Home Blog Page 171

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมส่ง New ORA Good Cat รุ่นใหม่จากสายการผลิตภายในประเทศ พร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ซื้อ เตรียมส่งมอบในเดือนมกราคม 2567 นี้

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย (xEV Leader) และบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย เตรียมเปิดตัว New GWM ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดจากสายการผลิตภายในประเทศ สู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2567 ภายหลังจากที่ได้ส่งมอบรถยนต์ ORA Good Cat ที่นำเข้าจากประเทศจีน (CBU) ให้กับลูกค้าชาวไทยทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า New GWM ORA Good Cat นี้ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าตามนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากับทางภาครัฐ หรือ ZEV 3.0 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการลงนามไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565

ทั้งนี้ รถยนต์ New GWM ORA Good Cat ที่ผลิตภายในประเทศ จะออกจากโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) เพื่อเริ่มจำหน่ายและส่งมอบให้กับลูกค้าภายในเดือนมกราคม 2567 นี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ผลิตจากสายการผลิตในประเทศไทยและส่งมอบให้กับคนไทย โดย New GWM ORA Good Cat จะมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO รุ่น ULTRA และ รุ่น GT โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 น. (เที่ยงวัน) เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน GWM และเว็บไซต์ www.gwm.co.th

New GWM ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA มีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว (Hamilton White) สีขาวหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof) ซึ่งทั้งสองสีนี้จับคู่กับภายในสีดำ, สีเขียวหลังคาสีขาว (Verdant Green with White Roof) พร้อมสีภายในสีเขียวและเทา, สีเบจหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with Brown Roof) พร้อมสีภายในสีเบจและน้ำตาล และสีเขียว พิสตาชิโอ (Pistachio Green) พร้อมสีภายในสีเขียวและเบจ ส่วนรุ่น GT มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Sun Black) และสีเทา (Aqua Grey) ซึ่งทั้งสองสีนี้จับคู่กับภายในสีดำและเหลือง พร้อมอุปกรณ์แต่งสปอร์ตสีเหลือง

ORA Good Cat ถือเป็นรถยนต์ที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงสร้างการรับรู้และการใช้งานในวงกว้าง จากนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ทำให้ความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้า 100% เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ORA Good Cat ถือเป็นรถยนต์ที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในปี 2565 ซึ่งเป็นปีแรกของการใช้นโยบาย ZEV 3.0

New GWM ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาดกะทัดรัด สมรรถนะการขับขี่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง ครบครันทั้งเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานอันชาญฉลาด คงความโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบ “Retro Futuristic” ที่เป็นเอกลักษณ์ มอบความทันสมัยผสมผสานกับกลิ่นอายสไตล์เรโทรเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีจุดเด่นด้านนอกคือไฟหน้าทรงกลม

ทรง Cat Eye ในขณะที่รุ่น GT จะมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เน้นพละกำลังและความสปอร์ต มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความเท่ของผู้ขับขี่อย่างมีสไตล์ พร้อมตอบสนองการขับขี่ที่เร้าใจ

เจ้าเหมียวไฟฟ้า New GWM ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA และเจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ต New GWM ORA Good Cat รุ่น GT ที่เตรียมเปิดตัวในเดือนมกราคมนี้ เป็นรุ่นที่ผลิตจากโรงงานอัจฉริยะในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก (Mass Production) ในประเทศไทยเพื่อส่งออกขายสู่ตลาดรถยนต์ไทยภายใต้นโยบาย ZEV 3.0 ของรัฐบาล โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพจากฝีมือคนไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานในประเทศไทย การพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทย รวมถึงผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

แฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าเตรียมยลโฉมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เหนือไปอีกขั้น ด้วยสมรรถนะและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ New GWM ORA Good Cat ทั้งสามรุ่นในเวอร์ชันที่ผลิตในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบได้ในเดือนมกราคม 2567 นี้ โดยแฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 น. (เที่ยงวัน) เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน GWM และเว็บไซต์ www.gwm.co.th รวมถึงติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ ช่องทางโซเชียลมีเดีย  Facebook, YouTube และ TikTok ของ GWM Thailand และ Facebook และ TikTok ของ GWM ORA Thailand

GS BATTERY จับมือ กองบังคับการตำรวจทางหลวง สานต่อโครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง”

0

GS BATTERY ห่วงใยผู้ใช้รถช่วงเทศกาลปีใหม่ ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง สานต่อโครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง” สนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุช่วงวันหยุดยาวปีใหม่นี้

บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจแบตเตอรี่รถยนต์ในไทยมากว่า 60 ปี โดย นายสมพร จันกรีนภาวงศ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนางสาววิชุดา เลิศกิจอนันต์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด  บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง สานต่อโครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง” นับเป็นปีที่ 8 ที่บริษัทฯ ได้สนับสนุนโครงการดีๆ ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุช่วงวันหยุดยาวเทศกาลขึ้นปีใหม่

สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อมอบความสุขและอำนวยความสะดวก รวมถึงการรณรงค์เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้รถในการเดินทางช่วงปีใหม่นี้ ทาง GS BATTERY ได้มอบแบตเตอรี่รถยนต์ จำนวน 20 ลูก เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินสำหรับผู้ใช้รถ รวมถึงน้ำดื่มจำนวน กว่า 10,000 ขวด, ผ้าเย็น 2,000  ผืน ดำเนินการกระจาย ให้กับหน่วยบริการตำรวจทางหลวง กว่า 205 จุดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้บริการพัก ณ จุดพัก

นอกจากนั้น  ในปีนี้ทาง GS BATTERY ยังจัดให้มีกิจกรรม พิเศษกับขบวน GS BATTERY TROOP เพื่อเข้าถึงและอำนวยความสะดวกให้ ประชาชนกลุ่มคนใช้รถยนต์ในการเดินทางกลับบ้าน หรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ด้วยการ แจกน้ำ ผ้าเย็น และให้ความรู้ เรื่องความพร้อมของ แบตเตอรี่ในการเดินทาง และถ้าหากผู้ใช้รถประสบปัญหาแบตเตอรี่รถหมดเพียง โทรหา GS พร้อม กด 1380 ทั่วประเทศ ทาง GS พร้อมให้บริการแบตเตอรี่เดลิเวอรี่ ถึงที่หมายภายใน 30 นาที ทุกพื้นที่ที่ให้บริการ โดยเปิดบริการทุกวันเวลา  08.00–19.00 น. ทั่วไทย เป็นอีกหนึ่งบริการดีๆ เพื่อเสริมความมั่นใจในการเดินทางของผู้ใช้รถได้อุ่นใจไปอีกขั้น จาก GS BATTERY

สำหรับขบวน GS BATTERY TROOP จะร่วมรณรงค์ จุดพักรถ ขาออก และขาเข้า 3 เส้นทางสำคัญ ในวันที่ 29,30 ธันวาคม 2566 นี้

จุดที่ 1 จุดพักรถ วังน้อย สายเหนือ อิสาน

จุดที่ 2 จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ชลบุรี

จุดที่ 3 จุดพักรถ วังมะนาว สำหรับเดินทางสู่ภาคใต้

และสำหรับผู้ขับขี่รถ หากรู้สึกง่วงขณะเดินทาง หรือเจอรถติดมีอาการอ่อนล้าในการขับขี่ ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงยังมีบริการห้องพักฟรี เมื่อผู้ใช้รถต้องการพักผ่อนสามารถจองห้องพัก ณ จุดบริการทางหลวงได้ที่  www.booking.hwpdth.com โดยมี GS BATTERY สนับสนุนสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ในห้องพักอีกด้วย

โครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่บริษัทฯ ได้มอบความอุ่นใจตอบแทนสู่สังคมไทยให้ได้ท่องเที่ยวหรือกลับบ้าน  เพื่อเติมพลังอึด! ให้พร้อมรับปีใหม่ 2567 และผู้ใช้รถใช้ถนนที่สนับสนุน GS BATTERY ตลอดมากว่า 60 ปี  ทาง GS BATTERY พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมสนับสนุนและรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ขับขี่อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ บนท้องถนน พร้อมอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวงต่อไป

พบกับกิจกรรมดีๆ ของ GS BATTERY และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : GS BATTERY TH คลิก https://web.facebook.com/GSBATTERYTHAILANDOFFICIAL

Instagram : GSBATTERYTH คลิก www.instagram.com/gsbatteryth/

Youtube : GS BATTERY – THAILAND คลิก https://www.youtube.com/@GSBATTERYTHAILAND2021

Line : @gsbattery หรือคลิก https://page.line.me/pws7403i

Website : https://www.gsbattery.co.th/th

แวะจอดทุกที่เที่ยวปีใหม่อย่างปลอดภัยกับเทคโนโลยีป้องกันการชน ในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์

0
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ภาพเปิด

คุณรู้หรือไม่ว่า เซ็นเซอร์เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้างของรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานขับขี่และถอดจอดรถได้อย่างมั่นใจ ตลอดการเดินทางท่องเที่ยวในเทศกาลปีใหม่

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 1

“อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ นี้เรียกว่าเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิอากาศภายนอก (Outside Air Temperature หรือ OAT) และเป็นหนึ่งในเซ็นเซอร์ที่สำคัญที่สุดในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์” แซนดี้ ฟรากาเพน หัวหน้างานควบคุมด้านอากาศและความร้อนในรถยนต์สันดาปของ ฟอร์ด กล่าว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์  2

“ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์ที่ช่วยเตือนการถอยจอดทางด้านหน้าและท้ายรถ รวมถึงระบบปรับอากาศ จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ต่อเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิทำงานได้ดีเท่านั้น” ฟรากาเพน กล่าว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์  3

การตรวจวัดอุณหภูมินั้น สำคัญไฉน?
เนื่องจากตำแหน่งการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานที่แม่นยำของอุปกรณ์อื่นๆ เซ็นเซอร์นี้จึงซ่อนตัวอยู่ใต้ก้านกระจกมองข้างฝั่งผู้โดยสารที่เชื่อมกระจกกับตัวรถ

“การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิไว้ใต้กระจกมองข้างช่วยให้เซ็นเซอร์อยู่ห่างจากชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่มีความร้อน และป้องกันไม่ให้กระทบกับแสงแดดและฝนโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวัดอุณหภูมิและส่งผลต่อการทำงานของฟีเจอร์อื่นๆ ที่ต้องอาศัยการวัดอุณหภูมิจากเซ็นเซอร์ดังกล่าว”

เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบมาให้ปรับการจ่ายประจุไฟฟ้าตามสภาพอากาศโดยรอบ และเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับกล่องสมองกล (PCM) เพื่อป้อนข้อมูลไปยังระบบต่างๆ ที่ต้องอาศัยการอ่านอุณหภูมิโดยรอบที่แม่นยำเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์

ระบบควบคุมระยะการจอด
เนื่องจากความเร็วที่เสียงเดินทางในอากาศจะแตกต่างกันไปตามอุณหภูมิโดยรอบ (โดยเสียงจะเดินทางเร็วขึ้นในสภาพอากาศร้อนและช้าลงในอากาศเย็น) เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิจึงทำงานร่วมกับระบบควบคุมการจอดเพื่อคำนวณระยะการจอดกับวัตถุรอบด้านแบบเรียลไทม์ ทำให้การคำนวณระยะทางและการส่งเสียงสัญญาณเตือนจากเซ็นเซอร์ถอยจอดทำได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะในสภาพอากาศร้อนหรือเย็น ดังนั้น รถฟอร์ดของคุณจึงกะระยะห่างจากวัตถุขณะถอยจอดได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง ไม่ว่าลานจอดรถตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่จะเต็มไปด้วยรถยนต์แน่นขนัดขนาดไหน เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิในฟอร์ด เอเวอเรสต์จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะถอยจอดได้เป็นอย่างดี

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 4

“เซ็นเซอร์ช่วยจอดแบบอัลตราโซนิกปล่อยคลื่นเสียงที่หูมนุษย์ตรวจจับไม่ได้” ฟรากาเพน กล่าว “ระยะเวลาที่คลื่นเสียงวิ่งไปกระทบวัตถุที่อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของรถแล้วส่งกลับไปยังเซ็นเซอร์จะใช้สำหรับคำนวณระยะห่างระหว่างวัตถุกับรถ เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิจะช่วยส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบว่าอุณหภูมิในขณะนั้นร้อนหรือเย็นเท่าใดเพื่อให้สามารถคำนวณระยะห่างได้แบบทันที”

ฟอร์ด เอเวอเรสต์  6

รักษาอุณหภูมิในรถให้เย็นสบายอยู่เสมอ
เมื่อคุณเลือกโหมดควบคุมความเย็นอัตโนมัติในรถ พัดลมจะปรับความร้อน-เย็นภายในห้องโดยสารตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ เมื่อทราบระดับอุณหภูมิภายนอก ระบบจะกำหนดได้ว่าต้องเพิ่มความร้อนหรือความเย็นเท่าใดเพื่อให้ภายในห้องโดยสารมีอุณหภูมิอยู่ในระดับที่ต้องการโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด

“แน่นอนว่าเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกทำหน้าที่บอกให้คนขับทราบถึงอุณหภูมิด้านนอกรถ แต่ระบบการทำงานของรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังใช้ประโยชน์จากเซ็นเซอร์นี้ได้อีกมากมาย” ฟรากาเพน กล่าวสรุป

“ฮอนด้า” จับจริง แจกจริง โค้งสุดท้าย ลุ้นรางวัลต่อเนื่องสองต่อ จากแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” เมื่อซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้า ภายใน 31 ม.ค. 2567

0
Honda ภาพเปิด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการจับและมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดี จากแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ให้ลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 โดยลูกค้าจะได้รับ 1 สิทธิ์ต่อการซื้อรถยนต์ 1 คัน เพื่อลุ้นรับรางวัล 2 ต่อ ยิ่งซื้อรถเร็ว ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นต่อเนื่องมากกว่า โดยต่อที่ 1 ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือ 10,000 บาท โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกเดือน รวม 3,000 รางวัล หากลูกค้ายังไม่ได้รับโชคในครั้งแรก ลูกค้าจะสามารถลุ้นได้ใหม่ทุกเดือนตลอดแคมเปญ และต่อที่ 2 ลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ รวม 30 รางวัล ได้แก่ รถยนต์ฮอนด้าเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน รวมรางวัลทั้งสิ้น 3,030 รางวัล มูลค่ากว่า 52 ล้านบาท ทางบริษัทฯ ได้จับรางวัลผู้โชคดีไปแล้ว โดยครั้งที่ 1 จับรางวัลไปเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – วันที่ 31 ตุลาคม 2566 และครั้งที่ 2 จับรางวัลเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566

Honda 1

ทั้งนี้ ลูกค้ายังมีโอกาสลุ้นรางวัลต่อที่ 1 ได้อีกสองครั้ง ในการจับรางวัลครั้งที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2567 และครั้งที่ 4 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 สำหรับบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือ 10,000 บาท และรางวัลใหญ่ต่อที่ 2 สำหรับรถยนต์ฮอนด้าเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน โดยจะจับรางวัลในวันที่ 14 มีนาคม 2567

Honda 2

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล เพื่อรับทางเลือกแคมเปญพิเศษ* อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% หรือดาวน์น้อย ผ่อนต่อเดือนน้อย หรือนัดหมายทดลองขับได้กับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

Honda 5

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและรายชื่อลูกค้าผู้โชคดี แคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ได้ผ่านทาง https://www.honda.co.th/promotions/detail/hondadoublehappydoublelucky

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” จัดกิจกรรม ‘Star Camp’ ครั้งแรกในไทย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจสายแคมป์

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภาพเปิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดกิจกรรม ‘Star Camp’ ครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดนครราชสีมา จัดเต็มความสุขและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจสายแคมป์ตัวจริงและสายแคมป์มือใหม่ ด้วยหลากหลายกิจกรรมสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กชอปงานศิลปะ อาทิ การพับกระดาษแบบญี่ปุ่นโอริกามิ (Origami) และ ว่าว Crafty Kite กิจกรรมทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น ในฐานทดสอบที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงสัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์ความเร้าใจกับการนั่งรถบนสนามทดสอบเส้นทางธรรมชาติ โดยฝีมือการขับของ ‘โอม’ ชยพล โยธา เจ้าของแชมป์ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 2

มร. อินาบะ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกค้าผ่านการจัดกิจกรรม Star Camp ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและมีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ที่ได้เริ่มจัดครั้งแรกในปี 2534 โดยตลอด 32 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพื่อนำเสนอไอเดียใหม่ๆ ต่อแนวคิด ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการสร้างประสบการณ์การขับขี่ เพื่อเติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการใช้งานที่แตกต่างหลากหลายของลูกค้า”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 5

“ประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกที่ได้ริเริ่มจัดกิจกรรม Star Camp นอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งงานนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ชื่นชอบการออกทริปเอาท์ดอร์ได้ใช้เวลาคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อนที่รู้ใจ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ ต่อการสร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างหลากหลาย โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นก้าวแรกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 4

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้สนุกไปกับกิจกรรมพิเศษจากพันธมิตรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์แคมป์ปิ้งและสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำมากมาย ได้แก่ โคลแมน ทีเจเอ็ม มอเตอร์โฮม แอนด์ คาราวาน และ แครี่บอย ซึ่งมีทั้งการสาธิตใช้งานเต็นท์หลังคารถ และการจัดแสดงอุปกรณ์แบบพกพาสำหรับใช้งานกลางแจ้ง พร้อมจัดเต็มกับปาร์ตี้มื้อค่ำ และมินิคอนเสิร์ตจากแพรว คณิตกุล

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 6

ลูกค้าและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

“อีซูซุ” เดินหน้าจัดโครงการประกวดวาดภาพดิจิทัล “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” ชิงรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท

0
อีซูซุ ภาพเปิด

“อีซูซุ” ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าจุดประกายศิลปะกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และสร้างความตระหนักรู้ถึงการดูแลสุขภาพจิตให้มีความสุข ผ่านการจัดประกวดวาดภาพรูปแบบดิจิทัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” โดยเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาสายสามัญทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานรูปแบบดิจิทัลสุดสร้างสรรค์ในรอบคัดเลือก ภายใต้หัวข้อ “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2567 ชิงรางวัลทุนการศึกษาพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในหลากหลายมิติ การดูแลจิตใจให้มีความสุขในทุกวัน จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทุกคนควรคำนึงถึง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในอนาคต เราจึงตั้งใจจุดประกายให้เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมสะท้อนแนวความคิดและไอเดียให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงการดูแล และใส่ใจจิตใจของตนเองอยู่เสมอ ผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” โดยการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปแบบดิจิทัล (Digital Painting) ภายใต้หัวข้อ “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” สร้างสรรค์ผลงานผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเลต หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ในโปรแกรมที่กำหนด”

ซึ่งแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้เข้าแข่งขันในหัวข้อที่กำหนดขึ้นใหม่ ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สำหรับผลงานที่โดดเด่น สามารถสื่อสารตามหัวข้อที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้
•รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท

ซึ่งในปีนี้ โครงการ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำมาตัดสินดังนี้
•ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี
คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ. อนุพงษ์ จันทร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูล และสมัครเข้าร่วมการประกวดวาดภาพดิจิทัล ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” ได้ที่ www.isuzuyouthrelations.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่แผนกสื่อสารการตลาด-เอ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทร. 0-2966-2127-9

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

สัมพันธ์ 2566
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

1.คุณสมบัติผู้สมัคร
1.1 กำลังศึกษาอยู่ในสายสามัญของสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1.2 การสมัครเข้าประกวด จำเป็นที่จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ส่งรายชื่อเข้าประกวด

2.วิธีการสมัคร
2.1 อาจารย์ที่ปรึกษาทำการสมัครเข้าร่วมโครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566 (“โครงการ”) ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com โดยกรอกอีเมลและกำหนดรหัสผ่านของตนเอง
2.2 อาจารย์ที่ปรึกษากรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสถาบันการศึกษาโดยตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และกดยืนยันสมัครเข้าร่วมโครงการบนเว็บไซต์
2.3 เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาทำการสมัครบนเว็บไซต์เสร็จสิ้นระบบจะส่งลิงก์ยืนยันการสมัครไปยังอีเมลของอาจารย์ที่ปรึกษา โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องทำการกดที่ลิงก์เพื่อยืนยันการสมัครเข้าร่วมโครงการ
2.4 เมื่อทำการยืนยันการสมัครเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องเข้าสู่ระบบบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com เพื่อส่งรายชื่อนักเรียนผู้สมัครเข้าประกวดโครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์(“ผู้สมัคร”) โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะสามารถส่งผู้สมัครได้ระดับชั้นละไม่เกิน 20 คน รวมทั้งหมดไม่เกิน 40 คน
2.5 อาจารย์ที่ปรึกษาเลือกระดับชั้นที่ต้องการส่งผู้สมัคร และกรอกข้อมูลผู้สมัครในใบสมัครและหนังสือหนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ครบถ้วน
2.6 อาจารย์ที่ปรึกษากดพิมพ์ใบสมัครและหนังสือหนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล) เพื่อให้ผู้สมัคร และผู้มีอำนาจปกครอง นำไปกรอกข้อมูล ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงนาม และประทับตราของสถาบันการศึกษาให้ครบถ้วน มิฉะนั้นจะถือว่าใบสมัครไม่สมบูรณ์ ดังนี้
•ใบสมัครเข้าร่วมประกวดในโครงการจะต้องลงนามโดยผู้สมัคร ผู้มีอำนาจปกครอง, อาจารย์ประจำโรงเรียน และประทับตราของสถาบันการศึกษา
•หนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล)ให้เก็บ รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครจะต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจปกครอง และผู้สมัคร
2.7 อาจารย์ที่ปรึกษาสแกนหรือถ่ายภาพที่ชัดเจนของใบสมัครและหนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล)ที่กรอกข้อมูลลงนาม และตราประทับของสถาบันการศึกษาครบถ้วน อัปโหลดใบสมัคร และหนังสือยินยอม(ข้อมูลส่วนบุคคล) ของผู้สมัครแต่ละคนขึ้นบนเว็บไซต์ และรอตรวจสอบสถานะการสมัครบนเว็บไซต์
2.8 เมื่อสถานะการสมัครแสดงข้อความว่า “เสร็จสมบูรณ์” จะถือว่าการสมัครเสร็จสมบูรณ์
3. วิธีการส่งผลงาน
3.1 เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาทำการสมัครให้ผู้สมัครเสร็จสมบูรณ์ ระบบจะทำการส่งลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านไปที่อีเมลของผู้สมัครที่อาจารย์ที่ปรึกษาได้กรอกไว้
3.2 ผู้สมัครตั้งรหัสผ่าน และยืนยันรหัสผ่านบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com
3.3 เมื่อผู้สมัครตั้งรหัสผ่าน และยืนยันรหัสผ่านเสร็จสมบูรณ์ ผู้สมัครจะสามารถอัปโหลดผลงานขึ้นบนเว็บไซต์ได้
4.การประกวด
4.1 รอบคัดเลือก
•ผู้สมัครทำการเข้าสู่ระบบบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com
•ผู้สมัครทำการส่งผลงานบนเว็บไซต์ โดยสร้างสรรค์ผลงานการวาดภาพดิจิทัลผ่านโปรแกรม Procreate® หรือ ibis Paint X เท่านั้น และอัปโหลดผลงานในประเภท JPG หรือ PNG ขนาด A2 โดยมีขนาดความละเอียด 300 dpi ซึ่งผลงานสามารถเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ พร้อมใส่ชื่อและแนวคิดของผลงาน
•ผู้สมัครจะต้องสมัครและส่งผลงานบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 23.59 น.

4.2 รอบชิงชนะเลิศ
•บริษัทฯ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครผู้ผ่านเข้ารอบ 20 คน โดยจะแบ่งเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น 10 คน และมัธยมศึกษาตอนปลาย 10 คน ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com
•ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบจะต้องทำการประกวดวาดภาพดิจิทัลในหัวข้อที่คณะกรรมการกำหนดขึ้นในวันแข่งขัน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด 1088 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ในวันที่ 6 มีนาคม 2567 ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง (โดยกำหนดการจะแจ้งให้ทราบทางจดหมายต่อไป)
•ผู๋สมัครต้องสร้างสรรค์ผลงานการวาดภาพดิจิทัลผ่านโปรแกรม Procreate® หรือ ibis Paint X ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้อุปกรณ์ (iPad Pro) และโปรแกรมการวาดภาพดิจิทัลที่ทางบริษัทฯ จัดเตรียมให้กับผู้สมัครเท่านั้น
5.กติกาและเงื่อนไขในการส่งผลงาน
5.1 ผลงานจะต้องเป็นภาพวาดดิจิทัลที่สร้างสรรค์ผ่านโปรแกรม Procreate® หรือ ibis Paint X ขนาด A2 เท่านั้น โดยมีความละเอียด 300 dpi
5.2 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องสร้างสรรค์ขึ้นด้วยตัวผู้สมัครเอง ไม่เคยโฆษณา หรือไม่เคยเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ใดๆ มาก่อน และไม่อนุญาตให้ลอกเลียนแบบผลงานของผู้ใด หรือละเมิดกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา หากมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในทุกกรณี
5.3 ผู้สมัครตกลงยินยอมให้ผลงานที่ส่งเข้าประกวดรวมถึงไฟล์ต้นฉบับตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด แต่ผู้เดียว รวมทั้งยินยอมให้ลิขสิทธิ์ สิทธิ์ในทางทรัพย์สินทางปัญญาอื่น และสิทธิใดๆ ในผลงานดังกล่าวตกเป็นของบริษัทฯ แต่ผู้เดียวไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลหรือไม่ก็ตาม โดยบริษัทฯ ไม่จำต้องส่งคืนผลงานรวมถึงไฟล์ต้นฉบับให้แก่ผู้สมัคร
5.4 บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกผลงานที่ส่งเข้าประกวด รวมทั้งการนำผลงานดังกล่าวมา ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะในเอกสาร สื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท หรือสื่อรูปแบบอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อการประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อการใดๆ ที่บริษัทฯ พิจารณาเห็นสมควร
5.5 การตัดสินของคณะกรรมการเจ้าของโครงการ หรือบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด
6.เกณฑ์การตัดสิน
6.1บริษัทฯ จะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัย ร่วมเป็นคณะกรรมการการตัดสิน ดังนี้
•ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี
คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

•ผศ. อนุพงษ์ จันทร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
7.รางวัล
7.1 รางวัลการประกวดให้แก่ผู้สมัคร
•รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัล Popular Vote* จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน
จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท
*รางวัล Popular Vote จะนับคะแนนจากยอด Like บนเว็บไซต์ 1 คะแนนต่อ 1 Like และยอดแชร์จากเว็บไซต์ไป Facebook 2 คะแนน ต่อ 1 แชร์ โดยนับจากที่โชว์บนหน้าเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567

7.2รางวัลพิเศษให้แก่สถานศึกษา
•รางวัลพิเศษเงินสนับสนุนด้านการศึกษาสำหรับสถานศึกษาของนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 20 คน ตามจำนวนนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบ จำนวนคนละ 20,000 บาท

หมายเหตุ : การตัดสินของคณะกรรมการเจ้าของโครงการ หรือบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด

ลูกค้าปลื้ม เอ็มจี ชวนล่องเจ้าพระยาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และเตรียมเปิด MG LIVE ให้แฟนๆ กดช้อปสินค้าแบบมาราธอน

0
MG Experience Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าผ่านกิจกรรม MG XPERIENCE ส่งความสุขช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ด้วยการชวนลูกค้าคนพิเศษร่วมดินเนอร์ริมน้ำ และลงเรือล่องแม่น้ำสัมผัสวิวเจ้าพระยายามค่ำคืน พร้อมดึง 2 ศิลปิน จากเวที THE VOICE เปิดมินิคอนเสิร์ตสุดมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ล่าสุดจัดกิจกรรม MG LIVE MARATHON ผ่านช่องทาง TIKTOK ของ MG Thailand แบบมาราธอน ถูกใจสายช้อปออนไลน์ได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมมากมายยาวต่อเนื่องถึงเที่ยงคืน

MG Experience 1

สำหรับกิจกรรม MG XPERIENCE จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ RIVERINE RHAPSODY ให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจกว่า 200 คน ได้มาเปิดประสบการณ์ไปกับแบรนด์ เอ็มจี ออกล่องเรือชมความงามยามค่ำคืนของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเสียงร้องอันทรงพลังของ 2 ศิลปินคุณภาพจากเวที THE VOICE อย่าง “เพียว เอกพันธ์” และ “ข้าวฟ่าง กัลป์ธีรา” ได้สร้างความประทับใจ และสนุกสนานจนเพลงสุดท้าย ก่อนปิดเวทีด้วยการแสดงแดร็กควีนสุดอลังที่ดีไซน์มาเพื่องานฯ นี้โดยเฉพาะ

MG Experience 3

ด้วยกระแสการช้อปปิ้งออนไลน์ในปัจจุบันที่กำลังได้รับความนิยม เอ็มจี จึงจัดกิจกรรม MG LIVE MARATHON โดยปักหมุด LIVE วันที่ 21 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. – 24.00 น. ผ่านแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง TIKTOK ให้แฟนๆ เอ็มจีได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมาย อาทิ ร่วมประมูลสินค้าพิเศษราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท รับสิทธิพิเศษมากมายเมื่อกดซื้อสินค้าผ่าน LIVE ฯลฯ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม LIVE ในครั้งนี้ผ่านทาง TIKTOK ของ MG THAILAND หรือคลิก https://www.tiktok.com/@mgthailand

MG Experience 5

และในปีมังกรทองที่กำลังจะมาถึงนี้ เอ็มจีจะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์กับลูกค้า และขยายต่อไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่สนใจยนตรกรรมเอ็มจี สามารถเข้าถึงและใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้สนใจสนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นผ่านทาง www.facebook.com/MGcarsThailand หรือแอดไลน์ @MGThailand

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า 24 ชม. หรือ MG CALL CENTRE โทร. 1267

 

ฮุนได ดัน IONIQ 5 บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทย ชูเทคโนโลยีและดีไซน์เทียบชั้นแบรนด์ยุโรป พร้อมฟีเจอร์ขับขี่อัจฉริยะเหนือระดับ

0
IONIQ 5 ภาพเปิด

เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ใน MOTOR EXPO 2023 กับ “IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้เครือฮุนได” ที่คว้ารางวัลจากเวทีระดับโลกมาแล้วจากนานาประเทศ โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์เกาหลีใต้ที่มาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ สมบูรณ์แบบด้วยสมรรถนะการขับขี่ ดีไซน์ที่ทันสมัยแต่แฝงกลิ่นอายเรโทรไว้อย่างลงตัว และสิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือฟีเจอร์การขับขี่อัจฉริยะ พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานเทียบแบรนด์ยุโรป เมื่อผนวกกับบริการหลังการขายบนมาตรฐานของฮุนได IONIQ 5 จึงเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจมากที่สุดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ณ เวลานี้

IONIQ 5

รวมฟีเจอร์ไฮไลต์ที่ทำให้ครองใจคนทั่วโลก
•ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ผสานเสน่ห์รถคลาสสิกในหนึ่งเดียว
การออกแบบรูปลักษณ์ของ IONIQ 5 เป็นฝีมือของ จิออเกตโต จูเจียโร่ (Giorgetto Giugiaro) นักออกแบบยานยนต์ชื่อดังชาวอิตาลีที่เคยร่วมงานกับฮุนได และกลับมาปลุกตำนานรถยนต์คลาสสิกอันโด่งดังให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในโลกยานยนต์ ผ่านการนำดีไซน์รุ่นคลาสสิกอย่าง Hyundai Pony ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ส่งออกทั่วโลกในปี 1975 ผสานกับรถยนต์ต้นแบบ Hyundai 45 ในปี 2019 ทำให้ IONIQ 5 เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยรูปทรงที่เพรียวบางพร้อมเส้นสายสบายตา ผสานความเฉียบคมจากแนวสันด้านข้าง สื่อถึงความล้ำหน้าแห่งอนาคตของพลังงานไฟฟ้า โดดเด่นด้วยฝากระโปรงหน้าทรง Clamshell ที่เปิดยกขึ้นได้แบบไร้รอยต่อกับตัวถัง มือจับประตูด้านข้างออกแบบมาให้ซ่อนเก็บอย่างมิดชิด ผสานดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED ทุกองค์ประกอบทำให้ IONIQ 5 คือสุดยอดงานดีไซน์ที่ผสานความล้ำสมัย เข้ากับแบบฉบับคลาสสิกได้อย่างสวยงามลงตัว
IONIQ 5 2
•การออกแบบห้องโดยสารที่หรูหราสง่างามบนพื้นฐานความยั่งยืน
สัมผัสได้ถึงความพรีเมี่ยมในห้องโดยสาร ที่สง่างามและใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะห้องโดยสารออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด Living Space เพื่อให้รู้สึกสบายเหมือนอยู่ในบ้าน นอกจากนั้น วัสดุตกแต่งล้วนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น แผงประตูเคลือบด้วยสีชีวภาพที่สกัดจากน้ำมันพืช เบาะนั่ง ผ้าบุหลังคา และพรมหุ้มด้วยวัสดุชีวภาพที่ผลิตจากอ้อยและข้าวโพด วัสดุหนังที่ใช้ตกแต่งภายใน เคลือบด้วยน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์แทนสารเคมี แม้กระทั่งตะเข็บด้ายที่ใช้กับเบาะนั่งและที่วางแขนข้างประตู ยังผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล สะท้อนถึงแนวคิดเพื่อความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงแต่พัฒนาขึ้นบนแนวคิดรักษ์โลกเท่านั้น ยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อความสะดวกสบายในห้องโดยสารขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอระบบสัมผัส สำหรับควบคุมเครื่องเสียงและความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเชื่อมต่ออุุปกรณ์แบบ Bluetooth และระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก BOSE™ with External Amplifier ให้เสียงเต็มพลังด้วยลำโพง 8 ตัวรอบทิศทาง (เฉพาะรุ่น) รวมถึงฟีเจอร์การเชื่อมต่อออนไลน์อีกมากมาย ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายและสมบูรณ์แบบ

IONIQ 5 3

•ชูสมรรถนะและคุณภาพการขับขี่เหนือชั้น พร้อมสองทางเลือก
สมบูรณ์แบบด้วยระบบวิศวกรรมและฟีเจอร์อัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet ขับเคลื่อน 2 ล้อ ทำความเร็วสูงสุดถึง 185 กม./ชม. มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion โดยในรุ่น Premium มีความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง 58 กิโลวัตต์-ชั่วโมง กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 8.5 วินาที และมีระยะทางขับเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด 384 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

IONIQ 5 5

เหนือกว่าทั้งสมรรรถนะและระยะทางขับขี่ในรุ่น Exclusive โดยความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงเพิ่มเป็น 72.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง กำลังสูงสุด 217 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.4 วินาที และมีระยะทางขับเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด 481 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

ไฮไลต์ที่สร้างความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป คือทุกรุ่นติดตั้ง ระบบชาร์จเร็ว 350 kW Ultra-fast Charging สามารถชาร์จไฟจาก 10 – 80% ได้ภายใน 17 นาทีเท่านั้น

•แตกต่างอย่างเหนือชั้นด้วยระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Hyundai SmartSense
นอกจากฟีเจอร์ด้านระบบขับเคลื่อน ระบบช่วยขับอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยขั้นสูงยังมีมาตรฐานการทำงานเทียบเท่าแบรนด์รถยุโรป นั่นคือ “Hyundai SmartSense” ซึ่งมีทั้งระบบรักษาตำแหน่งรถในช่องทาง (Lane Keeping Assist: LKA) ระบบควบคุุมความเร็วอัตโนมัติ (Smart Cruise Control with Stop and Go) ระบบเตือนและเบรกฉุุกเฉินอัตโนมัติทางแยก (Forward Collision Avoidance Assist Junction Turning: FCA-JT) ระบบควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Collision- Avoidance Assist: BCA) รวมถึงกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา (Surround View Monitor) ระบบกล้องมองภาพมุมอับสายตา (Blind Spot View Monitor: BVM) และอีกมากกว่า 10 รายการ ซึ่งล้วนเป็นฟังก์ชันที่พบได้เฉพาะในแบรนด์ชั้นนำจากยุโรป แต่เทคโนโลยีทั้งหมดนี้เป็นสเปกมาตรฐานในทุกรุ่น

IONIQ 5 4

เพราะการลงทุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน โดยเฉพาะในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ย่อมไม่ใช่แค่ตอบโจทย์เรื่องการเดินทางเท่านั้น หากเป็นการซื้อความมั่นใจทั้งในเรื่องประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ดีไซน์ที่โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ ไปจนถึงความสะดวกในการใช้งานจริง ในระดับราคาที่คุ้มค่าสูงสุด ซึ่งHyundai IONIQ 5 อัดแน่นด้วยคุณภาพในทุกแง่มุม โดยเปิดราคาขายเริ่มต้นในไทยที่ 1,699,000บาท นับว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาถึงฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงบริการหลังการขายบนมาตรฐานของฮุนได พร้อมให้คุณเดินทางสู่อนาคตแห่งพลังงานไฟฟ้า ได้อย่างเชื่อมั่นและยั่งยืน

 

 

SUZUKI CARRY ผู้นำตลาดรถกระบะขนาดเล็ก ลูกค้าเลือกเป็น ‘รถคู่คิดธุรกิจ SME’ พร้อมเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมต่อเนื่อง “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE”

0
Suzuki Carry 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ที่ผ่านมา รถยนต์ซูซูกิยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดี เห็นได้จากยอดจองรถยนต์ภายในงานที่เกิดขึ้น กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ก็ยังคงให้การตอบรับ และเลือกใช้รถกระบะอเนกประสงค์ขนาดเล็ก SUZUKI CARRY เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของตนให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดจองรวมอยู่ที่ 310 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะขนาดเล็กอย่างแท้จริง

 

SUZUKI CARRY ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต ด้วยมิติตัวรถมีขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ เพิ่มความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกและรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม

 

ซึ่งด้วยความอเนกประสงค์ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหาพาหนะที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งในเรื่องของสมรรถนะการใช้งาน รวมถึงงานบริการหลังการขายที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เลือกใช้งานให้รถรุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกระดับ ทั้งในบทบาทของการขนส่ง หรือแปลงโฉมเป็นร้านค้าเคลื่อนที่รองรับธุรกิจในรูปแบบที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น ร้านอาหาร ร้านผลไม้สด ร้านตัดผม ร้านสะดวกซื้อ และอีกหลากหลายธุรกิจ

 

สิ่งสำคัญ นอกจากความโดดเด่นของสินค้าและงานบริการที่เรามอบให้ การตอกย้ำภาพลักษณ์ของสินค้าว่าเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ธุรกิจได้อย่างชัดเจน คือ ความพยายามในการเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมผ่านการนำรถอเนกประสงค์มาดัดแปลงเป็นรถหลากหลายรูปแบบในการนำออกไปช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งมอบความสุขแก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่องเป็น ปีที่ 2 คือ กิจกรรม “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” ซึ่งเคยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2565 ที่ผ่านมา ณ มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการที่เป็นพันธมิตรและผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ทำการดัดแปลงรถกระบะเพื่อการพาณิชย์อเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ให้กลายเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่เพื่อนำไปให้บริการ พร้อมทั้งการมอบเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็นไว้ให้ทางมูลนิธิฯ ซึ่งจากจุดเริ่มต้นในครั้งนั้น เราได้ขยายการจัดกิจกรรมการส่งมอบความสุขนี้ไปยังผู้ด้อยโอกาสทางสังคมยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน

Suzuki Carry  2

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา กิจกรรมได้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านตัดผม CHAYTOR BARBER และผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ นำโดยคุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ คุณไพลิน สะสมสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
และคุณสุนทรี สิทธิยานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซูกิเพชรบุรี (สิทธิภัณฑ์) จำกัด จังหวัดเพชรบุรี นำรถ SUZUKI CARRY Barber Truck มาให้บริการตัดผมแก่นักเรียน ณ โรงเรียนการศึกษาเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน จังหวัดเพชรบุรี

โดยโรงเรียนการศึกษาเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน มีนักเรียนในสังกัดดูแลซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา ทั้งชายและหญิง อายุ 7-22 ปี จำนวน 43 คน นอกจากการให้บริการตัดผม ซึ่งช่วยสร้างรอยยิ้ม ความสุขและความประทับใจให้แก่ทุกท่านได้เป็นอย่างดีแล้วนั้น ยังได้มอบเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นให้กับทางโรงเรียน โดยมีนายชนกภัทราณัฐ ข้าวหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนการศึกษาเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน ชะอำ เป็นผู้แทนในการรับมอบอีกด้วย

กิจกรรม “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” ได้ออกไปให้บริการแก่กลุ่มคนต่างๆ มาแล้วทั่วประเทศ สานต่อเจตนารมณ์อันดีเพื่อสังคม ตอกย้ำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY คือรถขนความสุขในทุกเส้นทางความฝัน พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนารูปแบบให้สามารถรองรับการดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย มากกว่าการเป็นรถขนสินค้าหรือสัมภาระ แต่เปรียบเสมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการ ด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

Suzuki Carry 4

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเด่นชัด คือ การตอบรับจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME จนสามารถสร้างยอดขายรวมในช่วงเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2566 ทั้งสิ้น 2,295 คัน ตอกย้ำความนิยม และความสำคัญของ SUZUKI CARRY ในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโตของตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SME ในรูปแบบ แฟรนไชส์ ที่มีการขยายตลาดและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นอกจากการคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่าในทุกด้านแล้ว “ซูซูกิ” ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมไทยผ่านแคมเปญ “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” จึงเป็นความมุ่งหวังที่จะพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชนและสังคมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ใบเฟิร์นรับบทเซลส์ขายรถที่บูธนิสสัน ใน Motor Expo 2023 โชว์สกิลขายนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์แบบฉบับคนใช้จริง

0
นิสสัน ภาพเปิด

สำหรับใครที่แวะเวียนไปที่บูธของ นิสสัน ในงาน Motor Expo 2023 ที่ผ่านมา น่าจะได้เจอกับภาพของดาราสาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ พรีเซนเตอร์ของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ที่แวะมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วยการแอบเนียนมาเป็นเซลส์ขายรถที่บูธอีกด้วย

นิสสัน 1

“ด้วยการทำงานที่ใบต้องใช้รถทุกวันอยู่แล้ว ใบจึงต้องศึกษาข้อมูลของรถที่ใช้ให้คุ้นเคย เพื่อที่เราจะได้ใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างตอนนี้รถคันโปรดของใบก็คือนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ซึ่งเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้า เวลาขับจะได้ฟีลรถยนต์ไฟฟ้า 100% ไม่ต้องเปลี่ยนความเคยชิน แถมยังประหยัดมาก ๆ เติมน้ำมันครั้งเดียวก็ขับไปได้ทุกที่เลย ตอนนี้ใบเลยปลื้มรถคันนี้สุด ๆ ค่ะ”

นิสสัน 2

“โดยวันนี้ทางนิสสันก็ชวนใบให้มาลองรับบทเป็นเซลส์ขายรถภายในงาน ซึ่งใบก็รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ แม้ว่าจะเคยลองฝึกขายรถที่โชว์รูมของนิสสันมาแล้วก่อนหน้านี้ ตามที่เห็นไปในวิดีโอ “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใบเฟิร์นถอดบทบาทซุปตาร์มาปลอมตัวเป็นเซลส์ขาย New NISSAN KICKS e-POWER” บน ช่องยูทูปของนิสสันประเทศไทย แต่ครั้งนี้ใบต้องมาประชันการขายกับเซลส์ตัวจริงผู้มากประสบการณ์ แต่ใบก็ไม่หวั่น เพราะเราเองก็เป็นตัวจริงของการใช้รถนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นนี้เหมือนกัน”

นิสสัน 3

ในกิจกรรม #เซลส์ซุปตาร์ท้าขายคิกส์ ที่จัดขึ้นบนเวทีของบูธนิสสัน ในงาน Motor Expo 2023 ที่ผ่านมา ถือเป็นกิจกรรมไฮไลท์ของบูธที่ได้พรีเซนเตอร์ของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์อย่างใบเฟิร์น มาจับไมค์ประชันความสามารถในการขายรถคู่กับเซลส์ตัวจริง ซึ่งบรรยากาศบนเวทีเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ด้วยฝีไม้ลายมือในการปะทะคารมกันของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองที่ต่างงัดความรู้เกี่ยวกับรถรุ่น นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ มาเสนอขายผู้ชมที่คอยให้กำลังใจอย่างไม่มีใครยอมใคร จนท้ายที่สุดทั้งใบเฟิร์นและเซลส์ตัวจริงต่างก็ได้ครองแชมป์ #เซลส์ซุปตาร์ท้าขายคิกส์ ร่วมกันไปอย่างแฮปปี้ ด้านแฟนคลับของสาวใบเฟิร์นที่คอยเชียร์อยู่ข้างเวทีก็พากันไปจองรถกันอย่างคึกคักหลังจบกิจกรรม เพราะติดใจในไฮไลท์เด็ดอย่างฟีลลิ่งเหมือนขับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบเดิม รวมถึงบริการหลังการขายที่จัดเต็ม งานนี้เรียกได้ว่าถ้าใบเฟิร์นจะรับจ๊อบเสริมเป็นเซลส์ขายรถก็รุ่งไม่แพ้กันแน่นอน

นิสสัน 5

“ใบดีใจมากเลยค่ะที่ได้ร่วมกิจกรรม #เซลส์ซุปตาร์ท้าขายคิกส์ เชื่อรึยังคะว่าใบคือคนขับตัวจริงของรุ่นนี้เลย จะบอกเลยว่าถ้าได้ลองขับเป็นต้องติดใจทุกคนค่ะ เพราะนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คันเดียวที่ใช่ ทั้งแรงทั้งประหยัด ใช้ระบบการเติมน้ำมันแบบ 100% ไม่ต้องกังวลเรื่องจะต้องวางแผนเส้นทางยังไง ต้องไปชาร์จไฟที่ไหน แถมยังมีระบบอี-เพดัลสเต็ป เอาใจคนขี้เมื่อยอีกด้วย แค่ยกเท้าทุกอย่างก็จะค่อย ๆ ชะลอลง มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย จะขับทางใกล้หรือทางไกลก็สนุกไม่มีเบื่อเลยค่ะ”

นิสสัน 5

“ความสนุกของกิจกรรม #เซลส์ซุปตาร์ท้าขายคิกส์ ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ เพราะใบขอท้าให้ทุกคนมาร่วมทำคลิปรับบทเป็นเซลส์ขายรถของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ส่งเข้ามาประกวดกันเยอะ ๆ นะคะ งานนี้บอกเลยว่า
มีรางวัลใหญ่รออยู่สำหรับใครที่ทำคลิปได้ครีเอท และสนุกที่สุด ส่งเข้ามาเลยนะคะ ใบรอดูคลิปของทุกคนอยู่ค่ะ” ใบเฟิร์นกล่าวทิ้งท้าย