Home Blog Page 170

เคล็ดลับทำความสะอาด ‘ฟอร์ด เรนเจอร์’ หลังออกทริปช่วงหยุดยาว

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ 1

หลังจากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวที่เพิ่งผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงเผชิญกับคราบสกปรกที่ติดมากับรถ โดยเฉพาะหากคุณใช้รถที่ออกแบบมาเพื่อการผจญภัยในทุกเส้นทางอย่าง ‘ฟอร์ด เรนเจอร์’ กิจกรรมวันหยุดของคุณอาจเป็นการตะลุยโคลนบนเส้นทางออฟโรด พาครอบครัวไปเที่ยวทะเลแล้วมีคราบทรายและน้ำเค็มติดมา หรือสาดน้ำประแป้งสงกรานต์จนรถเลอะเทอะ ฟอร์ดขอแนะนำเคล็ดลับการทำความสะอาดรถฟอร์ด เรนเจอร์ ให้สะอาดหมดจด หลังผ่านการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน

ฉีดน้ำล้างดินและโคลนออกก่อน

การขับรถบนเส้นทางออฟโร้ด มีโอกาสสูงว่าจะมีดินโคลนติดเข้าไปในซุ้มล้อ ช่วงล่างหรือส่วนอื่นๆ ของรถ ฟอร์ดแนะนำให้ใช้สายยางแรงดันสูงฉีดล้างโคลนใต้ท้องรถและบริเวณซุ้มล้อออกก่อน หรือหากใครมีสนามหญ้าที่ติดตั้งสปริงเกลอร์ไว้ด้วย ก็สามารถใช้สปริงเกลอร์ฉีดพ่นน้ำใส่ใต้ท้องรถ ซึ่งนอกจากจะทำให้โคลนหลุดออกมาง่ายแล้ว วิธีนี้ยังทำให้โคลนหลุดลงบนสนามหญ้าโดยไม่ต้องเสียเวลาฉีดล้างพื้นลานจอดรถอีกด้วย

จากนั้น ควรตรวจดูใต้ท้องรถและซอกต่างๆ ให้ละเอียดว่ายังมีโคลนติดอยู่ที่ส่วนไหนอีก ไม่ควรใช้สายยางแรงดันสูงฉีดล้างในระยะใกล้เกินไปเพราะหากมีส่วนที่โดดหินดีด สีรถอาจะหลุดลอกออกมาได้ หากล้างรถที่บ้านควรใช้สายยางทำสวนฉีดไล่โคลนออกให้หมดจนกว่าน้ำล้างรถจะใสสะอาด อย่าลืมฉีดล้างไปที่แหนบด้วยเพราะคราบโคลนที่ติดสะสมอยู่อาจทำให้เกิดเสียงดังเวลาขับขี่ได้ และควรตรวจดูให้แน่ใจว่าตามร่องต่างๆ รวมถึงประตูรถไม่มีคราบโคลนติดอยู่

หลังลุยน้ำทะเลมาต้องทำความสะอาดทันที

หากคุณนำฟอร์ด เรนเจอร์ ไปลุยน้ำทะเล ลุยทราย หรือแม้แต่พื้นที่ใดก็ตามที่รถต้องสัมผัสกับน้ำเค็ม จำเป็นต้องทำความสะอาดช่วงล่างของรถอย่างทั่วถึงให้น้ำเค็มและทรายหลุดออกไปด้วยการล้างรางแชสซีด้วยสายยางและน้ำสะอาดจนกว่าน้ำล้างรถจะใส จากนั้นจึงทำความสะอาดใต้ท้องรถด้วยการใช้สายยางที่บ้าน หรือสายยางแรงดันสูงเช่นเดียวกับการล้างโคลน

ใช้แชมพูสำหรับล้างรถเท่านั้น

เมื่อทำความสะอาดโคลนหรือทรายในขั้นต้นแล้ว จึงใช้แชมพูล้างทำความสะอาดรถ ซึ่งการล้างรถด้วยมือโดยใช้สายยางและถังน้ำที่มีอยู่ที่บ้าน ถือเป็นวิธีง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และยังช่วยให้คุณได้สังเกตว่ามีส่วนไหนของรถที่ผิดปกติหรือไม่ ที่สำคัญ ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาทำความสะอาดอื่นๆ มาล้างรถ ควรใช้แชมพูสำหรับล้างรถเท่านั้น แนะนำให้เตรียมถังน้ำสำหรับล้างรถ 2 หรือ 3 ถัง ถังแรกสำหรับล้างตัวถัง ถังที่สองสำหรับล้างยางและล้อ และถังสุดท้ายสำหรับใส่น้ำสะอาด โดยเริ่มจากผสมแชมพูล้างรถที่ต้องการลงในสองถังแรกตามปริมาณที่คู่มือแนะนำ จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบแชมพูล้างรถและทำความสะอาดจากด้านบนลงมาด้านล่างให้โคลนค่อยๆ หลุดออก หมั่นบีบน้ำสกปรกออกจากฟองน้ำในถังน้ำสะอาดเพื่อไม่ให้สิ่งสกปรก คราบกรวด หรือโคลนไปผสมในถังแชมพู แล้วจึงฉีดน้ำล้างแชมพูออก

หากรถฟอร์ด เรนเจอร์ ของคุณตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์หรือมีลวดลายกราฟิกที่ข้างตัวรถ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการล้าง การใช้มือและการใช้สายยางธรรมดาล้างรถถือเป็นวิธีที่ดีกว่าการใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูง หากจำเป็นต้องใช้สายฉีดแรงดันสูงควรปรับหัวฉีดเป็นแบบละออง ไม่ควรใช้สายฉีดเข้าใกล้พื้นผิวรถมากกว่า 300 มม. และควรฉีดน้ำตรงๆ เข้าไปที่ตัวรถ ไม่ควรฉีดจากมุมบนหรือล่าง เพราะอาจทำขอบลายสติ๊กเกอร์หรือกราฟิกเสียหายและหลุดลอกได้

ทำความสะอาดล้อและยาง

การทำความสะอาดล้อและยางสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของรถ เพราะหากมีโคลนเกาะอยู่ในซุ้มล้ออาจส่งผลให้ศูนย์ล้อเพี้ยนได้ ควรใช้ฟองน้ำเฉพาะแยกกับฟองน้ำที่ใช้ล้างตัวรถ หรือใช้แปรงขัดล้อชุบแชมพูในถังที่เตรียมไว้สำหรับล้างล้อและยาง แล้วขัดทำความสะอาดตามซอกต่างๆ ให้มั่นใจว่าไม่เหลือก้อนโคลนเกาะติดอยู่ข้างใน

ทำความสะอาดห้องเครื่อง

สิ่งสกปรกที่เข้าไปติดอยู่ตามซอกมุมใต้ท้องรถได้ ก็เข้าไปถึงห้องเครื่องได้เช่นกัน เราจึงควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดภายในห้องเครื่อง ควบคู่กับการตรวจสอบของเหลว ทั้งน้ำฉีดกระจก น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง และน้ำยาหล่อเย็นไปพร้อมกัน ข้อควรระวังในการทำความสะอาดห้องเครื่องคือ ห้ามใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดตรงไปที่ห้องเครื่องโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สายไฟภายในเสียหายหรือถึงขั้นทำให้ครีบหม้อน้ำงอได้ ก่อนสัมผัสใต้ฝากระโปรง ควรดับเครื่อง และปล่อยให้เครื่องยนต์หายร้อนก่อนเสมอ

สิ่งที่ควรทำก่อนทำความสะอาดห้องเครื่องคือ การคลุมแบตเตอรี่ กล่องกระจายไฟ และชุดกรองอากาศด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันความเสียหาย ห้ามล้างคอยล์จุดระเบิด สายหัวเทียนและหัวเทียนเด็ดขาด เมื่อคลุมส่วนประกอบต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นขจัดเศษต่างๆ ที่สะสมอยู่บริเวณฐานกระจกหน้ารถ อย่าลืมถอดฝาครอบเครื่องยนต์ออกก่อนฉีดน้ำยาทำความสะอาดเครื่องยนต์ จากนั้นใช้น้ำยาล้างห้องเครื่องหรือแชมพูล้างรถที่ได้มาตรฐาน ฉีดสเปรย์ไปที่ห้องเครื่องตามคำแนะนำในคู่มือ โดยฉีดพ่นจากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อล้างห้องเครื่องให้สะอาด เมื่อเสร็จแล้วอย่าลืมถอดพลาสติกที่คลุมชิ้นส่วนต่างๆ ไว้ให้หมด

ทำความสะอาดภายในรถ

การทำความสะอาดภายในรถทำได้ง่ายๆ เพียงใช้เครื่องดูดฝุ่น ผ้าเช็ดทำความสะอาด น้ำยาเช็ดกระจกรถยนต์ และออกแรงเช็ดทำความสะอาดอีกนิดหน่อย เริ่มจากถอดผ้ายางปูพื้นรถและผ้าคลุมเบาะออกก่อนที่จะเริ่มดูดฝุ่นบนพรมและเบาะนั่ง อย่าลืมทำความสะอาดผ้ายางปูพื้นด้วยฟองน้ำชุบสบู่ ล้างน้ำ และตากให้แห้ง จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดพื้นผิวภายในรถทั้งหมด สุดท้ายควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกที่ไม่ผสมแอมโมเนียทำความสะอาดกระจกรอบคัน โดยฉีดสเปรย์และเช็ดจากด้านใน

เพียงเท่านี้ฟอร์ด เรนเจอร์ ของคุณก็จะสะอาดเอี่ยม พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไป

“ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน” สร้างประวัติศาสตร์เป็นรถกระบะ ดับเบิ้ล แค็บ รุ่นแรกคว้ามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 5 ดาว จาก ANCAP 2024

0
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความสำเร็จ จากการที่ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน รถกระบะขนาด 1 ตัน ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว จาก ANCAP (Australasian New Car Assessment Program) ปี 2567 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ ที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดย ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะดับเบิ้ล แค็บ 4 ประตูรุ่นแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการทดสอบประจำปี 2566 – 2568 และนับเป็นความสำเร็จต่อเนื่องจากการที่ ออล-นิว ไทรทัน ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว จากการทดสอบการชนของรถยนต์ใหม่ โดย ASEAN NCAP4 ในปี 2566 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ที่ออกจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นสานต่อปรัชญาของบริษัทฯ ในการนำเสนอมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อนำไปสู่สังคมการเดินทางที่มีสถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ผ่านความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย และการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านการจราจร

ออล-นิว ไทรทัน มอบความปลอดภัยเหนือระดับด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE5 (Reinforced Impact Safety Evolution) ที่มีความแข็งแกร่งสูง สามารถรองรับแรงปะทะและลดการยุบตัวของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนสภาพน้อยที่สุด พร้อมด้วยเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัย SRS 8 ตำแหน่ง6 (สำหรับรุ่นดับเบิ้ล แค็บ
ที่จำหน่ายในออสเตรเลีย) ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารด้วยระดับความปลอดภัยขั้นสูง เสริมด้วยระบบความปลอดภัยเพื่อยกระดับสมรรถนะความปลอดภัยในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC – Active Stability Control) ที่ช่วยควบคุมการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง ในสภาวะที่รถเสียสมดุล และ ระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM – Forward Collision Mitigation) ที่มีการตรวจจับคนเดินถนนและผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ซึ่งถูกติดตั้งให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 1

ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีต้นกำเนิดจากรถรุ่น ฟอร์เต้ (Forte) ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2521 ก่อนจะได้รับการผลิตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 45 ปี มากกว่า 5 เจนเนอเรชั่น ด้วยจำนวนการผลิตกว่า 5.7 ล้านคัน ที่จัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และกลายเป็นรถรุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

ด้วยการพัฒนาภายใต้แนวคิด “พลังแกร่งคู่ใจสายลุย” (Power for Adventure) ออล-นิว ไทรทัน เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นที่ได้รับการยกระดับและพัฒนาขึ้นใหม่นับตั้งแต่ดีไซน์ภายในและภายนอก ไปจนถึงแชสซีส์ใหม่ เฟรมหรือโครงรถแบบขั้นบันไดใหม่ และเครื่องยนต์ใหม่ โดยได้รับการเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตในเดือนกรกฎาคม 2566 ก่อนที่จะเปิดตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตามด้วยประเทศญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเดือนมีนาคม และมีกำหนดที่จะเปิดตัวในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

1. ไทรทัน ได้รับการจัดจำหน่ายในชื่อ L200 ในบางประเทศ
2. ครอบคลุมรุ่นดับเบิ้ล แค็บ ทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ
3. ANCAP คือ Australasian New Car Assessment Program
4. ASEAN NCAP คือ New Car Assessment Program for Southeast Asian Countries
5. โครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE คือ Reinforced Impact Safety Evolution
6. อุปกรณ์ขึ้นอยู่กับประเภทตัวถังและรุ่นย่อย

“นิสสัน” เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบภายใต้แนวคิด “NEV” สี่รุ่น ในงาน Beijing Motor Show

0
นิสสัน ภาพเปิด

นิสสันเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบที่มาพร้อมแนวคิด (New Energy Vehicle – NEV) หรือ รถยนต์พลังงานใหม่ สี่รุ่น ในงาน Auto China 2024 ภายใต้ธีม “นิสสันใหม่สำหรับยุคใหม่ของประเทศจีน” หรือ “A new Nissan for a new era in China” รวมถึงจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น ทั้งนี้นิสสันยังประกาศจะเปิดตัว NEV อีกหนึ่งรุ่นในตลาด มากกว่าที่เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะทำให้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึงห้ารุ่นภายในปีงบประมาณ 2026

นิสสัน 1

มาโคโตะ อูชิดะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน (Makoto Uchida – Nissan President and Chief Executive Officer) กล่าวว่า “เพื่อความยั่งยืนในตลาดจีนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นิสสันมุ่งมั่นที่จะปรับกลยุทธ์ตามที่เราประกาศในแผนธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ ภายใต้ชื่อ ‘The Arc’ โดยเริ่มต้นด้วยรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV ที่เปิดตัวในงาน ทั้งนี้นิสสันจะสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สมดุลของรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย และสามารถแข่งขันได้ ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าตื่นเต้นให้กับลูกค้าทุกคนในประเทศจีน”

รถยนต์ต้นแบบแนวคิดยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ New Energy Vehicle – NEV สี่รุ่น มีรถยนต์ไฟฟ้า EVs 2 รุ่น และ ปลั๊กอินไฮบริด 2 รุ่น ที่เกิดจากความร่วมมือกับ ตง เฟิง (Dong Feng) ซึ่งเป็นพันธมิตรในประเทศจีน และมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของการเดินทางในอนาคตของลูกค้าในประเทศจีนให้ดีขึ้น

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Epoch เป็นรถยนต์ซีดานไฟฟ้า สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในเมือง และชานเมือง ทีมีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบสินค้าที่มีดีไซน์ และเทคโนโลยี มาพร้อมแนวคิดของการใช้ AI และ Internet of Things (IOT) รวมถึงผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริงที่ช่วยทำให้ชีวิตง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านการสื่อสารที่คำนึงถึงอารมณ์ของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร

นิสสัน 6

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Epic เป็นรถยนต์แบบ SUV ไฟฟ้าที่เหมาะกับคู่รักในเมือง ที่ชอบผจญภัย และสำรวจสิ่งใหม่ๆ ในสุดสัปดาห์ ด้วยระบบการขับขี่อัตโนมัติสำหรับในเมือง และบนทางหลวง ตัวรถสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า แคมป์ไซท์ หรือสิ่งต่างๆที่ต้องการใช้พลังงาน มาพร้อมออนบอร์ดเทคโนโลยีที่รองรับการสร้างบรรยากาศต่างๆ ที่ทำให้ผู้โดยสารผ่อนคลาย

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Era รถยนต์ SUV แบบปลั๊กอินไฮบริด สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมือง โดยเหมาะสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีมุมมองต่อรถยนต์เสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง มาพร้อมระบบความบันเทิงที่เชื่อมต่อถึงกัน และที่นั่งแบบ Zero-gravity seat เทคโนโลยีควบคุมการขับขี่แบบ Advanced E-4orce รวมถึงระบบกันสะเทือนด้วยถุงลมที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการควบคุมรถ

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Evo รถยนต์ซีดาน แบบปลั๊กอินไฮบริด สำหรับการเดินทางไปพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ และสร้างช่วงเวลาพิเศษกับครอบครัว มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ และฟังก์ชั่นความปลอดภัยขั้นสูง และด้วยเทคโนโลยี AI ผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริงที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยส่งมอบการเดินทางที่ราบรื่น

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Hyper Force และ Nissan Hyper Punk ที่จัดแสดงในงาน Japan Mobility Show ในโตเกียวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศจีน

นิสสัน 8

 

 

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Hyper Force ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบความสุขที่ดีที่สุดในการขับขี่ในขณะที่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังสามารถให้ความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งรถ และนักเล่นเกม ที่พร้อมสัมผัสความร้อนแรงของสนามแข่ง

รถยนต์ต้นแบบ Nissan Hyper Punk ซึ่งถูกนำเสนอในรูปแบบดิจิทัล มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับการแสดงออกของแต่ละปัจเจกบุคคลทั้งในโลกเสมือนจริง และในการใช้งานจริง ด้วยเทคโนโลยี AI และ ชุด Biosensors แบบ headset ที่สามารถตรวจจับอารมณ์ของผู้ขับขี่ สามารถเลือกเพลง และบรรยากาศที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงาน และความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ใช้งาน

นอกจากการจัดแสดงถึงประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของนิสสันในเรื่องยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแล้ว นิสสันยังจัดแสดงรถแข่ง Formula E เจนเนอเรชันที่ 3 ของทีม Nissan Formula E ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกของ ABB FIA Formula E อีกด้วย

นิสสัน 5

กลยุทธ์ของนิสสันมาพร้อมหลักการที่ว่า “ในประเทศจีน และสำหรับประเทศจีน” หรือ “In China, for China” มุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่าขององค์กร และความสามารถในการแข่งขันโดยรวมในตลาดจีน เพื่อขยายการทำธุรกิจต่างๆ โดยนิสสันได้เปิดตัวแคมเปญแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า “ความตื่นเต้น โดย Ni” หรือ “Excitement by Ni” นับเป็นความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มีต่อนวัตกรรม และเพิ่มคุณค่าการใช้ชีวิตของผู้คน ในประเทศจีน ซึ่งผู้บริโภคกำลังใช้ชีวิตแบบใหม่ และมองหาโซลูชั่นของการเดินทางจากนวัตกรรมที่ชาญฉลาด และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ภายใต้แคมเปญใหม่นี้ นิสสันมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างความตื่นเต้น และเติมเต็มประสบการณ์การเคลื่อนที่ของลูกค้า

นอกจากนี้ นิสสันยังประกาศว่าจะร่วมมือกับ บริษัทชั้นนำในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ เพื่อนำข้อมูลในการสร้างความตื่นเต้นรวมถึงบริการที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligent – AI ให้กับลูกค้าในประเทศจีน และที่อื่น ๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในตลาดของประเทศจีน และภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ในการ “ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างวีถีชีวิตให้กับผู้คน” นิสสันกำลังเร่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อมอบประสบการณ์การเคลื่อนที่ในอนาคตอันน่าตื่นเต้น

 

“เอ็มจี” เผยยอด “NEW MG4 ELECTRIC” ช่วงไตรมาสแรก โตขึ้น 45% พร้อมเดินหน้าส่งมอบให้กับคนไทยต่อเนื่องตลอดปี

0
New MG 4

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยยอดขายในไตรมาสแรกของปี โดย NEW MG4 ELECTRIC ขึ้นแท่นรถอีวียอดนิยมในประเทศไทยคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมียอดขายสะสมทั่วโลก ณ ปัจจุบันมากกว่า 180,000 คัน ตอกย้ำการเป็นรถแฮทช์แบคอีวีรุ่นยอดนิยมทั่วโลก โดย เอ็มจี ได้นำรถรุ่นนี้เข้ามาผลิตในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคสามารถ เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

MG 4 1

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์ที่บุกเบิกตลาดอีวีในประเทศไทยให้ได้รับความนิยม โดย ณ ปัจจุบัน เราถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด ทั้งในรูปแบบของเอสยูวีอีวี รถสเตชันแวกอนอีวี รถแฮทช์แบคอีวี รถ e-MPV และรถโรดสเตอร์อีวี ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และรองรับการใช้งานที่แตกต่าง โดยเฉพาะรุ่น NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยตัวเลขยอดขายสะสมรวม ทั่วโลกกว่า 180,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี 10 เดือน ทั้งยังสร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญให้กับแบรนด์ เอ็มจี ในตลาดอีวีประเทศไทย โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในส่วนของยอดรวมทุกรุ่นของรถไฟฟ้า เอ็มจี สามารถสร้างสถิติครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในไตรมาสแรกด้วยสัดส่วน 14.7% โดยมียอดรวมทุกรุ่นกว่า 2,661 คัน”

MG 4 2

NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถแฮทช์แบคไฟฟ้าของ เอ็มจี โดยเป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ดีไซน์มาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ มาพร้อมหลากหลายจุดเด่น ที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่ขับสนุกเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ ถือเป็นโมเดลที่มีความครบครันทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า ด้วยราคาจัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 709,900 บาท ในรุ่น STANDARD RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 423 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และราคา 889,900 บาท ในรุ่น LONG RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง XPOWER ที่มาพร้อมมอเตอร์คู่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในราคาจำหน่ายที่ 1,119,900 บาท

MG 4 3

ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของและทดลองขับ NEW MG4 ELECTRIC ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพเอ็มจีทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองภายในเดือนเมษายนนี้ โดยติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.mgcars.com/th/Promotion/Detail/New-MG4-Electric-2024-Promotion

MG 4 5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

“เอ็มจี” เผยโฉมรถต้นแบบล่าสุด MG EXE181 ต่อสาธารณชนครั้งแรกที่งานปักกิ่ง ออโต้โชว์ 2024

0
MG EXE181 Pic Open

SAIC MOTOR CORPORATION นำรถต้นแบบรุ่นล่าสุดภายใต้ชื่อ MG EXE 181 เปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานปักกิ่ง ออโต้โชว์ ครั้งที่ 18 หรือ Beijing International Auto Show 2024 โดยรถรุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 415 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเร่งทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในชั่วพริบตาไม่ถึง 1 วินาที ออกแบบโดย SAIC Motor UK Advanced Design Center เพื่อแสดงให้เห็นถึงรถยนต์ไฟฟ้าในยุคอนาคตที่จะเกิดขึ้น โดยรถต้นแบบรุ่นนี้มีกำหนดนำไปจัดแสดงอีกครั้งในเทศกาล Goodwood Speed Festival 2024 ณ ประเทศอังกฤษ ในเดือนกรกฎาคมของปีนี้ โดยนอกจากรถรุ่นดังกล่าว ทางบริษัทฯ ยังได้นำรถยนต์รุ่นอื่นๆ กว่า 97 รุ่น โดยกว่า 70% ของรถที่นำมาจัดแสดงภายในบูธเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใส่ใจและความเอาจริงเอาจังในการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการส่งเสริมความยั่งยืนผ่านการคิดค้นเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมของบริษัทฯ

MG EXE181  7
เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักจากการสร้างสรรค์รถเพื่อการแข่งขันและสามารถสร้างความสำเร็จในสนามแข่งได้ในช่วงปี ค.ศ. 1920-1960 ซึ่งหนึ่งในรุ่นที่ถูกนำมาออกแบบเป็นรถต้นแบบ (Concept car) ภายใต้ชื่อ MG EXE 181 ในครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากรถที่เป็นตัวแทนของการทำระดับความเร็วสูงสุดที่เป็นสถิติถึง 410.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงปี ค.ศ. 1959-2014 โดย Mr. Phil Hill หนึ่งในแชมป์โลก F1 คนแรกของสหรัฐฯ โดยรถต้นแบบที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ ออกแบบโดย SAIC Motor UK Advanced Design Center เพื่อการยกย่องแบรนด์และการก้าวขึ้นสู่จุดสำคัญของโลกยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นตัวอย่างผลงานความสำเร็จจากความพยายามที่ยืนยาวของแบรนด์ในการมุ่งมั่นในเรื่องการแข่งขัน และการทำความเร็ว

MG EXE181  8
โดยรถต้นแบบ MG EXE 181 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 415 กม./ชม. พร้อมกับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่ 0.181 และสามารถทะยานเข้าสู่ “คลับ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซับ-1 วินาที” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของ เอ็มจี กับคำสัญญาของอนาคตในด้านนวัตกรรมและความเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ รถต้นแบบคันนี้ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งาน Beijing Auto Show ครั้งที่ 18 และมีแผนปรากฏตัวสู่สาธารณชนอีกครั้งที่ยุโรป ในงานระดับโลกอย่าง Goodwood Festival of Speed ในเดือนกรกฎาคมนี้

MG EXE181 9
ปี ค.ศ. 2024 นี้ถือเป็นปีที่สำคัญของ เอ็มจี ในโอกาสครบรอบหนึ่งศตวรรษ กับความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายยอดขายทั่วโลกให้ได้ 1 ล้านคัน ซึ่งหนึ่งในรุ่นไฮไลท์อย่าง MG CYBERSTER ถือเป็นหนึ่งในโมเดลเอกลักษณ์ของแบรนด์ เอ็มจี รุ่นล่าสุด โดยรถรุ่นนี้ได้รับรางวัลระดับโลกที่เกี่ยวกับการดีไซน์ ได้แก่ รางวัล German Red Dot Product Design Award 2024 รางวัล German iF Design Award 2024 และรางวัล G-Mark Excellent ของญี่ปุ่น ด้วยดีไซน์ของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและแฝงไปด้วยความคลาสสิกอย่างมีเอกลักษณ์ โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถโรดสเตอร์คลาสสิกอย่าง MGA และ MGB ประกอบกับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยรถ MG CYBERSTER ถือเป็นรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน โดยในครึ่งปีแรก MG CYBERSTER ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2.499 ล้านบาท และมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดหลายแห่งรวมถึงยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

MG EXE181 6

อีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งในประเทศไทยได้มีการเปิดตัวรุ่น XPOWER ที่มีสมรรถนะที่ทรงพลังสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.8 วินาที ในราคา 1,119,900 บาท นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน 2022 ที่ผ่านมา NEW MG4 ELECTRIC สามารถสร้างยอดขายรวมทั่วโลก ได้มากกว่า 180,000 คัน

MG EXE181 4

 

 

“NETA” เดินหน้าแผนงานในไทย ลงนาม MOU ร่วมรับสิทธิมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่สอง EV3.5

0
Neta Pic Open

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดย มร. ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่สอง หรือ EV3.5 ระหว่าง NETA กับกรมสรรพสามิต โดยมีคณะผู้บริหารของบริษัทฯ และตัวแทนของกรมสรรพสามิตร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องราชวัตร กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

Neta 1

“มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลไทยเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นแล้วยังเป็นการสนับสนุนภาคการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้นโดยมีกรมสรรพสามิตเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังและเต็มที่”

“การเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่สอง หรือ EV3.5 ในครั้งนี้ จะทำให้ NETA สามารถนำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมสู่ตลาดเมืองไทยได้หลากหลายรุ่นมากยิ่งขึ้นโดยจะเริ่มจากการแนะนำ NETA X รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Compact SUV โดดเด่นด้วยดีไซน์ มาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางตอบสนองไลฟ์สไตล์ความบันเทิงของคนรุ่นใหม่และฟังก์ชันการใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ตลาดประเทศไทยด้วยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายนนี้ และมีแผนแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นต่างๆ อย่างต่อเนื่องรองรับกับความต้องการของลูกค้าคนไทย ในขณะที่ NETA V-II ซึ่งผลิตจากโรงงานในประเทศไทยภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่หนึ่ง หรือ EV 3.0 จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป” มร.ชู กังจื้อ กล่าว

Neta 2

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023-9981 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่:
● Facebook : Neta Auto Thailand
● NETA Line Official : @netaautothailand
● Website : www.neta.co.th

“Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” พร้อมระเบิดความมันส์ทั้ง 5 สนาม

0
Toyota GAZOO Racing Pic Open

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 ณ TOYOTA ALIVE ถ.บางนา-ตราด กม. 3

 Toyota GAZOO Racing 1

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มบุกเบิกวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยเจตนารมณ์ที่จะยกระดับ และเพิ่มความนิยมในกีฬาประเภทนี้ให้แพร่หลาย ไม่ว่าจะด้วยการจัดการแข่งขัน ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และให้การสนับสนุนให้แก่ผู้ที่มีความฝัน ตั้งแต่ระดับเยาวชน ไปจนถึงนักแข่งระดับอาชีพ ให้ได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากความทุ่มเทในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง โตโยต้าได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในวงการนี้อย่างแท้จริง

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “สำหรับโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ตคือรากฐานในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า เราตระหนักว่า สภาพแวดล้อมที่สุดขีดของมอเตอร์สปอร์ต คือสนามที่ “รถลงวิ่ง เกิดปัญหา และมีการแก้ไขปรับปรุง จนเป็นรถที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม” และการเข้าการแข่งขัน จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะสะท้อนมายังไลน์อัพของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ให้กับลูกค้าของเรานั่นเอง”

 Toyota GAZOO Racing 2

“ในประเทศไทย ปีนี้เป็นปีที่โตโยต้ามอเตอร์สปอร์ต ดำเนินกิจกรรมเป็นปีที่ 38 เรามุ่งสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทย ผ่านความมุ่งมั่น เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า ปัจจุบัน เราร่วมมือกับ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (TMC) ที่ประเทศญี่ปุ่น และ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (TMA) เพื่อพัฒนายนตรกรรม ภายใต้สนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย”

“นอกจากนั้น เราขอเปิดตัวรถ 3 คัน ที่ล้วนใช้เชื้อเพลิงที่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้กลยุทธ์ความหลากหลายด้านทางเลือก เริ่มจาก Yaris e-fuel และ Ativ e-fuel ที่จะเข้าร่วมรายการ Yaris One Make Race และยังมี Yaris e-fuel ที่จะร่วมรายการ Thailand Super Series รวมถึง Altis e-fuel จะร่วมรายการ Idemitsu Super Endurance ขอให้ทุกท่านร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนนักแข่งจากทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand กันนะครับ”

 Toyota GAZOO Racing  2

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงการแข่งขันในปีนี้ว่า “ปีนี้ Toyota ยกระดับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตไปอีกขั้น ผ่านความร่วมมือระหว่างวิศวกรชาวไทย จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (TMA) และทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand ร่วมกันศึกษาและพัฒนาสมรรถนะรถในสนามแข่งจริง เราได้เตรียมรถทั้งหมด 4 รุ่น New Hilux Champ, New Hilux REVO GR Sport Wide Tread, Corolla Altis e-fuel, Yaris e-fuel เพื่อเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ อาทิเช่น Thailand Super Series, Asia Cross Country Rally และ Idemitsu Super Endurance โดยผลการศึกษาวิจัยรถ ภายใต้สภาวะแบบสุดขีดจากสนามแข่งจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนารถยนต์โตโยต้าในอนาคตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าคนไทยได้อย่างดีที่สุด

 

“และในส่วนของกิจกรรม โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ 2024 เรายินดีที่จะมอบความสนุกสนาน ให้กับผู้ที่ชื่นชอบรถ และ กีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยจะจัดกิจกรรมในรูปแบบ เฟสติวัล ซึ่งจะมีทั้งการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race และกิจกรรม Entertainment มากมาย เริ่มจากการแข่งขัน One Make Race มีรถที่จะลงพิสูจน์สมรรถนะทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ Yaris ATIV Lady One Make Race, YARIS One Make Race, New Hilux REVO One Make Race และ Corolla ALTIS GR Sport One Make Race เรายังคงมุ่งมั่นส่งเสริม ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยมีการเพิ่มรถแข่ง Yaris Ativ ที่ใช้น้ำมัน e-fuel ซึ่งจะขับโดย “น้องพิชชา มิย่า ทองเจือ” และ ยังมีนักแข่ง Toyota Gazoo Racing Star Team คนใหม่ “น้อง ป๊าย ปาย โอริโอ้” Influencer ชื่อดังที่จะใช้รถ Yaris e-fuel ร่วมแข่งขันในรายการ Yaris OMR

นายศุภกร กล่าวถึงกิจกรรมความบันเทิงในปีนี้ว่า “นอกจากความเข้มข้นในสนามแข่งแล้ว แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจะได้พบกับ กิจกรรม GR Performance Show นำทีมโดยนักขับมืออาชีพระดับเอเชีย มาโชว์สมรรถนะของรถ ในรูปแบบ Drift และ Gymkhana และ กิจกรรม lifestyle ใหม่ๆ อาทิ GR Night Festival ตลอดจนเหล่า influencer ชื่อดังมาช่วยสร้างสีสันในการแข่งขัน ณ สนามบางแสน ภูเก็ต และเชียงใหม่ ห้ามพลาดกันนะครับ!”
นอกจากนี้ นายศุภกรยังเชิญชวนเยาวชนที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ได้มีส่วนร่วม “เรายังร่วมกับ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น สนับสนุนกีฬา e-Motorsports จัดการแข่งขัน ชิงแชมป์ Toyota Gazoo Racing GT Cup 2024 ผ่านเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนนักแข่งจากประเทศไทย ไปร่วมประลองฝีมือในเวทีระดับโลก เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตใน โอกาสนี้ ผมขอเชิญชวน เหล่าเกมเมอร์สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ Website : toyotagazooracing.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้ทุกท่านร่วมกันเชียร์ นักกีฬา e-Motorsport ชาวไทย เพื่อเป็นตัวแทนในระดับเอเชียแปซิฟิกและระดับโลก

“ผมมั่นใจว่า กิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand ในปีนี้ จะมอบรอยยิ้ม และความสุข ให้กับลูกค้าชาวไทยทุกท่าน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย YOKOHAMA / Modellista โดย TCD Asia / LENSO / ARTO / Singha Corporation และพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ร่วมสนับสนุน กิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand มาโดยตลอด Let’s Build Future Together”

Toyota Gazoo Racing Thailand 2024 “MAKE EVER-BETTER CARS” From Circuit to the Road

โตโยต้าจัดการแข่งขัน โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต ภายใต้ปรัชญา “ถนนสร้างคน และคนสร้างรถ” (Roads build people, and people build cars) มุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างสรรค์ “ยนตรกรรม ที่ดียิ่งกว่า” (MAKE EVER-BETTER CARS) โดยปีนี้เราร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ในการเรียนรู้พัฒนาคน และ พัฒนารถยนต์ในอนาคต ทั้ง Hilux Champ ที่พัฒนาเพื่อลงแข่งขันในรายการ Thailand Super Series และ New Hilux REVO GR Sport Wide tread เพื่อร่วมแข่งในรายการ Asia Cross Country Rally โดยเราศึกษาพัฒนาจากสภาวะแวดล้อมของประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่า ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับรถในสนาม จะนำไปสู่การพัฒนารถยนต์ที่มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น

 Toyota GAZOO Racing 7

นอกจากนี้ โตโยต้ายังสนับสนุนทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารถผ่านการแข่งขันในรายการต่างๆ ตอบสนองต่อแนวคิด MAKE EVER-BETTER CARS และยกระดับการแข่งขัน ด้วยการนำรถแข่งขุมพลังงานที่เป็นกลางทางคาร์บอน อีกหนึ่งทางเลือกของพลังงานแห่งอนาคต เข้าร่วมแข่งขัน

 Toyota GAZOO Racing
8

พบความสนุกสนานเร้าใจของกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand 2024 ภายใต้แนวคิด “MAKE EVER BETTER CARS” Form Circuit to the Road กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ทั้ง 4 รุ่น

Yaris ATIV Lady One Make Race รถ ECO Sedan ยอดนิยม มอบความสนุกสนาน เร้าใจ ด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับ สำหรับนักแข่งหญิงที่ชื่นชอบความเร็ว โดยในปีนี้ ยังได้สาวสวยจาก “Toyota Racing Star Team” น้อง “พิชชา มิย่า ทองเจือ” ร่วมลงแข่งด้วยรถ ATIV e-fuel คันใหม่

YARIS One Make Race Hatchback ECO Car ยอดนิยม Toyota YARIS รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i สำหรับนักแข่งระดับ Entry โดยปีนี้มีนักแข่งหน้าใหม่ “ป๊าย ปาย โอริโอ” ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาเป็นสมาชิก Toyota Racing Star Team คนใหม่ พร้อมเปิดประสบการณ์ความเป็นกลางทางคาร์บอนในรายการนี้ ด้วยรถแข่ง YARIS e-fuel

Hilux REVO One Make Race เร้าใจกับสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ขับเคลื่อนด้วยพลัง เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี กับบทพิสูจน์ความแกร่ง ทนทาน และช่วงล่างที่เกาะถนนแม่นยำ สำหรับนักแข่งสายดีเซล ที่ชื่นชอบความดิบ หนักแน่น ดุดัน

Corolla ALTIS GR Sport One Make Race Signature แห่งคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือที่ไม่มีใครเทียบด้วย QDR : Quality Durability Reliability สนุกสุดเหวี่ยงกับพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA ที่ลงตัวทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก โดยได้หนุ่มปังปอนด์ อัครวุฒิ ขยับมาร่วมลงแข่งในรุ่น

 Toyota GAZOO Racing 9
ส่งความสุขให้คนไทยด้วยกิจกรรมแบบจัดเต็ม สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต เยาวชนรุ่นใหม่ และผู้มีความหลงใหลในรถ

ยกพลทัพนักแข่งระดับเอเชีย โชว์ดริฟท์และGymkhana พร้อมกิจกรรมความบันเทิงแบบ beach lifestyle ณ การแข่งขันสนามที่ 2 จังหวัดภูเก็ต

GR Night Festival พร้อมโชว์ดริฟท์และ Gymkhana โดยนักแข่งระดับเอเชีย จัดเต็มความบันเทิงสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต ในบรรยากาศหลังอาทิตย์ตกดิน ณ การแข่งขันสนามที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่

Exclusive Meet & Greet กับสมาชิก Toyota Racing Star Team “พิชชา มิย่า ทองเจือ” “ปังปอนด์ อัครวุฒิ” และ “ป๊ายปาย โอริโอ” ที่จะมาพบปะแฟนๆ และสร้างสีสัน ณ การแข่งขันทั้ง 5 สนาม

 Toyota GAZOO Racing 6

พบสีสันความบันเทิงอื่นๆ รวมถึงร้านอาหาร ร้านอุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมโปรโมชันจากผู้แทนจำหน่าย และความสนุกสนานพร้อมของแจกเพียบ จาก Yokohama, Modellista, Lenso และ Singha

การแข่งขัน e-Motorsports ชิงแชมป์ “Toyota Gazoo Racing GT Cup 2024” ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น

กลับมาอีกครั้ง กับการเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 บนเครื่อง Play Station ชิงแชมป์ถ้วย Toyota Gazoo Racing GT Cup 2024 และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประลองฝีมือ ในระดับเอเชียแปซิฟิกและระดับโลก เกมเมอร์ไทยที่สนใจประลองฝีมือ สามารถสมัครเข้าร่วมลงแข่งขันได้ที่ www.toyotagazooracing.com ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” ทั้ง 5 สนาม ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

เปิดการแข่งขันสนามแรก วันที่ 5-7 กรกฎาคม ชลบุรี
สนามที่ 2 วันที่ 3-4 สิงหาคม ภูเก็ต
สนามที่ 3 วันที่ 13-14 กันยายน บุรีรัมย์
สนามที่ 4 วันที่ 9-10 พฤศจิกายน เชียงใหม่
ชิงแชมป์ประจำปีสนามสุดท้าย วันที่ 19– 20 ธันวาคม บุรีรัมย์

ติดตามทุกความมันส์และความเคลื่อนไหว “Toyota Gazoo Racing Thailand 2024” ได้ที่

FB: Toyota GAZOO Racing Thailand
TikTok: tgr.thailand
Instagram: tgrthailand

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” แต่งตั้ง มร. ธอมัส กอเรียน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจคนใหม่

0
บีเอมดับเบิลยู 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง มร. ธอมัส กอเรียน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ซึ่งย้ายกลับไปรับตำแหน่งที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ณ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

มร. กอเรียน ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มานานกว่า 12 ปี โดยก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายภูมิภาคของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยดูแลประเทศอินเดียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในด้านการขายและการตลาดจากตำแหน่งก่อนหน้าในฐานะผู้ชำนาญการด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์และราคา ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็น การวางกลยุทธ์ด้านราคา การวางแผนการขาย และการวางแผนผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นจึงได้ย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการบริหารคุณภาพและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และผู้จัดการฝ่ายขายภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับตำแหน่งใหม่ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจสำหรับตลาดประเทศไทยนี้ มร. กอเรียน จะรับผิดชอบการบริหารและพัฒนาภาพรวมของการขายของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย รวมถึงการวางกลยุทธ์และการบริหารจัดการเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการขายสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นประกอบในประเทศไทย

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ต้อนรับ
มร. ธอมัส กอเรียน ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่าทศวรรษของการทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ มร. กอเรียน
จะช่วยสร้างความสำเร็จของเราในตลาดยนตรกรรมพรีเมียมให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เรามั่นใจว่า มร. กอเรียน จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการบริหารและวางกลยุทธ์ขององค์กรให้ไปถึงความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาของบีเอ็มดับเบิลยู ในประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง”

“และในโอกาสนี้ เราขอแสดงความชื่นชม มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ในความทุ่มเทที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อองค์กรของเรา ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ความเสียสละและความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมของ มร. ดอนเนอซาน มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างมากของบีเอ็มดับเบิลยู นำไปสู่การได้รับยอดจดทะเบียนสูงสุดและการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยเป็นเวลาสี่ปีติดต่อกัน เราภูมิใจที่ มร. ดอนเนอซาน เป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญของเราและร่วมขับเคลื่อนการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครและเสริมสร้างความภักดีในแบรนด์ให้แก่ลูกค้าของเรา ขอขอบคุณ มร. ดอนเนอซาน และขอให้ประสบความสำเร็จกับเส้นทางต่อไปใน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในมิวนิค” มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา กล่าวสรุป

“เอเอเอสฯ” ขนทัพยนตรกรรมปอร์เช่เยือนแดนไข่มุกอันดามันรับซัมเมอร์

0
เอเอเอส ภาพเปิด

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส เยือนแดนไข่มุกอันดามันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าจังหวัดภูเก็ต และในโซนภาคใต้ สัมผัสประสบการณ์แห่งการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่สะท้อน DNA ของปอร์เช่หลากหลายรุ่น กับสุดยอดยนตรกรรม อาทิ Porsche 911 Carrera, Taycan, Panamera, Cayenne และ Macan ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 25 -28 เมษายน 2567 ณ อินเตอร์คอนติเนนตัลภูเก็ต รีสอร์ท พร้อมเสิร์ฟความเอ็กซ์คลูซีฟด้านการบริการหลังการขาย กับกิจกรรม Porsche Mobil Service Clinic ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ปอร์เช่ ฟรี 24 รายการ ให้กับลูกค้าเอเอเอสฯ ภายใต้นโยบาย AAS Looking After You and Your Car โดยลูกค้าที่ บี-ควิก โลตัส สามกอง (ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9) ด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัย พร้อมทีมช่างผู้ช านาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานระดับเหรียญทองจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี

เอเอเอส 1

ภายในงานดังกล่าว ทางเอเอเอสฯ ยังได้น าทีม Porsche Pros ผู้เชี่ยวชาญจากทาง Porsche ซึ่งผ่านการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ (Instructor) จากทางโรงงานปอร์เช่โดยตรง มาคอยดูแลให้ค าปรึกษา เทคนิคและข้อแนะน าในการขับขี่เพื่อความปลอดภัยทั้งก่อนและหลังการทดลองขับแบบเต็มสมรรถนะ

เอเอเอส 2

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนและนัดหมายทดลองขับ ที่ Devas’ Lounge อินเตอร์คอนติเนนตัลภูเก็ต รีสอร์ท สัมผัสบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในห้องรับรองพร้อมเครื่องดื่มและอาหารว่าง Afternoon Tea Sets ชั้นเลิศที่คัดสรรอย่างดี

เอเอเอส 3

สำหรับลูกค้าคนสำคัญกับอีกกิจกรรมไฮไลท์พิเศษที่ไม่ควรพลาด เอเอเอสฯ ร่วมกับ K-Bank จัดสัมมนาสไตล์ Tips Talk หัวข้อ “ทิศทางการลงทุน ปี2567” (พอร์ตหุ้น) โดย คุณกรกฏ กมลเนตรพสิุทธิ์ผู้ชว่ ยกรรมการผู้จัดการ (หลักทรัพยก์ สิกรไทย) เพื่อการวางแผนและผู้ที่สนใจในการลงทุน ปิดท้ายด้วยกิจกรรม ศาสตร์แห่งตัวเลขทุกแขนง โดย อาจารยค์ ฑา ชินบัญชร ซึ่งจัดขึ้นเฉพาะวันอาทิตย์ ที่28เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00–16.30 น. ณ ห้อง Arlang Ballroom

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกชมและช๊อปสินค้า Porsche Lifestyle กับ Porsche Collection พิเศษ ที่ทางเอเอเอสฯ มอบส่วนลดพิเศษ 25% เอาใจนักสะสม และร่วมสนุกกับบูทพาร์ทเนอร์ KBank, KLeasing, Ergo, Sulwhasoo ที่มาสร้างสีสันภายในงานนี้ด้วย

สนใจเข้าร่วมกิจกรรมลงทะเบียนได้ที่:
Exclusive Test Drive: Join the AAS Porsche Ride in Phuket
https://bit.ly/3Q9kFl3
Investment Tips Talk and Personalised Mutelu: Join the AAS Porsche Ride in Phuket
https://bit.ly/4aE378Ohttps://bit.ly/4aE378O

“นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” ผงาดคว้าแชมป์ไทยลีก 2

0
มาสด้า ภาพเปิด

หลังจากมาสด้าประกาศหนุนสวาทแคทต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อลงสู้ศึกไทยลีก 2 ตลอดฤดูกาลนี้ เพราะมาสด้ายังคงเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ของทีม ส่งผลให้แมตช์ก่อนสุดท้ายที่เดิมพันด้วยตำแหน่งแชมป์ เจ้าแมวพิฆาตก็ไม่ทำให้แฟนบอลชาวโคราชผิดหวัง ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะทีมหนองบัว พิชญ คู่แข่งสำคัญที่กำลังเบียดกันลุ้นแชมป์ไปสุดมัน 3-0 ผงาดคว้าแชมป์ ครองความยิ่งใหญ่ท่ามกลางแฟนบอลเข้าชมเต็มสนามกว่า 25,000 คน ที่เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม พร้อมกลับขึ้นสู่ไทยลีกอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

มาสด้า 1

มาสด้าส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทีมสวาทแคทมาตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นอยู่ในไทยลีก 2 จนทีมสามารถก้าวขึ้นสู่ไทยลีกซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศในฐานะแชมป์ รวมระยะเวลากว่า 11 ปี และโลดแล่นอยู่ในไทยลีกนานถึง 9 ปี แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาทีมสวาทแคทหล่นลงมาเล่นในไทยลีก 2 แต่ทั้งนี้ทางผู้บริหารสโมสรฯ ประกาศชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาแฟนๆ แมวพิฆาตว่าปีนี้จะต้องกลับขึ้นสู่ไทยลีกให้ได้อีกครั้ง และก็ทำได้สำเร็จพร้อมสร้างความสุขให้กับแฟนบอลด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีก 2 มาได้อย่างสวยสดงดงาม โดยไม่แพ้ทีมใดในบ้านถึง 17 นัด และเสียประตูน้อยกว่าทุกทีมตลอดฤดูกาล ซึ่งแมตช์สุดท้ายจะออกไปเยือนทีมจันทบุรีในวันเสาร์ที่ 27 เมษายนนี้

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แมตช์นี้นับเป็นนัดสำคัญยิ่งต่อการตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล มีแฟนบอลหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศเข้าชมการแข่งขันในแมตช์นี้มากสุดถึง 24,556 คน ซึ่งทีมสวาทแคทยังคงครองสถิติอันดับหนึ่งที่มีผู้เข้าชมเกมมากที่สุด วันนี้ทุกคนในทีมต่างร่วมแรงร่วมใจกันลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ด้วยพลังศรัทธาและเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ของทุกคนในทีม ซึ่งเป็น ดีเอ็นเอเฉกเช่นเดียวกับชาวมาสด้า เราไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคและเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มากว่า 100 ปี และอยู่เคียงข้างคนไทยมาถึง 73 ปี และเราจะยังคงอยู่เคียงข้างสังคมไทยตลอดไป มาสด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ฟุตบอลเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันดีของผู้คน ไม่ใช่เฉพาะกับชาวโคราชเท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยทั้งประเทศ”

มาสด้า 3

สำหรับการแข่งขันแมตช์สำคัญในครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญๆ ที่เดินทางมาให้กำลังใจนักเตะของทีมอย่างคับคั่ง ประกอบไปด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสรฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานบริหารสโมสร คณะผู้บริหารของสโมสรฯ พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ รวมถึงเหล่าบรรดานักเตะแมวพิฆาต ทีมสตาฟโค้ช ฝ่ายเทคนิค และนักฟุตบอลเยาวชนจากอะคาเดมี่ ร่วมชมและเชียร์แมตช์นี้จนล้นสนาม

มาสด้า 6

ตลอดเกมการแข่งขันทั้งสองทีมสู้กันสุดเร้าใจท่ามกลางกองเชียร์กว่า 25,000 คน หลังจบเกมการแข่งขันทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นฝ่ายเอาชนะทีมหนองบัว พิชญ เอฟซี ไปได้ 3-0 คว้าแชมป์ไทยลีก 2 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพิธีมอบถ้วยฉลองแชมป์สุดอลังการ และได้รับเกียรติอย่างสูงจาก มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาร่วมชมการแข่งขันและมอบถ้วยเกียรติยศในครั้งนี้