Home Blog Page 173

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” นำทัพคว้าแชมป์ No.1 ตอกย้ำความสำเร็จ ใน Motor Show 2024

0
Primus Group

ไพรม์มัส กรุ๊ป” นำทัพคว้าแชมป์ดีลเลอร์ No.1 กวาดยอดจอง Mercedes-Benz และ Deepal สูงสุด ในงาน Motor Show 2024 ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์ “Customer Centric” ดันธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ไพรม์มัส กรุ๊ป 1

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz และ Deepal อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ในนามผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผมต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจ “ไพรม์มัส” ให้เป็นผู้ดูแลและบริการอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บจก.เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย), บจก.ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) และ บจก.อีเทอนิตี้ แอท วัน ที่ร่วมผนึกกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และรถยนต์รุ่นใหม่ๆ สำหรับเป็นทางเลือกที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคคนไทย ส่งผลทำให้ “ไพรม์มัส” ประสบความสำเร็จและทำยอดจองสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Deepal ในงาน Motor Show 2024 อิมแพค เมืองทองธานี

ไพรม์มัส กรุ๊ป 2

 

“ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และเราให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะมุ่งพัฒนาคุณภาพและการบริการที่เป็นเลิศและเหนือระดับ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วนในทุกมิติ พร้อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง” นายณัฐฏวุฒิ กล่าวปิดท้าย

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยกลยุทธ์หลักของ “ไพรม์มัส” ที่มุ่งเน้นการเป็น Top of Mind แบรนด์อันดับ 1 ในใจของลูกค้า และให้ความสำคัญกับลูกค้าตามแนวคิด “Customer Centric” ผสานการมอบประสบการณ์ใหม่ ที่สร้างความประทับใจและทรงคุณค่าให้แก่ลูกค้าในทุกการบริการ โดยการพัฒนาประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ

ไพรม์มัส กรุ๊ป 3
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ลูกค้ามอบความไว้วางใจและบอกต่อการบริการที่ดีของเราอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ “ไพรม์มัส” มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง ล่าสุด “เบนซ์ไพรม์มัส” สามารถคว้ายอดจองสูงสุดของรถยนต์ “Mercedes-Benz” ทั่วประเทศ และ “เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา” สามารถทำยอดจองสูงสุดของพื้นที่เขตต่างจังหวัด ขณะที่ “ดีพอล ไพรม์มัส” ก็สามารถทำยอดจองรถยนต์ Deepal ได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 เช่นกัน

ไพรม์มัส กรุ๊ป 5

และเพื่อให้ทุกท่านได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์กับบริการสุดพรีเมี่ยมในการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz รับข้อเสนอพิเศษ “แคมเปญดี ราคาเดียว” ส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท ฟรี! MBSP Easy Care / MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี พร้อมลุ้นรับ Mercedes-Benz C 220 d AMG Line หรือทองคำแท่ง มูลค่าร่วม 4 ล้านบาท เฉพาะลูกค้า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้” หมดเขต 30 เมษายน ศกนี้ ที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” ย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) โทร. 02 095 5555 หรือคลิกที่ https://www.facebook.com/BenzPrimusAutohaus กับ “เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา เฟส1 บนถนนสุขุมวิท-พัทยานาจอมเทียน และบนถนนสุขุมวิท-พัทยาใต้ โทร.038 051 555 หรือคลิก https://www.facebook.com/primuspattaya/

ไพรม์มัส กรุ๊ป 7

ส่วนผู้ที่สนใจจองและเป็นเจ้าของรถยนต์ Deepal L07 รับฟรี ! ดอกเบี้ย นาน 48 เดือน พร้อมคูปองชาร์จไฟฟ้า มูลคา 5,000 บาท หรือฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 4 ปี และในรุ่น Deepal S07 รับข้อเสนอ โปรแกรมช่วยผ่อน นาน 5 เดือน รวม 50,000 บาท หรือ ประกันชั้น 1 นาน 3 ปี พร้อมรับ DEEPAL Premium Care มูลค่า 250,000 บาท

ไพรม์มัส กรุ๊ป 8

ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าสุด Cute ในรุ่น LUMIN รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0.68% หรือผ่อนเริ่มต้น 3,950 บ. พร้อมฟรี! LUMIN BUDDY CARE มูลค่า 40,000 บาท

พิเศษ! รับหมอนผ้าห่มสุดพรีเมี่ยม เมื่อออกรถกับ “Deepal Primus” ที่สาขารามคำแหง โทร. 062 653 9239 หรือคลิ๊ก https://www.facebook.com/DeepalPrimusRamkhamhaeng/ และสาขาชลบุรี โทร. 061 654 2966 หรือคลิ๊ก https://www.facebook.com/DeepalPrimusChonburi

 

 

BYD ขอบคุณกระแสตอบรับท่วมท้น ด้วยยอดจอง 5,345 คัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0
BYD Pic Open

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอขอบคุณสำหรับการตอบรับอย่างล้นหลามจากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลาร่วม 2 สัปดาห์ของการจัดงาน มีลูกค้าและผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมทัพยนตกรรมของ BYD และแบรนด์อื่นๆ ในเครืออย่างเนืองแน่น จนทำยอดจองได้ทั้งสิ้น 5,345 คัน โดย BYD DOLPHIN ได้รับความสนใจสูงสุด ด้วยยอดจอง 2,379 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ BYD ในวงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย อีกทั้งบูธ BYD ยังคว้ารางวัล The Best Award Bangkok International Motor Show 2024 จากทางผู้จัดงานมาครองถึง 3 สาขา ได้แก่ Exhibit Design Award, The Best PHEV SUV Award รวมถึง The Most Gorgeous Costume Award อีกด้วย

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เราขอแสดงความขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มีให้กับ BYD และเรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจองทั้งสิ้น 5,345 คัน และเสียงตอบรับอย่างล้นหลามกับ RUNOUT Campaign BYD ATTO3 รุ่น Standard หมดภายในหนึ่งวันเท่านั้น เสียงตอบรับจากทุกท่านมีความหมายอย่างยิ่ง เรเว่ขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW ENERGY FOR ALL’ ที่ทุกท่านคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation ไปพร้อมกัน”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์จาก BYD ทุกคนจะได้รับสิทธิ์ RÊVER Care พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย เพื่อการันตีว่าเราจะดูแลลูกค้าทุกท่านให้ได้รับความอุ่นใจในมาตรฐานและการบริการตลอดการใช้งานรถยนต์ BYD โดยลูกค้าสามารถเข้ารับการบริการได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 100 แห่งของ BYD ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับแทนคำขอบคุณที่ทุกท่านให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีตลอดมา”

ยอดจองรายรุ่นของ BYD ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

  • BYD ATTO 3           1,457 คัน
  • BYD DOLPHIN       2,379 คัน
  • BYD SEAL                 702  คัน
  • DENZA D9 DM-i       647  คัน
  • BYD SEAL U DM-i    160  คัน

ทั้งนี้ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ที่ผ่านมานี้ BYD ได้สะกดสายตาผู้เข้าชมด้วยการเปิดตัว New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 รถอเนกประสงค์คู่ใจในชีวิตประจำวัน ผสานเทคโนโลยีระดับโลก ขับขี่ไร้กังวลด้วยระบบความปลอดภัย และเผยโฉม BYD SEAL U DM-i รถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ 5 ที่นั่ง 5 ประตู พร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะรอบคัน ซึ่งเปิดรับจองสิทธิ์ RÊVER Care รับสิทธิประโยชน์มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท[1] เมื่อออกรถ ซึ่งมีผู้จองสิทธิ์ RÊVER Care ทั้งสิ้น 160 สิทธิ์ พร้อมทั้งเปิดรับจองสิทธิ์ DENZA D9 DM-i รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเอ็มพีวีสุดหรู ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งมียอดจองสิทธิ์ ทั้งสิ้น 647 สิทธิ์

หลังจากแบรนด์ BYD คว้าสิทธิ์การเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 เรเว่ ยังคงเดินหน้าส่งมอบของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิขสิทธิ์แท้ UEFA EURO 2024 ให้กับลูกค้าที่ออกรถ จากโชว์รูม BYD ทั่วประเทศอีกด้วย

[1] เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด

“TAIA” หวั่นหนี้ภาคครัวเรือนฉุดยอดขายรถปี 67

0
Taja ภาพเปิด

ในกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน (TAIA Meets the Press) ในหัวข้อ “ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA), สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association : TAJA และบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 คาดการณ์แนวโน้มภาคผลิตยานยนต์ปี พ.ศ. 2567 ทะลุ 1.9 ล้านคัน เติบโตต่อเนื่องจากนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐ ส่วนยอดขายในประเทศอาจไม่เติบโต เหตุจากหนี้ภาคครัวเรือน และยอด NPL รถยนต์ยังสูง ส่งผลประมาณการยอดขายรถยนต์ภายในประเทศจะอยู่ที่ 7.5 แสนคัน

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า ในปี พ.ศ. 2567 คาดการณ์การผลิตรถยนต์ของไทยโดยรวมที่ 1.9 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3.17% โดยแบ่งเป็นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 7.5 แสนคัน และผลิตเพื่อส่งออก 1.15 ล้านคัน และสำหรับรถจักรยานยนต์คาดการณ์จะมีการผลิตที่ 2.12 ล้านคัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 0.03%

TAIA 1

ปัจจัยส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ปี 2567 หลักคือ ภาวะทางเศรษฐกิจ ภาระหนี้สินภาคธุรกิจและ
ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและหนี้เสีย NPL มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบโดยตรงต่ออำนาจซื้อของประชาชนที่ลดลง นโยบายและกฎระเบียบด้านยานยนต์ การบังคับใช้มาตรฐานมลพิษระดับยูโร 5 ทั้งรถยนต์และน้ำมัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคารถยนต์และน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับอนาคตยานยนต์ไฟฟ้า (EV :Electric Vehicle) ในประเทศไทย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดจดทะเบียนรวมปัจจุบันอยู่ประมาณ 1.0 – 1.2 แสนคัน และส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง จากการตระหนักถึงความสำคัญของการลดภาวะโลกร้อนโดยการใช้รถไฟฟ้าจากประชาชนชาวไทย รวมถึงมาตรการ
การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ยอดขายรถ EV มีอัตราการเติบโตแบบชะลอตัว ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการตัดสินใจชะลอซื้อรถรุ่นใหม่ เพราะการทยอยเข้ามาของรถ EV รุ่นใหม่ แบรนด์ใหม่ๆ
จากประเทศจีน และการทำสงครามราคาของ EV ด้วยกันเอง

นายสุวัชร์ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย อยู่ในช่วงของการปรับตัว และเปลี่ยนถ่ายสู่การผลิตยานยนต์พลังงานสะอาดในอนาคตอันใกล้ เพียงแต่ในเวลานี้ นโยบายสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0, EV 3.5 และมาตรการส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ รถบัสไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าของรัฐบาล มีการอุดหนุนด้านการผลิตรถ EV และเงินอุดหนุนราคา ส่งผลให้ราคารถ EV ต่ำกว่าความเป็นจริง สิ่งที่สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกังวลคือ อาจมีการชะลอตัวในตลาดรถ EV หลังจากมาตราการอุดหนุนต่างๆ สิ้นสุดลง

สิ่งสำคัญในเวลานี้คือ มาตรการเหมาะสมในการสนับสนุนการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จากการเป็นฐานการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน (ICE : Internal Combustion Engine) มาอย่างยาวนาน ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมทั้งก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก เปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพร้อมสนับสนุนและให้ความร่วมมือในการสร้างสังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อลดการปล่อยมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ใช้ตามโนบาย “เป้าหมายในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2050” ของรัฐบาลผ่านนโยบายต่างๆ เช่น 30@30 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ และการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 เพื่อส่งเสริมรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นายสุรศักดิ์ จรินทอง อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า ในฐานะผู้แทนสื่อมวลชนสายยานยนต์รู้สึกได้ถึงความตั้งใจของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในการนำเสนอข้อมูลภาพรวม และทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยข้อมูลจากกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นแนวทางให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดยานยนต์ไทยในอนาคต สมาคมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลเหล่านี้ สามารถสื่อสาร และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานต่างๆ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

TAIA 3

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI และประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ กล่าวว่า ทิศทางอุตสาหกรรม
ยานยนต์ไทยปัจจุบัน มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์มีการแข่งขันกันสูง ในขณะที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตนเองในฐานะผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ พยายามผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตไปสู่แนวหน้าของโลก อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเติบโตมาได้อย่างทุกวันนี้ เป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการทุกบริษัท โดยเฉพาะญี่ปุ่น ค่ายญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ที่ผ่านมามีการรุกเข้ามาของรถยนต์จากประเทศจีนอย่างมาก แต่อนาคตรถจากจีนเข้ามาแล้วจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกแบบนี้หรือไม่นั้น สำคัญคือเราต้องรู้ทันสิ่งที่เห็น ตอนนี้สิ่งที่กลัวคือ รู้ไม่ทันสิ่งที่เกิดขึ้น

TAIA 9

“จึงอยากเตือนว่าอย่าลุ่มหลงจนเกินไป ทั้งที่พื้นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเราดีอยู่แล้ว แต่เป็นห่วงในเวลานี้คือ พื้นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะได้รับผลกระทบ ห่วงความไม่ยั่งยืน อุตสาหกรรมมยานยนต์ไทยเราทำมา 50 กว่าปีด้วยความยากลำบาก มีค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นยกตัวอย่างทั้งโตโยต้า อีซูซุ มิตซูบิชิ และอีกหลายค่าย ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะปิกอัพส่งออกไปทั่วโลกรวมหลายล้านคันแล้ว” ดร.ปราจิน กล่าว

ดร.ปราจิน กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย ในช่วงแรก ตนเองเคยมีโอกาสได้เดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นช่วงที่มีการย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย ทำให้เห็นว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรมยานยนต์ไทยอย่างมาก ไม่อย่างนั้นค่ายรถยนต์ทั่วโลกคงไม่เกรงใจไทยเหมือนทุกวันนี้ ในฐานะผู้จัดงานมอเตอร์โชว์มีผู้เข้าชมครั้งละเป็นล้านคน ดังนั้นเราจึงต้องรักษาไว้ ตนจัดงานมอเตอร์โชว์มาจนถึงวันนี้ ครั้งที่ 45 อยากให้เป็นตัวอย่างให้ทุกคนเห็น ตอนนี้ตนอายุ 81 ปีแล้ว แต่ยังอยากทำงานให้ประเทศไทยให้เกิดความน่าเชื่อถือต่อไป

 

 

“บางกอก มอเตอร์โชว์” ปลุกตลาดรถ ดันยอดจองรวมเฉียด 60,000 คัน

0

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7เมษายน ที่ผ่านมา มียอดจองรถภายในงานรวมทั้งสิ้น 58,611 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 27.5 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์และรถยนต์จักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่แนะนำในช่วงงาน รวมถึงแคมเปญกระตุ้นยอดขายของค่ายรถ ขณะที่ตัวเลขผู้เข้าชมงานสูงถึง 1.6 ล้านคน 

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 1 นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45” เปิดเผยว่า “เนื่องจากการจัดงานในปีนี้ มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการจากประเทศจีนและเวียดนาม ที่นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาให้ผู้บริโภค เลือกชม เลือกซื้อ เป็นจำนวนมาก โดยมีราคาตั้งแต่หลักแสนปลายๆ ไปจนถึงหลักล้านต้นๆ ทำให้มีผู้บริโภคให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากถึง 1,610,972 คน ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ภายในงานมีมากกว่า 58,611 คัน แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ 5,173 คัน และรถยนต์ 53,438 คัน โดยมากกว่า 32.78 เปอร์เซ็นต์ เป็นยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในงาน”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2

“ทั้งนี้รถรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้รับความสนใจจากประชาชน  เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู และวอลโว่ โดยมียอดจองรวมกันกว่า 17,517 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งกว่า 32.78 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นส่วนประกอบก็ยังคงมีสัดส่วนยอดจองกว่า 35,921 คัน”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 3

“ในส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคเองปีนี้ต่างให้การตอบรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน และเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก เห็นได้จากบรรยากาศการเจรจาที่หนาแน่นดังเช่นทุกปีโดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดจองเป็นสองเท่าของวันธรรมดา แต่ด้วยพฤติกรรมของคนผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพื่อให้สมกับช่วงที่ต้องรัดเข็มขัด จึงหันมาซื้อหารถใหม่ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเติบโตตามเป้าด้วยสาเหตุที่ค่ายรถเองต่างชิงเปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 5

ขณะที่รถจักรยานยนต์ในปีนี้มีแบรนด์จากประเทศจีนเข้าร่วมงานถึง 5 แบรนด์ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานไม่น้อยเช่นกัน ทำให้มียอดจองรถจักรยานยนต์ภายในงานรวมทั้งสิ้น 5,173 คัน

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 8

สำหรับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46” จะมีขึ้นระหว่างวันที่  26 มีนาคม-6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

 

“นิสสัน” สร้างประสบการณ์แบบ metaverse เพื่อการศึกษาด้านความปลอดภัยในการจราจร

0
Nissan Pic open

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด แนะนำ “Nissan Heritage Cars & Safe Drive Studio” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม metaverse ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการจราจร ในขณะเดียวกันก็มอบโอกาสพิเศษในการโต้ตอบกับรถยนต์รุ่นดังในตำนาน โครงการนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำ และห้องปฏิบัติการสร้างอนาคตความปลอดภัยด้านการจราจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสัน ในการยกระดับการศึกษาด้านความปลอดภัยในการจราจรผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

Nissan 1

สตูดิโอแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ของนิสสัน ซึ่งเริ่มในเดือนธันวาคม โดยมีรถยนต์ที่โดดเด่นสามรุ่นจากอดีตของนิสสัน โดยแต่ละรุ่นมีสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันซึ่งสะท้อนถึงยุคสมัยของรถยนต์แต่ละรุ่น การตั้งค่าเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นฉากหลังสำหรับสร้างโอกาสในการถ่ายภาพ และวิดีโอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการโต้ตอบ ที่ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมในมินิเกม และกิจกรรมต่างๆ ที่ให้บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของการจราจร
ไฮไลท์ของสตูดิโอ:

Nissan 2

•ทศวรรษ 1980: นำเสนอรถยนต์ Nissan Silvia Q’s (S13) นิทรรศการนี้สำรวจผลกระทบของสีเสื้อผ้าของคนเดินถนนที่มีต่อผู้ขับขี่ โดยได้รับการพัฒนาร่วมกับศาสตราจารย์ Chie Tsunoda จาก Sagami Women’s University

Nissan 4
•ทศวรรษ 1970: นิทรรศการมี hi-light คือ Nissan Skyline 2000GTX-E และมีมินิเกมที่เน้นไปที่ขอบเขตการมองเห็น และการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน โดยผู้ที่พัฒนาคือ Takushi Kawamorita จาก Kitasato University

Nissan 5
•ทศวรรษ 1950-1960: นำเสนอ Datsun Fairlady SPL213 ในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้นึกถึงร้านอาหารอเมริกันคลาสสิก และโรงหนังแบบ Drive-in สตูดิโอแห่งนี้นำเสนอการออกกำลังกายด้วยการหมุนพวงมาลัยโดยได้รับการพัฒนาร่วมกับ Niigata University

Nissan 8

Nissan Heritage Cars & Safe Drive Studio เป็นเพียงตัวอย่างล่าสุดของความพยายามของนิสสันในการสำรวจวิธีการใหม่ๆ ในการมีส่วนร่วมกับลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเทคโนโลยียานยนต์ นิสสันเปิดตัว Nissan Crossing บน VRChat ในปี 2021 และในปีถัดมา ก็ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก Sakura บน VRChat โดยนำเสนอการทดลองขับเสมือนจริงแก่ผู้ใช้ทั่วโลก

 

“มาสด้า” เฟ้นหาที่สุดของที่สุดด้านการเอาใจใส่ดูแลลูกค้า ตอกย้ำนโยบายส่งมอบบริการที่เป็นเลิศให้ลูกค้าทั่วประเทศ

0
Mazda

มาสด้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตามแนวทาง Customer Experience Management จัดการแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 หรือ การแข่งขันทักษะด้านการบริการลูกค้า ประจำปี 2566 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดบุคลากรฝ่ายบริการหลังการขาย ประเภท ช่างเทคนิค ที่ปรึกษาด้านบริการ และเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ จากผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบบริการแบบครบวงจรและประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้ามาสด้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงแนวทางที่มาสด้าให้ความสำคัญด้านการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจ เกิดความผูกพันและภักดีในแบรนด์ และยกระดับประสบการณ์ความสุขจากการใช้รถยนต์มาสด้าให้ลูกค้าทุกคน โดยการเฟ้นหาที่สุดของประเทศในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทั่วประเทศ 276 คน คัดเลือกผู้ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นให้เหลือเพียง 30 คน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรอบสุดท้าย จัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอบรมมาสด้า ที่สำคัญ ผู้ที่ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้จะได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทักษะฝีมือช่างเทคนิคในเวทีระดับนานาชาติต่อไป

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การส่งมอบบริการที่เป็นเลิศและมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง ภายใต้นโยบายการดำเนินงานเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก touch point เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการขายเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความแข็งแกร่ง แต่การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ครบทุกองค์ประกอบคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของผู้จำหน่ายเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเคียงข้างลูกค้ามาสด้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามแนวทางการบริหารคุณค่าหลักของมาสด้า หรือ PPV ประกอบด้วย Purpose การสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คนได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้าในทุกประสบการณ์ ตามด้วย Promise คำมั่นสัญญาจากมาสด้า คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติได้อย่างสมดุล และคุณค่าหลักที่สำคัญอย่างยิ่งที่บุคลากรมาสด้าทุกคนยึดมั่น คือ Values หรือ การส่งมอบความประทับใจที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า ด้วยความเต็มใจ ด้วยมิตรภาพ โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกการให้บริการ เหล่านี้คือสิ่งที่มาสด้าปรารถนาและต้องการส่งมอบสู่ลูกค้าทุกคนในประเทศไทย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า และต่อเนื่องไปยังรถยนต์มาสด้าคันถัดไx

Mazda 1

 

มาสด้าจึงมุ่งมั่นเดินหน้าเสาะแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อความสุขของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่าย ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของมาสด้าให้เกิดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงการจัดการแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 หรือ การแข่งขันทักษะด้านการบริการลูกค้า ประจำปี 2566 โดยดำเนินการจัดแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องถึง 18 ปี เพื่อผลักดันและเปิดโอกาสให้บุคลากรของผู้จำหน่ายได้มีโอกาสพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญ และแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขัน ไปต่อยอดเพื่อดูแลลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และมีความสุขกับการใช้รถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจในทุกเส้นทาง ทำให้ลูกค้าสบายใจด้วยคุณภาพงานบริการที่ได้มาตรฐานตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ด้วยการวิเคราะห์งานซ่อมต่างๆ ได้อย่างมืออาชีพ ถูกต้องแม่นยำ เพื่อส่งมอบการบริการที่สะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าได้อย่างดีที่สุด

Mazda 2

 

ไม่เพียงเท่านี้ การแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 ได้ยกระดับความเข้มข้นของโจทย์และสถานการณ์ที่ใช้ทดสอบสำหรับการแข่งขันแต่ละประเภทในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรฝ่ายบริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศได้พัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพความเชี่ยวชาญและยกระดับความสามารถของตนเองในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ พร้อมประสบการณ์ที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามนโยบายการสร้างมาตรฐานการบริการจากมาสด้า โดยอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจถึงแก่นแท้ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง อันเป็นแนวคิดการบริหารคุณค่าหลักของแบรนด์มาสด้า และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย คือ ผู้ที่ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้ จะได้เดินทางไปร่วมกิจกรรม หรือ การแข่งขันในเวทีระดับโลกอีกด้วย โดยผู้ที่ชนะเลิศในแต่ละประเภท มีดังต่อไปนี้

 

ประเภท ช่างเทคนิค
ชนะเลิศ: นายศราวุฒิ บริบูรณาคม จาก บริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) พัทยา
รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นายวิษณุ ก้อนแข็ง จาก บริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) – อมตะ
รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นายณัฐนันต์ พวงทอง จาก บริษัท นที ยูนิตี้ มอเตอร์ จำกัด – ราชพฤกษ์

Mazda  4

 

ประเภท ที่ปรึกษาด้านบริการ
ชนะเลิศ: นางสาวพัชราภรณ์ ทรงเจริญ จาก บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นางสาวชญาภา เรืองระยนต์ จาก บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ เน็กซ์ทู จำกัด
รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นางสาวบงกช สุขขณะล้ำ จาก บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ มาสด้า (ประเทศไทย) จำกัด
สาขาเพชรเกษม

Mazda  5

ประเภท เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์
ชนะเลิศ: นางสาวปรียาภรณ์ ใจตรง จาก บริษัท อนุภาษธุรกิจและการค้า ภูเก็ต จำกัด (ถนนเจ้าฟ้า)
รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นางสาวศศิธร น้อยวิไล จาก บริษัท 14 ออโตโมชั่น จำกัด
รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นางสาวฐิติมา แสงรอด จาก บริษัท วีเอ็มดี ออโต้เซลส์ จำกัด (พิษณุโลก)

ทั้งนี้ มาสด้าภูมิใจในบุคลากรทุกคนที่มุ่งมั่นทุ่มเทฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะผู้ที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศการแข่งขัน MAZTECH Thailand 2023 ในครั้งนี้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่า เราทุกคนจะไม่หยุดพัฒนาการบริการที่เป็นเลิศเพื่อลูกค้าและครอบครัวมาสด้าทุกคน และจะมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบครบวงจร นับแต่วันแรกที่แบรนด์มาสด้าได้มีโอกาสทำความรู้จักกับลูกค้า ตั้งแต่ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อรถ ตลอดจนการบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามาสด้าพร้อมดูแลลูกค้าครอบครัวมาสด้าให้ดีที่สุด และรถยนต์คู่ใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้ครอบคลุมทุกช่วงของชีวิต ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก รองประธานบริหารส่วนงานวางแผนกลยุทธ์ และปฏิบัติการ มร. ทาเคชิ มิคามิ ซึ่งได้ร่วมชมการแข่งขันและเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าแข่งขันในแต่ละประเภท โดยให้เกียรติมอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจให้กับผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้

 

“ฮอนด้า” สานต่อโครงการ Honda Dream School ปีที่ 19 รวมพลังจิตอาสาปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้เยาวชนไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นสานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยตามเป้าหมาย ฮอนด้า ปี พ.ศ. 2593 เดินหน้าปลูกฝังจิตสำนึกและตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทั้งบนท้องถนนและการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านโครงการ “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” หรือ “Honda Dream School” ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 19 ใน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดแสนสุข จ.กรุงเทพฯ โรงเรียนบ้านโป่งกะพ้อ จ.ปราจีนบุรี และโรงเรียนวัดบ้านช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ รวมนักเรียนกว่า 900 คน รวมถึงรวมพลังจิตอาสาพนักงานฮอนด้า ครู นักเรียน และตัวแทนชุมชนใน 3 พื้นที่ ร่วมปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาสภาวะแวดล้อมของโรงเรียนให้น่าอยู่และปลอดภัย และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน พร้อมส่งมอบอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียน รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ในระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2567

ออนด้า 1

สำหรับ โครงการ “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” หรือ “Honda Dream School” ปีที่ 19 เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายของบริษัทฯ ปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ใน 2 ทิศทางหลัก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งมั่นทำให้ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ ของฮอนด้า มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ และด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุและลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทั่วโลกให้เป็นศูนย์ โดยโครงการในครั้งนี้ ประกอบด้วย

ออนด้า 2
1) กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งในห้องเรียนและบริเวณโรงเรียน ได้แก่
•การทำแปลงเกษตรเพื่อการเรียนรู้ ให้นักเรียนได้เพิ่มทักษะการเกษตร โดยผลผลิตที่ได้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียนอีกด้วย
•จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการแยกขยะให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ขยะ และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องการออมเงินผ่านธนาคารขยะ
•การให้ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน ด้วยการสนับสนุนระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10 กิโลวัตต์ เพื่อใช้เป็นพลังงานสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 65 ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของโรงเรียน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 5,947 kg CO2 ต่อปี
•การปรับปรุงและปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์โรงเรียนให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ อาทิ ปลูกต้นไม้ ปูสนามหญ้า ทาสีกำแพงโรงเรียนและเครื่องเล่น

ออนด้า 2

2) กิจกรรมด้านความปลอดภัย จัดกิจกรรมอบรมความรู้เรื่องการใช้ถนนอย่างปลอดภัย และข้อควรปฏิบัติแก่นักเรียน จัดทำห้องเรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน รวมทั้งปรับปรุงพื้นและเส้นทางจราจรบริเวณโรงเรียนตามแนวทางถนนปลอดภัย อาทิ การปรับปรุงและทาสีทางม้าลาย การติดตั้งป้ายจราจรและกระจกบริเวณทางโค้ง เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ

ออนด้า 4

ฮอนด้า พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการ “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” หรือ Honda Dream School เพื่อปลูกฝังเรื่องความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้แก่เยาวชนไทย เพราะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ก้าวสู่สังคมปลอดมลพิษและปลอดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

‘ซูซูกิ’ จับมือ ‘กรมการขนส่งทางบก’ จัดแคมเปญส่งความสุข “สงกรานต์ปลอดภัย ตรวจสภาพรถฟรี ขับขี่อุ่นใจ” เชิญชวนลูกค้าตรวจสภาพรถฟรี 30 รายการ พร้อมเปลี่ยนอะไหล่รับส่วนลดพิเศษ 15%

0
ซูซูกิ 2

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดแคมเปญส่งความสุข “สงกรานต์ปลอดภัย ตรวจสภาพรถฟรี ขับขี่อุ่นใจ” เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกท่าน เข้ารับบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 30 รายการ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสุด ลูกค้าเปลี่ยนอะไหล่ที่เข้าร่วมรายการได้รับส่วนลดสูงสุด 15% ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2567 ที่ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิให้ความสำคัญและตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่ประชาชนจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา และจำเป็นต้องใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ เราจึงเข้าร่วมสนับสนุนกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน ภายใต้แคมเปญพิเศษ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทาง มาให้เราเช็ก”

ซูซูกิ 2

โดยลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจสภาพรถยนต์ได้ฟรี 30 รายการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยรายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี จำนวน 30 รายการ ได้แก่
1. ระบบผลการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือพิเศษ SDT II
2. ตรวจสอบแบตเตอรี่
3. ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
4. ระบบไฟส่องสว่าง/ภายนอกรถยนต์
5. ระดับน้ำมันเครื่อง
6. ระดับน้ำมันเกียร์
7. ระดับน้ำมันเบรก
8. ระดับน้ำยาหล่อเย็น/ถังพักน้ำสำรอง
9. ระดับน้ำยาฉีดกระจก /การฉีดน้ำที่กระจก
10. ระบบระบายความร้อน/ท่อยางน้ำ
11. ตรวจสอบพัดลมหน้าหม้อน้ำ
12. ตรวจสอบฝาหม้อน้ำ
13. ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์
14. ไส้กรองอากาศแอร์
15. ตรวจสอบสายพานแอร์
16. ตรวจสอบสายพานหน้าเครื่อง
17. ตรวจสอบที่ปัดน้ำ ฝน/ยางใบปัด
18. ตรวจสอบเสียงผิดปกติของเครื่องยนต์
19. ตรวจสอบเสียงการรั่วของท่อไอเสีย
20. ระบบไฟส่องสว่าง/ภายในรถยนต์
21. ระบบไฟชาร์จ
22. ระบบเซ็นทรัลล็อค
23. ระบบปรับอากาศ
24. กระจกประตู 4 ด้าน
25. กระจกมองข้างด้านซ้ายและด้านขวา
26. ตรวจสอบเข็มขัดนิรภัยทุกจุด
27. ระยะฟรีแป้นเบรก/เบรกมือ/เบรกเท้า
28. ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์
29. ตรวจสอบปอนด์น๊อตล้อทั้ง 4 ล้อ
30. ตรวจสอบโช้คอัพฝาท้าย (เฉพาะรุ่นที่มี)

อีกทั้งยังมอบข้อเสนอพิเศษ! เมื่อเปลี่ยนอะไหล่ที่ร่วมรายการได้รับส่วนลดสูงสุด 15% ประกอบด้วย
1. แบตเตอรี่รถยนต์
2. ชุดผ้าเบรกหน้า
3. ชุดผ้าเบรกหลัง
4. น้ำมันเบรก
5. ไส้กรองอากาศแอร์
6. น้ำยาล้างทำความสะอาดตู้แอร์
7. สเปรย์กำจัดกลิ่นและเชื้อแบคทีเรียภายในห้องโดยสารรถยนต์

“การจับมือร่วมกันกับทางกรมการขนส่งทางบกในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ได้อีกด้วย” นายวัลลภ กล่าว

ทั้งนี้ แคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทาง มาให้เราเช็ก” ลูกค้าซูซูกิ สามารถนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กสภาพและรับบริการได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 เท่านั้น โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร 1800-600-900

สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ว่าด้วยโครงการตราสัญลักษณ์

0

สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว โดย คุณวิชัย สุวรรณศิลา นายกสมาคมฯ คุณเมวดี จุลทัศน์ รองนายกสมาคมฯ คุณมงคล จุลทัศน์ บอร์ดบริหารกิตติมศักดิ์สมาคมฯ  ร่วมแถลงข่าวโครงการตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการได้รับการการันตีจากทางสมาคม ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ณ ห้องประชุม ชั้น 2 Sapphire 204-206 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยวัตถุประสงค์จัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นการยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้ว  ว่าได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าและให้บริการอย่างมีมาตรฐาน ประกอบธุรกิจด้วยคุณธรรม จริยธรรม  ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค

นอกจากนี้แล้วโครงการตราสัญลักษณ์ยังเป็นการสร้างเครือข่ายสมาชิก เพื่อให้ผู้บริโภคและสมาชิกได้ทราบว่า สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วของเรามีผู้ประกอบการใดที่เป็นสมาชิกของสมาคมบ้าง จะเป็นเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ติดต่อช่วยเหลือดูแลเพื่อนสมาชิกและลูกค้าในเครือข่ายของสมาคมเรา  โดยโครงการนี้มีการเริ่มพิจารณาคัดกรองสมาชิกตั้งแต่ เดือนพฤษจิกายน 2566 นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้สมาคมฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในทุกภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับคุณภาพมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วให้ดียิ่งขึ้นไป

นายวิชัย สุวรรณศิลา นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว กล่าวว่า “ ทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้เปิดโครงการตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการ ได้รับการการันตีจากทางสมาคมฯ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ และยกระดับคุณภาพมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปครั้งนี้ด้วยครับ”

ด้านนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร/ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ สายกิจกรรรรมพิเศษ และประธานจัดงาน บางกอก ยูสคาร์โชว์  บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน)  ผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 และที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว  กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ว่ากระแสการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อาจจะส่งผลกระทบกับตลาดรถยนต์ใช้แล้ว แต่อีกมุมหนึ่ง กลุ่มลูกค้าที่ยังคงมีความต้องการเลือกสรรรถยนต์ใช้แล้ว หรือ รถยนต์มือสอง ก็ยังคงมีอยู่  ดังนั้นองค์ประกอบหลักที่จะทำให้ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วดำเนินไปได้อย่างราบรื่น  คือ การสร้างความมั่นใจ ให้เชื่อมั่นในคุณภาพ และการบริการของผู้ประกอบการถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับโครงการตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มลูกค้าหลัก และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ถึงคุณภาพของการประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เช่นเดียวกับ การจัดงานบางกอก ยูสคาร์โชว์ ทีมีนโยบายให้ผู้ร่วมออกงาน ลงนาม MOU เพื่อเป็นการการันตีคุณภาพรถยนต์ที่ซื้อภายในงาน บางกอก ยูสคาร์โชว์ จะไม่มีการย้อมแมว และ ซื้อด้วยราคาที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคอีกด้วย  หากผู้ประกอบการรายอื่น นอกจากกลุ่มสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ถ้าสามารถยึดถือในหลักเกณฑ์เดียวกัน หรือใกล้เคียงกับของสมาคมฯ จะช่วยยกระดับ สร้างมาตรฐานให้ธุรกิจรถยนต์มือสองให้เติบโตอย่างเป็นระบบ และชัดเจนมากขึ้น”

สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการตราสัญลักษณ์  ของทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว มีดังต่อไปนี้

  1. เป็นสมาชิกของสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และรักษาสถานะเป็นสมาชิกภาพ ณ.ปัจจุบัน
  2. ได้รับการอบรมสัมมนาวิชาชีพร่วมกับทางสมาคมฯมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และได้รับโล่ห์ผู้ประกอบการดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปีขึ้นไป
  3. ได้รับการยืนยันจากทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีข้อร้องเรียน หรือข้อพิพาทกับทางผู้บริโภคที่ยังหาข้อตกลงสรุปไม่ได้
  4. ได้รับการรับรองจากทางสถาบันการเงิน 3 ใน 5 ว่าเป็นดีลเลอร์คู่ค้ากับทางสถาบันการเงินที่มีคุณภาพและไม่มีข้อพิพาทกับทางสถาบันการเงิน
  5. ประกอบธุรกิจโดยยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรม
  6. ให้การสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมและส่วนรวม อย่างต่อเนื่อง

และผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ จากพันธมิตรของทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และได้รับป้ายตราสัญลักษณ์ของสมาคม ซึ่งมีขนาด 80 ×186.60 เซนติเมตร สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ผ่านทาง Line official: aucth  และ Facebook: สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว หรือติดต่อได้ 084-5546462, 061-687-7746, และ 095-589-1000

วิริยะประกันภัย คว้า 2 รางวัล “2024 Thailand’s Most Admired Brand and Company” ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ประกันวินาศภัยที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด

0

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล “2024 Thailand’s Most Admired Brand” ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ประกันวินาศภัยที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด และรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี  “2023-2024 Thailand’s Most Admired Company” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยยังคงครองความเป็นอันดับ 1 บริษัทยอดนิยมใน กลุ่มธุรกิจประกันภัย จากผลสำรวจความนิยม โดยนิตยสารแบรนด์เอจ  ผู้นำสื่อนิตยสารการตลาดของเมืองไทย และในโอกาสนี้ นายปรเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานที่ปรึกษานิตยสารแบรนด์เอจ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย พร้อมนายธนเดช กุลปิติวัน บรรณาธิการบริหารนิตยสารแบรนด์เอจ ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัทฯ ที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ด้วย โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมพลูแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ

สำหรับรางวัลผลสำรวจ “2024 Thailand’s Most Admired Brand” วิริยะประกันภัย ยังคงรักษาความเป็นผู้นำแบรนด์กลุ่มประกันภัยที่ครองความน่าเชื่อถือที่สุดเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 จากผลสำรวจความนิยม หมวดธนาคารและการเงิน กลุ่มประกันภัย บริษัทฯ ได้รับคะแนนโหวตมากถึงร้อยละ 35.30 และยังได้รับการโหวตให้เป็น Best Brand อันดับ 1 ของการจัดลำดับความสำคัญในทุกๆ หัวข้อ อาทิ การบริการของตัวแทนประกันภัย, มีกรมธรรม์ที่หลากหลาย, เงินชดเชยและสินไหมทดแทน, ความมั่นคงของบริษัท  ในส่วนรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี “2023-2024 Thailand’s Most Admired Company” ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยยังคงครองความเป็นอันดับ 1 บริษัทยอดนิยมในกลุ่มธุริกจประกันภัย ด้วยผลคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 7.53 ซึ่งผลสำรวจพิจารณาจาก ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation), ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance), ภาพลักษณ์ (Corporate Image), การบริหารการจัดการ (Management), ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และ การบริการ (Excellence Service)  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ความคุ้มค่า ให้แก่ลูกค้าวิริยะประกันภัย ดั่งเจตนารมย์ที่ประกาศไว้ในปี 2567 ว่า วิริยะประกันภัย “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”