Home Blog Page 173

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย ส่งมอบรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิหลากหลายรุ่น นำเสนอทางเลือกรถเช่าแบบพรีเมียมแก่ลูกค้า เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

0
BMW Group 3

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย (SIXT Thailand) หนึ่งในผู้นำบริการรถเช่าระยะสั้นและลีมูซีน ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มจีซี-เอเชีย ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ จำนวน 3 รุ่น รวมทั้งสิ้น 60 คัน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับบริการการขับรถเช่าระยะสั้นแบบพรีเมียม พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่สุดหรูจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ที่มีให้ได้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ (SAV) BMW X1 sDrive20i xLine จำนวน 36 คัน, BMW 220i Gran Coupé M Sport จำนวน 14 คัน และมินิ คันทรีแมน จำนวน 10 คัน จัดเต็มพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปีด้วยราคาค่าเช่ารถเริ่มต้นที่ 2,399 บาทต่อวัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2566*

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย ในการนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่สะดวกสบายและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบพรีเมียมให้แก่ผู้ใช้บริการรถเช่าแบบระยะสั้นในประเทศไทย ได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ทั้งสามรุ่น ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่อันหลากหลายทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการขับขี่ระยะไกลได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมผสานความคล่องตัวเพื่อมอบความสบายในการขับขี่ที่ลงตัวในทุกเส้นทาง”

BMW Group 1

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย (SIXT Thailand) มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการให้บริการเช่ารถยนต์พรีเมียมระยะสั้นแก่ลูกค้าชาวไทย โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีฟลีทรถยนต์พรีเมียมให้บริการกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของฟลีทรถยนต์ทั้งหมดในพอร์ต ซึ่งเป็นรถให้เช่าระยะสั้นกว่า 1,500 คัน ทั้งนี้ เรายังคงมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าแบบเหนือระดับอย่างแท้จริง ผ่านการให้บริการที่สาขาโดยพนักงานซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ให้ผู้สนใจเช่าขับรถยนต์ระยะสั้นได้พบกับประสบการณ์การขับขี่ใหม่ ๆ ที่เหนือกว่า พร้อมอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยจุดบริการลูกค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอกย้ำผู้นำในการให้เช่ารถหรูอย่างแท้จริง”

BMW Group 2

ผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งการเดินทางแบบพรีเมียมโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของรถ สามารถเข้าไปจองพร้อมตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการที่ศูนย์บริการของซิกท์ ทั้งหมด 16 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ ลาดพร้าว, พระราม 4, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, ระยอง, หาดใหญ่, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท รวมถึงเคาน์เตอร์สนามบินต่าง ๆ ได้แก่ สุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, น่าน, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ภูเก็ต, กระบี่, สมุย และสุราษฎร์ธานี หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sixtthailand.com, LINE ID: @sixtthailand, IG: sixt_thailand หรือติดต่อ Call Center 1798

 

CHANGAN สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งแรกในงาน Motor Expo ครั้งที่ 40 ส่ง Deepal L07 และ Deepal S07 กวาดยอดจองทะลุ 3,000 คัน

0

Changan Automobile ผู้พัฒนายานยนต์ชั้นนำระดับโลก ประกาศความสำเร็จกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานด้วยการส่งรถยนต์ไฟฟ้าสองรุ่นแรก Deepal L07 และ Deepal S07 เข้าสู่ตลาด EV ไทยอย่างเป็นทางการ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ CHANGAN ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก มั่นใจด้วยการกวาดยอดจองภายในงานกว่า 3,000 คัน

CHANGAN ในฐานะผู้เล่นใหม่ที่น่าจับตามองในตลาดยานยนต์ไทย ได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้ที่
ชื่นชอบและผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ปิดฉากงานมหกรรมยานยนต์ได้อย่างน่าประทับใจด้วยยอดจอง Deepal L07 และ Deepal S07 มากกว่า 3,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 12 วัน ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของ CHANGAN และสะท้อนถึงจุดยืนที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดยานยนต์ไทยที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด

CHANGAN เปิดตัวสู่สาธารณชนในไทยเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ประเดิมด้วยการเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นแรกที่ทุกคนรอคอย พร้อมประกาศราคาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ
โดย Deepal L07 เป็นรถยนต์ Sport Fastback ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย มอบเสถียรภาพและความสามารถในการควบคุมที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ชาวไทย เปิดตัวในราคา 1,329,000 บาท พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวรถยนต์ Smart Lifestyle SUV Deepal S07 ผสมผสานสุนทรียศาสตร์ของความสปอร์ต เรียบหรู และสะดวกสบายไว้ในคันเดียวที่ราคา 1,399,000 บาท การเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นทำให้บูธของ CHANGAN ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 เป็นอย่างมาก

เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา CHANGAN เตรียมขนทัพรถยนต์รุ่นอื่น ๆ พร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกมากมายเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมในปี 2567 และในฐานะ
แบรนด์รถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก CHANGAN มุ่งพัฒนาการบริการหลังการขายอย่างเต็มที่ โดยมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์บริการให้ครอบคลุมถึงผู้ใช้งานทั่วประเทศ จากปัจจุบัน 27 แห่ง เป็น 40 แห่ง ภายในปี 2566 และเดินหน้าขยายให้ครบ 80 ถึง 100 แห่ง ภายในปี 2567 ซึ่งแนวทางปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนถึง
ความตั้งใจอันแรงกล้าของ CHANGAN ในการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดและสร้างประสบการณ์การใช้ยานยนต์อย่างไร้ขีดจำกัดให้กับผู้ใช้งานชาวไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยยอดจองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในงาน Motor Expo 2023 ที่ 3,524 คัน นำโดย ORA 07, ORA Good Cat และ HAVAL JOLION

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จจากงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Motor Expo 2023 ด้วยยอดจองรวมกว่า 3,524 คัน ซึ่งเป็นยอดจองที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับงานจัดแสดงรถยนต์ระดับชาติ นับตั้งแต่ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ยานยนต์คุณภาพที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยภายในงานยอดจองสูงสุดนำโดย ORA 07 รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดที่บริษัทฯ ได้ส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ล็อตแรกไปเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ตามด้วย ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทยที่มาพร้อมแคมเปญที่ดีที่สุดภายใต้นโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3.0 ของภาครัฐ และ HAVAL JOLION เจ้าสิงโตอารมณ์ดีทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น Sport ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย

ในปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดบูธภายใต้แนวคิด “Stun Your World” นำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพอันเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัย 9 รุ่น ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ของการจัดงาน บูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับกระแสตอบรับอันดีจากชาวไทยอย่างล้นหลาม โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากมายเข้าเยี่ยมชมบูธ ทดลองขับ ร่วมกิจกรรมสนุกสนาน และสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตนี้อย่างเนืองแน่น

ภายในงานมีผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นจำนวนมาก ด้วยยอดทดลองขับรวมทั้งสิ้น 1,082 ครั้ง นำโดยเจ้าเหมียวสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ORA 07 มีผู้สนใจทดลองขับมากที่สุดอยู่ที่ 544 ครั้ง ตามด้วย All New GWM TANK 300 HEV ที่ 177 ครั้ง HAVAL JOLION ULTRA ที่ 130 ครั้ง HAVAL H6 HEV ที่ 125 ครั้ง และรุ่นอื่น ๆ อีก 106 ครั้ง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้สำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าเยี่ยมชมบูธ จำนวน 985 คน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนออกแบบประสบการณ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการผู้ขับขี่ชาวไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท (40.30%) และเจ้าของกิจการ (21.72%) ที่มีสมาชิกในครอบครัวอยู่ระหว่าง 3-5 คน นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ GWM รุ่นโปรดของแฟน ๆ ชาวไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ORA Good Cat, ORA 07, ORA Good Cat GT, All New GWM TANK 300 HEV และ HAVAL H6 โดยผู้เข้าเยี่ยมชมบูธได้บอกเหตุผลที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ของ GWM เนื่องจากมีดีไซน์ที่ทันสมัยดูมีสไตล์ คุณภาพสินค้าที่ดีที่มาพร้อมราคาที่เอื้อมถึงและความคุ้มค่าในการใช้งาน ประสิทธิภาพ เทคโนโลยีและความฉลาด รวมถึงด้านความปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น จากผลสำรวจยังได้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่สำคัญในการซื้อรถยนต์ โดยปัจจัยเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมีผลต่อการซื้อถึง 43.55% ตามด้วยสมรรถนะการขับขี่ 25.07% รูปลักษณ์ภายใน 20.91% ประสิทธิภาพการควบคุม 17.86%  ความสะดวกสบาย 14.61% และปัจจัยอื่น ๆ   

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำทัพยานยนต์คุณภาพทั้ง 9 รุ่นนี้มาให้ชาวไทยได้ยลโฉมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ Mission 9 in 3 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Motor Expo 2023 เป้าหมายหลักของเราคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยนตรกรรมที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโลยีล้ำสมัยและนวัตกรรมอัจฉริยะ  เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงยกระดับบริการและประสบการณ์ของผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ ตามความมุ่งมั่นของเราที่เน้นการยึดถือผู้บริโภคเป็นหลัก (User-centric) ซึ่งภายในงานปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับยอดจองสูงถึง 3,524 คัน นับเป็นยอดจองที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับงานจัดแสดงรถยนต์ระดับชาติ นับตั้งแต่ที่เราได้เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกคนที่เปิดรับแบรนด์ของเรา และมอบความไว้วางใจให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จนทำให้เราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่ง เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ชาวไทยทุกท่านจะเป็นแรงผลักดันอันมีคุณค่ามหาศาลที่ทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย พร้อมมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าไทย รวมถึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นให้เทียมทัดระดับสากลอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน”

TTC Motor ปลื้มกับ No.1 Mercedes-Benz Authorized Dealer จากงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

0

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์  เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ เมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ เผยถึง งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 Motor Expo 2023 ภายใต้แนวคิด Mobility : Imagination and Beyond  ซึ่ง TTC Motor ได้นำรถยนต์  Mercedes-Benz Certified  สภาพสวย รถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย รวมจัดแสดงภายในงาน รวมถึงการร่วมจำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์  รถใหม่ป้ายแดง ในบูธของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ TTC Motor สามารถทำยอดขาย   “อันดับ 1” No.1 ของ Mercedes-Benz Authorized Dealer อย่างเป็นทางการ

“TTC MOTOR ขอกราบขอบพระคุณลูกค้าผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ที่ให้โอกาสให้เราได้ดูแล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับโอกาสจากท่านในอนาคตต่อไป เพราะลูกค้าทุกท่านคือคนสำคัญที่สุดของเรา”

ในปี 2567 ทาง TTC Motor มีแผนงานใหม่ เพื่อรองรับการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกเป้าประสงค์ของความต้องการของลูกค้า แบบไร้รอยต่อตามโมเดล Retail of the Future

TTC Motor 2 สาขา ได้แก่ สาขาพัฒนาการ 45 โทร. 1274 , 02-322-2222 และสาขาอุบลราชธานี โทร.045-475-222 , www.facebook.com/BenzTTC TTCMotor# ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz , Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach , Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

โรงงานฟอร์ดฉลอง ‘หลังคาโรงจอดรถแบบโซลาร์เซลล์’ ขนาดใหญ่ที่สุดในไทย

0

โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ผู้ผลิตรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ร่วมกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ตรวจความพร้อมการเปิดใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 7.7 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ติดตั้ง 59,0000 ตารางเมตร ผลิตพลังงานได้ 9 ล้านหน่วยต่อปี เทียบเท่ากับการใช้พลังงานไฟฟ้าของบ้านพักอาศัยถึง 2,700 หลังคาเรือน

“เราเลือกพื้นที่บริเวณลานจอดรถยนต์สำหรับเตรียมส่งมอบให้ลูกค้าที่รองรับการจอดรถได้กว่า 1,500 คัน เป็นพื้นที่ในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพราะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งนอกจากร่มเงาจากแผงโซลาร์เซลล์จะช่วยรักษาคุณภาพรถก่อนถูกจัดส่งไปยังผู้แทนจำหน่ายฟอร์ดทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของบริษัทฯ ได้ในระยะยาว” มร. วินโค้ ซาริค ผู้จัดการโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง กล่าว “ที่สำคัญ ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศกว่า 5,720 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และพนักงานของเราได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่ร้อนมากเกินไป”

default

โรงงานเอฟทีเอ็ม ได้รับความร่วมมือจาก WHAUP ในฐานะผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและพลังงานชั้นนำในประเทศไทย เข้ามาลงทุนด้วยงบประมาณกว่า 235 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่ลานจอดรถของโรงงานเพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ติดตั้งนี้เป็นชนิดดับเบิล กลาส ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Bifacial เป็นเทคโนโลยีที่สามารถรับแสงได้ทั้งด้านหน้า และด้านหลังแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งการรับแสงที่สะท้อนนั้นทำให้ได้พลังงานเพิ่มขึ้น 5-10% ปัจจุบันการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาการก่อสร้างรวม 400 วัน ปัจจุบันพร้อมทดสอบจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบและดำเนินการขออนุญาตขนานไฟฟ้าในขั้นตอนต่อไป

นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP เปิดเผยว่า “โครงการนี้นับเป็นการติดตั้งแผงผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่ลานจอดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเราได้มีการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ออกแบบ ลงทุน ก่อสร้าง ใบอนุญาต และดูแลบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา ซึ่งการติดตั้งงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเป็นไปตามมาตรฐาน NEC2020 หรือ National Electrical Code (NEC) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าระดับโลกสำหรับระบบโซลาร์เซลล์ และเราคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในไตรมาสแรกของปี 2567”

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายในปี  พ.ศ. 2578 จะใช้พลังงานสะอาด 100% ในกระบวนการผลิตรถยนต์ทั่วโลก และเพื่อรองรับธุรกิจที่จะเติบโตในอนาคต โรงงานเอฟทีเอ็มกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆของโรงงาน

วิริยะประกันภัย คว้ารางวัลจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2566 เป็นครั้งที่ 4

0

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา มอบโล่ประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 ให้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนรับมอบ ในฐานะที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม ตามหลักจรรยาบรรณและบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและคู่ค้า พร้อมดำเนินภารกิจช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ทำให้ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับรางวัลดังกล่าว มาแล้วเป็นครั้งที่ 4 (ปี 2556, 2561, 2564 และ 2566) โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นภายในงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 “ธุรกิจยั่งยืน สืบสานจรรยาบรรณจากรุ่นสู่รุ่น 90 ปี หอการค้าไทย” ณ ห้อง UTCC EVENTS LAB อาคาร 23 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

สำหรับ “โครงการประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2566 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจให้กับภาคธุรกิจเอกชน โดยการสร้างความตระหนักรู้และตื่นตัวให้แก่ภาคธุรกิจเอกชนในการยึดมั่นหลักการดำเนินกิจการด้วยจรรยาบรรณและธรรมภิบาล พร้อมรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงรักษาและมุ่งมั่นสร้างจรรยาบรรณที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง เข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

“กลุ่มตรีเพชร” เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม กับโครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้ ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ ยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า และทำฝายชะลอน้ำ ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มตรีเพชร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Tri Petch Group Saves the Earth” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 เป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่คำนึงถึงทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ผ่านการปรับปรุงระบบพลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) อาทิ การปรับปรุงและยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ใช้หลอดไฟ LED มีระบบบริหารจัดการและควบคุมอาคารอัตโนมัติ ใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง และติดตั้งหลอด UV-C ในระบบปรับอากาศ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านการใช้พลังงานและด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร จนได้รับรางวัลอันทรงคุณค่ามากมายทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน การให้พนักงานทุกคนร่วมปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) และการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน (Operational Transformation) เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน รวมถึง การขยายโครงการสู่สังคมและชุมชน ผ่านการเชิญชวนให้พนักงานบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปให้มูลนิธิหรือองค์กรต่าง ๆ และในปีนี้ เราได้จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้และยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่าจำนวนเท่ากับพนักงานในกลุ่มตรีเพชร คือ 3,311 ต้น ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 39,732 กิโลกรัม Co2/ ปี และทำฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง ลดการพังทลายของหน้าดิน เราเชื่อมั่นว่าจากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการรณรงค์ให้พนักงานมีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ และเราจะยังคงดำเนินต่อและทำให้กิจกรรมเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป”

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE: @isuzuthai

ZEEHO อีวีไบค์น้องใหม่ใน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ยอดขายพุ่งทะลุเป้า

0

ZEEHO รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ในไทย แบรนด์ของ ZHEJIANG CFMOTO POWER จากแดนมังกร ที่ร่วมกับ พยัคฆ์ มอเตอร์ เดินหน้าบุกตลาดในไทยอย่างเต็มพิกัดหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 (The International Motor Expo 2023) ZEEHO ได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก สามารถสร้างยอดขายไล่ประชิดแบรนด์จักรยานยนต์รุ่นพี่มาเป็นอันดับที่ 7 หรือ 388 คันจากทั้งหมด 23 แบรนด์ ทั้งนี้ทางพยัคฆ์ มอเตอร์ ได้เร่งดันแผนเปิดรับตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมเตรียมการนำเสนอ  New Model  (C!TY SPORT) ต้นปีหน้า

นายภาณุ ศีติสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พยัคฆ์ เพาเวอร์ คอร์ป และบริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด เผยว่า “นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกของ ZEEHO รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสุดหรู สมรรถนะสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เปิดตัวเพียงแค่เดือนเศษแต่สามารถสร้างยอดจองในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ได้ถึง 388 คัน เป็นอันดับ 7 ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ทั้งหมด โดยรุ่นที่เปิดจำหน่าย ได้แก่  AE6+, AE8+ และ AE8S+ เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง ZHEJIANG CFMOTO POWER และพยัคฆ์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งแต่ละรุ่นมีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้ครบทุกความต้องการ ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย และโซลูชั่นการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการเชื่อมต่อที่เรียบง่ายผ่าน ZEEHO APP สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่  ทำให้ล่าสุด ZEEHO มียอดขายตั้งแต่เปิดตัวรวมทั้งสิ้น 458 คัน และกำลังทยอยส่งมอบให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังได้เดินหน้าเฟ้นหาพันธมิตรเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ตลอดจนขยายเครือข่ายการซ่อมบำรุง ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือก เพื่อรองรับการมุ่งเป้าสู่ยอดขายสะสม 2,000 คันในปีหน้าตามที่บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าไว้  

ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ในระยะเวลาอันใกล้นี้ พยัคฆ์ มอเตอร์ มีแผนที่จะประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO ในประเทศ  ภายใต้การควบคุมด้านคุณภาพจาก CFMOTO โดยตรง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต และประกอบยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน

“สำหรับคอนเซ็ปต์ไบค์ หรือรถต้นแบบของ ZEEHO 2 รุ่น ได้แก่ MAGNET และ C!TY SPORT ที่มาจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 นั้น เคยไปอวดโฉมในงานแสดงมอเตอร์ไซค์ระดับชั้นแนวหน้าของโลก EICMA SHOW มาแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศจุดยืนของเราในปีหน้า ด้วยการเป็นหนึ่งในประเทศที่จะมีการประกอบเพื่อจำหน่ายรถต้นแบบที่มาจากจินตนาการให้ออกสู่สายการผลิตจริง โดย ZEEHO C!TY SPORT จะเป็นหนึ่งในรุ่นที่เปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า และ ZEEHO MAGNET จะตามมาในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งสเปคจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนจากรถต้นแบบก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่มาพร้อมคุณภาพที่เร้าใจอย่างแน่นอน” นายภาณุ กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน ZEEHO มีตัวแทนจำหน่าย 2 แห่ง และศูนย์บริการ 7 แห่งทั่วประเทศ คือ กรุงเทพฯ, ปทุมธานี, เชียงใหม่, พิษณุโลก, มหาสารคาม, อุบลราชธานี และนครราชสีมา นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ APi Tech ศูนย์ซ่อมรถทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ใช้น้ำมัน ที่มีเครือข่ายร้านค้าให้บริการซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ สร้างทีม EV Man ในการช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพยัคฆ์ มอเตอร์ รวม 76 จังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานทั่วประเทศ สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO และศูนย์ซ่อมบำรุง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE OFFICIAL : @ZEEHO.THAILAND และ เฟซบุ๊กเพจ ZEEHO Thailand Official

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียนแห่งใหม่ ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านยุทธศาสตร์ ระดับภูมิภาคและระดับโลกของไทย

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Regional Training Center หรือ ARTC) แห่งใหม่ในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการปฏิบัติงานในระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งยกระดับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในด้านการให้บริการ และยกระดับการฝึกอบรมด้านบริการให้แก่บุคลากรของครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วภูมิภาคอาเซียน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 2

“ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตและการปฏิบัติงานที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ได้ทำการผลิตรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพหลายรุ่นเพื่อส่งออกไปยังทั่วโลก พร้อมกันนี้ เรายังมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้ดียิ่งขึ้นในทุกด้าน เราจึงได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน (ARTC) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขึ้นในประเทศไทย เพื่อ ‘พัฒนาทักษะของผู้ให้การฝึกอบรม’ โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้จัดจำหน่ายในประเทศอาเซียน ด้วยการพัฒนาหลักสูตรอบรมที่เหมาะสมกับตลาดในอาเซียนโดยเฉพาะ” มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าว

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 3

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเพื่อส่งออกตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากการก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน (ARTC) แห่งใหม่นี้ บริษัทฯ ได้เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้านการลงทุนและการเติบโตในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย การเปิดสายการผลิตที่ล้ำสมัยสำหรับออล-นิว ไทรทัน และเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์รุ่นใหม่ รวมถึงการก่อตั้งโรงงานพ่นสีคุณภาพสูง ที่ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยงบลงทุน 3 พันล้านบาท พร้อมด้วยการเปิดสนามทดสอบรถยนต์แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 4

 

“กลุ่มตรีเพชร” เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม กับโครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth”

0
อีซูซุ ภาพเปิด

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้ ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ ยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า และทำฝายชะลอน้ำ ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

 

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มตรีเพชร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 เป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่คำนึงถึงทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ผ่านการปรับปรุงระบบพลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) อาทิ การปรับปรุงและยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ใช้หลอดไฟ LED มีระบบบริหารจัดการและควบคุมอาคารอัตโนมัติ ใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง และติดตั้งหลอด UV-C ในระบบปรับอากาศ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านการใช้พลังงานและด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร จนได้รับรางวัลอันทรงคุณค่ามากมายทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน การให้พนักงานทุกคนร่วมปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) และการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน (Operational Transformation) เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน รวมถึง การขยายโครงการสู่สังคมและชุมชน ผ่านการเชิญชวนให้พนักงานบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปให้มูลนิธิหรือองค์กรต่าง ๆ”

อีซูซุ 5

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “และในปีนี้ เราได้จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้และยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่าจำนวนเท่ากับพนักงานในกลุ่มตรีเพชร คือ 3,311 ต้น ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 39,732 กิโลกรัม Co2/ ปี และทำฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง ลดการพังทลายของหน้าดิน เราเชื่อมั่นว่าจากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการรณรงค์ให้พนักงานมีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ และเราจะยังคงดำเนินต่อและทำให้กิจกรรมเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป”

อีซูซุ 1อีซูซุ 1

อีซูซุ 7

ติดตามข่าวสารของ อีซูซุ เพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE: @isuzuthai