Home Blog Page 170

มาสด้าทุ่มงบ 240 ล้าน เปิดสองโชว์รูมใหม่ย่านบางบอนและพระราม 2 ดีลเลอร์เชื่อมั่นศักยภาพมาสด้าพร้อมเดินหน้าให้บริการที่เป็นเลิศกับลูกค้าทุกคน

0

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ยังมีนักธุรกิจแถวหน้าที่มองเห็นโอกาสทองในการลงทุน มาสด้าประกาศเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ล่าสุดร่วมกับกลุ่มบริษัท 14 ออโต้ ทุ่มงบกว่า 240 ล้านบาท เปิดโชว์รูมเพิ่มอีก 2 แห่ง ย่านบางบอนและพระราม 2 พื้นที่ทำเลทองรอบนอกกรุงเทพฯ พื้นที่ที่กำลังเติบโต เดินทางสะดวก แหล่งเศรษฐกิจสำคัญใกล้กรุงเทพฯ และปริมณฑล โชว์รูมและศูนย์บริการเพียบพร้อมด้วยทีมช่างเทคนิคผู้ชำนาญการ และทีมบริหารคุณภาพคับแก้วที่พร้อมให้บริการแบบมืออาชีพ พร้อมส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าแบบครบวงจร ตามปรัชญาการทำงาน “มุ่งมั่นพัฒนา ยกระดับมาตรฐาน วิสัยทัศน์ก้าวไกล” พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก Touch Point เดินหน้าส่งมอบบริการมาตรฐานระดับสากลให้กับลูกค้าทุกคน ฉลองเปิดโชว์รูมใหม่ลูกค้านำรถเข้าเช็กตามระยะรับส่วนลดทันที 1,000 บาท จองรถใหม่รับเพิ่มจากแคมเปญปกติอีก 4,000 บาท

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความต้องการและความสุขของลูกค้า คือสิ่งที่มาสด้ายึดมั่นเป็นรากฐานมาตลอด ไม่เพียงแค่การบริการหลังการขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้สัมผัส ตั้งแต่ก่อนการขายจนถึงการกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า Customer Experience Management (CXM) และการสร้างคุณค่าของแบรนด์ Brand Value Management (BVM) ที่มาสด้าให้ความสำคัญ เพื่อสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คน แทนคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่ตั้งใจส่งมอบให้กับลูกค้า ผ่านการดูแลเอาใจใส่โดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน เพื่อมอบความประทับใจและยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ รวมถึงการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน ซึ่งเป็นพันธกิจเฉกเช่นเดียวกับมาสด้าทั่วโลกที่ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

นับเป็นก้าวที่สำคัญที่มาสด้าได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มบริษัท 14 ออโต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมดำเนินธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน ด้วยการทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 240 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจรเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ภายใต้ชื่อ 14 ออโตโมชั่น จำกัด (มาสด้า บางบอน) และ 14 ออโต้เฟิร์ส จำกัด (มาสด้า พระราม 2) บนทำเลศักยภาพที่มีลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญใกล้ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และเป็นเส้นทางสายหลักสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดใกล้เคียง ด้วยความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัท 14 ออโต้ แล้ว มาสด้าเชื่อว่า การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ทั้ง 2 แห่งนี้ จะสามารถอำนวยความสะดวกและส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้ามาสด้าได้อย่างแน่นอน

เรามุ่งมั่นให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน และเหมาะสมกับสถานการณ์ในตลาด เน้นสร้างผลกำไรในธุรกิจผู้จำหน่ายทั้งการขายและการบริการ สร้างความสมดุลของการสร้างรายได้ในทุกช่องทางอย่างมีเสถียรภาพ ช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานทุกขั้นตอน จึงทำให้ผู้จำหน่ายเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้าพร้อมเดินหน้าไปพร้อมกันทุกพื้นที่ ภายใต้กลยุทธ์การรักษาลูกค้า Retention Business Model เครือข่ายผู้จำหน่ายมาสด้าในปัจจุบันและในอนาคตมีพันธกิจในการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง จนเกิดเป็นความประทับใจและความผูกพันของครอบครัวมาสด้า “มาสด้า แฟมิลี่” ตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก Top Customer Retention Brand ส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า สร้างความสำเร็จให้ผู้จำหน่ายและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน มร.ทาดาชิ มิอุระ กล่าวเสริม

นายวุฒิพงศ์ จงพิพิธพร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ จำกัด กล่าวว่า เราเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์มาสด้าและทิศทางในการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่กำลังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในครั้งนี้ เกิดจากการเล็งเห็นความสำคัญของการให้บริการลูกค้า วันนี้ถ้าเราเน้นไปที่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียวรายได้อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น คุณภาพของการบริการคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ต้องอำนวยความสะดวกและบริการให้เหนือความคาดหวังของลูกค้า ตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่ร่วมธุรกิจกับมาสด้า เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนา เราอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเราให้มากที่สุด ส่งมอบบริการให้ครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ  ให้มากขึ้น บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจหลากหลายประเภทมายาวนาน รวมถึงธุรกิจรถยนต์ ทั้งในกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ โดยได้เข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการกับมาสด้ามาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการเปิดโชว์รูม มาสด้า เทพารักษ์ ซึ่งได้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในทุกฟังก์ชั่น รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การดูแลลูกค้าและการติดตามผลงานนำเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการทำธุรกิจมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร ทั้งด้านการขายและการบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทำให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด

พิชิตรางวัลมาแล้วถึง 14 รางวัล การันตีคุณภาพการทำงานอันยอดเยี่ยมของ กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ จำกัด เป็นผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลมากมายจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย อาทิ รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2564 ประเภท Silver, รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2561 ประเภท Bronze, รางวัลทีมงานขายดีเด่นประจำปี 2560-2561, รางวัลบริการหลังการขายดีเด่นประจำปี 2563, รางวัล Body & Paint Awards หรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีดีเด่นประจำปี 2563, รางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 MAZTECH Thailand ประจำปี 2565 ประเภทเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประจำปี 2565 ประเภทช่างเทคนิค และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ มีโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าทั้งหมด 3 แห่ง ประกอบด้วยมาสด้า เทพารักษ์, มาสด้า บางบอน และล่าสุด มาสด้า พระราม 2 กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ เปิดให้บริการด้วยโชว์รูมมาตรฐานขนาดใหญ่แบบ 4S สามารถรองรับลูกค้ารวมทั้งหมดมากกว่า 2,300 คันต่อเดือน โดย บริษัท 14 ออโตโมทีฟ จำกัด หรือมาสด้า เทพารักษ์ เป็นสำนักงานใหญ่ เปิดทำการอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท มีพื้นที่ขนาด 8,665 ตรม. รองรับลูกค้าได้มากกว่า 1,100 คันต่อเดือน พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง รองรับการบริการได้มากกว่า 200 คัน/เดือน พร้อมเลนด่วนพิเศษแบบ Fast Track ให้บริการตรวจเช็กตามระยะและทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 60 นาที

สำหรับโชว์รูม มาสด้า บางบอน มีขนาดใหญ่แบบ 4S ให้การบริการแบบครบวงจร พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4,641 ตรม. รองรับบริการได้มากกว่า 700 คัน/เดือน ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง รองรับบริการได้มากกว่า 100 คัน/เดือน พร้อมเลนด่วนพิเศษ Fast Track ให้บริการตรวจเช็กตามระยะและทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 60 นาที และมีเจ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษ พรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัย สามารถประเมินงานซ่อมและส่งมอบงานบริการที่แม่นยำและตรงจุดให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด มาสด้า พระราม 2 ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 3,735 ตรม. เป็นโชว์รูมขนาดกลาง รองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้มากกว่า 500 คัน/เดือน พร้อมเลนด่วนพิเศษแบบ Fast Track ที่ให้บริการตรวจเช็กตามระยะและทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 60 นาที ที่ศูนย์บริการแห่งนี้ยังให้บริการซ่อมตัวถังและสีได้เช่นเดียวกัน โดยจะมีทีมที่ปรึกษาด้านการบริการมืออาชีพคอยให้คำแนะนำและประสานงานในการส่งรถลูกค้าไปซ่อมที่ มาสด้า บางบอน และนำรถที่ซ่อมเสร็จแล้วกลับมาให้ลูกค้าที่เดิม เพิ่มความสะดวกและช่วยให้ลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางไปรับบริการที่มาสด้า บางบอน

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสเปิดโชว์รูมใหม่ทั้ง 2 แห่ง ทางโชว์รูมได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าทุกรายที่เดินทางมาใช้บริการในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน โดยลูกค้าใหม่ที่นำรถเข้าบริการตรวจเช็คตามระยะทางและยังไม่เคยมารับบริการ ทางโชว์รูมเตรียมส่วนลดให้ 1,000 บาท ส่วนลูกค้าที่เคยใช้บริการแล้วจะได้รับส่วนลด 500 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับส่วนลดเพิ่มเติมจากแคมเปญปกติเพิ่มอีก 4,000 บาท

มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า ชาวมาสด้าทุกคนพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าตามแผนงานในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และยกระกับการให้บริการลูกค้าในทุกประสบการณ์ เพื่อส่งมอบคุณค่าและคุณภาพการให้บริการอันน่าประทับใจให้กับลูกค้า และพร้อมดูแลรถยนต์ของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน

ฟอร์ด เผยสเปค – ราคารถใหม่ ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล วี 6 ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค – ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้ง ประกาศทำตลาดรถสองรุ่นใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ผู้ที่สนใจจองผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th ได้พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม จะมีจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 350 คันเท่านั้น1

“ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการมอบตัวเลือกที่โดนใจลูกค้า เราเชื่อมั่นว่าฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด    เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 จะสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และได้รับผลตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ฟอร์ดที่รอคอยรถทั้งสองรุ่นนี้ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ล้ำไปอีกขั้น และเทคโนโลยีอันเหนือชั้นที่ตอบโจทย์การทำงานและการใช้ชีวิตของลูกค้าไปอีกระดับ” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว 

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 รถกระบะรุ่นย่อยใหม่ล่าสุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ ยกระดับความแกร่งไปอีกขั้นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ที่ได้รับความนิยมมายาวนานในต่างประเทศ มีความเสถียรและทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้นสำหรับการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร มาพร้อมล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ และตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถเมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน และกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB รวมถึงเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบเบรครถอัตโนมัติชั่วคราว (Auto Brake Hold) ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะสูงขึ้น พร้อมเป็นรถคู่ใจในทุกเส้นทางของชีวิต โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 ใหม่ จำหน่ายในราคา 1,519,000 บาท และมีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ และสีดำ แอบโซลูท แบล็ค

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น เรียบหรูตามแบบฉบับแพลทินัม มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา ตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทตินัม พร้อมตัวอักษร PLATINUM สีโครเมียม 3 ตำแหน่งบนฝากระโปรงหน้า บานประตูคู่หน้า และฝาท้าย หลังคาสีดำ (Black Roof) ตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 275/45 R21 สะท้อนถึงความสปอร์ตและหรูหรา พร้อมระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถ เมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา สะดวกสบาย เบาะหนังสีดำตกแต่งโลโก้ซิกเนเจอร์ PLATINUM เป็นเอกลักษณ์ เบาะนั่งคนขับและเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศและระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง เบาะนั่ง 2 แถวหน้ามีชุดทำความร้อนและระบายอากาศที่ควบคุมได้ผ่านหน้าจอ SYNC และยังมีฟังก์ชันการปรับตำแหน่งเบาะที่นั่งให้เข้าออกสะดวกสำหรับเบาะนั่งคนขับ (Easy Entry and Exit) รวมถึงระบบเสียง Bang & Olufsen® ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิตขณะที่ยังคงแสวงหาการผจญภัย ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีเหนือชั้น พร้อมดีไซน์ที่เน้นความเท่ ดุดัน เรียบหรู โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม วี 6 จะจำหน่ายในราคา 2,279,000 บาท และมีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ สีดำ แอบโซลูท แบล็ค สีน้ำตาล อีควิน็อคซ์ บรอนซ์ และสีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับรถฟอร์ด รุ่นย่อยใหม่ ได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด, YouTube Ford Thailand, TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand ผ่านแฮชแท็ก #FordLevelsUp #RangerV6 #EverestV6 #YouCantFakeTough

1 การส่งมอบรถจะพิจารณาจากหลายปัจจัย รวมถึง ลำดับการจองจาก www.ford.co.th การได้รับอนุมัติสินเชื่อ ตลอดจนรถและสีที่พร้อมส่งมอบ ทั้งนี้ ระยะเวลาส่งมอบอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามระยะทางของจังหวัดที่มีการส่งมอบ

เอ็มจี ตอกย้ำความสำเร็จ ของ MG4 ELECTRIC ส่งรุ่น XPOWER ลงตลาดประเทศไทย พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเกมตลาดอีวีสุดร้อนแรงในปี 2567 ด้วยการตอกย้ำความสำเร็จทั้งรางวัลและยอดขายของ MG4 ELECTRIC ด้วยรุ่น XPOWER กับการเป็นแฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวแรงของ เอ็มจี มาตรฐานและประสบการณ์ครั้งใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุกและเร้าใจ เหนือกว่าใครในคลาสด้วยสมรรถนะขั้นสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0 -100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.8 วินาที มาไทยด้วยสเปกจัดเต็ม พร้อมเผยโฉมคันจริงอย่างเป็นทางการในงาน MG Everyday Electric ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคมนี้ ที่ ลานโปรโมชั่น ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ 2567 ที่ งานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

MG4 ELECTRIC ถือเป็นโกลบอลอีวีของ เอ็มจี ที่ประสบความสำเร็จโดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้อีวีทั่วโลก ด้วยรางวัลโมเดลยอดเยี่ยมแห่งปีทั้งในและต่างประเทศ สามารถสร้างยอดขายรวมที่มีมากถึงกว่า 140,000 คัน ครอบคลุมทั้งในตลาดยุโรป ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำยอดขายรวมมากกว่า 7,000 คัน ซึ่งในปีนี้ MG4 ELECTRIC ยังถือเป็นหนึ่งในโมเดลยุทธศาสตร์ของ เอ็มจี ที่จะเข้ามาสร้างสีสันและนำเสนอความเหนือชั้น เพื่อผลักดันตลาดอีวีในไทยไปสู่อีกระดับ ประเดิมด้วยประสบการณ์อีวีครั้งใหม่จาก MG4 XPOWER 

MG4 XPOWER ยังคงความเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่มีความโดดเด่นในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การเป็นยนตรกรรมที่พัฒนาบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เหนือกว่าด้วยการเป็นอีวีสมรรถนะขั้นสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ เอ็มจี ที่มาพร้อมกับขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ทั้งยังใช้เทคโนโลยี Rubik’s Cube Battery ขนาดความจุ 64 kWh สามารถวิ่งในระยะทางไกลสูงถึง 480 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) คงจุดเด่นของ MG4 ELECTRIC ไม่ว่าจะเป็นการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) กับช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ดีเยี่ยม และช่วยให้ประสิทธิภาพในการเกาะถนนดียิ่งขึ้น เพิ่มเติมระบบ One Pedal เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและทำให้ระยะทางการขับขี่เสถียรยิ่งขึ้น คำนึงถึงผู้ใช้รถด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ครอบคลุม 23 ระบบ สะกดทุกสายตาด้วยการออกแบบภายนอกสปอร์ตรอบคันกับตัวถังสีใหม่สีเขียว (Wild Hunter Green) พร้อมด้วยหลังคาแบบทูโทน (Blacktop) ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว และคาลิปเปอร์เบรกสีส้มสุดร้อนแรง ภายในห้องโดยสารสีดำโดยเสริมความสปอร์ตพรีเมียมด้วยวัสดุหุ้มเบาะที่ผสมผสานระหว่าง            หนังสังเคราะห์และหนังอัลคันทาร่า (Alcantara) สะดวกยิ่งขึ้นกับระบบอัจฉริยะ Intelligent Smart Access ที่คนขับสามารถเหยียบเบรกแล้วระบบการทำงานของรถจะสตาร์ทอัตโนมัติ และช่วยทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ง่ายด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART เต็มฟังก์ชัน 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจีถือเป็นแบรนด์ที่มีความมุ่งมันในเรื่องการบุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และได้นำโกลบอลโมเดลอย่าง MG4 ELECTRIC เข้ามาขายในประเทศไทยในช่วงเวลาใกล้เคียงกับตลาดยุโรป ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา MG4 ELECTRIC ถือเป็นรุ่นที่ทำให้เราได้รับรางวัล “THAILAND EV OF THE YEAR 2023” เป็นครั้งแรกจาก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย การเพิ่มรุ่น XPOWER ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ เอ็มจี ตั้งใจนำรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงเข้ามาเติมเต็ม EV Portfolio ในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นหลักของรถที่มีการนำเทคโนโลยีอีวีสมรรถนะขั้นสูง พร้อมการจูนช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพสามารถรองรับกำลังของมอเตอร์คู่ได้อย่างสมดุล และยังเป็นการตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วและความแรงที่เหนือกว่าของรถอีวี โดยเราเชื่อมั่นว่าด้วยความแตกต่างและไม่เหมือนใครนี้ จะทำให้ MG4 XPOWER ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสามารถยกระดับมาตรฐานรถอีวีสู่อีกขั้น ทั้งยังเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ เอ็มจี ในการ ทำตลาดอีวี ด้วยการนำเสนอและเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์อีวีที่หลากหลายเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง”

โดย MG4 XPOWER พร้อมเผยโฉมจริงอย่างเป็นทางการ ให้คนไทยได้สัมผัสกับความเร็วและแรงครั้งใหม่ ในงาน “MG EVERYDAY ELECTRIC” ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคมนี้ ที่ ลานโปรโมชั่น ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และมีกำหนดประกาศราคาและเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 มีนาคม ที่งานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

คณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ มอบเงินบริจาค 400,000 บาท เพื่อช่วยเหลือสังคม

0

คณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ มอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้นจำนวน 400,000 บาท ผ่าน 2 โครงการ โดยมอบเงิน 200,000 บาท ให้กับโรงเรียนวัดโพธิ์ ปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด ติดตั้งโซล่าเซลล์ และแปลงผักปลอดสารพิษเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับนักเรียนและคนในชุมชน และมอบเงิน 200,000 บาท ให้กับคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ จังหวัดระยอง เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 3 ปีอย่างยิ่งใหญ่ อัดโปรโมชันสุดคุ้มให้กับรถยนต์ทุกรุ่นแบบจัดเต็ม จำนวนจำกัดพิเศษเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น รับดีลพิเศษได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 เมษายนนี้

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทย เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบ 9 รุ่นหลังจากที่เข้ามาบุกตลาดไทยได้เพียงแค่ 3 ปี (Mission 9 in 3) เดินหน้าส่งมอบความสุขชุดใหญ่ให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่องผ่านโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเดิมด้วย All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวม 510,000 บาท New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV 2023 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 340,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA และ 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO ในส่วนของ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport มอบส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และรุ่น ULTRA มอบส่วนลดสูงสุด 190,000 บาท ต่อกันที่ GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA กับข้อเสนอมูลค่ารวม 150,000 บาท 180,000 บาทตามลำดับ GWM New ORA Good Cat รุ่น GT กับข้อเสนอมูลค่ารวม 200,000 บาท GWM ORA 07 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 170,000 บาท และรุ่นสุดท้ายอย่าง ALL NEW GWM TANK 300 มาพร้อมข้อเสนอมูลค่ารวม 220,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 240,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ ALL NEW GWM TANK 500 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 180,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 190,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA โปรโมชันสุดพิเศษนี้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 นี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์จำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น เปิดประสบการณ์ใหม่กับรถยนต์ไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำหน้า เปี่ยมล้นไปด้วยดีไซน์ทันสมัยเหนือระดับ กับโปรโมชันที่พิเศษยิ่งกว่าที่ไหน ๆ

เริ่มต้นนำขบวนความคุ้มกับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงสุด 510,000 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกโปรได้ตามใจกับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 300,000 บาทเมื่อชำระด้วยเงินสด หรือ ดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อนมูลค่า 140,000 บาท ผ่อนนาน 72 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 220,000 บาท พร้อมรับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตรรวมมูลค่า 37,000 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

ตามมาติด ๆ กับ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV 2023 รถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่สามารถกวาดยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกันถึง 12 เดือนในปี 2565 มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 340,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO พร้อมดีลที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ด้วยส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อนมูลค่า 70,000 บาท โดยส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ 50,000 บาท สำหรับรับรุ่น PRO เมื่อชำระด้วยเงินสด ในส่วนของดอกเบี้ยพิเศษ รุ่น ULTRA รับดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 72 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 180,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน เดือนละ 7,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 70,000 บาท และรุ่น PRO รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 98,000 บาท

หากใครเป็นสาย New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport ซึ่งมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 120,000 บาท พร้อมดีลเลือกได้ตามใจลูกค้ากับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 57,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 2.15%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท** พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท**

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

สำหรับแฟน ๆ ของเจ้าสิงโตอารมณ์ดี New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA รับข้อเสนอสุดพิเศษ มูลค่าสูงสุดกว่า 190,000 บาท สามารถเลือกข้อเสนอทั้งส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 75,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 89,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 5 เดือน เดือนละ 4,000 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท**

สำหรับ GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทยเลี้ยวมามอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับรุ่น PRO สูงสุดกว่า 150,000 บาท และ สำหรับรุ่น ULTRA มูลค่าสูงสุดกว่า 180,000 บาท พร้อมโปรแรงที่ลูกค้าเลือกได้อย่าง ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุด 57,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 64,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA หรือ ดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 24,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 28,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรี แท่นชาร์จพร้อมติดตั้ง มูลค่า 6,000 บาท เฉพาะ GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA โดยสินค้ามีจำนวนจำกัด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

และถ้าใครเป็นแฟน GWM New ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ตรับข้อเสนอสุดพิเศษสูงสุดกว่า 200,000 บาท พร้อมให้คุณเลือกโปรที่ใช่ อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 34,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรี แท่นชาร์จพร้อมติดตั้ง มูลค่า 6,000 บาท โดยสินค้ามีจำนวนจำกัด

ปิดท้ายเจ้าเหมียวด้วยรุ่นล่าสุด GWM ORA 07 รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษสูงสุดกว่า 170,000 บาท ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 49,000 บาท พร้อมรับฟรี ม่านบังแดดหลังคา GWM มูลค่า 1,200 บาท และ GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

สำหรับนักผจญภัยกับ All New GWM TANK 300 รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสำหรับไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นมอบข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 220,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 240,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมให้ลูกค้าเลือกรับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 140,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 160,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA รวมถึงฟรีน้ำมันรถยนต์มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถ

และ All New GWM TANK 500 ขบวนรถยนต์เอสยูวีพรีเมียมออฟโรด มอบข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 190,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%* นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 68,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 75,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมรับฟรี บัตรของขวัญเซ็นทรัล มูลค่า 30,000 บาท พร้อมน้ำมันรถยนต์มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถ

รถยนต์ทุกรุ่นและทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และฟรีบริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต** (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 5 ปี สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA ระยะเวลา 3 ปี สำหรับ New HAVAL JOLION รุ่น ULTRA, New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO, ORA Good Cat, ORA Good Cat GT, ORA 07, TANK300 และ TANK500 ด้านการรับประกันคุณภาพ รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** (สำหรับ New HAVAL H6 Hybrid SUV, New HAVAL JOLION, TANK300 และ TANK500) และการรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, ORA Good Cat, ORA Good Cat GT และ ORA 07

โปรโมชันสุดพิเศษขนาดนี้ อย่ารีรอ เพียงแค่ลงทะเบียน และวางเงินมัดจำเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 7 เมษายน 2567 ผ่านช่องทาง GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th เท่านั้น และต้องรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

เกรท วอลล์ มอเตอร์ บรรลุภารกิจในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยตาม Mission 9 in 3 หรือ การเปิดตัวรถยนต์ทั้งหมด 9 รุ่นภายใน 3 ปี พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนพลังงานสะอาดผนวกกับการส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

มิตซูบิชิ ออล-นิว ไทรทัน และ เอ็กซ์ฟอร์ซ คว้ารางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลก iF Design Award 2024

0
มิตซูบิชิ ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) นำ ออล-นิว ไทรทัน รถกระบะขนาด 1 ตัน และ ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ รถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก คว้าสุดยอดรางวัลด้านการออกแบบ iF DESIGN AWARD 2024 ในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์

 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานยนต์เพื่อเติมเต็มและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยให้กับผู้ขับขี่ และมอบความสนุกเร้าใจให้กับผู้โดยสารทุกคน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการส่งมอบความเชื่อมั่น อุ่นใจได้ในทุกเส้นทาง ไปพร้อมกับประสบการณ์เหนือระดับที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ ผ่านการสร้างสรรค์ยนตรกรรม ด้วยแนวคิดหลักที่มุ่งเน้นการขับขี่ที่คล่องตัวและทรงพลัง ความแข็งแกร่งทนทาน รองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยการรังสรรค์งานออกแบบที่เหมาะกับยุคสมัย

รางวัล iF DESIGN AWARD ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบอันทรงเกียรติระดับโลก ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ได้รับการก่อตั้งโดยสถาบัน iF International Forum Design GmbH ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี โดยในปีนี้ มีผู้ส่งผลงานเข้าชิงรางวัล iF DESIGN AWARD 2024 เป็นจำนวนกว่า 11,000 ราย จาก 72 ประเทศทั่วโลก ผ่านการพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจากหลากหลายประเทศจำนวน 132 คน ภายใต้ 5 หลักเกณฑ์การพิจารณา ได้แก่ แนวคิด (idea) รูปทรง (form) การใช้งาน (function) ความโดดเด่นและแตกต่าง (differentiation) และกระแสตอบรับ (impact)

มร. เซจิ วาตานาเบะ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่รถยนต์ใหม่ 2 รุ่นของเรา ซึ่งเปิดตัวในปีงบประมาณนี้ สามารถคว้ารางวัลสำคัญ ที่เป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกมาครอง ทั้งนี้ ผมเชื่อว่ารถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ สามารถสร้างความประทับใจและเสียงตอบรับด้วยความแตกต่างโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย ไทรทัน  สามารถสะท้อนถึงตัวตนที่แตกต่าง ขณะที่ เอ็กซ์ฟอร์ซ สะท้อนถึงความคล่องแคล่วปราดเปรียว ที่ผสานความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นแนวทางงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส รางวัลนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ช่วยให้ ไทรทัน และเอ็กซ์ฟอร์ซ  สามารถเข้าถึงและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในวงกว้างได้มากขึ้น”

มิตซูบิชิ 1

ออล-นิว ไทรทัน

ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่มีต้นกำเนิดจากรถรุ่น ฟอร์เต้ (Forte) เปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2521 ก่อนจะได้รับการผลิตมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5.7 ล้านคัน ตลอด 5 เจนเนอเรชั่น และจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และกลายเป็นรถรุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

ออล-นิว ไทรทัน ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “บีสต์โหมด” (Beast Mode) ที่สะท้อนถึงพลังแห่งความแข็งแกร่ง บึกบึน ตามแบบฉบับของรถกระบะขนานแท้  พร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ผสานความแข็งแรง ทนทาน และปราดเปรียว

ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยเส้นสายแนวราบเพื่อเสริมทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นการเคลื่อนที่และตำแหน่งตัวรถได้ง่ายในระหว่างการขับขี่ พร้อมด้วยปุ่มและสวิทช์ควบคุมที่ใช้งานง่ายและสะดวกแม้ขณะสวมถุงมือ ร่วมด้วยพวงมาลัย ก้านจับ และมือจับเปิดประตู ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้จับกระชับมือและสะดวกสบาย

 

เว็บไซต์รางวัล iF DESIGN AWARD

https://ifdesign.com/en/winner-ranking/project/mitsubishi-triton/643331

 

เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์

https://www.mitsubishi-motors.com/en/products/triton

 

ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ

ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก ที่มอบความสะดวกสบายและการใช้งานที่ยอดเยี่ยม ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ ผสมผสานอย่างลงตัวกับความคล่องแคล่วปราดเปรียว ขนาดตัวรถที่พอเหมาะพอเจาะ และสมรรถนะในการควบคุมการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ในสภาพอากาศและสภาพถนนที่หลากหลาย

ภายใต้การออกแบบด้วยแนวคิดที่ผสานสมดุลแห่งสไตล์ที่หรูละมุนผนวกความแข็งแกร่งมั่นคง (Silky & Solid) ส่วนบนของตัวรถเน้นความลื่นไหลคล่องแคล่ว ขณะที่ส่วนล่างของตัวถังมีความแข็งแกร่งและสัดส่วนที่ทรงพลัง  ทำให้เกิดสไตล์ที่โดดเด่นและแข็งแกร่งในแบบฉบับรถเอสยูวีที่แท้จริง ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้โดดเด่นโฉบเฉี่ยว และให้ความรู้สึกล้ำสมัย พร้อมแผงหน้าปัดแบบโมโนลิทิก (monolithic) ขนาดใหญ่ ที่ผสานจอแสดงผล ขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับเครื่องเสียงที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

 

 

“อีซูซุ” เดินหน้าเฟ้นหาจิตกรน้อยจัดประกวดวาดภาพดิจิทัลผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566”

0
อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ ภาพเปิด

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มุ่งมั่นสานต่อการสร้างเสริมจินตนาการให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ประกวดวาดภาพแบบดิจิทัล รอบชิงชนะเลิศผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2566 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

อีซูซุ 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” 2566 นี้ ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา เราต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเป็นปัญหาสำคัญในหลายประเทศทั่วโลก ในขณะเดียวกันเรายังต้องการที่จะส่งเสริมทักษะทางศิลปะและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผนวกกับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงได้จัด การประกวดวาดภาพดิจิทัล ในหัวข้อ “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” ซึ่งมีนักเรียนส่งผลงานเข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 70%”

อีซูซุ  2

โครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” เป็นโครงการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ผ่านการใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการวาดภาพ ในปีนี้ มีเยาวชนไทยทั่วประเทศให้ความสนใจโครงการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 539 ชิ้น มีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 20 คน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย
•ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี
คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร•ผศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ. อนุพงษ์ จันทร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบั’

 

โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.กบ. ศุภลักษณ์ เข็มทอง จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาร่วมพูดคุยให้ความรู้ในหัวข้อ Happy ME, Healthy Artist สุนทรียปัญญากร ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้จากหัวข้อในรอบคัดเลือก “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” โดยจะช่วยเสริมสร้างความรู้ฝึกวัดพลังใจให้จิตเติบโตด้วยสุขภาพดีผ่านกิจกรรมบำบัดสื่อศิลปะ และไฮไลท์ของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คือ การประกวดวาดภาพพร้อมกันแบบสด ๆ ในรอบชิงชนะเลิศ โดยหัวข้อจะถูกประกาศขึ้นภายในวันนั้น และต้องสร้างสรรค์ผลงานให้แล้วเสร็จภายในเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อเป็นการฝึกฝนเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการให้เป็นนักคิดเชิงสร้างสรรค์ สามารถนำเอาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความหมายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความท้าทายของผู้เข้าแข่งขันในแต่ละปี โดยในปีนี้ อีซูซุได้ใช้หัวข้อ “ลดคาร์บอน ช่วยโลกง่ายๆ ทำได้ทุกคน” ในรอบชิงชนะเลิศ โดยผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศมีดังนี้
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 4

•รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวปลื้ม ไกรสุรสีห์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง จังหวัดตรัง ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เด็กหญิงคณิศร วรรณศรี โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นางสาวรัญชน์รมณ ลอยสง โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง จังหวัดระยอง ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1.เด็กหญิงอารีฟะฮ์ ชาญชัยชนะ โรงเรียนวิชัยวิทยา จังหวัดเชียงใหม่
2.เด็กหญิงธัญญารัตน์ ผ่องใสฤทธิรงค์ โรงเรียนบูรณะศึกษา กรุงเทพมหานคร
3.นายวายุ สุลง โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
4.นางสาวพริบดาว โฆษิตกุลพร โรงเรียนธิดานุเคราะห์ จังหวัดสงขลา
5.เด็กหญิงบุญยานุช แป้นเพชร โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์
6.เด็กหญิงกันติชา ทั่งศรี โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม
7.เด็กหญิงชนิดาภา ภูทอง โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

•รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายดนัยพัชร รัตนเรืองศรี โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 4
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นายรัชติภูมิ ปิติภูมิวิเศษ โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา จังหวัดชลบุรี ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นายภูเทพ พงเจริญ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ จังหวัดสงขลา ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1.นายชนะเทพ สร้างสุข โรงเรียนนครพนมวิทยาคม จังหวัดนครพนม
2.นางสาวนันท์นภัส ชัยชนะบรรยง โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
3.นายเศกศักดิ์ เอียดนุช โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จังหวัดพัทลุง
4.นายชนาธิป จันทรัตน์ โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
5.นางสาววรางคณา รัตนแสงทอง โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
6.นางสาววิสสุตา บุญเลิศ โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
7.นางสาวสิริรัช รัตตมณี โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 5

“จากหัวข้อการแข่งขัน ลดคาร์บอน ช่วยโลกง่าย ๆ ทำได้ทุกคน หนูได้ใช้รูปจิ๊กซอว์ในการนำเสนอผลงาน เปรียบโลกเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ ถ้าเราทุกคนทั่วโลกสามารถนำจิ๊กซอว์ส่วนต่าง ๆ กลับมาเรียงให้สวยเหมือนเดิม โลกก็จะกลับมาดูดีได้อีกครั้งค่ะ อยากชวนเพื่อน ๆ มาสมัครเข้าร่วมโครงการกันเยอะ ๆ เพราะไม่ใช่แค่ได้รางวัลแต่ยังได้ทำกิจกรรมที่สนุก ได้ความรู้ และได้เพื่อนใหม่อีกด้วยค่ะ” นางสาวปลื้ม ไกรสุรสีห์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง จังหวัดตรัง รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 6

“ขอบคุณอีซูซุที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ วันนี้รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมาก ๆ แล้วก็รู้สึกท้าทายด้วยที่ปีนี้มีคู่แข่งมากกว่าปีแล้ว ทุกคนมีฝีมือที่พัฒนาขึ้นและเก่งขึ้นมาก ผลงานก็ค่อนข้างหลากหลายสไตล์อีกด้วย ในปีนี้หัวข้อก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผลงานของผมมีแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของสงครามที่สร้างมลพิษขึ้นจำนวนมาก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ หากหยุดสงครามก็จะช่วยทำให้มลพิษลดลงได้และทำให้โลกกลับมาเป็นปกติและอากาศดีขึ้นครับ หากเพื่อน ๆ ชอบวาดรูปก็สมัครกันเข้ามาได้นะครับ การแข่งนี้จะทำให้เก่งขึ้น เพราะต้องแข่งกับเพื่อนและแข่งกับเวลา ถือว่าเป็นการฝึกที่ดีมากเลยครับ” นายดนัยพัชร รัตนเรืองศรี โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

นอกจากนี้ยังมีรางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล โดยแบ่งเป็นระดับชั้นละ 5 รางวัล น้อง ๆ ที่ได้รับรับผลโหวตจากเว็บไซต์ สูงสุด 5 อันดับแรกในแต่ละระดับชั้น จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท โดยมีสิทธิ์ได้รางวัลทุกผลงาน ทั้งนี้สามารถติดตามประกาศรางวัล Popular Vote ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” ได้ที่ https://isuzuyouthrelations.com/ และสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มได้ทางเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com หรือ www.isuzu-tis.com

 

 

 

“เกีย” ผนึกกำลังดําเนินธุรกิจในไทยผ่านข้อตกลงร่วมทุน กับ “สยามกลการอะไหล่” และ “ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง”

0

บริษัท เกีย คอร์ปอเรชัน ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ ได้ประกาศเปิดตัว การร่วมทุนกลยุทธ์กับบริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง ศักยภาพในการดำเนินงานของเกียในประเทศไทย โดยพิธีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งนี้จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ ของบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกรุงเทพมหานคร

เกีย 1

การร่วมทุนในครั้งนี้เป็นการรวบรวมจุดแข็งและความเชี่ยวชาญอันหลากหลายของทั้ง 3 บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ประกอบด้วย บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญภายใต้ Siam Motors Group กลุ่มบริษัทยานยนต์ที่มีประวัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยมีความโดดเด่นทั้งในด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย อะไหล่ยานยนต์ โลจิสติกส์ โซลูชันระบบ ขับเคลื่อน (Powertrain) รวมถึงการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท ยนตรกิจ
คอร์ปอเรชั่น ที่มีชื่อเสียงด้านประสบการณ์อันยาวนานในการนำเข้าเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำจากยุโรปและเอเชียมากว่า 70 ปี มาสู่ตลาดในประเทศไทย และเมื่อรวมศักยภาพด้านต่างๆ ของทั้ง 2 บริษัทเข้ากับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมของเกีย ก็จะช่วยผลักดันให้เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) สามารถดำเนินธุรกิจที่จะส่งผลกระทบสู่การพัฒนาต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
ที่โดดเด่นต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกลยุทธ์ “Plan S-5” ของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว 5 ปี ระหว่างปี 2567 ถึง 2571 โดยมุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.) การครองส่วนแบ่ง 5% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย 2.) การเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวขึ้นเป็น 50% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด 3.) การก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแบรนด์ที่มีการรับรู้จากผู้บริโภคสูงสุด 5 อันดับแรก และ 5.) การขยายเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศให้เติบโตขึ้น 5 เท่าตัว

เกีย 2

นายธเนส วัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมทุนครั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกว่า 35 ปี รวมถึงการมีเครือข่ายและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ ของบริษัทฯ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสําคัญในการขยายเส้นทางการเติบโตของเกียในประเทศไทยผ่านความสัมพันธ์ทาง ธุรกิจที่แน่นแฟ้นกับทางบริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด

นางธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม กรรมการบริหาร บริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ได้สะท้อนความเห็นที่สอดคล้องกัน โดยเน้นย้ำถึงการผนึกกำลังใช้จุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทในการส่งเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนแบรนด์เกียไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

เกียเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับกลยุทธ์ด้านเครือข่ายการจำหน่าย การตลาด และการให้บริการ
ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดประเทศไทยได้อย่างตรงจุด รวมทั้งช่วยให้แบรนด์มีสถานะที่แข็งแกร่งและเป็นที่จับตามองมากขึ้นในภูมิทัศน์ยานยนต์ของประเทศไทย

เอ็มจี เปิดตัวรถเอสยูวี 3 รุ่นพิเศษ “100th Anniversary Special Edition” กับความคุ้มค่าครั้งใหม่ ฉลองครบ 100 ปี

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ฉลองแบรนด์มีอายุครบรอบ 100 ปี เปิดตัวโมเดลรุ่นพิเศษ SUV 100th Anniversary Special Edition ด้วยรถเอสยูวีที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี ทั้งในประเทศไทยและระดับสากล โดยนำเสนอครอบคลุมใน 3 รูปแบบการขับเคลื่อน เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทเอสยูวีรุ่นยอดนิยมอย่าง MG ZS รวมถึงสปอร์ตไฮบริดเอสยูวีที่ขับสนุกอย่าง MG VS HEV กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ที่ทำให้คนไทยได้ใช้รถที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกับสีพิเศษ Crayon Gray ที่มีเฉพาะในรุ่นพิเศษนี้ พร้อมด้วยรถไฟฟ้าผู้บุกเบิกตลาดอีวีในประเทศไทยอย่าง MG ZS EV เพิ่มทางเลือกให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งมอบถึงมือลูกค้าในเดือน มีนาคม 2567 นี้ เป็นต้นไป

ในปี พ.ศ. 2567 นี้ เป็นปีที่แบรนด์ เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี กับหลากบทพิสูจน์ความสำเร็จที่สร้าง“มาตรฐานใหม่” ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดเด่นของ เอ็มจี คือ การเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้บริโภค และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายครอบคลุม ทำให้ เอ็มจี ได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเฉพาะโมเดลที่เป็นหนึ่งในแฟล็กชิปอย่าง MG ZS รถเอสยูวีที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กในปี พ.ศ. 2560 ด้วยมุมมองที่แตกต่าง กับการเป็น สมาร์ทคาร์ ที่มีระบบสั่งการภาษาไทยหนึ่งเดียวในโลก รวมถึงการสร้างผลงานให้ตลาดเอสยูวีในประเทศกลายเป็นตลาดที่เป็นสปอร์ตไลท์และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันรถยนต์รุ่นนี้ได้สร้างยอดขายไปมากถึง 1.06 ล้านคันทั่วโลก ทำให้ เอ็มจี เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตั้งแต่เข้ามาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ SAIC Motor Corporation

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 100 ปี ของแบรนด์ เอ็มจี ในระดับโลก ทาง เอ็มจี ประเทศไทยได้เตรียมมอบความพิเศษตลอดทั้งปี ประเดิมด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษ 100th Anniversary Special Edition โดยเลือก MG ZS เพราะเป็นโมเดลที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และทำให้แบรนด์ เอ็มจี เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งรุ่นพิเศษนี้ เอ็มจี ยังคงยึดมั่นในเรื่องของความครบเครื่องและครอบคลุม ด้วยการนำเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าถึง 3 รุ่น 3 รูปแบบการขับเคลื่อน ได้แก่ MG ZS 100th Anniversary Special Edition และ MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition กับจุดเด่นของการเป็น “รถเอสยูวีที่เป็นคำตอบที่ใช่” มาพร้อมสีใหม่ ฟังก์ชั่นแน่น ในราคาที่จับต้องได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกับราคาเริ่มต้นเพียง 659,900 บาท พร้อมทางเลือกสำหรับผู้สนใจรถไฟฟ้ากับ MG ZS EV 100th Anniversary Special Edition อีกด้วย”

MG ZS สมาร์ทเอสยูวี ฟังก์ชั่นครบ ราคาคุ้ม

เอสยูวีรุ่นยอดนิยมของ เอ็มจี เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานอย่างลงตัวกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด และ ช่วงล่าง EURO TUNING SUSPENSION สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยมาเต็มขั้น และฟังก์ชั่นที่ครบครัน ทั้งจอทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดียกับสมาร์ทโฟนระบบ Android พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB 5 ตำแหน่ง ระบบกรองอากาศเพื่อกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง ภายในใช้วัสดุ Soft Touch และยังคงสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่แบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ซึ่งรุ่นพิเศษ MG ZS 100th Anniversary Special Edition เพิ่มเติมด้วยสีใหม่กับ สีเทา Crayon Gray ล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 17 นิ้ว พร้อมตกแต่งด้านข้างตัวรถ กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต กันชนด้านหน้า-หลัง คิ้วประตูข้างมือจับประตูด้านนอก ราวหลังคา และกระจกมองข้างด้วยสีดำ Glossy Black ผสมผสานดีไซน์เหนือระดับด้วยภายในห้องโดยสาร ที่กว้างขวางสีดำเข้ากับเบาะทรงสปอร์ตสุดล้ำสีดำเดินด้วยด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ครบรอบ 100 ปี ด้านหลัง ให้เป็นเจ้าของในราคาเพียง 659,900 บาท

MG VS HEV ความคุ้มค่าครั้งใหม่ของสปอร์ตไฮบริดเอสยูวีกับประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและเร้าใจ

เอาใจลูกค้าที่สนใจรถยนต์พลังงานทางเลือกกับ MG VS HEV สปอร์ตไฮบริดที่ขับสนุกและเร้าใจรุ่นแรก ของเอ็มจี มาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยการเป็น Sporty & Stylish SUV ที่ถูกยกระดับทั้งงานดีไซน์ เทคโนโลยีและขุมพลังไฮบริดเต็มประสิทธิภาพด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH พร้อมขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 177 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT สะดุดตาด้วยงานดีไซน์รถยนต์ไฮบริดแบบใหม่กับกระจังหน้า Electrified Matrix Grille Design และการออกแบบภายในของห้องโดยสาร สีทูโทน ดำ-ขาว และครั้งแรกของยนตรกรรมในกลุ่ม B-SUV ที่มี Dual Widescreen Cockpit หน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว 2 จอ ควบคุมการทำงานผ่าน Illuminated Touch Panel และคอนโซลกลางแบบ Double Layer คอนโซลกลางด้านบนตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black ด้านล่างมีที่เก็บของ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบ Type C และType A จำนวน 6 ตำแหน่ง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless charger) มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และมอบการขับขี่ที่สนุกอย่างไร้กังวัลด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM โดยรุ่นพิเศษ MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition มาพร้อมดีไซน์ฉลองครบรอบ ด้วยสีใหม่กับสีเทา Crayon Gray และล้ออัลลอยด์ที่โดดเด่นด้วย Aero Wheel Cover สีทูโทน เทา-ดำ ขนาด 17 นิ้ว มอบดีไซน์สุดล้ำที่มาพร้อมความคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นเพียง 789,900 บาท

MG ZS EV รถไฟฟ้าที่มาพร้อมกับ “ความง่าย”

ปิดท้ายด้วย MG ZS EV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Truly Easy” กับการเป็นยนตรกรรมที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น สมรรถนะเหนือชั้นกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุ 50.3 kWh ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูสะดุดตาแต่คงความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผสานเข้ากับเส้นสายที่ทันสมัย พร้อมกระจังหน้าและกันชนหน้าแบบ Grille-Less Design แบบไม่มีช่องระบายอากาศซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนความเป็นรถพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มขั้น ภายในออกแบบให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความสปอร์ตพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าลายคาร์บอนไฟเบอร์ ใช้วัสดุบุนุ่มแบบ Soft Touch และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทั้งยังมีระบบเชื่อมต่อมัลติมิเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 20 ระบบ สะดวกสบายกับ Quick Charge โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าจาก 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อีกทั้งยังมีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เพื่อการใช้งานที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับโมเดลรุ่นพิเศษอย่าง MG ZS EV 100th Anniversary Special Edition มาพร้อมกับ สีเงิน Sliver พร้อมโลโก้พิเศษฉลอง100 ปีของแบรนด์ เอ็มจี โดยสามารถเป็นเจ้าของได้ ในราคาพิเศษเพียง 899,900 บาท เท่านั้น

สำหรับ เอสยูวีรุ่นพิเศษทั้ง 3 รุ่น 3 รูปแบบการขับเคลื่อนนี้ เอ็มจี มุ่งมั่นในการส่งมอบทางเลือกใหม่ให้กับคนไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพที่มาพร้อมกับดีไซน์และเทคโนโลยี สำหรับ MG ZS และ MG VS HEV รุ่นพิเศษ ตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีที่เป็นคำตอบที่ใช่ของผู้ใช้งานรุ่นใหม่ ด้วยการเป็นรถ B-SUV ที่มีจุดเด่นของไซส์รถที่มีขนาดใหญ่ เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่อัดแน่น ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย และในส่วนของ MG ZS EV ก็จะเข้ามาทำให้ตลาดรถไฟฟ้าของ เอ็มจี ให้มีสีสันและมีทางเลือกที่มากขึ้นในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/MG100thAnniversarySpecialEdition

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

เตรียมพบกับ NETA V-II ได้ในงานมอเตอร์โชว์

0

NETA AUTO THAILAND เตรียมเปิดตัว NETA V-II รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car ในประเทศไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 นี้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ NETA V-II ได้ที่บูธ NETA  หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website             : www.neta.co.th