน เนื่องจาก Human Touch เป็นเรื่องสำคัญและเปราะบางมากสำหรับธุรกิจประกันภัย ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำเพียงใดการนำมาใช้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมและความพอดี  สำหรับงานบริการประกันภัยส่วนหน้าที่ต้องเกี่ยวข้องกับการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์คับขัน เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เจ็บไข้ได้ป่วย สิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง คือ ได้รับการดูแลที่ดีจากพนักงานวิริยะประกันภัย  ในเรื่องนี้บริษัทฯ ก็ต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง  นับตั้งแต่ขั้นตอนการรับแจ้งเคลมจากลูกค้าผ่าน Contact Center หรือ Application การให้บริการลูกค้า ณ จุดเกิดเหตุ และการดูแลลูกค้า ณ จุดบริการต่างๆ (Touch Point) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างชื่อเสียงและการยอมรับด้านการบริการให้วิริยะประกันภัยมาโดยตลอด”

ทั้งนี้ ในส่วนของงานบริการสินไหมทดแทน ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ขยายการบริการแจ้งเคลมผ่านวิดีโอคอล  “VClaim on VCall” ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ซึ่งบริการนี้ได้รับความนิยมจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อีกทั้งบริษัทฯ ยังนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมิน วิเคราะห์ และสรุปความเสียหายด้านสินไหมทดแทน ทำให้คู่ค้าบริษัทฯ ได้รับการอนุมัติงานซ่อมและค่าซ่อมที่รวดเร็ว และลูกค้าได้รับรถยนต์กลับไปใช้งานตามปกติได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการทำประกันภัยกับบริษัทฯ โดยมีการพัฒนานวัตกรรมบริการ “V-Inspection” ซึ่งเป็นบริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัยผ่านมือถือ ซึ่งช่วยลดระยะเวลา และการเดินทางเพื่อตรวจสภาพรถยนต์ ทำให้ลูกค้าได้รับการอนุมัติทำประกันภัยที่รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมระบบข้อมูลการรับประกันภัยด้วย API  (Application Programing Interface) ทำให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมต่อข้อมูลการประกันภัยกับระบบการขายของคู่ค้าได้อย่างรวดเร็วเป็นปัจจุบัน ลูกค้าจะได้รับทราบเบี้ยประกันภัย ทุนประกัน และความคุ้มครองอย่างทันท่วงที เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำประกันภัย และชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการใช้ RPA (Robotic Process Automation) เพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการนำเข้าข้อมูลเพื่อพิจารณาอนุมัติและออกกรมธรรม์

“บริษัทฯ ยังมองถึงโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ และในอนาคต ทั้งในเรื่องของเทรนด์การดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น เป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ในการขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อตอบทุกโจทย์ของการใช้ชีวิตสมัยใหม่  เช่น ประกันคุ้มครองเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ประกันรถยนต์ตามระยะทางที่ขับจริง ประกันไซเบอร์ ฯลฯ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าได้มากขึ้น ความท้าทายในเรื่องของ Claim Inflation การบริหารจัดการต้นทุนสินไหมที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเรื่องของ Cost Technology ในการดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากความซับซ้อนของเทคโนโลยี ตลอดจนการบริหารจัดการความคาดหวังของลูกค้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยความท้าทายสำคัญที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการอย่างพิถีพิถันด้วยเช่นกัน” นายสยมฯ กล่าวทิ้งท้าย

ส่วนทางด้านประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป้าหมายปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นดูแลและพัฒนาการให้บริการลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีเหนือความคาดหวังของลูกค้าทุกท่าน ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่เป็นธรรม ทั้งยังสอดรับปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มั่นคง โปร่งใส จริงใจ และเป็นธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการวางแผนขยายประกันภัย Non-Motor ให้เติบโตเพิ่มขึ้น 11% โดยจะมุ่งเน้นไปที่การรับประกันความเสี่ยงภัยรายย่อยด้านส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันภัยการเดินทาง ประกันภัยบ้าน และประกันภัยความรับผิด

“สำหรับปี 2566 ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของประกันสุขภาพส่วนบุคคล เป็นไปในทิศทางเชิงบวก 11.48% สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดที่คนไทยตระหนักถึงประโยชน์ของประกันสุขภาพมากขึ้น และในส่วนของการเติบโตภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาปรับปรุงแผนประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในขณะเดินทาง และในส่วนของภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและแนวโน้มที่สดใส ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ มี Network ที่ครอบคลุม และความพร้อมด้านบริการ”

นางฐวิกาญจน์ฯ กล่าวต่อไปถึงแนวทางการดำเนินงานในปี 2567 ว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล ประกันสุขภาพเฉพาะโรค และประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพิ่มความคุ้มครอง และบริการที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของลูกค้า (Good Health and Wellbeing) นอกจากนี้ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัยเดินทาง เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดไปจนถึงการพัฒนาประกันภัย Carrier Liability Insurance, Cyber Security Insurance และ Professional Liability Insurance ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละประเภทธุรกิจ

“บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองแนวคิด ESG Responsibilities ออกมาในรูปแบบ Green Insurance ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ช่วยส่งเสริมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงนำแนวคิด Green Insurance มาพัฒนาร่วมกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีอยู่ อาทิ ให้ความคุ้มครองการทดแทนสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารที่สร้างขึ้นใหม่ด้วยวัสดุในการปลูกสร้างที่เป็น Eco-Friendly ในการประกันอัคคีภัย นอกจากนี้จะสร้างแรงจูงใจด้วยการให้ส่วนลดเบี้ยประกันพิเศษ เพื่อสนับสนุนให้ใช้วัสดุในการปลูกสร้างที่เป็น Eco-Friendly มากขึ้น ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่เชื่อว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้” นางฐวิกาญจน์ฯ กล่าว

ในส่วนของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบงาน Non-Motor บริษัทฯ มี Roadmap ในการพัฒนาระบบ New Core System โดยมีการเริ่มใช้งานระบบ New Core Phase 1 ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง เมื่อช่วงธันวาคม 2566 และ Phase ต่อไปในปี 2567 จะเป็นในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการบริการประกันภัยและสินไหมรองรับการเติบโตของบริษัทฯ

“นอกเหนือจากความคุ้มครองที่วิริยะประกันภัยดูแลลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง วิริยะประกันภัยได้ยกระดับการดูแลลูกค้าดั่งแคมเปญบริษัทฯ ในปี 2567 ที่ว่า “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” ผ่านโครงการ Viriyah Privileges ด้วยการมอบหลากหลายสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดระยะเวลาที่เป็นสมาชิกของวิริยะประกันภัยตามเงื่อนไขของโครงการ โดยร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ดังมากมาย และโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัย ในการส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ” นางฐวิกาญจน์ฯ กล่าว

ปอร์เช่ ครองแชมป์ครบทุกมิติ “นวัตกรรม อี-ไฮบริด ที่ดีที่สุดในไทย ปี 2567” การันตีจากคาร์กูรู และสถาบันทดสอบคุณภาพระดับสากล ย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อเป็นที่สุดของยนตรกรรมสปอร์ต

0

เพราะไม่หยุดเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปอร์เช่ ที่สุดของยนตรกรรมสปอร์ต ที่ตอบโจทย์ทุกความฝัน ครองแชมป์นวัตกรรม อี-ไฮบริด ที่ดีที่สุดในประเทศไทย การันตีจากสถาบันทดสอบคุณภาพระดับโลกอย่าง  Car of the year 2024 ที่จัดขึ้นโดยกรังด์ปรีซ์ และสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทยร่วมกันจัดขึ้นเพื่อผลักดันและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่ได้นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มาพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและเสริมคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดโลกให้มากที่สุด โดย ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้รับรางวัล Car of the year จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ปอร์เช่คาเยนน์ อี ไฮบริด คูเป้ (PORSCHE CAYENNE E-Hybrid COUPE) ได้รางวัล BEST HYBRID SPORT SUV และพานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด เอ็กซ์เซคคูทีฟ  PORSCHE PANAMERA 4E-HYBRID EXECUTIVE ได้รางวัล BEST PERFORMANCE LUXURY CAR ถือเป็นรางวัลการันตีถึงเกียรติยศแห่งการพัฒนาความโดดเด่นด้านยนตรกรรม โดยได้รับเกียรติจากได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขามาร่วมเป็นเกียรติ และสักขีพยานในการมอบรางวัล Car of The Year 2024 นำโดย ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  เมื่อวันพุธที่ 13 มีนาคม 2567 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการปอร์เช่ ประเทศไทย โดยเอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “ปอร์เช่ ทำสถิติใหม่ ครองแชมป์ครบทุกด้านทั้งความสำเร็จในการพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆ ตอกย้ำความมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะพัฒนาคุณภาพยนตรกรรมสปอร์ตที่ดีที่สุดเพื่อคนไทยต่อไป สำหรับการนำรถเข้าร่วมงาน Car of The Year 2024 เพื่อการันตีว่าปอร์เช่ได้รับการคัดสรรให้เป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดในประเภทต่างๆ และยังเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำด้านการออกแบบ รวมไปถึงความก้าวหน้าด้านการวิจัย และพัฒนา เป็นเครื่องยืนยันและการันตีคุณภาพมาตรฐานของแบรนด์ปอร์เช่อย่างแท้จริง  โดยเฉพาะ ปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด การผลิตรถยนต์หนึ่งคัน แทบจะต้องตอบโจทย์ครอบคลุมทุกด้าน ปอร์เช่พัฒนาไม่หยุดนิ่ง คิดค้นนวัตกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีต่างๆ ให้ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้มากที่สุด เพื่อขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ มุ่งมั่นยกระดับธุรกิจ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนทุกมิติ”

ธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “2 รางวัลอันทรงคุณค่าแห่งปีที่การันตีถึงสมรรถนะและเทคโนโลยียนตรกรรมสปอร์ตที่ปลอดภัย หรูหรา และสะดวกสบาย พร้อมตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบได้อย่างลงตัว และปอร์เช่ยังคงมุ่นมั่น ยกระดับ พัฒนา ก้าวสู่ผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ในระดับโลกต่อไป ปอร์เช่เป็นรถสปอร์ตนำเข้าที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน และเรายังคงเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามุ่งมั่นเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต โดยเฉพาะทิศทางการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งผู้ผลิต และผู้ใช้เริ่มตระหนักร่วมกันในเรื่องของมลภาวะความเป็นกลางทางคาร์บอนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการันตีได้ว่า เราตอกย้ำและมุ่งมั่นในการดูแลและพัฒนาคุณภาพของรถปอร์เช่อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรองรับความต้องการกลุ่มลูกค้าหลากหลายรูปแบบ ตามความชอบและไลฟ์สไตล์ ที่แตกต่างเพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งกว่าด้วย นวัตกรรม อี-ไฮบริด เทคโนโลยี ที่ยั่งยืนและดีที่สุดสำหรับอนาคตของทุกคน และปัจจุบัน เรามีรถพร้อมส่งมอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้แก่คนไทย”

ฟอร์ดคว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2024

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำขบวนฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ 3 รุ่น ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เบนซิน 3.0 ลิตร V6, ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2024 จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ของฟอร์ด โดยพิธีรับรางวัลจัดขึ้น ณ ห้อง รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เบนซิน 3.0 ลิตร V6 คว้ารางวัล BEST 4WD PETROL PICKUP

กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ยกระดับการออกแบบด้วยความแกร่งทะลุพิกัดตามดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพื่อพิชิตทุกเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 ส่งมอบพละกำลัง 397 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 583 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรด มาพร้อมระบบช่วงล่างโช้คอัพ FOX แบบไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ให้คออฟโรดตัวจริงพร้อมลุยทุกเส้นทาง 

ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFT PICKUP UNDER 2,000 c.c.

ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดท้าทายไปอีกขั้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะกับราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ รองรับการติดตั้งหรือขนย้ายอุปกรณ์เพื่อการผจญภัยและการทำงานได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น รองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 80 กก. ขณะขับและ 250 กก. ขณะจอด มาพร้อม  ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter ดุดันยิ่งขึ้นทั้งภายในและภายนอก ด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่นสตอร์มแทรค พร้อมติดไฟ AUX Lamp เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับเวลากลางคืน 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค คว้ารางวัล BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 2,000 c.c.

รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ผสานสมรรถนะเพื่อการผจญภัยเข้ากับความสะดวกสบายอันเหนือระดับ ต่อยอดสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยดีไซน์ที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์แบบไวลด์แทรค ครบครันทั้งความเท่ แข็งแกร่ง สะท้อนสไตล์ของนักผจญภัยอย่างแท้จริง ขับสนุกในทุกการเดินทางด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E- Shifter อันทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4×4 ที่มีตัวเลือกโหมดการขับขี่มากถึง 6 โหมด เพื่อสมรรถนะสูงสุดสำหรับการเดินทางบนทุกสภาพพื้นผิว

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดสรรรและมอบรางวัลให้แก่ถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท ซึ่งรางวัลที่ได้รับ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และศักยภาพความก้าวหน้าทางด้านการออกแบบ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ โดยรางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพมาตรฐานยานยนต์ของฟอร์ด ตอกย้ำความโดดเด่นและสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด ทั้ง 3 รุ่นได้เป็นอย่างดี

“MOTOR EXPO” เผยโฉมแจกจริง ผู้โชคดีรับ รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน

0

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 ดังนี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” NEW MG HS PHEV D มูลค่า 1,299,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ พรพิมล ภู่ศิริ จังหวัดปทุมธานี

ประไพศรี ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านบัญชี การเงิน และธุรการ มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” NETA V มูลค่า 760,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ จอมขวัญ ยงยุทธ จังหวัดสมุทรสาคร

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T มูลค่า 529,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ว่าที่ ร.ต. กัมพล ดวงรัศมี จังหวัดปทุมธานี

วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ และ อัญมณี เศรษฐนันท์ กรรมการบริหาร บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” HONDA รุ่น XL750 TRANSALP 2023 มูลค่า 394,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศุภโชค หรูวานิชย์ กรุงเทพฯ

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300 มูลค่า 129,900 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ธิดารัตน์ คนคล่อง จังหวัดพะเยา

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

DEEPAL จาก CHANGAN คว้า รางวัล CAR OF THE YEAR 2024

0

CHANGAN Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัจฉริยะ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ในงาน CAR OF THE YEAR 2024 (รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี) จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยการคัดสรรสุดยอดรถยนต์ที่มีความโดดเด่น และที่ดีที่สุดในประเภทต่าง ๆ  อีกทั้ง ยังเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ศักยภาพความก้าวหน้าด้านการออกแบบและผลิตรถยนต์ในประเทศไทยด้วย

สำหรับในปีนี้ รางวัลที่ CHANGAN Thailand ได้รับคือ รางวัล BEST EV SUV RWD สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า DEEPAL S07 และรางวัล BEST EV HATCHBACK RWD สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า DEEPAL L07 โดยมี Ms. Gao Ying รองประธานบริหาร และ Mr. Wessi Peng  ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ ขึ้นรับรางวัล

“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับ CHANGAN ที่ DEEPAL ทั้งสองรุ่นของเราได้รับรางวัล เพราะรางวัลแสดงศักยภาพ ความก้าวหน้าของการออกแบบ และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนในเวทีระดับโลก ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของเราเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ” Ms.Gao Ying รองประธานบริหาร บริษัทฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าว

สำหรับ DEEPAL S07 Smart Lifestyles SUV ถือเป็นรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะ รุ่นแรก ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบอย่างลงตัว มีตัวถังที่กว้าง ประตูไร้กรอบ และมือจับประตูไฟฟ้าแบบซ่อน ในขณะที่การออกแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอทช์สุดหรู ตอบสนองความต้องการของทุกคนในครอบครัวที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอยที่ทันสมัย และรสนิยมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ในขณะที่ DEEPAL L07 เป็นรถยนต์ Sport Fastback EV รุ่นแรกของ CHANGAN ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ด้านหน้ารถเป็นแบบมินิมอล ไม่มีกระจังหน้า พร้อมไฟหน้าแบบอินเทอร์แอคทีฟ LED รูปลักษณ์เพรียวบาง เสริมด้วยการออกแบบพื้นผิวตามหลักอากาศพลศาสตร์และเส้นด้านข้างที่ลื่นไหล ภายในห้องโดยสารประกอบไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในด้านความสวยงามและประสิทธิภาพ

ทั้งสองรางวัลนี้ นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ส่งให้ CHANGAN Thailand พร้อมขับเคลื่อนและก้าวไปข้างหน้าสู่การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย ในการขับขี่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Touch the Future” ดีไซน์แห่งโลกอนาคตที่คุณสัมผัสได้