Home Blog Page 169

NETA V คว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2 ปีซ้อน “Best EV Subcompact Hatchback” จากเวที Thailand Car Of The Year 2024

0

“NETA V” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car จากแบรนด์ NETA  ได้รับการตัดสินจากคณะกรรมการรางวัล Thailand Car Of The Year  ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี “Best EV Subcompact  Hatchback” ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี  Thailand Car Of The Year 2024

“พันธกิจหลักของ NETA คือการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ใช้ โดย NETA เริ่มแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA V สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2565 ด้วยแนวคิด Touchable Smart EV” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบัน NETA มีลูกค้าคนไทยแล้วกว่า 14,000 คน ทั่วประเทศ ทั้งนี้ในงาน Motor Show นี้ บริษัทฯ จะเปิดตัว NETA V-II เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า NETA มั่นใจว่าด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น NETA V ที่การันตีด้วยรางวัล Car Of The Year ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะทำให้ NETA V-II เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าคนไทยและทั่วโลกอย่างแน่นอน” มร. หวัง เฉิงเจี่ย กล่าว

สำหรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Car of The Year ” จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ผ่านการพิจารณาให้คะแนนของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ  เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook             : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 2 รางวัลจาก “CAR & BIKE OF THE YEAR 2024” นำโดย GWM TANK 300 HEV และ ORA 07 ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 2 รางวัลคุณภาพจากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2024” สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) พร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำทีมโดย นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ นางสาวแพนดอร่า หยู๋ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นายศรุต อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เข้าร่วมในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2024” โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ณ ห้อง เดอะ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคาร ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ปราจิน เอี่ยมลําเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2024 รวมถึงผู้บริหารจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 2 รางวัล ประกอบด้วย

  • ORA 07 รุ่น Long Range ได้รับรางวัล ‘BEST EV SEDAN’
  • GWM TANK 300 HEV ได้รับรางวัล ‘BEST HYBRID 4×4 OFFROAD’

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 2 รางวัล ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการสร้างความร้อนแรงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผ่านการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 9 รุ่นภายใน 3 ปีที่เราได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย (Mission 9 in 3) พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะทั้งสองรุ่นที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่สุดล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลงตัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย และสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยควบคู่ไปกับเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) ในการดำเนินงานต่อไป ในโอกาสนี้ เราขอขอบคุณ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สำหรับรางวัลดังกล่าว และลูกค้าทุกคนที่ไว้วางใจและสนับสนุนเราเสมอมา เราจะยังคงยึดมั่นคำสัญญาที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

ORA 07 รุ่น Long Range ซึ่งได้รับรางวัล BEST EV SEDAN เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้รุ่นเรือธงล่าสุดภายใต้แบรนด์ ORA จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 83.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบพละกำลัง 204 แรงม้า หรือ 150 กิโลวัตต์ แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 640 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC Standard) ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย การออกแบบภายนอกของ ORA 07 เป็นแบบซูเปอร์สตรีมไลน์ ซึ่งลายเส้นโค้งพลิ้วไหวจะมอบสมดุลระหว่างความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างพอดี ไฟหน้า Intelligent LED ทรงกลมแบบเรโทรเพื่อเพิ่มความสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด หน้าต่างไร้กรอบที่เป็นกระจกแบบ 2 ชั้นเพื่อช่วยในเรื่องของการดูดซับเสียง พร้อมหลังคาแก้วแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ (Panoramic Glass Roof) ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายที่มีคุณสมบัติช่วยเก็บเสียง กรองแสง และลดความร้อน ยกระดับภาพลักษณ์การขับขี่ให้หรูหราและมั่นใจด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/50 R18 รวมถึงยังอัดแน่นไปด้วยระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยมากมาย ในราคาเพียง 1,299,000 บาท

สำหรับ GWM TANK 300 HEV ยังคงความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ได้รับรางวัล BEST HYBRID 4×4 OFFROAD เป็นรถยนต์พรีเมียมเอสยูวีออฟโรดขนาดกลางที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ TANK ที่ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้กำลังสูงสุด 244 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 106 แรงม้า และแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 268 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบเกียร์แบบ 9 สปีด (9HAT) ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด มีโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมดพื้นหิมะ โหมดพื้นโคลน โหมดพื้นทราย และโหมด 4L ด้านการออกแบบ โดดเด่นด้วยรูปทรง BOXY ที่ผสานแฟชัน ความนำสมัย และความแข็งแกร่งอย่างลงตัว พร้อมให้ภาพลักษณ์ที่แปลกตาและไม่เหมือนใคร และยังอัดแน่นไปด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบออฟโรดอันชาญฉลาดและล้ำสมัยที่เหนือกว่ารถยนต์ในเซ็กเมนต์และระดับราคาเดียวกัน ช่วยให้ทุกการผจญภัยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมรับทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็น ระบบล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Electric Differential Lock for Front and Rear Axles) ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดของยานพาหนะ เมื่อเผชิญกับทางลาดชัน โคลน ทะเลทราย และภูมิประเทศที่ซับซ้อน ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road (Off-road Cruise Control) ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) และระบบการช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัยอีกมากมาย GWM TANK 300 HEV รุ่น ULTRA จำหน่ายในราคา 1,799,000 บาท และรุ่น PRO ในราคา 1,649,000 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย

นิสสัน คว้าสามรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567

0

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ได้รับสามรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Car of the Year ประจำปี 2567 ได้แก่ นิสสัน อัลเมร่า รุ่น VL ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทรถยนต์แบบซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี (Best Sedan Under 1,000 cc)  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รางวัลรถยนต์แบบเอสยูวีไฮบริด เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,200 ซีซี (Best Hybrid SUV Under 1,200 cc) และ นิสสัน นาวารา PRO-2X 7AT รางวัลรถปิกอัพ แบบยกสูงเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,500 ซีซี (Best High-lift Pickup Under 2,500 cc) จากการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศ และนำเข้า ที่จัดขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

“รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี เป็นเครื่องยืนยันความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นที่จะยกระดับประสบการณ์การเดินทางของลูกค้า และสังคม อีกทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจของนิสสัน เพราะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่คนไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีต่อนิสสัน รางวัลนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้ามากยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาว Nissan Ambition 2030 เพื่อพัฒนาศักยภาพการขับเคลื่อน เพื่อก้าวสู่อนาคต” มาซาโอะ สึสึมิ รองประธานสายงานการตลาด งานขาย บริการหลังการขาย และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

สำหรับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน และเป็นประโยชน์กับบริษัทผู้ผลิตเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

อีซูซุรับ 9 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที “CAR OF THE YEAR 2024”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง รับมอบ 9 รางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2024” (CAR OF THE YEAR 2024) ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ดังนี้

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี :

New! Isuzu D-Max

  • รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม :

New! Isuzu D-Max

  • รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี :

New! Isuzu D-Max

  • รางวัลรถปิกอัพที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

New! Isuzu D-Max

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3,200 ซีซี :

New! Isuzu V-Cross 4×4

  • รางวัลรถปิกอัพตอนเดียวขับเคลื่อน 4 ล้อ บรรทุกหนักยอดเยี่ยม :

New! Isuzu D-Max Spark 4×4”

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ดีเซลยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า

3,200 ซีซี :

The New MU-X

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

The New MU-X

  • รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี :

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”

“มาสด้า” พิชิต 6 รางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและโคโดะ ดีไซน์ ตอบโจทย์ลูกค้าดีที่สุด

0
มาสด้า 8

คณะผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รอประธานบริหารอาวุโส เข้ารับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 (Thailand Car of the Year 2024) ที่จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดยผ่านการคัดเลือรถยนต์ที่มีความเป็นที่สุดในแต่ละด้าน ลงคะแนนโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิศวกรรมยานยนต์ เพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ประชาชนในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามความต้องการและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ดร. ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีฯ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วย นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2024 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

มาสด้า 1

รถยนต์มาสด้าที่ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 (Thailand Car of the Year 2024) ประกอบด้วย

1.Mazda2 XDL SKYACTIV-D คว้ารางวัล Best Diesel Sedan under 1,500 c.c.

มาสด้า 2
2.Mazda3 CARBON EDITION คว้ารางวัล Best Hatchback under 2,000 c.c.

มาสด้า 4
3.Mazda CX-3 SKYACTIV-G คว้ารางวัล The Most Valuable Subcompact SUV

มาสด้า 3
4.Mazda CX-30 SKYACTIV-G คว้ารางวัล Best Performance Compact SUV

มาสด้า 5
5.Mazda CX-8 SKYACTIV-D AWD คว้ารางวัล Best Diesel SUV under 2,500 c.c.

มาสด้า 6
6.Mazda BT-50 คว้ารางวัล Best Performance Pickup

มาสด้า 7

การที่ยนตรกรรมมาสด้าภายใต้เทคโนโลยสกายแอคทีฟที่ให้พลังแรงและประหยัดน้ำมัน และการออกแบบอันสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอกจาก โคโดะ ดีไซน์ ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้มาได้ถึง 6 รุ่น ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งาน โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตามแนวทางการพัฒนาที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกด้าน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการสร้างคุณค่าแบรนด์ให้แข็งแกร่ง (Brand Value Management) ประกอบด้วย Purpose คือ เจตนารมณ์และเหตุผลหลักในการดำรงอยู่ของมาสด้า เน้นสร้างคุณค่าและเติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนได้สัมผัสแบรนด์มาสด้าด้วยความภาคภูมิใจ Promise คือ คำมั่นสัญญาจากแบรนด์ที่มีให้กับลูกค้าทุกคน มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก และ Value คือ การสร้างคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นมากกว่ายานพาหนะแต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่จะทำให้ทุกครอบครัวมีความสุขตลอดการเดินทาง

มาสด้า 8

สำหรับลูกค้าที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นและเจ้าของรางวัลต่างๆ เหล่านี้ สามารถเยี่ยมชมและสัมผัสได้ที่บูธมาสด้า ในงานมอเตอร์โชว์ 2024 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2566 – 7 เมษายน 2567 นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.mazda.co.th

 

เบนซ์เพื่อนคุณ ชื่อมาจากไหน เผยที่มาของ “เบนซ์” ชื่อเล่นยอดฮิตของคนไทย สู่เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Show 2024

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

ทำไมคนไทยถึงมีชื่อเล่นว่า “เบนซ์” กันมากมาย ไม่ว่าจะในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือบริษัทต่าง ๆ ก็ล้วนมีคนชื่อเบนซ์ทั้งนั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงได้ออกเดินทางค้นหาคำตอบร่วมกันกับทุกคนสู่แคมเปญการสื่อสารที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจในงาน Motor Show 2024 ภายใต้แคมเปญ “Icon of Inspiration” ที่สะท้อนมรดกของแบรนด์ (Brand Heritage) และความหลงใหลในแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผ่านเรื่องราวของคนที่มีชื่อเล่นว่า “เบนซ์”

โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังและจุดประกายให้มีคนชื่อเบนซ์มากมายในวันนี้ คือวิศวกรชาวเยอรมนี “คาร์ล เบนซ์” (Carl Benz) ผู้สร้างรถยนต์คันแรกของโลกและผู้ก่อตั้ง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 138 ปี และเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความภูมิฐาน ความสง่างาม และการเป็นสิ่งดีที่สุด จึงไม่แปลกใจที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ทศวรรษ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็ยังคงเป็นแบรนด์รถยนต์อันดับหนึ่งในใจของใครหลายคน ทั้งยังเป็นรถยนต์ที่คุณพ่อคุณแม่ใฝ่ฝันอยากจะครอบครองซักคันหนึ่ง จนนำมาสู่การตั้งชื่อลูกหลานว่า “เบนซ์” ในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในประเทศไทย

เบนซ์ 2

“The Meaning of Benz” เมื่อเบนซ์ชวนหาคำตอบเบื้องหลังชื่อเบนซ์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ “เบนซ์ – ธนชาติ” ผู้กำกับหนังโฆษณาจาก Salmon House ในการตามหาและนำคนชื่อ “เบนซ์” ที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันทั้งอายุ เพศ และอาชีพ มานั่งสัมภาษณ์ถึงที่มาของชื่อและแรงบันดาลใจของพ่อแม่รวมถึงผู้ใหญ่ในบ้านในการตั้งชื่อลูกหลานว่า “เบนซ์” โดยที่ส่วนใหญ่จะได้แรงบันดาลใจมาจากแบรนด์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ทั้งจากการเป็นรถคันแรก รถที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ และอีกหลายเหตุผลที่คุณสามารถหาคำตอบว่าทำไมเพื่อน ๆ คนรู้จัก หรือคนที่รักของคุณ ถึงมีชื่อว่า “เบนซ์” ผ่านวิดีโอ “The Meaning of Benz” https://mb4.me/5T6zNQPx

นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังอยากเชิญชวนทั้งคนที่มีชื่อเบนซ์ หรือมีเพื่อนชื่อเบนซ์ มาสัมผัสประสบการณ์อันเหนือระดับและหาคำตอบด้วยตัวคุณเองว่าทำไมเมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจคู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ได้ที่งาน Motor Show 2024 โดยมีไฮไลท์พิเศษในการนำอีกหนึ่งเบนซ์ “เบนซ์ – ธนวัต” ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่รู้จักกันในชื่อ Bloody Hell Big Head มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Icon of Inspiration” ที่จะสะท้อนออกมาในรูปแบบขององค์ประกอบในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถยนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทย

เบนซ์ 3

สามารถลงทะเบียนลุ้นรับบัตรเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม – 15 มีนาคม 2567 ผ่านช่องทาง https://mb4.me/sLtTFS1Z พบกับทัพยนตรกรรมกว่า 20 รุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2024 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567

รับข้อเสนอพิเศษเดียวกับ Motor Show ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“เปอโยต์-จี๊ป” ประเทศไทย คว้ารางวัล Car of The Year 2024

0
ปอโยต์ และ จี๊ป ถาพเปิด

เปอโยต์ และ จี๊ป ประเทศไทย ภายใต้บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่าย แบรนด์รถยนต์ฝรั่งเศส เปอโยต์ และ จี๊ป ราชาออฟ-โรดสัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย คว้ารางวัล Car of The Year 2024

ปอโยต์ และ จี๊ป 1

เปอโยต์ 2008 ได้รับรางวัล เอสยูวีเครื่องยนต์เบนซินยอดเยี่ยม ต่ำกว่า 1,200 ซีซี หรือ ‘BEST PETROL SUV UNDER 1,200 c.c.’

และ เปอโยต์ 5008 ได้รับรางวัล เอสยูวีเครื่องยนต์เบนซินยอดเยี่ยม ต่ำกว่า 1,600 ซีซี หรือ ‘BEST PETROL SUV UNDER 1,600 c.c.’ ส่วน จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู ได้รับรางวัล ออฟ-โรด ขับเคลื่อน 4 ล้อยอดเยี่ยม หรือ ‘Best 4×4 OFFROAD’

ปอโยต์ และ จี๊ป 3

โดยมี สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ประกิต สุทธินิรันด์กุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลจาก ดร.ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ประกอบด้วยสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ เดอะ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

“SUZUKI ERTIGA HYBRID” คว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี  Thailand Car of the Year 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถอเนกประสงค์สุดคุ้มค่า

0
SUZUKI ERTIGA HYBRID ภาพเปิด

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัล Car of the Year 2024 หรือ รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 จากรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง SUZUKI ERTIGA HYBRID ตอกย้ำความโดดเด่นในคุณภาพของสินค้า ที่เต็มไปด้วยความคุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

SUZUKI ERTIGA HYBRID 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร และ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัล Car of the Year 2024 หรือ รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในปีนี้ ซูซูกิ สามารถคว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมมาครองจำนวน 1 รางวัล

รายชื่อรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ได้แก่

SUZUKI ERTIGA HYBRID ได้รับรางวัล BEST HYBRID MINI MPV

โดยในงานพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก ดร.ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบ พร้อมด้วยนายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2024 และ นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จัดขึ้นที่ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

SUZUKI ERTIGA HYBRID 2

สำหรับ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ติดตั้ง เทคโนโลยี SMART HYBRID ในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง  ซึ่งถูกออกแบบมาให้พร้อมตอบโจทย์ในการใช้งาน ยกระดับชีวิตสู่ความสมาร์ทในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยี SHVS เทคโลยีระบบสมาร์ทไฮบริดแบบใหม่ของซูซูกิ ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ช่วยเสริมกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ มีผลทำให้ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ นอกจากจะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ยังเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร

ทั้งนี้ รางวัล Car of the Year 2024 จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์นชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน พร้อมให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงเพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

SUZUKI ERTIGA HYBRID 4

ซึ่ง ซูซูกิ ก็มีแนวคิดอันมุ่งมั่นที่ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่าในทุกๆ ด้านแก่ลูกค้า  รวมถึงการเอาใจใส่ในการพัฒนาและปรับปรุงยกระดับงานบริการหลังการขายของโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ

 

 

“NETA” เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อตลาดเมืองไทยแล้ว ประเดิมผลิตรุ่นแรก NETA V-II พร้อมส่งมอบลูกค้าคนไทยเมษายนนี้เป็นต้นไป

0

NETA ประกาศเริ่มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จากโรงงานในประเทศไทยเพื่อส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยให้ลูกค้าคนไทยอย่างเป็นทางการภายหลังจากได้รับการรับรองมาตรฐานและเอกสารอนุมัติประกอบกิจการการผลิตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐของไทย นับเป็นโรงงานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกของ NETA นอกประเทศจีน และยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมในกรุงเทพ ประเดิม NETA V-II เป็นรุ่นแรกซึ่งจะพร้อมส่งมอบลูกค้าคนไทยเมษายนนี้เป็นต้นไป

มร. ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนเต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้เริ่มเปิดสายพานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์ นี้ เป็นรุ่นแรก ทั้งนี้ NETA V-II ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยล็อตแรกจะทยอยส่งมอบถึงมือลูกค้าคนไทยได้ตั้งแต่เมษายนนี้เป็นต้นไป

“มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลไทยถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนภาคการลงทุนที่ทำให้เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ NETA เราพร้อมสนับสนุนโนยบายภาครัฐของไทยอย่างเต็มที่และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น การได้รับเอกสารอนุมัติและรับรองการประกอบกิจการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NETA และมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของเราในระดับสากล โดยNETA พร้อมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ พร้อมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย และมีระบบความปลอดภัยครบครัน ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อคนไทยทุกคนครับ” มร. ชู กังจื้อ กล่าว

สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ในประเทศไทยเป็นความร่วมมือระหว่าง NETA กับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด นับเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% แห่งแรกของ NETA ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร “พระนครฟรีโซน” นิคมอุตสาหกรรมบางชัน พื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้โรงงานในประเทศไทยนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของแผนงานระดับสากลของ NETA ที่ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนสร้างฐานการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานการผลิตในระดับสากลของ NETA เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคอาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนาในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยโรงงานในประเทศไทยแห่งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ทำให้สามารถส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมที่ทันสมัยรุ่นต่างๆ เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้เป็นอย่างดี

NETA V-II 1

นอกเหนือจากการจัดตั้งโรงงานในประเทศไทยเพื่อรองรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศแล้ว NETA มีแผนเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ด้วยการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยอย่างน้อยปีละ 1 รุ่น ยิ่งไปกว่านั้นจะมีการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของ NETA ให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์และเน้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับลูกค้า NETA

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023 9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่;
•Facebook : Neta Auto Thailand
•Neta Line Official : @netaautothailand
•Website : www.neta.co.th

 

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ค่ายผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์แห่ร่วมงาน

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินแตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 45 เชื่อตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์จะกลับมาคึกคัก หลังผู้ผลิตรถชั้นนำทั้งยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และเวียดนาม ตบเท้าเข้าร่วมงานมากถึง 49 แบรนด์

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เปิดเผยว่า “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Mobility of Joyful Experiences” : ประสบการณ์แห่งความสนุกของทุกการเดินทางเมื่อถนนแห่งเทคโนโลยียานยนต์และการดำรงชีวิตเดินทางมาบรรจบกัน ความสวยงามของยานยนต์เทคโนโลยีที่ท้าทายสะท้อนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เติมเต็มความสุข และประสบการณ์แห่งความสนุกของทุกการเดินทาง” พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับประเทศ”

สำหรับการจัดงานในปีนี้ โดยรวมแล้วมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานกลับมาเติบโตเทียบเท่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ถือเป็นการขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด และเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แม้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์จะลดลง แต่เชื่อว่า ด้วยจุดเด่นของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่รวบรวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องไว้ในงานเดียวจะเป็นตัวกระตุ้นให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ยังคงได้รับความร่วมมือจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย, สมาคมวิศวะกรรมยานยนต์ไทย, สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, สมาคมระบบขนส่งการจราจรอัจฉริยะ, และ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระ บรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นอย่างดีในการจัดงาน

คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เปิดเผยว่า “งานในปีนี้ ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานกว่า 49 แบรนด์ และมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวไม่น้อยกว่า 20 รุ่น ซึ่งในปีนี้ มีรถ Hyper Concept อย่าง Mercedes-Benz Vision ONE-ELEVEN และ Nissan Hyper Tourer Concept มาร่วมสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี รถไฮไลท์ภายในงาน อาทิ Lotus Eletre Blends Electric Hyper SUV รถสปอร์ตอเนกประสงค์ขุมพลังไฟฟ้า 100%, Lotus EMIRA ทั้งรุ่น I4 และ V6 Supercharged,  The NEW JEEP WRANGLER 2024, New Volvo EX30 รถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ หรือจะเป็นรถสัญชาติจีน อย่าง CHANGAN ที่เปิดตัว LUMIN MINI EV ครั้งแรกในงาน ขณะที่ค่าย MG เตรียมเปิดราคา MG4 D Facelift อย่างเป็นทางการ ตามมาด้วย HONRI ที่เปิดตัว BOMA รถไฟฟ้าขนาด 4 ที่นั่ง เช่นเดียวกับรถสัญชาติเวียดนาม อย่าง VINFAST เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้า VF 7 และรถกระบะไฟฟ้าต้นแบบ VF wild

ขณะที่ค่ายรถจักรยานยนต์ Honda เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ MOTOCOMPACTO ดีไซน์กระเป๋าเดินทาง กับ UNI-ONE วีลแชร์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องพึ่งคนเข็น

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากบรรดาค่ายรถต่างๆ ในการออกแบบและตกแต่งบูธ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมงานให้เข้าไปเยี่ยมชมสินค้า ซึ่งการออกแบบบูธของแต่ละค่ายต่างได้รับการพิจารณาอนุมัติโดย

บริษัทแม่ในต่างประเทศ และใช้งบในการออกแบบก่อสร้างค่อนข้างสูง ซึ่งคาดว่า จะทำให้บรรยากาศของงานในปีนี้จะกลับมาเต็มไปด้วยสีสันเช่นเดิม

“อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่า การเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน และเวียดนาม จะทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีสีสันมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะเลือกใช้รถยนต์ตามความต้องการได้ในราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญผู้เข้าชมงานสามารถเลือกชมเลือกซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกแบรนด์ ทุกรุ่น และทุกเคมเปญ ที่มีจำหน่ายในประเทศได้ภายในงานเดียวอีกด้วย”

ทำให้การจัดงานฯ ในครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ มีการปรับเพิ่มวันสำหรับสื่อมวลชน หรือ Press day เป็น 2 วันด้วยกัน คือ วันที่ 25 และ 26 มีนาคม 2567 เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับสื่อมวลชนทุกๆท่าน ให้ได้

ทำงานกันอย่างเต็มที่ โดยที่ตารางเวลาสำหรับการนำเสนอของแต่ละแบรนด์ไม่อยู่ในช่วงเวลาเย็นเกินไป สำหรับตารางเวลาการนำเสนอของแต่ละแบรนด์ ท่านสามารถ download ทาง www.motorshow.in.th

กำหนดการจัดงานฯ

วัน V.I.P :  วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 12:00 – 20:00 น.
วัน 1st Press Day : วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10:30 – 20:00 น.
วัน 2nd Press Day วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 9:59  – 18:00 น.

 

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

วันสำหรับประชาชนทั่วไป : วันพุธที่ 27 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 รวมระยะเวลา 12 วัน
วันเสาร์-วันอาทิตย์             เวลา 11:00 น. – 22:00 น.
วันธรรมดา                     เวลา 12:00 – 22:00 น.
สถานที่จัดงาน : อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 และ อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4, อิมแพค เมืองทองธานี

 

“สำหรับเป้าหมายการจัดงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตทั้งในด้านผู้เข้าชมงานและยอดจองรถภายในงานเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากปัจจัยบวกในหลายด้าน โดยเฉพาะการเข้ามาของผู้ผลิตรถรายใหม่ๆ ดังนั้น เชื่อว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จะประสบความสำเร็จอย่างเช่นที่เคยผ่านมาได้อย่างแน่นอน” คุณจาตุรนต์ กล่าวทิ้งท้าย

คุณอโณทัย  เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานการจัดงานฯ กล่าวว่า “สำหรับการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ในครั้งนี้ ผมในฐานะรองประธานจัดงานรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่า ภายในงาน นอกจาก รถยนต์ รถยนต์จักรยานยนต์ และของตกแต่งที่มีให้เลือกชม เลือกซื้อกันแล้ว ทางผู้จัดยังได้เตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับผู้เข้าชมอย่างมากมาย”

นอกจากนี้ ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยในปีนี้มีสื่อจากทั่วโลกเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเข้าชมงานมาแล้วมากกว่า 300 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ประมาณ 200 ราย และคาดว่าจะสามารถกระจายข่าวสารของงานผ่านสื่อต่างๆ ครบทุกแพลตฟอร์มกว่า 1,000 สื่อทั่วโลก นั่นแสดงให้เห็นว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ของไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นงานอีเว้นท์ในระดับโลกอย่างแท้จริง

สำหรับกิจกรรมที่ได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับผู้เข้าชมงาน เรายังดงมีกิจกรรม Digital Motor Sport ซึ่งทางผู้จัดได้เตรียมเครื่องเล่น Simulator สเปคเดียวกับที่ใช้ในการแข่งขัน FIA Motor Sport Game ให้ผู้เข้าชมงานได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันรถยนต์ในรูปแบบ eRacing อีกด้วย เนื่องจากในปีนี้ทาง FIA Motor Sport Game ได้เปลี่ยนเกมที่ใช้ในการแข่งขันจากเกม Gran Turismo มาเป็นเกม Assetto Corsa Competizione ซึ่งเป็นเกมแข่งขันรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้น การจัดการแข่งขันในปีนี้ ทางผู้จัดจึงเลือกใช้เกม Assetto Corsa Competizione

ซึ่งในปีที่ผ่านมา ทางผู้จัดได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ASIA PACIFIC MOTORSPORTS CHAMPIONSHIP 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักกีฬา eRacing ของไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน FIA Motor Sport Game ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้อีกด้วย

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  และรองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 45 ปี ของการจัดงาน เราได้พัฒนารูปแบบของการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการพื้นที่ การปรับเปลี่ยนกฏกติกาในการออกแบบ รวมถึงระยะเวลาในการก่อสร้างบูธ ทั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้ไอเดียในการจัดแสดงสินค้าของตนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละปีผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับดีไซน์และวิธีการนำเสนอสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ จากผู้เข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี”

นอกจากเราจะให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ และรูปแบบของงานแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานด้วยเช่นกัน เราได้พัฒนาระบบต่างๆ ขึ้นมารองรับ และอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าชมงาน และผู้เข้าร่วมงานมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปีนี้ ทางผู้จัดงานฯ ยังได้พัฒนา LINE Official Account หรือ Line OA  ในชื่อ GrandPrix.Group ขึ้นมาต่อจากปีที่แล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อบัตร หรือ ใช้ในการลงทะเบียนเข้าชมงาน และที่ยังใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร ระหว่างบริษัทฯ กับผู้บริโภคในการส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางด้านยานยนต์ รูปแบบการให้บริการใหม่ๆ

ทั้งกลุ่ม Auto และ กลุ่ม Lifestyle ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นมาต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

อีกทั้ง ยังได้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูล Grand Prix Data Center และการนำ Ai ของระบบ FullLoop มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้บริษัทฯ นำมาพัฒนาสิ่งที่จะนำเสนอต่อผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงาน ได้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญของการดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดี หรือ Customer Experience (CX) มาโดยตลอด เพราะการสร้างความประทับใจในใจผู้บริโภคจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการอีกครั้งในอนาคต

ในปีนี้เรายังได้จับมือร่วมกับ TikTok Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สำหรับทำ TikTok Motor Show Official ขึ้นมา และมีกิจกรรม TikTok Hashtah Challenge ให้ได้ร่วมสนุกกันด้วย ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดให้ใช้ Hashtag ดังนี้คือ  #MotorShow2024 , #GrandPrixMotorShow , #TikTokรักรถ ให้ได้ร่วมสนุกชิงรางวัลกันด้วย

ด้านคุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้า/ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกไฮไลท์ของงาน “ นอกจากนี้ ทางผู้จัดยังได้ขยายพื้นที่จัดแสดงไปยังอาคาร อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 รวมพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร กว่า 76,000 ตารางเมตร จากเดิมอยู่ที่ 60,000 ตารางเมตร โดยใช้งบลงทุนไปกว่า 300 ล้านบาท ถือว่าพิเศษและยิ่งใหญ่มากกว่าทุกๆ ปี  โดยในส่วนของ ฟอรัม ฮอลล์ 4 เป็นส่วนพื้นที่ของการจัดแสดงยานยนต์ มอเตอร์โฮม อุปกรณ์กรณ์ตกแต่งรถยนต์  Glamping Zone  และ ไฮเปอร์คาร์  ซุปเปอร์คาร์ คลาสสิคคาร์ ที่หาชมได้ยาก อาทิ Lamborghini Countach LPI 800-4 ที่มีเพียง 112 คัน ทั่วโลกเท่านั้น และคันสุดท้ายเรานำมาจัดแสดงอยู่ในงานเราให้ได้ยลโฉมกันแล้ว  นอกจากนี้ยังมี   Lamborghini Aventador LP770-4 SVJ 63 Roadster  Lamborghini Gallardo LP570-4 Squadra Corse   Rolls-Royce Phantom Tempus   Rolls-Royce Dawn Landspeed   NISSAN GTR T-spec  Mclaren 720S และ  Mclaren Speedtail  ที่มีราคากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นไฮไลท์ สำคัญหนึ่งของการจัดงานในครั้งนี้

มูลค่าที่นำมาจัดแสดงรวมกว่า 1,300 ล้านบาท บนพื้นที่ 11,600 ตารางเมตร  นอกจากนี้เรายังนำบูธ สินค้าลิขสิทธ์์ Line Friend มาไว้ที่งาน เอาใจแฟนๆหมี Brownและผองเพื่อน ให้ได้มาเช็คอินถ่ายรูปสวยๆกัน พร้อมสนุกกับตู้คีบ กาชาปองอีกด้วย”

ราคาบัตรเข้าชมงาน ยังคงราคา 100 บาท และพิเศษสุดสำหรับแฟนพันธุ์แท้ร่วมสัมผัสความเหนือระดับ ในงาน Motor Show ครั้งที่ 45 กับ VIP Diamond Lounge ประสบการณ์ที่จะทำให้การชมงานพิเศษมากขึ้น ตลอดช่วงการจัดงานทั้ง 14 วัน ในราคา 999 บาทสามารถเข้าชมงานได้ทุกวัน พักผ่อนทาน ของว่างและเครื่องดื่ม มีที่จอดรถและรับของที่ระลึก ร่วมรับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ ไฟฟ้า LUMIN และรถจักรยานยนต์ 4 คัน จากแบรนด์ HONDA YAMAHA KAWASAKI และ SUZUKI สำหรับผู้ซื้อบัตรเข้าชม

สำหรับผู้จองซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภายในงาน ฯ ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ MG4 Electric D Vesion และรถจักรยานยนต์ ZEEHO AE6+

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 7 เมษายน 2567 โดยเปิดให้เข้าชมงานเวลาตั้งแต่เวลา 12.00 22.00 น. ในวันธรรมดา และจะเปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เวลา  11:00 -22.00 น. ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ