Home Blog Page 170

“NEW XMAX Tech MAX” ความเร้าใจพิเศษ…สุดแม็กซ์ Follow The MAX

0
NEW XMAX Tech MAX Pic Open

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยกระดับความเหนือชั้น! พร้อมตอกย้ำความเป็นรถจักรยานยนต์ออโตเมติกยอดนิยมที่ครองใจคนทั่วโลกตามเอกลักษณ์แห่งตระกูล MAX Series ด้วยการเปิดตัว “NEW XMAX Tech MAX” ความเร้าใจพิเศษ…สุดแม็กซ์ Follow The MAX ยกระดับการขับขี่ด้วยสมรรถนะเหนือชั้น สัมผัสพิเศษแห่งความหรูหรา บ่งบอกตัวตนที่แตกต่างด้วยเอกลักษณ์ความพิเศษสุดแม็กซ์ และคุ้มค่าด้วยการรับประกันนาน ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร

NEW XMAX Tech MAX 1

ที่สุดคือ MAX ที่เหลือก็แค่ใจ…ใหม่! ยามาฮ่า เอ็กซ์แม็กซ์ เทคแม็กซ์ เพิ่มความเร้าใจให้สมบูรณ์แบบกับผู้ขับขี่ด้วยฟีเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งสุดพิเศษที่ติดตั้งออกมาจากโรงงาน ด้วย OHLINS Tech MAX LIMITED EDITION โช้คอัพพิเศษสำหรับ XMAX Tech MAX โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถปรับค่าได้แบบ Full adjust (Rebound, Preload, Compression) ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนให้เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจได้สุดแม็กซ์

NEW XMAX Tech MAX 2

*เงื่อนไขการติดตั้งและรับประกันโช้ค OHLINS:
1. ลูกค้าจะได้รับโช้คอัพ 2 ชุด คือ โช้คอัพ OHLINS 1 ชุด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งติดตั้งไปกับรถจักรยานยนต์ และลูกค้าจะได้รับโช้คอัพ Standard 1 ชุด แยกบรรจุในกล่อง เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำรองทดแทนในกรณีต่าง ๆ เช่น ส่งโช้คอัพ OHLINS เข้ารับการบำรุงรักษาหรือเคลมประกันกับทาง OHLINS เป็นต้น

2. โช้คอัพ OHLINS ได้รับการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร โดย บริษัท เออห์ลินส์ เอเซีย จำกัด ตามเงื่อนไขการรับประกันที่กำหนด สามารถศึกษาข้อมูลได้จากคู่มือ โดยมีสาระสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำ ดังนี้

•ลูกค้าต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การรับประกัน โดยใช้หมายเลขใบรับประกัน (Warranty card number) คู่กับหมายเลขตัวถัง (VIN number) ของรถคันที่ซื้อเท่านั้น

•ลูกค้าต้องนำโช้คอัพเข้ารับการบำรุงรักษา เพื่อรักษาสิทธิ์การรับประกัน เมื่อครบกำหนด 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร แล้วแต่ว่าระยะใดถึงก่อน กับทาง OHLINS

•ลูกค้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนการรับประกันหรือการบำรุงรักษาโช้คอัพ OHLINS

“NEW XMAX Tech MAX” ยังเหนือระดับด้วย EXCLUSIVE Tech MAX SPECIAL SEAT เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ กระชับรับกับสรีระทุกการเคลื่อนไหว มั่นใจในการขับขี่, Tech MAX EMBLEM สัญลักษณ์เฉพาะตัว แสดงถึงความพิเศษ บ่งบอกตัวตนที่สุด MAX, Tech MAX FOOT PLATES ชุดรองพักเท้าด้านหน้าอะลูมิเนียมพิเศษสุดพรีเมียม แข็งแรง เพิ่มความโดดเด่นขึ้นอีกขั้น, Tech MAX HAND GRIPS ปลอกแฮนด์ดีไซน์พิเศษสำหรับ Tech MAX เพิ่มความกระชับในการควบคุม และ Tech MAX COVER FRONT LUGGAGE ฝาปิดช่องเก็บของหุ้มวัสดุพิเศษสุดพรีเมียม เพิ่มความหรูหราไปอีกระดับ

NEW XMAX Tech MAX 3

“NEW XMAX Tech MAX” ยังคงมาพร้อมกับ EXPERIENCE MAX PERFORMANCE สุดยอดสมรรถนะการขับขี่สไตล์สปอร์ต เพื่อประสบการณ์ที่เร้าใจระดับ MAX ด้วย BLUE CORE 300 cc EU5 เครื่องยนต์หัวฉีด 300 ซีซี มาตรฐาน EURO5 เทคโนโลยีแห่งความแรง และความประหยัด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ พร้อมกระบอกสูบไดอะซิล ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ สนุกเร้าใจในทุกระดับความเร็ว โดยเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้เต็ม MAX ด้วย LIGHTWEIGHT FRAME & SPORT FRONT FORK เฟรมน้ำหนักเบา และโช้คอัพหน้าแบบรถสปอร์ต อีกทั้งยังให้ความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ด้วยระบบ TRACTION CONTROL SYSTEM ระบบช่วยลดอาการล้อหมุนฟรีบนสภาพถนนลื่น และให้ความปลอดภัยในทุกสถานการณ์การขับขี่ด้วยระบบ ABS DUAL CHANNEL SYSTEM ระบบเบรก ABS หน้า-หลัง ควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติ ช่วยลดอาการเกิดล้อล็อก

NEW XMAX Tech MAX 4

“NEW XMAX Tech MAX” โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วย “X” MOTIF FULL LED ไฟหน้า-ไฟท้าย LED ดีไซน์เอกลักษณ์สไตล์ “X” ให้ความรู้สึกสปอร์ตดุดัน ต้นฉบับความเท่ของตระกูล MAX สว่างขึ้นชัดเจนกว่าเดิม เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ โดยพร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วย EXTRA MAX FUNCTIONS ฟังก์ชันที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น UNDERSEAT STORAGE ที่เก็บของใต้เบาะสามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้ 2 ใบ, DC Socket ช่องต่อไฟอุปกรณ์เสริม ขนาด 12V สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า รวมทั้ง SMART KEY SYSTEM กุญแจรีโมทอัจฉริยะที่สามารถใช้งานทั้งสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์, ปลดล็อกแฮนด์รถ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาปิดถังน้ำมัน และส่งสัญญาณตอบรับ ANSWER BACK

NEW XMAX Tech MAX 5

“NEW XMAX Tech MAX” ให้ความสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วย EXCLUSIVE THE MAX FEATURES ล้ำสมัยกับจอแสดงผลใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้น โดยมาพร้อมกับ DUAL DISPLAYS เรือนไมล์แสดงผล 2 หน้าจอ เพิ่มคุณค่าและตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ แสดงข้อมูลรถและการขับขี่ ข้อมูลจากสมาร์ทโฟน ตลอดจนฟังก์ชันระบบนำทาง บนหน้าจอสี TFT Infotainment 4.2 นิ้ว และจอ Digital LCD 3.2 นิ้ว แสดงผลมาตรวัดความเร็ว โดยสามารถเชื่อมต่อรถกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Y-Connect เพื่อดึงข้อมูลต่างๆ ของรถจาก CCU มาแสดงบนหน้าจอสี TFT ได้ ซึ่งสามารถควบคุมการใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วยสวิตช์บนแฮนด์ด้านซ้าย
– แสดงข้อมูลรถและการขับขี่
– แสดงข้อมูล/รับสายโทรศัพท์ (เมื่อเชื่อมต่อกับ Headset)
– แสดงข้อความ Text Message (รวม SMS และ Email)
– แสดง / เล่นเพลงจากสมาร์ทโฟน และปรับระดับเสียง (เมื่อเชื่อมต่อกับ Headset)
– แสดงสภาพอากาศ / เวลา
– เลือกภาษาที่แสดง
– แสดงระบบนำทาง (เมื่อเปิดใช้แอป Garmin Street Cross)

NEW XMAX Tech MAX 6

“NEW XMAX Tech MAX” พร้อมทุกการเชื่อมต่อด้วย CONNECTIVITY การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยการติดตั้งแอปพลิเคชัน Y-Connect ในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ CCU ของตัวรถผ่าน Bluetooth พร้อมทั้งเปิด Location โดยตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อได้บนจอแสดงผล TFT และสามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้มากมาย คือ

1.SMARTPHONE NOTIFICATIONS ON METER – แจ้งเตือนข้อมูลจากสมาร์ทโฟน
2.MAINTENANCE RECOMMENDATIONS – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา
3.MALFUNCTION NOTIFICATION –แจ้งเตือนเมื่อเครื่องยนต์เกิดปัญหา
4.FUEL CONSUMPTION – แสดงข้อมูลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
5.REVS DASHBOARD – แสดงมาตรวัดสมรรถนะขณะขับขี่
6.LAST PARKING LOCATION – แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด
7.RANKING – แสดงอันดับในการขับขี่
8.RIDING LOG –บันทึกประวัติการขับขี่
9.WEATHER – แสดงสถานะภูมิอากาศ
10. MUSIC – แสดงรายละเอียดและควบคุมการฟังเพลง
11. CONTACT FORM – ช่องทางการติดต่อยามาฮ่า

NEW XMAX Tech MAX 7

“NEW XMAX Tech MAX” พร้อมทุกการเดินทางในทุกเส้นทางด้วย GARMIN NAVIGATION SYSTEM ระบบนำทางในการขับขี่ ฟังก์ชันสำหรับการเดินทางที่สะดวกสบาย เพียงเชื่อมต่อ Y-Connect แล้วใช้แอปพลิเคชัน Garmin Street Cross ค้นหาสถานที่ กำหนดปลายทาง และเลือกเส้นทางบนสมาร์ทโฟน ระบบนำทางจะแสดงบนหน้าจอแสดงผล TFT เพื่อรองรับการเดินทางของผู้ใช้โดยไม่มีค่าบริการ โดยสามารถซูมแผนที่เส้นทางเข้าออก หรือปรับเปลี่ยนมุมมองได้โดยใช้สวิตช์บนแฮนด์ด้านซ้ายในการควบคุม
-แสดงแผนที่เส้นทาง
-ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์
-แสดงเส้นทางเลี่ยงที่เป็นไปได้
-เวลาถึงที่หมายโดยประมาณ
-สภาพอากาศที่ปลายทาง
-แจ้งเตือนข้อมูลเส้นทางที่อาจไม่ปลอดภัย เช่น ทางโค้งหักศอก ทางจำกัดความเร็ว และทางที่วิ่งผ่านสถานศึกษา
-แสดงจุดสถานีบริการน้ำมัน

“NEW XMAX Tech MAX” มาพร้อมกับสีสันสุดพิเศษ! คือ น้ำตาล-ดำ ให้ลุคคมเข้มตัดกับล้อแม็กสีทอง โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร! พร้อมจำหน่ายในราคาสุดเร้าใจเพียง 224,900 บาท เท่านั้น!!! พร้อมกันนี้ ยามาฮ่า เอ็กซ์แม็กซ์ รุ่น STANDARD มาพร้อมกับสีสันที่มีให้เลือกด้วยกันถึง 5 สี คือ สีเขียว-ดำ (Dark Petrol), สีแดง-ดำ (Ruby Red), สีเทา (Ice Fluo), สีดำ (Midnight Black) และสีน้ำเงิน-ดำ (Icon Blue) ที่วางจำหน่ายในราคา 189,900 บาท

 

 

 

รถไฟฟ้า MG คงราคาเดิม พร้อมเงื่อนไขพิเศษที่ให้คุณเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น

0
MG 1

รับ MG Family Package มูลค่ารวมสูงสุด 140,000 บาท*
เป็นเจ้าของรถไฟฟ้า MG ได้ในราคาพิเศษ
NEW MG4 ELECTRIC ราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 769,000 บาท
NEW MG ZS EV ราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 859,000 บาท
NEW MG EP Plus ราคาพิเศษเพียง 771,000 บาท
NEW MG ES ราคาพิเศษเพียง 959,000 บาท
พร้อมรับข้อเสนอเพิ่มเติมอีกมากมาย มูลค่ารวมสูงสุด 140,000 บาท*

ดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี (สำหรับ NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG ZS EV)
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 2 ปี (สำหรับ NEW MG EP Plus และ NEW MG ES)
ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
ฟรี! สาย V2L จำนวน 1 ชุด
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

ตั้งแต่ 6 มกราคม 2567 – 31 มกราคม 2567 เท่านั้น
รีบจับจองเพื่อเป็น MG EV FAMILY กันเลย!
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ กวาดยอดขายปี 2566 ทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 8

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยยอดขายประจำปี 2566 บรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก ด้วยการทำยอดขายรถยนต์รวมทั่วโลกทั้งหมด 1.23 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นปีที่ 8 ที่ยอดขายทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคันอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นยอดขายในตลาดต่างประเทศที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 300,000 คัน โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าพึงพอใจ เพียงเดือนเดียวสามารถกวาดยอดขายถึง 33,476 คัน สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งและการดำเนินธุรกิจในระดับสากลของบริษัทฯ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

ปัจจัยสำคัญที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่คือความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางการตลาด ผสมผสานกับแนวทางขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกเพื่ออนาคต ขณะที่ด้านผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการวางแผนกำหนดกลยุทธ์อย่างเหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก หนึ่งในรุ่นที่เป็นที่รู้จักกันอย่างมาก อาทิ GWM TANK 500 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังและความสามารถในการขับขี่ออฟโรด โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่มีความหรูหรา สร้างความนิยมในแถบตะวันออกกลางได้เป็นอย่างดี ตลอดจนการต่อยอดความสำเร็จมาสู่ GWM TANK 700 รถยนต์ระดับไฮเอนด์ที่ถูกจับจองหมดภายในเวลาเพียง 55 วินาทีหลังจากเปิดการขายล่วงหน้าในเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่งานมหกรรมกวางโจว ออโต้โชว์ ครั้งที่ 21 ประเทศจีน ในขณะที่ ORA แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ก็ได้รับการยกย่องในภูมิภาคยุโรปและแอฟริกาใต้ จนทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำเซกเมนต์ในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

ด้วยแนวทางการดำเนินงานบนพื้นฐานของความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภค จึงสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับเสียงชื่นชมและกวาดรางวัลอันทรงเกียรติจากหลายเวทีทั่วโลกในปี 2566 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น GWM HAVAL H6 NEV ที่คว้า 4 รางวัลสำคัญประจำปีในประเทศบราซิล GWM P Series ที่คว้ารางวัล “The Best Pickup Model” ในกลุ่มรถกระบะขนาด 100 – 120 กิโลวัตต์ในการประกวด 2023 South African Annual Pickup Model Competition ขณะที่ GWM ORA 03 ได้รับรองมาตรฐาน 5 ดาวจาก Green NCAP พร้อมด้วย LCA และรางวัล “2023 Annual Award” ของ Top Gear South Africa ด้าน GWM WEY 03, WEY 05 และ ORA 03 ได้รับรองมาตรฐาน 5 ดาวจาก E-NCAP ของยุโรป แบรนด์ GWM ยังคว้ารางวัล 2023 BrandZ “China Global Brand Top 20” ซึ่งรางวัลเหล่านี้ทำให้ยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle หรือ NEV) ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนับเป็นหัวใจของความสำเร็จด้านยอดขายและการเติบโตของส่วนแบ่งตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านการเปิดตัวแพลตฟอร์มเทคโนโลยี Hi4 และ Hi4-T ที่ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาระบบ Coffee OS และระบบนิเวศอัจฉริยะภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกสบาย ง่ายดาย และสามารถยกระดับประสบการณ์ขับขี่โดยรวมได้เป็นอย่างดี

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

ในปี 2566 ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นอิสระทำให้ได้รับการยอมรับในวงกว้างถึงศักยภาพทางเทคโนโลยี นำมาซึ่งยอดขายในตลาดต่างประเทศที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 300,000 คัน ศักยภาพด้านงานวิจัยยังส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกหลากหลายราย โดยในเดือนมิถุนายนได้จับมือกับ Inchcape ผู้จัดจำหน่ายยานยนต์รายใหญ่ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ เดือนกรกฎาคม FTXT Energy บริษัทฯ ในเครือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ CNR จากประเทศอิตาลีเพื่อพัฒนาโครงการพลังงานไฮโดรเจน และเดินหน้าสู่พลังงานสีเขียวอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในด้านการผลิตมีการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศด้วยการจัดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศปากีสถานและเอกวาดอร์ และเริ่มดำเนินโครงการใหม่ในมาเลเซียเมื่อปีที่แล้ว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ในปี 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความตั้งใจที่จะจัดงาน “2024 GWM Global Fan Festival” เพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานทั่วโลก พร้อมกับแบ่งปันความสำเร็จและความสุขของปีนี้ร่วมไปด้วยกัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ใช้ทุกท่านในการก้าวสู่เส้นทางยานยนต์พลังงานใหม่แห่งอนาคตที่เชื่อมการขับขี่และเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว

ตลอดระยะเวลา 26 ปีของการดำเนินธุรกิจในตลาดโลก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “One GWM” และได้มีการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ “Global Ecosystem” โดยความสำเร็จในตลาดต่างประเทศของบริษัทฯ เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง การยึดประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นหลัก ความร่วมมือภายใต้หลัก win-win กับภาคส่วนต่าง ๆ และแนวคิดความเรียบง่าย  จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และส่งเสริมการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าในทั่วทุกมุมโลก

“Samsung” ร่วมมือกับ “Hyundai Motor Group” นำเสนอไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต เชื่อมต่อสมาร์ทโฮมกับรถยนต์เข้าด้วยกัน

0
Samsung ภาพเปิด

Samsung ประกาศความร่วมมือกับบริษัทยานยนต์อย่าง Hyundai Motor Group ขยายการทำงานอุปกรณ์ SmartThings ของซัมซุง ให้รองรับกับรถยนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 3 มกราคม เพื่อพัฒนาโซลูชันสำหรับไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตที่ผสานรวมสมาร์ทโฮมและรถยนต์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

ทั้งสองบริษัทจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสมาร์ทโฮมเจเนอเรชั่นถัดไปจากการเชื่อมต่ออุปกรณ์ SmartThings  เข้ากับรถยนต์จาก Hyundai และ Kia รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนาบริการ “Home-to-Car” และ “Car-to-Home” รวมถึงบริการจัดการพลังงานภายในบ้านแบบครบวงจร

บริการ Home-to-Car และ Car-to-Home จะช่วยเชื่อมต่อสมาร์ทโฮมกับอินโฟเทนเมนต์ในรถยนต์ ทำให้สามารถควบคุมระยะไกลได้แบบสองทิศทาง โดยผู้ใช้สามารถออกคำสั่งต่างๆ ไปยังรถยนต์ขณะจอดอยู่ที่บ้านผ่านอุปกรณ์ SmartThings ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ทรถ การควบคุมเครื่องปรับอากาศ การเปิด-ปิดหน้าต่าง และการตรวจสอบสถานะการชาร์จ กลับกัน ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากรถยนต์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ทีวี เครื่องปรับอากาศ และที่ชาร์จ EV

“ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้เกิดการสื่อสารจากบ้านสู่รถยนต์ และบริการการจัดการพลังงานภายในบ้านแบบครบวงจรที่ได้รับการปรับให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต” Chanwoo Park รองประธานบริหารของซัมซุง กล่าว “ด้วยการเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม SmartThings กับรถยนต์ เราจึงสามารถที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าทั้งในบ้านและในรถยนต์ได้มากขึ้น”

Samsung 1

ผู้ใช้จะสามารถใช้งานอุปกรณ์หลายเครื่องรวมถึงรถยนต์พร้อมกัน ในช่วงเช้า จนถึงช่วงเมื่อกลับถึงบ้าน โดยใช้อุปกรณ์ SmartThings เพื่อปรับในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่นเมื่อนาฬิกาปลุกของสมาร์ทโฟนกาแล็กซี่ดับลงในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ผ้าม่านจะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ จากนั้นไฟและทีวีก็จะเปิดขึ้นตามลำดับ เมื่อผู้ใช้พร้อมที่จะออกไปทำงาน เครื่องปรับอากาศบนรถยนต์ก็จะทำการปรับอุณหภูมิไว้ให้ในอุณหภูมิที่เหมาะให้ นอกจากนี้หน้าจอสมาร์ทโฟนและทีวีจะแสดงข้อมูล เช่น แบตเตอรี่ และระยะทางที่เหลือในการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า

“นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าบริการ Car-to-Home และ Home-to-Car ของรถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ SmartThings ได้นั้น จะช่วยยกระดับความสะดวกสบายในด้านต่างๆ ได้” Haeyoung Kwon นอกจากนี้ รองประธานศูนย์อินโฟเทนเมนต์ของ Hyundai และ Kia กล่าวเสริมอีกว่า “เราตั้งใจที่พัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเราเพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์ของลูกค้า Hyundai และ Kia ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง”

บริการการจัดการพลังงานภายในบ้านแบบครบวงจรจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบปริมาณพลังงานที่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในบ้านของตนใช้ไป รวมถึงข้อมูลพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้าและเครื่องชาร์จ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเวลาที่เหมาะสมในการชาร์จรถยนต์ได้ รถยนต์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับบริการจัดการพลังงานภายในบ้านแบบครบวงจรจะสามารถตั้งเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการชาร์จอัตโนมัติ โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามวันและเวลา[1] โปรแกรมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response)[2] พลังงานแสงอาทิตย์ (Photovoltaic) และระบบจัดเก็บข้อมูลพลังงาน (Energy Storage System)[3] และการปล่อยก๊าซคาร์บอนเฉพาะช่วงเวลา[4]

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการ Samsung กำลังทำงานอย่างหนักกับ HARMAN โดยมีการพัฒนาระบบอย่าง “Ready Upgrade” ที่ช่วยให้สามารถอัพเกรดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้ ผู้ใช้สามารถติดตั้งระบบนี้กับอุปกรณ์ SmartThings เพื่อใช้บริการ Car-to-Home ต่างๆ ได้

 

“บิ๊ก ซีพี” หวนคืนสนามแข่งรายการ “IDEMITSU SUPER ENDURANCE 2023”

0
ทรู ลิสซิ่ง ภาพเปิด

ขจร เจียรวนนท์ ซีอีโอแห่ง ทรู ลิสซิ่ง หวนคืนวงการมอเตอร์สปอร์ตเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี ผู้คุมพวงมาลัยรถแข่ง Toyota PRIUS CNF-HEV GR CONCEPT หนึ่งในนักขับรถแข่งของ Rookies Racing Team ที่ร่วมชิงชัยในรายการ IDEMITSU SUPER ENDURANCE SOUTHAST ASIA TROPHY 2023 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ทรู ลิสซิ่ง 1

การกลับคืนวงการมอเตอร์สปอร์ตเกิดจากการชักชวนของ อากิโกะ โตโยดะ ประธานใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ให้เป็นคนไทยที่ได้ขับรถแข่ง Toyota PRIUS CNF-HEV GR CONCEPT รถแข่งพลังงานทางเลือก ซึ่งได้รับการพํฒนาและจะจำหน่ายในไทยปีนี้

ทรู ลิสซิ่ง 2

หลังจากว่างเว้นจากสนามแข่งรถยนต์ไปเกือบ 20 ปี จึงกลับมาซ้อมในรูปแบบ Endurance ปล้วจึงไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยระยะเวลาการซ้อมเพียง 9 เดือน แต่ด้วยพื้นฐานเดิม ซึ่งทั้งแข่งขันรถโกคาร์ทในวัยเด็ก เข้าร่วมแข่งขันในรายการ Super Series ในรถ Super Car รวมถึงประสบการณ์ที่เคยร่วมกับทีม Toyota การคืนสู่สนามแข่งจึงไม่ใช่เนรื่องยาก สำหรับ ซีอีโอจากทรูลิสซิ่ง ในวัย 56 ปี

ทรู ลิสซิ่ง 4

สำหรับ Toyota PRIUS CNF-HEV GR CONCEPT ยังถือว่าไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่าย จึงรุ้สึกเป็นเกียรติที่ได้สัมผัสรถแข่งพลังงานทางเลือก ด้วย CP GROUP คือหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของโตโยต้าในประเทศไทย ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในด้านการมุ่งสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากใช้เป้นรถแข่ง ยังเหมือนเป็นผู้ช่วยทีมออกแบบเพื่อนำไปพัมนาก่อนขึ้นสู่สายการผลิต

ทรู ลิสซิ่ง 5

เป้าหมายต่อไปนอกจากการแข่งขัน IDEMITSU SUPER ENDURANCE SOUTHAST ASIA TROPHY 2023 ยังมีอีกหลายรายการที่กำลังจะตัดสินใจว่า จะเลือกใช้รถแข่งรุ่นไหนที่ใช้สำหรับแข่งขัน ซึ่งแน่นอนว่าติดตามชมและเชียร์ Rookies Racing Team ที่จะร่วมกับ ทรู ลิสซิ่ง และ CP Group ซึ่งจะร่วมชิงชัยในรายการแข่งขันรถยนต์อีกหลายรายการ

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ส่งมอบ IONIQ 5 ให้ อีวี มี

0
ฮุนได ภาพเปิด

เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย) และ ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 ให้กับ นายสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (ที่ 4 จากซ้าย) ในพิธีส่งมอบซึ่งจัดขึ้นที่ H-Space ศูนย์บริการครบวงจร ทั้งฝ่ายขายและฝ่ายหลังการขายสำหรับรถยนต์ฮุนได

ฮุนได 1

 

อีวี มี ผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นลูกค้าฟลีทแบบองค์กรรายแรกของ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ที่สั่งซื้อ IONIQ 5 รุ่นล่าสุด โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากเกาหลี พร้อมให้บริการเช่าบนแอปพลิเคชัน อีวี มี และบริการเช่าระยะยาวกับ “EVme Subs” แล้ว IONIQ 5 ยังพร้อมให้สัมผัสที่ IONIQ Lab ณ True Digital Park ชั้นหนึ่ง ฝั่ง West, H-Space กรุงเทพฯ หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ hyundai.com/th/th/find-a-car/ioniq5/highlights

ฮุนได 2

 

“SUZUKI Cause We Care” ผนึกกำลังดีลเลอร์ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง มอบส่วนลด 30% ค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์

0
ซูซูกิ ภาพเปิด

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ SUZUKI ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การส่งเสริมและช่วยเหลือสังคมและประชาชนในยามที่ได้รับความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งหวังที่จะเห็นสังคมไทยก้าวหน้าไปอย่างมีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

 ซูซูกิ 1

ซูซูกิ มีความตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง หลังประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติจนได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน จึงได้มีนโยบายเฉพาะกิจโดยเร่งด่วนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ บรรเทาความทุกข์ และความเดือดร้อนให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิ โดยได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ประสบภัย จัดแคมเปญพิเศษมอบส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับค่าอะไหล่ (ยกเว้นแบตเตอรี่ หัวเทียน ยางรถยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง) ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์ ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย

โดยลูกค้ารถยนต์ซูซูกิที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยสามารถติดต่อนัดหมายจองคิวเข้ารับบริการ และสอบถามเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ ณ ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ในพื้นที่ประสบภัยจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาส หรือติดต่อ SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 สำหรับลูกค้าที่มีประกันภัยรถยนต์ สามารถรับส่วนลดตามรายการส่งเสริมการขายนี้ได้ เฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยเท่านั้น

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ซูซูกิ ขอส่งความห่วงใยไปยังผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่างๆ ซึ่งหวังว่ามาตรการการช่วยเหลือจากซูซูกิในครั้งนี้ จะช่วยผ่อนเบาภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง” ซูซูกิและพันธมิตรจะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่สังคมในยามวิกฤติตามแนวทางของโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งนอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

ซูซูกิ 2

ซูซูกิมีความตั้งใจจริงที่ต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” โครงการเพื่อสังคมผ่านการนำรถอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาดัดแปลงเป็นรถหลากหลายรูปแบบในการนำออกไปช่วยเหลือสังคม เช่น การดัดแปลง SUZUKI CARRY เป็นรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย” (SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit) หรือ “รถตรวจโควิด” เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในเชิงรุกแบบเคลื่อนที่ สามารถ SWAB ได้พร้อมกัน 3 ทาง

อีกทั้งเรายังดัดแปลงเป็นรถ “ซูซูกิ ปันสุข” แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้ที่จำเป็นให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต-19 รวมไปถึงการปรับเปลี่ยน SUZUKI CARRY เป็นรถส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในโครงการ SUZUKI CARRY Your Home และล่าสุดโครงการ CSR Suzuki Carry Barber Truck ที่มุ่งสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม โดยซูซูกิจับมือร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิและผู้ประกอบการ ดัดแปลงรถ SUZUKI CARRY เป็นรถตัดผม ออกให้บริการกับผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 4 ภูมิภาคทั่วไทย เพื่อส่งมอบความสุขแก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง และเพื่อสร้างสังคมแห่งความสุขที่ยั่งยืน

ฉางอาน ออโต้ เซลส์ ประเทศไทย เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งแรกในประเทศไทย

0

บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ ประเทศไทย จำกัด (Changan Automobile) เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ดีไซน์อันโดดเด่นและสามารถรองรับการบริการที่ครบวงจร ภายใต้แบรนด์ DEEPAL เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สำหรับลูกค้า

โดยในพิธีเปิดได้มี นายเฉิน ซิ่งฮวา กรรมการผู้จัดการภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของ Changan Automobile , คุณสุรพล ชัยตระกูลทอง ผู้จัดจำหน่าย ดีพอล รุ่งเจริญ บางนา และ คุณทรงวิทย์ ฐิติปุญญา บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จํากัด ร่วมการเปิดตัวของโชว์รูมอย่างเป็นทางการ

 

ดีพอล รุ่งเจริญ บางนา [Deepal Rungcharoen Bangna] ได้ออกแบบด้วยดีไซน์ทันสมัยและนำเสนอเทคโนโลยีของ CHANGAN พร้อมทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ส่งผลให้ธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์มีการเติบโตและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ CHANGAN ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของตน, โดยเฉพาะในบทบาทที่มีการให้บริการตรงไปตรงมากับลูกค้า มุ่งเน้นไปที่การส่งมอบบริการคุณภาพสูงทุกรายละเอียด, รวมถึงความเต็มใจในการให้บริการ, ความรู้ทางวิชาชีพ, และประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

 

โดย บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องตามจุดยุทธศาสตร์เพื่อมอบการบริการที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ มอบความสะดวกสบายและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยเป้าหมายที่จะเปิดโชว์รูมดีพอล 80-100 ศูนย์บริการภายในปี 2024

 

ดีพอล รุ่งเจริญ บางนา (ก.ม 13) เปิดให้บริการและลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ได้ในช่วงเวลาทำการ ตั้งแต่เวลา 8:30 น. ถึง18:00 น. สามารถได้รับบริการในการให้คำปรึกษาได้ทั้งโทรศัพท์ที่ (+66) 02-316-8899 หรือที่โชว์รูมเองในช่วงเวลาทำการ, สำหรับตำแหน่งของโชว์รูม 77/1 หมู่ 1 ถ.บางนา-ตลาด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

การกลับมาของ Chery Group บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน กับก้าวใหม่ในประเทศไทย

0
Chery ภาพเปิด

หากพูดถึงตลาดการผลิตรถยนต์ทั่วโลก ประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียนตรกรรมที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง “Chery Group” บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้น ๆ ของจีน ซึ่งในเดือนธันวาคม 2023 ถือเป็นการครบรอบ 27 ปี วันนี้จึงชวนทุกคนย้อนดูความสำเร็จตลอดเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านของของบริษัทยานยนต์สัญชาติจีนยักษ์ใหญ่นี้

 

จุดเริ่มต้นของ Chery Group ย้อนไปตั้งแต่ปี 1997 ในชื่อ Anhui Auto Parts Industry ที่ผลิตเครื่องยนต์เป็นหลัก จนกระทั่ง 2 ปีต่อมา ในนามของ Chery Automotive ได้ผลิตรถยนต์ครั้งแรกในวันที่ 18 ธันวาคม 1999 ซึ่งรถรุ่นแรกขายได้ราว 30,000 คัน ในประเทศจีน จากนั้นก็ได้กลายเป็นที่รู้จักและเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกในฐานะองค์กรลูกผสมระหว่างธุรกิจของรัฐและสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ ซึ่งในปี 2001 Chery Group ได้เริ่มส่งออกรถยนต์ไปยังต่างประเทศครั้งแรก

Chery 2

ในปี 2007 หลังจากเริ่มจำหน่ายรถยนต์ได้ไม่ถึง 8 ปี ได้จำหน่ายรถไปแล้ว 1,000,000 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดของจีนและทั่วโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนั้น กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตมากที่สุดอันดับ 7 และขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) รายใหญ่ที่สุดของจีน

Chery 3

ในปี 2022 ประสบความสำเร็จอีกขั้น ด้วยยอดขายรถยนต์มากกว่า 1.2 ล้านคัน ส่งออกราว 5 แสนคันทั่วโลก และในปี 2023 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเกินกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมียอดขายทะลุ 2 ล้านคันทั่วโลก และในปี 2024 ที่จะถึงนี้ มีเป้าหมายในการขายมากกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก พร้อมเปิดตลาดในประเทศอังกฤษ และอเมริกา

Chery 5

ข้อแตกต่างสำคัญของ Chery group กับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนอื่น ๆ คือเป็นบริษัทรถยนต์จีนบริษัทแรกที่มี R&D Center ในต่างประเทศ ที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค นอกเหนือจากการพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า พร้อมกับพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่เสมือนเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์ที่เป็นส่วนประกอบหลักของรถ (Engines) ระบบส่งกำลัง (Transmission) และช่วงล่างแชสซี (Chassis) ทำให้เป็นบริษัทผลิตยานยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีระดับโลก

Chery 1

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ได้กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับต้น ๆ ของจีน คว้ารางวัล Top 20 Best Overseas Image Enterprises โดย SASAC (State-owned Assets Supervision and Administration Commission) และ CICG (China International Communications Group) จากการคัดเลือก 5 ครั้งติดต่อกัน และในรายงานของ Kantar BrandZ เกี่ยวกับ 50 บริษัทผู้ผลิตสัญชาติจีนในปี 2023  ซึ่งคว้าอันดับหนึ่งในหมวดยานยนต์ และจากดัชนีด้านยานยนต์ของ J.D. Power ในปี 2023  ครองตำแหน่งสูงสุดใน IQS (Initial Quality Study) ในบรรดา แบรนด์ต่าง ๆ สัญชาติจีน และรถยนต์ของ Chery Group ต่างก็ได้รับอันดับหนึ่งในกลุ่มของเซกเมนต์นั้น ๆ

Chery 8

ในช่วงกลางปี 2023 ในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 20 (Auto Shanghai 2023) ได้เปิดตัว แบรนด์รถยนต์ใหม่ ภายใต้ชื่อ OMODA และ JAECOO ซึ่งเป็นการพัฒนาแบรนด์รถยนต์สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน และควบรวมกับ เทคโนโลยีล่าสุด

Chery 9

โดยรถยนต์ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกคือ OMODA 5 EV รถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ออกแบบภายใต้แนวคิดการสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ ที่มีความทันสมัย มีสไตล์และชื่นชอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในขณะที่แบรนด์ JAECOO ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของธรรมชาติ เรียบหรู น่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดทรงพลังที่สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ ผ่านการออกแบบภายในที่มีความประณีต ความซับซ้อน และแข็งแรง

สำหรับในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group พร้อมแล้วที่จะเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมกับนำรถยนต์ OMODA 5 EV และ JAECOO มาให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้เตรียมเป็นเจ้าของกัน และการกลับมาครั้งนี้ บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคนี้อีกด้วย

 

จบการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race โตโยต้าปิดการแข่งขันอย่างงดงามกับรถยนต์ทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน 3 คัน (รถยนต์เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน / รถยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจน / รถยนต์ HEV)

0
โตโยต้า มอเตอร์ ภาพเปิด

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (โตโยต้า) เข้าร่วมการแข่งขัน “IDEMITSU SUPER ENDURANCE SOUTHEAST ASIA TROPHY 2023” (Thailand 10-hour Endurance Race) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 และ 23 ธันวาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในประเทศไทย โดยมีรถยนต์เข้าร่วมการแข่งขัน 3 คัน ได้แก่ “ORC ROOKIE GR86 CNF concept” GR86 ใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน “ORC ROOKIE GR Corolla H2 concept” Corolla เครื่องยนต์ไฮโดรเจน และ “CP ROOKIE PRIUS CNF-HEV GR concept” Prius ที่เป็น HEV ซึ่งทุกคันสามารถวิ่งจนจบการแข่งขันได้สำเร็จ

โตโยต้า มอเตอร์ 1

ในการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race ครั้งนี้ เราใช้ไฮโดรเจนที่ผลิตในประเทศซึ่งมาจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเราในการสร้างสังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย นอกจากนี้ ก่อนการแข่งขัน เราได้จัดกิจกรรมขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่ให้การสนับสนุนเราเสมอมา กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงการขับขี่อย่างสนุกสนาน (Fun to drive) ผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ต

โตโยต้า มอเตอร์ 7

 

1. GR FESTIVAL 2023

ก่อนการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้จัดงาน GR FESTIVAL 2023 ขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตกว่า 2,500 คนมารวมตัวกันเพื่อชมงานดังกล่าว

โตโยต้า มอเตอร์  3

ในงาน GR FESTIVAL 2023 มีนักแข่งจาก ROOKIE Racing, Toyota Gazoo Racing Team Thailand และ D1 มาเข้าร่วมในการแข่งขัน ซึ่งนอกจากผู้ชมจะได้ชมผลงานของแต่ละทีม อาทิ การแข่งแบบยิมคาน่าในรูปแบบจับเวลา (Time Attack) การแสดงดริฟท์โชว์ ฯลฯ แล้ว เรายังมีการแนะนำรถ Toyota Hilux Champ ให้ได้ชมด้วย ซึ่งเป็นเสน่ห์ของกีฬามอเตอร์สปอร์ต รวมถึงเป็นการแสดงความขอบคุณแก่แฟน ๆ ชาวไทย

โตโยต้า มอเตอร์  6

เราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างรอยยิ้มให้ลูกค้าชาวไทยของเราด้วยการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงสร้างฐานแฟน ๆ จากกีฬามอเตอร์สปอร์ตต่อไป

2. รถยนต์ทั้ง 3 คัน (รถยนต์เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน / รถยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจน / รถยนต์ HEV) สามารถวิ่งจนจบการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race ได้สำเร็จ

โตโยต้า มอเตอร์ 2

รถยนต์ทั้ง 3 คัน ได้แก่ GR86 (รถยนต์เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน), Corolla (รถยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจน) และ Prius (รถยนต์ HEV) ที่เข้าร่วมในการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race เมื่อวันที่ 22 และ 23 ธันวาคม สามารถวิ่งจนจบการแข่งขันด้วยผลการแข่งขันดังต่อไปนี้

โตโยต้า มอเตอร์  8

ในการแข่งขันครั้งนี้ เราพยายามเพิ่มทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้มากขึ้นโดยเริ่มจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต รถ GR86 และ Prius ใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่วน Corolla เครื่องยนต์ไฮโดรเจนก็ใช้ไฮโดรเจนบางส่วนที่ผลิตจากก๊าซชีวภาพที่เกิดจากมูลไก่ในฟาร์มของ CP

โตโยต้า มอเตอร์  10

หลังจบการแข่งขัน มร. อากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในนามนักแข่งว่า Morizo ​​ได้แสดงความคิดเห็นไว้ดังนี้

“จุดประสงค์ในการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ คือการนำเสนอรถยนต์ไฮโดรเจนและไฮบริดให้เป็นอีกทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง แต่เราก็สามารถวิ่งจนจบการแข่งขันได้สำเร็จ นอกจากรถเครื่องยนต์ไฮโดรเจนที่เราได้นำมาแข่งเป็นปีที่ 2 แล้ว ผมก็รู้สึกดีใจที่ชาวไทยก็ให้การยอมรับสิ่งที่เรานำเสนอ ผ่าน รถยนต์ โตโยต้า Prius และรถไฮบริดเป็นอย่างดี

โตโยต้า มอเตอร์  12

เรากำลังทำงานร่วมกับ CP Group ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศไทยโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัท ซึ่ง คุณขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรูลีสซิ่ง จำกัด ที่มาร่วมกับทีม Rookie Racing ในการขับ CP ROOKIE PRIUS CNF-HEV GR concept ในครั้งนี้ รวมถึงท่านประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ก็รักในการขับรถเช่นกัน ดังนั้น การที่ CP Group และโตโยต้ามาเข้าร่วมการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race ด้วย CP ROOKIE PRIUS CNF-HEV GR concept ในครั้งนี้ ผมคิดว่าการร่วมมือในครั้งนี้ ได้ทำให้ผู้คนได้รับรู้ถึงกิจกรรมที่พวกเรากำลังทำกันอยู่มากขึ้น

โตโยต้า มอเตอร์  13

ในบางครั้ง การสร้างอนาคตภายใต้จุดมุ่งหมายที่จะขับเคลื่อนสังคมให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เป็นเรื่องยากที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งที่จะทำได้โดยลำพัง หากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตพลังงาน ผู้ขนส่ง ผู้ใช้ และผู้ผลิตรถยนต์ ทุก ๆ คนร่วมมือกัน จำนวนพันธมิตรของพวกเรา ก็จะเพิ่มมากขึ้น แล้วผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

โตโยต้า มอเตอร์  15

คนไทยทุกคนก็สามารถสนับสนุนผู้ที่กำลังพยายามดำเนินการเหล่านี้ได้ ผมอยากอยู่ในโลกที่ทุกคนร่วมกันสร้างอนาคต รวมถึงสนับสนุนผู้ที่มีความพยายามช่วยกันเปลี่ยนไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิมครับ”

โตโยต้าจะส่งเสริมการดำเนินการเหล่านี้ต่อไปเพื่อสร้างสมดุลระหว่างแนวคิด “Multi-pathway” ที่มุ่งบรรลุเป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” และแนวคิด “Fun to Drive” เพื่อ “สร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน” ต่อไป